นำ้ ยาล้างจาน
จากมะกรดู
สุธารตั น์ พรมแกว้
นำ้ ยาล้างจานจากมะกรดู
นางสาวสุธารัตน์ พรมแกว้ เลขที่ 32
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 6
คุณครภู คั วดี ผลพฤกษา
คุณครนู รี นชุ สม้ เกตุ
โรงเรยี นสวนศรวี ิทยา
ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2563
กก
คำนำ
ในปัจจุบันประเทศไทยได้ประสบปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ
ซึ่งมีผลต่อราคาของสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งอุปโภคและบริโภค
ทำใหป้ ระชาชนทย่ี ากลำบากไม่มเี งินซ้ือของ จงึ คิดวิธีที่จะประหยัด
ในการใช้จา่ ยสนิ ค้าในชีวิตประจำวนั คือ น้ำยาล้างจานจากมะกรดู
เพราะมะกรูดเป็นพืชสมุนไพรที่สามารถหาได้ง่าย เป็นทรัพยากร
ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วนและมีราคาที่ไม่สูง ทำให้
ช่วยประหยดั คา่ ใชจ้ า่ ยได้
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) เล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของ
ว ิชาสื่อสาร แ ละ ก าร น ำเ สน อ (IS2) ร หัสว ิชา I3 0 2 0 2
ได้ศึกษาเรื่องราวในเรื่องการทำน้ำยาล้างจานจากมะกรูด
ซ่ึงมเี นอ้ื หาเกยี่ วกับมะกรูด ขัน้ ตอนการทำน้ำยาลา้ งจานจากมะกรดู
และประสิทธิภาพของน้ำยาล้างจาน ผู้ทำหวังว่ารายงานฉบับน้ี
จะใหค้ วามรแู้ ละประโยชนแ์ กผ่ ูอ้ ่านทุกเพศทกุ วัย
สุธารัตน์ พรมแกว้
31 กรกฎาคม 2563
ข
ขค
สารบัญ
เรอื่ ง หน้า
1. ขอ้ มูลพฤกษศาสตร์ของมะกรูด 1
1.1 ประโยชนข์ องมะกรดู 2
1.1.1 รากมะกรูด 2
1.1.2 ใบมะกรดู 2
1.1.3 ผวิ มะกรูด 3
1.1.4 ผลมะกรูด 4
2. องค์ประกอบทางเคมี 5
2.1 การศึกษาทางเภสัชวทิ ยา 5
2.1.1 ฤทธิ์ตา้ นการอักเสบ 5
2.1.2 ฤทธ์ปิ กป้องหวั ใจและตบั 6
2.1.3 ฤทธ์ติ ้านเช้อื กลุ่มสแตปฟโิ ลคอค 6
2.2 การศึกษาทางพิษวทิ ยา 7
2.2.1 ฤทธยิ์ ับย้ังการฝงั ตวั ของตัวอ่อน 7
.2.2 พษิ เฉียบพลนั 8
ง
คจ
สารบัญ(ตอ่ )
2.2 การศึกษาทางพษิ วิทยา 7
2.2.1 ฤทธย์ิ ับย้งั การฝงั ตวั ของตัวออ่ น 7
2.2.2 พิษเฉียบพลนั 8
2.2.3 ฤทธิ์เสรมิ การเกิดมะเร็งตับ 8
2.3 ความเป็นพิษของมะกรูด 8
3. สายพนั ธุข์ องมะกรดู 9
3.1 มะกรูดหวาน 10
3.2 มะกรูดเปร้ียวพ้นื เมอื ง 12
4. ขน้ั ตอนการทำนำ้ ยาล้างจานจากมะกรดู 13
4.1 การเตรียมวัสดอุ ุปกรณ์ 13
4.2 ขนั้ ตอนวธิ ีการทำ 14
สรุป 15
บรรณานุกรม 16
ฉ
สารบัญภาพ งช
ภาพท่ี หน้า
1 มะกรูด 1
2 ใบมะกรูด 2
3 ผวิ มะกรูด 3
4 ผลมะกรูด 4
5 มะกรูดหวาน 10
6 มะกรูดหวาน 11
2
1. ขอ้ มูลพฤกษศาสตรข์ องมะกรดู
ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ : Citrus hystrix DC.
