แผนการ
ระดบั
ปี ก
รายวชิ า ทช๐๒๐
นางสาวสาวศริ พิ รรณ พนั
ตาแหน่ง ค
ศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการศกึ
สานกั งานสง่ เสรมิ การศกึ ษานอกระบบแล
สานกั งานปลดั การ
กระทรวงศ
กศน.ตำบลนำจำรย ์
รจดั กระบวนการเรียนรูร้ ายสปั ดาห์
บมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ภาคเรยี นที่ 2
การศกึ ษา ๒๕๖๓
๐๐๓ การดูแลเด็กกอ่ นวยั เรียน
นธล์ ะออ ครผู รู้ บั ผดิ ชอบ
ครูประจาศูนยก์ ารเรียนชุมชน
กษาตามอธั ยาศยั อาเภอเมอื งกาฬสนิ ธุ์
ละการศกึ ษาตามอธั ยาศยั จงั หวดั กาฬสนิ ธ์ุ
ระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ศกึ ษาธกิ าร
หนงั สือขออนุมตั แิ ผนการจดั ก
ข้ า พ เจ้ า น า ง ส า ว ศิ ริ พ ร ร ณ พัน ธ์
มีความประสงค์ขออนุมตั แิ ผนการจดั กระบวนกา
สปั ดาห์ ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย ภาคเรียนที่ 2 ปี การศ
จานวน 1 หน่วยกิต 40 ช่วั โมง ตามหลกั สูตรการศึกษาน
เพอื่ ใหก้ ารจดั กจิ กรรมการเรยี นรใู้ หก้ บั ผเู้ รยี นบรรลุหลกั การแ
จงึ เรยี นมาเพอื่ โปรดทราบและลงนา
ลงชือ่ …………................……
(นางสา
ครู ประจ
ลงชือ่ ………....................
(นางสาวว
ผอู้ านวยการศกึ ษานอกระบบและการศ
กระบวนการเรยี นรรู้ ายสปั ดาห์
ล ะ อ อ ต า แ ห น่ ง ค รู ป ร ะ จ า ศู น ย์ ก า ร เรี ย น ชุ ม ช น
ารเรยี นรรู้ าย
ศึกษา ๒๕๖๓ รายวิชาการดูแลเด็กกอ่ นวยั เรียน ทช02003
นอกระบบระดบั การศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
และจดุ หมายทกี่ าหนดไวต้ ามหลกั สตู รดงั กลา่ ว
ามอนุมตั ิ
………………….ผขู้ ออนุมตั แิ ผน
าวศริ พิ รรณ พนั ธล์ ะออ)
จาศนู ยก์ ารเรยี นชุมชน
...…………………ผอู้ นุมตั แิ ผน
วรรณภา ศรกี าพ้ี)
ศกึ ษาตามอธั ยาศยั อาเภอเมอื งกาฬสนิ ธ์ุ
คาอธบิ ายรายวชิ า การดูแลเด็กกอ่ นวยั เรยี น ทช0200
มาตรฐานการเรยี นรู้ มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจ มเี จตคตทิ ดี่ ีแ
และความปลอดภยั ในการดาเนินชีวติ และนาค
ศกึ ษาและฝ กทกั ษะเกยี่ วกบั เรอื่ งต อไปนี้
1. บอกคณุ สมบตั แิ ละหน้าทขี่ องผดู้ แู ลเด็กกอ่ นวยั เรยี น
2. บอกวธิ กี ารแบง่ วยั เดก็ และวเิ คราะหก์ ารเจรญิ เตบิ โต
3. อธบิ ายวธิ ีการสง่ เสรมิ พฒั นาการเด็ก
ความรเู้ กยี่ วกบั วธิ กี ารสง่ เสรมิ พฒั นาการเด็กไปใช้ไดอ้ ยา่ งเห
4. บอกวธิ กี าร และดแู ลเลย้ี งดูเด็กในชีวติ ประจาวนั ไดอ้
5. บอกความหมาย ความสาคญั และอธบิ ายโภชนาการ
6. บอกความหมาย ความสาคญั และจดั สภาพแวดลอ้ ม
7. ยกตวั อยา่ งอบุ ตั เิ หตทุ มี่ กั เกดิ กบั เดก็ วธิ กี ารช่วยเหลือ
8. ปฏบิ ตั ติ นตามระเบยี บและขอ้ ควรปฏบิ ตั ใิ นการดแู ล
สอื่ การเรียนการสอน สอื่ Line สอื่ Fackbook สอื่ GooGle
การวดั และประเมนิ ผล ประเมนิ จากการสงั เกต การอภปิ ร
การมสี วนร วม ในกจิ กรรมการเรียนรู ผลงาน การทดสอ
03 จานวน 1 หน วยกติ ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
และมีทกั ษะเกยี่ วกบั การดูแล สง่ เสรมิ สขุ ภาพ อนามยั
ความรู ไปใช ประโยชน ในการ ดาเนินชีวติ
นได้
ตของเดก็ กอ่ นวยั เรียนไดถ้ ูกตอ้ ง
กกอ่ นวยั เรยี น และเห็นความสาคญั ของการนา
หมาะสม
อยา่ งเหมาะสม
รเด็กในแตล่ ะช่วงวยั ไดอ้ ยา่ ง เหมาะสม
มทเี่ หมาะสมและปลอดภยั สาหรบั เด็กได้
อ และฝึ กการปฐมพยาบาลเด็ก ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
ลเดก็ ไดจ้ นเป็ นนิสยั
e Classroom สอื่ รายบคุ คล ฯลฯ
ราย การสมั ภาษณ์ ทกั ษะปฏบิ ตั ิ รายงานการทดลอง
อบ การประเมนิ การนาไปใช ประโยชน ในชีวติ ประจาวนั
ตารางวเิ ครา
วชิ า การดูแลเด็กกอ่ นวยั เรยี น รหสั วชิ า ทช๐
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ ภาค
ช.ม
.
(๔
หวั เรอื่ ง ตวั ชวี้ ดั เนอื้ หา )
าะห์หลกั สตู ร
๐๒๐๐๓ จานวน ๑ หน่วยกติ (๔๐ช่วั โมง)
คเรยี นที่ 2 ปี การศกึ ษา ๒๕๖๓
ม ระดบั การเรยี รปู แบบ
นรู้
๔๐ Googl
กรต. line e Faceb รายบุ โครงงา อน่ื ๆ
งา่ ย ปานก ยาก (ชม. (ช.ม. classr ook คคล น (ช.ม.
ลาง
) ) oom (ช.ม.) (ช.ม.) (ช.ม.) )
(ช.ม.)
๑. 1.บอกวธิ กี ารแบง่ ช่วง เรอื่ งที่ 1 6
พฒั นาการ อายใุ นวยั เดก็ ไดอ้ ยา่ ง การแบง่ ช่วงอายใุ นวยั เด็ก
ของเด็ก ถกู ตอ้ ง เรอื่ งที่ 2
2. การเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาก
วเิ คราะห์การเจรญิ เตบิ ารของเด็ก เรอื่ งที่ 3
โตของเดก็ กอ่ นวยั เรยี การสง่ เสรมิ พฒั นาการเดก็
นได้
3.
อธบิ ายวธิ ีการสง่ เสรมิ
พฒั นาการของเด็กกอ่
นวยั เรยี นได้
4.
