The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เล่มคู่มือการสังเคราะห์เสียงดนตรีไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Gunameaon555, 2021-10-06 04:38:11

เล่มคู่มือการสังเคราะห์เสียงดนตรีไทย

เล่มคู่มือการสังเคราะห์เสียงดนตรีไทย

คู่มือ
การสั งเคราะห์เสี ยงดนตรีไทย
กรณีศึกษาอาจารย์กฤติเดช อารมย์อุ่น

การผลิตสื่อรายวิชา นวัตกรรมการสอนดนตรี
สาขาวิชา ดนตรีศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

มหาวิทยาลัยราชภัฎเทพสตรี

พรนิ ภา หิรัญ

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง ก
ด น ต รีไ ท ย

คำนำ

คู่มือการสังเคราะห์เสียงดนตรีไทย กรณีศึกษาอาจารย์กฤติเดช อารมย์อุ่น
เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชานวัตกรรมทางดนตรี สาขาวิชาดนตรีศึกษา
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเทพสตรี




มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างคู่มือในการสังเคราะห์เสียงดนตรีไทย
สำหรับผู้ที่สนใจ และเพื่อสร้างเสียงดนตรีไทยต้นแบบ

ด้วยกระบวนการสังเคราะห์เสียงโดยไม่สูญเสียสาระสำคัญของ
สำเนียงดนตรีเดิม




ผู้วิจัยจึงจัดทำคู่มือการสังเคราะห์เสียงดนตรีไทย
กรณีศึกษาอาจารย์กฤติเดช อารมย์อุ่น

เพื่อเป็นประโยชน์ต่อนักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ ตลอดไปจนบุคคลที่สนใจ




พ ร นิ ภ า หิ รั ญ
ผู้ จั ด ทำ

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง ข
ด น ต รีไ ท ย
หน้า
สารบัญ
1
เรื่อง 2
คุณค่าและความสำคัญของดนตรีไทย 3-4
องค์ประกอบของดนตรีไทย 5
ปัจจัยในการสร้างสรรค์ผลงานดนตรีกับเทคโนโลยี 6-12
ขั้นตอนกระบวนการการสังเคราะห์เสียงดนตรีไทย
13-20
1. ขั้นตอนการบันทึกเสียงเครื่องดนตรีไทย
2. ขั้นตอนในการปรับแต่งไฟล์เสียง 21-31
ด้วยโปรแกรม adobe audition 32-37
3. ขั้นตอนการสร้างเสียงสังเคราะห์ด้วย
โปรแกรม Kontakt 38
4. รายละเอียดส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้อง
บรรณานุกรม

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง 1
ด น ต รี ไ ท ย

คุณค่าและความสำคัญของดนตรีไทย

ดนตรีนับเป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อมนุษย์ในการปรุงแต่งชีวิต
ให้มีความสุขผ่อนคลายความโศกเศร้า

ในสังคมและวัฒนธรรมไทย ดนตรีไทยเป็นงานศิลปะที่บ่งบอกให้รู้ถึง
ความเป็นชาติ คุณค่าของดนตรีไทยพิจราณาได้จากบทเพลง
ที่นักประพันธ์เพลงประพันธ์ขึ้น

ดนตรีไทยมีความสำคัญและมีความหมายต่อบุคคล ในการพัฒนาคุณภาพ
จิตใจ เป็นสื่อกลางของกิจกรรมทางประเพณี ศาสนา ศิลปะการแสดง

และเป็นสื่อทางสังคมที่ช่วยให้เกิดการรวมกลุ่มของคนในชาติ

ดนตรีไทย เป็นภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของคนไทยที่ได้สร้างสรรค์
รูปแบบของบทเพลงเครื่องดนตรี วิธีบรรเลงวิธีขับร้อง
และการนำมาใช้ในโอกาสต่างๆ อย่างเหมาะสม

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง 2
ด น ต รี ไ ท ย

องค์ประกอบของดนตรีไทย

ดนตรีที่มีความไพเราะน่าฟังจะประกอบไปด้วยส่วนต่างๆ ดังนี้




1. เสียงดนตรี
เป็นเสียงที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นมา โดยทั่วไปแล้วเสียงดนตรีเกิดจากเสียง

