The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบการเรียนการสอน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by elle131029, 2021-08-04 05:03:43

แบบฝึกหัดลิลิตตะเลงพ่าย

เอกสารประกอบการเรียนการสอน

ช่อื ..................................................................ชั้น.................เลขที่...................

ลลิ ติ ตะเลงพา่ ย

ลิลติ ตะเลงพ่าย >> ว่าด้วยสงครามยุทธหตั ถคี รง้ั สำคญั คร้ังหนง่ึ ของไทย
เป็นสงครามชนช้างระหวา่ ง ................ และ.......................

................................................................. ... .........................................................

ตะเลง แปลว่า .................................. พา่ ย แปลว่า ...........................
ตะเลงพา่ ย >> สงครามทช่ี าวมอญเปน็ ฝา่ ยแพ้
คงสงสยั วา่ เป็นสงครามระหวา่ ง ไทย กบั พม่า แล้วมอญมาเก่ียวอะไรดว้ ย
คำตอบ ในสมัยน้นั ชาวมอญตกเปน็ เมืองขนึ้ ของพมา่ มชี าวมอญจำนวนมาก
ตกเปน็ เชลยของพม่า ในสงครามยุทธหตั ถีน้ี พม่าจึงเกณฑ์ชาวมอญทง้ั หลาย
มาร่วมทพั ด้วย ดว้ ยจำนวนท่มี ากมาย จึงเหมาเรียกรวมทั้งมอญและพมา่ เปน็
ตะเลง

ประวตั ิผู้แต่ง
........................................................................

- มพี ระนามเดิมวา่ . ...........................................................
- เป็นพระเจา้ ลกู ยาเธอใน ........................
- ทรงผนวชเปน็ สามเณรเมือ่ พระชนมายุ ๑๒ พรรษา จนทรงผนวชเป็น
พระภกิ ษุ ประทบั อยู่ ณ วดั พระเชตพุ นฯ
- สนิ้ พระชนมใ์ นสมณเพศเม่ือ พ.ศ. ๒๓๙๖ รวมพระชนมายไุ ด้ ๖๔
พรรษา
- มชี ีวติ ในชว่ ง รัชสมัย รัชกาลที่ ๑-๔
- แต่งลลิ ติ ตะเลงพ่ายในชว่ งรัชกาลที่ ๔
- ตอ่ มารชั กาลท่ี ๖ โปรดเกล้าฯสถาปนา ขนึ้ เปน็ .........................................
........................................................

พระนพิ นธ์ของพระองคท์ ่านมีหลากหลาย เช่น
สรรพสทิ ธ์คิ ำฉนั ท์ ลิลิตตะเลงพา่ ย กฤษณาสอนน้องคำฉนั ท์ เปน็ ตน้

จดุ มุ่งหมายในการแตง่ ลลิ ิตตะเลงพา่ ย
๑. .....................................................................................................................

.....................................................................................................................
....................................................................................................................
๒. ....................................................................................................................
.....................................................................................................................
....................................................................................................................

ลกั ษณะคำประพนั ธ์
แตง่ ดว้ ยลิลติ สภุ าพ (ร่าย+โคลง)
ซึ่งประกอบดว้ ย................... + ........................./........................./....................
แต่งสลับกันไป จำนวน............... บท

แผนผงั ของ.........................................

แผนผงั ของ.........................................

แผนผังของ.........................................

แผนผงั ของ........................................

รา่ ยสภุ าพ
ร่ายสภุ าพบทนงึ จะมีกว่ี รรคกไ็ ด้ วรรคหนึง่ มี................. คำ คำสดุ ท้ายของวรรค จะ
สง่ สมั ผสั ไปยงั คำท่ี ๑หรอื ๒หรอื ๓ ของวรรคตอ่ ๆไป เปน็ เช่นนตี้ ลอด และเมื่อจะจบ
จบดว้ ย...........................

โคลง
นกั เรียนคงค้นุ เคยกับคำประพันธป์ ระเภทนี้ แต่โคลงทน่ี กั เรยี นรจู้ กั
และใชบ้ ่อยคอื โคลงส่สี ภุ าพ แตจ่ รงิ ๆแล้วโคลงนั้นแบง่ ออกเปน็ หลายชนิด
๑.............................................
๒.............................................
๓............................................

.ลักษณะสำคัญของโคลง

๑. มีการบงั คับการใชว้ รรณยุกต์ (ไม้เอก/ไมโ้ ท) ต้องวางในตำแหนง่ ทก่ี ำหนด
โคลงสองสุภาพ เอก.........โท.......... โคลงสามสภุ าพ เอก.........โท..........
โคลงสีส่ ภุ าพ เอก.........โท..........

๒.มีการใช้คำเอกโทษ/โทโทษ(เนื่องจากการบังคับตำแหนง่ วรรณยุกต์)
เอกโทษ >> คำทแ่ี ตเ่ ดมิ ใช้ไมโ้ ท แตถ่ กู บบี มาใช้ไมเ้ อก โดยทเี่ สียงยังเหมือนเดมิ
ความหมายรูๆ้ กันว่าเหมือนเดมิ เช่น

ส้ินเลือด>>……….เลือด ภพหลา้ >>ภพ……….. หยอ่ มหญา้ >>หยอ่ ม………...
โทโทษ >> คำทแ่ี ตเ่ ดมิ ใช้ไมเ้ อก แต่ถกู บีบมาใช้ไม้โท โดยทเ่ี สียงยงั เหมอื นเดิม
ความหมายเหมือนเดิม เชน่
เล่าเร่อื ง>>.................เรื่อง ค่าจา้ ง>>...........จ้าง นำ้ คร่ำ>>น้ำ............

...............................................

...............................................

เน้ือเรือ่ งย่อ ลิลิตตะเลงพา่ ย

ตวั ละครฝ่ายไทย ตัวละครฝา่ ยพมา่

……………………….. ………………………..

………………………… ………………………..

…………………………. ………………………..

ช้างศกึ

ช้างทรงสมเดจ็ พระนเรศวร >> ..............................................

ช้างทรงพระมหาอปุ ราชา>> .............................................

ช้างทรงพระเอกาทศรถ>> .............................................

ชา้ งศึกมังจาปะโร>> .............................................

เส้นทางการเดนิ ทพั
เสน้ ทางการเดินทัพอย่างหยาบ

จงวาดเสน้ ทางการเดนิ ทพั อยา่ งละเอียด

ลิลติ ตะเลงพ่าย เปรยี บได้กับงานเขียนมหากาฬ จดั เปน็ วรรณคดีประเภทเฉลมิ พระเกียรติ
พระมหากษตั ริย์ แบ่งออกเปน็ 12 ตอนดังนี้

ตอนท่ี 1 เริม่ บทกวี
ตอนที่ 2 ................................................................................
ตอนที่ 3 ..................................................................................
ตอนท่ี 4 สมเด็จพระนเรศวรปรารภเรอื่ งตเี มืองเขมร
ตอนท่ี 5 สมเดจ็ พระนเรศวรเตรียมการสู้ศึกมอญ
ตอนท่ี 6 ..................................................................................
ตอนท่ี 7 พระมหาอปุ ราทรงปรึกษาการศึกแล้วยกทัพเขา้ ปะทะทัพหนา้ ของไทย
ตอนท่ี 8 พระนเรศวรทรงปรึกษายทุ ธวิธเี อาชนะขา้ ศึก
ตอนที่ 9 ทัพหลวงเคล่ือนพล ชา้ งทรงพระนเรศวรและพระเอกาทศรถฝา่ เข้าไปในกองทัพขา้ ศึก
ตอนที่ 10 ...................................................................................
ตอนท่ี 11 พระนเศวรทรงสร้างสถปู และปนู บำเหน็จทหาร
ตอนที่ 12 สมเดจ็ พระวันรัตขอพระราชทานอภัยโทษ

ตอนที่ 1 เร่ิมบทกวี
เนือ้ เร่ืองกล่าวสดุดพี ระบรมเดชานุภาพของพระนเรศวรมหาราช

๏ บุญเจ้าจอมภพพื้น แผ่นสยาม
แสยงพระยศยนิ ขาม ขาดแกล้ว
พระฤทธ์ดิ งั ฤทธ์ริ าม รอนราพณ์
แลฤๅ ราญอริราชแผ้ว แผกแพ้ทุกภาย
พลมาร
๏ ไพรินทรนาศเพีย้ ง แต่กี้
พระดง่ั องค์อวตาร รอฤทธ์ิ พระฤๅ
แสนเศิกห่อนหาญราญ ประหลาดเหล้าแหล่งสถาน
ดาลตระดกเดชลี้

ตอนที่ 2 เหตุการณ์ท่ีเมืองมอญ

พระมหาธรรมราชาสวรรคต พระเจ้านันทบุเรงเตรียมเข้าชิงอยธุ ยา มงั สามเกยี ดเป็ นแม่ทัพเข้าชิงอยุธยา

ทพั พม่ากรีฑาทพั ออกจากหงสาวดี พระเจ้านันทบุเรงพระราชทานโอวาท 8 ประการ ร่าลานางอนั เป็ นทร่ี ัก

โอวาท 8 ประการ

1. อย่าเปน็ คนหูเบา (จงพอ่ ย่ายินยล แต่ตืน้ )
2. อยา่ ทำอะไรตามใจตนเอง ไมน่ ึกถงึ ใจผ้อู ื่น (อย่าลองคะนองตน ตามชอบ ทำนา)
3. รู้จกั เอาใจทหารให้ฮกึ เหิมอยู่ (เอาใจทหารหาญ เรงิ ร่ืน อยูน่ า)
4. อยา่ ไว้ใจคนข้ีขลาดและคนโง่ (อยา่ ระคนปนใกล้ เกลือกกลัว้ ขลาดเขลา)
5. ควรรอบรู้ในการจดั กระบวนทพั ทกุ รูปแบบ (หน่ึงรพู้ ยุหเศกิ ไสร้ สบสถาน)
6. ร้หู ลกั การตง้ั ค่ายตามพชิ ยั สงคราม (รู้เชิงพชิ ยั ชาญ ชุมค่าย ควรนา)
7. รจู้ ักให้บำเหนจ็ ความดีความชอบแก่แม่ทพั นายกองท่ีเก่งกลา้

(หน่ึงรู้บำเหน็จให้ ขนุ พล อนั สมรรถมอื ผจญ จืดเสยี้ น)
8. อย่าเกียจครา้ น (อย่าหย่อนวิริยะยล อย่างเกยี จ)

