The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ (สำหรับสอบสัมภาษณ์ครูผู้ช่วย 2564)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by na_krongkwan, 2022-03-16 05:09:20

แผนการจัดการเรียนรู้ (สำหรับสอบสัมภาษณ์ครูผู้ช่วย 2564)

แผนการจัดการเรียนรู้ (สำหรับสอบสัมภาษณ์ครูผู้ช่วย 2564)

แผนการจัดการเรยี นรู้ ปกี ารศึกษา 2564

รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวชิ า ว 15101 ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5
เร่อื งระดบั เสยี ง จำนวน 1 ชั่วโมง

นางสาวครองขวญั เครอื สุวรรณ

ผ้เู ขา้ รบั การประเมินภาค ค ตำแหน่งครูผชู้ ่วย
กลมุ่ วชิ าวิทยาศาสตร์ทวั่ ไป เลขประจำตวั สอบ 641500198

กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สงั กัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

คำนำ

แผนการจัดการเรยี นรูร้ ายวิชาวทิ ยาศาสตร์ (ว15101) ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 5 จัดทำข้ึนเพ่อื
ใช้ในการจดั การเรียนการสอนโดยมมี าตรฐานการเรียนรู้และตวั ช้วี ดั คำอธบิ ายรายวชิ า โครงสรา้ ง
รายวชิ า หนว่ ยการเรยี นรู้ และแผนการเรยี นรู้ รวมท้งั เกณฑ์การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ ซ่ึงมี
แนวทางการจัดทำตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.
2560)

หวังเป็นอยา่ งยิ่งว่าเอกสารฉบับนจี้ ะเปน็ ประโยชนต์ อ่ การจัดการเรียนการสอนทมี่ ีความ
สอดคลอ้ งกบั หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560)
และบรบิ ทของโรงเรยี นต่อไป

ครองขวัญ เครอื สวุ รรณ

สารบัญ

เรื่อง หนา้

คำนำ…………………………………………………………………………………………………………………. ก
สารบัญ………………………………………………………………………………………………………….…… ข
มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชวี้ ัด....................................................................................... 1
คำอธบิ ายรายวิชา………………………………………………………………………………………………… 4
โครงสร้างรายวชิ า………………………………………………………………………………………………… 6
หนว่ ยการเรียนร.ู้ .............................................................................................................. 10
แผนการจดั การเรยี นรู้ ท่ี 19 เรือ่ งระดบั เสียง (3)............................................................... 13
ภาคผนวก

ใบความรเู้ รอ่ื ง ระดบั เสยี ง
ใบกิจกรรมการทดลองเร่ืองเสียงต่ำ-เสียงสูง
แบบทดสอบก่อนเรยี น
แบบทดสอบหลงั เรียน
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน
จกิ ซอ

มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชวี้ ดั

กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
รายวชิ า วิทยาศาสตร์ รหสั วิชา ว 15101 ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 5

สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชวี ภาพ

มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิตกับ

สิ่งมีชีวิต และความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่างๆ ในระบบนิเวศการ

ถา่ ยทอดพลังงาน การเปลีย่ นแปลงแทนทใ่ี นระบบนเิ วศ ความหมายของประชากร

ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางในการ

อนรุ ักษท์ รัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหาส่ิงแวดล้อมรวมทง้ั นำความรู้ไปใช้

ประโยชน์

ตัวชี้วดั ว 1.1 ป.5/1 บรรยายโครงสร้างและลักษณะของสิ่งมีชีวิตที่เหมาะสมกับการดำรงชีวิต ซึ่งเป็น

ผลมาจากการปรบั ตวั ของส่งิ มีชวี ติ ในแต่ละแหลง่ ทอี่ ยู่

ว 1.1 ป.5/2 อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และความสัมพันธ์ระหว่าง

ส่งิ มชี วี ิตกบั สง่ิ ไมม่ ชี วี ิต เพือ่ ประโยชน์ต่อการดำรงชวี ิต

ว 1.1 ป.5/3 เขียนโซ่อาหารและระบุบทบาทหน้าที่ของสิ่งมีชีวิตที่เป็นผู้ผลิตและผู้บริโภคในโซ่

อาหาร

ว 1.1 ป.5/4 ตระหนักในคุณค่าของส่ิงแวดล้อมที่มีต่อการดำรงชีวิตของส่ิงมชี ีวิต โดยมีส่วนร่วม

ในการดแู ลรักษาสง่ิ แวดล้อม

มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สาร

พันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลาย

ทางชวี ภาพและววิ ฒั นาการของสงิ่ มีชวี ติ รวมทง้ั นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ตัวช้วี ัด ว 1.3 ป.5/1 อธิบายลกั ษณะทางพันธุกรรมทีม่ ีการถ่ายทอดจากพ่อแมส่ ู่ลูกของพืช สัตว์ และ

มนษุ ย์

ว 1.3 ป.5/2 แสดงความอยากรู้อยากเห็น โดยการถามคำถามเกี่ยวกับลักษณะที่คล้ายคลึงกัน

ของตนเองกับพ่อแม่

สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ

มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของ

สสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการ

เปลย่ี นแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกดิ ปฏิกริ ยิ าเคมี

ตวั ชี้วัด ว 2.1 ป.5/1 อธิบายการเปลี่ยนสถานะของสสาร เมื่อทำให้สสารร้อนขึ้นหรือเย็นลง โดยใช้

หลักฐานเชงิ ประจักษ์

ว 2.1 ป.5/2 อธบิ ายการละลายของสารในน้ำ โดยใช้หลกั ฐาน เชงิ ประจกั ษ์

ว 2.1 ป.5/3 วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของสารเมื่อเกิดการ เปลี่ยนแปลงทางเคมีโดยใช้
หลกั ฐาน เชงิ ประจกั ษ์
ว 2.1 ป.5/4 วิเคราะห์และระบุการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้ และการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับ
ไม่ได้
มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาตขิ องแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงทีก่ ระทำตอ่ วัตถลุ ักษณะการ
เคล่อื นที่แบบตา่ งๆ ของวัตถุ รวมท้งั นำความรู้ไปใช้ประโยชน์
ว 2.2 ป.5/1 อธิบายวิธีการหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรงในแนวเดียวกันที่กระทำต่อวัตถุใน
กรณที ว่ี ตั ถอุ ยู่น่งิ จากหลกั ฐานเชิงประจักษ์
ว 2.2 ป.5/2 เขียนแผนภาพแสดงแรงที่กระทำต่อวัตถุที่อยู่ในแนวเดียวกันและแรงลัพธ์ที่
กระทำต่อวตั ถุ
ว 2.2 ป.5/3 ใชเ้ ครอื่ งช่งั สปริงในการวดั แรงที่กระทำตอ่ วัตถุ
ว 2.2 ป.5/4 ระบุผลของแรงเสียดทานที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุจาก
หลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์
ว 2.2 ป.5/5 เขยี นแผนภาพแสดงแรงเสยี ดทานและแรงทอี่ ยูใ่ นแนวเดยี วกนั ทีก่ ระทำต่อวตั ถุ
มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของ
ตัวช้ีวดั ว 2.3 ป.5/1 คลื่นปรากฏ การณ์ที่เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารวมทั้งนำ
ว 2.3 ป.5/2 ความรไู้ ปใช้ประโยชน์
ว 2.3 ป.5/3 อธิบายการไดย้ นิ เสียงผ่านตัวกลางจากหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์
ว 2.3 ป.5/4 ระบุตัวแปร ทดลอง และอธบิ ายลกั ษณะและการเกดิ เสียงสงู เสยี งตำ่
ว 2.3 ป.5/5 ออกแบบการทดลองและอธิบายลักษณะและการเกดิ เสยี งดัง เสยี งคอ่ ย
วัดระดับเสียงโดยใช้เครอื่ งมือวัดระดบั เสียง
ตระหนักในคุณค่าของความรู้เรื่องระดับเสียงโดยเสนอแนะแนวทางในการ
หลีกเลย่ี งและลดมลพษิ ทางเสียง

สาระท่ี 3 วิทยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ

มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ

กาแลก็ ซี ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมทัง้ ปฏสิ มั พันธภ์ ายในระบบสรุ ิยะ ท่ีส่งผล

ตอ่ ส่งิ มีชีวติ และการประยุกตใ์ ชเ้ ทคโนโลยอี วกาศ

ตัวชวี้ ัด ว 3.1 ป.5/1 เปรียบเทยี บความแตกต่างของดาวเคราะหแ์ ละดาวฤกษจ์ ากแบบจำลอง

ว 3.1 ป.5/2 ใชแ้ ผนทดี่ าวระบุตำแหน่งและเส้นทางการข้ึนและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้า

และอธิบายแบบรปู เสน้ ทางการขน้ึ และตกของกลมุ่ ดาวฤกษ์บนทอ้ งฟา้ ในรอบปี

มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลง
ภายในโลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ
ตัวชว้ี ดั ว 3.2 ป.5/1 และภมู ิอากาศโลก รวมทั้งผลต่อส่งิ มชี ีวิตและส่ิงแวดลอ้ ม
เปรียบเทียบปริมาณน้ำในแต่ละแหล่ง และระบุปริมาณน้ำที่มนุษย์สามารถ
ว 3.2 ป.5/2 นำมาใช้ประโยชนไ์ ด้จากข้อมูลที่รวบรวมได้
ตระหนักถึงคุณค่าของน้ำโดยนำเสนอแนวทางการใช้น้ำอย่างประหยัดและการ
ว 3.2 ป.5/3 อนรุ กั ษ์น้ำ
ว 3.2 ป.5/4 สรา้ งแบบจำลองทอี่ ธิบายการหมนุ เวียนของน้ำในวัฏจักรน้ำ
ว 3.2 ป.5/5 เปรยี บเทยี บกระบวนการเกิดเมฆ หมอก น้ำคา้ งและน้ำค้างแขง็ จากแบบจำลอง
เปรยี บเทียบกระบวนการเกดิ ฝน หิมะ และลกู เหบ็ จากข้อมูลท่ีรวบรวมได้

สาระที่ 4 เทคโนโลยี เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปญั หาท่ีพบในชวี ติ จริงอย่างเป็นข้ันตอน
มาตรฐาน ว 4.2 และเป็นระบบใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้การทำงาน
และการแกป้ ญั หาไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธภิ าพรเู้ ทา่ ทนั และมีจรยิ ธรรม
ตัวชวี้ ัด ว 4.2 ป.5/1 ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหาการอธิบายการทำงานการคาดการณ์ ผลลัพธ์
ว 4.2 ป.5/2 จากปัญหาอยา่ งง่าย
ว 4.2 ป.5/3 ออกแบบและเขียนโปรแกรมที่มีการใช้เหตุผลเชิงตรรกะอย่างง่ายตรวจหา
ว 4.2 ป.5/4 ขอ้ ผิดพลาดและแก้ไข
ว 4.2 ป.5/5 ใช้อินเทอร์เน็ต ค้นหาข้อมูล ติดต่อสื่อสาร และทำงานร่วมกันประเมินความ
น่าเชอ่ื ถอื ของข้อมูล
รวบรวม ประเมิน นำเสนอข้อมูล และสารสนเทศ ตามวัตถุประสงค์โดยใช้
ซอฟตแ์ วรห์ รอื บริการบนอนิ เทอรเ์ นต็ ท่หี ลากหลายเพ่ือแก้ปญั หา ในชวี ติ ประจำวนั
ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัยมีมารยาทเข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตน
เคารพในสิทธขิ องผ้อู ื่นแจง้ ผู้เกย่ี วขอ้ งเมอื่ พบข้อมลู หรือบคุ คลที่ไม่เหมาะสม

คำอธบิ ายรายวชิ า

ว 15101 วิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เวลา 80 ช่ัวโมง

..............................................................................................................................................................................

