46
เอกสารเผยแพรสำหรับใหบ รกิ ารประชาชน
47
การใหบ รกิ ารความรูดา นกฎหมายและระเบยี บสำหรับประชาชน
48
การเผยแพรองคความรใู นรูปแบบ Infographic
นำเสนอขอมูลในรูปแบบสื่อ Infographic เพื่อใหมีเนื้อหากระชับ เขาใจงาย และนาสนใจ
สำหรับนำเสนอขอมูลในเว็บไซต และสงตอผานสื่อสังคมออนไลนไดสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยสื่อ Infographic
ที่มีการเผยแพรทางเว็บไซตแลว ไดแก ขั้นตอนการขอรับบริการตรวจวินิจฉัยสัตวน้ำ ขอควรปฏิบัติสำหรับ
สถานประกอบการสงออกสัตวน ้ำในสถานการณโรคระบาด covid-19 ยาและเคมีภัณฑท ห่ี า มใชในการเพาะเลี้ยง
กงุ ทะเล ข้ันตอนการออกหนังสอื รับรองสขุ ภาพสตั วน ำ้ ในสถานการณโ รคระบาด covid-19 เปนตน
49
50
การใหบ รกิ ารดา นสขุ ภาพสัตวน ้ำ
51
52
สถิติผเู ขาชมเวบ็ ไซตกองวิจยั และพัฒนาสุขภาพสัตวน ำ้
จาํ นวนผูเขาชมเวบ็ ไซต เดือนมกราคม - ธนั วาคม 2563 (คน)
700
600
500
400
300
200
100
0 ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค.
จํานวน(คน) 499 125 100 312 206 375 318 618 288 348 259 302
ผลที่ไดจากสถิติการเขาชมเว็บไซตกองวิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตวน้ำ ตั้งแตเดือนมกราคม จนถึงเดือน
ธันวาคม 2563 มียอดการเขาชมสะสมทั้งสิ้น 3,750 ครั้ง โดยเดือนที่มีการเขาชมมากที่สุด คือ เดือนสิงหาคม
2563 อยูที่ 618 ครั้ง และเดือนที่มีการเขาชมนอยที่สุด คือ เดือนมีนาคม 100 ครั้ง ซึ่งเนื้อหาที่มีการรับชม
มากท่ีสุด 5 อันดบั บนเว็บไซต ไดแก งานวจิ ัย กฎหมายและระเบียบตา ง ๆ ทเ่ี กี่ยวขอ ง เอกสารเผยแพร หองสมุด
งานวจิ ยั และบทความนา รู ตามลำดบั
53
ผลของบัวบก (Centella asiatica) ตอ ภมู คิ มุ กันแบบไมจ ำเพาะและความตานทาน
เชอื้ สเตรปโตคอคคสั (Streptococcus sp.)
ในปลากะพงขาว (Lates calcarifer Bloch, 1790)
นางสาวเจนจติ ต คงกำเนิด*1 นางจไุ ลวรรณ รงุ กำเนดิ วงศ2 และ นางจำเริญศรี ถาวรสุวรรณ3
1ราชการบริหารสว นกลาง 2สำนักงานประมงจังหวดั ปต ตานี 3ศนู ยว จิ ัยและพฒั นาสขุ ภาพสัตวน ้ำสงขลา
รหัสทะเบียนวจิ ัย 54-0308-53052-008
บทคดั ยอ
ศึกษาผลของบัวบก (Centella asiatica) ที่เสริมในอาหารตอภูมิคุมกันแบบไมจำเพาะและความ
ตา นทานเช้อื สเตรปโตคอคคสั (Streptococcus sp.) ในปลากะพงขาว (Lates calcarifer Bloch, 1790) วยั รนุ
ทีเ่ ลย้ี งในถงั 500 ลิตร จำนวน 9 ถงั แบงเปน 3 ชดุ การทดลอง โดยใหอ าหารเม็ดท่ีเคลือบบัวบกแหงบดละเอียด
ซึ่งมีปริมาณบัวบก 3 ระดับ คือ 0%, 2.5% และ 5.0% เปนระยะเวลา 3 สัปดาห เมื่อตรวจวิเคราะหภูมิคุมกนั
ของปลากะพงขาวแตละชุดหลังใหอาหารเปนเวลา 1, 2 และ 3 สัปดาห พบวาไลโซไซม ไมแตกตางกันทาง
สถิติ แตการจับกินสิ่งแปลกปลอมในปลากะพงขาวที่ใหอาหารเคลือบบัวบก 2.5 และ 5.0% สูงกวาปลาชุด
ควบคุมอยา งมนี ัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) ในขณะที่ความตานทานเชื้อ Streptococcus agalactiae ของปลา
กะพงขาวที่ใหอาหารเคลือบบวั บก 2.5 และ 5.0% มีแนวโนม สงู กวา ปลาชุดท่ีไดร ับอาหารท่ีไมเสริมบัวบกแตไม
มีความแตกตางทางสถิติ ผลการศึกษาแสดงใหเห็นวาการใหอาหารเสริมบัวบก ที่ระดับ 2.5 และ 5.0% เปน
ระยะเวลา 2 และ 3 สัปดาห สามารถกระตุน ภูมคิ มุ กนั แบบไมจ ำเพาะใน ปลากะพงขาว
คำสำคญั : บัวบก, ปลากะพงขาว, สเตรปโตคอคคสั , ภมู คิ ุมกนั
______________________________________________________________________________
*ผูรับผดิ ชอบ: 50 ถ.พหลโยธิน เกษตรกลาง แขวงลาดยาว เขตจตจุ ักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 02 579 4122
E-mail: [email protected]
54
Effect of Asiatic Pennywort (Centella asiatica) on Non-specific Immune
and Resistance of Streptococcus sp. in Seabass,
Lates calcarifer, Bloch (1790)
Janejit Kongkumnerd*1, Julaiwon Rungkamnerdwong2 and Jumroensri Thavornsuwan2
1Central Administration, 2Pattani Fisheries Provincial Office,
3Songkhla Aquatic Animal Health Research and Development Center
Abstract
Study on the effect of Asiatic pennywort (Centella asiatica) to the non-specific immune
and the resistance of Streptococcus sp. in juvenile Seabass, Lates calcarifer Bloch (1790) were
evaluated. The fish were separated into three experimental groups and rearing in the 500-L tank.
Each group consisting of triplicate and was fed with diet supplemented with Asiatic pennywort
in 3 different doses, which are 0% (control), 2.5% and 5.0%, respectively for 3 weeks. Fish were
sampled at 1, 2 and 3 weeks after feeding to observe the non-specific immune responses. The
results showed that there was no significant difference in lysozyme level in all time of
observation. On the other hand, the phagocytosis of fish fed with 2.5 and 5% Asiatic pennywort-
coated diet showed significantly higher than the control group (P<0.05). Moreover, fish fed with
2.5% and 5.0% Asiatic pennywort-coated diet showed higher resistance to Streptococcus
agalactiae with no significant difference, compared with the control group. In conclusion, the
2.5 and 5.0% Asiatic pennywort-supplemented diet could induce fish immune response after
feeding for 2 and 3 weeks.
