The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เนื้อเรื่องนิราศเมืองแกลง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ภาณุกา บินฮาซัน, 2021-05-02 01:11:09

นิราศเมืองแกลง

เนื้อเรื่องนิราศเมืองแกลง

นิราศเมอื งแกลง

สุนทรภู

วิชาภาษาไทยม.2 ครูภาณกุ า บินฮาซนั

ประวตั ิผแู ตง

พระสุนทรโวหาร นามเดมิ ภู หรือทเี่ รยี กกนั ทัว่ ไปวา สนุ ทรภู
(26 มิถุนายน พ.ศ. 2329 - พ.ศ. 2398) เปน อาลกั ษณชาวไทยทีม่ ชี อ่ื
เสยี งเชิงกวี ไดรบั ยกยอ งเปน เชกสเปย รแหง ประเทศไทย [2] เกดิ หลงั จาก
ตงั้ กรุงรตั นโกสินทร ได 4 ป และไดเ ขา รับราชการเปน อาลักษณร าชสํานัก
ในรชั สมัย พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลิศหลานภาลัย เม่อื สิ้นรชั กาลได
ออกบวชเปนเวลารว ม 20 ป กอนจะกลับเขารับราชการอีกคร้ังในปลายรัช
สมยั พระบาทสมเดจ็ พระนั่งเกลา เจาอยหู วั โดยเปน อาลกั ษณใ น สมเด็จ
เจาฟา จุฑามณี กรมขุนอศิ เรศรงั สรรค ในสมัยรัชกาลท่ี 4 ไดเ ลื่อน
ตาํ แหนงเปน พระสุนทรโวหาร เจา กรมอาลกั ษณฝายพระราชวงั บวร ซ่งึ เปน
ตําแหนงราชการสุดทา ยกอ นสน้ิ ชีวติ

สุนทรภเู ปนกวีทม่ี คี วามชาํ นาญทางดา นกลอน ไดส รา งขนบการ
ประพันธกลอนนิทานและกลอน นริ าศ ขึน้ ใหมจ นกลายเปนที่นิยมอยาง
กวา งขวางสืบเน่อื งมาจนกระท่ังถึงปจจุบนั ผลงานทมี่ ีชื่อเสยี งของสุนทรภมู ี
มากมายหลายเร่อื ง เชน นริ าศภเู ขาทอง นริ าศสพุ รรณ เพลงยาวถวาย
โอวาท กาพยพ ระไชยสุรยิ า และ พระอภัยมณี เปน ตน โดยเฉพาะเรื่อง พระ
อภยั มณี ไดรับยกยอ งจาก วรรณคดสี โมสร วา เปน ยอดของวรรณคดี
ประเภทกลอนนทิ าน และเปน ผลงานท่แี สดงถึงทักษะ ความรู และทศั นะของ
สนุ ทรภูอยา งมากทีส่ ุด งานประพันธหลายช้นิ ของสุนทรภไู ดร บั เลอื กให
เปน สวนหนง่ึ ในหลักสตู รการเรียนการสอนนับแตอดตี มาจนถึงปจ จุบัน
เชน กาพยพระไชยสรุ ยิ า นริ าศพระบาท และอกี หลาย ๆ เรอ่ื ง

ประวตั ผิ ูแ ตง

ป พ.ศ. 2529 ในโอกาสครบรอบ 200 ปช าตกาล สุนทรภู
ไดร บั ยกยอ งจากองคก าร ยเู นสโก ใหเปน บคุ คลสําคญั ของโลกดา นงาน
วรรณกรรม ผลงานของสุนทรภยู ังเปน ที่นยิ มในสังคมไทยอยางตอเนอ่ื ง
ตลอดมาไมข าดสาย และมกี ารนําไปดัดแปลงเปน ส่อื ตาง ๆ เชน
หนังสอื การตนู ภาพยนตร เพลง รวมถึงละคร มีการกอ สรา ง อนสุ าวรีย
สุนทรภู ไวท ต่ี ําบลกรํ่า อาํ เภอแกลง จังหวัดระยอง บา นเกดิ ของบิดาของ
สุนทรภู และเปนทก่ี าํ เนดิ ผลงานนิราศเร่ืองแรกของทา นคือ นิราศเมือง
แกลง นอกจากนี้ยงั มอี นสุ าวรียแหง อน่ื ๆ อีก เชน ท่วี ดั ศรีสดุ าราม ท่ี
จังหวัดเพชรบรุ ี และจังหวัดนครปฐม วันเกิดของสุนทรภคู อื วนั ที่ 26
มถิ นุ ายนของทกุ ป ถอื เปน วนั สุนทรภู ซง่ึ เปนวนั สําคัญดา นวรรณกรรมของ
ไทย มีการจัดกิจกรรมเชดิ ชูเกียรติคณุ และสง เสรมิ ศิลปะการประพนั ธบ ทกวี
จากองคก รตาง ๆ โดยทว่ั ไป