ตอนท่ี 3 พระมหาอุปราชายกทัพเข้าเมืองกาญจนบุรี

ทพั พม่าเดนิ ทางถึง จ.กาญจนบุรี พระมหาอปุ ราชาราพนั ถึงเมยี อยธุ ยาส่งทหารสอดแนม

พระมหาอุปราชาราพงึ ถงึ พระบดิ า เกดิ ลมเวรัมภา ชาวเมืองกาญจนบุรีไหวตวั ทัน

พระมหาอุปราชา ราพนั ถึงนางอันเป็ นที่รัก

๏ สลดั ไดใดสลดั น้อง แหนงนอน ไพรฤๅ

เพราะเพื่อมาราญรอน เศิกไสร้

สละสละสมร เสมอชื่อ ไม้นา

นกึ ระกานามไม้ แม่นแม้นทรวงเรียม

๏ สายหยุดหยดุ กลน่ิ ฟ้งุ ยามสาย

สายบ่หยดุ เสน่ห์หาย ห่างเศร้า

กค่ี ืนกว่ี นั วาย วางเทวษ ราแม่

ถวลิ ทุกขวบคา่ เช้า หยุดได้ฉันใด ฯลฯ

เกดิ ลมเวรัมภา พระมหาอปุ ราชาราพนั ถงึ พระบิดา

อ้าจอมจักรพรรดผิ ู้ เพญ็ ยศ สงครามครานหี้ นัก ใจเจบ็ ใจนา
เรียมเร่งแหนงหนาวเหนบ็ อกโอ้
เกดิ เป็ นหมอกมืดห้อง เวหา หนเฮย แม้พระเสียเอารส แก่เสีย้ น ลูกตายฤใครเกบ็ ผฝี าก พระเอย
ผจี ักเท้งทโ่ี พล้ ทเี่ พล้ใครเผา
ลมช่ือเวรัมภา พดั คลุ้ม จักเจ็บอรุ ะระทด ทุกข์ใหญ่ หลวงนา
หวนหอบหกั ฉัตรา คชขาด ลงแฮ
แลธุลกี ลดั กลุ้ม เกล่ือนเพยี้ งจักรผนั ถนดั ดงั่ พาหาเหีย้ น ห่ันกลงิ้ ไกลองค์

ณรงค์นเรศวร์ด้าว ดสั กร

ใครจกั อาจออกรอน รบสู้

เสียดายแผ่นดนิ มอญ พลนั มอด ม้วยแฮ

โหรทำนำยวำ่ เหตุบ่มีมือผู้- อ่ืนต้านทานเขญ็

เหตุนีผ้ วิ เช้าชั่ว ฉุกเขญ็ เอน็ ดภู ูธเรศเจ้า จอมถวลั ย์
เกดิ เม่ือยามเยน็ ดี ดอกไท้
อย่าขนุ อย่าลาเคญ็ ใจเจ็บ พระเอย เปลยี่ วอรุ ะราชรัน- ทดแท้
พระจกั ลลุ าภได้ เผดจ็ เสีย้ นศึกสยาม
พระชนม์ชราครัน ครองภพ พระเอย

เกรงบพติ รจกั แพ้ พลย่ี งพลา้ ศึกสยาม

ตอนที่ 4 สมเดจ็ พระนเรศวรปรารภเร่ืองตเี มืองเขมร(เหตุการณ์ฝ่ ายไทย)

พระนเรศวรจะยกทพั ตีเขมร กองกาลงั สอดแนมไทยแจ้งว่าพม่ายกทหั เข้ามา

เตรียมต้ังรับพม่า พระนเรศวรระงบั การยกทพั ตเี ขมร

ตอนที่ 5 สมเดจ็ พระนเรศวรเตรียมการสู้ศึกมอญ

พระนเรศวรจดั ต้งั กองทพั วางแผนการเล่นศึกกบั พม่า ต้งั รับข้าศึกนอกกาแพงเมืองอยุธยา

ส่งทัพหน้าไปต้งั ทพั ที่ ต.หนองสาหร่าย แบ่งทัพเป็ นทัพหน้า-ทัพหนุน

*****ทัพของอยุธยาตงั้ ทพั รปู แบบ..........................................................

การตงั้ ทพั ในรูปแบบต่างๆ
1. ครฑุ นาม (ครุฑ) ..............................................................................................................
2. พยัคฆนาม (เสอื ) ต้ังคา่ ยบรเิ วณแนวป่าริมทาง
3. สหี นาม (ราชสีห์) ตง้ั ค่ายบรเิ วณทม่ี ีต้นไมใ้ หญ่ 3 ตน้ เรียงกนั ขึน้ บนภเู ขาหรือจอมปลวก
4. สุนขั นาม (สุนขั ) .............................................................................................................
5. มุสกิ นาม (หนู) ................................................................................................................
6. อัชนาม (มา้ ) ต้งั ค่า กลางทุง่ หญ้าที่เล้ยี งสตั ว์
7. นาคนาม(นาคราช) ........................................................................................................
8. คชนาม (ช้าง) ต้งั ค่ายบรเิ วณทม่ี หี ญ้า ปา่ ไผ่หรือป่าหนาม

ตอนท่ี 6 พระนเรศวรทรงตรวจเตรียมทพั

พระนเรศวรจดั เตรียมทพั หนุน ยกทัพออกจาพะนคร ค้างแรมท่ปี ากโมก
(ผ่านพธิ กี รรมต่างๆ)

เคลื่อนทัพต่อ พระบรมสารีริกธาตุหมุนเวยี นรอบกองทัพ (ฤกษ์ดที ๒่ี ) ฝันศุภนิมติ (ฤกษ์ดที ๑ี่ )

พธิ ที างไสยศาสตร์เกย่ี วกบั ศึกสงคราม

โขลนทวาร เป็ นพธิ ีบารุงขวญั ทหารเมือ่ ยกทัพออกจากเมืองโดยทาซุ้มประตูให้ทหารลอดสองข้างประตูทาเป็ นร้าน
นง่ั ให้พราหมณ์ประพรมนา้ มนต์ขณะทที่ หารลอดซุ้มประตูและมีพระสงฆ์สวดชยนั โตเพื่อเป็ นสิริมงคลและให้
กาลงั ใจทหารทอ่ี อกรบ
ละว้าเซ่นไก่ ผ้ทู าพธิ ีจะต้งั เคร่ืองสังเวย บวงสรวงเทวดา แล้วเส่ียงทายโดยถอดกระดกู คางไก่ทใี่ ช้เป็ นเคร่ืองเซ่น ถ้า
กระดกู ยาวเรียว มีข้อถถ่ี ือเป็ นนมิ ิตดี
ตดั ไม้ข่มนาม เป็ นพธิ ีบารุงขวญั ทหาร โดยนาดนิ เหนียวมาป้ันเป็ นรูปคน สมมติเป็ นข้าศึก เขยี นช่ือ ลงยนั ต์กากบั
นาไปตดิ กบั ต้นไม้ทมี่ ีชื่อพ้องหรือใกล้เคยี ง กบั ช่ือข้าศึก นาต้นไม้ไปปักลงหลมุ ในโรงพธิ ี พอได้ฤกษ์ผ้ทู ไี่ ด้รับมอบ
อานาจจากพระมหากษัตริย์จะเชิญพระแสงดาบ ไปฟันไม้และรูปป้ันข้าศึก แล้วกลบั ไปทูลพระมหากษัตริย์ว่าได้
เอาชนะข้าศึกตามพระกระแสรับสั่งแล้ว

นมิ ติ คือความฝันตามคติโบราณมี 4 อย่าง
๑.บุพนิมิต หมำยถึง ฝันบอกลำงที่จะเกิดข้ึน
๒.จิตนิวรณ์ หมำยถึง ฝันที่เกิดจำกควำมกงั วลใจ
๓.**เทพสงั หรณ์ หมำยถึง ฝันท่ีเกิดจำกเทวดำบนั ดำล
๔.ธำตโุ ขภ หมำยถึง ฝันท่ีเกิดจำกธำตุในเรือนกำยผิตปกติ

ความฝนั ของพระนเรศวร (เทพสังหร) นฤบดโี ถมถบี สู้ ศึกธาร
ฟอนฟาดสุงสุมาร มอดม้วย
เทวญั แสดงเหตุให้ สังหรณ์ เห็นแฮ สายสินธ์ุซึ่งนองพนานต์ หายเหือด แห้งแฮ
พระเร่งปรีดาด้วย เผดจ็ เสี้ยนเศิกกษยั
เห็นกระแสสาคร หลง่ั ล้น

ไหลลบวนาดอน แดนตก ทิศนา

พระแต่เพ่งฤๅพ้น ท่ีนา้ หนองสาย

พระกรายกรย่างเยือ้ ง จรลี

ลุยมหาวารี เรี่ยวกว้าง

พอพานพะกมุ ภลี ์ หนึ่งใหญ่ ไสร้นา

โถมปะทะเจ้าช้าง จักเคยี้ วขบองค์

พระทรงแสงดาบแก้ว กับกร

โจมประจกั ฟันฟอน เฟื่ องนา้

ต่างฤทธ์ติ ่างรบรอบ ราญชีพ กันแฮ

สระท้านทุกถนิ่ ท่าถา้ ท่งท้องชลธี

ตอนท่ี 7 พระมหาอุปราทรงปรึกษาการศึกแล้วยกทพั เข้าปะทะทพั หน้าของไทย

พม่ารู้ความเคล่ือนไหวของไทย พระมหาอุปราชาจัดเตรียมทพั (ปะทะทพั หน้า)

ทพั หน้าของไทยแตกพ่าย ทพั หน้าไทยกับพม่าปะทะกนั

ตอนที่ 8 พระนเรศวรทรงปรึกษายุทธวธิ ีเอาชนะข้าศึก

ทพั หน้าไทยเพลย่ี งพลา้ พระนเรศวรออกอุบายลวงพม่า ทพั ไทยถอยร่น

ทพั พม่าหลงกลทพั ไทยไล่ตามจนเสียกระบวน

ตอนท่ี 9 ทพั หลวงเคล่ือนพล ช้างทรงพระนเรศวรและพระเอกาทศรถฝ่ าเข้าไปในกองทัพข้าศึก