ศึกษา วิเคราะห์ โครงสร้างและลักษณะของสิ่งมีชีวิต การดำรงชีวิต ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตกับการ

ดำรงชีวิต การปรับตัวของสิ่งมีชีวิตในแต่ละแหล่งที่อยู่ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และ

ความสัมพันธร์ ะหว่างสิ่งมีชวี ิตกบั ส่ิงไมม่ ีชวี ิต โซ่อาหาร หน้าทีข่ องสิง่ มีชีวิตที่เป็นผู้ผลิตและผู้บริโภค คุณค่า

ของสิง่ แวดล้อมทมี่ ีต่อการดำรงชีวิต การดแู ลรกั ษาส่ิงแวดล้อม ลักษณะทางพันธุกรรมท่มี ีการถ่ายทอดจากพ่อ

แม่สู่ลูก ลักษณะที่คล้ายคลึงกันของตนเองกับพ่อแม่ การเปลี่ยนสถานะของสสาร การละลายของสารในน้ำ

การเปล่ียนแปลงของสารเมื่อเกิดการเปล่ยี นแปลงทางเคมี การเปลีย่ นแปลงทผี่ นั กลับไดแ้ ละการเปลยี่ นแปลงท่ี

ผันกลับไม่ได้ แรงที่กระทำต่อวัตถุ แรงลัพธ์ของแรงหลายแรงในแนวเดียวกัน การใช้เครื่องชั่งสปริงวัดแรงท่ี

กระทำต่อวตั ถุ แรงเสียดทาน แรงเสียดทานและแรงท่ีกระทำต่อวตั ถุในแนวเดยี วกัน เสยี งและการได้ยินเสียง

การเกดิ เสียงสูง เสียงตำ่ เสยี งคอ่ ย การวดั ระดับเสียงโดยใช้เคร่อื งมอื วดั ระดบั เสียง การหลีกเล่ยี งและลดมลพิษ

ทางเสยี ง ดาวเคราะห์และดาวฤกษ์ การใชแ้ ผนที่ดาว ตำแหน่งและเสน้ ทางการข้ึนและตกของกลุ่มดาวฤกษ์

แบบรูปเส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้าในรอบปี ปริมาณน้ำในแต่ละแหล่งน้ำ คุณค่าของ

น้ำ การใช้น้ำอย่างประหยัดและการอนุรักษ์น้ำ วัฏจักรน้ำ กระบวนการเกิดเมฆ หมอก น้ำค้าง และน้ำค้าง

แข็ง การเกิดฝน หิมะ และลูกเห็บ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจ

ตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การเปรียบเทียบข้อมลู จากหลักฐานเชิงประจักษ์ การอธิบาย อภิปราย และการ

สร้างแบบจำลอง เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการ

ตดั สนิ ใจ นำความรไู้ ปใช้ในชวี ิตประจำวัน มจี ิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และคา่ นิยมท่ีเหมาะสม

ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การทำงาน การคาดการณ์ผลลัพธ์จากปัญหาอย่างง่าย การ
ออกแบบ อธิบาย และเขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์ หรือสื่อ และตรวจหาข้อผิดพลาดและ
แก้ไข ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูล ติดต่อสื่อสารและทำงานร่วมกัน ประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล
รวบรวม นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศโดยใช้ซอฟต์แวร์ หรือบริการบนอินเตอร์เน็ต เพื่อแก้ปัญหาใน
ชวี ติ ประจำวัน ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภยั มมี ารยาท เข้าใจสทิ ธแิ ละหนา้ ทขี่ องตน เคารพในสิทธิ
ของผู้อนื่ แจ้งผู้เก่ียวขอ้ งเมอ่ื พบข้อมูลหรือบุคคลท่ีไม่เหมาะสม

รหสั ตัวช้ีวดั ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4
มาตรฐาน ว 1.1 ป.5/1, ป.5/2
มาตรฐาน ว 1.3 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4
มาตรฐาน ว 2.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5
มาตรฐาน ว 2.2

มาตรฐาน ว 2.3 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4 ป.5/5
มาตรฐาน ว 3.1 ป.5/1, ป.5/2
มาตรฐาน ว 3.2 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5
มาตรฐาน ว 4.2 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5

รวม 32 ตัวช้ีวดั

โครงสร้างเวลาเรยี น

กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ าวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว15101
คะแนนเตม็ 100 คะแนน
ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 เวลาเรียน 80 ชว่ั โมง

หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการ สาระสำคญั เวลา น้ำหนกั
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 1 เรยี นรู/้ ตวั ชวี้ ดั (ช่ัวโมง) 10
แรงในชวี ิตประจำวนั (ว 2.2 ป. 5/1) - อธิบายวิธีการหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรงในแนว
(ว 2.2 ป. 5/2) เดียวกันที่กระทำต่อวัตถุในกรณีที่วัตถุอยู่นิ่ง จากหลักฐานเชิง 11
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 (ว 2.2 ป. 5/3) ประจกั ษ์
ธรรมชาติของเสียง (ว 2.2 ป. 5/4)
(ว 2.2 ป. 5/5) - เขียนแผนภาพแสดงแรงที่กระทำต่อวัตถุที่อยู่ใน แนว
เดียวกนั และแรงลพั ธ์ทกี่ ระทำตอ่ วตั ถุ
(ว 4.2 ป. 5/1)
(ว 4.2 ป. 5/2) - ใช้เคร่ืองช่งั สปรงิ ในการวดั แรงท่กี ระทำตอ่ วัตถุ
(ว 4.2 ป. 5/3) -ระบุผลของแรงเสียดทานที่มีต่อการเปลี่ยนแปลง การ
(ว 4.2 ป. 5/4) เคลอ่ื นทข่ี องวัตถุจากหลกั ฐานเชงิ ประจักษ์
(ว 4.2 ป. 5/5) - เขียนแผนภาพแสดงแรงเสียดทานและแรง ที่อยู่ในแนว
เดียวกนั ทกี่ ระทำตอ่ วตั ถ
- ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหาการทำงาน การ
คาดการณผ์ ลลัพธจ์ ากปญั หาอยา่ งง่าย
- การออกแบบ อธิบายและเขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดย
ใช้ซอฟตแ์ วร์ หรอื สอื่ และตรวจหาข้อผิดพลาดและแก้ไข
- ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูลติดต่อสื่อสารและทำงาน
ร่วมกันประเมินความน่าเชอ่ื ถือของข้อมูล
- รวบรวม นำเสนอขอ้ มลู และสารสนเทศโดยใช้ซอฟต์แวร์
หรอื บริการบนอนิ เตอรเ์ น็ต เพอ่ื แกป้ ัญหาในชวี ติ ประจำวนั
- ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย มมี ารยาทเข้าใจ
สิทธิและหน้าที่ของตนเคารพในสิทธิของผู้อื่นแจ้งผู้เกี่ยวข้องเมื่อ
พบขอ้ มลู หรือบุคคลที่ไมเ่ หมาะสม

(ว 2.3 ป. 5/1) - อธิบายการได้ยินเสียงผ่านตัวกลางจากหลักฐาน เชิง 14 10
(ว 2.3 ป. 5/2) ประจักษ์
(ว 2.3 ป. 5/3)
(ว 2.3 ป. 5/4) - ระบุตัวแปร ทดลอง และอธิบายลักษณะและ การเกิด
(ว 2.3 ป. 5/5) เสยี งสูง เสียงตำ่

- ออกแบบการทดลองและอธิบายลักษณะและ การเกิด
เสยี งดัง เสียงคอ่ ย

- วัดระดบั เสยี งโดยใช้เครื่องมือวดั ระดับเสยี ง
- ตระหนักในคุณค่าของความรู้เรื่องระดับเสียง โดย
เสนอแนะแนวทางในการหลีกเลีย่ งและลด มลพษิ ทางเสยี ง

หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการ สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั
เรยี นรู้/ตวั ช้วี ัด (ชั่วโมง)
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 - ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหาการทำงาน การ
การเปล่ียนแปลง (ว 4.2 ป. 5/1) คาดการณผ์ ลลัพธ์จากปญั หาอย่างง่าย
ของสสาร (ว 4.2 ป. 5/2)
(ว 4.2 ป. 5/3) - การออกแบบ อธิบายและเขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดย
(ว 4.2 ป. 5/4) ใชซ้ อฟตแ์ วร์ หรือสือ่ และตรวจหาข้อผิดพลาดและแก้ไข
(ว 4.2 ป. 5/5)
- ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูลติดต่อสื่อสารและทำงาน
ร่วมกนั ประเมนิ ความน่าเชอ่ื ถือของข้อมลู

- รวบรวม นำเสนอข้อมลู และสารสนเทศโดยใช้ซอฟต์แวร์
หรือบรกิ ารบนอนิ เตอรเ์ น็ต เพอ่ื แก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน

- ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภยั มมี ารยาทเข้าใจ
สิทธิและหน้าที่ของตนเคารพในสิทธิของผู้อื่นแจ้งผู้เกี่ยวข้องเม่ือ
พบขอ้ มลู หรอื บุคคลที่ไม่เหมาะสม

(ว 2.1 ป. 5/1) - อธบิ ายการเปล่ียนสถานะของสสาร เมอ่ื ทำให้ สสารรอ้ น 14 8
(ว 2.1 ป. 5/2) ขึน้ หรอื เยน็ ลง โดยใช้หลกั ฐาน เชงิ ประจกั ษ์
(ว 2.1 ป. 5/3)
(ว 2.1 ป. 5/4) -อธิบายการละลายของสารในน้ำ โดยใช้หลักฐาน เชิง
ประจกั ษ์
(ว 4.2 ป. 5/1)
(ว 4.2 ป. 5/2) -วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของสารเมื่อเกิดการ
(ว 4.2 ป. 5/3) เปลยี่ นแปลงทางเคมีโดยใช้หลักฐาน เชิงประจักษ์
(ว 4.2 ป. 5/4)
(ว 4.2 ป. 5/5) -วิเคราะห์และระบกุ ารเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้ และการ
เปลีย่ นแปลงท่ผี ันกลบั ไม่ได้

- ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหาการทำงาน การ
คาดการณ์ผลลัพธจ์ ากปญั หาอยา่ งง่าย

- การออกแบบ อธิบายและเขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดย
ใช้ซอฟต์แวร์ หรือสือ่ และตรวจหาข้อผดิ พลาดและแก้ไข

- ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูลติดต่อสื่อสารและทำงาน
รว่ มกนั ประเมนิ ความนา่ เช่อื ถือของขอ้ มูล

- รวบรวม นำเสนอขอ้ มูลและสารสนเทศโดยใชซ้ อฟต์แวร์
หรอื บริการบนอินเตอรเ์ นต็ เพ่อื แก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน

ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย มีมารยาทเข้าใจ
สิทธิและหน้าที่ของตนเคารพในสิทธิของผู้อื่นแจ้งผู้เกี่ยวข้องเมื่อ
พบข้อมลู หรอื บุคคลทไี่ มเ่ หมาะสม

หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการ สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 4 เรียนรู้/ตัวชี้วัด (ชวั่ โมง)
แหล่งนำ้ ธรรมชาติ (ว 3.2 ป. 5/1) - เปรยี บเทยี บปริมาณน้ำในแตล่ ะแหล่ง และระบุ ปรมิ าณ 10
(ว 3.2 ป. 5/2) นำ้ ทมี่ นษุ ย์สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ จากข้อมลู ทร่ี วบรวมได้ 20
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 5 (ว 3.2 ป. 5/3)
ปรากฏการณด์ วงดาว (ว 3.2 ป. 5/4) - ตระหนักถึงคุณคา่ ของนำ้ โดยนำเสนอแนวทาง การใช้น้ำ
(ว 3.2 ป. 5/5) อยา่ งประหยดั และการอนรุ ักษ์นำ้

(ว 4.2 ป. 5/1) - สร้างแบบจำลองที่อธิบายการหมุนเวียนของน้ำ ในวัฏ
(ว 4.2 ป. 5/2) จักรนำ้
(ว 4.2 ป. 5/3)
(ว 4.2 ป. 5/4) - เปรียบเทียบกระบวนการเกิดเมฆ หมอก น้ำค้าง และ
(ว 4.2 ป. 5/5) น้ำค้างแข็ง จากแบบจำลอง

- เปรียบเทยี บกระบวนการเกิดฝน หิมะ และ ลูกเห็บ จาก
ข้อมลู ทร่ี วบรวมได้

- ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหาการทำงาน การ
คาดการณผ์ ลลัพธ์จากปญั หาอย่างง่าย

- การออกแบบ อธิบายและเขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดย
ใช้ซอฟต์แวร์ หรอื สือ่ และตรวจหาขอ้ ผิดพลาดและแกไ้ ข

- ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูลติดต่อสื่อสารและทำงาน
ร่วมกันประเมนิ ความน่าเชอื่ ถอื ของขอ้ มูล

- รวบรวม นำเสนอขอ้ มูลและสารสนเทศโดยใชซ้ อฟต์แวร์
หรอื บรกิ ารบนอินเตอรเ์ นต็ เพอ่ื แก้ปัญหาในชีวติ ประจำวัน

