The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ง23101

ง23101

เอกสารประกอบการเรยี น รายวชิ า ง23101 การงานอาชพี (งานธรุ กิจ) ระดบั ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 โรงเรยี นหาดใหญ่วทิ ยาลยั 47

หนา้

แบบฝกึ หัด
เรอื ง การทาบญั ชี

ตอนท่ี 1 จงตอบคาถามตอ่ ไปนใี้ หถ้ กู ต้อง
1. จงอธิบายขัน้ ตอนของการทาบัญชรี ายรับรายจา่ ยโดยใชโ้ ปรแกรม excel มาอย่างละเอียด

(yorwor saving)………..………………………………………………………………………………………………………………
............................................................................................................................. ........................................
................................................................................................................................. ....................................
.............................................................................................. ......................................................................

2. จงอธิบายประโยชนข์ องการทาบญั ชรี ายรับรายจา่ ยของตนเองมาอยา่ งน้อย 3 ข้อ
............................................................................................................................. ........................................
................................................................................................................................................... ..................
................................................................................................................ ....................................................
............................................................................................................................. ........................................
.................................................................................................................................................................. ..

3. การแยกประเภทค่าใชจ้ า่ ยในการทาบัญชรี ายรบั รายจา่ ยของตนเองในแต่ละวัน มปี ระโยชน์
อย่างไร
.....................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ........................................
............................................................................................................................. .......................................
.....................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................

เอกสารประกอบการเรยี น รายวชิ า ง23101 การงานอาชพี (งานธรุ กิจ) ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 โรงเรยี นหาดใหญว่ ทิ ยาลยั 48

หนา้

การออมทรพั ย์

การออมทรัพย์เป็นการเกบ็ เงินไว้เพื่อใช้จ่ายในวนั ข้างหนา้ เพื่อซ้ือส่ิงที่ต้องตามที่ไดต้ ้ังจดุ ประสงค์
และวางแผนไว้ การออมทรัพย์เกิดจากการกันเงินส่วนหนึ่งไว้ก่อน ส่วนที่เหลือจึงนาไปใช้จ่าย สาหรับ
สิ่งจูงใจในการออม คือ เป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งในอนาคต ซึ่งได้กาหนดไว้อย่างชัดแจ้งแน่นอน จึง
ก่อให้เกดิ ความกระตือรือร้นทีจ่ ะออมมากขึ้น เปา้ หมายของแตล่ ะบุคคลอาจแตกตา่ งกนั ออกไป ขน้ึ อยู่กับ
ความจาเป็นและความต้องการเป็นสาคัญ เป้าหมายในการออมที่ต่างกันเป็นสิ่งกาหนดให้จานวนเงินออม
และระยะเวลาในการออมทรัพย์แตกต่างกัน ซึ่งในทางทฤษฎี ปกติควรจะเก็บออมประมาณร้อยละ 10
ของรายได้ท่ีได้รับ แต่มิใช่เป็นกฎตายตัวจานวนเงินออมจะมากน้อยเท่าไรข้ึนอยู่กับรายได้และความ
รับผดิ ชอบของครอบครวั ต่อสมาชิกในครอบครวั หากรายไดท้ ีไ่ ดร้ ับใชจ้ ่ายเฉพาะตัว ก็สามารถเกบ็ ออมได้
ในอัตราสูง เม่ือรายได้เปล่ียนแปลงก็จะมีผลต่อการออมด้วย การออมจะทาได้ง่ายสาหรับคนโสด หรือ
ครอบครัวท่ีไม่มลี ูกที่ตอ้ งเลีย้ งดู

1. ความหมายของการออมทรัพย์
1. การออมทรัพย์ หมายถงึ การประหยดั การเกบ็ สะสมไว้ใชใ้ นอนาคตเม่ือมีเหตุการณจ์ าเปน็

เชน่ เจ็บป่วย หรือเมือ่ เขา้ ส่วู ยั ชรา การออมทรัพยไ์ ม่ใช่การเก็บเงินไว้เฉย ๆ แต่อาจจะนาไปฝากธนาคาร
ซื้อสลากออมสนิ หรือซ้ือพันธบตั ร หรอื การทาประกนั ชีวติ เพื่อใหเ้ กิดดอกออกผล

การออมทรัพยใ์ นวิชาเศรษฐศาสตร์ หมายถึง การออมทรัพยใ์ นระบบหรือการออมทรพั ย์โดย
ผ่านสถาบนั การเงนิ ทุกประเภท ปัจจัยทจ่ี ูงใจใหผ้ ้บู รโิ ภคมกี ารออมทรัพย์ในระบบเพมิ่ มากขน้ึ มหี ลาย
ประการ คือ

1.1 ผลตอบแทน (ดอกเบี้ย) ดอกเบยี้ เงินฝากของสถาบนั การเงนิ จะเปน็ สิ่งจูงใจ โดยตรงตอ่
การออมทรัพยข์ องผู้บริโภค กล่าวคอื ถ้าอตั ราดอกเบย้ี เงินฝากสงู ข้ึน จะจงู ใจให้มีการฝากเงนิ ออมทรัพย์
เพม่ิ มาขึ้น

1.2 ความม่นั คงของสถาบันการเงนิ ความมั่นคงของสถาบนั การเงนิ ย่อมเปน็ การเพิ่มความ
มน่ั ใจ ความปลอดภยั และความศรทั ธาแกผ่ ู้บรโิ ภค ซง่ึ จะทาให้เกดิ การออมทรัพย์เพ่มิ มากข้นึ

1.3 การแพร่กระจายของสถาบันการเงนิ ถ้าสถาบันการเงินมจี านวนเพม่ิ มากข้ึน และมกี าร
แพรก่ ระจายออกไปทกุ หนทุกแหง่ เป็นการอานวยความสะดวกในการออมทรพั ย์ของผู้บรโิ ภค กจ็ ะมผี ล
ทาให้การออมทรัพย์เพ่ิมขึ้น

1.4 การควบคุมระดบั ราคาสินค้าหรือบรกิ าร ถ้าระดบั ราคาสินคา้ หรือบรกิ ารสงู ข้ึนเร่อื ย ๆ
จนเกิดภาวะเงนิ เฟ้ออยา่ งรนุ แรง จะทาใหผ้ ู้บรโิ ภคออมทรัพยน์ อ้ ยลง เพราะผลตอบแทนจากการออม
ทรพั ยไ์ มส่ ามารถชดเชยการสญู เสียรายได้จากภาวะเงนิ เฟ้อ แต่ในทางตรงกนั ขา้ ม ถา้ ระดับราคาสนิ คา้
หรือบรกิ ารลดลง ยอ่ มจะทาใหก้ ารออมทรัพย์ของผบู้ รโิ ภคเพม่ิ ข้นึ เนอ่ื งจากรายจา่ ยเพอื่ การบริโภคจะ
ต่าลง

เอกสารประกอบการเรยี น รายวชิ า ง23101 การงานอาชพี (งานธุรกจิ ) ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 โรงเรียนหาดใหญ่วทิ ยาลยั 49

หน้า

2. จุดมุ่งหมายในการออมทรพั ย์
การออมทรัพยเ์ ปน็ การสะสมอานาจซื้อในปจั จุบันเพ่ือใช้จา่ ยในอนาคต การออมทาไดไ้ ม่ยาก

เพยี งกาหนดจุดมุ่งหมายของการออมวา่ เปน็ การออมทรัพยร์ ะยะส้นั หรอื ระยะยาว
2.1 การออมทรัพย์เพ่ือประโยชน์ระยะสนั้ เช่นการออมเพ่ือซื้อส่ิงของที่มีราคาแพงเกินกวา่

เงินที่มอี ยู่ในขณะน้ันจึงไมอ่ าจจดั ซื้อได้ทันที ต้องเกบ็ ออมเงินให้ไดเ้ ท่าจานวนตามทต่ี ้องการก่อน
2.2 การออมทรัพย์เพ่ือประโยชน์ระยะยาว เป็นการออมทรัพย์อย่างมีวัตถุประสงค์ที่

แนน่ อน เชน่ การออมทรพั ยเ์ พื่อไว้ใช้ในยามสูงอายุ หรือเจบ็ ปว่ ยไม่สามารถทางานได้ หรอื ออมทรพั ย์เพื่อ
การศึกษาของบุตรหลาน หรือเก็บเพ่ือซื้อบ้าน ที่ดิน ท่ีอยู่อาศัย หรือเพ่ือการลงทุนทากิจการ การออม
ทรัพย์เพื่อประโยชน์ระยะยาว จึงเป็นการออมทรัพย์เพ่ือต้องการความม่ันคงทางการเงิน ซึ่งจะมีการใช้
ช่วงระยะเวลาทยี่ าวนานกว่า การออมทรัพย์เพือ่ ประโยชนร์ ะยะสัน้ เชน่ เม่อื เกษียณอายุราชการ หรือพ้น
จากการทางานเมื่อสูงอายุ โดยตอ้ งมีการวางแผนทจ่ี ะใช้เงินดอกผลจากการออมในการดารงชวี ติ

3. ประโยชน์ของการออมทรพั ย์การออมทรพั ย์มปี ระโยชนต์ ่อผู้ออม ดังนี้
3.1 ชีวิตและครอบครัวมีความม่ันคง สามารถนาเงินที่ออมไว้มาใช้จ่ายในกรณีจาเป็น เช่น

ยามเจบ็ ปว่ ย ยามชรา เปน็ ต้น
3.2 สามารถสนองความต้องการบริโภคของผู้ออมได้ บุคคลท่ีมีเงินเก็บออมไว้ เมื่อมี

ความต้องการในส่ิงต่าง ๆ ก็สามารถจะหามาตอบสนองความต้องการของตนได้ ช่วยให้มีความสุขและ
ความสะดวกสบายในการดาเนนิ ชีวิต

3.3 ได้รายไดเ้ พิม่ จากการท่มี เี งินออม เนือ่ งจากการท่ีผูอ้ อมได้ฝากเงินไวก้ ับสถาบนั การเงิน
ต่าง ๆ ย่อมได้ดอกเบย้ี เปน็ การตอบแทน เงินออมก็จะมีเพมิ่ พนู มากข้นึ

3.4 สามารถที่จะลงทุนในกิจการต่าง ๆ ได้ ช่วยให้มีรายได้เพ่ิมยิ่งขึ้นและยังเป็นการ
ช่วยเหลือสังคมได้ทางหนึ่ง

การออมทรัพย์มปี ระโยชนโ์ ดยส่วนรวม ดังน้ี
3.5 ช่วยให้เกิดความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ ท้ังน้ีเพราะเมื่อบุคคลมีการออมเงินโดย

ฝากไว้กับสถาบันการเงินต่าง ๆ ย่อมมีผลทาให้เงินออมเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ธุรกิจมีเงินทุนเพิ่มขึ้น มี
การผลิตสินค้าและบริการต่าง ๆ เพิ่มขึ้นเร่ือย ๆ กรณีที่มีการส่งสินค้าออกไปขายต่างประเทศก็จะมี
รายได้เขา้ มา ประชาชนมคี วามเปน็ อยู่ท่ีดขี ้นึ

3.6 ช่วยให้มีการจ้างงานเพ่ิมขึ้น จากการท่ีเงินออมมีผลทาให้เกิดการลงทุนในธุรกิจ ธุรกิจ
จะมีการขยายตัวในอัตราที่เพิ่มขึ้น ย่อมมีผลให้ความต้องการด้านแรงงานเพิ่มขึ้น ทาให้ประชาชนมีงาน
ทา มรี ายได้ มีความเปน็ อยู่ดขี ้ึน

3.7 ประเทศชาติจะมีความม่ันคง ประเทศท่ีประชาชนมีฐานะทางเศรษฐกิจดี รัฐก็จะมี
รายได้จากการเกบ็ ภาษีเพม่ิ ขนึ้ ย่อมส่งผลให้ประเทศเกดิ ความมน่ั คง

3.8 ชว่ ยใหป้ ระเทศมกี ารพัฒนาทีด่ ีขน้ึ การพัฒนาประเทศชาติในดา้ นตา่ ง ๆ จาเป็นต้องใช้
เงินทุน ท้ังด้านสาธารณูปโภค ธุรกิจ ความสะดวกสบาย ผลจากการออมจะส่งเสริมให้ประเทศชาติมี
รายไดเ้ ขา้ มามากข้ึน ดังน้ัน รัฐบาลก็จะมีเงนิ ทนุ ในการท่จี ะพฒั นาประเทศให้เจรญิ ก้าวหนา้ ในทุก ๆ ด้าน
เช่น มถี นนเพม่ิ ข้นึ มีรถไฟฟา้ ใช้ การติดตอ่ ส่ือสารสะดวกรวดเรว็ ขึน้ เป็นท่ียอมรบั ของทว่ั โลก

เอกสารประกอบการเรยี น รายวชิ า ง23101 การงานอาชพี (งานธุรกิจ) ระดับช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนหาดใหญ่วทิ ยาลยั 50

หน้า

4. การสร้างเงนิ ออม
การออมเงินบางคนทาไดง้ ่ายบางคนทาไดย้ าก การออมเงินในครอบครัว สมาชิกทุกคนตอ้ ง

ร่วมมือกนั ในการวางแผนการออมเงินและช่วยกันออมเงนิ คนละเลก็ ละน้อย เม่ือรวมหลาย ๆ คนเงินออม
ของครอบครวั กจ็ ะมากขึน้ แนวทางปฏิบัตสิ าหรับผูท้ ่ีต้องการสรา้ งเงินออมมดี ังน้ี

4.1 เร่ิมต้นการออมทนั ทีทม่ี ีรายได้ การออมควรเร่มิ ตน้ ใหเ้ ร็วทีส่ ดุ เพราะเรม่ิ ตน้ เร็วเท่าไร
เงนิ ออมยงิ่ มากขึน้ เท่านนั้ การออมเริม่ ต้นตง้ั แตม่ คี าว่า “ประหยัด”อยู่ในใจเสมอและมกี ารวางแผนการใช้
จา่ ย เมอ่ื จะจ่ายเงนิ ซ้ืออะไร ต้องคิดอย่างดี มเี หตผุ ลและซื้อของให้ตรงกบั การใช้งาน การสร้างเงนิ ออม
ควรใชเ้ งินออม สร้างรายได้ ด้วยโดยการนาเงนิ ออมนน้ั ไปฝากธนาคาร ทาประกันชวี ิตหรือสถาบนั การเงิน
ซึ่งให้ดอกเบี้ยเงินฝากหรอื ผลตอบแทนอยา่ งอ่ืน จะทาให้เงินออมมเี พ่มิ ข้นึ ถ้าฝากเงินเร็วทสี่ ดุ เทา่ ไรก็จะมี
เงินออมมากขน้ึ เท่านั้น

4.2 มีการกาหนดจานวนเงินออม ควรมีการตัดสนิ ใจว่าจะมีการออมเท่าไร ควรเรมิ่ ตน้ การ
ออมดว้ ยจานวนทนี่ อ้ ยท่สี ามารถจะออมได้และค่อยเพ่ิมมากขน้ึ เมือ่ มีรายไดเ้ พิ่มขึน้

4.3 เก็บออมอย่างสม่าเสมอ แต่ละครั้งท่ีมีรายได้ต้องวางแผนการใช้จ่ายที่รัดกุมและเป็นไป
ได้ตามสภาพรายได้และความรับผิดชอบของครอบครัว เม่ือพิจารณาลาดับความสาคัญของรายจ่ายแล้ว
พบว่าเงินออมเป็นรายจ่ายเพื่อสร้างความมั่นคงและความมั่งคั่งของครอบครัว จึงควรเป็นรายจ่ายสาคัญ
ลาดบั แรก ซงึ่ ตอ้ งเกบ็ เงนิ สว่ นที่เปน็ เงินออมทันทีที่ไดร้ บั รายได้มาก่อน ขน้ั ตอนนเ้ี ป็นข้นั ตอนท่ีสาคัญที่ทา
ให้มีเงนิ ออมถ้าทาได้จนเป็นนสิ ัยการออมเงนิ กไ็ มย่ ากและผอู้ อมกจ็ ะเกิดความภาคภูมิใจ

4.4 ต้ังจุดประสงค์ในการออม ว่าจะออมเม่ือไร ต้องมีวัตถุประสงค์ท่ีชัดเจน เพื่อจะได้
วางแผน กันเงินทุกครั้งที่มีรายได้ การกันเงินไว้แต่ละเดือนเป็นการชะลอการใช้จ่าย เพ่ือสะสมไว้ใช้จ่าย
เมือ่ ถงึ เวลาตามทีต่ ั้งจุดประสงคไ์ ว้ ไมต่ ้องกู้ยมื เงนิ ใหเ้ สยี ดอกเบ้ีย

4.5 มกี ารวางแผนการใชจ้ ่ายที่รัดกุมและเปน็ ไปได้ตามสภาพของครอบครวั
4.6 การออมเงินต้องถือว่าเมื่อกันเงินออมไว้แล้วต้องมีเงินพอท่ีจะใช้จ่ายให้สมาชิกใน
ครอบครัวมีความสุขตามสมควรต้องร้จู ักเลือกซื้อของที่ราคาประหยัดเหมาะสมกับฐานะของตน
4.7 มีเงินติดตัวไว้เท่าที่จาเป็นใช้ ไม่ควรพกเงินติดตัวมากเกินความจาเป็นต้องใช้ เพราะ
อาจจะทาให้มีการใช้จา่ ยที่ไม่จาเป็น ถา้ มีเงนิ เพียงเทา่ ท่ีจาเปน็ ใช้หากมีคา่ ใช้จ่ายนอกแผนเกิดขนึ้ จะมีเวลา
คิดวิเคราะห์อยา่ งถีถ่ ว้ น เพราะไมส่ ามารถจา่ ยเงินซ้ือได้ทนั ที

5. การปฏบิ ตั เิ ก่ยี วกบั การออมทรัพยท์ ดี่ ี
การออมทรัพย์จะเกิดข้ึนหรือไม่น้ัน ควรจัดทางบประมาณเงินสดส่วนบุคคล ซึ่งจะทาให้ทราบ

ไดล้ ่วงหนา้ ว่าจะมกี ารออมในแตล่ ะเดือนเปน็ จานวนเงนิ เท่าใด เพ่ือให้การออมไดผ้ ลดี ควรปฏบิ ตั ดิ งั น้ี
5.1 ทางบประมาณรายได้รายจ่าย โดยต้องประมาณการออมไวล้ ว่ งหน้าว่าจะออมไว้ร้อยละ

เท่าไรของรายได้ท่ีได้รับ
5.2 หลังจากทางบประมาณแล้วจะทาให้ทราบว่าจะต้องเก็บออมได้เดือนละเท่าใด แล้วให้

แยกจานวนเงินออมเพ่อื นาไปฝากธนาคารทันที
5.3 นารายได้จากการออม เช่น ดอกเบยี้ หรือเงนิ ปนั ผลไปลงทุนตอ่ เพ่ือให้เงินออมงอกเงย
5.4 นาเงนิ ออมไปลงทนุ เพอื่ ผลประโยชนท์ ถ่ี กู วิธี โดยคานึงความปลอดภยั และกอ่ ให้เกิด

ประโยชนม์ ากทีส่ ุด

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชา ง23101 การงานอาชพี (งานธุรกิจ) ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนหาดใหญว่ ทิ ยาลยั 51

หนา้

6. การเลือกสถาบันออมทรพั ยเ์ พือ่ เกบ็ เงินออม
การเก็บเงินไว้กับตัวเองที่บ้านไม่เกิดประโยชน์ ทาให้เงินออมไม่เพ่ิมข้ึน และอาจไม่