เห็นความสาคญั และน
าความรเู้ กยี่ วกบั การส่
งพฒั นาการเด็กไปใช้
อยา่ ง เหมาะสม
ตารางวเิ ครา
วชิ า การดแู ลเดก็ กอ่ นวยั เรยี น รหสั วชิ า ทช๐
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ ภาค
หวั เรอื่ ง ตวั ชว้ี ดั เนอ้ื หา ช.ม
6
าะห์หลกั สตู ร
๐๒๐๐๓ จานวน 1 หน่วยกติ (40 ช่วั โมง)
คเรยี นที่ ๑ ปี การศกึ ษา ๒๕๖๓
ม ระดบั การเรยี รปู แบบ
.
(4๐
บทที่ 2 1. เรอื่ งที่ 1 12
การเลย้ี งดูเ บอกวธิ กี ารดแู ลเลยี้ งดู การเลยี้ งดูเด็กในชีวติ ประจา
ด็กในชีวติ เด็กในชีวติ ประจาวนั ไ วนั
ประจาวนั ด้ 1.1 การอาบน้าเด็ก
2. 1.2 การอมุ้ เด็กทา่ ตา่ ง ๆ
นาความรไู้ ปใช้ในการ 1.3 การป้ อนนม
เลีย้ งดเู ด็กในชีวติ ประ การจบั เรอ
จาวนั ไดอ้ ยา่ งเหมาะส 1.4
ม การใหเ้ ดก็ นอนทา่ ตา่ ง ๆ
3. 1.5 การถอดใสผ่ า้ ออ้ ม
บอกความหมายและค 1.6 การพบั ผา้ ออ้ ม
วามสาคญั ของโภชนา 1.7
การในวยั เดก็ ได้ การดแู ลเครอื่ งใชข้ องเลน่ เด็
4. ก
อธบิ ายโภชนาการในช่ 1.8
วงวยั เด็กไดอ้ ยา่ งเหมา ปญั หาทพี่ บบอ่ ยในการดูแลเ
ะสม ด็ก
เรอื่ งที่ 2
โภชนาการสาหรบั เด็ก
นรู้
๐) Googl
งา่ ย ปานก ยาก กรต. line e Faceb รายบุ โครงงา อน่ื ๆ
ลาง (ชม. (ช.ม. classr ook คคล น (ช.ม.
) ) oom (ช.ม.) (ช.ม.) (ช.ม.) )
(ช.ม.)
2
2.1
ความหมายและความสาคญั
ของโภชนาการ
2.2
โภชนาการสาหรบั เด็กในช่ว
งวยั ทารกและกอ่ นวยั เรยี น
ตารางวเิ ครา
วชิ า การดแู ลเด็กกอ่ นวยั เรยี น รหสั วชิ า ทช
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ภา
ช.ม
(4๐
หวั เรอื่ ง ตวั ชี้วดั เนื้อหา
าะห์หลกั สตู ร
ช๐๒๐๐๓ จานวน 1 หน่วยกติ (4๐ ช่วั โมง)
าคเรียนที่ 2 ปี การศกึ ษา ๒๕๖๓
ม. ระดบั การเรียน รปู แบบ
๐) รู้
งา่ ย ปานกล ยาก กรต. line Google Faceb รายบุค โครงงา อนื่ ๆ
าง (ชม.) (ช.ม.) classro ook คล น (ช.ม.)
(ช.ม.)
om (ช.ม.) (ช.ม.)
(ช.ม.)
บทที่ 3 1. เรอื่ งที่ 1 12
การจดั สภา บอกความหมายและค ความหมายและความสาคญั
พแวดลอ้ ม วามสาคญั ของการจดั ของการจดั สภาพแวดลอ้ มสา
ทเี่ หมาะสม สภาพแวดลอ้ มสาหรบั หรบั เด็ก
เด็กได้ เรอื่ งที่ 2
2. การจดั สภาพแวดลอ้ มทเี่ หมา
อธบิ ายการจดั สภาพแ ะสมและปลอดภยั สาหรบั เดก็
วดลอ้ มทเี่ หมาะสมและ เรอื่ งที่ 3
ปลอดภยั สาหรบั เดก็ อบุ ตั เิ หตทุ มี่ กั เกดิ กบั เดก็
3. เรอื่ งที่ 4
จดั สภาพแวดลอ้ มทเี่ ห การปฐมพยาบาลและการช่ว
มาะสมและปลอดภยั ส ยเหลือเด็กเมอื่ ไดร้ บั อุบตั เิ ห
าหรบั เดก็ ในชีวติ ประจ ตุ
าวนั
4.
ยกตวั อยา่ งอุบตั เิ หตทุ ี่
มกั เกดิ กบั เดก็ ได้
5.
อธบิ ายวธิ กี ารชว่ ยเหลื
อเด็กเมอื่ ไดร้ บั อุบตั เิ ห
ตุ
6.
ปฏบิ ตั กิ ารฝึ กปฐมพยา
บาลและการช่วยเหลอื เ
2
ด็กไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
ตารางวเิ ครา
วชิ า การดูแลเดก็ กอ่ นวยั เรยี น รหสั วชิ า ทช๐
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ ภาค
ช.ม
(4๐
หวั เรอื่ ง ตวั ชี้วดั เน้ือหา
าะห์หลกั สูตร
๐๒๐๐๓ จานวน 1 หน่วยกติ (40 ช่วั โมง)
คเรยี นที่ 2 ปี การศกึ ษา ๒๕๖๓
ม. ระดบั การเรยี น รูปแบบ
๐) รู้
งา่ ย ปานกล ยาก กรต. line Google Faceb รายบุค โครงงา อนื่ ๆ
าง (ชม.) (ช.ม.) classro ook คล น (ช.ม.)
(ช.ม.)
om (ช.ม.) (ช.ม.)
(ช.ม.)
บทที่ 4 1. เรอื่ งที่ 1 10
ผดู้ แู ลเด็กก่ บอกคณุ สมบตั ขิ องผดู้ ู คุณสมบตั ขิ องผดู้ ูแลเด็กกอ่ น
อนวยั เรยี น แลเด็กกอ่ นวยั เรยี นได้ วยั เรียน
2. เรอื่ งที่ 2
อธบิ ายหน้าทขี่ องผดู้ แู หน้าทคี่ วามรบั ผดิ ชอบ
ลเด็กกอ่ นวยั เรยี นได้ เรอื่ งที่ 3
3. ขอ้ ควรปฏบิ ตั ริ ะหวา่ งดแู ลเด็
บอกขอ้ ควรปฏบิ ตั ริ ะห ก เรอื่ งที่ 4 กฎ ระเบยี บ
วา่ งการดแู ลแด็กทคี่ วร ทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั เด็ก
ทราบได้
4. บอกกฎ ระเบยี บ
ทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั เด็กทคี่ ว
รทราบได้
แผนการจดั
รายวชิ า การดแู ลเด็กกอ่ นวยั เรยี น รหสั วชิ า ทช๐๒๐๐๓ จาน
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
มาตรฐานการเรยี นรู้ มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจ มเี จตคตทิ ดี่ ีและมที
0
ดการเรียนรู้
นวน 1 หน่วยกติ (4๐ ช่วั โมง)
ทกั ษะเกยี่ วกบั การดแู ล สง่ เสรมิ สขุ ภาพ อนามยั
ครง้ั วนั รายวชิ า/หั ตวั ช้ีวดั เน้ือหา
ที่ เดอื น วเรอื่ ง
ปี
…… ………… ๑. 1.บอกวธิ กี ารแบง่ ช่ เรอื่ งที่ 1
… พฒั นาการข วงอายุในวยั เด็กได้ การแบง่ ชว่ งอ
องเด็ก อยา่ งถกู ตอ้ ง วยั เด็ก
2. เรอื่ งที่ 2
วเิ คราะหก์ ารเจรญิ เ การเจรญิ เตบิ
ตบิ โตของเด็กกอ่ นวั ะพฒั นาการข
ยเรยี นได้ เรอื่ งที่ 3
3. การสง่ เสรมิ พ
อธบิ ายวธิ กี ารสง่ เสริ ารเด็ก
มพฒั นาการของเด็
กกอ่ นวยั เรยี นได้
4.