ช่อื วงศ์ : Rutaceae
ชอ่ื สามญั : Leech lime, Mauritius Papeda
ถนิ่ กำหนด : มาเลเซีย พม่า ไทย อินโดนีเซยี สงิ คโปร์ ฟิลิปปินส์ อนิ เดยี
ตน้ : เป็นไมย้ นื ตน้ ขนาดเล็ก ลำต้นเป็นเน้ือแข็งผวิ เปลือกลำต้นเรยี บ
ลำตน้ และกง่ิ ก้านมหี นามแหลม
ใบ : สีเขียวหนา มีลักษณะเหมือนแบ่งออกเป็น 2 ตอน ส่วนบนเป็น
แผน่ ใบจะมีขนาดใหญก่ ว่า สว่ นล่างเป็น สว่ นของกา้ นใบทแ่ี ผ่ขยาย
ออกเป็นแผน่ ใบทเ่ี รียกว่า วงิ เส้นกา้ นใบนนู
ดอก : ออกเป็นดอก เดียวหรืออาจออกเป็นช่อ ช่อมักจะออก 2 กลุ่ม
กลุ่มละ 3 ดอก ดอกพร้อมแตกยอดอ่อน กลีบดอก 4 กลีบ สีขาว
กลบี เล้ียง 4 กลีบมกี ลน่ิ หอม
ผล : ผลสดเป็นผลเดียวหรือติดเป็นพวง
ผลอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่จะมีสีเขียวอม
เหลืองผิวของผลขรุขระเป็นปุ่มปม
ทั้งลูกตรงขั้วผลมีจุกสูง น้ำในผล
มรี สเปร้ยี ว มีตอ่ มนำ้ มนั ทั้งผวิ ผล
เมล็ด : มีลักษณะแบน
ภาพท่ี 1 : มะกรูด
ท่ีมา : https://www.vectorstock.com
3
4
2
1.1 ประโยชน์ของมะกรูด
มะกรูดเป็นพืชสมุนไพรที่มีคุณประโยชน์มากมาย
โดยสามารถนำส่วนต่าง ๆ มาใช้รักษาอาการต่าง ๆ
ได้อย่างหลากหลาย มะกรูดมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง มีส่วน
ช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายและต้านทานโรคหลายชนิด
มีฤทธิ์ในการช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ได้
ช่วยบำรุงประจำเดือน ขับระดู และมักเป็นส่วนผสมสำคัญ
ในยาสตรีต่าง ๆ อีกด้วย ไม่เพียงแค่นั้น ส่วนต่าง ๆ ของมะกรูด
ยงั มปี ระโยชน์อกี มากมาย
1.1.1 รากมะกรูด
- รากของมะกรูดมีรสจืดเย็น สามารถช่วยแก้อาการไข้
ถอนพิษสำแดง แก้ลมจุกเสียด กระทุ้งพิษไข้ แก้พิษฝีภายใน
และชว่ ยอาการเสมหะเป็นพิษ
1.1.2 ใบมะกรดู
- ใบมะกรูดอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนซึ่งช่วยในการ
ชะลอการขยายตวั ของเซลลม์ ะเร็งและชว่ ยตอ่ ต้านมะเรง็ ได้
- ช่วยแก้ไอ แก้อาการอาเจียนเป็นเลอื ด
- ชว่ ยแก้อาการช้ำใน
ภาพที่ 2 : ใบมะกรดู
ท่ีมา : https://health.kapook.com
5
6
3
1.1.3 ผวิ มะกรูด
- ผิวของมะกรูดสามารถช่วยแก้อาการนอนไม่หลับได้
โดยนำผิวของมะกรูดบดรวมกบั รากชะเอม ไพล เฉียงพรา้ ขม้ินอ้อย
แลว้ นำมาต้มนำ้ ดมื่
- เป็นยาบำรุงหัวใจ โดนนำผิวมะกรูดฝานสดประมาณ
1 ชอ้ นโตะ๊ มาผสมกับพิมเสนหรือการบรู ชงในน้ำเดือดแล้วแช่ท้ิงไว้
