The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การจัดภาพ คือการนำเอาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัวมาประกอบกับหลักการทางจิตวิทยาในเรื่องของการรับรู้และหลักการทางศิลปะมาผสมผสานกัน ซึ่งในความเป็นจริงมิได้มีส่วนใดในงานศิลปะที่จัดวางผิดแปลกหรือต่างไปจากธรรมชาติความเป็นจริงอย่างใดเลยเพียงเเต่มีการจัดวางใหม่ให้ดูดีสวยงามกว่าธรรมชาติ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 63dbt4, 2023-02-16 03:09:12

หน่วยที่5การจัดวางตำแหน่งของวัตถุ

การจัดภาพ คือการนำเอาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัวมาประกอบกับหลักการทางจิตวิทยาในเรื่องของการรับรู้และหลักการทางศิลปะมาผสมผสานกัน ซึ่งในความเป็นจริงมิได้มีส่วนใดในงานศิลปะที่จัดวางผิดแปลกหรือต่างไปจากธรรมชาติความเป็นจริงอย่างใดเลยเพียงเเต่มีการจัดวางใหม่ให้ดูดีสวยงามกว่าธรรมชาติ

หน่วยที่ 5 การจัดวางตำแหน่งของวัตถุ สาระสำคัญ การจัดภาพ คือการนำเอาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัวมาประกอบกับหลักการทางจิตวิทยาในเรื่อง ของการรับรู้และหลักการทางศิลปะมาผสมผสานกัน ซึ่งในความเป็นจริงมิได้มีส่วนใดในงานศิลปะที่จัดวางผิด แปลกหรือต่างไปจากธรรมชาติความเป็นจริงอย่างใดเลยเพียงเเต่มีการจัดวางใหม่ให้ดูดีสวยงามกว่าธรรมชาติ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1.อธิบายความหมายของการจัดภาพได้ 2.แยกแยะองค์ประกอบศิลป์ในการจัดภาพได้ 3.วิเคราะห์การจัดภาพของงานทัศนศิลป์ได้ 4.เข้าใจเทคนิคการจัดองค์ประกอบภาพได้ 5.แยกแยะองค์ประกอบการออกแบบได้ 6.รู้คุณค่าของผลงานทัศนศิลป์ของศิลปินไทยและต่างประเทศได้ เรื่องที่จะศึกษา 1.ความหมายของการจัดภาพ 2.องค์ประกอบศิลป์ในการจัดวางภาพ 3.การจัดภาพของงานทัศนศิลป์ 4.เทคนิคการจัดองค์ประกอบภาพ 5.องค์ประกอบการออกแบบ 6.ผลงานทัศนศิลป์ของศิลปินไทยและต่างประเทศ สมรรถประจำหน่วย 1.จัดพื้นที่ จุดสนใจของภาพและการเน้น จัดวางตำแหน่งภาพ และจัดวางภาพชนิดต่าง ๆ ตามหลักการ องค์ประกอบศิลป์ หน่วยที่ 5 การจัดวางตำแหน่งของวัตถุ วัตถุ 73


ความหมายของการจัดภาพ คือ การนำเอาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัวมาประกอบกับ หลักการทางจิตวิทยาในเรื่องของการรับรู้และหลักการทางศิลปะมาผสมผสานกัน ซึ่งในความเป็นจริงมิได้มี ส่วนใดในงานศิลปะที่จัดวางผิดแปลกหรือต่างไปจากธรรมชาติความเป็นจริงอย่างใดเลยเพียงเเต่มีการจัดวาง ใหม่ให้ดูดีสวยงามกว่าธรรมชาติ การจัดภาพ คือ การนำทัศนธาตุที่ได้ศึกษาเรียนรู้ไปแล้วมาจัดให้เกิดภาพ การจัดเป็นส่วนประกอบมูล ฐานสำคัญในการสร้างสรรค์งานศิลปะทุกแขนง การจัดภาพหรือองค์ประกอบ ตรงกับภาษาอังกฤษว่า composition หมายถึง การนำทัศนธาตุต่าง ๆ มารวมเข้าด้วยกัน กำหนดการจัดวางตำแหน่งที่เหมาะสมหรือตามความต้องการ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ ที่กล่าวมานี้ มนุษย์ได้ทำขึ้นเพื่อสนองความต้องการทางด้านจิตใจ คุณค่าทางศิลปะแบ่งได้2ด้าน คือ การจัดภาพให้มีคุณค่า ในด้านความสวยงาม ( Aesthetic Value ) และการจัดภาพให้มีคุณค่าในด้านเรื่องราว ( Content Value ) ความงามคืออะไร ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี กล่าวไว้ในหนังสือสงเคราะห์ว่า ความงาม คือ ความเป็นระเบียบและมีการประสมกลมกลืน ความงาม คือ การกำหนดความรูุสึกจากการรับรู้และเป็นการสื่อความหมาย ความงาม คือ สภาพที่เป็นไปตามแนวคิดที่ดีที่สุด ความงาม คือ ลักษณะที่เป็นไปตามธรรมชาติ หรือคล้อยตามธรรมชาติ ความงาม คือ ความดี จากข้อความดังกล่าวในเรื่องความงามนั้น พอสรุปได้ว่า ความงาม คือ ภาพหรือภาวะที่มีความ เหมาะสมกับกาลเทศะ ตรงความต้องการและรสนิยมของคนส่วนใหญ่ในสังคมซึ่งต้องประกอบไปด้วยสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นพื้นฐานเบื้องต้น องค์ประกอบศิลป์ในการจัดวางภาพ องค์ประกอบศิลป์ในการจัดวางภาพแบ่งออกเป็นลักษณะใหญ่ ๆ ได้ดังนี้ 1.การจัดภาพลักษณะตั้ง ( Dominance ) คือ การจัดแสดงองค์ประกอบภาพส่วนใหญ่เป็นแนวตั้งและ ให้ความรู้สึกแข็งแรง 2.การจัดภาพลักษณะผ่าน ( Transition ) คือ การแก้ไขภาพจากการจัดภาพลักษณะตั้งให้มีลักษณะที่ดู นุ่มนวลขึ้น ความหมายของการจัดภาพ องค์ประกอบศิลป์ในการจัดภาพ หน่วยที่ 5 การจัดวางตำแหน่งของวัตถุ วัตถุ 74


3.การจัดภาพลักษณะนำสายตาหรือเบี่ยงเบนสายตา ( Convergence ) จะจะทำให้เกิดการมองเห็นใน ระยะใกล้-ไกล 4.การจัดภาพลักษณะการซ้ำ ( Repetition ) จะทำให้เกิดความเป็นระเบียบ 5.การจัดภาพในลักษณะทรงสามเหลี่ยม ( Triangular ) 6.การจัดภาพในลักษณะวงกลม ( Circular ) 7.การจัดภาพลักษณะกระจายเป็นรัศมี ( Radiation ) รูปที่ 5. 1 องค์ประกอบศิลป์ในการจัดภาพ https://poysirikanda.wordpress.com ในการจัดภาพเราจะเเสดงถึงเอกลักษณ์ ลักษณะแบบอย่างของกลุ่มชนเฉพาะว่าเป็นกลุ่มน้อยหรือ กลุ่มใหญ่ เพื่อให้ชัดเจนยิ่งขึ้น มีผู้เรียนได้จัดแยกประเภทของการจัดภาพออกเป็น 2 ประเภท 1.การจัดภาพแบบสากล การจัดภาพแบบสากล คือ การแสดงเรื่องราวต่าง ๆ รอบ ๆ ตัวที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ทั่วไป เรื่องราวของวิทยาศาสตร์และ ธรรมชาติท าให้ผู้พบเห็นเกิดความซาบซึ้งได้ง่ายมิได้ก าหนดว่าเป็นเรื่องราวของชาติใด การใช้วัสดุที่เป็นอิสระไม่อยู่ใน กฎเกณฑ์ รวมทั้งวิธีการก็เป็นการกระท าความนึกคิดของผู้วาดภาพ 2.การจัดภาพแบบประจำชาติ การจัดภาพแบบประจ าชาติ คือ การแสดงเรื่องที่ยังอยู่ในกรอบประเพณีกฎเกณฑ์ที่กระท าต่อเนื่องกันมา ฃแสดงถึงชีวิต ความเป็นอยู่ของประชาชนในท้องถิ่น ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี มีความประณีตในตัว หรือยังด าเนินการตามขั้นตอน ของกฎเกณฑ์เดิมอยู่ถึงแม้จะใช้วิธีใหม่ก็ตาม แต่เมื่อดูแล้วยังแสดงเอกลักษณ์ หน่วยที่ 5 การจัดวางตำแหน่งของวัตถุ วัตถุ 75