ปลอดภัย มีโอกาสสูญหาย หรือ ถูกโจรปล้น หากนาเงินไปให้ผู้อื่นกู้ยืมอาจถูกโกงได้ สาหรับวิธีที่
ปลอดภัยกว่า คือการนาเงินฝากสถาบันออมทรัพย์ท่ีมีความม่ันคง เช่น ธนาคารพาณิชย์ บริษัทประกัน
ชวี ิต สหกรณ์ออมทรัพย์ เป็นตน้

ข้อควรพิจารณาในการเลือกสถาบันออมทรัพย์ การออมทรัพย์ควรนาไปฝากใน สถานท่ี
ปลอดภัยและผลตอบแทนสูงกว่าเมื่อเปรียบเทียบความเส่ียงกับการออมหรือการออมเพื่อการลงทุนแบบ
อนื่ การนาเงนิ ไปฝากกบั สถาบันใดจงึ ตอ้ งพิจารณาในเร่ืองต่อไปนี้

6.1 ความปลอดภยั ของเงินออมที่นาไปฝาก สถาบนั ทใี่ หบ้ รกิ ารต้องเก็บรักษาเงินของเราให้
ปลอดภัย ต้องมีความซ่ือสัตย์ ฐานะการเงินม่ันคง และอยู่ในความควบคุมของรัฐ เช่น ธนาคาร การซื้อ
พันธบตั รรฐั บาล และบริษัทประกันชวี ิต เปน็ ต้น

6.2 ถ้าเป็นเงินสารองเพ่ือใช้จ่ายหรือเงินฉุกเฉินต้องเลือก ความสะดวกรวดเร็วในการถอน
เงินหรอื ฝากคนื ไดท้ นั ทที ตี่ ้องการ

6.3 มีรายได้เพ่ิมข้ึนจากเงินท่ีฝาก การออมไม่ควรเก็บเงินไว้เฉย ๆ ควรนาเงินไปฝากไว้กับ
สถาบนั ทจี่ ะใหผ้ ลตอบแทนกบั จานวนเงินท่นี าไปฝาก ซ่ึงจะทาให้รายได้เพ่มิ ข้ึน

6.4 การประหยดั เวลาและค่าใชจ้ า่ ยในการฝาก-ถอนเงิน การเลอื กฝากกบั สถาบันการเงินใด
ควรคานึงถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปใช้บริการ ควรเลือกสถาบันการเงินที่สะดวก เสียเวลาและ
ค่าใชจ้ ่ายนอ้ ยกวา่

6.5 การกาหนดจุดประสงค์ในการฝาก เพ่ือใช้ประกอบการพิจารณาว่าจะเลือกฝาก กับ
สถาบันไหน ในแบบใด หากฝากกบั ธนาคารเพ่ือประโยชน์ระยะสัน้ หรอื ระยะยาวและต้องเปน็ เงิน ทเี่ บกิ -
ถอนอย่เู ปน็ ประจา สาหรับการทาประกนั ชีวิตต้องเป็นการออมระยะยาว และต้องไม่ใชเ่ งินสารองหรือเงิน
ฉุกเฉินท่ีต้องเบิก-ถอนอยู่เป็นประจา นอกจากน้ีการนาเงินไปฝากต้องพิจารณาระยะเวลาที่เหมาะสม
ดว้ ย

6.6 ผู้บริโภคท่ีฉลาด จะไม่ออมทรัพย์กับสถาบันการเงินเดียวในรูปแบบเดียว ควรฝากใน
หลายสถาบันหลายรปู แบบ เพื่อความปลอดภัยและสะดวกในการถอนรวมทงั้ ผลตอบแทนจากเงนิ ฝาก ซึ่ง
ผู้บริโภคต้องมีแผนการออมเงินที่แน่ชัด มีการวิเคราะห์ และเลือกฝากเงินในรูปแบบที่จะให้ผลตอบแทน
สูงสุด

7. การเปรียบเทียบการลงทุนในสถาบนั ออมทรพั ย์
7.1 การฝากเงินกับธนาคาร ธนาคารเป็นสถาบันท่ีให้บริการรับฝากเงินท่ีปลอดภัย สะดวก

รวดเร็ว ธนาคารทุกแห่งในประเทศไทยอยู่ในความควบคุมของธนาคารแห่งประเทศไทย ดังนั้นธนาคาร
ทุกแห่งจะให้ความปลอดภัย และรับผิดชอบแก่เงินฝากได้เท่าเทียมกัน บริการท่ีเก่ียวกับการรับฝากเงิน
ไดแ้ ก่ การฝากประเภทออมทรพั ย์ ฝากเงินประเภทประจา

7.2 การซอื้ พันธบัตรรัฐบาล การออมอกี วธิ หี นงึ่ คอื การนาเงนิ ออมไปซ้ือพันธบตั รรฐั บาล
การขายพนั ธบตั รรฐั บาลเป็นวิธกี ารระดมทนุ วิธหี น่งึ ของรัฐบาล โดยการกู้เงนิ จากประชาชนแลว้ ออก
พันธบตั รใหเ้ ปน็ หลักฐานการกยู้ ืม และใหผ้ ลประโยชนต์ อบแทนในลักษณะดอกเบ้ีย ซึ่งเปน็ วิธที ี่ปลอดภยั
กว่าวิธอี ืน่ นอกจากจะได้ดอกเบี้ยแลว้ ยังไม่ต้องเสยี ภาษีรายได้บุคคลธรรมดาเพราะ รฐั บาลถือวา่ เปน็ การ
ช่วยชาตอิ ีกวิธหี นงึ่

เอกสารประกอบการเรยี น รายวชิ า ง23101 การงานอาชีพ (งานธรุ กจิ ) ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 โรงเรยี นหาดใหญว่ ทิ ยาลยั 52

หน้า

7.3 การทาประกันชีวิต เปน็ วธิ ีการออมทรัพย์ระยะยาว โดยมีจดุ ประสงคท์ ี่แน่นอน ให้
ประโยชนแ์ กผ่ เู้ อาประกันชวี ติ คอื ผลตอบแทนเป็นจานวนเงนิ ท่แี น่นอนท่กี าหนดในกรมธรรม์ประกันภัย
และให้ความค้มุ ครองเพื่อเป็นหลักประกันของครอบครัว หากผเู้ อาประกันภัยเสยี ชวี ิต กอ่ นครบกาหนด
สญั ญาบริษทั ประกนั ชวี ิตจะใข้เงนิ เปน็ จานวนเงินเอาประกันภัยเพอ่ื บรรเทาความเดือดร้อนขาดรายได้ อนั
เน่ืองมาจากผเู้ อาประกันภยั เสยี ชีวติ พิจารณาด้านความม่นั คงบริษทั ประกนั ชีวิต และผู้ทเี่ ก่ียวข้องกับ
บริษัทประกันชีวติ ต้องอยู่ในบังคับของพระราชบญั ญตั ปิ ระกันชีวติ พ.ศ. 2535 แกไ้ ขเพิ่มเตมิ โดย
พระราชบัญญตั ิประกันชวี ติ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2551 และอยู่ในความควบคุมของคณะกรรมการกากับและ
ส่งเสรมิ การประกอบธุรกิจประกนั ภยั (คปภ)

นอกจากนี้แบบประกันชวี ิตบางแบบใหผ้ ลตอบแทนสูงกวา่ การออมแบบอืน่ การทาประกนั
ชีวิตจงึ ถือรวมเป็นการลงทุนด้วย

สง่ิ จูงใจใหเ้ กิดการออม
สิ่งจงู ใจทีท่ าใหบ้ ุคคลเกิดการออมทรพั ย์ได้มากหรือนอ้ ยน้นั ขึ้นอยกู่ ับปจั จัยต่าง ๆ ดังน้ี
1. อัตราดอกเบ้ีย (Interest Rate) การที่บคุ คลออมเงินไวท้ ส่ี ถาบนั การเงิน
ตา่ ง ๆ น้ันมีจุดประสงคห์ นงึ่ คือการไดด้ อกเบ้ีย และยังได้รบั ความปลอดภยั
2. สถาบันการเงิน ไดแ้ ก่ หน่วยงานท่รี บั ฝากเงินจากบุคคลทว่ั ไป ถ้าสถาบนั การเงินมคี วาม
ม่ันคง มภี าพพจน์ดี มกี ารให้บริการท่ดี แี กล่ กู ค้า กจ็ งู ใจให้เกดิ การออมทรัพย์
3. ระดบั รายได้ การท่ีบุคคลจะเกดิ การออมได้นัน้ เนื่องจากมีส่วนท่เี หลอื จากการบรโิ ภค
ดังนัน้ ถา้ หากรายได้สงู ขนึ้ กจ็ ะจูงใจใหค้ นเกิดการออมทรัพย์มากขน้ึ

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชา ง23101 การงานอาชีพ (งานธุรกิจ) ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 โรงเรยี นหาดใหญว่ ทิ ยาลยั 53

หน้า

8. โครงสรา้ งตลาดการเงนิ ในประเทศไทย

หลงั จากประสบภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปี 2540-2542 เศรษฐกิจของไทยในปจั จบุ ันกาลงั ได้รับ
การขยายตัวอย่างรวดเร็วเน่ืองจากได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนในการ
พัฒนาการผลิต การบริการ ของชุมชนและการส่งเสริมการส่งออก การขยายตัวทางเศรษฐกิจทาให้
ประชาชนมีรายได้เพ่ิมขึ้น มีมาตรฐานการครองชีพที่ดีข้ึน ทาให้การจับจ่ายมีสภาพคล่องและมีเงินออม
จานวนมาก สภาพการเงนิ ทเ่ี ก่ียวขอ้ งตามโครงสร้างมดี ังน้ี

สถาบันการเงนิ ธนาคารแหง่ ประเทศไทย
ทีเ่ ปน็ ธนาคาร ธนาคารพาณิชย์
ธนาคารออมสิน
ในระบบ ธนาคารเพ่อื การเกษตรและ
สหกรณ์
ธนาคารอาคารสงเคราะห์
ธนาคารอสิ ลามแหง่ ประเทศไทย

ตลาดเงนิ สถาบนั ที่มิใช่ บรษิ ัทเงนิ ทุน
ตลาดทนุ ธนาคาร บรษิ ทั เครดติ ฟองซิเอร์
บรรษัทเงินทนุ อตุ สาหกรรม
ตลาดการเงิน แห่งประเทศไทย
บรษิ ัทประกนั ชวี ิต
สหกรณก์ ารเกษตร
สหกรณ์ออมทรัพย์
โรงรับจานา

นอกระบบ การเล่นแชร์
การกูเ้ งนิ จากนายทนุ
ตลาดหนุ้ Over-the-Counter

ภาพแสดงโครงสร้างตลาดการเงินในประเทศไทย

เอกสารประกอบการเรยี น รายวชิ า ง23101 การงานอาชีพ (งานธรุ กิจ) ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 โรงเรยี นหาดใหญ่วทิ ยาลยั 54

หนา้

จากโครงสร้างของตลาดเงินดังกลา่ ว สถาบนั ทเี่ กี่ยวข้องกับการออมทรัพยข์ องประชาชนท่ัวไปมดี งั นี้

1. ธนาคารพาณิชย์ (Commercial Bank)

เป็นสถาบนั การเงนิ ทีม่ ีความสาคญั ตอ่ เศรษฐกิจของประเทศเปน็ อยา่ งมาก เพราะเป็นสถาบัน
การเงนิ ที่มีความสามารถระดมเงินฝากและให้สนิ เช่ือได้มากกวา่ สถาบนั การเงนิ อ่นื ๆ ธนาคารพาณชิ ย์
ต้ังขึน้ ครงั้ แรกใน พ.ศ. 2431 เป็นธนาคารของชาวตา่ งชาติ คอื ธนาคารฮอ่ งกงและเซ่ยี งไฮ้ ตอ่ มาได้มกี าร
จดั ตั้งธนาคารของไทยข้ึนในปี พ.ศ. 2447 ช่อื บคุ คลัภย์ ภายหลงั ไดเ้ ปลย่ี นช่อื มาเปน็ ธนาคารไทยพาณชิ ย์

ธรุ กจิ ของธนาคารพาณิชย์ ตามพระราชบัญญตั ิการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2505 และ
พระราชบญั ญัติการธนาคารพาณิชย์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2522 กาหนดไว้ คือ ทาหนา้ ท่ีรับฝากเงินชนิดจ่าย
คนื เม่ือทวงถาม หรอื บญั ชีกระแสรายวนั หรอื จา่ ยคืนเมอื่ สิ้นระยะเวลา และเงินฝากประจา หรอื นาเงนิ นั้น
ไปทาประโยชน์ในทางหน่งึ หรือหลายทาง เช่น ใหส้ ินเชอื่ แก่ลกู คา้ ได้แก่ การกยู้ มื เงิน ซื้อ ซ้ือลดตั๋วเงิน การ
รบั ชว่ งซื้อลด ซ้อื ขายตั๋วแลกเงิน หรอื ตราสารเปล่ยี นมือ ตลอดจนซื้อขายปริวรรตเงินตราต่างประเทศ
นอกจากนีย้ ังประกอบธุรกจิ อื่น ๆ เชน่ เรียกเก็บเงนิ ตามตวั๋ เงิน การรับอาวลั ต๋ัวเงิน การออกเลตเตอร์ออฟ
เครดิต หรอื การค้าประกัน หรือธรุ กจิ ทานองเดยี วกนั ได้ เมื่อไดร้ ับอนญุ าตจากธนาคารแห่งประเทศไทย
แต่จะประกอบธรุ กจิ หรอื การค้าอื่นใดมิได้

การประกอบธรุ กิจในประเทศ
1. การรบั ฝากเงิน ได้แก่ การฝากแบบออมทรพั ย์ ฝากแบบประจา และฝากแบบกระแสรายวัน
2. การให้กู้ยมื เงนิ เชน่ การให้กยู้ มื ระยะสัน้ ระยะปานกลาง และระยะยาว
3. การรบั โอนเงนิ เช่น การโอนดราฟต์ โอนทางโทรเลข โอนทางวทิ ยุ โอนทางโทรศัพท์ โอนทาง
เครอ่ื งบริการเงินดว่ น (A.T.M) และโอนทางอินเตอรเ์ น็ต ฯลฯ
4. การเรียกเกบ็ เงินตามหนังสือตราสารให้ลกู คา้ เช่น เช็ค ดราฟต์ และตราสาร อนื่ ๆ
5. การซ้อื ลดตั๋วเงิน
6. การซอ้ื ขายพนั ธบัตร
7. การออกหนังสอื ค้าประกนั
8. การใหเ้ ชา่ ตูน้ ริ ภัย
9. การใหบ้ ริการบตั รเครดิต และเชค็ การนั ตี
10. การให้บริการเชค็ ของขวัญ
11. การให้บรกิ ารชาระคา่ สาธารณปู โภคตา่ ง ๆ เชน่ น้าประปา ไฟฟา้ โทรศัพท์ ฯลฯ
ประเภทการรับฝากเงินของธนาคารพาณิชย์
ประเภทของการรับฝากเงนิ ของธนาคารพาณิชย์ ผ้ทู ่สี นใจออมทรพั ย์สามารถเลือกประเภทการ
ฝากเงิน ได้ดังนี้
1. การฝากเงินแบบออมทรัพย์(Saving Deposit) เป็นการฝากเงินประเภทจ่ายคืนเมื่อทวงถาม
ธนาคารจะออกสมุดคู่ฝาก (Saving Deposit Pass Book) ให้แก่ผู้ฝากหรือลูกค้าเพ่ือใช้บันทึกรายการ
ฝาก ถอนหรือโอนตามสภาพการหมุนเวียนของลูกค้าในการใช้จ่ายประจาวันได้ ลูกค้าสามารถเปิดบัญชี
ด้วยเงินสดจานวนขั้นต่า 100 บาทหรือใช้เช็คและต๋ัวเงินประเภทต่าง ๆ ได้ และถอนเป็นเงินสดตาม
จานวนที่ต้องการด้วยตนเองในเวลาทาการของธนาคารปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ได้นาเอาระบบ

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชา ง23101 การงานอาชพี (งานธรุ กจิ ) ระดับชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 โรงเรยี นหาดใหญ่วทิ ยาลยั 55

หน้า

คอมพิวเตอร์มาพัฒนางาน และประยุกต์ใช้กับการให้บริการต่าง ๆ ได้อย่างกว้างขวาง เช่น การฝากและ
การถอนจากเคร่ืองบริการเงินด่วนหรือ A.T.M. ในเครือข่ายของธนาคารทุกแห่งได้ด้วยความสะดวกและ
รวดเร็ว นอกจากนี้ยังทาให้ธนาคารลดจานวนพนักงานและค่าจ้างลงได้เป็นอย่างดี การฝากเงินแบบออม
ทรัพย์ ผู้ฝากจะได้ดอกเบ้ียตามประกาศของธนาคารซึ่งจะคานวณดอกเบ้ียให้ทุกวันจากยอดคงเหลือ
ประจาวันและนาฝากเข้าบัญชีให้ปีละ 2 ครั้ง เม่ือส้ินงวดบัญชีคือส้ินเดือนมิถุนายนและส้ินเดือนธนั วาคม
สาหรับดอกเบี้ยที่ได้รับไม่ถึง 10,000 บาท ไม่ต้องเสียภาษี หากเกิน 10,000 บาท จะต้องเสียภาษี
ดอกเบ้ียเงินฝากหัก ณ ท่ีจ่าย 15% ของดอกเบ้ียท่ีได้รับจึงเหมาะสมสาหรับผู้มีรายได้น้อยท่ีมีเงินเหลือ
เก็บ และต้องการออมทรัพย์ในทปี่ ลอดภยั และได้รบั ประโยชนต์ ามสมควร

2. การฝากแบบประจา (Time Deposit) คอื การนาเงินจานวนหนงึ่ ไปฝากไว้กับธนาคารโดย
กาหนดระยะเวลาครบกาหนดไวแ้ น่นอน เชน่ ฝาก 3 เดอื น ฝาก 6 เดือน หรอื ฝาก 12 เดอื น เป็นตน้ ซง่ึ
จะไดร้ ับอตั ราดอกเบ้ียท่ีแตกต่างกันไปตามระยะเวลาการฝาก สาหรับอตั ราดอกเบี้ยเป็นเงนิ ฝากประเภท
นจี้ ะสูงกว่าเงินฝากประเภทอื่น ธนาคารจะออกสมดุ คฝู่ ากหรือใบรบั ฝากเงนิ ประจาให้กับลกู ค้าเพ่อื บนั ทึก
รายการฝากถอนและโอน การนาเงนิ มาเปดิ บญั ชคี รั้งแรกบางธนาคารจะกาหนดข้ันต่าไว้จานวน 10,000
บาท จึงเหมาะสาหรับผ้ทู ่เี งินเหลอื จา่ ยในชวี ิตประจาวันและต้องการออมเปน็ เงนิ ก้อน ส่วนดอกเบ้ยี ท่ี
ไดร้ บั จะถกู หกั ภาษีเงนิ ฝาก ณ ทีจ่ ่ายตามอัตราทก่ี ฎหมายกาหนด