ความเปน มาของนิราศเมืองแกลง

นริ าศเมอื งแกลงเปนนิราศคาํ กลอนเรอื่ งแรกของ
สนุ ทรภู มีความยาว 248 บท เลาเรอื่ งการเดินทางไปหาบดิ า
ทวี่ ัดปา ตําบลบา นกราํ่ อาํ เภอแกลง จงั หวดั ระยอง เม่ือกลาง
เดอื น 7 พ.ศ. 2350 สุนทรภแู ตงนิราศเรอ่ื งนเี้ มื่ออายยุ า ง 22 ป
ขณะนั้นยงั เปนโสดแตล อบรักอยกู บั แมจ ัน เม่ือความทราบถงึ กรม
พระราชวงั หลงั จงึ ถกู ลงโทษจาํ คกุ ท้งั สองคน เมอื่ พน โทษสนุ ทรภู
ออกเดนิ ทางไปเย่ียมบดิ าท่ีบวชอยทู เ่ี มืองแกลง และอาจตั้งใจที่จะ
บวชดว ยเพราะอายคุ รบบวชอีกทง้ั เปนการลา งอัปมงคลทถ่ี กู จองจํา
แตบ ังเอญิ ปว ย

นิราศเมืองแกลง

ชวงท1ี่

๏ โอส งั เวชวาศนานิจาเอย

จะมีคูมไิ ดอ ยปู ระคองเชย ตอ งละเลยดวงใจไวไกลตา

ถงึ ทกุ ขใครในโลกที่โศกเศรา ไมเหมอื นเราภมุ รินถวลิ หา

จะพลัดพรากจากกนั ไมท ันลา ใชแ ตต าตางถอ ยสุนทรวอน

โอจําใจไกลนุชสุดสวาดิ จงึ นริ าศเรื่องรกั เปน อักษร

ใหเ ห็นอกตกยากเมอ่ื จากจร ไปดงดอนแดนปา พนาวัน

กบั ศษิ ยนอ งสองนายลวนชายหนุม นอยกบั พมุ เพอื่ นไรใ นไพรสัณฑ

กบั นายแสงแจง ทางกลางอารญั จะพากันแรมทางไปตา งเมอื ง

ถึงยามสองลองลาํ นาวาเลือ่ น พอดวงเดอื นดั้นเมฆขน้ึ เหลืองเหลือง

ถึงวัดแจงแสงจนั ทรจาํ รสั เรอื ง แลชาํ เลอื งเหลียวหลังหลงั่ นาํ้ ตา

เปนหว งหนง่ึ ถงึ ชนกทปี่ กเกลา จะแสนเศรา ครวญคอยละหอยหา

ท้งั จากแดนแสนหวงดวงกานดา โออรุ ารุม รอ นออ นกําลงั

ถึงสามปลม้ื พนี่ ร้ี ่าํ ปลา้ํ แตทุกข สุดจะปลุกใจปลมื้ ใหล มื หลัง

ขออารักษห ลักประเทศนเิ วศวัง เทพท้ังเมอื งฟา สุราไลย

ขอฝากนอ งสองรามารดาดว ย เอ็นดชู ว ยปกครองใหผองใส

ตวั ขาบาทจะนริ าศออกแรมไพร ใหพนไภยคลาศแคลวอยาแผวพาน

ถงึ สําเพง็ เกงต้ังริมฝงนํา้ แพประจําจอดเรยี งเคยี งขนาน

มีซุมซอกตรอกนางจา งประจาน ยังสําราญรองขบั ไมหลบั ลง

โอธ านศี รอี ยธุ ยาเอย นึกจะเชยกไ็ ดชมสมประสงค

จะลาํ บากยากแคนไปแดนดง เอาพุมพงเพงิ เขาเปนเหยาเรือน

ฯลฯ

นริ าศเมืองแกลง

ชว งท๒่ี ดูเลื่อมลน่ื เลนลากลําละหาน

ถงึ ปากลดั แลทา ชลาต้นื

