The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Infographic บทละครเรื่องรามเกียรติ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pakgardprcy, 2021-10-18 08:15:38

Infographic บทละครเรื่องรามเกียรติ์

Infographic บทละครเรื่องรามเกียรติ์

วัคซนี ความรู้ใหม่

รามเกยี รต์ไิ ทย
ฉบบั รัชกาลท่ี ๑

โดยนกั ศึกษาสาขาวชิ าการสอนภาษาไทยชนั้ ปี ที่ ๓ ปี การศกึ ษา ๑/๒๕๖๔
คณะครศุ าสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร

คานา

บทละครเร่ือง รามเกียรต์ิ ฉบบั รัชกาลที่ ๑ เป็นวรรณคดีทส่ี าคัญเร่ืองหน่ึงของไทย
มตี น้ กาเนดิ จากมหากาพยร์ ามายณะของอนิ เดีย ซ่งึ เป็ นทร่ี ูจ้ ักอย่างกว้างขวางในภมู ิภาคเอเชีย
ตะวนั ออกเฉียงใต้ มเี ร่ืองราวบอกเล่าอยหู่ ลายสานวน เม่ือเผยแพร่เข้าสปู่ ระเทศไทย กวกี ร็ อ้ ยเรยี ง
เร่ืองราวจากหลายสานวน ดดั แปลงให้เข้ากบั บริบทสงั คมไทย ซ่ึงรามเกยี รต์ทิ ่ีไดร้ ับยกย่องวา่ มี
เน้อื หาครบถ้วนสมบรู ณท์ ่ีสดุ คอื บทละครเร่อื งรามเกียรต์ฉิ บบั รัชกาลท่ี ๑ ทงั้ ยงั เป็นฉบับที่มี
คณุ ค่าด้านวรรณศิลป์และเป็นตน้ แบบใหก้ ับรามเกียรต์สิ านวนอ่นื ๆ ของสมัยต่อมา

หนังสือ “ วคั ซนี ความรใู้ หม่ รามเกยี รต์ิไทยฉบับรชั กาลท่ี ๑ " จัดทาข้ึนเพ่ือใหผ้ อู้ า่ นได้
ศกึ ษาบทละครเร่ือง รามเกยี รต์ิฉบับรชั กาลท่ี ๑ ท่ีได้รับยกย่องใหเ้ ป็ นรามเกียรต์ิ ฉบับที่มีเน้อื หา
สมบูรณท์ ี่สดุ เป็ นบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟ้ าจฬุ าโลกมหาราช แตง่ ด้วย
กลอนบทละคร มคี วามยาวถงึ ๑๑๗ เลม่ สมุดไทย ซึง่ ผจู้ ัดทาได้สรุปเน้อื หาใหผ้ ู้อ่านไดศ้ กึ ษาหา
ความรไู้ ดโ้ ดยงา่ ยโดยจดั ทาในรูปแบบ Infographic ท่มี สี สี ันสวยงาม เน้อื หากลา่ วถึง ภูมิหลงั
ทม่ี า คุณคา่ ด้านเน้ือหา คณุ ค่าดา้ นวรรณศิลป์ และคณุ ค่าดา้ นอ่นื ๆ ทงั้ ยงั รวบรวมเอกสารงานวิจัย
ที่เก่ยี วขอ้ งเพ่อื แนะนาใหผ้ อู้ ่านได้ไปศกึ ษา เพ่มิ เติม

ผ้จู ัดทาหวงั เป็ นอยา่ งย่งิ วา่ ผู้อา่ นจะได้รบั ความร้แู ละความสนกุ เพลดิ เพลินจากหนงั สือเล่มน้ี
เพ่ือนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการเรยี นวรรณคดไี ทยตอ่ ไป หากมขี อ้ ผดิ พลาดประการใด ผ้จู ัดทาก็ขอ
อภยั มา ณ โอกาสนี้

คณะผจู้ ัดทา

สารบัญ หนา้

เร่ือง ๑

ภมู ิหลัง ๑
ผู้แต่งและประวตั ผิ แู้ ต่ง ๒
ความเป็นมาของรามเกยี รต์ิฉบบั รัชกาลท่ี ๑ ๓
รามเกยี รต์ิสานวนต่าง ๆ ๔
รปู แบบคาประพันธ์ ๖
เร่ืองยอ่ รามเกียรต์ิ ๖

คุณคา่ ด้านเน้ือหา ๗
โครงเร่ือง ๙
กลวธิ กี ารนาเสนอเน้ือหา ๙
กลวธิ ีการสรา้ งตัวละคร ๑๐
๑๒
คณุ คา่ ด้านวรรณศลิ ป์ ๑๕
การปรงุ แตง่ เสยี ง ๑๕
การปรุงแตง่ คา ๑๕
การปรงุ แต่งความ ๑๕
๑๕
คุณค่าด้านอ่ืน ๆ ๑๖
คุณคา่ ด้านความเช่อื ท่ีเก่ยี วกับสังคมไทย ๑๖
คุณคา่ ดา้ นวัฒนธรรมประเพณีและศลิ ปะ ๑๖
คุณค่าดา้ นนาฏศลิ ป์ ๑๖
คุณคา่ ดา้ นจิตรกรรมและประตมิ ากรรม ๑๗
คุณคา่ การสร้างสรรคร์ ามเกียรต์ิในศลิ ปะรปู แบบใหม่ ๑๗
คุณคา่ ดา้ นวรรณคดี ๑๗
คณุ ค่าดา้ นคติชน ๑๘
คณุ ค่าดา้ นปัญญา ๑๘
คณุ คา่ ดา้ นการเมอื งการปกครอง
คุณคา่ ด้านสานวนโวหาร
คณุ ค่าในฐานะทเี่ ป็นวรรณกรรมคัดสรรในหนังสือเรียน

หนังสือและเอกสารทีแ่ นะนาใหอ้ า่ น
คณะผู้จัดทา

ภูมหิ ลงั

ผ้แู ต่งและประวัติผูแ้ ตง่
บทละครเรอ่ื งรามเกยี รต์ิ ฉบับพระราชนิพนธใ์ นพระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช แตง่ ข้นึ
ในรชั สมัยของพระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รชั กาลท่ี ๑ ซึ่งขนึ้ ครองราชย์ตง้ั แตป่ พี ุทธศกั ราช
๒๓๒๕ – ๒๓๕๒ ซ่งึ เปน็ ชว่ งต้นของกรุงรตั นโกสนิ ทร์
วนั เวลาท่พี ระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟ้าจฬุ าโลก ฯ ทรงโปรดเกลา้ ใหป้ ระชุมกวีนักปราชญข์ ึ้นแตง่ เรอื่ ง
รามเกียรติ์ คอื ในปี " ศักราชพันร้อยหา้ สบิ เกา้ ปีมะเสง็ ฯ " ในเดือน “อ้ายสองคา่ ข้ึน จนั ทรวาร " ตรงกับวนั จนั ทรท์ ี่
๒๐ พฤศจกิ ายน ปีพทุ ธศกั ราช ๒๓๔๐ ( เสาวลกั ษณ์ อนนั ตศานต์ , ๒๕๓ ๑ : ๑๒๖ ) องคป์ ระธานในการนพิ นธ์คือ
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟา้ จุฬาโลก ฯ " บพิตรผู้ทรงญาณ ยิ่งหล้า " โดยมีเหล่านักปราชญร์ าชบัณฑติ ใน รัชสมัย
นนั้ ร่วมกันแต่งถวายเป็นพระราชนพิ นธใ์ นพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จุฬาโลก ฯ หรือเรียกวา่ เป็นฉบับหลวง
น่าเสยี ดายว่ามิได้ระบวุ ่ากวีคือผ้ใู ดและแต่งตอนใด ตรงกับมโนทศั นท์ วี่ ่าการประพันธง์ านวรรณศลิ ปท์ ีม่ คี ุณคา่ อัน
ยิ่งใหญถ่ วายแก่องคพ์ ระมหากษตั รยิ น์ ้นั ถือเป็นเกยี รตสิ งู สดุ ของกวี เนอื่ งด้วยการประชมุ กวขี ้ึนแตง่ รามเกยี รต์ิ น้ี
เปน็ พระราชดารขิ ององค์รชั กาลที่ ๑ เน่ืองจากพระองค์ทรงเหน็ วา่ วรรณคดีเรอ่ื งรามเกยี รตน์ิ ส้ี ามารถสอ่ื แสดง
ความหมายสาคัญบางประการในพระองคแ์ กเ่ หลา่ พสกนิกร

