The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ถนนพระเจ้าทรงธรรม-อำเภอบ้านหมอ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ถนนพระเจ้าทรงธรรม

ถนนพระเจ้าทรงธรรม-อำเภอบ้านหมอ

ต้นฉบับ(30 ม.ค. 2567) เรื่อง ถนนพระเจ้าทรงธรรม 1. ข้อมูลพื้นฐานอำเภอบ้านหมอ คำขวัญอำเภอบ้านหมอ เผือกหัวใหญ่ ไร่ผักหวาน มันแกวรสดี มีโรงงาน ย่านเกษตรกรรม นกน้ำทะเลเทียม ในรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าให้จัดการปกครองหัวเมือง แบบใหม่ โดยตั้งเป็นมณฑลเทศาภิบาลขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2445 ยุบเมืองพระพุทธบาท เป็นอำเภอ พระพุทธบาท ในปี พ.ศ. 2445 มีการสร้างทางรถไฟไปถึงลพบุรี ตำบลหนองโดนก็มีทางรถไฟผ่าน เมื่อปี พ.ศ. 2460 ในสมัยรัชกาลที่ 6 พระพุทธบาทเกิดโรคห่าระบาดขึ้น จึงได้ย้ายที่ว่าการอำเภอไปตั้งที่ตำบลหนอง โดน เพื่อสะดวกต่อการคมนาคมในสมัยนั้น และเปลี่ยนชื่อเป็น อำเภอหนองโดน ชึ่งตำบลบ้านหมอ และตำบล พระพุทธบาท ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอหนองโดน ต่อมา พ.ศ. 2464 มีการค้นพบดินขาวที่ใช้ผสมปูนซีเมนต์ได้ที่บ้านหมอ และมีการจ้างกรรมกร ส่วนใหญ่เป็นคนจีนขุด ขนส่งไปป้อนโรงงานที่บางซื่อ จากชุมชนเล็ก ๆ บ้านหมอก็ได้ขยายตัวจนเป็นชุมชนที่ ใหญ่ขึ้นตามลำดับ จนในปี พ.ศ. 2484 บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด ได้มาตั้งโรงงานที่ท่าลาน ตำบลบ้านครัว ประกอบกับที่ว่าการอำเภอหนองโดนอยู่ในสภาพที่ทรุดโทรม ทางราชการไม่มีงบประมาณซ่อมแซม หลวงพัฒน์พงษ์พานิช (พ่อค้าคหบดีชาวจีน ต้นสกุล "ผู้พัฒน์") ได้สร้างที่ว่าการอำเภอให้ใหม่ที่ตำบลบ้านหมอ และย้ายอำเภอมาไว้ที่นี่ อำเภอใหม่จึงชื่อว่า "อำเภอบ้านหมอ" สืบมาจนปัจจุบัน โดยอำเภอบ้านหมอแบ่งเขต การปกครองเป็น 9 ตำบล 79 หมู่บ้าน 2. เรื่องราวประวัติศาสตร์ถนนพระเจ้าทรงธรรม ถนนพระเจ้าทรงธรรม ตำบลสร่างโศก อำเภอบ้านหมอ ถนนพระเจ้าทรงธรรม หรืออีกชื่อหนึ่งที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ถนนฝรั่งส่องกล้อง” ถูกสร้างขึ้นใน สมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม เมื่อครั้งค้นพบรอยพระพุทธบาท ในปี พ.ศ. ๒๑๖๓ พระองค์ได้โปรดให้ ฝรั่งชาติฮอลันดาส่องกล้องตัดเส้นทางสถลมารคกว้าง ๑๐ วา จากอำเภอท่าเรือผ่านอำเภอบ้านหมอไปยัง อำเภอพระพุทธบาท การเดินทางนมัสการรอยพระพุทธบาทของพระมหากษัตริย์ในสมัยก่อน คือ เสด็จพระ ราชดำเนินทางชลมารคตามลำน้ำเจ้าพระยาและป่าสัก มาจนถึงท่าเจ้าสนุก อำเภอท่าเรือ โปรดให้ช่างฝรั่ง (ฮอลันดา) ส่องกล้อง ทำถนน ตั้งแต่ท่าเรือไปถึงเขาสุวรรณพรรพต เป็นเส้นทางตัดตรงตามเส้นทางที่ฝรั่งส่อง กล้องไปยังพระพุทธบาท ถนนเดิมในสมัยเริ่มแรกเป็นถนนดินธรรมดา ปัจจุบันเป็นราดยางถนนเส้นนี้ยังคง