Keywords: Asiatic pennywort, Centella asiatica, Seabass, Lates calcarifer, Streptococcus,
immune
________________________________________________________________________________
*Corresponding author: 50 Paholyothin, Lad Yao, Chatuchak, Bangkok 10900
Tel. 02 579 4122, E-mail: [email protected]
55
บทนำ
ปลากะพงขาว (Lates calcarifer Bloch (1790)) เปนปลาทะเลที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของ
ประเทศไทย ซึ่งเกษตรกรนิยมเลีย้ งในกระชังตามแหลงน้ำธรรมชาติมากวา 50 ป แตในปจจุบันแหลงน้ำมีความ
เสื่อมโทรมลงเต็มไปดวยมลภาวะตางๆ ทั้งเชื้อโรคที่เพิ่มขึ้น คุณภาพน้ำที่เสื่อมโทรมลง สารอินทรียและสาร
ปนเปอนอืน่ ๆ นอกจากนั้นรูปแบบการเล้ียงในปจจุบันท่ีพัฒนาเปนการเลี้ยงในความหนาแนน สงู ทำใหมีโอกาส
ที่ปลาจะสัมผัสกับเชื้อโรค เกิดความเครียด และออนแอ สาเหตุเหลานี้มีสวนโนมนำใหเกิดโรคไดงายยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะโรคตดิ เชอื้ Streptococcus ซึ่งมีแนวโนมทจ่ี ะมกี ารระบาดมากขนึ้ รวมท้ังแพรกระจายไปยังปลาหลาย
ชนิดและทำใหเกิดความสูญเสยี ทางเศรษฐกิจ เชอ้ื Streptococcus ซึ่งเปน แบคทีเรียทมี่ ีรปู รางกลม ชนิดแกรม
บวก ทำใหเกิดโรคทั้งในปลานำ้ จืด เชน ปลานิล (นเรศและคณะ, 2548) ปลาหางนกยูง และปลากัด (วีณา และ
คณะ 2550) และในปลาทะเล เชน ปลากะพงขาว (สถาพร และเยาวนิตย, 2530; เยาวนิตย และคณะ, 2543;
เฉลมิ และคณะ, 2548) และปลาชอ นทะเล (จริ าพร และคณะ, 2551)
ในปจจุบันทั่วโลกมคี วามพยายามทีจ่ ะหลีกเลีย่ งการใชยาและสารเคมีสังเคราะหใ นการปอ งกัน บำบัด
และรักษาโรค เนื่องจากกอใหเกิดปญหาสารตกคา งในสัตวน้ำซึ่งเปน อันตรายตอผูบริโภค และการตกคางของยา
และสารเคมีในแหลงน้ำซึ่งเปน การทำลายสิ่งแวดลอ ม แนวทางหนึง่ ท่ีมีความเปนไปไดค ือการนำพชื สมุนไพรไทย
มาประยุกตใชในการปองกันและควบคุมโรค ไดแก บัวบก (Centella asiatica) ซึ่งเปนพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งที่
นาสนใจเพราะมีรายงานถึงสรรพคุณทางยา และมีฤทธิ์ตานเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus (สำนักงานขอมูล
สมุนไพร, 2551) รวมทงั้ หาไดง ายโดยพบอยทู วั่ ไปในประเทศไทย ผวู จิ ยั จึงดำเนนิ การศกึ ษาประสิทธิภาพของสาร
สกัดจากบัวบกในการสรา งเสริมภูมคิ ุม กันในปลากะพงขาวและความตา นเชื้อ Streptococcus เพื่อนำไป ใชใน
การปองกันและควบคุมโรคติดเชื้อ Streptococcus ซึ่งเปนแนวทางที่ไมกอผลกระทบตอสภาพแวดลอม
สามารถลดปญหาการใชยาปฏชิ วี นะและทำใหอุตสาหกรรมการเพาะเลย้ี งสัตวน ำ้ พัฒนาไดอ ยางยง่ั ยืน
วัตถปุ ระสงค
เพื่อศึกษาปริมาณบัวบกที่เหมาะสมสำหรับผสมอาหารเพื่อกระตุนภูมิคุมกันและตานทานเชื้อ
Streptococcus ในปลากะพงขาว
วิธีดำเนินการ
1. การวางแผนการทดลอง
ดำเนินการทดลองทศี่ ูนยว จิ ัยและพัฒนาสขุ ภาพสัตวน้ำสงขลา ในชวงเดอื น มกราคม 2554 - กันยายน
2555 วางแผนการทดลองแบบสุมตลอด
56
2. วิธีทดลอง
2.1 เตรียมบัวบก
นำใบบัวบกมาลางและผึ่งแดดใหแหง นำไปอบแหงที่อุณหภูมิประมาณ 50o C แลวบดให
ละเอยี ด ใสถงุ พลาสตกิ ปดปากถงุ ใหแนน เเกบ็ ในทีแ่ หงและเย็น
2.2 เตรียมเชือ้ แบคทีเรยี
เชอ้ื ที่ใชในการศึกษาคือ Streptococcus agalactiae ทแี่ ยกไดจ ากจากตบั และไตของปลากะพง
ขาวปวย แลวถายเชื้อใหไดเชื้อบริสุทธิ์ นำมาทดสอบคุณสมบัติทางชีวเคมีแลวแยกชนิด โดยใชชุดทดสอบ
api 20 strep (สำหรับแยกเชื้อสกุล Streptococcus) แลวแยกชนิดดวยโปรแกรมสำเร็จรูปในเว็บไซต
http://apiweb.biomerieux.com และยืนยันการกอโรคของเชื้อที่แยกไดโดยฉีดเชื้อดังกลาวเขาสูปลาปกติ
เมื่อยืนยันการกอโรคแลวเก็บเช้ือที่กอโรคไวใ นอาหาร Nutrient Broth ผสม Glycerol 15% เก็บไวในตูแชแขง็
–80o C
2.3 ศึกษาผลของผงบัวบกแหง ตอการตอบสนองของภมู คิ ุม กนั
วางแผนการทดลองแบบสุมตลอด โดยใชผงบัวบกแหงเคลือบบนอาหารเม็ดสำเร็จรูปสำหรับ
ปลากะพงขาวกนิ โดยมปี รมิ าณผลบัวบกแหง 3 ระดับ คอื 0, 2.5, และ 5.0%
ปลากะพงขาวที่ใชในการทดลองมีสุขภาพแข็งแรงและไมมีอาการปวย นำมาเลี้ยงเพื่อปรับ
ใหคุน เคยกับสภาพแวดลอมที่ศนู ยวจิ ัยและพัฒนาสุขภาพสตั วน้ำสงขลา เปนเวลา 14 วัน คดั เลือกปลาท่ีมีขนาด
ใกลเคียงกันจำนวน 315 ตัว มีน้ำหนักเฉลี่ย 22.6±2.1 กรัม ใสในถังทดลองขนาด 500 ลิตร จำนวน 9 ถังๆ ละ
35 ตัว แบงเปน 3 ชุดการทดลอง ตามปริมาณสารสกัดบัวบกที่ผสมในอาหาร 3 ระดับ เลี้ยงปลาทดลองเปน
ระยะเวลา 3 สัปดาห แลวสุมเก็บตัวอยางปลาทกุ สัปดาห ทุกถังๆ ละ 10 ตัว เพื่อใชตรวจสอบภูมิคุมกันจำนวน
4 ตัว โดยเก็บเลือดและไตสวนหนาของปลาเพื่อวิเคราะหประสิทธิภาพของไลโซไซม และการจับกิน
สิง่ แปลกปลอม สว นปลาตัวอยา งอีก 6 ตัว ใชใ นการทดสอบความตานทานตอ เชอื้ Streptococcus
2.4 ศกึ ษาความตานทานเชื้อ Streptococcus
นำปลาทดลองที่เลี้ยงครบ 1, 2 และ 3 สัปดาห มาทดสอบความตานทานเชื้อแบคทีเรียถังละ
6 ตัว จำนวน 9 ถัง นำมาใสในตูกระจกขนาด 30 ลิตร จำนวน 9 ตู โดยใชเชื้อ S. agalactiae ที่เก็บไวในตู
แชแข็ง -80๐ C นำมาเลี้ยงบนอาหารเลี้ยงเชื้อ Triptic Soil Agar (TSA) บมไวในตูบมเชื้อ ที่อุณหภูมิ 30o C
นาน 18-24 ชั่วโมง รวบรวมเชื้อมาละลายและเจือจางดวยน้ำเกลือ 0.85% ใหไดความเขมขนของเชื้อ
ที่คณะผูวิจัยทดสอบแลววาทำใหปลากะพงขาว ตาย 50 เปอรเซ็นต (LD50) ซึ่งเทากับ 1.4x106 cfu/ml ฉีดเช้ือ
เขา ชอ งทอ งปลาตวั ละ 0.1 มิลลิลติ ร บนั ทกึ การตายและการติดเช้ือของปลาในระยะเวลา 14 วัน
57
3. การวเิ คราะหภ ูมคิ ุม กนั แบบไมจำเพาะ
3.1 ไลโซไซม (Lysozyme Activity)
วัดการทำงานของไลโซไซมตามวิธีของ Obach et al. (1993) ดังนี้ ใสซีรัมของปลาตัวอยาง
25 ไมโครลิตร ในถาดหลุมแบบ 96 หลุม จำนวน 3 หลุม เติม Micrococcus lysodeikticus (0.02% ใน
