ความหมายและหลักการของระบบสารสนเทศ
ระบบสารสนเทศเป็นการทางานเกี่ยวกบั ขอ้ มูลและสารสนเทศอยา่ งเป็นลาดบั ข้นั ตอนจนทาใหเ้ กิดระบบ
สารสนเทศข้นึ ขอ้ มูล สารสนเทศ และระบบสารสนเทศมีความหมาย ดงั น้ี
ขอ้ มลู (Data) คือ ขอเทจ็ จริงที่ไดจ้ ากการรวบรวมขอ้ มลู ซ่ึงมีท้งั ที่อยใู่ นรูปแบบตวั อกั ษร, ขอ้ ความ, ตวั เลข,
เสียง รูปภาพ และ ภาพเคลื่อนไหว
สารสนเทศ (Information) คือ ขอ้ มูลที่ผา่ นการประมวลผล เพอื่ นาไปใชใ้ นการตดั สินใจ เช่น เกรดเฉล่ียของ
นกั เรียน,ยอดขายประจาเดือน และ สถิติการขาดงาน
ระบบสารสนเทศ (Information System) คอื ระบบที่สามารถจดั การขอ้ มลู ต้งั แต่การรวบรวมและตรวจสอบ
ขอ้ มูล การประมวลผลขอ้ มลู รวมถึงการดูแลรักษาขอ้ มูลเพื่อใหไ้ ดส้ ารสนเทศที่ถกู ตอ้ งและทนั ต่อความ
ตอ้ งการของผใู้ ช้ และผใู้ ชส้ ามารถนาสารสนเทศท่ีไดไ้ ปประกอบการตดั สินใจไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ
กระบวนการทางานของระบบสารสนเทศ
ระบบสารสนเทศประกอบดว้ ยกระบวนการทางานหลกั ๆ ดงั ต่อไปน้ี
1.การนาเขา้ ขอ้ มูล (Input) เป็นการนาขอ้ มลู ดิบ (Data) ท่ีไดจ้ ากการเก็บรวบรวมเขา้ สู่ระบบ เพ่ือนาไป
ประมวลผลใหเ้ ป็นสารสนเทศ เช่น การบนั ทึกการขายรายวนั ,บนั ทึกคะแนนเก็บของนกั เรียน ฯลฯ
2.การประมวลผลขอ้ มูล (Process) เป็นการคิด คานวณ หรือเปล่ียนแปลงขอ้ มลู ดิบใหเ้ ป็นสารสนเทศ อาจทา
ไดด้ ว้ ยการเรียงลาดบั การคานวณ การจดั รูปแบบ และการเปรียบเทียบตวั อยา่ งการประมวลผล เช่น การ
คานวณรายไดข้ องผปู้ กครอง การนบั จานวนวนั หยดุ ราชการบนปฏิทิน ฯลฯ
3.การแสดงผล (Output) เป็นการนาผลลพั ธท์ ี่ไดจ้ ากการประมวลผลมาแสดงในรูปแบบที่ผใู้ ชต้ อ้ งการ เพอื่
ส่งเสริมหรือช่วยในการตดั สินใจ
4.การจดั เกบ็ ขอ้ มูล (Storage) เป็นการจดั เกบ็ ขอ้ มูลดิบหรือสารสนเทศท้งั หมดท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั ระบบ
สารสนเทศ เน่ืองจากการนาขอ้ มูลดิบเขา้ สู่ระบบมีการจดั เกบ็ จนถึงระยะยาวระยะหน่ึงแลว้ จึงนาไป
ประมวลผล
องค์ประกอบของระบบสารสนเทศ
องคป์ ระกอบท่ีสาคญั ของระบบสารสนเทศมี 5 ส่วนคือ
1. ฮาร์ดแวร์(เคร่ืองจกั รอปุ กรณ)์์
2. ซอฟตแ์ วร์
3. ขอ้ มลู
4. บคุ ลากร
5.ข้นั ตอนการปฏิบตั ิงาน
ส่วนประกอบท้งั หา้ ส่วนน้ีทาใหเ้ กิดสารสนเทศได้ หากขาดส่วนประกอบใด หรือส่วนประกอบใดไม่
สมบูรณ์ กอ็ าจทาใหร้ ะบบสารสนเทศ ไม่สมบูรณ์ เช่น ใชเ้ คร่ืองคอมพวิ เตอร์ไม่เหมาะสมกบั งาน ก็จะทาให้
งานลา่ ชา้ ไม่ทนั ต่อการใชง้ าน การดาเนินการระบบสารสนเทศจึงตอ้ งใหค้ วามสาคญั กบั ส่วนประกอบท้งั 5
น้ี
1. ฮาร์ดแวร์ (Hardware) หมายถึง เครื่องคอมพิวเตอร์ซ่ึงเป็นเคร่ืองมือท่ีช่วยในการจดั การสารสนเทศ
คอมพิวเตอร์ช่วยประมวลผล คดั เลือก คานวณ หรือพมิ พร์ ายงาน ผลตามท่ีตอ้ งการ คอมพิวเตอร์เป็นอปุ กรณ์
ที่ทางานไดร้ วดเร็ว มีความแม่นยาในการทางาน และทางานไดต้ ่อเน่ือง คอมพวิ เตอร์และอปุ กรณ์ตา่ งๆ
สามารถแบง่ เป็น 3 หน่วย คือ
- หน่วยรับขอ้ มูล (Input unit) ไดแ้ ก่ แป้นพิมพ์ เมาส์ ไมโครโฟน
- หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit : CPU)
- หน่วยแสดงผล (Output unit) ไดแ้ ก่ จอภาพ ลาโพง เครื่องพิมพ์
2. ซอฟตแ์ วร์ (Software) คือลาดบั ข้นั ตอนคาส่ังใหเ้ คร่ืองคอมพวิ เตอร์ ทางานตามวตั ถุประสงคท์ ่ีวางไว้
ซอฟตแ์ วร์ จึงหมายถึงชุดคาสั่งท่ีเรียง เป็นลาดบั ข้นั ตอนสัง่ ใหค้ อมพวิ เตอร์ทางานตามตอ้ งการ และ
ประมวลผลเพอ่ื ใหไ้ ดส้ ารสนเทศที่ตอ้ งการ ซอฟตแ์ วร์หรือชุดคาสั่งคอมพวิ เตอร์ แบ่งออกเป็น 2ประเภท คือ
- ซอฟตแ์ วร์ระบบ คอื ซอฟตแ์ วร์ท่ีใชจ้ ดั การกบั ระบบคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่างๆ ท่ีมีอยใู่ นระบบ เช่น
ระบบปฏิบตั ิการวินโดวส์ ระบบปฏิบตั ิการดอส ระบบปฏิบตั ิการยนู ิกซ์
- ซอฟตแ์ วร์ประยกุ ต์ ซอฟตแ์ วร์ท่ีพฒั นาข้ึนเพื่อใชง้ านดา้ นตา่ งๆ ตามความตอ้ งการของผใู้ ช้ เช่น ซอฟตแ์ วร์
กราฟิ กซอฟตแ์ วร์ประมวลคา ซอฟตแ์ วร์ตารางทางาน
3.ขอ้ มูล (Data) เป็นวตั ถดุ ิบที่ทาใหเ้ กิดสารสนเทศ ขอ้ มูลท่ีเป็นวตั ถดุ ิบจะต่างกนั ข้ึนกบั สารสนเทศท่ี
ตอ้ งการ เช่น ในสถานศึกษามกั จะตอ้ งการ สารสนเทศท่ีเก่ียวขอ้ งกบั ขอ้ มลู นกั เรียน ขอ้ มูลผลการเรียน
ขอ้ มลู อาจารย์ ขอ้ มูลการใชจ้ ่ายตา่ ง ๆ ขอ้ มลู เป็นสิ่งท่ีสาคญั ประการหน่ึงท่ีมีบทบาทต่อการใหเ้ กิด
สารสนเทศ
4.บคุ ลากร (Peopleware) เป็นส่วนประกอบที่สาคญั เพราะบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และเขา้ ใจ
วธิ ีการใหไ้ ดม้ าซ่ึงสารสนเทศ จะเป็นผดู้ าเนินการ ในการทางานท้งั หมด บคุ ลากรจึงตอ้ งมีความรู้ความเขา้ ใจ
ในการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ บุคลากรภายในองคก์ รเป็นส่วนประกอบที่จะทาใหเ้ กิด ระบบสารสนเทศ
ดว้ ยกนั ทุกคน เช่น ร้านขายสินคา้ แห่งหน่ึง บุคลากรที่ดาเนินการในร้านคา้ ทุกคน ต้งั แต่ผจู้ ดั การถึงพนกั งาน
ขาย เป็นส่วนประกอบที่จะทาใหเ้ กิดสารสนเทศได้
5.ข้นั ตอนการปฏิบตั ิงาน (Procedure) ข้นั ตอนการปฏิบตั ิงาน เป็นระเบียบวิธีการปฏิบตั ิงานในการจดั เก็บ
รักษาขอ้ มลู ใหอ้ ยใู่ นรูปแบบท่ีจะทาใหเ้ ป็นสารสนเทศได้ เช่น กาหนดให้ มีการป้อนขอ้ มลู ทกุ วนั ป้อน
ขอ้ มูลใหท้ นั ตามกาหนดเวลา มีการแกไ้ ขขอ้ มลู ใหถ้ ูกตอ้ งอยเู่ สมอ กาหนดเวลาในการประมวลผล การทา
รายงาน การดาเนินการ ต่าง ๆ ตอ้ งมีข้นั ตอน หากข้นั ตอนใดมีปัญหาระบบกจ็ ะมีปัญหาดว้ ย เพราะทุก
ข้นั ตอนมีผลต่อระบบสารสนเทศ
ประเภทของระบบสารสนเทศ
ระบบสารสนเทศสามารถจาแนกไดต้ ามลกั ษณะการดาเนินงานไดด้ งั น้ี
1.ระบบสารสนเทศแบบประมวลรายการ (TPS : Transaction Processing Systems) เป็นระบบสารสนเทศท่ี
เกี่ยวกบั การบนั ทึกและประมวลขอ้ มลู ท่ีเกิดจาก ธุรกรรมหรือการปฏิบตั ิงานประจาหรืองานข้นั พ้ืนฐานของ
องคก์ าร เช่น การซ้ือขายสินคา้ การบนั ทึกจานวนวสั ดุคงคลงั เมื่อใดก็ตามที่มีการทาธุรกรรมหรือปฏิบตั ิงาน
ในลกั ษณะดงั กลา่ วขอ้ มูลที่เกี่ยวขอ้ งจะเกิดข้ึนทนั ที เช่น ทุกคร้ังท่ีมีการขายสินคา้ ขอ้ มูลท่ีเกิดข้นึ ก็คือ ช่ือ
ลูกคา้ ประเภทของลกู คา้ จานวนและราคาของสินคา้ ที่ขายไป รวมท้งั วธิ ีการชาระเงินของลกู คา้
