The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by janelovelypkw98, 2021-08-31 08:33:16

ไอเอสสรุป

ไอเอสสรุป

การศกึ ษาคน้ ควา้
และ

สรา้ งองคค์ วามรู้

Reseacher and Knowledge
Formation

สว่ นเน้อื เรอ่ื ง
บทท่ี 1 – บทท่ี 5

ทฤษฎีที่เก่ียวของกบั การจดั สรา้ งโครงงาน ผลการดาเนิ นการโครงงาน

บทน้ ีเป็ นการนาเสนอ ผลทไ่ี ดจ้ ากการดาเนินงาน
แนวคิด ทฤษฎีและ - ค่าผการทดสอบต่าง ๆ
งานวจิ ยั ท่ีเก่ียวขอ้ ง
- การปรบั ปรงุ

บทที่1 บทท่ี2 บทที่ 3 บทท่ี 4 บทท่ี 5

1.1 ความเป็นมา 1.2 วตั ถุประสงค์ 1. การออกแบบ - สรปุ ผลการทดลอง
1.3 ขอบเขต 1.4 สมมติฐาน 2. การดาเนินงาน - วตั ถปุ ระสงค์
1.5 ประโยชน์ 1.6 นิยามศพั ท์ 3. การสรปุ ผล . - วธิ ดี าเนินการ โดยยอ่ วา่
ทาอะไร อยา่ งไร
บทนา วิธีดาเนิ นโครงการ
สร5ปุ .2แลอะภอปิ ภริปารยาผยลผล

การศึกษาค้นควา้ หมายถงึ วธิ หี รือ
ก ร ะ บ ว น ก า ร ท่ี ผู้ เ รี ย น ใ ช้ ใ น
การศึ กษาหาความรู้ด้วยตนเอง
ตามความสนใจ ความต้องการใน
ก า ร ค้ น ห า ข้ อ มู ล ส า ร ส น เ ท ศ
ซ่ึ ง ส า ม า ร ถ ป ฏิ บั ติ ไ ด้ อ ย่ า ง มี
ประสิ ทธิภาพ เป็นข้ันตอนอย่าง
ถูกต้อง

ก า ร ก า ห น ด วั ตุ ป ร ะ ส ง ค์ ป ล า ย ท า ง
ที่ต้องการจากการทาโครงงาน ในการ
เขียนวัตถุประสงค์ ต้องเขียนให้ชัดเจน
อา่ นเขา้ ใจง่าย สอดคลอ้ งกบั ชือ่ โครงงาน
หากมีวัตุประสงค์หลายประเด็นให้ระบุ
เ ป็ น ข้ อ ๆ ก า ร เ ขี ย น วั ต ถุ ป ร ะ ส ง ค์
มีความสาคัญต่อแนวทางการศึ กษา
ตลอดจนความรู้ที่ค้นพบหรือส่ิงประดิษฐ์
ท่ีค้นพบนั้นจะมีความสมบูรณ์ครบถ้วน
คือ ต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์
ทุก ๆ ข้อ

1. เพ่ือให้ตนเองเป็นผู้มีความรู้ท่ี
กวา้ งขวาง ทันสมยั ทันต่อเหตุการณ์
ตลอดเวลา
2. เพ่ือให้เกิดการพัฒนาทักษะทาง
ภาษาในการอ่าน การเขียน การพูด
การฟั ง
3. ส่งเสริมให้รู้จักการคิด วิเคราะห์
สังเคราะหข์ อ้ มูลได้อย่างมีเหตุผล

สมมติฐานในการศึกษาคน้ คว้า
ไม่จาเป็นต้องมีในการศึกษาค้นคว้า
ทกุ เรือ่ งเสมอไป

การศึกษาค้นคว้าลักษณะสารวจ
เพื่อหาข้อมูลพ้ืนฐานท่ัวไปมักจะไม่มี
สม มุติฐา นต้ังไว้ก่ อนแต่ เ ป็นก า ร
ส า ร ว จเ พ่ื อ ตั้ ง เ ป็นส ม มุ ติฐ า น ข้ึ น
ภายหลัง การต้ังสมมุติฐานการศึกษา
คน้ ควา้ จะต้องมีเหตมุ ผี ลที่เปน็ ไปได้
โดย ส่ วน ให ญ่มัก จะ เขีย นส มมุติ ฐา น
ห ลั ง จ า ก ที่ ไ ด้ ศึ ก ษ า เ อ ก ส า ร แ ล ะ
งานวิจยั ทีเ่ กย่ี วขอ้ งแล้ว

กล่มุ ของสิ่งตา่ งๆทั้งหมดทีผ่ ู้วจิ ัย
สนใจ อาจจะเปน็ สิ่งมีชีวิตหรือไม่มี
ชวี ิตก็ได้ ประชากรในทางสถิติอาจจะ
หมายถงึ บคุ คล กลมุ่ บคุ คล องค์กร
ต่างๆ สัตว์ ส่ิงของ