ของเครื่องดนตรี และเสียงร้องเพลงของมนุษย์

2. ทำนอง
หมายถึง เสียงต่ำ เสียงสูง เสียงสั้น เสียงยาว เสียงทุ้ม เสียงแหลม

ของดนตรีหรือบทเพลง

3. จังหวะ
หมายถึง การเคลื่อนไหวที่สม่ำเสมอ จังหวะจะเป็นตัวกำกับเพื่อให้การ

ร้องเพลง หรือการเล่นดนตรีออกมาในลักษณะที่พร้อมเพรียงกัน

4. การประสานเสียง
เสียงของเครื่องดนตรีและเสียงร้องเพลงของมนุษย์ที่มีระดับเสียงต่าง

กันเปล่งเสียงออกมาพร้อมกัน เช่น การร้องเพลงพร้อมกับการเล่นกีตาร์
คอร์ดประสานเสียงร้อง เป็นต้น

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง 3
ด น ต รี ไ ท ย

ปัจจัยในการสร้างสรรค์ผลงาน
ดนตรีกับเทคโนโลยี

เทคโนโลยีมีส่วนนำมาสร้างสรรค์ดนตรีให้เกิดความแปลกใหม่ได้ เช่น
การนำเสียงมาผสมผสานสร้างสรรค์การแสดงดนตรีให้น่าสนใจ การใช้
เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มาช่วยในการแต่งเพลง การนำเครื่องวอครชแผ่น
มาสร้างระบบเสียงให้มีความทันสมัยแปลกใหม่เพื่อให้ดนตรีมีความไพเราะ
น่าสนใจมากยิ่งขึ้น

พัฒนาการของดนตรีในไทยได้รับอิทธิพลจากสื่อสารมวลชนในหลาย
รูปแบบ การบันทึกดนตรีเพื่ออนุรักษ์ไว้ในรูปแบบของวัฒนธรรมลาย
ลักษณ์ หรือการใช้สื่อวิทยุ โทรทัศน์ และสื่ออิเล็คทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มช่อง
ทางการสื่อสารดนตรีเดิมที่ผู้เล่นจะสื่อสารกับผู้ฟังโดยตรง เป็นดนตรีที่ผู้
เล่นสื่อสารกับผู้ฟังผ่านระบบสื่อสารมวลชน ซึ่งวัฒนธรรมดนตรีผ่าน
สื่อสารมวลชนนี้ได้ทำให้ดนตรีไม่ใช่เป็นเพียงดนตรีของผู้เล่นอีกต่อไป
แต่ดนตรีกลายเป็นวัฒนธรรมของมวลชนที่เป็นสาธารณะ และสร้าง
ปรากฎตการดนตรีที่เรียกว่าดนตรีของมวลชนในรูปแบบต่างกันออกไป

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง 4
ด น ต รี ไ ท ย

ปัจจัยในการสร้างสรรค์ผลงาน
ดนตรีกับเทคโนโลยี

เทคโนโลยีก่อให้เกิดระบบทางวัฒนธรรมดนตรีที่สำคัญอีก ได้แก่
อุตสาหกรรมดนตรีเพื่อดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับดนตรีจะบันทึกดนตรีเก็บไว้
ในสื่อประเภทต่างๆ เช่น สิ่งพิมพ์ แผ่นเสียง ซีดี วีซีดี และสื่อดนตรีเหล่านี้
ก็จะถูกนำไปใช้ประโยชน์ในด้านการอนุรักษ์ เผยแพร่ บันเทิง หรือธุรกิจ
ดนตรีด้านอื่นๆ เช่น การถ่ายทอดสด การบันทึกการแสดงดนตรีเพื่อเผย
แพร่ในรายการบันเทิงทางโทรทัศน์ การบันทึก และใช้แผ่นเสียงดนตรีใน
รายการเพลงทางวิทยุ หรือแม้แต่การสร้างบันทึกทำนองเพลงต่างๆลงสื่อ
ดิจิตอลที่เรียกว่า ริงโทน เพื่อประโยชน์ในทางธุรกิจ โทรศัพท์ และ
อินเตอร์เน็ตที่กำลังได้รับความนิยมในสังคมไทยปัจจุบัน

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง 5
ด น ต รี ไ ท ย

ขั้นตอนกระบวนการ
การสังเคราะห์เสียงดนตรีไทย

ก ร ณี ศึ ก ษ า อ า จ า ร ย์ ก ฤ ติ เ ด ช อ า ร ม ย์ อุ่ น

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง 6
ด น ต รี ไ ท ย

1.ขั้นตอนการบันทึกเสียงเครื่องดนตรีไทย

1.1 วางแผนการทำงานและนัดหมายนักดนตรี
1.2 ติดตั้งอุปกรณ์บันทึกเสียง โดยเชื่อมต่อไมโครโฟน
ชนิดคอนเดนเซอร์ เข้ากับออดิโออินเตอร์เฟสที่ช่องสัญญาณ IN 1 หรือ 2
ชื่อมต่อสาย USB จากออดิโออินเตอร์เฟสไปยังคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค
เช็คอุปกรณ์ทุกอย่างให้พร้อมใช้งาน

