The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สะเต็มศึกษา โคมไฟแสนสวย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by วิลาวรรณ์ ฤทธิ, 2024-03-17 11:57:04

สะเต็มศึกษา โคมไฟแสนสวย

สะเต็มศึกษา โคมไฟแสนสวย

Keywords: สะเต็มศึกษา โคมไฟแสนสวย

โครงงานสะเต็มศึกษา (STEM EDUCATION) เรื่อง โคมไฟแสนสวย จัดทำโดย นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2/5 ครูที่ปรึกษา นางสาวเรขา อินทพรโสภิต ตำแหน่ง ครู โรงเรียนเทศบาล 2 (วัดภูเขาดิน) สังกัดเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์


คำนำ STEM EDUCATION หรือสะเต็มศึกษา เป็นการจัดการศึกษาแบบบูรณาการความรู้ทาง วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ โดยนำลักษณะทางธรรมชาติของแต่ละสาระวิชา มาผสมผสานและจัดการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน STEM EDUCATION หรือ สะเต็มศึกษา กับการจัดการเรียนการสอนในระดับปฐมวัย การเรียนการ สอนในระดับปฐมวัยได้มีการแทรกสาระของ “STEM” เข้าไปในกิจกรรมการเรียนการสอนตามหน่วยการ เรียนรู้ที่ครูกำหนดขึ้นหรือเลือกตามหน่วยที่เด็กสนใจ จะทำให้เด็กสนุกกับการเรียนรู้มากขึ้น เพราะ การศึกษา “STEM” เป็นการศึกษาที่ทำให้เด็กเรียนรู้ด้วยตนเอง เป็นการเรียนรู้แบบลงมือกระทำ ปฏิบัติ จริง ทดลอง ค้นคว้า สืบค้น และใช้วัสดุอุปกรณ์ด้วยตนเอง ทำให้เด็กได้ใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ ได้รับ ความสนุกสนานและมีความสนใจในวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์มากขึ้น ดังนั้น การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเรื่อง โคมไฟแสนสวย เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบบูรณาการความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์เด็กได้ลงมือปฏิบัติ กิจกรรมจริง ทำให้เด็กสนุกสนาน มีความกระตือรือร้น ให้ความสนใจ กล้าแสดงออกมากขึ้น สามารถตั้ง คำถามและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างปฏิบัติกิจกรรมได้ และสามารถเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเรื่อง โคมไฟแสนสวย จะเป็นประโยชน์ ต่อผู้ที่สนใจ และเป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ“STEM”ได้เป็นอย่างดี เรขา อินทพรโสภิต


สารบัญ หน้า คำนำ สารบัญ โครงงานสะเต็มศึกษา 1 ชื่อโครงงาน 1 ผู้ทำโครงงาน 1 ครูที่ปรึกษา 1 ที่มาและความสำคัญของโครงงาน 1 วัตถุประสงค์ของโครงงาน 1 ขอบข่าย 2 ระยะเวลาในการทำโครงงาน 2 ประโยชน์ของการทำโครงงาน 2 การดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน 2 สื่อ วัสดุ อุปกรณ์ 13 การวัดและประเมินผล 13 การบูรณาการสะเต็มศึกษา (STEM EDUCATION) 13


โครงงานสะเต็มศึกษา(STEM EDUCATION) ชื่อโครงงาน โคมไฟแสนสวย ผู้ทำโครงงาน นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2/5 โรงเรียนเทศบาล 2 (วัดภูเขาดิน) จำนวนนักเรียน 20 คน ครูที่ปรึกษา นางสาวเรขา อินทพรโสภิต ตำแหน่ง ครู คศ.3 โรงเรียนเทศบาล 2 (วัดภูเขาดิน) ที่มาและความสำคัญของโครงงาน เนื่องจากนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2/5 โรงเรียนเทศบาล 2 (วัดภูเขาดิน) ปีการศึกษา 2566 ได้ เรียนรู้หน่วย สาระแห่งสีสัน เด็กๆได้เรียนรู้เกี่ยวกับ ชื่อของสีต่างๆ สีที่ได้จากธรรมชาติ ประเภทของสี แม่ สีและการผสมสี ประโยชน์และโทษของสีเด็กๆ มีความสนใจในกิจกรรมการเรียนรู้ในหน่วยการเรียนรู้นี้มาก เด็กๆ สามารถบอกชื่อสีต่างๆ ได้ สามารถแยกประเภทของของสีได้ถูกต้อง และ สามารถบอกประโยชน์และ โทษของผลไม้ได้ ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในหน่วยผักและผลไม้ เด็กๆ ได้มีส่วนร่วมในการเตรียมสื่อการเรียนรู้ (เด็กชื่อสีที่ตนเองชอบมาคนละ 1 สี) และเนื่องจากสีต่างๆ ที่เป็นสิ่งที่เด็กสนใจและชอบสามารถทำให้สิ่ง ต่างๆสวยงาม เด็กๆ จึงคิดว่าประดิษฐ์โคมไฟจากวัสดุเหลือใช้ได้อย่างไรที่ จึงเกิดแนวคิดที่จะทำโคมแสน สวย จึงนำสู่การทำโครงงานในเรื่องที่ทุกคนสนใจ กับโครงงานที่มีชื่อว่า “โคมไฟแสนสวย”ที่สามารถ ส่งเสริมการเรียนรู้ทักษะต่างๆให้กับเด็ก การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเรื่อง “โคมไฟแสนสวย” เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบบูรณาการวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์เทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ เป็นกิจกรรมที่ให้เด็กได้ลงมือ ปฏิบัติจริง ทำให้เด็กเกิดความสนุกสนาน มีความกระตือรือร้น ให้ความสนใจ กล้าแสดงออก สามารถตั้ง คำถามและแก้ปัญหาได้และเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี วัตถุประสงค์ของโครงงาน 1. เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ (S) โดยใช้ทักษะการสังเกตด้วยตา การจับด้วยมือและ การสัมผัส 1


