The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สำเนาของ คำนำ รายงานเล่มนี้จัดทำเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิชา IS การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 เพื่อให้ได้ศึกษาหาความรู้ เกี่ยวกับเรื่อง ระเบียบวินัยของโรงเรียน และได้ศึกษาอย่างเข้าใจเ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by จิรา นามวงศ์ชัย คิว, 2024-02-29 07:37:53

สำเนาของ คำนำ รายงานเล่มนี้จัดทำเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิชา IS การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 เพื่อให้ได้ศึกษาหาความรู้ เกี่ยวกับเรื่อง ระเบียบวินัยของโรงเรียน และได้ศึกษาอย่างเข้าใจเ

สำเนาของ คำนำ รายงานเล่มนี้จัดทำเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิชา IS การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 เพื่อให้ได้ศึกษาหาความรู้ เกี่ยวกับเรื่อง ระเบียบวินัยของโรงเรียน และได้ศึกษาอย่างเข้าใจเ

การศึก ศึ ษาค้นคว้าด้วยตนเอง(Independent Study) เสนอ คุณ คุ ครู ประภากร พรหมโสภา รายงานเล่มนี้เ นี้ป็น ป็ ส่ว ส่ นหนึ่ง นึ่ ของการศึก ศึ ษาค้นคว้า รายวิชาสารสนเทศเพื่อ พื่ การศึก ศึ ษาค้นคว้า ภาคเรีย รี นที่ 2 ปีก ปี ารศึก ศึ ษา 2567 โรงเรีย รี นสกลนครพัฒ พั นศึก ศึ ษา


การศึก ศึ ษาค้นคว้าด้วยตนเอง(Independent Study) เรื่อ รื่ ง ระเบีย บี บวินัย นั ของโรงเรีย รี น จัดทำ โดย 1.นางสาวฉัต ฉั รเพชร รมย์รื่น เลขที่19 2.นางสาวกันยา ประภาวนัง นั เลขที่21 3.นายธนาทิป แสนทิ เลขที่24 รายงานเล่มนี้เ นี้ป็น ป็ ส่วส่นหนึ่ง นึ่ ของการศึก ศึ ษาค้นคว้าด้วยตนเอง (IS) รหัส หั วิชา I30201 ภาคเรีย รี นที่ 2 ปีก ปี ารศึก ศึ ษา 2567 โรงเรีย รี นสกลนครพัฒ พั นศึก ศึ ษา สำ นัก นั งานเขตพื้น พื้ ที่การศึก ศึ ษามัธ มั ยมศึก ศึ ษาสกลนคร


ชื่อชื่วิจัย ระเบียบีบวินัยนัของโรงเรียรีน ชื่อชื่วิจัย ภาษาอังกฤษ school discipline ชื่อชื่ผู้วิผู้ วิจัย นางสาวฉัตรเพชร รมย์รื่ย์รื่นรื่เลขที่19 นางสาวกันยา ประภาวนังนัเลขที่21 นายธนาธิปธิแสนทิ เลขที่24 หน่วน่ยงาน โรงเรียรีนสกลนครพัฒพันศึกศึษา ระดับชั้นชั้มัธมัยมศึกศึษาปีที่ปี ที่ 5/3 ปีที่ปี ที่ทำ วิจัย 2567 บทคัดย่อย่ การวิจัยครั้งรั้นี้มีนี้จุมีจุดประสงค์ ดังนี้ เพื่อพื่ศึกศึษาเรื่อรื่งกฎระเบียบีบวินัยนัของโรงเรียรีนสกลนครพัฒพันศึกศึษา กฎระเบียบีบมีคมีวามสำ คัญต่อนักนัเรียรีน ใช้แช้บบการวิจัยเชิงชิแบบสำ รวจทั่วไป กลุ่มลุ่ตัวอย่าย่งเป็น ป็ นักนัเรียรีนโรงเรียรีนสกลนครพัฒพัน ศึกศึษา จำ นวน 60 คน ได้มาจากการสุ่มสุ่เก็บรวบรวมโดยใช้แช้บบสอบถาม วิเคราะห์ข้ห์อข้มูลมู โดยใช้สช้ถิติ แผนภูมิภูวมิงกลม และเปลี่ยนจากเปอร์เร์ซ็น ซ็ ต์เป็น ป็ จำ นวนคน สรุปผลการวิจัย ผลการวิจัยครั้งรั้นี้พนี้บว่ากฎระเบียบีบของโรงเรียรีนสกลนครพัฒพัน ศึกศึษาของสมัยมัก่อนจนถึงปัจปัจุบันบั ได้ผลสรุปว่ามีกมีารเปลี่ยนแปลงจากแต่ก่อนมามาก โดยกฎระเบียบีบสำ คัญต่อนักนัเรียรีนเนื่อนื่งด้วยกฎระเบียบีบเป็น ป็ ที่ขัดขัเกลานักนัเรียรีนระหว่างวัย ในการเติบโตเพื่อพื่ ให้เห้ข้าข้สังคมกับผู้อื่ผู้อื่นได้ ข้อข้เสนอแนะ การเก็บรวบรวมข้อข้มูลมูควรศึกศึษาจากกลุ่มลุ่เป้าป้หมายที่เป็น ป็ บุคคลากรภายใน โรงเรียรีนที่ต้องการศึกศึษาด้วย เพื่อพื่ ให้ไห้ด้ข้อข้มูลมูที่มีคมีวามถูกถูต้องและตรงตามจุดมุ่งมุ่หมายที่ ต้องการของผู้วิผู้ วิจัยมากที่สุด ควรทำ การศึกศึษาจากกลุ่มเป้าป้หมายที่มีคมีวามรู้เรู้รื่อรื่งกฎระเบียบีบในอดีต หรือรืผู้ที่ผู้ที่มี ความเกี่ยวข้อข้งกับโรงเรียรีนนั้นนั้ๆ เพื่อพื่ ให้ไห้ด้ข้อข้มูลมูที่ต้องการจะศึกศึษาซึ่งซึ่จะนำ มาเปรียรีบ เทียบ ระหว่างกฎระเบียบีบในอดีตและกฎระเบียบีบในปัจปัจุบันบั ได้ถูกถูต้องมากยิ่งยิ่ขึ้นขึ้ การเปรียรีบเทียบกฎระเบียบีบ ควรนำ ข้อข้มูลมูที่ได้จากการศึกศึษาและสอบถามมาเรียรีบ เรียรีงเป็น ป็ กลุ่ม หรือรืแบ่งบ่เป็น ป็ ข้อข้ต่างๆ เพื่อพื่ ให้ผู้ห้ที่ผู้ที่ต้องการจะศึกศึษาสามารถอ่านและ ทำ ความเข้าข้ใจได้ง่ายขึ้นขึ้ ควรนำ ข้อข้มูลมูที่ได้จากการศึกศึษา มาทำ เป็น ป็ แบบสอบถามเพื่อพื่เปรียรีบเทียบความ แตกต่างของกฎระเบียบีบ ระหว่างกฎระเบียบีบในอดีตและกฎระเบียบีบในปัจปัจุบันบั การสำ รวจความคิดเห็น ห็ และความต้องการของกลุ่มลุ่เป้าป้หมายที่ ต้องการจะศึกศึษา ควรกำ หนดขอบเขตของแบบสอบถามให้อห้ยู่ใยู่นเรื่อรื่งที่ผู้วิผู้ วิจัยต้องการ ศึกศึษา เพื่อพื่ ให้ไห้ด้คำ ตอบที่ตรงตามความต้องการของผู้วิผู้ วิจัย คำ สำ คัญ กฎระเบียบีบ โรงเรียรีน วินัยนั