3. การฝากแบบกระแสรายวัน (Demand Deposit) หรือการฝากแบบเดนิ สะพัด เปน็ การฝาก
เงนิ ประเภทจา่ ยคืนเม่ือทวงถาม โดยธนาคารจะจา่ ยเงนิ ที่ลกู คา้ ฝากไวก้ ับธนาคารเม่ือลูกค้าทวงถาม เปน็
การใหบ้ รกิ ารท่สี ะดวกสบายทงั้ การฝากและการถอน ในหนึง่ วันจะถอนกีค่ รงั้ ก็ได้ไมจ่ ากดั จานวนหากเงิน
ในบัญชีมเี พียงพอตอ่ การถอน ดงั น้ันยอดในบัญชเี งินฝากจงึ มีการเปล่ยี นแปลงตลอดเวลา และใชใ้ บนา
ฝาก (Pay-in Ship) เปน็ เอกสารสาหรบั การฝากเงินและใช้เช็ค สาหรับการถอนเงนิ เมื่อผฝู้ ากมาขอเปิด
บัญชี ธนาคารจะมอบใบนาฝากและสมุดเช็คใหแ้ กผ่ ู้ฝากทุกราย โดยธนาคารจะคดิ ค่าธรรมเนยี มและอากร
แสตมป์ สาหรับการใช้เช็ค ปัจจุบนั ลกู ค้าสามารถทารายการนาฝากได้ทุกสาขาในระบบ On-Line หรือทา
รายการผ่านบัตร A.T.M. ในเครือข่ายได้การนาเอาคอมพวิ เตอร์มาใช้จึงเปน็ เรื่องของเทคโนโลยีใหม่ ๆ ใน
รูปแบบต่าง ๆ มารวมไว้ในจุดเดียวกันเปน็ ระบบธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ มุ่งให้ลกู ค้าบริการตนเอง (Self-
Service Banking) ไมจ่ าเป็นต้องใชพ้ นักงาน

การประกอบธุรกิจต่างประเทศ ไดแ้ ก่
1. เปดิ เลตเตอร์ออฟเครดิตสาหรับส่ังสนิ ค้าเข้า
2. ซือ้ ลดตัว๋ เงนิ ตา่ งประเทศค่าสินคา้ ออก
3. เรยี กเกบ็ เงินตามต๋ัวเงนิ ตา่ งประเทศ
4. รับโอนเงนิ ทางดราฟต์ โทรเลข โทรศัพท์
อินเทอรเ์ น็ต ฯลฯ
5. ซ้อื ขายเงินตราต่างประเทศ
6. ซ้อื ขายเช็คเดินทาง

เอกสารประกอบการเรยี น รายวชิ า ง23101 การงานอาชีพ (งานธรุ กจิ ) ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 3 โรงเรียนหาดใหญว่ ทิ ยาลยั 56

หนา้

2. ธนาคารออมสิน

ธนาคารออมสิน (Saving Bank) เป็นสถาบันเพ่ือการออมทรัพย์ ที่ส่งเสริมให้มีการประหยัดการ
ใช้จ่ายในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ให้มีการออมทรัพย์แล้วนาเงินที่เก็บออมไปฝากธนาคาร โดยไม่คานึงว่าเงิน
ออมนั้นมีจานวนมากน้อยเพียงใด ธนาคารออมสินก่อต้ังโดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยู่หัว ใน
รูปของคลังออมสิน สังกัดกรมพระคลังมหาสมบัติ เมื่อวันท่ี 6 เมษายน พ.ศ. 2456 และได้ดาเนินกิจการ
มานานจนกระทั่ง พ.ศ. 2472 ได้โอนสังกัดกรมไปรษณีย์โทรเลขต่อมาภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้
ปรับปรุงธนาคารออมสินโดยดาเนินกิจการตามพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. 2489 มี
วัตถุประสงค์ในการจัดต้ัง คือ เพ่ือส่งเสริมสวัสดิภาพแห่งสังคมในทางทรัพย์สิน ต้ังแต่วันที่ 6 เมษายน
2490 มีฐานะเปน็ นติ ิบุคคล เรมิ่ กิจการในรูปออมสินจนถงึ ปัจจบุ นั

วัตถปุ ระสงคข์ องธนาคารออมสิน
ธนาคารออมสิน เป็นสถาบันการเงินของรัฐที่จัดต้ังขึ้นเพื่อส่งเสริมการออมทรัพย์ของประชาชน
และเป็นแหล่งเงินกู้ภายในประเทศของรัฐบาล เพ่ือนาเงินออมไปใช้ในการสร้างสาธารณูปโภค และการ
พัฒนาประเทศดา้ นอ่ืน ๆ อัตราเงนิ กยู้ ืมตา่ เพื่อชว่ ยเหลือหน่วยราชการ และองค์การรัฐวสิ าหกจิ ท่ีมีปัญหา
ดา้ นการเงนิ นอกจากนธ้ี นาคารออมสินยังให้กยู้ ืมแก่เอกชนที่มีความจาเป็นต้องใช้เงินทุนในระยะส้ัน การ
ให้ประชาชนกู้ยืมเพ่ือจัดหาท่ีอยู่อาศัยในรูปของสินเช่ือสวัสดิการสาหรับข้าราชการ และพนักงานของ
องค์การของรฐั ทีม่ รี ายได้น้อย
บทบาทของธนาคารออมสิน
1. ทาหน้าท่รี ะดมเงนิ ออม ธนาคารออมสินเปน็ สถาบันการเงนิ ของรัฐทาหนา้ ทสี่ ง่ เสรมิ การออม
ของประชาชน โดยจัดใหม้ ีการรับฝากเงนิ และบริการประเภทต่าง ๆ เปน็ แหล่งระดมเงนิ ออมรายยอ่ ยจาก
ประชาชนทีส่ าคัญเม่ือเปรียบเทยี บกับธนาคารพาณิชย์ในประเทศ ในด้านการจดั หาสถานท่ีรบั ฝากเงนิ
ให้แกป่ ระชาชน เปน็ การดาเนินงานตามวัตถปุ ระสงค์ในการก่อตงั้ ธนาคารออมสิน
2. เป็นแหล่งเงินก้ภู ายในประเทศของรฐั บาล โดยนาเงนิ ที่รับฝากจากประชาชนมาลงทุนในการ
สนบั สนนุ เงินกภู้ ายในประเทศให้รฐั บาล
3. ส่งเสริมการออมทรัพย์ใหแ้ ก่ประชาชนไดจ้ ดั ตั้งหน่วยงานทาหน้าที่ดาเนนิ การส่งเสรมิ การออม
ทรัพยแ์ ก่ประชาชนในกรุงเทพมหานครและจงั หวดั ใกลเ้ คยี ง คอื กองการส่งเสริมการออมทรพั ย์
4. ส่งเสริมตลาดทนุ และตลาดเงนิ ธนาคารออมสนิ ทาหน้าที่จาหน่ายพนั ธบตั รรฐั บาล เพ่ือ
อานวยความสะดวกในการซอ้ื หลักทรพั ยร์ ัฐบาลเพราะมสี าขาจานวนมากทว่ั ประเทศ และช่วยกระตุน้ ให้
ประชาชนมาสนใจลงทนุ ในหลักทรัพยม์ ากข้ึน นอกจากเป็นการสง่ เสรมิ ตลาดทนุ แล้วยงั เป็นทางหน่งึ ใน
การชว่ ยระดมเงนิ ให้แก่รัฐบาลดว้ ย

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชา ง23101 การงานอาชีพ (งานธุรกิจ) ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 3 โรงเรียนหาดใหญว่ ทิ ยาลยั 57

หนา้

5. ดารงทรัพย์สินสภาพคล่อง เพื่อคุ้มครองผู้ฝากเงินและสามารถจ่ายเงินให้แก่ผู้ฝากได้ทันที
ธนาคารออมสินจะดารงสินทรัพย์ท่ีมีสภาพคล่องเป็นอัตราร้อยละขั้นต่าตามท่ีธนาคารแห่งประเทศไทย
กาหนด

การดาเนนิ งานของธนาคารออมสิน
การดาเนินงานของธนาคารออมสนิ ได้กาหนดไวใ้ นพระราชบัญญตั ิธนาคารออมสิน พ.ศ. 2489
ดงั น้ี
1. รับฝากเงนิ ออมสิน
2. ออกพนั ธบัตรออมสนิ และสลากออมสิน
3. รับฝากเงนิ ออมสนิ เพื่อสงเคราะห์ชีวิตและครอบครวั
4. ทาการรับจ่ายและโอนเงนิ
5. ซอื้ หรอื ขายพันธบตั รรฐั บาลไทย
6. ลงทนุ เพ่อื แสวงหาผลประโยชนซ์ ึ่งรัฐมนตรอี นญุ าต
7. การออมสินอ่ืน ๆ ตามพระราชกฤษฎีกากาหนดไว้
8. กจิ การอนั พึงเป็นงานธนาคาร ตามที่พระราชกฤษฎีกากาหนดไว้ ท้งั น้ใี หป้ ระกอการไดต้ าม
ขอ้ กาหนดและเง่อื นไขทกี่ าหนดไว้ในกฎกระทรวง ธนาคารออมสนิ ได้ประกอบธุรกิจเพ่ิมตามพระราช
กฤษฎีกาธนาคารออมสนิ พ.ศ. 2491
1. รบั ฝากเงนิ ประจาหรือกระแสรายวัน
2.ออกดราฟต์ที่กาหนดให้ใชเ้ มื่อทวงถาม
3. การออก ซอ้ื ขาย หรือเกบ็ เงินตามตัว๋ เงนิ หรือตราสารเปล่ยี นมอื
ปัจจุบนั ธนาคารออมสนิ ได้ขยายขอบเขตการดาเนินธรุ กิจอยา่ งกว้างขวางดังนี้ คือ
1. ธุรกจิ และบริการ ธนาคารออมสินดาเนินงานดา้ นธรุ กิจและการบริการดังน้ี

1.1 การรบั ฝากเงิน ธนาคารออมสินไดด้ าเนนิ การรบั ฝากเงนิ ประเภทตา่ ง ๆ คลา้ ยกบั ธนาคาร
พาณิชย์ ดังน้ี

(1) ประเภทเผื่อเรยี กหรือออมทรัพย์
(2) ประเภทประจา ได้แก่ ฝากประจา 6 เดอื น ฝากประจา 12 เดอื น และฝากประจา 24
เดอื น
(3) ประเภทกระแสรายวนั
(4) ประเภทสงเคราะหท์ วีคูณ
(5) ประเภทเคหะสงเคราะห์
1.2 จาหนา่ ยตราสารประเภทตา่ ง ๆ คอื
(1) พันธบตั รออมสนิ
(2) สลากออมสนิ พเิ ศษ
1.3 ธุรกจิ ประกนั ชีวิต ธนาคารออมสนิ ได้ดาเนนิ ธุรกจิ ด้านประกันชวี ติ ดังน้ี
(1) ประเภทสงเคราะห์ชีวิตและครอบครัว
(2) ประเภทสงเคราะหช์ ีวติ และครอบครวั แบบเพมิ่ พนู ทรัพย์
(3) ประเภทสงเคราะหช์ ีวิตและการศึกษา

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชา ง23101 การงานอาชีพ (งานธรุ กจิ ) ระดับช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 3 โรงเรียนหาดใหญ่วทิ ยาลยั 58

หนา้

1.4 การบริการ ธนาคารออมสนิ ให้บริการประชาชนดงั นี้
(1) การรบั จา่ ยและโอนเงิน
(2) จาหน่ายต๋ัวแลกเงนิ เพื่อเดินทางภายในประเทศ
(3) จาหน่ายตั๋วแลกเงินของขวญั
(4) ให้เช่าตนู้ ริ ภยั

1.5 การใหก้ ู้ยืมและเบกิ เงินเกินบัญชี
(1) ใหก้ ู้ยืมโดยใชส้ ลากพิเศษคา้ ประกนั
(2) ให้กยู้ ืมโดยใช้เงินฝากประจา 12 เดือนค้าประกนั
(3) เบิกเงินเกนิ บญั ชโี ดยใชเ้ งินฝาก 12 เดือนค้าประกนั
(4) สนิ เช่ือสวัสดกิ าร
(5) สินเชื่อออมสนิ สงเคราะห์

1.6 การอานวยความสะดวกดา้ นอืน่ ๆ ให้แก่ผู้ฝากเงนิ คือ
(1) บริการฝาก-ถอน เงนิ ตา่ งสานักงานได้ทุกสาขาในกรุงเทพและปริมณฑล
(2) บริการรบั ฝากเงนิ เป็นกลุ่ม โดยสง่ พนักงานไปรบั ฝากเงินในสานกั งาน
(3) บรกิ ารจ่ายเงนิ เดือนแทนใหส้ ่วนราชการ
(4) รับบานาญแทนขา้ ราชการเกษยี ณอายุ
(5) รับชาระค่าสาธารณูปโภคและชาระภาษี

2. การลงทนุ และแสวงหาผลประโยชน์ มีดงั นี้
2.1 ลงทนุ ในหลักทรพั ยร์ ฐั บาล
2.2 ใหก้ ู้ยมื แก่ส่วนราชการและรัฐวสิ าหกจิ
2.3 ให้กยู้ มื แกป่ ระชาชน สาหรบั จดั หาที่อยู่อาศยั การประกอบอาชีพ และการสง่ เสริม

การศกึ ษา ตลอดจนใหก้ ้ยู ืมเบกิ เงนิ เกินบัญชี และใหส้ ินเช่ือสวัสดกิ ารสาหรับข้าราชการและพนักงานของ
รฐั ที่มีรายไดน้ ้อย เปน็ ต้น

เอกสารประกอบการเรยี น รายวชิ า ง23101 การงานอาชพี (งานธรุ กิจ) ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3 โรงเรยี นหาดใหญ่วทิ ยาลยั 59

หน้า

3. สหกรณ์ออมทรัพย์

สหกรณ์ออมทรัพยจ์ ดั ตัง้ ขึ้นโดยมีวตั ถุประสงค์รบั ฝากเงนิ จากสมาชิกและให้สมาชกิ กูย้ มื เงนิ โดย
คดิ ดอกเบีย้ ซง่ึ ไม่ได้คานงึ ผลกาไร แตจ่ ะนาผลกาไรจากการดาเนินงานมาแบ่งปันให้สมาชิกตามข้อมูลค่า
หนุ้ ทถี่ อื ทุกปี สหกรณ์ออมทรพั ย์ทจี่ ัง้ ต้ังขึ้นในประเทศไทยเปน็ สหกรณช์ นิดจากดั ความรบั ผิดชอบ คอื
สหกรณ์ข้าราชการจากดั สินใช้ ไดจ้ ัดตั้งเปน็ สหกรณ์ออมทรัพยแ์ ห่งแรกในประเทศไทยเมื่อเดือนกนั ยายน
พ.ศ. 2492 ต่อมาไดข้ ยายไปยังกลุ่มข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกจิ และองคก์ รอน่ื ๆ

ประวัตขิ องสหกรณ์ออมทรพั ย์

สหกรณ์ออมทรัพย์เกดิ จากความต้องการความรว่ มมือกนั ของสมาชิกในการให้ความชว่ ยเหลือซ่งึ
กันและกนั เนอ่ื งจากผู้ทางานมีรายไดค้ ือเงินเดอื นประจาเปน็ รายไดจ้ ากดั บางครง้ั ต้องใช้เงินจานวนมาก
เพ่ือการรกั ษาพยาบาล หรือเหตฉุ กุ เฉิน ฯลฯ จงึ จาเปน็ ต้องกูย้ ืมเงนิ จากแหล่งเงินทุนตา่ ง ๆ ซึ่งเป็นไปดว้ ย
ความยากลาบากและต้องเสียดอกเบีย้ ในอตั ราสงู บคุ คลเหลา่ นจ้ี งึ รวมตวั เพือ่ ช่วยเหลอื ซึ่งกันและกัน โดย
รวบรวมเงนิ ออมของแต่ละคนมาช่วยเหลือบุคคลทต่ี ้องการจะกยู้ มื เงนิ ไปใช้ ให้เสียดอกเบีย้ ในอัตราท่ตี ่า
ผลกาไรเปน็ ของสมาชกิ ทุกคน หลกั การดังกล่าวจงึ เป็นรปู การดาเนนิ งานที่เรยี กว่าสหกรณอ์ อมทรัพย์

วตั ถุประสงคข์ องสหกรณ์ออมทรพั ย์

สหกรณ์ออมทรัพย์เปน็ สถาบันการเงินท่ีเกี่ยวกบั การออมทรัพยแ์ ละช่วยเหลอื ทางด้านการเงินซ่งึ
กนั และกันในหม่สู มาชิก โดยไม่คานึงถงึ กาไร แตจ่ ะมีกาไรจากการดาเนนิ งาน แลว้ จดั สรรกาไรคนื ให้กับ
สมาชกิ การดาเนนิ กิจกรรมของสหกรณ์ออมทรัพย์ไดร้ บั การยกเว้นภาษี เน่อื งจากดาเนินกิจกรรมตา่ ง ๆ
โดยไม่มุ่งหวงั การแสวงหาผลกาไรและมวี ตั ถุประสงคส์ าคญั ดังนี้

1. ส่งเสริมให้สมาชิกมีการออมทรัพย์ สามารถสะสมส่วนของรายได้ในทางที่มั่นคงและได้รับ
ประโยชน์พอสมควร

2. รับฝากเงินจากสมาชิกทั้งประเภทออมทรัพย์และประเภทประจา
3. ให้เงนิ กแู้ กส่ มาชิกตามสภาพความจาเปน็ ในอตั ราดอกเบ้ียตา่
4. ให้บริการประเภทอ่นื แก่สมาชิก เชน่ จดั หาท่ดี นิ อาคารหรอื ทพ่ี กั อาศยั ให้กับสมาชกิ ในรูปการ
เชา่ ซ้ือในราคาทีเ่ หมาะสม ตลอดจนรับฝากเงนิ ในรปู ของการออมทรพั ย์เพ่ือการประกนั ชวี ิต ฯลฯ

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชา ง23101 การงานอาชีพ (งานธุรกิจ) ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 โรงเรียนหาดใหญ่วทิ ยาลยั 60

หนา้

หลกั การของสหกรณอ์ อมทรัพย์

หลักการของสหกรณ์ออมทรัพยม์ ีหลกั การเช่นเดียวกับสหกรณท์ ั่วไปคือ ยดึ หลกั ความสมัครใจ
หลกั ประชาธปิ ไตย หลกั ความยุติธรรม หลกั การศึกษา ตลอดจนหลกั ความชว่ ยเหลอื ตนเองและช่วยเหลอื
ซง่ึ กันและกัน สหกรณ์ออมทรัพย์ไดด้ ัดแปลงหลกั การสาหรับนามาใชใ้ นการดาเนินงานดงั น้ี

1. เป็นสมาชิกด้วยความสมัครใจและไม่กดี กนั การเขา้ เป็นสมาชกิ ในหนว่ ยงาน นั้น ๆ
2. ควบคมุ ตามหลักประชาธปิ ไตยและดาเนนิ การอิสระ
3. จากดั อตั ราดอกเบี้ยทุนเรอื นหุน้
4. แบง่ สว่ นเฉลีย่ คนื ตามสว่ นธุรกจิ ท่ีทากับสหกรณ์ และจัดสรรกาไรสทุ ธิเพื่อการพัฒนาสหกรณ์
และการจัดบริการเพ่ือสาธารณประโยชน์
5. สง่ เสริมการศกึ ษาทางสหกรณ์
6. การร่วมมอื ระหว่างสหกรณ์