เห็นความสาคญั และ
นาความรเู้ กยี่ วกบั ก
ารสง่ พฒั นาการเด็ก
ไปใชอ้ ยา่ ง
เหมาะสม
า การจดั กระบวนการเรยี นรู้ สอื่ และแ การวดั และ
หลง่ เรีย ประเมนิ ผล
๑.ขน้ั ตอนบอกวธิ ีการแบง่ ชว่ งอายุ
อายุใน ในวยั เด็กไดอ้ ยา่ งถูกต้อง นรู้
- กรต
ครแู ละนกั ศกึ ษาอภปิ รายสถาน ใบความ
บโตแล การณ์ รู้
ของเดก็ การเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการ ใบงาน
ของเดก็
พฒั นาก ๒.
ขน้ั การแสวงหาขอ้ มูลและการ
เรยี นรู้
การสง่ เสรมิ พฒั นาการเด็ก
-
นกั ศกึ ษาสืบคน้ ขอ้ มูลสถานการ
ณ์ การสง่ เสรมิ พฒั นาการเด็ก
๓. ขน้ั การปฏบิ ตั ลิ ะการน้าไป
ประยุกต์ใช้
-
นกั ศกึ ษาสรุปความสาคญั และน
าความรเู้ กยี่ วกบั การสง่ พฒั นาก
ารเด็กไปใชอ้ ยา่ ง เหมาะสม
๔. ขน้ั การประเมนิ ผล
แผนการจดั
รายวชิ า การดแู ลเด็กกอ่ นวยั เรียน รหสั วชิ า ทช๐๒๐๐๓ จาน
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
มาตรฐานการเรียนรู้ มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจ มีเจตคตทิ ดี่ ีและมที
ครง้ั วนั รายวชิ า/หั ตวั ช้ีวดั เนื้อห
ที่ เดอื น วเรอื่ ง
ปี
…… ………… บทที่ 2 1. เรอื่ งที่ 1
…… การเลี้ยงดูเ บอกวธิ กี ารดแู ลเล้ี การเลยี้ งดูเด็กใ
ด็กในชีวติ ยงดูเด็กในชีวติ ปร าวนั
ประจาวนั ะจาวนั ได้ 1.1 การอาบ
2. 1.2 การอมุ้
นาความรไู้ ปใชใ้ น 1.3 การป้ อน
การเลย้ี งดูเด็กในชี การจบั เรอ
วติ ประจาวนั ไดอ้ ย่ 1.4
างเหมาะสม การใหเ้ ด็กนอน
3. 1.5 การถอด
-
ครูประเมนิ ผลการเรยี นรใู้ นรูป
แบบ กระบวนการกลุม่
ตามเน้ือหาและตวั ชี้วดั
ดการเรยี นรู้
นวน 1 หน่วยกติ (4๐ ช่วั โมง)
ทกั ษะเกยี่ วกบั การดูแล สง่ เสรมิ สขุ ภาพ อนามยั
หา การจดั กระบวนการเรยี นรู้ สอื่ และแ การวดั และ
ประเมนิ ผล
หลง่ เรีย
นรู้
๑.ขน้ั ตอนบอกวธิ กี ารดแู ลเลย้ี ง กรต
ในชีวติ ประจ ดเู ดก็ ในชีวติ ประจาวนั ได้ ใบความ
- รู้
บน้าเด็ก ครูและนกั ศกึ ษาอภปิ รายสถาน ใบงาน
มเด็กทา่ ตา่ ง ๆ การณ์การเลี้ยงดเู ดก็ ในชีวติ ประ
อนนม จาวนั
๒.
ขน้ั การแสวงหาขอ้ มลู และการ
นทา่ ตา่ ง ๆ เรยี นรูก้ ารเลยี้ งดูเด็กในชีวติ ปร
ดใสผ่ า้ ออ้ ม ะจาวนั
บอกความหมายแ 1.6 การพบั
ละความสาคญั ของ 1.7
โภชนาการในวยั เ การดูแลเครอื่ ง
ด็กได้ ด็ก
4. 1.8
อธบิ ายโภชนาการ ปญั หาทพี่ บบอ่ ย
ในช่วงวยั เด็กไดอ้ เด็ก
ยา่ งเหมาะสม เรอื่ งที่ 2
โภชนาการสาห
2.1
ความหมายและ
ของโภชนาการ
2.2
โภชนาการสาห
วงวยั ทารกและ
น
แผนการจดั
รายวชิ า การดแู ลเด็กกอ่ นวยั เรยี น รหสั วชิ า ทช๐๒๐๐๓ จาน
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
มาตรฐานการเรยี นรู้ มีความรคู้ วามเขา้ ใจ มเี จตคตทิ ดี่ แี ละมที
บผา้ ออ้ ม -
นกั ศกึ ษาสืบคน้ ขอ้ มูลสถานการ
งใชข้ องเลน่ เ ณ์
การเลี้ยงดูเด็กในชีวติ ประจาวนั
๓. ขน้ั การปฏบิ ตั แิ ละการน้าไป
ยในการดูแล ประยกุ ต์ใช้
การเลย้ี งดเู ด็กในชีวติ ประจาวนั
-
หรบั เด็ก นกั ศกึ ษาสรปุ ความสาคญั แนวท
างการ โภชนาการสาหรบั เดก็
ะความสาคญั ในชว่ งวยั ทารกและกอ่ นวยั เรยี
รน
๔. ขน้ั การประเมนิ ผล
หรบั เด็กในช่ -
ะกอ่ นวยั เรยี ครูประเมนิ ผลการเรียนรูใ้ นรปู
แบบ กระบวนการกลุม่
ตามเน้ือหาและตวั ช้ีวดั
ดการเรยี นรู้
นวน 1 หน่วยกติ (4๐ ช่วั โมง)
ทกั ษะเกยี่ วกบั การดแู ล สง่ เสรมิ สุขภาพ อนามยั
ครง้ั วนั รายวชิ า/หั ตวั ชี้วดั เนื้อห
ที่ เดอื น วเรอื่ ง
ปี
…… ………… บทที่ 3 1. เรอื่ งที่ 1
…… การจดั สภา บอกความหมายและค ความหมาย
พแวดลอ้ ม วามสาคญั ของการจดั มสาคญั ของ
ทเี่ หมาะสม สภาพแวดลอ้ มสาหรบั สภาพแวดล
เด็กได้ รบั เด็ก
2. เรอื่ งที่ 2
อธบิ ายการจดั สภาพแ การจดั สภาพ
วดลอ้ มทเี่ หมาะสมแล มทเี่ หมาะสม
ะปลอดภยั สาหรบั เด็ก อดภยั สาหร
3. เรอื่ งที่ 3
จดั สภาพแวดลอ้ มทเี่ ห อุบตั เิ หตทุ มี่
มาะสมและปลอดภยั ส บเด็ก
าหรบั เดก็ ในชีวติ ประ เรอื่ งที่ 4
จาวนั การปฐมพย
4. ะการชว่ ยเห
ยกตวั อยา่ งอุบตั เิ หตทุ ี่ มอื่ ไดร้ บั อุบ
มกั เกดิ กบั เดก็ ได้
5.