ความเป็นมาของรามความเป็นมาของรามเกยี รตฉิ์ บบั รัชกาลที่ ๑
รามเกียรติ์ เป็นวรรณคดที ม่ี คี วามผกู พนั อยกู่ บั วถิ ีชีวิตไทยแตโ่ บราณกาล มีอทิ ธพิ ลสอดแทรกทงั้ วถิ ชี วี ติ
คาสอน วรรณคดีตา่ ง ๆ อยเู่ สมอ บทละครเรื่องรามเกียรต์ิฉบบั รชั กาลท่ี ๑ มาจากวรรณคดเี รอื่ ง รามายณะ ในฉบับ
สนั สันสกฤต ฉบับองคตนกิ าย วษิ ณุปรุ าณะ หนุมานนาฏกะ และนิทานเรื่องพระราม ซ่งึ ถกู เผยแพรจ่ ากอนิ เดียและ
ประเทศเพอ่ื นบา้ น เป็นการถ่ายทอดแบบมขุ ปาฐะ และจารเป็นลายลักษณ์อักษรขึน้ ตงั้ แตส่ มยั อยุธยา
พระราชนพิ นธพ์ ระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จุฬาโลกมหาราช รชั กาลที่ ๑ ทรงขนึ้ ครองราชย์พระองค์
ทรงฟูฟื้นบ้านเมอื งและศิลปะวิทยาการตา่ ง ๆ ทานบุ ารงุ วรรณกรรมของชาตภิ ายหลงั เกดิ สงครามในช่วงกรงุ ศรี
อยธุ ยา เพ่ือมิใหม้ รดกของชาตไิ ทยสญู สน้ิ ไป พระองค์ทรงพระราชนพิ นธเ์ ร่อื งรามเกียรตข์ิ นึ้ และโปรเกล้าฯ ให้กวใี น
สมัยนั้นรว่ มนพิ นธด์ ว้ ยกนั หลายตอนในฉบับรชั กาลท่ี ๑ จงึ นับเปน็ ฉบบั ที่มีการรวบรวมรามเกยี รตเ์ิ ปน็ ฉบับ
ภาษาไทยสมบรู ณ์ ใชเ้ ปน็ บทละครใน และการศกึ ษาเรือ่ งราวรามเกียรตใ์ิ นการสบื ค้นทางวิชาการมาจนถงึ ปัจจบุ นั

พระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟ้ าจุฬาโลก ฯ
รัชกาลที่ ๑



รามเกียรต์สิ านวนตา่ งๆ

บทพากย์รามเกยี รตคิ์ ร้ังกรงุ เกา่ ขอ้ ความตอนสดี าหายถึงกุมภกรรณล้ม บทละครรามเกยี รตค์ิ รง้ั กรงุ เก่า ตอนพระรามประชมุ พลถึงองคตส่ือสาร
ติดตอ่ กัน นอกนน้ั มคี วามเป็นตอน ๆ ไม่ต่อเนอ่ื งกัน บทละครเรอ่ื งรามเกยี รต์ิพระราชนิพนธพ์ ระบาทสมเด็จพระพุทธยอด
บทละครรามเกียรติฉ์ บับพระราชนิพนธ์สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรมี ตี อน ฟา้ จุฬาโลก
กาเนดิ พระมงกุฎ ตอนหนมุ านเกี่ยวนางวานในจนถงึ ทา้ วมาลีวราช บทละครเรอ่ื งรามเกียรตพิ์ ระราชนิพนธ์พระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอด
เสดจ็ ตอนทา้ วมาลีวา่ ความจนถึงทศกณั ฐ์เขา้ เมอื งตอนทศกัณฐต์ ้ังพธิ ี ฟา้ จฬุ าโลก
ทรายกรดปลกุ เสกหอกกบิลพัทจนถงึ หนมุ านผูกผมทศกณั ฐก์ ับนาง คาพากยร์ ามเกยี รต์ิ พระราชนพิ นธ์พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หล้า
มณโฑ นภาลัยตอนนางลอย ตอนนาคบาศ ตอนพรหมาสตร์และตอนเอราวณั
บทละครเร่อื งรามเกียรติ พระราชนิพนธพ์ ระบาทสมเด็จพระพุทธเลศิ บทละครรามเกียรต์ิ พระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้
หล้านภาลัยตอนหนุมานถวายแหวนไปจนถงึ ทศกณั ฐ์ล้มพระรามเสด็จ เจ้าอยู่หวั ตอนพระรามเดินดง
กลับอยธุ ยา และตอนบุตรสพ (พระมงกฎุ พระลบ) บทเบิกโรง พระราชนพิ นธพ์ ระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ตอน
เรื่องรามเกียรตใ์ิ นพระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ซ่งึ มีหลาย นารายณ์ปราบนนทกและพระรามเขา้ สวนพริ าพ
ประเภท และหลายตอน บางส่วนทรงพระราชนิพนธข์ นึ้ ตามเร่อื งรา นิราศสีดา หรอื ราชาพลาปรคาฉันท์แต่งในสมยั อยุธยา
มายณะของวาลมีกฉิ บบั ภาษาอังกฤษ รวมท้งั ช่ือตวั ละคร สภุ าษติ เช่น โคลงทศรถสอนพระรามโคลงพาลีสอนน้อง
บุคลกิ ลักษณะของตวั ละครบางส่วนดาเนินเรอ่ื งตามฉบับรัชกาลท่ี ๑ เรอ่ื งพระลัก - พระลาม ซึ่งเป็นนิทานคากลอนของทอ้ งถิ่นภาคอสี าน
อยา่ งตอนพรหมาสตร์ บางสว่ นดาเนนิ ตามฉบบั รชั กาลที่ ๒ อย่าง โคลงอธบิ ายภาพเร่ืองรามเกียรติซ์ ่งึ เป็นจิตรกรรมฝาผนงั รอบพระ
ตอนนางลอยพระราชนพิ นธ์เรื่องรามเกยี รตฉ์ิ บบั ต่าง ๆ อุโบสถวดั พระศรีรตั นศาสดาราม จานวน ๔,๙๘๔บท โดยเปน็ พระ
ได้แก่ ราชนิพนธพ์ ระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟา้ จุฬาโลก ๒๒๔ บท
๑) บทละครเบิกโรงเรอ่ื งดึกดาบรรพ์ ๔ ชดุ คือมหาพลฤี ษีเสย่ี งลกู
นรสงิ หาวตารและพระคเณศเสียงา
๒) บทละครดึกดาบรรพ์ (โขน)ชุดอรชนุ กับทศกัณฐ์
๓) บทละครเรือ่ งรามเกยี รติชุดปราบตาตะกา และชดุ อภิเษกสมรส
๔) บทละครเรอ่ื งรามเกยี รต์ิ ๕ ชดุ คือ สีดาหาย พิเภกถกู ขบั จอง
ถนนประเดมิ ศึกลงกา นาคบาศ พรหมาสตร์ ทัง้ ๕ ชดุ มีคาร้องและ
คาพากยอ์ ยู่ในชุดเดียวกัน ใชไ้ ด้ท้ังเล่นโขนและละครบทพากย์บท
เจรจา ตอนเผาลงกา พิธกี มุ ภนยิ า และนางลอย



รปู แบบคาประพนั ธ์

รปู แบบคาประพันธ์ : บทละครเรือ่ งรามเกยี รติ์ พระราชนิพนธใ์ นพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟา้ จุฬาโลก
มหาราช ใช้คาประพันธ์เป็นกลอนบทละครสาหรบั เล่นละครใน รปู แบบหรือลกั ษณะคาประพันธ์ของกลอนบท
ละคร มดี ังนี้

ตวั อยา่ งฉนั ทลกั ษณก์ ลอนบทละคร

กลอนบทละครบทหน่ึงมี ๒ บาท บาทหนงึ่ มี ๒ วรรค ในแต่ละวรรคจะมีประมาณ ๖ - ๗ คา
วรรคแรกของกลอนบทละครนิยมใช้คานาหรอื คาขึน้ ดัน คือ

เมื่อนน้ั : ใชข้ ึ้นตน้ ตอนทกี่ ล่าวถึงตัวละครสาคัญ ตวั ละครช้ันกษัตริย์

บัดน้นั : ใชข้ นึ้ ตน้ ตอนตัวละครท่เี ปน็ ตัวรอง เช่นบคุ คลธรรมดา ตวั ตลก ทหาร ยกั ษ์เสนาอามาตย์

มาจะกลา่ วบทไป : ใช้ขึ้นต้นตอนใหม่ เปล่ยี นมาเล่าเรือ่ งใหม่

คาดังกล่าวนไ้ี มต่ อ้ งส่งสัมผัสในวรรคตอ่ ไป เชน่

เม่อื นัน้ ท้าวยี่สิบกรยักษา

ครั้นเสดจ็ ซงึ่ จดั โยธา มาเขา้ ทีส่ รงสาครฯ



ตอนท่ี ๑ กาเนิดตวั ละคร
เริม่ ด้วยกล่าวสดดุ ีแนวพระราชดาริในการทรงพระราชนพิ นธ์รามเกียรต์ิ แลว้ จึงเข้าสู่
เนือ้ เรอ่ื งต้ังแต่หริ ันตยักษม์ ว้ นแผ่นดนิ พระนารายณอ์ วตารลงมาปราบ ต่อมาเปน็ เร่ืองกาเนิด
วงศพ์ ระราม กาเนดิ ทศกัณฐ์ กาเนิดเหล่าวานร กาเนิดนางมณโฑ กาเนดิ อนิ ทรชติ นนทกาล
ถูกพระอศิ วรสาปให้เปน็ ควายช่อื ทรพา นางไกยเกษใี ชแ้ ขนสอดเพลารถของท้าวทศรถคราวรบ
กบั ปทูตทนั ต์จนได้รับพร แล้วกลา่ วถงึ การประสูติพระราม พระพรต พระลกั ษมณ์ และพระ
สัตรดุ ซ่ึงเป็นอวตารของพระนารายณ์ ตลอดจนเทพอาวธุ และบลั ลงั ก์นาค ฝ่ายนางมณโฑก็
ให้กาเนิดสดี าซึ่งเป็นอวตารของพระลักษมี ครน้ั พเิ ภกทานายว่าสีดาจะเปน็ กาลกิณีแก่กรุงลงกา
ทศกณั ฐจ์ ึงใหใ้ สผ่ อบลอยนา้ ไป คร้นั พระชนกฤๅษเี กบ็ ผอบไดจ้ ึงเล้ยี งนางเป็นพระธิดา
ภายหลงั พระรามยกศรไดจ้ งึ ได้อภเิ ษกกบั นาง จากน้ันท้าวทศรถเตรียมจะราชาภิเษกให้
พระรามครองกรุงศรีอยุธยา แตน่ างไกยเกษกี ลบั ขอใหพ้ ระพรตโอรสของนางขึน้ ครองราชย์
แทน และให้พระรามเดนิ ป่า ๑๔ ปี พระราม พระลักษมณ์ และนางสีดาจึงออกเดนิ ปา่ ไป
ดว้ ยกนั

