The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เฉลยใบงาน On Hand หน่วยที่ ๔,๖ แม่ไก่อยู่ในตะกร้าและเด็กเอ๋ยเด็กน้อย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by petnapa2515, 2021-09-07 05:10:55

เฉลยใบงาน On Hand หน่วยที่ ๔,๖

เฉลยใบงาน On Hand หน่วยที่ ๔,๖ แม่ไก่อยู่ในตะกร้าและเด็กเอ๋ยเด็กน้อย

Keywords: แม่ไก่อยู่ในตะกร้าและเด็กเอ๋ยเด็กน้อย

เอกสารประกอบการเรียนออนไลน์

รายวิชาภาษาไทย

ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๔ แมไ่ ก่อยู่ในตะกร้า และ

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๖ เดก็ เอ๋ยเดก็ นอ้ ย

ของ
ชื่อ-สกุล ………………………………………………………………………..

ช้ัน ป.๓/………… เลขที่ …………………………

โรงเรียนอนุบาลสุรินทร์
สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต ๑



วรรณคดลี านา หน่วยที่ ๔

แมไ่ กอ่ ยใู่ นตะกร้า
ใจความของเรือ่ ง

กง คาศพั ทน์ า่ รู้

กั้ง คือ ปลาอีกง บ้างเรียกปลามังกง หรอื ปลามงั กร ปลาชนิดนี้ไมม่ ีเกล็ด มีหนวดยาว หัวแบนลง
อย่ทู ่ัวไปตามแหลง่ น้าจืดใกล้ทะเล บางแหง่ เรียกแขยงหนู
ก่ี สัตว์น้าชนิดหนง่ึ ไม่มีกระดกู สันหลัง ลักษณะคล้ายกุ้ง หายใจดว้ ยเหงอื ก ล้าตัวแบนหรือกลม
ขึงขัง แบง่ เปน็ ปล้องๆมี ๑๐ ขา
ไขว่ห้าง เคร่ืองทอผ้า
ค่าง เอาจริงเอาจงั
จอ้ งหน่อง นัง่ เอาขาพาดบนหวั เขา่ ซึง่ ตัง้ ชันอยู่
สตั วเ์ ล้ยี งลกู ดว้ ยนม มลี ักษณะคลา้ ยลิง
จักตอก เครื่องทา้ ให้เกิดเสียงเป็นเพลง ท้าดว้ ยไม้ไผ่ การเล่นใช้ปากคาบ แลว้ กระตุกหรอื ชักดว้ ยเชือก
ให้สัน่ ดังเป็นเสียงดนตรี
เอาคมมีดผา่ ไมไ้ ผใ่ ห้เปน็ เส้นแบนบาง สา้ หรบั ใชผ้ กู มัดหรอื สานสิง่ ตา่ งๆ

