การตลาด รหัส หั วิชวิา 30200-1002 ประจำ ปี 2023
คำ นำ ตำ ราวิชวิาการตลาดบริกริาร Service Marketing (MG 3124204) ฉบับบันี้ เป็น ป็ ตำ ราที่ไที่ ด้ รวบรวมขึ้น ขึ้ ความหมายและความสำ คัญคัของ การตลาดบริกริาร ประเภทของการตลาดบริกริาร การ วิเวิคราะห์สห์ภาพ แวดล้อ ล้ มทางการตลาด นโยบายภาครัฐรั ในการส่ง ส่ เสริมริธุร ธุ กิจกิบริกริาร และการท่อ ท่ งเที่ย ที่ ว การกำ หนดกลุ่มลุ่ ลูก ลู ค้า ค้ และพฤติกติรรมผู้บผู้ ริโริภค สำ หรับรัการตลาดบริกริาร การวางแผนส่ว ส่ นประสม การตลาดบริกริาร การวิเวิคราะห์แห์นวทางแก้ปัก้ ญปัหาทางการตลาดของธุร ธุ กิจกิบริกริาร แนวโน้ม น้ ของ การตลาดเพื่อ พื่ การบริกริารและการท่อ ท่ งเที่ย ที่ วในพื้น พื้ ที่ จังจัหวัดวัชายแดนใต้ เนื่อ นื่ งจากในช่ว ช่ งระยะเวลาเกือ กื บสองทศวรรษที่ ผ่า ผ่ นมาภายหลังลัจากโลกได้ก้ ด้ า ก้ วเข้า ข้สู่ศ สู่ ตวรรษ ใหม่ค ม่ วามเจริญริเติบติ โต ทางด้า ด้ นเทคโนโลยีไยี ด้พั ด้ ฒพันารุด รุ หน้า น้ไปไกลมาก เทคโนโลยีใยี หม่ ๆ ที่ ก้า ก้ วหน้า น้ บ่ง บ่ บอกชัดชัว่า ว่ มนุษ นุ ย์ยัย์งยั ไม่ห ม่ ยุด ยุ คิดคิและชีวิ ชี ตวิยังยัต้อ ต้ งการที่จ ที่ ะ สร้า ร้ งสรรค์นค์วัตวักรรมใหม่ๆ ม่ ในทุก ทุ ด้า ด้ นที่ดี ที่ ดี กว่า ว่ เดิมดิเพิ่มพิ่ขึ้น ขึ้ อยู่เยู่รื่อ รื่ ยๆ ส่ง ส่ ผลกระทบต่อ ต่ ความอยู่รยู่ อดและการเจริญริเติบติ โตของธุร ธุ กิจกิต่า ต่ งๆ อันอัเกิดกิจากความรุน รุ แรงด้า ด้ นการแข่งขันขัเป็น ป็ อย่า ย่ งยิ่งยิ่ นางสาว จิรจิะนันนัท์ พงษ์หอม
สารบัญ เรื่อ รื่ ง หน้า หน่ว น่ ยที่1ที่ ความรู้เรู้บื้อ บื้ งต้น ต้ เกี่ย กี่ วกับกัการตลาด 1 -ความหมายของตลาด -บทบาทของการตลาด -ความสำ คัญคัของการตลาด หน่ว น่ ยที่2ที่ แนวความคิดคิทางการตลาด -ความหมายของแนวคิดคิทางการตลาด -วิวัวิฒวันาการของแนวความคิดคิทางการตลาด -หลักลัการ 3 R’s หน่ว น่ ยที่3ที่ แนวการเลือ ลื กตลาดเป้า ป้ หมาย -ความหมายของกลุ่มลุ่ เป้า ป้ หมายทางการตลาด -วิธีวิก ธี ารกำ หนดกลุ่มลุ่ เป้า ป้ หมาย -เงื่อ งื่ นไขที่ต้ ที่ อ ต้ งใช้ใช้ นการเลือ ลื กกลุ่มลุ่ เป้า ป้ หมาย หน่ว น่ ยที่4ที่ พฤติกติรรมการบริโริภค -พฤติกติรรมของผู้บผู้ ริโริภค -ทฤษฏีก ฏี ารกระทำ ที่มี ที่ เ มี หตุผ ตุ ล -กระบวนการตัดตั สินสิ ใจ 2 3 4
สารบัญ(ต่อ) เรื่อ รื่ ง หน้า หน่ว น่ ยที่5ที่ ความรู้เรู้กี่ย กี่ วกับกัผลิตลิภัณภัฑ์ 5 -ความหมายของผลิตลิภัณภัฑ์ -แหล่ง ล่ ความรู้เรู้กี่ย กี่ วกับกัผลิตลิภัณภัฑ์ -องค์ปค์ระกอบของผลิตลิภัณภัฑ์ หน่ว น่ ยที่6ที่ การกำ หนดราคา -หลักลัการกำ หนดราคา -ความหมายของราคา -ปัจปัจัยจัภายนอก -ประเภทสภาพตลาด หน่ว น่ ยที่7ที่ ช่อ ช่ งทางการจัดจัจำ หน่า น่ ย -ความหมายช่อ ช่ งทางการขาย -ช่อ ช่ งทางการขายที่มี ที่ ปมี ระสิทสิธิภธิาพ หน่ว น่ ยที่8ที่ การส่ง ส่ เสริมริการตลาด -ส่ว ส่ นประสมการส่ง ส่ เสริมริการตลาด -ประเภทของการโฆษณา -การวางแผนแนวทางการตลาด หน่ว น่ ยที่9ที่ เทคโนโลยีดิ ยี จิดิทัจิลทัการตลาด -ความหมายของดิจิดิทัจิงทัการตลาด -ประวัติวัคติวามเป็น ป็ มาของการตลาดดิจิดิทัจิลทั 6 7 8 9
หน่วยที่1ที่ ความรู้เรู้บื้องต้น ต้ เกี่ย กี่ วกับ กั การตลาด 1 การตลาด เริ่มริ่ต้น ต้ ตั้งตั้แต่ม ต่ นุษนุย์รู้ย์จัรู้ กจัการแลกเปลี่ย ลี่ น-ซื้อ ซื้ ขายสิ่งสิ่จำ เป็น ป็ สำ หรับรัการดำ รงชีพ ชี จากภายในครอบครัวรั สู่ชุสู่มชุชน และพัฒพันามาเป็น ป็ การค้า ค้ ระหว่า ว่ งประเทศในปัจปัจุบัจุนบัดังดันั้นนั้การตลาดจึง จึ มีค มี วามเกี่ย กี่ วข้อ ข้ งกับกั การดำ รงชีวิ ชี ตวิ ประจำ วันวัของบุคบุคลทั่วทั่ ไปในสังสัคมปัจปัจุบัจุนบัตั้งตั้แต่ก ต่ าร แสวงหาปัจปัจัยจั สี่ม สี่ าเพื่อ พื่ ความคงอยู่ขยู่ องชีวิ ชี ตวิตน ตลอดจนการแสวงหา ความสะดวกสบายในรูปรูแบบต่า ต่ งๆ นอกเหนือ นื ไปจากปัจปัจัยจั สี่ อันอัเป็น ป็ ความต้อ ต้ งการพื้น พื้ ฐานดังดักล่า ล่ วมาแล้ว ล้ ในทางธุรกิจกิผู้ปผู้ ระกอบอาชีพ ชี ทางธุรกิจกิย่อ ย่ มเกี่ย กี่ วข้อ ข้ งกับกัการตลาดในส่ว ส่ นที่เ ที่ป็น ป็ อาชีพ ชี ของตน เช่น ช่ ผู้ ผลิตลิต้อ ต้ งการผลิตลิ สินสิค้า ค้ให้ต ห้ รงตามความต้อ ต้ งการของผู้บผู้ ริโริภคผู้ จำ หน่า น่ ยต้อ ต้ งทำ หน้า น้ ที่ใที่ นการจำ หน่า น่ ยให้มี ห้ ปมี ระสิทสิ ธิภาพเพื่อ พื่ ให้สิห้ นสิค้า ค้ไปสู่ผู้สู่ ผู้บริโริภคโดยเร็ว ร็ ผู้ใผู้ห้บ ห้ ริกริารต้อ ต้ งให้บ ห้ ริกริารลูกลูค้า ค้ ของตนเป็น ป็ อย่า ย่ งดีเ ดี พื่อ พื่ ให้ก ห้ ารดำ เนินนิธุรกิจกิ ประสบความสำ เร็จ ร็ การตลาด มีผู้ มี ใผู้ห้ค ห้ วามหมาย เกี่ย กี่ วกับกัการตลาดไว้ใว้ นหลายรูปรูแบบ ตามแต่มุ ต่ มมุมองที่ต้ ที่ อ ต้ งการนำ เสนอที่ แตกต่า ต่ งกันกั ไป ดังดันี้ กระบวนการของการสื่อ สื่ สารคุณคุค่า ค่ ของผลิตลิภัณภัฑ์ หรือ รื บริกริารไปยังยัลูกลูค้า ค้ การตลาดอาจถูกถูตีค ตี วามว่า ว่ เป็น ป็ ศิลศิปะแห่ง ห่ การ ขายสินสิค้า ค้ในบางครั้งรั้แต่ก ต่ ารขายนั้นนั้เป็น ป็ เพีย พี งส่ว ส่ นเล็ก ล็ ๆ ส่ว ส่ นหนึ่ง นึ่ ของ การตลาด (Wikipedia) หรือ รื การกระทำ กิจกิกรรมต่า ต่ ง ๆ ในทางธุรกิจกิที่มี ที่ มีผลให้เ ห้ กิดกิการนำ สินสิค้า ค้ หรือ รื บริกริารจากผู้ผผู้ ลิตลิ ไปสู่ผู้สู่บผู้ ริโริภคหรือ รื ผู้ใผู้ช้บ ช้ ริกริารความหมายของการตลาด Marketing สมาคมการตลาดแห่ง ห่ สหรัฐรัอเมริกริา (The American Marketing Association = AMA.) ได้ใด้ ห้ค ห้ วามหมายของการตลาด ไว้ว่ ว้ า ว่ การตลาด หมายถึง ถึ “กิจกิกรรมทางธุรกิจกิที่ท ที่ าให้สิห้ นสิค้า ค้ และบริกริารผ่า ผ่ น จากผู้ผผู้ ลิตลิ ไปยังยัผู้บผู้ ริโริภค เพื่อ พื่ สนองตอบความต้อ ต้ งการและท าให้ผู้ ห้ ผู้ บริโริภคเกิดกิความพึง พึ พอใจและขณะเดีย ดี วกั
นั้นนั้ๆ ให้ไห้ ด้รั ด้ บรัความพึง พึ พอใจ ขณะเดีย ดี วกันกัก็บ ก็ รรลุวัลุตวัถุปถุระสงค์ขค์อง กิจกิการ (สมาคมการตลาดแห่ง ห่ สหรัฐรัอเมริกริา) สิ่งสิ่ที่สำที่ สำคัญคัที่สุที่ ดสุของ การตลาดก็คื ก็ อ คื “ตลาด” ซึ่ง ซึ่ ก็ถู ก็ กถูตีค ตี วามหมายได้ใด้ นหลายมุมมุมองเช่น ช่ กันกัดังดันี้บุ นี้ คบุคลทั่วทั่ ไปมองตลาด คือ คืสถานที่จั ที่ บจัจ่า จ่ ยใช้สช้ อย เป็น ป็ ศูนศูย์กย์ลางที่มี ที่ สิมี นสิค้า ค้ หรือ รื ผลิตลิภัณภัฑ์มฑ์ากมายให้แ ห้ ลกเปลี่ย ลี่ นซื้อ ซื้ ขายกันกั ส่ว ส่ นในมุมมุมองของนักนัธุรธุกิจกินักนัการตลาดแล้ว ล้ มองตลาดเป็น ป็ บุคบุคล หน่ว น่ ยงาน องค์กค์รที่มี ที่ ค มี วามคิดคิที่จ ที่ ะซื้อ ซื้ สินสิค้า ค้ มีอำ มี อำนาจซื้อ ซื้ และมีค มี วาม เต็ม ต็ ใจที่จ ที่ ะซื้อ ซื้ สินสิค้า ค้ หรือ รื บริกริาร การตลาดมีบ มี ทบาทสำ คัญคั ในหลายระดับดัตั้งตั้แต่ผู้ ต่ ปผู้ ระกอบการหรือ รื นักนัธุรกิจกิผู้ลผู้ งทุนทุในธุรกิจกินั้นนั้ๆ ซึ่ง ซึ่ หากมีก มี ารตลาดที่ดี ที่ ก็ ดี จ ก็ ะนำ พามาซึ่ง ซึ่ ผลตอบแทนหรือ รื กำ ไร ที่จ ที่ ะสามารถพัฒพันาคุณคุภาพชีวิ ชี ตวิและยกระดับดั ความเป็น ป็ อยู่ขยู่ องพวกเขาได้ และยังยัทำ ให้พ ห้ ฤติกติรรม อุปอุนิสันิยสัความ เชื่อ ชื่ ค่า ค่ นิยนิมและลักลัษณะการดำ รงชีพ ชี ของบุคบุคล ในสังสัคมเปลี่ย ลี่ นไป นอกจากนี้ ยังยัก่า ก่ ให้เ ห้ กิดกิอาชีพ ชี และการจ้า จ้ งงานต่า ต่ ง ๆ แก่บุ ก่ คบุคลใน สังสัคมเพิ่มพิ่มากขึ้น ขึ้ ในขณะเดีย ดี วกันกั ในดับดั สังสัคมถึง ถึ ระดับดั ประเทศ อาจ เรีย รี กมันมั ได้ว่ ด้ า ว่ กตลาดยังยัมีค มี วามสำ คัญคัต่อ ต่ ระบบ เศรษฐกิจกิ โดยตรง กล่า ล่ วคือ คื การตลาดคือ คื ตัวตัแปรสำ คัญคัที่จ ที่ ะสร้า ร้ งความมั่นมั่คั่งคั่ ให้กั ห้ บกั สังสัคมและประเทศนั้นนั้ๆ จากเหตุที่ตุร ที่ ายได้ข ด้ องประชากรสูงสูขึ้น ขึ้ การ หมุนมุเวีย วี นของปัจปัจัยจัการผลิตลิมากขึ้น ขึ้ สร้า ร้ งความเจริญริเติบติ โต ความ ต้อ ต้ งการในสินสิค้า ค้ และบริกริารเพิ่มพิ่มากขึ้น ขึ้ นำ ไปสู่กสู่ารเปลี่ย ลี่ นแปลงและ พัฒพันาการทางเศรษฐกิจกิของประเทศ เนื่อ นื่ งจากการตลาดเป็น ป็ ตัวตั กระตุ้นตุ้ ให้เ ห้ กิดกิการวิจัวิยจัและพัฒพันาหาสิ่งสิ่แปลกใหม่ม ม่ า สนองความ ต้อ ต้ งการของตลาดและสังสัคม ซึ่ง ซึ่ อาจสรุปรุ ความสำ คัญคัของการตลาดได้ดั ด้ งดันี้ 1 การตลาดเป็นเครื่องมือที่ทำ ให้เกิดการแลกเปลี่ยน 2 การตลาดเป็นตัวเชื่อมโยงความสัมพันพัธ์ระหว่างเจ้าของ ผลิตภัณฑ์กับผู้บริโภค 3 การตลาดเป็นตัวผลักดันให้มีการพัฒพันาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ 4 การตลาดเป็นกลไกในการเสริมสร้างระบบเศรษฐกิจ
หน่วยที่2ที่ แนวความคิดทางการตลาด แนวความคิดคิทางการตลาด คือ คื “การที่อ ที่ งค์กค์ารใช้ค ช้ วาม พยายามทั้งทั้ สิ้นสิ้เพื่อ พื่ สร้า ร้ งความพึง พึ พอใจให้กั ห้ บกัลูก ลู ค้า ค้ เพื่อ พื่ มุ่งมุ่ ให้ เกิดกิยอดขายและกำ ไรในที่สุที่ ด สุ ” วิวัวิฒวันาการของแนวความคิดคิทางการตลาด แบ่ง บ่ ออกเป็น ป็ 5 แนวความคิดคิดังดันี้ 1.แนวความคิดคิแบบมุ่งมุ่ เน้น น้ การผลิตลิ (Production Concept) เป็น ป็ แนวความคิดคิที่เ ที่ ก่า ก่ แก่ที่ ก่ สุที่ ด สุ ของฝ่า ฝ่ ยขาย โดยคิดคิว่า ว่ ผู้ บริุโริุภคพอใจที่จ ที่ ะซื้อ ซื้ เฉพาะผลิตลิภัณภัฑ์ที่ฑ์ต ที่ นชอบ หาซึ้อ ซึ้ ง่า ง่ ย และ ต้น ต้ ทุน ทุ ต่ำ เท่า ท่ นั้นนั้ดังดันั้นนั้หน้า น้ ที่ด้ ที่ า ด้ นการตลาดคือ คืปรับรั ปรุง รุ ผลิตลิ ใน ปริมริาณมากภายใต้ต้ ต้ น ต้ ทุน ทุ การผลิตลิที่ต่ำ ที่ ต่ำที่สุที่ ด สุ สินสิค้า ค้ ที่ผ ที่ ลิตลิออกมา สามารถขายได้เ ด้ กือ กื บทั้งทั้หมด เนื่อ นื่ งจากอุป อุ สงค์ (Demand) หรือ รื ปริมริาณความต้อ ต้ งการในสินสิค้า ค้ ที่จ ที่ ะใช้บ ช้ ริโริภคมีม มี ากกว่า ว่ อุป อุ ทาน (Supply) ซึ่ง ซึ่ เป็น ป็ ปริมริาณของการเสนอขายสินสิค้า ค้ ที่ผ ที่ ลิตลิ สินสิค้า ค้ ออกสู่ต สู่ ลาดแนวความคิดคิทางการตลาดแบบมุ่งมุ่ เน้น น้ การผลิตลินี้ จะยึด ยึ หลักลัว่า ว่ ผู้บผู้ ริโริภคจะพิจพิารณาซื้อ ซื้ ด้ว ด้ ยความพึง พึ พอใจใน สินสิค้า ค้ ที่มี ที่ ร มี าคาต่ำ และหาซื้อ ซื้ ได้ง่ ด้ า ง่ ย นักนัการตลาดจึง จึ ต้อ ต้ ง ปรับรั ปรุง รุ การผลิตลิ ให้ดี ห้ ขึ้ ดี น ขึ้ เพื่อ พื่ ลดต้น ต้ ทุน ทุ ให้ต่ำ ห้ ต่ำและจัดจัจำ หน่า น่ ยให้ ทั่วทั่ถึง ถึ ซึ่ง ซึ่ จะเป็น ป็ ตลาดของผู้ขผู้ายหรือ รื ตลาดผูก ผู ขาด 2