ทฤษฎีกฎสามส่วน (Rule of Third) เป็นวิธีง่าย ๆ ที่จะทำให้ภาพออกมาดูดี โดยหลีกเลี่ยงการวางตำแหน่ง ของวัสดุหลักที่เราจะถ่ายไม่ให้อยู่ตรงจุดกึ่งกลางภาพ ซึ่งจะทำให้ ภาพนั้นแข็งทื่อ ไม่ชวน มอง ดังนั้น ตำแหน่ง ที่เหมาะสมต่อการวางวัตถุ ควรอยู่ในตำแหน่ง ที่เกิดจากจุดตัดต่อของเส้นสี่เส้นตามทฤษฎีกฎสามส่วน ซึ่งการ จัดวางตำแหน่งหลักของ ภาพถ่ายเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สามารถทำให้เกิดผลทางด้านแนวความคิดและ ความรู้สึกได้ การวางตำแหน่งที่เหมาะสมของจุดสนใจในภาพเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ วิธีการก็คือ ให้ท่านสร้างเส้นสมมติ 4 เส้น เพื่อแบ่งช่องมองภาพทั้งแนวตั้ง 2 เส้น และแนวนอน 2 เส้น เหมือนกับตีตารางเล่น X-0 จุดที่เส้นทั้ง 4 ตัดกัน คือ ตำแหน่งที่เหมาะสม ต่อการวางวัตถุหลักไว้ใน บริเวณดังกล่าว ให้เลือกจุดที่ท่านคิดว่าเหมาะสมที่สุดจุดใดจุดหนึ่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภาพที่เรากำลังจะถ่ายว่ามี ฉากหน้า ฉากหลัง เป็นอย่างไร รวมทั้งเรื่องราว ในภาพ (มีกล้องหลายตัวที่มีฟังก์ชันในการสร้าง เส้นสมมติ ดังกล่าวขึ้นมาใน View Finder หรือ LCD เพื่อช่วยผู้ถ่ายในการอ้างอิงจุดตัด กฎสามส่วน เช่น Fuii - S9500.s9600 เป็นต้น) กฎสามส่วนกล่าวไว้ว่า ไม่ว่าภาพจะอยู่แนวตั้งหรือแนวนอนก็ตาม หากเราแบ่งภาพนั้น ออกเป็นสาม ส่วนทั้งตามแนวตั้งและแนวนอน แล้วลากเส้นแบ่งภาพทั้งสามเส้น จะเกิด จุดตัดกันทั้งหมด 4 จุด ซึ่งจุดตัด ของเส้นที่สี่นี้เป็นตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับการจัดการ วัตถุที่ต้องการเน้นให้เป็นจุดเด่นหลัก ส่วนรายละเอียด อื่น ๆ นั้น เป็นส่วนสำคัญที่รองลงมา รูปที่ 5. 2 ทฤษฎีกฎสามส่วน https://www.blockdit.com เทคนิคการจัดองค์ประกอบภาพ หน่วยที่ 5 การจัดวางตำแหน่งของวัตถุ วัตถุ 76


ความสมดุลของภาพ การจัดองค์ประกอบภาพด้วยการจัดความสมดุลให้กับวัตถุหรือสิ่งต่าง ๆ ในภาพโดยอาศัยการรับรู้ถึง “น้ำหนัก” และตำแหน่งของวัตถุต่าง ๆ ที่อยู่ภายในภาพนั้น ๆ โดยอาศัยหลักการ คานดีด - คานงัด โดยมี ตำแหน่งกึ่งกลางภาพเป็นจุดศูนย์กลางของตัวคานน้ำหนัก ที่มา 5. 3 ความสมดุลของภาพ https://www.thaisabuy.com โดยให้ท่านจินตนาการดูว่าคานอันหนึ่งวางพาดอยู่กลางภาพ โดยมีจุดหมุนอยู่กึ่งกลางของตัวคาน วางวัตถุลง บนตัวคานทั้ง 2 ด้าน หลักการคือ การพยายามจัดองค์ประกอบ (วัตถุ) ลงในภาพโดยให้มีความรู้สึกถึงความ สมดุลของคานทั้ง 2 ฝั่ง การรับรู้น้ำหนักของวัตถุจากคนดู ขณะดูภาพ ที่มา 5. 4 การรับรู้น้ำหนักของวัตถุจากคนดู ขณะดูภาพ https://sites.google.com หน่วยที่ 5 การจัดวางตำแหน่งของวัตถุ วัตถุ 77


วัตถุขนาดใหญ่จะมีน้ำหนักในภาพมากกว่าวัตถุที่มีขนาดเล็ก แต่ถ้าวัตถุมีขนาดเล็กกว่าหากว่าในจุดที่ อยู่ห่างออกไปจุดกึ่งกลางของคานในตำแหน่งที่เหมาพสมก็ดูมีพลังและน้ำหนักได้มากยิ่งขึ้นกว่าปกติเพื่อนำมา ถ่วงดุลกับวัตถุที่มีขนาดใหญ่กว่าที่อยู่อีกด้านหนึ่งของคานได้ การรับรู้ถึงน้ำหนักกมาก 1)วัตถุมีขนาดใหญ่ 2)วัตถุมีสีเข้ม 3)ตำแหน่งของวัตถุอยู่ห่างจากจุดกึ่งกลางภาพ การรับรู้ถึงน้ำหนักน้อย 1วัตถุมีขนาดเล็ก (หรือเป็นที่ว่างในภาพ) 2)วัตถุมีสีอ่อน 3)อยู่ใกล้กับจุดศูนย์กลางของภาพ ที่มา 5. 5 การรับรู้น้ำหนักของวัตถุ https://sites.google.com ดังนั้น ในการจัดองค์ประกอบของภาพนั้น นอกจากจะต้องคำนึงถึงกฎสามส่วนแล้วควร คำนึงถึงภาพตาช่างเสมือนไว้ในใจเสมอ โดยพยายามวางวัตถุต่าง เพื่อให้มีการถ่วงดุลไม่จำเป็นต้องเอาวัตถุ ใหญ่ ๆ 2อันมาวางไว้ทั้ง2ด้านของคานเพื่อให้น้ำหนักหรือสมดุลของภาพเท่ากัน แต่เป็นเรื่องของความ เหมาะเจาะพอดีของ (ขนาดวัตถุ/สีสัน/โทนความเข้มอ่อนของวัตถุ) ก็ได้ หน่วยที่ 5 การจัดวางตำแหน่งของวัตถุ วัตถุ 78