ดอกบุก ๒

ตาเตง็ ดอกของไมล้ ้มลุกชนดิ หน่งึ เวลาบานส่งกลิน่ เหม็นมาก หน้าแลง้ ต้นตาย เหลือหวั อยใู่ ต้ดนิ หัว
กนิ ไดแ้ ละใชท้ า้ ยาได้
ทกุ งั เครื่องชั่งหรือตาชั่งขนาดเล็กชนดิ หนงึ่ มถี าดห้อยอยู่ทางหวั คันทเ่ี ปน็ ไมห้ รืองาชา้ ง มีตุม้ ถ่วง
ห้อยเลือ่ นไปมาตามคนั ได้ เดิมใช้สา้ หรับช่ังทอง เงนิ เพชร และพลอย
ไถ้ คอื ปลาทูกงั ชอ่ื ปลาทะเลชนดิ หน่ึง ไมม่ ีเกล็ด มีหนวดสว่ นหนา้ ของครบี หลงั และครีบอก
นักเลง มกี า้ นครบี เปน็ เงีย่ ง จดั อยู่ในพวกปลากดขนาดใหญ่ อาศัยอยตู่ ามชายฝงั่ ทะเลหรอื น้ากร่อย
โดยเฉพาะบรเิ วณปากแมน่ า้
บาง ถุงยาวๆใหญบ่ ้าง เล็กบ้าง ส้าหรบั ใส่เงินหรอื สิ่งของ โดยมากใชค้ าดเอว
ปลากระสง ผฝู้ กั ใฝห่ รอื มคี วามสนใจอยา่ งจรงิ จังในสง่ิ ใดสงิ่ หนึ่ง เชน่ นกั เลงพระ นักเลงกลอน แต่ใน
ปัจจุบนั มกั หมายถึง คนเกเร เกะกะ ระราน
ปลาข้เี หร่ ทางน้าเล็กๆ ทางน้าเล็กที่ไหลขึน้ ลงตามระดับนา้ ในแมน่ า้ ลา้ คลอง หรอื ทะเล
ปลาตะพง ปลาน้าจืดชนิดหนง่ึ รปู รา่ งคล้ายปลาชอ่ น แตห่ วั แหลมกว่า และแอ่นงอนเล็กนอ้ ย มลี ายพาด
ขวางล้าตวั ข้างละ ๗-๑๒ แถบ ทกุ ครีบมีจดุ ประหรือร้วิ สดี า้
ปลาอกุ ในท่ีน้ีหมายถึงปลาทู
แฝก คอื ปลากะพง ล้าตัวหนา แบนข้างเล็กน้อย หัวโตลาดลงมาจากดา้ นหลงั ตาค่อนขา้ งโต
ปากกวา้ งมีหลายชนิด
ลกู มะกอก เป็นค้าใชเ้ รยี กปลากด ซ่ึงร้องเสียงอกุ ๆ เมือ่ ถกู จบั ข้นึ มาพ้นน้า
ลกู มะดูก ไมล้ ม้ ลกุ ชนดิ หน่ึง ใบใช้มงุ หลังคา รากใชท้ ้ายาได้ ปจั จบุ ันนยิ มปลกู ช่วยปอ้ งกันการพังทลาย
ลกู มะแว้ง ของดิน
ศาลาราย ไมย้ ืนต้นขนาดใหญ่ ผลใชเ้ ป็นอาหาร รากและเมล็ดใช้ทา้ ยา
สญั ญา ไม้ยืนต้นชนดิ หน่ึงผลสกุ กินได้ รสหวาน
หญ้าคา ช่ือต้นไมช้ นิดหน่ึง มีทั้งมะแว้งตน้ และมะแว้งเครือ ผลเลก็ เป็นพวง กินได้และใช้ท้ายาได้
หูก ศาลาเลก็ รายล้อมพระอโุ บสถหรือพระวหิ าร
โอเ้ อ้วิหารราย ข้อตกลงหรือค้ามัน่ ท่ีใหไ้ ว้ตอ่ กนั
หญ้าชนิดหนึ่ง ใบสาก คม เอามากรองหรือเย็บเป็นตับ ใช้มุงหลังคา เหง้าใชท้ ้ายา
เครื่องทอผา้
การสวดกาพยเ์ ป็นท้านอง เป็นสา้ นวน หมายถงึ ชักช้า ออ้ ยอิง่ เถลไถล



แบบฝกึ หดั ที่ ๑
จงตอบค้าถามต่อไปนี้
๑. ใครคอื คนทช่ี ่วยสอนหนงั สือเดก็ ๆในสมัยก่อน
ตอบ ......พระภกิ ษุสงฆ.์ .......................................................................................................................

๒. ในสมยั กอ่ นเด็กๆเรยี นหนังสอื ท่ไี หน
ตอบ .........ทว่ี ัด....................................................................................................................

๓. เพอ่ื ชว่ ยให้เดก็ ๆสนใจและจดจ้าได้ง่าย โดยเฉพาะเวลาสอนใหฝ้ ึกอ่าน คนสมัยก่อนมีวิธกี ารอย่างไร
ตอบ ..............คิดจงั หวะการอา่ นและทานองการรอ้ งทีส่ นุกๆเพ่ือให้เด็กสนใจและจาได้ง่าย..............

๔. มะยมขอร้องใหป้ ูช่ มสอนใหร้ อ้ งทา้ นองอะไร
ตอบ ..............ทานองโอเ้ อ้วิหารรายอยา่ งง่ายๆ..................................................................................

๕. ในบทอา่ นเรื่อง แมไ่ กอ่ ยู่ในตะกร้า ป่ชู มสอนมะยมท่องบทอา่ นในหนังสอื ประถม ก กา ซึง่ มีค้าทีส่ ะกด
ในมาตราตัวสะกดแม่ใด
ตอบ ................แม่ ก กา แมก่ ก และแม่กง ..............................................................................................