เนื่อ นื่ งจากผลของการมุ่งมุ่ เน้น น้ การผลิตลิที่ใที่ ช้ต้ ช้ น ต้ ทุนทุต่ำ เพื่อ พื่ ให้ไห้ ด้ ผลผลิตลิจำ นวนมาก โดยสินสิค้า ค้ ที่ผ ที่ ลิตลิออกมาจำ หน่า น่ ยไม่มี ม่ ค มี วาม แตกต่า ต่ งกันกัทั้งทั้ ในด้า ด้ นคุณคุภาพและราคาทำ ให้เ ห้ กิดกิภาวะสินสิค้า ค้ ล้น ล้ ตลาด ดังดันั้นนั้นักนัการตลาดจึง จึ ต้อ ต้ งพยายามคิดคิค้น ค้ หาวิธีวิที่จ ที่ ะทำ ให้ สินสิค้า ค้ เกิดกิความแตกต่า ต่ งจากคู่แคู่ ข่งขันขั โดยปรับรั ปรุงรุสินสิค้า ค้ให้มี ห้ มี คุณคุภาพและรูปรูลักลัษณ์ที่ณ์ดี ที่ ขึ้ ดี น ขึ้ เมื่อ มื่ เปรีย รี บเทีย ที บกับกัราคา เพื่อ พื่ สร้า ร้ ง ความแตกต่า ต่ งแนวความคิดคิทางการตลาดแบบนี้จ นี้ ะยึด ยึ หลักลัว่า ว่ ผู้ บริโริภคจะมีค มี วามพึง พึ พอใจในสินสิค้า ค้ ที่มี ที่ คุ มี ณคุภาพและรูปรูลักลัษณ์ที่ณ์ดี ที่ ดี ที่สุที่ ดสุเมื่อ มื่ เปรีย รี บเทีย ที บกับกัราคาจึง จึ ต้อ ต้ งปรับรั ปรุงรุคุณคุภาพและพัฒพันา ให้ดี ห้ ก ดี ว่า ว่ คู่แคู่ ข่งขันขั 3. แนวความคิดคิแบบมุ่งมุ่ เน้น น้ การขาย (Selling Concept) เป็น ป็ แนวความคิดคิที่ใที่ ห้ค ห้ วามสำ คัญคักับกักิจกิกรรมทางด้า ด้ นการขาย เนื่อ นื่ งจากคู่แคู่ ข่งที่มี ที่ อ มี ยู่มยู่ ากในตลาด ได้มี ด้ ก มี ารพัฒพันาสินสิค้า ค้ให้มี ห้ คุ มี ณคุภาพเท่าท่ เทีย ที มกันกั ประกอบกับกัเป็น ป็ ช่ว ช่ งที่ผู้ ที่ บผู้ ริโริภคคำ นึง นึ ถึง ถึ ความจำ เป็น ป็ ในการใช้ สินสิค้า ค้ กล่า ล่ วคือ คื ผู้บผู้ ริโริภคจะซื้อ ซื้ เฉพาะสินสิค้า ค้ ที่จำ ที่ จำเป็น ป็ และตรงกับกัความ ต้อ ต้ งการเท่า ท่ นั้นนั้นักนัการตลาดจึง จึ ต้อ ต้ งจูงจูใจให้ผู้ ห้ บผู้ ริโริภคซื้อ ซื้ สินสิค้า ค้ เพิ่มพิ่ขึ้น ขึ้ อย่า ย่ งต่อ ต่ เนื่อ นื่ ง ซึ่ง ซึ่ วิธีวิการกระตุ้นตุ้ ความต้อ ต้ งการของผู้บผู้ ริโริภคคือ คื การอาศัยศั พนักนังานขายให้เ ห้ป็น ป็ ผู้นำผู้ นำเสนอขายสินสิค้า ค้ กิจกิการต่า ต่ ง ๆ พยายามที่ ปรับรั ปรุงรุรูปรูแบบวิธีวิการขาย โดยมีก มี ารฝึก ฝึ อบรมเกี่ย กี่ วกับกัเทคนิคนิการขายให้กับกัพนักนังานขาย มีก มี ารส่ง ส่ เสริมริการตลาดในด้า ด้ นต่า ต่ ง ๆ เช่น ช่ การส่ง ส่ เสริมริ การขายด้ว ด้ ยของแจกของแถม การเผยแพร่ข่ ร่ ข่ าวสาร การจัดจักิจกิกรรม เพื่อ พื่ ทำ ให้ผู้ ห้ บผู้ ริโริภคเกิดกิความสนใจ และตัดตั สินสิ ใจซื้อ ซื้ สินสิค้า ค้ แนวความคิดคิทางการตลาดแบบมุ่งมุ่ เน้น น้ การขาย จะยึด ยึ หลักลัว่า ว่ ผู้ บริโริภคจะซื้อ ซื้ สินสิค้า ค้ ต่อ ต่ เมื่อ มื่ มีค มี วามจำ เป็น ป็ นักนัการตลาดจึง จึ ต้อ ต้ ง พยายามปรับรั ปรุงรุหน่ว น่ ยงานขายให้มี ห้ ปมี ระสิทสิ ธิภาพ ด้ว ด้ ยการคัดคั สรรพ นักนังานที่มี ที่ ค มี วามสามารถในด้า ด้ นของเทคนิคนิการขาย โดยพยายาม คิดคิค้น ค้ หาวิธีวิการขายรูปรูแบบใหม่ ๆ
มุ่งมุ่ เน้น น้ การขายโดยรูปรูแบบส่ง ส่ เสริมริการขาย 4.แนวความคิดคิแบบมุ่งมุ่ เน้น น้ การตลาด (Marketing Concept) เป็น ป็ แนวความคิดคิทีกิ ที จกิการให้ค ห้ วามสำ คัญคัต่อ ต่ ผู้บผู้ ริโริภคมากขึ้น ขึ้ โดย เริ่มริ่มีก มี ารศึก ศึ ษาวิเวิคราะห์ถึห์ง ถึ ความต้อ ต้ งการของผู้บผู้ ริโริภคเป็น ป็ อันอัดับดัแรก และสร้า ร้ งความพึง พึ พอใจให้แ ห้ ก่ผู้ ก่ บผู้ ริโริภค แล้ว ล้ จึง จึ นำ ข้อ ข้ มูลมูที่ไที่ ด้ได้ปผลิตลิเป็น ป็ สินสิค้า ค้ ขึ้น ขึ้ มา เพื่อ พื่ ให้ต ห้ รงกับกัความต้อ ต้ งการของผู้บผู้ ริโริภคมากที่สุที่ ดสุซึ่ง ซึ่ เป็น ป็ การเปลี่ย ลี่ นแนวความคิดคิแบบเดิมดิที่มุ่ ที่ งมุ่ เน้น น้ แต่ท ต่ างด้า ด้ นการผลิตลิเมื่อ มื่ มี สินสิค้า ค้ จำ นวนมากแล้ว ล้ ก็นำ ก็ นำออกขายแก่ผู้ ก่ บผู้ ริโริภค ธุรกิจกิจึง จึ ต้อ ต้ งทำ การหา ข้อ ข้ มูลมูทางการตลาดเกี่ย กี่ วกับกัผู้บผู้ ริโริภคให้ม ห้ ากที่สุที่ ดสุแล้ว ล้ นำ ข้อ ข้ มูลมูที่ไที่ ด้รั ด้ บรัมา ดำ เนินนิการผลิตลิ แนวความคิดคิทางการตลาดแบบมุ่งมุ่ เน้น น้ การตลาดจะยึด ยึ หลักลัว่า ว่ ผู้ บริโริภคจะซื้อ ซื้ สินสิค้า ค้ ด้ว ด้ ยความพึง พึ พอใจนอกเหนือ นื จากคุณคุภาพของ สินสิค้า ค้ นักนัการตลาดจึง จึ ต้อ ต้ งทำ การวิจัวิยจัตลาด วิจัวิยจัพฤติกติรรมของ ผู้บผู้ ริโริภค แล้ว ล้ นำ ข้อ ข้ มูลมูมาผลิตลิเป็น ป็ สินสิค้า ค้ หรือ รืปรับรั ปรุงรุสินสิค้า ค้ให้มี ห้ มี ประสิทสิ ธิภาพและตรงกับกัความต้อ ต้ งการ เพื่อ พื่ สร้า ร้ งความพึง พึ พอใจให้ กับกัผู้บผู้ ริโริภคซึ่ง ซึ่ มีค มี วามแตกต่า ต่ งกับกัแนวความคิดคิทางการขายด้า ด้ น ต่า ต่ ง ๆ ดังดันี้ 5.แนวความคิดคิด้า ด้ นการตลาดเพื่อ พื่ สังสัคม (Social Marketing Concept)เป็น ป็ แนวความคิดคิ สมัยมั ใหม่ที่ ม่ ธุ ที่ รกิจกิ ในปัจปัจุบัจุนบันี้ในี้ ห้ค ห้ วาม สนใจ และใช้เ ช้ป็น ป็ แนวทางในการดำ เนินนิกิจกิการ ขณะเดีย ดี วกันกัผู้ บริโริภคก็มี ก็ ค มี วามคิดคิเห็น ห็ ว่า ว่ ธุรธุกิจกิควรให้บ ห้ ริกริารช่ว ช่ ยเหลือ ลื แก่สัก่ งสัคมใน ด้า ด้ นต่า ต่ ง ๆ โดยมิใมิช่มุ่ ช่ งมุ่ ตอบสนองความต้อ ต้ งการของผู้บผู้ ริโริภคเพื่อ พื่ ให้ธุ ห้ รกิจกิบรรลุเลุป้า ป้ หมายเพีย พี งเท่า ท่ นั้นนั้แต่ค ต่ วรจะคำ นึ่ง นึ่ ถึง ถึ ความรับรัผิดผิ ชอบต่อ ต่ สังสัคม เช่น ช่ การไม่ผ ม่ ลิตลิ สินสิค้า ค้ ด้อ ด้ ยคุณคุภาพ ไม่ทำ ม่ ทำลายสิ่งสิ่ แวดล้อ ล้ ม รวมถึง ถึ การใช้ท ช้ รัพรัยากรอย่า ย่ งประหยัดยัด้ว ด้ ยการปฏิบัฏิติบั ติ ตามหลักลั 3 R’s คือ คื
Re-fill = การผลิตลิ สินสิค้า ค้ ชนิดนิเติมติทำ ให้ปห้ ระหยัดยัวัสวัดุใดุนการผลิตลิ บรรจุภัจุณภัฑ์ Re-use = การผลิตลิ สินสิค้า ค้ ที่อ ที่ ยู่ใยู่ นบรรจุภัจุณภัฑ์ที่ฑ์นำ ที่ นำมาใช้ซ้ำ ช้ ซ้ำหรือ รื กลับลัมา ใช้ปช้ ระโยชน์อื่น์น อื่ ได้ Recycle =การใช้บ ช้ รรจุภัจุณภัฑ์ที่ฑ์ทำ ที่ ทำจากกระดาษหรือ รื พลาสติกติที่ผ ที่ ลิตลิ จากวัสวัดุที่ดุใที่ ช้แ ช้ ล้ว ล้ นำ มาผลิตลิ ใหม่ แนวความคิดคิทางการตลาดแบบมุ่งมุ่ เน้น น้ สังสัคม จะยึด ยึ หลักลัว่า ว่ การ ดำ เนินนิธุรกิจกิ ในปัจปัจุบัจุนบัจะต้อ ต้ งควบคู่ไคู่ ปกับกัการทำ กิจกิกรรมต่า ต่ ง ๆ ที่ ทำ ให้ผู้ ห้ บผู้ ริโริภคมองกิจกิการในแง่ดี ง่ ว่ ดี า ว่ เป็น ป็ ผู้ทำผู้ ทำธุรธุกิจกิเพื่อ พื่ สังสัคม ห่ว ห่ งใย สังสัคม และห่ว ห่ งใยสิ่งสิ่แวดล้อ ล้ ม
หน่วยที่3ที่ การเลือ ลื กตลาดเป้าหมาย กลุ่มลุ่ เป้า ป้ หมายทางการตลาด (Target Market) คือ คื กลุ่มลุ่ ผู้มีผู้ โมี อกาส จะเป็น ป็ ลูกลูค้า ค้ ซึ่ง ซึ่ เราต้อ ต้ งการขายสินสิค้า ค้ หรือ รื บริกริารไปยังยัคนกลุ่มลุ่ นี้ โดยเฉพาะ การระบุว่บุา ว่ ใครคือ คื ลูกลูค้า ค้ หรือ รื กลุ่มลุ่ เป้า ป้ หมายที่ต้ ที่ อ ต้ งการ โดยปกติแติล้ว ล้ จะกำ หนดได้ด้ ด้ ว ด้ ยข้อ ข้ มูลมูประชากร เช่น ช่ อายุ,ยุเพศ, ที่อ ที่ ยู่,ยู่ ระดับดัรายได้, ด้ และไลฟ์สฟ์ ไตล์ วิธีวิการกำ หนดกลุ่มลุ่ เป้า ป้ หมาย วิธีวิที่มี ที่ ปมี ระสิทสิ ธิภาพมากที่สุที่ ดสุวิธีวิหนึ่ง นึ่ คือ คื การใช้ก ช้ ลยุทยุธ์STP – Segment, Target, Position เริ่มริ่ต้น ต้ จากการแบ่ง บ่ Segment การแบ่ง บ่ ตลาดออกเป็น ป็ กลุ่มลุ่ ผู้ซื้ผู้อ ซื้ ที่มี ที่ มี ลักลัษณะเฉพาะ วิธีวิที่พ ที่ บบ่อ บ่ ยที่สุที่ ดสุคือ คื การแบ่ง บ่ ข้อ ข้ มูลมูตาม ประชากรศาสตร์,ร์จิตจิวิทวิยา, ภูมิภูศมิาสตร์,ร์และพฤติกติรรม จากนั้นนั้นำ ไป วิเวิคราะห์ Target นำ ข้อ ข้ มูลมูจาก Segment มาวิเวิคราะห์ว่ห์า ว่ กลุ่มลุ่ เป้า ป้ หมายไหนคือ คื กลุ่มลุ่ ที่ดี่ ที่ สุดี่ ดสุในปัจปัจุบัจุนบัและสามารถสร้า ร้ งมูลมูค่า ค่ ให้กั ห้ บกั สินสิค้า ค้ และบริกริารของเราได้ สุดสุท้า ท้ ยPositioning คือ คื วิธีวิการที่เ ที่ รา เลือ ลื กวางตำ แหน่ง น่ สินสิค้า ค้ และบริกริารของเรา โดยจำ กัดกัขอบเขตให้ แคบลง ระบุด้บุว ด้ ยข้อ ข้ ดีข้ ดี อ ข้ เสีย สี ของแต่ล ต่ ะกลุ่มลุ่ และนำ มาวางแผนการ ตลาด และออกแบบวิธีวิที่จ ที่ ะเข้า ข้ ถึง ถึ กลุ่มลุ่ เป้า ป้ หมายทำ ได้อ ด้ ย่า ย่ งไร และที่ไที่ หน เงื่อ งื่ นไขที่ต้ ที่ อ ต้ งใช้ใช้ นการเลือ ลื กกลุ่มลุ่ เป้า ป้ หมาย 1. ฐานลูกลูค้า ค้ปัจปัจุบัจุนบั การเริ่มริ่ต้น ต้ ขายสินสิค้า ค้ มักมัจะมีฐมี านลูกลูค้า ค้ อยู่แยู่ ล้ว ล้ จึง จึ ควรที่จ ที่ ะศึก ศึ ษา หาข้อ ข้ มูลมูโดยเริ่มริ่จาก ฐานลูกลูค้า ค้ปัจปัจุบัจุนบัว่า ว่ เพราะอไรลูกลูค้า ค้ กลุ่มลุ่ นี้ ถึง ถึสนใจ และสาเหตุที่ตุผ ที่ ลิตลิภัณภัฑ์ขฑ์องคุณคุสามารถเข้า ข้ ถึง ถึ กลุ่มลุ่ นี้ไนี้ ด้ และกลุ่มลุ่ เป้า ป้ หมายในลักลัษณะใดที่สที่ ามารสร้า ร้ งมูลมูค่า ค่ ให้กั ห้ บกั ผลิตลิภัณภัฑ์ไฑ์ด้ม ด้ ากที่สุที่ ดสุซึ่ง ซึ่ จะช่ว ช่ ยให้เ ห้ ข้า ข้ใจวิธีวิการตอบสนองลูกลูค้า ค้ ปัจปัจุบัจุนบัและนำ ไปขยายฐานลูกลูค้า ค้ได้ใด้ นอนาคต 3
2. การแบ่ง บ่ ส่ว ส่ นตลาด การดูเดูปอร์เร์ซ็น ซ็ ต์ยต์อดขายทั้งทั้หมดในอุตอุสาหกรรม ซึ่ง ซึ่ คำ นวนจากยอด ขายของธุรกิจกิ ในช่ว ช่ งเวลาหนึ่ง นึ่ ซึ่ง ซึ่ สามารถดูกดูารแข่งขันขั ในตลาดได้ เพราะมีข้ มี อ ข้ มูลมูที่เ ที่ ฉพาะเจาะจงอย่า ย่ งประเทศ, คู่แคู่ ข่งขันขั, รายได้ ทำ ให้ สามารถนำ ข้อ ข้ มูลมูไปใช้ค ช้ าดการณ์คณ์วามรุนรุแรงในการแข่งขันขัอำ นาจ ในการซื้อ ซื้ ของผู้บผู้ ริโริภค และอำ นาจในการขายของผู้ปผู้ ระกอบการ ซึ่ง ซึ่ จะสามารถคาดการณ์ไณ์ด้ว่ ด้ า ว่ กลุ่มลุ่ เป้า ป้ หมายในตลาดนี้เ นี้ หมาะสมกับกั สินสิค้า ค้ ของเราหรือ รื ไม่ และเราสามารถทำ ธุรธุกิจกิ ในอุตอุสากรรมนี้โนี้ ดยใช้ กลุ่มลุ่ เป้า ป้ หมายเดีย ดี วกันกั ได้ห ด้ รือ รื ไม่ 3. ขนาดกลุ่มลุ่ เป้า ป้ หมาย จำ นวนผู้ทีผู้ มี ที แ มี นวโน้ม น้ ซื้อ ซื้ สินสิค้า ค้ และบริกริารที่มี ที่ ศัมี กศัยภาพในตลาด โดย การคำ นวนต้อ ต้ งเข้า ข้ใจกลุ่มลุ่ เป้า ป้ หมาย ประเมินมิความสนใจโดยดูจดูาก ยอดขายและการแบ่ง บ่ ส่ว ส่ นตลาดมาช่ว ช่ ยในการวิเวิคราะห์ข้ห์อ ข้ มูลมูจะ ทำ ให้ปห้ ระมาณขนาดของกลุ่มลุ่ เป้า ป้ หมายได้ อาจจะใช้ก ช้ ารวิจัวิยจัทางการ ตลาดเข้า ข้ มาช่ว ช่ ยในการประเมินมิก็จ ก็ ะทำ ให้ค ห้ าดการณ์แณ์นวโน้ม น้ ของ ปริมริาณผู้ที่ผู้ จ ที่ ะซื้อ ซื้ สินสิค้า ค้ และบริกริารที่ค ที่ ล้า ล้ ยคลึง ลึ กันกัภายใน 1-2 ปีนั้ ปี นนั้ อย่า ย่ งไรบ้า บ้ ง ทำ ให้สห้ ามารถประเมินมิยอดขายและผลกำ ไรของสินสิค้า ค้ และบริกริารได้ ซึ่ง ซึ่ เป็น ป็ ส่ว ส่ นช่ว ช่ ยในการตัดตั สินสิ ใจลงทุนทุและการวางแผน ทางการตลาดได้ 4. จุดจุแข็งของสินสิค้า ค้ หรือ รื บริกริาร การมองหากลุ่มลุ่ เป้า ป้ หมาย ต้อ ต้ งทบทวนสินสิค้า ค้ หรือ รื บริกริารของธุรกิจกิ เพื่อ พื่ ให้เ ห้ ข้า ข้ใจถึง ถึ วิธีวิการดึง ดึ ดูดดูลูกลูค้า ค้ใหม่ หรือ รื ดูว่ดูา ว่ สินสิค้า ค้ หรือ รื บริกริารที่มี ที่ มี ตอบสนองความต้อ ต้ งการของกลุ่มลุ่ เป้า ป้ หมายได้ห ด้ รือ รื ไม่ ซึ่ง ซึ่ จะทำ ให้รั ห้ บรั รู้ไรู้ด้ว่ ด้ า ว่ สินสิค้า ค้ หรือ รื บริกริารของเราคือ คื อะไร กลุ่มลุ่ เป้า ป้ หมายคาดหวังวัจะได้ รับรัอะไร รวมไปถึง ถึ ความพึง พึ พอใจต่อ ต่ สินสิค้า ค้ หรือ รื บริกริาร และทำ ให้เ ห้ รา สามารถตัดตั สินสิ ใจได้ว่ ด้ า ว่ จะทำ การตลาดกับกัผู้ที่ผู้ มี ที่ โมี อกาสเป็น ป็ ลูกลูค้า ค้ได้ อย่า ย่ งไร