พระนเรศวรเคลื่อนทัพ ผ่านพธิ ีกรรมต่างๆ ปะทะกองทัพพม่า

ช้างทรงของพระนเรศวรเตลดิ เข้าไปในวงล้อมพม่า เกดิ หมอกลงหนาแน่น

ตอนที่ 10 ยทุ ธหตั ถี และชัยชนะของไทย

พระนเรศวรอยู่กลางวงล้อมพม่า เหน็ พระมหาอุปราชาอย่ใู ต้ต้นไม่ใหญ่

ต่อสู้กนั ข้ามวนั ข้ามคืน กล่าวเชิญพระมหาอปุ ราชาทายทุ ธหัตถี

พระอุปราชาพลาดพล้งั พระนเรศวรสังหารพระมหาอุปราชา ชัยชนะของอยุธยา

พระนเรศวรกล่าวเชิญพระมหาอุปราชากระทายุทธหัตถี
อ้าไทภูธเรศหล้า แหล่งตะเลง โลกฤๅ
เผยพระยศยนิ เยง ย่านแกล้ว
สิบทิศท่ัวลือละเวง หวน่ั เดช ท่านนา
ไป่ เริ่มรอฤทธ์แิ ผ้ว เผือดกล้าแกลนหนี
พระพพี่ ระผู้ผ่าน ภพอุต- ดมเอย
ไป่ ชอบเชษฐ์ยืนหยดุ ร่มไม้
เชิญราชร่วมคชยทุ ธ์ิ เผยยอเกยี รติ ไว้แฮ
สืบกว่าสองเราไสร้ สุดสิ้นฤๅมี

• หสั ดรี ณเรศอ้าง อวสาน นีน้ า
นบั อนาคตกาล ห่อนพ้อง
ขัตติยายทุ ธ์บรรหาร คชคู่ กนั แฮ
คงแต่เผือพน่ี ้อง ตราบฟ้าดนิ กษยั

พระนเรศวรสังหารพระมหาอุปราชา

เบื้องน้นั นฤนาถผู้ สยามมินทร์
เบีย่ งพระมาลาผนิ ห่อนพ้อง
ศัสตราวธุ อรินทร์
เพราะพระหตั ถ์หากป้อง ฤๅถูก องค์เอย
ปัดด้วยขอทรง
บัดมงคลพ่าห์ไท้ ทวารัติ
แว้งเหวย่ี งเบ่ยี งเศียรสะบัด ตกใต้
อกุ คลุกพลกุ เงยงดั คอคช เศิกแฮ
เบนบ่ายหงายแหงนให้ ท่วงท้อทถี อย
ในรณ
พลอยพลา้ เพลยี กถ้าท่าน พ่ายฟ้อน
บัดราชฟาดแสงพล- เผดจ็ คู่ เขญ็ แฮ
พระเดชพระแสดงดล ขาดด้าวโดยขวา
ถนัดพระองั สางข้อน ยลสยบ
ท่าวดนิ้
อุรารานร้าวแยก สังเวช
เอนพระองค์ลงทบ สู่ฟ้าเสวยสวรรค์
เหนือคอคชซอนซบ
วายชิวาตม์สิ้นสุด

ตอนท่ี 11 พระนเศวรทรงสร้างสถูปและปูนบาเหน็จทหาร

ตอนท่ี 12 สมเดจ็ พระวนั รัต(มหาเถรคนั ฉ่อง)ขอพระราชทานอภยั โทษ



จงแต่งโคลงส่ีสุภาพจำนวน ๑ บท โดยเลือกจากหวั ขอ้ ท่ีกำหนดให้ ๑ หัวขอ้ พร้อมขีดเส้นใต้
คำเอกและคำโทใหค้ รบทุกตำแหนง่ ขีดเส้นโยงสมั ผัสใหถ้ ูกต้อง และตัง้ ชือ่ เรือ่ งให้เหมาะสม

๑.แนะนำตัวเอง ๒.ฝากรกั เอาไว้ ๓.ดอกไม้ใหเ้ ธอ ๔.สถานที่ท่องเท่ยี ว

.

………………………………………..

………………………………………………….. …………………………………………………..
………………………………………………….. …………………………………………………..
………………………………………………….. …………………………………………………..
………………………………………………….. …………………………………………………..

บทอาขยาน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5

ลลิ ิตตะเลงพ่าย

สมเดจ็ พระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานชุ ติ
ชิโนรส

เบื้องนนั้ นฤนาถผู้ สยามินทร์
เบื่ยงพระมาลาผนิ ห่อนพ้อง
ศัตราวธุ อรินทร์ ฤาถูก องคเ์ อย
เพราะพระหัตถ์หากป้อง ปดั ดว้ ยขอทรง
ทวารตั ิ
บดั มงคลพ่าหไ์ ท้ ตกใต้
แว้งเหว่ยี งเบยี่ งเศียรสะบดั คอคช เศิกแฮ
อุกคลุกพลกุ เงยงัด ท่วงท้อทีถอย
เบนบา่ ยหงายแหงนให้ ในรณ
พา่ ยฟ้อน
พลอยพล้ำเพลยี กถา้ ท่าน เผด็จคู่ เขญ็ แฮ
บดั ราชฟาดแสงพล ขาดด้าวโดยขวา
พระเดชพระแสดงดล ยลสยบ
ถนัดพระอังสาข้อน ทา่ วด้ิน
สังเวช
อุรารานร้าวแยก สฟู้ ้าเสวยสวรรค์
เอนพระองคล์ งทบ
เหนอื คอคชซอนซบ
วายชวิ าตม์สุดสนิ้

จงอำ่ นและถอดคำประพนั ธ์บทอำขยำนหลกั ลิลิตตะเลงพำ่ ย

เบ้ืองนั้นนฤนาถผู้ สยามินทร์

เบ่ืยงพระมาลาผิน หอ่ นพ้อง

ศัตราวุธอรินทร์ ฤาถูก องค์เอย

เพราะพระหัตถห์ ากป้อง ปดั ด้วยขอทรง

.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................

บดั มงคลพ่าห์ไท้ ทวารตั ิ

แว้งเหว่ยี งเบย่ี งเศียรสะบัด ตกใต้

อกุ คลกุ พลกุ เงยงดั คอคช เศกิ แฮ

เบนบ่ายหงายแหงนให้ ท่วงทอ้ ทีถอย

.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................

พลอยพลำ้ เพลียกถา้ ท่าน ในรณ

บดั ราชฟาดแสงพล พา่ ยฟ้อน

พระเดชพระแสดงดล เผด็จคู่ เข็ญแฮ

ถนดั พระองั สาขอ้ น ขาดด้าวโดยขวา

.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................

อุรารานร้าวแยก ยลสยบ

เอนพระองค์ลงทบ ท่าวดิ้น

เหนอื คอคชซอนซบ สังเวช

วายชิวาตม์สุดส้นิ สู้ฟา้ เสวยสวรรค์

.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................

จงถอดความบทประพันธ์ตอ่ ไปน้ี จากเรอื่ งลลิ ติ ตะเลงพา่ ย

๑.

บญุ เจ้าจอมภพพนื้ แผ่นสยาม

แสยงพระยศยนิ ขาม ขาดแกลว้

พระฤทธ์ดิ งั ฤทธ์ริ าม รอนราพณ์ แลฤา

ราญอริราชแผ้ว แผกแพ้ทุกภาย

..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

๒. ปวงทพั ปลกู ค่ายสร้าง กลางสมร

ภมู ิพยุหไกรสร ศกึ ตงั้

เสนาพลากร ต่างร่ืน เริงแฮ

คอยจกั ยอยทุ ธย์ ั้ง อยู่ถ้าทางเข็ญ

..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

๓. นฤบดีโถมถบี สู้ ศกึ ธาร

ฟอนฟาดสงุ สมุ าร มอดมว้ ย

สายสนิ ธุ์ซึ่งนองพนานต์ หายเหอื ด แหง้ แฮ

พระเรง่ ปรีดาด้วย เผดจ็ เส้ียนเศิกกษัย

..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

๔ สายหยดุ หยุดกล่ินฟุง้ ยามสาย

สาย บ่ หยดุ เสน่หห์ าย ห่างเศร้า

กีค่ ืนทว่ี ันวาย วางเทวษ ราแม่

ถวลิ ทกุ ขวบคำ่ เช้า หยดุ ได้ฉนั ใด

..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

๕. เกิดเป็นหมอกมืดหอ้ ง เวหา หนเฮย

ลมช่ือเวรัมภา พัดคล้มุ

หวนหอบหักฉตั รา คชขาด ลงแฮ

แลธลุ ีกลัดกลมุ้ เกล่อื นเพ้ยี งจกั รผนั

..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

๖. เหตนุ ีผ้ วิ เชา้ ช่ัว ฉกุ เข็ญ

เกดิ เม่ือยามเยน็ ดี ดอกไท้

อยา่ ขนุ่ อยา่ ลำเค็ญ ใจเจ็บ พระเอย

พระจักลลุ าภได้ เผด็จเสยี้ นศึกสยาม

..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

๗. อรุ ารานรา้ วแยก ยลสยบ

เอนพระองค์ลงทบ ทา่ วดิน้

เหนือคอคชซอนซบ สังเวช

วายชวิ าตมส์ ิ้นสุด สู่ฟ้าเสวยสวรรค์

..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

๘. อา้ จอมจักพรรดิผู้ เพ็ญยศ

แม้พระเสียเอารส แก่เส้ยี น

จัดเจบ็ อรุ ะระทด ทกุ ข์ใหญ่ หลวงนา

ถนัดดง่ั พาหาเห้ียน ห่ันกลง้ิ ไกลองค์

..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

๙. พระพี่พระผูผ้ า่ น ภพอตุ -ดมเฮย

ไปช่ อบเชษฐ์ยืนหยุด รม่ ไม้

เชิญราชร่วมคชยุทธ์ เผยอเกียรติ ไว้แฮ

สบื กวา่ สองเราไสร้ สุดสนิ้ ฤามี

..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

๑๐. สงครามครานห้ี นกั ใจเจ็บ ใจนา

เรียมเร่งแหนงหนาวเหนบ็ อกโอ้

ลกู ตาย ฤ ใครเกบ็ ผีฝาก พระเอย

ผีจักเทง้ ทโ่ี พล้ ทีเ่ พลใ้ ครเผา

..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

จงเลอื กเหตกุ ารณ์ (เขียนเปน็ บทประพันธ์) จากเรื่องลลิ ิตตะเลงพา่ ยท่นี ักเรียนชอบ พรอ้ ม
วาดรูประบายสีจากจินตนาการของนกั เรียน
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................