๖. หนังสือประถม ก กา แต่งขึน้ ในสมยั ใด
ตอบ ...................รชั สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลา้ เจ้าอย่หู ัว รัชกาลท่ี ๓.......................................



แบบฝกึ หดั ท่ี ๒
จงน้าคา้ ที่กา้ หนดให้ไปเติมให้ตรงกับความหมาย

ปลากระสง นกั เลง ตาเต็ง ดอกบุก ทกุ งั

จ้องหนอ่ ง ปลาตะพง โอ้เอว้ ิหารราย กง้ั ไถ้

๑. ......ทุกงั .......... คือ ปลาทูกัง ช่อื ปลาทะเลชนดิ หนึง่ ไม่มีเกลด็ มีหนวดส่วนหนา้ ของครีบหลังและครบี อก
มกี ้านครีบเป็นเงี่ยง จัดอยู่ในพวกปลากดขนาดใหญ่ อาศัยอยตู่ ามชายฝง่ั ทะเลหรือนา้ กร่อย
โดยเฉพาะบริเวณปากแมน่ า้

๒. .......นกั เลง....... ผู้ฝักใฝ่หรอื มคี วามสนใจอยา่ งจรงิ จังในส่งิ ใดส่งิ หนึ่ง เช่น นักเลงพระ นกั เลงกลอน แต่ใน
ปัจจุบนั มกั หมายถึง คนเกเร เกะกะ ระราน

๓. ....ปลาตะพง... คือ ปลากะพง ล้าตวั หนา แบนขา้ งเลก็ น้อย หวั โตลาดลงมาจากดา้ นหลงั ตาค่อนข้างโต
ปากกว้างมหี ลายชนดิ

๔. ......ไถ้......... ถงุ ยาวๆใหญ่บา้ ง เล็กบ้าง ส้าหรบั ใส่เงินหรือสิ่งของ โดยมากใชค้ าดเอว

๕. ......ดอกบุก...... ดอกของไม้ลม้ ลุกชนดิ หนง่ึ เวลาบานส่งกลิ่นเหม็นมาก หนา้ แลง้ ต้นตาย เหลือหวั อย่ใู ตด้ นิ หวั
กินได้และใช้ทา้ ยาได้

๖. ...จ้องหนอ่ ง.. เครือ่ งทา้ ให้เกิดเสียงเปน็ เพลง ทา้ ด้วยไม้ไผ่ การเล่นใชป้ ากคาบ แลว้ กระตุกหรือชักดว้ ยเชอื ก
ให้สัน่ ดงั เปน็ เสยี งดนตรี

๗. ....ปลากระสง.. ปลาน้าจดื ชนิดหนง่ึ รปู ร่างคลา้ ยปลาชอ่ น แต่หัวแหลมกว่า และแอ่นงอนเล็กน้อย มลี ายพาด
ขวางลา้ ตัวขา้ งละ ๗-๑๒ แถบ ทุกครีบมจี ดุ ประหรือริว้ สีดา้

๘. โอ้เอว้ ิหารราย การสวดกาพยเ์ ป็นท้านอง เป็นส้านวน หมายถงึ ชักชา้ อ้อยอิ่ง เถลไถล

๙. .....กง้ั ......... สตั วน์ ้าชนดิ หนง่ึ ไมม่ ีกระดกู สันหลงั ลักษณะคลา้ ยกุง้ หายใจดว้ ยเหงอื ก ลา้ ตัวแบนหรือกลม
แบ่งเป็นปล้องๆมี ๑๐ ขา

๑๐. ....ตาเตง็ ..... เคร่ืองช่ังหรือตาชัง่ ขนาดเล็กชนิดหนึ่ง มีถาดห้อยอยู่ทางหวั คันทีเ่ ปน็ ไม้หรอื งาช้าง มตี มุ้ ถ่วง
หอ้ ยเลอ่ื นไปมาตามคันได้ เดิมใชส้ า้ หรบั ชงั่ ทอง เงนิ เพชร และพลอย



ใบความรู้เร่ือง

นม ญณ ยย งบ
วว วว ย
พ งร จม ล
กร คภ ฬ
นง ธ



แบบฝึกหัดที่ ๓

กจิ กรรมท่ี ๑ เตมิ ค้าแม่ ก กา ให้ถกู ต้อง

๑. .........ไดโนเสาร์........... ๖. ............เต่า..............