5. การประเมินมิการตัดตั สินสิ ใจ เมื่อ มื่ ได้กำ ด้ กำหนดหรือ รื ตัดตั สินสิ ใจเลือ ลื กกลุ่มลุ่ เป้า ป้ หมายกลุ่มลุ่ ใดกลุ่มลุ่ หนุ่งนุ่ ไปแล้ว ล้ ควรพิจพิาณาถึง ถึ ผลที่จ ที่ ะตามมาด้ว ด้ ยทุกทุครั้งรั้ด้ว ด้ ยการพิจพิารณาจาก คำ ถามเหล่า ล่ นี้ คนที่เ ที่ หมาะสมกับกั สินสิค้า ค้ และบริกริารของเรามีเ มี พีย พี งพอหรือ รื ไม่?ม่ กลุ่มลุ่ เป้า ป้ หมายจะได้รั ด้ บรั ประโยชน์จน์ากสินสิค้า ค้ และบริกริารของเราจริงริหรือ รื ไม่?ม่ หรือ รื มีค มี วามจำ เป็น ป็ มากเพีย พี งพอหรือ รื ไม่?ม่ แรงจูงจูใจ หรือ รื แรงผลักลัดันดัจากกลยุทยุธ์ทางการตลาด หรือ รืสินสิค้า ค้ และ บริกริารมีเ มี พีย พี งพอให้ก ห้ ลุ่มลุ่ เป้า ป้ หมายตัดตั สินสิ ใจซื้อ ซื้ หรือ รื ไม่?ม่ กลุ่มลุ่ เป้า ป้ หมายมีศัมี กศัยภาพเพีย พี งพอที่จ ที่ ะซื้อ ซื้ สินสิค้า ค้ และบริกริารได้จ ด้ ริงริหรือ รื ไม่?ม่ วิธีวิการที่จ ที่ ะเข้า ข้ ถึง ถึ และสื่อ สื่ สารกับกักลุ่มลุ่ เป้า ป้ หมายเป็น ป็ ไปได้ห ด้ รือ รื ไม่?ม่ เมื่อ มื่ รู้แรู้ล้ว ล้ ว่า ว่ กลุ่มลุ่ เป้า ป้ หมายทางการตลาดของเราเป็น ป็ ใคร จะทำ ให้เ ห้ รา เข้า ข้ใจได้ง่ ด้ า ง่ ยมากว่า ว่ ทิศทิทางของธุรกิจกิจะเป็น ป็ ไปในทางใด จะสามารถ สื่อ สื่ สารเพื่อ พื่ ให้เ ห้ ข้า ข้ ถึง ถึ กลุ่มลุ่ เป้า ป้ หมายได้อ ด้ ย่า ย่ งไร ทำ ให้สห้ ามารถกำ หนดได้ เฉพาะเจาะจง ช่ว ช่ ยประหยัดยัต้น ต้ ทุนทุเพิ่มพิ่ผลตอบแทนจากการลงทุนทุที่เ ที่ พิ่มพิ่ ขึ้น ขึ้ ได้อี ด้ ก อี ด้ว ด้ ย
หน่วยที่4ที่ พฤติกติรรมการบริโริภค พฤติกติรรมผู้บผู้ ริโริภค (Consumr Behavior) สามารถอธิบายได้ว่ ด้ า ว่ มันมัคือ คื การกระทำ และกระบวนการตัดตั สินสิ ใจของผู้ที่ผู้ ซื้ ที่ อ ซื้ สินสิค้า ค้ และบริกริารเพื่อ พื่ การ บริโริภคส่ว ส่ นตัวตัซึ่ง ซึ่ หมายถึง ถึ การศึก ศึ ษาลูกลูค้า ค้ และพฤติกติรรมของพวกเขา ในขณะที่ตั ที่ ดตั สินสิ ใจซื้อ ซื้ สินสิค้า ค้ ที่ต ที่ อบสนองความต้อ ต้ งการของพวกเขา เป็น ป็ การศึก ศึ ษาการกระทำ ของผู้บผู้ ริโริภคที่ผ ที่ ลักลัดันดั ให้เ ห้ กิดกิการซื้อ ซื้ และใช้ ผลิตลิภัณภัฑ์บฑ์างอย่า ย่ ง การศึก ศึ ษาพฤติกติรรมการซื้อ ซื้ ของผู้บผู้ ริโริภคนั้นนั้มี ความสำ คัญคัมากเป็น ป็ อันอัดับดัต้น ต้ ๆ สำ หรับรันักนัการตลาด เนื่อ นื่ งจากช่ว ช่ ยให้ นักนัการตลาดเข้า ข้ใจความคาดหวังวัของผู้บผู้ ริโริภค ช่ว ช่ ยให้เ ห้ ข้า ข้ใจว่า ว่ อะไร ทำ ให้ผู้ ห้ บผู้ ริโริภคซื้อ ซื้ ผลิตลิภัณภัฑ์ ซึ่ง ซึ่ สิ่งสิ่สำ คัญคัคือ คื ต้อ ต้ งประเมินมิประเภทของผลิตลิภัณภัฑ์ที่ฑ์ผู้ ที่ บผู้ ริโริภคชื่น ชื่ ชอบ เพื่อ พื่ ให้สห้ ามารถปล่อ ล่ ยออกสู่ตสู่ลาดได้ ซึ่ง ซึ่ นักนัการตลาดสามารถเข้า ข้ใจ ความชอบและไม่ช ม่ อบของผู้บผู้ ริโริภคและออกแบบฐานของความพยายาม ทางการตลาดของพวกเขาได้ต ด้ ามผลการวิจัวิยจั หากพูดถึง ถึ พฤติกติรรมผู้บผู้ ริโริภค (Consumer Behavior) สามารถ อธิบายได้ว่ ด้ า ว่ มันมัคือ คื การกระทำ และกระบวนการตัดตั สินสิ ใจของผู้ที่ผู้ ซื้ ที่ อ ซื้ สินสิค้า ค้ และบริกริารเพื่อ พื่ การบริโริภคส่ว ส่ นตัวตัซึ่ง ซึ่ หมายถึง ถึ การศึก ศึ ษา ลูกลูค้า ค้ และพฤติกติรรมของพวกเขาในขณะที่ตั ที่ ดตั สินสิ ใจซื้อ ซื้ สินสิค้า ค้ ที่ต ที่ อบ สนองความต้อ ต้ งการของพวกเขา เป็น ป็ การศึก ศึ ษาการกระทำ ของผู้ บริโริภคที่ผ ที่ ลักลัดันดั ให้เ ห้ กิดกิการซื้อ ซื้ และใช้ผ ช้ ลิตลิภัณภัฑ์บฑ์างอย่า ย่ ง การศึก ศึ ษา พฤติกติรรมการซื้อ ซื้ ของผู้บผู้ ริโริภคนั้นนั้มีค มี วามสำ คัญคัมากเป็น ป็ อันอัดับดัต้น ต้ ๆ สำ หรับรันักนัการตลาด เนื่อ นื่ งจากช่ว ช่ ยให้นั ห้ กนัการตลาดเข้า ข้ใจความคาด หวังวัของผู้บผู้ ริโริภค ช่ว ช่ ยให้เ ห้ ข้า ข้ใจว่า ว่ อะไรทำ ให้ผู้ ห้ บผู้ ริโริภคซื้อ ซื้ ผลิตลิภัณภัฑ์ 4
อย่า ย่ งไรก็ต ก็ าม นักนัการตลาดอาจต้อ ต้ งใช้เ ช้ วลาอย่า ย่ งมากในการ แยกแยะความคิดคิรูปรูแบบ และพฤติกติรรมของผู้บผู้ ริโริภค เพราะยิ่งยิ่ พวกเขาเข้า ข้ใจกลุ่มลุ่ เป้า ป้ หมายได้ดี ด้ เ ดี ท่า ท่ ใด ก็ยิ่ ก็ งยิ่สามารถตอบสนอง ความต้อ ต้ งการของผู้บผู้ ริโริภคได้ม ด้ ากขึ้น ขึ้ เท่า ท่ นั้นนั้ ในช่ว ช่ งหลายปีที่ ปี ผ่ ที่ า ผ่ น มา ผู้คผู้ นจำ นวนมากได้คิ ด้ ดคิค้น ค้ ทฤษฎีเ ฎี พื่อ พื่ พยายามปรับรั ปรุงรุสิ่งสิ่ที่พ ที่ วก เขาเชื่อ ชื่ ว่า ว่ อธิบายพฤติกติรรมเหล่า ล่ นี้ ซึ่ง ซึ่ ต่อ ต่ ไปนี้ คือ คื บางแนวคิดคิและ ทฤษฎีที่ ฎีสำที่ สำคัญคัเกี่ย กี่ วกับกัการพยายามทำ ความเข้า ข้ใจพฤติกติรรมของ ผู้บผู้ ริโริภคครับรั 1. ทฤษฎีก ฎี ารกระทำ ที่มี ที่ เ มี หตุผตุล Martin Fishbein และ Icek Ajzen ได้คิ ด้ ดคิค้น ค้ ทฤษฎีข ฎี องการกระทำ ที่ มีเ มี หตุผตุล (Theory of reasoned action) ซึ่ง ซึ่ เป็น ป็ หนึ่ง นึ่ ในทฤษฎีที่ ฎี นำ ที่ นำมา ศึก ศึ ษาถึง ถึ พฤติกติรรมผู้บผู้ ริโริภคที่มุ่ ที่ งมุ่ เน้น น้ ไปที่ค ที่ วามสัมสัพันพั ธ์ระหว่า ว่ งการ ตลาดและทัศทันคติที่ติมี ที่ อ มี ยู่ก่ยู่ อ ก่ นหน้า น้ นี้ข นี้ องผู้บผู้ ริโริภคที่มี ที่ ผ มี ลต่อ ต่ การตัดตั สินสิ ใจซื้อ ซื้ ตามทฤษฎีข ฎี องการกระทำ ที่มี ที่ เ มี หตุผตุล เชื่อ ชื่ ว่า ว่ ผู้บผู้ ริโริภคกระทำ พฤติกติรรมที่พ ที่ วกเขาเชื่อ ชื่ ว่า ว่ จะสร้า ร้ งหรือ รื ให้ผ ห้ ลลัพลั ธ์เฉพาะ คุ้นคุ้ เคย หรือ รื อื่น อื่ ๆ ด้ว ด้ ยเหตุนี้ตุนี้ การตัดตั สินสิ ใจอย่า ย่ งมีเ มี หตุผตุลจึง จึ เป็น ป็ องค์ ประกอบหลักลัของสิ่งสิ่ที่ผ ที่ ลักลัดันดั ให้ผู้ ห้ บผู้ ริโริภคตัดตั สินสิ ใจซื้อ ซื้ แนวคิดคิพฤติกติรรมผู้บผู้ ริโริภคนี้ อาศัยศัความสำ คัญคัของความเฉพาะ เจาะจงมากกว่า ว่ ความงมงาย กล่า ล่ วอีก อี นัยนัหนึ่ง นึ่ คือ คื ผู้บผู้ ริโริภคอาจ ดำ เนินนิการบางอย่า ย่ งได้ก็ ด้ ต่ ก็ อ ต่ เมื่อ มื่ ได้รั ด้ บรัเหตุผตุลที่เ ที่ ชื่อ ชื่ ได้ว่ ด้ า ว่ จะมีผ มี ลลัพลั ธ์ ตามที่พ ที่ วกเขาต้อ ต้ งการอย่า ย่ งเฉพาะเจาะจง ตั้งตั้แต่เ ต่ วลาที่ผู้ ที่ บผู้ ริโริภค ตัดตั สินสิ ใจเดินดิหน้า น้ ต่อ ต่ ไป จนถึง ถึ ช่ว ช่ งเวลาที่ก ที่ ารดำ เนินนิการเสร็จ ร็ สิ้นสิ้ผู้ บริโริภคสามารถเปลี่ย ลี่ นใจหรือ รื เลือ ลื กแนวทางการดำ เนินนิการอื่น อื่ ได้ สิ่งสิ่นี้ทำ นี้ ทำให้นั ห้ กนัการตลาดได้รั ด้ บรัข้อ ข้ มูลมูเชิงชิลึก ลึ หลายประการ ประการ แรกคือ คื วิธีวิที่พ ที่ วกเขาต้อ ต้ งเชื่อ ชื่ มโยงการซื้อ ซื้ กับกัผลลัพลั ธ์เชิงชิบวกที่ เฉพาะเจาะจง ตัวตัอย่า ย่ งเช่น ช่ AXE ทำ การตลาดผลิตลิภัณภัฑ์สฑ์เปรย์ฉีย์ด ฉี ร่า ร่ งกายในลักลัษณะที่ทุ ที่ กทุคนที่ใที่ ช้ผ ช้ ลิตลิภัณภัฑ์เฑ์หล่า ล่ นี้อ นี้ าจเชื่อ ชื่ ว่า ว่ พวกเขา
มีค มี วามต้อ ต้ งการทางเพศที่ดี ที่ ขึ้ ดี น ขึ้ กับกัผู้หผู้ ญิงญิจากนั้นนั้ทฤษฎีเ ฎี น้น น้ ย้ำ ถึง ถึ ความสำ คัญคัของการเคลื่อ ลื่ นย้า ย้ ยผู้บผู้ ริโริภคผ่า ผ่ นขั้นขั้ตอนการขาย แทนที่จ ที่ ะปล่อ ล่ ยให้พ ห้ วกเขาอยู่เยู่ฉยๆ ซึ่ง ซึ่ พวกเขาอาจมีโมี อกาสที่จ ที่ ะ ตัดตั สินสิ ใจเลิกลิซื้อ ซื้ หรือ รื ตัดตั สินสิ ใจใช้จ่ ช้ า จ่ ยเงินงิกับกัแบรนด์คู่ด์แคู่ ข่ง 2. โมเดล Engel Kollat Blackwell แบบจำ ลอง Engel Kollat Blackwell (EKB) เป็น ป็ วิวัวิฒวันาการตาม ธรรมชาติขติองความคิดคิที่พ ที่ บในทฤษฎีข ฎี องการกระทำ ที่มี ที่ เ มี หตุผตุล ทฤษฎีพ ฎี ฤติกติรรมของผู้ซื้ผู้อ ซื้ นี้ทำ นี้ ทำงานอยู่บยู่ นกระบวนการสี่ขั้ สี่ นขั้ตอนที่มี ที่ มี อิทอิ ธิพลต่อ ต่ การตัดตั สินสิ ใจซื้อ ซื้ ของผู้บผู้ ริโริภค ได้แ ด้ ก่ การป้อ ป้ นข้อ ข้ มูลมูการ ประมวลผลข้อ ข้ มูลมูขั้นขั้ตอนการตัดตั สินสิ ใจ และตัวตัแปรในกระบวนการ ตัดตั สินสิ ใจ การป้อ ป้ นข้อ ข้ มูลมูเป็น ป็ ขั้นขั้ตอนแรก ซึ่ง ซึ่ เป็น ป็ เพีย พี งขั้นขั้ตอนที่ผู้ ที่ บผู้ ริโริภคใช้สื่ช้ อ สื่ ทางการตลาดมากที่สุที่ ดสุไม่ว่ ม่ า ว่ จะเป็น ป็ ผ่า ผ่ นป้า ป้ ยโฆษณา โฆษณา ออนไลน์ หรือ รื การนำ เสนอต่อ ต่ หน้า น้ จากข้อ ข้ มูลมูที่ร ที่ วบรวมในเอกสาร เหล่า ล่ นี้ พวกเขาเปลี่ย ลี่ นไปสู่กสู่ารประมวลผลข้อ ข้ มูลมูซึ่ง ซึ่ ระหว่า ว่ งนั้นนั้พวก เขาจะรวมข้อ ข้ มูลมูนั้นนั้เข้า ข้ กับกั ประสบการณ์แณ์ละความคาดหวังวัเพื่อ พื่ ทำ การตัดตั สินสิ ใจที่ดี ที่ ที่ ดีสุที่ ดสุสำ หรับรั สถานการณ์ปัณ์จปัจุบัจุนบัของพวกเขา ข้อ ข้ มูลมูเชิงชิลึก ลึ ที่มี ที่ เ มี หตุผตุลจะนำ พวกเขาไปสู่ขั้สู่นขั้ตอนต่อ ต่ ไป ซึ่ง ซึ่ เป็น ป็ ที่ที่ ที่ ที่ พวกเขาตัดตั สินสิ ใจซื้อ ซื้ ตามข้อ ข้ มูลมูที่ร ที่ วบรวมได้ นอกจากนี้ กระบวนการตัดตั สินสิ ใจยังยัมีอี มี ก อี 5 ขั้นขั้ตอนสำ คัญคั ได้แ ด้ ก่ 1 การรับรัรู้ถึรู้ ง ถึ ความต้อ ต้ งการ 2 การค้น ค้ หาข้อ ข้ มูลมู 3 การประเมินมิทางเลือ ลื ก 4 การซื้อ ซื้ (หรือ รื การเลือ ลื ก) 5 ผลลัพลั ธ์หลังลัการซื้อ ซื้ 3. ทฤษฎีค ฎี วามต้อ ต้ งการแรงจูงจูใจ ในปี 1943 ชุมชุชนจิตจิวิทวิยาทั่วทั่ โลก ต่า ต่ งฮือ ฮื ฮากับกั “ทฤษฎีลำ ฎี ลำดับดัขั้นขั้ ความต้อ ต้ งการ” ของอับอัราฮัมฮัมาสโลว์ (Maslow’s hierarchy of needs) ซึ่ง ซึ่ เป็น ป็ ทฤษฎีที่ ฎี ยื ที่ น ยื ยันยัว่า ว่ บุคบุคลกระทำ การเพื่อ พื่ ตอบสนอง
ความต้อ ต้ งการของตนตามระบบของลำ ดับดัความสำ คัญคัห้า ห้ประการ ที่มี ที่ ค มี วามสำ คัญคั ได้แ ด้ ก่ การอยู่รยู่ อดทางสรีร รี วิทวิยา ความปลอดภัยภั ความรักรัความนับนัถือ ถื และการทำ ให้เ ห้ป็น ป็ จริงริด้ว ด้ ยตนเองทฤษฎีข ฎี อง มาสโลว์ ถูกถูนำ มาใช้ใช้ นชั้นชั้เรีย รี นธุรกิจกิและการตลาดเพื่อ พื่ อธิบายว่า ว่ ทำ ไมข้อ ข้ ความทางการตลาดที่ปที่ รับรั ให้เ ห้ หมาะกับกัผู้บผู้ ริโริภคจึง จึ มีค มี วาม สำ คัญคัต่อ ต่ ความสำ เร็จ ร็ ในการขาย โดยการดึง ดึ ดูดดูผู้บผู้ ริโริภคด้ว ด้ ยวิธีวิที่ เกี่ย กี่ วข้อ ข้ งกับกัระดับดัความต้อ ต้ งการของพวกเขา แคมเปญการตลาด สามารถจัดจัลำ ดับดัความสำ คัญคัของการซื้อ ซื้ ที่ใที่ ห้ค ห้ วามสำ คัญคักับกั ความสำ คัญคัและความเร่ง ร่ ด่ว ด่ นนักนัการตลาดที่มี ที่ ค มี วามเข้า ข้ใจอย่า ย่ ง ถ่อ ถ่ งแท้เ ท้ กี่ย กี่ วกับกัทฤษฎีพ ฎี ฤติกติรรมผู้บผู้ ริโริภคที่ต้ ที่ อ ต้ งการแรงจูงจูใจ จะ สามารถสร้า ร้ งแคมเปญและโฆษณาเกี่ย กี่ วกับกัความต้อ ต้ งการเทีย ที มที่ พวกเขาควบคุมคุภายในตัวตัผู้บผู้ ริโริภคได้อ ด้ ย่า ย่ งมีปมี ระสิทสิ ธิภาพ ตัวตัอย่า ย่ งสมัยมั ใหม่ที่ ม่ พ ที่ บได้บ่ ด้ อ บ่ ย คือ คื ผู้ผผู้ ลิตลิรถยนต์รต์ะดับดัหรูที่รูเ ที่ น้น น้ คุณคุสมบัติบัคติวามปลอดภัยภัภายในรถมากกว่า ว่ ความสวยงาม โน้ม น้ น้า น้ วให้ผู้ ห้ บผู้ ริโริภคยอมจ่า จ่ ยเงินงิซื้อ ซื้ รถหรูรรูาคาแพงเพราะตอบสนอง ความต้อ ต้ งการความปลอดภัยภัทางร่า ร่ งกายสำ หรับรัตนเองและ ครอบครัวรั 4. ทฤษฎีก ฎี ารซื้อ ซื้ อย่า ย่ งฉับฉัพลันลั (Stern Impulse Buying) ตรงกันกัข้า ข้ มกับกัการให้ค ห้ วามสำ คัญคักับกัการกระทำ อย่า ย่ งมีเ มี หตุผตุลที่ พบในทฤษฎีอื่ ฎี น อื่ ๆ ที่ส่ที่ ว ส่ นใหญ่เ ญ่ กี่ย กี่ วข้อ ข้ งกับกัพฤติกติรรมผู้บผู้ ริโริภค แต่ ฮอว์กิว์นกิส์ สเติร์ตินร์ผู้คิผู้ ดคิค้น ค้ ทฤษฎีนี้ ฎี นี้ให้ค ห้ วามสำ คัญคักับกัพฤติกติรรมที่มี ที่ มี แรงกระตุ้นตุ้ โดยสเติร์ตินร์มีข้ มี อ ข้ โต้แ ต้ ย้ง ย้ ว่า ว่ แรงกระตุ้นตุ้ ในการซื้อ ซื้ เป็น ป็ เพีย พี งครึ่ง รึ่ หนึ่ง นึ่ ของพฤติกติรรมผู้บผู้ ริโริภคทั่วทั่ ไป ซึ่ง ซึ่ เหมาะสมอย่า ย่ งยิ่งยิ่ กับกัแนวโน้ม น้ การตัดตั สินสิ ใจซื้อ ซื้ ที่มี ที่ เ มี หตุผตุลมากขึ้น ขึ้ การตัดตั สินสิ ใจซื้อ ซื้ ด้ว ด้ ย แรงกระตุ้นตุ้ เหล่า ล่ นี้ส่นี้ ว ส่ นใหญ่ไญ่ ด้รั ด้ บรัอิทอิ ธิพลจากสิ่งสิ่เร้า ร้ ภายนอก เช่น ช่ การเดินดิผ่า ผ่ นโฆษณาที่น่ ที่ า น่ เชื่อ ชื่ ถือ ถื และมีค มี วามสัมสัพันพั ธ์