จงสร้าง mind mapping สรปุ เน้อื หาบทเรยี นเร่อื งลลิ ิตตะเลงพา่ ยพรอ้ มตกแตง่ สวยงาม



เนื้อเร่ืองย่อลิลติ ตะเลงพ่าย (12 ตอน)

ตอนที่ 1 เริ่มบทกวี

กล่ำวสดุดีพระบรมเดชำนุภำพแห่กษตั ริยไ์ ทยที่เอำชนะเหลำ่ ศตั รูผูย้ ่งิ ใหญท่ ้งั หลำย พระเกียรติยศ
เป็นทเี่ ลือ่ งลือเหมอื นพลกิ แผ่นฟ้ำ ขำ้ ศึกเกรงพระบรมเดชำนุภำพไมก่ ลำ้ เส่ียงทำสงครำม ยอมเป็นเมอื งข้ึน
กรุงศรีอยธุ ยำเจริญรุ่งเรืองมคี วำมสุขสำรำญพร่งั พร้อมดว้ ยโภคสมบตั ิ พร้อมสรรพดว้ ยพืชพนั ธุ์ธญั ญำหำร
อนั สมบรู ณ์ บำ้ นเมอื งมแี ต่ควำมสงบปรำศจำกศึกสงครำม ขำ้ รำชกำร ท้งั ฝ่ ำยหนำ้ และฝ่ำยในกพ็ ำกนั เฝ้ำ
แหนอยำ่ งพร้อมพรง่ั เหลำ่ ทหำรพล ชำ้ ง มำ้ อำวธุ ปื นไฟ ทว่ั โลกลว้ นสรรเสริญสดุดี เป็นบุญญำนุภำพ
แห่งพระมหำกษตั ริยแ์ ห่งแผน่ ดินสยำม เมอื่ ขำ้ ศึกไดย้ ินพระเกียรตยิ ศชื่อเสียง พำกนั เกรงกลวั พระบรม เด
ชำนุภำพ ฤทธำนุภำพของพระองคเ์ ปรียบพระรำมทีป่ รำบยกั ษ์ (ทศกณั ฐ)์ พระองคเ์ ปรียบเหมือน
พระพทุ ธเจำ้ ท่ีปรำบกำลงั พลของพญำมำร ขำ้ ศกึ ไมอ่ ำจต่อสู้พระองคไ์ ด้ เม่อื เสร็จศกึ แลว้ กข็ ้ึนครองรำช
สมบตั ิ พระบำรมขี องพระองคท์ ำให้บำ้ นเมอื งร่มเยน็ ดจุ แสงจนั ทร์ทส่ี ่องอยบู่ นทอ้ งฟ้ำ ส่องควำมสุข ควำม
สบำยใจแกม่ นุษยโลก บำ้ นเมืองมีแตค่ วำมสมบรู ณ์ ปรำศจำกควำมทกุ ข์ จนเป็นที่แซ่ซ้องสรรเสริญทว่ั ไป
ทกุ แหล่งหลำ้

ตอนที่ 2 เหตุการณ์ทางเมืองมอญ

ฝ่ำยนครรำมญั คอื หงสำวดี ทรำบขำ่ วว่ำพระมหำธรรมรำชำกษตั ริยแ์ ห่งกรุงศรีอยุธยำสวรรคต
พระรำชโอรส คือพระนเรศวรไดข้ ้นึ ครองรำชสมบตั ิ จึงไดป้ ระชุมหมอู่ ำมำตยป์ รึกษำกนั วำ่ กรุงศรีอยธุ ยำ
ผลดั เปล่ียนแผ่นดินใหม่ โอรสท้งั สองพระองคอ์ ำจจะวิวำทกนั เพ่ือแยง่ ชิงรำชสมบตั ิ ควรยกทพั ไปดู
ลำดเลำ ถำ้ ไดเ้ ปรียบกจ็ ะไดร้ บแยง่ ชิงเอำบำ้ นเมือง ขนุ นำงตำ่ งเห็นชอบตำมพระรำชดำริ จึงมรี บั ส่ังให้พระ
มหำอุปรำชำจดั เตรียมทพั พร้อมดว้ ยทพั เมืองเชียงใหมห่ ำ้ แสนคนยกไปตีกรุงศรีอยธุ ยำ พระมหำอุปรำชำ
กรำบบงั คมทลู วำ่ โหรทำนำยว่ำพระองคก์ ำลงั มีเครำะหถ์ ึงตำย พระเจำ้ หงสำวดีจึงตรัสเป็นเชิงประชดว่ำ
กษตั ริยอ์ ยธุ ยำมโี อรสเก่งกลำ้ สำมำรถในกำรรบ กลำ้ หำญทำศกึ ไมต่ อ้ งให้พระบิดำใชว้ ำน มีแต่จะห้ำม
ปรำมไม่ให้ทำศึก ถำ้ พระมหำ อุปรำชำเกรงว่ำเครำะห์ร้ำยใหเ้ อำผำ้ สตรีมำนุ่งจะไดห้ มดเครำะห์ พระมหำ
อปุ รำชำทรงอบั อำยขุนนำงขำ้ รำชกำรมำก จึงทูลลำ พระบดิ ำแลว้ เตรียมยกทพั โดยเกณฑจ์ ำกหัวเมืองตำ่ งๆ
รวมหำ้ แสนคนเตรียมยกทพั ไปในเวลำเชำ้ ตรู่วนั รุ่งข้นึ แลว้ เสดจ็ กลบั ตำหนกั สั่งลำพระสนมท้งั หลำยดว้ ย
ควำมอำวรณจ์ นถงึ รุ่งเชำ้ ยงั ไมท่ นั สวำ่ งก็แต่งองคท์ รงเครื่องเสร็จแลว้ ก็ไปเฝำ้ พระรำชบิดำเพื่อ ทูลลำไป
รำชสงครำม พระเจำ้ หงสำวดีก็พระรำชทำนพรใหช้ นะศึกสยำมในคร้ังน้ี แลว้ พระรำชทำนโอวำทในกำร
ทำสงครำม 8 ประกำร
1. อยำ่ เป็นคนหูเบำ (จงพอ่ ยำ่ ยินยล แตต่ ้ืน)
2. อยำ่ ทำอะไรตำมใจตนเอง ไม่นึกถึงใจผอู้ ่นื (อยำ่ ลองคะนองตน ตำมชอบ ทำนำ)
3. รู้จกั เอำใจทหำรให้ฮึกเหิมอยู่ (เอำใจทหำรหำญ เริงรื่น อยนู่ ำ)

4. อยำ่ ไวใ้ จคนข้ีขลำดและคนโง่ (อยำ่ ระคนปนใกล้ เกลือกกล้วั ขลำดเขลำ)
5. ควรรอบรู้ในกำรจดั กระบวนทพั ทุกรูปแบบ (หน่ึงรู้พยุหเศกิ ไสร้ สบสถำน)
6. รู้หลกั กำรต้งั คำ่ ยตำมพชิ ยั สงครำม (รู้เชิงพชิ ัยชำญ ชุมค่ำย ควรนำ)

7. รู้จกั ให้บำเหน็จควำมดีควำมชอบแกแ่ มท่ พั นำยกองท่เี ก่งกลำ้
(หน่ึงรู้บำเหนจ็ ให้ ขนุ พล อนั สมรรถมือผจญ จืดเส้ียน)
8. อยำ่ เกียจคร้ำน (อยำ่ หยอ่ นวริ ิยะยล อยำ่ งเกียจ)
พระมหำอุปรำชำทรงรับโอวำทและคำประสำทพรแลว้ กรำบบงั คมลำมำที่เกยประทบั บนหลงั ช้ำงพระท่ี
นง่ั ยกกองทพั ออกจำกพระนครผ่ำนโขลนทวำรเสดจ็ พระรำชดำเนินไปทนั ที

ตอนที่ 3 พระมหาอุปราชายกทัพเข้าเมืองกาญจนบุรี

พระมหำอุปรำชำยกทพั ผำ่ นด่ำนเจดียส์ ำมองค์ ทรงรำพนั ถงึ นำงสนมว่ำ เสดจ็ มำลำพงั พระองค์
เดียวเปลำ่ เปลยี่ วใจและน่ำเศร้ำนกั เม่อื ทรงชมตน้ ไมแ้ ละดอกไมท้ ที่ รงพบเห็นระหว่ำงทำงทำให้เบิกบำน
พระทยั ข้นึ มำบำ้ ง แตก่ ย็ งั คดิ ถงึ นำงสนมกำนลั ท้งั หลำย ทรงเห็นตน้ สลดั ไดทรงดำริถึงสำเหตทุ ต่ี อ้ งจำก
นำงมำเพ่อื ทำสงครำมกบั ขำ้ ศกึ เห็นตน้ สละเหมอื นพระองคส์ ละนำงมำ เห็นตน้ ระกำทชี่ ่ือตน้ ไมเ้ หมอื นใจ
ของพระองคท์ ี่ระกำเพรำะคดิ ถงึ นำง เห็นดอกสำยหยดุ ซ่ึงกลนิ่ หอมจะหมดไปเมอ่ื เวลำสำย ต่ำงจำกใจของ
พระองคแ์ มเ้ วลำผำ่ นไปกี่วนั ก่ีคืน มีแต่ควำมทกุ ขค์ ดิ ถงึ นำงทกุ ค่ำเชำ้ ไมอ่ ำจหยดุ รกั นำงได้