2. เพื่อให้เด็กๆได้ออกแบบผลงานของตนเองตามความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ การออกแบบ ทางเทคโนโลยี (T) และวิศวกรรมศาสตร์ (E) โดยให้เด็กใช้ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการในการ ออกแบบชิ้นงานให้มีความสวยงามมากขึ้น 3. เพื่อให้เกิดทักษะทางคณิตศาสตร์(M) ในเรื่องการนับจำนวน การนับเพิ่ม-ลด การิดเชิงคำนวณ การเปรียบเทียบ เช่น เล็ก-ใหญ่,สูง-เตึ้ย, หนัก-เบา, มาก-น้อย เปรียบเทียบความเหมือนความต่าง การจัด หมวดหมู่ เช่น จัดหมวดหมู่ตามสี. จัดหมวดหมู่ตามขนาด ฯลฯ ขอบข่าย นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2/5 โรงเรียนเทศบาล 2 (วัดภูเขาดิน) ประจำปีการศึกษา 2566 ระยะเวลาในการทำโครงงาน วันที่ ๑๘ – ๒๓ ธันวาคม 2566 ประโยชน์ของการทำโครงงาน 1. เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์(S) โดยใช้ทักษะการสังเกตด้วยตา การจับด้วยมือและการ สัมผัส 2. เด็กๆได้ออกแบบผลงานของตนเองตามความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ การออกแบบทาง เทคโนโลยี (T) และวิศวกรรมศาสตร์ (E) โดยให้เด็กใช้ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการในการออกแบบ ชิ้นงานให้มีความสวยงามมากขึ้น 3. เด็กมีทักษะทางคณิตศาสตร์(M) ในเรื่องการนับจำนวน การนับเพิ่ม-ลด การิดเชิงคำนวณ การ เปรียบเทียบ เช่น เล็ก-ใหญ่,สูง-เตึ้ย, หนัก-เบา, มาก-น้อย เปรียบเทียบความเหมือนความต่าง การจัด หมวดหมู่ เช่น จัดหมวดหมู่ตามสี. จัดหมวดหมู่ตามขนาด ฯลฯ การดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน โครงงานเรื่อง “โคมไฟแสนสวย” ขั้นนำ 1. ครูสอนเด็กท่องคำคล้องจอง เจ็ดวันฉันนั่งนับ ทีละวรรค จนเด็กๆสามารถท่องคำคล้องจองได้ 2. เด็กและครูร่วมกันคำคล้องจอง เจ็ดวันฉันนั่งนับ พร้อมทั้งทำท่าทางประกอบเพลง 2


3. เด็กและครูร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับคำคล้องจอง เจ็ดวันฉันนั่งนับ และร่วมกันสร้างข้อตกลงก่อน ปฏิบัติกิจกรรม ขั้นดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน 1. ครูแนะนำอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเรื่อง “โคมไฟแสนสวย” พร้อมทั้งสนทนาเกี่ยวกับชื่อ ลักษณะรูปร่าง และวิธีการใช้อุปกรณ์ต่างๆ 2. ให้เด็กปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเรื่อง “โคมไฟแสนสวย” (โดยครูดูแลอย่างใกล้ชิด) ซึ่งมีวิธีการทำตามลำดับขั้นตอน ดังต่อไปนี้ 2.1 เตรียมวัสดุ อุปกรณ์ต่างๆในการจัดทำ โคมไฟแสนสวย 3


2.2 ครูแนะนำอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเรื่อง “โคมไฟแสน สวย” 4


2.3 จากนั้นทากาวบนกระดาษวงกลมสีต่างๆ แล้วติดบนถ้วยโฟม ตกแต่งให้สวยงามตาม จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ 5


2.4 ทากาวด้านในของถ้วยโฟม จากนั้นนำแก้วกระดาษติดที่ถ้วยโฟม ใช้มือกดเพื่อให้กาวประสาน 6


2.5 ทากาวบนแก้วกระดาษ นำมาติดบนกระดาษวงกลมที่เตรียมไว้ใช้มือกดเพื่อให้กาว ประสาน 7