0.05 M PBS, pH 6.2) ปริมาตร 175 ไมโครลิตร วัดการทำงานของเอนไซมดวยเครื่อง Microplate reader
ทุกๆ 2 นาที เปนเวลา 20 นาที ที่ความยาวคลื่น 450 นาโนเมตร คำนวณคาการทำงานของไลโซไซมจากอัตรา
การเปลี่ยนแปลงคาการดูดกลืนแสง (Optical Density, OD) เปนหนวยยูนิตตอมิลลิลิตร โดยหนึ่งยูนิตเทากับ
ปริมาณเอนไซมท่ที ำใหคา OD ลดลง 0.001 ตอ นาที
3.2 การจบั กนิ ส่ิงแปลกปลอม (Phagocytosis)
ตรวจวัดการจับกินสิ่งแปลกปลอมตามวิธีการของ Phillips et al. (1979) ดังน้ี วางแผน
Circular Cover Slip บนสไลดและยดึ ดว ย Permount โดยหนึ่งแผนสไลดมี 2 Circular Cover Slip ทิ้งใหแหง
1 คืน แยกเม็ดเลือดขาวจากไตสวนหนาโดยใช Percoll Gradient แลวเตรียมเม็ดเลือดขาวจากไตสวนหนา
ใหไดความหนาแนน 2x106 เซลลตอมิลลิลิตร จำนวน 400 ไมโครลิตร ผสมกับ เม็ด Latex Bead (2x108 เซลล
ตอมิลลิลิตร) จำนวน 100 ไมโครลิตร ดูดของผสมที่ไดปริมาตร 200 ไมโครลิตร ปลอยลงบน Circular Cover
Slip บนสไลดที่เตรียมไวโดยทำ 2 ซ้ำ บมในกลองความชื้นที่อุณหภูมิ 25o C เปนเวลา 2 ชั่วโมง คอยๆ ดูดสาร
ละลายบน Circular Cover Slip ออก แลวเติมสารละลาย Glutaraldehyde (0.125% ใน L-15 ที่มี 1%
Penicillin/Streptomycin) ปริมาตร 200 ไมโครลิตร เพื่อหยุดปฏิกิริยาเปนเวลา 5 นาที จากนั้นลางเซลล
ทีเ่ กาะอยบู น Circular Cover Slip ดว ย L-15 จำนวน 3 ครงั้ ยอมสสี ไลดดว ย Diff Quick ทิ้งใหแ หง นำไปตรวจ
ดวยกลองจุลทรรศน เพื่อนับจำนวนเซลลเม็ดเลือดขาวที่กิน Latex Bead จำนวน Latex Bead ที่ถูกเซลล
เม็ดเลือดขาวกิน และจำนวนเซลลเม็ดเลือดขาวทั้งหมด โดยนับจำนวนเซลลเม็ดเลือดขาว 300 เซลลตอ
1 Circular Cover Slip นำขอมลู มาคำนวณหาคา
Phagocytic Activity = (จำนวนเซลลเม็ดเลือดขาวทก่ี นิ Bead/จำนวนเซลลเม็ดเลอื ดขาวทั้งหมด) x 100
Phagocytic Index = จำนวน Bead ทงั้ หมดที่ถกู กนิ /จำนวนเซลลเ มด็ เลอื ดขาวทก่ี ิน Bead
4.การวิเคราะหขอ มลู
คำนวณหาคาเฉลี่ยของปริมาณไลโซไซม, Phagocytic Activity, Phagocytic Index และอัตรารอด
ของปลาแตละชุดการทดลอง แลววิเคราะหความแตกตางทางสถิติของขอมูลแตละพารามิเตอร โดยวิเคราะห
ความแปรปรวน (Analysis of Variance) และเปรียบเทียบความแตกตางของคาเฉลี่ยระหวางชุดการทดลอง
ดว ย LSD ทีร่ ะดับความเชือ่ มั่น 95% โดยใชโปรแกรม Microsoft Excel
58
ผลการศกึ ษา
1. การตอบสนองของภูมิคมุ กันแบบไมจำเพาะ
1.1 ไลโซไซม
ปลากะพงขาวที่ไดรับอาหารเม็ดที่เคลือบบัวบกแหงบดละเอียดซึ่งมีปริมาณบัวบก 3 ระดับ
คือ 0%, 2.5% และ 5.0% เปนเวลา 3 สัปดาห เมื่อตรวจวิเคราะหภูมิคุมกันของปลากะพงขาวหลังใหอาหาร
เปนเวลา 1, 2 และ 3 สัปดาห พบวาปริมาณไลโซไซมเฉลี่ยในปลาแตละชุดการทดลองอยูในชวง 5.19 – 6.76
ซึง่ ไมแ ตกตา งกนั ทางสถติ ิ ดงั แสดงในตารางท่ี 1
ตารางที่ 1 Lysozyme Activity ในปลากะพงขาวที่ไดรับอาหารเสริมบัวบกในระดับ 0, 2.5 และ 5.0%
เปน ระยะเวลา 3 สปั ดาห (Mean ± S.D.)
ระยะเวลา Lysozyme Activity
(สปั ดาห)
0% 2.50% 5.00%
1 6.31 ± 2.37a 5.49 ± 1.42 a 5.94 ± 1.78 a
2 5.19 ± 1.40 a 6.21 ± 1.80 a 6.59 ± 2.20 a
3 6.22 ± 1.94 a 5.62 ± 2.38 a 6.76 ± 2.05 a
หมายเหตุ คาเฉลี่ยในแถวเดียวกันที่มีตัวอักษรภาษาอังกฤษกำกับตางกัน มีความแตกตางกันอยางมีนัยสำคัญ
ทางสถติ ิ (P<0.05)
1.2 การจบั กนิ สง่ิ แปลกปลอม (Phagocytosis)
การจับกินสิ่งแปลกปลอมของเซลลเม็ดเลือดขาวในปลากะพงขาวที่ใหอาหารเคลือบบัวบก
3 ระดับ คือ 0%, 2.5% และ 5.0% ตางกันทางสถิติ โดย Phagocytic Activity ในปลาชุดทีไ่ ดรบั อาหารเสริม
บัวบกทั้ง 2 ชุด สูงกวาปลาชุดที่ไดรับอาหารที่ไมมีบัวบกอยางมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) หลังจากไดรับ
อาหารเปนระยะเวลา 2 และ 3 สัปดาห ในขณะที่ Phagocytic Index ในปลาที่ไดรับอาหารเสริมบัวบก
2.5 และ 5.0% มีคาสูงกวาปลาที่ไดรับอาหารชุดควบคุมท่ีไมมีบัวบก อยางมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05)
ทั้ง 3 สัปดาห โดยในสัปดาหที่ 1 และ 2 ปลาชุดที่ไดรับอาหารเสริมบัวบก 5.0% มีคา Phagocytic Index
สูงที่สุด ถัดมาคือปลาไดรับอาหารเสริมบัวบก 2.5 และ 0% ตามลำดับ ซึ่งแตกตางกันอยางมีนัยสำคัญทางสถิติ
(P<0.05) ดงั แสดงในตารางที่ 2
59
ตารางที่ 2 Phagocytic Activity และ Phagocytic Index ในปลากะพงขาวที่ไดรับอาหารเสริมบัวบกในระดับ
0, 2.5 และ 5.0% เปนระยะเวลา 3 สัปดาห (Mean ± S.D.)
ระยะเวลา Phagocytic Activity (%)
(สปั ดาห)
0% 2.50% 5.00%
1 18.50 ± 4.30a 19.58 ± 3.00a 20.75 ± 4.29a
2 19.83 ± 4.30a 23.08 ± 5.38ab 26.83 ± 8.18bc
3 17.92 ± 4.40a 26.25 ± 6.90b 30.17 ± 5.97b
ระยะเวลา Phagocytic Index (Beads/Cell)
(สปั ดาห)
0% 2.50% 5.00%
1 3.26 ± 0.85a 4.15 ± 1.14b 5.09 ± 1.26c
2 3.15 ± 0.86a 6.74 ± 2.41b 8.18 ± 2.31c
3 3.34 ± 1.18a 11.42 ± 3.83b 14.46 ± 5.58b
หมายเหตุ คาเฉลี่ยในแถวเดียวกันที่มีตัวอักษรภาษาอังกฤษกำกับตางกัน มีความแตกตางกันอยางมีนัยสำคัญ
ทางสถิติ (P<0.05)
2. ความตานทานเชื้อ Streptococcus
อัตรารอดของปลากะพงขาวที่ไดรับอาหารเสริมบัวบกในระดับ 0, 2.5 และ 5.0% เปนระยะเวลา
3 สัปดาห หลังฉีดเชื้อ Streptococcus agalactiae เปนวลา 14 วัน พบวา ปลาชุดที่ไดรับอาหารเสริมบัวบก
ในระดับ 5.0% มีอัตรารอดสูงที่สุด ถัดมาคือชุดท่ีที่ไดรับอาหารเสริมบัวบกในระดับ 2.5 และ 0% ตามลำดับ
แตไมมีความแตกตางกันทางสถิติ (P>0.05) โดยหลังใหอาหารเปนระยะเวลา 3 สัปดาห ปลามีอัตรารอดเฉลี่ย
38.89±19.62, 61.11±9.62 และ 66.67±16.67% ในปลาชุดที่ไดรับอาหารเสริมบัวบก 0, 2.5 และ 5.0%
ตามลำดบั ดังแสดงในตารางที่ 3
ตารางท่ี 3 อัตรารอดหลงั ฉดี เชื้อ Streptococcus agalactiae เปนวลา 14 วัน ในปลากะพงขาวทีไ่ ดรับอาหาร
เสรมิ บวั บกในระดับ 0, 2.5 และ 5.0% เปน ระยะเวลา 3 สัปดาห (Mean ± S.D.)
