รายงาน
เรื่อง อัลเฟรด เอ็ม แอดเลอร์
จัดทำโดย
นาย ภูมินทร์ มั่นคง
รหัสนักศึกษา 6510409010
สาขาภาษาไทย
เสนอ
ดร. รอง ปัญสังกา
รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา ED201 จิตวิทยาสำหรับครู
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565
วิทยาลัยสันตพล อุดรธานี
คำนำ
รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา ED201 จิตวิทยาสำหรับครู
โดยมีจุดประสงค์ในการศึกษาทฤษฎีที่เกี่ยวข้องบุคลิกภาพของแอดเลอร์
เพื่อให้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติของแอดเลอร์ และแนวคิดเกี่ยวกับ
จิตวิทยาที่เกี่ยวกับบุคลิกภาพที่ได้ศึกษาไว้ เช่น โครงสร้างของบุคลิกภาพ
เป็ นต้น
ทั้งนี้ เนื้อหาทั้งหมดสืบค้นตามแหล่งข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต บทความ
เกี่ยวกับทฤษฎีบุคลิกภาพของแอดเลอร์ ขอขอบพระคุณ ดร.รอง ปัญสังกา
อย่างสูงที่กรุณาคำแนะนำเพื่อการแก้ไข และให้ข้อเสนอแนะตลอดทำ
รายงานฉบับนี้ ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์
กับผู้ที่สนใจจะศึกษาเกี่ยวกับทฤษฎีบุคลิกภาพของแอดเลอร์หรือผู้ที่
ต้องการหาข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องของจิตวิทยาเรื่องนี้ไม่มากก็น้ อย
นายภูมินทร์ มั่นคง ผู้จัดทำ
สารบัญ
หัวข้อ หน้า
ชีวประวัติ 1
แนวคิด
โครงสร้างทฤษฎี 2
ทฤษฎีบุคลิกภาพ
2
3-5
ชีวประวัติ
อัลเฟรด เอ็ม แอดเลอร์
อัลเฟรดแอดเลอร์ เกิดในครอบครัวชาวยิวชาวเวียนนาในปี พ.ศ.
2413 เมื่อสองทศวรรษก่อนที่จิตวิเคราะห์จะเริ่มมีอิทธิพลต่อการทำงาน
ของ Sigmund Freud และ Josef Breuer .แอดเลอร์มีภาวะแทรกซ้อน
ทางสุขภาพที่เรียกได้ว่าเป็ นจุดเริ่มต้นของความสนใจของออสเตรียใน
ด้านการแพทย์ อาชีพที่ในวัยหนุ่มของเขาเขาเรียนที่มหาวิทยาลัย
เวียนนาประสบความสำเร็จหลหลังจากเรียนที่วิทยาลัยเขาพบ Freud
หลังจากจบการศึกษาจากโรงเรียนแพทย์ในปีพ. ศ. 2438 เขาได้
แต่งงานและเริ่มเข้ามาติดต่อจิตวิเคราะห์ในมือของซิกมุนด์ฟรอยด์ซึ่ง
เขาได้พบกับตนเองในปีพ. ศ. 2442 จากนั้นอัลเฟรดแอดเลอร์ก็เริ่มที่จะ
แนะนำตัวเอง ในความคิดเกี่ยวกับการทำงานของจิตใจที่ทฤษฎีฟรอยด์
นำเสนอความกระตือรือร้นของ Adler สำหรับจิตวิเคราะห์และจิตวิทยา
โดยทั่วไปทำให้เขากลายเป็ นประธานคนแรกของสมาคมจิตวิเคราะห์ใน
เมืองที่ สมาคมจิตวิทยาของวันพุธ (ซึ่งต่อมาจะได้รับชื่ออย่างเป็น
ทางการของ Vienna Psychoanalytic Association) สร้างขึ้นในปี
2445
แนวคิด
แนวคิดทฤษฎีบุคลิกภาพของอัลเฟรด แอดเลอร์ (Alfred Adler) มีความ
เห็นว่าในพฤติกรรม และบุคลิกภาพของมนุษย์ได้รับการเร่งเร้าจาก
ลักษณะสัมพันธภาพระหว่างบุคคลกับเพื่อนมนุษย์หรือ กับพฤติกรรม
สังคมเป็นสาคัญ จนได้รับการยกย่องว่ามีเนื้อหาสาระลึกซึ้ง แตก่ ็เป็น
แนวคิดที่ผิดแปลก จากนักปรัชญาคนอื่น ๆ เช่น ฟรอยด์มีความเห็นว่า