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง 7
ด น ต รี ไ ท ย

1.ขั้นตอนการบันทึกเสียงเครื่องดนตรีไทย

1.3 เปิดโปรแกรมใช้ Cubaseตั้งค่า project ในการบันทึกเสียง
ตั้งค่า sample rate ที่ 48,000 Hzและค่า bit depth ที่ 24 bit
หรือสูงสุดที่ออดิฌออินเตอร์เฟสจะทำได้ จะทำให้สามารถเก็บความละเอียด
ของเสียงไว้ให้มากที่สุด เพื่อเวลาบีบอัดไฟล์ให้เล็กลงจะคงความละเอียด
ของเสียงไว้ดีที่สุด

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง 8
ด น ต รี ไ ท ย

1.ขั้นตอนการบันทึกเสียงเครื่องดนตรีไทย

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง 9
ด น ต รี ไ ท ย

1.ขั้นตอนการบันทึกเสียงเครื่องดนตรีไทย

1.4 นำไมโครโฟนไปตั้งหาตำแหน่งของเสียงเครื่องดนตรีที่ดีที่สุดของ
เครื่องดนตรีชิ้นนั้นๆ กรณีนี้ต้องขยับหาตำแต่งระยะห่างของไมโครโฟนกับ
เครื่องดนตรีจนกว่าจะได้เสียงที่ดีที่สุด เมื่อได้ระยะห่างที่เหมาะสมแล้ว
ให้นำตลับเมตรหรือไม้บรรทัดมาวัดระยะห่าง เพื่อที่จะเป็นข้อมูลเวลาบันทึก
เสียงเครื่องดนตรีในแต่ละโน้ตเสียง กรณีนี้ขอยกตัวอย่าง ระนาดเอก
ในการบันทึกจะบันทึกทีละโน้ตเสียงเริ่มจากเสียงต่ำสุดไปหาเสียงสูงสุด
โดยในแต่ละโน้ตเสียง จะให้นักดนตรีตีระดับเสียงความดังเริ่มจากเบา
เบาปานกลาง ดังปานกลาง ดัง ดังมาก 5 ระดับเสียง หรือในทางทฤษฎี
ดนตรีสากลจะได้สัญญาลักษณ์ค่าความดังของเสียง ดังนี้ pp p mf f และ
ff โดยในแต่ละครั้งที่ตีให้เสียงของโน้ตสิ้นสุดลงก่อน แล้วจึงตีครั้งที่ 2 , 3
, 4 และ 5

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง 10
ด น ต รี ไ ท ย

1.ขั้นตอนการบันทึกเสียงเครื่องดนตรีไทย

ในขณะที่บันทึกก็จะต้องเช็คสัญญาณเสียงและความดังเบา อยู่ในระดับที่ดี
หรือไม่ โดยเช็คได้จากหูฟัง หรือมีเสียงรบกวนอื่นๆที่ไม่พึงประสงค์แทรก
เข้ามาระหว่างบันทึกก็จะได้ดำเนินการแก้ไขได้ทันในกรณีที่บันทึกเสียงโน้ต
ตัวแรกเป็นที่เรียบร้อย ให้ย้ายตำแหน่งไมโครโฟนไปยังโน้ตตัวที่ 2 โดยใช้
ตลับเมตรหรือไม้บรรทัดวัดระยะห่างตามข้างต้นที่วัดไว้ ดำเนินการบันทึก
เสียงจนครบทุกโน้ตเสียง

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง 11
ด น ต รี ไ ท ย

1.ขั้นตอนการบันทึกเสียงเครื่องดนตรีไทย

1.5 เมื่อบันทึกเสียงโน้ตเสียงแต่ละโน้ตเสียงให้ย้อนกลับและเช็คเสียงที่
บันทึกทุกครั้ง จนกว่าจะแน่ใจว่าเสียงที่บันทึกมานั้นมีคุณภาพเสียงตามที่
ต้องการ ในแต่ละเครื่องมือมีเทคนิคการบรรเลงที่แตกต่างกันออกไป ใน
กรณีที่มีเวลามากพอให้บันทึกทุกเทคนิคการบรรเลงมาด้วย เพราะจะทำให้
การสร้างเสียงสังเคราะห์มีความเป็นธรรมชาติมากที่สุด