ฝ่ำยเจำ้ เมอื งกำญจนบรุ ี จดั ทหำรไปสืบขำ่ วในเขตมอญ ทหำรกล็ ดั เลำะไปทำงลำน้ำแมก่ ษตั ริย์
เห็นฉัตรหำ้ ช้นั กท็ รำบวำ่ พระมหำอุปรำชำยกทพั มำ กลบั มำแจง้ ขำ่ วศึกใหเ้ จำ้ เมืองกำญจนบุรี เจำ้ เมือง
ทรำบขำ่ วศกึ ปรึกษำกนั แลว้ เห็นว่ำกำลงั ทหำรมนี อ้ ย คงตำ้ นไมไ่ ดจ้ ึงชวนกนั หลบหนีเขำ้ ป่ ำ ส่วนกองทพั
พระมหำอปุ รำชำมำถึงแมน่ ้ำลำกระเพิน ให้พระยำจิตตอง ทำสะพำนไมไ้ ผเ่ พ่ือยกพลเดินขำ้ มฟำก ชำว
สยำมเห็นเช่นน้นั จึงมสี ำร แลว้ ใหข้ นุ แผน (นำยดำ่ น) ขมี่ ำ้ เร็วมำบอกพญำมหำดไทย เพ่ือกรำบทูลเรื่องให้
ทรงทรำบ ส่วนกองทพั มอญยกทพั มำถงึ เมอื งกำญจนบรุ ีเห็นบำ้ นเมอื งวำ่ งเปล่ำ ไม่มีผใู้ ดออกสูร้ บ จึงรู้วำ่
คนไทยทรำบขำ่ วและหลบหนีไปหมด จึงให้ยกทพั เขำ้ ไปในเมอื ง แลว้ ตอ่ ไปถงึ ตำบลพนมทวน เกิดลมเว
รัมภำพดั ฉัตรหักลง ทรงตกพระทยั ทรงให้โหรทำนำย โหรไม่กลำ้ ทูลตำมควำมจริง กลบั ทำนำยวำ่
เหตกุ ำรณ์เช่นน้ีหำกเกิดในตอนเชำ้ ไมด่ ี ถำ้ เกิดในตอนเยน็ จะไดล้ ำภ และจะชนะศกึ คร้งั น้ี พระมหำอุป
รำชำไดท้ รงฟังกอ็ ดทจ่ี ะหวน่ั พระทยั ไม่ไดด้ ว้ ยเกรงพำ่ ยแพข้ ำ้ ศกึ กำรรบกบั พระนเรศวร ใครกไ็ ม่อำจจะ
ตอ่ สูไ้ ด้ เสียดำยแผ่นดินมอญจะตอ้ งพนิ ำศเพรำะไม่มีใครอำจจะต่อสู้ตำ้ นทำน สงสำรพระรำชบดิ ำ ที่
จะตอ้ งสูญเสียพระโอรสพระรำชบดิ ำทรงชรำภำพมำก เกรงจะพ่ำยแพศ้ กึ สยำม หำกพระมหำอุปรำชำ
สิ้นพระชนมไ์ ม่มใี ครเกบ็ ผ(ี ศพ)ไปใหพ้ ระบดิ ำ ไมม่ ใี ครเผำ พระรำชบิดำไม่มีใครเป็นค่ทู ุกข์ จะริเริ่ม
สงครำมเพยี งลำพงั ไมไ่ ด้ พระองคค์ งจะตอ้ งคบั แคน้ พระทยั พระมหำอปุ รำชำทรงรำพึงถงึ พระคุณของ
พระรำชบิดำว่ำใหญ่หลวงนกั เกรงวำ่ จะไม่โอกำสกลบั ไปตอบแทนพระคุณ

ตอนที่ 4 พระนเรศวรทรงปรารภเร่ืองตีเมืองเขมร

สมเดจ็ พระนเรศวรมพี ระรำชดำรัสถำมถงึ ทุกขส์ ุขของปวงชน ขนุ นำงกก็ รำบทลู ใหท้ รงทรำบ
พระองคท์ รงตดั สินคดีดว้ ยควำมยตุ ิธรรม รำษฎรกอ็ ยดู่ ว้ ยควำมร่มเยน็ เป็นสุข จำกน้นั มีพระรำชดำรัสถึง
กำรทีจ่ ะยกทพั ไปตีเขมร โดยกำหนดวนั ทจ่ี ะยกทพั ออกไป ส่วนทพั เรือจะให้เกณฑห์ วั เมืองปักษใ์ ตเ้ พอ่ื ยก
ไปตเี มืองพุทไธมำศและเมอื งป่ ำสัก แลว้ ใหเ้ ขำ้ ลอ้ มเมืองหลวงของเขมรไว้ พระองคท์ รงพระวติ กว่ำ พม่ำ
จะยกกองทพั มำ จึงไดใ้ หผ้ แู้ ทนพระองคอ์ ยปู่ ้องกนั บำ้ นเมืองรอพระองคเ์ สด็จกลบั มำ ทรงเห็นว่ำพระยำ
จกั รีเป็นผูท้ ีเ่ หมำะสมก็ทรงแตง่ ต้งั ให้เป็นผรู้ ักษำบำ้ นเมือง แตท่ รงคำดคะเนว่ำทพั พม่ำพ่งึ จะแตกไปเมอื่
ตน้ ปี คงจะยงั ไมย่ กมำในปี น้ี หำกมีกเ็ ห็นจะเป็นปี หนำ้ ขณะทที่ รงปรึกษำกนั อยนู่ ้นั ทตู เมืองกำญจนบรุ ีก็
มำถงึ และกรำบทลู เรื่องรำวให้ทรงทรำบ พระองคก์ ลบั ทรงยินดีที่ไดร้ บั ขำ่ วศกึ จึงใหพ้ ระเอกำทศรถเขำ้
เฝ้ำเพ่อื แจง้ ข่ำวให้ทรำบ

ตอนท่ี 5 สมเด็จพระนเรศวรทรงเตรียมการสู้ศึกมอญ

สมเดจ็ พระนเรศวรมพี ระรำชดำรสั ว่ำ พระองคเ์ ตรียมทพั จะไปตเี ขมรแต่ ศึกมอญกลบั มำชิงตดั
หนำ้ จึงมีรบั สัง่ ใหป้ ระกำศแก่เมอื งรำชบุรีใหเ้ กณฑท์ หำรจำนวน 500 คน ไปซุ่มดูขำ้ ศกึ ขณะกำลงั ขำ้ ม
สะพำนที่ลำกระเพนิ ตดั สะพำนใหข้ ำด จดุ ไฟเผำอยำ่ ใหเ้ หลอื แลว้ ใหห้ ลบหนีกลบั มำอยำ่ ใหข้ ำ้ ศกึ จบั ได้
พอรับสง่ั เสร็จ ทตู จำกเมืองสิงห์ เมืองสรรค์ เมืองสุพรรณบรุ ี เขำ้ เฝ้ำกรำบบงั คมทูลและถวำยสำรใหท้ รง
ทรำบว่ำกองทพั มอญลำดตระเวน เขำ้ มำถงึ เขตเมอื งวิเศษไชยชำญ สมเด็จพระนเรศวรโสมนสั ท่ีจะได้
ปรำบขำ้ ศึก ท้งั สองพระองคป์ รึกษำถงึ กลศึกทจ่ี ะรบั มอื กบั มอญ ขุนนำงไดถ้ วำยคำแนะนำใหอ้ อกไปรับ
ขำ้ ศึกนอกกรุงศรีอยธุ ยำ ซ่ึงตรงกลบั พระดำริของพระองค์ แลว้ มรี ับสง่ั ให้จดั ทพั กำลงั พลห้ำหมน่ื เกณฑ์
จำกหวั เมอื งตรีและจตั วำ จำนวน 23 หวั เมืองใต้ เป็นทพั หนำ้ ใหพ้ ระยำศรีไสยณรงคเ์ ป็นแม่ทพั พระรำช
ฤทธำนนทเ์ ป็นปลดั ทพั โดยใหก้ องหนำ้ ออกไปต่อสู้ขำ้ ศึก หำกสู้ไมไ่ ดพ้ ระองคจ์ ะออกไปต่อสู้ใน
ภำยหลงั แม่ทพั รับพระบรมรำชโองกำรแลว้ ก็ยกทพั ไปต้งั อยตู่ ำบลหนองสำหร่ำย โดยต้งั ค่ำยแบบ
พยหุ ไกรสร(สีหนำม)

ชัยภูมพิ ยุหะ หมายถงึ การจัดต้งั ค่ายหรือการสังเกตภูมิประเทศทจี่ ะต้งั ค่ายตามตาราพชิ ัยสงคราม มีดงั นี้

1. ครุฑนำม ต้งั ค่ำยบริเวณท่ีมจี อมปลวกและมีตน้ ไมใ้ หญ่ 1 ตน้
2. พยคั ฆนำม ต้งั ค่ำยบริเวณแนวป่ ำริมทำง
3. สีหนำม ต้งั คำ่ ยบริเวณทม่ี ีตน้ ไมใ้ หญ่ 3 ตน้ เรียงกนั ข้นึ บนภูเขำหรือจอมปลวก
4. สุนขั นำม ต้งั คำ่ ยตำมรำยทำงใกลบ้ ำ้ นคน
5. มุสิกนำม ต้งั คำ่ ยบริเวณท่เี ป็นดินโพรง(ดินโป่ ง)
6. อชั นำม ต้งั ค่ำยกลำงทุ่งหญำ้ ทเ่ี ล้ยี งสตั ว์

7. นำคนำม ต้งั ค่ำยใกลห้ ้วย คลองน้ำไหล
8. คชนำม ต้งั ค่ำยบริเวณทมี่ หี ญำ้ ป่ ำไผ่หรือป่ ำหนำม

ตอนที่ 6 พระนเรศวรทรงตรวจเตรียมทพั

ขณะน้นั สมเดจ็ พระนเรศวรก็มรี ับส่งั ใหโ้ หรหำฤกษท์ ่จี ะยกทพั หลวงไป หลวงญำณโยคและ
หลวงโลกทปี คำนวณพระฤกษว์ ำ่ พระนเรศวรไดจ้ ตุรงคโชค อำจปรำบขำ้ ศึกให้แพส้ งครำมไป ขอเชิญ
เสด็จยกทพั ออกจำกพระนคร ณ วนั อำทิตย์ ข้ึน 11 ค่ำ เดือนย่ี เวลำ 8 นำฬิกำ 30 นำที เมื่อไดม้ งคลฤกษ์
ทรงเคลื่อนพยหุ ยำตรำ เขำ้ โขลนทวำร พระสงฆ์ประพรมน้ำพระพทุ ธมนตแ์ กก่ องทพั เสด็จทำงชลมำรค
ไปประทบั แรมทีต่ ำบลปำกโมก เมอื่ ประทบั ทปี่ ำกโมก สมเด็จพระนเรศวรทรงปรึกษำกำรศกึ อยกู่ บั ขนุ
นำงผใู้ หญจ่ นยำมทีส่ ำมจึงเสด็จเขำ้ ท่บี รรทม คร้ันเวลำ 4 นำฬกิ ำ พระองคท์ รงพระสุบนิ เป็นศภุ นิมิต