สารบัญบั หน้าน้ ที่ บทที่ 1 บทนำบทที่ 2 ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อข้ ง บทที่ 3 วิธีกธี ารดำ เนินนิ งาน บทที่ 4 ผลการดำ เนินนิ งาน บทที่ 5 สรุปผลและอภิปราย 1-2 3-67 8-12 13-14


1.1 ความเป็น ป็ มาของโครงงาน เนื่อ นื่ งจากเราต้องการเปรีย รี บเทียบกฎระเบีย บี บของโรงเรีย รี นสกลนคร พัฒ พั นศึก ศึ ษาระหว่างกฏระเบีย บี บเก่า และกฎระเบีย บี บใหม่ว่ม่ ว่าแตกต่าง จากเดิมหรือ รื ไม่ เพื่อ พื่ ใช้ใช้ นการศึก ศึ ษาหาคำ ตอบ และความคิดเห็น ห็ จาก นัก นั เรีย รี นกลุ่ม ลุ่ เป้า ป้ หมายในโรงเรียนสกลนครพัฒ พั นศึก ศึ ษาในรายวิชาIS 1.2 วัตถุประสงค์ 1.2.1เพื่อ พื่ ศึก ศึ ษาเรื่อ รื่ งกฎระเบีย บี บวินัย นั ของโรงเรีย รี นสกลนครพัฒ พั นศึก ศึ ษา 1.2.2กฎระเบีย บี บมีค มี วามสำ คัญต่อนัก นั เรียน 1.3 สมมุติ มุติฐานการวิจัย 1.3.1หากนัก นั เรีย รี นเข้า ข้ใจและยอมรับ รั กฎระเบีย บี บ จะทำ ให้ภ ห้ ายในโรงเรีย รี นอยู่ร่ยู่วร่มกันเป็น ป็ สุข 1.3.2ตั้งกฎเข้ม ข้ งวดเพื่อ พื่ ลดปัญ ปั หาการขัดแย้ง ย้ 1.3.3กฎระเบีย บี บเป็น ป็ สิ่งสิ่ที่ทุก ทุ คนต้องมีแ มี ละเป็น ป็ ที่ ขัด ขั เกลาเพื่อ พื่ ให้เ ห้ ราไปเข้า ข้ สัง สั คมใหญ่ไญ่ด้ 1.4 ขอบเขตของโครงงาน 1.4.1ขอบเขตด้านเนื้อ นื้ หา 1.4.1.1หากไม่มีม่ก มี ฎระเบีย บี บภายในโรงเรีย รี น จะเป็น ป็ อย่าย่งไร 1.4.1.2กฎระเบีย บี บสำ คัญอย่าย่งไร. 1.4.1.3ผลที่เกิดจากการที่นัก นั เรีย รี นไม่เม่คารพกฎระเบีย บี บวินัย นั 1.4.1.4แนวทางการควบคุมหากนัก นั เรีย รี นไม่เม่คารพกฎ บทนำ