เน้ือเร่อื งย่อ

ตอนท่ี ๒ ศกึ กรงุ ลงกาครง้ั ที่ ๑ (ศกึ ชิงนาง)
นางสามนกั ขามาพบพระรามก็หลงรัก เข้าทบุ ตีนางสดี า จึงถกู พระลกั ษมณต์ ัดหตู ดั จมกู เพอื่ ลงโทษ นางสาม
นักขากลบั ไปฟอ้ งทศกณั ฐ์ผูเ้ ป็นพช่ี าย แลว้ แกลง้ กลา่ วชมความงามของนางสีดาจนทศกณั ฐ์หลงใหล ออกอุบายให้มารีศ
แปลงเป็นกวางทองลอ่ พระราม พระลักษมณ์ออกจากอาศรม แล้วลักพาสดี าไปไวท้ ก่ี รงุ ลงกาเม่ือพระราม พระลักษมณ์
กลับมาไมพ่ บนางสีดากร็ ู้วา่ เสยี ทจี งึ ออกตดิ ตาม ระหวา่ งทางพบนกสดายุแจง้ ข่าวสดี าถกู ทศกณั ฐล์ กั พาไปกรงุ ลงกา
ตอ่ มาพระราม พระลกั ษมณไ์ ดห้ นมุ านและสคุ รพี มาเป็นทหารเอก จากนน้ั ตอ้ งฆา่ พาลีตามคาสาบานทีพ่ าลใี ห้ไว้กับพระ
อิศวร แลว้ ไดก้ องทพั วานรมาช่วยพระรามสบื หาสดี า โดยสง่ หนมุ าน องคต ชมพูพานไปยังกรงุ ลงกากอ่ น เมอื่ ทหารเอก
ทงั้ สามกลบั มาแลว้ พระรามจงึ ยกทพั เคลือ่ นพลไป ฝ่ายทศกัณฐ์ฝันร้าย พเิ ภกแนะนาใหส้ ง่ นางสดี าคืน ทศกัณฐ์กริ้ว
โกรธขบั ไล่พิเภกออกจากเมือง พเิ ภกจึงมาขอสวามิภักดิ์พระราม จากน้นั พระรามให้จองถนนข้ามไปยังกรงุ ลงกา แลว้ เกดิ
รบพุ่งกนั หลายคร้ัง ฝ่ายพระรามมพี ิเภกคอยทูลแก้ไขกลศกึ ของพวกยักษ์ ทศกัณฐ์จึงเป็นฝา่ ยพ่ายแพ้และตอ้ งสูญเสีย
ชวี ิตไมยราพผูเ้ ปน็ หลานกับกุมภกรรณนอ้ งชาย ทาใหท้ ศกัณฐเ์ ศรา้ โศกเสยี ใจเปน็ อนั มาก อทิ ทรชติ ผเู้ ปน็ โอรสรักจึง
อาสาออกรบ แตใ่ นทส่ี ดุ กต็ ้องถูกพระลักษมณแ์ ผลงศรสน้ิ ชวี ิต ทศกณั ฐ์ขอรอ้ งใหบ้ รรดาญาติมติ รยกทพั ออกรบกับทพั
ของพระรามหลายครัง้ แตก่ ก็ ลบั เปน็ ฝ่ายพา่ ยแพ้และตอ้ งสูญเสยี ชวี ติ ทหารยกั ษเ์ ปน็ อันมาก แม้ในท่ีสดุ ทศกัณฐ์เชญิ
ทา้ วมาลีวราชซึ่งมีวาจาสิทธ์มิ าตัดสินขอ้ พพิ าทด้วยหวงั วา่ ท้าวมาลวี ราชจะเขา้ ขา้ งตนเอง ครัน้ ทา้ วมาลวี ราชพพิ ากษาใหส้ ่ง
นางสดี าคืน แตท่ ศกณั ฐ์ไม่ยนิ ยอม ออกรบกบั พระรามอกี พระรามแผลงศรแตไ่ มส่ ามารถสังหารทศกัณฐ์ใหต้ ายได้ จน
หนุมานต้องลวงไปเอากลอ่ งดวงใจทศกณั ฐซ์ ึ่งฝากไว้ท่ฤี ๅษโี คบุตรมาทาลาย พระรามจงึ แผลงศรสังหารทศกัณฐ์สาเรจ็
และไดน้ างสีดาคืน จากนั้นสดี าขอลุยไฟเพอื่ พิสจู นใ์ ห้เห็นถงึ ความบรสิ ุทธิ์ของตนเอง ตอ่ มาพระรามกไ็ ด้ทาพธิ รี าชาภเิ ษก
ขนึ้ ครองราชสมบตั ทิ ี่กรงุ ศรอี ยธุ ยา และปนู บาเหนจ็ ให้เหล่าทหารหาญ โดยให้สุครีพครองเมอื งขีดขิน หนมุ านครอง
เมอื งนพบรุ ี และพิเภกครองกรุงลงกาสบื ตอ่ ไป



เน้ือเร่อื งยอ่

ตอนท่ี ๓ ศึกกรงุ ลงกาครง้ั ที่ ๒ (แค้นนต้ี อ้ งชาระ)
ครัน้ อยตู่ ่อมานางมณโฑใหก้ าเนิดไพนาสุรยิ วงศซ์ ง่ึ เปน็ ลกู ของทศกัณฐ์ท่ีตดิ ท้องของนางมา แต่พเิ ภก
เขา้ ใจผดิ คดิ ว่าเป็นลูกของตน ภายหลังวรณสี รู พีเ่ ลยี้ งแอบบอกไพนาสุริยวงศใ์ ห้รู้ว่าใครคอื พอ่ ท่ีแทจ้ ริง ไพนาสุริ
ยวงศจ์ งึ ลอบไปขอใหส้ หายของพอ่ ชื่อท้าวจกั รวรรดมิ าชว่ ยแกแ้ ค้น ทา้ วจกั รวรรดยิ กทพั บุกลงกาและจะประหาร
ชีวิตพเิ ภก แต่ไพนาสรุ ยิ วงศ์ขอชีวิตไว้เพราะถือว่าพเิ ภกเคยเลย้ี งดูตนมา ทา้ วจักรวรรดจิ ึงให้ขงั พเิ ภกไวท้ า้ ว
จกั รวรรดิอปุ ภเิ ษกไพนาสรุ ิยวงศข์ นึ้ ครองกรงุ ลงกา ฝา่ ยอสุรผัดหลานพิเภกออกตดิ ตามหาหนมุ านผเู้ ป็นพ่อเพ่ือขอ
ความช่วยเหลือ เม่อื พระรามทรงทราบเรอื่ งจงึ ให้พระพรต พระสัตรดุ ยกทัพไปช่วยพิเภกจนสาเรจ็ จากนน้ั กล่าวถึง
พระรามออกประพาสป่ากบั พระลักษมณ์ นางอดูลปีศาจญาตทิ ศกณั ฐ์ปลอมมาเปน็ นางกานลั ของนางสีดา ขอให้สี
ดาเขียนรูปทศกัณฐ์ แลว้ นางกเ็ ขา้ สิงในรปู ทาให้ลบไมอ่ อก เมอ่ื พระรามกลับมาพบรปู ซ่งึ สีดาแอบซ่อนไว้กโ็ กรธ
ใหพ้ ระลกั ษมณ์นาสีดาไปประหาร แต่พระลกั ษมณ์ฆ่านางไมต่ ายจึงปล่อยไป สดี าไปอาศัยอยู่กบั ฤๅษจี นประสูติ
พระมงกุฎ ตอ่ มาฤๅษีชบุ พระลบใหน้ างอกี องค์หนงึ่ เมอ่ื เจริญวยั ข้นึ คราวหน่งึ พระมงกุฎพระลบประลองศรถูกตน้
รงั ใหญเ่ สียงดงั สนั่น พระรามได้ยินเสยี งน้ัน จงึ คดิ กระทาพธิ ีปลอ่ ยม้าอุปการ ให้พระพรต พระสัตรุด และหนุ
มานตามม้าไป พระมงกฎุ พระลบจับมา้ อุปการไดจ้ ึงนาไปขี่เล่น หนุมานจะจบั สองกุมารแต่จบั ไม่ได้ พระพรต
พระสตั รุดต้องมาชว่ ยจงึ สามารถจบั พระมงกฎุ ได้ แลว้ นากลบั ไปกรุงศรอี ยธุ ยา ตอ่ มาพระลบมาชว่ ยพระมงกฎุ หนี
พระรามต้องยกทัพตามมาสู้รบกนั จึงทราบวา่ พระมงกุฎ พระลบเป็นโอรส แลว้ งอนง้อขอคนื ดกี บั นางสดี า แต่
นางไมย่ อม พระรามทาอบุ ายลวงทาใหน้ างยง่ิ โกรธหนีไปอยเู่ มอื งบาดาล พิเภกทลู ขอใหพ้ ระรามออกเดินป่าเพอื่
สะเดาะเคราะห์อีก ๑ ปี ระหว่างเดินปา่ กไ็ ด้รบชนะยักษอ์ ีกหลายครั้งกวา่ จะกลับคนื เมือง สุดทา้ ยพระอศิ วรต้อง
เกลย้ี กล่อมใหพ้ ระรามกบั นางสีดาคืนดกี ันแล้วจึงจดั พธิ ีอภิเษกใหอ้ กี ครง้ั หน่งึ กล่าวถึงทา้ วคนธรรพน์ ุราชยกทพั
ไปตเี มอื งไกยเกษของพระอัยกาพระพรต พระรามจงึ สงั่ ให้พระพรต พระสัตรดุ พระมงกฎุ และพระลบยกทัพไป
ปราบและสามารถตีเมืองไกยเกษคนื ได้ ตอนท้ายจะเปน็ การสรรเสรญิ พระราม กล่าวถึงพระราชประสงคใ์ นการ
ทรงพระราชนพิ นธร์ ามเกยี รติ์ และเวลาที่ทรงพระราชนพิ นธ์