ในพระสุบินของสมเดจ็ พระนเรศวรมีวำ่ พระองคไ์ ดท้ อดพระเนตรน้ำไหลบำ่ ท่วมป่ ำสูง ทำงทศิ
ตะวนั ตก เป็นแนวยำวสุดพระเนตร และพระองคท์ รงลุยกระแสน้ำอนั เช่ียวและกวำ้ งใหญน่ ้นั จระเขใ้ หญ่
ตวั หน่ึงโถมปะทะและจะกดั พระองค์ จึงต่อสูก้ นั ข้นึ พระองคใ์ ชพ้ ระแสงดำบฟันถกู จระเขต้ ำย ทนั ใดน้นั
สำยน้ำก็เหือดแหง้ ไป พอต่นื บรรทมทรงมีรบั สั่งใหโ้ หรทำนำยทนั ที พระโหรำธิบดีถวำยพยำกรณว์ ำ่ พระ
สุบินคร้ังน้ีเกิดข้นึ เพรำะเทวดำสังหรให้ทรำบเป็ นนยั น้ำซ่ึงไหลบ่ำท่วมป่ ำทำงทิศตะวนั ตกหมำยถงึ
กองทพั ของมอญ จระเขค้ อื พระมหำอุปรำชำ สงครำมคร้งั น้ีอำจ ไดก้ ระทำยทุ ธหัตถีกนั กำรที่พระองค์
เอำชนะจระเขไ้ ดแ้ สดงว่ำศตั รูของพระองคจ์ ะตอ้ งสิ้นชีวิตดว้ ยพระแสงของำ้ ว และทีพ่ ระองคท์ รง
กระแสน้ำน้นั หมำยควำมว่ำ พระองคจ์ ะรุกไล่บกุ ฝ่ำไปจนขำ้ ศกึ แตกพำ่ ยไปไมอ่ ำจจะทำนพระบรมเดชำนุ
ภำพได้ พอใกลฤ้ กษย์ กทพั สมเดจ็ พระนเรศวร และพระเอกำทศรถเสด็จไปยงั เกยทรงชำ้ งพระทน่ี ่งั คอย
พชิ ยั ฤกษอ์ ยทู่ นั ใดน้นั พระองคท์ อดพระเนตรพระบรมสำรีริกธำตุส่องแสงเรืองงำม ขนำดเท่ำผลสม้ เกล้ียง
ลอยมำในทอ้ งฟ้ำทำงทศิ ใตห้ มนุ เวียนรอบกองทพั เป็นทกั ษิณำวรรต 3 รอบ แลว้ ลอยวนไปทำงทิศเหนือ
สมเด็จพระพ่นี อ้ งท้งั สองพระองคท์ รงปิ ตยิ ินดีต้ืนตนั พระทยั ทรงสรรเสริญและนมสั กำร อธิษฐำนใหพ้ ระ
บรมสำรีริกธำตนุ ้นั บนั ดำลให้พระองคช์ นะขำ้ ศึก แลว้ สมเดจ็ พระนเรศวรเสด็จประทบั ชำ้ งทรงเจำ้ พระยำ
ไชยำนุภำพ สมเด็จพระเอกำทศรถ เสด็จประทบั ชำ้ งทรงเจำ้ พระยำปรำบไตรจกั ร แลว้ เคลื่อนขบวนทพั

จตรุ งคโชค คือโชคประกอบด้วยองค์ส่ี ซึ่งโหรคานวณได้ตกทดี่ สี ี่ประการ คือ
1. โชคดี เพรำะไมท่ นั ไดย้ กทพั ไปตเี ขมร
2. วนั เดือนปี ดี เพรำะเตรียมจะไปตเี ขมรอยแู่ ลว้
3. กำลงั ทหำรเขม้ แข็ง เพรำะเตรียมจะไปตีเขมรอยแู่ ลว้
4. เสบียงอำหำรบริบูรณ์ เพรำะเตรียมจะไปตีเขมรอยแู่ ลว้

นิมติ คือความฝนั ตามคติโบราณมี 4 อย่าง
บพุ นิมติ หมำยถึง ฝันบอกลำงทจ่ี ะเกิดข้ึน
จิตนิวรณ์ หมำยถงึ ฝันท่ีเกิดจำกควำมกงั วลใจ
เทพสงั หร หมำยถึง ฝันท่ีเกิดจำกเทวดำบนั ดำล
ธำตุโขภ หมำยถงึ ฝันท่เี กิดจำกธำตใุ นเรือนกำยผิตปกติ
ตำมควำมเช่ือโบรำณ ควำมฝันทเ่ี ป็นจริงไดค้ อื บุพนิมิตและเทพสังหร ซ่ึงเกิดข้นึ ในยำมสุดทำ้ ยเท่ำน้นั

ตอนที่ 7 พระมหาอุปราชาทรงปรึกษาการศึกแล้วยกทพั เข้าปะทะหน้าของไทย

ฝ่ำยกองตระเวนของมอญ ซ่ึงไดร้ ับคำส่งั ใหม้ ำสืบขำ่ วดกู องทพั ไทยซ่ึงจะออกมำตอ่ สู้ตำ้ นทำนได้
นำข่ำวมำแจง้ พระมหำอปุ รำชำ สมงิ อะคร้ำน สมงิ เป่ อ สมิงซำยมว่ น พร้อมดว้ ยกองมำ้ จำนวน500คน ได้
ไปพบกองทพั ไทยต้งั ค่ำยรอรบั อยทู่ ห่ี นองสำหร่ำยจึงกลบั ไปทลู แดอ่ งคพ์ ระมหำอุปรำชำ พระองคต์ รัส
ถำมนำยกองท้งั สำมถึงกำลงั พลฝ่ ำยไทย นำยกองกรำบทลู ว่ำ ประมำณสิบเจ็ด - สิบแปด หมื่น ดูเต็มทอ้ ง
ทุ่ง พระมหำอปุ รำชำตรสั วำ่ กษตั ริยไ์ ทย ท้งั สองพระองคอ์ อกมำรอรบั ทพั เป็นกองใหญ่ แตก่ ำลงั นอ้ ยกว่ำ
ของมอญ กำลงั ของมอญมำกกวำ่ หลำยส่วน ตอ้ งรีบโจมตหี กั เอำใหไ้ ด้ ต้งั แต่แรกจะไดเ้ บำแรง แลว้ จะไป
ลอ้ มกรุงศรีอยธุ ยำชิงเอำรำชสมบตั ิไดโ้ ดยสะดวก แลว้ รับส่ังใหข้ นุ พลเตรียมทพั ใหเ้ สร็จแต่ 3นำฬิกำ พอ 5
นำฬิกำ กย็ กไป โดยกะสวำ่ งเอำขำ้ งหนำ้ รุ่งเชำ้ จะไดเ้ ขำ้ โจมตี เสนำผใู้ หญไ่ ดท้ ำตำมรับสัง่ เมื่อถึงเวลำพระ
มหำอุปรำชำเสดจ็ ประทบั ชำ้ งชื่อ พลำยพธั กอซ่ึงกำลงั ตกมนั ส่วนพระยำศรีไสยณรงคแ์ ละพระรำชฤทธำ
นนท์ เมอ่ื ไดร้ ับพระบรมรำชโองกำรให้ออกโจมตีขำ้ ศกึ จึงจดั ทพั พร้อมดว้ ยกำลงั พล ห้ำหมน่ื และจดั ทพั
แบบตรีเสนำ คอื แบ่งเป็นทพั ใหญ่3 ทพั แต่ล่ะทพั แยกออกเป็น 3กอง (ตรีเสนำเกำ้ กอง )
ปี กซ้าย กองหน้า ปี กขวา
เจำ้ เมืองธนบรุ ี พระยำสุพรรณบุรี เจำ้ เมอื งนนทบรุ ี
กองหลวง
เจำ้ เมอื งสรรคบ์ ุรี พระยำศรีไสยณรงค์ เจำ้ เมอื งสิงหบ์ รุ ี
กองหลงั
เจำ้ เมอื งชยั นำท พระรำชฤทธำนนท์ พระยำวิเศษชยั ชำญ

ทพั ไทยเคลอื่ นออกจำกหนองสำหร่ำยถงึ โคกเผำขำ้ วเวลำประมำณ 7 นำฬิกำ ไดป้ ะทะกบั ทพั
มอญ ตำ่ งฝ่ำยลม้ ตำยจำนวนมำก พวกทเ่ี หลอื ก็ตอ่ สูก้ นั อยำ่ งกลำ้ หำญ กองทพั มอญทตี่ ำมมำมีมำกข้ึน ตี
โอบลอ้ ม กองทพั ไทย ฝ่ำยไทยกำลงั นอ้ ยกวำ่ กระจำยออกรับไมไ่ หว จึงตอ้ งถอย ในขณะท่สี มเดจ็ พระ
นเรศวรและพระเอกำทศรถทรงเตรียมกำลงั ทหำรไวอ้ ยำ่ งพร้อมเพรียงต้งั แตย่ งั ไม่สวำ่ ง จนแสงเงินแสง
ทองจบั ขอบฟ้ำ

ตอนท่ี 8 ทพั หน้าไทยถอยไม่เป็ นกระบวน

ขณะท่พี รำหมณผ์ ทู้ ำพิธีและผชู้ ำนำญไสยศำสตร์ ทำพิธีเบกิ ประตปู ่ ำและพิธีละวำ้ เซ่นไก่ หลวง
มหำวชิ ยั รบั พระแสงดำบอำญำสิทธ์ิ ไปทำพธิ ีตดั ไมข้ ่มนำมตำมไสยศำสตร์ สมเด็จพระนเรศวรไดท้ รง
สดบั เสียงปื นซ่ึงไทยกบั มอญกำลงั ยิงตอ่ สู้กนั แต่เสียงน้นั อยไู่ กลฟังไมถ่ นดั จึงรบั สั่งให้หมื่นทิพเสนำรีบ
ไปสืบข่ำว เห็นกองทพั ไทยกำลงั ลำ่ ถอย รับพลำงถอยพลำง มอญพม่ำตำมมำอยำ่ งกระช้นั ชิด หม่นื ทิพ
เสนำไดน้ ำขุนหมน่ื ผูห้ น่ึงมำเฝ้ำสมเด็จพระนเรศวร ขุนหม่นื ผูน้ ้นั กรำบทลู วำ่ เมอื่ เวลำ 7 นำฬิกำ ทพั ไทย
ไดป้ ะทะกบั ทพั มอญท่ตี ำบลโคกเผำขำ้ ว ทพั ไทยตอ้ งถอยร่นตลอดเวลำ เพรำะกำลงั ขำ้ ศกึ มมี ำกกวำ่
สมเดจ็ พระนเรศวร จึงตรัสปรึกษำแม่ทพั นำยกองว่ำควรคิดหำอุบำยแกไ้ ขกำรศกึ บรรดำแมท่ พั นำยกอง
กรำบทลู ขอให้พระองคส์ ่งทพั ไปยนั ไว้ ให้ขำ้ ศึกออ่ นกำลงั ลงกอ่ นจึงเสดจ็ ยกทพั หลวงออกตอ่ สูภ้ ำยหลงั
สมเดจ็ พระนเรศวรตรัสตอบว่ำทพั ไทยกำลงั แตกพำ่ ยอยู่ ถำ้ จะส่งทพั ไปตำ้ นทำนอกี ก็จะพลอยแตกอีกคร้งั
ควรท่จี ะล่ำถอยลงมำโดยไมห่ ยดุ ย้งั เพ่อื ลวงขำ้ ศึกให้ละเลิงใจ ยกติดตำมมำไมเ่ ป็นขบวน พอไดท้ ใี ห้ยก
กำลงั ส่วนใหญอ่ อกโจมตี คงจะไดช้ ยั ชนะอยำ่ งง่ำยดำย แม่ทพั นำยกองเห็นชอบดว้ ยกบั พระรำชดำริน้นั
สมเดจ็ พระนเรศวรจึงมีรับส่งั ให้หมื่นทพิ เสนำกบั หม่นื รำชำมำตยไ์ ปแจง้ ทพั หนำ้ ของไทยใหล้ ำ่ ถอย
โดยเร็ว ทพั พมำ่ ไมร่ ู้อบุ ำย กร็ ุกไลต่ ำมจนเสียกระบวน