เขาแจวจองลอ งแลน แสนสําราญ มาพบบา นบางระจาวยงิ่ เศราใจ

อนาถน่งิ องิ เขนยคนงึ หวน จนจวบจวนแจมแจงปจจุสมัย

ศศิธรออนอับพยบั ไพร ถึงเซิงไทรศาลพระประแดงแรง

ขออารักรักษศ กั ดสิ์ ิทธิท์ ส่ี งิ ศาล ลอื สะทา นอยูวา เจาหาวกาํ แหง

ขาจะไปทางไกลถงึ เมอื งแกลง เจา จงแจงใจภัคนิ ที ี

ฉนั พลดั พรากจากจรเพราะรอนจติ ร ใชจ ะคิดอายอางขนางหนี

ใหนิม่ นอ งครองรกั ไวส กั ป ทานสุขขีเถดิ ขาขอลาไป

ฯลฯ

กระแสชลวนเชยี่ วเรือเลีย้ วลด ดคู อ มคดขอบคุงคงคาไหล

แตส าชลเจียวยังวนเปน วงไป น่หี รือใจทีจ่ ะตรงอยา สงกา

ถึงดานทางกลางคลองขา งฝงซา ย ตะวนั สายแสงสองตอ งพฤกษา

ออกสดุ บานถงึ ทวารอรญั วา เปนทงุ คาแฝกแขมขึน้ แกมกัน

ลมระร้ิวปลวิ หญา คาระยาบ ระเนนนาบพลิว้ พลิกกระดกิ หนั

ดโู ลง ล่ิวทวิ รุกขเรียงรัน เปนเขตคนั ขอบปา พนาลยั

ฯลฯ

ชว งท่ี๓ ตะลงึ แลปูเปย วเท่ียวไสว

จะเหลยี วซา ยแลขวาก็ปา แสม

ระหร่งิ เรือ่ ยเฉอ่ื ยเสียงเรไรไพร ฤไทยไหวแวว วา พงางาม

ถึงชะแวกแยกคลองสองชะวาก ขา งฝง ฟากหวั ตะเขมีมะขาม

เขาสรา งศาลเทพาพยายาม กระดานสามแผน พิงไวบ ูชา

ตะลึงแลแตลวนลูกจระเข โดยคะเนมากมายท้ังซายขวา

สักสองรอยลอยไลก ินลกู ปลา เหน็ แตต ากบั จมกู เหมอื นตุกแก

นิราศเมืองแกลง

โอค ลองขวางทางแดนแสนโสทก ดูบนบกกแ็ ตลว นลิงแสม

เลียบตลง่ิ วง่ิ ตามชาวเรอื แพ ทําลอบแลหลอนหลอกตะคอกคน

คําโบราณทานผกู ถกู ทุกส่งิ เขาวาลิงจองหองมันพองขน

ทําหลุกหลกิ เหลือกลานพานลุกลน เขาดา คนจึงวา ลงิ โลนลําพอง

ถงึ ชะวากปากคลองเปน สองแพรง นา้ํ กแ็ หง สรุ ิยนก็หมนหมอง

ขางซา ยมือนน้ั แลคือปากตะครอง ขา งขวาคลองบางเห้ยี ทะเลวน

ประทบั ทอดนาวาอยูทา น้าํ ดูเรียงลาํ เรอื รายริมไพรสณฑ

เขาหงุ หาอาหารใหต ามจน โอยามยลโภชนาน้ําตาคลอ

จะกลนื ขาวคราวโศกในทรวงเสียว เหมอื นขนื เคย้ี วกรวดแกลบใหแ สบศอ

ตอ งเจอื น้ํากลํ้ากลนื พอกล้ัวคอ กนิ แตพ อดบั ลมดว ยตรมใจ

พอฟา คล้าํ ค่าํ พลบลงหรบุ รู ยุงออกฉชู งิ พลบตบไมไหว

ไดร ับรองปองกนั เพียงควันไฟ แตห ายใจมใิ ครออกดวยอบอาย