คุณค่าดา้ นเน้ือหาของบทละครเร่อื งรามเกยี รต์ิ
ฉบบั รชั กาลท่ี ๑

ตอนท่ี ๑ กาเนิดตัวละคร
เปดิ เรอ่ื ง เริ่มตน้ เปน็ การกล่าวถึงยักษต์ นหน่งึ นามวา่ "หิรนั ตยกั ษ์" ผ้ใู ช้ฤทธ์ิ

อานาจมว้ นแผ่นดินเพื่อคดิ ทจี่ ะทาลายโลก พระนารายณจ์ งึ อวตารลงมาเป็นหมูปา่
ยกั ษส์ ขี าวเหมอื นสาลลี งมาสงั หารอสูรลงได้หลังจากนนั้ จึงเป็นการเลา่ ถงึ ตน้ กาเนดิ
พงศน์ ารายณ์ พงศ์พรหมแหง่ ลงกา กาเนิดเหลา่ พงศว์ านร

ปมปัญหา คือ พระนารายณ์จึงแปลงเป็นนางอปั สรลงมาปราบนนทกไม่พอใจ
จงึ ต่อวา่ พระนารายณ์ พระนารายณ์จงึ สาปนนทกให้ไปเกิดเปน็ ยักษ์มีสิบหน้า
ย่ีสิบมือ มีฤทธิเ์ ดชอานาจ สามารถเหาะเหนิ เดนิ อากาศได้ สว่ นพระองคน์ ้ันจะ
ไปเกดิ เป็นมนุษยเ์ ดนิ ดินมสี องมอื ไปสงั หาร แลว้ จึงสงั หารนนทก

จดุ ขนั้ สดุ นนทกถูกพระนารายณป์ ราบปรามก่อนมาถอื กาเนดิ เปน็ ทศกณั ฐ์
จงึ เปน็ สงิ่ สนบั สนนุ ในการทาศกึ ของพระรามเพราะการกระทาของทศกัณฐ์
เป็นการกระทาอันเลวรา้ ย คือการลักพานางสีตามเหสขี องพระราม เพราะฉะนั้นแลว้
จุดเหตกุ ารณ์ที่เป็นจดุ สุดช้ัน คอื การลงมาเกดิ ของทศกณั ฑ์

ตอนท่ี ๒ ศกึ กรุงลงกาคร้งั ท่ี ๑ (ศึกชิงนาง)
เรมิ่ เรอ่ื ง ท้าวทศรถเตรียมราชาภิเษกให้พระราม แต่ปมปญั หาท่ี 1 กไ็ ด้เกิดขึน้

คอื นางกุจจีคิดแกแ้ ค้นพระรามจงึ ไปทลู ยนุ างไกยเกษใี หพ้ ระพรตครองเมอื งก่อน
พระราม นางไกยเกษจี งึ ทลู ขอพรท่ีนางไดร้ ับจากทา้ วทศรถเมอ่ื ครงั้ ท่ที า้ วทศรถออก
รบกับปทูตทันต์ พระรามจงึ ออกเดินป่า

ปมปัญหา ในตอนท่ี 2 คือความขัดแยง้ ระหว่างพระราม พระลกั ษมณ์และนางสี
ดากับนางสามนักขาขนษิ ฐาของทศกัณฐ์เนื่องจากนางสามนักขาเสียสามขี องตนไป
ดว้ ยความเสียใจนางจงึ ออกเดนิ ปา่ ครนั้ นางสามนักขามาพบพระรามก็หลงรกั เขา้ ทุบ
ตนี างสดี าจึงถกู พระลกั ษมณต์ ดั หู ตัดจมูก เพื่อลงโทษนางจงึ ไปฟ้องพีช่ าย คือ
ทศกัณฐ์ ทาให้เกิดศึกลงกาคร้ังท่ี 1

เหตุการณท์ เี่ ปน็ จดุ ขนั้ สดุ คอื หนุมานใดบ้ ีบหัวใจของทศกณั ฑ์ทาใหท้ ศกัณฐ์
ถึงแกช่ วี ิต



คณุ ค่าด้านเน้ือหาของบทละครเร่ืองรามเกยี รต์ิ
ฉบับรัชกาลท่ี ๑

ตอนที่ ๓ ศึกกรงุ ลงครง้ั ท่ี ๒ (แค้นนตี้ อ้ งชาระ)
กวสี รา้ งปมปญั หาขน้ึ มาถงึ ๒ ปมปญั หาใหญ่ เพื่อแบง่ การแสดงพระปรชี าสามารถของวงศพ์ ระรามใหช้ ดั เจน

ปมปัญหาที่ ๑ นางมณโฑใหก้ าเนิดไพนาสรุ ยิ วงศล์ ูกของทศกัณฐ์ แต่พเิ ภกเข้าใจผดิ คดิ ว่าเปน็ ลูกของ
ตน พิเภกเลยี้ งดูไพนาสุรยิ วงศเ์ ปน็ อยา่ งดี ภายหลังนางวรณีสรู พเ่ี ลยี้ งออกอุบายแอบบอกไพนาสรุ ิยวงคใ์ หร้ ้วู า่
ใครคือพ่อทแ่ี ทจ้ ริงปมปญั หานี้ส่งผลใหเ้ กดิ ศกึ กรุงลงกาครั้งท่ี ๒

จุดขนั้ สดุ ท้าวจักรวรรดยิ ดึ ครองกรุงลงกาไดแ้ ลว้ จึงขงั พิเภกไว้ ทา้ วจกั รวรรดิอุปภเิ ษกไพนาสุริยวงศข์ ้ึน
ครองกรุงลงกา

จุดคลคี่ ลายปมปญั หาที่ ๑ อสุรผัดออกตามหาบิดาของตนเพอ่ื เล่าความทีเ่ กิดขึ้นในกรุงลงกา จากนั้นหนุ
มานจงึ ทูลความแกพ่ ระราม พระรามทรงทราบเร่อื งจึงใหพ้ ระพรต พระสัตรดุ ยกทพั ไปชว่ ยพเิ ภกได้กรงุ ลงกา
กลบั มาดังเดิม

ปมปัญหาที่ ๒ พระรามออกประพาสปา่ กบั พระลักษมณ์อีกครงั้ นางอดลู ปีศาจญาติทศกณั ฐ์ปลอมเป็น
นางกานลั ขอใหน้ างสีดาเขียนรปู ทศกัณฐ์ แลว้ นางก็เข้าสงิ ในรปู ทาให้ลบไมอ่ อก เมือ่ พระรามกลับมาพบรูปซ่ึง
นางสดี าแอบซอ่ นไว้โกรธใหพ้ ระลักษมณน์ านางสีดาไปประหาร แต่
พระลักษมณ์ฆ่านางไม่ตายจึงปล่อยไป นางสดี าไปอาศัยกับฤๅษจี นประสูตพิ ระมงกุฎ ฤๅษีชบุ พระลบเพอ่ื ให้
เป็นสหาย พระรามไดย้ ินเสยี งศรพระมงกฎุ จงึ ทาพธิ ีปลอ่ ยมา้ อุปการ ภายหลังทราบวา่ เป็นโอรส จงึ ขอคืนดีกับ
นางสีดาแต่ไม่สาเรจ็ และใหส้ องกมุ ารไปอ้อนวอนสีดากลบั เมือง นางสีดาไมย่ อม พระรามทาอบุ ายทาให้นางยง่ิ
โกรธหนีไปอยู่เมอื งบาดาลซ่งึ เหตุการณ์ในตอนน้ีถือเป็น จดุ ขนั้ สดุ

จุดคลค่ี ลายปญั หาท่ี ๒ พระรามใหห้ นมุ านตามหานางสดี าพระรามก็ต้องออกเดนิ ปา่ เพอ่ื สะเดาะเคราะหอ์ ีก
๑ ปี พระอินทรข์ อให้พระอิศวรไกล่เกลี่ยนางสดี ากบั พระราม พระรามกับนางสีดาคืนดีกัน

การปดิ เรอ่ื ง หลงั จากเสร็จศึกกรงุ ลงกาคร้ังที่ ๒ แลว้ ทุกคนกลับบ้านกลับเมืองอยู่อยา่ งมคี วามสขุ และใน
ตอนท้ายเป็นการสรรเสรญิ พระรามและตวั ละครอน่ื ๆ กลา่ วถงึ พระราชประสงค์ในการทรงพระราชานพิ นธแ์ ละ
เวลาทที่ รงพระราชนพิ นธร์ ามเกียรต์ิ



กลวิธกี ารสรา้ งตวั ละคร
กลวธิ ีในการสร้างตัวละครน้นั มหี นา้ ทแ่ี ละ
บทบาทท่ีมคี วามสาคัญตอ่ โครงเรื่องและแกน่
เรื่อง ซ่ึงกวไี ทยแตโ่ บราณได้ตระหนักและให้
ความสาคัญ ตัวละครในบทละครเรอื่ งรามเกียรต์ิ
พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๒ ทีอ่ ยใู่ นความทรง
จาของคนไทยก็คอื ทศกัณฐ์ และหนมุ าน