(ว 3.1 ป. 5/1) ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย มีมารยาทเข้าใจ 7 5
(ว 3.1 ป. 5/2) สิทธิและหน้าที่ของตนเคารพในสิทธิของผู้อื่นแจ้งผู้เกี่ยวข้องเม่ือ
พบข้อมลู หรอื บุคคลทีไ่ ม่เหมาะสม
(ว 4.2 ป. 5/1)
(ว 4.2 ป. 5/2) - เปรียบเทียบความแตกต่างของดาวเคราะห์ และดาว
(ว 4.2 ป. 5/3) ฤกษ์จากแบบจำลอง
(ว 4.2 ป. 5/4)
(ว 4.2 ป. 5/5) - ใช้แผนที่ดาวระบุตำแหน่งและเส้นทางการขึ้น และตก
ของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้า และอธิบาย แบบรูปเส้นทางการข้ึน
และตกของกลุ่มดาวฤกษ์ บนทอ้ งฟ้าในรอบปี

- ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหาการทำงาน การ
คาดการณผ์ ลลพั ธจ์ ากปญั หาอย่างง่าย

- การออกแบบ อธิบายและเขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดย
ใชซ้ อฟตแ์ วร์ หรอื สอื่ และตรวจหาขอ้ ผิดพลาดและแกไ้ ข

- ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูลติดต่อสื่อสารและทำงาน
รว่ มกนั ประเมินความนา่ เชือ่ ถอื ของขอ้ มูล

- รวบรวม นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศโดยใชซ้ อฟต์แวร์
หรือบริการบนอินเตอร์เนต็ เพ่ือแก้ปญั หาในชวี ิตประจำวัน

หนว่ ยการเรยี นรู้ มาตรฐานการ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนัก
เรียนรู้/ตัวช้ีวัด (ช่วั โมง)
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 6 - ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย มมี ารยาทเข้าใจ
สงิ่ มีชวี ติ กับ สิทธิและหน้าที่ของตนเคารพในสิทธิของผู้อื่นแจ้งผู้เกี่ยวข้องเม่ือ
สภาพแวดลอ้ ม พบขอ้ มูลหรือบุคคลท่ีไมเ่ หมาะสม

(ว 1.1 ป. 5/1) -บรรยายโครงสร้างและลักษณะของสิ่งมีชีวิต ที่เหมาะสม 12 12
(ว 1.1 ป. 5/2) กับการดำรงชีวิต ซึ่งเป็นผลมาจาก การปรับตัวของสิง่ มีชวี ิตในแต่
(ว 1.1 ป. 5/3) ละแหล่งทอี่ ยู่
(ว 1.1 ป. 5/4)
-อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับ สิ่งมีชีวิต และ
(ว 1.3 ป. 5/1) ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต กับสิ่งไม่มีชีวิต เพื่อประโยชน์ต่อ
(ว 1.3 ป. 5/2) การดำรงชวี ติ

(ว 4.2 ป. 5/1) - เขียนโซ่อาหารและระบุบทบาทหน้าที่ของ สิ่งมีชีวิตท่ี
(ว 4.2 ป. 5/2) เป็นผู้ผลิตและผ้บู รโิ ภคในโซ่อาหาร
(ว 4.2 ป. 5/3)
(ว 4.2 ป. 5/4) - ตระหนักในคุณค่าของสิ่งแวดล้อมที่มีต่อการ ดำรงชีวิต
(ว 4.2 ป. 5/5) ของสงิ่ มีชีวิต โดยมีสว่ นร่วมในการดูแล รักษาสิ่งแวดลอ้ ม

- อธิบายลักษณะทางพันธุกรรมที่มีการถ่ายทอด จากพ่อ
แม่สู่ลกู ของพชื สัตว์และมนษุ ย์

- แสดงความอยากรู้อยากเห็น โดยการถามคำถาม
เกยี่ วกับลกั ษณะท่คี ล้ายคลึงกันของตนเองกับ พ่อแม่

- ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหาการทำงาน การ
คาดการณ์ผลลพั ธ์จากปญั หาอย่างงา่ ย

- การออกแบบ อธิบายและเขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดย
ใชซ้ อฟตแ์ วร์ หรอื สอื่ และตรวจหาข้อผิดพลาดและแกไ้ ข

- ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูลติดต่อสื่อสารและทำงาน
รว่ มกันประเมินความนา่ เชอ่ื ถอื ของขอ้ มูล

- รวบรวม นำเสนอขอ้ มลู และสารสนเทศโดยใช้ซอฟต์แวร์
หรอื บริการบนอินเตอร์เนต็ เพอื่ แกป้ ัญหาในชีวติ ประจำวัน

- ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภยั มมี ารยาทเข้าใจ
สิทธิและหน้าที่ของตนเคารพในสิทธิของผู้อื่นแจ้งผู้เกี่ยวข้องเม่ือ
พบขอ้ มลู หรอื บคุ คลท่ไี ม่เหมาะสม

การทดสอบกลางภาคปี 1 15
การทดสอบปลายภาคปี 1 30
80 100
รวม

หนว่ ยการเรียนรู้

รายวชิ าวิทยาศาสตร์ (ว15101) กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 5 ปกี ารศึกษา 2564 เวลา 80 ช่ัวโมง จำนวน 2 หน่วยกติ

หน่วยการเรยี นรู้ แผนการจัดการเรยี นรู้ เวลา
(ชวั่ โมง)
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 1 ปฐมนเิ ทศและข้อตกลงในการเรียน
1
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 2 แรง 1
1
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 3 การวดั แรง 1
1
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 4 แรงลัพธ์ 1
1
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 5 แรงลัพธ์ของแรงในทศิ ทางเดียวกนั 1
แรงในชวี ติ ประจำวัน แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 6 แรงลพั ธ์ของแรงในทศิ ทางตรงกนั ขา้ ม (1) 1
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 7 แรงลพั ธ์ของแรงในทศิ ทางตรงกนั ขา้ ม (2) 1
1
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 8 แรงเสยี ดทาน
1
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 9 แรงเสยี ดทานกบั นำ้ หนกั ท่ตี ่างกนั 1
1
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 10 แรงเสียดทานบนพ้ืนผวิ สัมผัสที่ตา่ งกนั (1) 1
1
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 11 แรงเสยี ดทานบนพื้นผวิ สมั ผัสท่ีตา่ งกนั (2) 1
1
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 12 การไดย้ นิ เสยี ง 1
1
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 13 การเคล่ือนทีข่ องเสยี งผ่านตวั กลาง (1) 1
1
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 14 การเคล่อื นท่ขี องเสยี งผ่านตวั กลาง (2) 1
1
แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 15 การเคลือ่ นท่ขี องเสยี งผา่ นตวั กลาง (3) 1

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 16 ระดบั เสียง (1)

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 17 ระดบั เสียง (2)

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 18 ระดับเสยี ง (3)
ธรรมชาติของเสียง แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 19 ความดงั ของเสยี ง (1)

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 20 ความดงั ของเสยี ง (2)

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 21 ความดงั ของเสยี ง (3)

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 22 ความดงั ของเสยี ง (4)

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 23 อนั ตรายทเี่ กดิ จากเสยี งดงั (1)

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 24 อันตรายทเี่ กดิ จากเสียงดงั (2)

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 25 อนั ตรายทเี่ กดิ จากเสียงดัง (3)

หนว่ ยการเรยี นรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ เวลา
(ชัว่ โมง)
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 3 แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 26 การเปล่ียนแปลงของสสาร
การเปลี่ยนแปลง แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 27 การหลอมเหลว 1
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 28 การกลายเปน็ ไอและการควบแน่น 1
ของสสาร แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 29 การแขง็ ตัว 1
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 30 การระเหดิ และการระเหิดกลบั 1
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 4 แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 31 ความสมั พันธข์ องการเปลีย่ นสถานะของสสาร 1
แหล่งนำ้ ธรรมชาติ แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 32 การละลาย 1
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 33 สารละลาย 1
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 34 การจำแนกตวั ทำละลายและตวั ละลาย 1
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 35 การเปลย่ี นแปลงท่ผี นั กลบั ไดข้ องสารละลาย 1
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 36 สารละลายอมิ่ ตวั 1
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 37 การเปลย่ี นแปลงทางเคมี 1
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 38 ลกั ษณะของการเปลี่ยนแปลงทางเคมี (1) 1
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 39 ลกั ษณะของการเปลี่ยนแปลงทางเคมี (2) 1
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 40 ความสำคญั ของนำ้ (1) 1
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 41 ความสำคัญของนำ้ (2) 1
แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 42 คณุ ภาพของน้ำ (1) 1
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 43 คณุ ภาพของนำ้ (2) 1
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 44 ประโยชนข์ องน้ำ (1) 1
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 45 ประโยชนข์ องน้ำ (2) 1
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 46 การใชน้ ้ำอยา่ งประหยัดและการอนรุ กั ษน์ ำ้ (1) 1
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 47 การใช้นำ้ อยา่ งประหยดั และการอนุรักษ์น้ำ (2) 1
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 48 ไอนำ้ ในอากาศ 1
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 49 เมฆ (1) 1
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 50 เมฆ (2) 1
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 51 หมอกและน้ำคา้ ง 1
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 52 ความสมั พนั ธ์ของเมฆ หมอก และน้ำคา้ ง 1
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 53 น้ำค้างแขง็ 1
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 54 ภยั ที่เกดิ จากหมอกและน้ำค้าง 1
1

หน่วยการเรียนรู้ แผนการจดั การเรยี นรู้ เวลา
(ชั่วโมง)
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 55 หยาดนำ้ ฟ้า
1
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 56 ความสัมพนั ธ์ของฝน หิมะ และลกู เห็บ
1
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 57 การหมนุ เวียนของนำ้ (1)
1
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 58 การหมุนเวยี นของนำ้ (2)
1
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 59 การหมนุ เวยี นของนำ้ (3)
1
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 60 การมองเหน็ ดาว
1
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 61 กลุ่มดาวฤกษ์ 1
1
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 62 การบอกตำแหนง่ ของกลมุ่ ดาวฤกษ์บนทอ้ งฟา้ (1) 1
1
หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 5 แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 63 การบอกตำแหน่งของกลุ่มดาวฤกษบ์ นท้องฟา้ (2) 1
1
ปรากฏการณด์ วงดาว แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 64 แผนท่ดี าว (1)
1
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 65 แผนที่ดาว (2) 1
1
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 66 แหลง่ ท่ีอยู่ 1
1
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 67 การปรับตวั ของสงิ่ มชี วี ิตใหเ้ ขา้ กบั สภาพแวดล้อม (1) 1
1
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 68 การปรบั ตวั ของส่ิงมชี วี ติ ให้เข้ากับสภาพแวดล้อม (2) 1
1
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 69 ความสัมพันธ์ระหว่างส่ิงมีชีวติ กบั สงิ่ มีชวี ติ (1) 1
1
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 70 ความสมั พนั ธ์ระหว่างสง่ิ มีชวี ติ กับสง่ิ มีชวี ิต (2)
1
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 6 แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 71 ความสัมพนั ธ์ระหว่างส่งิ มชี วี ติ กับสงิ่ มชี วี ติ (3)
สงิ่ มชี วี ิตกับ แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 72 ความสมั พันธร์ ะหว่างสิง่ มีชีวติ กับสงิ่ ไมม่ ีชวี ิต (1) 1
สภาพแวดล้อม แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 73 ความสมั พนั ธ์ระหว่างสิ่งมชี วี ติ กับสง่ิ ไม่มีชวี ิต (2)
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 74 การถา่ ยทอดลักษณะทางพนั ธกุ รรมของพชื (1) 1

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 75 การถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธุกรรมของพชื (2) 80

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 76 การถา่ ยทอดลักษณะทางพนั ธุกรรมของสตั ว์

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 77 การถ่ายทอดลักษณะทางพนั ธกุ รรมของมนุษย์ (1)

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 78 การถ่ายทอดลักษณะทางพนั ธกุ รรมของมนษุ ย์ (2)

การทดสอบกลางปี

การทดสอบปลายปี

รวม

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 18

สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วทิ ยาศาสตร์ รหสั วิชา ว15101

ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง ระดบั เสยี ง (3) เวลา 1 ชว่ั โมง