จากน้ันนำมาดมื่
- ช่วยแก้อาการเป็นลม หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ โดย
นำเปลือกมะกรูดฝานบาง ๆ ชงกบั น้ำเดือดแลว้ เตมิ การบูรเล็กน้อย
นำมาดื่มเพื่อแก้อาการ
- ช่วยขับลมในลำไส้ แก้อาการจุกเสียด อาการแน่นท้อง
ท้องอดื ได้
- ช่วยขับสารพิษที่อยู่ในร่างกายให้ออกมาทางผิวหนัง
โดยการนำผิวมะกรูดมาใช้เป็นส่วนประกอบในการอบซาวน่า
สมนุ ไพร
ภาพที่ 3 : ผวิ มะกรดู
ที่มา : https://health.kapook.com
7
8
4
1.1.4 ผลมะกรูด
- ช่วยแก้อาการไอ ขับเสมหะ โดยการนำมะกรูดผ่าคร่ึง
และนำไปลนไฟให้นิ่ม แล้วค่อย ๆ บีบน้ำมะกรูดลงคอทีละนิด
จะชว่ ยทำให้อาการบรรเทาลงได้
- ช่วยฟอกโลหิต โดยนำผลมะกรูดสดมาผ่าเป็น 2 ซีกแล้ว
นำไปดองกบั เกลือหรือนำ้ ผง้ึ ประมาณ 1 เดอื น แล้วรินเอาแตน่ ำ้ ดื่ม
- ช่วยแก้อาการปวดท้อง หรือใช้เป็นยาแก้ปวดท้อง
ในเด็กอ่อน โดยการนำผลมะกรูดมาคว้านไส้กลางออก
นำมหาหิงค์ใส่และปิดจุก แล้วนำไปเผาไฟจนดำเกรียมและบด
จนเป็นผงละลายกับนำ้ ผง้ึ ไว้รบั ประทานแกอ้ าการปวดได้
- ช่วยขับระดู ขับลม โดยผลมะกรูดนำมาดองทำเป็น
ยาดองเปร้ยี วไว้รับประทาน
- ช่วยแกอ้ าการน้ำลายเหนียว
- แกเ้ ถาดานในทอ้ ง
- แก้ระดูเสยี ขับระดู
- ชว่ ยขบั ลมในลำไส้
ภาพที่ 4 : ผลมะกรดู
ทีม่ า : https://health.kapook.com
9
10
5
2. องค์ประกอบทางเคมี
ผิวมะกรูดมีน้ำมันระเหยง่าย ร้อยละ 4 มีองค์ประกอบหลัก
เ ป ็ น “ เ บ ต า ไ พ น ี น ” ( bata-painene) ป ร ะ ม า ณ ร ้ อ ย ล ะ 30 ,
“ลิโมนีน” (limonene) ประมาณร้อยละ 20 , beta-phellandrene,
citronellal น อ ก จ า ก น ี ้ ยั ง พ บ linalool , borneol , camphor ,
sabinene , germacrene D, aviprine ใช้ในน้ำมันแตง่ กลิ่นเครอื่ งหอม
ยาสระผม สบู่ สารกลมุ่ คมู ารนิ ได้แก่ umbelliferone , bergamottin
, oxypeucedanin , psoralen , N-(iminoethyl)-L-ornithine
(L-NIO) น้ำจากผลพบcitric
2.1 การศกึ ษาทางเภสัชวทิ ยา
2.1.1 ฤทธติ์ ้านการอักเสบ
ส า ร coumarina 2 ช น ิ ด ท ี ่ ไ ด ้ จ า ก ผล ม ะก รู ด ไ ด ้ แ ก่
bergamottine แ ล ะ N-(iminoethyl)-L-ornithine (L-NIO)
มีฤทธิ์ยับยั้งการหลั่งไนตริกออกไซด์ (NO) ในหลอดทดลอง ซึ่งเป็นสาร
ที่ทำให้เกิดการอักเสบ ซึ่งหลั่งจาก macrophage ของหนูที่ถูกกระตนุ้
ด้วย lipopolysaccharide (LPS) และ interferon-g (IFN-g) โดยมีค่า
IC50 เท่ากับ 14.0 µM และ 7.9 µM ตามลำดับ (Murakami,et