เหลืออยู่ ประมาณ 9 กิโลเมตร สถานที่ต่าง ๆ ตามเส้นทางการเดินทางนั้นเหลือร่องรอยให้เห็นน้อยมาก บาง แห่งมีแค่เพียงความทรงจำของชาวบ้านที่ยืนยันได้เท่านั้นว่า บริเวณนี้เคยมีสิ่งปลูกสร้างเพื่อใช้พักร้อนยามที่ ชาวเมืองเดินทางมานมัสการพระพุทธบาทในสมัยก่อน สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับถนนพระเจ้าทรงธรรม มีดังต่อไปนี้ 2.๑ ท่าเจ้าสนุกและพระตำหนักท่าเจ้าสนุก เป็นท่าเทียบเรือของกระบวนพยุหยาตรา เวลาเสด็จไปนมัสการพระพุทธบาท ตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่ น้ำป่าสัก ห่างจากตัวอำเภอท่าเรือไปทางตะวันตก ประมาณ ๑ กิโลเมตร เป็นที่น่าประหลาดใจว่าท่าเจ้าสนุก อยู่ฝั่งตรงข้ามกับฝั่งท่าจะขึ้นบกไปพระพุทธบาท ซึ่งเป็นฝั่งที่ชาวบ้านเรียกว่า “ท่าเกย” เนื่องจากมีเกยประทับ ช้างปลูกสร้างอยู่ จากการสืบค้นข้อมูล ก็พอจะได้คำตอบว่า ฝั่งขวาของแม่น้ำป่าสักช่วงนี้เป็นที่ราบ ทำเลดี ส่วนฝั่งท่าเกยนั้นตลิ่งสูงชัยมากไม่เหมาะแก่การสร้างพระตำหนักหรือหยุดพักไพร่พล ปัจจุบันบริเวณที่เป็นที่ตั้งพระตำหนักพระเจ้าทรงธรรม มีบ้านของชาวบ้านปลูกสร้างทับลงไป สังเกตเห็นได้เพียงเศษอิฐ เศษกระเบื้องและศิลาแลง จำนวนมากมายเกลื่อนกลาดอยู่ตามใต้ถุนบ้านลานบ้าน และตามสวนของชาวบ้าน ประมาณบริเวณได้ราว ๓ - ๔ ไร่ ชาวบ้านที่อายุราว ๖๐ - ๗๐ ปี เล่าว่า เมื่อตอนที่ตนเองยังเด็ก ๆ นั้น ยามใดที่ครอบครัวยากจนบิดา มารดาเคยขุดอิฐก้อนโตๆตามใต้ถุนบ้านใส่เรือไปขายเป็นจำนวนมาก แต่ไม่เคยมีใครเห็นซากพระตำหนักเลย เพราะบ้านเรือนที่ปลูกสร้างอยู่นั้นก็เก่าแก่มาก เกิดมาก็เห็นบ้านอยู่อย่างนี้แล้ว เศษอิฐเศษกระเบื้อง และศิลา แลงที่เห็นอยู่ในปัจจุบันจึงเป็นเพียงสิ่งที่หลงเหลือมาน้อยมาก ชาวบ้านใช้อิฐหัก ๆ เหล่านั้นมาเรียงต่อ ๆ กัน แทนพื้นซีเมนต์ใต้ถุนบ้าน บ้างก็เอาไปกั้นน้ำฝนไม่ให้ไหลเข้าบ้าน บ้างก็นำมาเรียงทำพื้นสำหรับล้างเท้าขึ้นบ้าน ในสวนไม่ไกลจากบริเวณที่เข้าใจว่าเป็นที่ตั้งของตัวพระตำหนักมากนัก มีหลุมประหลาดอยู่แห่งหนึ่ง ชาวบ้านปัจจุบันเรียกง่ายๆว่า “เหว” เล่าว่าแต่เดิมนั้นลึกจนมองไม่เห็นอะไร มีเพียงหมอกควันจางๆลอยขึ้นมา เท่านั้น เวลาน้ำในแม่น้ำขึ้นจึงจะได้เห็นน้ำในเหวนั้นสูงขึ้นมาตามระดับน้ำในแม่น้ำ (ทำให้นึกคิดว่า น่าจะมีท่อ น้ำติดต่อระหว่างเหวกับแม่น้ำป่าสัก และสอบถามชาวบ้านทราบว่ามีช่องเหมือนประตูทางทิศตะวันออกแต่ไม่ กล้าเข้าไปดู) ปัจจุบันใบไม้ทับถมขึ้นมาเรื่อยจนเหลือความลึก ราว ๆ ๑๐ เมตร ความกว้างยาวของปากเหวรูป สี่เหลี่ยมผืนผ้า ราว ๆ ๑.๒๐ x ๔.๐๐ เมตร มีอิฐฉาบก่อปูนเป็นผนังแข็งแรงส่วนที่เป็นปากเหวอยู่สูงจาก พื้นดินธรรมดา ราว ๆ ๒.๐๐ เมตร มีอิฐก่อรอบบริเวณนั้นสูงเป็นเนินขึ้นไป (ปัจจุบันเป็นเนินดินสูงไปถึงปาก บ่อ ที่ตั้งอยู่ในสวนชาวบ้านติดหลังวัดตำหนัก) ชาวบ้านเล่ากันว่าที่ก้นเหวมีอุโมงค์เดินลึกเข้าไปได้ แต่ไม่มีใครกล้าเดินเข้าไปเพราะกลัวงูยักษ์ตัวหนึ่ง ซึ่งมีผู้เคยเห็นอาศัยอยู่ในเหวนั้น ท่านผู้รู้เรื่องโบราณคดีท่านหนึ่งกล่าวว่า เหวนี้แท้จริงคือบ่อโพงน้ำสำหรับใช้ ในพระตำหนักนั้น การไปตักน้ำในแม่น้ำคงไม่สะดวกมากนัก จึงขุดบ่อน้ำใช้เพื่อใช้อุปโภค บริโภค ห่างจากบริเวณที่ตั้งพระตำหนักไปทางตะวันออกเล็กน้อย ในปัจจุบันมีวัดชื่อ วัดตำหนักพระเจ้าทรง ธรรม ตามประวัติวัดนั้นกล่าวว่าเดิมเป็นวัดร้าง ต่อมาได้บูรณะขึ้นใหม่ ที่ได้ชื่อนี้ก็เพราะว่าเป็นวัดที่อยู่ใกล้ บริเวณพระตำหนัก ชาวบ้านเรียกสั้น ๆ ว่า วัดตำหนัก 2.2 บ่อบางโขมด เป็นบ่อน้ำที่ขุดขึ้นในสมัยพระเจ้าประสาททอง ต่อมาคงชำรุดหักพังมาก ในสมัยรัชกาลที่ ๔ แห่ง กรุงรัตนโกสินทร์ ได้โปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ มาบูรณะใหม่ บ่อนี้อยู่ทางใต้วัด สุนทรเทพมุนีลงไปราว ๑ กิโลเมตร ห่างจากถนนไปทางตะวันตกประมาณ ๕๐ เมตร เดี๋ยวนี้บริเวณนั้นเป็นโคก กลางนา บ่อนั้นมีร่องรอยว่ากรุอิฐถือปูน มีผู้เล่าว่าราว ๑๐ - ๒๐ ปีมานี้เคยเห็นมีศาลาอยู่หลังหนึ่ง เรียกกันว่า