๒. ..........จระเข.้ ....... ๗. ...........ปลาท.ู .............

๓. ..........ปูทะเล............... ๘. ...........เล้าไก่................

๔. ........กี/่ ก่ที อผ้า............... ๙. ..........ไถ.้ ............

๕. ..........แม่ไก่........... ๑๐. ............ตะกรา้ .............

กิจกรรมท่ี ๒ หาและวงล้อมค้าแม่ ก กา ให้ถกู ต้อง

จทอกแนดอทส
ร ะ บำ ฝ ม ะ ร ะ ห

ะตอกกะสว ง ร

เ ก เ ร ก ล กู ป รี น

ขำ อ ง ก ร ะ จ ก ต ก

ยอม เ กอ ไ ลล

โต พำ ค อ ง ฟ ก ำ

ช ะ นี อ ม อ ด ฟำ ม ไ

คกปเ กะล สี ย

ล รำ ลิ จำ อ ก แ จำ ก นำ

ง อ เ รำ อ ใ บ อ

ภมะ โ รงกร ง ง

ก ผี เ สำำ อ อ ไ ขำ ไ กำ



แบบฝึกหัดที่ ๔

กิจกรรมที่ ๑ เติมคา้ แม่ ก กก ใหถ้ ูกต้อง

๑. ..........กระจก......... ๖. ...........พริก............

๒. ...........ครกสาก............. ๗. ...........ดอกบุก............

๓. ........นกฮกู /นกแสก....... ๘. ..........เมฆ..............

๔. ........ปลาดกุ .......... ๙. .........ปลาอกุ ............

๕. .........เผือก.............. ๑๐. .........เชื้อโรค...........

กิจกรรมที่ ๒ หาและวงล้อมคา้ แม่ ก กก ใหถ้ ูกต้อง

หำ บ อ ก แ น ด อ ท ส

อ ะ พ ริ ก ห ย ว ก ห

ห อ ก ก ม ะ ดู ก ง ร

ม ะ ก อ ก ล กู ป รี น

กองกระจกตก

ย อ ม ยั ก ย อ ก ล ล

โ ย ก เ ย ก ง ฟ กำ

ช ะ นี เ ม ฆ ม กไ

คกปเ กะล สี ย

ล รำ ลิ จำ อ ก แ จำ ก นำ

ง อ เ รำ อ ใ บ อ

ภมะ โ รคกร ง ง

ก ผี เ สำำ อ เ ล ข ห ก



แบบฝึกหดั ท่ี ๕

กจิ กรรมท่ี ๑ เติมค้าแม่ ก กง ให้ถูกต้อง

๑. ........กง/ปลาอกี ง........ ๖. .........กระถาง...........

๒. .........กระทง.......... ๗. ............กลอง............

๓. ..........ระฆัง............ ๘. .........ฆอ้ ง..............

๔. ..........นกยงู ............. ๙. ..........กง้ั ............

๕. ............ถงุ ............... ๑๐. ........ผง้ึ ............

กิจกรรมท่ี ๒ หาและวงล้อมค้าแม่ ก กง ใหถ้ ูกต้อง

จ กิ้ ง ก่ น สิ ง โ ต

ร ะ บำ ฝ ม ะ ร ะ ห

ะ ก ร ะ ท ง ส ว่ ง

เ ก่ ง จั ง ล กู ป รี น

ขำ อ ง ก ร ะ จ ก โ ค

ยู ง ท อ ง ก อ ไ ก ล

โต พำ ค อ ง ฟ ง อ

ล่ ก อ ง ก ล งกง

งกปเ กะล ย

ล รำ ลิ จำ อ ก แ จำ ง นำ

รอง เพลง ใบอ

ภมะ โ รงกร ง ง

ก ผี เ สำำ อ อ ไ ขำ ไ กำ



แบบทดสอบเร่ืองแม่ไก่อยู่ในตะกรา้
คาช้ีแจง ใหน้ ักเรยี นทา้ เครื่องหมาย x ทับตัวอกั ษร ก ข ค หรือ ง หนา้ ค้าตอบทถี่ ูกต้อง