โอยามยากจากเมอื งแลว ลมื มงุ มากราํ ยงุ เวทนาประดาหาย

จะกรวดน้ําควา่ํ ขนั จนวนั ตาย แมนเจา นายทานไมใชแลวไมม า

ฯลฯ

ชวงท๔ี่ ไมสรา งสุดโศกสิ้นถวลิ หา

แลทะเลแลวกใ็ หอ าลัยนุช

จนอทุ ยั ไตรตรสั จํารัสตา เห็นเคหาเรียงรายริมชายทะเล

ดเู รอื แพแตละลําลว นโปะโหละ พวกเจกจนี กินโตะ เสยี งโหลเหล

บางลยุ เลนลว งปดู ูโซเซ สมคะเนใสข องเท่ยี วมองคอย

อันนารีท่ยี งั สาวพวกชาวบา น ถีบกระดานถือตะกราเทยี่ วหาหอย

ดแู คลวคลองลอ งแลน แฉลบลอย เอาขาหอ ยทําเปนหางไปกลางเลน

นริ าศเมืองแกลง

อนั พวกเขาชาวประโมงไมโหยงหยิบ ลว นตนี ถบี ปากกดั ขัดเขมร
จะไดก ินขา วเชา ก็ราวเพล ดจู ัดเจนโลดโผนในโคลนตม
จงึ ม่ังค่ังตง้ั บา นในการบาป แตตองสาปเคหาใหส าสม
จะปลกู เรือนกม็ ไิ ดใสปน ลม ใครขืนทาํ กร็ ะทมดว ยเพลงิ ลาม
โอด ูเรือนเหมอื นอกเราไรคู ผูใดดูจงึ ไมออกเอีย่ มสนาม
หรอื ตอ งสาปบาปหลงั ยังตดิ ตาม ผหู ญงิ งามจึงไมม ปี รานเี ลย
จะรกั ใครเขาก็ไมเ มตตาตอบ สมประกอบไดแตส อดกอดเขนย
เอ็นดเู ขาเฝานึกนยิ มเชย โอใจเอย จะเปนกรรมนัน้ รํ่าไป
พลางราํ พงึ ถึงทางทกี่ ลางเถ่ือน จงึ คลอ ยเคลอื่ นนาวาเขาอาศัย
มมี ติ รชายทา ยยา นเปน บานไทย สํานักในเคหาขนุ จาเมอื ง
ฯลฯ
ตะวันคลอ ยหนอยหนึ่งถึงบางพระ ดูระยะบานน้นั กแ็ นนหนา
พอพบเรือนเพ่อื นชายชือ่ นายมา เขาโอภาตอนรับใหหลบั นอน
พอรุง แสงสุริยาลลี าลาศ ลงเลียบหาดหวนคะนึงถึงสมร
เห็นกรวดทรายชายทะเลชโลธร ละเอียดออ นดงั ละอองสําลีดี
ดกู าบหอยรอยคลืน่ กระเด็นสาด ก็เกลือ่ นกลาดกลางทรายประพรายสี
เปนหลายอยา งลางลูกก็เรยี วรี โอเชน น้แี มม าดวยจะดใี จ
จะเชยชมกมเกบ็ ไปกลางหาด เห็นประหลาดก็จะถามตามสงสยั
พ่ีไมรกู ็จะชวนสํารวลไป ถึงเหน่ือยใจจะคอยเบาบรรเทาคลาย
โอยามน้ีพเ่ี หน็ แตพ กั ตรเ พือ่ น ไมช ่นื เหมอื นสุดสวาทท่ีมาดหมาย
กล้ันนาํ้ ตามาจนสดุ ทห่ี าดทราย เห็นเรอื รายโรงเรยี งเคยี งเคยี งกนั

ชวงท่5ี ขน้ึ จากหาดเขาปาพนาสณั ฑ
เสยี งจักจัน่ แซเ ซงวังเวงใจ
อันชื่อนี้ศรีมหาราชาชาติ
คอยเลียบเดินเนนิ โขดสิงขรคนั