อธบิ ายวธิ ีการชว่ ยเหลื
อเด็กเมอื่ ไดร้ บั อบุ ตั เิ ห
ตุ
หา การจดั กระบวนการเรยี นรู้ สอื่ และแ การวดั และ
หลง่ เรยี ประเมนิ ผล
๑.ขน้ั ตอนบอกความหมายและ
ยและควา ความสาคญั ของการจดั สภาพแ นรู้
งการจดั วดลอ้ มสาหรบั เด็กได้
ลอ้ มสาห - กรต
ใบความ
ครูและนกั ศกึ ษาอภปิ รายสถาน รู้
การณ์ ใบงาน
พแวดลอ้ บอกความหมายและความสาคั
มและปล ญของการจดั สภาพแวดลอ้ มสา
รบั เด็ก หรบั เด็กได้
๒.
มกั เกดิ กั ขน้ั การอธบิ ายการจดั สภาพแวด
ลอ้ มทเี่ หมาะสมและปลอดภยั สา
หรบั เด็ก
ยาบาลแล -
หลือเดก็ เ นกั ศกึ ษาสืบคน้ ขอ้ มูลสถานการ
บตั เิ หตุ ณ์
จดั สภาพแวดลอ้ มทเี่ หมาะสมแ
ละปลอดภยั สาหรบั เดก็ ในชีวติ ป
ระจาวนั
๓. ขน้ั การปฏบิ ตั ลิ ะการน้าไป
ประยกุ ต์ใช้
6.
ปฏบิ ตั กิ ารฝึ กปฐมพย
าบาลและการชว่ ยเหลื
อเด็กไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
แผนการจดั
รายวชิ า การดูแลเด็กกอ่ นวยั เรียน รหสั วชิ า ทช๐๒๐๐๓ จาน
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
มาตรฐานการเรียนรู้ มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจ มเี จตคตทิ ดี่ แี ละมที
ครง้ั วนั รายวชิ า/หั ตวั ชี้วดั เน้ือหา
ที่ เดอื น วเรอื่ ง
1. เรอื่ งที่ 1
ปี บอกคณุ สมบตั ขิ อง คณุ สมบตั ขิ อง
ผดู้ ูแลเด็กกอ่ นวยั เรี เด็กกอ่ นวยั เรยี
…… ………… บทที่ 4 ยนได้ เรอื่ งที่ 2
…… ผดู้ แู ลเดก็ ก่ 2. หน้าทคี่ วามรบ
อธบิ ายหน้าทขี่ องผู้ อบ
อนวยั เรยี น ดูแลเด็กกอ่ นวยั เรยี เรอื่ งที่ 3
-
นกั ศกึ ษาสรปุ ความสาคญั แนวท
างการ ป้ องกนั
การจดั สภาพแวดลอ้ มทเี่ หมาะส
มและปลอดภยั สาหรบั เดก็
๔. ขน้ั การประเมนิ ผล
-
ครูประเมนิ ผลการเรยี นรใู้ นรปู
แบบ กระบวนการกลุม่
ตามเนื้อหาและตวั ชี้วดั
ดการเรยี นรู้
นวน 1 หน่วยกติ (4๐ ช่วั โมง)
ทกั ษะเกยี่ วกบั การดูแล สง่ เสรมิ สขุ ภาพ อนามยั
า การจดั กระบวนการเรียนรู้ สอื่ และแ การวดั และ
หลง่ เรยี ประเมนิ ผล
๑.ขน้ั ตอนบอกคณุ สมบตั ขิ องผู้
งผดู้ ูแล ดแู ลเด็กกอ่ นวยั เรยี นได้ นรู้
ยน -
กรต
ครูและนกั ศกึ ษาอภปิ รายคณุ สม ใบความ
บั ผดิ ช บตั ขิ องผดู้ แู ลเดก็ กอ่ นวยั เรยี น รู้
ใบงาน
๒.
ขน้ั การแสวงหาขอ้ มลู และการ
นได้ ขอ้ ควรปฏบิ ตั
3. างดูแลเด็ก
บอกขอ้ ควรปฏบิ ตั ริ เรอื่ งที่ 4 กฎ
ะหวา่ งการดูแลแดก็ ระเบียบ
ทคี่ วรทราบได้ ทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั
4. บอกกฎ ระเบยี บ
ทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั เดก็ ที่
ควรทราบได้
ตริ ะหว่ เรยี นรู้
บเด็ก
-
นกั ศกึ ษาสืบคน้ ขอ้ ควรปฏบิ ตั ริ ะ
หวา่ งดแู ลเด็ก
๓. ขน้ั การปฏบิ ตั ลิ ะการน้าไป
ประยุกต์ใช้
- นกั ศกึ ษาสรุปความสาคญั กฎ
ระเบยี บ ทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั เดก็
๔. ขน้ั การประเมนิ ผล
-
ครปู ระเมนิ ผลการเรยี นรใู้ นรูป
แบบ กระบวนการกลุม่
ตามเน้ือหาและตวั ชี้วดั
กจิ กรรมทา้ ยบท
กจิ กรรมที่ 1 ใหอ้ ธบิ ายรายละเอียดในหวั ข้อต่อไปน้ี
1. การแบง่ ช่วงอายใุ นวยั เด็ก
………………………………………………………………………………………………………………………
……………………
………………………………………………………………………………………………………………………
……………………
………………………………………………………………………………………………………………………
……………………
………………………………………………………………………………………………………………………
……………………
………………………………………………………………………………………………………………………
……………………
………………………………………………………………………………………………………………………
……………………
………………………………………………………………………………………………………………………
……………………
2. วเิ คราะหก์ ารเจรญิ เตบิ โตของเดก็ กอ่ นวยั เรยี น
……………………………………………………………………………………………………………………………
………………
……………………………………………………………………………………………………………………………
………………
……………………………………………………………………………………………………………………………
………………
……………………………………………………………………………………………………………………………
………………
……………………………………………………………………………………………………………………………
………………
3. วธิ กี ารสง่ เสรมิ พฒั นาการของเด็กกอ่ นวยั เรียน
……………………………………………………………………………………………………………………………
………………
……………………………………………………………………………………………………………………………
………………
……………………………………………………………………………………………………………………………
………………
……………………………………………………………………………………………………………………………
………………
……………………………………………………………………………………………………………………………
………………
……………………………………………………………………………………………………………………………
………………
กจิ กรรมทา้ ยบท
กจิ กรรมที่ 2 ใหอ้ ธบิ ายรายละเอยี ดตามหวั ข้อต่อไปนี้
1. วธิ กี ารอมุ้ เดก็ (อยา่ งน้อย 2 วธิ )ี
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………
2. วธิ กี ารทาใหเ้ ดก็ เรอหลงั จากการดมื่ นม
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………
3. ความแตกตา่ งระหวา่ งอาหาร กบั โภชนาการ
และความสาคญั ของโภชนาการตอ่ เดก็
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………
4. โภชนาการสาหรบั เด็กกอ่ นวยั เรยี น
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………
กจิ กรรมทา้ ยบท
กจิ กรรมที่ 3 ใหอ้ ธบิ ายรายละเอยี ดในหวั ขอ้ ตอ่ ไปนี้
1. ความหมายและความสาคญั ของสภาพแวดลอ้ ม
.....................................................................................................