รูปแบบของสหกรณอ์ อมทรัพย์

สหกรณ์ออมทรัพย์แบ่งออกเปน็ 9 รูปแบบ คอื
1. สหกรณ์ออมทรัพย์ตารวจ
2. สหกรณอ์ อมทรัพยท์ หาร
3. สหกรณอ์ อมทรัพยค์ รู
4. สหกรณ์ออมทรัพยข์ า้ ราชการกระทรวงศกึ ษาธิการ
5. สหกรณอ์ อมทรัพยม์ หาวิทยาลัย
6. สหกรณอ์ อมทรัพย์รัฐวิสาหกิจ
7. สหกรณ์ออมทรัพย์โรงพยาบาล
8. สหกรณอ์ อมทรัพย์สว่ นราชการ
9. สหกรณอ์ อมทรัพยเ์ อกชนและอน่ื ๆ

การดาเนินงานของสหกรณ์ออมทรัพย์

การดาเนินงานของสหกรณ์ออมทรัพย์ ได้รับทุนมาจากการถอื หนุ้ ของสมาชิกเป็นรายเดือน การ
รับฝากเงนิ จากสมาชกิ ในรปู ของเงินฝากออมทรัพย์และเงนิ ฝากประจา เงินทนุ ของสหกรณอ์ อมทรัพยจ์ ะ
นาไปใหส้ มาชิกกยู้ มื หรือนาไปฝากสถาบนั การเงินอื่น เพื่อหารายได้ซ่งึ รายได้ของสหกรณจ์ ะมาจาก
ดอกเบ้ยี ของเงนิ กู้ยืม ดอกเบ้ียเงนิ ฝาก ฯลฯ สว่ นรายจา่ ย ไดแ้ ก่ ดอกเบยี้ เงินฝาก ดอกเบีย้ เงนิ กู้ คา่
สาธารณูปโภค และคา่ จ้างเจา้ หน้าที่ เป็นตน้

สาหรบั การออมทรัพยส์ มาชกิ สหกรณ์สามารถออกทรัพยไ์ ด้ 2 รูปแบบ คือ
1. การซื้อหุ้น โดยทั่วไปสหกรณ์ออมทรัพย์จะกาหนดมูลค่าหุ้นไว้ หุ้นละ 10 บาท และกาหนด
เกณฑ์ให้สมาชิกทุกคนส่งเงินค่าหุ้นเป็นรายเดือนให้กับสหกรณ์เป็นอัตราส่วนตามจานวนเงินเดือนของ
สมาชิก ซ่ึงสมาชิกอาจซ้ือหุ้นเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ หรือ “ซื้อ” ในอัตราส่วนที่ถูกกว่าปกติได้โดยความ

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชา ง23101 การงานอาชีพ (งานธรุ กจิ ) ระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3 โรงเรียนหาดใหญ่วทิ ยาลยั 61

หน้า

เห็นชอบจากคณะกรรมการดาเนินการสหกรณ์ เงินค่าหุ้นสมาชิกจะขอถอนหรือโอนให้บุคคลอ่ืนมิได้
จนกวา่ จะลาอกจากการเปน็ สมาชิก

2. การรับฝากเงิน สหกรณ์ออมทรัพย์ส่งเสริมให้สมาชิกรู้จักการออมทรัพย์ โดยให้สมาชิกฝาก
เงินสหกรณ์ได้ 2 ประเภท คือ เงินฝากประเภทออมทรัพย์ และเงินฝากประเภทประจา ซึ่งหลักการฝาก
เงินจะคล้ายคลงึ กับการฝากเงินกับธนาคารพาณิชย์ท่ัวไป ส่วนอัตราดอกเบี้ยทีจ่ ่ายให้กับสมาชิกข้ึนอยู่กับ
การดาเนินงานของสหกรณอ์ อมทรัพย์แตล่ ะแห่งเปน็ สาคัญ

เอกสารประกอบการเรยี น รายวชิ า ง23101 การงานอาชีพ (งานธุรกิจ) ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 3 โรงเรยี นหาดใหญ่วทิ ยาลยั 62

หน้า

4. บริษัทประกนั ชีวติ
การประกันชวี ิต เป็นวิธีการออมทรัพยป์ ระเภทหนึง่ คอื เปน็ การประกันให้ดา้ นการเงนิ สาหรับผู้
เอาประกนั หรอื ผู้รบั ประโยชน์ โดยบริษทั ประกันมีหน้าท่ีเก็บเบยี้ ประกนั และรบั ผิดชอบ การจา่ ยเงนิ
ผลประโยชน์ตามที่กรมธรรมร์ ะบไุ ว้ การประกันชวี ิตเป็นสัญญาระยะยาว ซ่งึ มเี งนิ สารองประกนั ชีวิตของ
บรษิ ทั เปรียบเสมือนทรัพยท์ ่มี ีผเู้ อาประกันฝากไว้ บรษิ ทั ประกนั ชวี ติ จงึ มหี นา้ ที่ที่จะต้องจ่ายเงินในอนาคต
เป็น เงินสด ธรุ กิจประกันชีวิตเริ่มขน้ึ ใน พ.ศ. 2471 ไดม้ ีการตราพระราชบัญญัติควบคุมการค้าขายอนั มี
ผลกระทบถึงความปลอดภัยและความผาสกแห่งสาธารณชน โดยกาหนดวา่ บริษัทประกันชวี ติ และบรษิ ัท
ประกันภัยจะก่อต้งั ได้ตอ้ งได้รับอนญุ าตจากรัฐบาล ปี พ.ศ. 2473 มีบริษัทประกนั ชวี ติ จากต่างประเทศเขา้
มาดาเนินธุรกจิ ในประเทศไทยจานวน 4 บรษิ ทั สว่ นบริษัทประกันชีวิตแหง่ แรกของไทยคือบรษิ ัทไทย
ประกนั ชวี ิต ซง่ึ ก่อต้งั ในปี พ.ศ. 2485
วตั ถุประสงค์ของการประกันชีวิต
เพอ่ื รวบรวมผู้มีความประสงค์เข้ารว่ มรับผิดชอบในสว่ นเฉล่ียความเดือดร้อนและรวบรวมเงินเพื่อ
นาไปให้กับบุคคลท่ปี ระสบความเดอื ดร้อน ในกรณที ี่บคุ คลบางคนถึงแกก่ รรม หรือครบตามกาหนดของ
สัญญาทตี่ กลงไว้

บทบาทของการประกนั ชีวิต

บทบาทของการประกันชีวติ ที่มีผลต่อการพฒั นาเศรษฐกิจและสังคม มีดังนี้
1. บทบาทของด้านเศรษฐกจิ ธรุ กิจประกันชีวิตเปน็ ธุรกิจในรปู ของการออมทรัพย์อย่างหน่ึงแต่
มีคุณสมบัติแตกต่างไปจากการออมทรัพย์ประเภทอื่นเพราะการประกันชีวิต เป็นการออมทรัพย์ในระยะ
ยาว สามารถนาเงินออมเหล่านั้นไปลงทุนในการพัฒนาอุตสาหกรรมซึ่งต้องใช้ทุนจานวนมากและต้องใช้
ระยะเวลาในการคืนทุน การระดมทุนของบริษัทประกันชีวิตจึงเป็นปัจจัยสาหรับการดาเนินงานมากกว่า
การออมประเภทอน่ื ๆ
2. บทบาททางด้านสังคม การประกันชีวิตมีบทบาทต่อสังคมเพราะทาให้สังคมมีเสถียรภาพทา
ให้ปราศจากความกังวลต่ออนาคตของครอบครัวได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังเป็นแนวทางสร้าง
ความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างในการสร้างสวสั ดิการด้วยการประกันสุขภาพ อุบัติเหตุ หรือการ
เสยี ชวี ติ ระหวา่ งการปฏิบตั ิงาน ทาให้ลดความขดั แข้งทางสังคม
รูปแบบของการประกนั ชวี ิต
การประกนั ชวี ติ ในประเทศไทย แบง่ เปน็ ประเภทใหญ่ ๆ ได้ 6 ประเภทคือ
1. การประกันแบบกาหนดระยะเวลา คือการประกันที่สัญญาคุ้มครองการเสียชีวิตของผู้เอา
ประกนั ภายในระยะเวลา เชน่ กาหนดเวลา 1 ปี 5 ปี 10 ปี หรือ 20 ปี การประกนั ชวี ิตแบบนจ้ี ะให้ความ

เอกสารประกอบการเรยี น รายวชิ า ง23101 การงานอาชีพ (งานธรุ กจิ ) ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 โรงเรยี นหาดใหญ่วทิ ยาลยั 63

หนา้

คมุ้ ครองเพียงอย่างเดยี ว หากผ้เู อาประกนั เสยี ชีวติ ในระหว่างสัญญา ผรู้ ับประโยชนก์ ็จะได้รบั จานวนเงินท่ี
เอาประกนั แต่ถ้าหากผู้เอาประกนั มีชวี ติ อยู่ครบตามสญั ญาหรือครบกาหนดตามกรมธรรม์ บรษิ ัทจะได้ค่า
เบี้ยประกัน การประกันชีวิตแบบนี้เบ้ียประกันจะต่ากว่าการประกันแบบอ่ืน ๆ ซึ่งจะจ่ายเบี้ยครั้งเดียว
หรือจา่ ยเปน็ งวด ๆ ตามระยะเวลาทีก่ าหนดไว้ จงึ เหมาะสาหรบั ผู้มรี ายไดน้ ้อยที่ต้องการความคุ้มครอง
เปน็ สาคญั

2. การประกนั แบบตลอดชีพ คอื การประกนั ชีวิตแบบไม่กาหนดขอบเขตของอายุสัญญาไว้อย่าง
ชดั เจน แต่ใหค้ วามคุ้มครองแก่ผูเ้ อาประกันตลอดชีวติ เม่ือผูเ้ อาประกนั เสียชวี ติ บริษัทประกันจะจ่ายเงินท่ี
เอาประกันให้แก่ผู้รับประโยชน์ การประกันแบนี้ให้ประโยชน์ด้านการคุ้มครองเป็นสาคัญและประโยชน์
ต่อการสะสมทรัพย์เป็นอันดับรอง เหมาะสาหรับบุคคลทั่วไปท่ีสามารถเก็บออมได้บ้าง เนื่องจากเบ้ีย
ประกันสูงกว่าการประกันแบบกาหนดระยะเวลา การประกันแบบตลอดชีวิตมีหลายประเภทคือ การ
ประกันแบบตลอดชีพชาระเบ้ียประกันตลอดชีพ การประกันแบบตลอดชีพจากัดระยะเวลาชาระเบี้ย
ประกนั และการประกันแบบตลอดชีพแปรสภาพได้ เปน็ ตน้

3. การประกันแบบสะสมทรพั ย์ เป็นการประกันที่มีกาหนดเวลาของสัญญาที่แนน่ อน หากผู้เอา
ประกนั ชีวติ อยู่ครบอายุของสัญญากจ็ ะได้รับเงินซ่ึงเอาประกัน แตถ่ า้ เสียชีวิตในระหว่างสญั ญามีผลบังคับ
ผ้รู ับประโยชนจ์ ะได้รับชดใชค้ า่ สินไหมทดแทน การประกนั แบบนี้มี 2 ลักษณะ คอื

3.1 การประกันแบบกาหนดระยะเวลา คือ ข้อสัญญาท่ีผู้รับประกันจะจ่ายจานวนเงินท่ีเอา
ประกันให้ ถ้าผเู้ อาประกันเสยี ชวี ิตในระหว่างสญั ญามผี ลบงั คับ

3.2 การประกันแบบสะสมทรัพย์แท้จริง คือ ข้อสัญญาท่ีว่าผู้รับประกันจะจ่ายจานวนเงินท่ีเอา
ประกันให้ ถ้าผู้เอาประกันมีชีวิตรอดอยู่จนถึงระยะเวลาท่ีกาหนดไว้ การประกันแบบสะสมทรัพย์ จึง
เป็นท่นี ยิ มมากกวา่ แบบอื่น ๆ

4. การประกันแบบเงินได้ประจา หรือการประกันแบบบานาญ คือ สัญญาท่ีกาหนดข้อตกลงไว้
วา่ บริษทั ประกันชีวิตจะจา่ ยเงนิ จานวนหนึ่งเพื่อเป็นรายไดส้ าหรับเลี้ยงชีพให้แก่ผู้เอาประกนั โดยจ่ายเป็น
งวด ๆ อยา่ งสมา่ เสมอภายในชว่ งเวลาหนง่ึ ที่ระบไุ ว้ในสัญญา ผเู้ อาประกนั จะต้องจ่ายค่าเบ้ียประกันให้แก่
ผู้รับประกันเป็นงวด ๆ ตามที่กาหนดหรือชาระเพียงคร้ังเดียวก็ได้ การประกันแบบนี้จะจ่ายเงินอันเกิด
จากการอยู่รอดมิใชเ่ กดิ จากการเสียชีวติ

5. การประกันกลุ่ม เป็นสัญญาท่ีให้ความคุ้มครองของกลุ่มคนภายใต้สญั ญากรมธรรม์ฉบบั เดยี ว
โดยสัญญากรมธรรม์ทาข้ึนระหว่างผู้รับประกันกับผู้มีอานาจในการทาประกันในนามกลุ่ม การทาประกัน
แบบนจี้ ะต้องมีจานวนคนไม่น้อยกว่า 10 คน นิยมในกลุ่มลกู จา้ ง ซง่ึ เสยี ค่าเบี้ยประกนั ตา่ กว่าแบบอ่นื

6. การประกนั แบบอุตสาหกรรม เป็นการประกันท่ใี ห้ความคุ้มครองแกผ่ ู้มรี ายไดน้ ้อย ไมส่ ามาร
ทาประกันรูปแบบอื่นได้ ส่วนใหญ่ผู้เอาประกัน ได้แก่ ลูกจ้างในโรงงานอุตสาหกรรม การชาระเบี้ยจะ
ชาระเปน็ รายเดือน หรอื รายสัปดาห์ เป็นต้น

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชา ง23101 การงานอาชพี (งานธรุ กจิ ) ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 3 โรงเรียนหาดใหญ่วทิ ยาลยั 64

หนา้

ประโยชนข์ องการประกนั ชีวิต
1. ประโยชน์ต่อประชาชน การประกนั ชวี ติ ก่อใหเ้ กดิ ประโยชน์ต่อประชาชน ดงั น้ี
1.1 ประโยชนใ์ นการออมทรัพย์ การประกันชีวติ แบบตลอดชีพหรอื แบบสะสมทรัพย์ผู้เอาประกัน

จะต้องจ่ายเบี้ยประกันให้กับบริษัทประกันชีวิตอย่างสม่าเสมอ ตามจานวนที่ตกลงไว้เงินจานวนดังกล่าว
จึงคล้ายกับการออมทรัพย์ เม่ือผู้เอาประกันชีวิตอยู่ครบตามสัญญาก็จะได้เงินต้นพร้อมดอกเบ้ีย ทาให้มี
รายได้เมอื่ เข้าสวู่ ยั ชรา เปน็ การปลกู ฝังนิสัยใหร้ ู้จกั ประหยัดเพือ่ อนาคตทดี่ ี

1.2 การให้ความคุ้มครองต่อครอบครัว การเสียชีวิตของผู้นาในครอบครัวย่อมสร้างความ
เดือดร้อนให้กับสมาชิก โดยเฉพาะด้านการเงินหากมีการทาประกันชีวิตไว้ก็จะช่วยลดความเดือดร้อนลง
ไปได้บางส่วน เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าจัดการศพ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ โดยไม่ต้องไปพึ่งพาบุคคลอ่ืน ทา
ให้เกิดความรบั ผดิ ชอบตอ่ ครอบครวั

1.3 ประโยชน์ด้านการลงทุน การประกันชีวิตเป็นการลงทุนซื้อหลักทรัพย์ชนิดหน่ึงเพราะจะทา
ใหเ้ กิดดอกผลแกผ่ ู้เอาประกันเช่นเดียวกับการฝากเงินในสถาบนั การเงนิ อ่ืน ๆ ซ่งึ อาจจะมคี วามแตกต่างท่ี
เง่ือนไขและวิธกี าร ตลอดจนอตั ราดอกเบีย้ ท่ีจะได้รบั

1.4 ประโยชน์ด้านความมั่นคงของรายได้ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เอาประกันการ
ประกนั ชีวติ จงึ คุ้มครองผเู้ อาประกันใหม้ รี ายได้ระหวา่ งเจบ็ ปว่ ย การทุพพลภาพหรือแกช่ รา ฯลฯ

2. ประโยชน์ต่อธรุ กิจ ธรุ กจิ สามารถกยู้ ืมจากเงนิ บริษัทประกันชีวิตเพื่อนาไปขยายกิจการต่าง ๆ
ได้ ขณะเดียวกันยังช่วยคุ้มครองธุรกิจไม่ให้เกิดความเสียหายกระทบกระเทือนท้ังด้านการเงินและความ
ศรัทธาแก่บคุ คลภายใน เช่น พนกั งาน และบุคคลภายนอก

3. ประโยชนต์ อ่ ประเทศชาติ ธุรกจิ ประกันชวี ติ เปน็ ธรุ กิจการออมทรัพย์ประเภทหนง่ึ ทรี่ ะดมเงิน
ออมจากประชาชนและธุรกิจในระยะยาว ทาให้ประเทศมีเงินทุนที่นามาใช้ในการพัฒนาประเทศได้ เช่น
การสร้างถนน เข่ือน สนามบิน และกิจการสาธารณูปโภคโดยรวมของประเทศ ซึ่งจะก่อให้เกิดความ
เจริญเติบโตทางเศรษฐกิจมากขึ้น ประชาชนมีรายได้ดีขึ้น มีการจับจ่ายใช้สอยและมีการเก็บออมเพื่อ
คมุ้ ครองตนเองและครอบครวั เป็นการแบ่งเบาภาระของรฐั บาลไดเ้ ป็นอยา่ งดี

การเก็บออมเงนิ หรอื การออมทรัพยไ์ ว้กับตนเองย่อมไมป่ ลอดภัยและทาใหส้ ูญเสยี รายไดท้ ี่ควรจะ
ได้รับ ดังนั้นการออมทรัพย์ที่ดีควรเก็บออมไว้ในท่ีท่ีปลอดภัยและมีรายได้เพ่ิมข้ึนอีกด้วย โดยการฝากกับ
สถาบันการเงินบางแห่งไว้ เช่น ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารออมสิน สหกรณ์ออมทรัพย์ และบริษัทประกัน
ชีวิต หรือจะเก็บออมและลงทุนในรูปของการซื้อหลักทรัพย์หรือตราสารท่ีมีความมั่นคง ก่อให้เกิดรายได้
และสามารถเปลี่ยนมาเป็นเงินสดได้ง่าย เช่น การซ้ือสลากออมสิน พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรออมทรัพย์
ต่าง ๆ และหน่วยลงทุนกองทนุ รวม เปน็ ต้น

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชา ง23101 การงานอาชีพ (งานธุรกจิ ) ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 โรงเรียนหาดใหญ่วทิ ยาลยั 65