วนั ที่ 20 เดอื น มนี าคม พ.ศ 2565 ครผู ู้สอนนางสาวครองขวัญ เครอื สุวรรณ

**********************************************************************************

1. มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ว 2.3 เขา้ ใจความหมายของพลังงาน การเปลีย่ นแปลงและการถา่ ยโอนพลังงานปฏิสมั พันธ์

ระหว่างสสารและพลังงาน พลงั งานในชวี ิตประจำวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณท์ ี่เก่ียวข้องกับเสยี ง แสง

และคล่นื แมเ่ หล็กไฟฟ้า รวมท้งั นำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์

ตัวชวี้ ดั ว 2.3 ป.5/2 ระบุตัวแปร ทดลอง และอธิบายลกั ษณะและการเกิดเสยี งสงู เสียงต่ำ

มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแกป้ ญั หาทพี่ บในชวี ติ จริงอย่างเปน็ ข้ันตอน

และเป็นระบบใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สารในการเรียนรู้การทำงาน และการแกป้ ัญหาได้อยา่ งมี

ประสทิ ธภิ าพรเู้ ทา่ ทันและมีจรยิ ธรรม

ตัวชว้ี ดั ว 4.2 ป.5/1 ใชเ้ หตผุ ลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหาการอธิบายการทำงานการคาดการณ์

ผลลพั ธจ์ ากปัญหาอยา่ งงา่ ย

2. สาระสำคญั
เสียงสูง เสียงต่ำเกิดจากการสั่นของแหล่งกำเนิดเสียงด้วยความถี่ต่างกัน โดยถ้าแหล่งกำเนิดเสียงสั่น

ดว้ ยความถ่สี งู จะเกิดเสยี งสูง แต่ถ้าแหลง่ กำเนิดเสียงสัน่ ด้วยความถ่ตี ่ำจะเกิดเสยี งตำ่

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ดา้ นความรู้ (K)
1. นักเรยี นสามารถอธิบายลกั ษณะการเกิดเสยี งสูง เสยี งต่ำได้
2. นกั เรยี นสามารถอธบิ ายปจั จัยที่มีผลตอ่ การเกิดเสยี งสูง เสียงต่ำได้
3.2 ดา้ นทกั ษะ (P)
1. นักเรยี นสามารถทดลองการเกิดเสยี งสงู เสียงต่ำได้
3.3 ด้านเจตคติ (A)
1. นกั เรยี นมีความสนใจใฝ่เรียนรู้
2. นักเรียนสามารถทำงานร่วมกับผ้อู น่ื อยา่ งสร้างสรรค์

4. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน
1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะ/กระบวนการและทักษะในการดำเนนิ ชวี ติ
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

5. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. มีวนิ ัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุ่งม่ันในการทำงาน
4. มีจิตวทิ ยาศาสตร์

6. สาระการเรยี นรู้
เสยี งสูงต่ำขึ้นอยู่กับควำมถี่ในกำรส่ันสะเทือนของวตั ถุท่ีเป็นแหล่งกำเนิดเสยี ง แหล่งกำเนิดเสยี ง

ส่ันสะเทือนดว้ ยควำมถต่ี ำ่ จะเกดิ เสียงตำ่ แต่ถำ้ สัน่ สะเทือนด้วยควำมถีส่ งู เสยี งกจ็ ะสงู โดยระดับเสยี ง
สำมำรถเปลี่ยนแปลงไดด้ ว้ ย

1. ขนำดของวตั ถกุ ำเนิดเสยี ง
2. ควำมยำวของวัตถุกำเนิดเสียง
3. ควำมตงึ ของวัตถกุ ำเนิดเสียง
จะเกดิ กำรเปลย่ี นแปลง ดังนี้
1. ถ้ำวัตถุที่ต้นกำเนิดเสียงมีขนำดเลก็ (มวลน้อย) จะสั่นสะเทอื นเร็วทำให้เกดิ เสียงสูง แต่ถำ้ วตั ถทุ ต่ี ้น
กำเนิดเสียงมีขนำดใหญ่ (มวลมำก) จะสน่ั สะเทือนชำ้ ทำให้เกดิ เสยี งตำ่
2. ถ้ำวตั ถทุ เ่ี ปน็ ต้นกำเนิดเสยี งมีขนำดยำวน้อยหรือสนั้ จะส่ันสะเทือนเร็วทำให้เกิดเสยี งสงู แตถ่ ำ้ วัตถุที่
เป็นตน้ กำเนิดเสียง มีขนำดควำมยำวมำกจะสั่นสะเทือนช้ำทำใหเ้ กิดเสยี งตำ่
3. ถ้ำวตั ถุท่ีเป็นตน้ กำเนิดเสียงมคี วำมตงึ มำกจะสน่ั สะเทอื นเรว็ ทำใหเ้ กดิ เสียงสงู แต่ถำ้ วัตถทุ ีเ่ ปน็ ต้น
กำเนิดเสียงมีควำมตงึ น้อยหรือหยอ่ นจะส่ันสะเทือนชำ้ ทำให้เกดิ เสยี งต่ำ

7. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
กระบวนการจัดกิจกรรมการเรยี นรแู้ บบสืบเสาะหาความรู้ 5 ข้นั
1) ขนั้ เร้าความสนใจ (Engagement Phase)
1.1) ครแู จกชิ้นสว่ นจิกซอร์ให้นกั เรียนทกุ คน คนละ 1 ช้ิน และให้นักเรียนตอ่ จิกซอร์ จะตอ่ ได้ 4 ภาพ

ซึ่งมีข้อความเขียนไว้ดงั นี้ ความถีม่ าก ความถ่ีน้อย เสียงสูง/แหลม เสียงตำ่ /ทุม้

1.2) ครนู ำเสนอวีดีโอเก่ียวกับเสียงทีม่ ีระดบั เสยี งต่างกนั เพลง ชุดโกโกวา - Tongtang Family TV
ระนาดเอก (cover) | Fino the Ranad โดยนักเรยี นตอบคำถาม ดังนี้

- เสยี งเพลงที่เรำฟังมีลักษณะอย่ำงไร
(แนวคำตอบ : เสียงทุ้ม / เสียงแหลม / เสียงดงั / เสยี งค่อย)
- นักเรยี นคิดว่ำเพลงนีเ้ กดิ ควำมไพเรำะไดจ้ ำกเสียงทีม่ ีลักษณะเหมือนหรอื แตกตำ่ งกนั อย่ำงไร
(แนวคำตอบ : เสยี งแตกต่ำงกนั )
1.3) นักเรียนร่วมกันตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำตอบ เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การเรียนรู้
เร่อื ง ระดับเสียง
1.4) คณุ ครชู แ้ี จงวา่ “วนั นีเ้ ราจะมาเรียนเร่อื งเสียงสูง-เสียงต่ำ”

2) ขัน้ สำรวจและค้นหา (Exploration Phase)
2.1) นักเรียนศึกษำคน้ คว้ำจำกใบควำมรเู้ รอ่ื งระดับเสยี งและใบกจิ กรรมกำรทดลองเรื่องเสยี งสงู เสยี งต่ำ
2.2) นักเรียนทำกำรทดลองสร้ำงเสียงที่มคี วำมแตกต่ำงกัน มีทั้งหมด 4 ฐำน โดยเวียนไปทีละฐำน ฐำน

ละ 4 นำที
ฐำนที่ 1 แก้วนำ้
ฐำนที่ 2 หลอด
ฐำนท่ี 3 ไมบ้ รรทัด
ฐำนที่ 4 ไม้ขงึ พร้อมหนงั ยำง

2.3) นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ชว่ ยกันตั้งสมมตฐำนและทำกำรทดลองเร่ืองเสยี งสูง-เสยี งตำ่
2.4) นักเรียนลงมือแก้สถำนกำรณ์ปัญหำสร้ำงเสียงที่มีควำมแตกต่ำงกัน โดยบันทึกผลกำรทดลองลงใน
ใบกิจกรรมกำรทดลองกำรเกดิ เสยี งสงู -เสยี งตำ่

3) ข้นั อธิบายและลงข้อสรุป (Explanation)
3.1) สุ่มนกั เรยี นแต่ละกลมุ่ รว่ มกนั นำเสนอแนวคดิ กำรสรำ้ งเสยี งท่มี ีควำมแตกต่ำงกันและบอกวำ่ ใช้วธิ ี

ใดบ้ำงเพื่อให้ไดเ้ สียงที่แตกต่ำงกันหน้ำชน้ั เรยี น กล่มุ ละ 2 นำที
3.2) ครเู ขยี นกลมุ่ แนวคดิ ของนกั เรียนไวบ้ นกระดำน
1. แก้วนำ้
- ถำ้ ใสน่ ำ้ ในแกว้ นำ้ มำกจะทำให้ไดเ้ สียงท่ตี ่ำหรือเสียงทุ้ม และถำ้ ใส่น้ำในแก้วนำ้ น้อยจะทำ

ให้ได้เสียงทสี่ งู หรือเสยี งแหลม
2. หลอด
- ถำ้ ตัดหลอดทีย่ ำวและเป่ำจะทำใหเ้ กดิ เสยี งต่ำหรือเสยี งทุ้ม และถำ้ ตัดหลอดทส่ี ัน้ และเป่ำ

จะทำให้เกดิ เสยี งสงู หรอื เสยี งแหลม

3. ไมบ้ รรทัด
- ถ้ำดีดปลำยไม้บรรทัดที่ยื่นพ้นขอบโต๊ะยำวจะทำให้ได้เสียงที่ต่ำหรือเสียงทุ้ม และถ้ำดีด

ปลำยไมบ้ รรทัดทยี่ ืน่ พ้นขอบโตะ๊ ส้นั จะทำให้ไดเ้ สียงท่สี งู หรอื เสียงแหลม
4. ไมข้ ึงพรอ้ มหนงั ยำง
- ถำ้ ขงึ หนงั ยำงกับไม้ขึงหย่อนจะทำให้ได้เสยี งทีต่ ่ำหรือเสยี งทมุ้ และถำ้ ขึงหนังยำงกับไม้ขึง

ตงึ จะทำให้ได้เสียงทีส่ ูงหรือเสียงแหลม
3.3 นกั เรียนพจิ ำรณำกลมุ่ คำตอบของเพือ่ นแต่ละกลุ่ม โดยพิจำรณำควำมเหมำะสมและควำมเปน็ ไปได้
3.4 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรำยเกี่ยวกับวิธีกำรที่ทำให้เสียงที่มคี วำมแตกต่ำงกัน โดยที่ครูพยำยำม

เชอื่ มโยงแนวคดิ ให้นักเรียนเหน็ ถึงควำมแตกต่ำงของเสยี งในแตล่ ะลักษณะ
3.5 นกั เรยี นตอบคำถำม ดงั นี้ “กำรเกดิ เสยี งสงู เสยี งตำ่ เกิดข้ึนได้อยำ่ งไร” และลงขอ้ สรปุ
(แนวคำตอบ : เกิดจำกควำมถี่ในกำรสั่นสะเทือนของวัตถุที่เป็นแหล่งกำเนดิ เสียงทีม่ ีมวลต่ำงกนั

คือ แหล่งกำเนิดเสียงที่สั่นสะเทือนด้วยควำมถี่ต่ำหรือช้ำจะเกิดเสียงต่ำหรือเสียงทุ้ม และแหล่งกำเนิดเสียงที่
สนั่ สะเทือนด้วยควำมถีส่ ูงหรอื เรว็ จะเกดิ เสียงสูงหรอื เสียงแหลม)

4) ขนั้ ขยายความรู้ (Elaboration)
4.1) ครูอธิบายเพิ่มเติมดังน้ี เสียงต่าง ๆ ที่เราได้ยินมีการเปลี่ยนแปลงระดับเสียงได้ขึ้นอยู่กับขนาด

ความยาว และความตึงของวัตถุที่เป็นแหล่งกำเนิดเสียง ถา้ แหลง่ กำเนดิ เสียงมีขนาดเล็ก มคี วามยาวน้อย และ
มีความตึงมาก แหล่งกำเนิดเสียงจะสั่นด้วยความถี่สูงทำให้เกิดเสียงสูง แต่ถ้าแหล่งกำเนิดเสียงมีขนาดใหญ่ มี
ความยาวมาก และมคี วามตึงนอ้ ย แหล่งกำเนิดเสียงจะสนั่ ด้วยความถ่ตี ่ำทำให้เกดิ เสยี งต่ำ

4.1.1) ความถี่เสียงคือจำนวนรอบในการหมุนของรอบคลื่นใน 1 วินาที ว่าหมุนได้จำนวนกี่รอบ มี
หน่วยเปน็ Hartz (เฮิรตซ)์ ใช้อักษรยอ่ Hz