1.4.2ขอบเขตด้านพื้น พื้ ที่หรือ รื ระยะเวลา โครงงานนี้ดำ นี้ ดำเนินนิ ในปีก ปี ารศึก ศึ ษา 2567 ณ โรงเรีย รี นสกลนคร พัฒ พั นศึก ศึ ษา ตำ บล งิ้วด่อน อำ เภอเมือ มื งสกลนคร จังหวัดสกลนคร 1.5 ประโยชน์ที่ น์ที่คาดว่าจะได้รับ รั จากโครงงาน 1.5.1นัก นั เรีย รี นได้ทราบถึงคุณค่าของกฎระเบีย บี บวินัย นั 1.5.2นัก นั เรีย รี นได้ทราบถึงการพัฒ พั นากฎระเบีย บี บเดิม แบบเดิมมาเป็น ป็ แบบใหม่ 1.6นิยนิามศัพ ศั ท์เฉพาะ กฎระเบีย บี บจะกล่าวถึงสิ่งสิ่ที่ทำ ได้ว่าควรทำ หรือ รื ต้องทำ และสิ่งสิ่ที่ ทำ ไม่ไม่ด้ ว่าไม่คม่วรทำ หรือ รื ห้า ห้ มทำ สิ่งสิ่ที่อนุญนุ าตให้ทำ ห้ ทำ ได้จะเป็น ป็ สิ่งสิ่ที่ ดีหรือ รื มีปมี ระโยชน์จึ น์ จึ งควรทำ สิ่งสิ่ที่ไม่อม่นุญนุ าตให้ทำ ห้ ทำจะเป็น ป็ สิ่งสิ่ที่ไม่ดีม่ ดี หรือมีโมี ทษจึงไม่คม่วรทำ โรงเรีย รี น คือ สถานที่สำ หรับ รั ฝึกสอนนัก นั เรีย รี นภายใต้การดูแ ดู ลของครู หรือ รื อาจารย์ หลายประเทศมีร มี ะบบการศึก ศึ ษาอย่าย่งเป็น ป็ ทางการ ส่วส่น ใหญ่เญ่ ป็น ป็ การศึก ศึ ษาภาคบัง บั คับ ในระบบการเรีย รี นนี้ นัก นั เรียนจะผ่าผ่น โรงเรีย รี นตามลำ ดับ ชื่อ ชื่ ของโรงเรีย รี นเหล่านี้อ นี้ าจแตกต่างไปตามภาษา และประเทศ แต่โดยหลักจะมีโมี รงเรีย รี นประถมสำ หรับเด็กเล็ก และ โรงเรีย รี นมัธ มั ยมสำ หรับ รั เด็กโตที่ได้สำ เร็จการศึก ศึ ษาระดับประถมมา แล้ว


บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อ ข้ ง กฎระเบีย บี บ หมายถึง กฎเกณฑ์ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อ พื่ ใช้ค ช้ วบคุม คุ ความ ประพฤติของคนในสัง สั คม เนื่อ นื่ งจากสังคม คือ การอยู่รยู่วมกันของคน หมู่ม มู่ ากที่ทำ กิจกรรมต่างๆ ร่วร่มกันมีแ มี นวโน้มของวิถีชีวิตที่ต้อง เกี่ยวข้อ ข้ งกัน เมื่อ มื่ มีก มี ารอยู่ร่ยู่วร่มกันจนกลายเป็น ป็ สัง สั คมหมู่มมู่ากปัญ ปั หา ต่างๆ ก็จะมากตามลำ ดับ ซึ่ง ซึ่ เกิดจากความแตกต่าง ของแต่ละคน เช่นช่ความแตกต่างทางครอบครัว ความคิด วัฒนธรรม ศาสนา รวม ถึงนิสันิย สั ที่แตกต่างกัน เพื่อ พื่ ที่จะทำ ให้ค ห้ วามแตกต่างนั้น นั้ ก่อให้เ ห้ กิดปัญ ปั หาน้อ น้ ยที่สุด สุ หรือ เมื่อ มื่ ใดที่เกิดปัญ ปั หาก็จะเป็น ป็ สิ่งสิ่ที่สามารถนำ มาเป็น ป็ แนวทางที่ใช้ใช้ น การแก้ปัญ ปั หาในเรื่อ รื่ งของการอยู่ร่ยู่วร่มกันในสังคม กฎระเบีย บี บ จึงถูกสร้า ร้ งขึ้น ขึ้ เพื่อ พื่ เป็น ป็ แนวทางให้ให้ ช้ปช้ ฏิบัติสำ หรับ การดำ เนินนิชีวิ ชีวิตร่วร่มกันในสัง สั คม โดยถูก ถู สร้า ร้ งให้เป็นมาตรฐานพื้นฐาน ที่ได้รับ รั การยอมรับ รั จากผู้ที่ผู้ที่เกี่ยวข้อง ความสงบเรียบร้อยจึงเกิดขึ้น ขึ้ ถึงแม้บ ม้ างครั้ง รั้ อาจจะมีข้ มี อ ข้ สงสัย สั ไม่เม่ห็น ห็ ด้วย หรืออาจจะมีกลุ่ม ลุ่ คนบาง กลุ่ม ลุ่ ที่ไม่ยม่อมรับ รั แต่เมื่อ มื่ เข้า ข้ มาอยู่ใยู่นสังคมเดียวกันกับคนหมู่ม มู่ ากก็ ต้องทำ ตามคนหมู่ม มู่ าก เมื่อ มื่ กฎระเบีย บี บข้อ ข้ บัง บั คับถูกละเลย แน่นน่อนว่าความวุ่นวายจะ เกิดขึ้น ขึ้ปัญ ปั หาที่เกิดจากกลุ่ม ลุ่ คนที่ไม่เม่คารพกฎระเบีย บี บทางสัง สั คมที่ วางไว้ ความเหลื่อมล้ำ ความไม่เม่ท่าเทียม การเปรียบเทียบ การเลือก ปฏิบัติ บั ติจะส่งส่ผลรุนแรงสภาพแวดล้อมบรรยากาศในการอยู่ร่ยู่วร่มกัน จะถูกทำ ลาย เพราะฉะนั้น นั้ กฎระเบีย บี บจึงมีความสำ คัญอย่าย่งมากในการกำ หนดและควมคุมความประพฤติของคนในสัง สั คม ทำ ให้สั ห้ ง สั คมเป็น ป็ ระบบ จัดการง่าย ป้อ ป้ งกันอันตราย ไม่ทำม่ ทำ ให้เ ห้ กิดความวุ่นวาย หากมี การฝ่าฝ่ ฝืน ฝื กฎระเบีย บี บของสัง สั คมจนก่อให้เกิดปัญ ปั หาต่างๆ ไม่ว่ม่ ว่าจะ เรื่อ รื่ งเล็กน้อ น้ ยก็ตามก็จะมีค มี วามผิดและถูก ถู ลงโทษ