๑. ในสมัยใดมีการแต่งหนังสอื ประถม ก กา ขน้ึ มา ๖. ข้อใดสอดคล้องกบั คา้ วา่ “ปลาข้เี หร่”
ก. รัชกาลท่ี ๑ ก. ปลาทู
ข. รัชกาลที่ ๒ ข. ปลากระสง
ค. รชั กาลที่ ๓ ค. ปลาตะพง
ง. รชั กาลท่ี ๔ ง. ปลาดุก

๒. หนังสอื ประถม ก กา แตง่ ขึ้นเพื่อวตั ถุประสงค์ใด ๗. “แมงป่องแมลงผง้ึ ปลาทูน่งึ ปลากระสง
ก. เป็นหนงั สืออ่านเลน่ สา้ หรับเด็ก กุ้งกง้ั ทกุ งั กง ปลาตะพงซอื้ แพงจรงิ ”
ข. เปน็ หนังสอื แบบเรยี นส้าหรับเดก็ ประถมปลาย คา้ ประพนั ธน์ ี้มีคา้ ที่กล่าวถงึ สตั วก์ ่ีคา้
ค. เปน็ หนงั สือแบบเรยี นส้าหรบั เดก็ ทีเ่ รยี นนอกโรงเรียน
ง. เป็นแบบเรยี นสา้ หรับเด็กที่เร่ิมหัดอ่านเขยี นภาษาไทย ก. ๖ ค้า
ข. ๗ คา้
๓. หนงั สอื ประถม ก กา มเี นื้อหาเก่ียวกับเร่ืองใด ค. ๘ ค้า
ก. พยญั ชนะไตรยางศ์ ง. ๙ คา้
ข. มาตราตวั สะกด
ค. การผันวรรณยุกต์ ๘. ประโยคในข้อใดมเี สียงเลียนแบบธรรมชาตปิ รากฏอยู่
ง. ค้าเป็น คา้ ตาย ก. พระตรี ะฆังเปน็ สัญญาณ
ข. ผ้ึงบนิ หึง่ ๆมาบงึ บวั บาน
๔. ขอ้ ใดไม่ใช่เน้อื หาท่สี อดแทรกไว้ในหนังสือประถม ก กา ค. กบเขยี ดส่งเสยี งร้องก้องป่า
ก. ความร้เู รือ่ งการรักษาสุขภาพของตนเอง ง. ฝนตกพรา้ ๆตลอดทั้งคืน
ข. ความรเู้ รื่องธรรมชาตขิ องสัตว์
ค. ความรูเ้ ก่ยี วกบั ชีวติ ชาววังในสมยั กอ่ น ๙. คา้ ประพนั ธใ์ นข้อใดมีลกั ษณะแนะน้าสั่งสอน
ง. คา้ แนะน้าส่งั สอนเดก็ ๆ ก. องึ่ อ่างแลคางคก ทัง้ จงิ้ จกแลแง่งขิง
ข. เดก็ ๆดกู ระจก อย่าให้ตกมักจักแตก
๕. “ชาววังน่งั ในหอ้ ง ชกั จ้องหน่องดังโหนง่ เหนง่ ” ค. ปลาอุกปลาดกุ ดัก แลปักหลกั แลครกสาก
คา้ ที่ขีดเส้นใต้สอดคล้องกับข้อใด ง. นกแสก นกกระสา แกรกๆมาเวลาดึก
ก. ธรรมชาตขิ องสัตว์
ข. ชวี ติ ชาววงั ๑๐. การสวดกาพยเ์ ป็นท้านองโอเ้ อ้วหิ ารรายมมี าต้ังแต่
ค. เครอื่ งดนตรี สมัยใด
ง. การปฏิบตั ิตน ก. สุโขทยั
ข. อยธุ ยา
ค. ธนบรุ ี
ง. รัตนโกสินทร์