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง 12
ด น ต รี ไ ท ย

1.ขั้นตอนการบันทึกเสียงเครื่องดนตรีไทย

1.6 เมื่อบันทึกเสียงเรียบร้อยขั้นตอนสุดท้ายบันทึกไฟล์งาน และ Export
ไฟล์เป็นนามสกุล WAVsample rate ที่ 48,000 Hz และ bit depth ที่ 24
bit เพื่อที่จะเตรียมไปสู่ขั้นตอนปรับแต่งเสียงขั้นต่อไป

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง 13
ด น ต รี ไ ท ย

2. ขั้นตอนในการปรับแต่งไฟล์เสียงด้วย
โปรแกรม adobe audition



2.1 เปิดใช้โปรแกรม adobe audition และนำไฟล์เสียงที่ต้องการปรับแต่ง

ขึ้นมา ในการปรับแต่งไฟล์เสียงเพื่อจะนำไปใช้ในการสร้างเสียงสังเคราะห์

นั้น จะแบ่งไฟล์เสียงย่อยออกเป็นไฟล์เล็กๆ ทีละ 1 ไฟล์เสียง และตั้งชื่อไฟล์
เสียงเป็นโน้ตของเสียงนั้นๆ โดยเทียบความใกล้เคียงของเสียงกับเปียโน
ซึ่งตามมาตรฐานแบ่งโน้ตออกเป็นหลายช่วงเสียงตั้งแต่ C0 C#0 D0
D#0 E0 F0 F#0 G0 G#0 A0 A#0 B0 C1 C#1 >>> ไปเรื่อยจนสุดลิ่มเปีย
โน ซึ่งดนตรีไทยโน้ตเสียง ด จะเท่ากับ โน้ต Bb ของเปียโน

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง 14
ด น ต รี ไ ท ย

2. ขั้นตอนในการปรับแต่งไฟล์เสียงด้วย
โปรแกรม adobe audition



แต่ในการบันทึกชื่อโน้ตที่จะทำการสังเคราะห์เสียงเพื่อทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น
จึงบันทึกตรงตามชื่อโน้ต เช่น ด = C, ร = D, ม = E, ฟ = F, ซ = G, ล = A,
ท = B, โดยให้เทียบเสียงสูงต่ำให้ใกล้เคียงกับเปียโน ถ้าโน้ตตัวโด ตรงกับ
ช่วงเสียงกึ่งกลางของเป็นโนก็จะได้โน้ต C4 เพราะ c middle จะเท่ากับโน้ต
ช่วงเสียง C4 ในโปรแกรมสร้างเสียงสังเคราะห์ตรงนี้ต้องทำความเข้าใจ
อย่างละเอียดเพื่อจะได้ไม่สับสนเวลาตั้งชื่อไฟล์เสียง เมื่อได้ระดับเสียงที่ถูก
ต้องแล้ว ต้องต่อท้ายชื่อโน้ตด้วยระดับความดังของเสียง เช่น C4 pp, C4
p, C4 mf, C4 F หรือ C4 ff เป็นต้น

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง 15
ด น ต รี ไ ท ย

2. ขั้นตอนในการปรับแต่งไฟล์เสียงด้วย
โปรแกรม adobe audition



2.2 เมื่อนำไฟล์เข้ามายังโปรแกรม adobe audition แล้วขั้นตอนต่อไปจะ
แบ่งไฟล์เสียงออกเป็นท่อนๆ 1 เสียง 1 ท่อน โดยการคลิกซ้ายค้างและคลุม

พื้นที่ที่ต้องการ คลิกขวา 1 ครั้ง เลือกคำสั่ง Save Selection As แล้วตั้ง
ชื่อไฟล์เสียง เช่น C4 p โดยให้สังเกตว่าค่า sample late, ค่า bit depth

และformat เสียงเป็นไฟล์ wave ตรงตามที่บันทึกมาหรือไม่ กดคำสั่ง
browse เพื่อไปยังโฟลเดอร์ปลายทางที่เราจะเก็บไฟล์เสียง เมื่อถูกต้อง

