รายงานการวิจยั
เรื่อง
การพฒั นาระบบตอบกลับ และแจ้งขอ้ มูลดา้ นการศกึ ษาอัตโนมตั ผิ ่าน
Chat Bot สาหรับนักเรยี นชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 โรงเรยี นวัดหนองใหญ่
สานกั งานเขตสายไหม กรงุ เทพมหานคร
นางสาวมาลินี นลิ ดา
นกั ศกึ ษาฝึกประสบการณว์ ิชาชพี ครู
โรงเรียนวัดหนองใหญ่
สานักงานเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร
รายงานการวจิ ยั
เรื่อง
การพฒั นาระบบตอบกลบั และแจ้งข้อมลู ด้านการศึกษาอตั โนมตั ผิ า่ น Chat Bot สำหรบั
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 1 โรงเรยี นวัดหนองใหญ่ สำนักงานเขตสายไหม กรงุ เทพมหานคร
มาลนิ ี นลิ ดำ
รายงานวจิ ัยนี้เปน็ สว่ นหนง่ึ ของการปฏบิ ัติการสอนในสถานศึกษาในสาขาวชิ าเฉพาะ
ปกี ารศึกษา 2564 สาขาวชิ าคอมพิวเตอร์ศกึ ษา
วิทยาลยั การฝกึ หัดครู มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏพระนคร
ก
กิตติกรรมประกาศ
รายงานวจิ ัยฉบับนี้จะสำเรจ็ สมบรู ณ์ได้ด้วยความอนุเคราะหจ์ ากคณาจารย์ และบุคลากรทเ่ี กี่ยวข้อง
ขอกราบขอบพระคุณ อาจารยป์ ระเสรฐิ เเซเ่ อี๊ยบ อาจารย์นิเทศ ทไ่ี ดใ้ หค้ วามรู้และคำแนะนำตา่ ง ๆ ท่ีเป็น
ประโยชนต์ ่อการทำวิจยั ใหค้ ำปรกึ ษาและข้อเสนอแนะ ตลอดจนพิจารณาแก้ไขข้อบกพร่องในการทำงานวิจัย
น้ดี ้วยความเอาใจใส่และเมตตาต่อผูว้ จิ ยั อย่างดยี ิ่ง
ขอกราบขอบพระคุณ ผ้อู ำนวยการโรงเรยี น นางปริษา ทองช่างเหลก็ ท่านรองผู้อำนวยการโรงเรียน
นายอาทิตย์ วงศ์กำภู และคณะผู้บริหารโรงเรยี น ที่ใหค้ วามอนุเคราะห์ และอำนวยความสะดวกแก่การทำวจิ ยั
ขอกราบขอบพระคุณ ครกู ลุ ธิดา วรสษิ ฐ์ ครศู ริ ิกลุ คำเป็ก และครยู ุพาพร พิชัยชว่ ง
ท่ีได้ใหค้ วามอนเุ คราะห์ ด้านการสรา้ งเคร่ืองมือทใ่ี ช้ในการวจิ ัย และใหค้ วามช่วยเหลอื ในการเก็บข้อมูลการ
วิจัย
ขอขอบคุณ นกั เรยี นชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1หอ้ ง4 โรงเรยี นนวดั หนองใหญ่ สำนักงานเขตสายไหม
กรงุ เทพมหานคร ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564 ท่ีให้ความรว่ มมือในการเปน็ กลุ่มเป้าหมายเพ่ือเกบ็ รวบรวม
ข้อมลู ของการวิจยั ครง้ั นีเ้ ป็นอย่างดี
สดุ ท้ายนผ้ี ้วู จิ ยั ขอกราบขอบพระคณุ บิดา มารดาท่ีเปน็ กำลังใจและคอยชว่ ยเหลือผวู้ จิ ยั ทำใหผ้ วู้ จิ ยั มี
ความมมุ านะ พยายาม ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจอนั สำคัญในการทำงานวจิ ยั น้ีใหส้ ำเรจ็
คุณค่าและประโยชน์ของรายงานการวิจัยฉบับนี้ ผู้วิจัยขอบมอบเป็นเครื่องบูชาแด่บิดามารดาผู้ให้
กำเนิดที่อบรมบม่ นิสยั ให้ผู้วิจัยมคี วามเข้มแขง็ และอดทนต่ออุปสรรค และขอเทิดทูนพระคณุ บูรพาจารย์ของผู้
ศึกษาทุกท่านทีป่ ระสทิ ธ์ปิ ระสาทวชิ าการตา่ ง ๆ ท่ชี ว่ ยเหลือในการทำวจิ ัยน้ี
ให้สำเร็จลุลว่ งไปดว้ ยดี
มาลินี นลิ ดำ
ผ้วู ิจัย
ข
ช่อื เรอ่ื ง : การพัฒนาระบบตอบกลับ และแจ้งข้อมูลด้านการศึกษาอัตโนมัติผ่าน Chat Bot สำหรับ
นกั เรยี นชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 โรงเรียนวัดหนองใหญ่ สำนักงานเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร
ชอ่ื ผวู้ ิจัย : นางสาวมาลินี นลิ ดำ
ปกี ารศึกษา : 2564
บทคัดยอ่
การวจิ ัยครง้ั นม้ี วี ัตถปุ ระสงคเ์ พื่อศึกษาหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรยี นก่อนและหลังการพฒั นา
ระบบตอบกลบั และแจ้งข้อมูลด้านการศึกษาอัตโนมตั ิผา่ น Chat Bot สำหรบั นกั เรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1
เพ่อื เปรยี บเทียบผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นของนกั เรยี นก่อนและหลงั การใชง้ านChatbotของผเู้ รียนที่
เรียนโดยใช้แอปพลิเคชนั line (Chat Bot ครฝู กึ สอน) รายวิชาวิทยาการคำนวณ สำหรับนักเรียนช้นั
มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 โรงเรยี นวัดหนองใหญ่ สำนักงานเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร
เพื่อศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการใช้งานChatbotของผู้เรียนที่เรียนโดย
ใช้แอปพลิเคชันline (Chat Bot ครูฝึกสอน) รายวิชาวิทยาการคำนวณ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
โรงเรียนวัดหนองใหญ่ กลมุ่ ตัวอย่างท่ีใช้ในการวิจยั คอื นกั เรยี นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หอ้ ง 4 ท่ีได้มาดว้ ยวิธกี าร
สุ่มอย่างง่ายจำนวน 36 คน แบบแผนการวิจัยเป็นแบบแผนการวิจัยกึ่งทดลอง (Pretest–Posttest
Nonrandomized Design) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่า
ประสิทธิภาพของเครื่องมือ การทดสอบผลการเรียนค่าเฉลี่ยโดยใช้ t-test ผลการวิจัยพบว่า ผลจากการ
พัฒนาระบบตอบกลับ และแจ้งข้อมูลด้านการศึกษาอัตโนมัตผิ ่าน Chat Bot สำหรบั นกั เรียนชั้นมัธยมศึกษาปี
ท่ี 1 ทำใหน้ ักเรียนมีการพฒั นาในวชิ าวิทยาการคำนวณ ภาคเรียนท่ี 2 ในทางทีด่ ขี น้ึ เน่อื งจากค่าเฉล่ียผลการ
เรียนก่อนใช้งานแชทบอตของนักเรียน 36 คน มีผลการเรียนเฉล่ียก่อนเรียนของนักเรียน 36 คน มีค่าเฉล่ีย
เท่ากับ 1.08 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.82 ผลการเรียนเรียนหลังการการพัฒนาระบบ Chat Bot
ของนกั เรียน 36 คน มีค่าเฉลย่ี เท่ากับ 1.12 คา่ สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.98 ผลการทดสอบสมมติฐาน
พบวา่ ผลการเรยี นภาคเรียนท่ี 1 น้อยกว่าภาคเรียนท่ี 2 อยา่ งมนี ัยสำคัญท่รี ะดับ 0.05
มาลนิ ี นลิ ดำ
ผวู้ ิจยั
สารบัญ ค
กติ ติกรรมประกาศ หน้า
สารบญั ก
บทที่ 1 บทนำ ข
1
1.1 ความเปน็ มาและความสำคญั 1
1.2 วตั ถปุ ระสงค์ของงานวิจยั 3
1.3 สมมตฐิ านของงานวจิ ัย 3
1.4 ขอบเขตของงานวิจัย 4
1.5 นิยามศพั ท์เฉพาะ 4
1.6 ประโยชนท์ คี่ าดวา่ จะไดร้ ับ 5
1.7 กรอบแนวคิดการวจิ ยั 5
บทที่ 2 เอกสาร แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจยั ท่ีเกี่ยวข้อง 6
2.1 เอกสารท่เี กย่ี วกบั หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน 6
2.2 เอกสารท่เี กยี่ วข้องกบั การจดั การเรยี นรู้ 9
2.3 เอกสารทเ่ี ก่ียวข้องกับการจดั การเรยี นรแู้ บบ online 13
2.4 เอกสารบทความท่ีเก่ยี วข้องกบั Chat Bot Line 17
2.5 เอกสารทเี่ ก่ยี วข้องกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 29
บทที่ 3 วิธกี ารดำเนินการวิจยั 30
3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 30
3.2 ตวั แปรที่ปรกึ ษา 30
3.3 ระยะเวลาทใ่ี ชใ้ นการดำเนินงานวิจัย 31
3.4 เครือ่ งมือท่ีใช้ในการวจิ ยั 31
3.5 ขัน้ ตอนการสรา้ งเครื่องมือและการหาคุณภาพ 31
3.6 การเก็บรวบรวมข้อมลู ของเครื่องมือ 40
3.7 ข้นั ตอนและวธิ กี ารดำเนนิ งาน 41
บทท่ี 4 ผลการวิเคราะหข์ อ้ มูล 42
4.1 สัญลักษณท์ ่ีใช้ในการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล 42
4.2 ลำดับข้ันตอนในการเสนอผลการวิเคราะห์จอ้ มลู 42
4.3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 43
บทที่ 5 สรุปผล อภปิ รายผล และขอ้ เสนอแนะ ง
5.1 วัตถปุ ระสงคข์ องการวิจยั และสมมติฐานของการวิจัย
5.2 สรปุ ผลการวจิ ยั 46
5.3 การอภปิ รายผลการวจิ ัย 46
5.4 ข้อเสนอแนะ 47
47
บรรณานกุ รม 48
49
ภาคผนวก 50
51
ภาคผนวก ก รายชือ่ ผูเ้ ชีย่ วชาญตรวจเคร่อื งมือที่ใช้ในการวิจยั 53
58
ภาคผนวก ข เคร่ืองมือท่ใี ช้ในการวิจัย 60
62
ภาคผนวก ค ภาพประกอบการวจิ ยั 66
ภาคผนวก ง ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูล
ภาคผนวก จ สถติ ิที่ใช้ในการวเิ คราะห์ข้อมูล
ประวตั ิยอ่ ผู้วจิ ัย
1
บทท่ี 1
บทนำ
1.1 ประวตั แิ ละความสำคญั ของปญั หา
ในปจั จุบันการติดต่อส่อื สารข้อมูลทเี่ กี่ยวข้องในดา้ นการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1 โรงเรยี นวัด
หนองใหญ่ ได้ถูกจดั เก็บซง่ึ มีชอ่ งทางในการเข้าถึงข้อมลู กระจดั กระจายอยู่ตามเว็บเพจ เฟชบกุ๊ (Facebook)ของ
โรงเรียน ไลน์กลมุ่ (Line Group) ของรายวชิ าตา่ ง ๆ เชน่ ขอ้ มูลตารางเรยี น ตารางสอนของครูประจำวิชา การ
ติดตามภาระงาน การเรียนย้อนหลังจากคลปิ สอนแตล่ ะสัปดาห์ การส่งงาน รวมถงึ ผลการเรยี นของนักเรียน จะอยู่
ในเพจเฟชบกุ๊ ของโรงเรยี น หรอื ในไลน์กล่มุ (Line Group) ของแต่ละวชิ า
ในสว่ นผลการเรียนประจำภาคปีการศึกษานั้น นักเรยี นสามารถดผู ลการเรยี นได้จากประกาศผลของทาง
โรงเรยี น และการประกาศผลออนไลน์ตามไลน์กลุ่ม (Line Group) ของรายวชิ าต่างๆ ในขณะที่มีการเรยี นออนไลน์
โดยใช้โปรแกรม Zoom Meeting, Google Meet การเรียนการสอนบางคร้งั นกั เรยี นไมท่ ราบเวลาเข้าเรียน ไม่
ทราบวิธกี ารเขา้ ใช้โปรแกรม จงึ จำเป็นต้องค้นหาวิธีการ หรืออา่ นคำช้แี จงรายละเอยี ดข้อมลู ต่างๆ ท่ีครูผสู้ อนทำ
การโพสต์รายละเอียดต่างๆ ไว้ในไลน์กลุม่ (Line Group) ประจำห้อง แต่ยงั สรา้ งความยุง่ ยากในการคน้ หาและ
เขา้ ถึง มากไปกว่านน้ั ในช่วงเวลาทป่ี ระกาศผลการเรยี นของแตล่ ะภาคปกี ารศกึ ษา บางครง้ั การแจง้ ผลการศึกษา
ล่าช้ากว่าวันประกาศผลการศึกษาที่กำหนด และผลการเรียนนั้นต่ำกวา่ เกณฑ์ ทำใหน้ ักเรยี น และผปู้ กครองท่ี
ตอ้ งการทราบผลการเรียนของนักเรยี น เขา้ มาสอบถามผลการศึกษาในไลน์กลมุ่ (Line Group) และไลน์สว่ นตวั
ของครผู สู้ อน ซำ้ ๆ เป็นจำนวนมาก ซึ่งสอบถามในชว่ งเวลาทไ่ี มเ่ หมาะสม จนไม่สามารถโตต้ อบคำถามนักเรียนและ
ผู้ปกครองทุกคนได้ ในขณะท่ีปจั จบุ นั เทคโนโลยีดา้ นแชทบอท (Chatbot) กำลงั ไดร้ ับความนยิ ม และถูกประยกุ ตใ์ ช้
ในธรุ กิจหลากหลายประเภท เพือ่ ช่วยมนษุ ย์ในการตอบคำถามซ้ำ ๆ และสามารถชว่ ยเหลือผู้ใชง้ านได้ตลอดเวลา
โดยแชทบอท (Chatbot) น้ันมีการประยุกต์ไปใช้กับงานบริการหลายประเภท เช่น ธุรกจิ การประกันภัย ธรุ กิจ
บนั เทงิ การแพทย์ การบำบัดสุขภาพจติ รวมถงึ ในดา้ นการศกึ ษา ตัวอย่างการใชง้ านของแชทบอท (Chatbot) ใน
ดา้ นธุรกิจเช่น สอบถามรายละเอยี ดสนิ ค้า โปรโมชน่ั ตา่ งๆ ราคาสนิ ค้า ในดา้ นการศึกษาเช่น สอบถามเก่ียวกบั