๑๐

วรรณคดลี านา หน่วยที่
เดก็ เอย๋ ๖เด็กนอ้ ย

ใจความของเรื่อง

ข้า ๑๑

คนโซ คาศพั ทน์ า่ รู้
คะยัน้ คะยอ
เคอะ บา่ วไพร่, คนรับใช้ (แท้ทีจ่ ริงงานรับใช้ งานแมบ่ า้ น ถือเป็นงานบรกิ าร เป็นอาชีพท่สี จุ รติ
เงา่ อย่างหนึง่ และไม่ถือวา่ ผูป้ ฏบิ ัติงานเป็นคนโง่ โดยเฉพาะในปัจจุบนั มีบรษิ ทั ที่ตงั้ ขึน้ เพื่อ
จรด ให้บริการด้านน้ีในเมอื งใหญ่ๆเปน็ จา้ นวนมาก
ชหู นา้ ผทู้ อี่ ดอยาก, ยากจน
ตรากตรา้ ชกั ชวนใหต้ กลงใจดว้ ยการโนม้ น้าว
ตวี ง เกอ้ เขิน, กระดากอาย
ทยอย โง่ มกั ใชพ้ ดู คู่กบั ค้า โง่ เป็น โงเ่ ง่า
ปรานี ถงึ
มอมแมม มีเกยี รติยศ
ราศี ทนท้าอย่างไมค่ ิดถงึ ความยากลา้ บาก
เร่ ล้อมเขา้ ให้เป็นวง
ลางคน อาการที่ไปหรือมาทีละน้อย ไมข่ าดระยะ
อดสู เอ็นดดู ว้ ยความสงสาร
เอ็นดู เปอื้ นเปรอะ
ความสง่า ลกั ษณะความดีงามของคน
ตระเวนไปตามทีต่ า่ งๆ
บางคน
ละอายใจ, อบั อาย
ปรานี สงสาร

๑๒

อา่ นเสรมิ เพ่มิ ความรู้

๑๓

แบบฝกึ หัดที่ ๑
จงตอบค้าถามต่อไปน้ี
๑. “คนขายหนงั สือเร่ เดนิ เร่ขายหนังสอื ไปตามหมบู่ ้านตา่ งๆ” คา้ ที่ขีดเส้นใตม้ ีความหมายอยา่ งไร
ตอบ ......การขายสินคา้ ทีไ่ ม่มรี ้านตง้ั เป็นหลักแหล่งที่ใดท่ีหนึ่ง แตจ่ ะย้ายทีไ่ ปเรือ่ ยๆ......................

๒. คนขายหนังสอื เร่ ขายหนังสอื ประเภทใดบ้าง
ตอบ ........หนงั สือการ์ตูน หนังสอื นทิ าน หนังสือความรูร้ อบตัว ........................................

๓. เพราะเหตใุ ดคนขายหนงั สอื เร่จงึ เลอื กทจ่ี ะประกอบอาชีพน้ี
ตอบ ..........เพราะเขาอยากใหเ้ ด็กทุกคนในโลกนรี้ กั หนังสือและอยากอา่ นหนังสือ...............................................

๔. เพราะเหตใุ ดเด็กชายตวั เล็กจึงเลอื กหนงั สือไมไ่ ด้
ตอบ ...............เพราะเขาอ่านหนังสือไม่ออก.................................................................

๕. คนขายหนงั สอื เร่อธิบายเนอ้ื หาของกลอนดอกสร้อย “เดก็ เอ๋ยเด็กน้อย” วา่ อย่างไร
ตอบ .................อธิบายวา่ เดก็ ๆทุกคนตอ้ งอา่ นหนงั สือ เพราะจะไดม้ คี วามรู้................................................

๖. คนขายหนังสือเร่อธิบายถึงบทร้อยกรองเร่ืองใดทีส่ อนใหเ้ หน็ ความสา้ คัญของการเรยี น
ตอบ .................วิชาหนาเจา้ ................................................................

๑๔

แบบฝึกหดั ท่ี ๒
จงนา้ ค้าท่ีกา้ หนดให้ไปเติมให้ตรงกับความหมาย

เคอะ เอ็นดู ทยอย เงา่ ตรากตรา
คะย้นั คะยอ
ชหู นา้ คนโซ ปรานี ตวี ง

๑. ......คนโซ...... ผ้ทู ่ีอดอยาก, ยากจน
๒. ......คะยน้ั คะยอ......... ชักชวนใหต้ กลงใจดว้ ยการโน้มน้าว
๓. ......เคอะ........ เกอ้ เขนิ , กระดากอาย
๔. ......เง่า.......... โง่ มักใช้พดู คู่กบั ค้า โง่ เปน็ โง่เงา่
๕. .......เอน็ ดู......... ปรานี สงสาร
๖. ........ชูหน้า........ มีเกียรตยิ ศ
๗. ......ตรากตรา......... ทนท้าอย่างไมค่ ิดถึงความยากล้าบาก
๘. .......ตีวง....... ล้อมเขา้ ให้เปน็ วง
๙. .....ทยอย......... อาการทไ่ี ปหรือมาทลี ะน้อย ไม่ขาดระยะ
๑๐. .....ปราน.ี ........ เอน็ ดูด้วยความสงสาร