พิธที างไสยศาสตร์เกย่ี วกบั ศึกสงคราม
โขลนทวาร หรือประตูป่ ำ เป็นพิธีบำรุงขวญั ทหำรเมือ่ ยกทพั ออกจำกเมอื งโดยทำซุม้ ประตูใหท้ หำรลอด
สองขำ้ งประตทู ำเป็นร้ำนนงั่ ใหพ้ รำหมณ์ประพรมน้ำมนตข์ ณะทท่ี หำรลอดซุม้ ประตแู ละมีพระสงฆส์ วดช
ยนั โตเพอ่ื เป็นสิริมงคลและให้กำลงั ใจทหำรที่ออกรบ
ละว้าเซ่นไก่ เป็นพธิ ีบำรุงขวญั ทหำรอกี พิธีหน่ึง พิธีน้ีเป็นพธิ ีบวงสรวงเทวดำและเจำ้ ป่ ำของชำวละวำ้ ผูท้ ำ
พธิ ีจะต้งั เครื่องสังเวย บวงสรวงเทวดำ ขอให้งำนสำเร็จลุลว่ งแลว้ เสี่ยงทำยโดยถอดกระดูกคำงไกท่ ใี่ ชเ้ ป็น
เคร่ืองเซ่น ถำ้ กระดกู ยำวเรียว มีขอ้ ถ่ถี อื เป็นนิมิตดี
ตดั ไม้ข่มนาม เป็นพธิ ีบำรุงขวญั ทหำรก่อนทพั ไปปรำบศตั รูโดยจดั ต้งั โรงพิธี วงสำยสิญจน์ นำดินเหนียว
มำป้ันเป็นรูปคน สมมตเิ ป็นขำ้ ศกึ เขยี นช่ือ ลงยนั ตก์ ำกบั ห่อดว้ ยกำบกลว้ ยนำเขำ้ พิธีปลุกเสก นำไปตดิ กบั
ตน้ ไมท้ ี่มชี ่อื พอ้ งหรือใกลเ้ คียง กบั ช่ือขำ้ ศกึ นำตน้ ไมไ้ ปปักลงหลมุ ในโรงพิธี พอได้ฤกษผ์ ทู้ ี่ไดร้ บั มอบ
อำนำจจำกพระมหำกษตั ริยจ์ ะเชิญพระแสงดำบ อำญำสิทธ์ิในโรงพิธีไปฟันไมแ้ ละรูปป้ันขำ้ ศึก แลว้
กลบั ไปทลู พระมหำกษตั ริยว์ ่ำไดเ้ อำชนะขำ้ ศกึ ตำมพระกระแสรับส่ังแลว้

ตอนท่ี 9 ทพั หลวงเคลื่อนพล ช้างทรงพระนเรศวรและพระเอกาทศรถฝ่ าเข้าไปใน

กองทัพข้าศึก

ขณะสมเด็จพระนเรศวรประทบั บนเกย เพอ่ื รอพชิ ยั ฤกษเ์ คลอ่ื นทพั หลวง ไดบ้ งั เกิดเมฆกอ้ นใหญ่
เยน็ เยือกลอยอยทู่ ำงทศิ พำยพั แลว้ กก็ ลบั สว่ำง ดวงอำทติ ยส์ ่องแสงจำ้ อนั เป็นนิมติ ท่แี สดงพระบรมเดชำนุ
ภำพและช้ีใหเ้ ห็นควำมมโี ชคดี สมเด็จพระนเรศวรและพระเอกำทศรถทรงเคล่อื นพลตำมเกล็ดนำค ตำม
ตำรำพิชยั สงครำม จนปะทะกบั กองทพั ขำ้ ศึก ชำ้ งพระท่ีนงั่ ท้งั สอง คือ พระเจำ้ ไชยำนุภำพ และ เจำ้ พระยำ
ปรำบไตรจกั ร ไดส้ ดบั เสียง ฆอ้ ง กลอง และเสียงปื นของขำ้ ศึก กส็ ่งเสียงร้องดว้ ยควำมคกึ คะนอง เพรำะ
กำลงั ตกมนั ควำญบงั คบั ไวไ้ ม่อยู่ มนั วงิ่ ไปโดยเร็ว จนทหำรในกองทพั ตำมไม่ทนั มีแต่กลำงชำ้ งและ
ควำญชำ้ งตำมเสดจ็ ไปดว้ ยจนเขำ้ ไปใกลก้ องหนำ้ ของขำ้ ศึก ชำ้ งศกึ ไดก้ ลนิ่ มนั ก็พำกนั ตกใจหนีไปปะทะ
กบั พวกท่ีตำมมำขำ้ งหลงั ชำ้ งทรงไล่แทงชำ้ งของขำ้ ศึกอยำ่ งเมำมนั ทหำรพมำ่ ลม้ ตำยเป็นจำนวนมำก
ขำ้ ศกึ ยงิ ปื นเขำ้ ใส่ แตไ่ มถ่ ูกชำ้ งทรง ท้งั สองฝ่ ำยต่อสู้กนั จนฝ่นุ ตลบมองหนำ้ กนั ไม่เห็น เหมอื นกบั เวลำ
กลำงคนื สมเด็จพระนเรศวรจึงตรัสประกำศแดเ่ ทวดำบนสวรรคท์ ้งั หกช้นั และพรหมท้งั สิบหกช้ันวำ่ ที่
ใหพ้ ระองคม์ ำประสูติเป็นพระมหำกษตั ริยป์ กครองบำ้ นเมืองเพอ่ื ให้ทะนุบำรุงศำสนำ และพระรตั นตรัย
ให้เจริญรุ่งเรือง เหตุใดเทวดำจึงไม่บนั ดำลใหม้ องเห็นขำ้ ศึกไดช้ ดั เจน พอดำรัสจบก็เกิดพำยใุ หญ่พดั หอบ
เอำฝ่นุ และควนั หำยไป ทอ้ งฟ้ำสวำ่ งดงั เดิม มองเห็นสนำมรบไดช้ ดั เจน พระองคท์ รงทอดพระเนตรเห็น
พระมหำอปุ รำชำทรงชำ้ งประทบั ยืนอยใู่ ตต้ น้ ไมข้ ่อย มที หำรห้อมลอ้ มและต้งั เครื่องสูงครบครัน ท้งั สอง
พระองคจ์ ึงทรงไสชำ้ งเขำ้ ไปหำแมข้ ำ้ ศกึ ยงิ ปื นไฟเขำ้ มำแต่ก็มิไดต้ อ้ งพระองคแ์ ละชำ้ งทรง

ตอนท่ี 10 ยทุ ธหัตถี และชัยชนะของไทย

สมเด็จพระนเรศวรทรงมพี ระรำชดำรัสทกั ทำยพระมหำอปุ รำชำวำ่ ทรงเป็นใหญ่แห่งประเทศ
มอญ พระเกียรตยิ ศเล่อื งลือไปไกลทว่ั ท้งั สิบทิศ ขำ้ ศึกไดย้ ินกเ็ กรงกลวั พระบรมเดชำนุภำพไมก่ ลำ้ สู้รบพำ
กนั หนีไป ทรงปกครองประเทศอนั บริบูรณ์ ไม่สมควรทีพ่ ระมหำอุปรำชำจะประทบั อยใู่ ตร้ ่มไม้ พร้อมกบั
เชิญมหำอุปรำชำ เสดจ็ มำทำยทุ ธหตั ถี เพ่อื แสดงเกียรติยศใหป้ รำกฏ ตอ่ จำกรชั สมยั ของท้งั สองพระองคจ์ ะ
ไม่มอี กี แลว้ กำรทำยทุ ธหตั ถกี ็เปรียบประดจุ กำรเลน่ ทีร่ ื่นเริงของกษตั ริยเ์ พือ่ ใหช้ มเล่นเป็นขวญั ตำแก่
มนุษยจ์ นถงึ เมอื งสวรรค์ สมเด็จพระนเรศวรไดข้ อทลู เชิญเทวดำและพรหมท้งั ปวง มำประชุมเพ่ือชมกำร
ยทุ ธหัตถี และขอทรงอวยพรใหผ้ ูท้ ี่เชี่ยวชำญกว่ำไดร้ ับชยั ชนะหวงั จะให้ พระเกียรติยศในกำรรบคร้ังน้ี
ดำรงอยชู่ ว่ั ฟ้ำดิน เป็นที่ยกยอ่ งสรรเสริญตลอดไป เม่ือพระมหำอุปรำชำไดท้ รงสดบั ก็เกิดขตั ติยะมำนะ
ทรงรบั คำทำ้ ตอ่ สูก้ นั จนถูกพระแสงของำ้ วของสมเด็จพระนเรศวรฟันพระองั สำขวำขำดสะพำยแล่ง พระ
วรกำยก็เอนซบสิ้นพระชนมอ์ ยบู่ นคอชำ้ ง ขณะน้นั ควำญชำ้ งของสมเดจ็ พระนเรศวร คอื นำยมหำนุภำพก็
ถูกปื นขำ้ ศกึ เสียชีวิต ส่วนสมเด็จพระเอกำทศรถไดท้ ำยทุ ธหตั ถกี บั มำงจำชโร (พระพีเ่ ล้ยี งของพระมหำ
อปุ รำชำ) พระเอกำทศรถไดใ้ ชพ้ ระแสงของำ้ วฟันถูกมำงจำชโรตำยซบอยบู่ นหลงั พลำยพชั เนียง