คุณคา่ ดา้ นวรรณศิลป์ของบทละคร
เร่ืองรามเกียรต์ิ ฉบบั รชั กาลท่ี ๑

การปรงุ แตง่ เสยี ง
การเลน่ เสียง คือการเลือกสรรคาสัมผัสมาใช้ในคาประพันธ์ มที ้ังเสียงสมั ผัสพยญั ชนะ สระ และวรรณยุกต์ ใหพ้ เิ ศษ
กว่าปกติ มวี ัตถปุ ระสงคเ์ พื่อทานองที่ไพเราะเม่ืออ่านออกเสียง และเพอื่ อวดฝีมือของกวี

การเลน่ เสยี งพยญั ชนะ เชน่ คาทค่ี ล้องจองกันด้วยเสยี งพยญั ชนะต้น ๑

บัดนั้น มัจฉานุผ้ใู จแกลว้ กลา้

ซ่ึงอยู่ในสระคงคา เป็นด่านรักษาช้นั ใน

จากบทกวขี า้ งตน้ ปรากฎเสยี งพยญั ชนะได้แก่ คาว่า คง-คา คนื -เคย เล่นเสียง /ค/

๒ การเลน่ เสยี งสมั ผสั สระ คอื คาที่มีเสียงสระตวั เดยี วกนั และเสยี งตัวสะกดอยูใ่ นมาตราเดยี วกนั
นนทกก็ล้างเท้าให้ เมื่อจะไปก็จับหัวสนั่

สัพยอกหยอกเลน่ เหมอื นทุกวนั สรวลสันต์เยาะเย้ยเฮฮา ฯ

จากบทกลอนทย่ี กมาขา้ งตน้ จะเห็นวา่ มกี ารเลน่ เสยี งสมั ผัสสระในวรรค คือ สพั ยอก กับ หยอก

ซงึ่ เสยี งที่สมั ผสั สระกันคือ เสยี งออก /สระออ/

การเลน่ เสยี งวรรณยกุ ต์ คือ การไลร่ ะดับเสยี ง ของวรรณยุกตข์ องคา ๆ หนึ่ง ให้เสียงคล้ายชน้ั บนั ได

การเล่นเสย่ี งวรรณยุกต์จะพบน้อยมากแตถ่ า้ มกี จ็ ะทาใหก้ ลอนบทนั้นมคี วามไพเราะและเสน่ห์มากยงิ่ ข้นึ ๓

เชน่ รามเกยี รต์ิ ตอน นารายณ์ปราบนนทก

เปน็ ชายดดู มู๋ าหมิ่นชาย มติ ายจะได้มาเหน็ หนา้

คดิ แลว้ ก็รบี เดนิ มา เฝา้ พระอศิ ราธบิ ดี ฯ

จากทีไ่ ดก้ ลา่ วไปข้างต้น การเลน่ เสียงวรรณยกุ ตน์ ้นั พบน้อยมาก ในบทประพนั น้ี ข้างตน้ นี้ พบการเล่น

เสียงวรรณยกุ ตค์ อื คาว่า "ดูดู๋" เป็นการเลน่ เสียงวรรณยุกตต์ ามลกั ษณะการผัน เรียงจากเสยี งวรรณยุกต์ตรี

จากนัน้ เป็นเสยี งวรรณยุกต์จตั วา

๔ การเลน่ จงั หวะเสยี ง โดยปกตบิ ทร้อยกรองทุกชนิดมีจงั หวะตามแบบแผนฉันทลกั ษณเ์ ชน่ กลอนแปดลลี า

กลอนสุนทรภู่มจี ังหวะ ๓-๒-๓ กาพยย์ านีมีจังหวะ ๒-๓ หรือ ๓-๓ รอ้ ยกรองที่มจี งั หวะเด่นมกั จะเป็น

จังหวะที่ จัดวางพิเศษ ดังตัวอย่าง รามเกยี รต์ิ ตอนศกึ ไมยราพ

รบพลาง/ราพึง/คะนึงคิด สงสัย/ในจิต/กระบศ่ี รี

เหตุใด/วานร/น้อยนี้ จงึ่ ลา้ ง/ชวี ี/ไม่บรรลัย ๙

คุณค่าด้านวรรณศิลป์ ของบทละคร
เร่ืองรามเกยี รต์ิ ฉบบั รชั กาลท่ี ๑

การปรงุ แตง่ คา
คือ การเลอื กใชค้ าของบทละครอนั ก่อให้เกิดความไพเราะ เกดิ จนิ ตนาการและแฝงไปด้วยความหมาย
ท่ลี กึ ซงึ้ อยา่ งยิ่งดังตัวอย่าง

๑.๑ เล่นคาโดยวธิ กี ารซ้าคาเพอื่ เนน้ ความหมาย

การเลน่ คาโดยการซ้าคา เป็นการนาคามาซ้าเพอ่ื เนน้ ความหมายของคาน้นั
เช่น การเล่นคาวา่ “ สุด ” ในบางวรรค ตวั อย่าง

ตัวขา้ ผู้เป็นราชมลั ไม่อาจฆา่ ฟนั มนั ได้
สุดฤทธสิ์ ดุ คดิ สุดใจ ภวู ไนยจงโปรดปรานี

๑.๒ เล่นคาโดยวธิ กี ารซา้ คาเดยี วทม่ี เี สยี งวรรณยกุ ตต์ า่ งกนั

๑. การเลน่ คา หมายถงึ เชน่ ตอนชมหงสข์ องท้าวจตรุ พักตร์ โดยใช้คาวา่ “ งอนหงอน ”
การใชก้ ลการประพนั ธ์
ในการแตง่ บทรอ้ ยกรอง ซงึ่ เป็นคาท่มี ีเสียงวรรณยกุ ต์สามญั และจัตวา
ดว้ ยการซา้ คาหรอื ซา้
อักษรใหเ้ กดิ เสยี งเสนาะ ปากงอนหงอนสะบัดชดชอ้ ย รจนาดว้ ยสร้อยสลบั ขน
หรือใหม้ คี วามหมายท่ี
งามระยบั จับแสงสุริยน ด่งั สแี ก้ววิมลชชั วาล
ลึกซึ้งกนิ ใจยง่ิ ขน้ึ
๑.๓ การเล่นคาทเี่ ปน็ กลบท

ในบทละครรามเกยี รติน์ จ้ี ะเห็นวา่ กวีแต่งโดยไม่ไดร้ ะบุชื่อกลบท เชน่
๑.๓.๑ การเล่นคาดว้ ยวธิ ซี า้ คาตา่ งกนั ๒ คาตรงวรรคหนา้ (แบบกลบทบวั บาน
กลบี ขยาย) จะเหน็ จากบททีก่ วีซ้าคา “ หมหู่ นงึ่ ” ตน้ วรรคว่า

หมหู่ นง่ึ ถอื ธงสมี ว่ ง ผดุ ดวงเปน็ รปู ไกรสร
หม่หู น่งึ ถือธงมงั กร สีเขียวอรชรพรายพรรณ

๑.๔ การเลน่ คาทคี่ ลา้ ยกลบท ๑๐

การเลน่ คาด้วยวิธซี า้ คาเปน็ คู่ ๆ ในแต่ละวรรค เช่น
รถเอยรถเนาวรัตน์ แสงตรสั ตรัสตอ้ งพระสุริย์ฉาย
แอกออ่ นออ่ นชดธงชาย คล้ายคล้ายดมุ วงวงเวยี น

คณุ ค่าดา้ นวรรณศลิ ป์ของบทละคร
เร่ืองรามเกียรต์ิ ฉบับรชั กาลที่ ๑

๒. การสรรคา
การสรรคา คือ การใชถ้ อ้ ยคาทคี่ ดั สรรใหเ้ หมาะแกบ่ รบิ ทและสอ่ื ความคดิ อารมณ์
หรอื ประสบการณข์ องกวเี พอ่ื กอ่ เกดิ ภาพจนิ ตนาการ ทาใหผ้ ู้อา่ นสามารถเขา้ ถงึ ตวั ละครไดง้ า่ ย

พระอศิ วร ตวั อยา่ ง พระสยมภวู ญาณ หมายถึง พระผเู้ ปน็ เอง, พระอนิ ทร์ ตัวอยา่ ง หัสนยั น์ หมายถงึ ผมู้ ตี าหนง่ึ พนั
พระอศิ วร เจ้าตรัยตรึงศา หมายถงึ ตรัยตรงึ ศห์ รอื ดาวดงึ ส์ แปลวา่ ๓๓

มาจะกลา่ วบทไป ถึงนนทกนา้ ใจกลา้ หาญ เมอื่ นนั้ หสั นยั นเ์ จา้ ตรยั ตรงึ ศา
ต้งั แตพ่ ระสยมภวู ญาณ ประทานใหล้ า้ งเทา้ เทวา เหน็ นนทกนนั้ ทาฤทธา ชหี้ มเู่ ทวาวายปราณ

หนมุ าน ตวั อยา่ ง ลูกพระพาย หมายถึง เจา้ แหง่ ลม, ในที่นลี้ กู พระราม ตวั อยา่ ง พระสกี่ ร หมายถงึ พระนารายณเ์ นอื่ งจากพระองค์
พระพาย คอื หนมุ านซง่ึ เปน็ บตุ รของพระพาย ทรงมีรปู รา่ งลกั ษณะทม่ี มี อื ๔ มอื