4.1.2) ส่งิ มชี ีวติ แตล่ ะชนิดได้ยนิ เสยี งในชว่ งความถ่แี ตกตา่ งกัน เช่น มนุษยส์ ามารถไดย้ ินเสียงในชว่ ง
ความถ่ีประมาณ 20–20,000 เฮิรตซ์ สตั วต์ ่าง ๆ เช่น กบและปลารบั รเู้ สียงท่ีมีความถ่ีในชว่ งตำ่ กว่ามนุษย์ สนุ ัข
และแมวรบั รูเ้ สยี งท่ีมีความถ่สี งู กวา่ มนษุ ย์ได้ สว่ นคา้ งคาวรับรู้เสียงท่ีมีความถีส่ งู มากได้

5) ข้ันประเมิน
5.1) ครปู ระเมินการเรียนรู้ของนักเรยี น ดงั นี้ นักเรยี นทำแบบทดสอบเร่ืองระดบั เสียง สังเกตพฤติกรรม

ของนักเรียนขณะเข้าร่วมกิจกรรมสังเกตการตอบคำถามของนักเรียนในชั้นเรียน แบบประเมินสังเกต
พฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม และประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์โดยใช้แบบประเมินตามสภาพจริง

8. สอ่ื การเรียนรู้
1. ใบกิจกรรมการทดลองเรอ่ื งเสียงสูง เสียงตำ่
2. ใบความรูเ้ รอ่ื งระดับเสียง
3. วีดโี อชดุ โกโกวา - Tongtang Family TV ระนาดเอก (cover) โดย Fino the Ranad
4. ส่ือการเรยี นรู้ PowerPoint เรอื่ งระดับเสียง
5. แบบทดสอบเรื่องระดับเสียง
6. จิกซอ 4 ชดุ

9. การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้

สง่ิ ทต่ี ้องการ ประเด็นการประเมิน วธิ ีการวัด เคร่ืองมอื เกณฑ์การผา่ น

ประเมิน นกั เรียนทำงานได้
ถูกต้องอย่างนอ้ ย
ดา้ นความรู้ นักเรยี นสามารถ -ตรวจใบกิจกรรมการ - ใบกจิ กรรมการทดลอง ร้อยละ 80

อธบิ ายลกั ษณะการ ทดลองเรื่องเสยี งสูง-เสยี งต่ำ เร่อื งเสียงสงู -เสียงตำ่ นกั เรียนทำงานได้
ถกู ต้องอย่างนอ้ ย
เกดิ เสียงสูง เสียงต่ำ -ตรวจแบบทดสอบหลัง -แบบทดสอบหลังเรยี น รอ้ ยละ 80

ได้ เรยี น - ระดับคุณภาพ 3
ผ่านเกณฑ์
นักเรียนสาม า ร ถ -ตรวจใบกจิ กรรมการ - ใบกิจกรรมการทดลอง
- ระดับคุณภาพ 3
อธิบายปัจจัยที่มีผล ทดลองเรื่องเสียงสูง-เสยี งตำ่ เรอื่ งเสยี งสงู เสยี งตำ่ ผา่ นเกณฑ์
- ระดบั คณุ ภาพ 3
ต่อการเกิดเสียงสูง -ตรวจแบบทดสอบหลงั -แบบทดสอบหลงั เรยี น ผา่ นเกณฑ์

เสยี งตำ่ ได้ เรียน

ดา้ นทักษะ นกั เรยี นสามารถ - ประเมนิ การสงั เกต - แบบประเมนิ การสงั เกต

ทดลองการเกิดเสยี ง

สูง เสยี งตำ่ ได้

ด้านเจตคติ นกั เรียนมีความสนใจ - สงั เกตพฤติกรรมการ - แบบประเมนิ การสงั เกต

ใฝเ่ รยี นรู้ รายบคุ คล พฤติกรรมรายบคุ คล

นกั เรยี นสามารถ - สังเกตพฤติกรรมการ - แบบประเมินการสังเกต

ทำงานรว่ มกับผู้อนื่ ทำงานกลุ่ม พฤติกรรมทำงานกลุม่

อย่างสรา้ งสรรค์

แบบประเมินกิจกรรมการสังเกต

เรือ่ ง...............................................................................................กลุม่ ท.ี่ ..........
ภาคเรียนท่ี.......................ชน้ั .......................................................

รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
4321
1. การดำเนนิ การสังเกต
2. การใช้ประสาทสมั ผัส
3. การบอกรายละเอยี ดของสิ่งทส่ี งั เกต
4. บนั ทกึ ผลการสังเกตอยา่ งตรงไปตรงมาตามความเป็นจริง
5. ความปลอดภัยขณะสังเกต

ลงชือ่ ....................................................ผปู้ ระเมนิ

(.....................................................)

................ /................ /................

เกณฑก์ ารประเมนิ กิจกรรมการสังเกตโดยภาพรวม

ระดบั คุณภาพ รายการประเมิน

4 ดำเนนิ การสงั เกตตามลำดบั ขั้นตอนได้อย่างรวดเรว็ ใช้ประสาทสมั ผสั ไดเ้ หมาะสมกับ

สิง่ ที่สังเกต คำนึงถึงความปลอดภัยขณะท่สี งั เกต บอกรายละเอยี ดของสิ่งท่สี งั เกตได้

สมบรู ณ์ ครบถ้วน และบนั ทึกผลการสงั เกตอย่างตรงไปตรงมาตามความเป็นจริง

3 ดำเนนิ การสังเกตไดต้ ามลำดับขนั้ ตอน ใช้ประสาทสมั ผัสได้คอ่ นข้างเหมาะสมกับสงิ่ ท่ี

สงั เกต สงั เกตดว้ ยความระมัดระวงั เพื่อความปลอดภยั บอกรายละเอยี ดของส่ิงที่

สงั เกตไดเ้ พยี งองค์ประกอบหลัก และบันทึกผลการสงั เกตตามความเป็นจริง แสดง

ความคดิ เหน็ บา้ งเล็กนอ้ ย

2 ดำเนนิ การสงั เกตไดบ้ างข้ันตอน ใชป้ ระสาทสัมผัสไม่เหมาะสมกบั สิง่ ที่สังเกต ต้องการ

ความช่วยเหลอื แนะนำเพ่อื ใหเ้ กิดความปลอดภยั บอกรายละเอียดของสง่ิ ทส่ี ังเกตได้

เพียงองคป์ ระกอบหลักบางส่วน และบันทึกผลการสงั เกตตามความเป็นจริงบางส่วน

รวมทง้ั ใสค่ วามคิดเหน็ เพ่ิมเติม

1 ดำเนนิ การสังเกตผดิ พลาด ใช้การคาดเดามากกวา่ ใช้ประสาทสัมผัส ตอ้ งคอยดูแล

เพ่อื ให้เกิดความปลอดภยั บอกรายละเอียดของสิ่งท่สี ังเกตไดน้ อ้ ยมาก และบันทึกผล

การสังเกตตามความคดิ เหน็ ของตนเอง ขาดการสงั เกตที่นา่ เชือ่ ถอื

เกณฑก์ ารวดั และประเมินผลการสงั เกต

ประเดน็ การประเมนิ ดีมาก (4) เกณฑก์ ารให้คะแนน ตอ้ งปรบั ปรงุ (1)
ดี (3) พอใช้ (2)

1. การดำเนนิ การ ดำเนินการสังเกต ดำเนินการสงั เกตได้ ดำเนนิ การสังเกตค่อนขา้ ง ดำเนินการสงั เกต

สังเกต ตามลำดับขน้ั ตอนไดด้ ี ตามลำดบั ข้นั ตอน จะผิดพลาด ไมส่ ามารถ ผิดพลาด ต้องให้

และทนั ตามเวลาท่ี ตอ้ งการความช่วยเหลอื ปฏิบตั ิได้บางขัน้ ตอน ทำ ความชว่ ยเหลือ

กำหนด จากครเู ปน็ บางครง้ั ให้ดำเนินการเสร็จไม่ ตลอดเวลา

ทันเวลา

2. การใชป้ ระสาท การใช้ประสาทสัมผสั การใชป้ ระสาทสัมผสั การใชป้ ระสาทสัมผัสอย่าง ใช้การคาดเดา

สมั ผสั อยา่ งใดอย่างหนึ่งหรือ อยา่ งใดอย่างหนงึ่ หรือ ใดอยา่ งหนง่ึ หรือหลาย มากกวา่ ใช้

หลายอย่างรวมกนั ได้ หลายอย่างรวมกันได้ อยา่ งรวมกันไมเ่ หมาะสม ประสาทสมั ผัส

เหมาะสมกบั ส่ิงทีสงั เกต คอ่ นข้างเหมาะสมกับสิง่ กับสง่ิ ทสี่ งั เกต ทำให้ได้

ทำใหไ้ ด้ขอ้ มลู มากทสี่ ดุ ที่สงั เกต แตต่ ้องไดร้ ับ ขอ้ มูลที่ไม่ถูกต้องเป็นส่วน

คำแนะนำจากครูเปน็ ใหญ่

บางครัง้

3.การบอก บอกหรืออธบิ ายลักษณะ บอกหรืออธบิ าย บอกหรืออธบิ าย บอกหรืออธบิ าย

รายละเอยี ดของสิง่ ที่ ของสิง่ ท่สี ังเกตได้อย่าง องค์ประกอบหลักของสิ่ง องคป์ ระกอบหลกั ของสิ่งที่ ส่ิงทีส่ งั เกตไดน้ ้อย

สงั เกต สมบรู ณแ์ ละครบถ้วน ทสี่ ังเกตได้ สังเกตไดเ้ พียงบางสว่ น มาก

4. บนั ทกึ ผลการ มีการบนั ทึกผลการ มกี ารบันทึกผลการ มีการบนั ทึกผลการสังเกต มกี ารบันทึกผล

สงั เกตอยา่ ง สงั เกตอย่าง สงั เกตอย่าง ตามความเปน็ จรงิ บางส่วน การสังเกตตาม

ตรงไปตรงมาตาม ตรงไปตรงมาตามความ ตรงไปตรงมาตามความ และแสดงความคดิ เห็น ความคิดเห็นของ

ความเปน็ จริง เปน็ จริง ไมแ่ สดงความ เป็นจริงและแสดงความ หรือให้ ตนเอง

คิดเห็นหรือใช้เหตผุ ล คิดเห็นหรือใชเ้ หตผุ ล เหตผุ ลประกอบเป็นส่วน

ประกอบ ประกอบบา้ งเลก็ นอ้ ย ใหญ่

5. ความปลอดภัย สังเกตด้วยความ สงั เกตด้วยความ สังเกตด้วยความ ขาดความ

ขณะสังเกต ระมดั ระวงั และสามารถ ระมดั ระวัง ครูตอ้ งดูแล ระมดั ระวงั ครูต้องดแู ล ระมดั ระวงั ทำให้

แนะนำเพ่ือนเพ่ือใหเ้ กิด และชแี้ นะเปน็ บางคร้ัง และชี้แนะบ่อยครั้ง เกดิ อนั ตราย

ความปลอดภยั ได้ ขณะทสี่ ังเกต

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล

คำชี้แจง : ให้ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓
ลงในชอ่ งท่ีตรงกบั ระดบั คะแนน

ลำดบั ชอ่ื -สกุล ความมีวินัย ความมีนำ้ ใจ การรับฟงั การแสดง การตรงตอ่ รวม
ท่ี ของผูร้ ับการ เอ้อื เฟือ้ ความคดิ เห็น ความคิดเห็น เวลา 20 คะแนน
เสียสละ
ประเมิน
43214321432143214321

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมิน
(นางสาวครองขวัญ เครอื สวุ รรณ)

....20.... /......มนี าคม...... /.......2565.......