น้อ น้ ยมากกับกันิสันิยสัการตัดตั สินสิ ใจแบบดั้งดั้เดิมดิการซื้อ ซื้ อย่า ย่ งฉับฉัพลันลัมีอ มี ยู่ใยู่ น สี่ร สี่ ะดับดัของปรัชรัญาสเติร์ตินร์ระดับดัแรกคือ คื การซื้อ ซื้ ด้ว ด้ ยแรงกระตุ้นตุ้ ที่ บริสุริทสุธิ์แธิ์ละรวดเร็ว ร็ เช่น ช่ การซื้อ ซื้ ในนาทีสุที ดสุท้า ท้ ยระหว่า ว่ งทางออกจาก ร้า ร้ นขายของชำ หรือ รื ร้า ร้ นฮาร์ดร์แวร์ ระดับดัที่สที่ องเรีย รี กว่า ว่ การซื้อ ซื้ โดย กระตุ้นตุ้ “เตือ ตื น” ซึ่ง ซึ่ ทำ ให้เ ห้ กิดกิความเชื่อ ชื่ มโยงระหว่า ว่ งผลิตลิภัณภัฑ์หฑ์นึ่ง นึ่ กับกั อีก อี ผลิตลิภัณภัฑ์หฑ์นึ่ง นึ่ ตัวตัอย่า ย่ งเช่น ช่ การวางมันมั ฝรั่งรั่ทอดและซัลซัซ่า ซ่ ในทาง เดินดิเดีย ดี วกันกัดังดันั้นนั้หากคุณคุวางแผนที่จ ที่ ะซื้อ ซื้ อันอัหนึ่ง นึ่ คุณคุจะได้รั ด้ บรัคำ เตือ ตื นว่า ว่ คุณคุอาจต้อ ต้ งการอีก อี อันอัหนึ่ง นึ่ เป็น ป็ ต้น ต้ ระดับดัที่สที่ ามคือ คื การซื้อ ซื้ ด้ว ด้ ยแรงกระตุ้นตุ้ ที่แ ที่ นะนำ เช่น ช่ การยึด ยึ ข้อ ข้ เสนอการรับรั ประกันกัเมื่อ มื่ คุณคุซื้อ ซื้ อุปอุกรณ์อิณ์เอิล็ก ล็ ทรอนิกนิ ส์หส์รือ รื เครื่อ รื่ งใช้ไช้ฟฟ้า ฟ้ ระดับดัที่สี่ที่ คื สี่ อ คื การตัดตั สินสิ ใจ ด้ว ด้ ยแรงกระตุ้นตุ้ ตามแผน ซึ่ง ซึ่ เป็น ป็ การจงใจให้ผู้ ห้ บผู้ ริโริภครู้ว่รู้ า ว่ พวกเขา ต้อ ต้ งการซื้อ ซื้ ผลิตลิภัณภัฑ์ปฑ์ระเภทใดประเภทหนึ่ง นึ่ แต่แ ต่ ค่ไค่ ม่แ ม่ น่ใน่ จในราย ละเอีย อี ดเฉพาะเจาะจง เป็น ป็ ต้น ต้ อย่า ย่ งไรก็ต ก็ าม นักนัการตลาดส่ว ส่ นใหญ่ จำ เป็น ป็ ต้อ ต้ งใช้เ ช้ วลาหลายปีใปี นการพยายามควบคุมคุพลังลัของการซื้อ ซื้ ด้ว ด้ ยแรงกระตุ้นตุ้ ตั้งตั้แต่ศิต่ ลศิปะการบรรจุหีจุบ หี ห่อ ห่ ไปจนถึง ถึ การจัดจัเรีย รี ง สินสิค้า ค้ บนชั้นชั้วางสินสิค้า ค้ ซึ่ง ซึ่ ทุกทุอย่า ย่ งล้ว ล้ นมีผ มี ลกระทบต่อ ต่ การควบคุมคุ แรงกระตุ้นตุ้ ของกลุ่มลุ่ เป้า ป้ หมาย 5.ทฤษฎีพ ฎี ฤติกติรรมผู้ซื้ผู้อ ซื้ แนวคิดคิหลักลัที่นำ ที่ นำเสนอในทฤษฎีพ ฎี ฤติกติรรมของผู้ซื้ผู้อ ซื้ คือ คื โดยทั่วทั่ ไปแล้ว ล้ พฤติกติรรมการซื้อ ซื้ ซ้ำ ๆ ที่เ ที่ ชื่อ ชื่ ถือ ถื ได้แ ด้ ละมีแ มี นวโน้ม น้ ที่จ ที่ ะสร้า ร้ งกิจกิวัตวัรการ ซื้อ ซื้ ที่คุ้ ที่ นคุ้ เคยเพื่อ พื่ ประหยัดยัเวลาและทำ ให้ก ห้ ระบวนการตัดตั สินสิ ใจง่า ง่ ยขึ้น ขึ้ ในการตอบคำ ถามนี้ ทฤษฎีพ ฎี ยายามที่จ ที่ ะระบุอบุงค์ปค์ระกอบของ กระบวนการตัดตั สินสิ ใจนั้นนั้และสังสัเกตการเปลี่ย ลี่ นแปลงใดๆ ที่เ ที่ กิดกิขึ้น ขึ้ และ ไม่ว่ ม่ า ว่ สิ่งสิ่เหล่า ล่ นั้นนั้จะเติบติ โตมาจากสภาพแวดล้อ ล้ มทางการค้า ค้ และสังสัคม ที่แ ที่ บรนด์ใด์ดๆ ก็ต ก็ ามอาจมีอิ มี ทอิ ธิพลหรือ รื ไม่ ตามทฤษฎีพ ฎี ฤติกติรรมผู้ บริโริภคนี้ การเลือ ลื กตราสินสิค้า ค้ ที่ผู้ ที่ ซื้ผู้อ ซื้ ต้อ ต้ งการจะเกิดกิขึ้น ขึ้ จากแรงจูงจูใจ ทางเลือ ลื กอื่น อื่ หรือ รื แนวทางการดำ เนินนิการ
และบุคบุคลที่สที่ ามผู้โผู้น้ม น้ น้า น้ วการตัดตั สินสิ ใจที่ต ที่ รงกับกัแรงจูงจูใจกับกัทางเลือ ลื ก เหล่า ล่ นั้นนั้แบรนด์ทด์างเลือ ลื กในตลาด และแบรนด์ที่ด์ผู้ ที่ บผู้ ริโริภครู้จัรู้ กจัจึง จึ มีที่ มี ว่ ที่ า ว่ ง ให้ห ห้ าช่อ ช่ งว่า ว่ งและสร้า ร้ งสิ่งสิ่ที่เ ที่ ติมติเต็ม ต็ ช่อ ช่ งว่า ว่ งเหล่า ล่ นั้นนั้นอกจากนี้ยั นี้ งยัมี โอกาสเมื่อ มื่ ผู้ซื้ผู้อ ซื้ รายใหม่อ ม่ ยู่ใยู่ นตลาดเพื่อ พื่ ซื้อ ซื้ ผลิตลิภัณภัฑ์ปฑ์ระเภทใหม่ (ประเภทผลิตลิภัณภัฑ์)ฑ์แต่อ ต่ าจขาดประสบการณ์หณ์รือ รื ความรู้ใรู้นผลิตลิภัณภัฑ์ที่ฑ์จำ ที่ จำเป็น ป็ ข้อ ข้ มูลมูที่ผู้ ที่ ซื้ผู้อ ซื้ ค้น ค้ หาหรือ รื ได้รั ด้ บรั โดยบังบัเอิญอิจากบุคบุคลที่สที่ ามจะได้รั ด้ บรัการ ประมวลผลด้ว ด้ ยสิ่งสิ่ที่จำ ที่ จำเป็น ป็ และความจริงริที่ว่ ที่ า ว่ ผลิตลิภัณภัฑ์นั้ฑ์นนั้จะตอบสนองความต้อ ต้ งการนั้นนั้ ได้ดี ด้ เ ดี พีย พี งใดนอกจากนี้ผู้ นี้ บผู้ ริโริภคอาจเปรีย รี บเทีย ที บกับกั ผลิตลิภัณภัฑ์ปฑ์ระเภทก่อ ก่ นหน้า น้ และใช้ก ช้ ระบวนการที่ค ที่ ล้า ล้ ยกันกั ในการตัดตั สินสิ ใจ ใหม่ๆ ม่ ตัวตัอย่า ย่ งเช่น ช่ ตามทฤษฎีพ ฎี ฤติกติรรมของผู้ซื้ผู้อ ซื้ ผู้ซื้ผู้อ ซื้ อาจสรุปรุ ประสบการณ์กณ์ารซื้อ ซื้ ตู้เตู้ย็น ย็ และใช้ปช้ ระสบการณ์นั้ณ์นนั้เพื่อ พื่ ซื้อ ซื้ เครื่อ รื่ งล้า ล้ งจาน เครื่อ รื่ งใหม่โม่ ดยไม่คำ ม่ คำนึง นึ ถึง ถึ แหล่ง ล่ ที่ม ที่ า ผู้ที่ผู้ ทำ ที่ ทำการซื้อ ซื้ จะพัฒพันาตัวตักลางใน การตัดตั สินสิ ใจที่จำ ที่ จำเป็น ป็ ในการเลือ ลื กแบรนด์นั้ด์นนั้อย่า ย่ งน่า น่ เชื่อ ชื่ ถือ ถื ในอนาคต โดยพิจพิารณาจากสิ่งสิ่ที่ดู ที่ เดูหมือ มื นว่า ว่ จะมีศัมี กศัยภาพที่ดี ที่ ที่ ดีสุที่ ดสุสำ หรับรัการตอบ สนองแรงจูงจูใจของผู้ซื้ผู้อ ซื้
หน่วยที่5ที่ ความรู้เรู้กี่ย กี่ วกับ กั ผลิตลิภัณ ภั ฑ์ ผลิตลิภัณภัฑ์ (Product) หมายถึง ถึ สิ่งสิ่ของที่กิ ที่ จกิการมีไมี ว้เ ว้ พื่อ พื่ นำ เสนอแก่ ตลาดจำ หน่า น่ ยให้กั ห้ บกัผู้ซื้ผู้อ ซื้ หรือ รื ลูกลูค้า ค้ เพื่อ พื่ หวังวัผลกำ ไรจากการ จำ หน่า น่ ยสินสิค้า ค้ ก่อ ก่ ให้เ ห้ กิดกิมีก มี ารซื้อ ซื้ การใช้ หรือ รื การบริโริภคและตอบ สนองความต้อ ต้ งการและความจำ เป็น ป็ ของผู้ซื้ผู้อ ซื้ ให้ไห้ ด้รั ด้ บรัความพึง พึ พอใจสิ่งสิ่ที่พ ที่ นักนังานขายควรรู้เรู้กี่ย กี่ วกับกัผลิตลิภัณภัฑ์ คือ คื ประวัติวัคติวามเป็น ป็ มาของสินสิค้า ค้ เป็น ป็ สิ่งสิ่สำ คัญคัที่พ ที่ นักนังานขายจะต้อ ต้ ง ศึก ศึ ษา ทำ ให้พ ห้ นักนังานขายเข้า ข้ใจถึง ถึ พัฒพันาการของสินสิค้า ค้ ที่ข ที่ ายมาก ขึ้น ขึ้ สินสิค้า ค้ บางชนิดนิเป็น ป็ ตำ นาน ที่ลู ที่ กลูค้า ค้ ต้อ ต้ งการมีไมี ว้ค ว้ รอบครองเพื่อ พื่ ความภาคภูมิภูใมิจ เช่น ช่ กางเกงยีน ยีส์ ไวท์รูท์ ปรูแบบลักลัษณะของสินสิค้า ค้ ทำ ให้พ ห้ นักนังานขายสมารถอธิบายรายละเอีย อี ดให้ลู ห้ กลูค้า ค้ ทราบได้ เช่น ช่ สี ขนาด คุณคุลักลัษณะพื้น พื้ ฐานประโยชน์ขน์องสินสิค้า ค้ ที่ลู ที่ กลูค้า ค้ จะได้รั ด้ บรัจาก การใช้สิช้ นสิค้า ค้ นั้นนั้ๆ ซึ่ง ซึ่ อาจเป็น ป็ ประโยชน์ที่น์ม ที่ องเห็น ห็ ได้อ ด้ ย่า ย่ งชัดชัเจนทันทัที เช่น ช่ เครื่อ รื่ งปรับรัอากาศ ให้ค ห้ วามเย็น ย็ สบาย หรือ รื ประโยชน์ซ่น์อ ซ่ นเร้น ร้ ที่ ลูกลูค้า ค้ อาจมองไม่เ ม่ ห็น ห็ แต่พ ต่ นักนังานขายจะบอกให้ท ห้ ราบ เช่น ช่ เครื่อ รื่ ง ปรับรัอากาศทำ หน้า น้ ที่ฟที่ อกอากาศ ขจัดจั ฝุ่น ฝุ่ ละออง เป็น ป็ ต้น ต้ ไม่ว่ ม่ า ว่ จะเป็น ป็ ประโยชน์ที่น์เ ที่ ห็น ห็ ได้ชั ด้ ดชัหรือ รื ซ่อ ซ่ นเร้น ร้ พนักนังานขายจำ เป็น ป็ ต้อ ต้ งเสนอต่อ ต่ ลูกลูค้า ค้ให้ท ห้ ราบ เป็น ป็ การจูงจูใจเกี่ย กี่ วกับกัคุณคุภาพให้ดู ห้ น่ดูา น่ เชื่อ ชื่ ถือ ถื และทำ ให้ ลูกลูค้า ค้ ตัดตั สินสิ ใจซื้อ ซื้ ได้ง่ ด้ า ง่ ยขึ้น ขึ้ องค์ปค์ระกอบหรือ รื ชิ้นชิ้ส่ว ส่ นสินสิค้า ค้ คือ คื ส่ว ส่ น ประกอบวัตวัถุดิถุบดิและกรรมวิธีวิในการผลิตลิคุณคุภาพ สินสิค้า ค้ จะดีห ดี รือ รื ไม่ดี ม่ ดี จึง จึ ขึ้น ขึ้ อยู่กัยู่ บกัองค์ปค์ระกอบเหล่า ล่ นี้ด้ นี้ ว ด้ ย เพราะลูกลูค้า ค้ส่ว ส่ นมากมักมั ยอมรับรัคุณคุภาพ หรือ รื กรรมวิธีวิในการผลิตลิที่ไที่ ด้ม ด้ าตรฐาน แม้ว่ ม้ า ว่ สินสิค้า ค้ นั้นนั้แพงกว่า ว่ ตราสินสิค้า ค้ อื่น อื่ ก็ต ก็ ามการใช้แ ช้ ละการดูแดูลรักรัษา สินสิค้า ค้ บาง อย่า ย่ งโดยเฉพาะสินสิค้า ค้ เทคนิคนิหรือ รืสินสิค้า ค้ เทคโนโลยีห ยี รือ รืสินสิค้า ค้ การใช้ งานบางอย่า ย่ งเฉพาะ เช่น ช่ โน้ต น้ บุ๊กบุ๊ เครื่อ รื่ งใช้ไช้ฟฟ้า ฟ้ เมื่อ มื่ ลูกลูค้า ค้ ตัดตั สินสิ ใจ ซื้อ ซื้ ไปแล้ว ล้ เกิดกิมีปัมี ญปัหาเกี่ย กี่ วกับกัการใช้ว่ ช้ า ว่ ไม่ดี ม่ จ ดี ริงริอย่า ย่ งที่พ ที่ นักนังาน ขายกล่า ล่ วอ้า อ้ ง ทำ ให้เ ห้สีย สี ความรู้สึรู้ ก สึ ทั้งทั้ต่อ ต่ สินสิค้า ค้ พนักนังานขาย และ กิจกิการ 5
ดังดันั้นนั้ ในการขายสินสิค้า ค้ บางอย่า ย่ งซึ่ง ซึ่ มีข้ มี อ ข้ ปลีก ลี ย่อ ย่ ย เกี่ย กี่ วกับกัการใช้ และการดูแดูลรักรัษา พนักนังานขายจะต้อ ต้ งอธิบายถึง ถึ วิธีวิใช้แ ช้ ละการ บำ รุงรุรักรัษาอย่า ย่ งถูกถูวิธีวิด้ว ด้ ย เพราะปัญปัหาที่เ ที่ กิดกิขึ้น ขึ้ กับกัตัวตั สินสิค้า ค้ อาจมี สาเหตุมตุาจากการใช้ไช้ ม่ถู ม่ กถูวิธีวิและเก็บ ก็ รักรัษาไม่ดี ม่ ดี หรือ รื ลูกลูค้า ค้ใช้ง ช้ านไม่ เป็น ป็ ไม่มี ม่ ค มี วามรู้ เช่น ช่ เตารีด รี ระบบไอน้ำ ลูกลูค้า ค้ปรับรัระดับดั ไม่ถู ม่ กถูต้อ ต้ งการ ใช้ง ช้ านไม่มี ม่ ปมี ระสิทสิ ธิภาพตามที่ลู ที่ กลูค้า ค้ คาดหวังวัพนักนังานขายควรสาธิต อธิบายวิธีวิการใช้อ ช้ ย่า ย่ งละเอีย อี ดและถูกถูวิธีวิการเปรีย รี บเทีย ที บผลิตลิภัณภัฑ์ กับกัคู่แคู่ ข่งขันขัเป็น ป็ วิธีวิการหนึ่ง นึ่ ที่พ ที่ นักนังานขายจะต้อ ต้ งนำ มาเพื่อ พื่ เน้น น้ ให้ ลูกลูค้า ค้ เห็น ห็ ถึง ถึ ความแตกต่า ต่ งในด้า ด้ นคุณคุภาพ และคุณคุลักลัษณะอื่น อื่ ๆ พนักนังานขายไม่ค ม่ วรเอ่ย อ่ ชื่อ ชื่ สินสิค้า ค้ ที่นำ ที่ นำมาเปรีย รี บเทีย ที บนั้นนั้เพราะจะ กลายเป็น ป็ การแข่งขันขัที่ข ที่ าดจริยริธรรมทางธุรกิจกิถ้า ถ้ จำ เป็น ป็ ต้อ ต้ งสาธิต พนักนังานขายควรหากระดาษปิดปิฉลากสินสิค้า ค้ คู่แคู่ ข่งขันขัที่นำ ที่ นำมาสาธิต แสดงให้ลู ห้ กลูค้า ค้ เห็น ห็ ข้อ ข้ ดีแ ดี ละความแตกต่า ต่ งของสินสิค้า ค้ ที่เ ที่สนอขาย เพื่อ พื่ ให้ลู ห้ กลูค้า ค้ พิจพิารณาในการตัดตั สินสิ ใจซื้อ ซื้ การให้บ ห้ ริกริาร สินสิค้า ค้ มีบ มี ริกริาร ด้า ด้ นการขายเรื่อ รื่ งใดบ้า บ้ ง เช่น ช่ การรับรั ประกันกัตัวตั สินสิค้า ค้ บริกริารดูแดูล รักรัษา บริกริารส่ง ส่ สินสิค้า ค้สิทสิ ธิประโยชน์อื่น์น อื่ ๆ เช่น ช่ การให้สิห้ ทสิ ธิซื้อ ซื้ สินสิค้า ค้ ชนิดนิอื่น อื่ โดยได้รั ด้ บรั ส่ว ส่ นลด หรือ รืสิทสิ ธิการเป็น ป็ ลูกลูค้า ค้ VIP ที่ไที่ ด้รั ด้ บรัการดูแดูล เป็น ป็ พิเพิศษสินสิค้า ค้ ที่ใที่ ช้ร่ ช้ ว ร่ มกันกัหรือ รื มีค มี วามเกี่ย กี่ วข้อ ข้ งกันกัเช่น ช่ ไฟฉายกับกั ถ่า ถ่ นไฟฉาย รถยนต์กัต์บกัน้ำ มันมัหรือ รื แก๊สก๊ หรือ รื รถยนต์กัต์บกั ฟิล์ฟิมล์กรองแสง เป็น ป็ ต้น ต้ แหล่ง ล่ ความรู้เรู้กี่ย กี่ วกับกัผลิตลิภัณภัฑ์ ตัวตั สินสิค้า ค้ เป็น ป็ แหล่ง ล่ รายละเอีย อี ดที่สที่ ามารถหาได้ง่ ด้ า ง่ ยที่สุที่ ดสุที่ตั ที่ วตั สินสิค้า ค้ จะมีคุ มี ณคุประโยชน์ขน์องสินสิค้า ค้ พิมพิพ์ติดติเข้า ข้ไว้ใว้ นกล่อ ล่ งสินสิค้า ค้ ก็จ ก็ ะมีฉ มี ลาก อธิบายรายละเอีย อี ดเกี่ย กี่ วกับกั สินสิค้า ค้ นั้นนั้ๆ พนักนังานขายสามารถศึก ศึ ษา ได้ด้ ด้ ว ด้ ยตนเอง โดยอ่า อ่ นรายละเอีย อี ดที่หี ที่ บ หี ห่อ ห่ สินสิค้า ค้ การอบรมปฐมนิเนิทศ พนักนังานขายหน้า น้ใหม่ย่ ม่ อ ย่ มได้รั ด้ บรัการอบรมก่อ ก่ นที่ จะเริ่มริ่การปฏิบัฏิติบังติานจริงริหรือ รื มีสมี ถานการณ์จำณ์จำลองให้ฝึห้ ก ฝึ การขาย