อาคาร สถานท่ี ข้อมลู โรงเรียน บคุ ลากร หรอื ค่าเล่าเรียน เปน็ ตน้
การนำเสนอแชทบอท (Chatbot) เพ่ือให้บรกิ ารงาน 3 ประเภท ไดแ้ ก่
1. การบรกิ ารด้านการตอบคำถามตามความต้องการ
2
2. สามารถศกึ ษาเนื้อหาข้อมูลย้อนหลัง
3. การแจ้งผลการเรยี นให้ผูท้ ี่ตอ้ งการทราบผล
ซง่ึ บอตครูฝกึ สอน เป็นแชทบอท (Chatbot) ที่ทำงานบนเวบ็ ไซตท์ ่ใี ห้บริการข้อมลู ตอบข้อมลู เก่ยี วกับรายวิชา
เทคโนโลยี และวิชาพลศึกษา ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 1 ของโรงเรียนวัดหนองใหญ่ ในลักษณะของขอ้ ความแชทบอท
(Chatbot) ทีท่ ำงานผา่ นอุปกรณ์ Application LINE Official Account ซ่งึ รบั คำถามและตอบคำถามดว้ ยข้อความ
รูปภาพ วดิ ีโอ และหลักการของแชทบอท (Chatbot) ท่ีสามารถทำหน้าทีท่ ดแทนผสู้ อนได้เพ่ือใหน้ ักเรียนมคี วาม
ต้องการเรียนรู้สนุกกบั การเรียน รวมถงึ ได้นำเสนอการพฒั นาแชทบอท (Chatbot) เพอ่ื ให้นักเรยี นสามารถโต้ตอบ
และทำแบบฝกึ หัดได้ โดยแชทบอท (Chatbot) จะเปน็ ผ้ใู หค้ ำถาม และนักเรียนเปน็ ผใู้ ห้คำตอบ ซึง่ ทง้ั คำถามและ
คำตอบอยู่ในรปู แบบของข้อความจากปญั หาและเทคโนโลยีท่กี ล่าวข้างตน้
ผู้วิจัยได้เห็นความสำคัญของการพัฒนาและออกแบบระบบสารสนเทศ เพื่อเน้นใช้ในการโต้ตอบ และให้
รายละเอียดเกี่ยวกับผู้ใช้งานได้สะดวกรวดเร็วตามคำหรือข้อความที่ผู้ใช้ต้องการระบบโต้ตอบอัตโนมัติของไลน์
(LINE BOT) เปน็ อีกทางเลือกของเทคโนโลยีท่สี ามารถชว่ ยในการให้บริการจัดการให้รายระเอยี ดข้อมูลกับผู้ใช้งาน
ดงั นัน้ งานวิจยั ฉบบั นจ้ี งึ มแี นวคดิ เพอ่ื พฒั นาและ ออกแบบโดยนำเทคโนโลยีตอบกลับอตั โนมตั ิแชทบอท (Chatbot)
มาประยุกต์ใช้ เพื่อโต้ตอบกับผู้ใช้โดยอัตโนมัติ ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการกับผู้ใช้บริการมากยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะในยุคดิจทิ ัล 4.0 ผ้ใู ชง้ านเชอ่ื มโยงทุกอย่างเขา้ กับระบบสอื่ สงั คมออนไลน์ ดงั เชน่
ระบบแอปพลเิ คชน่ั ไลน์ (LINE Application) เป็นเครอื่ งมือติดต่อสื่อสารผา่ นระบบเครือข่ายอนิ เทอรเ์ น็ตท่ี
ไดร้ ับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย สามารถตดิ ตงั้ และใชง้ านได้หลากหลายอปุ กรณ์ เชน่ โทรศัพทส์ มาร์ทโฟน
และคอมพวิ เตอร์แบบต้ังโต๊ะ นอกจากนผี้ ู้ใหบ้ ริการ แอปพลิเคชัน่ ไลน์ (LINE Application) ยังเปิดใหบ้ ุคคลทัว่ ไป
สามารถพฒั นาระบบใบแบบต่าง ๆ ผ่านบรกิ ารของไลน์ (LINE) เรยี กวา่ บริการไลน์ดิเวลลอปเปอร์ (LINE
Developer) ซง่ึ เป็นชุดคำสั่งสำหรบั พัฒนาระบบ เชน่ การเข้าสรู่ ะบบ (LINE Login) การจ่ายเงินผา่ นไลน์ (LINE
Pay) และข้อความไลน์ตอบกลบั อตั โนมัติ (LINE Messaging API)
จากการศึกษา พบว่า ระบบไลนเ์ มสเสจ เอพีไอ ( LINE Messaging API) สามารถนามาพัฒนาเปน็ ระบบ
โตต้ อบอตั โนมัติของไลน์ (LINE BOT) เชอ่ื มโยงระบบฐานข้อมลู หรือระบบสารสนเทศอนื่ ๆ เพื่อนำข้อมลู ท่ีต้องการ
มาสง่ เป็นข้อความให้กับผูร้ บั บริการผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ (LINE Application) ไดโ้ ดยผ่านคำสำคญั (Keyword) ท่ี
กำหนด ผวู้ ิจัยจึงมีแนวคดิ นำไลน์เมสเสจ เอพีไอ (LINE Messaging API) มาพัฒนาเพือ่ เพ่ิมประสิทธภิ าพเพิม่
3
ชอ่ งทางติดตอ่ สื่อสารส่งข้อความประชาสัมพันธ์ สง่ ขอ้ ความแจ้งเตือนตา่ ง ๆ ผา่ นบริการไลนเ์ มสเสจ เอพีไอ (LINE
Messaging API) ใหแ้ กผ่ ู้เรียน
ดังนน้ั บทความวิจยั นี้จงึ ต้องการนำเสนอการพฒั นา Chatbot บนแอปพลิเคชนั LINE โดยมชี อ่ื ว่า “บอตครู
ฝกึ สอน” ท่ีเป็นช่องทางให้นักเรียนสามารถเขา้ ถงึ ขอ้ มูลทางการศึกษาใน วชิ าออกแบบและเทคโนโลยี วชิ า
เทคโนโลยวี ิทยาการคำนวณ วิชาสุขศึกษาพลศึกษา ในภาคเรยี นท่ี 1-2 ปีการศกึ ษา 2564 ประกอบไปดว้ ย คลิป
สอนบทเรยี นยอ้ นหลัง ติดตามการสง่ การ ระบบเช็คการส่งงานวชิ าเทคโนโลยี เชค็ รหัสนกั เรยี น ชอ่ งทางติดตอ่
ครผู สู้ อน ลงิ้ คใ์ บงานออนไลน์/แบบทดสอบออนไลน์ เช็คคะแนนใบงานแบบทดสอบ และผลการเรยี น รวมถึงแจ้ง
ผลการเรยี นให้กบั นักเรยี น เมื่อโรงเรยี นได้อนุมัติผลการเรียน ซึง่ โครงสร้างภายในระบบใช้ Apps Script ซ่ึงเป็น
แพลตฟอร์มการเรยี นรู้ ในการรบั คำถามของนักเรียนในรปู แบบข้อความ และตอบกลบั ในรปู แบบท่เี หมาะสม
ทำงานร่วมกบั Webhook เพ่อื ติดต่อกับฐานขอ้ มูลของครผู สู้ อนประจำวิชาเทคโนโลยี และพลศึกษา ระดับช้นั
มัธยมศึกษาปีที่ 1 และใช้ Rich Menu คอื เมนูลัดท่แี สดงในแชท สำหรับเรียกใช้หน้าเวบ็ ตา่ งๆบนแอปพลิเคช่ัน
LINE โดยตรงเพอ่ื ลดการเปล่ียนหนา้ จอไปมาของนกั เรียนช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 1
1.2 วัตถปุ ระสงค์การวจิ ยั
1. เพอ่ื สรา้ งและพัฒนาแชทบอท (Chatbot) ใหค้ วามร้ดู ้านดิจิทลั สำหรบั นกั เรยี นใช้ในการชว่ ยเพิ่ม
ประสทิ ธิภาพการใหบ้ ริการในการตดิ ต่อผ่านแอปพลเิ คชนั่ ไลน์ (LINE Application) ท่ีสามารถตอบคำถาม
เบื้องตน้ ระหว่างผู้เรยี นกบั ผู้สอนได้ตลอดเวลา (โดยเป็นการคดั กรองคำถามเบ้ืองต้นตามความต้องการของ
ผ้ใู ช้)
2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียนในภาคเรียนที่ 1 และภาคเรียนที่ 2 ด้วยการพัฒนา
ระบบตอบกลบั และแจ้งขอ้ มลู ด้านการศึกษาอัตโนมตั ิผ่าน Chat Bot สำหรับนักเรียนชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1
และสร้างแรงจูงใจพัฒนาความรดู้ า้ นดจิ ิทัลสำหรบั นักเรียนและสามารถใชอ้ ปุ กรณ์เทคโนโลยใี ห้เกดิ
ประโยชน์ในการเรยี นรู้
4
1.3 สมมติฐานการวิจยั
การวจิ ัยครง้ั นม้ี สี มมติฐานดงั นี้ นักเรียนชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564 ได้ใช้ Line Bot (บอตครู
ฝกึ สอน) ในรายวชิ าวชิ าออกแบบและเทคโนโลยี วชิ าเทคโนโลยีวิทยาการคำนวณ วชิ าสุขศกึ ษาพลศึกษา ภาค
เรียนที่ 1-2 ปกี ารศึกษา 2564 มีความสนใจในเนื้อหาบทเรียน สามารถใชอ้ ปุ กรณเ์ ทคโนโลยี และมีผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนท่ดี ีขึ้น
1.4 ขอบเขตการวจิ ัย
การศกึ ษาครั้งน้ี เพื่อให้บรรลุวตั ถปุ ระสงคผ์ ้วู ิจัยได้กำหนดขอบเขตของการวิจัย ดังน้ี
1. ประชากร
นกั เรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนวดั หนองใหญ่ สำนักงานเขต
สายไหม กรุงเทพมหานคร จำนวน 156 คน
2. กลุ่มตัวอยา่ ง
นกั เรียนชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดหนองใหญ่ สำนักงานเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร ภาคเรียนท่ี 2
ปกี ารศึกษา 2564 ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 1/4 จำนวน 36 คน ซ่ึงได้จากการสุ่มอย่างแบบเจาะจง
3. ขอบเขตดา้ นตัวแปร
ตัวแปรต้น คือ การพฒั นาระบบตอบกลบั และแจ้งข้อมูลด้านการศึกษาอตั โนมัติ ผ่าน Chat Bot
ตวั แปรตาม คือ ผลของการใช้งานระบบแชทบอท (Chatbot) สำหรับนกั เรยี นชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1
ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564 โรงเรียนวดั หนองใหญ่ สำนักงานเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร
4. ขอบเขตดา้ นพ้ืนที่หรือสถานท่ใี นการวิจัย
ในการวิจัยคร้ังน้ี ผ้วู ิจัยไดศ้ ึกษาพนื้ ท่ี คอื โรงเรยี นนวัดหนองใหญ่ สำนกั งานเขตสายไหม กรงุ เทพมหานคร
5. ขอบเขตด้านระยะเวลาในการดำเนินการวิจยั
ปีการศึกษา 2564
1.5 นยิ ามศพั ทเ์ ฉพาะ
Line Bot คือ Line Official Account ที่ได้นำ Messaging API มาใช้ เป็นบริการ API ตัวหนึ่งที่เปิด
ให้บริการสำหรับนักพัฒนา โดยเจ้าของ Line Official Account จะทำการกำหนดหรือตั้งค่าไว้ด้านหลังบ้านของ
บริการ เพื่อให้สามารถโต้ตอบกบั ผู้ใช้งานได้โดยที่ไมต่ ้องใช้คนมาเป็นคนตอบ ซึ่งนี่คือขอ้ ดขี องการใช้บริการตอนนี้
เพราะนอกจากจะทำใหผ้ ู้ใช้ใช้งานได้ง่ายมากข้ึนแลว้ ผ้ทู เ่ี ป็นแอดมนิ กจ็ ะสะดวกสบายมากขึ้นเชน่ กัน เพราะไม่ต้อง
มาคอยตอบคำถามที่ถามซ้ำๆ หรือไม่จำเป็นต้องมานั่งเก็บข้อมูลทีละคน เพราะบริการนี้จะช่วยเหลือคุณได้ทุก
อยา่ งท่ีสามารถทำได้
5
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง ความรู้ความสามารถในการเรียน โดยใช้คลิปการสอนและฝึกทักษะ
ออนไลน์ ซึ่งวัดจากคะแนนการทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียนจากการใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการ
เรยี นท่ีผู้วิจัยสรา้ งขึ้น
ผู้เรียน หมายถึง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดหนองใหญ่ เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร
จำนวน 156 คน
1.6 ประโยชน์ทีค่ าดวา่ จะไดร้ บั
ตอ่ ครูผู้สอน
1. ไดเ้ รยี นรู้เทคนิคการจดั การเรียนการสอนใหม่ ๆ
2. สร้างบรรยากาศในชน้ั เรยี นให้เปน็ ไปในทางทดี่ ีตอ่ นกั เรยี น
ต่อนกั เรียน
1. ได้รับคววามรู้ตรงหลกั สูตร
2. ได้พัฒนาทกั ษะดา้ นคอมพวิ เตอร์
3. ได้รับความสนกุ สนานเพลดิ เพลินระหว่างเรยี น
4. เกิดความตอ้ งการท่ีอยากจะเรียนวชิ าออกแบบและเทคโนโลยมี ากขึ้น
ตอ่ โรงเรยี น
1. ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น วิชาเทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 1 ของโรงเรียนดีขน้ึ
2. มีส่ือการสอน และพัฒนาเทคนิคในการสอนเพม่ิ ขึ้น
3. แอพลิช่ันโตต้ อบคำถามท่ีทันสมัย สะดวกต่อนกั เรียน ครผู สู้ อนรวมถึง ผ้ปู กครอง
1.7 กรอบแนวคิดการวิจัย
การพฒั นาระบบตอบกลับ และ ผลสัมฤทธิท์ างการเรียน วิชา
แจง้ ข้อมลู ด้านการศึกษา เทคโนโลยี
อตั โนมตั ิผา่ น Chat Bot
6
บทที่ 2
เอกสาร แนวคิด ทฤษฎี และงานวจิ ัยทเี่ ก่ียวขอ้ ง
การวิจัยการพฒั นาระบบตอบกลับ และแจง้ ข้อมูลดา้ นการศึกษาอัตโนมตั ิผ่าน Chat Bot สำหรบั นักเรยี น
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 โรงเรยี นวดั หนองใหญ่ สำนักงานเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร ซ่ึงผู้วิจัยไดศ้ กึ ษาเอกสารและ
งานวจิ ยั ทเี่ กยี่ วข้อง ดังต่อไปนี้
2.1 เอกสารทเ่ี กีย่ วกับหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 กล่มุ สาระการเรียนรู้