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 4 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสมบูรณ์ชดั เจน ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมมขี ้อบกพร่องบางสว่ น ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งเป็นสว่ นใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมมีข้อบกพร่องมาก
ระดบั คุณภาพ
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ ดีมาก
ช่วงคะแนน ดี
18 - 20 พอใช้
14 - 17 ปรับปรุง
10 - 13
ต่ากวา่ 10

เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผลการสงั เกตพฤตกิ รรมนกั เรียนรายบคุ คล

ประเด็นการ ดมี าก (4) เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ต้องปรบั ปรุง (1)
ประเมิน ดี (3) พอใช้ (2)

1. ความตงั้ ใจใน สนใจในการเรียนไมค่ ยุ สนใจในการเรยี นคยุ สนใจในการเรยี นคุย ไม่สนใจในการเรียน
การเรียน
หรอื เลน่ กนั ในขณะ กนั เลก็ น้อยในขณะ กันและเล่นกัน คยุ และเลน่ กนั
2. ความสนใจ
และการซักถาม เรยี น เรยี น ในขณะเรียนเป็น ในขณะเรยี น

3. การตอบ บางครง้ั
คำถาม
มีการถามในหัวข้อทีต่ น มีการถามในหัวข้อที่ มีการถามในหัวข้อท่ี ไม่ถามในหวั ข้อท่ี
4. ความตรงต่อ
เวลา ไม่เขา้ ใจทกุ เรอ่ื งและ ตนไมเ่ ข้าใจเป็น ตนไมเ่ ข้าใจเปน็ ตนไม่เข้าใจและไม่

กล้าแสดงออก ส่วนมากและกลา้ บางคร้งั และไม่ค่อย กล้าแสดงออก

แสดงออก กล้าแสดงออก

รว่ มตอบคำถามในเร่ือง ร่วมตอบคำถามใน ร่วมตอบคำถามใน ไมต่ อบคำถาม

ที่ครูถามและตอบ เรือ่ งที่ครูถามและ เรือ่ งที่ครูถามเปน็

คำถามถกู ทกุ ข้อ ตอบคำถามสว่ นมาก บางคร้งั และตอบ

ถกู คำถามถกู เปน็

บางครั้ง

สง่ งานครบถ้วนตรง สง่ งานครบถว้ นแตช่ ้า สง่ งานครบถ้วนแต่ชา้ สง่ งานครบถ้วนแต่

ตามเวลาท่ีกำหนด กวา่ เวลาที่กำหนด กว่าเวลาที่กำหนด ช้ากว่าเวลาที่

1-2 วัน 3-4 วัน กำหนด 5 วันขึ้นไป

หรือไม่สง่

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม

คำชแี้ จง : ให้ผู้สอน สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓

ลงในชอ่ งที่ตรงกับระดบั คะแนน

ลำดับ ชือ่ -สกุล ความ การแสดง การรับฟัง ความต้ังใจ การแกไ้ ข รวม
ท่ี ของผูร้ ับการ ร่วมมือกัน ความคดิ เหน็ ความคิดเห็น ทำงาน ปญั หา/หรอื 20
ทำกจิ กรรม ปรบั ปรุง คะแนน
ประเมิน ผลงานกลุ่ม

43214321432143214321

ลงชือ่ ....................................................ผ้ปู ระเมิน
(นางสาวครองขวญั เครือสุวรรณ)

....20.... /......มนี าคม...... /.......2565.......

เกณฑ์การให้คะแนน 4 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้งั ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง ให้ 1 คะแนน
ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครั้ง ให้
ระดบั คุณภาพ
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ ดีมาก
ช่วงคะแนน ดี
18 - 20 พอใช้
14 - 17 ปรับปรุง
10 - 13
ต่ากวา่ 10

เกณฑก์ ารวดั และประเมนิ ผลการสงั เกตพฤติกรรมนกั เรยี นรายกล่มุ

ประเดน็ การ ดมี าก (4) เกณฑ์การใหค้ ะแนน ตอ้ งปรบั ปรงุ (1)
ประเมิน ดี (3) พอใช้ (2)

1. การปฏิสมั พันธ์ ร่วมมือและชว่ ยเหลอื ร่วมมือและช่วยเหลือ รว่ มมอื และชว่ ยเหลือ ไม่ใหค้ วามร่วมมือ

กนั เพอ่ื นในการทำกจิ กรรม เพ่อื นเปน็ ส่วนใหญ่ใน เพ่ือนในการทำ ในขณะทำกิจกรรม

การทำกิจกรรม กิจกรรมเป็นบางครงั้

2. การสนทนา สนทนาตรงประเดน็ สนทนาตรงประเด็น สนทนาตรงประเดน็ สนทนาไม่ตรง

เรื่องท่ีกำหนด ครอบคลุมเนอื้ หา ครอบคลุมเนอ้ื หา ประเดน็

บางสว่ น

3. การ มกี ารปรกึ ษาครแู ละ มกี ารปรึกษาครูและ มีการปรึกษาครแู ละ ไมม่ ีการปรกึ ษาครู

ตดิ ต่อสื่อสาร เพื่อนกลมุ่ อนื่ ๆ เพอ่ื นกลมุ่ อื่น ๆ เปน็ เพื่อนกลุม่ อนื่ ๆ เป็น และเพ่ือนกลุ่มอ่นื ๆ

ส่วนใหญ่ บางครัง้

4. พฤตกิ รรมการ มีการวางแผนอย่าง มกี ารวางแผนอย่าง มกี ารวางแผนอย่าง ไมม่ ีการวางแผน

ทำงาน เปน็ ระบบ และแบ่ง เปน็ ระบบ และแบ่ง เป็นระบบ และแบ่ง อยา่ งเปน็ ระบบ

หนา้ ที่ของสมาชิก หนา้ ทขี่ องสมาชกิ หน้าท่ีของสมาชิก และไม่มกี ารแบง่

ในกล่มุ ในกล่มุ เปน็ สว่ นใหญ่ ในกลมุ่ เปน็ บางครงั้ หน้าทีข่ องสมาชิก

ในกลุ่ม

แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์

คำชีแ้ จง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียนแลว้ ขดี √ ลงในชอ่ งทต่ี รง
กับระดับคะแนน

รายการประเมนิ /ระดบั คะแนน

ลำดับ ่ที ชือ่ -สกลุ ซ่อื สตั ย์ ระเบียบ ใฝ่เรียนรู้ มุง่ ม่ัน รวม
ของผู้รบั การประเมิน สจุ รติ วินยั ในการ มจี ิต
ทำงาน
สาธารณะ

43214321432143214321

เกณฑ์การให้คะแนน ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมิน
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ = (นางสาวครองขวญั เครือสวุ รรณ)
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั =
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางคร้ัง = ....20.... /......มีนาคม...... /.......2565.......
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมน้อยครงั้ =
เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ ดมี าก ให้ 4 คะแนน
ดี ให้ 3 คะแนน
พอใช้ ให้ 2 คะแนน
ปรับปรงุ ให้ 1 คะแนน

ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
16-20 ดมี าก
11-15 ดี
6-10 พอใช้
1-5 ปรบั ปรุง

เกณฑก์ ารประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
1. ซ่ือสัตยส์ ุจริต
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง)
2. ระเบยี บวินยั
มคี วามซื่อสัตย์ พูด มีความซ่ือสัตย์ พูดความ มีความซ่ือสตั ย์ ไม่มีความซื่อสัตย์ พดู
3. ใฝ่เรยี นรู้
ความจรงิ มีความจริงใจ จรงิ มคี วามจรงิ ใจต่อ พูดความจรงิ มี ความเท็จ ไม่มีความ
4. มุ่งมน่ั ในการ
ทำงาน ตอ่ ตนเองและผู้อื่น ตนเองและผอู้ ่ืน ความจริงใจต่อ จริงใจต่อตนเองและ
5. มจี ิตสาธารณะ
ประพฤตปิ ฏิบัตถิ ูกตอ้ ง ประพฤติปฏิบัติถูกต้อง ตนเองและผู้อน่ื ผู้อืน่ ประพฤติปฏิบตั ไิ ม่

ตรงตอ่ ความเป็นจรงิ ตรงตอ่ ความเป็นจริงบาง นอ้ ย ถูกต้องขดั ต่อความเป็น

กริยา จริง

ประพฤติปฏิบตั ติ าม ประพฤติปฏบิ ัติตาม ประพฤตปิ ฏบิ ตั ิ ไม่ประพฤตปิ ฏบิ ตั ิตาม

กฎระเบียบ ข้อบังคบั กฎระเบียบ ข้อบังคับ ตามกฎระเบยี บ กฎระเบียบ ข้อบงั คับ

กติกาและข้อตกลงต่างๆ กตกิ าและข้อตกลงต่างๆ ข้อบังคบั กติกา กตกิ าและข้อตกลง

ของชั้นเรยี นได้อยา่ ง ของช้ันเรยี นได้เปน็ สว่ น และข้อตกลง ต่างๆ ของช้ันเรียน

ถูกต้อง ใหญ่ ตา่ งๆของชัน้ เรยี น

ได้เพยี งเลก็ นอ้ ย

มนี สิ ยั รกั การอา่ น ตั้งใจ มนี ิสัยรกั การอา่ น ต้ังใจ มนี สิ ัยรกั การอ่าน ไม่มนี ิสัยรกั การอา่ น ไม่

ศกึ ษาเล่าเรยี น แสวงหา ศกึ ษาเลา่ เรยี นพอใช้ ตง้ั ใจศกึ ษาเล่า ตั้งใจศกึ ษาเลา่ เรียน ไม่

ความรู้จากแหลง่ เรียนรู้ แสวงหาความร้จู าก เรียนนอ้ ย ไม่ค่อย แสวงหาความรูจ้ าก

ต่างๆ ท่หี ลากหลายด้วย แหล่งเรยี นรู้ตา่ งๆ ท่ี แสวงหาความรู้ แหล่งเรยี นรตู้ า่ งๆ

ตนเอง หลากหลาย จากแหลง่ เรียนรู้

ต่างๆ

มงุ่ มน่ั ทำงานใหบ้ รรลุผล มุ่งมัน่ ทำงานให้บรรลผุ ล มุ่งมั่นทำงานให้ ไมม่ งุ่ มั่นทำงานให้

ด้วยความสามารถ ดว้ ยความสามารถตนเอง บรรลผุ ล ด้วยการ บรรลผุ ลดว้ ย

ตนเอง เพยี รพยายามทำ เพยี รพยายาม บางช่วงที่ ตอ้ งพง่ึ ผู้อ่ืน เพียร ความสามารถตนเอง

หนา้ ทก่ี ารงานอยา่ ง ทำหนา้ ทก่ี ารงาน พยายามทำหนา้ ท่ี และไม่มีความเพยี ร

สมำ่ เสมอด้วยความ การงานน้อย พยายามทำหน้าท่ีการ

อดทน งานดว้ ยความอดทน

มสี ่วนรว่ มรบั ผิดชอบ มสี ่วนร่วมรับผิดชอบ มีส่วนร่วม ไม่มีส่วนรว่ มรับผดิ ชอบ

และช่วยเหลอื ในการ และช่วยเหลอื ในการ รับผิดชอบและ และช่วยเหลอื ในการ

ทำงาน ดว้ ยความ ทำงาน ส่วนใหญ่ ด้วย ชว่ ยเหลือในการ ทำงาน

ตระหนกั สมัครใจ ความตระหนัก สมัครใจ ทำงานนอ้ ย

กระตือรอื รน้ และพึง และพึงพอใจ

พอใจ

10. บนั ทึกผลหลังการจดั การเรียนรู้

10.1) สรปุ ผลหลงั การจัดการเรยี นรู้

1. นกั เรียนจำนวน..................คน

ผ่านจดุ ประสงค์การเรียนร้.ู .....................คน คิดเป็นรอ้ ยละ..................

ไม่ผา่ นจุดประสงค์การเรียนรู้..................คน คิดเป็นรอ้ ยละ..................

นกั เรยี นน่ีไม่ผ่าน มีดังน้ี

1............................................................ 2............................................................

3............................................................ 4............................................................

5............................................................ 6............................................................

แนวทางแก้ไขนักเรียนท่ีไม่ผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้

...................................................................................................................... .......................................

............................................................................................................................. ................................................

2. นักเรยี นมีความรคู้ วามเข้าใจ (K)

..................................................................................................................................... ........................

........................................................................................................... ..................................................................

3. นักเรียนมีความรูเ้ กิดทกั ษะ (P)

............................................................................................................................. ................................

............................................................................................................................. ...............................................

4. นักเรยี นมเี จตคติ ค่านยิ ม คุณธรรมจรยิ ธรรม (A)

............................................................................................................................................................ .

............................................................................................................................. ...............................................

10.2 ปัญหา อปุ สรรค และแนวทางแก้ไข

………………………………………………………………………………………………………………………………………….

............................................................................................................................. ...............................................

10.3 ข้อเสนอแนะ

………………………………………………………………………………………………………………………………………….

................................................................................................................................... .........................................