.................................................................
.....................................................................................................
.................................................................
.....................................................................................................
.................................................................
.....................................................................................................
.................................................................
.....................................................................................................
.................................................................
.....................................................................................................
.................................................................
2. การจดั สภาพแวดลอ้ มทเี่ หมาะสมและปลอดภยั สาหรบั เดก็
.....................................................................................................
.................................................................
.....................................................................................................
.................................................................
.....................................................................................................
.................................................................
.....................................................................................................
.................................................................
.....................................................................................................
.................................................................
.....................................................................................................
.................................................................
3. ระเบยี งบา้ นทเี่ ป็ นลกู กรง มชี อ่ งวา่ งระหวา่ งกนั
เรามวี ธิ ีการจดั การใหเ้ หมาะสมและปลอดภยั สาหรบั
เด็กอยา่ งไร
.....................................................................................................
.................................................................
.....................................................................................................
.................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………
กจิ กรรมทา้ ยบท
กจิ กรรมที่ 5 ใหอ้ ธบิ ายในหวั ขอ้ ตอ่ ไปน้ี
1. คณุ สมบตั ขิ องผดู้ ูแลเดก็ กอ่ นวยั เรยี น (อยา่ งน้อย 4 ขอ้ )
1.1
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
……………
1.2
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
……………
1.3
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
……………
1.4
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
……………
2. หน้าทขี่ องผดู้ ูแลเด็กกอ่ นวยั เรยี น
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………
3. ขอ้ ควรปฏบิ ตั ริ ะหวา่ งดแู ลเด็ก (อยา่ งน้อย 5 ขอ้ )
…………………………………………………………………………………………………………………………………
……………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
……………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
……………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
……………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
……………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
……………
4. สาระสาคญั ของสทิ ธขิ น้ั พนื้ ฐานในอนุสญั ญาวา่ ดว้ ยสทิ ธเิ ด็ก
…………………………………………………………………………………………………………………………………
……………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
……………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
……………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
……………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
……………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
……………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