พฤติกรรมส่วนมากของมนุษย์ถูกกระตุ้นจาก สัญชาตญาณอันมีมาแต่
เกิด โดยเฉพาะแรงกระตุ้นทางเพศและก้าวร้าว แต่จุงเห็นว่าสิ่งที่สะสม
อยู่ใน จิตใต้สานึกจะมีส่วนสาคัญในการควบคุมพฤติกรรมของมนุษย
โครงสร้างทฤษฎี
แอดเลอร์เชื่ อว่าการจะศึกษาบุคลิกภาพของบุคคลนั้นไม่ใช่จะเป็ นการ
ศึกษาถึงพฤติกรรม ทั้งหมดที่บุคคลนั้นแสดงต่อสถานการณ์หรือรูปแบบ
ของพฤติกรรมที่ใช้ในการสร้างความสัมพันธ์กับ บุคคลอื่นๆ ในสังคม ซึ่ง
จะมีความแตกต่างกันไปตามสภาพร่างกายและสิ่งแวดล้อมของแต่ละ
บุคคล และผลจากการศึกษาของแอดเลอร์ทาให้เขาได้ข้อสรุปโครงสร้าง
บุคลิกภาพ
โครงสร้างบุคลิกภาพ
1.ประสบการณ์ในวัยเด็ก (Childhood experience)
แอดเลอร์ ได้ให้ความสาคัญกับการอบรมเลี้ยงดูในระยะ 5 ปี แรกของ
ชีวิต ซึ่งจะเป็นระยะที่ สาคัญที่สุดต่อการพัฒนาบุคลิกภาพ โดยแอดเลอ
ร์กล่าวว่าเจตคติที่พ่อแม่มีต่อเด็ก และสัมพันธภาพ ภายในครอบครัวจะ
มีบทบาทสาคัญต่อการพัฒนาบุคลิกภาพของเด็ก เช่น เด็กที่ถูกตามใจ
จนเสียคน เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่มักปรับตัวให้เข้ากับสังคมได้ยาก เพราะ
มักทาอะไรตามใจตัวเองตั้งแต่เด็ก อยาก ได้อะไรมักหยิบฉวยเอา
ตามใจชอบ ไม่รู้จักทามาหากิน มีแต่การเรียกร้องจะเอา ไม่มีการรู้จักให้
จาก การวิจัยพบว่า อาชญากรส่วนมากมักได้รับการเลี้ยงดูในลักษณะน
2.ความปรารถนามีปมเด่นและมีความรู้สึกมีปมด้อย
(Striving for superiority andinferiority)
แอดเลอร์มีความเห็นว่ามนุษย์ทุกคนมีแรงจูงใจที่สาคัญอยู่อย่างหนึ่ งซึ่ ง
ครอบงาพฤติกรรม ส่วนใหญ่และลักษณะของบุคลิกของตน ซึ่งมีความ
ปรารถนาที่จะมีปมเด่น (Striving for superiority) ทุกคนอยากมคี วาม
เด่นสักอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละคนแต่ละ
วัย แต่ละ ช่วงอายุ แม้กระทั้งคนโรคจิต โรคประสาทก็ย่อมจะตอ่ สู้
ดิ้นรนเพื่อให้เกิดปมเด่น บางคนอาจจะต้อง ต่อสู้ดิ้นรนเอาชนะความ
ยากลาบากเพื่อสร้างปมเด่น แต่สถานการณ์ในชีวิตของแต่ละคนย่อมขึ้น
อยู่ กับความเข้มข้นของแรงปรารถนาของแต่ละบุคคล จุดอ่อนของ
แต่ละบุคคลไม่เฉพาะทางกายเท่านั้น อาจมีจุดอ่อนที่แอดเลอร์เรียกว่า
“ปมด้อย” ปมด้อยเหล่านี้อาจเกิดขึ้นจากการที่เด็กได้รับการอบรม เลี้ยง
ดูจากพ่อแม่ในลักษณะผิด ๆ จึงทาให้เด็กเกิดปมด้อย จากความรู้สึกว่า
ตนเองมีปมด้อยจึงเป็น แรงผลักดันให้ต่อสู้ดิ้นรนปรับปรุงตนเอง
เอาชนะความยากลาบากเพื่อสร้างปมเด่นขึ้นมา แอดเลอร์มี ความเชื่อว่า
ปมด้อยและความปรารถนามีปมเด่นเป็ นแรงผลักดันอันสาคัญยิ่งที่ทาให้
คนประพฤติใน พฤติกรรมต่าง ๆ หรือสร้างชีวิตให้มีความหมาย ทั้ง
ปมด้อยและการสร้างปมเด่นเพื่อชดเชยปมด้อยก็ ไม่ใช่สิ่งผิดปกติด้วย
แต่ก็ไม่ใช่ความสุขสบายเสมอไป แอดเลอร์เชื่อว่าสาระสาคัญของชีวิต
คือการ แสวงหาความสุขให้แก่ตนเองมากกว่าการแสวงหาในด้านอื่น ๆ
3.ลำดับการเกิดของเด็กในครอบครัว (Order of birth)