al,1999) สารคูมาริน 3 ชนิด ได้แก่ bergamottin, oxypeucedanin
และ psoralen สามารถยับยั้งการสร้างไนตริกไดออ ก ไ ซ ด์
เมอ่ื ทดสอบในเซลลแ์ มคโครฟาจ RAW 264.7 ของหนู ทถี่ กู กระตุ้นด้วย
ลิโปพอลิแซ็กคาร์ไรด์(LPS) และอินเตอร์เฟอรอน (interferon)
(Tangyuenyongwatana and Gritsanapan , 2014)
11
12
6
2.1.2 ฤทธิป์ กป้องหัวใจและตบั
ทดสอบฤทธิ์ปกป้องหัวใจ และตับ ของสารสกัด 70%
เอทานอลจากผิวมะกรูด ในหนูขาวเพศผู้ สายพันธุ์ Sprague Dawley
โดยใช้ doxorubicin ขนาด 4.67 mg/kg ในการเหนีย่ วนำให้เกิดพิษต่อ
หัวใจ และตับ โดยฉีดเข้าทางช่องท้องของหนู ร่วมกับการป้องกัน
สารสกัดเอทานอลจากผิวมะกรูด ขนาด 500 หรือ 1,000 mg/kg
ในหนูแต่ละกล่มุ ตอ่ เนื่องเป็นเวลา 11 วนั
2.1.3 ฤทธ์ติ ้านเชื้อกลุ่มสแตปฟโิ ลคอคไค
การศึกษาฤทธิ์ของน้ำมะกรูด และน้ำมะนาวต่อเช้ือ
กลุ่มสแตปฟิโลคอคไค ที่ให้ผลบวกต่อการทดสอบ โคแอคกุเลส
ที่เป็นสาเหตุสำคัญในการก่อโรคผิวหนังอักเสบในสุนัข จำนวน 15
ไอโซเลต (isolates) โดยมี S. aureus ATCC 25923 สายพนั ธม์ุ าตรฐาน
เป็นเชื้อควบคุม ทำการทดสอบควบคู่ไปด้วยโดยวิธีเจือจางในอาหาร
เหลว ใน 96 wellU-shape plate ผลการทดสอบพบวา่ น้ำมะนาว และ
น้ำมะกรูด มีค่าความเข้มข้นต่ำสุดในการยับยั้งเชื้อในกลุ่มนี้ อยู่ที่
1.60 % (v/v) และ 1.34-1.74 % (v/v) ตามลำดับ ส่วนความเข้มข้น
ต่ำสุดในการฆ่าเชื้อนี้ อยู่ที่ 1.87-3.33 % (v/v) และ 3.10 % (v/v)
ตามลำดับ จากการศึกษาสรุปได้ว่าน้ำมะนาว และน้ำมะกรูดมีฤทธิ์
ในการยับยั้ง และฆ่าเชื้อสแตปฟิโลคอคไค ที่ให้ผลบวกต่อการทดสอบ
โคแอคกุเลสจากการทดสอบในหลอดทดลอง (โคแอคกเุ ลส เปน็ นำ้ ยอ่ ย
ที่เชื้อกลุ่มสแตปฟิโลคอคไคสร้างขึ้น ทำให้พลาสมาของคนหรือสัตว์
เกิดการตกตะกอน ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ใช้กำหนดว่าเชื้อสเตรนใด
ท่เี ป็นตัวก่อโรค) ซึง่ มคี วามเปน็ ไปได้ทจี่ ะนำไปพจิ ารณา
13
14
7
เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ทางการค้า ที่ใช้สำหรับสัตว์ต่อไป
เพือ่ ลดการติดเช้ือทางผิวหนงั อยา่ งไรก็ตาม ควรมีการทดลองในการใช้
กับสัตว์โดยตรงก่อน เพื่อศึกษาผลข้างเคียงอื่น ๆ ท่ีมีผลกระทบต่อ
การยับยั้งเชอ้ื และผลต่อตวั สัตว์
2.2 การศึกษาทางพิษวทิ ยา
2.2.1 ฤทธ์ิยับยั้งการฝงั ตัวของตวั อ่อน
เมื่อป้อนสารสกัดเอทานอลจากผิวมะกรูด ให้กับหนูขาว