แล้วกด okเป็นอันเสร็จไฟล์ที่ 1 ทำซ้ำทุกขั้นตอนจนครบทุกไฟล์เสียง

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง 16
ด น ต รี ไ ท ย

2. ขั้นตอนในการปรับแต่งไฟล์เสียงด้วย
โปรแกรม adobe audition

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง 17
ด น ต รี ไ ท ย

2. ขั้นตอนในการปรับแต่งไฟล์เสียงด้วย
โปรแกรม adobe audition



2.3 เมื่อครบทุกไฟล์เสียงแล้วจะนำไฟล์เหล่านั้นมาปรับแต่งเสียงโดยการ

ตัดช่วงเสียงเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของเสียง ปรับระดับเสียงให้เมาะสม โดย

จะนำเข้ามาที่ละโน้ตเสียงครบทั้ง 5 ไฟล์เสียง คือ C4 pp, C4 p, C4 mf,

C4 F และ C4 ff

2.4 เปิดไฟล์เสียง C4 p ขึ้นมา ขั้นตอนนี้เราจะตัดช่วงเสียงที่ว่างก่อน
เสียงโน้ตออกและช่วงเสียงที่โน้ตสิ้นสุดให้ได้ความยาวเสียงที่เหมาะสม และ
ทำการ fade out ช่วงท้ายเสียงเพื่อเสียงที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด ในขั้น
ตอนนี้ให้เราเช็คเสียงที่เป็นส่วนเกินออกและปรับแต่งเสียงให้ดีที่สุดเท่าที่จะ
ทำได้ เมื่อได้ไฟล์เสียงที่ต้องการแล้วทำการกดบันทึกทับไฟล์เดิมและทำซ้ำ
ขั้นตอนนี้จนครบทุกโน้ตเสียง C4 pp, C4 p, C4 mf, C4 F และ C4 ff
เมื่อแล้วเสร็จก็ทำซ้ำขั้นตอนข้อ 1.3.3 และ 1.3.4 ในโน้ตถัดไปเหลือเหลือ
ทั้งหมดจนเสร็จ

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง 18
ด น ต รี ไ ท ย

2. ขั้นตอนในการปรับแต่งไฟล์เสียงด้วย
โปรแกรม adobe audition

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง 19
ด น ต รี ไ ท ย

2. ขั้นตอนในการปรับแต่งไฟล์เสียงด้วย
โปรแกรม adobe audition

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง 20
ด น ต รี ไ ท ย

2. ขั้นตอนในการปรับแต่งไฟล์เสียงด้วย
โปรแกรม adobe audition

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง 21
ด น ต รี ไ ท ย

3. ขั้นตอนการสร้างเสียงสังเคราะห์ด้วย
โปรแกรม Kontakt



3.1 เตรียมรูปพื้นหลังด้วยโปรแกรม photoshop โดยไฟล์ต้องมีขนาด

633x246 pixel และเป็นนาม PNG หรือ Tagar เท่านั้น

3.2 เปิดโปรแกรม kontakt ขึ้นมาเลือกคำสั่ง New instrument จะได้หน้าง
ต่างสำหรับสร้างไฟล์เสียงสังเคราะห์

- เลือกเครื่องหมายประแจ

- เลือกคำสั่ง Instrument option

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง 22
ด น ต รี ไ ท ย

3. ขั้นตอนการสร้างเสียงสังเคราะห์ด้วย
โปรแกรม Kontakt



- เลือกคำสั่ง Instrument Wallpaper ไปยังโฟลเดอร์ที่เตรียมภาพ

พื้นหลังไว้ เสร็จแล้วกคำสั่ง close

- เลือกคำสั่ง script Editor

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง 23
ด น ต รี ไ ท ย

3. ขั้นตอนการสร้างเสียงสังเคราะห์ด้วย
โปรแกรม Kontakt



- นำสคริปต่อไปนี้วางลงในช่องว่าง แล้วกดคำสั่ง apply

on init

make_perfview
set_script_title("Performance View")

set_ui_height(4)
message("")

declare ui_knob $Cutoffknob(0,1000000,1)
move_control($Cutoffknob,4,5)
set_text($Cutoffknob,"Hi-pass")

hide_part ($Cutoffknob,$HIDE_PART_BG...
.or. $HIDE_PART_MOD_LIGHT)

set_knob_label ($Cutoffknob,get_engine_par_disp($ENGINE_PAR_CUTOFF,-1,0,1))
set_knob_unit ($Cutoffknob,$KNOB_UNIT_HZ)
make_persistent($Cutoffknob)


declare ui_knob $resknob(0,1000000,1)
move_control($resknob,4,7)
set_text($resknob,"Reso")
hide_part ($resknob,$HIDE_PART_BG...
.or. $HIDE_PART_MOD_LIGHT)

set_knob_label ($resknob,get_engine_par_disp($ENGINE_PAR_RESONANCE,-1,0,1))
set_knob_unit ($resknob,$KNOB_UNIT_HZ)
make_persistent($resknob)


declare ui_knob $sendDelay(0,1000000,1)
move_control($sendDelay,5,5)
set_text($sendDelay,"Delay Vol.")