บดั นน้ั มัจฉานฤุ ทธแิ รงแขง็ ขนั บัดน้นั นกทกแกลว้ หาญชาญสมร
ฟังลกู พระพายเทวญั ขบฟนั ชห้ี นา้ แลว้ รอ้ งไป เห็นพระองคท์ รงสงั ขค์ ทาธร เป็นสกี่ รกร็ จู้ กั ประจกั ษใ์ จ

พระจกั รี หมายถงึ ผมู้ จี กั ร (จักรเปน็ อาวธุ ประจาตวั ของ
พระนารายณ)์

มนั จงึ่ ไดพ้ ระจกั รี มาถึงบุรยี กั ษา
หาไมท่ ไ่ี หนอสรุ า จะรอดลงมายงั บาดาล

ทศกณั ฐ์ ตัวอยา่ ง ทศพักตร์ หรอื ทศเศียร

เนอื่ งจากทศกณั ฐม์ ยี ส่ี บิ หนา้ หรอื สบิ หวั เชน่

ตวั เรามใิ ชด่ าบส คือทศพกั ตรย์ กั ษี

แมน้ วา่ พระรามมฤี ทธี จงมาตอ่ ตดี ว้ ยกนั

๑๑

คุณค่าดา้ นวรรณศิลป์ของบทละคร
เร่ืองรามเกียรต์ิ ฉบบั รัชกาลที่ ๑

การปรงุ แตง่ ความ

การใชภ้ าพพจนแ์ ละโวหาร

อปุ มา อุปลกั ษณ์ อตพิ จน์ ปฏิปจุ ฉา ลัทพจน์ นามนยั

อปุ มา คือ เปน็ การเปรยี บเทียบสงิ่ หน่ึงวา่ เหมือนกบั อกี สงิ่ หนึ่งเปน็ คาแสดงการเปรยี บเทยี บเพ่ือเนน้ ใหเ้ หน็

จรงิ วา่ เหมือนหรอื คล้ายกัน อยา่ งไร ในลกั ษณะใด มักมคี าเชือ่ ม ดงั่ ดุจเฉก เหมือน เสมอื น

อปุ มา ตัวอยา่ ง ตอน นารายณป์ ราบนนทก เมอ่ื นนทกได้นวิ้ เพชรมาจากพระอศิ วร กเ็ ที่ยวไล่ชีน้ ้ิวสังหารเหลา่ เทวดา
อุปลกั ษณ์
ตอ้ งสุบรรณเทวานาคี ด่ังพิษอสนุ ีไม่ทนได้
อตพิ จน์
ลม้ ฟาดกลาดเกลือ่ นลงทนั ใด บรรลัยไมท่ ันพริบตา

กวไี ดพ้ รรณนาอทิ ธฤิ ทธขิ์ องนิ้วเพชรไวว้ า่ เจบ็ ปวดเหมอื นกับถกู ฟา้ ผา่ จนล้มลงตรงนัน้ ทาให้ผอู้ ่านเหน็ ภาพ

และเข้าใจถงึ ความร้ายกาจของนว้ิ เพชรได้โดยงา่ ย

อปุ ลกั ษณ์ เปน็ โวหารภาพพจนท์ ี่ใชก้ ลา่ วถงึ สงิ่ หน่งึ ว่าเปน็ อกี สง่ิ หนึง่ นยิ มใช้คาวา่ เปน็ คือ เทา่ เปน็

คาเช่ือม

ตัวอย่าง ตอน ศกึ ไมยราพ เม่ือมัจฉานอุ อกลาดตระเวนตรวจความเรยี บร้อยใหไ้ มยราพ เนื่องจากไมยราพ

ลักพาตัวพระรามมาทเ่ี มืองบาดาล

บดั น้ัน มัจฉานุผู้ใจแกล้วกลา้

ซึ่งอยู่ในสระคงคา เป็นด่านหน้ารกั ษาชัน้ ใน

ราตรีเทยี่ งคนื เคยเทยี่ ว ลดเล้ยี วกระเวนทางใหญ่

กส็ าแดงแผลงฤทธเิ กรียงไกร ขน้ึ ไปจากทอ้ งชลธาร

กวีไดใ้ ช้อปุ ลกั ษณ์กลา่ วถึงมัจฉานเุ ป็นด่านหนา้ ซ่ึงหมายถงึ ผ้ทู าหน้าท่เี ฝ้าดา่ นสระบัวท่ีไมยราพ

เปน็ ผู้ขุดสระให้

อตพิ จน์ คือ โวหารภาพพจน์ทีใ่ ชก้ ลา่ วเกนิ จรงิ เพือ่ ยา้ ความหมายให้ผู้ฟังรูส้ ึกว่าหนักแน่นจรงิ จัง

เน้นความรู้สกึ ให้เดน่ ชัดและน่าสนใจ โดยไมเ่ น้นความเปน็ จรงิ

ตัวอยา่ งการ ตอน เมขลา-รามสรู เม่ือเทศกาลวสันตค์ ราวหน่ึงนางอัปสรและเทวดาตา่ ง ๆ มารว่ มจบั ระบากัน

เมขลาเองก็ถือแกว้ มณไี ปร่วมจบั ระบาดว้ ย รามสรู เห็นดังนน้ั จึงไลจ่ ับนางเมขลา แต่พระอรชุนเหาะมาพอดี

บัดน้นั รามสรู สทิ ธิศกั ด์ยิ ักษี

ฟงั พระอรชุนพาที โกรธด่ังอัคคีไหม้ฟา้

๑๒กวใี ช้ภาพพจน์อติพจนก์ ล่าวถงึ ตอนทอี่ รชุนมาปราบรามสูรโดยคาพูดของอรชนุ ทาให้รามสรู โกรธจนไฟจะไหม้ฟา้

คุณคา่ ด้านวรรณศลิ ป์ของบทละคร
เร่ืองรามเกียรต์ิ ฉบบั รชั กาลที่ ๑

การปรงุ แตง่ ความ

การใชภ้ าพพจนแ์ ละโวหาร

อปุ มา อปุ ลักษณ์ อตพิ จน์ ปฏิปจุ ฉา ลัทพจน์ นามนยั

ปฏปิ ุจฉา เป็นศลิ ปะการใช้คาถามในงานวรรณกรรม เป็นคาถามทีไ่ ม่ได้ต้องการคาตอบแตถ่ ามเพื่อเรียกรอ้ ง

ความสนใจหรือถามเพือ่ ให้อีกฝา่ ยได้ฉุกคดิ

ตวั อย่าง ตอน นารายณ์ปราบนนทก

ปฏิปจุ ฉา นนทกถกู เทวดากลนั่ แกลง้ จนทนไม่ไหวจึงไปทลู ขอประทานนิว้ เพชรจากพระอิศวร โดยกล่าวถงึ

การทีต่ นทางานรบั ใชม้ านาน แตไ่ ม่ได้รับรางวลั หรือยศศักดใิ์ ดๆ กไ็ ม่ทราบวา่ ตนทาเวรกรรมใดไว้ ซง่ึ เปน็

การใช้ ปฏปิ ุจฉา คอื ถามเพอ่ื ตดั พ้อเรียกรอ้ งความสงสารเห็นใจใหพ้ ระอศิ วรประทานนว้ิ เพชรใหต้ นนัน่ เอง

พระองคผ์ ้ทู รงศักดาเดช ไมโ่ ปรดเกศแก่บ้านทศรี

กรรมเวรสิ่งใดดังน้ี ทลู พลางโศกีราพัน

ลัทพจน์ คือ การใช้ถ้อยคาท่ีเลียนเสยี งธรรมชาติ

ตัวอยา่ ง ตอน ทศกณั ฐ์ล้ม

ลัทพจน์ ในศึกครงั้ สดุ ท้ายระหว่างพระรามกับทศกัณฐ์ พระรามแผลงศรไปถกู อกทศกัณฐ์ตกจากรถทรง

เสยี งศรน้นั ดังราวฟ้าผ่ากกึ กอ้ งไปท่วั บริเวณ

เปร้ียงเปรยี้ งดังเสยี งฟา้ รอ้ ง ต้องอกทศกัณฐอ์ สรุ า

กึกกอ้ งท่ัวทศทิศา ตกจากรัถาอลงกรณ์

นามนยั ภาพพจน์ที่ใชค้ าหรือวลบี ่งบอกลกั ษณ์หรอื คุณสมบตั ขิ องสง่ิ หนงึ่ สง่ิ ใดมาแสดงความหมายแทนสิง่ ของ

ที่มลี ักษณะเด่นหรอื สิง่ ของทมี่ ีสมั พนั ธภาพใกล้ชิดกับสงิ่ ท่ีแทน

นามนัย ตวั อยา่ ง ตอน นารายณป์ ราบนนทก

นนทกไปเขา้ เฝ้าพระอศิ วร คาว่า ผทู้ รงศกั ดาเดช ในท่ีน้ใี ชเ้ ปน็ นามนัย หมายถงึ พระอิศวร เพราะ

เป็นผู้มีอทิ ธฤิ ทธมิ์ ากมาย

พระองค์ผ้ทู รงศกั ดาเดช ไมโ่ ปรดเกศแกข่ ้าบทศรี

กรรมเวรสงิ่ ใดด่งั นี้ ทูลพลางโกศีราพัน ฯ ๑๓

คณุ ค่าด้านวรรณศลิ ป์ของบทละคร
เร่อื งรามเกียรต์ิ ฉบับรัชกาลที่ ๑

การใชโ้ วหาร

การใชภ้ าพพจน์ ในบทละครเรื่องรามเกียรติ์ ฉบบั รชั กาลที่ ๑ ภาพพจนท์ ใ่ี ช้ส่วนใหญ่ คือ อุปมา ใช้ในการเปรียบเทียบอาการ
อารมณ์ความรู้สึกและรูปลักษณ์ของตัวละคร รวมถึงการใช้ภาพพจน์อ่ืนๆ ทาให้ผู้อ่านเกิดภาพในใจ เกิดความประทับใจเกิดความรู้สึก
สะเทอื นใจ เขา้ ใจอารมณ์ความรสู้ ึกของตวั ละคร และเป็นการแสดงฝมี อื ของกวีผปู้ ระพนั ธอ์ ีกด้วย