สายพันธุ์วิสตาร์ที่ตั้งครรภ์ ขนาด 1 และ 2.5 ก./กก. วันละ 2 คร้ัง
พบว่ามีผลยับย้ังการฝังตัวของตัวอ่อน 42.5 ±14.8 และ 86.1±8.1%
ตามลำดับ สารสกัดผิวมะกรูดด้วยคลอโรฟอร์มเมื่อป้อนให้กับ
หนูที่ตั้งครรภ์ในขนาด 1.0 ก./กก. วันละ 2 ครั้ง เช่นกัน พบว่า
ออกฤทธิ์แรงกว่าสารสกัดเอทานอล โดยยับยั้งการฝังตัวของตัวอ่อน
ได้ 62.2±14.5% ส่วนผลในการทำให้แท้งพบว่า สารสกัดเอทานอล
และสารสกัดคลอโรฟอร์ม ในขนาด 1.0 ก./กก. มีผลทำให้แท้ง
86.3±9.6 และ 91.9±5.5% ตามลำดับ
(Piyachaturawat, et al, 1985)
15
16
8
2.2.2 พิษเฉียบพลัน
สารสกัดผิวมะกรดู ดว้ ยเอทานอล เม่อื ปอ้ นใหห้ นกู นิ เพ่อื ศึกษา
ความเป็นพิษเฉยี บพลัน พบว่าขนาดทที่ ำใหส้ ตั ว์ทดลองตายเป็นจำนวน
ครึ่งหนึ่ง (LD50) มีค่ามากกวา่ 100 ก./กก. (Piyachaturawat, et al,
1985)
2.2.3 ฤทธิ์เสริมการเกดิ มะเรง็ ตับ
จากการทบทวนงานวิจัยพบว่ามะกรูดมีฤทธิ์ต้านฤทธิ์ของ
สารเสริมการเก ิ ดมะ เ ร็ ง ( tumor promoter) ในการทด ล อ ง
แ บ บ tumor promoter-induced Epstein-Barr virus activation
ได้ งานวิจยั นมี้ วี ัตถปุ ระสงค์ทจ่ี ะศึกษาฤทธิข์ องมะกรดู ตอ่ การเกิดมะเร็ง
ตับของหนูขาว สายพันธุ์ F344 ที่ได้รับสารก่อมะเร็ง 2-amino-3,8-
dimethylimidazo [4,5-ƒ] quinoxaline (MeIQx) ในการทดลองแบบ
medium-term bioassay ผลการวิจัยพบว่ามะกรูดมีฤทธิ์เสริมฤทธิ์
ของ MelQx ในการทําให้เกิดมะเร็งตับ (preneoplastic liver foci)
อย่างมนี ยั สําคัญทางสถิติ
2.3 ความเปน็ พษิ ของมะกรดู
การใช้น้ำมันหอมระเหยกับผิวหนังในปริมาณที่มาก
ต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงเนื่องจากน้ำมันที่ได้จากการบีบผิว
ผลมะกรดโดยอาจทำใหเ้ กิดพิษเม่ือสมั ผสั กบั แสงได้ และเกดิ มสี ารสีเกิน
ที่ผิวหนัง บริเวณในหน้า และลำคอ เพราะมีสารกลุ่มคูมารินที่ได้
จากการกล่ันสารน้ี
17
18
9
3. สายพันธ์ุมะกรูด
ส า ย พ ั น ธ ุ ์ ม ะ ก ร ู ด ท ี ่ ป ล ู ก อ ย ู ่ ใ น บ ้ า น เ ร า ใ น ข ณ ะ นี้
จะแบ่งออกเป็น 2 สายพันธุ์หลัก คือ สายพันธุ์ที่ให้ผลมะกรูด
ดกตลอดปี ผิวผลคอ่ นขา้ งเรียบและผลมีขนาดเลก็ อีกสายพนั ธุ์หนึ่ง
เป็นพันธุ์ผลใหญ่และติดเป็นพวง ลักษณะของผลมีตะปุ่มตะป่ำ
คล้ายหูดและมีใบขนาดใหญ่ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่เหมาะที่จะปลูก
เพื่อผลิตใบและผลขายส่งโรงงานแปรรูปน้ำมันหอมระเหย