2.ระบบสารสนเทศเพื่อการจดั การ (MIS : Management Information System) คือระบบท่ีใหส้ ารสนเทศ ท่ี
ผบู้ ริหารตอ้ งการ เพ่ือใหส้ ามารทางาน ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ โดยจะรวมท้งั สารสนเทศภายในและ
ภายนอกสารสนเทศที่เก่ียวพนั กบั องคก์ รท้งั ในอดีตและปัจจุบนั นอกจากน้ีระบบน้ีจะตอ้ งใหส้ ารสนเทศใน
ช่วงเวลาท่ีเป็นประโยชน์ เพ่ือใหผ้ บู้ ริหารสามารถตดั สินใจในการวางแผนการควบคุม และการปฏิบตั ิการ
ขององคก์ รไดอ้ ยา่ ง ถูกตอ้ ง แมว้ า่ ผบู้ ริหารที่จะไดร้ ับประโยชนจ์ ากระบบน้ีสูงสุดคอื ผบู้ ริหารระดบั กลาง แต่
โดยพ้ืนฐานของระบบน้ีแลว้ จะเป็นระบบที่สามารถสนบั สนุนขอ้ มูลใหผ้ บู้ ริหารท้งั สาม ระดบั คือท้งั
ผบู้ ริหารระดบั ตน้ ผบู้ ริหารระดบั กลางและผบู้ ริหารระดบั สูง โดยระบบน้ีจะใหร้ ายงานที่สรุปสารสนเทศซ่ึง
รวบรวมจากฐานขอ้ มูลท้งั หมดของบริษทั
3.ระบบสนบั สนุนการตดั สินใจ (DSS : Decision Support System) เป็นระบบท่ีพฒั นาข้ึนจากระบบ MIS อีก
ระดบั หน่ึง เนื่องจาก ถึงแมว้ า่ ผทู้ ี่มีหนา้ ที่ในการตดั สินใจจะสามารถใชป้ ระสบการณ์หรือใชข้ อ้ มลู ที่มีอยแู่ ลว้
ในระบบเอม็ ไอเอส ของบริษทั สาหรับทาการตดั สินใจไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพในงานปกติ แต่บ่อยคร้ังท่ีผู้
ตดั สินใจ โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ผบู้ ริหารในระดบั สูงและระดบั กลางจะเผชิญกบั การตดั สินใจที่ประกอบดว้ ย
ปัจจยั ที่ซบั ซอ้ นเกินกวา่ ความสามารถของมนุษยท์ ี่จะประมวล เขา้ ดว้ ยกนั ไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง จึงทาใหเ้ กิดระบบ
น้ีข้ึน ซ่ึงเป็นระบบที่สนบั สนุนความตอ้ งการเฉพาะของผบู้ ริหารแต่ละคน (made by order) ในหลายๆ
สถานะการณ์ ระบบ น้ีมีหนา้ ที่ช่วยใหก้ ารตดั สินใจเป็นไปไดอ้ ยา่ งสะดวก
4.ระบบสนบั สนุนการตดั สินใจแบบกลุ่ม (GDSS : Group Decision Support System) เป็นระบบยอ่ ยหน่ึงใน
ระบบสารสนเทศเพ่ือการจดั การ โดยท่ีระบบสนบั สนุนการตดั สินใจจะช่วยผบู้ ริหารในเร่ืองการตดั สินใจใน
เหตุการณ์หรือกิจกรรมทางธุรกิจท่ีไม่มีโครงสร้างแน่นอน หรือก่ึงโครงสร้าง ระบบสนบั สนุนการตดั สินใจ
อาจจะใชก้ บั บุคคลเดียวหรือช่วยสนบั สนุนการตดั สินใจเป็นกลุ่ม นอกจากน้นั ยงั มีระบบสนบั สนุนผบู้ ริหาร
เพอ่ื ช่วยผบู้ ริหารในการตดั สินใจเชิงกลยทุ ธ์
5.ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS : Geographic Information System) ระบบสารสนเทศภมู ิศาสตร์ หรือ
Geographic Information System : GIS คือกระบวนการทางานเกี่ยวกบั ขอ้ มูลในเชิงพ้ืนที่ดว้ ยระบบ
คอมพิวเตอร์ ท่ีใชก้ าหนดขอ้ มูลและสารสนเทศ ที่มีความสัมพนั ธก์ บั ตาแหน่งในเชิงพ้ืนที่ เช่น ท่ีอยู่
บา้ นเลขที่ สมั พนั ธก์ บั ตาแหน่งในแผนที่ ตาแหน่ง เส้นรุ้ง เสน้ แวง ขอ้ มลู และแผนที่ใน GIS เป็นระบบขอ้ มูล
สารสนเทศที่อยใู่ นรูปของตารางขอ้ มูล และฐานขอ้ มูลที่มีส่วนสัมพนั ธ์กบั ขอ้ มลู เชิงพ้ืนที่ (Spatial Data) ซ่ึง
