The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การจัดการความรู้ KM เรื่อง การจัดสวัสดิการสำหรับครอบครัวอุปถัมภ์ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wachirawit.sa.42, 2022-11-13 21:42:17

การจัดสวัสดิการสำหรับครอบครัวอุปถัมภ์

การจัดการความรู้ KM เรื่อง การจัดสวัสดิการสำหรับครอบครัวอุปถัมภ์ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด

Keywords: การจัดสวัสดิการสำหรับครอบครัวอุปถัม,พม,จ.,ตราด

การจัดการความรู้

(Knowledge Management: KM)





การจัดสวัสดิการสำห
รับครอบครัวอุปถัมภ์




สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด

ความเป็นมา

กรมกิจการเด็กและเยาวชนได้ดําเนินการจัดหาครอบครัวอุปถัมภ์ ตามระเบียบกรมประชาสงเคราะห์
ว่าด้วยการสงเคราะห์เด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์ พ.ศ. 2544 โดยเด็กที่จัดหาครอบครัวให้ต้องมีอายุตั้งแต่แรกเกิด
ถึง 18 ปีบริบูรณ์ ซึ่งเป็นเด็กในความอุปการะของสถานรองรับเด็กหรือเป็นเด็กกําพร้า ถูกทอดทิ้ง หรือเป็นเด็กที่
ครอบครัวประสบปัญหา ไม่สามารถให้การเลี้ยงดูได้ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่ อจัดหา ครอบครัวที่เหมาะสมให้แก่เด็ก
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ จัดเด็กให้เข้าไปอยู่กับครอบครัวที่เหมาะสม เพื่ อให้เด็ก กําพร้าถูกทอดทิ้ง ได้มีโอกาสอยู่กับ
ครอบครัว ได้รับความรักความอบอุ่น การอบรมเลี้ยงดูที่เหมาะสม และได้รับการศึกษา มีความเป็นอยู่อย่างเด็ก
ปกติทั่วไปในบรรยากาศของความเป็นบ้านหรือครอบครัว อันถือเป็นบ้านทดแทนซึ่งเหมือนหรือใกล้เคียงความ
เป็นบ้าน ที่แท้จริงของเด็กมากที่สุด

ปีงบประมาณ 2565 สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด ได้จัดบริการให้แก่
ครอบครัวอุปถัมภ์รวมจำนวน 49 ครอบครัว มีเด็กในการอุปการะ จำนวน 64 คน

ประเภทของครอบครัวอุปถัมภ์

1. ครอบครัวอุปถัมภ์ระยะยาว (Long Term Foster Care) เป็นครอบครัวซึ่งเป็นญาติพี่น้องกับเด็กที่
อุปการะเลี้ยงดู ซึ่งเรียกว่า ครอบครัวเครือญาติอุปถัมภ์ (Kinship Care) หรือครอบครัวที่อุปการะเด็กที่ไม่ใช่ญาติของ
เด็ก เช่น ผู้รับจ้างเลี้ยงเด็ก เพื่อให้เด็กได้อยู่ในความดูแลของครอบครัวนั้นต่อไป โดยไม่ต้องส่งเด็กเข้ารับการอุปการะใน
สถานสงเคราะห์ (หากครอบครัวผู้อุปการะเด็กมีฐานะความเป็นอยู่ยากจน ประสบปัญหาความเดือดร้อน ด้านเศรษฐกิจ
และค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูเด็ก ครอบครัวนั้นจะได้รับการช่วยเหลือเงินค่าเลี้ยงดูเด็กในอัตราเดือนละไม่เกิน 2,000 บาท
ต่อการเลี้ยงดูเด็กในครอบครัว จำนวน 1 คน หากอุปการะเลี้ยงดูเด็กมากกว่า 1 คน ในครอบครัว สามารถช่วยเหลือเงิน
ค่าเลี้ยงดูเด็กได้เดือนละไม่เกิน 4,000 บาท

2. ครอบครัวอุปถัมภ์ระยะสั้น (Short Term Foster Care) เป็นครอบครัวซึ่งรับเด็กจากสถานสงเคราะห์ไป
เลี้ยงดูชั่วคราว ในระหว่างที่บิดามารดายังไม่พร้อมเลี้ยงดูบุตร หรือเด็กที่อยู่ในระหว่างการจัดหาครอบครัวบุญธรรม
เพื่อให้เด็กได้เติบโตในบรรยากาศของครอบครัวและมีพัฒนาการที่สมบูรณ์ทุกด้าน