ศาลาสมเด็จ อาจหมายความว่า ศาลาสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม หรือ ศาลาสมเด็จเจ้าพระยาก็ได้ แต่เดี๋ยวนี้ไม่มี แล้ว ยังมีกรอบปูนขอบบ่อแตกสลาย และมีเศษอิฐกับกระเบื้องดินเผาตกเกลื่อนอยู่บนโคก บ่อน้ำริมถนนพระเจ้าทรงธรรมแถว ตำบลบางโขมด บ่อบางโขมด วันนี้ไม่เหลือแม้เพียงร่องรอยเศษกระเบื้อง มีเพียงคำบอกเล่าของชาวบ้าน ที่เรียกว่า บางโขมด เพราะหินขอบบ่อนั้นมีรูปร่างน่ากลัวคล้ายผีโขมดเท่านั้น 2.๓ สะพานบางโขมด หรือ สะพานช้าง สะพานบางโขมด หรือสะพานช้าง ในตำบลบางโขมด อำเภอบ้านหมอ เป็นสะพานข้ามลำคลองเริงราง สะพานนี้แต่ก่อนทำด้วยท่อนซุงสำหรับที่จะให้ขบวนช้างข้ามได้เมื่อพระมหากษัตริย์หรือเจ้านายเสด็จพระพุทธ บาท ต่อมาสะพานชำรุดจึงรื้อออกไป เดี๋ยวนี้สร้างเป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กแล้ว เพราะได้กลายเป็นส่วน หนึ่งของทางหลวงสาย บ้านหมอ - พระพุทธบาท มีวัด ๆ หนึ่งอยู่ที่เชิงสะพาน แต่ก่อนเรียกกันว่า วัดสะพานช้าง ตามชื่อสะพาน เมื่อสุนทรภู่ตามเสด็จ พระองค์เจ้าปฐมวงศ์มานมัสการพระพุทธบาท ผ่านมาเมื่อวันเพ็ญ เดือน ๓ ปี พ.ศ. ๒๓๕๐ ปัจจุบันวัดนี้มี ชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “วัดสุนทรเทพมุนี” 2.๔ บ่อโศก ในหนังสือคู่มือวรรณคดีสัญจร สู่พระพุทธบาท ของ กรมศิลปากร กล่าวถึงไว้ว่าบ่อโศก ตั้งอยู่ริมถนน ฝรั่งส่องกล้องของสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกขนานไปกับทางหลวงสาย พระพุทธบาท - บ้านหมอ - ท่าเรือ ราวกิโลเมตรที่ ๙ ห่างกันประมาณ ๒๐๐ เมตร ณ แถวริมบ่อโศกนี้จะสังเกตเห็นแนวถนน ซึ่งเริ่มสร้างขึ้นสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมได้ชัดเจน ทางทิศตะวันตกของถนนเป็นที่ลุ่ม แสดงว่าแต่เดิมเป็น หนองน้ำใหญ่ และมีบ่อกรุอิฐแต่ชำรุดอยู่ริมหนอง ๑ บ่อ กับอยู่ห่างแนวถนนออกไปทางตะวันตกอีก ๑ บ่อ และใต้ลงมายังมีอีก ๑ บ่อ บ่อทางตะวันตกมีตาน้ำไหลดีในฤดูแล้ง ชาวบ้านได้อาศัยน้ำในบ่อนี้ ณ ที่โคกริมแนว ถนนมีอิฐหักและกระเบื้องแตกอยู่ทั่วไป แสดงว่าแต่ก่อนเคยมีศาลาพัก ซึ่งปรากฏตามพระราชพงศาวดารว่า เมื่อ พ.ศ. ๒๑๗๖ สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง โปรดเกล้า ฯ ให้ขุดบ่อริมต้นโศก จึงให้ชื่อว่า บ่อโศก แต่เดี๋ยวนี้ ไม่มีต้นโศกแล้ว มีต้นไผ่ ต้นมะขาม และต้นไม้อื่น