ปัจ ปั จัยที่มีค มี วามสัมพัน พั ธ์กั ธ์ กั บการประพฤติผิดกฎระเบีย บี บของนัก นั เรีย รี น ระดับมัธ มั ยมศึก ศึ ษาตอนปลาย : ศึก ศึ ษาเฉพาะกรณีโณี รงเรีย รี นในเขต จอมทอง จังหวัดกรุงเทพมหานคร ปิยปิธิดธิา ศรีจินดา ผลการวิจัย สัม สั พัน พั ธ์ภ ธ์ าพระหว่างนัก นั เรีย รี นกับผู้ปผู้ กครอง มีค มี วามสัม สั พัน พั ธ์กัน ทางลบกับพฤติกรรมผิดผิระเบีย บี บวินัย นั ของนัก นั เรีย รี นอย่าย่งมีนั มี ย นั สำ คัญ ทางสถิติที่ระดับ 0.01 แสดงว่านัก นั เรีย รี นที่มีสั มี ม สั พัน พั ธภาพที่ดีกับผู้ ปกครองมาก พฤติกรรมผิดผิระเบีย บี บวินัย นั ก็จะน้อ น้ ยลง ท้ังนี้ เพราะ ประสบการณ์ด้านระเบีย บี บวินัย นั คร้ังแรกในชีวิ ชีวิตของนัก นั เรียนมัก มั จะมา จากครอบครัว รั ของตนเอง พ่อพ่แม่มีม่ มี การวางแนวทางปฏิบัติ บั ติให้นั ห้ ก นั เรียน องค์ประกอบสำ คัญที่สุด สุ ในการสร้างวินัย นั คือการทำ ตนเป็น ป็ ตัวอย่าย่งที่ ดีของพ่อพ่แม่หม่รือ รื ผู้ปผู้ กครอง เพราะ นัก นั เรียนจะเรีย รี นรู้จ รู้ ากรูปแบบ ของพฤติกรรมพ่อพ่แม่มม่ากกว่าซึ่ง ซึ่ ต้องอาศัย ศั การมีสั มี สั มพัน พั ธภาพที่ดี ระหว่างกันในครอบครัว รั เป็น ป็ ตัวสนับ นั สนุน นุ เพราะหากนัก นั เรียนรู้สึ รู้ ก สึ ดี กับพ่อพ่แม่หม่รือ รื ผู้ปผู้ กครองก็ย่อย่มอยากจะประพฤติตาม แต่ถ้า สัม สั พัน พั ธภาพระหว่างนัก นั เรีย รี นกับพ่อพ่แม่ หรือ รื ผู้ปผู้ กครองไม่ดีม่ ดี จะทำ ให้ เกิดปัญ ปั หาดับตัวนัก นั เรีย รี น ซึ่ง ซึ่ สอดคล้องกับ "รวีวรรณ ซุมซ้อ ซ้ " ที่ได้ ศึก ศึ ษาเกี่ยวกับสัม สั พัน พั ธภาพในครอบครัว รั ส่งส่ผลต่อการกระทำ ผิดผิของ เด็กและเยาวชนในสถานพินิพิจนิและคุ้มครองเด็กกลาง พบว่า สัม สั พัน พั ธภาพภายในครอบครัว รัไม่ดีม่ ดี มีค มี วามสัมพัน พั ธ์กั ธ์ กั บการกระทำ ผิดผิ ของเด็กและเยาวชน โดยที่เด็กและเยาวชนที่มีบิ มี ดบิามารดาทะเลาะ วิวาทกันบ่อบ่ย ๆ บิดบิามารดาไม่เม่อาใจใส่ดูส่แ ดู ล ขาดความรักความ อบอุ่นมีผ มี ลต่อความรุนแรงของการกระทำ ผิดของเด็กและเยาวชน ดังน้ันสัม สั พัน พั ธภาพระหว่างนัก นั เรีย รี นกับผู้ปผู้ กครองจึงมีค มี วามสัม สั พัน พั ธ์ ทางลบกับพฤติกรรมผิดผิกฎระเบีย บี บวินัย นั ของนัก นั เรียน