คุณสมบัติของเด็กที่จะจัดหาครอบครัวอุปถัมภ์

1. เป็นเด็กในความอุปการะของสถานสงเคราะห์ของกรมกิจการเด็กและเยาวชน และเด็กนั้นควรเป็นเด็กที่
ระงับการติดตามบิดามารดาหรือผู้ปกครองแล้ว เว้นแต่เด็กรายที่มีเหตุผลความจำเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือเพื่อ
สวัสดิภาพของเด็ก อาจจะพิจารณามอบเด็กให้แก่ผู้ขออุปการะเด็กไปเลี้ยงดูก่อน โดยทำข้อตกลงไว้กับทางราชการ

2. เป็นเด็กที่กำพร้าบิดามารดา หรือถูกทอดทิ้ง หรือบิดามารดาไม่สามารถเลี้ยงดูได้ด้วยเหตุผลความจำเป็น
อย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วเด็กอยู่ในความดูแลของผู้อุปการะ ซึ่งเป็นญาติของเด็ก

3. เป็นเด็กที่กำพร้าบิดามารดา หรือถูกทอดทิ้ง หรือบิดามารดาไม่สามารถเลี้ยงดูได้ด้วยเหตุผลความจำเป็น
อย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วเด็กอยู่ในความดูแลของผู้อุปการะ ซึ่งมิได้เป็นญาติของเด็ก

คุณสมบัติของครอบครัวอุปถัมภ์

1. มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีบริบูรณ์ แต่ไม่เกินหกสิบปีบริบูรณ์ และมีอายุแก่กว่าเด็กไม่น้อยกว่าสิบห้าปี
เ ว้ น แ ต่ อ ธิ บ ดี จ ะ พิ จ า ร ณ า เ ห็ น ส ม ค ว ร

2. มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง และที่อยู่นั้นจะต้องถูกสุขลักษณะ อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี
3. มีอุปนิสัยและความประพฤติเหมาะสมที่จะเป็นผู้อุปการะหรือปกครองดูแลเด็ก
4. มีสุขภาพสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ
5. มีเจตนาดีที่จะให้การอุปการะหรือปกครองดูแลเด็ก โดยไม่เคยเลี้ยงดูเด็กอย่างไม่เหมาะสม รวมทั้ง
พ ร้ อ ม จ ะ ป ฏิ บั ติ ต า ม ห ลั ก เ ก ณ ฑ์ ที่ ก ร ม ป ร ะ ช า ส ง เ ค ร า ะ ห์ กำ ห น ด ใ น ก า ร รั บ เ ด็ ก ไ ป อุ ป ก า ร ะ ห รื อ ป ก ค ร อ ง ดู แ ล
6. มีเวลาเลี้ยงดูเด็ก และได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกทุกคนในครอบครัวที่จะรับเด็กไปอุปการะหรือ
ปกครองดูแล
7. มีทรัพย์สินและรายได้ที่แน่นอน หรือฐานะมั่นคง เว้นแต่อธิบดีจะพิจารณาเห็นว่าหากให้การช่วย
เหลือผู้อุปการะหรือปกครองดูแลเด็กตามระเบียบของทางราชการ ก็จะสามารถอุปการะและปกครองดูแลเด็กได้
ตลอดไป
8. ไม่มีประวัติเคยกระทำผิดตามกฎหมายอาญาจนได้รับโทษจำคุก เว้นแต่ความผิดที่ได้กระทำโดย
ประมาท หรือความผิดลหุโทษ และไม่มีพฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรงต่อ บุคคลอื่ นหรือประพฤติผิดศีลธรรมและ
จ า รี ต ป ร ะ เ พ ณี อั น ดี ง า ม
9. เป็นผู้ที่มีความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการเลี้ยงดูเด็ก จิตวิทยาเด็ก และพัฒนาการเด็ก