เครื่องอุปโภคหลายชนิด อาทิ สบู่ ยาสีฟัน น้ำยาล้างจาน
เครื่องสำอาง ฯลฯ ล้วนแต่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยจาก
ใบและผลมะกรูด ยังมีข้อมูลบริษัทบางแห่งมีการนำเอาใบมะกรูด
ไปตากแห้งและบดให้ละเอียด ปั้นเป็นลูกกลอนเพื่อส่งออก
บ้างก็นำเอาไปเป็นส่วนผสมในอาหารไก่เพื่อช่วยต้านทานโรค
ในทางการแพทย์แผนไทยมีการใช้มะกรูดเป็นยาหรือส่วนผสม
ของยาต่าง ๆ อาทิ น้ำในผลมะกรูดแก้อาก ารท้อ ง อื ด
ช่วยให้เจริญอาหาร น้ำมะกรูดใช้ดองยาเพื่อใช้ฟอกเลือดและ
บำรุงโลหติ ในสตรี สว่ นของเน้อื นำมาใช้เป็นยาแก้อาการปวดศีรษะ
สว่ นของใบมะกรดู ใชเ้ ป็นยาขบั ลมในลำไส้
แก้อาการจุกเสยี ด
19
20
10
3.1 มะกรดู หวาน
มะกรูดชนิดนี้ เกิดจากการเอาเมล็ดของมะกรูดธรรมดา
ทั่วไปจำนวนหลายเมล็ดไปเพาะเป็นต้นกล้าแล้วแยกไปปลูกเลี้ยง
จนต้นโตมีดอกและติดผล ปรากฏว่าผลมีขนาดใหญ ่ข้ึน
เมื่อนำเอาผลไปผ่า พบว่าเนื้อในเป็นสีเหลืองเข้มแตกต่างจาก
สขี องเนือ้ ในจากผลมะกรูดท่ัวไปชดั เจน ผา่ บีบหรือค้ันน้ำให้นำ้ เยอะ
รสชาติของน้ำหวานหอมปนเปรี้ยวเล็กน้อยเป็นที่แปลกใจมาก
ใส่น้ำแข็งก้อนจิบเหมือนกับดื่มน้ำส้มเช้งอร่อยมาก เชื่อว่า
เป็นมะกรูดกลายพันธุ์จึงขยายพันธุ์ตอนกิ่งปลูกทดสอบความน่ิง
ของสายพันธุ์อยู่เป็นเวลานานและทุกอย่างยังคงที่ โดยเฉพาะ
รสชาติของน้ำหวานหอมเหมือนเดิมทุกอย่าง เลยตั้งชื่อว่า
“มะกรูดหวาน” ดังกล่าว ได้รับความนิยมปลูกมาตั้งแต่โบราณ
จนกระทั่งปัจจุบัน ส่วนใหญ่นิยมปลูกอย่างแพร่หลายในแถบ
จ.สมทุ รสงคราม จ.นนทบรุ ี และจังหวัดทางภาคกลางบางพ้นื ท่ี
ภาพที่ 5 : มะกรดู หวาน
ที่มา : https://www.google.co.th/
21
22
11
มะกรูดหวาน มะกรูดหวาน หรือ CITRUS HYSTRIX DC.
อยู่ในวงศ์ RUTACEAE มีชื่อวิทยาศาสตร์และมีลักษณะทาง
พฤกษศาสตร์เหมือนกับต้นมะกรูดท่ัวไปเกือบทุกอยา่ ง คือ เป็นไม้
ยืนต้น สูง 1-3 เมตร เป็นไม้เนื้อแข็ง ลำต้นและกิ่งก้านมีหนาม
แหลม ใบเป็นใบเดยี่ วออกเรียงสลับเป็นรูปรี ปลายและโคนใบคล้าย
กับใบส้มซ่ามาก สีเขียวสด ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบ แต่ละช่อ
ประกอบด้วยดอกย่อยจำนวนมาก ดอกเป็นสีขาว มีกลิ่นหอมเย็น
“ผล” รปู ทรงกลมหรือรเี ลก็ น้อย ผลมีขนาดใหญ่กวา่ ผลของมะกรูด
บ้านหรอื ผลมะกรดู ทั่วไปอยา่ งชดั เจน หัวผลจะเป็นจกุ เหมือนหัวผล
ของสม้
ภาพที่ 6 : มะกรดู หวาน