1. องค์ประกอบในความคิด (Conceptual Elements) องค์ประกอบในความนึกคิดไม่สามารถมองเห็นได้ ไม่มีตัวตน แต่ดูเหมือนจะคงอยู่โดยทั่วไป เช่น เรารู้สึก ว่ามีจุดอยู่ตรงมุมของรูปร่าง มีเส้นอยู่บริเวณรูปร่างของวัตถุมีระนาบหุ้มห่อปริมาตร และปริมาตร ครอบคลุมพื้นที่ว่าง แต่ว่าความจริงแล้ว องค์ประกอบเหล่านั้นไม่ได้อยู่ที่บริเวณดังกล่าวอย่างแท้จริง เรา เรียกลักษณะขององค์ประกอบทั้งหมดนี้ว่า“องค์ประกอบในความนึกคิด” 2. องค์ประกอบที่มองเห็นได้ (Visual Elements) องค์ประกอบที่มองเห็นได้ (Visual Elements) จะเป็นตัวแทนขององค์ประกอบในความนึกคิด (Conceptual Elements) โดยเมื่อเราเขียนจุด เส้น ระนาบ หรือปริมาตรลงบนกระดาษ เราจะไม่ เพียงแต่มองเห็นความกว้างยาวเท่านั้น แต่จะเห็นถึงสีและพื้นผิว ซึ่งขึ้นอยู่กับวัสดุที่เราใช้และวิธีใช้ เมื่อ องค์ประกอบในความนึกคิดเปลี่ยนเป็นมองเห็นได้จะแสดงให้เห็นถึงรูปร่าง ขนาด สี ผิวสัมผัส ซึ่งเป็นส่วน หนึ่งของการออกแบบ 3. องค์ประกอบที่สัมพันธ์ (Relational Elements) องค์ประกอบตั้งแต่หนึ่งองค์ประกอบขึ้นไป จำเป็นจะต้องควบคุมการจัดวางโดยคำนึงถึงความสัมพันธ์ของ องค์ประกอบในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบนี้ทิศทางและตำแหน่งการจัดวางสามารถรับรู้ ได้ บางประเภทต้องอาศัยความรู้สึกจากการวิเคราะห์ โดยเฉพาะเรื่องของที่ว่างและแรงดึงดูด 4. องค์ประกอบที่นำมาใช้ประโยชน์ (Practical Elements) 4.1 งานที่เหมือนจริง (Representation) เมื่อรูปร่างในงานศิลปะได้ถ่ายทอดมาจธรรมชาติหรือโลก ที่มนุษย์สร้างขึ้น เราจะเรียกงานนั้นว่างานที่เหมือนจริง (Representation)ซึ่งอาจจะดูเหมือนจริงจน ใกล้จะเป็นงานนามธรรม 4.2 ความหมาย (Meaning) ความหมายของงานศิลปะแต่ละขั้นจะแสดงออกเพื่อสื่อสารสามารถ แสดงแนวคิดในการออกแบบ 4.3 ประโยชน์ใช้สอย (Function) ประโยชน์ใช้สอยในการออกแบบจะแสดงออกเมื่องานออกแบบ นั้นสนองความต้องการทางด้านการใช้สอยของมนุษย์ องค์ประกอบการออกแบบ (Elements) หน่วยที่ 5 การจัดวางตำแหน่งของวัตถุ วัตถุ 79


รูปแบบของทัศนศิลป์สากล ทัศนศิลป์สากลเกิดจากการจัดภาพแบบสากลที่ได้ผสมผสานรูปแบบต่าง ๆ เข้าด้วยกันผ่านการทดลอง ปรับปรุง ดัดแปลง เลือกสรรจนวิวัฒนาการรูปแบบเป็นที่นิยมทั่วทุกชาติโดยแบ่งรูปแบบออกตามลักษณะของ งานที่สร้างสรรค์ได้ 3 รูปแบบ คือ • รูปแบบรูปธรรม (Realistic) ศิลปะแบบเหมือนจริงเป็นศิลปะที่ไม่ซับซ้อนมีเนื้อหาสระที่ปรากฏ เด่นชัดแต่ผู้สร้างและผู้ชมต้องมีความรู้เรื่องนั้นด้วย เช่น ภาพคน ภาพสัตว์ • รูปแบบกึ่งนามธรรม (Semi Abstract) เป็นการถ่ายทอดที่ผิดเบนไปจากรูปธรรมหรือแบบเหมือน จริงด้วยการตัดทอนรูปทรงจากของจริงให้เรียบง่ายแต่ยังมีเค้าโครงเดิมอยู่สามารถดูรู้ว่าเป็นภาพ อะไร • รูปแบบนามธรรม (Abstract Art) เป็นศิลปะประเภทที่ไม่มีความจริงเหลืออยู่ เพราะถูกตัดทอนให้ เหลือแค่เส้น สี น้ำหนัก ที่ก่อให้เกิดความงามตามอารมณ์ความรู้สึกเป็นสิ่งที่เหนือความเป็นจริงต้อง ใช้จินตนาการในการรับรู้รับชม รูปที่ 5. 6 ทัศนศิลป์สากล https://futuer03.wordpress.com คุณค่าของงานทัศนศิลป์ ทัศนศิลป์เป็นศิลปะที่รับรู้ได้ด้วยสายตา การรับรู้ทางการมองเห็นในแขนงจิตรกรรม ประติมากรรมและสถาปัตยกรรม ทำให้เกิดแรงกระตุ้นและตอบสนองทางด้านจิตใจพร้อมกันนั้นจิตใจของ มนุษย์ก็เป็นตัวแปรค่าและกำหนดความงาม ความประณีต เรื่องราวและประโยชน์ต่อสังคมมนุษย์ การรับรู้ คุณค่าของสิ่งเหล่านี้ รับรู้ได้ด้วยอารมณ์ความรู้สึกของแต่ละบุคคล ความงามและเรื่องราวจะเกิดมีคุณค่าก็ เพราะการรับรู้ทางการมองเห็นเกิดความรู้สึกประทับใจ มีความอิ่มเอิบใจในคุณค่านั้นๆ สำหรับงานทัศนศิลป์ ไม่ว่ารูปแบบใดย่อมมีคุณค่าในตัวผลงานเอง ผลงานทัศนศิลป์สามารถแบ่งการรับรู้คุณค่าได้ 14 คุณค่า คือ เด็กควรรู้ การออกแบบกราฟิกเพื่อการสื่อความหมาย จำเป็นต้องคำนึงถึงองค์ประกอบ 9 ประการ คือ เส้น รูปร่าง รูปทรง ขนาด ทิศทาง ที่ว่าง ลักษณะผิว และสี ผู้ที่การออกแบบจะต้องศึกษาองค์ประกอบ ใน การออกแบบให้เข้าใจอย่างถ่องแท้เพื่อที่จะนำไปใช้งาน หน่วยที่ 5 การจัดวางตำแหน่งของวัตถุ วัตถุ 80