บ่อน้ำโบราณ ศักดิ์สิทธิ์ (บ่อดงอบ) ตำบลสร่างโศก อำเภอบ้านหมอ แต่บ่อโศกในวันนี้หาร่องรอยไม่พบเลย เนื่องจากพื้นที่บริเวณนั้นได้กลายเป็นบ่อดินขาวของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ไปแล้ว ทางบริษัทได้ขุดดินลงไปทำให้เกิดบ่อกว้างใหญ่ลึกบ้างตื้นบ้าง ความกว้างกินเนื้อ ที่จากคูเมืองขีดขินไปจนถึงเขตทางหลวงสายบ้านหมอ - พระพุทธบาท และยาวขนานไปกับถนนราว ๓ กิโลเมตร ที่ว่ามีตาน้ำไหลดีเห็นจะจริง เพราะในบ่อน้ำมีน้ำขังใสสะอาดตลอดปี ฝั่งตะวันออกของถนน ตรงข้ามกับบ่อดินขาวนี้ ยังมีวัด ๆ หนึ่งชื่อ วัดสร่างโศก นัยว่าชื่อบ่อโศกนั้น ไม่เป็นสิริมงคลฟังแล้วเศร้า จึงตั้งชื่อวัดให้ใหม่ว่า “วัดสร่างโศก” 2.๕ วัดหนองคณฑี วัดหนองคณฑี อยู่ห่างจากพระพุทธบาทราว ๆ ๕ - ๖ กิโลเมตร จากถนนสายปัจจุบันมีทางแยกไป ทางตะวันตกราว ๆ ๓๐๐ เมตร ตั้งอยู่ริมถนนพระเจ้าทรงธรรม แนวถนนช่วงนี้ยังชัดเจน เพราะชาวบ้านยังใช้ กันอยู่ เดินตามถนนพระเจ้าทรงธรรมขึ้นไปทางเหนือห่างจากวัดราว ๆ ๑๐๐ - ๒๐๐ เมตร มีหนองน้ำกว้าง แห่งหนึ่งอยู่ทางขวามือ ชาวบ้านเล่าว่ามีเนื้อที่ราว ๆ ๕ ไร่ แต่ปัจจุบันหนองน้ำนี้ไม่มีน้ำแล้ว เหลือร่องรอยเป็น เพียงที่ลุ่มเล็กน้อยกลางไร่เท่านั้น พระราชพงศาวดารกล่าวถึงเมื่อรัชกาลสมเด็จพระเจ้าปราสาททองว่า “แลที่ ตำบลหนองคณฑีนั้นมีน้ำอยู่แล้ว ก็ทำศาลาไว้สำหรับอาศัย และไพร่ซึ่งทำศาลาลงไปตักน้ำกิน ได้คณฑีใบหนึ่ง จึงให้ชื่อว่า หนองคณฑี” วัดหนองคณฑีตำบลพุกร่าง อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี 3. ความสำคัญ เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ที่ทำให้คนไทยรู้ถึงรากเหง้าของตนเอง เกิดจิตสำนึก เห็นคุณค่า และเกิดความภาคภูมิใจต่อประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ที่เป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษ และเป็นแหล่งเรียนรู้ ประวัติศาสตร์ในการค้นคว้า สืบค้นข้อมูลที่สามารถเชื่อมโยงเรื่องราวของพระเจ้าทรงธรรมจากอดีตถึงปัจจุบัน