๑๕

แบบฝึกหัดท่ี ๓
เติมค้าทห่ี ายไปในกลอนดอกสรอ้ ยทก่ี ้าหนดใหถ้ ูกตอ้ ง ฝึกอ่านและบอกข้อคดิ

นกกระจาบ

นกเอย๋ นกกระจาบ เห็นใบพงลงคาบค่อยเพียรขน

มาสอดสอยดว้ ยจะงอยปากของตน ราวกับคนชา่ งพนิ จิ คดิ ท้ารัง

ชา่ งละเอียดเสยี ดสลับออกซับซอ้ น อยูพ่ ักรอ้ นนอนร่มได้สมหวงั

แมน้ ทา้ การหมัน่ พินิจคดิ ระวงั ใหไ้ ด้ดังนกกระจาบไมห่ ยาบเอย

(นายทดั เปรียญ, “นกกระจาบ”, ดอกสรอ้ ยสภุ าษิต, กระทรวงศึกษาธกิ าร.)

บทดอกสรอ้ ย “นกกระจาบ” ให้ขอ้ คิดเร่อื ง ............การจะทาสงิ่ ใดให้สาเร็จต้องอาศยั ความขยนั หมั่นเพยี ร......

หอ้ งสมดุ

หอ้ งเอ๋ยหอ้ งสมดุ นา้ มนุษย์โบยบินถน่ิ ไพศาล

มหี นังสือเปน็ มติ รจิตเบิกบาน กอ่ เกดิ จินตนาการร่ืนรมยใ์ จ

ไดท้ ่องเที่ยวถน่ิ ไกลในพภิ พ ไดป้ ระสบบคุ คลพ้นสมยั

ไดร้ ับทราบเหตุการณ์ทผี่ ่านไป เพียงนั่งในห้องสมุดสุดเพลินเอย

(ฐะปะนีย์ นาครทรรพ, “หอ้ งสมดุ ”, ศกึ ษาภาษิตและร้อยกรอง.)

บทดอกสรอ้ ย “ห้องสมุด” ใหข้ อ้ คิดเรอ่ื ง ....ความสาคญั ของหอ้ งสมุด ท่ีสามารถทาใหเ้ รารู้เรอ่ื งราวตา่ งๆทั้งใน
อดตี และปัจจุบัน ทอ่ งเที่ยวไปได้ทว่ั โลกผา่ นการอา่ นหนงั สอื ในห้องสมดุ ............

๑๖

แบบฝกึ หดั ท่ี ๔
ใหน้ กั เรียนระบายสีกอ้ นเมฆที่เป็นพทุ ธศาสนสุภาษติ ทีก่ ล่าวถงึ คุณค่าของการศึกษา

ผูต้ ั้งใจศกึ ษายอ่ มได้ปัญญา ตนเป็นทีพ่ ่งึ แห่งตน

ก ข ไม่กระดิกหู ปญั ญาประเสริฐกวา่ ทรัพย์

การใฝ่ใจศึกษาเป็นเครอื่ ง ปัญญาย่อมเกดิ เพราะ
พฒั นาความรู้ การฝึกฝน

รู้อยา่ งเป็ด ร้ไู ว้ใช่วา่ ใส่บา่ แบกหาม

สกั วนั หน่งึ ความร้ทู เ่ี รยี นมา รูอ้ ะไรไมส่ รู้ วู้ ิชา ร้รู ักษา
จะมปี ระโยชน์ ตัวรอดเป็นยอดดี

พึงเปน็ คนชอบไต่ถามเพื่อหา คนมปี ัญญาย่อมงอกงาม
ความรู้ ดงั พืชในนาท่ีงอกงามด้วยน้าฝน