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1
2.1.1 สาระและมาตรฐานการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์
2.1.2 ตัวชว้ี ดั และสาระเรยี นรู้แกนกลาง
2.2 เอกสารที่เกยี่ วกบั การจดั การเรียนรู้
2.2.1 ความหมายของการเรียนรู้
2.2.2 องคป์ ระกอบของการจัดการเรยี นรู้
2.2.3 ความหมายของการจัดการเรียนรู้
2.2.4 วิธกี ารจัดการเรยี นรู้
2.3 เอกสารทเี่ กย่ี วข้องกบั การจดั การเรยี นรู้แบบ online
2.3.1 ขอ้ อแนะนำในกำรจัดการเรยี นการสอน online
2.4 เอกสารบทความที่เกย่ี วข้องกบั Chat Bot Line
2.4.1 ความหมายของ Chat Bot Line
2.4.2 Line Messaging API
2.4.3 Google Apps Script คืออะไร?
2.4.4 วิธสี ร้างแชทบอทสำหรับ LINE
2.5 เอกสารท่ีเกี่ยวข้องกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น
2.5.1 ความหมายของผลสัมฤทธทิ์ างการเรียน
2.1 เอกสารที่เกย่ี วขอ้ งกับหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 1
2.1.1 สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
สาระท่ี 1 วทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ
มาตรฐาน ว 1.2 เขา้ ใจสมบัตขิ องส่งิ มชี วี ิต หนว่ ยพืน้ ฐานของส่งิ มชี ีวติ การลำเลยี งสารเข้าและ
ออกจากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสรา้ งและหนา้ ที่ของระบบตา่ ง ๆ ของสตั วแ์ ละมนุษย์ท่ที ำงานสมั พันธ์กนั
7
ความสมั พนั ธข์ องโครงสร้างและหนา้ ที่ของอวยั วะตา่ ง ๆ ของพชื ทีท่ ำงานสมั พันธ์กันรวมทัง้ นำความรู้ไปใช้
ประโยชน์
สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบตั ขิ องสสาร องคป์ ระกอบของสสาร ความสมั พันธร์ ะหว่างสมบัติของ
สสารกบั โครงสร้างและแรงยดึ เหน่ยี วระหว่างอนภุ าค หลกั และธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร
การเกิดสารละลาย และการเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมี
มาตรฐาน ว 2.2 เขา้ ใจธรรมชาตขิ องแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงท่ีกระทำต่อวตั ถุ ลกั ษณะ
การเคล่อื นทแี่ บบต่าง ๆ ของวตั ถุ รวมทั้งนำความรไู้ ปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว 2.3 เขา้ ใจความหมายของพลงั งาน การเปลย่ี นแปลงและการถ่ายโอนพลงั งาน
ปฏิสมั พันธร์ ะหวา่ งสสารและพลังงาน พลงั งานในชีวติ ประจำวนั ธรรมชาตขิ องคล่ืน ปรากฏการณท์ ่ีเก่ียวข้องกบั
เสียง แสง และคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้า รวมทัง้ นำความร้ไู ปใช้ประโยชน์
สาระท่ี 3 วทิ ยาศาสตร์โลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว 3.2 เขา้ ใจองคป์ ระกอบ และความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลง
ภายในโลกและบนผวิ โลก ธรณีพบิ ัติภยั กระบวนการเปล่ียนแปลงลมฟ้าอากาศและภมู ิอากาศโลก รวมทงั้ ผลตอ่
ชวี ติ และส่งิ แวดลอ้ ม
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลกั ของเทคโนโลยีเพ่ือการดำรงชวี ติ ในสังคมท่ีมีการเปลี่ยนแปลง
อยา่ งรวดเรว็ ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และศาสตร์อ่นื ๆ เพ่อื แก้ปญั หาหรือพัฒนา
งานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม เลือกใชเ้ ทคโนโลยีอย่างเหมาะสม โดย
คำนึงถงึ ผลกระทบต่อชีวิต สงั คม และส่ิงแวดล้อม
มาตรฐาน ว 4.2 เขา้ ใจและใชแ้ นวคิดเชงิ คำนวณในการแกป้ ัญหาที่พบในชวี ติ จริงอย่างเปน็
ขั้นตอนและเป็นระบบใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแกป้ ัญหาได้อยา่ ง
มีประสทิ ธิภาพ รูเ้ ท่าทันและมีจริยธรรม
2.1.2 ตัวชี้วดั และสาระเรยี นรูแ้ กนกลาง
สาระที่ 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เขา้ ใจและใชแ้ นวคิดเชงิ คำนวณในการแก้ปญั หาที่พบในชีวิตจรงิ
อย่างเปน็ ข้ันตอนและเป็นระบบใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สารในการเรียนรู้ การทำงาน และ
การแกป้ ัญหาได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ รูเ้ ท่าทันและมีจริยธรรม
8
ช้ัน ตวั ชวี้ ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ว ๔.๑ ๑. ออกแบบอัลกอริทมึ ที่ใช้ - แนวคิดเชงิ นามธรรม เป็นการประเมนิ ความสาํ คญั ของ
ม.๑/๑ แนวคดิ เชงิ นามธรรมเพื่อ รายละเอยี ดของปญั หา แยกแยะสว่ นทีเ่ ปน็ สาระสาํ คญั
แกป้ ัญหาหรอื อธบิ ายการทาํ งาน ออกจากสว่ นทไี่ มใ่ ช่สาระสาํ คญั
ที่พบในชวี ิตจรงิ - ตัวอย่างปัญหา เชน่ ต้องการปูหญา้ ในสนาม ตามพ้ืนที่
ทีก่ าํ หนด โดยหญา้ หนึง่ ผืนมีความกว้าง ๕๐ เซนตเิ มตร
ยาว ๕๐ เซนติเมตร จะใชห้ ญา้ ท้งั หมดกี่ผนื
ว ๔.๒ ๒. ออกแบบและเขียนโปรแกรม - การออกแบบและเขียนโปรแกรมทม่ี กี ารใชต้ ัวแปร
ม.๑/๓ อยา่ งงา่ ยเพ่ือแก้ปัญหาทาง เงื่อนไข วนซ้ำ
คณิตศาสตรห์ รือวิทยาศาสตร์ - การออกแบบอลั กอรทิ ึม เพ่ือแกป้ ญั หา ทางคณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์อย่างงา่ ย อาจใช้แนวคดิ เชงิ นามธรรมใน
การออกแบบ เพ่ือให้ การแกป้ ัญหามปี ระสิทธิภาพ
- การแกป้ ัญหาอย่างเป็นข้นั ตอนจะชว่ ยให้แกป้ ัญหาได้
อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
- ซอฟต์แวร์ที่ใชใ้ นการเขียนโปรแกรม เช่น Scratch,
python, java, c
- ตวั อย่างโปรแกรม เชน่ โปรแกรมสมการ การเคลื่อนที่
โปรแกรมคาํ นวณหาพื้นท่ี โปรแกรม คํานวณดชั นมี วล
กาย
ว ๔.๒ - การรวบรวมขอ้ มลู จากแหล่งข้อมูลปฐมภูมิ อย่างมี
๓. รวบรวมขอ้ มูลปฐมภมู ิ
ม.๑/๔ ประมวลผลประเมนิ ผล นําเสนอ ประสิทธภิ าพ
- การประมวลผลเป็นการกระทํากับข้อมลู เพือ่ ใหไ้ ด้
ข้อมลู และสารสนเทศ ตาม
ผลลัพธ์ทีม่ คี วามหมายและมีประโยชน์ต่อการนาํ ไปใช้
ประมวลผล สรา้ งทางเลือก
งาน สามารถทาํ ได้หลายวธิ ี เชน่ คาํ นวณอตั ราสว่ น
ประเมินผล จะทาํ ใหไ้ ด้
คํานวณคา่ เฉล่ยี
วัตถปุ ระสงคโ์ ดยใช้ซอฟตแ์ วร์ -การใชซ้ อฟตแ์ วรห์ รือบรกิ ารบนอินเทอร์เนต็ ท่ี
หรอื บรกิ ารบน สารสนเทศเพ่อื ใช้ หลากหลายในการรวบรวม ประมวลผล สร้างทางเลอื ก
ในการแกป้ ัญหาหรือการตดั สนิ ใจ ประเมนิ ผล นาํ เสนอ จะช่วยให้ แกป้ ัญหาไดอ้ ย่างรวดเร็ว
ได้ อนิ เทอร์เนต็ ท่ีหลากหลาย ถูกตอ้ ง และแมน่ ยาํ
- ตวั อย่างปัญหา เน้นการบรู ณาการกับวิชาอน่ื เช่น ต้มไข่
ใหต้ รงกับพฤติกรรมการบรโิ ภค คา่ ดชั นี มวลกายของคน
ในทอ้ งถิน่ การสรา้ งกราฟ ผลการทดลองและวเิ คราะห์
แนวโนม้
9
ว ๔.๑ - ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภัย เชน่ การ
๔. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง
ม.๑/๑ ปลอดภยั ใช้ส่ือ และแหล่งข้อมลู ปกป้องความเปน็ ส่วนตัวและอตั ลกั ษณ์
ม.๑/๒ ตามข้อกาํ หนดและข้อตกลง - การจดั การอัตลกั ษณ์ เช่น การตง้ั รหัสผา่ น การปกปอ้ ง
ขอ้ มูลส่วนตัว
ม.๑/๓ - การพจิ ารณาความเหมาะสมของเนอื้ หา เช่น ละเมิด
ความเป็นสว่ นตวั ผอู้ ่ืน อนาจาร วิจารณ์ ผู้อื่นอยา่ งหยาบ
ม.๑/๔ คาย
- ขอ้ ตกลง ข้อกาํ หนดในการใช้ส่ือหรอื แหล่งข้อมลู ตา่ งๆ
เชน่ Creative Commons
2.2 เอกสารทเี่ ก่ียวกับการจัดการเรียนรู้
2.2.1 ความหมายของการเรยี นรู้
ประภาเพ็ญ สวุ รรณ (2542) กล่าววา่ ความรู้ เปน็ พฤติกรรมขนั้ ต้นท่ผี ้เู รยี นเพียงแต่เกิดความจำได้
โดยอาจจะเป็นการนกึ ได้หรอื โดยการมองเห็น ได้ยิน ความรู้ในชนั้ น้ี ได้แก่ ความรูเ้ กย่ี วกบั คำจำกัดความ
ความหมาย ข้อเทจ็ จริง กฎเกณฑ์ โครงสรา้ งและวธิ ีแกไ้ ขปัญหา สว่ นความเข้าใจอาจแสดงออกมาในรปู ของ
ทกั ษะด้าน “การแปล” ซึ่งหมายถงึ ความสามารถในการเขียนบรรยายเกยี่ วกับข่าวสารนั้น ๆ โดยใชค้ ำพดู ของ
ตนเอง และ “การให้ความหมาย” ที่แสดงออกมาในรปู ของความคดิ เห็นและข้อสรุปรวมถงึ ความสามารถในการ
“คาดคะเน” หรือการคาดหมายวา่ จะเกดิ อะไรขึ้น
เบนจามิน บลมู (Benjamin S. Bloom อา้ งถงึ ในอกั ษร สวัสดี 2542) ได้ใหค้ วามหมายของของความรู้
วา่ หมายถงึ เรือ่ งท่ีเก่ียวกับการระลกึ ถึงส่ิงเฉพาะ วธิ ีการและกระบวนการตา่ ง ๆ รวมถงึ แบบกระสวนโครงการ
วตั ถุประสงค์ในด้านความรู้ โดยเนน้ ในเรอ่ื งของกระบวนการทางจติ วิทยาของความจำ อันเปน็ กระบวนการท่ี
เชื่อมโยงเกี่ยวกบั การจัดระเบียบ โดยก่อนหน้าน้นั ในปี ค.ศ.1965 บลมู และคณะ ไดเ้ สนอแนวคดิ เกีย่ วกบั การรับรู้
หรอื พทุ ธพิสัย (cognitive domain) ของคน ว่าประกอบด้วยความรตู้ ามระดับต่าง ๆ รวม 6 ระดับ ซง่ึ อาจ
พิจารณาจากระดบั ความรู้ในขั้นต่ำไปสูร่ ะดับความร(ในระดบั ทีส่ ูงข้นึ ไป
นวลจติ ต์ เชาวภีรตพิ งษ์ (2542 : บทคดั ยอ่ ) ใหค้ วามหมายวา่ การจดั กระบวนการเรยี นการสอนเนน้ การ
จัดการเรียนรู้ ประกอบด้วยกิจกรรมทีส่ ง่ เสริมใหผ้ เู้ รียนมีส่วนร่วมในการสรา้ งความรู้ ผเู้ รยี นมีโอกาสปฏิสัมพันธ์
และเรยี นรูจ้ ากผู้อนื่
10
ฮิลการด์ และ เบาเวอร์ (Hilgard & Bower, 1981) "การเรยี นรู้ เป็นกระบวนการเปล่ยี นแปลงพฤติกรรม
อนั เปน็ ผลมาจากประสบการณแ์ ละการฝกึ ทั้งน้ีไมร่ วมถึงการเปล่ยี นแปลงของพฤติกรรมทีเ่ กดิ จากการตอบสนอง
ตามสัญชาตญาณ ฤทธขิ์ องยา หรอื สารเคมี หรอื ปฏิกรยิ าสะท้อนตามธรรมชาตขิ องมนษุ ย์ "
ประดินันท์ อุปรมยั (2540, ชุดวิชาพ้ืนฐานการศกึ ษา(มนุษยก์ บั การเรียนร)ู้ :
นนทบรุ ี, พิมพ์คร้ังท่ี 15, หนา้ 121) การเรียนรู้คือการเปลย่ี นแปลงของบคุ คลอันมผี ลเนอื่ งมาจากการไดร้ ับ
ประสบการณ์ โดยการเปลยี่ นแปลงน้ันเป็นเหตุทำใหบ้ ุคคลเผชญิ สถานการณ์เดิมแตกต่างไปจากเดิม ประสบการณ์
ทีก่ อ่ ใหเ้ กดิ การเปล่ียนแปลงพฤติกรรมหมายถึงท้งั ประสบการณท์ างตรงและประสบการณ์ทางอ้อม