รูปแบบและความสัมพนั ธ์ของขอ้ มลู เชิงพ้ืนท่ีท้งั หลาย จะสามารถนามาวิเคราะห์ดว้ ย GIS และทาใหส้ ่ือ
ความหมายในเร่ืองการเปล่ียนแปลงที่สมั พนั ธก์ บั เวลาได้ เช่น การแพร่ขยายของโรคระบาด การเคลื่อนยา้ ย
ถิ่นฐาน การบกุ รุกทาลาย การเปลี่ยนแปลงของการใชพ้ ้ืนท่ี ฯลฯ ขอ้ มูลเหลา่ น้ี เมื่อปรากฏบนแผนท่ีทาให้
สามารถแปลและส่ือความหมาย ใชง้ านไดง้ ่าย
6.ระบบสารสนเทศเพ่ือผบู้ ริหารระดบั สูง (EIS : Excusive Information System) เป็นระบบท่ีสร้างข้ึน เพื่อ
สนบั สนุน สารสนเทศและการตดั สินใจสาหรับผูบ้ ริหารระดบั สูงโดยเฉพาะ หรือ สามารถกล่าวไดว้ า่ ระบบ
น้ีคือส่วนหน่ึงของ DSS ท่ีแยกออกมา เพ่ือเนน้ การใหส้ ารสนเทศที่สาคญั ต่อการบริการแก่ผบู้ ริหาร
7. ปัญญาประดิษฐ์ (AI : Artificial Intelligence) ระบบที่ทาใหเ้ คร่ืองคอมพิวเตอร์กลายเป็นผชู้ านาญการณ์
ในสาขาใดสาขาหน่ึง คลา้ ยกบั มนุษย์ ระบบผเู้ ชี่ยวชาญมีส่วนคลา้ ยคลึงกบั ระบบอื่นๆ คือเป็นระบบ
คอมพิวเตอร์ที่ช่วยผบู้ ริหารแกไ้ ขปัญหาหรือทาการ ตดั สินใจไดด้ ีข้ึน อยา่ งไรกด็ ีระบบผเู้ ชี่ยวชาญจะ
แตกตา่ งกบั ระบบอื่นอยมู่ าก เนื่องจากระบบผเู้ ชี่ยวชาญจะเก่ียวขอ้ งกบั การจดั การ ความรู้ (Knowledge)
มากกวา่ สารสนเทศ และถกู ออกแบบใหช้ ่วยในการตดั สินใจโดยใชว้ ิธีเดียวกบั ผเู้ ช่ียวชาญท่ี มนุษย์ โดยใช้
หลกั การทางานดว้ ยระบบ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence)
8.ระบบสานกั งานอตั โนมตั ิ (OAS : Office Automation System) เป็นระบบที่ใชบ้ ุคลากรนอ้ ยท่ีสุด โดยอาศยั
เคร่ืองมือแบบอตั โนมตั ิและระบบส่ือสารเช่ืองโยงข่าวสารระหวา่ งเครื่องมือเหลา่ น้นั เขา้ ดว้ ยกนั QAS มี
จุดมงุ่ หมายใหเ้ ป็นระบบท่ีไม่ใชก้ ระดาษ (Paperless System) ส่งข่าว สารถึงกนั ดว้ ยขอ้ มูลอิเลก็ ทรอนิกส์
(Electronic Data Interchange) แทน ซ่ึงมีรูปแบบในการใชง้ าน 2 ลกั ษณะคอื
รูปแบบของระบบงานพิมพแ์ ละการประมวลผลทางอิเลก็ ทรอนิกส์ (Electronic Publishing & Processing
System) ไดแ้ ก่การสื่อสารดว้ ยขอ้ ความ รูปภาพ จดหมายอิเลก็ ทรอนิกส์ (Electronic Mail : E-Mail) โทรสาร
(FAX)หรือ เสียงอิเลก็ ทรอนิกส์ (Voice Mail) เป็นตน้
รูปแบบการประชุมทางไกลดว้ ยระบบอิเลก็ ทรอนิกส์ (Electronic Meeting System) เป็นเทคนิคที่ทาใหก้ ลมุ่
คนทว่ั โลกสามารถติดตอ่ ส่ือสารกนั ได้ คลา้ ยการพดู คุยกนั โดยตรง เช่น การประชุมทางไกลแบบมีแต่เสียง
(Audio Conferencing),การประชุมทางไกลแบบมีท้งั ภาพและเสียง (Video Conferencing) หรือ ท้งั จดหมาย
อิเลก็ ทรอนิกส์ โทรสาร และ เสียงอิเลก็ ทรอนิกส์รวมกนั เป็นตน้
ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ
เทคโนโลยี (Technology) หมายถึง การนาความมรู้ดา้ นวิทยาศาสตร์มาประยกุ ตใ์ นการพฒั นาเครื่องมือ
เคร่ืองใช้ อปุ กรณ์ วิธีการและกระบวนการต่างๆ เพอ่ื ใหก้ ารดารงชีวิตของมนุษยง์ า่ ยและสะดวกยง่ิ ข้ึน
สารสนเทศ (Information) หมายถึง ผลลพั ธ์ท่ีเกดจากการนาขอ้ มูลมาผา่ นกระบวนการต่างๆ อยา่ งมีระบบ