ระยะเวลา อัตรารอด (%)
(สัปดาห)
0% 2.50% 5%
1 38.89 ± 19.25a 44.44 ± 9.62a 55.56 ± 9.62a
60
2 44.44 ± 9.62a 50.00 ± 16.67a 55.56 ± 9.62a
3 38.89 ± 19.62a 61.11 ± 9.62a 66.67 ± 16.67a
หมายเหตุ คาเฉลีย่ ในแถวเดียวกนั ทีม่ ีตวั อักษรภาษาองั กฤษกำกับเหมือนกนั ไมม ีความแตกตางอยา งมีนัยสำคัญ
ทางสถิติ (P>0.05)
สรุปและวิจารณผล
ผลการทดลองเสริมบัวบก (Centella asiatica) ในอาหารที่ใหปลากะพงขาว พบวาสามารถกระตุน
ภูมิคุมกันแบบไมจำเพาะในการจับกินสิ่งแปลกปลอมของเซลลเม็ดเลือดขาว ทั้งคา Phagocytic Activity และ
Phagocytic Index ใขณะที่ Srichaiyo et al. (2020) ศกึ ษาการใหอาหารผสมบัวบกผงท่ีระดับ 0, 5, 10 และ
20 กรัมตอกิโลกรัม แกปลานิลเปนระยะเวลา 61 วัน พบวาปลานิลที่ไดรับอาหารชุดที่ผสมบัวบก 5 และ
10 กรัมตอกิโลกรัม มี Phagocytic Index สูงกวาปลาที่ไดรับอาหารชุดควบคุม นอกจากนั้น ปลานิลที่ไดรับ
อาหารผสมบัวบกผง 10 และ 20 กรัมตอกิโลกรัม พบวามีปริมาณไลโซไซมในซีรัมสูงกวาปลาที่ไดรับอาหาร
ชุดควบคุมทไ่ี มเ สริมบวั บก ตางจากการศึกษาคร้งั น้ที ่ีพบวา ปริมาณไลโซไซมใ นปลากะพงขาวท่ีไดร บั อาหารทุกชุด
ไมแ ตกตางกนั ทางสถติ ิ ซง่ึ อาจเปน เพราะการใหอาหารเสริมบัวบกในการศึกษาครั้งนค้ี อนขางสนั้ เพยี ง 3 สัปดาห
ในการศกึ ษาความตานทานของเชื้อ Streptococcus ในการศกึ ษาครงั้ น้ี ปลากะพงขาวท่ไี ดร บั อาหาร
ทีเ่ สรมิ บัวบก 2.5 และ 5.0% เปน ระยะเวลา 2 และ 3 สัปดาห หลงั จากไดรับเชอ้ื S. agalactiae แลว เปนเวลา
14 วนั พบวา มีอตั รารอดสูงกวาปลาชุดควบคุมแตไมมีความแตกตา งทางสถิติ ซ่งึ รายงานของ ชยั เดช และคณะ
(2547) ท่ศี ึกษาฤทธติ์ า นเช้ือแบคทีเรยี แกรมบวกของสารสกัดบวั บกในหองปฏบิ ัติการ พบวาสารสกัดบัวบกมีฤทธิ์
ตานเชื้อ Streptococcus agalactiae, S. dysgalactiae และ S. uberis โดยมีคาต่ำสุดที่สามารถยับย้ัง
การเจริญเติบโตของเชื้อ (Minimum Inhibitory Concentration; MIC) 0.4 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร นอกจากนั้น
จากรายงานของ Purkait et al. (2018) ยังพบวาสารสกัดบัวบกดวยคลอโรฟอรมในหลอดทดสอบ พบวา
สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ Edwardsiella tarda ซึ่งเปนแบคทีเรียที่กอโรคในปลาเชนเดียวกับ
เชื้อ S. agalactiae ที่ใชในการศึกษาในครั้งนี้ ดังนั้นอาจเปนไปไดวาปลาที่ไดรับอาหารเสริมบัวบกมีความ
ตา นทานเชอื้ S. agalactiae สงู กวา ปลาชดุ ควบคุมทีไ่ มไ ดเ สริมบัวบกในอาหาร แตท ้ังนอ้ี าจเน่ืองจากจำนวนปลา
ท่ีฉีดเชอ้ื ในแตล ะซำ้ ของชดุ การทดลองครงั้ นค้ี อนขางนอยจงึ ทำใหไมพ บความแตกตางชัดเจนในทางสถติ ิ ซ่งึ ควรมี
การศกึ ษาเพิม่ เตมิ เกีย่ วกับการตานทานเชื้อดังกลาว เพอ่ื ใหไ ดผลการศึกษาที่ชัดเจนข้ึน
การศึกษาแสดงใหเห็นวาบัวบกเปนสมุนไพรท่ีสามารถกระตุนภูมิคุมกันในปลากะพงขาว โดยการให
อาหารทเ่ี สรมิ บวั บกทีร่ ะดับ 2.5 และ 5.0% เปน ระยะเวลา 2 และ 3 สปั ดาห
61
เอกสารอา งอิง
จิราพร เกษรจันทร, มณฑริ า ถาวรยตุ ิการต และ ธรี าวัฒน จรติ งาม. 2551. แบคทเี รีย Streptococcus iniae มี
สวนในการตายของปลาชอนทะเล (Rachycentron canadum, Linnaeus) ที่เลี้ยงในฟารม. วารสาร
การประมง 61(6): 540-543.
ชัยเดช อินทรชัยศรี, กิติศักดิ์ อัจฉริยะขจร และ กุสุมา สามงามนิ่ม. 2547. ฤทธิ์ตานแบคทีเรียของสารสกัด
สมุนไพรบางชนิดตอแบคทีเรยี ทเ่ี ปน สาเหตุเตานมอักเสบในโคนม. ประมวลบทคดั ยอการประชุมวิชา การ
ทางสัตวแพทยแ ละการเลย้ี งสัตว คร้งั ท่ี 30. หนา 151.
เฉลิม หวันหมาน, ธนาวุฒิ กลาวเกลยี้ ง และ กจิ การ ศุภมาตย. 2548. โรคสเตรปโตคอคอโคซสี ในปลากะพงขาว.
ว. สงขลานครนิ ทร 27 (ฉบับพิเศษ 1): 291-305.
นเรศ ซวนยุก, หิรัญ กังแฮ, เรวัตร คงประดิษฐ และ กิจการ ศุภมาตย. 2548. โรคติดเชื้อ Streptococcus
agalactiae ในปลานิล (Oreochromis nilotica). ว. สงขลานครินทร วทท. ปที่ 27 (ฉบับพิเศษ 1): 307-320.
เยาวนิตย ดนยดล, สถาพร ดเิ รกบุษราคม และ เพญ็ ศรี เมืองเยาว. 2543. คณุ สมบัติของเชือ้ และการเกิดโรคจาก
เชื้อ β–hemolytic Streptococcus sp. ในปลากะพงขาวที่เลี้ยงในจังหวัดปตตานีและจังหวัดสงขลา.
เอกสารวิชาการฉบบั ท่ี 8/2543 สถาบนั วิจัยการเพาะเลยี้ งสัตวน้ำชายฝง , กรมประมง. 11 หนา .
วีณา เคยพุดซา, อรัญญา พลพรพิสิฐ และ ณิฏฐารัตน ปภาวสิทธิ์. 2550. ประสิทธิภาพของน้ำแชใบหูกวางตอ
การรกั ษาโรคตดิ เชื้อแบคทีเรยี ในปลากัดและปลาหางนกยูง. วารสารการประมง 60 (6): 528-533.