ดังนน้ั การเรียนรู้ คือ การเปล่ยี นแปลงของบุคคลอันมีผลเน่อื งมาจากการได้รบั ประสบการณ์ โดยการ
เปลย่ี นแปลงน้นั เป็นเหตทุ ำให้บคุ คลเผชิญสถานการณเ์ ดิมแตกต่างไปจากเดิม ประสบการณ์ท่กี ่อให้เกดิ การ
เปลย่ี นแปลงพฤติกรรมหมายถึงทงั้ ประสบการณ์ทางตรงและประสบการณท์ างอ้อม
2.2.2 องค์ประกอบของการจดั การเรยี นรู้
องค์ประกอบการจดั การเรยี นรมู้ ีดงั น้ี (สำนักวิชาการและงานทะเบยี น,2553)
1. ผสู้ อน เป็นผ้ทู มี่ คี วามสำคญั ในการทีจ่ ะแปลมาตรฐานการเรยี นร้แู ละสาระการเรียนรทู้ เี่ ปน็
ตัวหนงั สือให้เปน็ กจิ กรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสม น่าสนใจ และมกี ระบวนการเรยี นรหู้ ลากหลายวธิ ีอยา่ งอสิ ระ
จะต้องร้จู ักเลือกปรับปรงุ เทคนคิ และวิธีการเรยี นรู้ และมีกจิ กรรมการเรยี นรู้ ให้เหมาะสมกบั เน้ือหาและผเู้ รียน
โดยไมใ่ ชว้ ิธีการเดียว ควรมีการดดั แปลงและเลือกใชว้ ธิ ีการให้เหมาะสมกับวตั ถุประสงค์และเน้ือหาในแตล่ ะเรื่อง
เพือ่ ส่งเสริมใหผ้ ูเ้ รยี นประสบผลสำเรจ็ ในการเรยี นรู้
2. ผู้เรียน เปน็ อีกองค์ประกอบหนงึ่ ที่มีความสำคญั ต่อการจัดการเรียนรู้ ผู้เรยี นแต่ละคนมคี วาม
แตกตา่ งกันท้ังบุคลกิ ภาพ สตปิ ญั ญา ความถนดั ความสนใจและความสมบูรณ์ของร่างกาย ผู้เรียนควรมีโอกาส
รว่ มคิด รว่ มวางแผนในการจัดการเรยี นการสอน และมีโอกาสเลอื กวิธเี รียนไดอ้ ยา่ งหลากหลาย ตามความ
เหมาะสมภายใต้การแนะนำของผูส้ อน
3. เนอื้ หาวิชาต่าง ๆ ซง่ึ ผสู้ อนจะต้องจดั เนื้อหาวิชาใหม้ ีความสมั พนั ธ์กนั มคี วามน่าสนใจ
เหมาะสมกับวัย ระดับช้ัน รวมทั้งสภาพสิ่งแวดลอ้ มของการจัดการเรยี นรู้
4. สอื่ /แหลง่ เรียนรู้ ไดแ้ ก่ อุปกรณ์ชว่ ยในการจดั การเรียนรูใ้ หม้ ีประสทิ ธิภาพมากยิ่งข้นึ
11
5. สภาพแวดล้อมและบรรยากาศการเรยี นรู้ ผสู้ อนต้องมวี ิธีการจะจดั สภาพแวดล้อมและ
บรรยากาศทเี่ อื้ออำนวยต่อการพัฒนาทางวชิ าการ เช่น จัดหอ้ งชวนคดิ หอ้ งกจิ กรรมวิทยาศาสตร์ จดั ระบบนิเวศ
จำลอง จดั บริเวณโรงเรียนเป็นแหล่งเรยี นรู้ทางชวี วทิ ยา ธรณวี ทิ ยา ฯลฯ มีการดดั แปลงห้องเรยี นให้นักเรยี น
ทำกิจกรรมการเรียนรู้ทีส่ ามารถมปี ฏิสัมพันธก์ ันได้ดี และจัดกิจกรรมท่ีเอื้อใหผ้ ูป้ กครองและชุมชนเข้ามามสี ว่ นร่วม
ในการจดั กิจกรรมเรยี นรดู้ ว้ ย
ดงั น้ันองคป์ ระกอบการจัดการเรียนรู้ ตอ้ งมีความเกี่ยวข้องสมั พนั ธก์ ัน ผสู้ อนจะต้องมีจรรยาบรรณแหง่
ความเป็นครู วิธีการสอนคือกระบวนการปฏิสัมพนั ธร์ ะหว่าง ผู้สอนกับผูเ้ รียนจะต้องสอดคลอ้ ง เหมาะสม เพอื่ ทำ
ใหผ้ เู้ รยี นเกดิ การเปลย่ี นแปลงพฤติกรรมตามจุดประสงคท์ ่กี ำหนดไว้ มุ่งใหผ้ เู้ รียนเกดิ การเรียนรู้ไดด้ ี เพอื่ ให้การ
สอนบรรลุตามเป้าหมาย ผสู้ อนตอ้ งเตรียมการสอนมาอย่างดี ทำใหผ้ เู้ รียนเกดิ การพัฒนาทุกด้าน จดั การสอนอย่าง
มีกระบวนการ และให้ครบองคป์ ระกอบการสอน ได้แก่ การตง้ั จุดประสงค์การสอน การกำหนดเน้ือหา การจดั
กิจกรรมการเรยี นการสอน การใช้ส่อื การสอน และการวดั ผลประเมินผล ต้องสอดคล้องกบั วตั ถุประสงค์ ตรงตาม
จดุ ม่งุ หมาย ของหลกั สตู ร นอกจากนผี้ สู้ อนควรไดค้ ำนึงถึงหลักพ้ืนฐานในการสอน ลักษณะการสอนทดี่ ี และปจั จัย
ส่งเสรมิ การเรยี นรู้ ตลอดจนรจู้ ักใชห้ ลักการสอนใหส้ อดคลอ้ งกับหลักการเรียนร้หู ลักจิตวิทยา บรรยากาศเป็น
ประชาธิปไตย กจ็ ะชว่ ยใหก้ ารเรยี นการสอนประสบผลสำเร็จได้ตามจุดม่งุ หมายของหลักสูตร
2.2.3 ความหมายของการจดั การเรยี นรู้
การจัดกระบวนการเรียนรู้ เปน็ บทบาทสำคัญของครทู ุกคน เริ่มจากการวิเคราะหห์ ลักสตู ร เอกสารที่
เกี่ยวขอ้ ง การวิเคราะห์ผูเ้ รียน นำมาวางแผนการจัดการเรียนรู้ (สมุ น,2553) ได้ให้ความหมายของการจัดการ
เรยี นรู้คอื สถานการณ์อย่างหนึ่งท่ีมีส่ิงต่อไปนเี้ กดิ ขน้ึ ไดแ้ กม่ ีความสัมพนั ธแ์ ละมปี ฏสิ ัมพันธเ์ กิดข้นึ ระหวา่ งผ้สู อน
กับผูเ้ รียน ผู้เรยี นกบั ผ้เู รียน ผเู้ รียนกบั สิ่งแวดลอ้ ม และผู้สอนกับสิ่งแวดล้อม ความสมั พนั ธแ์ ละการมปี ฏสิ ัมพันธ์
ก่อให้เกิดการเรยี นรูแ้ ละประสบการณใ์ หม่ ผเู้ รยี นสามารถนำประสบการณใ์ หมน่ นั้ ไปใชไ้ ด้
วชิ ัย ประสิทธ์วฒุ ิเวชช์ (2542 :255) ได้กล่าวว่า การจัดการเรยี นรูเ้ ป็นกระบวนการ
ท่มี รี ะบบระเบยี บคลอบคลุมการคำเนนิ การ ตั้งแตก่ ารวางแผน การจัดการเรยี นรู้ จนถึงการประเมินผล
ฮู และ ดนั แคน (Hough and Duncan 1970: 144) อธิบายความหมายของการจดั
การเรียนรวู้ ่า หมายถงึ กิจกรรมทีบ่ ุคคลได้ใชค้ วามรู้ของตนเองอย่างสรา้ งสรรค์เพื่อสนับสนนุ ใหผ้ ู้อน่ื เกิดการเรียนรู้
และมีความผาสุก ดงั นัน้ การจดั การเรยี นรู้จงึ เปน็ กิจกรรมในแงม่ มุ ต่าง ๆ 4 ด้านดงั น้ี
12
1. การจัดการหลกั สูตร(Curriculum)
2. การจดั การเรยี นการสอน(Instruction)
3. การวัดผล(Measuring)
4. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้(Evaluation)หลังการเรียนการสอน
ดังนั้นการจัดการจัดการเรียนรู้ หมายถึง การจัดกระบวนการเรียนการสอนที่ทุกฝ่าย มีบทบาทสำคัญในการ
กำหนดจุดหมาย สาระการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ และการวัดประเมินผลที่มุง่
พัฒนาคนให้เกิดประสบการณ์การเรียนรู้ตามศักยภาพ สอดคล้องกับความถนัดความสนใจ ความต้องการ และ
ความแตกต่างระหว่างบุคคลโดยเน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมทางสติปัญญา และมีโอกาสสร้างความรู้ด้วยตนเอง
ได้เรียนรู้กระบวนการต่าง ๆ ผู้เรียนมีส่วนร่วมทางสังคม และมีโอกาสได้ปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ๆ และแหล่ง
เรยี นรู้ที่หลากหลายและผ้เู รียนสามารถนำความรู้ไปประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตจรงิ ได้
2.2.4 วิธกี ารจดั การเรียนรู้
ทิศนา แขมมณี (2550) กลา่ ววา่ รปู แบบการสอน หมายถึง สภาพหรือลกั ษณะของการจัดการเรียนการ
สอนทจ่ี ดั ข้ึนอยา่ งมรี ะบบระเบียบ มแี บบแผนตามหลักปรัชญา ทฤษฎี หลักการ แนวคิด หรือความเช่ือต่าง ๆ
โดยอาศัยวิธสี อนและเทคนิคการสอนตา่ ง ๆ เข้ามาช่วยให้สภาพการเรยี นการสอนน้ันเป็นไปตามหลกั การทยี่ ดึ ถือ
ดงั นัน้ คุณลักษณะสำคญั ของรูปแบบการสอนจึงตอ้ งประกอบดว้ ยสงิ่ ตา่ ง ๆ ต่อไปน้ี
1.มีปรัชญาหรือทฤษฎหี รอื หลักการหรอื แนวคดิ หรอื ความเช่ือ ท่เี ป็นพื้นฐานหรอื เปน็ หลักการของรปู แบบ
การสอนน้ัน ๆ
2. มกี ารบรรยายหรืออธบิ ายสภาพหรือลกั ษณะของการจัดการเรียนการสอน
3. มกี ารจดั ระบบ คอื มกี ารจดั องค์ประกอบและความสัมพนั ธข์ ององคป์ ระกอบของระบบให้สามารถนำ
ผ้เู รยี นไปสู่เปา้ หมายอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ โดยมีการพสิ ูจน์ ทดลองถึงประสทิ ธภิ าพของระบบนนั้ ดงั นน้ั รูปแบบ
การเรียนการสอนจึงหมายถึง สภาพหรอื ลกั ษณะของการจดั การเรียนการสอนทจ่ี ดั ไว้อยา่ งเปน็ ระเบียบตามหลัก
ปรชั ญา ทฤษฎี หลักการ แนวคิดหรอื ความเชื่อต่าง ๆ โดยมกี ารจัดกระบวนการหรือขั้นตอนในการเรียนการสอน
โดยอาศัยวธิ ีสอนและเทคนิคการสอนต่าง ๆ เข้ามาช่วยทำให้สภาพการเรยี นการสอนนน้ั เปน็ ไปตามหลักการท่ี
ยดึ ถือ ซง่ึ ได้รบั การพิสูจน์ ทดสอบหรือยอมรบั ว่ามีประสิทธภิ าพ สามารถใชเ้ ป็นแบบแผนในการเรียนการสอนให้
13
บรรลุวัตถปุ ระสงค์เฉพาะของรูปแบบน้ัน ๆ ซึง่ แต่ละรูปแบบมีวตั ถปุ ระสงคท์ ีแ่ ตกตา่ งกนั กลา่ วคือ เปน็ รูปแบบการ
เรยี นการสอนท่เี น้นการพัฒนาด้านพทุ ธิพสิ ัย (cognitive domain) การพฒั นาดา้ นจติ พสิ ัย (affective domain)
การพฒั นาด้านทักษะพสิ ยั (psychomotor domain) กระบวนการ (processskills) หรอื การบรูณาการ
(integration) ทง้ั ในรูปแบบดงั กล่าวล้วนเป็นรปู แบบการเรยี นการสอนที่มลี กั ษณะเน้นผ้เู รยี นเป็นสำคญั
ดงั นั้นการเรยี นการสอนโดยยึดเด็กเปน็ ศูนย์กลาง โดยใช้ ICT เป็นเครอ่ื งมือในการเรยี นรูข้ องผเู้ รียน เปน็
รปู แบบหน่ึงของการจัดการเรียนรู้ และเป็นสงิ่ จำเป็นในโลกยุคดจิ ิตอล อันทผี่ ู้เรยี นจะต้องใช้เปน็ เคร่ืองมอื ในการ
เรียนรู้ และการประกอบอาชีพในอนาคตขา้ งหนา้ การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ ครตู ้องจดั ประสบการณ์เพ่ือใหเ้ ด็ก
สามารถนำ ICT มาใช้ในการค้นหาความรู้ตลอดจนสามารถสรา้ งสรรค์งาน และเกิดเปน็ ความรทู้ ่คี งทน ซง่ึ ครู
จะตอ้ งใชค้ วามพยายาม ความอดทนในการที่จะการจัดการเรยี นร้ตู ามจดุ ประสงค์ ที่วางไว้ในฐานะทีเ่ ป็นครสู อน
คอมพวิ เตอร์ ซ่งึ ไมพ่ ้นทจ่ี ะต้องสอนพนื้ ฐานการใช้งานการใชค้ อมพิวเตอร์ เพื่อใหน้ ักเรยี นสามารถสรา้ งสรรค์งาน
และใช้คอมพิวเตอรเ์ ป็นเคร่อื งมอื ในการค้นหาขอ้ มลู ทางอินเทอร์เนต็ ทมี่ ีอยูห่ ลากหลาย ตลอดจนการแลกเปลย่ี น
เรียนรรู้ ะหว่างครผู ้สู อนกับนกั เรียน นักเรยี นกับนกั เรียน การจดั การเรยี นการสอนโดยบรณู าการระหวา่ งวชิ าเป็น
กจิ กรรมการเรยี นรู้ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการเรยี นรแู้ บบโครงงานนกั เรยี นได้ประสบการณ์ตรงจากการปฏิบตั แิ ละ
ลงมอื ทำ และอาศยั กระบวนการกลุม่ ในการทำงานกระบวนการทำงานกระบวนการทำงานกล่มุ การจดั การเรียนรู้
ตอ้ งมีความมน่ั ใจในตัวของนกั เรยี นว่า นกั เรียนปฏบิ ตั ไิ ดแ้ ละสามารถทำงานร่วมกบั ผู้อ่ืนไดโ้ ดยใช้กลวธิ ีในการสอน
ท่ีหลากหลาย ผเู้ รียนสามารถใช้ ICT เป็นเครอ่ื งมือในการเรยี นรู้ และเกิดเปน็ ความรู้ท่ีคงทน (นพดลและคณะ ,
2560)
2.3 เอกสารทเ่ี กยี่ วขอ้ งกับการจัดการเรยี นรู้แบบ online
2.3.1 ข้ออแนะนำในกำรจัดการเรยี นการสอน online
รศ.ดร.นพ. เชดิ ศักด์ิ ไอรมณีรัตน์
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหดิ ล