หนา้

การประกนั ภยั

1. การบรหิ ารความเส่ียงภัย

การหาวธิ ีจัดการกับความเส่ียงภัย โดยท่ัวไปแบ่งออกไดเ้ ป็น
1. การหลกี เลีย่ งความเส่ยี งภัย (RISK AVOIDANCE)เป็นการปอ้ งกันไมใ่ ห้มคี วามเสยี่ งเกิดข้ึน
เพราะความเสย่ี งบางเรื่องสามารถหลกี เลย่ี งได้ เชน่ ถ้าวา่ ยนา้ ไมเ่ ปน็ ก็หลกี เลี่ยงการเดนิ ทางทางนา้ แต่
ความเส่ียงบางเร่ืองไม่สามารถหลกี เลี่ยงได้ หรือไมค่ มุ้ ทจ่ี ะหลกี เลีย่ งหรอื ป้องกนั เม่ือเทียบกบั ความ
เสยี หายทเ่ี กิดขนึ้ เช่น อยู่แต่ในบา้ นไมย่ อมออกไปไหน เพราะตอ้ งการหลกี เลี่ยงอบุ ัติเหตุ
2. การลดความเส่ียงภัย (RISK REDUCTION) ทาได้โดย
การป้องกันการเกิดความเสียหาย จะกระทาก่อนทจ่ี ะมีความเสียหายข้ึน เช่น การตรวจสภาพ
เครื่องยนต์ให้อยู่ในสภาพปลอดภัยอยูเ่ สมอ
การควบคมุ ความเสียหาย กระทาในขณะหรอื ภายหลงั จากทมี่ ีความเสยี หายเกดิ ขึน้ เชน่ การที่
เจา้ หน้าท่ีดบั เพลงิ ทาการดับเพลิงท่เี กิดขนึ้ อยา่ งทันท่วงที
การแยกทรัพย์สนิ เช่นการต้ังโรงงานและโกดงั ไว้คนละสถานท่ี
3. การรบั เสีย่ งภัยไว้เอง (RISK RETENTION)คือการรบั ผลกระทบที่จะเกดิ ขนึ้ จากภยั ไว้เอง
เนอื่ งจากภัยบางอย่างอาจเล็กมาก จนไมจ่ าเป็นต้องหาวิธจี ัดการกับความเส่ียงภยั เชน่ ความเสอื่ มสภาพ
ของวสั ดุสานักงาน การเอาประกันภัยรถยนต์แบบมคี วามรบั ผิดชอบตอ่ ความเสยี หายสว่ นแรกไม่เกนิ
1,000 บาท เปน็ ตน้
4. การโอนความเสี่ยงภัย (RISK TRANFER)เปน็ วิธีการจดั การกับความเส่ียงภยั ท่ีได้รับความ
นยิ มมากทีส่ ดุ วิธีหน่ึง ด้วยการโอนความเสีย่ งภยั เกยี่ วกบั ความเสียหายทางการเงนิ และความรับผดิ ต่าง ๆ
ไปใหบ้ คุ คลอ่นื รับภาระแทน ทาได้ 2 วธิ ี คอื
4.1 การโอนความเส่ียงภัยในรปู แบบของการประกันภัย(INSURANCE TRANSFER)
4.2 การโอนความเส่ียงภยั ไปใหบ้ คุ คลอนื่ ท่ไี มใ่ ช่การประกันภัย(NON- INSURANCE TRANSFER)
เช่น การจ้างบริษัทอื่นทาความสะอาดภายนอกอาคารสูง ๆ

2. ความหมายของการประกันภยั

การประกันภยั คอื การที่บุคคลฝ่ายหนึ่งซ่งึ เรยี กว่า “ผู้รับประกันภัย” ทาหนา้ ทเ่ี ปน็ หลักประกนั

แก่บคุ คลอีกฝา่ ยหน่ึงซึ่งเรยี กว่า “ผเู้ อาประกันภยั ” โดยสญั ญาว่าเขาจะไมต่ ้องรับความเดือดร้อนทาง

การเงนิ จากภยั ท่ีอาจจะเกดิ ข้ึนในอนาคต ซึ้งก่อใหเ้ กิดความสญู เสีย หรอื ความเสยี หายแกช่ ีวิตและ

ทรพั ย์สนิ ของเขา โดยผู้รบั ประกันภยั สญั ญาวา่ จะจ่ายเงนิ ชดเชยให้ผเู้ อาประกันภยั ตามจานวนและ

เงอื่ นไขที่ตกลงกนั ไว้ หรอื อาจจะทาให้ทรัพย์สินท่ีเอาประกันภัยไวน้ น้ั กลบั สสู่ ภาพเดิมหรือใกล้เคียง

ของเดิม โดยผ้รู บั ประกันภยั จะได้รับเงนิ คา่ เบย้ี ประกันภยั เป็นการตอบแทนจากผเู้ อาประกันภยั ตาม

จานวนทตี่ กลงกนั

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ มาตรา 861 บัญญัติว่า “อันว่าสญั ญาประกนั ภัยนั้น คอื

สญั ญาซึง่ บคุ คลหนง่ึ ตกลงจะใชค้ า่ สนิ ไหมทดแทนหรือใช้เงินจานวนหน่งึ ให้ ในกรณวี ินาศภัยหากมีขน้ึ หรือ

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชา ง23101 การงานอาชพี (งานธุรกิจ) ระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 โรงเรยี นหาดใหญว่ ทิ ยาลยั 66

หน้า

ในเหตุอยา่ งอืน่ ในอนาคตดังได้ระบุไว้ในสัญญา และในการน้บี คุ คลอีกคนหนึง่ ตกลงจะส่งเงินซึ่งเรียกว่า
“เบย้ี ประกันภัย”

สรปุ การประกันภยั คือ วธิ กี ารกระจายความเสีย่ งภัยอย่างหนง่ึ ซง่ึ สมาชิกทุกคนทป่ี ระสงค์จะ
เข้ารว่ มโครงการจะต้องจ่ายเงินคนละเล็กละนอ้ ย ซ่ึงเรยี กว่า เบย้ี ประกันภัย ใหก้ ับกองทุนกลาง และเม่ือ
มีสมาชกิ คนใดคนหนึง่ เคราะหร์ ้าย ไดร้ ับความเสียหายตามเหตุการณ์ท่ีเอาประกันภยั ไว้ สมาชกิ ผูน้ ้ันก็จะ
ได้รบั การชดใช้จากเงนิ กองกลางน้ันตามทตี่ กลงกนั ไว้ โดยมบี รษิ ัทประกนั ภยั เปน็ ผู้จดั การกองทนุ ตง้ั แต่
การประเมนิ ความเสย่ี งภยั จนถงึ การใหบ้ ริการชดใชค้ า่ สนิ ไหมทดแทน

3. ผู้เกีย่ วข้องกับการประกนั ภยั
ผู้ทีเ่ ก่ยี วขอ้ งในสญั ญาประกนั ภยั มี 3 ฝ่าย คือ
1. ผู้รบั ประกนั คือบรษิ ัททร่ี บั ประกนั ซึ่งรวบรวมเงินเบยี้ ประกัน เพอื่ นาไปให้กับผทู้ า

ประกันท่ีประสบภัยตามขอ้ กาหนดท่ตี กลงไว้
2. ผ้เู อาประกนั หรอื ผู้ทาประกัน คือบคุ คลหรือองค์กรทแี่ สดงความจานงเขา้ รว่ มทา

ประกับภยั กบั บริษทั ประกัน มหี นา้ ท่ีชาระเบ้ยี ประกนั ตามขอ้ ตกลงทที่ าไวก้ ับบริษัทประกนั
3. ผรู้ บั ประโยชน์ คือบุคคลทจ่ี ะได้รบั ค่าสินไหมทดแทนกรณเี กิดเหตตุ ามข้อกาหนดที่

ตกลงไวก้ บั บริษัทประกัน ผูร้ ับประโยชน์อาจเป็นบุคคลเดยี วกับผู้เอาประกันหรืออาจจะเปน็ บคุ คลอน่ื กไ็ ด้

การประกนั ภยั รถยนต์ แบง่ ออกเป็น
การประกันภัยรถยนตภ์ าคสมคั รใจ แบง่ ออกเปน็ 4 ประเภท คือ

1) การประกันภยั รถยนต์ประเภทหน่งึ คมุ้ ครองความเสยี หายทีเ่ กิดข้นึ กับตวั รถยนต์
คนั ทเี่ อาประกนั ภัย ความเสยี หายที่เกดิ จากไฟไหมห้ รอื รถยนต์ทถ่ี กู โจรกรรม และความเสียหายทีเ่ กิด
ขน้ึ กบั บคุ คลภายนอก ซงึ่ ผู้ขัยขร่ี ถจะต้องรับผดิ ชอบ

2) การประกนั ภัยประเภทสอง ค้มุ ครองความเสยี หายท่ีเกิดขึ้นกับตวั รถยนต์คนั ทีเ่ อา
ประกนั ภยั เฉพาะในกรณที ี่มีสาเหตุมาจากไฟไหมห้ รือการโจรกรรม และความเสยี หายที่เกิดข้นึ กับ
บุคคลภายนอก ซงึ่ ผู้ขบั ข่จี ะตอ้ งรบั ผดิ ชอบ

3) การประกนั ภยั ประเภทสาม คมุ้ ครองเฉพาะความเสยี หายทีเ่ กิดขึน้ กบั บคุ คลภายนอก
ซงึ่ ผ้ขู บั ข่รี ถจะต้องรบั ผดิ ชอบ

4) การประกันภัยประเภทส่ี คมุ้ ครองความรับผิดชอบต่อบคุ คลภายนอกเฉพาะความ
รับผดิ ชอบตอ่ ทรัพยส์ นิ บุคคลภายนอก โดยจานวนเงินคุ้มครองจานวน 100,000 บาท ต่ออุบตั ิเหตแุ ต่ละ
ครง้ั

การประกันภยั รถภาคบังคับ (Compulsory Motor Insurance)
หมายถึงการประกันภยั รถประเภทท่ี กฎหมายให้เจ้าของรถซงึ่ ใชห้ รอื มรี ถไว้เพอ่ื ใช้ ตอ้ งจดั ใหม้ ี
การประกนั ความเสยี หายสาหรับ ผ้ปู ระสบภัยโดยประกัน ภยั กบั บรษิ ัทตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการประกนั
วินาศภัยท่ีได้รับอนุญาตใหป้ ระกอบ กจิ การประเภทการประกนั ภยั รถ โดยรัฐบาลมเี จตจานงเพื่อใหเ้ กิด
ความคมุ้ ครองแก่ชีวิต ร่างกายของประชาชนท่ปี ระสบภยั เปน็ สาคญั

เอกสารประกอบการเรยี น รายวชิ า ง23101 การงานอาชีพ (งานธรุ กิจ) ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 โรงเรยี นหาดใหญว่ ทิ ยาลยั 67

หนา้

พระราชบญั ญัติวา่ ดว้ ยการคมุ้ ครองผู้ประสบภัยจากรถ (พ.ร.บ.)

สรุปเหตผุ ลและนโยบายในการตราพระราชบญั ญัตฯิ ของรัฐบาลได้ดังน้ีคือ
1. เพอ่ื คุ้มครองและใหค้ วามช่วยเหลือแก่ประชาชนผปู้ ระสบภัยจากรถ ซ่งึ ได้รับอนั ตรายความ

เสียหายแกช่ ีวติ รา่ งกาย ใหไ้ ดร้ บั การชดใชค้ า่ เสียหายและคา่ เสยี หายเบื้องต้นอย่างทนั ท่วงทแี ละแน่นอน
จงึ ต้องตรา พระราชบัญญัตนิ ี้ขึน้ มาบังคบั

2. เพ่อื ให้พระราชบัญญัตินเี้ ป็นหลกั ประกนั ว่าผ้ปู ระสบภยั จากรถ จะได้รบั การชดใชค้ ่าเสียหาย
และค่าเสยี หาย เบื้องต้นอย่างแนน่ อนและทันทว่ งที และเป็นหลกั ประกนั ไดว้ ่าสถานพยาบาลทกุ แห่งจะ
ได้รบั เงินคา่ รักษาพยาบาล อย่างแนน่ อนและรวดเรว็ ในการรบั รักษาพยาบาลแต่ผู้ประสบภัยจากรถ
ดังกลา่ ว

3. เพอ่ื เปน็ การสง่ เสริมและสนบั สนุนธรุ กิจประกนั ภยั ให้มีส่วนรว่ มในการแบง่ เบาค่าเสยี หายของ
ผปู้ ระกนั ภยั อนั เน่ืองมาจากอุบตั เิ หตุจากรถ ซึ่งนอกจากจะเปน็ การช่วยบรรเทาภาระความเดอื ดร้อนของ
ผู้ประสบภยั และครอบ ครัวแล้ว ยงั เป็นการชว่ ยแบง่ เบาภาระของรัฐบาลในด้านสวัสดิสงเคราะห์อีกด้วย

ผมู้ หี นา้ ท่ีต้องทาประกนั ภยั รถภาคบังคับ (พ.ร.บ.)
1. เจ้าของรถ (ผู้มีกรรมสิทธิใ์ นรถ)
2. ผเู้ ชา่ ซอื้ รถ (ผ้คู รอบครองรถในฐานะผ้เู ชา่ ซ้ือรถ)
3. เจา้ ของรถซ่ึงนารถทีจ่ ดทะเบยี นในต่างประเทศเขา้ มาใชใ้ นราชอาณาจักรเปน็ การ

ชว่ั คราว

การฝา่ ฝืนไม่จัดให้มีการทาประกันภัยรถ พ.ร.บ. คมุ้ ครองผู้ประสบภยั จากรถ พ.ศ. 2535
กาหนดใหร้ ะวางโทษ ปรับไมเ่ กินหน่งึ หมืน่ บาท

ประเภทรถทต่ี อ้ งทาประกันภัย พ.ร.บ.

รถที่ตอ้ งทาประกนั ภยั ตาม พ.ร.บ. ได้แก่ รถทกุ ชนดิ ทุกประเภทตามกฎหมายว่าดว้ ยรถยนต์
กฎหมายว่าด้วยการ ขนสง่ ทางบก กฎหมายว่าด้วยรถยนต์ทหารทเี่ จ้าของมีไวใ้ ช้หรือมีไว้เพ่อื ใช้ ไม่วา่ รถ
ดังกล่าวจะเดินดว้ ยกาลัง เครื่องยนต์ กาลังไฟฟ้า หรือพลังงานอื่น เช่น รถยนต์ รถจกั รยานยนต์
รถสามลอ้ เคร่ือง รถยนต์โดยสาร รถบรรทกุ หัวรถลากจงู รถพว่ ง รถบดถนน รถอีแตน๋ ฯลฯ

ดังนน้ั รถบางประเภททกี่ รมการขนสง่ ทางบกไม่รับจดทะเบียน แต่หากเข้าข่ายว่ารถน้ันเดินด้วย
กาลงั เครื่องยนต์ กาลังไฟฟา้ หรอื พลังงานอื่น ให้จัดเป็นรถทต่ี อ้ งทาประกนั ภยั ตาม พ.ร.บ.
รถทรี่ ับการยกเว้นไม่ต้องทาประกนั ภยั พ.ร.บ.

1. รถสาหรับเฉพาะองคพ์ ระมหากษตั รยิ ์ พระรชั ทายาท และผู้สาเร็จราชการแทนพระองค์
2. รถของสานักพระราชวงั ทจ่ี ดทะเบียน และมเี ครือ่ งหมายตามระเบียบทเ่ี ลขาธิการพระราชวัง
กาหนด
3. รถของกระทรวง ทบวง กรม และส่วนราชการตา่ ง ๆ รถยนต์ทหาร

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชา ง23101 การงานอาชีพ (งานธรุ กิจ) ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 โรงเรยี นหาดใหญว่ ทิ ยาลยั 68

หน้า

4. รถของหนว่ ยงานธรุ การขององค์กรที่จัดตั้งขน้ึ ตามรฐั ธรรมนญู และหน่วยงานธรุ การท่ีเป็น
อสิ ระขององค์กรใด ๆ ทรี่ ะบไุ ว้ในรัฐธรรมนญู

ผู้มหี นา้ ทรี่ ับเงินประกนั ตาม พ.ร.บ.

1. ผู้ประสบภัยจากรถอันได้แก่ ประชาชนทกุ คนท่ปี ระสบภัยจากรถ ไม่ว่าจะเป็นผ้ขู ับขี่
ผู้โดยสารคนเดนิ เทา้ หาก ได้รบั ความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย อนามัย อนั เน่ืองมาจากอุบัติเหตุท่ีเกิดจาก
รถ กจ็ ะไดร้ ับความคมุ้ ครองตาม พ.ร.บ. น้ี

2. ทายาทของผูป้ ระสบภัยขา้ งต้น กรณีผูป้ ระสบภัยเสียชวี ิต

เอกสารประกอบการเรยี น รายวชิ า ง23101 การงานอาชีพ (งานธุรกจิ ) ระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 3 โรงเรียนหาดใหญ่วทิ ยาลยั 69

หน้า

แบบฝึกหัด

เรือ่ ง การออมทรพั ย์

ตอนท่ี 1 จงตอบคาถามตอ่ ไปน้ี
จงอธิบายผลดีทเี่ กิดจากการออมทรัพยแ์ ละปัญหาที่อาจจะส่งผลกระทบตอ่ นักเรียน

ครอบครวั และประเทศชาติ กรณีท่ีไมม่ ีการออมเงิน
ผลดีตอ่ ตนเอง

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ผลดตี ่อครอบครัว
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ผลดตี ่อประเทศชาติ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ผลกระทบต่อตนเอง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ผลกระทบต่อครอบครวั
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ผลกระทบต่อประเทศชาติ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชา ง23101 การงานอาชีพ (งานธุรกิจ) ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 3 โรงเรียนหาดใหญ่วทิ ยาลยั 70

หนา้

ตอนท่ี 2 ตอบคาถามจากภาพ

1. จากภาพขา้ งล่างนีใ้ หย้ กตัวอยา่ งประกอบวา่ ถ้านักเรยี นออมเงนิ ทุกวัน ๆ ละ 20 บาท ตั้งแต่
ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 1 ถงึ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 นาฝากธนาคารทกุ ปี โดยธนาคารคดิ ดอกเบยี้ ให้รอ้ ยละ 2 ต่อปี
เมอื่ จบชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 6 นกั เรยี นจะมีเงินออมท้งั ส้นิ เท่าไร

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชา ง23101 การงานอาชีพ (งานธรุ กจิ ) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 3 โรงเรยี นหาดใหญ่วทิ ยาลยั 71

หน้า

วธิ กี ารคานวณ

ปีท่ี เงนิ ตน้ ดอกเบ้ีย เงินตน้ บวกดอกเบี้ย

ส้ินปที ่ี 1

สน้ิ ปที ี่ 2

ส้นิ ปที ่ี 3

สิ้นปที ี่ 4

สิ้นปที ่ี 5

สิน้ ปที ี่ 6

รวม

เม่อื จบชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 6 นกั เรยี นจะมเี งินออมทัง้ สน้ิ ....................บาท

2. จากภาพข้างล่าง ทาไมคนสว่ นใหญ่จงึ ตอ้ งเปลย่ี นพฤติกรรมการออมเงนิ จากใช้ก่อนแล้วค่อย
ออมเปน็ ออมกอ่ นใชม้ ีผลดีอย่างไร
………………………………………………………………..
………………………………………………………………..
………………………………………………………………..
………………………………………………………………..
………………………………………………………………..
………………………………………………………………..
………………………………………………………………..
………………………………………………………………..
………………………………………………………………..
………………………………………………………………..
………………………………………………………………..
………………………………………………………………..