กระบวนการการดำเนิ นงานแบบมีส่ วนร่วม
ในการจัดบริการครอบครัวอุปถัมภ์

1. การยื่นคำขอ

- ประชาชนแสดงความจำนงขอรับอุปการะเด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์ ณ สำนักพัฒนาสังคมและ
ความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด/บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดตราด

- องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น หรือ หน่วยงานเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดตราด สำรวจครอบครัว
ผู้ประสบปัญหาทางสังคม ที่เข้าเกณฑ์ของครอบครัวอุปถัมภ์ เพื่อให้สำนักงานพัฒนาสังคมฯ พิจารณาคุณสมบัติ

- สำนักพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด/บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดตราด
คัดเลือกจากผู้ประสบปัญหาทางสังคมที่ยื่นคำขอรับความช่วยเหลือเงินสงเคราะห์ครอบครัว

2. การรับเรื่อง

- เจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด รับเรื่อง/ ตรวจสอบหลักฐาน/
สัมภาษณ์ข้อมูลเบื้องต้น ตามระเบียบกรมประชาสงเคราะห์ว่าด้วยการสงเคราะห์เด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์
พ.ศ. 2544 พร้อมด้วยเอกสารหลักฐาน ดังต่อไปนี้

1) รูปถ่ายขนาด 1 หรือ 2 นิ้ว ซึ่งถ่ายหน้าตรง และได้ถ่ายไว้ไม่เกินหกเดือนจำนวนคนละ 1 รูป
2) สำเนาทะเบียนบ้าน
3) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวข้าราชการ หรือบัตรประจำตัวพนักงานรัฐวิสาหกิจ
4) สำเนาทะเบียนสมรส หรือสำเนาทะเบียนหย่า (ถ้ามี)
5) ใบรับรองแพทย์

3. การตรวจสอบคุณสมบัติ

- เจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด ดำเนินการเยี่ยมบ้านสอบ ความเป็น
อยู่และความเหมาะสมของผู้ขอฯ ตามระเบียบกรมประชาสงเคราะห์ว่าด้วยการสงเคราะห์เด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์
พ.ศ. 2544 โดยดำเนินการตามแบบฟอร์ม ดังนี้

1) แบบคำขอรับความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ
มนุษย์ (ที่ใช้อยู่ตามระเบียบกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ณ ปัจจุบัน)

2) หนังสือแสดงความจำนงขอรับอุปการะเด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์ กรมกิจการเด็กและเยาวชน
3) หนังสือแสดงความประสงค์ขอรับเงินช่วยค่าเลี้ยงดูเด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์กลุ่มงานครอบครัว
อุปถัมภ์ กองสวัสดิการเด็กและครอบครัว กรมกิจการเด็กและเยาวชน
4) ข้อตกลงในการรับอุปการะเด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์
5) รายงานการเยี่ยมเยียนเด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์ กรมกิจการเด็กและเยาวชน
6) ประวัติเด็กในความอุปการะของครอบครัวอุปถัมภ์ กองสวัสดิการเด็กและครอบครัว กรมกิจการเด็ก
และเยาวชน
7) รายงานการสอบสภาพความเป็นอยู่และความเหมาะสมของผู้ขออุปการะเด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์
8) แผนที่บ้าน

4. การขออนุมัติให้เป็นผู้อุปการะเด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์

- ตามระเบียบกรมประชาสงเคราะห์ว่าด้วยการสงเคราะห์เด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์ พ.ศ. 2544 อธิบดี
กรมกิจการเด็กและเยาวชน มีอำนาจในการอนุมัติ อนุญาต หรือยกเลิกการอุปการะเด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์ แต่
ทั้งนี้ เพื่อให้การสงเคราะห์เด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์ของหน่วยงานในจังหวัด (ส่วนภูมิภาค) มีประสิทธิภาพ จึงมีคำ
สั่งมอบอำนาจให้พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีในการอนุมัติหรืออนุญาต
ดำเนินการสงเคราะห์เด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์

- เจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด ดำเนินการจัดทำหนังสือ
ขออนุมัติหลักการ การให้ความช่วยเหลือครอบครัวอุปถัมภ์ โดยจัดทำเป็น 2 ครั้ง ต่อปีงบประมาณ คือ ครั้งที่ 1
ระหว่างเดือนตุลาคม - มีนาคม (ไตรมาส 1-2) และเดือนเมษายน - กันยายน (ไตรมาส 3-4)

- เจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด ดำเนินการจัดทำหนังสือ
ขออนุมัติเบิกเงินช่วยเหลือค่าเลี้ยงดูเด็กแก่ครอบครัวอุปถัมภ์ที่มีสิทธิ์รับเงินรายเดือน

กระบวนการการดำเนิ นงานแบบมีส่ วนร่วม
ในการจัดบริการครอบครัวอุปถัมภ์

5. แจ้งผลการอนุมัติให้ผู้อุปการะเด็กทราบ

- เจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด เป็นผู้มีหน้าที่ จัดทำหนังสือแจ้งผล
การอนุมัติให้ผู้ขออุปการะเด็กทราบ ทั้งผลการอนุมัติ และไม่อนุมัติ เป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งหากมีการดำเนินการร่วม
กับภาคส่วนอื่นอาจจะมีการแจ้งไปยังผู้ประสานงานหรือผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น ทราบในเบื้องต้น

6. ติดตามการเลี้ยงดูเด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์

- ตามระเบียบกรมประชาสงเคราะห์ว่าด้วยการสงเคราะห์เด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์ พ.ศ. 2544 ข้อ 14.
เมื่ออธิบดีอนุญาตให้ผู้ขออุปการะซึ่งเป็นครอบครัวอุปถัมภ์รับเด็กไปอุปการะและปกครองดูแลแล้ว ให้แจ้งผลการ
พิจารณาให้ครอบครัวอุปถัมภ์ทราบ และให้ผู้ยื่นคำขอลงลายมือชื่อเป็นหลักฐานว่า ได้รับเด็กนั้นไปอุปการะหรือ
ปกครองดูแลแล้ว หลังจากนั้นให้นักสังคมสงเคราะห์ไปเยี่ยมเยียนเด็กและครอบครัวอุปถัมภ์เป็นประจำ โดยในปีแรก
อย่างน้อยสองเดือนต่อหนึ่งครั้ง และในปีต่อไปอาจขยายเวลาตามความเหมาะสมกับเด็กแต่ละราย แต่ต้องไม่น้อยกว่า
ปีละสามครั้ง ทั้งนี้ ให้ส่งรูปถ่ายของเด็กและรายงานพร้อมความคิดเห็นต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับ ให้อธิบดีทราบตาม
แบบที่อธิบดีกำหนดปีละหนึ่งครั้ง จนกว่าเด็กจะมีอายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์ หรือเปลี่ยนวิธีการอุปการะและปกครอง
ดูแลเด็กเป็นอย่างอื่น

- แนวทางการติดตามการเลี้ยงดูของกลุ่มงานครอบครัวอุปถัมภ์ กองสวัสดิการเด็กและครอบครัว
กรมกิจการเด็กและเยาวชน ให้ดำเนินการติดตามการเลี็ยงดูปีงบประมาณละ 2 ครั้ง ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ และเดือน
สิงหาคม ของทุกปี

- การติดตามการเลี้ยงดูเด็ก เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการร่วมกับภาคส่วนอื่นได้ เพื่อประเมินพัฒนาการเด็ก
ให้ความรู้ในการเลี้ยงดูเพิ่มเติม กรณีที่มีการเลี้ยงดูเด็กไม่เหมาะสม จะมีการให้คำแนะนำ/ปรึกษา และแก้ไขปรับ
พฤติกรรมเด็ก ตลอดจนปรับทัศนคติของครอบครัว รวมทั้งส่งเสริมให้ชุมชน/ท้องถิ่น เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลเด็ก
ในลักษณะของชุมชนเฝ้าระวังด้วย

- ประเด็นในการติดตามการเลี้ยงดูเด็ก ผู้อุปการะเด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์สามารถปรับตัวในการรับ
อุปการะเด็กได้อย่างเหมาะสม ครอบคลุมด้านที่สำคัญ 4 ด้าน ประกอบด้วย

1) ด้านร่างกายและพัฒนาการของเด็ก มีการปรับเปลี่ยนการดูแลสุขภาพให้เหมาะสมกับ
การดูแลเด็ก เด็กมีพัฒนาการที่เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย (อายุ)