กิจกิการอื่น อื่ ๆ ก่อ ก่ นการปฏิบัฏิติบังติานจริงริเช่น ช่ การให้พ ห้ นักนังานขายหน้า น้ ใหม่ติ ม่ ดติตามพนักนังานขายมือ มื อาชีพ ชี ในตลาดการขายจริงริเพื่อ พื่ เรีย รี นรู้ เทคนิคนิการขาย และการแสวงหาตลาดตลอดจนการแก้ปัก้ ญปัหาเฉพาะ หน้า น้ คู่มืคู่ อ มืสินสิค้า ค้ สินสิค้า ค้ บางชนิดนิเช่น ช่ อุปอุกรณ์เณ์ครื่อ รื่ งใช้ไช้ฟฟ้า ฟ้ สินสิค้า ค้ เทคโนโลยี โน้ต น้ บุ๊คบุ๊ กล้อ ล้ งถ่า ถ่ ยรูปรูโทรศัพศัท์มืท์อ มื ถือ ถื เป็น ป็ ต้น ต้ จะมีคู่ มี มืคู่ อ มื การ ใช้สิช้ นสิค้า ค้ นั้นนั้ๆ แนบติดติมากับกัตัวตั สินสิค้า ค้ เป็น ป็ รายละเอีย อี ดทั้งทั้หมดของ สินสิค้า ค้ เพื่อ พื่ ให้ลู ห้ กลูค้า ค้ได้ศึด้ ก ศึ ษา พนักนังานขายสามารถศึก ศึ ษาได้ด้ ด้ ว ด้ ยตัวตั เองถ้า ถ้ไม่เ ม่ ข้า ข้ใจสอบถามผู้เผู้ชี่ย ชี่ วชาญในสินสิค้า ค้ นั้นนั้จากพนักนังานใน บริษัริ ษัทคู่มืคู่ อ มื ขาย เป็น ป็ เอกสารที่กิ ที่ จกิการจัดจัทำ ขึ้น ขึ้ มาเพื่อ พื่ ให้พ ห้ นักนังานขาย ได้ศึด้ ก ศึ ษา ในเรื่อ รื่ งที่เ ที่ กี่ย กี่ วกับกัตัวตั สินสิค้า ค้ รายละเอีย อี ดเกี่ย กี่ วกับกัหน้า น้ ที่ข ที่ อง พนักนัขายต้อ ต้ งทำ รวมทั้งทั้ราคาของสินสิค้า ค้ ทั้งทั้ราคาขายปลีก ลี ราคา ขายส่ง ส่ คู่มืคู่ อ มื ขาย ถือ ถื ว่า ว่ เป็น ป็ คัมคัภีร์ ภี ขร์องนักนัขาย ไม่อ ม่ าจให้ลู ห้ กลูค้า ค้ ดูไดูด้ การฝึก ฝึ อบรมเพิ่มพิ่เติมติเมื่อ มื่ บริษัริ ษัทมีก มี ารปรับรั ปรุงรุสินสิค้า ค้ หรือ รื ออกสินสิค้า ค้ ตัวตั ใหม่ม ม่ า กิจกิการอาจจะต้อ ต้ งฝึก ฝึ อบรมให้พ ห้ นักนังานขายทราบ ตัวตัแทนขายของผู้ผผู้ ลิตลิตัวตัแทนของผู้ผผู้ ลิตลิ สินสิค้า ค้ ย่อ ย่ มมีค มี วามรู้เรู้กี่ย กี่ ว กับกั สินสิค้า ค้ ที่นำ ที่ นำมาส่ง ส่ เป็น ป็ อย่า ย่ งดี และเป็น ป็ แหล่ง ล่ ความรู้เรู้กี่ย กี่ วกับกั สินสิค้า ค้ ที่ เขานำ มาส่ง ส่ นั้นนั้ซึ่ง ซึ่ ก็จ ก็ ะได้รั ด้ บรัความเต็ม ต็ ใจ เพราะถือ ถื เป็น ป็ หน้า น้ ที่ข ที่ องเขา ที่จ ที่ ะต้อ ต้ งทำ และเป็น ป็ การส่ง ส่ เสริมริการขายของกิจกิการผู้ผผู้ ลิตลิด้ว ด้ ย โปรแกรมการฝึก ฝึ อบรม ที่บ ที่ ริษัริ ษัทวางแผนไว้เ ว้ ช่น ช่ 3 เดือ ดื น 6 เดือ ดื น จัดจั ฝึก ฝึ อบรมพนักนังานขายครั้งรั้หนึ่ง นึ่ เป็น ป็ ต้น ต้ แหล่ง ล่ อื่น อื่ ๆ สื่อ สื่ ต่า ต่ งๆ การสอบถามผู้รู้ผู้รู้การค้น ค้ คว้า ว้ จากห้อ ห้ งสมุดมุ หนังนั สือ สื พิมพิพ์ สมาคมที่เ ที่ กี่ย กี่ วข้อ ข้ ง เป็น ป็ ต้น ต้ ประโยชน์ขน์องการมีค มี วามรู้เรู้กี่ย กี่ วกับกั สินสิค้า ค้ หรือ รื บริกริาร พนักนังานขายจะได้นำ ด้ นำความรู้เรู้กี่ย กี่ วกับกัผลิตลิภัณภัฑ์นั้ฑ์นนั้ตอบคำ ถาม ลูกลูค้า ค้ การซื้อ ซื้ ขายสินสิค้า ค้โดยเฉพาะสินสิค้า ค้ ที่มี ที่ ร มี าคาแพง ลูกลูค้า ค้ ต้อ ต้ ง มีค มี วามมั่นมั่ ใจมากที่สุที่ ดสุในตัวตั สินสิค้า ค้ ก่อ ก่ นที่จ ที่ ะตกลงใจซื้อ ซื้ สินสิค้า ค้ มี ปัญปัหาและข้อ ข้ ข้อ ข้ งใจจะถูกถูถามเพื่อ พื่ ขอคำ ตอบจากพนักนังานขาย และพนักนังานขายมีห มี น้า น้ ที่จ ที่ ะต้อ ต้ งตอบคำ ถามเหล่า ล่ นั้นนั้ของลูกลูค้า ค้ การตอบคำ ถามของ
ลูกลูค้า ค้ ที่เ ที่ กี่ย กี่ วกับกั สินสิค้า ค้ไม่ไม่ ด้แ ด้ ม้แ ม้ ต่เ ต่ พีย พี งข้อ ข้ เดีย ดี ว อาจจะหมายถึง ถึ ลูกลูค้า ค้ไม่ซื้ ม่ อ ซื้ สินสิค้า ค้ พนักนังานขายจะมีค มี วามเชื่อ ชื่ มั่นมั่ ในการปฏิบัฏิติบังติาน ขายเพิ่มพิ่มากขึ้น ขึ้ การมีค มี วามรู้เรู้กี่ย กี่ วกับกัเรื่อ รื่ งหนึ่ง นึ่ เรื่อ รื่ งใดเป็น ป็ อย่า ย่ งดี ย่อ ย่ มทำ ให้ผู้ ห้ นั้ผู้ นนั้มีค มี วามเชื่อ ชื่ มั่นมั่ ในการทำ สิ่งสิ่นั้นนั้ ไม่ก ม่ ลัวลัที่จ ที่ ะล้ม ล้ เหลว หรือ รื ผิดผิหวังวัพนักนังานขายที่มี ที่ ค มี วามรู้เรู้กี่ย กี่ วกับกัผลิตลิภัณภัฑ์เฑ์ป็น ป็ อย่า ย่ ง ดี ย่อ ย่ มไม่ก ม่ ลัวลัการที่จ ที่ ะต้อ ต้ งเผชิญชิหน้า น้ กับกัลูกลูค้า ค้ไม่ห ม่ วั่นวั่ ไหวกับกั คำ ถามที่ลู ที่ กลูค้า ค้ จะถาม และความเชื่อ ชื่ มั่นมั่ดังดักล่า ล่ วจะนำ พนักนังาน ขายไปสู่คสู่วามสำ เร็จ ร็ 1. พนักนังานขายจะมีค มี วามกระตือ ตื รือ รื ร้น ร้ ในการทำ งาน การมีค มี วามรู้ เกี่ย กี่ วกับกัผลิตลิภัณภัฑ์เฑ์ป็น ป็ อย่า ย่ งดี มีค มี วามเชื่อ ชื่ มั่นมั่ ในงานขาย ย่อ ย่ มทำ ให้ พนักนังานขายเกิดกิความต้อ ต้ งการที่จ ที่ ะขาย ที่จ ที่ ะเข้า ข้ พบลูกลูค้า ค้ และ ลูกลูค้า ค้ เองก็จ ก็ ะได้พ ด้ บกับกัพนักนังานขายที่มี ที่ ปมี ระสิทสิ ธิภาพ สามารถจัดจั สินสิค้า ค้ให้ต ห้ รงกับกัความต้อ ต้ งการที่แ ที่ ท้จ ท้ ริงริของตนได้ 2. กิจกิการได้รั ด้ บรัความชมเชยจากลูกลูค้า ค้ พนักนังานขายมีค มี วามสามารถ ย่อ ย่ มสร้า ร้ งความพึง พึ พอใจให้กั ห้ บกัลูกลูค้า ค้ ไม่ว่ ม่ า ว่ ในเรื่อ รื่ งการเสนอขายที่ มีปมี ระสิทสิ ธิภาพ หรือ รื การจัดจั สรรสินสิค้า ค้ ที่ลู ที่ กลูค้า ค้ มีค มี วามต้อ ต้ งการ กิจกิการจะได้รั ด้ บรัคำ ชมจากลูกลูค้า ค้ เหล่า ล่ นั้นนั้กิจกิการจะมีลู มี กลูค้า ค้ ขา ประจำ เพิ่มพิ่ขึ้น ขึ้ และอาจได้ลู ด้ กลูค้า ค้ รายใหม่ ๆ จากการแนะนำ ของ ลูกลูค้า ค้ เหล่า ล่ นั้นนั้ด้ว ด้ ย 3. การได้เ ด้ ลื่อ ลื่ นขั้นขั้เลื่อ ลื่ นตำ แหน่ง น่ กิจกิการย่อ ย่ มให้ก ห้ ารส่ง ส่ เสริมริพนักนังาน ขายที่มี ที่ ค มี วามสามารถให้ดำ ห้ ดำรงตำ แหน่ง น่ ที่สูที่ งสูขึ้น ขึ้ ตลอดจนค่า ค่ ตอบแทนที่จ ที่ ะมากขึ้น ขึ้ ตามความสามารถ ซึ่ง ซึ่ เป็น ป็ เรื่อ รื่ งธรรมดาของ การทำ งานที่ผู้ ที่ มีผู้ ค มี วามสามารถจะได้รั ด้ บรัความก้า ก้ วหน้า น้ 4. องค์ปค์ระกอบของผลิตลิภัณภัฑ์ (Product Component) เป็น ป็ คุณคุสมบัติบัขติองผลิตลิภัณภัฑ์ที่ฑ์นำ ที่ นำมากำ หนดลักลัษณะผลิตลิภัณภัฑ์ โดย สามารถแยกองค์ปค์ระกอบของผลิตลิภัณภัฑ์อฑ์อกเป็น ป็ 5 ระดับดัคือ คื ตัวตัผลิตลิภัณภัฑ์ คือ คื ประโยชน์พื้น์น พื้ ฐานของผลิตลิภัณภัฑ์ที่ฑ์ผู้ ที่ บผู้ ริโริภคจะได้ รับรัจากการซื้อ ซื้ สินสิค้า ค้โดยตรง เช่น ช่ ซื้อ ซื้ กล้อ ล้ งถ่า ถ่ ยรูปรูไว้ถ่ ว้ า ถ่ ยรูปรูซื้อ ซื้ เครื่อ รื่ งปริ๊นริ๊เตอร์ไร์ว้ปว้ ริ๊นริ๊เอกสาร เป็น ป็ ต้น ต้ 1.
พนักนังานขายจะมีค มี วามเชื่อ ชื่ มั่นมั่ ในการปฏิบัฏิติบังติานขายเพิ่มพิ่มากขึ้น ขึ้ การมีค มี วามรู้เรู้กี่ย กี่ วกับกัเรื่อ รื่ งหนึ่ง นึ่ เรื่อ รื่ งใดเป็น ป็ อย่า ย่ งดีย่ ดี อ ย่ มทำ ให้ผู้ ห้ นั้ผู้ นนั้มี ความเชื่อ ชื่ มั่นมั่ ในการทำ สิ่งสิ่นั้นนั้ ไม่ก ม่ ลัวลัที่จ ที่ ะล้ม ล้ เหลวหรือ รื ผิดผิหวังวั พนักนังานขายที่มี ที่ ค มี วามรู้เรู้กี่ย กี่ วกับกัผลิตลิภัณภัฑ์เฑ์ป็น ป็ อย่า ย่ งดี ย่อ ย่ มไม่ก ม่ ลัวลั การที่จ ที่ ะต้อ ต้ งเผชิญชิหน้า น้ กับกัลูกลูค้า ค้ไม่ห ม่ วั่นวั่ ไหวกับกัคำ ถามที่ลู ที่ กลูค้า ค้ จะ ถาม และความเชื่อ ชื่ มั่นมั่ดังดักล่า ล่ วจะนำ พนักนังานขายไปสู่คสู่วามสำ เร็จ ร็ พนักนังานขายจะมีค มี วามกระตือ ตื รือ รื ร้น ร้ ในการทำ งาน การมีค มี วามรู้ เกี่ย กี่ วกับกัผลิตลิภัณภัฑ์เฑ์ป็น ป็ อย่า ย่ งดี มีค มี วามเชื่อ ชื่ มั่นมั่ ในงานขาย ย่อ ย่ มทำ ให้ พนักนังานขายเกิดกิความต้อ ต้ งการที่จ ที่ ะขาย ที่จ ที่ ะเข้า ข้ พบลูกลูค้า ค้ และ ลูกลูค้า ค้ เองก็จ ก็ ะได้พ ด้ บกับกัพนักนังานขายที่มี ที่ ปมี ระสิทสิ ธิภาพ สามารถจัดจั สินสิค้า ค้ให้ต ห้ รงกับกัความต้อ ต้ งการที่แ ที่ ท้จ ท้ ริงริของตนได้ กิจกิการได้รั ด้ บรัความชมเชยจากลูกลูค้า ค้ พนักนังานขายมีค มี วามสามารถ ย่อ ย่ มสร้า ร้ งความพึง พึ พอใจให้กั ห้ บกัลูกลูค้า ค้ ไม่ว่ ม่ า ว่ ในเรื่อ รื่ งการเสนอขายที่มี ที่ มี ประสิทสิ ธิภาพ หรือ รื การจัดจั สรรสินสิค้า ค้ ที่ลู ที่ กลูค้า ค้ มีค มี วามต้อ ต้ งการกิจกิการ จะได้รั ด้ บรัคำ ชมจากลูกลูค้า ค้ เหล่า ล่ นั้นนั้กิจกิการจะมีลู มี กลูค้า ค้ ขาประจำ เพิ่มพิ่ขึ้น ขึ้ และอาจได้ลู ด้ กลูค้า ค้ รายใหม่ ๆ จากการแนะนำ ของลูกลูค้า ค้ เหล่า ล่ นั้นนั้ด้ว ด้ ย การได้เ ด้ ลื่อ ลื่ นขั้นขั้เลื่อ ลื่ นตำ แหน่ง น่ กิจกิการย่อ ย่ มให้ก ห้ ารส่ง ส่ เสริมริพนักนังาน ขายที่มี ที่ ค มี วามสามารถให้ดำ ห้ ดำรงตำ แหน่ง น่ ที่สูที่ งสูขึ้น ขึ้ ตลอดจนค่า ค่ ตอบแทนที่จ ที่ ะมากขึ้น ขึ้ ตามความสามารถ ซึ่ง ซึ่ เป็น ป็ เรื่อ รื่ งธรรมดาของ การทำ งานที่ผู้ ที่ มีผู้ ค มี วามสามารถจะได้รั ด้ บรัความก้า ก้ วหน้า น้ องค์ปค์ระกอบของผลิตลิภัณภัฑ์ (Product Component) เป็น ป็ คุณคุสมบัติบัขติองผลิตลิภัณภัฑ์ที่ฑ์นำ ที่ นำมากำ หนดลักลัษณะผลิตลิภัณภัฑ์ โดย สามารถแยกองค์ปค์ระกอบของผลิตลิภัณภัฑ์อฑ์อกเป็น ป็ 5 ระดับดัคือ คื ตัวตัผลิตลิภัณภัฑ์ คือ คื ประโยชน์พื้น์น พื้ ฐานของผลิตลิภัณภัฑ์ที่ฑ์ผู้ ที่ บผู้ ริโริภคจะได้รั ด้ บรั จากการซื้อ ซื้ สินสิค้า ค้โดยตรง เช่น ช่ ซื้อ ซื้ กล้อ ล้ งถ่า ถ่ ยรูปรูไว้ถ่ ว้ า ถ่ ยรูปรูซื้อ ซื้ เครื่อ รื่ ง ปริ๊นริ๊เตอร์ไร์ว้ปว้ ริ๊นริ๊เอกสาร เป็น ป็ ต้น ต้
ลักลัษณะของผลิตลิภัณภัฑ์ คือ คื ลักลัษณะทางกายภาพที่ผู้ ที่ บผู้ ริโริภคสามารถ สัมสัผัสผัหรือ รื รับรัรู้ไรู้ด้ เป็น ป็ สิ่งสิ่ที่ทำ ที่ ทำให้ผ ห้ ลิตลิภัณภัฑ์มีฑ์ลั มี กลัษณะเฉพาะและ กระตุ้นตุ้ ให้เ ห้ กิดกิการซื้อ ซื้ เช่น ช่ คุณคุภาพ (Quality level)รูปรูร่า ร่ งลักลัษณะ (Features) การออกแบบ (Design) บรรจุภัจุณภัฑ์ (Packaging) ชื่อ ชื่ ตราสินสิค้า ค้ (Brand name)ผลิตลิภัณภัฑ์ที่ฑ์ค ที่ าดหวังวั (Expected Product) คือ คื คุณคุสมบัติบัหติรือ รื เงื่อ งื่ นไขที่ผู้ ที่ ซื้ผู้อ ซื้ คาดหวังวัว่า ว่ จะได้รั ด้ บรัจาก การซื้อ ซื้ สินสิค้า ค้ หรือ รื เป็น ป็ ข้อ ข้ ตกลงในการซื้อ ซื้ สินสิค้า ค้ เช่น ช่ โทรศัพศัท์มืท์อ มื ถือ ถืสามารถบันบัทึก ทึ วีดี วี โดี อเป็น ป็ นาฬิกฬิาปลุกลุเล่น ล่ อินอิเตอร์เร์น็ต น็ ได้ ผลิตลิภัณภัฑ์คฑ์วบหรือ รืส่ว ส่ นเสริมริของผลิตลิภัณภัฑ์ (Augmented Product) คือ คื ประโยชน์หน์รือ รื บริกริารที่ผู้ ที่ ซื้ผู้อ ซื้ จะได้รั ด้ บรัควบคู่ไคู่ ปกับกัการ ซื้อ ซื้ สินสิค้า ค้ คือ คื ผลประโยชน์เน์พิ่มพิ่เติมติที่ผู้ ที่ ซื้ผู้อ ซื้ จะได้รั ด้ บรัควบคู่ไคู่ ปกับกัการซื้อ ซื้ สินสิค้า ค้ นั้นนั้ๆ เช่น ช่ การให้บ ห้ ริกริารติดติตั้งตั้ (Installation) การขนส่ง ส่ (Transportation) การรับรั ประกันกั (Insurance) การให้สิห้ นสิเชื่อ ชื่ (Credit)ศักศัยภาพของผลิตลิภัณภัฑ์ (Potential Product)คือ คืส่ว ส่ นควบ ของผลิตลิภัณภัฑ์ทั้ฑ์งทั้หมดที่มี ที่ ก มี ารเปลี่ย ลี่ นแปลงหรือ รื พัฒพันาเพื่อ พื่ สนอง ความต้อ ต้ งการลูกลูค้า ค้ในอนาคต เช่น ช่ เครื่อ รื่ งปริ๊นริ๊เตอร์สร์ามารถถ่า ถ่ ย เอกสาร ส่ง ส่ แฟกซ์ไซ์ด้ โทรศัพศัท์มืท์อ มื ถือ ถื มีก มี ารพัฒพันาศักศัยภาพมีฟัมี งฟัชั่นชั่ ใหม่ๆ ม่ อย่า ย่ งต่อ ต่ เนื่อ นื่ ง เป็น ป็ ต้น ต้ ประเภทของผลิตลิภัณภัฑ์ (Product classification)ผลิตลิภัณภัฑ์สฑ์ามารถแบ่ง บ่ ออกเป็น ป็ 2 ประเภทใหญ่ๆ ญ่ คือ คื ผลิตลิภัณภัฑ์บฑ์ริโริภคและผลิตลิภัณภัฑ์อุฑ์ตอุสาหกรรม ดังดัรายละเอีย อี ดต่อ ต่ ไปนี้สินี้ นสิค้า ค้ อุปอุโภคบริโริภค (Consumer Goods) หมายถึง ถึ สินสิค้า ค้ ที่ผู้ ที่ ผู้ บริโริภคซื้อ ซื้ ไปใช้ใช้ นชีวิ ชี ตวิ ประจำ วันวั ไม่ไม่ ด้นำ ด้ นำไปผลิตลิหรือ รื นำ ไปจำ หน่า น่ ย ต่อ ต่ เพื่อ พื่ หวังวัผลกำ ไร โดยทั่วทั่ ไปคือ คืสินสิค้า ค้สำ เร็จ ร็ รูปรูสินสิค้า ค้ อุปอุโภค บริโริภค สามารถแบ่ง บ่ ออกเป็น ป็ 4 ชนิดนิคือ คืสินสิค้า ค้สะดวกซื้อ ซื้ (Convenience Goods) เป็น ป็ สินสิค้า ค้ ที่ซื้ ที่ อ ซื้ บ่อ บ่ ย การตัดตั สินสิ ใจซื้อ ซื้ เป็น ป็ แบบทันทัทีทั ที นทั ใด ใช้เ ช้ วลาวางแผนในการซื้อ ซื้ น้อ น้ ย มีก มี ารเปรีย รี บเทีย ที บ คุณคุสมบัติบัต่ติา ต่ งๆของสินสิค้า ค้ในแต่ล ต่ ะยี่ห้ ยี่ อ ห้ น้อ น้ ย ส่ว ส่ นใหญ่เ ญ่ป็น ป็ สินสิค้า ค้ ที่ใที่ ช้ ในชีวิ ชี ตวิ ประจำ วันวั