1. คุณค่าทางความงาม (Aesthetic Value) เป็นการรวบรวมในเรื่องของความประณีต ความละเอียด มีระเบียบ น่าทึ่ง มโหฬารประหลาด แปลกหูแปลก ตา และเป็นสิ่งที่มีคุณงามความดี ทำให้ผู้เห็นเกิดความประทับใจไปอีกนานสิ่งเหล่านี้รวมเรียกว่าคุณค่าทาง ความงาม โดยเกณฑ์ของความงามที่อยู่ในงานทัศนศิลป์ ซึ่งสามารถรับรู้และยอมรับได้โดยทั่วไป เป็นการ ประสานกันของส่วนประกอบต่าง ๆ ของความงาม เช่นจุด เส้น รูปร่าง รูปทรง สี แสงเงา พื้นผิว ความ กลมกลืน และการจัดภาพ เป็นต้น โดยผู้สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์จะแสดงออกตามความรู้สึกในแต่ละ เหตุการณ์แต่ละสังคม เพราะความงามของแต่ละสังคมย่อมมีความแตกต่างขึ้นอยู่กับสภาพของสังคมและ วัฒนธรรมของสังคมนั้น ๆ 2. คุณค่าทางเรื่องราว (Content Value) เป็นการแสดงลักษณะบ่งบอกถึงความหมายเรื่องราวความเกี่ยวข้องและจุดประสงค์แฝงอยู่ในผลงาน สามารถ บอกเนื้อหาสาระสำคัญว่ามีอะไร จะต่อไปอย่างไรเพราะทัศนศิลป์แต่ละชิ้นบอกเรื่องราวต่าง ๆ อยู่ในตัวเอง จึง มองเห็นและเข้าใจได้ง่ายกว่าคุณค่าทางด้านความงาม 3. คุณค่าเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ เป็นเรื่องราวที่นำเสนอเหตุการณ์สำคัญของคนแต่ละเชื้อชาติที่น่าสนใจ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของอดีต อาจ เป็นเรื่องของการต่อสู้เพื่ออิสรภาพ การเรียกร้องสิทธิต่าง ๆ และพงศาวดารในแต่ละสมัย เรื่องราวที่นำมา ถ่ายทอดสามารถปลุกเร้าอารมณ์ ความรู้สึกให้เกิดการกระตุ้นเตือนและคล้อยตามถึงความรักชาติ รักถิ่นตน เสียสละในด้านต่าง ๆ เช่น อนุสาวรีย์และจิตรกรรมฝาผนัง เป็นต้น 4.คุณค่าเรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อในสิ่งเร้นลับ ศรัทธา มนุษย์ไม่ว่าชาติใดย่อมมีความกลัวด้วยกันทั้งสิ้น เมื่อมนุษย์เกิดความกลัว มนุษย์หางมาด คลายกับความกลัว ให้เบาบางลง เช่น ความเชื่อในสิ่งเร้นลับ เทพเจ้า พระเจ้านรกสวรรค์ ภูตผี ปีศาจ ไสยศาสตร์ ดวงจันทร์ ดวง อาทิตย์ หรือวิญญาณ ก่อเกิดเทวรูป รูปปั้นและอาคารประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ เป็นต้น 5. คุณค่าเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี มนุษย์ทุกชนย่อมมีศาสนาวัฒนธรรมและประเพณีของตนเอง และด้วยความรักความศรัทธาทำให้เกิดพลังและ แรงบันดาลใจอันมหาศาลที่จะถ่ายทอดความเชื่อ ความศรัทธาให้ผู้อื่นได้รับรู้เรื่องราวที่เกี่ยวกับศาสนาและ วัฒนธรรม จึงถูกสะท้อนผ่านจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ออกมาทางรูปแบบงานทัศนศิลป์ใน หลากหลายประเภทตลอดทุกยุคทุกสมัยเปรียบเสมือนภาพจำลองเหตุการณ์ เช่น ภาพจิตรกรรมไทย ชาดก พุทธประวัติ เป็นต้น 6. คุณค่าเรื่องราวเกี่ยวกับการเมือง การปกครอง เช่น การสร้างประติมากรรมอนุสาวรีย์บุคคลสำคัญ ๆ เพื่อ เป็นอนุสรณ์แสดงว่าบุคคลผู้นั้นเป็นผู้มีความสามารถในการเมืองการปกครอง 7. คุณค่าเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของคนที่เกี่ยวข้องกับสิ่งต่าง ๆ เป็นการถ่ายทอดเกี่ยวกับการเผชิญในสิ่งที่มนุษย์ได้กระทำอยู่ในแต่ละวัน เพราะการดำรงชีวิตอยู่ของมนุษย์ใน สังคมต้องการความสุขโดยอาศัยปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความสุขในแต่ละวัน ได้แก่ ทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และทางด้านสังคม ดังนั้นเรื่องราวที่นําเสนอเพื่อให้เกิดคุณค่า เช่น เรื่องราวของที่อยู่อาศัย อาคาร ยารักษาโรค การพักผ่อนหย่อนใจความปลอดภัย ความก้าวหน้าทางการศึกษา และอาชีพ เป็นต้น หน่วยที่ 5 การจัดวางตำแหน่งของวัตถุ วัตถุ 81


8. คุณค่าเรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คุณค่าของเรื่องราวลักษณะนี้เป็นการนำเสนอในเรื่องของความงามของธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และการพึ่งพา อาศัยกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งเสนอแง่คิดว่าทำไมมนุษย์จึงทำลายธรรมชาติกับ สิ่งแวดล้อม และทำไมเราต้องรณรงค์ต่อต้านการทำลายธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม สมควรที่จะอนุรักษ์ให้อยู่คู่ มนุษย์สืบไป รูปแบบเรื่องราวได้แก่ การปลูกป่า มลพิษจากโรงงาน น้ำเน่าเสีย ความงามและการทำลาย ธรรมชาติกับส่งแวดล้อม เป็นต้น 9. คุณค่าเรื่องราวเกี่ยวกับวรรณคดี นิทานพื้นบ้าน สำนวน คำพังเพย สุภาษิต เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวจากหนังสือ นิทานพื้นบ้าน สำนวน คำพังเพย สุภาษิตตานาน พงศาวดารที่สามารถ บรรยายเนื้อหาเรื่องราวให้ผู้ดูได้รู้อย่างชัดเจน โดยแสดงเป็นภาพเล่าเรื่อง เช่น ภาพจิตรกรรมไทย สังข์ทอง และรามเกียรติ์ เป็นต้น 10.คุณค่าเรื่องราวเกี่ยวกับความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นการนำเสนอเรื่องของความเจริญก้าวหน้าในด้านวิทยาการต่าง ๆ ที่นำพาให้ประเทศนั้น ๆ เจริญรุ่งเรือง คุณค่าของเรื่องราวประเภทนี้สามารถโน้มน้าวให้ผู้ชมเห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น เรื่องราวเกี่ยวกับอุตสาหกรรม ยานอวกาศวงการแพทย์ เครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ และการสื่อสาร เป็นต้น 11. คุณค่าของงานทัศนศิลป์ต่อชีวิตและสังคม “ชีวิตสลาย อาณาจักรพินาศ ผลประโยชน์ของบุคคลมลายหายสิ้นไป แต่ศิลปะเท่านั้นที่ยังคงเหลือเป็นพยาน แห่งความเป็นอัจฉริยะของมนุษย์อยู่ตลอดกาล” ข้อความข้างต้นนี้เป็นความเห็นอันเฉียบคมของท่าน ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรีผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร แสดงให้เห็นว่างานศิลปะเป็นสมบัติอันล้ำค่าของมนุษย์ที่แสดงความเป็นอัจฉริยะบ่งบอกถึงความเจริญทางด้าน จิตใจและสติปัญญาอันสูงกว่า ซึ่งมีคุณค่าต่อชีวิตและสังคม 12. คุณค่าในการยกระดับจิตใจ คุณค่าของศิลปะอยู่ที่ประโยชน์ ช่วยจัดความโฉดความฉ้อฉลยกระดับวิญญาณความเป็นคนเห็นแก่ตน บทกวี ของเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กวีซีไรต์ของไทย ได้ให้ความสำคัญ ของงานศิลปะในการยกระดับวิญญาณความเป็นคนก็คือ การยกระดับจิตใจของคนเราให้สูงขึ้นด้วยการได้ชื่น ชมความงามและความประณีตละเอียดอ่อนของงานศิลปะ ตัวอย่างเช่น เมื่อเรานำพรมอันสวยงามสะอาดมาปู เต็มห้อง ก็คงไม่มีใครกล้านำรองเท้าที่เปื้อนโคลนมาเหยียบย่ำทําลายความงามของพรมไปจนหมดสิ้น สิ่งที่มี คุณค่ามาช่วยยกระดับจิตใจของคนเราให้มั่นคงในความดีงามก็คือความงามของศิลปะนั่นเอง ดังนั้นเมื่อใดที่มนุษย์ได้ชื่นชมความงามของศิลปะเมื่อนั้นมนุษย์ก็จะมีจิตใจที่แช่มชื่นและละเอียดอ่อนตามไป ด้วย เว้นแต่บุคคลผู้นั้นจะมีสติวิปลาศ นอกจากนี้งานศิลปะบางชิ้นยังให้ความงามและความรู้สึกถึงความดีงาม และคุณงาม จริยธรรมอย่างลึกซึ้ง เป็นการจรรโลงจิตใจให้ผู้ดูเคร่งเครียดและเศร้าหมองของศิลปินผู้สร้างสรรค์ และผู้ชื่นชมได้เป็นอย่างดี ดังนั้นจึงมีการส่งเสริมให้เด็กสร้างงานศิลปะเพื่อผ่อนคลายความเคร่งเครียดและ พัฒนาสุขภาพจิตซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของพัฒนาการต่าง ๆ อย่างสมบูรณ์ หน่วยที่ 5 การจัดวางตำแหน่งของวัตถุ วัตถุ 82