ท่ีมา : https://www.google.co.th/
23
24
12
3.2 มะกรูดเปรยี้ วพ้นื บ้าน
เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูง 1-3 เมตร เป็นไม้
เนื้อแขง็ ลำตน้ และกง่ิ กา้ นมีหนามแหลม ใบเป็นใบประกอบ
ชนิดลดรูป มีใบย่อย 1 ใบ เรียงสลับ รูปไข่ คือมีลักษณะ
คลา้ ยกบั ใบไม้ 2 ใบ ตอ่ กันอยู่ คอดกิ่วท่กี ลางใบเปน็ ตอน ๆ
มีก้านแผ่ออกใหญ่เท่ากับแผ่นใบ ทำให้เห็นใบเป็น 2 ตอน
กว้าง 2.5 - 4 เซนติเมตร ยาว 4 - 7 เซนติเมตร ใบสีเขียว
แก่ พน้ื ผวิ ใบเรียบเกล้ยี ง เปน็ มัน คอ่ นข้างหนา มีกล่นิ หอมม
เพราะมีต่อมน้ำมันอยู่ โดยใบด้านบนสีเข้ม ใต้ใบสีอ่อน
ดอกออกเป็นกระจุก 3 –5 ดอก กลีบดอกสีขาว เกสร
สีเหลือง ร่วงง่าย มีกลิ่นหอม “ผล” รูปทรงกลมหรือ
รีเล็กน้อย ผลมีขนาดเล็กกว่าผลของมะกรูดหวาน
อย่างชัดเจน มีผลสีเขียวเข้มคล้ายมะนาวผิวเปลือกนอก
ขรุขระ ขั้วหัวท้ายของผลเป็นจุก ผลมีต่อมน้ำมันกระจาย
อยู่ที่ผิว ผลอ่อนมีเป็นสีเขียวแก่ เมื่อผลสุกจะเปลี่ยนเป็นสี
เหลืองสด เป็นชนิดพันธุ์ที่มีผลเล็ก ผิวจะขรุขระน้อยกว่า
มะกรูดหวานและไม่มีจุกที่ขั้ว ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก ๆ
มดี อกและตดิ ผลดกตลอดทั้งปี ขยายพันธุด์ ้วยเมล็ด ตอนกิ่ง
ทาบกิง่ และเสยี บยอด
25
26
13
4. ขนั้ ตอนการทำน้ำยาลา้ งจานจากมะกรูด
4.1 การเตรียมวัสดุอุปกรณ์
1. มะกรูด
2. นำ้ เปล่า
3. กะละมงั
4. มดี และเขียง
5. F24 1 กิโลกรัม (สารช่วยทำความสะอาด
ขจดั ความมัน)
6. N70 1 กิโลกรมั (สารชว่ ยทำใหเ้ กดิ ฟอง)
7. ไม้พาย
8. ภาชนะสำหรบั บรรจุนำ้ ยาล้างจาน
9. ผ้าขาวบาง
10. เกลอื แกง
11. ตะแกรงทีม่ รี เู ล็ก ๆ
27
28
14
4.2 ขน้ั ตอนวิธีการทำ
1. ล้างมะกรดู ให้สะอาด พักไวใ้ ห้แห้ง
2. นำมาผา่ ครึ่ง แคะเมลด็ ออก
3. นำมะกรูดไปต้ม ใส่น้ำประมาณ 3 ลิตร ต้มไฟกลาง
ค่อนข้างแรง ประมาณครึ่งชัว่ โมง
กรองใหเ้ หลือแต่น้ำ
4. พักไว้ใหเ้ ย็น จะไดน้ ำ้ มะกรดู เข้มข้น
5. เมื่อน้ำมะกรูดเย็น นำสารลดแรงตึงผิวหรือที่เรียก
กันทั่วไปว่า N70
6. ค่อย ๆ ละลาย N70 กับ น้ำมะกรูดเข้มข้นให้เป็น
เนื้อเดียวกัน สิ่งสำคัญ คือต้องคนไปทางเดียวกัน
ตลอด ถ้าข้นและเหนียวเกินไปให้เติมน้ำเล็กน้อย
ขน้ั ตอนนจ้ี ะใชเ้ วลานาน เคลด็ ลับคอื เราสามารถใชไ้ ม
ช่วยกวน เพราะจะชว่ ยทุ่นแรงได้
7. เมื่อ N70 น้ำมะกรูดเข้มข้น และน้ำ ละลายเข้ากันดี
แล้วใส่ F24 ลงไปแล้วคนให้เข้ากัน จนเป็นเน้ือ