เอกสารประกอบการเรยี น รายวชิ า ง23101 การงานอาชีพ (งานธุรกจิ ) ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 โรงเรียนหาดใหญว่ ทิ ยาลยั 72

หนา้

กิจกรรมท่ี 1
หนว่ ยที่ 2 ยอดนกั คดิ พชิ ติ เงินออม

ใหน้ ักเรยี นแบ่งกลุม่ ๆ ละ 4 คน สารวจพฤตกิ รรมของคนในชุมชนวา่ มีพฤติกรรมการออม
อยา่ งไร และในฐานะทนี่ ักเรียนไดเ้ รียนรูเ้ กี่ยวกบั การออม นักเรียนสามารถท่จี ะใชว้ ธิ กี ารใดเพ่ือใหค้ นใน
ชุมชนได้เหน็ ประโยชนข์ องการออม ในประเดน็ ตอ่ ไปนี้

1. ออมเงนิ ไวเ้ พือ่ อนาคต
1.1 มีนักเรยี นออมก่อนใชอ้ ย่างสม่าเสมอกี่คน คดิ เปน็ ร้อยละ
1.2 มีนกั เรยี นออมก่อนบ้างหลงั บ้างแตอ่ อมอย่างสม่าเสมอกี่คน คิดเป็นรอ้ ยละ
1.3 มีนักเรยี นออมและนาฝากธนาคารทุกเดอื นกี่คน คดิ เป็นร้อยละ

2. ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จาเปน็
2.1 ค่าใชจ้ า่ ยใดบ้างทนี่ กั เรียนเหน็ ว่าไมจ่ าเป็น
2.2 นักเรยี นสามารถลดค่าใช้จ่ายนน้ั ได้หรือไม่ และลดได้อยา่ งไร
2.3 นักเรยี นคดิ ว่าค่าใชจ้ ่ายที่ไม่จาเป็นท่ีนักเรยี นสามารถเลิกได้มีค่าใชจ้ ่ายประเภทไหนบ้าง
เช่น คา่ โทรศัพท์ ค่าเรียนพเิ ศษ การกนิ อาหารfast food การซอ้ื น้าขวด น้าหวาน ขนม
ขบเคยี้ ว ฯลฯ และนักเรียนจะหาวธิ ีการอย่างไรจึงจะเลิกได้อย่างเด็ดขาด
2.4 นกั เรยี นคดิ วา่ นกั เรียนจะเพม่ิ เงนิ ออมโดยการลดค่าใช้จ่ายประเภทไหน และคดิ ว่าน่าจะ
มีเงนิ ออมเพมิ่ ขนึ้ กี่บาท

3. เหน็ คุณคา่ ของเหลือใช้
3.1 ของเหลือใชข้ องนักเรียนมีอะไรบ้าง และนกั เรยี นสามารถนามาใชป้ ระโยชน์อะไรไดบ้ า้ ง
3.2 นกั เรยี นเคยนาของเหลือใชไ้ ปบรจิ าคหรือไม่ บรจิ าคที่ไหน
3.3 นักเรยี นเคยนาของเหลือใชไ้ ปจาหน่ายหรือไม่ ได้เงนิ มาเทา่ ไหร่
3.4 นกั เรยี นคิดว่าของเหลอื ใชบ้ างอย่างมาทาใหม่แล้วใช้ได้อกี มหี รอื ไม่ นกั เรียนดาเนินการ
อยา่ งไร
3.5 นักเรยี นคิดว่านักเรยี นสามารถคิดและนาของเหลือใชม้ าประดษิ ฐ์เปน็ ชิ้นงานใหม่อะไร
ได้บ้าง

4. หารายไดเ้ พ่ิม
4.1 ปัจจบุ ันนกั เรียนหารายไดเ้ พม่ิ นอกเหนือจากทีร่ บั จากผูป้ กครองหรือไม่
4.2 นกั เรียนหารายได้เพม่ิ ด้วยวิธีการใด
4.3 นกั เรยี นมรี ายไดเ้ พ่ิมเฉลย่ี ประมาณเดือนละเท่าใด
4.4 ถา้ นกั เรยี นจะประกอบอาชีพเพือ่ หารายไดร้ ะหว่างเรยี น นักเรียนคิดว่านกั เรียนทาได้
หรอื ไม่ เพราะเหตุใด

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชา ง23101 การงานอาชีพ (งานธรุ กิจ) ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 3 โรงเรียนหาดใหญว่ ทิ ยาลยั 73

หน้า

กิจกรรมที่ 2
หนว่ ยที่ 2 ยอดนักคดิ พชิ ติ เงินออม

ใหน้ ักเรยี นแบง่ กล่มุ กลมุ่ ละ 3-5 คน จดั ทาสือ่ เพอื่ เผยแพรเ่ ทคนิคการออมทก่ี ลุ่มช่วยกันคิด โดย
นาเสนอในรูปสื่อต่อไปน้ี

1. วีดีโอ
2. สื่อการต์ นู
3. หนงั สัน้
4. เพลง
5. การแสดงพืน้ บ้าน

ฯลฯ

เอกสารประกอบการเรยี น รายวชิ า ง23101 การงานอาชีพ (งานธรุ กจิ ) ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 โรงเรยี นหาดใหญ่วทิ ยาลยั 74

หน้า

กจิ กรรมท่ี 3
หนว่ ยที่ 2 ยอดนักคิดพชิ ติ เงนิ ออม

ให้นักเรียนจับคเู่ พื่อทาสญั ญาในการสงั เกตพฤตกิ รรมการลดคา่ ใชจ้ ่ายท่ีไมจ่ าเป็นของเพื่อนคูค่ ิด
ว่าสามารถลดได้จรงิ หรือไม่ โดยนกั เรยี นท้งั 2 คน ทาแผน่ ภาพคา่ ใช้จา่ ยท่ีคิดว่าจะต้องลดให้ไดค้ นละ 1
รายการ ดงั ตัวอย่าง

เอกสารประกอบการเรยี น รายวชิ า ง23101 การงานอาชพี (งานธรุ กิจ) ระดับช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรยี นหาดใหญ่วทิ ยาลยั 75

หน้า

บรรณานุกรม

กรุณา อักษราวุธ. เงินทองของมีค่า. กรงุ เทพฯ: ตลาดหลักทรพั ย์แหง่ ประเทศไทย, 2547.
ดารงศักด์ิ ชยั สนทิ . ธรุ กจิ ทัว่ ไป. กรงุ เทพฯ : วงั อกั ษร, 2542.
นภาพร พลายมาศ. งานธุรกจิ . กรงุ เทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช, 2546.
พเิ ชฏฐ์ หลั่นทรัพย์. การจัดการธรุ กจิ เบอ้ื งตน้ . กรงุ เทพฯ : เจรญิ รงุ่ เรอื งการพมิ พ,์ 2545.
วรรณา วงศ์วิวัฒน.์ บญั ชเี บ้ืองตน้ 1. กรงุ เทพฯ : เอมพนั ธ์, 2546.
วิไล นครสุวรรณ. การบญั ชี 1. กรุงเทพฯ : พฒั นาวิชาการ (2535) จากัด, 2540.
ศวิ ลี ดลิ กหัตถการ และจนั ทิมา บญุ พยุง. ธุรกิจเบือ้ งต้น. กรงุ เทพฯ : พัฒนาวิชาการ

(2535) จากัด, 2543.
สมพิศ เลก็ เฟื่องฟู. งานธุรกิจ. กรงุ เทพฯ : วัฒนาพานชิ , 2547.
การออมทรัพย์ สืบคน้ เมื่อวันที่ 2 กมุ ภาพนั ธ์ 2563 จาก http://goldenworld-inter.com/.

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชา ง23101 การงานอาชีพ (งานธรุ กิจ) ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 3 โรงเรียนหาดใหญ่วทิ ยาลยั 76

หนา้

หน่วยท่ี 3 เตรียมพรอ้ มเปน็ ผบู้ ริโภคทีฉ่ ลาด

ความหมายการโฆษณา

เทคนคิ การขาย การโฆษณากับผบู้ ริโภค เทคนคิ การโฆษณา
สทิ ธิพ้ืนฐานของผบู้ รโิ ภค ฉลาดซ้อื
ผู้บริโภคทฉ่ี ลาด
รสู้ ิทธิและหนา้ ท่ี ฉลาดซ้อื ประหยดั ใช้
หน้าทขี่ องผบู้ รโิ ภค
ประหยัดใช้
บัตรเครดติ
สินเช่อื
ข้อดี/ไมด่ ีของการใช้สนิ เชื่อ

ความหมายของสนิ เช่ือ

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชา ง23101 การงานอาชีพ (งานธุรกจิ ) ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 โรงเรยี นหาดใหญว่ ทิ ยาลยั 77

หน้า

แบบทดสอบกอ่ นเรียน/หลังเรียน
หน่วยที่ 3 เตรยี มพร้อมเปน็ ผู้บริโภคท่ฉี ลาด

คาช้แี จง ขอ้ สอบมี 2 ตอน ตอนท่ี 1 เปน็ แบบปรนัยเลือกตอบจานวน 5 ขอ้
ตอนที่ 2 เป็นกลุ่มคาตอบสมั พนั ธ์กนั จานวน 5 ขอ้ (ให้เขยี นลงในช่อง ก)

ตอนที่ 1 จงเลือกคาตอบท่ีถูกท่สี ดุ เพียงคาตอบเดยี ว แล้วทาเครื่องหมาย (X) ลงในกระดาษ

คาตอบ

1. การบรโิ ภคมีความหมายตรงกับข้อใด

ก. เด็กหญงิ แตงกวา ไปพบแพทย์ตามนดั

ข. เดก็ หญงิ แตงโม ทางานพเิ ศษในวนั หยดุ

ค. เด็กชายกา้ นกล้วย รับประทานอาหารที่โรงเรียน

ง. เดก็ หญิงส้ม ไปชว่ ยผูป้ กครองขายสินค้าตอนเย็นหลังเลิกเรียน

2. การอ่านฉลากสนิ ค้าอยา่ งละเอยี ดก่อนตัดสินใจซ้ือ สง่ ผลตอ่ ผบู้ รโิ ภคอยา่ งไร

ก. รรู้ าคาของสนิ ค้า

ข. รูป้ รมิ าณของสนิ ค้า

ค. รู้ข้อมูลสาคัญของสินคา้

ง. รู้ความตอ้ งการของผู้บริโภค

3. วิธกี ารซื้อสินคา้ ในปจั จุบนั ทต่ี อ้ งระมัดระวงั เพราะอาจจะถูกหลอกลวงได้งา่ ยคือข้อใด

ก. อินเทอร์เน็ต ข. ร้านสะดวกซอ้ื

ค. รา้ นขายของชา ง. ห้างสรรพสนิ ค้า

4. นักเรียนคิดว่าการเปน็ ผบู้ ริโภคทฉ่ี ลาดควรเลือกบรโิ ภคอย่างไร

ก. เปรยี บเทียบปรมิ าณสินค้า

ข. เปรียบเทยี บราคาต่อหน่วย

ค. เปรียบเทียบราคาและคุณภาพ

ง. เปรียบเทยี บราคาการใหบ้ รกิ าร

5. การคุ้มครองผู้บรโิ ภคมีประโยชนต์ ่อผบู้ รโิ ภคอย่างไร

ก. เพ่ือควบคุมปริมาณสินค้า

ข. เพื่อคมุ้ ครองผู้บรโิ ภคทีม่ รี ายได้น้อย

ค. เพือ่ ปอ้ งกันไม่ให้ผู้บริโภคซ้ือสนิ ค้าฟุ่มเฟือย

ง. เพ่อื ให้ผู้บรโิ ภคได้รับความเปน็ ธรรมได้รบั สินค้ามีคณุ ภาพ

6. ถ้านักเรียนพบปัญหาสินค้าไม่มเี คร่ืองหมาย นกั เรียนควรรอ้ งทุกข์หรือแจ้ง

หนว่ ยงานใด

ก. สานักงานรับรองคุณภาพรา้ นยา

ข. สานกั งานคณะกรรมการอาหารและยา

ค. สานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผบู้ ริโภค

ง. สานักงานมาตรฐานผลติ ภัณฑ์อุตสาหกรรม

เอกสารประกอบการเรยี น รายวชิ า ง23101 การงานอาชพี (งานธรุ กิจ) ระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 3 โรงเรยี นหาดใหญ่วทิ ยาลยั 78

หนา้

7. การสรา้ งประวตั ิทีด่ ีเพอ่ื ขอกู้เงินจากสถาบันการเงนิ คือตัวเลอื กใด

ก. ไม่กู้หน้ยี ืมสินเลย ข. ย่ืนเสยี ภาษีตรงเวลา

ค. ใชเ้ ครอื่ ง ATM หลาย ๆ ครงั้ ตอ่ เดือน ง. มีงานทาอยา่ งตอ่ เน่อื งและสม่าเสมอ

8. “สินเชือ่ เงนิ สด สนิ เช่ือรถแลกเงิน ทกุ วิกฤตทางการเงิน รถชว่ ยคุณได้ รับเงินสด รถยังมี

ขับ” เป็นการโฆษณาแบบใด

ก. เปรยี บเทียบกากวม ข. มอี ิสระเสรี

ค. แอบอา้ งคาของคนดงั ง. รับประกัน

9. ข้อใดอธบิ ายถึงการมีบัตรเครดิตหลายใบได้ถูกตอ้ งทส่ี ดุ

ก. ดี เพราะแสดงถึงความร่ารวยของผถู้ ือบตั ร

ข. ดี เพราะสามารถถอนเงินจากบัตรหนง่ึ ไปจ่ายชาระหนอ้ี ีกบตั รหนึ่งได้

ค. ไมด่ ี เพราะจะทาให้มโี อกาสใชจ้ า่ ยฟ่มุ เฟอื ยมากขนึ้

ง. ไม่ดี เพราะยุ่งยากมากขึ้นในการแจ้งความ หากกระเป๋าสตางคห์ าย

10. เม่ืออัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มเพ่มิ ข้นึ ใครมีความเส่ยี งมากทีส่ ดุ

ก. ปู กเู้ งนิ ซือ้ บา้ นกบั ธนาคาร

ข. หนู ฝากเงนิ ในบญั ชีเงินฝากออมทรัพย์

ค. นก ฝากเงินในบัญชีเงินฝากกระแสรายวนั

ง. ปลา ใชบ้ ัตรเครดติ โดยชาระเงนิ ตามยอดหนีท้ ้งั หมดทุกเดือน

ตอนที่ 2 แบบกลุ่มคาตอบสัมพนั ธ์กนั จานวน 1 ข้อ

ใหเ้ ลือกเทคนคิ การโฆษณาให้สัมพนั ธก์ บั ตวั อยา่ งการโฆษณา

.

เทคนิคการโฆษณา ตวั อย่างการโฆษณา

1.คนเด่นคนดงั เปน็ คนแนะนา A ผงซกั ฟอก “ขาวบรสิ ทุ ธ์ิ”ซักคราบไขมนั และสง่ิ สกปรกได้

ดกี ว่า

2.เปรียบเทียบแบบกากวม B แบตเตอร่ียห่ี ้อ “ทนทาน” รบั ประกนั ตลอดอายุการใช้

งาน หากไม่พอใจคุณภาพยินดคี นื เงนิ

3.ใชต้ วั เลขสถิตสิ รา้ งความน่าเชื่อถือ C ทันตแพทย์ 4 ใน 5 คน แนะนายาสีฟัน “ขาวสะอาด”

4.รับประกัน D ณเดชน์ คุกิมิยะ ใชแ้ ต่ผลิตภณั ฑ์ของ Ecco

5.ใชห้ ลักวิทยาศาสตร์มากล่าวอ้าง E จากผลการวิจยั ทางการแพทยม์ ากกวา่ 15 ปี เพยี ง

รับประทานผลิตภณั ฑ์มะรุมก่อนอาหารครงึ่ ชว่ั โมงอาหารที่

คุณรับประทานเข้าไป จะไม่ทาใหน้ า้ หนักตัวคุณเพ่ิมข้ึน

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชา ง23101 การงานอาชพี (งานธุรกิจ) ระดับช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 โรงเรียนหาดใหญ่วทิ ยาลยั 79

หนา้

กระดาษคาตอบ
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น/หลังเรียน
หน่วยที่ 3 เตรยี มพร้อมเปน็ ผบู้ รโิ ภคทฉ่ี ลาด

ชอื่ -สกุล.............................................เลขท่.ี ............ชัน้ .............

กระดาษคาตอบ กระดาษคาตอบ
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น แบบทดสอบหลังเรยี น

ข้อ ก ข ค ง ขอ้ ก ข ค ง
1 1
2 2
3 3
4 4
5 5
6 6
7 7
8 8
9 9
10 10
11 11
12 12
13 13
14 14
15 15

สรุปคะแนนก่อนเรียน สรปุ คะแนนหลงั เรยี น

15 15

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชา ง23101 การงานอาชีพ (งานธรุ กิจ) ระดับช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 โรงเรียนหาดใหญว่ ทิ ยาลยั 80

หน้า

การเป็นผบู้ รโิ ภคทฉี่ ลาด

1. การใชจ้ า่ ย
เงนิ เป็นทรพั ยากรท่ีมีอยูจ่ ากดั ดังน้นั จงึ ต้องมีการวางแผนการใช้เงนิ ในการบรโิ ภค เพ่ือการ

เลอื กใช้เงนิ อย่างชาญฉลาดและคมุ้ ค่า โดยการพฒั นาตนเองใหเ้ ป็นผู้บริโภคที่รอบรู้ รู้เท่าทันกลวธิ ี เทคนิค
ต่าง ๆ ท่ใี ชใ้ นการขายสินคา้ และบรกิ าร รวมถึงตระหนกั ถงึ สทิ ธทิ ผี่ บู้ ริโภคพึงไดร้ บั

“MASLOW’S Hierarchy off Needs” เป็นทฤษฎเี กยี่ วกับความตอ้ งการของมนุษย์ท่ีใช้
อ้างองิ ถงึ ท่วั โลก เขาสรุปว่ามนษุ ย์เรามีความตอ้ งการจาเป็นอยู่ 5 ข้นั

ขนั้ ที่ 1 ความตอ้ งการทางกาย (Physiological Needs) คือความต้องการปจั จยั พน้ื ฐานในการ
ดารงชวี ติ

ขั้นท่ี 2 ความต้องการความม่ันคงปลอดภัย (Safety and Security Needs) คือความต้องการท่ี
จะมชี วี ิตท่มี ่นั คง ปลอดภัย

ขั้นที่ 3 ความตอ้ งการความรักและการเป็นทยี่ อมรบั ของกลมุ่ (Love and Belonging
Needs) มนุษยเ์ มื่อเขา้ ไปอยู่ในกลุ่มใดก็ต้องการให้ตนเปน็ ที่รกั และยอมรบั ในกลุ่มท่ตี นอยู่

ข้ันที่ 4 ความตอ้ งการได้ รบั การยกยอ่ งจากผู้อื่น (Self -Esteem Needs) เปน็ ความต้องการใน
ลาดบั ตอ่ มา ซ่ึงความต้องการในขน้ั นี้ถา้ ไดร้ ับจะก่อใหเ้ กดิ ความภาคภูมใิ จใจตนเอง

ขนั้ ที่ 5 ความต้องการในการเขา้ ใจและรู้จักตนเอง (Self-Actualization Needs) เป็นความ
ตอ้ งการชั้นสูงของมนษุ ย์ ซง่ึ น้อยคนทจี่ ะประสบไดถ้ ึงข้นั น้ี