ส่วนหน่งึ ของประชากรทผี่ ู้วิจยั
สนใจ ทถี่ กู เลอื กมาจากประชากรดว้ ย
วธิ กี ารใดวธิ ีการหน่ึงเพื่อเปน็ ตัวแทน
ในการศึกษาและเกบ็ ขอ้ มูล กลมุ่
ตวั อย่างทด่ี ีคอื กลุม่ ตวั อยา่ งทมี่ ี
ลักษณะตา่ งๆทส่ี าคญั ครบถว้ น
เหมอื นกับกลุม่ ประชากร เปน็ ตัวแทนที่
ดีของกลมุ่ ประชากรได้



01 02

- การใช้แบบสอบถาม แ บ บ ส อ บ ถ า ม เ ป็ น เ ค รื่ อ ง มื อ ก า ร ศึ ก ษ า
- แบบสัมภาษณ์ และ คน้ ควา้ ท่นี ยิ มนามาใชร้ วบรวมข้อมูล
แบบสังเกต เชิงปริมาณ เชน่

- การศึกษาคน้ คว้าเชิงสารวจ
- การศึกษาค้นคว้าเชงิ อธบิ าย เปน็ ต้น

แ บ บ ส อ บ ถ า ม มี ท้ั ง แ บ บ ส อ บ ถ า ม
ป ล า ย ปิ ด แ ล ะ แ บ บ ส อ บ ถ า ม
ปลายเปิด

1. ศึกษาค้นควา้ ข้อมลู ทเี่ ก่ียวขอ้ งกบั เรอ่ื งท่ี
จะศึกษาค้นคว้าและประชากรกลมุ่ ตัวอยา่ ง
ท่ีศึกษา แล้วยกรา่ งแบบสอบถาม
2. นาไปให้ผูม้ ีความรู้ช่วยตรวจสอบ และ
ให้ขอ้ เสนอแนะ
3. ปรับปรุงแก้ไขตามขอ้ เสนอแนะ
4. นาไปทดลองใชก้ อ่ นเพ่ือความเช่อื ม่ันวา่
กล่มุ ตวั อย่าง (กล่มุ เลก็ ๆไม่ตอ้ งทกุ คน )
เข้าใจคาถามและวิธกี ารตอบคาถาม
แล้วนาผลการทดลอง มาปรบั ปรุงแกไ้ ขอกี
ครง้ั ก่อนนาไปใช้จรงิ
5. นาไปเก็บรวบรวมข้อมูลกบั กลมุ่ ตวั อย่าง
ทง้ั หมด

กระบวนการแปลงค่าขอ้ มลู ดบิ ข้อมูลเชิงปรมิ าณ ได้แก่ ข้อมลู ท่ีมกั
(raw data) ให้อยู่ในรูปของผลลัพธ์ ปรากฏในรปู ของตวั เลขท่ีบอกจาานวน ซึ่ง
และนาาผลลัพธ์ดัง กล่าวมาตีความ ได้แกข่ อ้ มูลตอ่ เน่อื งระดับอันตรภาพ และ
เพื่อหาข้อสรุปหรือคาตอบตามความ ระดบั อัตราส่วน
เป็นจริงและสอดคล้องกับโจทย์วิจัย
ท่ตี ัง้ไว้ ขอ้ มลู เชิงคณุ ภาพ ไดแ้ ก่ ข้อมลู ที่มกั
ปรากฏในรูปตัวอักษร สัญญลกั ษณ์ คาา
พูด คาบรรยาย สถานการณ์ เหตกุ ารณ์
ความรูส้ ึก คณุ สมบตั ิ คุณลักษณะของตวั
แปร ซ่ึงไดแ้ กข่ อ้ มูล ประเภทกลมุ่
(descrete) ท่ีมาจากการวดั ในระดับนาม
บญั ญัติ และระดับเรียงลาดับ

1. ตัวแปรตน้ หรอื ตัวแปรอิสระ
(Independent Variable) คอื ตัว
แปรทเี่ กดิ ข้ึนก่อนหรอื เปน็ ตัวแปรท่เี ปน็
เหตุ ทาให้เกิดผลตามมา
2. ตวั แปรตาม (Dependent
Variable) คอื ตวั แปรทเ่ี กดิ ข้ึน
เน่ืองจากตวั แปรต้น หรือเปน็ ตวั แปร
ผล อนั เกิดจากเหตุ