เทคโนโลยสี ารสนเทศ (Information Technology : IT) หมายถึง การนาความรู้ทางดา้ นวิทยาศาสตร์มา
ประยกุ ตใ์ ชเ้ พือ่ สร้างหรือจดั การสารสนเทศอยา่ งเป็นระบบและรวดเร็ว โดยอาศยั เทคโนโลยที างดา้ น
คอมพิวเตอร์
ประเภทของเทคโนโลยีสารสนเทศ
เทคโนโลยสี ารสนเทศที่มีอยใู่ นโลก ณ ปัจจุบนั สามารถแบง่ ออกได้ เป็น 4 ประเภท คือ
1. เทคโนโลยดี า้ นการรับขอ้ มลู (Sensing Technology) เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยใหเ้ ราสามารถเก็บรวบรวมขอ้ มลู
ขา่ วสารที่อยรู่ อบตวั เราแลว้ เปลี่ยนใหอ้ ยใู่ นรูปแบบที่คอมพวิ เตอร์สามารถเขา้ ใจได้ อุปกรณ์เหลา่ น้ีไดแ้ ก่
เคร่ืองแสกนภาพ(image scanners) เครื่องอา่ นรหสั แถบ(bar code scanners) และ อปุ กรณ์รับสัญญาณ
(Sensors) เป็นตน้
2. เทคโนโลยกี ารสื่อสาร (Communication Technology) เช่น โทรสาร โทรศพั ทไ์ ร้สาย เครือขา่ ยทอ้ งถ่ิน
(LAN)
3. เทคโนโลยวี ิเคราะห์ (Analyzing Technology) ไดแ้ ก่ คอมพิวเตอร์ต่างๆ ท้งั ส่วนท่ีเป็น Hardware และ
Software
4. เทคโนโลยกี ารแสดงผล (Display Technology) เช่น จอภาพ เคร่ืองพมิ พ์ โปรเจคเตอร์
ประโยชนแ์ ละตวั อยา่ งของการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร
1.ดา้ นการศึกษา เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารถูกนามาใชเ้ พอื่ อานวยความสะดวกในการบริหาร
ดา้ นการบริหารดา้ นการศึกษา เช่น ระบบการลงทะเบียน และระบบการจดั ตารางสอน นอกจากน้ียงั ใชเ้ ป็น
เครื่องมือในการเพ่ิมโอกาสทางดา้ นการศึกษาและเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอน
2.ดา้ นการแพทยแ์ ละสาธารณสุข เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารถูกนามาใชเ้ ร่ิมต้งั แตก่ ารทาทะเบียน
คนไข้ การรักษาพยาบาลทว่ั ไป ตลอดจนการวินิจฉยั และรักษาโรคตา่ งๆไดอ้ ยา่ งรวดเร็วและแมน่ ยา
นอกจากน้ียงั ใชใ้ นหอ้ งทดลอง การศึกษาและการวจิ ยั ทางการแพทย์ งานศึกษาโมเลกลุ สารเคมี สามารถ
คน้ ควา้ ขอ้ มูลทางการแพทย์ รักษาคนไขด้ ว้ ยระบบการรักษาทางไกลตลอดเวลาผา่ นเครือขา่ ยการส่ือสาร
เครื่องเอกซเรยค์ อมพวิ เตอร์ที่เรียกวา่ อีเอม็ ไอสแกนเนอร์ (EMI scanner) ถูกนามาถา่ ยภาพสมองมนุษยเ์ พ่ือ
ตรวจหาความผิดปกติในสมอง
3. ดา้ นการเกษตรและอุตสาหกรรม เทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารถกู นามาใชป้ ระโยชนใ์ นดา้ น
เกษตรกรรม เช่น การจดั ทาระบบขอ้ มูลเพอื่ การเกษตรและพยากรณ์ผลผลิตดา้ นการเกษตร นอกจากน้ียงั ช่วย
พฒั นาความกา้ วหนา้ ทางดา้ นอตุ สาหกรรม การประดิษฐห์ ุ่นยนตเ์ พ่ือใช้ทางานบา้ น และหุ่นยนตเ์ พ่ืองาน
อุตสาหกรรมที่ตอ้ งเส่ียงภยั และเป็นอนั ตรายต่อสุขภาพ เช่น โรงงานสารเคมี โรงผลิตและการจ่ายไฟฟ้า
รวมถึงงานที่ตอ้ งทาซ้าๆ
4.ดา้ นการเงินธนาคาร เทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารถกู นามาใชใ้ นดา้ นการเงินและการธนาคาร
โดยใชช้ ่วยดา้ นการบญั ชี การฝากถอนเงิน โอนเงิน บริการสินเชื่อ และเปลี่ยนเงินตรา บริการขา่ วสาร
ธนาคาร การใชค้ อมพิวเตอร์ดา้ นการเงินการธนาคารที่รู้จกั และนิยมใชก้ นั ทว่ั ไป เช่น บริการฝากถอนเงิน