4. คุณค่า เป็นสถานโบราณที่มีคุณค่าความเป็นมาของชาวอำเภอบ้านหมอ เป็นเส้นทางที่สัญจรเพื่อนมัสการ พระพุทธบาทในสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ปัจจุบันเป็นทางสัญจรระหว่างหมู่บ้าน ตำบล และอำเภอ เกิดความเจริญก้าวหน้าในทางเศรษฐกิจในอำเภอบ้านหมอ 5. เผยแพร่ เป็นประโยชน์ต่อคนรุ่นหลังสำหรับการสืบค้นและการศึกษาเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ของถนนพระเจ้า ทรงธรรม สามารถนำมาเป็นบทเรียนนำมาสอดแทรกในรายวิชาประวัติศาสตร์ชาติไทย สามารถเป็นแกนนำใน การถ่ายทอดความรู้ทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่นได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้เกิดความรักและห่วงแหนถิ่นกำเนิดของ ตนเอง ให้อยู่สืบไป


บรรณานุกรม กรมศิลปกร. (2509). คู่มือวรรณคดีสัญจร สู่พระพุทธบาท. (โรงพิมพ์ปากเพรียวการช่าง). ธงไชย เผ่ารัชตพิบูลย์ และรณิดา ไพบูลย์. (2553). สืบค้นภูมิบ้านภูมิเมืองอำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี(พิมพ์ครั้งที่ 5). (ม.ป.ท.) โพธิ์ แซมลำเจียก. (๒๕๒๐). ประวัติศาสตร์โบราณคดี๙ ตำบลของอำเภอบ้าน. (โรงพิมพ์ รุ่งเรืองสาส์นการพิมพ์) พระนคร.


คณะทำงาน ๑. พ.อ.ต. ศักดา สายหยุด ผู้อำนวยการ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอพระพุทธบาท รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอบ้านหมอ ๒. นายอุทัยรัตน์ บานเย็น ครู กศน.ตำบล ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอบ้านหมอ ๓. นางรุ่งรัตน์ โหรสกุล ครู กศน.ตำบล ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอบ้านหมอ 4. นางสาวจริณธร ปานศรี ครู กศน.ตำบล ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอบ้านหมอ


Click to View FlipBook Version