……………
แนวคาตอบ
กจิ กรรมทา้ ยบท
1. ใหผ้ เู้ รยี นทากจิ กรรมทา้ ยบทตง้ั แตบ่ ทที่ 1 – บทที่ 4 ใหค้ รบถว้ น
โดยสามารถตรวจคาตอบไดจ้ าก แนวคาตอบทา้ ยเลม่ (20 คะแนน)
บทที่ 1 พฒั นาการของเด็ก
กจิ กรรมที่ 1 ใหอ้ ธบิ ายรายละเอยี ดในหวั ขอ้ ตอ่ ไปน้ี 1.
การแบง่ ช่วงอายุในวยั เดก็ แบง่ ชว่ งอายใุ นวยั เดก็ ออกเป็ น 3 ระยะ คือ
1. วยั ทารก มชี ว่ งอายตุ ง้ั แตแ่ รกเกดิ จนถงึ อายุ 1 ปี
2. วยั กอ่ นเรยี น มชี ่วงอายุตง้ั แต่ 1 ปี จนถงึ อายุ 6 ปี
3. วยั เรยี น มชี ว่ งอายตุ ง้ั แต่ 6 ปี จนถงึ อายุ 12 ปี
2. วเิ คราะหก์ ารเจรญิ เตบิ โตของเด็กกอ่ นวยั เรียน เด็กกอ่ นวยั เรยี น
มกี ารเจรญิ เตบิ โตทางรา่ งกาย คอื รปู รา่ งและสดั สว่ นจะเปลยี่ นไปจาก
วยั แรกเกดิ โดยรูปรา่ งคอ่ ย ๆ ยดื ตวั ออก
ใบหน้าและศรี ษะเล็กลงเมอื่ เทียบกบั ลาตวั มอื และเทา้ ใหญ่ แข็งแรง
อกและไหลข่ ยายกวา้ งขน้ึ แตห่ น้าทอ้ งแฟบลง
3.วธิ กี ารสงเสรมิ พฒั นาการของเด็กกอ่ นวยั เรยี นสามารถสง่ เสรมิ พฒั นา
การเดก็ กอ่ นวยั เรยี นไดโ้ ดยการจดั หาของเลน่ และวธิ กี ารเลน่
ใหก้ บั เด็กเพอื่ ชว่ ยสง่ เสรมิ พฒั นาการ ดงั นี้
1. พฒั นาการดา้ นการเคลอื่ นไหวของกลา้ มเนื้อมดั ใหญ่ ไดแ้ ก่
จกั รยานสองลอ้ ลกู บอล ชงิ ช้า การวา่ ยน้า การหอ้ ยโหน การปี นป่ าย
เป็ นตน้
2. พฒั นาการดา้ นการเคลอื่ นไหวของกลา้ มเนื้อมดั เลก็ ไดแ้ ก่
การวาดภาพ ระบายสี การปน้ั การตอ่ บลอ๊ คไมเ้ ป็ นตน้
3. พฒั นาการทางภาษา ไดแ้ ก่ นิทาน สมดุ ภาพ
รายการโทรทศั น์เป็ นตน้
4. พฒั นาการทางสตปิ ญั ญา ไดแ้ กด่ นตรีการทายปญั หา เกมตา่ ง
ๆ สมดุ ภาพ รายการ โทรทศั น์เป็ นตน้
5. พฒั นาการทางสงั คม ไดแ้ ก่
ของเลน่ ทใี่ ช้เลน่ กบั เพอื่ นหลายคนไดเ้ ชน่ ฟุตบอล จกั รยานสองลอ้
สนามเด็กเลน่ เป็ นตน้
บทที่ 2 การเล้ยี งดเู ด็กในชีวติ ประจาวนั
กจิ กรรมที่ 2 ใหอ้ ธบิ ายรายละเอยี ดตามหวั ขอ้ ตอ่ ไปนี้
1. วธิ กี ารอมุ้ เดก็ (อยา่ งน้อย 2 วธิ ี)
1.1 อมุ้ หลบั สบาย ในออ้ มกอด หรอื การนอนบนทนี่ อน วธิ อี มุ้ y
ทา่ นอนตะแคง อุม้ โดยสอดมอื ขา้ งหน่ึงเขา้ ทีใ่ ตค้ อและศีรษะ
และใช้มืออีก ขา้ งยกกน้ ขนึ้ ช้า ๆ ประคองมาแนบไวก้ บั ลาตวั
ควรโน้มตวั ลงมาทเี่ บาะหรอื ทนี่ อน โดยยงั อมุ้ อยใู่ น ออ้ ม แขน
เมอื่ วางถงึ เบาะแลว้ คอ่ ย ๆ ดงึ มอื ขา้ งทปี่ ระคองกน้ ออก
มาประคองศรี ษะในขณะทดี่ งึ แขนทรี่ อง ศีรษะออก y ทา่ นอนหงาย
อมุ้ โดยใช้มอื รองศรี ษะและคอไวส้ ว่ นอกี มอื ประคองทกี่ น้
(ลกั ษณะทีม่ อื อยตู่ รงขา้ มกนั ) คอ่ ย ๆ อุม้ ยกขน้ึ มาไวใ้ กลๆ้ ตวั
วางลงทาในลกั ษณะเชน่ เดยี วกบั การอุม้ ขน้ึ จนกระท่งั ถงึ ทนี่ อน จงึ คอ่ ย
ๆ ดงึ มอื ออกมา
1.2 อมุ้ ปลอบโยน เมอื่ ลูกตอ้ งการความสนใจ เชน่ หวิ งว่ งนอน
วธิ ีอมุ้ คือ อมุ้ โดยขอ้ พบั ประคองศีรษะและลาตวั
แขนรองรบั ช่วงหลงั ของเด็ก
และมืออกี ขา้ งอยตู่ รงบรเิ วณกน้ และตน้ ขาอยใู่ น แนวเดียวกนั
2. วธิ ที าใหเ้ ด็กเรือ่ งจากการดืม่ นม y
อมุ้ เด็กพาดบา่ โดยใช้แขนขา้ งเดยี วกบั บา่ รองกน้ เด็กไวแ้ ละเดก็ ตอ้ งตวั ต้ั
งตรง ไมง่ อ ทา่ น้ีเป็ นทา่ ทเี่ หมาะกบั การเรอมากทสี่ ดุ
ลูบหลงั ใหด้ ว้ ยมอื อีกขา้ งหน่ึง y ใหเ้ ดก็ น่งั บนตกั
แลว้ ใชแ้ ขนโอบรอบตวั ไวจ้ บั ตวั เอนไปดา้ นหน้าเล็กน้อย
เพอื่ ใหท้ อ้ งของเด็กแนบกบั แขนคนอมุ้
ซงึ่ จะชว่ ยดนั ลมออกมา
ทา่ นี้จะช่วยกดทอ้ งของเด็กอยา่ งนุ่มนวล
และลบู หลงั ใหเ้ ด็กดว้ ยมืออกี ขา้ งหน่ึง
3. ความแตกตา่ งระหวา่ งอาหารกบั โภชนาการ
และความสาคญั ของโภชนาการตอ่ เดก็
อาหารทกี่ นิ อยทู่ ุกวนั มที ง้ั ทดี่ แี ละไมด่ ีอาหารหลายชนิดทกี่ นิ แลว้ รสู้ กึ อม่ิ
แตไ่ มมีประโยชน์หรอื อาจกอ่ โทษตอ่ รา่ งกายได้โภชนาการคอื อาหารทเี่
ขา้ สรู่ า่ งกายแลว้ รา่ งกายสามารถนาไปใชป้ ระโยชน์ในดา้ นการเจรญิ เตบิ
โต การคา้ จนุ และซอ่ มแซมสว่ นตา่ งๆ ได้
โภชนาการมีความสาคญั ตอ่ เด็กมาก
เพราะเด็กเป็ นวยั ทรี่ า่ งกายกาลงั เจรญิ เตบิ โตเป็ นวยั ทมี่ กี ารเรียนรมู้ กี จิ กร
รมการเลน่ หรือการออกกาลงั กายสงู กวา่ วยั อนื่ ๆรา่ งกายจงึ มคี วามตอ้ งกา
ร สารอาหารตา่ ง ๆ ในปรมิ าณสูง
การมีโภชนาการทดี่ ีเพยี งพอกบั ความตอ้ งการของรา่ งกายจะชว่ ยใหร้ า่ ง
กายเจรญิ เตบิ โตอยา่ งเต็มศกั ยภาพ และมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง
ถา้ โภชนาการไมเ่ พียงพอจะสง่ ผลให้ เดก็ มีสตปิ ญั ญาการเรียนรดู้ อ้ ยลง
การเจรญิ เตบิ โตชะงกั ทาใหร้ า่ งกายแคระ