การโอนเงินแบบอิเลก็ ทรอนิกส์
5.ดา้ นความมน่ั คง มีการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารกนั อยา่ งแพร่หลาย เช่น ใชใ้ นการควบคมุ
ประสานงานวงจรสื่อสารทหาร การแปลรหสั ลบั ในงานจารกรรมระหวา่ งประเทศ การส่งดาวเทียมและการ
คานวณวถิ ีโคจรของจรวดไปสู่อวกาศ สานกั งานตารวจแห่งชาติของประเทศไทยมีศนู ยป์ ระมวลขา่ วสาร มี
ระบบจดั ทาทะเบียนปื น ทะเบียนประวตั ิอาชญากร ทาใหเ้ กิดความสะดวกและรวดเร็วในการสืบคน้ ขอ้ มูล
เพ่อื การสืบสวนคดีต่างๆ
6.ดา้ นการคมนาคม มีการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารในส่วนที่เก่ียวกบั การเดินทาง เช่น การ
เดินทางโดยรถไฟ มีการเช่ือมโยงขอ้ มูลการจองท่ีนง่ั ไปยงั ทุกสถานี ทาใหส้ ะดวกต่อผโู้ ดยสาร การเช็คอิน
ของสายการบิน ไดจ้ ดั ทาเคร่ืองมือที่สะดวกต่อลูกคา้ ในรูปแบบของการเช็คอินดว้ ยตนเอง
7.ดา้ นวศิ วกรรมและสถาปัตยกรรม มีการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารในการออกแบบ หรือ
จาลองสภาววการณ์ตา่ งๆ เช่น การรับแรงสั่นสะเทือนของอาคารเมื่อเกิดแผน่ ดิวไหว โดยการคานวณและ
แสดงภาพสถานการณ์ใกลเ้ คยี งความจริง
8.ดา้ นการพาณิชย์ องคก์ รในภาคธุรกิจใชป้ ระโยชน์จากเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารในการ
บริหารจดั การ เพื่อช่วยเพม่ิ ความยดื หยนุ่ ใหก้ บั องคก์ รในการทางาน ทาใหก้ ารประสานงานหรือการทา
กิจกรรมต่างๆ ของแตล่ ะหน่วยงานในองคก์ รหรือระหวา่ งองคก์ รเป็นไปไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพมากข้ึน
นอกจากน้ียงั สามารถใชป้ รับปรุงการใหบ้ ริการกบั ลกู คา้ ทวั่ ไป ส่ิงเหล่าน้ีนบั เป็นการสร้างโอกาสความ
ไดเ้ ปรียบในการแขง่ ขนั ใหก้ บั องคก์ ร
แนวโน้มการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร
1. ดา้ นอปุ กรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร เม่ือพิจารณาเครือขา่ ยการส่ือสารทวั่ ไปจาก
อดีตจนถึงปัจจุบนั เห็นไดช้ ดั วา่ มนุษยใ์ ชอ้ ปุ กรณ์การสื่อสารแบบพกพามากข้นึ เรื่อย ๆ เร่ิมจากวิทยเุ รียกตวั
(pager) ซ่ึงเป็นเคร่ืองรับขอ้ ความ มาเป็นถึงโทรศพั ทเ์ คล่ือนที่ อุปกรณ์ส่ือสารชนิดน้ีไดถ้ กู พฒั นาจนสามารถ
ใชง้ านดา้ นอ่ืนๆได้ นอกจากการพดู คยุ ธรรมดา โทรศพั ทเ์ คลื่อนที่รุ่นใหมส่ ามารถใชถ้ ่ายรูป ฟังเพลง ฟังวทิ ยุ
ดูโทรทศั น์ บนั ทึกขอ้ มูลส้ันๆ บางรุ่นมีลกั ษณะเป็นเครื่องช่วยงานส่วนบุคคล (Personal Digital Assistant :
PDA) ซ่ึงสามารถเช่ือมต่อกบั อินเทอร์เน็ตได้ อีกท้งั ยงั มีหนา้ จอแบบสัมผสั ทาใหส้ ะดวกต่อการใชง้ านมาก
ข้ึน บางรุ่นมีอปุ กรณ์สไตลสั (stylus)
2. ดา้ นระบบเครือข่ายคอมพวิ เตอร์ ระบบเคร่ืองข่ายคอมพวิ เตอร์ในอดีตมนั เป็นระบบที่ใช้
คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เช่ือมตอ่ ตรงโดยจุดเดียว (stand alone) ต่อมามีการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เขา้ ดว้ ยกนั
ภายในองคก์ ร เพื่อทาใหส้ ามารถใชข้ อ้ มลู ร่วมกนั หรือใชเ้ ครื่องพมิ พร์ ่วมกนั จนเกิดเป็นระบบรับและ