สถานการณ์การแพรร่ ะบาดของ COVID-19 ส่งผลให้การจดั การสอนผา่ นระบบ online ไดถ้ ูกนำมาใชก้ ันอยา่ ง
กว้างขวาง แม้สถานการณ์ของประเทศไทย มีแนวโน้มดีขน้ึ ตามล าดับ และสามารถนำนักศึกษากลบั มาสอนใน
สถานศึกษากนั ไดแ้ ลว้ แต่ทักษะการสอนผา่ นระบบ online ก็ยงั คงมีประโยชน์ และชว่ ยใหอ้ าจารยส์ ามารถสง่ เสริม
การเรยี นร้ขู องผู้เรียนได้ ในบทความน้ี ผมจะได้อธบิ ายแนวคดิ พ้นื ฐานของการจดั การสอนผ่านระบบ
14
Online และแนวทางในการสอนให้มีประสทิ ธภิ าพ
การจดั การสอน online แบง่ ออกเปน็ สองรูปแบบ ได้แก่
1) synchronous learning คอื การสอนที่อาจารย์นัดผู้เรียนทกุ คนมาเรยี นพร้อมกัน ได้แก่ การสอน
ผา่ นระบบ teleconference ตา่ ง ๆ เชน่ Zoom, Google Meet, Webex
2) asynchronous learning คือ การสอนท่อี าจารย์นำเสนอบทเรยี นให้ผู้เรียนสามารถเขา้ มาเรยี นคนละเวลากัน
เชน่ การบรรจเุ อกสาร หรอื vdo clip ทบี่ นั ทึกไวบ้ นระบบ Moodle ให้ผู้เรยี น download และนำไปศึกษาใน
ช่วงเวลาทีส่ ะดวกการสอนทง้ั สองรปู แบบมจี ุดเด่นต่างกนั ในการสอนแบบแรก (synchronous) เปน็ การสอนใน
รูปแบบทใี่ กล้เคยี งกับการสอนแบบปกตใิ นห้องเรียนทสี่ ดุ อาจารยส์ ามารถถาม ตอบ มปี ฏสิ ัมพนั ธ์กบั นักเรียนได้
ทนั ที มีการส่ือสารสองทางโดยไม่ต้องรอเวลา สว่ นการสอนแบบท่ีสอง (asynchronous) สามารถดงึ จดุ เด่นของการ
ใช้ onlinenvironment ออกมาไดเ้ ตม็ ศักยภาพ ทำให้การเรียนไม่ติดกรอบทง้ั ด้านเวลา และสถานท่ี (flexible)
และยงั มีขอ้ ดีในการบรหิ ารระบบ ลดความเสยี่ งตอ่ การเกิดปัญหาทางเทคนคิ (ภาพหาย เสียงกระตุก ฯลฯ) (ในการ
สอน
แบบแรกถ้าสญั ญาณอนิ เตอรเ์ นตมีปญั หาระหว่างการสอน การสอนชะงักทันทีอาจได้เน้อื หาไม่ครบ
เน่อื งจากมีกรอบเวลากำหนดไวว้ า่ ตอ้ งสอนเสรจ็ กี่โมง แต่ในการสอนแบบทส่ี องหากสัญญาณอนิ เตอรเ์ นตมีปัญหา
ผเู้ รยี นสามารถไปทำอยา่ งอืน่ กอ่ น รอสัญญาณอินเตอรเ์ นตใช้ได้จึงมา download vdo clip เพื่อศึกษาตอ่ ได)้
โดยท่วั ไปแล้วหากการสอนมวี ัตถุประสงคใ์ นการให้เนอื้ หาวิชาทเ่ี ปน็ หลกั การพ้ืนฐาน แสดงตวั อย่างง่าย ๆ ควร
เลอื กรูปแบบ asynchronous ซึง่ ท้งั ผู้สอนและผ้เู รียนมีความสะดวกมาก ผสู้ อนกับผเู้ รียนไมจ่ ำเป็นต้องเข้าระบบใน
เวลาเดยี วกนั ในเชงิ ระบบจะไม่มีปญั หาท่ตี ้องส่งข้อมูลสัญญาณภาพและเสยี งในปริมาณมากในเวลาเดียวกนั
คณุ ภาพของภาพและเสยี งทผี่ ู้เรียนได้รับมกั ดกี วา่ ส่วนการเรียนแบบ synchronous เหมาะกับเน้ือหาท่เี ข้าใจยาก
ต้องการการถามตอบ อภิปรายกนั อย่างต่อเน่ือง เชน่ การทำ case conference หรอื กิจกรรมท่ตี ้องการพัฒนา
ทกั ษะการส่ือสาร การทำงานเปน็ ทมี เป็นต้น
2. ในการสอนแบบ synchronous โดยเฉพาะการอภปิ รายทมี่ ขี ้อมลู คนไข้ อาจารย์ผู้ควบคมุ กจิ กรรมพึงใช้ระบบ
หอ้ งปดิ (ไมเ่ ปิดห้องอสิ ระใหใ้ ครเข้ามาก็ได้) โดยมีการลงทะเบยี นลว่ งหน้า มีการอนุญาตใหเ้ ฉพาะคนที่ลงทะเบียน
เข้ารว่ มกิจกรรม เช่น ในระบบ Google Meet ตอ้ งใช้ email ท่แี จง้ ไว้ หากใช้ Zoom ต้องแจง้ email แล้วรับ link
สำหรบั เข้ารว่ มกจิ กรรมผา่ นทาง email ท่แี จง้ ไว้ ร่วมกบั ใส่ password เพือ่ เขา้ รว่ มกจิ กรรมเปน็ ตน้ ผสู้ อนควร
กำหนดใหผ้ เู้ รยี นทุกคนแสดง screen name ของตนด้วยชือ่ นามสกลุ จริง และใหผ้ ูเ้ รยี นเปดิ กล้องหน้าจอของตน
15
ตลอดเวลาท่รี ่วม conferenceในการสอนแบบ asynchronous อาจารยส์ ามารถทำใหเ้ ป็น active learning ได้
โดยมีการแทรกกิจกรรม หรอื ค าถามในระหว่างบทเรยี น เช่น ในคาบหนงึ่ อาจารย์แบ่งเน้ือหาออกเปน็ clip สัน้ ๆ
clip ละ 10 นาทเี มื่อจบ clip หนึ่ง อาจารย์แสดงคำถาม multiple choice question แทรก เมื่อนกั ศึกษาตอบ
คำถามแล้ว จงึ จะเปิด clip ตอ่ ไปไดอ้ ีก 10 นาที แล้วมีค าถาม open-ended question ให้นกั ศึกษาพมิ พค์ ำตอบ
ลงไปในช่องที่กำหนด แล้วจึงจะไป clip ตอ่ ไปก็ได้ซง่ึ กระบวนการผลิตสอ่ื การสอนในลกั ษณะนี้ อาจารยส์ ามารถ
สร้างได้ในระบบ Moodle ได้โดยเลอื กใส่ activities เป็น Lessonขอ้ จำกัดของกำรจัดกำรสอน online แมร้ ะบบ
การสอน online มกี ารพัฒนาใหส้ ามารถจดั การเรยี นการสอนได้ดีพอสมควร แต่ระบบการจดั สอนท่ีใชก้ ันอยู่ใน
ปัจจุบันยังมีข้อจำกดั ในหลายประเดน็ เชน่
1. การดงึ ผู้เรยี นเข้าสบู่ ทเรยี น (student engagement) ในบริบทท่ีอาจารย์อยู่คนละท่กี ับนกั เรยี น การดงึ ความ
สนใจของผเู้ รียนทำไดย้ ากมาก ขณะท่ีอาจารยต์ ั้งใจสอนอยู่นน้ั ผู้เรยี นอาจทำกจิ กรรมอื่นและไมไ่ ด้ตดิ ตามบทเรียน
2. การเรยี นรู้ผา่ นกระบวนการทำงานร่วมกนั (Collaborative learning) เนอ่ื งจากผูเ้ รียนแตล่ ะคนอยกู่ ันคนละท่ี
ในบทเรียนแบบ asynchronous ผู้เรียนเข้ามาศกึ ษาคนละเวลา จึงทำให้การท างานรว่ มกนั ทำได้ยากขึน้ มาก ต่าง
จากการทำงานเป็นทีมในห้องเรียนปกตทิ ่สี ามารถส่ือสารกันได้สะดวกและได้คำตอบทันที
3. การมปี ฏิสมั พนั ธ์ระหว่างผู้สอนกบั ผ้เู รยี น (interaction) ทำได้ยากมาก ซ่ึงทำให้การทำแบบฝกึ หัด หรอื การให้
ข้อมูลป้อนกลบั แกผ่ เู้ รียนทำได้อย่างมปี ระสิทธิภาพน้อย
4. การสอื่ สารผา่ นอวจั นภาษาทำไดล้ ำบาก การสอนในหอ้ งเรียนปกติ ผสู้ อนส่อื สารถึงผู้เรียนโดยใชท้ ้งั วจั นภาษา
และอวัจนภาษา (น้ำเสียง สีหนา้ ทา่ ทาง) เมือ่ ปรบั มาเป็นการสอน online ผ้เู รียนอาจไม่เห็นสหี นา้ หรือทา่ ทาง
ต่าง ๆ ทำให้การสง่ และรับสารด้อยประสิทธิภาพ
3. แนวทำงกำรพัฒนำคณุ ภำพบทเรยี น online ผูน้ ิพนธ์ขอยกตัวอย่างแนวทางทจี่ ะทำให้ประสบการณ์ของผู้เรยี น
ผ่านระบบ online ดีขนึ้ ที่สามารถทำไดไ้ ม่ยากนัก ดงั น้ี
1. การจดั บทเรยี นผสมผสานทงั้ แบบ synchronous และ asynchronous รว่ มกนั การเรยี นท้งั สองรปู แบบ มีข้อดี
และข้อเสยี แตกต่างกนั หากอาจารยผ์ ูส้ อนออกแบบบทเรียนอย่างเหมาะสม มกี ารใหเ้ นอ้ื หาความร้แู กผ่ เู้ รียนแบบ
asynchronous และมีการนัดหมายมาเข้าเรียนพร้อมกัน(synchronous) ในบางชว่ งเวลา เพ่อื พฒั นาทักษะการ
ประยุกต์ใช้ความรจู้ ะเป็นบทเรยี นท่ดี ึงเอาข้อดขี องทง้ั สองรูปแบบให้เกิดประโยชน์สงู สดุ
2. การส่งเสริมความมีวนิ ยั ในการเรียน asynchronous โดยกำหนดเวลาใหน้ กั ศึกษาเข้าเรยี นและส่งงานเป็นระยะ ๆ
ถงึ แม้การสอนแบบ asynchronous ต้องการใหเ้ กิด flexibility เพอ่ื ใหผ้ ู้เรียนได้ศึกษาตามเวลาท่ีสะดวก แตผ่ สู้ อน
16
ควรกำหนด timeline ในการเขา้ ศึกษาบทเรียนรว่ มด้วย เชน่ บทเรยี นวชิ าหน่ึงมสี ิบครงั้ แต่ละคร้งั มีเวลาสอน 3
ช่ัวโมง อาจารยอ์ าจก าหนดว่า หลังจากอาจารย์เผยแพร่ video บนระบบ Moodle แล้ว ผเู้ รียนตอ้ งเข้าไปศึกษา
video ภายใน 72 ช่ัวโมง เป็นตน้ การก าหนดข้อจ ากัดในลักษณะนี้เพอื่ ให้นักศึกษามีวินยั ทยอยศึกษาบทเรยี นอยา่ ง
สม่ำเสมอ ไม่ไปดู clip ท้ังหมดหนงึ่ คืนก่อนสอบซ่ึงจะเกิดการเรยี นรทู้ ่ีไม่ดี
3. การนำเครอ่ื งมือ online มาชว่ ยดึงให้นักศกึ ษาเข้ารว่ มกิจกรรม
ในขณะทผี่ ้สู อนด าเนินการสอนในรูปแบบ synchronous และต้องการดึงใหผ้ ้เู รียนมีส่วนร่วมคดิ วเิ คราะห์ เสนอ
ความเห็น อาจใช้เครอื่ งมือ online มาใช้ เพื่อใหผ้ ู้เรยี นทุกคนร่วมกิจกรรม เชน่ การตอบคำถามปรนัย การพิมพ์
แสดงความเห็นบน word cloud การ reflection ประเด็นเรียนรู้บน message board เป็นต้น
ตวั อย่างเคร่ืองมือเหล่านี้ เชน่ Kahoot, Socrative, Mentimeter, Padlet, Answergarden
4. การใช้ live streaming ผา่ นทาง facebook live หรือ Youtube live แทนการสอน synchronous
ผ่านระบบ teleconferenceการสอนรปู แบบ synchronous ผา่ น teleconference จะมีประโยชน์มากในกรณที ี่
ต้องมีการอภิปรายแสดงความเหน็ ส่ือสารแบบสองทางตลอดเวลา (เช่น case conference) แตใ่ นกรณีที่อาจารย์
สอนบรรยายเนอื้ หาให้ผเู้ รยี นจำนวนมาก การใช้ระบบ teleconference จะต้องการ Internet bandwidth ที่สูง
ซง่ึ หากผสู้ อนหรือผูเ้ รียนคนใดมคี วามไม่เสถยี รของสัญญาณอนิ เตอร์เนตจะทำให้ประสบการณ์ในการฟงั บรรยายไม่
ราบร่ืนเทา่ ท่ีควร การปรับเปลย่ี นมาใช้ live streaming จะเป็นลกั ษณะเหมือนการแพร่สัญญาณภาพ และเสยี ง
ออกไปทางเดียว ให้ผู้เรียนรบั ชม ซ่ึงโดยทั่วไประบบจะมีการจดั การใหม้ ี buffer (หากสงั เกตจะพบว่ามกี าร delay
สัญญาณทสี่ ่งออกเลก็ น้อย) ซึ่งจะทำให้การรบั ชมมีความราบรื่นกว่า และหากผเู้ รียนมีข้อสงสัยตอ้ งการสอบถาม ก็
อาจจัดหาช่องทางในการส่งคำถามไปให้อาจารยด์ ว้ ยระบบ text messaging ผ่านทาง Line, Facebook
messenger, หรอื chat box ได้
5. การจดั ประสบการณเ์ รยี นรแู้ บบ blended learning มกี ารสอน online ร่วมกับมีการนัดนักศกึ ษามาเขา้
ห้องเรียนเพ่ือฝกึ ประยุกต์ใช้การเรียนในหอ้ งเรยี นเปน็ รปู แบบทีท่ งั้ ผู้สอนและผู้เรียนค้นุ เคยทำได้ง่าย มีการ
ตอบสนองทันทีสามารถดึงความสนใจของผู้เรียนได้ดี แตข่ าดความยืดหยนุ่ ทั้งในแงเ่ วลาและสถานท่ี หาก
สถานการณเ์ อื้ออำนวยให้มีการจัดการเรยี นการสอนในสถานศึกษาได้ การจดั เน้ือหาให้ผเู้ รียนสามารถศึกษาเวลาใด
ทีไ่ หนก็ได้ตามความสะดวก แล้วนดั หมายให้มาเข้าเรยี นพรอ้ มกันเพื่อทำกจิ กรรมประยุกตใ์ ชค้ วามรู้ ถามข้อสงสยั
ในช่วงเวลาสัน้ ๆ จะทำใหผ้ เู้ รยี นได้ประสบการณเ์ รียนรทู้ ี่ดี มเี ทคโนโลยี online เพม่ิ flexibility ในการเรยี น แต่ไม่
ขาด human interaction ในห้องเรยี นดงั้ เดิม
17
เทคโนโลยีการเรียนการสอนผ่านระบบ online จะคงอยู่กับระบบการศึกษาไปอกี นาน การนำเทคโนโลยเี หลา่ นมี้ า
ใช้อยา่ งเหมาะสมจะช่วยส่งเสริมการเรียนร้ไู ด้อย่างมาก ผนู้ ิพนธ์หวงั ว่าเกร็ดความรูต้ า่ ง ๆ ที่ได้นำเสนอในบทความ