ปัจ ปั จัยที่ส่ง ส่ ผลต่อความมีวิ มีวิ นัย นั ในตนเองของนัก นั เรีย รี น โรงเรีย รี นขยายโอกาสทางการศึก ศึ ษา จังหวัดพระนครศรีอ รี ยุธยา 1. นัก นั เรีย รี นโรงเรีย รี นขยายโอกาสทางการศึก ศึ ษา จังหวัด พระนครศรีอ รี ยุธยา มีร มี ะดับความมีวิ มีวินัย นั ในตนเองอยู่ใยู่นระดับสูง สู 2. ปัจ ปั จัยที่ส่งส่ผลต่อความมีวิ มีวินัย นั ในตนเองของนัก นั เรีย รี นโรงเรียน ขยายโอกาสทางการศึก ศึ ษาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ปัจ ปั จัย ภายในตัวบุคคล ประกอบด้วยความสนใจเรื่องคุณ คุ ธรรมส่วส่นตัว ลักษณะมุ่ง มุ่ อนาคต ปัจ ปั จัยด้านครอบครัว รั ประกอบด้วยการส่งส่เสริม การเรีย รี นจากผู้ปผู้ กครองและปัจ ปั จัยด้านโรงเรีย รี น ประกอบด้วย สัม สั พัน พั ธภาพระหว่างครูกับนัก นั เรีย รี น ความสัม สั พัน พั ธ์กับเพื่อ พื่ น และการ จัดสภาพแวดล้อมในโรงเรีย รี นตัวแปรต้นท้ัง 6 ตัวแปร ร่วร่มกันส่งส่ผล ต่อความมีวิ มีวินัย นั ในตนเองของนัก นั เรี ยนโรงเรี ยนขยายโอกาสทางการ ศึก ศึ ษา จังหวัดพระนครศรีอ รี ยุธยาอย่าย่งมีนั มี ย นั สําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 อธิบธิายความแปรปรวนของความมีวิ มีวินัย นั ในตนเองได้ร้อ ร้ ยละ 63.50 ค่าความคลาดเคลื่อนมาตรฐานของการพยากรณ์เ ณ์ ท่ากับ 0.298 3.แนวทางการพัฒ พั นาความมีวิ มีวินัย นั ในตนเองของนัก นั เรีย รี น โรงเรีย รี นขยายโอกาสทางการศึก ศึ ษา จังหวัดพระนครศรีอ รี ยุธยา ได้แก่ 1) โรงเรีย รี น ต้องมีก มี ารสร้า ร้ งบรรยากาศและสิ่งสิ่แวดล้อมที่ดีมีก มี ารจัด กิจกรรมเพื่อ พื่ ให้นั ห้ ก นั เรีย รี นได้มีส่ มี วส่นร่วร่ม รวมท้ังผู้บผู้ ริหารสถานศึก ศึ ษากํา หนดนโยบายของโรงเรีย รี นในการส่งส่เสริมและสนับ นั สนุน นุ ให้นั ห้ ก นั เรียน เกิดความมีวิ มีวินัย นั ในตนเอง 2) ครูต้องให้ค ห้ วามรักความเอื้ออาทรดูแ ดู ล เอาใจใส่นัส่ก นั เรีย รี นอย่าย่งสม่ าเสมอรับ รั ฟัง ฟั ความคิดเห็น ห็ พร้อมท้ังให้ค ห้ า ปรึก รึ ษาแก่นัก นั เรีย รี นทุก ทุ เรื่อ รื่ ง ประพฤติปฏิบัติ บั ตินเป็น ป็ แบบอย่าย่งที่ดีรวม ท้ังอบรม สั่ง สั่ สอนให้นั ห้ ก นั เรีย รี นตระหนัก นั และเห็น ห็ ความสำ คัญของความ มีวิ มีวินัย นั ในตนเอง ผลการวิจัย


ปัจ ปั จัยที่มีผ มี ลต่อพฤติกรรมการแต่งกายของนัก นั ศึก ศึ ษามหาวิทยา มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนคริน ริ ทร์ ฉะเชิง ชิ เทรา ผลการวิจัย ผลการวิเคราะห์ข้ ห์ อ ข้ มูล มู ในส่ว ส่ นข้อ ข้ มูล มู ทั่วไปของนัก นั ศึก ศึ ษา กลุ่มตัวอย่า ย่ งส่ว ส่ นใหญ่เ ญ่ ป็น ป็ เพศหญิง ญิ จํานวน 241 คน คิดเป็น ป็ ร้อ ร้ ยละ 63.42 ส่ว ส่ นใหญ่มี ญ่ อ มี ายุอยู่ร ยู่ ะหว่าง 20 ปี จํานวน 108 คิดคิดเป็น ป็ ร้อ ร้ ยละ 28.43 ส่ว ส่ นใหญ่เ ญ่ ป็น ป็ นัก นั ศึก ศึ ษาชั้น ชั้ ปีที่ ปี ที่ 1 จํา นวน 122 คน คิดเป็น ป็ ร้อ ร้ ยละ 32.11 ส่ว ส่ นใหญ่พั ญ่ ก พั อาศัย ศั อยู่กั ยู่ กั บ บิด บิ ามารดา จํานวน 197 คน คิดเป็น ป็ ร้อ ร้ ยละ 51.84 ส่ว ส่ นใหญ่ ได้รับ รั เงินค่าใช้จ่ายประจําวัน 100 – 200 บาท จํานวน 294 คน คิดเป็น ป็ ร้อ ร้ ยละ 77.37 ส่ว ส่ นใหญ่เ ญ่ ดินทางมาเรีย รี นโดยรถ จักรยานยนต์ หรือ รื รถจักรยาน จํานวน 133 คน คิดเป็น ป็ ร้อ ร้ ยละ 35.00 ผลการวิเคราะห์ข้ ห์ อ ข้ มูล มู เกี่ยวกับการกระทําผิดทางวินัย นั การแต่งกายของนัก นั ศึก ศึ ษา กลุ่มตัวอย่า ย่ งส่ว ส่ นใหญ่เ ญ่ คยแต่งกาย ผิดระเบีย บี บ จํานวน 205 คน คิดเป็น ป็ ร้อ ร้ ยละ 53.98 พฤติกรรมการแต่งกายของนัก นั ศึก ศึ ษาชายที่มีก มี ารกระทําผิด ระเบีย บี บมากที่สุด คือ การไว้ทรงผมไม่ม่ ม่ สุ ม่ ภาพ หรือ รื ไว้หนวด เครา จํานวน 34 คน คิดเป็น ป็ ร้อ ร้ ยละ 56.67 พฤติกรรมการแต่ง กายของนัก นั ศึก ศึ ษาชาย ที่มีก มี ารกระทําผิดระเบีย บี บน้อ น้ ยที่สุด สุ คือ การไม่ใม่ ส่เ ส่ สื้อเชิ้ต ชิ้ สีขาว จำ นวน 7 คน คิดเป็น ป็ ร้อ ร้ ยละ 11.67