สถาพร ดิเรกบษุ ราคม และ เยาวนิตย ดนยดล. 2530. โรคระบาดทีเ่ กิดจาก non-haemolytic Streptococcus
sp. ในปลากะพงขาว. เอกสารวิชาการฉบับที่ 6/2530. สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยง สัตวน้ำชายฝง, กรม
ประมง. 12 หนา.
สำนักงานขอมูลสมุนไพร. 2551. ขอมูลทางพฤกษศาสตร. (ออนไลน). แหลงที่มา: http://www.
medplant.mahidol.ac.th/index.asp สืบคน เมื่อ 15 มีนาคม 2552.
Obach, A., Quentel, C. and Laurencin, F.B. 1993. Effect of alpha-tocopherol and dietary oxidized
fish oil on the immune response of seabass, Dicentrarchus labrax. Dis. Aquat. Org. 15: 175-185.
Phillips, W.A., Shelton M.J. and Hosing, C.S. 1979. A simple micro-assay for neutrophil bactericidal
activity. J. Immunol. Meth. 26: 187-192.
Srichaiyo, N., Tongsiri, S., Hoseinifar, S.H., Dawood, M.A.O., Jaturasitha, S., Esteban, M.A., Ringo,
E., van Doan, H. 2020. The effects gotu kola (Centella asiatica) powder on growth
performance, skin mucus, and serum immunity of Nile tilapia (Oreochromis niloticus)
fingerlings. Aquac. Rep. 16: 100239. Doi: 10.1016/j.aqrep.2019.100239
Purkait, S., Abraham, T.J., Karmakar, S., Dey, B. and Roy, A. 2018. Inhibition of Fish Pathogenic
Aeromonas hydrophila and Edwardsiella tarda by Centella asiatica In-vitro. J. Aquac. Res.
Dev. 9: 524. Doi: 10.4172/2155-9546.1000524
62
การตรวจหาซิงเกิลนวิ คลีโอไทดโพลมี อรฟ ซ มึ ของยนี ในระบบภูมิคมุ กัน
ท่มี คี วามสมั พนั ธก บั ความตา นทานโรคไวรัสตวั แดงดวงขาว
ในกงุ ขาวแวนนาไม (Litopenaeus vannamei Boone, 1931)
Identification of Single Nucleotide Polymorphism (SNP) of Immune-related Genes to
White Spot Syndrome Virus Resistance in
Pacific White Shrimp (Litopenaeus vannamei Boone, 1931)
นางจุไลวรรณ รงุ กำเนดิ วงศ1 นายวศิ รตุ ชัยเลศิ ฤทธ2ิ์ นางอำไพ ลองลอย3 และนางจริ าวรรณ วงั บุตร4
1ศูนยวิจัยสขุ ภาพสตั วน ้ำชายฝง 130/2 ม. 8 ต. พะวง อ. เมือง จ. สงขลา 90100
2ศนู ยว จิ ยั และพฒั นาพนั ธกุ รรมสตั วนำ้ ปทุมธานี 39 ม.1 ต. คลองหา อ. คลองหลวง จ. ปทุมธานี 12120
3ศนู ยวิจัยและพฒั นาการเพาะเล้ียงสตั วนำ้ ชายฝง กระบ่ี 141 ม.6 ต. ไสไทย อ. เมือง จ.กระบ่ี 81000
4ดานตรวจประมงระนอง 174 ม.1 ต.ปากนำ้ อ.เมอื ง จ.ระนอง 85000
วตั ถุประสงค
1. เพอ่ื ศกึ ษาและพฒั นาเคร่ืองหมายดเี อน็ เอซงิ เกิลนวิ คลโี อไทดโพลมี อรฟซ ึมของยนี ทเ่ี กย่ี วของกับระบบ
ภมู ิคมุ กนั ในกงุ ขาวแวนนาไม
2. เพอื่ ศึกษาความสมั พนั ธข องเคร่อื งหมายดีเอ็นเอ ซิงเกลิ นิวคลโี อไทดโ พลมี อรฟซ มึ ของยีนทีเ่ กยี่ วของกบั
ระบบภูมคิ มุ กนั กบั ความตานทานโรคไวรสั ตัวแดงดวงขาวในกงุ ขาวแวนนาไม
วธิ ีดำเนนิ การ
1. การเตรียมสตั วท ดลอง
นำกุงขาวแวนนาไมน้ำหนักประมาณ 3-5 กรัม จากสถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตวน้ำชายฝง
จำนวน 30 ครอบครัว ๆ ละ 100 ตัว ที่ผานการสุมตรวจโรคตัวแดงดวงขาว โรคหัวเหลือง โรคทอรา โรคไอเอช
เอชเอ็นวี ดว ยเทคนคิ พซี อี าร มาเล้ียงดว ยอาหารกงุ ขาวแวนนาไมสำเร็จรปู ในถงั พลาสติกขนาด 2 ตัน ปรบั สภาพ
กงุ เปนเวลา 1 อาทิตย ใหอ าหารกงุ วันละ 3 มื้อ ประมาณ 5 เปอรเซน็ ตของน้ำหนักตัวกุง ดดู ตะกอนและเปลี่ยน
ถา ยน้ำ 50 เปอรเ ซน็ ตท กุ วนั
2. การเตรียมเช้ือไวรัสตวั แดงดวงขาว
นำเชื้อไวรัสตัวแดงดวงขาวซึ่งเก็บที่อุณหภูมิ -80 องศาเซลเซียส มาเพิ่มความรุนแรงของเช้ือ
โดยนำไปฉีดกลับเขากุงขาวแวนนาไม ขนาดน้ำหนักประมาณ 4-6 กรัม จำนวน 100 ตัว และเก็บเชื้อจากกุงท่ีมี
อาการปวย แลวนำไปทดสอบการติดเชื้อไวรัสตัวแดงดวงขาวดวยเทคนิคพีซีอาร (OIE, 2012) นำตัวอยางกุงท่ี
ตรวจพบเช้อื ไวรัสตวั แดงดวงขาวไปตัดเหงือกกุงมาบดดวยน้ำเกลือปลอดเชื้อ 2.6 เปอรเ ซ็นต ในอัตราสวน 1:10
นำไปเหว่ียงตกตะกอนเนือ้ เยื่อท่ี 3,000 รอบตอนาที นาน 10 นาที ทอี่ ุณหภมู ิ 4 องศาเซลเซียส นำสว นใส
มากรองผานหัวกรอง (Syringe filter) ขนาด 0.45 ไมครอน เก็บสวนใสใสหลอด และสุมเชอื้ จำนวน 5 หลอด
เพื่อนำไปหาความเขมขนเริ่มตนของเชื้อไวรัสดวยเทคนิค Real Time PCR เก็บหลอดเชื้อไวรัสทั้งหมดไวที่
อุณหภูมิ -80 องศาเซลเซยี ส (Stock virus) ตามวธิ ีของ จริ าพร และคณะ (2538)
63
3. การทดสอบความรนุ แรงของเช้อื ไวรสั ตัวแดงดวงขาว
นำเชื้อไวรัสตัวแดงดวงขาว (Stock virus) มาเจือจางดวยน้ำเกลือปลอดเชื้อความเขมขน
2.6 เปอรเ ซน็ ตใ หไ ดความเขม ขน ของเชือ้ 10-1 - 10-10 CFU/ml โดยเจอื จางปรมิ าณเช้อื คร้งั ละ 10 เทา (10 fold
dilution) นำเชื้อที่ระดับความเขมขน 10-7 – 10-10 CFU/ml ฉีดกุงขาวแวนนาไมน้ำหนักประมาณ 3.32+0.52
กรัม เขาตัวกุงบริเวณกลามเนื้อทองปลองสุดทายตัวละ 100 ไมโครลิตร รวมทั้งกลุมควบคุมฉีดดวยน้ำเกลือ
ปลอดเชื้อความเขมขน 2.6 เปอรเซ็นต ความเขมขนละ 3 ซ้ำ ๆ ละ 10 ตัว ในตูกระจกขนาด 30 ลิตร บันทึก
อัตราการตายของกุงเปนเวลา 14 วัน เพื่อนำไปหาระดับเชื้อที่ทำใหกุงตาย 50 เปอรเซ็นต (ID50) ที่ระยะเวลา