มาสโลว์ได้กล่าวเนน้ วา่ ความตอ้ งการตา่ ง ๆ เหลา่ นี้ต้องเกิดเป็นลาดบั ขนั้ และจะไมม่ ีการขา้ มข้นั
ถ้าขนั้ ที่ 1 ไม่ได้รบั การตอบสนอง ความต้องการในลาดบั ข้ันท่ี 2-5 ก็ไม่อาจเกิดข้ึนได้ การตอบสนองท่ี
ไดร้ ับในแต่ละขัน้ ไม่จาเป็นต้องได้รับท้ัง 100% แต่ต้องได้รับบา้ งเพ่ือจะไดเ้ ปน็ บนั ไดนาไปสู่การพฒั นา
ความต้องการในระดับทส่ี งู ขึน้ ในลาดบั ขั้นต่อไป

ภาพ MASLOW’S Hierarchy off Needs

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชา ง23101 การงานอาชีพ (งานธุรกจิ ) ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 โรงเรยี นหาดใหญว่ ทิ ยาลยั 81

หนา้

สทิ ธิและหนา้ ท่ีของผู้บรโิ ภค

สทิ ธขิ องผู้บรโิ ภค
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย มาตรา 61 บัญญัติ

ว่า "สิทธิของบุคคลซึ่งเป็นผู้บริโภคย่อมได้รับความคุ้มครองในการได้รับข้อมูลที่เป็นความจริงและมีสิทธิ
รอ้ งเรียนเพื่อให้ได้รับการแก้ไขเยียวยาความเสยี หาย รวมทง้ั มสี ทิ ธิรวมตวั กันเพ่ือพิทักษ์สทิ ธิของผู้บริโภค
ให้มีองค์การเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคที่เป็นอิสระจากหน่วยงานของรัฐ ซ่ึงประกอบไปด้วยตัวแทน
ผู้บริโภค ทาหน้าท่ีให้ความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของหน่วยงานของรัฐในการตราและการบังใช้
กฎหมายและกฎ และให้เห็นในการกาหนดมาตรการต่างๆ เพ่ือคุ้มครองผู้บริโภครวมท้ังตรวจสอบและ
รายงานการกระทาหรือละเลยการกระทาอันเปน็ การคุ้มครองผู้บริโภค ทง้ั น้ใี ห้รฐั สนบั สนนุ งบประมาณใน
การดาเนินการขององค์การอิสระดังกล่าวด้วย" และหมวด 5 แนวนโยบายพ้ืนฐานแห่งรัฐมาตรา 84
บัญญัติว่า "รัฐต้องดาเนินการตามแนวนโยบายด้านเศรษฐกิจ ดังต่อไปน้ี ฯลฯ (5) กากับให้การประกอบ
กิจการมีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม ป้องกันการผูกขาดตัดตอน ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม
และคุ้มครองผบู้ ริโภค ฯลฯ"

พระราชบัญญตั คิ ุ้มครองผู้บรโิ ภค พ.ศ. 2522 ซง่ึ แกไ้ ขเพ่มิ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิคมุ้ ครองผบู้ ริโภค
(ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2541 ไดบ้ ญั ญัติสทิ ธิของผู้บริโภคทจ่ี ะไดร้ บั ความคมุ้ ครองตามกฎหมาย 5 ประการ ดงั นี้

1. สทิ ธิทจ่ี ะไดร้ ับขา่ วสารรวมท้งั คาพรรณนาคุณภาพที่ถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกับสินค้าหรือ
บรกิ าร ได้แก่ สทิ ธทิ จ่ี ะไดร้ ับการโฆษณาหรือการแสดงฉลากตามความเป็นจริงและปราศจากพิษภยั แก่
ผบู้ ริโภค รวมตลอดถึงสทิ ธิท่จี ะได้รับทราบข้อมูลเกยี่ วกบั สินคา้ หรือบริการอยา่ งถูกตอ้ ง และเพยี งพอที่จะ
ไม่หลงผดิ ในการซือ้ สินค้าหรอื รบั บรกิ ารโดยไมเ่ ปน็ ธรรม

2. สทิ ธทิ จี่ ะมีอสิ ระในการเลือกหาสินค้าหรือบริการ ได้แก่ สิทธทิ จ่ี ะไดร้ บั สินคา้ หรอื รบั บรกิ ารโดย
ความสมคั รใจของผบู้ รโิ ภค และปราศจากการชักจูงใจอนั ไมเ่ ปน็ ธรรม

3. สทิ ธิท่จี ะได้รับความปลอดภยั จากการใช้สินค้าหรือบริการ ได้แก่ สิทธิทจ่ี ะไดร้ ับสินค้าหรือ
บริการท่ปี ลอดภัย มสี ภาพและคุณภาพได้มาตรฐาน เหมาะสมแก่การใช้ ไมก่ ่อให้เกิดอนั ตรายตอ่ ชวี ิต
ร่างกายหรือทรพั ย์สนิ ในกรณีใช้ตามคาแนะนาหรือระมัดระวงั ตามสภาพของสินคา้ หรือบรกิ ารนั้นแล้ว

4. สทิ ธทิ ี่จะไดร้ บั ความเป็นธรรมในการทาสญั ญา ไดแ้ ก่ สทิ ธิทีจ่ ะได้รบั ข้อสัญญาโดยไมถ่ ูกเอารัด
เอาเปรียบจากผู้ประกอบธรุ กิจ

5. สิทธิทจ่ี ะไดร้ บั การพจิ ารณาและชดเชยความเสียหาย ได้แก่ สทิ ธทิ ่จี ะได้รับการคุม้ ครองและ
ชดเชยค่าเสยี หาย เมือ่ มีการละเมิดสทิ ธขิ องผูบ้ รโิ ภคตามข้อ 1, 2, 3, และ 4 ดังกล่าว

หนา้ ทข่ี องผ้บู รโิ ภค
สทิ ธิของผบู้ รโิ ภคทัง้ 5 ประการ ตามท่ีกฎหมายไดบ้ ัญญตั ไิ ว้ จะไดร้ ับผลเต็มทตี่ ่อเมื่อผบู้ รโิ ภคได้

ปฎิบตั ิตามคาแนะนา ดังต่อไปนี้
หนา้ ท่ีของผบู้ รโิ ภคกอ่ นซอื้ สินคา้ หรอื บริการ

1. ผบู้ รโิ ภคควรใช้ความระมดั ระวังตามสมควร ในการซ้ือสินคา้ และรบั บริการ เปน็ ต้นว่า
ตรวจสอบการแสดงฉลาก ปริมาณ และราคา ว่ายุตธิ รรมหรือไม่ อย่าเชือ่ ถอื ข้อความโฆษณาโดยไม่

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชา ง23101 การงานอาชีพ (งานธรุ กจิ ) ระดับชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 3 โรงเรยี นหาดใหญว่ ทิ ยาลยั 82

หนา้

พิจารณาใหร้ อบคอบ และหาขอ้ มลู เพมิ่ เติมเกี่ยวกบั คณุ ภาพ แหลง่ กาเนดิ และลกั ษณะของสนิ ค้าว่าเปน็
ความจริงตามที่ไดโ้ ฆษณาไวห้ รือไม่ ถา้ มีข้อสงสัยหรอื ไม่แน่ใจควรพจิ าณาให้ดีเสียก่อน

2. การเข้าทาสัญญาผูกพันกันตามกฎหมายโดยการลงลายมือชอ่ื นั้น ผ้บู รโิ ภคตอ้ งตรวจสอบความ
ชดั เจนของภาษาทใ่ี ช้ ว่ารัดกุมและให้สิทธิแก่ผบู้ ริโภคครบถ้วนหรอื ไม่ ตามท่ีไดเ้ จรจากันไว้ และสญั ญามี
เง่อื นไขข้อใดบา้ งท่ีไม่เปน็ ธรรมตอ่ ผบู้ ริโภค ถ้าสงสยั ในข้อกฎหมายใดหรอื ไม่แน่ใจในความชดั เจนของ
สญั ญาก็ควรปรกึ ษาผูท้ ่ีมีความรูใ้ หแ้ นช่ ัดเสียก่อน

3. ขอ้ ตกลงตา่ งๆ ทตี่ ้องการให้มีผลบังคับ ควรทาเปน็ หนังสอื และลงลายมอื ช่อื ผู้ประกอบธุรกจิ
ด้วย

หน้าทข่ี องผู้บริโภคหลงั ซ้ือสินค้าหรอื บรกิ าร
1. ผ้บู ริโภคมหี นา้ ทใ่ี นการเกบ็ รักษาพยานหลกั ฐานต่างๆ ทแ่ี สดงถึงการละเมิดสิทธขิ องผบู้ ริโภคไว้

เพอื่ ทาการเรียกร้องตามสิทธิของตน พยานหลักฐานดงั กล่าวอาจจะเปน็ สนิ ค้าท่แี สดงใหเ้ ห็นวา่ มปี รมิ าณ
หรือคณุ ภาพไมเ่ ป็นไปตามมาตรฐานทร่ี ะบไุ วใ้ นฉลาก มีความสกปรกหรือเป็นพิษอาจเกิดอนั ตรายจาก
การใช้สินค้าหรอื บริการนัน้ ได้ ควรจดจาสถานทท่ี ่ีซ้ือสินคา้ หรือรับบริการน้ันไว้เพ่ือประกอบการร้องเรยี น
ดว้ ย

2. ในกรณที ี่มกี ารทาสญั ญาเป็นลายลกั ษณ์อักษรกับผปู้ ระกอบธรุ กจิ ตอ้ งเกบ็ เอกสารสญั ญาตา่ งๆ
รวมท้งั เอกสารโฆษณาและใบเสรจ็ รับเงินไวด้ ้วย

3. เมือ่ มีการละเมดิ สิทธิของผ้บู ริโภค ผู้บริโภคมหี น้าท่ใี นการดาเนนิ การร้องเรยี นตามสิทธขิ องตน
ตามทกี่ ล่าวมาแลว้

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชา ง23101 การงานอาชีพ (งานธรุ กิจ) ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 โรงเรียนหาดใหญว่ ทิ ยาลยั 83

หน้า

ผบู้ รโิ ภคยคุ ใหม่
“ฉลาดซอ้ื ประหยดั ใช”้

ผู้บริโภค หมายถึง ผู้ท่ีใช้ประโยชน์จากสินค้าหรือบริการเพื่อตอบสนองความต้องการ
โดยตรงของบคุ คลผนู้ น้ั ผลทีไ่ ด้รบั จากการบริโภคคือ อรรถประโยชน์หรือความพอใจ ผู้บรโิ ภคอาจจะเป็น
ตัวบคุ คล กลุม่ บุคคล ครัวเรือน และอาจหมายถึงรฐั บาลด้วยก็ได้ ประเด็นสาคญั อยทู่ ่ีวา่ การซื้อสนิ คา้ หรือ
บริการน้ันจะต้องไม่ใช่เป็นการนาไปผลิตหรือขายต่อ ผู้บริโภคที่กล่าวถึงต่อไปนี้ คือ ผู้บริโภคที่ใช้
ประโยชนจ์ ากสนิ ค้าและบริการเป็นคนสุดท้าย

เอกสารประกอบการเรยี น รายวชิ า ง23101 การงานอาชพี (งานธรุ กจิ ) ระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 โรงเรียนหาดใหญว่ ทิ ยาลยั 84

หน้า

เอกสารประกอบการเรยี น รายวชิ า ง23101 การงานอาชพี (งานธรุ กจิ ) ระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 โรงเรียนหาดใหญว่ ทิ ยาลยั 85

หน้า

เอกสารประกอบการเรยี น รายวชิ า ง23101 การงานอาชพี (งานธรุ กจิ ) ระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 โรงเรียนหาดใหญว่ ทิ ยาลยั 86

หน้า

เอกสารประกอบการเรยี น รายวชิ า ง23101 การงานอาชพี (งานธรุ กจิ ) ระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 โรงเรียนหาดใหญว่ ทิ ยาลยั 87

หน้า

เอกสารประกอบการเรยี น รายวชิ า ง23101 การงานอาชีพ (งานธุรกิจ) ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3 โรงเรยี นหาดใหญว่ ทิ ยาลยั 88

หน้า

สนิ เชอื่

1. ความหมายของสนิ เชอ่ื
สนิ เชอ่ื หมายถึงอานาจในการเข้าถงึ การใชส้ นิ คา้ และบริการ โดยสัญญาว่าจะชดใชค้ นื ในอนาคต

โดยสนิ เชื่ออาจอยใู่ นรปู ของสินค้าและบริการ หรอื ในรูปของเงนิ กไ็ ด้ เน่ืองจากในทางเศรษฐศาสตร์มองวา่
หน่วยเศรษฐกิจในระบบเศรษฐกจิ นนั้ อาจมีลกั ษณะการใช้ทรพั ยากรท่ีไม่สมดุลกัน บางหนว่ ยเศรษฐกิจ
อาจมคี วามต้องการใชส้ นิ ค้าและบริการมากกว่าทรัพยากรทมี่ ีอยู่ในปัจจบุ ัน ขณะท่ีบางหน่วยเศรษฐกจิ
อาจมที รัพยากรเหลือใช้เกนิ ความต้องการ หากมีการโอนทรัพยากรสว่ นทเี่ หลอื ไปใหผ้ ูท้ ี่มีความต้องการใช้
กจ็ ะก่อให้เกิดประโยชน์ ทางกฎหมายเรียกหน่วยเศรษฐกจิ ท่ีเป็นผ้รู บั ทรัพยากรนนั้ วาลูกหน้ี และเรียก
หนว่ ยเศรษฐกิจท่เี ปน็ ผู้ใหย้ ืมทรพั ยากรนัน้ ว่าเป็นเจ้าหน้ีหรือผู้ให้สนิ เชอื่

2. ขอ้ ดีของการใช้สินเชอื่
1. ซอื้ สินคา้ และบริการที่ต้องการได้ทันที
2. ไมต่ อ้ งพกเงินสดมาก ๆ
3. สามารถเกบ็ ขอ้ มูลการใชจ้ ่ายได้ (จากสาเนาการใช้บตั รเครดิต และใบแจง้

หนี้)
4. สะดวกกวา่ การใชเ้ ช็ค
5. สะดวกในการชาระหนี้ คือ ซ้ือหาสิง่ ต่าง ๆ แล้วส้ินงวดค่อยจา่ ยตามใบ

แจง้ หน้ีของบัตรเครดติ ครั้งเดียว
ข้อเสยี ของการใช้สินเช่ือ

1. เสียดอกเบีย้ (ถา้ ไมช่ าระเงินตามใบจา้ งหนบ้ี ตั รเครดติ ตามเวลา ดอกเบย้ี
บัตรเครดิตมักแพงกว่าอัตราดอกเบีย้ ทัว่ ๆ ไป)

2. ต้องเสยี ค่าบริการ เช่น เสยี ค่าธรรมเนียมแรกเข้า เสยี ค่าธรรมเนยี มรายปี
(ปจั จบุ ันหลายธนาคารไม่คดิ ค่าธรรมเนียมแรกเข้า และหลายธนาคารยกเว้นคา่ ธรรมเนยี มรายปีใหล้ ูกค้า
ชั้นดดี ว้ ย)

3. อาจสรา้ งภาระหนี้สิน สาหรับคนท่ไี ม่มวี ินยั ในการใช้จา่ ย หรอื เผลอใช้บตั ร
เครดติ ซอ้ื สนิ คา้ และบริการต่าง ๆ มากเกนิ ความสามารถในการชาระหน้ขี องตน

4. การที่ซ้ือหาอะไรโดยไม่ต้องจ่ายเงินสด ทาใหห้ ลายคนซื้อโดยไม่ยบั ยั้ง
ชัง่ ใจมากขึน้

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชา ง23101 การงานอาชีพ (งานธรุ กิจ) ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 โรงเรียนหาดใหญ่วทิ ยาลยั 89

หน้า

3. บัตรเครดติ
ความหมายของบตั รเครดติ กลุมวจิ ัยปญหาอาชญากรรม กองวจิ ัยและพัฒนาสานักงานแผนงาน

และงบประมาณกรมตารวจไดใหความหมายวา บัตรเครดิตคือ ส่ือในการซ้ือขายและบริการระหวาง
สมาชิกผูถือบัตร (ผูซ้ือ) และรานคา (ผูขาย) โดยมบี ริษัท ผูออกบตั รเปนตวั กลางในการเช่ือมโยงอนุมัติ
การซ้อื ขาย

บัตรเครดติ มมี ากมายหลายย่หี อ้ เช่น Visa Card, American Express, Master Card,
Diner `s Card บางยี่ห้อยงั มีการออกผ่านธนาคารหรอื หลายผคู้ า้ เพ่ือความสะดวกในการซอ้ื ขายสนิ ค้า
และบริการ

ปัจจัยท่ใี ช้เลือกบตั รเครดติ
ในฐานะผบู้ ริโภคทฉ่ี ลาด เราต้องเลอื กดวู ่าจะทาบัตรเครดิตกบั ผใู้ ห้บริการรายใด ผา่ นธนาคาร
ไหน โดยเปรยี บเทียบหลาย ๆ เรอื่ ง ได้แก่
1. ค่าธรรมเนยี มหรือค่าใช้จ่าย

 คา่ ธรรมเนียมแรกเขา้
 ค่าธรรมเนียมรายปี
 ยอดชาระหนข้ี ้นั ต่าตอ่ เดือน(minimum monthly payment)

 ระยะเวลาเรียกเกบ็ (รอบบญั ชี) และระยะเวลาปลอดหน้ี
 อัตราดอกเบ้ีย กรณีคา้ งชาระหน้หี รอื จ่ายชาระหนเี้ พียงบางส่วน

 วธิ ีการคิดดอกเบย้ี กรณเี บกิ เงินสดมาใช้กอ่ น และกรณคี า้ งชาระหนี้
หรือจ่ายชาระหนีเ้ พียงบางสว่ น

 ค่าปรบั เมื่อชาระหน้ีล่าช้าและคา่ ธรรมเนยี มอ่นื ๆ
2. เงอ่ื นไขการใหบ้ รกิ าร

 ประเภทบัตรเครดิต (บัตรเงิน บัตรทอง บตั รทองคาขาว)

 วงเงินเครดติ
 บัตรเครดติ ย่ีหอ้ นัน้ ๆ ได้รับความเชือ่ ถือและยอมรบั ในวงการคา้
มาก/น้อยเพยี งไร การที่มรี า้ นคา้ ยอมรบั บัตรมาก ยอ่ มใหค้ วามสะดวกแก่ผ้ใู ชบ้ ตั รมากกว่าบัตรเครดติ ที่ไม่
คอ่ ยมีร้านคา้ ยอมรับ

 มกี ารบริการพิเศษหรอื เง่ือนไขพเิ ศษอ่ืน ๆ อีกหรือไม่ เชน่ การเกบ็
แต้มสะสมไวแ้ ลกของ (ของแลกบางธนาคารดีกว่าธนาคารอ่นื บางธนาคารมีเงอื่ นไขการเก็บแตม้ ง่ายกว่า
ธนาคารอน่ื ๆ ฯลฯ)เมอื่ ใชบ้ ัตรเครดิตซ้อื ตั๋วเครอ่ื งบนิ จะมีสิทธิได้รับความคุ้มครองประกันการเดินทาง
เพม่ิ หรือกรณีกระเปา๋ เดินทางไม่มาถงึ ทหี่ มายภายใน 6 ช่วั โมงหลังเดินทางถึงทีห่ มาย ผ้เู ดนิ ทางจะซ้ือ
ของใช้จาเปน็ ไดใ้ นวงเงนิ ท่ีตกลงกัน บตั รเครดติ บางธนาคารสามารถใชเ้ ป็นสว่ นลดในการซอื้ สินคา้ /พักใน
โรงแรมรบั ประทานอาหารในภตั ตาคารที่กาหนด ฯลฯ