บรรยายโวหาร พรรณนาโวหาร สาธกโวหาร เทศนาโวหาร

SCAN ME

การลาดับความ

ในบทละครเร่อื งรามเกียรตฉิ์ บับพระราชนิพนธร์ ัชกาลที่ ๑ มกี ารลาดับความตามขนบวรรณคดไี ทย ดงั น้ี
มบี ทประณามพจนห์ รือบทนมัสการตน้ เรื่อง ตน้ เรื่องแต่งเปน็ รา่ ยสภุ าพ มขี ้อความสดดุ ีพระเกยี รติคุณของพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธ
ยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช
มปี ัจฉิมพจนท์ ้ายเรอื่ ง ปรากฏในกลอนทา้ ยเร่อื งรวมท้งั โครง ๒ บทปดิ ท้าย ในกลอน บทสุดท้ายของเรือ่ งรามเกยี รติ์ข้อความ
ประเมนิ พระราชนพิ นธเ์ รื่องรามเกียรต์ินีว้ า่ แตง่ ไดไ้ พเราะยิง่ กวา่ เร่ือง ท่ีมีมาก่อนในอดีตเป็นเรอ่ื งท่ที รงนามาจาก “นิยายไสย” ซ่ึงน่าจะ
หมายถึงเร่อื งนารายณส์ ิบปางท้ังยงั กลา่ วถงึ วัตถปุ ระสงค์ในการพระราชนิพนธส์ ว่ นโคลงอีกบทหนง่ึ เปน็ โคลงส่สี ภุ าพ ระบุ วันเดอื นปี ที่ทรง
เร่มิ พระราชนิพนธ์
มีกลวธิ พี รรณนาตามแบบการแตง่ ละครใน เน่ืองจากเรือ่ งรามเกยี รตสิ านวนนแี้ ตง่ เปน็ บทละครในจงึ มวี ิธีการพรรณนา ตามขนบ
การแต่งละครใน เชน่ บทสระสรงทรงเครอื่ งของตัวละครใน จะพรรณนาอยา่ งละเอียดและเปน็ ระบบตามจารตี การแต่งบท ละครใน เชน่
ลาดับการแต่งกายจากสว่ นล่างข้ึนขา้ งบน พร้อมทง้ั กระบวนทา่ ราที่ออ่ นช้อยสวยงาม และอาจเพ่มิ การพรรณนาแบบให้ เหน็ ภาพความงาม
โดยรวมไว้ดว้ ย นอกจากนีย้ ังมีการพรรณนารถศึกทลี ะสว่ น พรรณนาม้าศกึ หรอื ช้างศึกท่อี งอาจ รวมทัง้ พรรณนาอารมณข์ องตวั ละครอยา่ งเป็น
แบบแผน ไมว่ า่ จะเป็นอารมณ์สุขโสก และวิธีการครา่ ครวญตามจารตี การแตง่ วรรณคดไี ทย
กลวธิ พี รรณนาความงามของตวั ละคร กวีไทยมักชมความงามของตัวละครโดยชม ความงามทลี ะสว่ นและเปรยี บ กับความงามใน
อดุ มคตขิ องคนไทยวิธีการพรรณนาเชน่ นี้ไม่ไดเ้ น้นใหภ้ าพความงามที่ชดั เจนว่าตวั ละครตัวหน่ึงงามกว่าตวั ละครอกี ตวั หนึ่งอยา่ งไรแตเ่ ปน็ การ
ชมเพ่ืออวดวา่ กวมี คี วามรแู้ ละมฝี มี อื การแต่งตามจารีตการแตง่ วรรณคดีไทย
กลวิธพี รรณนาความสขุ ของตวั ละคร กวไี ทยมกั สอ่ื สารใหผ้ ฟู้ ังผู้อ่านทราบว่าตวั ละครมีความสุขเรื่องเพศรสดว้ ยวธิ ีการเนน้ วา่ หลงใหล
เพศรสจนลืมทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ งดังตัวอย่างตอน นางมณโฑได้รว่ มอภิรมยก์ บั พญาพาลี
กลวธิ พี รรณนาครา่ ครวญ ส่ังเสยี กวไี ทยมักใหต้ ัวละครอธรรมสานกึ ผดิ ก่อนสน้ิ ใจตายตัวละครจงึ มักกล่าวคาขอโทษและฝากฝังให้
ตวั ละครอน่ื ช่วยปกป้องดูแลตวั ละครทตี่ นรกั และห่วงใย และกรณที ี่เปน็ ตัวละครซง่ึ มหี ลายปากนิยมใหค้ ร่าครวญทีละปากจนครบทุกปากก่อน

สน้ิ ใจ ๑๔

คณุ ค่าด้านอ่ืนๆ บทละครเร่อื งรามเกียรต์ิ
พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๑

คณุ ค่าด้านความเชอื่ ทเี่ กี่ยวกบั สงั คมไทย วรรณคดีเรอ่ื งรามเกยี รติ์ พระราชนิพนธ์ในรชั กาลที่ ๑ เป็น
คณุ ค่าด้านวัฒนธรรมประเพณแี ละศิลปะ วรรณคดีท่รี ้จู ักกนั ดใี นสังคมไทย และยังส่งผลตอ่ คนไทยใน
ด้านต่าง ๆ อกี ท้ังยังมบี ทบาทและคณุ ค่าดา้ นความเชื่อท่ี
คณุ คา่ ด้านนาฏศิลป์ เกีย่ วกบั สังคมไทย ดังน้ี
- ความเชอ่ื และค่านยิ มเก่ยี วกบั แนวทางปฏิบตั ติ นของกษัตรยิ ์
เป็นผ้ทู รงธรรม
- ความเช่อื และคา่ นิยมเกี่ยวกบั แนวทางปฏิบตั ิตนในฐานะบตุ ร
ฐานะพี่ ฐานะสามีและทค่ี วรถอื เปน็ แบบอย่างในการดาเนนิ ชีวิต

บทละครเร่อื งรามเกียรติไ์ ดส้ อดแทรกประเพณีวัฒนธรรมอันดี
งาม และเป็นเอกลกั ษณ์ของไทยไว้อย่างลงตัว ดังน้ี
๑. พระราชพิธีในราชสานัก - พระราชพธิ เี วียนเทียนสมโภช

- พระราชพิธีลงสรงพระกมุ าร
- การถือน้าพระพิพฒั น์สตั ยา
- พระราชพิธีแหพ่ ระศพและ

ถวายพระเพลิงศพ
๒. ความเช่อื - ความเช่ือในนมิ ิตหรือฝันบอกเหตุ

- ความเช่ือเร่ืองไสยศาสตร์ คาถาอาคม

บทละครเร่ืองรามเกยี รติ์ ฉบับรัชกาลที่ ๑ มอี ทิ ธพิ ลตอ่ วงการ
นาฏศลิ ป์ไทยเปน็ อยา่ งมากเพราะเปน็ ตน้ ฉบับทส่ี มบูรณ์ทสี่ ดุ
ถกู แต่งขนึ้ มาเพ่ือใช้แสดงละครใน และในสมัยตอ่ มาจึงถกู
นามาเปน็ ต้นแบบของตวั บทการแสดงต่าง ๆ ทั้งโขนละคร
หนัง และหนุ่ โดยเฉพาะโขนทีม่ คี วามเกยี่ วพนั กบั รามเกียรต์ิ
อยา่ งใกล้ชิด

คุณคา่ ด้านจติ รกรรมและประตมิ ากรรม ภาพจติ รกรรมรามเกยี รติ์วดั พระแกว้ กองทัพพระลักษณ์สกู้ ับ
กองทัพยักษ์
ภาพศิลาจาหลักเรื่องรามเกยี รติ์ วดั พระเชตุพนวิมลมังคลาราม
(วดั โพธิ์)
ประติมากรรมลอยตัวรปู ตัวละครยักษ์วิรฬุ จาบังกบั ไมยราพณ์
ในวดั พระศรรี ัตนศาสดาราม

๑๕

คุณคา่ ดา้ นอ่นื ๆ บทละครเร่อื งรามเกียรต์ิ
พระราชนพิ นธใ์ นรชั กาลท่ี ๑

คณุ คา่ การสรา้ งสรรค์รามเกยี รติใ์ นศลิ ปะ ในปจั จุบัน รามเกยี รต์ิ ยังคงเป็นวรรณกรรมยอดนิยมในสังคมไทย
รูปแบบใหม่ จงึ ถูกนาไปปรบั เปลี่ยนเป็นงานศลิ ปะสมัยใหมอ่ กี หลายประเภท
หลายลักษณะ เชน่
คณุ คา่ ดา้ นวรรณคดี ๑. มีการนาตวั ละครหลกั ของรามเกียรตมิ์ าการออกแบบ
คณุ ค่าดา้ นคติชน สตกิ เกอร์ไลน์
๒. มกี ารนาวรรณคดเี รอื่ งรามเกียรต์มิ าสร้างเป็นภาพยนตร์ /
คุณคา่ ด้านปัญญา แอนเิ มชัน
๓. มีการนาตวั ละครในเร่ืองรามเกยี รต์มิ าออกแบบเปน็ พวงกญุ แจ