13. คุณค่าเรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม งานจิตรกรรม เป็นศิลปะที่สื่อความงามและความรู้สึกไปสู่ผู้ดูหรือผู้ชื่นชมได้โดยง่าย คุณค่าเบื้องต้น เป็นคุณค่า ทางด้านจิตใจในการชมความงาม ความละเอียดอ่อนของเส้น สี แสงเงา และองค์ประกอบของศิลป์ต่าง ๆ ช่วย ผ่อนคลายอารมณ์ และให้คติธรรม แนวคิดในการดำรงชีวิต และยังรักษาขนบธรรมเนียม ประเพณีวัฒนธรรม ศาสนา และประวัติศาสตร์จากจิตรกรรมฝาผนังต่าง งานประติมากรรม เป็นศิลปะที่สื่อความงามและความรู้สึกไปสู่ผู้ดูหรือผู้ชื่นชมได้ด้วยรูปทรง และพื้นผิว โดยมีแสงสว่างมากระทบให้เกิดเงาจากมีความตื้นลึกของรูปทรงนั้น ๆงานสถาปัตยกรรมเป็นศิลปะ ที่ใช้ประโยชน์ใช้สอยมากกว่า เพราะเป็นอาคารสถานที่สูงและเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์นั่นเอง โดยเริ่มจากการ ดูแลรักษาที่พักอาศัยต่าง ๆ เช่น พระราชวังโบสถ์ ตำหนัก วัด วิหาร เจดีย์สถูป เป็นต้น 14.คุณค่าของผู้ชื่นชมและสังคมส่วนรวม บทบาทของประชาชนทั่วไปในการใช้ประโยชน์และคุณค่าของสถาปัตยกรรมนับตั้งแต่บ้านเรือน ที่อยู่อาศัย โดยเริ่มต้นจากการดูแลรักษาความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในบ้าน การใช้หลักทางศิลปะและ รสนิยมส่วนตัวตกแต่งบ้านเรือนให้น่าอยู่โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประดับตกแต่งด้วยต้นไม้และพื้นที่สีเขียว ภายในบ้าน สำหรับงานทางศิลปะที่มีคุณค่าทางวิจิตรศิลป์ ดังนั้น เราจึงควรร่วมมือกันอนุรักษ์ศิลปะทั้ง จิตรกรรมประติมากรรมและสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ไว้สืบต่อไป ศิลปินด้านจิตกรรม 1. อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ผลงานของถวัลย์ ดัชนี เป็นที่ยอมรับและยกย่องทั้งในและต่างประเทศ การสร้างสรรค์ผลงานเกิดจากการนำ แนวปรัชญาพุทธศิลป์มาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ศิลปะไทยร่วมสมัยที่ทรงพลัง ลุ่มลึก และแกร่ง กร้าว มีเนื้อหาสาระและท่วงทีที่มีชีวิตวิญญาณของความเป็นไทย รวมถึงผสมผสานระหว่างแนวปรัชญา ตะวันออกและตะวันตกเข้าไว้ในผลงาน 2. รองศาสตราจารย์ปริญญา ตันติสุข ปริญญา ตันติสุข สร้างสรรค์ผลงานศิลปะด้วยการนำเสนอและเข้าร่วมแสดงในนิทรรศการศิลปะสำคัญ ๆ ทั้ง ในประเทศและต่างประเทศอย่างสม่ำเสมอตลอดมา ทั้งการจัดนิทรรศการเดี่ยวและนิทรรศการกลุ่ม ผลงาน ปริญญาแสดงถึงการเริ่มต้นด้วยความคิดและรูปแบบที่เกี่ยวโยงกับรูปธรรม แล้วเปลี่ยนแปรห่างออกไปด้วย จินตนาการและศิลปินโดยมีการประสานสัมพันธ์ของสีเป็นวิธีสำคัญจนกลายเป็นงานแบบนามธรรมไปในที่สุด ศิลปินด้านจิตรกรรมและสื่อผสม 1. อาจารย์ธงชัย รักประทุม ธงชัย รักประทุม เป็นศิลปินที่มีความเชี่ยวชาญด้านศิลปะทั้งไทยและสากลด้วยเพราะเคยได้รับทุนไปศึกษาต่อ ด้านศิลปะร่วมสมัยที่ประเทศอิตาลี ธงชัยได้สร้างผลงานด้วยความมุ่งมั่นและแน่วแน่อยู่บนเส้นทางเดินของการ สร้างศิลปะร่วมสมัยมาต่อเนื่องตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผลงานมีลักษณะเฉพาะตัวและโดดเด่น มีเนื้อหาสาระ และแนวคิดที่ก้าวลึกไปสู่วิถีชีวิตในเชิงวัฒนธรรมของสังคมยุคใหม่ ผลงานล่าสุดของปี 2555 มีรูปแบบทั้งผลงานจิตรกรรม 2 มิติ กึ่ง 3 มิติ โดยมีการเชื่อมสัมพันธ์อย่างลงตัวกับ รูปร่าง รูปทรง พื้นผิววัสดุ และความคิดฝัน เป็นผลงานที่มีความก้าวหน้าทัดเทียมกับศิลปะของนานา อารยประเทศ ผลงานทัศนศิลป์ของศิลปินไทยและต่างประเทศ หน่วยที่ 5 การจัดวางตำแหน่งของวัตถุ วัตถุ 83


เกร็ดความรู้ ศิลปะแบบสื่อผสม (Mixed Media) เป็นวิจิตรศิลป์ ในการนำสื่อมากกว่าสองสื่อขึ้นไปมาสร้างเป็นผลงานต่าง ๆ โดยนิยมใช้สื่อที่แตกต่างกันมานำจุดเด่นใช้ร่วมกัน ได้แก่งานจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ และงาน วาดเส้น ศิลปะสื่อผสมอาจมีลักษณะเป็น 2 มิติหรือ 3 มิติก็ได้ ศิลปะสื่อผสมนอกจากจะเป็นศิลปะสมัยใหม่ แล้วยังเป็นงานสะท้อนให้เห็นสังคมในรูปแบบต่าง ๆ ด้วย เพราะปัจจุบันการสร้างสรรค์ผลงานทัศนศิลป์ไม่ได้ อยู่แค่บนกระดาษหรือผ้าใบ แต่เป็นการพัฒนาการสร้างผลงานผสมกันทั้งการวาดเขียน การระบายสีการพิมพ์ เป็นต้น ผสมผสานกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น วิดีโอ คอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นสื่อใหม่ ๆที่มีการพัฒนาตลอดเวลาและ มีความทันสมัยในปัจจุบัน 2. ศาสตราจารย์กมล ทัศนาญชลี กมล ทัศนาญชลี เป็นศิลปินที่ได้รับการยกย่องทั้งในและต่างประเทศ ผลงานของกมลมีเอกลักษณ์ตามแนวทาง สากลที่มีพื้นฐานจากศิลปะแบบประเพณี วิถีชีวิตไทย มีการใช้สื่อผสมในการสร้างสรรค์งานจิตรกรรมทั้ง รูปแบบ 2 มิติและ 3 มิติ อาศัยเทคนิควัสดุสมัยใหม่สะท้อนการเชื่อมโยงเรื่องราววัฒนธรรมระหว่างตะวันตก และตะวันออก ทำให้ผลงานมีความร่วมสมัย 3. ศาสตราจารย์เดชา วราชุน ผลงานในช่วงแรก ๆ ของเดชา วราชุน เป็นผลงานภาพพิมพ์ โดยใช้ประสบการณ์จากการรวบรวมข้อมูลของ รูปทรงที่สนใจทั้งจากรูปทรงเรขาคณิต และเริ่มทำงานสื่อวัสดุปะปิดด้วยการใช้มวลธาตุทางทัศนศิลป์เป็น มูลเหตุสำคัญในการสร้างผลงาน เดชาพัฒนาภาพผลงานอย่างต่อเนื่องตามลำดับจนได้รับเกียรติเป็นศิลปินชั้น เยี่ยมประเภทภาพพิมพ์ในปี 2525เดชาเปลี่ยนแปลงการสร้างผลงานให้จริงจังขึ้นเมื่อปี 2539 เพื่อต้องการ สะท้อนให้เห็นถึงชีวิตของสังคมปัจจุบันที่ดำรงอยู่ในสิ่งแวดล้อมของความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ศิลปินด้านประติมากรรม 1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์เขียน ยิ้มศิริ เขียน ยิ้มศิริ เป็นบรมครูด้านการสร้างสรรค์งานประติมากรรมและด้านวิชาการศิลปะคนสำคัญของไทย เป็น ศิลปินผู้บุกเบิกในการนำเอาคุณค่าลักษณะแนวไทยมาเป็นรูปแบบในการสร้างสรรค์ผลงาน โดยจะเห็นได้ถึง พัฒนาการจากประติมากรรมแนวไทยประเพณีคลี่คลายมาสู่ประติมากรรมแบบร่วมสมัยที่แฝงความเป็นไทยอยู่ เนื้อหาของการแสดงออกเป็นอิริยาบถต่าง ๆ ที่อ่อนช้อยละเมียดละไมให้ความรู้สึกถึงความงามของเส้นที่ เคลื่อนไหวประสานสัมพันธ์กันอย่างสมบูรณ์ จนได้รับเกียรติเป็นศิลปินชั้นเยี่ยมเมื่อปี 2496 2. ศาสตราจารย์ชลูด นิ่มเสมอ ชลูด นิ่มเสมอ ได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะหลายด้าน ผลงานยุคแรก ๆ เป็นผลงานด้านจิตรกรรมที่แสดงวิถีชีวิต ของชนบทที่แสดงถึงความสัมพันธ์ ความเอื้ออาทรที่มีในสังคม ระยะต่อมาชลูดได้สร้างสรรค์ผลงานด้าน ประติมากรรมซึ่งมีรูปแบบหลากหลาย เช่นการนำวัสดุท้องถิ่นมาประกอบในผลงานเพื่อแสดงความผูกพันที่มี ต่อชนบท ผลงานที่มีชื่อเสียงส่วนมากจะเป็นประติมากรรมติดตั้งภายนอกอาคาร เช่น ผลงาน “โลกุตระ” ที่ หน้าอาคารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ หน่วยที่ 5 การจัดวางตำแหน่งของวัตถุ วัตถุ 84