ลงช่อื ....................................................ผูป้ ระเมิน
(นางสาวครองขวญั เครือสุวรรณ)

....20.... /......มีนาคม...... /.......2565.......

ความเหน็ ของหัวหนา้ สถานศกึ ษา/ผู้ทไ่ี ด้รบั มอบหมาย
ไดท้ ำการตรวจแผนการจัดการเรียนรขู้ อง................................................................แลว้ มี

ความเห็นดังนี้
1. เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี
 ดมี าก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรบั ปรงุ
2. การจดั กจิ กรรมได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้
 เนน้ ผู้เรยี นเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
 ยังไม่เนน้ ผ้เู รียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป
3. เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี
 นำไปใช้ได้จริง
 ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้
4. ขอ้ เสนอแนะอืน่ ๆ
............................................................................................................................. ................................

................................................................................................... ...........................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ลงช่ือ..................................................
(.................................................)

ตำแหน่ง............................................
…………../…………………./……………

ภาคผนวก

ใบความรู้
เร่ืองระดบั เสยี ง

ระดับเสยี ง (องั กฤษ: pitch) หมายถึง เสียงสูงเสียงต่ำ ระดับเสียงเกิดจากความถี่ของการส่นั สะเทือน
ของวตั ถุ วัตถุท่สี ่นั สะเทือนเร็วกวา่ ทำใหเ้ กิดเสียงระดบั สงู กว่า ในขณะท่วี ัตถทุ ี่สั่นสะเทือนชา้ กว่าทำใหเ้ กิด
ระดับเสียงตำ่ กวา่ ความถ่ีซ่ึงเปน็ ตัวกำหนดระดับเสยี งไดม้ าจากการวัดความสัน่ สะเทือนของวตั ถุ โดยมีหนว่ ย
เปน็ รอบตอ่ วินาที หรอื เฮิรตซ์ (Hz)

เสยี งสูงตำ่ ขน้ึ อยู่กบั ควำมถี่ในกำรส่นั สะเทือนของวตั ถุท่เี ป็นแหลง่ กำเนดิ เสียง แหลง่ กำเนิดเสยี ง
ส่นั สะเทอื นด้วยควำมถ่ตี ่ำ จะเกดิ เสียงต่ำ แต่ถำ้ สนั่ สะเทือนดว้ ยควำมถีส่ งู เสยี งก็จะสงู โดยระดับเสยี ง
สำมำรถเปล่ยี นแปลงได้ดว้ ย

1. ขนำดของวตั ถกุ ำเนิดเสียง
2. ควำมยำวของวัตถุกำเนิดเสียง
3. ควำมตงึ ของวัตถกุ ำเนดิ เสียง
จะเกิดกำรเปลย่ี นแปลง ดังนี้
1. ถำ้ วัตถุท่ตี น้ กำเนิดเสยี งมีขนำดเล็ก (มวลน้อย) จะสัน่ สะเทือนเรว็ ทำให้เกดิ เสยี งสงู แต่ถำ้ วตั ถทุ ต่ี น้
กำเนดิ เสียงมีขนำดใหญ่ (มวลมำก) จะสน่ั สะเทือนช้ำทำให้เกดิ เสยี งต่ำ
2. ถำ้ วตั ถุที่เป็นตน้ กำเนิดเสียงมขี นำดยำวน้อยหรอื สัน้ จะส่ันสะเทือนเร็วทำใหเ้ กดิ เสียงสงู แต่ถ้ำวตั ถทุ ี่
เป็นต้นกำเนดิ เสียง มีขนำดควำมยำวมำกจะสนั่ สะเทือนช้ำทำใหเ้ กดิ เสยี งต่ำ
3. ถำ้ วตั ถทุ ีเ่ ป็นต้นกำเนิดเสียงมีควำมตึงมำกจะสัน่ สะเทอื นเร็วทำใหเ้ กิดเสียงสูง แต่ถำ้ วตั ถทุ ี่เป็นต้น
กำเนิดเสียงมีควำมตงึ น้อยหรือหยอ่ นจะสนั่ สะเทือนชำ้ ทำให้เกิดเสยี งต่ำ

ใบกจิ กรรมการทดลอง
เรอ่ื งเสยี งสงู เสียงต่ำ

คำชี้แจง ให้นกั เรียนทำการทดลองดังต่อไปนี้และตอบคำถามให้ถูกตอ้ ง

ขนั้ ตอนการทดลอง

ปัญหาในการทดลอง
ทำอยา่ งไรให้เกิดเสยี งสงู -เสียงตำ่

ฐานที่ 1 แก้วนำ้

กำหนดสมมตฐาน (ใหน้ กั เรียนคาดคะเนเหตกุ ารณ์)

..................................................................................................................................................................

อปุ กรณ์ 1.แก้วน้ำ 2.นำ้ 3.ไม้เคาะ แกว้ ไมเ้ คาะ
วิธีการทดลอง

1. ใสน่ ำ้ ลงไปในแก้วท้ัง 2 ใบ ใหร้ ะดับน้ำ น้ า

แตกตา่ งกัน โดยใบแรกใส่น้ำประมาณ 1 ของแก้ว
4
และใบท่ี 2 ใส่นำ้ เกือบเต็มแกว้ ดงั รูป

2. ใชไ้ ม้เคาะเคาะข้างแก้วแต่ละใบดว้ ย

แรงเท่าๆ กนั สังเกตเสยี งทเ่ี กิดขึน้ การจดั อุปกรณ์เพ่อื สงั เกตเสยี งสงู เสียงต่ำ

บันทึกผลการทดลอง ผลการสงั เกต
ระดับน้ำในแกว้

1 ของแกว้
4

เกอื บเต็มแกว้

อภิปรายและสรปุ ผลการทดลอง
................................................................................................................. .................................................
...................................................................................................... ........................................................ ....
................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................. .................................................

ฐานที่ 2 หลอด

กำหนดสมมตฐาน (ใหน้ กั เรียนคาดคะเนเหตกุ ารณ์)

.............................................................................................................................................. ................................

อุปกรณ์ 1.หลอด 2.กรรไกร

วธิ ีการทดลอง

1.นำหลอดยาวมาตัดปลายหลอดให้เปน็ รูปตัววี

2.นำหลอดยาวทต่ี ัดเปน็ รูปตัววีมาเป่าโดยเป่า

ทางด้านหลอดตัววีและสังเกตเสียงที่เกิดข้ึน

3.ตัดหลอดใหส้ ั้นแลว้ เปา่ สังเกตเสียงท่เี กิดขน้ึ สงั เกตเสยี งสูง เสยี งตำ่

บนั ทกึ ผลการทดลอง

ความยาวของหลอด ผลการสงั เกต

หลอดส้ัน

หลอดยาว

อภิปรายและสรุปผลการทดลอง
................................................................................................................. .................................................
...................................................................................................... ........................................................ ....
................................................................................................................. .................................................
..................................................................................................................................................................

ฐานที่ 3 ไมบ้ รรทดั

กำหนดสมมตฐาน (ใหน้ ักเรียนคาดคะเนเหตุการณ์)

................................................................................................................. ................................................

อปุ กรณ์ 1.ไม้บรรทดั

วิธีการทดลอง

1. นำไม้บรรทัดวางไว้บนโตะ๊ ให้ปลายขา้ งหนึง่ 3. สงั เกตระดบั เสยี งท่ไี ดย้ ินและอตั ราเร็วของ

ยืน่ ออกมานอกขอบโต๊ะ การสั่นของไม้บรรทดั

2. ใชม้ ือขา้ งหนึ่งกดไม้บรรทดั บนโต๊ะให้ชิดขอบ

โต๊ะ แลว้ กดใหแ้ นน่ จากนน้ั ใช้มืออีกข้างหน่งึ กดไมบ้ รรทดั

ส่วนท่ีโผล่พน้ ขอบโตะ๊ แลว้ ปล่อย การกดไมบ้ รรทดั

บันทกึ ผลการทดลอง ระดับเสยี งท่ีไดย้ นิ ความเรว็ ของการส่นั
ความยาวของไมบ้ รรทัด สงู (แหลม) ตำ่ (ทุม้ )

ทย่ี น่ื พน้ ขอบโตะ๊ (เซนติเมตร)
5
15
25

อภปิ รายและสรปุ ผลการทดลอง
................................................................................................................. .................................................
...................................................................................................... ........................................................ ....
................................................................................................................. .................................................
..................................................................................................................................................................

ฐานท่ี 4 ไม้ขึงพรอ้ มหนังยาง

กำหนดสมมตฐาน

.............................................................................................................................. ................................................

อุปกรณ์ 1.ไม้ขึง 2.ยางยดื

วธิ กี ารทดลอง

1.นำไม้ขึงมาใสย่ างยืด โดยให้มีเสน้ ตึงและเส้นหย่อน

2.ดีดยางยืดแลว้ สงั เกตเสยี งที่เกิดขน้ึ สงั เกตเสยี งสงู เสียงตำ่

บันทึกผลการทดลอง ผลการสงั เกต
ลกั ษณะของยางยืด

ตงึ

หยอ่ น

อภิปรายและสรปุ ผลการทดลอง
................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................. .................................................
...................................................................................................... ........................................................ ....

คำถามทา้ ยกจิ กรรม

คำชี้แจง ใหน้ กั เรียนตอบคำถามใหถ้ กู ต้อง
1. ตัวแปรตน้ ตวั แปรตาม และตวั แปรควบคุมของกิจกรรมนีค้ ืออะไร (ใหน้ ักเรยี นเลอื กมา1ฐาน)

ฐานท่ี …………....
ตวั แปรตน้ คอื .................................................
ตวั แปรตาม คอื ...............................................
ตวั แปรควบคุม คือ..........................................
2.กำรเกดิ เสยี งสูงเสียงต่ำเกิดขน้ึ ได้อยำ่ งไร
.........................................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................................................
3. มอี ุปสรรคในระหวา่ งปฏบิ ตั กิ จิ กรรมหรือไม่ และแก้ไขด้วยวธิ ีใด

ไม่มี มี อปุ สรรค................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................................

วิธีแกไ้ ข...................................................................................................................................... .................
4.ความรูส้ กึ ในการทำกจิ กรรมคร้ังน้ี

............................................................................................................................. ........................................
........................................................................................... ...................................................................................

ช่ือกลุ่ม..................................................................................
สมาชกิ ในกลุ่ม

1………………………………………………………………………………………………………
2………………………………………………………………………………………………………
3………………………………………………………………………………………………………
4………………………………………………………………………………………………………
5………………………………………………………………………………………………………
6………………………………………………………………………………………………………

เฉลยใบกิจกรรมการทดลอง
เรอื่ งเสียงสูง เสยี งตำ่

คำชแี้ จง ใหน้ ักเรยี นทำการทดลองดงั ต่อไปนี้และตอบคำถามให้ถูกตอ้ ง

ขัน้ ตอนการทดลอง

ปญั หาในการทดลอง
ทำอยา่ งไรใหเ้ กดิ เสียงสงู -เสยี งตำ่

ฐานท่ี 1 แกว้ น้ำ

กำหนดสมมตฐาน

...........แกว้ ทมี่ ีนำ้ นอ้ ยจะมเี สียงแหลมมากกว่าแกว้ นำ้ ท่ีมนี ้ำมาก.........................................................................

อุปกรณ์ 1.แก้วนำ้ 2.นำ้ 3.ไม้เคาะ แกว้ ไมเ้ คาะ
วธิ กี ารทดลอง

1. ใส่นำ้ ลงไปในแก้วทั้ง 2 ใบ ให้ระดับน้ำ น้ า

แตกต่างกัน โดยใบแรกใสน่ ้ำประมาณ 1 ของแก้ว
4
และใบท่ี 2 ใสน่ ้ำเกือบเต็มแก้ว ดังรูป

2. ใชไ้ ม้เคาะเคาะข้างแก้วแต่ละใบด้วย

แรงเท่าๆ กนั สังเกตเสยี งทเ่ี กิดขึ้น การจดั อุปกรณ์เพอื่ สงั เกตเสียงสงู เสียงตำ่

บนั ทกึ ผลการทดลอง ผลการสังเกต
ระดบั น้ำในแกว้ เสียงสูง

1 ของแกว้ เสียงต่ำ
4

เกือบเต็มแกว้

อภิปรายและสรุปผลการทดลอง

.........การไดย้ นิ เสียงสูง เสียงต่าเม่ือเคาะแกว้ ข้นึ อยกู่ บั ความถ่ีของการส่ันของอากาศในแกว้ โดยเมื่อน้าในแกว้ มี

ความสูงมาก จะไดย้ นิ เสียงต่า เนื่องจากอากาศในแกว้ ส่นั ดว้ ยความถี่ต่า แตเ่ มื่อน้าในแกว้ มีความสูงนอ้ ยจะไดย้ นิ
เสียงสูง เนื่องจากอากาศในแกว้ ส่นั ดว้ ยความถ่ีสูง

การไดย้ นิ เสียงสูง เสียงต่าข้ึนอยกู่ บั การส่นั ของแหล่งกาเนิดเสียง.....................................................................