เดยี วกัน
8. ข้นั ตอนสดุ ทา้ ย ใชเ้ กลอื เพมิ่ ความเข้มข้นให้กับน้ำยา
ล้างจาน โดยโรยเกลือลงไปและคนไปเรื่อย ๆ จนได้
ระดับความเข้มขน้ ท่ีต้องการ พกั ท้งิ ไว้หนึ่งคืนเพ่ือรอ
ให้ฟองยุบ เราก็จะได้น้ำยาล้างจานไว้ใช้เอง โดย
บรรจุขวดเก็บไว้ใชไ้ ดใ้ นนาน
บรรจุใส่บรรจภุ ัณฑ์
29
30
15
5. สรปุ
จากการที่ได้ศึกษาค้นคว้า เมื่อนำเอาน้ำยาล้างจาน
ที่ทำมาจากมะกรูด ไปทดลองทำความสะอาดจานชามที่มี
คราบสิ่งสกปรกติดอยู่ปรากฏว่า จานชามมีความสะอาด
ไม่มีคราบสิ่งสกปรกและไม่มีกลิ่นคาว ซึ่งให้ผลเป็น
ที่น่าพึงพอใจในการทดลองใช้และยังมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ
ของมะกรูดด้วย มีประสิทธิภาพในการชำระล้างส่ิงสกปรก
เนื่องด้วยน้ำยาล้างจานมีผลของน้ำด่างที่มีฤทธิ์เป็นเบส
ซึ่งช่วยในการขจัดคราบสิ่งสกปรก ส่วนน้ำมะกรูดมีฤทธิ์
เป็นกรด ซึ่งช่วยในการขจัดคราบมันและกลิ่นคาว ซึ่งช่วย
ในการล้างทำความสะอาดจานชามต่าง ๆ ได้
31
32
บรรณานกุ รม
ขน้ั ตอนการทำน้ำยางล้างจานจากมะกรดู . (ม.ป.ป). [ออนไลน์].
เข้าถึงได้จาก http;//www.exteam.weebly.com. (วันที่
สืบคน้ : 26 ธันวาคม 2562).
ชตชิ า ปภานพุ นั ธ์ (2559). ประโยชน์มหัศจรรย์มะกรูด. กรุงเทพฯ:
อมรนิ ทร์.
ฐานขอ้ มูลเร่อื งเครื่องยา คณะเภสชั ศาสตร.์ (ม.ป.ป). [ออนไลน]์ .
เข้าถงึ ได้จากhttp://www.thaicrudedruy.com. (วนั ทสี่ ืบคน้
: 21 มกราคม 2563).
ภรณก์ าญจน์ ภมรประวัติณะ. (2553,ตลุ าคม). มะกรดู สมนุ ไพร.
หมอชาวบ้าน, 32(378). หน้า 11-16.
ภรกาญจน์ ภมรประวตั ิณะ. (2553,ตลุ าคม). มะกรูดสมนุ ไพร
บำรงุ ผม. หมอชาวบ้าน, 32(392). หน้า 19-22.
ม ะ ก ร ู ด . ( ม . ป . ป ) . [อ อ น ไ ล น์ ]. เ ข ้ า ถ ึ ง ไ ด ้ จ า ก
http://www.natres.psu.ac.th. (วันที่สืบค้น : 17 ธันวาคม
2562).
มะกรูด-ฐานข้อมูลเรื่องเครื่องยา คณะเภสัชศาสตร์. (ม.ป.ป).
[ออนไลน์]. เข้าถงึ ได้จาก http://www.thaicrudedruy.com.
(วนั ท่ีสืบค้น : 19 มกราคม 2563).
33
34
บรรณานุกรม
มะกรูดเปรี้ยวพื้นเมือง. (ม.ป.ป). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก
https://th.wikipedia.org. (วนั ท่ีสบื คน้ : 22 กันยายน 2563).
เมธยา ภูมริ ะว.ิ (2552,27 ธันวาคม). สมั ภาษณ์
ลักษณะทั่วไปและประโยชน์ของมะกรูด. (ม.ป.ป). [ออนไลน์]
เข้าได้ถึงจาก https://puechkaser.com. (วันที่สืบค้น : 17
ธนั วาคม 2562).
35