2) ด้านจิตใจและพฤติกรรมของเด็ก ผู้อุปการะรู้สึกมีคุณค่าในตนเองและเชื่อในความสามารถของตนเอง
โดยสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในการอุปการะเด็กได้จากการมีความมั่นคงทางจิตใจและได้รับการ
สนับสนุนทางสังคมจากบุคคลในสังคม โดยผู้อุปการะสามารถส่งเสริมให้เด็กมีพฤติกรรมที่เหมาะสม อบรมสั่งสอน ให้
ลดพฤติกรรมที่อาจจะนำไปสู่ปัญหาทางสังคมในอนาคตได้

3) ด้านสังคม มีการปรับเปลี่ยนบทบาทหน้าที่ในการดูแลเด็กเมื่อเป็นผู้ใช้บริการของสำนักงานพัฒนา
สังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด บทบาทหน้าที่ในการดูแลสมาชิกในครอบครัว เศรษฐกิจของครอบครัว
และการเป็นสมาชิกของชุมชนได้ดีและเป็นไปอย่างสอดคล้องกับการดูแลเด็ก

4) ด้านการพึ่งพาระหว่างกัน ผู้อุปการะได้รับการยอมรับจากบุคคลในครอบครัวและคนรอบข้างจากการ
ปรับตัวเพื่อรักษาสัมพันธภาพระหว่างกันได้เป็นอย่างดีซึ่งส่งผลให้ได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือเกี่ยวกับการเลี้ยงดูเด็ก

- การติดตามการเลี้ยงดูเด็ก ต้องดำเนินการลงแบบฟอร์มต่างๆ ดังนี้
1) รายงานการเยี่ยมเยียนเด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์ กรมกิจการเด็กและเยาวชน
2) แบบประเมินพัฒนาการเด็กในครอบครัวอุปถัมภ์ที่ได้รับการเลี้ยงดูในครอบครัว/ชุมชน (Kinship Care)
มี 2 แบบ

กระบวนการการดำเนิ นงานแบบมีส่ วนร่วม
ในการจัดบริการครอบครัวอุปถัมภ์

7. การกรอกข้อมูลลงระบบ

- กรอกข้อมูลลงระบบ https://welfare.dcy.go.th
- เจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด ดำเนินการกรอกข้อมูลประวัติเด็ก
รายคน ประวัติผู้อุปการะเด็ก และจากนั้นให้ดำเนินการขออนุมัติสมุดหน้าบัญชีธนาคารของผู้รับเงิน โดยต้องให้กลุ่ม
งานครอบครัวอุปถัมภ์ กองสวัสดิการเด็กและครอบครัว กรมกิจการเด็กและเยาวชน เป็นผู้อนุมัติบัญชีธนาคาร เมื่อได้
รับการอนุมัติ จึงจะดำเนินการกรอกรายละเอียดการโอนเงินช่วยเหลือค่าเลี้ยงดูเด็กแก่ครอบครัวอุปถัมภ์รายเดือน และ
กรอกข้อมูลผลการติดตามการเลี้ยงดูเด็ก และการประเมินพัฒนาการเด็กลงในระบบ

8. รายงานการเลี้ยงดูเด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์

- เจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด ดำเนินการจัดทำรายงานผลการเลี้ยง
ดูเด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์ ประจำปีงบประมาณ โดยดำเนินการจัดทำเป็นรูปเล่ม ส่งให้กลุ่มงานครอบครัวอุปถัมภ์
กองสวัสดิการเด็กและครอบครัว กรมกิจการเด็กและเยาวชน ตามระเบียบกรมประชาสงเคราะห์ว่าด้วยการสงเคราะห์
เด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์ พ.ศ. 2544 ข้อ 14. เมื่ออธิบดีอนุญาตให้ผู้ขออุปการะซึ่งเป็นครอบครัวอุปถัมภ์รับเด็กไป
อุปการะและปกครองดูแลแล้ว ให้แจ้งผลการพิจารณาให้ครอบครัวอุปถัมภ์ทราบ และให้ผู้ยื่นคำขอนั้นลงลายมือชื่อ
เป็นหลักฐานว่า ได้รับเด็กนั้นไปอุปการะหรือปกครองดูแลแล้ว หลังจากนั้นให้นักสังคมสงเคราะห์ไปเยี่ยมเยียนเด็กและ
ครอบครัวอุปถัมภ์เป็นประจำ โดยในปีแรกอย่างน้อยสองเดือนต่อหนึ่งครั้ง และในปีต่อไปอาจขยายเวลาตามความ
เหมาะสมกับเด็กแต่ละราย แต่ต้องไม่น้อยกว่าปีละสามครั้ง ทั้งนี้ ให้ส่งรูปถ่ายของเด็กและรายงานพร้อมความคิดเห็น
ต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับ ให้อธิบดีทราบตามแบบที่อธิบดีกำหนดปีละหนึ่งครั้ง จนกว่าเด็กจะมีอายุครบสิบแปดปีบริ
บูรณ์ หรือเปลี่ยนวิธีการอุปการะและปกครองดูแลเด็กเป็นอย่างอื่น