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชา ง23101 การงานอาชีพ (งานธุรกจิ ) ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 3 โรงเรยี นหาดใหญว่ ทิ ยาลยั 90

หนา้

คา่ ใช้จา่ ยทางการเงินเมื่อเป็นหนี้บัตรเครดิต
1. ดอกเบยี้ รายวนั (Average daily balance)
เราจ่ายเงนิ ชาระหนไ้ี ปบางส่วน ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยโดยใช้คา่ เฉลย่ี ของหนี้ทั้งจานวนและหนท้ี ี่
ค้างชาระมารวมกนั แลว้ จังใช้จานวนวนั ของทงั้ รอบบญั ชี (30 วัน) ในการคานวณคา่ เฉลย่ี ดอกเบี้ย
2. ดอกเบี้ยเฉพาะส่วนคา้ งชาระ(Previous balance) ธนาคารคิดดอกเบ้ยี เฉพาะสว่ นทยี่ ัง
ค้างชาระ
3. ดอกเบ้ียยอดค้างชาระ(Previous balance)
ธนาคารคดิ ดอกเบยี้ จากยอดค้างจ่ายต้นงวดท้งั จานวน แมว้ ่าในระหว่างงวดบญั ชีทผ่ี า่ นมา ผู้ใช้
บตั รเครดติ จะไดช้ าระหน้ีใหธ้ นาคารไปแลว้ บางสว่ นก็ตาม
4. ช่วยปลอดหนี้ หลงั ครบกาหนดชาระหน้ี (Past-due-balance)
บางธนาคารชว่ ยปลอดหนี้หลงั ครบกาหนดชาระหนี้ไปอกี ระยะส้นั ๆ หากผู้ใชบ้ ัตรเครดติ สามารถ
จา่ ยชาระหนีไ้ ดก้ ่อนระยะเวลาปลอดหนีค้ รบกาหนด ธนาคารก็จะไมค่ ิดดอกเบีย้ แต่หากพ้นระยะปลอด
หนีแ้ ลว้ ยงั ไม่สามารถชาระหน้ีได้ ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยเต็มจานวนรวมในใบแจง้ หน้ใี นรอบบัญชีถัดไป

เม่ือมีขอ้ ผดิ พลาดของรายการในใบแจ้งหนีบ้ ตั รเครดติ
 เมอ่ื พบข้อผดิ พราดให้แจ้งเจา้ หน้ที ันที เช่น เรียกเกบ็ เงินในรายการทเ่ี ราไม่ไดใ้ ชจ้ า่ ย สินคา้ ทีส่ งั่ ซ้ือแต่

ยังไม่ไดร้ บั ของ หรือรายการที่เราชาระเงนิ ให้เจ้าหนี้ไปแล้ว แตย่ งั ปรากฏยอดเปน็ หนี้อยู่
 ตอ้ งแจ้งขอ้ ผดิ พราดให้เจ้าหน้ีทราบภายใน 7 วนั ก่อนวนั กาหนดชาระเงิน
 เจา้ หน้ตี อ้ งทบทวนและแก้ไขใหถ้ ูกต้อง หรืออธิบายเหตผุ ลแย้งกบั ที่ลูกหนี้ร้องเรียนไป ภายใน

ระยะเวลา 2 รอบบัญชี (ประมาณ 2 เดือน)
 เจา้ หน้ีไม่มีสทิ ธิบงั คับใหล้ กู หน้ีจา่ ยรายการหน้ที ่ยี งั เป็นข้อร้องเรียนกนั อยู่ จนกว่าการทบทวนของ

เจา้ หนจ้ี ะเสรจ็ ส้นิ สมบูรณ์
 หากเจ้าหนสี้ ่วนท่รี ้องเรียนถูกต้องตรงกบั ใบแจ้งหนีล้ กู หนี้ต้องชาระหน้ีโดยยังสงวนสทิ ธกิ ารจ่ายใน

กาหนดเวลาชาระหนี้ปกติ (เช่น ตอ้ งชาระหนีต้ ามรอบบัญชีในวันท่ี 10 ของทกุ เดือน)
 ประวตั ิการชาระหน้ีไม่ถูกกระทบกระเทือนหรือด่างพร้อยในระหว่างขน้ั ตอนร้องเรียนให้ทบทวน
 เจ้าหนีพ้ งึ ออกใบแจ้งสิทธิของลูกหนีต้ อนทาสัญญากนั และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอยี ดใด ๆ

หลงั จากนั้น

เอกสารประกอบการเรยี น รายวชิ า ง23101 การงานอาชีพ (งานธรุ กจิ ) ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 โรงเรยี นหาดใหญว่ ทิ ยาลยั 91

หน้า

การโฆษณากับผูบ้ รโิ ภค

การโฆษณามีอิทธพิ ลต่อผบู้ ริโภค กระตนุ้ เร่งเร้า และทาให้ลูกค้าตดั สินใจซื้อสินค้าและบริการ
ต่าง ๆ เหลา่ นั้น การใชว้ จิ ารณญาณในการพจิ ารณาความนา่ เช่อื ถอื ของโฆษณาก่อนการตดั สนิ ใจซอื้ จึง
เป็นสิ่งสาคญั

ความหมายของการโฆษณา
การโฆษณา คือ กิจกรรมส่ือสารมวลชนทเี่ กดิ ขนึ้ เพื่อจงู ใจใหผ้ บู้ ริโภค มพี ฤติกรรมอันเอื้อ
อานวยตอ่ ความเจรญิ ของธุรกิจ การขายสินคา้ หรือบรกิ ารโดยอาศยั จากเหตุผล ซึ่งมีท้ังกลยทุ ธ์จริงและ
เหตผุ ลสมมติ ผ่านทางส่อื โฆษณาที่ต้องรกั ษาเวลาและเน้ือท่ี ที่มกี ารระบบุ อกผู้โฆษณาอย่างชดั แจ้ง

เทคนคิ ในการโฆษณา
1. ใหข้ อ้ มลู ให้ขอ้ มลู เก่ียวกบั สินคา้ และบริการ ตวั อย่างเชน่ ยาสีฟันคอลเกตผสมฟลูออไรน์
2. ได้หน้า ได้เกียรตยิ ศ ชือ่ เสยี ง เป็นสนิ ค้าที่คนดงั คนท่ีประสบความสาเรจ็ เลอื กใช้ หรือ
เลอื กใชส้ ินค้าน้ีเพราะเข้าใจความหมายของ “ให้ส่งิ ดี ๆ แก่ชีวติ ” เชน่ ใส่นาฬกิ า Rolex ขับรถเบนซ์
3. ไดร้ ับการยอมรับนับถอื จากเพื่อนพ้อง ใช้สนิ คา้ หรอื บริการนแี้ ลว้ เป็นทีย่ อมรับนับถอื ของ
เพอ่ื นพ้อง เช่น ลกู อม
4. คนเด่น คนดัง เปน็ คนแนะนา คนเด่น คนดงั หรอื คนในหัวใจบอกว่าสินคา้ หรือบรกิ ารน้ีดี
เชน่ Nike สาหรบั Tiger Wood
5. มเี สนห่ ์ เปน็ คนทน่ี ่าสนใจ ใช้สินค้านแ้ี ลว้ ทาให้มเี สน่ห์ เชน่ น้าหอม เคร่ืองสาอาง
6. สนกุ สนานรา่ เริง สินค้าหรอื บรกิ ารนน้ั ใชแ้ ล้วมคี วามสุข สนุกสนาน เชน่ Pepsi โฆษณา
แบบสนกุ สนานในรูปเสยี งเพลง คอนเสริ ต์
7. ฉลาดปราดเปรอื่ ง คนฉลาดเลือกใชส้ นิ ค้านี้ (เพราะสินคา้ ดี คนฉลาดก็รู้ความแตกต่าง จึงได้
เลือกใช)้ เช่น IBM computer “intel inside”
8. มอี สิ รเสรี สนิ คา้ หรือบรกิ ารน้ีเพอ่ื คนที่มีอสิ รเสรี เชน่ โฆษณาการท่องเทย่ี ว
9. เปรยี บเทียบแบบกากวมฟงั ดูน่าเชื่อถอื เพราะเปรยี บเทียบให้เหน็ วา่ ดีวา่ แต่ความจรงิ อาจ
เปน็ การเปรียบเทยี บแบบกากวม ตัวอย่างเชน่ “ใช้ไดด้ ีกว่า แม้ยามขับขใ่ี นสภาพท่ีแสงสว่างไม่
เออ้ื อานวย” โปรดสังเกตว่าไม่ไดบ้ อกวา่ ใชไ้ ด้ดีกวา่ อะไร

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชา ง23101 การงานอาชพี (งานธรุ กจิ ) ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3 โรงเรียนหาดใหญ่วทิ ยาลยั 92

หนา้

เทคนคิ การขาย
1. ให้ประกันรับประกันตลอดอายุการใชง้ าน รับประกนั ความพอใจ ไม่พอใจยินดีคืนเงนิ
2. มจี านวนจากัดหรอื เวลาจากัด เนน้ ใหร้ สู้ ึกว่าของมจี านวนจากดั หรือให้พิเศษเฉพาะ
ชว่ งเวลาสน้ั ๆ ทาให้ผบู้ ริโภคตอ้ งรีบตดั สนิ ใจซื้อ เชน่ ส่วนลด 50% ถึง 31 มกราคม หรือจนกว่าของจะ
หมด
3. เปรียบเทยี บกบั ของทดี่ อ้ ยกว่า แสดงสิ่งทด่ี ้อยกวา่ ก่อน แล้วจงึ เสนอสนิ คา้ หรือบริการที่
ตอ้ งการขาย เพื่อให้ผบู้ ริโภคเหน็ ความแตกต่างและตัดสนิ ใจซื้อ เชน่ บรกิ ารรักษาสวิ บริการรกั ษาโรค
ผิวหนงั บริการลดความอว้ น บริการรักษาศีรษะล้าน มกั แสดงรูปก่อนรักษาเปรยี บเทียบกับรปู หลงั รักษา
4. ใชต้ ัวเลขสถติ หิ รือข้อมูลวิทยาศาสตร์สรา้ งความน่าเชื่อถือฟังดูดนี า่ เช่อื ถือ แต่คากลา่ วอ้าง
นนั้ อาจพิสจู น์ยาก เช่น ทันตแพทย์ 9 ใน 10 คนแนะนาใหใ้ ช้ยาสีฟนั ................
5. ถา้ ไม่เอากต็ ้องเสียแรงหน่อย สนิ ค้าหรอื บรกิ ารจะส่งมาให้โดยอตั โนมัติ ถ้าไม่เอาลูกค้าจงึ
สง่ คนื หรือหาวิธีการยบั ยั้งใบแจง้ หน้ี เช่น การขายหนงั สือ หรอื เทปเพลง ซีดีเพลง

เทคนิคการขายท่ไี ม่มีจรรยาบรรณ
1. ล่อเหยือ่ เข้าร้าน

 อาจใช้จดหมายนาโชคหรอื เลขท่ีขดู ชิงโชค เสนอขายสนิ คา้ ในราคาตา่ ๆ จนไมน่ ่า
เปน็ ไปได้ แลว้ ใหล้ กู คา้ นาจดหมายมาซื้อสินค้า เม่ือลูกค้ามาถึงจะบอกว่าสินค้านน้ั หมดแลว้ แล้วเสนอ
สนิ คา้ อ่ืนท่ีแพงกวา่

 มกั ใช้เทคนคิ เร่งรดั และบบี บังคับให้ลกู ค้าต้องซอ้ื ใหไ้ ด้

 เป็นวิธีการขายทผ่ี ดิ กฎหมาย
2. เร่งเรา้ ใหก้ ลัว

 ใช้ประโยชน์จากความกลวั ของผู้บรโิ ภคเพอ่ื ขายสนิ คา้ หรือบรกิ าร เชน่ อปุ กรณ์
ปอ้ งกันโรคติดตอ่ ต่าง ๆ

3. สนิ ค้าโฆษณาราคาตา่ พิเศษ

 หา้ งหรือรา้ นคา้ บางแหง่ โฆษณาสินค้าราคาตา่ พเิ ศษ เม่ือลูกค้าเข้าไปกลบั พบว่า
สินค้ารายการน้ันหมด

4. ดึงคาพูดหรือข้อเขียนของคนดงั มาใช้ เพื่อให้เกดิ ความเข้าใจผดิ

 โฆษณาบางกรณใี ช้ถอ้ ยคาหรือข้อเขยี นของคนดัง โดยตัดต่อมาใชใ้ หเ้ ปน็ ประโยชน์
กับสินค้าหรอื บริการทีต่ นขายอยู่ ซึง่ ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดว่าคนดังท่านนั้น ๆ ไดเ้ หน็ ด้วยหรือนิยม
ชมชอบสินคา้ น้ัน ๆ

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชา ง23101 การงานอาชีพ (งานธุรกิจ) ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 3 โรงเรียนหาดใหญว่ ทิ ยาลยั 93

หนา้

ตัวอยา่ งการโฆษณาทีก่ ่อใหเ้ กิดความเข้าใจผดิ
1. หลอกลวงเรื่องเกี่ยวกบั สุขภาพ

 หลอกลวงว่าสินคา้ น้ี ยาน้ี เม่ือใช้แล้วจะหายจากโรค เช่น ยา วติ ามนิ สมุนไพรน้ี
ไดร้ ับการทดสอบและวจิ ยั มากวา่ .......ปีแลว้ วา่ มีผลดอี ย่างยิ่งในการรกั ษาอาการ.......

 ใชแ้ พทย์ ทันตแพทย์ ผเู้ ชยี่ วชาญด้านการแพทย์ หรือลกู คา้ ทไ่ี ด้ผลมาเปน็ แบบใน
การโฆษณา

 เปน็ วิธกี ารขายทีผ่ ดิ กฎหมาย
2. หลอกลอ่ เรื่องการแก้ปัญหาหนีส้ นิ

 ปญั หาหนสี้ ิน แกไ้ ขได้ ใช้บริการ.......................
3. หลอกลวงวา่ มีวธิ ี รวยทางลดั รวยทันตา

 โฆษณาที่เนน้ เร่ืองโอกาสกาไรเรว็ กาไรมาก ใช้เวลาไมม่ าก เช่น อยากรวยเรว็ เรา
ชว่ ยท่านได้ มหี ุ้นเดด็ ๆ มาแนะนา หรือ เราเปน็ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจดั การกองทนุ หุ้น ช่วยให้คนนับลา้ น
รวยมาแล้ว

4. ใช้ช่ือสินค้าหรอื ยีห่ ้อเลยี นแบบสนิ ค้าดัง ๆ

 ตง้ั ชื่อสนิ คา้ หรอื ยี่ห้อสนิ คา้ เลียนแบบสนิ ค้าดัง ๆ ทาใหล้ ูกค้าเขา้ ใจผดิ

 อธิบายสินค้าไม่กระจ่างทาให้ผ้บู รโิ ภคหลงผิด
5. หลอกลวงให้เทย่ี วฟรี บินฟรี หรอื เที่ยวแบบประหยดั

 อาจมีการใหบ้ ัตรกานลั คูปอง โดยมีทง้ั แบบให้ฟรแี ละลดราคาตา่ จนห้ามใจไม่อยู่

 ให้ขอ้ มูลไม่กระจา่ งทง้ั เร่ืองท่ีพัก บริการ และรายการเที่ยวตา่ ง ๆ
โฆษณาแบบแอบแฝง
1. รู้ไดอ้ ย่างไรว่าเปน็ โฆษณาแบบแอบแฝง

 ทารายการ โทรทัศน์ วิทยุ หรอื บทความในหนงั สอื พมิ พ์หรือนติ ยสารเปน็ แบบให้
ความรู้ หรือสารคดีท่ีเกี่ยวข้องหรอื เชอื่ มโยงกับสินคา้ หรือบริการที่โฆษณา

 เอ่ยถงึ สินค้าหรือบริการท่ตี ้องการโฆษณาตอนตน้ หรือทา้ ยรายการ

 อา้ งว่าสนิ ค้าหรือบรกิ ารที่โฆษณาดีกว่าของผู้อ่ืน
2. จะดูแลประโยชน์ของผบู้ ริโภคไดอ้ ย่างไรหากต้องการสั่งซื้อสินคา้ หรอื บรกิ ารตามโฆษณา
แอบแฝงนั้น ๆ

 ควรซื้อโดยใช้บัตรเครดิต หากมีปัญหาจะได้มหี ลักฐานในการร้องเรียนหรือขอ
ยกเลิกได้ภายหลัง ในกรณที ส่ี ินค้าหรือบรกิ ารไม่ตรงตามคาโฆษณา

เอกสารประกอบการเรยี น รายวชิ า ง23101 การงานอาชีพ (งานธรุ กจิ ) ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 3 โรงเรียนหาดใหญว่ ทิ ยาลยั 94

หนา้

การพิจารณาความน่าเชื่อถอื ของคาโฆษณา

1. ทาใจเป็นกลาง
 โฆษณาน้นั ๆ โดนใจของเราหรือไม่
 ทาใจเปน็ กลางและพิจารณาว่าโฆษณาน้ัน ๆ บอกอะไรเราบา้ ง
 สินคา้ หรือบริการนัน้ ๆ มขี ้อดีหรอื ประโยชน์ใชส้ อยอะไรบ้าง
 ขอ้ ดหี รือประโยชนใ์ ช้สอยนัน้ จาเป็นกบั เราหรือไม่

2. ไตรต่ รองให้ดี
 วิเคราะหห์ าประเด็นท่หี ลอกลวงหรอื กล่าวอ้างเกนิ จริง
 มีอะไรไม่ชอบมาพากล กากวม ทาให้สับสนหรือไม่
 ควรอา่ นทบทวนรายละเอียดใหเ้ ข้าใจอีกคร้งั หรือตั้งใจฟังอีกครงั้

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชา ง23101 การงานอาชพี (งานธรุ กิจ) ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 โรงเรียนหาดใหญว่ ทิ ยาลยั 95

หนา้

กิจกรรม
หนว่ ยที่ 3 เตรยี มพร้อมเป็นผ้บู รโิ ภคที่ฉลาด

ใหน้ กั เรียนทาแผนผังความคิด เยาวชนยุคใหม่ ฉลาดซอื้ ประหยัดใช้

เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชา ง23101 การงานอาชพี (งานธุรกจิ ) ระดับช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 โรงเรียนหาดใหญว่ ทิ ยาลยั 96

หน้า

บรรณานกุ รม

กรณุ า อักษราวุธ. เงนิ ทองของมีคา่ . กรงุ เทพฯ: ตลาดหลักทรพั ย์แห่งประเทศไทย, 2547.

กรมการค้าภายใน. ฉลาดซือ้ ประหยดั ใช้. สบื คน้ เมื่อวนั ท่ี 2 กุมภาพนั ธ์ 2563. จาก
https://www.dit.go.th/dit59/uploads/KidDee_manual.pdf.

ธนาคารแห่งประเทศไทย, ศนู ย์คุ้มครองผใู้ ช้บริการทางการเงิน. บตั รเครดติ . สบื ค้นเมอื่ วนั ท่ี 12 มนี าคม
2565. จาก https://www.1213.or.th/th/serviceunderbot/loans/loans/Pages/
creditcard.aspx.

สานกั งานคณะกรรมการคุม้ ครองผบู้ รโิ ภค. สิทธขิ องผู้บริโภค. สบื ค้นเมื่อวันที่ 12 มนี าคม 2565. จาก
https://www.ocpb.go.th/news_view.php?nid=9764.


Click to View FlipBook Version