วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ม.1 ว 2.1 ม.1/7 และ ม.1/8
การพัฒนาแบบจาลองอะตอม
ดิโมครติ ุส (Democritus) เป็นนักปราชญ์คนแรกท่ีพูดถึง “อะตอม” มีข้อสงสัยว่า
เมื่อนาวัตถุหน่ึงมาตัดให้ชิ้นเล็กลงเร่ือยๆ ตัดจนเล็กมาก
จนไม่สามารถตัดได้อีก
แปลว่า ตดั อกี ไม่ได้
เขาได้นิยามวา่ มนั คอื Atomos
ซง่ึ ตอ่ มาเรารจู้ กั กันในชอ่ื วา่ "อะตอม (atom)"
2
การพฒั นาแบบจาลองอะตอม
จอห์น ดอลตนั (John dalten) เปน็ นกั วทิ ยาศาสตรเ์ คมคี นแรกท่นี าเสนอทฤษฎี
เกี่ยวกับอะตอม
❑ สสารทกุ ชนดิ ประกอบขน้ึ จากอนุภาคท่ีเลก็ มาก
เรียกว่า อะตอม
❑ อะตอมเป็นทรงกลมตัน
❑ อะตอมของธาตุชนดิ เดียวกนั สมบตั ิเหมือนกัน
❑ อะตอมของธาตุตา่ งชนิดกัน สมบัตจิ ะแตกตา่ ง
3
การพัฒนาแบบจาลองอะตอม
ทอมสัน (Thomsen) เป็นนกั วทิ ยาศาสตร์ ค้นพบอเิ ล็กตรอน (e-)
❑ ภายในอะตอมมอี นภุ าคอยู่ โดยใชห้ ลอดรังสีแคโทด
❑ อะตอมเปน็ ทรงกลม ภายในมีประจุ + - กระจายอยู่
❑ ออยแกน โกลดส์ ไตน์ ค้นพบประจุ + เรียกว่า โปรตอน (p+)
4
การพฒั นาแบบจาลองอะตอม
รทั เทอร์ฟอรด์ (Rutherford) เปน็ นักวทิ ยาศาสตร์ คน้ พบนวิ เคลียสในอะตอม
❑ ยิงอนภุ าคแอลฟา : ซ่ึงมีประจบุ วก ผ่านแผน่ ทองคาบาง
❑ อะตอมเป็นทรงกลม ภายในมปี ระจุ + รวมกันอยูต่ รงกลาง
อะตอม เรียกวา่ "นวิ เคลียส" และมีประจุ - วิ่งอย่รู อบนวิ เคลียส
❑ เซอรเ์ จมส์ แชดวกิ ค้นพบนิวตรอน (n)
5
การพฒั นาแบบจาลองอะตอม
นลี ล์โบร์ (Neil Bohr) เปน็ นกั วิทยาศาสตร์ คน้ พบระดบั พลงั งานในอะตอม
❑ ศกึ ษาจากเสน้ สเปกตรมั ของแกส๊ ไฮโดรเจน
❑ พบ ⅇ− รอบนวิ เคลยี สอยเู่ ป็นขนึ้ ๆ เรยี กว่า
"ระดบั พลงั งาน"
❑ ⅇ− ทอี่ ยใู่ กลน้ ิวเคลยี สทส่ี ดุ จะเรียกว่า ระดบั
พลงั งานต่าสุด
6
การพัฒนาแบบจาลองอะตอม
แบบจาลองอะตอมแบบกลมุ่ หมอก (clound model)
นักวทิ ยาศาสตร์ซ่ือ "ชเรอดิงเงอร์“ เป็นคนเสนอแบบจาลองอะตอมนี้
❑ พบว่า ⅇ− รอบนวิ คลียสสามารถวิ่งไดห้ ลายรปู แบบ
❑ บรเิ วณที่ ⅇ− อยู่ เรียกว่า ออบิทลั (orbital)
❑ บรเิ วณใกล้นิวเคลยี สมโี อกาสพบ ⅇ− มากกวา่
บริเวณทอ่ี ยู่ห่างจากนวิ เคลยี ส
7
8
อนภุ าคมลู ฐานของอะตอม