ความไม่มีโรค เปน็ ลาภ คนมีปัญญา ถึงไร้ทรัพย์
อันประเสรฐิ ก็ยงั ด้ารงอยู่ได้

๑๗

แบบทดสอบเรือ่ งเด็กเอ๋ยเด็กนอ้ ย
คาชแ้ี จง ให้นักเรียนท้าเครื่องหมาย x ทบั ตัวอกั ษร ก ข ค หรือ ง หน้าคา้ ตอบทถี่ ูกต้อง

๑. คนขายหนังสอื เร่ไม่ได้ขายหนังสือประเภทใด ๖. ขอ้ ความใดเป็นการสอนใหต้ งั้ ใจเรียนตงั้ แต่เล็ก
ก. หนงั สอื นทิ าน ก. เดก็ เอ๋ยเด็กนอ้ ย
ข. หนังสือการ์ตนู ข. ความรู้เรายังดอ้ ยเร่งศกึ ษา
ค. หนงั สือพมิ พร์ ายวนั ค. เมอ่ื เติบใหญจ่ ะได้มวี ชิ า
ง. หนังสือความรู้รอบตัว ง. เปน็ เคร่ืองหาเล้ยี งชีพสา้ หรบั ตน

๒. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของคนขายหนังสือเร่ ๗. “ไดป้ ระโยชน์หลายสถานเพราะการเรียน
ก. มนี า้ ใจ จงพากเพียรไปเถิดจะเกิดผล”
ข. อารมณด์ ี ค้าที่ขีดเส้นใตส้ อดคล้องกบั ข้อใด
ค. รู้จกั คดิ
ง. หวังผลก้าไร ก. เต้ยอา่ นหนังสอื ก่อนจะสอบ
ข. แต้มเลน่ เกมจนลมื กนิ ลืมนอน
๓. การทเ่ี ดก็ ชายตัวเล็กอา่ นหนังสอื ไม่ออกท้าให้เขารู้สึก ค. ตองฝึกซ้อมว่ายน้าตามตารางอยา่ งเคร่งครัด
อยา่ งไร ง. ต้อมอ่านหนังสือเปน็ บางครง้ั ทีแ่ ม่สั่ง
ก. อาย
ข. น้อยใจ ๘. ข้อความใดเปน็ ผลของการไมร่ หู้ นงั สือต้องอยู่
ค. โกรธ อยา่ งไร้เกยี รติไรศ้ กั ดศิ์ รี
ง. เฉยๆ
ก. ลางคนเกดิ มา
๔. คนขายหนังสือเรเ่ ลือกหนังสอื เก่ียวกบั อะไรมาอ่าน ข. ไม่รู้วิชา
ให้เดก็ ชายตัวเลก็ ฟัง ค. เคอะอยจู่ นโต
ก. ความรู้เรอื่ งการรักษาสุขภาพของตนเอง ง. ไปเป็นข้าเขา
ข. ความรู้เร่ืองประโยชนข์ องการศึกษา
ค. ความรู้เก่ียวกับขา่ วสารบ้านเมอื ง ๙. วชิ าหนาเจ้า แตง่ ด้วยคา้ ประพนั ธป์ ระเภทใด
ง. ความร้เู รื่องความสา้ คัญของเทคโนโลยี ก. กลอนส่ี
ข. กลอนดอกสรอ้ ย
๕. คนขายหนังสือเรเ่ ลือกประกอบอาชีพนเ้ี พราะเหตุใด ค. กาพยย์ านี ๑๑
ก. ไดร้ ายได้ดี ง. กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘
ข. ทา้ ตามพ่อแม่
ค. ได้เดินทางท่องเที่ยวไปตามสถานทแี่ ปลกใหม่ ๑๐. รหู้ ลายเร่อื ง แตร่ ไู้ มล่ ึกซ้ึงสักเรือ่ ง สอดคล้องกับ
ง. อยากใหเ้ ด็กทกุ คนรักหนังสอื และอยากอ่านหนังสือ ส้านวนใด

ก. รู้อยา่ งเปด็
ข. ก ข ไม่กระดิกหู
ค. รไู้ ว้ใช่วา่ ใส่บ่าแบกหาม
ง. รอู้ ะไรไม่สู้รูว้ ิชา รูร้ ักษาตัวรอดเป็นยอดดี


Click to View FlipBook Version