เช่น ช่ ข้า ข้ วสาร น้ำ ตาล น้ำ ปลา เกลือ ลื ผงซักซั ฟอกสบู่ ยาสีฟัสี นฟัยาสระ ผม อาหารแห้ง ห้ เครื่อ รื่ งปรุงรุรส เป็น ป็ ต้น ต้ แบ่ง บ่ ออกเป็น ป็ 3 ประเภท คือ คื สินสิค้า ค้ หลักลัจำ เป็น ป็ (Staple Goods) เป็น ป็ สินสิค้า ค้ ที่ใที่ ช้ใช้ นชีวิ ชี ตวิ ประจำ วันวั ราคาไม่แ ม่ พง มีก มี ารใช้บ่ ช้ อ บ่ ย เช่น ช่ สบู่ ยาสีฟัสี นฟัยาสระผม ข้า ข้ วสาร เครื่อ รื่ งปรุงรุรส เป็น ป็ ต้น ต้ สินสิค้า ค้ ที่ซื้ ที่ อ ซื้ ด้ว ด้ ยความต้อ ต้ งการเร่ง ร่ ด่ว ด่ น (Emergency Goods) เป็น ป็ สินสิค้า ค้สะดวกซื้อ ซื้ ที่ผู้ ที่ ซื้ผู้อ ซื้ ไม่ไม่ ด้ว ด้ างแผนใน การซื้อ ซื้ แต่ซื้ ต่ อ ซื้ เพราะความจำ เป็น ป็ เฉพาะอย่า ย่ ง ผู้ซื้ผู้อ ซื้ จะตัดตั สินสิ ใจซื้อ ซื้ โดยไม่คำ ม่ คำนึง นึ ถึง ถึ ราคาและคุณคุภาพของสินสิค้า ค้ เพราะเป็น ป็ การซื้อ ซื้ เพื่อ พื่ แก้ไก้ ขเหตุกตุารณ์เณ์ฉพาะหน้า น้ เช่น ช่ ซื้อ ซื้ ยกตัวตัอย่า ย่ งสินสิค้า ค้ อุตอุสาหกรรม มา 3 ตัวตัอย่า ย่ ง ผ้า ผ้ อนามัยมัเมื่อ มื่ มีปมี ระจำ เดือ ดื น มีด มี บาดซื้อ ซื้ ยาทาแผล หรือ รื พลาสเตอร์ปิร์ดปิแผล ซื้อ ซื้ ร่ม ร่ เมื่อ มื่ ฝนตกสินสิค้า ค้ ที่ซื้ ที่ อ ซื้ เฉพาะหน้า น้ (Impulse Goods) เป็น ป็ สินสิค้า ค้ ที่ผู้ ที่ ซื้ผู้อ ซื้ ไม่ไม่ ด้ว ด้ างแผนการซื้อ ซื้ สำ หรับรัการ ซื้อ ซื้ ในแต่ล ต่ ะครั้งรั้แต่ซื้ ต่ อ ซื้ เพราะได้รั ด้ บรัแรงกระตุ้นตุ้ ในการซื้อ ซื้ โดยทันทัทีทั ที นทั ใด เช่น ช่ สินสิค้า ค้ มีข มี องแถม ลดราคา สินสิค้า ค้ เปรีย รี บเทีย ที บซื้อ ซื้ (Shopping Goods) เป็น ป็ สินสิค้า ค้ ที่ซื้ ที่ อ ซื้ ไม่บ่ ม่ อ บ่ ย ต้อ ต้ งมีก มี ารวางแผนในการซื้อ ซื้ มีก มี ารเปรีย รี บเทีย ที บสินสิค้า ค้ แต่ล ต่ ะตราสินสิ ค้า ค้ในด้า ด้ นต่า ต่ งๆ เช่น ช่ ราคา คุณคุภาพ รูปรูแบบ เป็น ป็ สินสิค้า ค้ ทีมี ที ร มี าคาค่อ ค่ น ข้า ข้ งสูงสูมีก มี ารกระจายสินสิค้า ค้ แบบเลือ ลื กสรร แบ่ง บ่ เป็น ป็ 2 ลักลัษณะ ได้แ ด้ ก่ สินสิค้า ค้ ที่มี ที่ ค มี วามเหมือ มื นกันกั (Homogeneous Goods) เป็น ป็ สินสิค้า ค้ ที่ผู้ ที่ ซื้ผู้อ ซื้ เห็น ห็ ว่า ว่ มีลั มี กลัษณะพื้น พื้ ฐานที่ค ที่ ล้า ล้ ยคลึง ลึ กันกัฉะนั้นนั้การตัดตั สินสิ ใจซื้อ ซื้ จึง จึ ขึ้น ขึ้ อยู่กัยู่ บกัการเปรีย รี บเทีย ที บด้า ด้ นราคาที่ต่ำ ที่ ต่ำสุดสุของสินสิค้า ค้ เป็น ป็ หลักลัเช่น ช่ หม้อ ม้ หุงหุข้า ข้ ว เตารีด รี ตู้เตู้ย็น ย็ เป็น ป็ ต้น ต้ สินสิค้า ค้ ที่มี ที่ ค มี วามแตกต่า ต่ งกันกั (Heterogeneous Goods) เป็น ป็ สินสิค้า ค้ ที่ผู้ ที่ ซื้ผู้อ ซื้ เห็น ห็ ว่า ว่ มีลั มี กลัษณะต่า ต่ งกันกั จึง จึ ต้อ ต้ งเปรีย รี บเทีย ที บด้า ด้ นรูปรูแบบ คุณคุภาพ คุณคุลักลัษระ ความเหมาะสม ซึ่ง ซึ่ ลักลัษณะดังดักล่า ล่ วมีค มี วามสำ คัญคักว่า ว่ ด้า ด้ นราคา เช่น ช่ เสื้อ สื้ ผ้า ผ้ กระเป๋า ป๋ เป็น ป็ ต้น ต้ สินสิค้า ค้ เจาะจงซื้อ ซื้ (Specialty Goods) เป็น ป็ สินสิค้า ค้ ที่ ตราสินสิค้า ค้ มีชื่ มี อ ชื่ เสีย สี ง และผู้บผู้ ริโริภคมีค มี วามจงรักรัภักภัดีต่ ดี อ ต่ ตราสินสิค้า ค้ นั้นนั้ มีก มี ารเปรีย รี บเทีย ที บคุณคุสมบัติบัต่ติา ต่ งๆของผลิตลิภัณภัฑ์ใฑ์นแต่ล ต่ ะยี่ห้ ยี่ อ ห้ น้อ น้ ยผู้ บริโริภค
มีค มี วามอ่อ อ่ นไหวต่อ ต่ ราคาน้อ น้ ยเป็น ป็ ผลิตลิภัณภัฑ์ที่ฑ์มี ที่ ร มี าคาสูงสูมีก มี ารกระ จายสินสิค้า ค้ แบบเฉพาะเจาะจง คือ คื มีจำ มี จำหน่า น่ ยเพีย พี ง ไม่กี่ ม่ แ กี่ ห่ง ห่ ในแต่ล ต่ ะ ตลาด สินสิค้า ค้ไม่มี ม่ ใมี นตลาดลูกลูค้า ค้ จะรอคอย เช่น ช่ รถเบนซ์นซ์าฬิกฬิาโรเล็ก ล็ ซ์ เครื่อ รื่ งแต่ง ต่ กายจากต่า ต่ งประเทศเครื่อ รื่ งประดับดัราคาแพง เป็น ป็ ต้น ต้ สินสิค้า ค้ไม่แ ม่ สวงซื้อ ซื้ (Unsought Goods) เป็น ป็ สินสิค้า ค้ ที่ผู้ ที่ บผู้ ริโริภคมีค มี วามรู้ เกี่ย กี่ วกับกั สินสิค้า ค้ น้อ น้ ย หรือ รื ไม่รู้ ม่ จัรู้ กจัมาก่อ ก่ น หรือ รื รู้จัรู้ กจัแต่ไต่ ม่คิ ม่ ดคิจะซื้อ ซื้ เพราะ ไม่มี ม่ ค มี วามจำ เป็น ป็ ต้อ ต้ งซื้อ ซื้ มีร มี าคาและการกระจายสินสิค้า ค้ ที่แ ที่ ตกต่า ต่ งกันกั ออกไป เช่น ช่ ประกันกัชีวิ ชี ตวิ ประกันกัภัยภัเป็น ป็ ต้น ต้ มีลั มี กลัษณะ 2 ประการ คือ คื ผลิตลิภัณภัฑ์ใฑ์หม่ที่ ม่ ผู้ ที่ บผู้ ริโริภคยังยั ไม่รู้ ม่ จัรู้ กจัเช่น ช่ โทรศัพศัท์มืท์อ มื ถือ ถื ที่เ ที่ ล่น ล่ อินอิเต อร์เร์น๊ต น๊ ได้ ซึ่ง ซึ่ ลูกลูค้า ค้ บางคนยังยั ไม่รู้ ม่ จัรู้ กจัเป็น ป็ ต้น ต้ (4.2) ผลิตลิภัณภัฑ์เฑ์ก่า ก่ ที่ผู้ ที่ ผู้ บริโริภครู้จัรู้ กจัแต่ไต่ ม่คิ ม่ ดคิจะซื้อ ซื้ เพราะไม่มี ม่ ค มี วามจำ เป็น ป็ ต้อ ต้ งใช้สิช้ นสิค้า ค้ นั้นนั้ เช่น ช่ ประกันกัชีวิ ชี ตวิเครื่อ รื่ งนวดตัวตัเครื่อ รื่ งออกกำ ลังลักาย เป็น ป็ ต้น ต้ ผลิตลิภัณภัฑ์อุฑ์ตอุสาหกรรม (Industrial Product) หมายถึง ถึ ผลิตลิภัณภัฑ์ที่ฑ์บุ ที่ คบุคลหรือ รื องค์กค์รซื้อ ซื้ ไป เพื่อ พื่ ใช้ใช้ นกระบวนการ ผลิตลิหรือ รื ในการทำ ธุรกิจกิแบ่ง บ่ เป็น ป็ 3 ประเภท คือ คื วัสวัดุแดุละชิ้นชิ้ส่ว ส่ น ประกอบ (Materials and Parts)แบ่ง บ่ ออกเป็น ป็ 2 ส่ว ส่ น คือ คื วัตวัถุดิถุบดิ (Raw Materials) เป็น ป็ สินสิค้า ค้ ที่เ ที่ กิดกิจากธรรมชาติ หรือ รืสินสิค้า ค้ ทางการ เกษตรซึ่ง ซึ่ ยังยั ไม่ผ่ ม่ า ผ่ นการแปรรูปรูวัสวัดุแดุละชิ้นชิ้ส่ว ส่ นประกอบการผลิตลิ (Manufactured Materials and Parts) เป็น ป็ ส่ว ส่ นประกอบสำ หรับรัการ ผลิตลิ สินสิค้า ค้สำ เร็จ ร็ รูปรูซึ่ง ซึ่ ผ่า ผ่ นการแปรรูปรูมาแล้ว ล้ สินสิค้า ค้ประเภททุนทุ (Capital items) แบ่ง บ่ ออกเป็น ป็ 2 ส่ว ส่ น คือ คื สิ่งสิ่ติดติตั้งตั้ (Installations) เช่น ช่ อาคารโรงงาน เครื่อ รื่ งจักจัรขนาดใหญ่ อุปอุกรณ์ปณ์ระกอบ (Accessory Equipment) เช่น ช่ เครื่อ รื่ งมือ มื และ อุปอุกรณ์ใณ์นโรงงานที่สที่ ามารถเคลื่อ ลื่ นย้า ย้ ยหรือ รื พกพา อุปอุกรณ์ สำ นักนังานต่า ต่ งๆ ได้แ ด้ ก่ เครื่อ รื่ งถ่า ถ่ ยเอกสาร เครื่อ รื่ งคอมพิวพิเตอร์ อุปอุกรณ์สำณ์สำนักนังาน เป็น ป็ ต้น ต้ วัสวัดุสิ้ดุนสิ้เปลือ ลื งและบริกริาร(Supplies and Services)แบ่ง บ่ ออกเป็น ป็ 2 ส่ว ส่ น คือ คื วัสวัดุสิ้ดุนสิ้เปลือ ลื ง (Supplies) เป็น ป็ วัสวัดุอุดุปอุกรณ์ที่ณ์ ใที่ ช้ปช้ ระกอบการดำ เนินนิงาน หรือ รื ใช้ใช้ นการซ่อ ซ่ มแซม
บำ รุงรุรักรัษาอุปอุกรณ์ เครื่อ รื่ งมือ มื เครื่อ รื่ งจักจัรอื่น อื่ ๆ ซึ่ง ซึ่ มีอ มี ายุกยุารใช้ง ช้ านสั้นสั้ ใช้แ ช้ ล้ว ล้ หมดไป เช่น ช่ วัสวัดุสำดุสำนักนังาน เครื่อ รื่ งเขีย ขี น กระดาษ เป็น ป็ ต้น ต้ บริกริาร (Services) คือ คื การบริกริารให้คำ ห้ คำปรึก รึ ษาทางธุรกิจกิบริกริาร ซ่อ ซ่ มแซมและบำ รุงรุรักรัษา หรือ รื บริกริารรักรัษาความปลอดภัยภับริกริาร ทำ ความสะอาด เป็น ป็ ต้น ต้ ส่ว ส่ นประสมของผลิตลิภัณภัฑ์ (Product Mix) คือ กลุ่มลุ่ ของสินสิค้าที่มี ที่ ลักลัษณะคล้า ล้ ยคลึง ลึ กันกัหรือ รืสินสิค้า ค้ ที่มี ที่ ก มี ลุ่มลุ่ เป้า ป้ หมายเดีย ดี วกันกั ใช้ช่ ช้ อ ช่ งทางการจัดจัจำ หน่ายเดีย ดี วกันกั ประกอบด้ว ด้ ย สายผลิตลิภัณภัฑ์ (Product Line) คือ การจัดจักลุ่มลุ่ ของผลิตลิภัณภัฑ์ที่ฑ์มี ที่ มี ลักลัษณะคล้า ล้ ยคลึง ลึ กันกัหรือ รืมีลักลัษณะการใช้ง ช้ านที่ค ที่ ล้า ล้ ยคลึง ลึ กันกัเข้า ข้ไว้ ด้ว ด้ ยกันกัเช่น ช่ ผลิตลิภัณภัฑ์รฑ์องเท้า ท้ มีของผู้ชผู้ายผู้หผู้ ญิงญิและเด็ก ด็ ถือ ถื ว่า ว่ มี สายผลิตลิภัณภัฑ์ 3 สาย เป็นต้น ต้ รายการผลิตลิภัณภัฑ์ (Product Item) คือ คื ลักลัษณะหน่วยผลิตลิภัณภัฑ์ที่ฑ์ มี ที่ ความแตกต่า ต่ งกันกัภายในตราสินสิค้า ค้ หรือ รื ภายในสายผลิตลิภัณภัฑ์ใฑ์นแง่ข ง่ องขนาด รูปรูแบบ คุณคุลักลัษณะ ราคา หรือ รื คุณสมบัติอื่ติน อื่ ๆ ความกว้า ว้ งของส่ว ส่ นประสมผลิตลิภัณภัฑ์ (The Width of Product Mix) คือ จำ นวนสายผลิตลิภัณภัฑ์ขฑ์องบริษัริ ษัทใด บริษัริ ษัทหนึ่ง ซึ่ง ซึ่ จัดจัเป็นการขยายสายผลิตลิภัณภัฑ์ใฑ์นแนวนอน เช่น ช่ บริษัริ ษัทบุญรอดบริวริเวอรี่ จำ กัดกั มีสายผลิตลิภัณภัฑ์ 4 สาย คือ คื สายที่ 1 ผลิตลิภัณภัฑ์เฑ์บียร์ สายที่ 2 ผลิตลิภัณภัฑ์โฑ์ซดา สายที่ 3 ผลิตลิภัณภัฑ์น้ำ ฑ์น้ำดื่ม ดื่ สายที่ 4 ผลิตลิภัณภัฑ์น้ำ ฑ์น้ำผลไม้ ความลึก ลึ ของผลิตลิภัณภัฑ์ (The Depth of Product Mix) คือ คื จำ นวน สินสิค้าที่มี ที่ ในสายผลิตลิภัณภัฑ์แฑ์ต่ล ต่ ะสาย เช่น ช่ สี ขนาด รูปรูแบบหรือ รื คุณลักลัษณะ คุณสมบัติบั ติซึ่ง ซึ่ จัดจัเป็นการขยายสายผลิตลิภัณภัฑ์ใฑ์นแนวตั้งตั้ ตัวตัอย่า ย่ งเช่น ช่ สายผลิตลิภัณภัฑ์เฑ์บียร์ ประกอบด้ว ด้ ย เบียร์สิร์งสิห์มี3 ขนาด คือ ขวดใหญ่ 630 ซีซี ซีซี ขวดเล็ก ล็ 335 ซีซี ซีซี กระป๋อง 330 ซีซี ซีซี
เบีย บี ร์ลีร์ โลี อ มี 2 ขนาด คือ คื ขวดใหญ่ 530 ซีซี ซีซี กระป๋อ ป๋ ง 330 ซีซี ซีซี สายผลิตลิภัณภัฑ์โฑ์ซดาสิงสิห์ มี 2 ขนาด คือ คื ขวดใหญ่ ขวดเล็ก ล็ สายผลิตลิภัณภัฑ์น้ำฑ์น้ำดื่ม ดื่ ตราสิงสิห์ มี 3 ขนาด คือ คื ขวดใหญ่ 1,500 ซีซี ซีซี ขวดกลาง1,000 ซีซี ซีซี ขวดเล็ก ล็ 500 ซีซี ซีสซี ายผลิตลิภัณภัฑ์น้ำฑ์น้ำผลไม้สิม้ งสิห์ เฟรช แบบกระป๋อ ป๋ ง มี 10 รสชาติ ความยาวของส่ว ส่ นประสมผลิตลิภัณภัฑ์ (The Length Depth of Product Mix)เป็น ป็ จำ นวนรายการผลิตลิภัณภัฑ์ทั้ฑ์งทั้ สิ้นสิ้ทุกทุรายการ ผลิตลิภัณภัฑ์ใฑ์นทุกทุสายผลิตลิภัณภัฑ์รฑ์วมกันกัของบริษัริ ษัท ความสอดคล้อ ล้ งกันกัของส่ว ส่ นประสมผลิตลิภัณภัฑ์ (The Consistency Depth of Product Mix) เป็น ป็ ความกลมกลืน ลื กันกัและความเข้า ข้ กันกั ได้ใด้ น แง่ข ง่ องสายการผลิตลิ ประเภท การบรรจุภัจุณภัฑ์ คุณคุสมบัติบั ติกลุ่มลุ่ เป้า ป้ หมาย ช่อ ช่ งทางการจัดจัจำ หน่า น่ ย เช่น ช่ ผลิตลิภัณภัฑ์ใฑ์นบริษัริ ษัทบุญบุรอด บริวริเวอรี่ จำ กัดกั สินสิค้า ค้ ทั้งทั้ 4 สาย มีค มี วามเกี่ย กี่ วข้อ ข้ งกันกั ในแง่ข ง่ องการ ผลิตลิและช่อ ช่ งทางการจัดจัจำ หน่า น่ ยส่ว ส่ นประกอบของผลิตลิภัณภัฑ์ (Product Consist)ตราสินสิค้า ค้ (Brand ) หมายถึง ถึ ชื่อ ชื่ (Name) คำ (Word) เครื่อ รื่ งหมาย (Sign) สัญสัลักลัษณ์(ณ์Symbol) การออกแบบ (Design) หรือ รืส่ว ส่ นประสมของสิ่งสิ่ดังดักล่า ล่ วรวมกันกัเพื่อ พื่ แสดงความ แตกต่า ต่ งของสินสิค้า ค้ หรือ รื บริกริารให้แ ห้ ตกต่า ต่ งไปจากคู่แคู่ ข่งขันขัซึ่ง ซึ่ เป็น ป็ สิ่งสิ่ ที่ทำ ที่ ทำให้ผู้ ห้ บผู้ ริโริภคจดจำ ตัวตั สินสิค้า ค้ได้แ ด้ ละเลือ ลื กซื้อ ซื้ ได้อ ด้ ย่า ย่ งถูกถูต้อ ต้ งชื่อ ชื่ ตราสินสิค้า ค้ (Brand Name) หมายถึง ถึ ส่ว ส่ นหนึ่ง นึ่ ของตราสินสิค้า ค้ ซึ่ง ซึ่ สามารถอ่า อ่ นออกเสีย สี งได้ เช่น ช่ ซันซัซิลซิแฟซ่า ซ่ ดอกบัวบัคู่ โตโยต้า ต้ ฮอนด้า ด้ ฯลฯเครื่อ รื่ งหมายตราสินสิค้า ค้ (Brand Mark) หมายถึง ถึ ส่ว ส่ น หนึ่ง นึ่ ของตราสินสิค้า ค้ ที่ปที่ รากฏในรูปรูสัญสัลักลัษณ์ การออกแบบ สี หรือ รื ตัวตัอักอัษรที่สที่ ามารถมองเห็น ห็ ได้แ ด้ ต่ไต่ ม่สม่ ามารถออกเสีย สี งได้ เครื่อ รื่ งหมายการค้า ค้ (Trade Mark) ตราสินสิค้า ค้ ที่ไที่ ด้รั ด้ บรัความคุ้มคุ้ ครอง ตามกฎหมายโลโก้ (Logo) เป็น ป็ ส่ว ส่ นหนึ่ง นึ่ ของชื่อ ชื่ ตราสินสิค้า ค้ หรือ รื เครื่อ รื่ งหมายตราสินสิค้า ค้ หรือ รื ทั้งทั้ สองอย่า ย่ งรวมกันกัที่ใที่ ช้ใช้ นการโฆษณา