น้จี ะเปน็ ประโยชน์ในการวางแผนจดั ประสบการณ์เรียนร้ใู ห้แก่ผู้เรียนในสถานการณ์ COVID-19 รวมถึงหลังจาก
สถานการณ์คล่ีคลายเพื่อให้เกิดการเรยี นรู้ทม่ี ีประสิทธิภาพ
2.4 เอกสารทีเ่ ก่ียวขอ้ งกับ Chat Bot Line
2.4.1 ความหมายของ Chat Bot
ChatBot Line คอื บัญชไี ลนท์ ถี่ กู สรา้ งมาเพื่อสามารถตอบโตก้ ับผใู้ ชไ้ ดอ้ ัตโนมัติ โดยที่เราไมต่ ้องมาน่ังตอบให้เม่ีอ
ยมอื เพราะไมต่ ้องมาตอบคำถามซำ้ ๆวนั ละหลายๆรอบ แต่หลายทา่ นท่เี ป็นมือใหม่ก็ไม่ถนดั แถมยงั กงั วลว่าจะต้อง
เขยี นโคด้ หรอื วา่ เขียนโปรแกรมไหม ต้องบอกเลยวา่ ทำได้ง่ายมากด้วย Line Messaging API และDialogflow ที่ใช้
งานง่ายแต่ถ้าใครไมส่ ะดวกก็สามารถสร้างตามทต่ี ัวเองถนัดได้ แต่ในวันนเี้ ราจะมานำเสนอ ออกแบบ Chat Bot
Line ด้วย Line Messaging API และ Dialogflow ซง่ึ วิธีการกไ็ มย่ ุ่งยากให้ตอ้ งปวดหัว
โดยพอ่ ค้าแม่ค้าคณุ สามารถสร้าง ChatBot Line ใหม้ คี วามสามารถตอบคำถามต่าง ๆ ของลกู ค้า หรือจะ
สร้างขนึ้ มาเพื่อให้บริการดา้ นข้อมูลขา่ วสารได้ ยงิ่ โดยเฉพาะกับธรุ กิจหรอื บริษัทใหญ่ๆ ท่ีจะมีลกู ค้าตดิ ต่อเขา้ มา
ตลอดเวลาในส่วนของ ChatBot Line จะช่วยให้มีความสามารถโต้ตอบกบั ผู้ใช้ได้ตลอดเวลา ซึง่ จะมีประโยชน์
สำหรบั ตอ่ พ่อค้าแมค่ ้ามากเพราะมือใหม่ก็ทำได้ แถม Line Messaging API ก็เขา้ ใจงา่ ยเหมาะกับมือใหมท่ ่ีสดุ แถม
ยังมีเคร่ืองช่วยสดุ เจ๋งท่ีใชง้ านฟรอี ยา่ ง Dialogflow เป็น platform ท่ีมีความยืดหยุ่นสำหรบั สรา้ ง ChatBot Line
ของ Google และสามารถ integrate เขา้ กบั โปรแกรม chat ต่าง ๆ ได้หลากหลาย แถมเราสามารถเพ่มิ แก้ไข หรอื
ลบขอ้ ความตอบกลับผูใ้ ชง้ านได้
สว่ นเร่อื งการทำการตลาดออนไลน์เพ่ือเพิ่มยอดขายกเ็ เสนจะงา่ ยดาย เพราะเปน็ การทำการตลาดออนไลน์
บน Line ท่ีเป็นแพลตฟอร์มยอดนยิ มของคนไทยทบี่ อกได้เลยวา่ ตอบโจทยส์ ุดๆ เพ่ือเพิ่มยอดขายแบบสดุ ๆ เพราะ
แตก่ ่อนทจ่ี ะทำการตลาดออนไลน์ มักจะทำผา่ น Google และ Facebook ซะสว่ นใหญ่ แต่ตอนน้ีการทำการตลาด
ออนไลน์สามารถทำได้ผ่าน LINE ได้แล้วแต่จำเปน็ ต้องมี Line Official Account ซะก่อน ซ่งึ วิธีการสร้าง Line
Official Account ก็ไม่ได้ยาก โดยมขี ัน้ ตอนง่ายๆคือ
สามารถสรา้ งผา่ นทางเวบ็ ไซต์และเเอปพลิเคชน่ั เม่ือเขา้ ผา่ นทางเว็บไซตห์ รือเเอปพลิเคช่นั แล้วใหเ้ ลอื ก
ประเภทบัญชีท่ีเราต้องการได้ว่าเปน็ โดยมสี องแบบคือ บญั ชรี บั รอง (Verified Account) หรือบัญชีทว่ั ไป
(Unverified Account)จากนน้ั ใหก้ รอกข้อมูลเพื่อลงทะเบียนขอ้ มลู บริษทั /ร้านค้า เปน็ อันเสรจ็ สิน้ การสร้างบัญชี
18
Line Official Account จากนั้น Line Official Account ของเรากส็ ามารถทำการตลาดออนไลน์ เพ่ือเพม่ิ การขาย
ไดเ้ เล้ว
2.4.2 Line Messaging API
นบั ว่าไม่ใช่เรอ่ื งยากในการสร้าง Chat Bot Line ถงึ เเมจ้ ะเป็นมอื ใหมก่ ย็ งั สามารถสร้างได้เลย สำหรับการ
ใช้ Line Messaging API กบั Dialogflow ท่สี ามารถนำ LINE Official Account ใหม้ ีความสามารถในการโต้ตอบ
กับผใู้ ช้ไดต้ ลอดเวลา โดยถ้าทำงานผ่าน LINE Messaging API มี 2 รปู แบบ คือ
Push Message : เป็นข้อความท่สี ่งให้ผใู้ ช้ไดต้ ลอดเวลาโดยไม่ต้องรอ request จากทางผู้ใช้งานสง่ ข้อมลู มา
Reply Message : Message ที่สง่ กลับไปให้กับผู้ใชห้ ลงั จากผ้ใู ชส้ ง่ ขอ้ ความมายัง Bot หรือเพ่ิม Bot เป็นเพื่อน
โดยจะใช้สองคร่ืองมือหลักๆอย่าง Line Messaging API กับ Dialogflow ที่ใชง้ านงา่ ยอกี ท้ังรองรับการ
สร้างแชทบอทหลายแพลตฟอร์ม หมายความวา่ สร้างเพียงคร้งั เดียวแต่นำไปใชไ้ ดห้ ลายแพลตฟอร์มแน่นอนวา่ ยังมี
อกี หลายโปรแกรมทส่ี ามารถสรา้ ง Chat Bot Line ได้แตล่ ะโปรแกรมกจ็ ะมจี ุดเด่นจดุ ด้อยแตกต่างกันออกไปโดยใน
วนั นีจ้ ะมาเเนะนำให้มือใหมห่ ลายๆทา่ นลองดูกนั ก่อนว่าไอ้เจ้าโปรแกรมสองตัวน้มี ีจุดเด่นจดุ ด้อยอะไรกนั บา้ งเเละ
การใช้งาน Line Messaging API กบั Dialogflow จะใชง้ านยากง่ายกันแค่ไหน
จุดเด่นของ Dialogflow
นำไปใช้ไดห้ ลาย Platform ไม่วา่ จะเปน็ Line,messenger ,web ฯลฯ
รองรบั การทำ Natural Language understandingไมจ่ ำเปน็ ทจี่ ะต้องเขียนโปรแกรมรองรบั จำนวนข้อความในชว่ ง
พคี ๆได้ 600 ข้อความต่อนาทหี น้าท่ีหลักของมันก็คอื ตอบคำถามโดยจบั ใจความและสอ่ื สารแบบง่ายๆ ดังนัน้ จะ
ตอบโจทย์มากสำหรบั คนที่ทำธรุ กิจ การใช้งานค่อนขา้ งตอบสนองได้อย่างรวดเรว็ ท่ีสำคัญฟรีดว้ ย
จุดเดน่ ของ Line Messaging API
โตต้ อบลูกคา้ ได้ทันที ไม่ต้องมี admin คอยตอบคำถามสามารถนำเสนอข้อมลู ในรูปแบบท่นี ่าสนใจ ไมใ่ ช่
แค่ข้อความอยา่ งเดียวสามารถดึงข้อมลู สินคา้ จาก API หรือ Database ได้สามารถเข้าใจภาษามนุษย์ได้ (ทำงาน
รว่ มกบั NLP เช่น Dialogflow)
หน้าท่หี ลักของ LINE Messaging API ก็คอื ตวั กลางที่เอาไวเ้ ชือ่ มต่อเรากบั ผู้ใช้ LINE Chat ทำใหเ้ รา
สามารถส่ง message หา user คนอนื่ ๆ ที่ add account เราเป็นเพือ่ น แต่ก็ตอ้ งอาจจะใช้พ้นื ฐานด้านการเขยี น
โปรแกรมด้วย ในโปรแกรมท้ังสองตัวสามารถส่งข้อความไปยงั ผใู้ ชไ้ ด้ สง่ ข้อความโต้ตอบผใู้ ช้ rich content ได้ เช่น
image, audio, video, button, carousel เป็นตน้ โดยเราสามารถต้ังคา่ ไว้ไดเ้ ลย ข้อดีของการสร้าง Chat Bot
19
Line คือ เพ่ิมความพึงพอใจใหก้ บั ลูกคา้ เพราะการตอบคำถามท่ีสงสยั ไดท้ ันที จะช่วยให้การตดั สินใจซ้ือนั้นเร็วขึ้น
เกบ็ ข้อมลู ลกู ค้าได้อัตโนมตั ิ สามารถเก็บข้อมูลของลูกค้าแบบรายคนได้เขา้ ใจพฤติกรรมของลกู ค้าแตล่ ะคนไดด้ ีมาก
ข้นึ คา่ ใชจ้ า่ ยลดลงแต่กำไรมากข้ึนอเนกประสงค์ ใช้สำหรบั การบริการลกู คา้ หลังการขาย การทำการตลาดหรือการ
ทำโฆษณา
ดงั นน้ั Chat Bot Line จึงถอื เปน็ การทำการตลาดท่ีสำคัญมากในไทยโดยต้องทำผา่ น Line Official
Account ซึ่งจะแตกต่างกับการทำการตลาดบน line@ หรอื LINE OA ซึง่ ตวั line@ หรือ LINE OA กจ็ ะมฟี เี จอร์
(Feature) มากมายท่จี ะชว่ ยสง่ เสริมการทำ Line Marketing ท่ีจะชว่ ยใหล้ ูกคา้ รูจ้ กั และเอ้ือประโยชน์ให้กับเหล่า
พอ่ ค้าแม่คา้ ออนไลน์ มีคนใช้ LINE เยอะอนั ดบั สองของโลก ทำโน่นทำน่ไี ด้มากมายโดยไมต่ อ้ งโหลดแอปเพ่ิมแม้แต่
ตัวเดยี วแต่ถา้ เราอ่านแล้วกย็ งั งงๆจนไม่เขา้ ใจคณุ ก็สามารถเลอื กใช้บรกิ ารทีป่ รึกษา บริการ Chat Bot Line
Official ทมี่ ผี เู้ ชีย่ วชาญอยา่ ง Advanced iService คอยให้คำปรึกษา ที่มีบรกิ ารChatbot Line Official ปรึกษา
ฟรี ไมม่ ีคา่ ใชจ้ า่ ย เป็นผู้ช่วยใน การสรา้ งบรกิ ารChatbot Line Official สรา้ งข้อความท่ัวไป สตกิ เกอร์ และมีความ
พิเศษที่เราสามารถสง่ ข้อมลู ในรูปแบบอ่ืนได้ ทั้ง คูปอง ริชเมนู ริชเมสเซจ บรอดแคส และยังรองรับบริการเสรมิ ดีๆ
ตา่ งๆอีกมากมาย เพราะฉะนั้นหากคุณอยากมี Chatbot Line เป็นของตัวเอง Advanced iService ก็มี บริการรับ
ทำ Chatbot และ รบั ทำ Line Official ควบคูก่ ันไปด้วยฉะนัน้ อย่ารอชา้ มาสร้างChatbot Lineของตัวเองกนั ได้เลย
2.4.3 Google Apps Script
สำหรับคนทใ่ี ช้งาน Google Apps for Business อย่จู ะทราบดวี ่า Google Apps for Business เป็นชดุ
เครื่องมือในการสื่อสารและทำงานร่วมกัน (messaging and collaboration) ซึง่ ช่วยใหก้ ารทำงานมีประสทิ ธภิ าพ
มากขนึ้ ประกอบไปด้วย service หลัก ได้แก่
Google Mail: สำหรบั การตดิ ตอ่ ผ่านอีเมล
Google Calendar: ระบบการนดั หมายดว้ ยตารางปฏิทิน
Google Docs and Drive: เอกสารออนไลนร์ วมถึง cloud storage
Google Sites: เวบไซต์สำเรจ็ รปู สร้างไดโ้ ดยไม่ต้องเขยี น HTML
Google Groups: สำหรบั สรา้ งท่อี ยู่ของกลุ่มเพือ่ ใหต้ ิดต่อกนั ไดส้ ะดวก
20
Google Apps Vault: ห้องนิรภัยสำหรบั เก็บอีเมลขององค์กรคุณให้ปลอดภยั
นอกเหนือจาก service หลกั ดังท่ีกล่าวมาแล้วน้นั ลกู คา้ Google Apps for Business ยงั สามารถใช้งาน
service อื่นๆ จาก Google ได้ โดยใช้บัญชีเดยี วกันเขา้ ใชง้ าน service ตา่ งๆ จาก Google เชน่ Google Maps,
Blogger, Analytics และอนื่ ๆ
ใน service เสรมิ เหล่าน้ี มี service อย่ตู วั หนึ่งช่ือ Google Apps Script วนั น้ีเราจะมาทำความร้จู ักกบั service
Google Apps Script คืออะไร?
ทห่ี นา้ เวบของ Google Apps for Business มีคำอธบิ ายส้นั ๆ ของ Google Apps Script
วา่ JavaScript cloud scripting language for task automation หากเข้าไปดูหนา้ เวบของ Google Apps
Script ในสว่ นของ overview กจ็ ะมีคำอธิบายว่า
21
Google Apps Script is a scripting language based on JavaScript that lets you do new and cool
things with Google Apps like Docs, Sheets, and Forms. There's nothing to install — we give you a
code editor right in your browser, and your scripts run on Google's servers.
ถ้าจะอธิบายอยา่ งง่ายๆ อาจจะพูดไดว้ ่า Google Apps Script คอื การใชง้ าน Google Apps โดยการสง่ั งานผา่ น
scriptอธิบายเพ่มิ เติม โดยปกติเราจะใชง้ าน Google Apps ผา่ นอุปกรณต์ ่างๆ เช่น PC, smartphone ซ่ึงตอ้ ง
ใช้ "คน" ในการสัง่ งาน เชน่ การเขยี นอเี มล, การทำตารางนัดหมาย หรือการแกไ้ ขเอกสารออนไลน์ แตห่ ากเรา
ทำงานผ่าน Google Apps Script วธิ กี ารใช้งานจะเปลย่ี นจากเดิมต้องใช้ "คน" กลายเป็นการใช้ "script" เพื่อให้
เกดิ การกระทำต่างๆ แทนเราไดโ้ ดยทเี่ ราไม่ตอ้ งอยู่หน้าคอมพิวเตอรเ์ พ่ือส่งั งาน
Google Apps Script ทำงานไดม้ ากนอ้ ยแค่ไหน?