set_knob_label ($sendDelay,get_engine_par_disp($ENGINE_PAR_SENDLEVEL_0,-1,7,1))
set_knob_unit ($sendDelay,$KNOB_UNIT_DB)
make_persistent($sendDelay)


declare ui_knob $delayTime(0,1000000,1)
move_control($delayTime,5,7)
set_text($delayTime,"D. Time")

set_knob_label ($delayTime,get_engine_par_disp($ENGINE_PAR_DL_TIME,-1,0,0))
set_knob_unit ($delayTime,$KNOB_UNIT_MS)
make_persistent($delayTime)


declare ui_menu $verbType
move_control_px($verbType,554,60)
make_persistent($verbType)
add_menu_item ($verbType, "Room",0)
add_menu_item ($verbType, "Hall",1)

set_menu_item_value (get_ui_id($verbType),1,1)
set_control_par (get_ui_id($verbType),$CONTROL_PAR_WIDTH,60)



declare ui_knob $sendVerb(0,1000000,1)

move_control($sendVerb,6,5)
set_text($sendVerb,"Verb Vol.")
set_knob_label ($sendVerb,get_engine_par_disp($ENGINE_PAR_SENDLEVEL_1,-1,7,1))
set_knob_unit ($sendVerb,$KNOB_UNIT_DB)

make_persistent($sendVerb)



declare ui_knob $verbTime(0,1000000,1)
move_control($verbTime,6,7)
set_text($verbTime,"V. Time")

set_knob_label ($verbTime,get_engine_par_disp($ENGINE_PAR_RV2_TIME,-1,1,0))
set_knob_unit ($verbTime,$KNOB_UNIT_MS)
make_persistent($verbTime)

end on



on ui_control($Cutoffknob)
set_engine_par($ENGINE_PAR_CUTOFF,$Cutoffknob,-1,0,1)
set_knob_label ($Cutoffknob,get_engine_par_disp($ENGINE_PAR_CUTOFF,-1,0,1))



end on



on ui_control($resknob)
set_engine_par($ENGINE_PAR_RESONANCE,$resknob,-1,0,1)
set_knob_label ($resknob,get_engine_par_disp($ENGINE_PAR_RESONANCE,-1,0,1))

end on





on ui_control($sendDelay)
set_engine_par($ENGINE_PAR_SENDLEVEL_0,$sendDelay,-1,7,1)
set_knob_label ($sendDelay,get_engine_par_disp($ENGINE_PAR_SENDLEVEL_0,-1,7,1))



end on



on ui_control($delayTime)
set_engine_par($ENGINE_PAR_DL_TIME,$delayTime,-1,0,0)
set_knob_label ($delayTime,get_engine_par_disp($ENGINE_PAR_DL_TIME,-1,0,0))



end on



on ui_control($sendVerb)
set_engine_par($ENGINE_PAR_SENDLEVEL_1,$sendVerb,-1,7,1)
set_knob_label ($sendVerb,get_engine_par_disp($ENGINE_PAR_SENDLEVEL_1,-1,7,1))



end on



on ui_control($verbTime)
set_engine_par($ENGINE_PAR_RV2_TIME,$verbTime,-1,1,0)
set_knob_label ($verbTime,get_engine_par_disp($ENGINE_PAR_RV2_TIME,-1,1,0))



end on



on ui_control($verbType)
set_engine_par($ENGINE_PAR_RV2_TYPE,$verbType,-1,1,0)