นริ าศเมืองแกลง

สองขางทางนางไมไ พรสงัด ไมแกวงกวัดกานกิง่ ประวงิ ไหว
เย็นระรืน่ ชืน่ ชมุ ชอมุ ใบ หนาวฤทยั โทมนสั ระมดั กาย
เสยี งนกรอ งกอ งกูก นั กลางปา ฟง ภาษาสัตวไ พรกใ็ จหาย
จนออกดงลงเดินเนินสบาย คอ ยเคล่ือนคลายรอเรยี งมาเคียงกนั
ถงึ เขาขวางวางเว้ิงชะวากวงุ เขาเรยี กทงุ สงขลาพนาสณั ฑ
เปน ปา รอบขอบเขินเนนิ อรัญ นกเขาขันคเู รยี กกันเพรียกไพร
ฯลฯ
ในกระแสแลลว นแตโปะ ลอม ลงอวนออ มโอบสกดั เอามัจฉา
โอค ดิ เหน็ เอ็นดหู มูแมงดา ตัวเมียพาผวั ลอยเที่ยวเล็มไคล
เขาจับตัวผัวทิ้งไวก ลางนาํ้ ละลอกซ้ําสาดซดั ใหตดั ษัย
พอเมียตายฝายผวั ก็บรรลยั โอเ หมือนใจท่พี ี่รกั ภัคินี
แมน นองตายพ่ีจะวายชีวติ ดวย เปนเพ่ือนมวยมิ่งแมไปเมอื งผี
รําจวญจิตรคดิ มาในวารี จนถงึ ทศี่ าลาบา นนาเกลอื
หยุดประทับดบั ดวงพระสุริยแ สง ยง่ิ โรยแรงรอ นรนน้ันลนเหลือ
จะเคย้ี วเขา ตละคําเอาน้าํ เจอื พอกลว้ั เกลอื้ กลาํ้ กลนื คอ ยช่นื ใจ
ฯลฯ
ชวงท่ี6
ลวนพฤกษายางยงู สงู ไสว
ครหู นึง่ ถงึ ชะวากชากลูกหญา ไตใบไมยงู ยางมากลางแปลง
แตลว นทากตะเละรําลาํ ภูไพร ถีบกระทบื มใิ ครหลุดสดุ แสยง
กระโดดเผาะเกาะผบั กระหยับคืบ ทงั้ ขาแขง เลอื ดโทรมชะโลมไป
ปลดทตี่ ีนติดขาระอาแรง เปนสนามนาํ้ ทา ไดอ าศัย
ออกเดินถี่หนีทากถึงชากขาม ขน้ึ ตน ไมหักรงั ไวเ รียงราย
เหน็ รอยคนแรมคางอยกู ลางไพร