หากตอ้ งการทราบขอบเขตความสามารถของ Google Apps Script สามารถเข้าไปดูรายการทงั้ หมดไดท้ หี่ น้าเวบ
ของ Google Apps Script หัวข้อ REFERENCE จะพบว่า Google Apps Script สามารถทำงานไดห้ ลากหลาย
และครอบคลุมการใชง้ านสว่ นใหญ่
ในเบอื้ งตน้ เราสามารถอนุมานได้วา่ การกระทำใดๆ ก็ตามทีเ่ ราสามารถสั่งงานผา่ นหน้าเวบของ Google Apps ได้
กน็ ่าจะใช้ Google Apps Script ส่ังงานแทนไดเ้ ช่นกัน
22
หว้ ขอ้ REFERENCE ในกรอบสแี ดง จะแสดง service ทัง้ หมดทใี่ ชง้ านได้จาก Google Apps Script
ตวั อยา่ งการใช้ Google Apps Script
การสง่ email โดยใสช่ อ่ื ผรู้ ับในเนอื้ หาและกำหนดเวลาสง่ ใหต้ รงกบั วันเกดิ ของผูร้ ับ หากใช้คนทำ คนคน
น้ันจะตอ้ งตรวจข้อมูลวา่ วนั น้ีจะตอ้ งส่งเมลหาใครบ้าง และตอ้ งคอยแก้ช่ือในเนื้ออีเมลเปน็ ชือ่ ของผู้รบั หากใช้
Google Apps Script จะช่วยลดเวลาและความผิดพลาดจากคนได้แจง้ เตือนการ submit Google Form ไปยัง
ผรู้ ับที่กำหนด เชน่ แบบฟอร์มตดิ ตอ่ บริษัท หากใชค้ นทำ คนนั้นจะต้องคอยดูตรวจผล submit form แล้วสง่ อเี มล
ไปหาแบบ manual ซง่ึ จะล่าชา้ กวา่ หากใช้ Google Apps Script เมอ่ื มกี าร submit form จะอเี มลพรอ้ มข้อมูล
เบ้ืองตน้ (รวมถึงไฟล์แนบ) สง่ กลับไปยงั คนท่ี submit form ทนั ที แจง้ เตือนผูใ้ ช้งานตามเง่ือนไขใน Google Sheet
เช่น ใช้ Google Sheets ในการจองเลขทเี่ อกสาร หากไม่มกี าร update ขอ้ มลู เกนิ กำหนด 7 วนั หลงั จากเรม่ิ ขอ
เลข จะตอ้ งแจง้ เตอื นทางอีเมลหากใช้คนทำ คนน้นั จะตอ้ งมาคอยตรวจสอบ ว่าใครยังไม่ update ข้อมูลบา้ ง และ
เกนิ 7 วนั หรือยัง จากน้ันตอ้ งสง่ อีเมลไปตาม ซง่ึ มโี อกาส "หลุด" สูงหากใช้ Google Apps Script สามารถสงั่
ตรวจสอบได้ทุกระยะตามท่ีเรากำหนด (เชน่ วนั ละครั้ง)งานใดๆ ก็ตามท่ีต้องทำซ้ำๆ และมรี ปู แบบท่แี น่นอนหากใช้
คนทำ งานนนั้ จะอิงอยกู่ ับคน ต้องเสยี resource ของคนนั้นเพ่อื มาทำงาน และมีโอกาสผิดพลาดสูง
23
หากใช้ Google Apps Script ไม่ตอ้ งใชค้ น ทำงานไดต้ รงตามเวลา (ไม่มีการลาป่วย หรือลาพักร้อน) และมีความ
แมน่ ยำสงู
2.4.4 วธิ ีสร้างแชทบอทสำหรับ LINE
1. ภาพรวมขน้ั ตอนลงทะเบียน LINE bot (Messaging API)
2. กำหนดคา่ Webhook
3. ลบคำตอบเรมิ่ ตน้
4. เพิ่ม LINE บอทของคุณเป็นเพอ่ื นใหม่โดยใช้คิวอารโ์ คด้
ลงทะเบียน LINE Bot (Messaging API)
คุณสามารถดบู ทแนะนำอย่างเป็นทางการเกี่ยวกบั วธิ ีสรา้ งช่องได้ ท่นี ี่
กอ่ นอนื่ ให้สรา้ งบญั ชีนักพัฒนาซอฟตแ์ วร์ ท่นี ี่ โยจะต้องมบี ัญชี LINE ดว้ ย
เมือ่ ลงทะเบยี นแลว้ ให้เลือก "สรา้ งผ้ใู หบ้ รกิ ารใหม"่ และตั้งช่อื
24
สำหรบั ขน้ั ตอนต่อไปใหค้ ลิกที่ "สรา้ งชอ่ ง API การสง่ ข้อความ" คณุ จะสามารถเชอื่ มโยงแชทบอทกบั LINE ไดท้ ่นี ่ี
ปอ้ นคำอธิบายสำหรับ chatbot ของคุณและข้อมูลอ่ืน ๆ ที่คุณต้องการแสดง
25
กรอกข้อมูลในฟลิ ด์ทจี่ ำเป็นท้ังหมดแลว้ กด "สร้าง"
ในหนา้ ถัดไปคุณจะสามารถแกไ้ ขรายละเอยี ดชอ่ งของคณุ และรับคยี ์ "ความลับของช่อง" ได้
เล่ือนไปที่ด้านล่างของหน้าและคัดลอกคีย์เราจะต้องใชส้ ำหรบั ขัน้ ตอนต่อไป
สำหรับขั้นตอนต่อไปให้ไปท่แี ทบ็ "Messaging API" ของหนา้
ทนี่ เ่ี ราจะสามารถต้งั คา่ "Webhook URL" และสรา้ งโทเค็นการเขา้ ถึง
ก่อนอน่ื ให้เล่ือนลงไปดา้ นล่างเพ่ือไปทสี่ ว่ น "โทเคน็ การเข้าถงึ ช่อง"
กด "ปัญหา" เพอื่ สร้างโทเคน็ การเขา้ ถงึ ช่องของคณุ เราจะต้องใชค้ ยี น์ ้ดี ้วย
กำหนดคา่ Webhook
เม่อื คุณคดั ลอกท้งั คยี ์ "Channel access token" และ "Channel secret" แลว้ เราสามารถป้อนคา่ เหล่านนั้ ลงใน
แพลตฟอรม์ ได้โปรดลงช่ือเข้าใชบ้ ญั ชี ChatCompose ของคณุ ไปท่ี "การรวมระบบ" และคลกิ ที่ " LINE " คุณจะ
เข้าส่หู น้าการกำหนดค่า LINE ท่นี ค่ี ุณสามารถป้อนสองคยี ท์ ี่เราคดั ลอกมาจากข้ันตอนก่อนหน้านี้ คัดลอกไปยัง
ฟิลด์ที่สอดคลอ้ งกนั และบนั ทึก
26
คณุ จะต้องใช้ URL ของ Webhook ท่ใี ห้ไว้ในหน้านดี้ ว้ ย คัดลอกกลบั ไปท่ี LINE Console ไปท่กี ารตั้งคา่
Webhook ทแ่ี ทบ็ "Messaging API"ป้อน webhook ท่เี รามีให้ในคอนโซลแลว้ กดบันทึก ตรวจสอบให้
แน่ใจวา่ ไดต้ รวจสอบในภายหลงั เปดิ ใชง้ าน webhook ดว้ ย
ลบคำตอบเริ่มต้น
โดยคา่ เริ่มตน้ LINE จะตอบกลบั เองเมื่อมคี นเพ่ิมช่องของคุณและสง่ ข้อความ
เนื่องจากเราจะใช้ ChatCompose เพอ่ื จดั การงานเหลา่ นั้นเราจงึ สามารถลบคา่ เรมิ่ ตน้ ได้ที่
"Messaging API" คุณจะพบส่วน "คณุ สมบัตขิ องบัญชีทางการของ LINE " แกไ้ ข
27
ปิดใช้งาน "ขอ้ ความตอบกลับอัตโนมตั ิ" และ "ข้อความทักทาย" และเปิดใชง้ าน "Webhooks" โดยกดป่มุ แก้ไข
การกำหนดค่าเรมิ่ ต้น
คณุ ยงั สามารถต้งั ค่าข้อความและสคริปต์เริ่มต้นสำหรับแชทบ็อตของคณุ ได้โดยไปท่ีตดิ ตั้ง > ทั่วไป เขยี นข้อความ
เร่มิ ตน้ ของคณุ และเลือกสคริปตเ์ รมิ่ ตน้ ของคุณ สิ่งเหล่านจ้ี ะแสดงทุกครัง้ ท่ผี ูใ้ ช้ใหม่เพ่มิ แชทบอทของคณุ
เพิม่ LINE บอทของคณุ เปน็ เพือ่ นใหม่โดยใช้ควิ อารโ์ คด้ ในแทบ็ "Messaging API" คณุ จะพบรหัส QR สแกนด้วย
แอพ LINE บนมือถอื ของคณุ เพือ่ เพ่มิ ช่องคณุ ควรได้รบั ขอ้ ความหรอื สคริปตเ์ ริ่มตน้ ของแชทบอ็ ตของคุณ
28
ขอ้ จำกัด
LINE สามารถแสดงอักขระได้เพียง 20 ตัวจากคอมโพเนนต์ตัวเลือกของคุณ ดงั นั้นอย่าลมื ตดิ ป้ายกำกับตวั เลือก
ของคุณด้วยอักขระน้อยกวา่ 20 ตวั
LINE จะสามารถแสดงสว่ นประกอบรปู ภาพเอกสารและวิดีโอของคุณสำหรบั นามสกลุ ต่อไปนเี้ ทา่ น้นั : JPG, JPEG,
PNG, PDF, MP3 และ MP4 ไมอ่ นุญาตใหใ้ ชส้ ่วนประกอบ HTML LINE ไม่ใช่เบราวเ์ ซอร์ดงั นั้นจึงไม่สามารถแสดง
โค้ด HTML ได้
แหล่งทม่ี า : https://www.chatcompose.com/th/line.html
29
2.5 เอกสารทเ่ี ก่ยี วข้องกบั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
2.5.1 ความหมายของผลสัมฤทธทิ์ างการเรียน
การวดั ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นเป็นการตรวจสอบความรู้ ทกั ษะและสมรรถภาพทางสมองด้าน
ตา่ ง ๆ ยกเวน้ ทางด้านร่างกาย อารมณ์ สงั คม และการปรับตวั ทนี่ ักเรียนไดร้ ับจากการอบรมสั่งสอนของครู ซึง่
สว่ นมากจะเป็นวิธีการสอนของครู
กู๊ด (Good, 1973 : 7) กล่าวว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหมายถึงการเข้าถึงความรู้ (Known
ledge Attained) หรือการพัฒนาทักษะในการเรียนซึ่งอาจพิจารณาจากคะแนนสอบที่กำหนดให้คะแนนที่ได้จาก
งานที่ครูมอบหมายให้หรือทั้งสองอย่าง
วิลสัน (Willson, 1971 : 643) กล่าวว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหมายถึงความสามารถทาง
สติปัญญา (Cognitive Domain) ในการเรียนรู้คณิตศาสตร์ซึ่งเป็นผลของการเรียนรู้คณิตศาสตร์ที่ประเมิน
พฤติกรรมด้านสติปัญญาในการเรยี นรคู้ ณิตศาสตรอ์ อกมาเป็นระดับความสามารถ
ชลากร ณัฎฐปัญญามาศ (2559: 9) กล่าวว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหมายถึงคะแนนความรู้
ความเข้าใจและความสามารถของนักเรียนในการเรียนซึ่งวัดได้จากแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
คณิตศาสตรใ์ นแบบเลอื กตอบ 4 ตวั เลือกทีผ่ วู้ ิจัยสรา้ งข้นึ
นันทพร จ่าชัย (2554 : 8) กลา่ ววา่ ผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนหมายถึงความสามารถทางการเรียนรู้
ของนกั เรียนโดยพจิ ารณาจากคะแนนทไ่ี ดจ้ ากการทดสอบหลงั ส้นิ สดุ การทดลองโดยใชแ้ บบทดสอบทีผ่ วู้ ิจัยสรา้ งข้นึ
พลูทรัพย์ อาจศรัตรู (2553 : 8) กล่าวว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหมายถึงความสามารถในการ
เรียนรู้ของนักเรียนจากการเรยี นรูซ้ ึง่ ประเมินได้จากคะแนนการทดสอบวดั ผลสัมฤทธิ์หลังเรียนโดยใชแ้ บบทดสอบ
วัดการเรยี นรทู้ ่ีผู้วจิ ยั สรา้ งขึ้น
สรุปได้ว่าความหมายของผลสัมฤทธิ์ในการเรียนนั้นหากพิจารณาตามจุดมุ่งหมาย และลักษณะ
ของเนื้อหาวิชาจะมีการวัดสองด้านคือการวัดในด้านปฏิบัติและการวัดในด้านเนื้อหาซึ่งต้องอาศัยเครื่องมือในการ
วัดหลายชนิดเข้ามาช่วยจึงจะสามารถวัดได้อย่างถูกต้องและครบถ้ วนการวัดผลสัมฤทธิ์ในการเรียนโดยเฉพาะท่ี
เกี่ยวกับการวัดในด้านเนื้อหาที่ต้องการใช้สมรรถภาพทางสมองเช่นความรู้ความเข้าใจความสามารถในการ
วิเคราะห์สังเคราะห์ความสามารถในการตัดสินใจอย่างมีเหตุผลเครื่องมือที่เหมาะสมและที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือ
แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิ
30
บทท่ี 3
วิธีการดำเนินการวิจัย
การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ศึกษา เรื่องการพัฒนาระบบตอบกลับ และแจ้งข้อมูลด้านการศึกษาอัตโนมัติผ่าน
Chat Bot สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดหนองใหญ่ สำนักงานเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร
โดยมีรายละเอยี ดเกีย่ วกับการดำเนินการวิจยั ดังน้ี
3.1 ประชากรและกลมุ่ ตัวอย่าง
3.2 ตัวแปรทีป่ รกึ ษา
3.3 ระยะเวลาท่ใี ช้ในการดำเนินงานวิจยั
3.4 เคร่อื งมอื ทใ่ี ช้ในการวจิ ยั
3.5 ขั้นตอนการสร้างเครอ่ื งมอื และการหาคุณภาพ
3.6 การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ของเครอ่ื งมอื
3.7 ขั้นตอนและวธิ กี ารดำเนนิ งาน
3.1 ประชากรและกลมุ่ ตัวอยา่ ง
ประชากร
นกั เรยี นชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 โรงเรยี นวัดหนองใหญ่ สำนกั งานเขตสายไหม กรงุ เทพมหานคร
ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564 จำนวน 4 หอ้ งเรยี น จำนวน 156 คน
กล่มุ ตัวอยา่ ง
นกั เรยี นชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1 โรงเรียนวดั หนองใหญ่ สำนกั งานเขตสายไหม กรงุ เทพมหานคร
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 1 หอ้ งเรียน จำนวน 36 คน ซึ่งได้จากการสุ่มอย่างแบบเจาะจง
3.2 ตัวแปรทีศ่ กึ ษา
ตวั แปรตน้ คือ การพฒั นาระบบตอบกลับ และแจง้ ข้อมูลด้านการศึกษาอตั โนมัติ ผ่าน Chat Bot
ตวั แปรตาม คอื ผลของการใช้งานระบบแชทบอท (Chatbot) สำหรับนกั เรยี นชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 1
ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564 โรงเรยี นวดั หนองใหญ่ สำนักงานเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร
31
3.3 ระยะเวลาท่ีใช้ในการดำเนินงานวิจัย
ระยะเวลาที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ดำเนินการทดลองในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 และใช้เวลาใน