14 วนั ตามวธิ ขี อง Reed และ Muench (1983)
4. การฉีดเชื้อเช้ือไวรสั ตวั แดงดวงขาวในกุงทดลอง
นำกุงขาวแวนนาไมทม่ี ีน้ำหนักประมาณ 3-5 กรมั จำนวน 10 ครอบครวั มาฉีดเชื้อไวรัสตัวแดง
ดวงขาวในระดับการเจือจางที่ทำใหกุงติดเชื้อและตาย 50 เปอรเซ็นต (Infective dose, ID50) ตัวละ 100
ไมโครลิตร บริเวณกลามเนื้อทองปลอ งสุดทา ย ครอบครัวละ 100 ตัว ใสในถงั พลาสติกขนาด 1 ตนั ตอครอบครัว
จำนวน 10 ถัง และกลุมควบคุมฉีดดวยนำ้ เกลอื ปลอดเช้ือความเขมขน 2.6 เปอรเ ซน็ ต รวม 10 ครอบครัว ๆ ละ
10 ตัว ใสในถังพลาสติกขนาด 1 ตันตอซ้ำ จำนวน 3 ถัง สังเกตอาการของกุงทดลองเปนเวลา 14 วัน
โดยกงุ ทกุ ตัวท่ตี ายจากการทดลองตัง้ แตว นั ที่ 2 หลงั ฉดี เชื้อไวรัส จะถกู เกบ็ รกั ษาไวทอ่ี ุณหภมู ิ -80 องศาเซลเซียส
เพื่อใชสำหรับสกัดดีเอ็นเอ สวนกุงทุกตัวที่รอดตายหลังสิ้นสุดการทดลองจะตัดขาวายน้ำ และสกัดดีเอ็นเอ
ดีเอ็นเอที่สกัดไดจ ะเก็บไวทีอ่ ุณหภูมิ -80 องศาเซลเซียส เพ่อื รอทดสอบตอไป
5. การออกแบบไพรเมอร และการเพิ่มปริมาณดเี อ็นเอดวยเทคนคิ พซี ีอาร
ออกแบบไพรเมอรจากลำดับนิวคลีโอไทดของยีนที่เกี่ยวของกับระบบภูมิคุมกัน (ตาราง ที่ 1)
โดยใหความยาวของไพรเมอรอยูที่ 19-23 นิวคลีโอไทด คา Melting temperature (Tm) ของทั้งสองสาย
ใกลเคียงกัน คา GT content อยูที่ประมาณ 40-60 เปอรเซ็นต ความยาวของ PCR product อยูที่ประมาณ
600 – 900 คเู บส และออกแบบใหค รอบคลุมท้ังยีน
หลังการทดสอบความตา นทานโรคจากเชอ้ื ไวรสั ตัวแดงดวงขาว นำกุงขาวทีร่ อดชีวติ จาก
ครอบครวั ท้ัง 10 ครอบครวั มาแบงเปน 2 กลมุ ดังน้ี
กลุมที่ 1 ครอบครัวที่มีอัตราการรอดตายต่ำสุด ใกลเคียง 50 เปอรเซ็นต โดยแบง ตัวอยาง
ในแตล ะครอบครวั ออกเปน ตัวอยางกุงตายภายใน 4-8 วัน และ ตวั อยางกุงรอดตาย
กลุมที่ 2 ครอบครัวที่มีอัตราการรอดตายมากกวา 50 เปอรเซ็นต โดยแบงตัวอยางใน แตละ
ครอบครัวออกเปน ตัวอยางกงุ ตายภายใน 4-8 วนั และ ตวั อยา งกงุ รอดตาย
นำตัวอยางกุงในกลุมที่ 1 และ กลุมที่ 2 มาสกัดดีเอ็นเอ เพื่อใชเปนดีเอ็นเอตนแบบในการ
ตรวจหาอุณหภูมิที่เหมาะสมกับไพรเมอร ซึ่งจำเพาะกับยีนในระบบภูมิคุมกันที่ไดจากการสังเคราะหทั้งหมด
15 คไู พรเมอร (ตารางที่ 1) ซ่ึงองคประกอบในการทำปฎกิ ิรยิ าพีซีอาร (ตารางที่ 2)
64
ตารางที่ 1 ยนี ในระบบภูมคิ ุมกันกุงขาว ทใี่ ชในการตรวจหาสนปิ ส
No. gene GenBank # Size (bp) Reference
Sellos et al., 1997
1 Hemocyanin X82502 2,597 Sun et al., 2007
Gao et al., 2007
2 β-actin AF300705 1,320 Ma et al., 2007
Wang et al., 2007
3 Lysozyme AY170126 951
4 Lectin DQ871245 1,316
5 Prophenoloxidase AY723296 2,061
ตารางที่ 2 สารละลายสำหรับการเพิ่มปริมาณดเี อ็นเอดว ยเทคนิคพีซีอารตอ 1 ปฏิกริ ยิ า
สารละลาย ความเขมขนสุดทาย ปรมิ าตร (ไมโครกรัม)
DNA template (ng/ul) 10 นาโนกรัม 1
Taq DNA polymerase (10x) 1x 5
Forward primer 0.25 ไมโครโมลาร 0.25
Reward primer 0.25 ไมโครโมลาร 0.25
dH2O 3.5
Total volume 10
เตรียมสารละลายสำหรับเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอดวยเทคนิคพีซีอารตามตารางที่ 2 โปรแกรม
สำหรับควบคุมอุณหภูมิสำหรับทำปฎิกิริยาในการเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอ ดังนี้ ใชอุณหภูมิ 94 องศาเซลเซียส
ระยะเวลา 3 นาที, เพิ่มปริมาณ DNA จำนวน 35 รอบ (Denaturation ที่อุณหภูมิ 94 องศาเซลเซียส เปนเวลา
30 วินาท,ี Annealing ตามไพรเมอร ใชเ วลา 30 วนิ าที และ Extension ทีอ่ ุณหภมู ิ 72 องศาเซลเซียส เปนเวลา
1 นาที) โดยโปรแกรมควบคุมอุณหภูมิ สำหรับทำปฎิกิริยาในแตละไพรเมอรชวง Annealing เปลี่ยนแปลงไป
ตามอุณหภูมิที่เหมาะสมของไพรเมอร จากนั้นเพิ่มปริมาณดีเอนเอของกลุมตัวอยางในแตละครอบครัวดวย
ไพรเมอรท อ่ี อกแบบได
65
ความกาวหนา ผลการทดลอง
1. ความรนุ แรงของเช้ือไวรัสตัวแดงดวงขาว
ภายหลังจากฉีดเชื้อไวรัสตัวแดงดวงขาวที่ระดับความเขมขนของเชื้อ 10-1 - 10-10 CFU/ml
พบวากุงมีอัตราการตาย 100 เปอรเซ็นต ที่ระดับความเขมขนของเชื้อ 10-1 - 10-6 CFU/ml สวนที่ระดับความ
เขมขนของเชื้อ 10-7 - 10-10 CFU/ml กุงมีอัตรารอด 50-100 เปอรเซ็นต หลังจากน้ัน จึงฉีดเชื้อไวรัสตัวแดง
ดวงขาวที่ระดับความเขมขนของเชื้อ 10-7 - 10-10 CFU/ml ซึ่งใหผลการทดลอง ดังตารางที่ 3 เมื่อนำผลการ
ทดลองไปคำนวณหาระดับเชื้อที่ทำใหกุงตาย 50 เปอรเซ็นต (ID50) ที่ระยะเวลา 14 วัน ตามวิธีของ Reed และ
Muench (1983) พบวามีคา (ID50) ท่ีระยะเวลา 14 วัน เทา กบั 10-8.85 CFU/ml
ตารางท่ี 3 อัตราการตายของกุงท่ีไดรับเชือ้ ไวรสั ตัวแดงดวงขาวทร่ี ะดับความเขมขนตา งๆ เปน ระยะเวลา 14 วนั
ซำ้ /อัตราการตาย (%)
ระดับความ อตั ราการตาย
เขม ขน 1 2 3 4 5 (%)
ชุดควบคุม 10 0 0 10 10 6
10 -7 100 100 100 100 100 100
10 -8 100 10 100 100 0 62
10 -9 20 0 100 100 20 48
10 -10 0 10 20 10 0 8
2. การทดสอบความตานทานโรคจากเช้อื ไวรสั ตัวแดงดวงขาว
ภายหลังจากฉีดเชื้อไวรัสตัวแดงดวงขาวที่ระดับเชื้อที่ทำใหกุงตาย 50% (ID50) =10-8.85