ส่วนกลำงชำ้ งของพระเอกำทศรถ คือ หมืน่ ภกั ดีศวรกถ็ ูกปื นขำ้ ศกึ ตำย ชยั ชนะคร้ังน้ีเป็นเพรำะพระบรมเด
ชำนุภำพของท้งั สองพระองค์ เพรำะมีทหำรตำมเสด็จเพียงส่ีคน พระเกียรติยศจึงแผ่ไปไกล ทหำรท่ตี ิดตำม
ไปตำยสองคนและรอดกลบั มำสองคน จำกน้นั เมอื่ กองทพั ไทยติดตำมมำทนั ต่ำงรีบเขำ้ มำช่วยรบ ฆำ่ ฟัน
ทหำร พม่ำ มอญ ไทยใหญ่ ลำว เชียงใหม่ ตำยลงจำนวนมำกเหลอื คณำนบั ท่เี หลือบกุ ป่ ำฝ่ ำดงหนีไป ท้งั น้ี
เป็นพระบรมเดชำนุภำพของสมเดจ็ พระนเรศวร

ตอนท่ี 11 พระนเรศวรทรงสร้างสถูปและปูนบาเหนจ็ ทหาร

สมเด็จพระนเรศวรมรี บั สั่งให้สร้ำงสถูปสวมทบั ที่พระองคท์ รงทำยทุ ธหตั ถี ณ ตำบลตระพงั ตรุ
เพอ่ื เป็นกำรเฉลิมพระเกียรตสิ ืบตอ่ ไป จำกน้นั โปรดให้เจำ้ เมือง มลว่ น รวมท้งั ควำญชำ้ งกลบั ไปแจง้ ขำ่ ว
กำรแพส้ งครำมและกำรสิ้นพระชนมข์ องพระมหำอปุ รำชำแก่พระเจำ้ หงสำวดี แลว้ พระองคก์ ็ยกทพั กลบั
กรุงศรีอยธุ ยำ จำกน้นั ก็ทรงพระรำชทำนควำมดีควำมชอบแก่ พระยำรำมรำฆพ ( กลำงชำ้ งของพระ
นเรศวร ) และ ขนุ ศรีคชคง ( ควำญชำ้ งของพระเอกำทศรถ ) โดยพระรำชทำนบำเหน็จ เครื่องอปุ โภค เงิน
ทอง ทำส และเชลยใหแ้ ลว้ ก็พระรำชทำนบำนำญแกบ่ ุตรภรรยำของ นำยมหำนุภำพ และ หมน่ื ภกั ดีศวร ท่ี
เสียชีวิตในสงครำมให้สมกบั ควำมดีควำมชอบและควำมจงรักภกั ดี

ตอ่ มำทรงปรึกษำโทษแม่ทพั นำยกองตำมกฎอยั กำรศึกเม่ือขำ้ ศึกเหยยี บแดนถึงชำนพระนคร
พระองคแ์ ละพระเอกำทศรถทรงมพี ระรำชประสงคท์ ี่จะทำนุบำรุงเหล่ำสมณพรำหมณแ์ ละประชำรำษฎร
มิไดย้ อ่ ทอ้ ตอ่ ควำมยำกลำบำก ทรงพระรำชอตุ สำหะเสดจ็ ออกไปปรำบอริรำชศตั รู แต่แมท่ พั นำยกองท้งั
ปวงกลบั กลวั ขำ้ ศึกย่ิงกว่ำพระอำญำ ตำมเสด็จไมท่ นั ปลอ่ ยให้ท้งั สองพระองคท์ รงชำ้ งพระที่นง่ั ฝ่ ำเขำ้ ไป
ทำ่ มกลำงขำ้ ศึกตำมลำพงั จนมีชยั ชนะ ลกู ขุนเห็นว่ำจะไดร้ บั โทษถึงประหำรชีวิต แตเ่ นื่องจำกใกลว้ นั 15
คำ่ ( บณั รสี ) จึงทรงพระกรุณำงดโทษไวก้ ่อน ต่อวนั หน่ึงคำ่ (ปำฏิบท) จึงให้ลงโทษประหำร

ตอนที่ 12 สมเดจ็ พระวนั รัตขอพระราชทานอภยั โทษ

สมเดจ็ พระวนั รตั วดั ป่ ำแกว้ กบั พระรำชำคณะ 25 รูปสองแผนก คอื ฝ่ำยคำมวำสี และ อรญั วำสี
มำถวำยพระพรและถำมขำ่ วทส่ี มเดจ็ พระนเรศวรทรงมชี ยั ชนะ เมือ่ สมเด็จพระนเรศวรทรงเล่ำจบ พระวนั
รตั กรำบทลู ว่ำเม่อื พระองคท์ รงมีชยั ชนะ เหตุใดจึงลงโทษขำ้ รำชบริภำรเหล่ำน้นั สมเดจ็ พระนเรศวรจึง
ตรัสต่อไปว่ำ แมท่ พั นำยกองท้งั ปวงซ่ึงไดร้ บั เกณฑเ์ ขำ้ ในกองทพั เมื่อเห็นขำ้ ศกึ ก็ตกใจกลวั ย่ิงกวำ่ กลวั
พระองคซ์ ่ึงเป็นเจำ้ นำย ไมต่ ำมเสด็จใหท้ นั ปล่อยให้พระองคส์ องพีน่ อ้ งเขำ้ สู้รบทำ่ มกลำงขำ้ ศกึ จำนวน
มำกจนมชี ยั ชนะรอดพน้ ควำมตำยจึงไดม้ ำดูหนำ้ พวกทหำรเหล่ำน้นั ท้งั น้ีเพรำะคุณควำมดีย่งิ ใหญท่ ไ่ี ด้
ทำนุบำรุงบำ้ นเมอื งไวค้ อยอดุ หนุนพระบรมเดชำนุภำพของพระองคส์ องพ่นี อ้ ง ถำ้ ไม่ไดค้ วำมดีแต่เกำ่ แลว้
กรุงศรีอยธุ ยำจะตอ้ งสิ้นอำนำจเสียแผ่นดินแกก่ รุงหงสำวดีเป็นกำรเส่ือมเสียเกียรตยิ ศ จึงควรลงโทษตำม

พระอยั กำรศกึ เพือ่ มใิ ห้คนอืน่ เอำเยี่ยงอยำ่ งสืบไป สมเดจ็ พระวนั รตั จึงกรำบทูลว่ำ บรรดำขำ้ ขำ้ รำชกำร
เหลำ่ น้นั ลว้ นมคี วำมจงรกั ภกั ดี แตเ่ พรำะพระบรมเดชำนุภำพปรำกฏแก่ปวงชนเป็นทน่ี ่ำอศั จรรยจ์ ึงบนั ดำล
ให้เป็นเช่นน้นั เมอื่ คร้ังสมเด็จพระสมั มำสมั พุทธเจำ้ ( พระตรีโลกนำถ ) ทรงชนะพระยำมำรลำพงั
พระองคเ์ องเช่นเดียวกบั สมเด็จพระนเรศวรและพระเอกำทศรถ เสด็จไปปรำบอริรำชศตั รูจนแพพ้ ำ่ ยโดย
ปรำศจำกไพร่พล พระเกียรติยศจึงเลื่องลอื กึกกอ้ งไปทว่ั ทุกแห่งหน หำกมีทหำรลอ้ มจำนวนมำกแลว้
เอำชนะได้ พระเกียรตยิ ศก็ไม่ฟ้งุ เฟ่ืองเพ่ิมพูน และกษตั ริยท์ ้งั หลำยก็จะไมพ่ ำกนั ออกพระนำมเอิกเกริกกนั
เช่นน้ี ขอพระองคท์ ้งั สองอยำ่ ไดโ้ ทมนสั นอ้ ยพระทยั ท้งั น้ีเพรำะบุญบำรมขี องท้งั สองพระองค์ ทวยเทพ
ท้งั หลำยจึงบนั ดำลใหเ้ ป็นไปดงั น้นั ขอท้งั สองพระองค์ อยำ่ ไดท้ รงขุ่นแคน้ พระทยั สมเด็จพระนเรศวรได้
ทรงฟังกท็ รงเห็นดว้ ย เมือ่ พระวนั รัตเห็นว่ำทรงคลำยกริ้วแมท่ พั นำยกองแลว้ จึงกลำ่ วถวำยพระพรให้
สมเดจ็ พระนเรศวรปรำศจำกทุกขภ์ ยั อนั ตรำยท้งั ปวง แลว้ กรำบทูลวำ่ แมท่ พั นำยกองเหลำ่ น้ีมีควำมผดิ
รุนแรง ควรไดร้ ับโทษท้งั โคตร แต่เคยไดร้ บั รำชกำรสนองพระเดชพระคุณมำแต่กอ่ นนบั ต้งั แต่สมยั สมเด็จ
พระมหำจกั รพรรดิพระบรมรำชอยั กำ และสมเดจ็ พระมหำธรรมรำชำพระรำชบิดำ จนลว่ งถึงสมเด็จพระ
นเรศวร ขอให้ ทรงงดโทษประหำรแม่ทพั นำยกอง เพ่ือจะไดเ้ ป็นกำลงั ส่งเสริมพระบรมเดชำนุภำพ และ
เพมิ่ พนู พระบำรมใี หแ้ ผไ่ ปทวั่ บำ้ นเมือง สมเด็จพระนเรศวรทรงพระรำชทำนอภยั โทษตำมคำทูลของพระ
วนั รตั แต่ทรงเห็นสมควรที่จะใชใ้ ห้ไปตีเมอื งตะนำวศรี ทวำย และ มะริด เป็นกำรชดเชยควำมผดิ จึง
พระรำชทำนอภยั โทษแมท่ พั นำยกอง และมพี ระรำชกำหนดให้ เจำ้ พระยำคลงั ไปตีเมืองทวำย ให้
เจำ้ พระยำจกั รีไปตเี มอื ง มะริด และ ตะนำวศรี เป็ นกำรไถโ่ ทษ จำกน้นั ทรงมีพระรำชดำรสั ถงึ หัวเมอื งฝ่ำย
เหนือวำ่ ไทยไดก้ วำดตอ้ นครอบครวั เขำ้ มำจำนวนมำกแต่ยงั ไม่หมด ทรงมีพระรำชดำริ ถงึ ศกึ พมำ่ - มอญ
วำ่ คงจะลดลงถึงจะยกมำอกี คงไม่น่ำกลวั ควรจะไดท้ ะนุบำรุงหัวเมืองฝ่ำยเหนือไวใ้ ห้รุ่งเรืองปรำกฏเป็น
เกียรตยิ ศสืบตอ่ ไปชวั่ กลั ปำวสำน

***********************************************************************************


Click to View FlipBook Version