3. อาจารย์นนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน นนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน เป็นศิลปินที่สร้างสรรค์งานศิลปะมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 37 ปี และเป็น ประติมากรที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งในประเทศไทย ผลงานที่โดดเด่นเป็นรูปทรง 3 มิติ มีความสำคัญของ เส้นและปริมาตรอันกลมกลืนงดงาม โดยนำเสนอผ่านความรู้สึก อารมณ์ และความปรารถนา เพื่อให้สังคมได้ ตระหนักถึงความเป็นจริงของธรรมชาติ ต่อมาในภายหลังได้สร้างสรรค์ผลงานที่มีเนื้อหาแฝงปรัชญาทาง พระพุทธศาสนาผลงานของนนทิวรรธน์ได้รับรางวัลจากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติหลายครั้ง รวมทั้งให้สร้าง ประติมากรรมกับสิ่งแวดล้อมทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นผู้เผยแพร่ความรู้และสร้างคุณประโยชน์ ทางด้านศิลปะแก่สังคมและวงการศึกษาศิลปะของไทยมาโดยตลอด ศิลปินด้านการพิมพ์ 1. ศาสตราจารย์เกียรติคุณประหยัด พงษ์ดำ ประหยัด พงษ์ดำ เป็นศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงานที่มีแนวทางเฉพาะ คือ การถ่ายทอดชีวิตสัตว์ในบรรยากาศ แบบไทย ๆ โดดเด่นในเรื่องการทำงานด้านภาพพิมพ์ โดยเฉพาะแม่พิมพ์แกะไม่ซึ่งได้รับการยกย่องว่ามีความ เชี่ยวชาญอย่างสูง ผลงานประหยัดสะท้อนถึงความเรียบง่ายของวิถีชนบท โดยนำเสนอผ่านเรื่องราวและ ลักษณะของสัตว์ต่าง ๆ 2. อาจารย์เฉลิมศักดิ์รัตนจันทร์ เฉลิมศักดิ์ รัตนจันทร์ เป็นอาจารย์ผู้สอนศิลปะ และเป็นศิลปินด้านภาพพิมพ์ที่มีความมุ่งมั่นพากเพียรในการ สร้างสรรค์ผลงานตามความถนัดเฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นภาพพิมพ์ด้วยเทคนิค Silk Screen Lithograph Intaglioซึ่งผลงานของเฉลิมศักดิ์ไม่ได้ยึดติดกับเทคนิคใดโดยเฉพาะ ปัจจุบันเฉลิมศักดิ์ดำรงตำแหน่งคณบดี (คณะศิลปะวิจิตร) สถาบันฑิตพัฒนศิลป์กระทรวงวัฒนธรรม ศิลปินด้านสถาปัตยกรรม 1. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงเป็นศิลปินด้านสถาปัตยกรรมพระองค์ทรง ใช้เวลาส่วนใหญ่กับงานศิลปะและวิทยาการงานด้านสถาปัตยกรรมเป็นงานที่พระองค์ทรงพิถีพิถันอย่างมาก งานสถาปัตยกรรมที่โปรดทำมากคือแบบพระเมรุผลงานที่เป็นที่รู้จักของพระองค์ คือ การออกแบบก่อสร้าง พระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรฯ และการออกแบบก่อสร้างอาคารโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร 2. อาจารย์ประเวศ ลิมปรังษี ประเวศ ลิมปรังษี เป็นสถาปนิกที่มีความเป็นเลิศในการออกแบบผูกลายไทยได้งดงาม ผลงานของประเวศ เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศ ผลงานสำคัญเช่น การออกแบบอุโบสถ วัดพุธประทีปกรุง ลอนดอน บูรณะพระธาตุพนม จังหวัดนครพนมออกแบบฐานพระประธานพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ผลงานทัศนศิลป์ของศิลปินต่างประเทศที่มีชื่อเสียง ศิลปินต่างประเทศที่มีชื่อเสียง : ศิลปินชาย หน่วยที่ 5 การจัดวางตำแหน่งของวัตถุ วัตถุ 85


1. แอนตี วาร์ฮอล (Andy Warhol) ค.ศ. 1928- ค.ศ. 1987 แอนดี วาร์ฮอล เป็นราชาแห่ง Pop Art มีชื่อเดิมว่า Andrew Warhola ในปี 1949เขาได้เปลี่ยนชื่อตัวเองใหม่ เป็น “WARHOL” ผลของเขาในช่วงแรกที่ประสบความสำเร็จมากคือภาพ Women is Shoes ในปี 1960 วาร์ฮอลได้เริ่มวาดรูปที่เป็นงานแบบประชานิยม (Pop Art)ชิ้นแรกโดยมีรากฐานมาจากหนังสือการ์ตูนหลาย เรื่อง เช่น Dick Tracy, Popeye, Supermanจากนั้นได้ปรับปรุงงานของตนเองเรื่อยมา จนกระทั่งในปี 1962 วาร์ฮอลได้วาดภาพ Campbellis Soup อันโด่งดัง และเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นในฐานะของศิลปินแบบ Pop Art งานที่ค่อนข้างทำให้เขามีชื่อเสียงมากก็คืองานในแบบ Silk Screen ที่ทำเป็นรูปต่าง ๆ มากมาย และ ภาพเหมือน(Portrait) ของบุคลสำคัญต่าง ๆ ในแบบ Pop Art วาร์ฮอลเป็นศิลปิน Pop Art ที่จับเอาอะไร ๆ ต่างในสังคมช่วงนั้นมาใส่ในงานของเขาโดยผ่าน เทคนิคการใช้สีและ Style ที่เป็นแบบเฉพาะของเขาเอง และเขายังจับเอาสิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นสิ่ง ธรรมดา เช่น กระป๋อง Campbell is Soup มาทำให้มีคุณค่าทางศิลปะถือได้ว่าเป็นการทำงานที่เข้าสู่ความ จริงในรูปแบบใหม่ ๆ มากยิ่งขึ้น หรือที่เรียกว่า New Prestimและวิธีการเช่นนี้ก็เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนตั้งแต่ ยุคนั้นจนถึงปัจจุบัน 2. เดวิด ฮอคน (David Hockney) ค.ศ. 1937 ถึงปัจจุบัน เดวิด ฮอคนี้ เป็นเจ้าพ่อ Pop Art ชาวอังกฤษที่มีชื่อเสียงมาก จนเป็นแรงบันดาลใจแก่วงการแฟชั่นในเรื่อง สีสันและลวดลายต่าง ๆ สไตล์การแต่งกายของเขาเป็นที่ยอมรับของเหล่าดีไซน์เนอร์ ผลงานของฮอคนี้ส่วน ใหญ่เป็นภาพของฝูงเพื่อน คนสนิท ภาพความสัมพันธ์และชีวิตประจำวัน ผลงานของเขาได้รับอิทธิพลมาจา กปิกัสโซ ผลงานจะเป็นแบบ Cubismเหลี่ยม ๆ แบน ๆ ในอิริยาบถแบบภาพถ่าย และกลายเป็น Photocubism ในเวลาต่อมาซึ่งฮอคนให้ความใส่ใจในวิธีการสร้างงานศิลปะของเขาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน 3. ชาร์ล ซาต (Charles Saatchi) ค.ศ. 1943 ถึงปัจจุบัน ชาร์ล ชาตชิ เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก เขาเป็นนักสะสมศิลปะ และเป็นเจ้าของ SaatchiGallery ซึ่งเป็นแกลเลอรีที่ แสดงผลงานศิลปะที่เขาได้รวบรวมมาหลายปี ผลงานของเขาได้รับอิทธิพลจากศิลปะสมัยใหม่และแบบประชา นิยม (Pop Art) เขาได้รับความบันดาลใจจากศิลปินหลายท่านในการสร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งเขาเป็นคนที่ให้ ความสนใจรายละเอียดในผลงานของเรามาก 4. เจฟฟ์ คูนส์ (Jeff Koons) ค.ศ. 1955 ถึงปัจจุบัน เจฟฟ์ คูนส์ เป็นศิลปินชาวอเมริกันผู้มีชื่อเสียงโด่งดังมากในแวดวงศิลปะนานาประเทศ ผลงานของคูนส์ใน ช่วงแรก ๆ เป็นรูปแบบ “Conceptual Sculpture” ผลงานที่สร้างชื่อให้เขามีชื่อชุดว่า Equilibrium หรือ ดุลยภาพเมื่อปี 1985 ในทศวรรษที่ 1980 เขาสร้างสรรค์ผลงานที่มีชื่อเสียงมากคือ Michael Jackson and Bubbles ซึ่งถือเป็นงานเซรามิกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในปี 2008 เขาได้รับเกียรติให้แสดงผลงานเดี่ยว ณ พระราชวังแวร์ซายส์ ประเทศฝรั่งเศส ปัจจุบันเขาอาศัยและทำงานส่วนใหญ่ในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา หน่วยที่ 5 การจัดวางตำแหน่งของวัตถุ วัตถุ 86