CFU/ml ในกุงขาวแวนนาไมทั้ง 10 ครอบครัว และบันทึกจำนวนการตายของกุงเปนเวลา 14 วัน พบวากุงขาว
แวนนาไมมีอัตราการตายมากทส่ี ดุ 84 เปอรเ ซน็ ตในครอบครวั Q4 และมอี ัตราการตายนอยที่สุด 43 เปอรเซ็นต
ในครอบครวั Q3 ตารางท่ี 4
66
ตารางที่ 4 อตั ราการตายของกุงท่ีไดร บั เชอ้ื ไวรัสตัวแดงดวงขาวท่รี ะดับ ID50 เปนระยะเวลา 14 วัน
ครอบครัว จำนวนกุง จำนวนกุง ตายหลังไดรับเช้ือไวรสั ตัวแดงดวงขาวเปน เวลา 14 วัน อัตรา
เร่ิมตน การตาย
(ตวั ) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 (%)
Q1 100 5 1 13 14 13 18 6 70
Q2 100 6 4 15 2 13 3 3 2 0 1 49
Q3 100 2 6 5 5 4 6 6 6 2 1 43
Q4 100 3 4 6 12 11 4 9 8 10 14 3 84
Q5 100 3 4 12 27 12 13 6 77
Q6 100 7 4 14 13 1 7 4 7 57
Q7 100 8 2 3 7 13 8 7 7 6 3 6 1 71
Q8 100 12 7 3 4 5 4 4 5 2 1 1 3 2 53
Q9 100 5 15 13 17 16 5 71
Q10 100 8 11 12 13 10 9 2 65
จํานวนกุงตาย ( ัตว)จากอัตราการตายของกุงทั้ง 10 ครอบครัวหลังไดรบั เชื้อไวรัสตัวแดงดวงขาวทีร่ ะดับ ID50 เปน
ระยะเวลา 14 วัน สามารถแบงกลุมตัวอยางออกเปน 4 กลุม ดังนี้ กลุมที่ 1 กุงตายภายใน 1-3 วันกลุมที่ 2 กุง
ตายระหวางวันที่ 4-8 กลุมที่ 3 กุงตายระหวางวันที่ 9-14 และกลุมที่ 4 กุงรอดจากการติดเชื้อ (ภาพที่ 1) สวน
กุงขาวแวนนาไมในกลุมควบคุมที่ฉีดดวยน้ำเกลือปลอดเชื้อความเขมขน 2.6 เปอรเซ็นต มีอัตรารอดตาย
98 เปอรเ ซ็นต
Q1
Q2
Q3
Q4
Q5
Q6
Q7
Q8
Q9
Q10
การตายของกุงขาวแวนนาไมหลังไดร ับเช้อื ไวรัสตัวแดงดวงขาวเปนเวลา 14
67
ภาพที่ 1 การตายของกุงขาวแวนนาไมท้ัง 10 ครอบครัว ชว งเวลาตางกนั หลังไดร บั เช้ือไวรัสตัวแดงดวงขาว และ
จำนวนกุงรอดตาย
3. การทดสอบไพรเมอร ดว ยเทคนิคพีซีอาร
จากการออกแบบไพรเมอรจากยีนที่เกี่ยวของกับระบบภูมิคุมกันจำนวน 5 ยีน ไดแก
Hemocyanin, β-actin, Lysozyme, Lectin และ Prophenoloxidase โดยใชลำดับนิวคลีโอไทดจาก
ฐานขอมูล Genbank (https://www.ncbi.nlm.nih.gov)(ตารางที่ 1) สามารถออกแบบไพรเมอรไดจำนวน 30
ต ำ แ ห น ง โ ด ย แ บ ง เ ป น ไ พ ร เ ม อ ร ส ำ ห ร ั บ ย ี น Hemocyanin, β-actin, Lysozyme, Lectin แ ล ะ
Prophenoloxidase จำนวน 7, 4, 5, 5 และ 9 ตำแหนง ตามลำดับ (ตารางที่ 5) เมื่อนำไพรเมอร ที่ออกแบบ
ไดมาทดสอบพบวาในยีน Hemocyanin สามารถสรางผลผลิต PCR ไดจำนวน 5 ตำแหนง และไมสามารถสราง
ผลผลิต PCR ไดจำนวน 2 ตำแหนง ยีน β-actin ไมสามารถสรา งผลผลติ PCR ไดท ัง้ 4 ตำแหนง ยนี Lysozyme
สามารถสรางผลผลิต PCR ไดทั้ง 5 ตำแหนง ยีน Lectin สามารถสรางผลผลิต PCR ไดทั้ง 3 ตำแหนง โดยใน
จำนวนนี้มี 2 ตำแหนงที่มีขนาดของผลผลิต PCR ไมตรงกับ ที่ออกแบบได และไมสามารถสรางผลผลิต PCR
ไดจำนวน 2 ตำแหนง ยีน Prophenoloxidase สามารถสรางผลผลิต PCR ไดท้ัง 7 ตำแหนง โดยในจำนวนนี้มี
5 ตำแหนงที่มีขนาดของผลผลิต PCR ไมตรงกับ ที่ออกแบบได และไมสามารถสรางผลผลิต PCR ไดจำนวน
2 ตำแหนง (ตารางท่ี 5)
เมื่อพิจารณาไพรเมอรที่ออกแบบไดจำนวน 30 ตำแหนง พบวาสามารถสรางผลผลิต PCR ได
จำนวน 20 ตำแหนง โดยในจำนวนนี้มี 7 ตำแหนงที่มีขนาดของผลผลิต PCR ไมตรงกับที่ออกแบบได ทั้งน้ี
เนื่องจากไดออกแบบไพรเมอรจาก mRNA (ยกเวนยีน Lysozyme ที่ออกแบบมาจาก DNA) และนำไปสราง
ผลผลิต PCR โดยใช DNA เปน ตนแบบ ซ่ึงจะมีลำดับนิวคลโี อไทดข อง Intron เพ่ิมเขา มา ทำใหข นาดของผลผลิต
PCR ไมตรงกับที่ออกแบบได นอกจากนี้ยังมีไพรเมอรจำนวน 10 ตำแหนงที่ไมสามารถสรางผลผลิต PCR ได
ทั้งนี้อาจเปนผลมาจากบริเวณของลำดับนิวคลีโอไทดที่ไพรเมอรเขาจับเปนบริเวณที่เกิดกระบวนการ Splicing
หรอื กระบวนการการตดั Intron ของ RNA นอกจากนี้อาจเกิดจากการมลี ำดับนวิ คลโี อไทดข อง Intron ท่เี พ่ิมเขา
มามีความยาวมาก สงผลใหการสรา งผลผลิต PCR ไมสมบรู ณไ ด
สำหรับโครงการวิจัยนี้เปนโครงการวิจัยตอเนื่องที่มีระยะเวลาในการดำเนินงานวิจัย 2 ป
แตเนื่องจากในปที่ 2 โครงการวิจัยนี้ไมไดรับการสนับสนุนดานงบประมาณ ทำใหไมสามารถดำเนินงานวิจัย
ในสวนของการศึกษาหา SNPs ในยีนที่เกี่ยวของกับระบบภูมิคุมกันที่มีความสัมพันธตอความตานทานโรค
จากเช้อื ไวรัสตวั แดงดวงขาวได
ตารางที่ 5 ไพรเมอรที่ออกแบบไดจำนวน 30 ตำแหนง จาก 5 ยีนที่เกี่ยวของกับระบบภูมิคุมกันและผล การ
สรา งผลผลติ PCR
Gene Primer Primer sequence (5’-3) PCR product Result
Name size
Hemocyanin Liv/He1.1F AATAATGTTGCGCAGGAAGC 568 N
β-actin Liv/He1.1R CAGGTCTCCGTCCTGAATGT 397 68
Lysozyme Liv/He2.1F TGCTTTACATGCTTATCCTTCC 541
Liv/He2.1R TGTTCAGCCAAAGACGAGTG 569 N
Liv/He3.1F TCATCCACTGCAAAGACTGG 532 Y
Liv/He3.1R GCAGGGAACTGACCTCCATA 552 Y
Liv/He4.1F CACCAACTTACCGTCCGATT 476 Y
Liv/He4.1R GTGACAGACACGCCAGAGAA 418 Y
Liv/He5.1F GGGGATCCTCATGGAAAGTT 411 Y
Liv/He5.1R TCAGATCATGAGATAAACGGTAAAA 413 N
Liv/He6.1F GCCTGGCCTCATAAAGACAA 321 N
Liv/He6.1R TCGAATTCCAGGCCTCTATC 162 N
Liv/He7.1F GCAGTTGAAGGGTGGAAAAA 235 N
Liv/He7.1R AAAGAAACAATTCATTCATCGACA Y
Liv/Ba1.1F CGAGAGGAAGCAGCACGTA Y