การทดลองปฏิบัตงิ าน 16 สัปดาห์ เร่ิมตงั้ แตว่ ันที่ 14 พฤศจิกายน 2564 ถึง 5 มีนาคม 2565
3.4 เครอ่ื งมอื ท่ีใช้ในการวิจยั
การสร้างเครื่องมือในการวจิ ยั ผู้วจิ ยั ไดด้ ำเนนิ การสรา้ งเครอ่ื งมอื ทใ่ี ช้ ดังตอ่ ไปนี้
1. แชทบอต ครฝู ึกสอนสำหรับนักเรยี น ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 โรงเรียนวัดหนองใหญ่
1.1 ฮารด์ แวร์
- คอมพวิ เตอร์
- โทรศัพท์มือถือ
1.2 ซอฟแวร์
- โปรแกรม Microsoft Word/ PowerPoint
- แอพพลิเคชนั่ LINE
- Adobe Illustrator
2. แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อการใช้งานแชทบอตครูฝึกสอนสำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่1
มเี กณฑ์ประเมินความพึงพอใจ 3 ดา้ น คอื ด้านเน้อื หา ดา้ นการใชง้ าน และการนำไปใช้ประโยชน์ ซึ่งแบบประเมิน
เป็นแบบมาตราสว่ นประมาณค่า (RatingScale) ตามวิธขี องลิเคริ ์ท (Likert Scale)
3.5 ขั้นตอนการสรา้ งเครือ่ งมอื และการหาคุณภาพของเครื่องมอื
การสร้างระบบ Chatbot ใน Application LINE Official Account โดยมขี ัน้ ตอนการสรา้ ง ดังนี้
1. ลงทะเบยี น LINE bot (Messaging API)
2. กำหนดค่า Webhook
3. ลบคำตอบเร่มิ ตน้
4. เพมิ่ LINE บอตเปน็ เพ่ือนใหมโ่ ดยใชค้ วิ อาร์โค้ด
32
ลงทะเบียน LINE Bot (Messaging API)
สรา้ งบัญชีนกั พัฒนาซอฟตแ์ วร์ โดยจะต้องมบี ญั ชี LINE ดว้ ยเมอ่ื ลงทะเบยี นแล้วใหเ้ ลอื ก สร้างผใู้ ห้บริการ
ใหม่ และตั้งชอื่
ภาพที่ 3.1 การสร้างระบบ Chatbot ใน Application LINE Official Account (1)
ภาพท่ี 3.2 การสร้างระบบ Chatbot ใน Application LINE Official Account (2)
สำหรบั ข้ันตอนตอ่ ไปใหค้ ลกิ ที่ สรา้ งชอ่ ง API การส่งขอ้ ความ จะสามารถเชอ่ื มโยงแชทบอทกับ LINE ได้
33
ภาพท่ี 3.3 การสรา้ งระบบ Chatbot ใน Application LINE Official Account (3)
ปอ้ นคำอธบิ ายสำหรบั chatbot ของและข้อมลู อ่นื ๆ ที่ต้องการแสดง
ภาพที่ 3.4 การสรา้ งระบบ Chatbot ใน Application LINE Official Account (4)
กรอกข้อมลู ในฟิลด์ที่จำเป็นทั้งหมดแล้วกด สร้างในหนา้ ถัดไปจะสามารถแก้ไขรายละเอียดช่องของและรับ
คยี ์ ความลับของช่อง ได้จากนั้นเลอ่ื นไปท่ีด้านล่างของหนา้ และคัดลอกคีย์เราจะตอ้ งใช้สำหรบั ขั้นตอนต่อไป
34
ภาพท่ี 3.5 การสร้างระบบ Chatbot ใน Application LINE Official Account (5)
สำหรบั ขัน้ ตอนต่อไปให้ไปท่ีแท็บ Messaging API ของหนา้ เราจะสามารถต้ังค่า Webhook URL และ
สรา้ งโทเค็นการเขา้ ถึงกอ่ นอ่ืนให้เลื่อนลงไปด้านล่างเพื่อไปที่ส่วน โทเคน็ การเข้าถงึ ช่อง
ภาพท่ี 3.6 การสรา้ งระบบ Chatbot ใน Application LINE Official Account (6)
กด ปัญหา เพื่อสรา้ งโทเคน็ การเขา้ ถงึ ช่องของ เราจะต้องใช้คยี ์น้ดี ้วย
35
กำหนดคา่ Webhook
เมือ่ คัดลอกท้งั คยี ์ Channel access token และ Channel secret แล้วเราสามารถป้อนค่าเหล่าน้นั ลงใน
แพลตฟอร์มได้ โปรดลงชื่อเข้าใช้บัญชี ChatCompose ของไปที่ การรวมระบบ และคลิกที่ LINE จะเข้าสู่หน้า
การกำหนดค่า LINE สามารถปอ้ นสองคีย์ท่ีเราคัดลอกมาจากขั้นตอนก่อนหน้าน้ี คัดลอกไปยังฟิลด์ที่สอดคล้องกัน
และบนั ทกึ
ภาพที่ 3.7 การสรา้ งระบบ Chatbot ใน Application LINE Official Account (7)
จะต้องใช้ URL ของ Webhook ที่ให้ไว้ในหน้านี้ด้วย คัดลอกกลับไปท่ี LINE Console ไปที่การตั้งค่า
Webhook ที่แท็บ Messaging API ป้อน webhook ที่เรามีให้ในคอนโซลแล้วกดบันทึก ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้
ตรวจสอบในภายหลัง เปิดใชง้ าน webhook ด้วย
36
ภาพที่ 3.8 การสรา้ งระบบ Chatbot ใน Application LINE Official Account (8)
ลบคำตอบเร่ิมตน้
โดยค่าเริ่มต้น LINE จะตอบกลับเองเมื่อมีคนเพิ่มช่องของและส่งข้อความเนื่องจากเราจะใช้ Chat
Compose เพื่อจัดการงานเหล่านั้นเราจึงสามารถลบค่าเริ่มต้นได้ที่ Messaging API จะพบส่วน สมบัติของบัญชี
ทางการของ LINE แก้ไข
ภาพที่ 3.9 การสรา้ งระบบ Chatbot ใน Application LINE Official Account (9)
ปดิ ใช้งาน ขอ้ ความตอบกลับอัตโนมตั ิ และ ขอ้ ความทกั ทาย และเปิดใช้งาน Webhooks โดยกดปุ่มแกไ้ ข
37
ภาพที่ 3.10 การสรา้ งระบบ Chatbot ใน Application LINE Official Account (10)
การกำหนดคา่ เร่ิมตน้
ยังสามารถตั้งค่าข้อความและสคริปต์เริ่มต้นสำหรับแชทบ็อตของได้โดยไปที่ติดตั้ง> ทั่วไป เขียนข้อความเริ่มต้น
ของและเลอื กสครปิ ต์เริ่มต้นของ ส่ิงเหลา่ นีจ้ ะแสดงทกุ ครงั้ ทีผ่ ู้ใชใ้ หมเ่ พ่ิมแชทบอทของ
ภาพท่ี 3.11 การสร้างระบบ Chatbot ใน Application LINE Official Account (11)
38
เพม่ิ LINE บอทของเป็นเพอื่ นใหมโ่ ดยใช้คิวอาร์โคด้
ในแท็บ Messaging API จะพบรหัส QR สแกนด้วยแอพ LINE บนมือถือของเพื่อเพิ่มช่องควรได้รับ
ข้อความหรอื สครปิ ต์เร่มิ ต้นของแชทบ็อต
ภาพท่ี 3.12 ระบบ Chatbot ใน Application LINE Official Account (12)
39
ภาพท่ี 3.13 ระบบ Chatbot ใน Application LINE Official Account (13)
40
ภาพท่ี 3.14 ระบบ Chatbot ใน Application LINE Official Account (14)
3.6 การเก็บรวบรวมขอ้ มูลของเคร่อื งมือ
1. รวบรวมข้อมูลจากเอกสาร เช่น หนังสือ รายงานวิจัย วิทยานิพนธ์ บทความ สิ่งพิมพ์ต่างๆ
เป็นตน้ การสรา้ งระบบ Chatbot ใน Application LINE Official Account
2. สร้างระบบ Chatbot ใน Application LINE Official Account เพอ่ื ชว่ ยตอบคำถามด้านการ
เรียน ของนกั เรยี นชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 โรงเรยี นวดั หนองใหญ่ สำนกั งานเขตสายไหม กรงุ เทพมหานคร
41
3. ใช้ระบบ Chatbot ใน Application LINE Official Account เพื่อช่วยตอบคำถามด้านการ
เรียน ของนักเรียนชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวดั หนองใหญ่ สำนกั งานเขตสายไหม กรงุ เทพมหานคร
3.7 ขัน้ ตอนและวิธกี ารดำเนนิ งาน
ขนั้ ตอนการดำเนินงาน สัปดาห์
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16
1) กำหนดข้อมลู
2) กำหนดแหล่งข้อมลู
3) เลอื กกล่มุ ตวั อยา่ ง
4) เลอื กวิธีการเกบ็ รวบรวม
ขอ้ มลู
5) ปรกึ ษาอาจารย์ที่ปรึกษา
6) สรา้ งระบบ Chatbot ใน
Application LINE Official
Account
6) นำระบบ Chatbot ใน
Application LINE Official
Account ไปทดลองใช้
7) นำระบบ Chatbot ใน
Application LINE Official
Account ไปใชก้ บั นกั เรยี น
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 1
โรงเรยี นวดั หนองใหญ่
สำนักงานเขตสายไหม
กรงุ เทพมหานคร
8) สรุปและจัดทำรายงาน
วิจัย
ตารางท่ี 3.1 ขน้ั ตอนและวธิ กี ารดำเนินงาน
42
บทที่ 4
ผลการวเิ คราะหข์ ้อมูล
การศึกษาวจิ ยั ครัง้ น้ี ผวู้ จิ ยั มวี ัตถุประสงค์ เพ่ือศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น ในระดบั ช้นั
มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ของภาคเรียนที่ 1 และภาคเรยี นที่ 2 การจดั การเรียนรโู้ ดยการพฒั นาระบบตอบกลับ และแจ้ง
ขอ้ มลู ด้านการศึกษาอัตโนมัติผา่ น Chat Bot โดยผ้วู จิ ัยไดเ้ สนอผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู ตามลำดับขั้นตอน ดงั นี้
4.1 สัญลักษณ์ท่ีใช้ในการนำเสนอผลการวเิ คราะห์ขอ้ มลู
4.2 ลำดบั ขนั้ ตอนในการเสนอผลการวิเคราะหจ์ ้อมลู
4.3 ผลการวิเคราะหข์ ้อมลู
4.1 สัญลกั ษณท์ ่ใี ชใ้ นการนำเสนอผลการวเิ คราะหข์ ้อมูล
ผู้วิจยั ได้ศึกษาคน้ ควา้ ได้กำหนดความหมายของสญั ลักษณ์ในการนำเสนอผลการวเิ คราะห์ขอ้ มูล เพื่อให้
เกิดความเขา้ ใจตรงกนั ในการสอ่ื ความหมายของข้อมูลตรงกัน ดังนี้
N แทน จำนวนกลมุ่ ตวั อย่าง
X̅ แทน ค่าเฉลยี่
S.D. แทน สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
t แทน คา่ สถติ ิทจ่ี ะใชเ้ ปรยี บเทียบค่าวกิ ฤตเพื่อทราบความมนี ยั สำคัญ
D แทน ผลต่างระหวา่ งคะแนนแต่ละคู่
4.2 ลำดบั ข้นั ตอนในการเสนอผลการวิเคราะห์ขอ้ มูล
ผ้วู จิ ัยได้ดำเนนิ การวิจยั ตามขั้นตอนดงั ต่อไปนี้
ตอนที่ 1 วเิ คราะห์ขอ้ มลู กล่มุ ตัวอยา่ ง
ตอนที่ 2 วิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในภาคเรียนที่ 1และภาคเรียนที่ 2
ด้วยการพัฒนาระบบตอบกลับ และแจง้ ข้อมูลด้านการศึกษาอตั โนมตั ผิ ่าน Chat Bot สำหรับนกั เรียนชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี
1
43
4.3 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูล
ผลการนำเสนอผลการวิเคราะหข์ อ้ มลู และการแปลข้อมูลผู้วิจัยไดเ้ สนอตามลำดับดงั น้ี
ตอนท่ี 1 วเิ คราะหข์ ้อมูลกลมุ่ ตวั อย่าง
การวิจัยในคร้ังนี้กลมุ่ ตัวอยา่ งเป็นนักเรียนช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 จำนวน 36 คน
N = 36
ตอนที่ 2 วเิ คราะห์เปรียบเทยี บผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียนในภาคเรียนที่ 1และภาคเรียนที่
2 ดว้ ยการพัฒนาระบบตอบกลบั และแจ้งขอ้ มูลด้านการศึกษาอัตโนมตั ิผ่าน Chat Bot สำหรบั นกั เรยี นชั้นมธั ยมศกึ ษาปี
ที่ 1
ตารางที่ 4.1 ตารางแสดงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผลการเรียนวิชาวิทยาการคำนวณหลังใช้งานแอพลิ
เคชัน่ Line (Chatbotครฝู ึกสอน) ของนกั เรยี นช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 36 คน
นกั เรยี นคนท่ี ระดบั ผลการเรียนภาคเรยี นท่1ี ระดบั ผลการเรยี นภาคเรยี นท2่ี
กอ่ นใช้งานแชทบอต(ครฝู ึกสอน) หลังใช้งานแชทบอต(ครูฝึกสอน)
1
2 (เกรดสูงสุด : 4 ) (เกรดสงู สดุ : 4 )
3
4 2 1
5 3 1
6 2.5 4
7 1.5 1
8 1 1
9 1 2.5
10 1 4
11 4 4
12 3.5 2
13 3.5 1
14 4 1.5
15 2.5 4
4 4
1 1.5
1 2
44
นกั เรียนคนท่ี ระดบั ผลการเรยี นภาคเรยี นท่1ี ระดับผลการเรียนภาคเรียนท่2ี
กอ่ นใชง้ านแชทบอต(ครูฝึกสอน) หลังใช้งานแชทบอต(ครฝู กึ สอน)
16
17 (เกรดสูงสดุ : 4 ) (เกรดสูงสดุ : 4 )
18
19 2.5 1
20 4 1
21 1.5 1
22 2 2
23 1 0
24 2 3
25 1 0
26 3.5 3
27 1 1
28 4 4
29 3 1
30 1 3
31 1.5 4
32 1 1
33 2 1
34 4 4
35 1 4
36 1 1
1.5 3
3 4
1 4
ตารางท่ี 4.2 เปรยี บเทียบผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนวิชาวิทยาการคำนวณ ผลการเรียนกอ่ นและหลังใช้งาน
แอพลิเคชั่น Line (Chatbotครฝู ึกสอน) ของนักเรียนชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 1
การทดสอบ N X X̅
ผลการเรียนภาคเรียนที่ 1 36 78 1.08
ผลการเรียนภาคเรียนที่ 2 36 81 1.12