แกรน ไมแ่ ข็งแรง เจ็บป่ วย ตดิ เช้อื งา่ ย และมีอตั ราการเสยี ชีวติ สงู
4. โภชนาการสาหรบั เดก็ กอ่ นวยั เรยี น
อาหารทเี่ หมาะสมสาหรบั เด็กกอ่ นวยั เรยี นคอื ขา้ ว ผกั
ผลไมเ้ น้ือสตั วย์ อ่ ยงา่ ย และนม
การประกอบอาหารก็ควรคานึงถงึ ความสะอาด
และตอ้ งเป็ นอาหารทยี่ อ่ ยงา่ ย ถา้ อาหารแข็งหรือเหนียว เคย้ี วยาก
ก็ควรจะสบั หรอื ตม้ ใหเ้ ปื่ อย ทสี่ าคญั ตอ้ งครบหมวดหมู่
เด็กวยั นี้ควรรบั ประทานอาหาร 3 มื้อ
พรอ้ มทง้ั เสรมิ ดว้ ยอาหารวา่ งระหวา่ งมอ้ื
เพราะเด็กในวยั น้ีมคี วามตอ้ งการพลงั งานและสารอาหาร มากกวา่ ผใู้ หญ่
บทที่ 3 การจดั สภาพแวดลอมทีเ่ หมาะสม
กจิ กรรมที3่ ใหอ้ ธบิ ายรายละเอยี ดในหวั ขอ้ ตอ่ ไปน้ี
1. ความหมายและความสาคญั ของสภาพแวดลอ้ ม สภาพแวดลอ้ ม
หมายถงึ ทกุ สงิ่ ทอี่ ยรู่ อบตวั เรา เชน่ บคุ คล ตน้ ไมแ้ ละสงิ่ ตา่ ง ๆ ทอี่ ยู่
รอบตวั เรา เด็กทไี่ ดร้ บั การเลย้ี งดูในสภาพแวดลอ้ มทตี่ า่ งกนั
ทาใหเ้ ด็กมีระดบั ไอควิ ทตี่ า่ งกนั โดยการเลี้ยงดทู ดี่ แี ละสภาพแวดลอ้ มทดี่ ี
จะสง่ ผลใหเ้ ด็กมีไอควิ ทดี่ กี ารเลี้ยงดเู ด็กใหถ้ กู วธิ ใี นสภาพแวดลอ้ มทดี่ ีจะ
มผี ลตอ่ การพฒั นาไอควิ ของเด็กแตล่ ะคนดงั นน้ั การจดั สภาพแวดลอ้ มมี
ความสาคญั เพราะช่วยสง่ เสรมิ พฒั นาการทง้ั ดา้ นรา่ งกาย อารมณ์ จติ ใจ
สงั คม
และสตปิ ญั ญาสภาพแวดลอ้ มทเี่ หมาะสมจะเออื้ ตอ่ การเรยี นรขู้ องเด็ก
2.การจดั สภาพแวดลอ้ มทเหมาะสมและปลอดภยั สาหรบั เดก็ สภาพแวดล้
อมมีผลตอ่ การพฒนาไอควิ ของเด็ก ดงั นน้ั สภาพแวดลอ้ มของเด็กตอ้ ง
เหมาะสมและปลอดภยั สาหรบั เด็ก โดยจดั สภาพแวดลอ้ มดงั นี้
1. ยา/เวชภณั ฑ์สารเคมตี า่ ง ๆ ควรเก็บไวใ้ นที่มดิ ชิด
และเด็กเอื้อมไมถ่ งึ
2. ถา้ บรเิ วณนน้ั มปี ลก๊ั ไฟใหห้ าอะไรมาปิ ดรูปลก๊ั ไฟ
เพอื่ กนั ไมใ่ หเ้ ด็กเอามอื ไปแหยถ่ กู
เด็กอยูใ่ นวยั ทีเ่ รม่ิ คลานยง่ิ ตอ้ งระวงั ใหม้ ากขน้ึ
3. ภาชนะและสงิ่ ของทมี่ คี ม เชน่ กรรไกร เข็ม ดา้ ย มดี
หรือขอบโตะ๊ ขอบเตยี ง ซงึ่ บางครง้ั เราคดิ ไมถ่ งึ
จงึ จาเป็ นตอ้ งมีภาชนะหอ่ หมุ้
เมอื่ เด็กคลานไปโดนจะไดไ้ มเ่ กดิ อนั ตรายได้
3. ระเบยี งบา้ นทเี่ ป็ นลกู กรง มีช่องวา่ งระหวา่ งกนั
เรามวี ธิ กี ารจดั การใหเ้ หมาะสมและปลอดภยั สาหรบั เด็กอยา่ งไร
เรามวี ธิ จี ดั การใหเ้ หมาสมและปลอดภยั สาหรบั เดก็ โดยตดิ ตง้ั ทกี่ น้ั แบบปิ
ดทบึ และ หนาแน่น เพอื่ ป้ องกนั ไมใ่ หแ้ ขน ขาของเด็กเขา้ ไปตดิ
หรือเดก็ พลดั ตกลงไป
4. อุบตั เิ หตทุ ีเ่ กดิ ขน้ึ ในบา้ น และวธิ ชี ว่ ยเหลอื (1 ตวั อยา่ ง) อบุ ตั เิ หตุ
วธิ กี ารชว่ ยเหลอื น้ารอ้ นลวก
1.แชบ่ รเิ วณทโี่ ดนน้ารอ้ นลวกในน้าเยน็ ทสี่ ะอาดหรอื
ใช้ผา้ ชุบน้าเยน็ ปิ ดไวเ้ พอื่ ลดอาการปวดแสบปวดรอ้ น
2. ถา้ แผลไมล่ กึ หรอื ไมม่ ีตมุ่ พอง ลา้ งแผลดว้ ยน้าเกลือ
หรอื น้าตม้ สุกทเี่ ย็นแลว้ ซบั ใหแ้ หง้
3. ทาแผลดว้ ยวนุ้ วา่ นหางจระเขท้ ไี่ มม่ ยี างตดิ
4. ทาขผ้ี งึ้ แกน้ า้ รอ้ นลวก
5. ถา้ มีอาการพองเป็ นบรเิ วณกวา้ ง ตอ้ งพาไปพบ แพทย์
กจิ กรรมที4่ สาธติ วธิ ีปฐมพยาบาลเมอื่ เพอื่ นโดนตวั ตอตอ่ ยใชห้ ลอดกาแ
ฟเล็กๆหรอื ปลายดา้ มปากกาลูกลนื่ ทถี่ อดไสอ้ อกแลว้ ครอบจดุ ทถี่ กู กดั กด
ลงไปทจี่ ุดทเี่ พอื่ นโดนตวั ตอ่ ตอ่ ยเพอื่ ใหเ้ หล็กในโผล่
แลว้ ดงึ เอาเหล็กในออก
จากนน้ั น้าแอมโมเนียหรอื ครมี ทาแผลทาบรเิ วณทนี่ ้าเหล็กในออก
ถา้ เพอื่ นมีอาการปวดหรอื เห็นวา่ มอี าการบวมก็ใชน้ ้าแข็งประคบ
บรเิ วณทปี่ วดหรอื บวมนน้ั แตถ่ า้ มอี าการอนื่ ๆ
นอกเหนือจากน้ีใหร้ ีบนาพาไปพบแพทย์
บทที่ 4 ผดู้ แู ลเด็กกอ่ นวยั เรียน
กจิ กรรมที่ 5 ใหอ้ ธบิ ายในหวขั ้้อตอ่ ไปน้ี
1. คุณสมบตั ของผูด้ ูแลเด็กกอ่ นวยั เรียน (อยา่ งน้อย 4 ขอ้ )
คณุ สมบตั ขิ องผดู้ ูแลเด็กกอ่ นวยั เรียน มดี งั น้ี
1. รจู้ กั วธิ ปี ฏบิ ตั ติ อ่ เดก็ เสมอื นเดก็ เป็ นบุคคลทมี่ คี ณุ คา่
2.
รจู้ กั วธิ กี ารดูแลเด็กอยา่ งถกู วธิ ที ง้ั การดูแลกจิ วตั รท่วั ไปและเตรยี มอาหา
รที่ มีประโยชน์
3.
รจู้ กั แยกแยะระหวา่ ง“ธรรมชาตขิ องเด็ก”กบั “ปญั หาพฤตกิ รรม”หาสาเห
ตุของปญั หาและแนวทางปรบั ปรุงพฤตกิ รรม
ดว้ ยวธิ กี ารทเี่ หมาะสมกบั เด็ก
4. สามารถจดั กจิ กรรมเพอื่ สง่ เสรมิ พฒั นาการในทกุ ๆ
ดา้ นใหเ้ หมาะสมกบั วยั
2. หน้าทของผ ้ี้่ ู้้้ดแู ลเด็กกอ่ นวยั เรยี น
บทบาทหน้าทขี่ องผดู้ ูแลเดก็ กอ่ นวยั เรยี น มดี งั น้ี
1. ดแู ลเด็กและปฏบิ ตั ติ ามกจิ วตั รประจาวนั ของเด็ก
เพอื่ ใหเ้ ด็กเจรญิ เตบิ โต มพี ฒั นาการทกุ ดา้ นตามวยั
และมีการเรยี นรทู้ เี่ หมาะสม