บทที่3 วิธิดำธิ ดำเดินการวิจัย 3.1 วิธีดำ ธี ดำเนินนิ โครงการ 3.1.1 เลือกหัวหัข้อ ข้ ที่สนใจในการทำ โครงงานโดยศึก ศึ ษา เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อ ข้ ง 3.1.2 นำ เสนอหัวหัข้อ ข้ โครงงานที่ได้จากการเลือก 3.1.3 วางแผนการจัดทำ โครงงาน 3.1.4 นำ เสนอเค้าโครงต่อครูที่ปรึก รึ ษา 3.1.5 สร้า ร้ งแบบฟอร์ม ร์ สอบถามนักนัเรีย รี นในโรงสกลนครพัฒพันศึก ศึ ษา 3.1.6 นำ คำ ตอบที่ได้จากการจากแบบสอบถามมาสรุปเพื่อ พื่ หาคำ ตอบ 3.1.7 สรุปและอภิปรายผล 3.2 วิธีทำ ธี ทำ โครงงานวิจัยเรื่อ รื่ งกฎระเบีย บี บของโรงเรีย รี นสกลนคร พัฒ พั นศึก ศึ ษา 1.ตั้งประเด็นที่สนใจที่จะศึก ศึ ษา 2.นำ หัวหัข้อ ข้ ที่ได้ไปปรึก รึ ษาคุณคุครูที่ปรึก รึ ษา 3.ตั้งกลุ่มลุ่เป้า ป้ หมายให้ชั ห้ ดชัเจนแล้วทำ แบบสอบถาม 4.นำ แบบสอบถามไปสำ รวจในกลุ่มลุ่เป้า ป้ หมาย 5.นำ ข้อ ข้ มูลมูที่ได้จากการสำ รวจมาสรุป 6.รวบรวมคำ ตอบทั้งหมดแล้วนำ มาสรุปผลและอภิปรายผล ในการจัดทำ โครงงานวิชาการศึก ศึ ษาค้นคว้าอิสระ เรื่อ รื่ งกฎ ระเบีย บี บของโรงเรีย รี นสกลนครพัฒพันศึก ศึ ษา ผู้จัผู้ จัดทำ มีวิ มีวิธีดำ ธี ดำเนินนิ งานตามขั้นขั้ตอนดังนี้


บทที่ 4 ผลการดำ เนิน นิ งาน โครงงานรายวิชา IS เพื่อ พื่ ศึก ศึ ษาความคิดเห็น ห็ และเปรียบเทียบ กฎระเบีย บี บจากกลุ่ม ลุ่ นัก นั เรีย รี นภายในโรงเรีย รี นสกลนครพัฒ พั นศึก ศึ ษา ระหว่างกฎระเบีย บี บเก่า และกฎระเบีย บี บใหม่ว่ม่ ว่ามีค มี วามแตกต่างไป จากเดิมหรือ รื ไม่ 4.1 การดำ เนิน นิ งาน กลุ่ม ลุ่ เป้า ป้ หมายในการสำ รวจเพื่อ พื่ ศึก ศึ ษาความคิดเห็น ห็ และเปรียบ เทียบภายในโรงเรีย รี นสกลนครพัฒ พั นศึก ศึ ษาระหว่างกฎระเบีย บี บเก่า และกฎระเบีย บี บใหม่ซึ่ม่ซึ่ง ซึ่ กลุ่ม ลุ่ เป้า ป้ หมายในการสำ รวจเป็น ป็ นัก นั เรียนใน ระดับชั้น ชั้ มัธ มั ยมศึก ศึ ษาปีที่ ปี ที่ 1 จนถึงระดับชั้น ชั้ มัธ มั ยมศึก ศึ ษาปีที่ ปี ที่ 6 จำ นวน 60 คน โดยมี นัก นั เรีย รี นเพศหญิงญินัก นั เรีย รี นเพศชาย และนัก นั เรียนเพศ ทางเลือก คิดเป็น ป็ เปอร์เ ร์ ซ็น ซ็ ต์ ดังนี้ 1) เพศของกลุ่ม ลุ่ เป็า ป็ หมายในการสำ รวจ


2) ระดับชั้น ชั้ ของกลุ่ม ลุ่ เป้า ป้ หมายในการสำ รวจ จากการสำ รวจคำ ตอบจากกลุ่ม ลุ่ เป้า ป้ หมายที่เป็น ป็ นักเรีย รี นภายใน โรงเรีย รี นสกลนครพัฒ พั นศึก ศึ ษา จำ นวน 60 คน คิดเป็น ป็ เปอร์เ ร์ ซ็น ซ็ ต์ ดังนี้ ระดับชั้น ชั้ ม.1 13.3% ระดับชั้น ชั้ ม.2 13.3% ระดับชั้น ชั้ ม.3 18.3% ระดับชั้น ชั้ ม.4 10% ระดับชั้น ชั้ ม.5 25% และระดับชั้น ชั้ ม.6 20%