end on

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง 24
ด น ต รี ไ ท ย

3. ขั้นตอนการสร้างเสียงสังเคราะห์ด้วย
โปรแกรม Kontakt



- นำสคริปต่อไปนี้วางลงในช่องว่าง แล้วกดคำสั่ง apply

on init

สคริปที่นำไปวางจะเป็นชุดคำสั่งให้โปรแกรม Kontakt มีขนาดตามภาพพื้น

หลังที่เราเตรียมไว้คือ 633x 246 pixel และมีปุ่มปรับแต่งเสียงคือ ปุ่ม Hi-

และ ทำให้สามารถpass, Reso, Delay Vol., D.Time, Verb Vol.,
V.Time

ปรับแต่งเสียงสังเคราะห์ได้จากหน้าแรกโดยไม่ต้องเข้าปรับแต่งด้านในอีก

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง 25
ด น ต รี ไ ท ย

3. ขั้นตอนการสร้างเสียงสังเคราะห์ด้วย
โปรแกรม Kontakt



- เลือกคำสั่ง Mapping Editor

เราจะเห็นลิ่มเปียโนซึ่งจะบอกช่วงระดับเสียงเอาไว้ ดังในภาพ เช่น C1 C2
C3 C4 ถ้าโน้ตที่เราเตรียมไว้อยู่ในช่วงเสียงใดก็จะนำเข้าไว้ในช่วงเสียง
นั้นๆ

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง 26
ด น ต รี ไ ท ย

3. ขั้นตอนการสร้างเสียงสังเคราะห์ด้วย
โปรแกรม Kontakt



- เปิดโฟล์เดอร์ไฟล์เสียงที่เตรียมไว้

เลือกโน้ตที่ต้องการเช่นโน้ตต่ำสุดของระนาดคือโน้ต ranad_g1 ให้เลือก
โน้ตที่เบาที่สุดเป็นไฟล์แรกในการนำเข้า คือเลือก ranad_g1_pp คลิกซ้าย
ที่ไฟล์แล้วลากเข้าโปรแกรม kontak โดยนำไปวางยังลิ่มเปียโนที่มีระดับ
เสียงตรงกัน

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง 27
ด น ต รี ไ ท ย

3. ขั้นตอนการสร้างเสียงสังเคราะห์ด้วย
โปรแกรม Kontakt



- เมื่อนำโน้ตลงไปวางจะได้แท่งเสียงสีเหลือง ซึ่งยังไม่ได้กำหนดช่วง

ความดังเบาจะสังเกตได้จากช่อง Velocity : 1 – 127 หมายความว่าโน้ตที่

เรานำลงไปเมื่อกดที่ลิ่มเปียโน ตั้งแต่ 1-127 มันก็จะสั่งให้ไฟล์เสียงนั้นเล่น
ดังนั้นต้องกำหนดช่วงเสียง โดยโน้ตตัวแรกคือ ranad_g1_pp ดังนั้นช่วง

เสียงที่เหมาะสมควรจะอยู่ช่วง 1 – 48 โดยให้คลิกค้างที่ปลายบนสุดของ

แท่งสีเหลืองแล้วลางแท่งลงมาจนได้ค่าตามที่ต้องการหรือจะกรอตัวเลขที่

ช่อง Velocity ได้ ขั้นตอนต่อไปให้นำไฟล์ที่ 2 คือ ranad_g1_p มาวางต่อ

จากแท่งที่ 1

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง 28
ด น ต รี ไ ท ย

3. ขั้นตอนการสร้างเสียงสังเคราะห์ด้วย
โปรแกรม Kontakt



- และตั้งค่าความดังตามต้องการทำแบบนี้ให้ครับทั้ง 5 ไฟล์เสียง ก็จะ
ได้โน้ตรันาดลูกที่ 1 ที่มีระดับความดัง 5 ระดับ เมื่อเรากดที่ลิ่มเปียโนเบา
ระดับความดัง 1-48 โปรแกรมก็จะสั่งให้ไฟล์เสียง ranad_g1_pp เล่น แต่
ถ้ากดลิ่มเปียโนระดับความดังที่ 91-108 โปรแกรมก็จะสั่งให้ไฟล์เสียง
ranad_g1_fเล่น

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง 29
ด น ต รี ไ ท ย

3. ขั้นตอนการสร้างเสียงสังเคราะห์ด้วย
โปรแกรม Kontakt



- ดังนั้นจึงทำให้เสียงเครื่องดนตรีสังเคราะห์มีเสียงที่ใกล้เตียง
ธรรมชาติมากที่สุด ทำซ้ำทุกขั้นตอนจนครบทุกไฟล์เสียง

- ขั้นตอนสุดท้ายเลือกคำสั่ง Save edited instrument- “New(default)”

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง 30
ด น ต รี ไ ท ย

3. ขั้นตอนการสร้างเสียงสังเคราะห์ด้วย
โปรแกรม Kontakt



- สร้างโฟลเดอร์ปลายทาง ตั้งชื่อไฟล์ เลือกชนิดการ Save โดย
แนะนำให้เลือกแบบ Patch+Sample โปรแกรมจะบันทึกทั้งไฟล์ data และ
โฟลเดอร์ที่เก็บไฟล์ wave มาด้วย ซึ่งในอนาคตสามรถนำมาแก้ไขได้ใหม่