ความรู้เรู้กี่ย กี่ วกับกักิจกิการ การตลาด (จุดจุประสงค์เค์ชิงชิพฤติกติรรมข้อ ข้ ที่ 2)ความรู้เรู้กี่ย กี่ วกับกักิจกิการเป็น ป็ สิ่งสิ่ที่มี ที่ ค มี วามจำ เป็น ป็ และสำ คัญคัต่อ ต่ การ ทำ งานของพนักนังาน ดังดันั้นนั้พนักนังานขายที่มี ที่ ค มี วามรู้เรู้กี่ย กี่ วกับกั กิจกิการสามารถรู้ถึรู้ ง ถึ งานขาย และความก้า ก้ วหน้า น้ในอาชีพ ชี ขาย สิ่งสิ่ที่ พนักนังานขายควรรู้คืรู้ อ คืประวัติวัคติวามเป็น ป็ มาของกิจกิการ ใครเป็น ป็ ผู้ก่ผู้ อ ก่ ตั้งตั้กิจกิการ ก่อ ก่ ตั้งตั้เมื่อ มื่ ไหร่ ดำ เนินนิการในรูปรูแบบใดมีก มี ารพัฒพันามา อย่า ย่ งไรบ้า บ้ ง จำ หน่า น่ ยสินสิค้า ค้ประเภทใดบ้า บ้ ง มีกี่ มี สกี่ าขา กิจกิการดำ เนินนิ กิจกิกรรมใดบ้า บ้ งที่เ ที่ป็น ป็ ประโยชน์ต่น์อ ต่ สังสัคมชุมชุชน กิจกิการมีคู่ มี ค้คู่ า ค้ คือ คื ใคร ตลาดเป้า ป้ หมายของกิจกิการเป็น ป็ ใคร วัตวัถุปถุระสงค์ เป้า ป้ หมาย วิสัวิยสั ทัศทัน์ พันพัธกิจกิมีอ มี ย่า ย่ งไรกิจกิการดำ เนินนิการประเภทและรูปรูบบใด เช่น ช่ ประเภทธุรกิจกิการผลิตลิ (Manufacturing) ธุรธุกิจกิการบริกริาร (Service)ธุรกิจกิการค้า ค้ส่ง ส่ (Wholesaling)ธุรธุกิจกิการค้า ค้ปลีก ลี (Retailing)ธุรกิจกิอิเอิล็ก ล็ ทรอนิกนิ ส์ (E-Business)ธุรธุกิจกิการขนาดย่อ ย่ ม (SMEs – Small and Medium Enterprises)การค้า ค้ ระหว่า ว่ งประเทศ (International Business) หรือ รื รูปรูแบบกิจกิการ เจ้า จ้ ของคนเดีย ดี ว ห้า ห้ งหุ้นหุ้ ส่ว ส่ น บริษัริ ษัทจำ กัดกับริษัริ ษัทจำ กัดกั (มหาชน) สหกรณ์ รัฐรัวิสวิาหกิจกิลักลัษณะของการบริหริารและจัดจัองค์กค์ร เนื่อ นื่ งจาก โครงสร้า ร้ งองค์กค์ร เป็น ป็ สิ่งสิ่สำ คัญคั ในการสร้า ร้ งอิทอิ ธิพลต่อ ต่ พฤติกติรรม ของคน และกลุ่มลุ่ คนภายในองค์กค์ร ซึ่ง ซึ่ อิทอิ ธิพลที่สที่ ร้า ร้ งขึ้น ขึ้ นั้นนั้ ส่ว ส่ น ใหญ่เ ญ่ กิดกิจากวัตวัถุปถุระสงค์ใค์นการควบคุมคุ (Control) โดยการถูกถู ควบคุมคุนั้นนั้มาจากลักลัษณะของงาน ที่ไที่ ด้อ ด้ อกแบบไว้ภ ว้ ายใน โครงสร้า ร้ งองค์กค์รทั้งทั้นี้ เป็น ป็ เพราะพนักนังานทุกทุคนในองค์กค์รไม่ สามารถไปทำ งานประจำ วันวัเพื่อ พื่ ทำ ในสิ่งสิ่ที่อ ที่ ยากจะทำ ตามอำ เภอ ใจได้ แต่จ ต่ ะต้อ ต้ งถูกถูควบคุมคุให้ปห้ ฏิบัฏิติบัตติามความต้อ ต้ งการขององค์กค์ร หรือ รื ตามเหตุผตุลที่อ ที่ งค์กค์รจ่า จ่ ยค่า ค่ ตอบแทนให้ ดังดันั้นนั้งานและคำ บรรยายลักลัษณะงาน จึง จึ เป็น ป็ องค์ปค์ระกอบที่สำที่ สำคัญคัที่สุที่ ดสุในการ ควบคุมคุพฤติกติรรมคนภายในองค์กค์ร (ดร.ชัชชัวลิตลิ สรวารี)รี ซึ่ง ซึ่ รูปรูแบบ การจัดจั โครงสร้า ร้ งองค์กค์ร มี 3 รูปรูแบบ มีดั มี งดันี้
โครงสร้า ร้ งองค์กค์รแบบแนวดิ่งดิ่มีอ มี งค์ปค์ระกอบ 5 ประการ สายการบังบัคับคับัญบัชา มี หน่ว น่ ยงาน ,หัวหัหน้า น้ , ผู้จัผู้ ดจัการ, ผู้บผู้ ริหริารระดับดั สูงสู การมอบหมายอำ นาจหน้า น้ ที่ ซึ่ง ซึ่ ทุกทุตำ แหน่ง น่ ต้อ ต้ งมีค มี วามรับรัผิดผิชอบต่อ ต่ หน้า น้ ที่ที่ ที่ ไที่ ด้รั ด้ บรัมอบหมาย และมีอำ มี อำนาจตัดตั สินสิ ใจการรวมอำ นาจและการกระจายอำ นาจผู้บผู้ ริหริารระดับดั สูงสูกระจายการตัดตั สินสิ ใจให้ร ห้ ะดับดัล่า ล่ งช่ว ช่ งการ จัดจังาน การทำ งานอย่า ย่ งใกล้ชิ ล้ ดชิระหว่า ว่ งผู้จัผู้ ดจัการกับกัผู้ใผู้ต้บั ต้ งบัคับคับัญบัชา ตำ แหน่ง น่ หน่ว น่ ยงานหลักลัและหน่ว น่ ยงานที่ปที่ รึก รึ ษา มีตำ มี ตำแหน่ง น่ เท่า ท่ กันกัทั้งทั้หลักลั และที่ปที่ รึก รึ ษาโครงสร้า ร้ งองค์กค์รแบบแนวนอน หรือ รื การจัดจัแผนก คือ คื เป็น ป็ การประสานงานความร่ว ร่ มมือ มื โดยผู้จัผู้ ดจัการจะต้อ ต้ งมีก มี ารจัดจัแผนก และประสานความร่ว ร่ มมือ มื ในแนวนอนมีดั มี งดันี้ก นี้ ารจัดจัแผนกโดยจำ นวน พนักนังานมีก มี ารจัดจั ไปกับกัองค์กค์รระดับดัต่ำ ที่ไที่ ม่ต้ ม่ อ ต้ งการความรู้ ความ ชำ นาญการจัดจัแผนกโดยเวลามีก มี ารรวมกลุ่มลุ่ โดยใช้เ ช้ กณฑ์เฑ์วลา การจัดจัแผนกตามหน้า น้ ที่โที่ ครงสร้า ร้ งองค์กค์รแบบแยกธุรกิจกิและ องค์กค์ร แบบอิสอิระ (Matrix Organization)ผู้นำผู้ นำเรีย รี กว่า ว่ Matrix boss โครงสร้า ร้ ง องค์กค์รสมัยมั ใหม่จ ม่ ะเน้น น้ ให้ผู้ ห้ ปผู้ ฏิบัฏิติบังติานมีส่มี ว ส่ นร่ว ร่ มมากขึ้น ขึ้ มีดั มี งดันี้สนี้ ายการ บังบัคับคับัญบัชาสั้นสั้ลงหรือ รื น้อ น้ ยลง ยิ่งยิ่สั้นสั้ลงก็ทำ ก็ ทำให้ก ห้ ารดำ เนินนิงานเร็ว ร็ ขึ้น ขึ้ ขนาดการควบคุมคุกว้า ว้ งขึ้น ขึ้ ทำ ให้ปห้ ระหยัดยัค่า ค่ ใช้จ่ ช้ า จ่ ยและการสั่งสั่งานเร็ว ร็ ขึ้นขึ้ ผู้ใผู้ต้บั ต้ งบัคับคับัญบัชามีอิ มี สอิระมากขึ้น ขึ้ ความเป็น ป็ เอกภาพของการบังบัคับคับัญบัชา น้อ น้ ยลง โครงสร้า ร้ งองค์กค์รในปัจปัจุบัจุนบัมีแ มี น้ว น้ โน้ม น้ ในการทำ งานเป็น ป็ ทีม ที ข้า ข้ ม หน้า น้ ที่ การใช้ห ช้ น่ว น่ ยเฉพาะกิจกิและการจัดจั โครงสร้า ร้ งองค์กค์าร แบบแมททริกริซ์กซ์ารมอบหมายงานและการให้ค ห้ นมีอำ มี อำนาจและความรับรั ผิดผิชอบมากขึ้น ขึ้ โครงสร้า ร้ งขนาดเล็ก ล็ อยู่ใยู่ นขนาดใหญ่ ทำ ให้ยื ห้ ด ยื หยุ่นยุ่ และสามารถปรับรัตัวตั ให้เ ห้ ข้า ข้ กับกั สถานการณ์ไณ์ด้ง่ ด้ า ง่ ยกว่า ว่ ลดจำ นวนที่ปที่ รึก รึ ษาให้อ ห้ ยู่ใยู่ นระดับดัที่เ ที่ป็น ป็ ประโยชน์ต่น์อ ต่ งานของฝ่า ฝ่ ย บริหริารโครงสร้า ร้ งองค์กค์ารสมัยมั ใหม่ (New Organization Structure) จึง จึ มีลั มี กลัษณะดังดันี้ก นี้ ารปรับรั โครงสร้า ร้ งองค์กค์รโดยการจัดจั โครงสร้า ร้ ง องค์กค์รแบบปิรปิะมิดมิหัวหักลับลัการจัดจัองค์กค์รแบบแบนราบ (Flat
organization)การจัดจัองค์กค์รแบบยืด ยื หยุ่นยุ่ และเปิดปิกว้า ว้ ง และ แสวงหาการจัดจัองค์กค์รใหม่ๆ ม่ เช่น ช่ การรื้อ รื้ ปรับรัระบบ องค์กค์ารแห่ง ห่ การเรีย รี นรู้ การสร้า ร้ งฐานความรู้ การเพิ่มพิ่อำ นาจนโยบายของ กิจกิการ ประกอบด้ว ด้ ย นโยบายอะไรบ้า บ้ งเช่น ช่ นโยบายด้า ด้ นการตลาด นโยบายเกี่ย กี่ วกับกัคู่แคู่ ข่งขันขันโยบายเกี่ย กี่ วกับกัลูกลูค้า ค้ ซึ่ง ซึ่ พนักนังานขายจะ ต้อ ต้ งรู้ ตัวตัอย่า ย่ งเช่น ช่ นโยบายของแผนการขาย กิจกิการมีน มี โยบายใน การจำ หน่า น่ ยอย่า ย่ งไร ขายเงินงิสดหรือ รื เงินงิเชื่อ ชื่ มีส่มี ว ส่ นลดตามยอดซื้อ ซื้ หรือ รื ไม่ จะขายเองหรือ รื ผ่า ผ่ นคนกลาง เป้า ป้ หมายในการขาย กิจกิการจะ ตั้งตั้เป้า ป้ หมายไว้ว่ ว้ า ว่ ปีนี้ ปี ต้ นี้ อ ต้ งทำ ยอดขายให้ไห้ ด้เ ด้ ท่า ท่ ไร กิจกิการต้อ ต้ งการ ขายสินสิค้า ค้ แบบใด เช่น ช่ แบบเจาะตลาด แบบต้อ ต้ งการส่ว ส่ นแบ่ง บ่ ตลาด แบบต้อ ต้ งการเป็น ป็ ผู้นำผู้ นำ หรือ รื ตามระดับดัของฐานะลูกลูค้า ค้ การจัดจั จำ หน่า น่ ยโดยตรง หรือ รื ผ่า ผ่ นคนกลางการเก็บ ก็ รักรัษา มีค มี ลังลั สินสิค้า ค้ ที่ ปลอดภัยภัเพื่อ พื่ ป้อ ป้ งกันกั สินสิค้า ค้ ขาดตลาด การขนส่ง ส่ สามารถส่ง ส่ สินสิค้า ค้ ถึง ถึ มือ มื ลูกลูค้า ค้ ตรงเวลา การให้เ ห้ ครดิตดิกิจกิการมีน มี โยบายอย่า ย่ งไร เช่น ช่ 2/10,n/30 หมายความว่า ว่ ชำ ระภายใน 10 วันวั ได้รั ด้ บรั ส่ว ส่ นลด 2 % แต่ ต้อ ต้ งไม่เ ม่ กินกิ 30 วันวันโยบายการเปลี่ย ลี่ นของและรับรัคืน คื และการคืน คื เงินงิ การตั้งตั้ราคา หลักลัพื้น พื้ ฐานคือ คื ทุนทุ+ ค่า ค่ ใช้จ่ ช้ า จ่ ยต่า ต่ ง ๆ + กำ ไรที่ ต้อ ต้ งการ + ราคาต่อ ต่ รอง การเชีย ชี ร์สิร์นสิค้า ค้ในเครือ รื เปอร์เร์ซ็น ซ็ จากยอด ขาย การตั้งตั้เป้า ป้ ยอดขาย เป็น ป็ ต้น ต้ กฎระเบีย บี บของกิจกิการ พนักนังานทุกทุ คนต้อ ต้ งปฏิบัฏิติบัตติามซึ่ง ซึ่ จะมีคู่ มี มืคู่ อ มื การปฏิบัฏิติบังติานให้พ ห้ นักนังานทราบ เช่น ช่ การลงเวลาทำ งาน สาย ลา ขาด กลับลัก่อ ก่ น การแต่ง ต่ กาย ประชุมชุ การร่ว ร่ มกิจกิกรรมกับกัองค์กค์รการเลื่อ ลื่ นขั้นขั้เลื่อ ลื่ นตำ แหน่ง น่ หน้า น้ ที่ที่ ที่ ไที่ ด้ รับรัมอบหมายขอบข่ายความรับรัผิดผิชอบและการตัดตั สินสิ ใจ การติดติต่อ ต่ ประสานงานกับกับุคบุคลภายนอก ตลอดจนการฝึก ฝึ อบรมสัมสัมนา พัฒพันาทักทัษะ ความก้า ก้ วหน้า น้ในสายงานอาชีพ ชี
แหล่ง ล่ ความรู้เรู้กี่ย กี่ วกับกักิจกิการ ข้อ ข้ มูลมูทุติทุยติภูมิภูมิมาจาก รายงานเอกสาร แฟ้ม ฟ้ ขาย คู่มืคู่ อ มื ขาย ห้อ ห้ ง สมุดมุบริษัริ ษัทบุคบุคล มาจาก ผู้บัผู้ งบัคับคับัญบัชา เพื่อ พื่ นร่ว ร่ มงาน ลูกลูค้า ค้ การ สอบถามผู้อผู้ าวุโวุสในกิจกิการการฝึก ฝึ อบรม สัมสัมนาของกิจกิการ , ทัศทันศึก ศึ ษา สถาบันบัการศึก ศึ ษาสื่อ สื่ โฆษณาต่า ต่ งๆประโยชน์ขน์องความรู้ เกี่ย กี่ วกับกักิจกิการสร้า ร้ งความจงรักรัภักภัดี (Royalty) สร้า ร้ งความจงรักรั ภักภัดีต่ ดี อ ต่ พนักนังานขาย ภูมิภูใมิจองค์กค์รที่มี ที่ อ มี ยู่สยู่ ร้า ร้ งความเชื่อ ชื่ มั่นมั่ (Confidence) พนักนังานขายมีค มี วามรู้เรู้กี่ย กี่ วกับกักิจกิการจะทำ ให้ เกิดกิความเชื่อ ชื่ มั่นมั่ สร้า ร้ งขวัญวัและกำ ลังลั ใจ(Morel) รู้ปรู้ ระวัติวัคติวามเป็น ป็ มาของบริษัริ ษัท ความมั่นมั่คงของบริษัริ ษัท ทำ ให้พ ห้ นักนังานมีกำ มี กำลังลั ใจต่อ ต่ การทำ งานเกิดกิความสำ เร็จ ร็ ในการขาย (Efficiency) พนักนังานขาย มีค มี วามจงรักรัภักภัดีค ดี วามเชื่อ ชื่ มั่นมั่และกำ ลังลั ใจ จะมีผ มี ลงานประสบ ความสำ เร็จ ร็ ได้ดี ด้ ขึ้ ดี น ขึ้ ตอบปัญปัหาลูกลูค้า ค้ได้สิด้ นสิค้า ค้ ที่มี ที่ ชื่ มี อ ชื่ เสีย สี งและมีม มี า นานมักมัเสนอขายได้ ลูกลูค้า ค้ไว้ว ว้ างใจ ในสินสิค้า ค้ กิจกิการ และพนักนังาน ขายพนักนังานขายสนุกนุกับกังานขาย มีย มี อดขายสูงสูประสบความ สำ เร็จ ร็ เพราะเข้า ข้ใจความเป็น ป็ มาขององค์กค์รและมั่นมั่ ใจในความมั่นมั่คง ความก้า ก้ วหน้า น้ในวิชวิาชีพ ชี ความรู้เรู้กี่ย กี่ วกับกัคู่แคู่ ข่งขันขัการตลาด (จุดจุ ประสงค์เค์ชิงชิพฤติกติรรมข้อ ข้ ที่ 3)สภาพการณ์ใณ์นปัจปัจุบัจุนบัตลาดสินสิค้า ค้ ไม่ใม่ ช่ต ช่ ลาดผูกผูขาด การแข่งขันขัจึง จึ เป็น ป็ สิ่งสิ่ที่ไที่ ม่สม่ ามารถหลีก ลี เลี่ย ลี่ งได้ เพราะผู้บผู้ ริโริภคสามารถเลือ ลื กซื้อ ซื้ สินสิค้า ค้ได้ม ด้ ากมาย ทั้งทั้ที่เ ที่ป็น ป็ สินสิค้า ค้ ชนิดนิเดีย ดี วกันกัหรือ รื ทดแทนกันกั ได้ ดังดันั้นนั้พนักนังานขายจึง จึ จำ เป็น ป็ ต้อ ต้ ง มีข้ มี อ ข้ มูลมูเกี่ย กี่ วกับกั สภาพของตลาดโดยส่ว ส่ นรวมและคู่แคู่ ข่งแต่ล ต่ ะราย ให้ม ห้ ากที่สุที่ ดสุเพื่อ พื่ จะได้นำ ด้ นำมาใช้ใช้ นการเสนอขายความรู้เรู้กี่ย กี่ วกับกัคู่ แข่งขันขัที่พ ที่ นักนังานขายควรรู้พรู้ นักนังานขายที่จ ที่ ะประสบความสำ เร็จ ร็ จะต้อ ต้ งมีค มี วามรู้เรู้กี่ย กี่ วกับกัคู่แคู่ ข่งขันขัของตนเป็น ป็ อย่า ย่ งดีเ ดี พราะการรู้ เขารู้เรู้ราเป็น ป็ ยุทยุธวิธีวิในการเอาชนะคู่แคู่ ข่งขันขั ได้ สิ่งสิ่ที่พ ที่ นักนังานขาย ควรรู้ คือ คื รู้จัรู้ กจั สินสิค้า ค้ ของคู่แคู่ ข่ง เท่า ท่ ๆ กับกัรู้จัรู้ กจั สินสิค้า ค้ ของตน พนักนังานขายต้อ ต้ งศึก ศึ ษาสินสิค้า ค้ ของคู่แคู่ ข่งขันขัอย่า ย่ งละเอีย อี ด