Liv/Ba1.1R GTCATCTTCTCGCGGTTAGC
Liv/Ba2.1F ACTGGGACGACATGGAGAAG
Liv/Ba2.1R TCTCCTTGATGTCACGAACG
Liv/Ba3.1F CGCGACCTCACAGACTACCT
Liv/Ba3.1R AGGGCAGTGATTTCCTTCTG
Liv/Ba4.1F AAGGACCTGTACGCCAACAC
Liv/Ba4.1R TCCTTATCCTAATGGAATAATTAAATG
Liv/Lz1.1F CAGACACAGCCAAGCAACTT
Liv/Lz1.1R TTGCAACAACGCTACAAAGG
Liv/Lz2.1F GTCGTGGGCTGCACTTATTT
69
Liv/Lz2.1R GAAAGATGCGGGTTGAAAAA 289 Y
Liv/Lz3.1F CTCTAACGGCACCGATTCTG 479 Y
Liv/Lz3.1R TTCGGCAGCTTAGCTTTCTT 994 Y
Liv/Lz4.1F CGGTTGCGGAATTAGAAGA
Liv/Lz4.1R GACGCAACCATCACTGGATA
Liv/Lz5.1F ACGCACATAAACCAGGAGGA
Liv/Lz5.1R TCGTTGCAGTCCCAGTCAC
ตารางที่ 5 ไพรเมอรท ี่ออกแบบไดจ ำนวน 30 ตำแหนง จาก 5 ยีนทเ่ี กยี่ วของกับระบบภูมคิ มุ กันและผล การ
สรางผลผลติ PCR (ตอ)
Gene Primer Primer sequence (5’-3) PCR Result
Name product
size
Lectin Liv/Lt1.1F TGCTACACTACACTGCTAGATATTCA 299 N
Liv/Lt1.1R TTGGCAGCATGGCAGAAC
Liv/Lt2.1F CTTTGTTGCCGAACCCTATG 297 Y*
Liv/Lt2.1R CACGATGATGAAAGGCACAA
Liv/Lt3.1F CTTGGGAACTCCCTTCTGG 299 Y
Liv/Lt3.1R CGTCCTCCCAGGTCTCCT
Liv/Lt4.1F GGAGGTCTTTGCCTGATGTT 269 N
Liv/Lt4.1R GCACTGCCAGCATAAAGACC
Liv/Lt5.1F TTTATCAAGCCACGCCTTCT 272 Y*
Liv/Lt5.1R CTATGTTTCCCACGCCATTT
Prophenoloxidase Liv/Pp1.1F GTCCGTGGACCAGAGAACC 269 Y*
Liv/Pp1.1R ACGCGAGGAAGAAGGAGAAG
70
Liv/Pp2.1F GCCACGAGAGTAGGACTTTCC 399 N
N
Liv/Pp2.1R GGCTTCGCTCTGGTTAGGAT Y
Y
Liv/Pp3.1F GAACTCCATTCCGTCCGTCT 375 Y*
Y*
Liv/Pp3.1R CCAGTTGTCGAGCTTCTGAAC Y*
Y*
Liv/Pp4.1F CATGCACCAGCAAATTATCG 398
Liv/Pp4.1R CGCCGTAGTAAGGGAAGTTG
Liv/Pp5.1F GCAACGGTGACAAAGTTCCT 397
Liv/Pp5.1R CTTGTGTTCCAGCCTGTGAG
Liv/Pp6.1F CCACCGTACAAGGAAGAGGA 387
Liv/Pp6.1R GGACTCCTTGGATGACCTGA
Liv/Pp7.1F GATCCTCTGGTGTGAATTGGA 480
Liv/Pp7.1R CCCAGGAACTTGATGGTGAC
Liv/Pp8.1F CTTCATGCTCACCGACTACG 289
Liv/Pp8.1R AGCTATGAACCACAGCGTCA
Liv/Pp9.1F ACGTGACGCTGTGGTTCATA 226
Liv/Pp9.1R CTCGGTCCGGGAATTAAAAC
หมายเหตุ: Y = สามารถสรา งผลผลติ PCR ได, Y* = สามารถสรางผลผลติ แตขนาดของผลผลติ PCR ไมต รงกบั ที่
ออกแบบได และ N = ไมสามารถสรา งผลผลติ PCR ได
71
เอกสารอางองิ
จริ าพร เกษรจันทร, สทิ ธิ บญุ รตั ผลิน เรวตั ร คงประดษิ ฐ และอุษณีย เอกปณธิ านพงศ. 2538. ไวรัสรูป แ ท ง
สาเหตขุ องโรคตวั แดงดวงขาวในกุง กลุ าดำ. เอกสารวิชาการฉบับท่ี 3/2558. สถาบนั วจิ ยั การ เพาะเลี้ยงสัตว
นำ้ ชายฝง สงขลา. 10 หนา.
Gao, F.Y., X. Ye, H. Wang, J.J. Bai, H.H. Lao, Q. Jian and Q.M. Zheng. 2007. Molecular
cloning of Litopenaeus vannamei hemocyte lysozyme. Submitted (DEC-2007) to the
EMBL/GenBank/DDBJ databases.
Ma, T.H., S.H. Tiu, J.G. He and S.M. Chan. 2007. Molecular cloning of a C-type lectin (LvLT)
from the shrimp Litopenaeus vannamei: early gene down-regulation after WSSV
infection. Fish Shellfish Immunol. 23(2), 430-437.
OIE. 2012. Manual of Diagnostic Tests for Aquatic Animals 2012: Chapter 2.2.6. White spot
disease. www.oie.int/fileadmin/home/health_standards/aahhm
/current /2.2.06_WSD.pdf.
Reed, R. J. and H. Muench. 1983. A simple method of estimating 50 percent entpoints.
American journal of Hygiene 27: 493-497.
Sellos, D., S. Lemoine and A. Van Wormhoudt. 1997. Molecular cloning of hemocyanin cDNA
from Penaeus vannamei (Crustacea, Decapoda): structure, evolution and physiological
aspects. FEBS Lett. 407(2): 153-158.
Sun, P.S., M. Soderlund, N.C. Venzon, D. Ye and Y. Lu. 2007. Isolation and characterization
of two actins of the Pacific white shrimp, Litopenaeus vannamei. Mar. Biol.
151(6), 2145-2151.
Wang, Y.C., P.S. Chang and H.Y. Chen. 2007. Tissue expressions of nine genes important to
immune defence of the Pacific white shrimp Litopenaeus vannamei. Fish Shellfish
Immunol. 23(6), 1161-1177.
คณะผู้จดั ทาํ และเรียบเรยี งขอ้ มูล
นางสาวเจนจติ ต์ คงกําเนดิ ผูเ้ ชย่ี วชาญดา้ นโรคสตั วน์ ํ้า
นางฐิติพร หลาวประเสรฐิ ผอู้ าํ นวยการกองวิจยั และพัฒนาสขุ ภาพสัตว์นํ้า
นายอมรชยั สมเจตนเ์ ลิศเจรญิ หวั หน้ากล่มุ วชิ าการ
นางสาวจารี ผลชนะ หัวหน้ากล่มุ วจิ ยั และพัฒนาการควบคมุ โรคสตั วน์ ํ้า
นางสาวปรยี านันท์ ศรีวรรณยศ หวั หนา้ กลมุ่ วจิ ัยและพัฒนายาและเคมภี ณั ฑส์ ตั ว์นํ้า
นางสาวพุ ทธรตั น์ เบ้าประเสริฐกลุ หัวหนา้ กลุ่มวจิ ยั และพัฒนาการตรวจสอบและรบั รอง
ฟารม์ สตั วน์ า้ํ เพื่อการสง่ ออก
นางสาวธรี ดา โควาวเิ ศษสุต หัวหน้ากลมุ่ วิจยั ระบาดวทิ ยาโรคสัตวน์ ํา้
นางจําเรญิ ศรี ถาวรสุวรรณ ผ้อู ํานวยการศูนย์วิจยั และพัฒนาสุขภาพสตั วน์ ํ้าสงขลา
นางสาวศศิพร สุขพญา หวั หน้าฝา่ ยบริหารท่วั ไป
เจ้าหน้าท่กี ลมุ่ วิจยั และพัฒนาสขุ ภาพสัตว์นํา้