4.2 ผลการสำ รวจความคิดเห็น ห็ กลุ่ม ลุ่ เป้า ป้ หมายเป็น ป็ นัก นั เรีย รี นภายในโรงเรีย รี นสกลนครพัฒ พั นศึก ศึ ษา จำ นวน 60 คน ได้ตอบคำ ถามจากแบบสอบถามในการสำ รวจความ คิดเห็น ห็ คิดเป็น ป็ เปอร์เ ร์ ซ็น ซ็ ต์ ดังนี้ คำ ตอบจากกลุ่ม ลุ่ เป้า ป้ หมายที่เป็น ป็ นัก นั เรีย รี นภายในโรงเรีย รี น สกลนครพัฒ พั นศึก ศึ ษา จำ นวน 60 คน มีเ มีปอร์เ ร์ ซ็น ซ็ ต์ที่เห็น ห็ ด้วย คือ 91.7% และไม่เม่ห็น ห็ ด้วยอีก 8.3% 1) ต้องการให้ส ห้ าวประเภทสองไว้ผมยาวตามเพศสภาพหรือไม่ แบบสำ รวจความคิดเห็น ห็


2) นัก นั เรีย รี นคิดอย่าย่งไรกับผู้หผู้ ญิงญิที่ตัดผมสั้น สั้ เหมือ มื นผู้ชผู้ าย คำ ตอบจากกลุ่ม ลุ่ เป้า ป้ หมายที่เป็น ป็ นัก นั เรีย รี นภายในโรงเรีย รี น สกลนครพัฒ พั นศึก ศึ ษา จำ นวน 60 คน มีเ มีปอร์เ ร์ ซ็น ซ็ ต์ที่เห็น ห็ ด้วย คือ 86.7% และไม่เม่ห็น ห็ ด้วยอีก 13.3% 3) นัก นั เรีย รี นคิดอย่าย่งไรที่ผู้หผู้ ญิงญิแต่งหน้า น้ มาโรงเรีย รี น คำ ตอบจากกลุ่ม ลุ่ เป้า ป้ หมายที่เป็น ป็ นัก นั เรีย รี นภายในโรงเรีย รี น สกลนครพัฒ พั นศึก ศึ ษา จำ นวน 60 คน มีเ มีปอร์เ ร์ ซ็น ซ็ ต์ที่เห็น ห็ ด้วย คือ 96.7% และไม่เม่ห็น ห็ ด้วยอีก 3.3%


4) ระเบีย บี บทรงผมสำ หรับ รั นัก นั เรียนที่เป็น ป็ สาวประเภทสองในสมัย มั ก่อนมีห มี รือ รื ไม่ คำ ตอบจากกลุ่ม ลุ่ เป้า ป้ หมายที่เป็น ป็ นัก นั เรีย รี นภายในโรงเรีย รี น สกลนครพัฒ พั นศึก ศึ ษา จำ นวน 60 คน มีเ มีปอร์เ ร์ ซ็น ซ็ ต์ที่ตอบว่ามี คือ 8.3% และไม่มีม่ มี91.7% 5) ระเบีย บี บทรงผมสำ หรับ รั นัก นั เรียนที่เป็น ป็ ทอมในสมัย มั ก่อนมีหรือไม่ คำ ตอบจากกลุ่ม ลุ่ เป้า ป้ หมายที่เป็น ป็ นัก นั เรีย รี นภายในโรงเรีย รี น สกลนครพัฒ พั นศึก ศึ ษา จำ นวน 60 คน มีเ มีปอร์เ ร์ ซ็น ซ็ ต์ที่ตอบว่ามี คือ 93.3% และไม่มีม่อี มี อี ก 6.7%


บทที่ 5 สรุปผลและอภิปราย กฎระเบีย บี บของโรงเรีย รี นสกลนครพัฒพันศึก ศึ ษา ได้ผลสรุปว่ากฎ ระเบีย บี บของสมัยมัก่อนกับปัจปัจุบันบัมีก มี ารเปลี่ยนแปลงมามากและหลาย ด้าน เช่นช่การแต่งกาย การไว้ทรงผมสำ หรับรัเพศทางเลือก การควบคุมคุ กฎเกณฑ์ต่างๆภายในโรงเรีย รี น เมื่อ มื่ กลุ่มลุ่เราได้สำ รวจจากกลุ่มลุ่เป้า ป้ หมาย คือนักนัเรีย รี นโรงเรีย รี นสกลนครพัฒพันศึก ศึ ษาจำ นวน 60 คน จึงได้ผลออกมา แบบแตกต่างกันทั้งความคิดของการคิดบทลงโทษสำ หรับรันักนัเรีย รี นที่ทำ ผิดผิกฎ แต่งกายผิดผิระเบีย บี บ หรือ รื การมาสาย ควรคิดบทลงโทษยังยัไง และ ควรทำ ยังยัไงสำ หรับรัคนที่มาสายแต่มีเ มี หตุผตุล โดยข้อ ข้ มูลมูที่ได้จาก แบบสอบถามความคิดเห็น ห็ คิดเป็น ป็ ร้อ ร้ ยละ ดังนี้ 1.ต้องการให้ส ห้ าวประเภทสองไว้ผมยาวตามเพศสภาพหรือ รื ไม่ คำ ตอบจากกลุ่มลุ่เป้า ป้ หมายที่เป็น ป็ นักนัเรีย รี นภายในโรงเรีย รี นสกลนครพัฒพัน ศึก ศึ ษา จำ นวน 60 คน มีเ มีปอร์เ ร์ ซ็น ซ็ ต์ที่เห็น ห็ ด้วย คือ 91.7% และไม่เม่ห็น ห็ ด้วย อีก 8.3% 2.นักนัเรีย รี นคิดอย่าย่งไรกับผู้หผู้ ญิงญิที่ตัดผมสั้นสั้เหมือ มื นผู้ชผู้ าย คำ ตอบจาก กลุ่มลุ่เป้า ป้ หมายที่เป็น ป็ นักนัเรีย รี นภายในโรงเรีย รี นสกลนครพัฒพันศึก ศึ ษา จำ นวน 60 คน มีเ มีปอร์เ ร์ ซ็น ซ็ ต์ที่เห็น ห็ ด้วย คือ 86.7% และไม่เม่ห็น ห็ ด้วยอีก 13.3% การศึก ศึ ษาเพื่อ พื่ เปรีย รี บเทียบกฎระเบีย บี บและการศึก ศึ ษาปัญปัหาด้าน ระเบีย บี บวินัยนัเรีย รี นโดยใช้รู ช้รูปแบบการเรีย รี นรู้แ รู้ บบโครงงานเรื่อ รื่ ง ระเบีย บี บ วินัยนัของโรงเรีย รี น วัตถุปถุระสงค์เพื่อ พื่ เปรีย รี บเทียบกฎระเบีย บี บในสมัยมัก่อน กับกฎระเบีย บี บในปัจปัจุบันบัและศึก ศึ ษาความคิดเห็น ห็ ด้านกฎระเบีย บี บวินัยนั ภายในโรงเรีย รี น กลุ่มลุ่เป้า ป้ หมายที่ใช้ใช้ นการศึก ศึ ษาครั้งรั้นี้ ได้แก่ นักนัเรีย รี นในระดับชั้นชั้ มัธมัยมศึก ศึ ษาปีที่ ปี ที่ 1 จนถึงระดับชั้นชั้มัธมัยมศึก ศึ ษาปีที่ ปี ที่ 6 ภาคเรีย รี นที่ 2 ปีก ปี าร ศึก ศึ ษา 2566 และปีก ปี ารศึก ศึ ษา 2567 ภายในโรงเรีย รี นสกลนครพัฒพันศึก ศึ ษา จำ นวน 60 คน เครื่อ รื่ งมือ มื ที่ใช้ใช้ นการศึก ศึ ษาครั้งรั้นี้ คือ แบบสอบถาม Google From แบบสอบถามจำ นวน 7 ข้อ ข้ วิเคราะห์ข้ ห์ อ ข้ มูลมูโดยใช้ส ช้ ถิติ แผนภูมิภูวมิงกลม สรุปผลการศึก ศึ ษา