ฐานที่ 2 หลอด

กำหนดสมมตฐาน

..............................หลอดสนั้ ทำให้เกิดเสยี งสงู หลอดยาวทำให้เกดิ เสยี งตำ่ .....................................................

อปุ กรณ์ 1.หลอด 2.กรรไกร

วธิ กี ารทดลอง

1.นำหลอดยาวมาตัดปลายหลอดให้เป็นรูปตัววี

2.นำหลอดยาวทีต่ ัดเป็นรูปตัววีมาเป่าโดยเปา่

ทางด้านหลอดตวั วีและสังเกตเสียงที่เกิดขึ้น

3.ตัดหลอดให้ส้นั แลว้ เป่า สังเกตเสียงท่เี กดิ ข้นึ สังเกตเสยี งสงู เสียงต่ำ

บนั ทึกผลการทดลอง

ความยาวของหลอด ผลการสังเกต

หลอดสั้น เสยี งสงู

หลอดยาว เสียงตำ่

อภิปรายและสรปุ ผลการทดลอง
.................เมอื่ เปา่ หลอดยาว เสยี งที่ไดจ้ ะได้เสยี งตำ่ (เสยี งทุ้ม) และเมอื่ เป่าหลอดที่สั้นลง เสียงทเ่ี กดิ ขึน้ เสียงสงู
(เสียงแหลม)

การสั่นของวตั ถุท่เี ปน็ แหลง่ กำเนดิ เสียงมผี ลตอ่ ความถข่ี องเสียง ถ้าวตั ถุท่ีเปน็ แหลง่ กำเนิดเสยี ง
สน่ั เรว็ ข้นึ เสยี งทีเ่ กดิ ขน้ึ จะมคี วามถส่ี งู ขน้ึ หรือมีเสยี งสงู ขึ้น..............................

ฐานที่ 3 ไม้บรรทดั

กำหนดสมมตฐาน

.........................ความยาวของไมบ้ รรทัดมีผลตอ่ การเกิดเสียงสูงเสยี งต่ำ..........................................................

อปุ กรณ์ 1.ไม้บรรทัด

วิธกี ารทดลอง

1. นำไม้บรรทดั วางไว้บนโตะ๊ ใหป้ ลายขา้ งหนึง่ 3. สงั เกตระดบั เสยี งทไี่ ดย้ ินและอตั ราเร็วของ

ยื่นออกมานอกขอบโต๊ะ การสั่นของไมบ้ รรทดั

2. ใช้มือขา้ งหนึง่ กดไมบ้ รรทัดบนโต๊ะให้ชิดขอบ

โตะ๊ แลว้ กดให้แนน่ จากนัน้ ใชม้ อื อีกข้างหน่งึ กดไมบ้ รรทัด

สว่ นทีโ่ ผลพ่ ้นขอบโตะ๊ แล้วปล่อย การกดไม้บรรทัด

บันทึกผลการทดลอง ระดบั เสียงทไ่ี ดย้ นิ ความเรว็ ของการส่นั
ความยาวของไมบ้ รรทดั สูง (แหลม) ต่ำ (ทุม้ )
เร็ว
ทย่ี ่ืนพ้นขอบโตะ๊ (เซนตเิ มตร) เสยี งสูง ไม่เร็ว
5 เสียงต่ำ ไม่เรว็
15 เสียงต่ำ
25

อภปิ รายและสรปุ ผลการทดลอง

........เม่ือกดไมบ้ รรทดั ใหค้ วามยาวของไมบ้ รรทดั ท่ียนื่ พน้ ขอบโตะ๊ เทา่ กบั 25 เซนติเมตร ไมบ้ รรทดั ส่นั ชา้ และเสียงท่ี

เกิดข้นึ ต่า (ทุม้ ) เมื่อลดความยาวของไมบ้ รรทดั ที่ยืน่ พน้ ขอบโตะ๊ ไมบ้ รรทดั ส่นั เร็วข้ึนและเสียงท่ีเกิดสูง (แหลม)
ข้นึ

การส่นั ของวตั ถทุ ี่เป็นแหล่งกาเนิดเสียงมีผลต่อความถี่ของเสียง ถา้ วตั ถุท่ีเป็นแหลง่ กาเนิดเสียง
ส่นั เร็วข้นึ เสียงที่เกิดข้ึนจะมีความถี่สูงข้ึนหรือมีเสียงสูงข้นึ .......................................................

ฐานที่ 4 ไม้ขึงพร้อมหนงั ยาง

กำหนดสมมตฐาน

.......................ยางยดื ทตี่ ึงเมื่อดดี ทำใหเ้ กิดเสยี งสงู ยางยดื ท่ีหย่อนเม่ือดีดดี ทำให้เกดิ เสียงต่ำ..............................

อุปกรณ์ 1.ไม้ขงึ 2.ยางยืด

วธิ ีการทดลอง

1.นำไม้ขงึ มาใส่ยางยืด โดยให้มีเสน้ ตึงและเส้นหย่อน

2.ดีดยางยืดแลว้ สงั เกตเสยี งที่เกดิ ขน้ึ สงั เกตเสียงสงู เสียงตำ่

บันทึกผลการทดลอง ผลการสังเกต
ลกั ษณะของยางยืด เสียงสูง

ตงึ

หย่อน เสยี งตำ่

อภปิ รายและสรปุ ผลการทดลอง
........ เมือ่ นำยางยดื ใส่ในไม้ขึงทั้งตึงและหย่อนเม่ือดดี ยางยดื ทตี่ งึ ทำใหย้ างยดื ส่ันดว้ ยความถสี่ ูง เสยี งท่ีไดจ้ ะได้
เสียงสงู (เสยี งแหลม) และเม่ือดดี ยางที่หย่อนทำใหย้ างยดื สนั่ ดว้ ยความถต่ี ่ำ เสียงที่เกิดข้ึนเสียงตำ่ (เสียงทุม้ )

การส่ันของวัตถุทเี่ ปน็ แหล่งกำเนดิ เสยี งมีผลต่อความถีข่ องเสียง ถ้าวัตถุท่เี ป็นแหลง่ กำเนิดเสยี ง
สนั่ เรว็ ข้นึ เสยี งทเ่ี กดิ ขึ้นจะมคี วามถ่ีสงู ขึ้นหรือมีเสยี งสงู ขนึ้ ................................

เฉลยคำถามประกอบกจิ กรรม

คำชี้แจง ให้นกั เรียนตอบคำถามใหถ้ ูกต้อง
1. ตัวแปรตน้ ตัวแปรตาม และตวั แปรควบคุมของกจิ กรรมน้ีคืออะไร (ใหน้ ักเรยี นเลือกมา1ฐาน)

ฐานท่ี ...1 แกว้ น้ำ...
ตวั แปรตน้ คอื ...........ระดบั น้ำ.............................................
ตวั แปรตาม คอื ..........เสียงทเ่ี กิดขน้ึ .....................................
ตวั แปรควบคมุ คอื .........แรงท่ีใชเ้ คาะแก้วนำ้ ......................
2.กำรเกดิ เสยี งสูงเสียงต่ำเกดิ ข้นึ ได้อย่ำงไร
...............................เกิดจำกควำมถีใ่ นกำรส่นั สะเทือนของวตั ถุทีเ่ ปน็ แหลง่ กำเนิดเสียงท่ีมีมวลตำ่ งกัน คือ
แหล่งกำเนิดเสยี งท่ีสน่ั สะเทือนด้วยควำมถ่ตี ำ่ หรือช้ำจะเกิดเสียงตำ่ หรือเสยี งทุ้ม และแหลง่ กำเนดิ เสยี งท่ี
ส่นั สะเทือนด้วยควำมถ่ีสูงหรือเรว็ จะเกดิ เสียงสงู หรอื เสียงแหลม.........................................................................
3. มอี ุปสรรคในระหวา่ งปฏบิ ัติกิจกรรมหรือไม่ และแกไ้ ขด้วยวิธีใด

ไม่มี มี อปุ สรรค................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................................

วิธีแกไ้ ข.......................................................................................................................................................
4.ความร้สู กึ ในการทำกิจกรรมคร้งั น้ี

............................................................................................................................. ........................................
........................................................................................... ...................................................................................

ชื่อกลุ่ม..................................................................................
สมาชกิ ในกลุ่ม

1………………………………………………………………………………………………………
2………………………………………………………………………………………………………
3………………………………………………………………………………………………………
4………………………………………………………………………………………………………
5………………………………………………………………………………………………………
6………………………………………………………………………………………………………

แบบทดสอบเรื่องระดบั เสียง

1.ระดับเสยี ง หมายถงึ ขอ้ ใด
ก. เสยี งดัง
ข. เสียงสูง
ค. เสียงสงู -เสยี งตำ่
ง. เสยี งดงั -เสียงค่อย

จากรูปใช้ในการตอบคำถามขอ้ 2,3

ABCD

2.เมอ่ื ใชไ้ ม้เคาะหลอดแก้ว A,B,C,D หลอดใดให้เสียงสงู (เสียงแหลม)ที่สดุ
ก.A ข.B ค.C ง.D

3.เมื่อใชไ้ ม้เคาะหลอดแก้ว A,B,C,D ให้นักเรยี นเรียงลำดับเสยี งจากเสยี งสูงไปยังเสียงตำ่ ข้อใดถกู ต้อง
ก. ABCD ข.CADB ค.BDAC ง.DCBA

4.

AB
จากรปู เม่อื ดีดยางรัดท้ัง 2 เสน้ ดว้ ยแรงทเี่ ท่ากัน ข้อความใดถกู ตอ้ ง
ก. A ไม่เกดิ การสน่ั
ข. B ไมเ่ กิดการสัน่
ค. A เกิดเสียงดังกวา่
ง. B เกิดเสยี งสูงกวา่

5. การเกิดเสียงสงู เสยี งตำ่ ขึ้นอยู่กบั ปจั จยั ใด
ก.ความถี่ของเสียง
ข.ระยะหา่ งจากแหล่งกำเนิดเสยี ง
ค.พลังงานในการส่ันของแหลง่ กำเนิดเสยี ง
ง.ความถี่ของเสียงและระยะห่างจากแหล่งกำเนิดเสยี ง

เฉลยแบบทดสอบเรือ่ งระดบั เสียง

1.ระดับเสยี ง หมายถงึ ขอ้ ใด
ก. เสียงดงั
ข. เสียงสงู
ค. เสียงสงู -เสียงตำ่
ง. เสยี งดงั -เสียงคอ่ ย

จากรูปใชใ้ นการตอบคำถามข้อ 2,3

ABCD

2.เมอ่ื ใช้ไมเ้ คาะหลอดแก้ว A,B,C,D หลอดใดให้เสียงสงู (เสยี งแหลม)ทสี่ ดุ
ก.A ข.B ค.C ง.D

3.เมอื่ ใช้ไม้เคาะหลอดแก้ว A,B,C,D ให้นักเรยี นเรยี งลำดับเสียงจากเสียงสูงไปยังเสียงตำ่ ข้อใดถูกต้อง
ก. ABCD ข.CADB ค.BDAC ง.DCBA

4.

AB
จากรูป เมือ่ ดดี ยางรดั ทง้ั 2 เสน้ ดว้ ยแรงทเี่ ท่ากัน ขอ้ ความใดถกู ต้อง
ก. A ไม่เกิดการสัน่
ข. B ไมเ่ กดิ การสั่น
ค. A เกดิ เสียงดงั กว่า
ง. B เกิดเสยี งสูงกว่า

5. การเกดิ เสียงสูง เสยี งต่ำขึ้นอยกู่ บั ปัจจยั ใด
ก.ความถ่ีของเสียง
ข.ระยะห่างจากแหลง่ กำเนิดเสยี ง
ค.พลังงานในการส่นั ของแหล่งกำเนดิ เสียง
ง.ความถข่ี องเสียงและระยะห่างจากแหล่งกำเนิดเสยี ง


Click to View FlipBook Version