5. โยชิโมโมะ นาระ (Yoshitome Nara) ค.ศ. 1959 ถึงปัจจุบัน โยชิโตโมะ นาระ เป็นศิลปิน Pop ร่วมสมัยชาวญี่ปุ่นที่โด่งดังมาก นาระได้แสดงผลงานเดียวทั่วโลกมาแล้วกว่า 40 ครั้ง และเคยแสดงผลงานร่วมกับศิลปินไทยหลายครั้งประติมากรรม Phuket Dog และบริจาคให้กับเมือง ภูเก็ตปัจจุบันผลงานของนาระเป็นภาพวาดการ์ตูนเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารัก แต่แฝงไว้ซึ่งความลึกลับและความ น่ากลัวไว้ภายใน โดยได้รับแรงบันดาลใจจากข่าวที่โด่งดังของญี่ปุ่นที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งฆ่าเพื่อนร่วมชั้นของเธอ เนื่องจากว่าถูกล้อเลียน เรื่องผมหน้าม้า โดยเธอบอกว่าเธอกล้าทำเพราะได้รับแรงบันดาลใจจากสื่อ ผลงาน ของนาระต้องการบ่งบอกว่าภายในสิ่งที่ดูน่ารักบอบบางนั้น บางทีก็แฝงไปด้วยความน่ากลัว หากเยาวชนที่ เปรียบเสมือนผ้าขาวไม่ได้รับคำแนะนำจากผู้ปกครองในเรื่องการบริโภคสื่ออย่างถูกต้อง ปัจจุบันนาระอาศัยอยู่ ที่ชานเมือง กรุงโตเกียว ศิลปินต่างประเทศที่มีชื่อเสียง:ศิลปินหญิง 1. จอร์เจีย โอลีฟ (Georgia o Keefe) ค.ศ. 1887-ค.ศ. 1986 จอร์เจีย โอลีฟ เป็นศิลปินที่มีความสำคัญมากในวงการศิลปะในอเมริกาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1920 โอลีฟเป็นที่ รู้จักกันมากจากการผสมผสานนามธรรมและการนำเสนอเสมือนจริงในภาพวาดดอกไม้ หิน เปลือกหอย กระดูกสัตว์ และทิวทัศน์ ภาพวาดของโอลีฟนำเสนอรูปทรงโค้งที่เต็มเปี่ยมไปด้วยการไล่โทนสีต่าง ๆ อย่าง หลักแหลม และโอลีฟยังนิยมแปรเปลี่ยนสิ่งที่วาดให้เป็นรูปนามธรรมที่เปี่ยมพลังอีกด้วย 2. ฟรีดา คาห์โล ( Frida Kahlo) ค.ศ. 1907 – ค.ศ. 1954 ฟรีดา คาห์โล เป็นจิตรกรชาวเม็กซิกัน แนวผสมแบบเหมือนจริง สัญลักษณ์นิยมและเหนือจริง ภาพเขียนของ ฟรีดาส่วนใหญ่เป็นรูปเหมือนของ ( Self Portrait) สะท้อนชีวิตอันขื่นขมอย่างตรงไปตรงมา ผลงานของเธอสื่อ ความหมายเชิงสัญลักษณ์เกี่ยวกับบาดแผลทางกายและทางใจของตัวเอง แม้ว่างานของฟรีดาถูกจัดให้อยู่ใน รูปแบบเหนือจริงและได้แสดงออกกับพวกลัทธิเหนือจริงของยุโรป แต่ฟรีดาไม่นับตัวเองเป็นพวกลัทธิเหนือจริง ผลงานส่วนใหญ่เกี่ยวกับสตรีส่งผลให้ฟรีดากลายเป็นแม่แบบของนักสตรีนิยมในทศวรรษสุดท้ายของ คริสต์ศตวรรษ ที่ 20 ฟรีดาถึงแก่กรรมเมื่อ ค.ศ. 1954 ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์ศิลปะต่าง ๆ เก็บงานของเธอไว้ มากมาย 3. กีกี สมิธ (Kikl Smith) ค.ศ. 1954 ถึงปัจจุบัน กีกี สมิธ เป็นศิลปินอเมริกันที่จัดเป็นศิลปิน Feminist การเคลื่อนไหวทางศิลปะของเธอเริ่มต้นใน คริสต์ศตวรรษที่ 20 โดยใช้ร่างกายของเธอเป็นศิลปะย้อมสีที่สื่อถึง ความสําคัญทางการเมือง การรอบทําร้าย การรับรองอารมณ์ของผู้หญิง และปัญหาทางสังคมซ่อนเงื่อนงาน ของเธอที่เป็นที่รู้จักกันดีที่สุด คือ ประติมากรรมด้านการสร้างวัตถุ และภาพวาดตามอวัยวะ รูปแบบการ เคลื่อนที่ และระบบประสาทของมนุษย์ หน่วยที่ 5 การจัดวางตำแหน่งของวัตถุ วัตถุ 87