บทละครเร่อื งรามเกียรต์ิ ฉบบั รัชกาลท่ี ๑ เป็นบทละครที่
ได้รบั ยกย่องในวันภาษาไทยแหง่ ชาตปิ ระจาปพี ทุ ธศักราช
๒๕๕๘ จากคณะกรรมการวรรณคดีแห่งชาตใิ ห้เป็น "วรรณคดี
แห่งชาต"ิ เนื่องจากเปน็ สานวนที่มีเนอ้ื หายาวท่ีสุดและสมบรู ณ์
ทีส่ ดุ ใช้ภาษาและสานวนไทยทีเ่ รียบงา่ ยแตไ่ พเราะจงึ เป็น
ต้นแบบทมี่ าของเร่อื งรามเกียรติส์ านวนอื่นของไทยตอ่ มา

มีอิทธิพลตอ่ สงั คมในอดีต หลงเหลอื ให้เห็นจนถึงปัจจุบนั คือ เรือ่ งคตชิ น
โดยนาตัวละครหรือช่ือ สถานทใ่ี นเรือ่ งรามเกียรติ์ มาต้งั ช่อื ส่ิงต่างๆ เช่น
สถานท่ี ตน้ ไม้ อาหาร ธง สงิ่ ของตา่ งๆ เปน็ ต้น
ช่อื สถานที่ : กรงุ ศรอี ยุธยา
ชอ่ื ตน้ ไม้ : สมอพิเภก
ชอ่ื หิน : เขยี้ วหนุมาน
ชอ่ื อาหาร : พระรามลงสรง
ชอ่ื เรอื : เรือพาร่ังทวปี
ชอ่ื ลวด : ลายนารายณท์ รงครุฑหรือนารายณท์ รงสุบรรณ (ลายหน้าบัน)
ชื่อธง : ครฑุ พ่าห์

บทละครเร่อื งรามเกยี รติ์ ในรชั กาลท่ี ๑ ส่งเสริมใหผ้ ้อู า่ น
ได้รบั ความรเู้ พ่ิมเตมิ อันมีผลต่อสตปิ ัญญาทงั้ ด้านวิทยาการ
ความรูร้ อบตัว ความรเู้ ท่าทันเท่าทนั คน ความเห็นอกเห็นใจต่อ
เพื่อนมนษุ ยด์ ว้ ยกนั และเหตุการณ์ต่าง ๆ ทเ่ี กิดขนึ้ กบั ตวั ละคร
สง่ ผลใหผ้ ้อู ่านมที ศั นคติทกี่ ว้างขึน้ และมมี ุมมองทลี่ กึ ซ้ึง เชน่
วีรกรรมของนกั รบ ผนู้ า วิถชี ีวติ มนษุ ย์ การปกครองบา้ นเมอื ง
และการครองเรอื นวิถีชีวิตมนุษยเ์ ป็นตน้

๑๖

คณุ คา่ ดา้ นอ่นื ๆ บทละครเร่ืองรามเกียรต์ิ
พระราชนิพนธใ์ นรชั กาลที่ ๑

คุณค่าด้านการเมอื งการปกครอง

รปู แบบการปกครองในรามเกียรต์เิ ป็นการปกครองแบบราชาธปิ ไตยคือ ปกครองโดยผู้มีอานาจสูงสดุ เพียงผู้เดยี ว และ
ปกครองตามแบบเทวสทิ ธ์ิ ซึง่ ถือว่ากษตั ริยเ์ ปน็ ตัวแทนของพระเจ้า เนื่องจากสืบเชอ้ื สายมาจากพระเป็นเจา้ เป็นบตุ รแห่งสวรรค์
และได้รับมอบอานาจมาจากพระเจ้าเพือ่ ใหม้ าปกครองบา้ นเมือง มีความสัมพนั ธ์กับราษฎรแบบเจา้ กบั ไพร่หรอื นายกับบ่าว
วรรณคดีสามารถเป็นตวั ทานายและอธิบายเหตุการณใ์ นโลกแหง่ ความเป็นจริงทางสงั คมได้ และแสดงถงึ ความรูส้ กึ สานึกทาง
การเมอื ง ซง่ึ เป็นความรูส้ ึกทตี่ ิดมากับมนษุ ยชาติ

คณุ ค่าด้านสานวนโวหาร

สานวนโวหาร ในภาพรวมจะเห็นว่ารามเกยี รต์พิ ระราชนพิ นธใ์ นรชั กาลท่ี ๑ เป็นทีม่ าของสานวนโวหารท่ตี ดิ ปากคน
ไทยอย่มู าก และมหี ลายสานวนที่มนี ัยสาคญั ชอ่ นเรน้ อยู่ ตัวอยา่ งเช่น
พระรามเดนิ ดง หมายถึงการถกู เนรเทศ พลดั บ้านพลัดเมือง เร่รอ่ นผจญภยั
สานวนวดั รอยเทา้ หมายความวา่ อกตญั ญคู ดิ เทยี บเสมอผู้มบี ุญคุณ มาจากตอนท่คี วายทรพลี ูกของควายทรพา
สานวนทมี่ าจากชอื่ ตวั ละครประกอบ เช่น ยกั ษ์ปักหลนั่ ยักษ์ขมขู ี มีความหมาย ว่ารูปรา่ งล่าสันสงู ใหญ่ และหนา้ ตาอปั ลกั ษณ์
ดงั อุปมาและอปุ ลกั ษณว์ ่า ตัวโตราวกบั ยักษป์ กั หล่นั

คุณค่าในฐานะท่เี ปน็ วรรณกรรมคดั สรรในหนงั สอื เรยี น

บทละครเรอ่ื งรามเกียรต์พิ ระราชนิพนธใ์ นรชั กาลที่ ๑ นบั เปน็ วรรณคดีทไี่ ดร้ บั การยกยอ่ งอยา่ งสงู จากนกั ปราชญ์
นกั วรรณคดแี ละนกั การศกึ ษามาหลายยุคหลายสมยั ตงั้ แตอ่ ดตี จนถึงปจั จบุ นั และนบั เป็นมรดกท่ีสาคัญของชาติ
กระทรวงศกึ ษาธิการไดเ้ ลง็ เห็นความสาคัญของวรรณคดีเร่ืองนีว้ ่าเปน็ แบบอยา่ งท่ดี มี คี ณุ ธรรมและขอ้ คิดท่ีอยใู่ นเน้ือเรื่องอัน
สมควรเป็นแนวทางใหเ้ ยาวชนได้ปฏิบัติตาม และซาบซ้งึ ในอรรถรสของเรือ่ งจึงกาหนดใหม้ ีการเรียนการสอนบทละครเรื่อง
รามเกยี รต์ใิ นโรงเรียนตั้งแตร่ ะดับประถมศึกษาจนถึงชน้ั มธั ยมตึกษาตอนตน้ และตอนปลาย จุดประสงค์เพ่อื ให้"มีความรู้
ความเข้าใจและเจตคติท่ถี ูกต้องต่อการเรียนภาษาไทยและวรรณคดไี ทยทัง้ ในดา้ นวฒั นธรรมประจาชาตแิ ละการเสริมสรา้ ง
ความงดงามในชวี ติ " และ "เพ่อื ใหเ้ หน็ คุณคา่ ของวรรณคดีและงานประพันธท์ ีใ่ ชภ้ าษาอย่างมีรสนยิ มในฐานะที่เป็น
วฒั นธรรมของชาติ“ อีกท้ังเพ่ือใหต้ ระหนกั ในคุณคา่ ของวรรณคดที ่ีเป็นมรดกทางวฒั นธรรมทส่ี รา้ งสรรคข์ น้ึ ในปจั จุบัน

๑๗

หนงั สอื และเอกสารทแี่ นะนาใหอ้ า่ น

ฉัตรอมร แยม้ เจรญิ .(๒๕๕๑). การศึกษาวิเคราะหว์ รรณคดีเร่อื งรามเกยี รต์ิ

ชลดา เรืองรักษล์ ิขิต.(๒๕๕๙). แกน่ เร่อื งและบทบาทของแกน่ เร่อื งในบทละคร
เร่อื ง รามเกียรต์พิ ระราชนิพนธข์ องพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟ้จฬุ าโลกมหาราช

โนเรยี นววานิช.(๒๕๕๐). การศกึ ษาเปรยี บเทยี บรามเกยี รต์ิพระราชนพิ นธใ์ น
รัชกาลที่ ๑ และรัชกาลที่ ๒

หอสมดุ ดจิ ทิ ลั วชริ ญาณ. บทละครเร่ืองรามเกยี รต์ิฉบับรัชกาลที่ ๑

คณะผู้จัดทา

นางสาวธรี ิศรา แก้วบัณฑติ ๖๒๑๑๕๒๔๕๑๐๑
นายธนากร หัตถสาร ๖๒๑๑๕๒๔๕๑๐๖
นางสาวศศิมา มาตราช ๖๒๑๑๕๒๔๕๑๐๘
นางสาวขวัญชนก เฒ่าอุดม ๖๒๑๑๕๒๔๕๑๑๐
นางสาวภารตั น์ดา โกสิงห์ ๖๒๑๑๕๒๔๕๑๒๓
นางสาวสกุ ญั ญา ศนู ย์ดา ๖๒๑๑๕๒๔๕๑๒๖
นางสาวสจุ ติ รา ศรีหาราช ๖๒๑๑๕๒๔๕๑๒๙
นางสาวสุภัสสร ทศราช ๖๒๑๑๕๒๔๕๒๐๙
นางสาวจติ ราภา เพ็งสว่าง ๖๒๑๑๕๒๔๕๒๑๒
นางสาวสรุ ีพร จันลาวงศ์ ๖๒๑๑๕๒๔๕๒๒๗


Click to View FlipBook Version