9. รายงานการเลี้ยงดูเด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์

- ตามระเบียบกรมประชาสงเคราะห์ว่าด้วยการสงเคราะห์เด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์ พ.ศ. 2544
ข้อ 14. เมื่ออธิบดีอนุญาตให้ผู้ขออุปการะซึ่งเป็นครอบครัวอุปถัมภ์รับเด็กไปอุปการะและปกครองดูแล
แล้ว ให้แจ้งผลการพิจารณาให้ครอบครัวอุปถัมภ์ทราบ และให้ผู้ยื่นคำขอนั้นลงลายมือชื่อเป็นหลักฐานว่า ได้รับเด็กนั้น
ไปอุปการะหรือปกครองดูแลแล้ว หลังจากนั้นให้นักสังคมสงเคราะห์ไปเยี่ยมเยียนเด็กและครอบครัวอุปถัมภ์เป็น
ประจำ โดยในปีแรกอย่างน้อยสองเดือนต่อหนึ่งครั้ง และในปีต่อไปอาจขยายเวลาตามความเหมาะสมกับเด็กแต่ละราย
แต่ต้องไม่น้อยกว่าปีละสามครั้ง ทั้งนี้ ให้ส่งรูปถ่ายของเด็กและรายงานพร้อมความคิดเห็นต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับ
ให้อธิบดีทราบตามแบบที่อธิบดีกำหนดปีละหนึ่งครั้ง จนกว่าเด็กจะมีอายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์ หรือเปลี่ยนวิธีการ
อุปการะและปกครองดูแลเด็กเป็นอย่างอื่น
ข้อ 19. อธิบดีอาจสั่งให้ครอบครัวอุปถัมภ์คืนเด็กให้กรมประชาสงเคราะห์ได้ ในกรณี ดังต่อไปนี้
1) ครอบครัวอุปถัมภ์ไม่สามารถเลี้ยงดูเด็กได้ หรืออธิบดีพิจารณาเห็นว่าเลี้ยงดูไม่เหมาะสม
2) บิดามารดาหรือผู้ปกครองของเด็กมีความพร้อม และประสงค์จะรับเด็กไปอุปการะเลี้ยงดู
3) ครอบครัวอุปถัมภ์ประสงค์จะขอคืนเด็ก
- การยุติการอุปการะเด็ก ด้วยสาเหตุ เด็กมีอายุครบ 18 ปี บริบูรณ์ (ณ เดือนเกิดเป็นเดือนสุดท้ายที่จะให้การ
ช่วยเหลือเงินอุดหนุนค่าเลี้ยงดูเด็กในครอบครัวอุปถัมภ์) หรือเมื่อติดตามการเลี้ยงเด็กแล้วพบว่า บิดามารดาเด็กมารับ
เด็กไปอุปการะเลี้ยงดู เด็กไม่ประสงค์ศึกษาและออกมาประกอบอาชีพมีรายได้เลี้ยงดูตนเองและครอบครัว เด็กมี
ครอบครัว(โดยการสมรส) ครอบครัวมีฐานะทางเศรษฐกิจดีขึ้น เด็กไม่ได้อยู่ในการดูแลของผู้อุปการะแล้ว ฯลฯ ดังกล่าว
ถือเป็นการเปลี่ยนวิธีการอุปการะและปกครองดูแลเด็กเป็นอย่างอื่น หน่วยงานจะต้องยุติการอุปการะเด็กแบบ
ครอบครัวอุปถัมภ์ ด้วยสาเหตุดังกล่าว
- เจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราดจะต้องทำหนังสือขออนุมัติยกเลิกการ
อุปการะเด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์ตามเหตุผลข้างต้น และขออนุมัติยกเลิกการช่วยเหลือเงินอุดหนุน
ค่าเลี้ยงดูเด็กในครอบครัวอุปถัมภ์รายเดือน พร้อมจัดทำหนังสือแจ้งผลการยกเลิกการอุปการะเลี้ยงดูและยกเลิกการ
ช่วยเหลือเงินอุดหนุนค่าเลี้ยงดูเด็กในครอบครัวอุปถัมภ์รายเดือน ให้ผู้ขออุปการะเด็กทราบ เป็นลายลักษณ์อักษร
- เจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด ดำเนินการยกเลิกครอบครัวอุปถัมภ์
ในระบบสวัสดิการเด็กและครอบครัว กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ
มนุษย์
- หากอุปการะเลี้ยงดูเด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์ครบ 1 ปี แล้วประสงค์จะรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม สามารถ
ดำเนินการได้ตาม พรบ.การรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ประโยชน์ ที่จะได้รับ
ในการจัดบริการครอบครัวอุปถัมภ์