4. ซีรีน เนสแซต ( Shirin neshat) ค.ศ. 1957 ถึงปัจจุบัน ซีรีน เนสแซต เป็นศิลปินชาวอิหร่านที่ใช้ชีวิตในนิวยอร์ก เธอเป็นที่รู้จักในการทำงานภาพยนตร์วิดีโอและ ถ่ายภาพ หลังจากเรียนจบเธอเริ่มการทำงานกับองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรที่เรียกว่าหน้าร้านศิลปะและ สถาปัตยกรรม และสถานที่แห่งนี้กลายเป็นสถานที่ที่ได้รับประสบการณ์ที่มีค่า และมีผลให้เธอมีแนวคิดที่จะ เป็นส่วนหนึ่งในงานศิลปะผลงานส่วนใหญ่ของเธอหมายถึง สังคม วัฒนธรรม ศาสนา ของสังคมมุสลิมและ ความซับซ้อนบางอย่าง เช่น ชายและหญิง แม้ว่าวัตถุประสงค์ของผลงานเกี่ยวข้องกับศาสนาอิสลามแต่ก็ไม่ได้ ขัดแย้งอย่างชัดเจน ผลงานของเธอรับรู้ได้ทางสติปัญญาถึงเรื่องราวของศาสนาที่ซับซ้อน รวมถึงการปรับตัว ของสตรีมุสลิมทั่วโลกในปี 1996 เธอได้รับรางวัลInternational Award จาก XLVII ทำให้เธอเป็นที่รู้จักใน สากลมากยิ่งขึ้น 5. มาริโกะ โมริ (Mariko Mori) ค.ศ. 1967 ถึงปัจจุบัน มาริโกะ โมริ เป็นศิลปินที่ทำผลงานโดยการนำวิดีโอและถ่ายภาพมาประยุกต์เข้ากับผลงาน ผลงานของเธอเป็น การผสมผสานตำนานตะวันออกกับวัฒนธรรมตะวันตกซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ ผลงานของเธอมักจะเป็น Layering ภาพถ่ายและภาพดิจิทัล เช่น ภาพเธอแสดงเป็นเจ้าแม่นิพพาน ซึ่งเป็นบทบาทแรกของเธอผ่านทางเทคโนโลยี และรูปภาพ ละทิ้งวิวทิวทัศน์ สังคมเมือง และชีวิตจริง ผลงานของเธอสร้างขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดและ คมชัดที่สุดในการผลิตผลงานในยุคปัจจุบัน ความสัมพันธ์ของทัศนศิลป์กับสังคม ศิลปะ จำแนกตามลักษณะการรับสัมผัสของมนุษย์ได้เป็น 3 สาขา คือ 1. ทัศนศิลป์ (Visual Art) ศิลปะที่รับสัมผัสด้วยการเห็น ได้แก่ จิตรกรรม ประติมากรรมสถาปัตยกรรม 2. โสตศิลป์ (Aural Art) ศิลปะที่สัมผัสด้วยการฟัง ได้แก่ ดนตรีและวรรณกรรม (ผ่านการอ่านหรือร้อง) 3. โสตทัศนศิลป์ (Audio Visual Art) ศิลปะที่รับสัมผัสด้วยการฟังและการเห็นพร้อมกัน ได้แก่ การแสดงภาพยนตร์ ศิลปะทั้ง 3 สาขามีความเกี่ยวข้องและดำเนินควบคู่ไปกับสังคม เช่น ลวดลายของ เสื้อผ้า (ทัศนศิลป์) การฟังเพลง (โสภศิลป์) การดูละครโทรทัศน์ (โสตทัศนศิลป์) จะเห็นได้ว่ากิจกรรมใน ชีวิตประจำวันจะมีศิลปะเข้ามาร่วมด้วยเสมอ หน่วยที่ 5 การจัดวางตำแหน่งของวัตถุ วัตถุ 88


ผลงานทัศนศิลป์ อิทธิผลของสังคมและผลตอบรับ ผลงานทัศนศิลป์ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาไม่ว่าจากศิลปินคนใด เมื่อผลงานนั้นถูกส่งไปถึงสายตาของคนในสังคม แล้ว สิ่งที่สะท้อนกลับมาสู่ศิลปินคือผลตอบรับของสังคมที่มีต่อผลงานว่าจะชื่นชอบและเข้าใจวัตถุประสงค์ของ ศิลปินมากน้อยเพียงใด ผลงานบางชิ้นอาจเป็นที่ชื่นชมและถูกยกย่องกระทั่งกลายเป็นผลงานศิลปะทาง ประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ ในทางกลับกันผลงานบางชิ้นอาจไม่เป็นที่ยอมรับและถูกต่อต้านจาก สังคม เช่น ผลงานที่ถ่ายทอดความรู้สึกทางด้านลบของศาสนาหรือการเมือง เป็นต้น จะเห็นได้ว่าผลงานทัศนศิลป์มีความสัมพันธ์และมีอิทธิพลต่อสังคมอย่างมากยกตัวอย่างเช่น - ผลงานเป็นทัศนศิลป์เป็นกระจกสะท้อนความเป็นไปของสังคมในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง เห็นได้จากผลงาน ศิลปะในยุคต่าง ๆ ที่มีการถ่ายทอดเรื่องราว ความเชื่อ ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น เช่นสะท้อนความรุนแรงของ สงคราม ปัญหาสังคม เหตุการณ์ทางการเมืองผู้คน ซึ่งศิลปินได้ถ่ายทอดความรู้สึกที่มีต่อเหตุการณ์ในช่วงเวลา นั้น ผ่านทางผลงานศิลปะสองคนวิถีชีวิต -ผลงานทัศนศิลป์ส่วนหนึ่งซึ่งนอกเหนือจากการสะท้อนภาพให้เห็นความเป็นไปในสังคมหรือสิ่งที่ศิลปินพบเห็น แล้ว ยังมีส่วนช่วยสร้างความจรรโลงใจให้กับผู้คนในสังคมช่วยให้มีจิตใจที่ละเอียดอ่อน เช่น ผลงานศิลปะที่ ถ่ายทอดความงามของธรรมชาติ ประเพณีผลงานทัศนศิลป์เป็นเครื่องมือที่ช่วยชักจูงความคิด ความเชื่อของคน ในสังคมให้เห็นคล้อยตามความคิดของศิลปิน เช่น ผลงานศิลปะที่ถ่ายทอดถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการ ทำลายสิ่งแวดล้อมการรณรงค์ในเรื่องต่าง ๆ หน่วยที่ 5 การจัดวางตำแหน่งของวัตถุ วัตถุ 89


การจัดวาง ตำแหน่งของ วัตถุ องค์ประกอบศิลป์ ในการจัดภาพ ความหมายของการจัดภาพ การจัดภาพของ งานทัศนศิลป์ งานกราฟิ กกับคอมพิวเตอร์ ผลงานทัศนศิลป์ ของศิลปินไทย และต่างประเทศ หน่วยที่ 5 การจัดวางตำแหน่งของวัตถุ วัตถุ 90 WEB GUIDE 1.หนังสือในหอสมุดแห่งชาติ และห้องสมุดทั่วไป 2. http://www.thaigoodview.com/library/studentshow/st2545/5-6/no21/jatparp.html 3. http://photoscape-download.blogspot.com/2010/09/blog-post_17.html 4. http://www.aw.ac.th/web_html/010.htm 5. http://www.cdoae.doae.go.th/54/infor/fik/jad-pap.pdf สรุปเนื้อหาสำคัญ


หน่วยที่ 5 การจัดวางตำแหน่งของวัตถุ วัตถุ 91 บรรณานุกรม กำจร สุนพงษ์ศรี, ศิลปะสมัยใหม่ กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช, 2520 จิตร บัวบุศย์, สกลพระพุทธรูปในประเทศไทย กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์อำพลวิทยา, 2503 จุลทรรศน์ พยามรานนท์, “ลักษณะจิตรกรรมไทย” เอกสารการสอนชุดวิชาไทยศึกษา พิมพ์ครั้งที่ 12 นนทบุรี : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2531. ประยูร ธนาพร, ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ศิลป์ เอกสารประกอบคำบรรยาย, 2525 ประยูร เหมือดภัย, ศิลปนิยม กรุงเทพฯ : โอ เอส พริ้นติ้ง เฮาส์, 2543. สุภัทรดิศ ดิศกุล, ประติมากรรมขอม กรุงเทพฯ : กรุงสยามการพิมพ์, 2515. อภัย นาคคง, ความรู้เบื้องต้นวิชาประวัติศาสตร์ศิลป์ ร.ร.เพาะช่าง กรุงเทพฯ, 2510. อารี สุทธิพันธ์, ศิลปนิยม กรุงเทพฯ : วัฒนาพานิช, 2516. จาก. http://www.baanjomyut.com/library_2/extension4/the_visual_aesthetics/01.html จาก. http://www.dek-d.com/board/view.php?id=1048341 จาก. http://www.prc.ac.th/newart/webart/composition.html จาก. http://www.kr.ac.th/ebook2/dendoung/03.html


Click to View FlipBook Version