3. ตัวแปรควบคมุ (Control
Variable) เปน็ ตวั แปร คือ ตัวแปรท่เี ราตอ้ ง
จัดให้เหมือนกันท้งั หมดในชดุ ทดลอง
4. ตัวแปรแทรกซ้อนหรือเรียกว่าตัวแปร
เกิน (Extraneous Variable) เปน็ ตัวแปรที่
ไม่ต้องการศึ กษาของงานวิจัย เร่ืองหน่ึง ๆ
ในขณะนั้น มีลักษณะเหมือนตัวแปร อิสระ
ตัว แปรแทรกซ้อนนี้จะส่ ง ผลมา รบกว นตั ว แปร
อิ ส ร ะ ท่ี ศึ ก ษ า ท า ใ ห้ ผ ล ก า ร วั ด ค่ า ตั ว แ ป ร
คลาดเคลื่อนไปได้ ตัวแปรชนิดน้ีจึงต้องทาการ
ควบคุมให้เกิดข้ึนน้อยที่สุด ตัวแปรชนิดนี้ผู้วิจัย
คาดการณ์ได้ว่าจะมีอะไรบ้าง จึงสามารถทาการ
ควบคุมได้ลว่ งหนา้

ตัวอย่างเช่น ในการทดลองการอบรมที่กล่าว
มาแล้ว เพ่ือจะศึกษาว่า ผู้นาจะมีผลสัมฤทธิ์
ทางการอบรมแตกต่างกันหรือไม่ สิ่งที่เป็นตัว
แปรแทรกซ้อนจะได้แก่ วิทยากร ถ้าใช้วิทยากร
ค น ละ ค นอ า จจ ะมี ผ ลท า ใ ห้ ผ ลสั มฤ ท ธ์ิท า ง ก า ร
อบรมของผู้นาต่างกันได้ ดังนั้นจึงต้องควบคุม
โดยใชว้ ิทยากรคนเดียวกัน นอกจากน้นั

พื้นฐานของผู้เข้าอบรม ทัศนคติและ
ความสนใจของผู้เข้าอบรมท่ีมีต่อวิธีการอบรม
กระบว นการวิ ชาที่ใ ช้ อบรม เพศขอ งผู้เข้ า
อบรม เปน็ ตน้

สิ่งเหล่าน้ีเป็นตัวแปรแทรกซ้อน ผู้วิจัยต้อง
ทาการควบคุมตัวแปรเหล่าน้ีให้เกิดมีข้ึนน้อย
ท่ีสุ ด เพ่ื อให้ตัวแปรตามที่วัด เกิดจากการ
ก ร ะ ท า ข อ ง ตั ว แ ป ร อิ ส ร ะ แ ต่ เ พี ย ง อ ย่ า ง เ ดี ย ว
ผลการวิจยั จึงจะถูกต้องมากทีส่ ุด

ตวั แปรอสิ ระ ประกอบดว้ ย
1) เพศ มี 1 เพศ คือ เพศชาย เพศหญงิ
2) ตาแหนง่ มี 3 ตาแหนง่ คือ นายก

อบต. ประธานสภา อบต. ส.อบต.

ตัวแปรตาม ประกอบดว้ ย
1) พฤตกิ รรมดา้ นการเสียสละ
2) พฤติกรรมดา้ นการมีวนิ ัย
3) พฤติกรรมดา้ นความขยนั หมั่นเพียร
4) พฤตกิ รรมด้านความซ่อื สัตย์
5) พฤติกรรมดา้ นความมนี ้าใจนักกีฬา

ตวั แปรต้น คอื วิธกี ารอบรม ซ่งึ มี 1 วธิ ี คือ
1) วิธอี บรมแบบกระบวนการกลุ่มสัมพันธ์
2) วธิ อี บรมแบบบรรยาย
ตัวแปรตาม คือ
1) ผลสัมฤทธทิ์ างการอบรมผนู้ า
2) ความมวี ินัยแหง่ ตน



วจิ ยั เชงิ ปฏบิ ตั กิ าร (action research) การวจิ ยั พนื้ ฐานหรอื การวจิ ยั บรสิ ุทธิ์
(basic or pure research
การวิจยั แบบนี้มีวตั ถปุ ระสงคเ์ พ่ือพัฒนา
ทกั ษะใหม่ๆ หรือวธิ กี ารใหม่ ๆ และนามาใช้ การวิจัยแบบนเี้ ป็นการทาวิจัยเพ่ือขยายขอบเขต
แก้ปัญหาทเี่ กดิ ข้ึนในการทางานโดยตรง ของความรู้ให้กวา้ งขวางออกไป เป็นการสรา้ ง
เปน็ การศึกษาวิจัยเก่ยี วกบั ปัญหาตา่ งๆ ทฤษฎีและแนวความคิดใหมๆ่ เสริมสร้าง
ในการทางาน วิชาการใหส้ มบูรณ์ย่ิงข้นึ

การวิจยั ประยกุ ต์ (applied research)

การวจิ ยั แบบนี้มงุ่ นาผลไปใชเ้ พ่ือปรับปรงุ
สภาพของสังคมและความเปน็ อยู่ของมนุษย์
ให้ดีข้นึ


Click to View FlipBook Version