2. สง่ เสรมิ พฒั นาการเด็ก ใหเ้ ด็กไดพ้ ฒั นาดา้ นจติ ใจ
อารมณ์สงั คม และ จรยิ ธรรมไปพรอ้ มกนั
ใหโ้ อกาสเด็กเรยี นรจู้ ากสง่ิ ของและผคู้ นทอี่ ยรู่ อบขา้ งโดยประสาทสมั ผสั
ทง้ั หา้ การเคลอื่ นไหว
การเลน่ และการลงมือกระทารวมทง้ั ปฏสิ มั พนั ธก์ บั เดก็ ดว้ ยคาพูดและกริ ิ
ยาทา่ ทางทนี่ ุ่มนวลออ่ นโยน แสดงความรกั ความอบอนุ่
3. สงั เกต เฝ้ าระวงั ปญั หาสขุ ภาพ
พฒั นาการและการเรยี นรขู้ องเดก็ จดบนั ทกึ
พฤตกิ รรมเพอื่ จะไดเ้ หน็ ความเปลยี่ นแปลงทง้ั ปกตแิ ละผดิ ปกตทิ เี่ กดิ ขน้ึ
กบั เด็ก คน้ หาสาเหตุ เพอื่ ช่วยเหลอื และแกไ้ ขไดท้ นั ที
4.มีการปรบั เปลยี่ นพฤตกิ รรมทไี่ มพ่ งึ ประสงคข์ องเดก็ ทอี่ าจนาไป
สปู่ ญั หาทาง พฤตกิ รรมของเดก็ ในอนาคต
5. จดั สภาพแวดลอ้ มทง้ั ภายในและภายนอกอาคาร
ใหส้ ะอาดถกู สุขลกั ษณะ ปลอดภยั
และมีบรรยากาศเหมาะสมกบั พฒั นาการของเด็ก
6. เป็ นคนกลางในการสรา้ งความสมั พนั ธท์ ดี่ ีระหวา่ งเด็ก พอ่
แมผ่ ปู้ กครอง สมาชกิ ในครอบครวั และบคุ คลตา่ ง ๆ ในชุมชน
เพอื่ ทราบถงึ พฤตกิ รรม พฒั นาการ การเปลยี่ นแปลงของ
เด็กไดอ้ ยา่ งรวดเร็วและตอ่ เนือ่ ง
3. ขอ้ ควรปฏบตั ริ ะหวา่ งดแู ลเด็ก (อยา่ งน้อย 5 ขอ้ )
ขอ้ ควรปฏบิ ตั ริ ะหวา่ งดแู ลเด็ก มดี งั นี้
1. จดั หาของเลน่ ทเี่ ป็ นลอ้ เลอื่ นสาหรบั ลาก ผลกั ดนั และจกั รยาน
3 ลอ้ สาหรบั ถบี ใหเ้ ด็กบรหิ ารกลา้ มเน้ือเลก็ และกลา้ มเนื้อใหญ่
2. จดั หาไมบ้ ลอ๊ ก ลกู ปดั ขนาดใหญ่ เชือก
ใหเ้ ดก็ เลน่ ไดฝ้ ึ กกลา้ มเน้ือมอื และ
การประสานสมั พนั ธร์ ะหวา่ งมือกบั ตาดว้ ยการตอ่ ไมบ้ ล็อก
การรอ้ ยเชือกกบั ลกู ปดั
3. ใหแ้ รงเสรมิ โดยการชมเชยเด็ก
เมอื่ เด็กสามารถทาสง่ิ ใดไดเ้ ช่น รบั ประทาน อาหารเอง
แตง่ กายดว้ ยตนเอง ชว่ ยงานเล็ก ๆ น้อย
4. เลา่ นิทานและอา่ นหนงั สอื ใหเ้ ด็กฟงั กอ่ นนอนหรือตอนกลางคนื
หรือหลงั ตนื่ นอน ตอนกลางวนั
5. เปิ ดวทิ ยุ เทป หรอื โทรทศั น์รายการเพลงสาหรบั เด็ก
เพลงกลอ่ มเดก็ หรอื รายการอนื่ ทมี่ เี พลงประกอบ
โดยมผี ใู้ หญอ่ ยดู่ ว้ ยอยา่ งใกลช้ ดิ
4.สาระสาคญั ของสทิ ธพิ นื้ ฐานในอนุสญั ญาวา่ ดว้ ยสทิ ธเิ ด็กสาระสาคญั ข
องสทิ ธขิ น้ั พนื้ ฐานในอนุสญั ญาวา่ ดว้ ยสทิ ธเิ ด็ก ซงึ่ เน้นหลกั พ้ืนฐาน 4
ประการ และแนวทางในการตคี วามอนุสญั ญาทง้ั ฉบบั
1.การหา้ มเลือกปฏบิ ตั ติ อ่ เด็กและการใหค้ วามสาคญั แกเ่ ด็กทกุ คน
เทา่ เทยี มกนั โดยไมค่ านึงถงึ ความแตกตา่ งของเด็กในเรอื่ งเชื้อชาตสิ ผี วิ
เพศ ภาษา ศาสนา ความคดิ เหน็ ทางการเมอื ง ชาติ พนั ธุ์ หรือสงั คม
ทรพั ยส์ นิ ความทุพพลภาพ การเกดิ หรอื สถานะอนื่ ๆ ของเดก็
หรือบดิ ามารดา หรือ ผปู้ กครองทางกฎหมาย
ทง้ั น้ีเพอื่ ใหเ้ ด็กมโี อกาสทเี่ ทา่ เทยี มกนั
2.การกระทาหรือการดาเนินการทง้ั หลายตอ้ งคานึงถงึ ประโยชน์สู
งสดุ ของเดก็ เป็ น อนั ดบั แรก
3. สทิ ธใิ นการมชี ีวติ การอยรู่ อด
และการพฒั นาทางดา้ นจติ ใจอารมณ์สงั คม
4. สทิ ธใิ นการแสดงความคดิ เห็นของเด็ก
และการใหค้ วามสาคญั กบั ความคดิ เหลา่ นน้ั
กจิ กรรมทา้ ยเลม่
1. ใหผ้ เู้ รยี นทากจิ กรรมทา้ ยบทตง้ั แต่ บทที่1 – บทที่ 4 ใหค้ รบถว้ น
โดยสามารถตรวจคาตอบไดจ้ ากแนวคาตอบทา้ ยเลม่ (20 คะแนน)
2.ใหผ้ เู้ รียนจดั ทาบนั ทกึ การเรยี นรโู้ ดยสรปุ ยอ่ เน้ือหาหรอื วเิ คราะหเ์ นื้อ
หาจากการศกึ ษาหนงั สือแบบเรยี นรายวชิ านี้ตง้ั แตบ่ ทที่ 1 – บทที่ 4
โดยจดั ทาเป็ นรูปแบบเอกสารความรตู้ าม
หวั ขอ้ ทกี่ าหนดในคาแนะนาการใชห้ นงั สอื แบบเรยี น
ทอี่ ยสู่ ว่ นหน้าตอ่ จากสารบญั โดยใหม้ คี วามสมบรู ณ์
ครบถว้ นทกุ เน้ือหาและใหร้ ะบถุ งึ ประโยชน์ทเี่ กดิ กบั ตวั ผเู้ รยี นในการนา
ความรมู้ าพฒั นาตนเองนาไป ประยกุ ต์ใชใ้ นรายวชิ าอนื่ ๆ
หรอื ในชีวติ ประจาวนั (20 คะแนน)
3. ใหผ้ เู้ รยี นเลือกทารายงานหรอื โครงงาน
โดยกาหนดหวั ขอ้ ทสี่ นใจตามเน้ือหาทไี่ ด้ ศกึ ษามาแลว้ ตง้ั แต่ บทที่ 1 –
บทที่ 4 โดยจดั ทาเป็ นรายงานหรือโครงงานซง่ึ มีรูปแบบเอกสารรายงาน
หรือโครงงาน ตามหวั ขอ้ ทกี่ าหนดในคาแนะนาการใชห้ นงั สือแบบเรยี น
ซง่ึ
ทีอ่ ยูส่ ว่ นหน้าตอ่ จากสารบญั
สามารถศกึ ษาหาความรเู้ พมิ่ เตมิ จากสอื่ ตา่ ง ๆ ทสี่ ามารถคน้ ควา้ ไดเ้ ชน่
เอกสาร รายการวทิ ยุรายการ โทรทศั น์อนิ เทอร์เน็ต
สอบถามจากผทู้ มี่ คี วามรหู้ รอื มคี วามชานาญการในเรอื่ งนน้ั ๆ
แลว้ นามาสรปุ เป็ น
องคค์ วามรูท้ ีเ่ กดิ ขน้ึ จากการศกึ ษาคน้ ควา้ ตลอดจนบอกประโยชน์ทไี่ ดร้ ั
บจากการศกึ ษาในเรอื่ งนน้ั ๆ ดว้ ย (20 คะแนน)