- ขั้นตอนสุดท้ายเลือกคำสั่ง Save edited instrument-

“New(default)”

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง 31
ด น ต รี ไ ท ย

3. ขั้นตอนการสร้างเสียงสังเคราะห์ด้วย
โปรแกรม Kontakt

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง 32
ด น ต รี ไ ท ย

4. รายละเอียดส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้อง



4.1 รายชื่อและรายละเอียดอุปกรณ์ทั้งหมดที่ใช้ในการสังเคราะห์เสียง

4.1.1 คอนเดนเชอร์ไมโครโฟน ยี่ห้อ sE Electronics รุ่น X1 พร้อมขา

ตั้งและสายสัญญาณ

4.1.2 ออดิโออินเตอร์เฟส ยี่ห้อ Steinberg รุ่น UR-RT2

4.1.3 คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค (สำหรับบันทึกเสียงนอกสถานที่) ยี่ห้อ

รุ่นDell Inspiron 153000

4.1.4 คอมพิวเตอร์สำหรับ (สำหรับสร้างเสียงสังเคราะห์) intel core

–i7 CPU 3.60 GHz ram 16 GB ระบบปฏิบัติการ Window 10 64-bit

4.1.5 หูฟัง (สำหรับงานบันทึกเสียง) ยี่ห้อ beyerdynamic รุ่น DT

770 pro 80 Ohm

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง 33
ด น ต รี ไ ท ย

4. รายละเอียดส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้อง



4.2 ภาพถ่ายอุปกรณ์ที่ใช้ในการสังเคราะห์เสียง

4.2.1 คอนเดนเชอร์ไมโครโฟน ยี่ห้อ sE Electronics รุ่น X1












4.2.2 ออดิโออินเตอร์เฟส ยี่ห้อ Steinberg รุ่น UR-RT2

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง 34
ด น ต รี ไ ท ย

4. รายละเอียดส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้อง



4.2.3 คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค(สำหรับบันทึกเสียงนอกสถานที่) ยี่ห้อ Dell รุ่น

Inspiron 153000











4.2.4 หูฟัง (สำหรับงานบันทึกเสียง) ยี่ห้อ beyerdynamic รุ่น DT 770

pro 80 Ohm

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง 35
ด น ต รี ไ ท ย

4. รายละเอียดส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้อง



4.5 โปรแกรมที่ใช้ในการสังเคราะห์เสียง

4.5.1 โปรแกรม adobe audition (สำหรับปรับแต่งเสียง)

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง 36
ด น ต รี ไ ท ย

4. รายละเอียดส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้อง



4.5.2 โปรแกรม Kontakt pro v.6.5.1 (สำหรับสร้าง sound library)

โปรแกรม4.5.3 Cubase LE AI Elements 10

(สำหรับบันทึกเสียงเครื่องดนตรี)

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง 37
ด น ต รี ไ ท ย

4. รายละเอียดส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้อง



4.6 ขนาดห้องที่ใช้ในการสังเคราะห์เสียง

4.6.1 ขนาดห้องกว้าง 3.5 เมตร ยาว 4 เมตร สูง 2.8 เมตร

คู่ มื อ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ เ สี ย ง 38
ด น ต รี ไ ท ย

บรรณานุกรม

AKSORN. (ม.ป.ป.). ความรู้พื้นฐานด้านดนตรีไทย. สืบค้น 30 กันยายน

จาก หน่วย ความรู้2564,
http://koob.samroiwit.ac.th/montri01/ 2_

พื้ นฐานด้านดนตรีไทย.pdf

ศรัญญา. 2551. ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับดนตรีไทย. สืบค้น 30 กันยายน

2564, จาก

http://oknation.nationtv.tv/blog/blue9/2008/03/05/entry-1

อัครพล สีหนาท. 2559. พื้นฐานการบันทึกเสียงดนตรี. สืบค้น 30
กันยายน 2564, จาก

http://portal5.udru.ac.th/ebook/pdf/upload/187jujmV496B5835

jH42.pdf

Depositprvotos. (ม.ป.ป.).ปัจจัยในการสร้างสรรค์ผลงานดนตรีกับ
เทคโนโลยี. สืบค้น 30 กันยายน 2564, จาก

http://sjc.ac.th/sjc2014/images/Lreaning-online/M5/10.pdf


Click to View FlipBook Version