แอดเลอร์ไดอ้ ธิบายถึงลาดับที่ของการเกิด ทั้งเจตคติที่พ่อแม่มีต่อบุตร
ย่อมมีความหมายต่อ บุคลิกภาพของบุคคลเป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าเราจะ
เป็นลูกคนที่เท่าใดก็ตาม ถ้าพ่อแม่สามารถทาให้ลูกรู้ ว่าลูกทุกคนเป็นที่
ต้องการของพ่อแม่ ให้ความยุติธรรมไม่ลาเอียงต่อลูก ลูกย่อมเกิดความ
รู้สึกอบอุ่นยอมรับนับถือตนเองและมีความเชื่อมั่นในตนเองเกิดขึ้น
1.ลูกคนโต จะเป็นคนแรกที่พ่อแม่ให้ความสนใจสูงสุด ได้รับความรัก
จากพ่อแม่อย่างเต็มที่ เมื่อลูกคนรองเกิดมา ลูกคนโตจะรู้สึกว่าความรัก
ความสนใจที่พ่อแม่ให้เขาถูกแบ่งปันไปยังลูกคนรอง ทาให้เขารู้สึกว่า
ฐานะเขาไม่มั่นคงเหมือนแต่ก่อน จึงเป็นเหตุให้เขาเกลียดชังคนอื่นและ
เกิดความรู้สึก ต้องการช่วงชิง แต่พ่อแม่จะเตรียมตัวให้ลูกคนโตยอมรับ
น้ อง โดยพยายามพูดให้เขารู้ว่าเขายังมีน้ อง ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ และ
พยายามสร้างความรู้สึกของเขาให้รักน้ อง โดยการให้เขาได้ลูบคลาท้อง
ทุก ๆ วัน เพื่อให้เขารู้สึกว่าเขาก็เป็นเจ้าของน้ อง และเมื่อคลอดแล้วพ่อ
แม่ก็ต้องพูดให้เขาเข้าใจว่าที่พ่อแม่ ให้ความสนใจเพราะน้ องยังช่วยตัว
เองไม่ได้ ด้วยวิธีการดังกล่าวก็จะเป็นการช่วยให้ลูกคนโตไม่รู้สึกว่า เขา
ขาดความรักไป เมื่อเขาโตขึ้นก็จะพัฒนาบุคลิกภาพของตนให้เป็นคนมี
ความรับผิดชอบ มีเหตุผล เป็นผู้นา
2.ลูกคนรอง เมื่อเปรียบเทียบระหว่างลูกคนรองกับลูกคนโตและลูกคน
เล็ก ในเรื่องการ ปรับตัวพบว่าลูกคนรองจะมีการปรับตัวได้ดีกว่าลูกคน
โตและลูกคนเล็ก เพราะพ่อแม่มีประสบการณ์ ในการเลี้ยงดูคนแรกมา
แล้ว จึงไม่เคร่งเครียดเอาจริงเอาจังเหมือนเลี้ยงลูกคนโต ดังนั้นลูกคน
รองจึง มักจะเป็นคนมีนิสัยรักสนุก บุคลิกร่าเริง ไม่ค่อยสนใจที่จะทาตน
เป็นผู้นาหรือมีความรับผิดชอบมาก นัก บุคลิกภาพที่ปรากฏชัดในลูกคน
รอง คือ ลักษณะที่ชอบแข่งขันและเมื่อเห็นพี่ทาอะไรก็อยากจะทา บ้าง
3. ลูกคนเดียว พ่อแม่รักลูกมากก็จะตามใจ เลี้ยงดูอย่างเคร่งครัด ดัง
นั้น คนที่เป็นลูกคนเดียว ผลการวิจัยเกี่ยวกับสัมพันธภาพทาง
ครอบครัวปรากฏว่าลูกคนเดียวมักเฉลียวฉลาดอาจเป็นเพราะได้ อยู่
ท่ามกลางผู้ใหญ่เป็นส่วนมาก ทาให้ได้แนวคิดและเจตคติแบบผู้ใหญ่
นอกจากลาดับที่การเกิดแล้ว แอดเลอร์ยังเน้ นว่าเจตคติของพ่อแม่ที่มี
ต่อลูกเป็นเครื่อง ส่งเสริมให้ลูกรู้สึกว่าตนอยู่ในฐานะอะไร ถ้าพ่อแม่ให้
ความรักความเอาใจใส่และทาให้เขารู้สึกว่าลูก เป็นที่ต้องการของพ่อแม่
พ่อแม่มีความยุติธรรม ย่อมทาให้ลูกรู้สึกอบอุ่น ลาดับที่การเกิดของลูกก็
จะ ไม่ทาให้เกิดความแตกต่างของบุคลิกภาพมากขึ้น
บรรณานุกรม
แนวคิดทฤษฎีบุคลิกภาพ อัลเฟรด เอ็ม แอดเลอร์ (Alfred Adler). (2559)
สืบค้นเมื่อ 30 พฤศจิกายน 2565.
จาก https://www.bloggang.com/viewdiary.php?
id=myphotohunt&month=03-2010&date=05&group=15&gblog=3