2.6 จากนั้นก็จะได้ชิ้งงาน โคมไฟแสนสวย 8


ขั้นสรุป 1. เด็กละครูร่วมกันสรุปกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง “โคมไฟแสนสวย” 2. ให้เด็กออกแบบผลงานของตนเองตามความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ การออกแบบทาง เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์ โดยให้เด็กใช้ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการในการออกแบบชิ้นงานให้ มีความสวยงามมากขึ้น 9


สื่อ วัสดุ อุปกรณ์ 1. กระดาษสีต่างๆ 2. ถ้วยโฟม 3. กาว 4. แก้วกระดาษ 5. ภาชนะใส่กาว 6. กระดาษโปสเตอร์สี การวัดและประเมินผล 1. สังเกตการเรียนรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์(S) โดยใช้ทักษะการสังเกตด้วยตา การจับด้วยมือและ การสัมผัส 2. สังเกตออกแบบผลงานของตนเองตามความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ การออกแบบทาง เทคโนโลยี (T) และวิศวกรรมศาสตร์ (E) โดยให้เด็กใช้ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการในการออกแบบ ชิ้นงานให้มีความสวยงามมากขึ้น 3. สังเกตทักษะทางคณิตศาสตร์(M) ในเรื่องการนับจำนวน การนับเพิ่ม-ลด การิดเชิงคำนวณ การ เปรียบเทียบ เช่น เล็ก-ใหญ่,สูง-เตึ้ย, หนัก-เบา, มาก-น้อย เปรียบเทียบความเหมือนความต่าง การจัด หมวดหมู่ เช่น จัดหมวดหมู่ตามสี. จัดหมวดหมู่ตามขนาด ฯลฯ 11


การบูรณาการสะเต็มศึกษา (STEM EDUCATION) วิทยาศาสตร์ - การสังเกตลักษณะรูปร่างถ้วยโฟม, แก้วกระดาษ - การสังเกตลักษณะของรูปร่างของวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ - การสัมผัสผิวของวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ - การสัมผัสผิวของถ้วยโฟม, แก้วกระดาษ คณิตศาสตร์ - การนับจำนวนของถ้วยโฟม, แก้วกระดาษ - การนับจำนวนของวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ - การนับจำนวนเพิ่ม-ลด - การเปรียบเทียบจำนวนถ้วยโฟม, แก้วกระดาษ - การเปรียบเทียบเห็ดแสนสวย (เล็ก-ใหญ่,สูง-เตึ้ย, หนัก-เบา, มาก-น้อย. เป็นต้น) - การเปรียบเทียบความเหมือนความต่างโคมไฟแสนสวย - การเปรียบเทียบความเหมือนความต่างวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ - การจัดหมวดหมู่ (จัดหมวดหมู่ตามรูปทรง. จัดหมวดหมู่ตามสีเป็นต้น) เทคโนโลยีและ วิศวกรรมศาสตร์ การออกแบบผลงานของตนเองตามความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ การออกแบบทาง เทคโนโลยี (T) และวิศวกรรมศาสตร์ (E) โดยให้เด็กใช้ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ ในการออกแบบชิ้นงานให้มีความสวยงาม 12


การบูรณาการสะเต็มศึกษา (STEM EDUCATION) 1. นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์(S) โดยใช้ทักษะการสังเกตด้วยตา การจับด้วยมือและ การสัมผัส 13


การบูรณาการสะเต็มศึกษา (STEM EDUCATION) 2. เด็กได้ออกแบบผลงานของตนเองตามความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ การออกแบบทาง เทคโนโลยี (T) และวิศวกรรมศาสตร์ (E) โดยให้เด็กใช้ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการในการออกแบบ ชิ้นงานให้มีความสวยงามมากขึ้น 14


การบูรณาการสะเต็มศึกษา (STEM EDUCATION) 3. เด็กได้เรียนรู้ทักษะทางคณิตศาสตร์(M) ในเรื่องการนับจำนวน การนับเพิ่ม-ลด การิดเชิง คำนวณ การเปรียบเทียบ เช่น เล็ก-ใหญ่,สูง-เตึ้ย, หนัก-เบา, มาก-น้อย เปรียบเทียบความเหมือนความต่าง การจัดหมวดหมู่ เช่น จัดหมวดหมู่ตามสี. จัดหมวดหมู่ตามขนาด ฯลฯ 15


แบบบันทึกข้อเสนอแนะ โครงงาน “โคมไฟแสนสวย” ลงชื่อ.........................................................ผู้จัดทำโครงงาน (นางสาวเรขา อินทพรโสภิต) ลงชื่อ............................................ผู้รับรองผลงาน ลงชื่อ............................................... .ผู้รับรองผลงาน (นางสาววิลาวรรณ์ ฤทธิ) (นางมณัฐนันท์ สิงห์เส) หัวหน้าสายชั้นอนุบาล 2 หัวหน้างานวิชาการ ลงชื่อ.............................................................ผู้รับรองผลงาน (นางไพเราะ ใจชื่น) รองผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดภูเขาดิน) ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ลงชื่อ.............................................................ผู้รับรองผลงาน (นายเดชาพัชร การกิ่งไพร) ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดภูเขาดิน)


Click to View FlipBook Version