ใหบ้ ริการ หรือที่เรียกวา่ ระบบรับ-ใหบ้ ริการ (client-server system) โดยมีเคร่ืองใหบ้ ริการ (server) และ
เครื่องรับบริการ (client) การใหบ้ ริการบนเวบ็ กน็ าหลกั การของระบบรับ-ใหบ้ ริการมาใชช้ ่วยใหก้ ารทางาน
ง่ายข้นึ สะดวก รวดเร็ว เพราะสามารถทางานจากที่ใดก็ไดโ้ ดยผา่ นระบบอินเตอร์เน็ต โดยมีเวบ็ เซิร์ฟเวอร์
(web server) เป็นเครื่องใหบ้ ริการ
3. ดา้ นเทคโนโลยี ระบบทางานอตั โนมตั ิท่ีสามารถตดั สินใจไดเ้ องจะเขา้ มาแทนท่ีมากข้ึน เช่น ระบบ
แนวนาเส้นทางจราจร ระบบจอดรถ ระบบตรวจหาตาแหน่งของวตั ถุ ระบบควบคุมความปลอดภยั ภายใน
อาคาร ระบบท่ีทางานอตั โนมตั ิเช่นน้ี อาจกลายเป็นระบบหลกั ในการดาเนินการของหน่วยงานต่างๆ โดยเขา้
มาแทนที่การทางานของมนุษย์ มีการเช่ือมต่ออยา่ งกวา้ งขวางไปยงั หน่วยงานที่เก่ียวขอ้ งมากกวา่ ที่เป็นอยใู่ น
ปัจจุบนั
ความเปลยี่ นแปลงจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร
ความกา้ วหนา้ ของอปุ กรณ์เทคโนโลยสี ารสรเทศและการสื่อสารเป็นไปอยา่ งรวดเร็ว เพอ่ื นสนองความ
ตอ้ งการดา้ นต่างๆ ของผใู้ ชป้ ัจจุบนั ซ่ึงมีจานวนผใู้ ชง้ านเทคโนโลยสี ารสรเทศและการส่ือสารทว่ั โลก
ประมาณพนั ลา้ นคน และเพ่ิมข้ึนเร่ือย ๆ ทกุ ปี ผใู้ ชส้ ามารถใชง้ านอุปกรณ์ดงั กล่าวไดท้ ุกที่ ทกุ เวลา จึงทาให้
เกิดความเปล่ียนแปลงดา้ นตา่ งๆท้งั ท้ี่เกิดประโยชน์และโทษ เช่น
1.ดา้ นสงั คม สภาพเสมือนจริง การใชอ้ ินเตอร์เนต็ เชื่อมโยงการทางานตา่ งๆ จนเกิดเป็นสงั คมที่ติดตอ่ ผา่ น
ทางอินเตอร์เน็ต หรือท่ีรู้จกั กนั วา่ ไซเบอรฺ์สเปช (cyber space) ซ่ึงมีกิจกรรมต่างๆ เช่น การพูดคยุ การช้ือ
สินคา้ และบริการ การทางานผา่ นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทาใหเ้ กิดสภาพที่เสมือนจริง (virtual) เช่น เกมส์
เสมือนจริง ห้องเรียนเสมือนจริง ซ่ึงทาใหล้ ดเวลาในการเดินทางและสามารถใชง้ านไดท้ ุกที่ทกุ เวลา
2.ดา้ นเศรษฐกิจ เทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารส่งผลใหเ้ กิดสังคมโลกาภิวตั น์(globalization) เพราะ
สามารถชมขา่ ว ชมรายการโทรทศั นท์ ี่ส่งกระจายผา่ นดาวเทียมของประเทศตา่ งๆ ไดท้ ว่ั โลก สามารถรับรู้
ขา่ วสารไดท้ นั ที ใชอ้ ินเทอร์เน็ตในการติดตอ่ ส่ือสารระหวา่ งกนั ระบบเศรษฐกิจซ่ึงแต่เดิมมีขอบเขตจากดั
ภายในประเทศ ก็กระจายเป็นเศรษฐกิจโลก เกิดกระแสการหมนุ เวียนแลกเปลี่ยนสินคา้ และบริการอยา่ ง
รวดเร็วและกวา้ งขวาง ระบบเศรษฐกิจของทกุ ประเทศในโลกจึงเช่ือมโยงและผกู พนั กนั มากข้นึ
3.ดา้ นสิ่งแวดลอ้ ม เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร มีประโยชน์ในดา้ นธรรมชาติและและสิ่งแวดลอ้ ม
เช่น ระบบป้องกนั การกดั เซาะชายฝั่ง โดยใชภ้ าพถ่ายดาวเทียม หรือภาพถา่ ยทางอากาศ ร่วมกบั การจดั เกบ็
รักษาขอ้ มูลระดบั น้าทะเล ความสูงของคล่ืนจากระบบเรดาร์ เป็นการศึกษาเพอ่ื หาสาเหตุ และนาขอ้ มลู มา
วางแผนและสร้างระบบเพอ่ื ป้องกนั การกดั เซาะชายฝ่ังแต่ละแห่งไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ตัวอย่างอาชีพทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร
ตลาดแรงงานตอ้ งการผทู้ ี่มีความรู้ความเขา้ ใจงานเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารอยา่ งแทจ้ ริง ซ่ึงงาน
ดา้ นน้ีจะรวมถึง งานดา้ นการออกแบบโปรแกรมต่างๆ โปรแกรมใชง้ านบนเวบ็ งานดา้ นการเขยี นโปรแกรม
ภาษาคอมพวิ เตอร์ งานดา้ นฐานขอ้ มูล งานดา้ นระบบเครือข่ายท้งั ในและนอกองคก์ ร รวมถึงการรักษาความ
มนั่ คงปลอดภยั ในระบบคอมพิวเตอร์บนเครือข่าย ดงั น้นั องคก์ รจึงมีความตอ้ งการบุคลากรท่ีมีความรู้
ความสามารถในการบริหารจดั การ และพฒั นาซอฟตแ์ วร์ เพ่อื ใชง้ านดา้ นต่างๆขององคก์ ร ตวั อยา่ งอาชีพ
ดา้ นเทคโลโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร เช่น
1. นกั เขียนโปรมแกรมหรือโปรแกรมเมอร์ (Programmer)
ทาหนา้ ที่ในการเขยี นโปรแกรมคอมพวิ เตอร์เพอื่ ใชใ้ นงานดา้ นต่างๆ เช่น โปรมแกรมเก่ียวกบั การซ้ือขาย
สินคา้ โปรแกรมที่ใชก้ บั งานดา้ นบญั ชี หรือโปรแกรมที่ใชก้ บั ระบบงานขนาดใหญข่ ององค์กร
2. นกั วเิ คราะหร์ ะบบ (System Analyst)
ทาหนา้ ที่ในการศึกษาวิเคราะห์และพฒั นาระบบสารสนเทศ นกั วิเคราะห์ระบบจะทาการวเิ คราะหร์ ะบบงาน
และออกแบบระบบสารสนเทศใหต้ รงกบั ความตอ้ งการของผใู้ ชง้ าน ซ่ึงอาจรวมถึงงานดา้ นการออกแบบ
ฐานขอ้ มลู ดว้ ย
3. ผดู้ ูแลและบริหารฐานขอ้ มลู (Database Administrator)
ทาหนา้ ท่ีบริหารและจดั การฐานขอ้ มลู (database) รวมถึงการออกแบบ บารุงรักษาขอ้ มูล และการดูแลระบบ
ความปลอดภยั ของฐานขอ้ มูล เช่น การกาหนดบญั ชีผใู้ ช้ การกาหนดสิทธ์ิผใู้ ช้
4. ผดู้ ูแลและบริหารระบบ (System Administrator)
ทาหนา้ ท่ีบริหารและจดั การระบบคอมพิวเตอร์ในองคก์ ร โดยดูแลการติดต้งั และบารุงรักษาระบบปฎิบตั ิการ
การติดต้งั ฮาร์ดแวร์ สร้าง ออกแบบและบารุงรักษาบญั ชีผใู้ ช้ สาหรับองคก์ รขนาดเลก็ เจา้ หนา้ ท่ีความคมุ
ระบบอาจตอ้ งดูแลและบริหารระบบเครือข่ายดว้ ย
5. ผดู้ ูแลและบริหารระบบเครือข่าย (Network Administrator)
ทาหนา้ ท่ีบริหารและจดั การออกแบบระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และดูแลรักษาความปลอดภยั ของระบบ
เครือข่ายขององคก์ ร เช่น ตรวจสอบการใชง้ านเครือขา่ ยของพนกั งานและติดต้งั โปรแกรมป้องกนั ผบู้ ุกรุก
เครือข่าย
6. ผพู้ ฒั นาและบริหารระบบเวบ็ ไซต์ (Webmaster)
ทาหนา้ ท่ีออกแบบพฒั นา ปรับปรุงและบารุงรักษาเวบ็ ไซตใ์ หม้ ีความทนั สมยั โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ตอ้ งมีการ
ปรับปรุงขอ้ มูลใหเ้ ป็นปัจจุบนั อยเู่ สมอ
7. เจา้ หนา้ ท่ีเทคนิค (Technician)
ทาหนา้ ที่ซ่อมบารุงรักษาเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ ติดต้งั โปรแกรม หรือติดต้งั ฮาร์ดแวร์ตา่ งๆและแกไ้ ขปัญหาท่ี
อาจเกิดจากการใชอ้ ปุ กรณ์คอมพวิ เตอร์ในองคก์ ร
8. นกั เขยี นเกม (Game maker)
ทาหนา้ ท่ีเขียนหรือพฒั นาโปรแกรมเกมคอมพิวเตอร์ในปัจจุบนั น้ีการเขยี นโปรมแกรมคอมพวิ เตอร์เป็น
อาชีพไดร้ ับความนิยมอยา่ งสูงในประเทศไทย