นิราศเมืองแกลง

เหน็ ลงิ คา งบางชนวี ะหวีดโหวย กระหมึ โหยหอ ยไมน าใจหาย

เสยี งผวั ผัวตัวเมยี เที่ยวโยนกาย เหน็ คนอายแอบอิงกับกิ่งยาง

โอชะนเี วทนาเทีย่ วหาผัว เหมือนตวั พจ่ี ากนอ งใหห มองหมาง

ชะนเี พรียกเรียกชายอยปู ลายยาง พเี่ รียกนางนุชนองอยูในใจ

ฯลฯ

พอเตม็ ตงึ ถงึ สุนัขกะบากนั้น รอยเขาฟนพฤกษาอยูอ าศยั

เห็นรอยคนปนควายคอยคลายใจ รูวา ใกลอ อกดงเดนิ ตะบึง

แตยา งยายทรายฝุน ขยนุ ยุบ ย่ิงเหยยี บฟุบขาแขง ใหแข็งขงึ

ยงิ่ จวนเย็นเสนสายใหตายตึง ดเู หมือนหน่งึ เหยียบโคลนใหโ อนเอน

ออกปากชอ งทอ งทุงที่ตล่งิ ตางเกลือกกล้ิงลงท้ังรกถกเขมร

ดวยลา เรอื่ ยเหน่ือยออนนอนระเนน จนสรุ ิเยนทรล บั ไมช ายทะเล

ผลดั กนั ทํายา่ํ เหยยี บแลวยนื หยัด กระดูกดัดผวั ะเผาะใหโผเผ

คอยยางเทากาวเขยกดเู กกเก ออกโซเซเดินขามตามตะพาน

เปน ทงุ แถวมแี นวแมน ้าํ ออม ระยะหยอ มเคหานาสนาน

เปนเนินสวนลว นเหลา มะพรา วตาล เขาลบั บานทบั มา ลลี าไป

ฯลฯ

ชวงที่7 ตอ งพากนั ลยุ เลียบทะเลไหล

เปน ทุงแถวแนวน้ําสกดั กน้ั

แลว ขนึ้ ขา มตามตะพานสาํ ราญใจ ลงเลียบในตนี เขาลําเนาทาง

ดูครึม้ ครกึ พฤกษาปาสงัด ทะลุลัดตดั ทะเลแหลมทองหลาง

ตางเพลิดเพลนิ เดนิ วา เสภาพลาง ถูกขุนชา งเขา หอหัวรอ เฮ

เหน็ ไรแ ตงแกลงแวะเขา รมิ หาง ทาํ ถามทางชกั ชวนใหสรวลเส

พอเจา ของแตงโมปะโลปะเล สมคะเนกนิ แตงพอแรงกัน

นิราศเมอื งแกลง ลงเลียบหาดปรดี เิ์ ปรมเกษมสันต
ตาํ แหนงน้ันช่ือชะวากปากลาวน
แลว ภิญโญโมทนาลาลีลาศ ไปตามทางโขดเขนิ เนินถนน
ถึงปากชองคลองน้าํ เปน สาํ คัญ เหมอื นคนกรนโครกครอกทํากลอกตา
ไมหยดุ ย้งั ตั้งหนา เขาปา กวา ง ประสบพบเผา พงศพ วกวงศา
สดบั เสียงลงิ คางครางคาํ รน กลนื น้าํ ตากไ็ มฟงเฝา พรง่ั พราย
ถึงหยอมยานบานกลํา่ พอค่ําพลบ ราํ คาญคิดอาไลยมิใครหาย
ขึน้ กระฎที ีส่ ถติ ทานบิดา จงึ แยกยายบิตุราชญาติกา
ศโิ รราบกราบเทา ใหเปลา จติ ใหต งั้ แตเ ศรา สรอยละหอ ยหา
ชะรอยกรรมทาํ สัตวใ หพ ลดั พราย บดิ ามาอางวา งอยูก ลางไพร
มาพบพอ ทอ ใจดว ยไกลแม ขามประเทศทงุ ทาชลาไหล
ชนนอี ยศู รอี ยุธยา จึงมาไดเ ห็นหนา บิดาตัว
ภเู ขาขวางทางก้ันอรัญเวศ ดงั ฉตั รแกว กางก้นั ไวเ หนอื หัว
เดินกนั ดารปานปม จะบรรลัย คอ ยยงั ชัว่ มึนเมอื่ ยทีเ่ หนื่อยกาย
ทา นชูชว ยอวยพรใหผ องแผว ตางมาฝากรกั ใครเหมือนใจหมาย
อสุ า หฝนไพลทารกั ษาตัว กลาวขวัญนายเบยี ดเบยี นแลวเฆยี่ นตี
บรรดาเหลาชาวบา นประมาณมาก ลว นออออื เองกกู ะหนูกะหนี
พูดถงึ ทตี่ โี บยขโมยควาย เปนวาขค้ี รา นฟงแตซ งั ตาย
ถามราคาพราขวานจะวานซ้อื มันโมหมาไลเนื้อไปเหลอื หลาย
ที่คะขาคาํ หวานนานนานมี ไดก ระตา ยตะกวดกวางมายางแกง
เวลาเชากช็ วนกนั ออกปา เขาทาํ ครวั ครน้ั ไปปะขยะแขยง
พอเวลาสายัณหตะวนั ชาย จนเรีย่ วแรงโรยไปมใิ ครม ี
ท้งั แยบึง้ อง่ึ อา งเน้ือคางคัว่
ตอ งอดสนิ้ กนิ แตข าวกบั เตาแตง

นิราศเมอื งแกลง

อยบู รุ ินกินสําราญท้ังหวานเปร้ยี ว ต้งั แตเ ท่ยี วยากไรมาไพรศรี
แตนํา้ ตาลมไิ ดพานในนาภี ปถ ววี าโยกห็ ยอ นลง
ดวยเดือนเกาเขา วสาเปน หนา ฝน จึงขดั สนสง่ิ ของตอ งประสงค
ครนั้ แลวลาฝา เทา ทา นบิตุรงค ไปบา นพงคอตง้ั รมิ ฝงคลอง
ฯลฯ
ชว งท่ี8
เหมือนขันหมากมิง่ มติ รพสิ มัย
นริ าศเรือ่ งเมอื งแกลงแตงมาฝาก ใหช น่ื ใจเหมอื นแตห ลังมัง่ เถิดเอยฯ
อยา หมางหมองของขัดตดั อาลยั


Click to View FlipBook Version