1) ประโยชน์ต่อเด็ก: ครอบครัวเป็นสถาบันแรกซึ่งทําหน้าที่หลักในการดูแลเอาใจใส่เด็ก อย่างใกล้ชิด และ
เป็นองค์ประกอบที่สําคัญยิ่งในการสร้างความมั่นคงทางอารมณ์ นักวิชาการทุกสาขาต่างยืนยันว่า ไม่มีสถาบันใดใน
สังคมที่จะให้ความรัก ความอบอุ่น การดูแลเอาใจใส่เด็ก และตอบสนอง ความต้องการขั้นพื้นฐานของเด็กได้ดีเสมอ
ด้วยสถาบันครอบครัว การจัดให้เด็กกําพร้า ถูกทอดทิ้ง และเด็กที่ครอบครัวเดิมไม่อาจทําหน้าที่ได้ให้ได้รับการดูแล ใน
ครอบครัวอุปถัมภ์จึงเป็นวิธีการที่จะช่วยให้เด็ก ได้รับการตอบสนองทุกด้านที่สอดคล้องตามวัย

2) ประโยชน์ต่อผู้ปกครอง/ผู้ดูแลเด็ก: เงินอุดหนุนช่วยเหลือค่าเลี้ยงดูเด็กในครอบครัว อุปถัมภ์ จะช่วยแบ่ง
เบาภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลเด็ก รวมถึงได้รับความรู้ความเข้าใจในการเลี้ยงดูและส่งเสริม พัฒนาการเด็กได้อย่างถูก
ต้องเหมาะสม ผ่านการดําเนินงานของเจ้าหน้าที่

3) ประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ: เด็กและเยาวชน เป็นทรัพยากรของสังคมที่มี ความสําคัญยิ่ง เพราะเขา
เหล่านี้จะเติบโตเป็นพลเมืองของชาติต่อไป หากสังคมใดมีเด็กที่ขาดความสมบูรณ์ ทางด้านร่างกายและจิตใจ ใน
อนาคตก็จะกลายเป็นปัญหาแก่สังคมที่จะต้องแก้ไข ฉะนั้นสังคมจึงต้องเห็น ความสําคัญที่จะต้องให้บริการสวัสดิการ
แก่เด็กและครอบครัว เพื่อส่งเสริมช่วยเหลือ สนับสนุน พัฒนา สงเคราะห์ อบรม ขัดเกลา ให้เป็นพลเมืองที่ดีมี
ประสิทธิภาพ

จัดทำโดย: สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด
ศาลากลางจังหวัดตราดชั้น 1 ถ.ราษฎร์นิยม
ต.บางพระ อ.เมืองตราด จ.ตราด

โทรศัพท์: 0 3951 1588 โทรสาร: 0 3952 5296
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์: [email protected]


Click to View FlipBook Version