3.นักนัเรีย รี นคิดอย่าย่งไรที่ผู้หผู้ ญิงญิแต่งหน้า น้ มาโรงเรีย รี น คำ ตอบจากกลุ่มลุ่ เป้า ป้ หมายที่เป็น ป็ นักนัเรีย รี นภายในโรงเรีย รี นสกลนครพัฒพันศึก ศึ ษา จำ นวน 60 คน มีเ มีปอร์เ ร์ ซ็น ซ็ ต์ที่เห็น ห็ ด้วย คือ 96.7% และไม่เม่ห็น ห็ ด้วยอีก 3.3% 4.ระเบีย บี บทรงผมสำ หรับรันักนัเรีย รี นที่เป็น ป็ สาวประเภทสองในสมัยมั ก่อนมีห มี รือ รื ไม่ คำ ตอบจากกลุ่มลุ่เป้า ป้ หมายที่เป็น ป็ นักนัเรีย รี นภายใน โรงเรีย รี นสกลนครพัฒพันศึก ศึ ษา จำ นวน 60 คน มีเ มีปอร์เ ร์ ซ็น ซ็ ต์ที่ตอบว่ามี คือ 8.3% และไม่มีม่ มี91.7% 5.ระเบีย บี บทรงผมสำ หรับรันักนัเรีย รี นที่เป็น ป็ ทอมในสมัยมัก่อนมีห มี รือ รื ไม่ คำ ตอบจากกลุ่มลุ่เป้า ป้ หมายที่เป็น ป็ นักนัเรีย รี นภายในโรงเรีย รี นสกลนครพัฒพัน ศึก ศึ ษา จำ นวน 60 คน มีเ มีปอร์เ ร์ ซ็น ซ็ ต์ที่ตอบว่ามี คือ 93.3% และไม่มีม่อี มี อี ก 6.7% อภิปรายผล ในการศึก ศึ ษาเพื่อ พื่ เปรีย รี บเทียบกฎระเบีย บี บ และการศึก ศึ ษาปัญปัหาด้าน ระเบีย บี บวินัยนัเรีย รี นโดยใช้รู ช้รูปแบบการเรีย รี นรู้แ รู้ บบโครงงานเรื่อ รื่ ง ระเบีย บี บ วินัยนัของโรงเรีย รี น วัตถุปถุระสงค์เพื่อ พื่ เปรีย รี บเทียบกฎระเบีย บี บในสมัยมัก่อน กับกฎระเบีย บี บในปัจปัจุบันบัและศึก ศึ ษาความคิดเห็น ห็ ด้านกฎระเบีย บี บวินัยนั ภายในโรงเรีย รี น การจัดทำ โครงงานเรื่อ รื่ ง ระเบีย บี บวินัยนัของโรงเรีย รี นผู้วิผู้ วิจัยได้ทำ การ สร้า ร้ งแบบสอบถามความคิดเห็น ห็ ขึ้น ขึ้ มา เพื่อ พื่ ใช้เ ช้ป็น ป็ เครื่อ รื่ งมือ มื ในการศึก ศึ ษา และนำ มาเปรีย รี บเทียบ ระหว่างกฎระเบีย บี บในสมัยมัก่อนกับกฎระเบีย บี บใน ปัจปัจุบันบัรวมถึงปัญปัหาด้วยระเบีย บี บวินัยนัต่างๆ ได้แก่ ระเบีย บี บวินัยนัของทรง ผม ระเบีย บี บวินัยนัการมาโรงเรีย รี นสาย ระเบีย บี บวินัยนัการแต่งกายและการ แต่งหน้า น้ มาโรงเรีย รี น


Click to View FlipBook Version