รู้จัรู้ กจั ส่ว ส่ นแบ่ง บ่ ตลาด กลุ่มลุ่ ลูกลูค้า ค้ เป้า ป้ หมาย อาณาเขตขาย การวาง ตำ แหน่ง น่ สินสิค้า ค้ ของคู่แคู่ ข่งขันขัรู้กรู้ ารให้บ ห้ ริกริารแก่ลู ก่ กลูค้า ค้ ของคู่แคู่ ข่งขันขัที่ ทำ ให้ลู ห้ กลูค้า ค้ประทับทั ใจ และรักรัษาลูกลูค้า ค้ เก่า ก่ ไว้ไว้ ด้ร ด้ วมทั้งทั้การแสวงหา ลูกลูค้า ค้ใหม่รู้ ม่ นรู้ โยบายการตลาดของคู่แคู่ ข่งขันขัเช่น ช่ ราคา ระยะเวลาให้สิห้ นสิ เชื่อ ชื่ ส่ว ส่ นลด การบริกริารสิทสิ ธิประโยชน์อื่น์น อื่ ๆที่ลู ที่ กลูค้า ค้ได้รั ด้ บรัข้อ ข้ มูลมูอื่น อื่ ๆ เช่น ช่ ชื่อ ชื่ เสีย สี งด้า ด้ นการค้า ค้ ฐานะการเงินงิการวิจัวิยจัตลาด ช่อ ช่ งทางการ จำ หน่า น่ ยการบริหริารจัดจัการ กลยุทยุธ์ทางด้า ด้ นการตลาดฯลฯความรู้ เกี่ย กี่ วกับกัตลาด พนักนังานขายต้อ ต้ งเผชิญชิกับกัการแข่งขันขัทางตรง (จากสินสิค้า ค้ ชนิดนิ เดีย ดี วกันกั ) และทางอ้อ อ้ ม (จากสินสิค้า ค้ ที่สที่ ามารถใช้แ ช้ ทนกันกั ได้)ด้ เพื่อ พื่ ความ สำ เร็จ ร็ ของงานขายพนักนังานขายต้อ ต้ งมีค มี วามรู้เรู้กี่ย กี่ วกับกัตลาด คือ คื องค์ปค์ระกอบและขนาดของตลาดปัจปัจัยจัที่กำ ที่ กำหนดขนาดของตลาด ได้แ ด้ ก่ ลักลัษณะของสินสิค้า ค้ รวมถึง ถึ รูปรูร่า ร่ งของสินสิค้า ค้ การบริกริาร สีสั สี นสั ขนาด ตรา การสื่อ สื่ สารและการคมนาคม ถ้า ถ้สินสิค้า ค้ใดที่สที่ ามารถขนส่ง ส่ จากมือ มื ผู้ผผู้ ลิตลิ ไปยังยัมือ มื ผู้บผู้ ริโริภคด้ว ด้ ยระบบการขนส่ง ส่ ที่สที่ ะดวกรวดเร็ว ร็ และประหยัดยัย่อ ย่ มทำ ให้ต ห้ ลาดของสินสิค้า ค้ นั้นนั้ขยายกว้า ว้ งออกไป ถ้า ถ้ การสื่อ สื่ สารดี ก็จ ก็ ะทำ ให้ก ห้ ารติดติต่อ ต่ ถึง ถึ กันกั สะดวกและรวดเร็ว ร็ สามารถ ตกลงเจรจาการค้า ค้ กันกัทางการสื่อ สื่ สารได้ ทำ ให้ต ห้ ลาดขยายกว้า ว้ ง ขวางยิ่งยิ่ขึ้น ขึ้ นโยบายของรัฐรับาล ที่เ ที่ กี่ย กี่ วข้อ ข้ งกับกัตลาดของสินสิค้า ค้ และ บริกริารจะมีผ มี ลทำ ให้ข ห้ อบเขตของตลาดขยายหรือ รื แคบลงได้ ความ ต้อ ต้ งการของตลาดตลาดจะขยายตัวตัออกไปได้ก ด้ ว้า ว้ งขวางเพีย พี งใด นั้นนั้ขึ้น ขึ้ อยู่กัยู่ บกัความต้อ ต้ งการของผู้บผู้ ริโริภคที่มี ที่ ต่ มี อ ต่ สินสิค้า ค้ นั้นนั้ๆ การกระ จายรายได้ข ด้ องประชาชนในประเทศนั้นนั้ๆ ถ้า ถ้ประชาชนส่ว ส่ นใหญ่ข ญ่ อง ประเทศยากจน มีร มี ายได้ต่ำ ด้ ต่ำ การขยายตัวตัของตลาดสินสิค้า ค้ บางชนิดนิ จะทำ ได้ย ด้ าก ขนบธรรมเนีย นี มประเพณีแ ณี ละความเชื่อ ชื่ ทัศทันคติ ค่า ค่ นิยนิม การบริโริภคสินสิค้า ค้ นั้นนั้ๆ
ในบางครั้งรั้ก็มี ก็ ผ มี ลสืบ สื เนื่อ นื่ งมาจากความเชื่อ ชื่ ทางศาสนาหรือ รื วัฒวันธรรมด้ว ด้ ยลักลัษณะของตลาดที่มี ที่ ก มี ารแข่งขันขัอย่า ย่ งสมบูรบูณ์ จะ ต้อ ต้ งมีลั มี กลัษณะสำ คัญคัดังดันี้ มีผู้ มี ซื้ผู้อ ซื้ และผู้ขผู้ายจำ นวนมาก สินสิค้า ค้ ที่ซื้ ที่ อ ซื้ ขายกันกัมีลั มี กลัษณะและคุณคุภาพเหมือ มื นกันกัทุกทุประการ ผู้ซื้ผู้อ ซื้ และผู้ขผู้าย จะต้อ ต้ งมีค มี วามรู้เรู้รื่อ รื่ งสภาวะตลาดเป็น ป็ อย่า ย่ งดี การติดติต่อ ต่ ซื้อ ซื้ ขาย จะต้อ ต้ งกระทำ ได้สด้ ะดวกรวดเร็ว ร็ ผู้ผผู้ ลิตลิรายใหม่จ ม่ ะมีเ มีสรีภ รี าพเข้า ข้ มา ดำ เนินนิการผลิตลิ ในตลาดได้โด้ ดยสะดวกลักลัษณะของตลาดที่มี ที่ ก มี าร แข่งขันขัอย่า ย่ งไม่สม่ มบูรบูณ์ ซึ่ง ซึ่ จำ แนกออกเป็น ป็ 3 ชนิดนิย่อ ย่ ย ๆ คือ คื ตลาดผูกผูขาดหรือ รื ตลาดผู้ขผู้ายเพีย พี งรายเดีย ดี ว ตลาดประเภทนี้จ นี้ ะมี ผู้ขผู้าย ผู้ผผู้ ลิตลิเพีย พี งรายเดีย ดี ว ทำ ให้สห้ ามารถกำ หนดราคา ปริมริาณ การผลิตลิการจำ หน่า น่ ยได้อ ด้ ย่า ย่ งสมบูรบูณ์แณ์บบ ตลาดผู้ขผู้ายน้อ น้ ยราย จะมีผู้ มี ขผู้ายไม่ม ม่ ากราย แต่ล ต่ ะรายจะขายสินสิค้า ค้ เป็น ป็ จำ นวนมาก เมื่อ มื่ เปรีย รี บเทีย ที บกับกั ปริมริาณสินสิค้า ค้ ทั้งทั้หมดในตลาด ตลาดกึ่ง กึ่ แข่งขันขักึ่ง กึ่ ผูกผูขาด ผู้ขผู้ายแต่ล ต่ ะรายจะมีอิ มี สอิระในการกำ หนดราคาและจำ นวน ผลิตลิ โดยไม่ก ม่ ระทบกระเทือ ทื นต่อ ต่ ผู้ผผู้ ลิตลิรายอื่น อื่ แนวโน้ม น้ ของตลาดใน อนาคตสภาพการเมือ มื ง เศรษฐกิจกิ สังสัคม ค่า ค่ นิยนิม ทัศทันคติ วัฒวันธรรม ประเพณี ความเชื่อ ชื่ เป็น ป็ เครื่อ รื่ งมือ มื ในการกำ หนดแนว โน้ม น้ ของตลาด เช่น ช่ นโยบายรัฐรับาลสนับนั สนุนนุการเลี้ย ลี้ งไก่ไก่ ข่ เศรษฐกิจกิดีผู้ ดี บผู้ ริโริภคมีกำ มี กำลังลัซื้อ ซื้ มากขึ้น ขึ้ ค่า ค่ นิยนิมดื่ม ดื่ เครื่อ รื่ งดื่ม ดื่ พื่ สุขสุภาพ น้ำ อัดอัลมขายได้น้ ด้ อ น้ ยลง เทศกาลกินกิเจ อาหารเจขายได้ดี ด้ ดี โอกาสเป็แลน ป็ ะต้อุน ต้ปอุสรรค มีค มี วามสอดคล้อ ล้ งกับกัแนวโน้ม น้ ตลาด ถ้า ถ้ แนวโน้ม น้ ตลาดขยายตัวตั พนักนังานขายมีโมี อกาสขายสินสิค้า ค้ได้ม ด้ ากขึ้น ขึ้ ในทางตรงกันกัข้า ข้ มถ้า ถ้ ตลาดไม่มี ม่ ก มี ารขยายตัวตัพนักนังานขายอาจขายสินสิค้า ค้ได้น้ ด้ อ น้ ยลง สภาพการแข่งขันขั สินสิค้า ค้ประเภทเดีย ดี วกันกัมีก มี ารแข่งขันขัมากน้อ น้ ยแค่ ไหนใครเป็น ป็ ผู้นำผู้ นำในตลาด กิจกิการมีส่มี ว ส่ นแบ่ง บ่ การตลาด(Market Share) เท่า ท่ ใด การส่ง ส่ เสริมริทางการตลาดแข่งขันขักันกัมากน้อ น้ ย ขนาดไหนแนวปฏิบัฏิติบั ใตินตลาดกลยุทยุธ์ทางด้า ด้ นการตลาด
และการส่ง ส่ เสริมริทางด้า ด้ นการตลาด ทั้งทั้ของกิจกิการและของคู่แคู่ ข่งขันขัเป็น ป็ อย่า ย่ งไร เช่น ช่ ลด แลก แจก แถม ชิงชิ โชค เป็น ป็ ต้น ต้ แหล่ง ล่ ข้อ ข้ มูลมูเกี่ย กี่ วกับกัคู่แคู่ ข่งขันขัพนักนังานขายสามารถหาข้อ ข้ มูลมูของคู่ แข่งขันขัจากแหล่ง ล่ ต่า ต่ ง ๆ คือ คื ข้อ ข้ มูลมูทุติทุยติภูมิภูมิได้จ ด้ ากเอกสารสิ่งสิ่พิมพิพ์ สื่อ สื่ ต่า ต่ งๆในอดีต ดี ห้อ ห้ งสมุดมุอดีต ดี ลูกลูค้า ค้ ของคู่แคู่ ข่งขันขัข้อ ข้ มูลมูปฐมภูมิภูมิจาก พนักนังานของกิจกิการคู่แคู่ ข่งขันขัลูกลูค้า ค้ ของคู่แคู่ ข่งขันขัผลิตลิภัณภัฑ์ขฑ์องคู่ แข่งขันขักิจกิการอื่น อื่ ๆ ของคู่แคู่ ข่งขันขักิจกิกรรมทางด้า ด้ นการตลาดของคู่ ประโยชน์ที่น์ ไที่ ด้รั ด้ บรัจากกาแรข่มีงค มี ขัวนขัามรู้เรู้กี่ย กี่ วกับกัคู่แคู่ ข่งขันขัคือ คื มีโมี อกาสนำ เสนอจุดจุเด่น ด่ ของสินสิค้า ค้ ที่ต ที่ นเสนอขายเนื่อ นื่ งจากรู้ถึรู้ ง ถึ จุดจุเด่น ด่ จุดจุด้อ ด้ ย สินสิค้า ค้ ของคู่แคู่ ข่งขันขั ได้เ ด้ปรีย รี บในการขายสินสิค้า ค้ พนักนังานขาย ทราบถึง ถึ โอกาสที่จ ที่ ะขายสินสิค้า ค้ ของตนวางแผนการขายอย่า ย่ งมี ประสิทสิ ธิภาพ พนักนังานขายสามารถวางแผนขายอย่า ย่ งเป็น ป็ ขั้นขั้ตอน และมีก มี ระบวนการขายที่ดี ที่ พ ดี บข้อ ข้ บกพร่อ ร่ งของตนเอง หลังลัจาก พนักนังานรู้ถึรู้ ง ถึ จุดจุเด่น ด่ จุดจุด้อ ด้ ยของคู่แคู่ ข่งขันขัทำ ให้เ ห้ปรีย รี บเทีย ที บกับกั สินสิค้า ค้ ที่ ตนเสนอขายและรู้ข้รู้อ ข้ บกพร่อ ร่ งในสินสิค้า ค้ ของตน รวมทั้งทั้ทำ การแก้ไก้ ขข้อ ข้ บกพร่อ ร่ งในสินสิค้า ค้ให้มี ห้ ค มี วามสมบูรบูณ์เณ์พื่อ พื่ ตอบสนองความต้อ ต้ งการของ ลูกลูค้า ค้ เกิดกิแนวคิดคิที่จ ที่ ะพัฒพันางานขาย การที่พ ที่ นักนังานรู้ถึรู้ ง ถึ วิธีวิการขาย ของคู่แคู่ ข่งขันขัทำ ให้พ ห้ นักนังานขายพัฒพันางานขายให้ลู ห้ กลูค้า ค้ เกิดกิความพึง พึ พอใจมากกว่า ว่ ของคู่แคู่ ข่งขันขัและทำ การซื้อ ซื้ สินสิค้า ค้ ของตนนำ เสนอรูปรู แบบและคุณคุลักลัษณะของสินสิค้า ค้ ที่ต ที่ ลาดต้อ ต้ งการ เพื่อ พื่ ตอบสนองความ ต้อ ต้ งการของลูกลูค้า ค้สามารถประเมินมิสภาพคู่แคู่ ข่งขันขั โดยพิจพิารณา ข้อ ข้ มูลมูของคู่แคู่ ข่งขันขัเช่น ช่ นโยบายการขายสดหรือ รื เชื่อ ชื่ ขายตรงหรือ รื ผ่า ผ่ นคนกลาง การบุกบุเบิกบิตลาด กลยุทยุธ์ทางการตลาด ความชำ นาญ และเทคนิคนิ ในการผลิตลิเช่น ช่ ผลิตลิเองและขายเอง หรือ รื ผลิตลิมาแล้ว ล้ ให้ บริษัริ ษัทที่ชำ ที่ ชำนาญเรื่อ รื่ งการตลาดมาดำ เนินนิการจัดจัจำ หน่า น่ ย ประสบการณ์ การจำ หน่า น่ ย ขายสินสิค้า ค้ มานานกว่า ว่ เป็น ป็ ที่รู้ ที่ จัรู้ กจัและยอมรับรัของผู้บผู้ ริโริภค หรือ รื เป็น ป็ สินสิค้า ค้ ที่เ ที่ พิ่งพิ่วางตลาด ความรู้ครู้ วามสามารถของคณะผู้ บริหริาร
จ้า จ้ งบุคบุคลที่มี ที่ ค มี วามรู้กรู้ ารตลาดมาเป็น ป็ ผู้จัผู้ ดจัการฝ่า ฝ่ ยการตลาด หรือ รื เป็น ป็ ธุรกิจกิ ในครอบครัวรักลยุทยุธ์ในการเสนอขายของคู่แคู่ ข่งขันขัคู่แคู่ ข่ง เสนอให้ส่ห้ ว ส่ นลดจากยอดซื้อ ซื้ ที่ม ที่ ากกว่า ว่ และมีก มี ารลด แจก แถมเพื่อ พื่ เปรีย รี บเทีย ที บจุดจุแข็ง (Strength) และ จุดจุอ่อ อ่ น (Weakness) พนักนังาน ขายต้อ ต้ งเสนอขายด้ว ด้ ยจุดจุแข็งของตน ส่ว ส่ นจุดจุอ่อ อ่ นพยายามหลีก ลี เลี่ย ลี่ ง ที่จ ที่ ะพูดถึง ถึ และที่สำที่ สำคัญคัพนักนังานขายต้อ ต้ งไม่พู ม่พูดโจมตี ติเติตีย ตี นคู่แคู่ ข่งขันขั อย่า ย่ งไร้จ ร้ รรยาบรรณ ซึ่ง ซึ่ จะทำ ให้ลู ห้ กลูค้า ค้ ขาดความเชื่อ ชื่ ถือ ถื ได้ เสนอสินสิค้า ค้ ของตนมีข้ มี อ ข้ ดีอ ดี ย่า ย่ งไร ให้โห้ อกาสลูกลูค้า ค้ ตัดตั สินสิ ใจเลือ ลื กซื้อ ซื้ โดยอิสอิระ
หน่วยที่6ที่ การกำ หนดราคา หลัก ลั การกำ หนดราคา แผนการตลาดที่พ ที่ บส่ว ส่ นใหญ่ข ญ่ าดการกำ หนดราคาอย่า ย่ ง มีหลัก ลั การอย่า ย่ ลืม ลื ว่า ว่ ราราคือ กลไกสำ คัญของตลาด ราคา คือ 1 ใน 4 P เช่น ช่ กัน กั การกำ หนดราคา ราคา หมายถึง ถึ มูลค่าของสินสิค้าหรือ รื บริกริารที่ลู ที่ ก ลู ค้าจะ ต้อ ต้ งชำ ระให้แก่ผู้ ก่ ขผู้ายเพื่อ พื่ ให้ได้ม ด้ าซึ่ง ซึ่ สินสิค้าหรือ รื บริกริารดัง ดั กล่า ล่ ว สำ หรับ รั ราคาเป็นส่ว ส่ นหนึ่งของส่ว ส่ นผสมการตลาดที่อ่ ที่ อ อ่ นไหว (Sensitive) ต่อ ต่ ลูก ลู ค้ามากที่สุที่ ด สุ กล่า ล่ วคือ ถ้า ถ้ หากในตลาดมีการ เปลี่ย ลี่ นแปลงของราคาจะส่ง ส่ ผลต่อ ต่ การตัด ตั สินสิ ใจซื้อ ซื้ ของลูก ลู ค้า ค้ มากที่สุที่ ด สุ นั่นนั่เองราคาเกิดกิจาก ต้น ต้ ทุน ทุ ของสินสิค้าบวกกำ ไรที่ ต้อ ต้ งการการบวกกำ ไร ในการดำ เนินธุร ธุ กิจกิจะต้อ ต้ งมีหลัก ลั การ เพื่อ พื่ ความเหมาะสมและยุติ ยุ ธติรรมกับ กั ลูก ลู ค้า ทั้ง ทั้ นี้เพื่อ พื่ จริยริธรรม ทางธุร ธุ กิจกิที่จ ที่ ะต้อ ต้ งมีเสมอเมื่อมีการซื้อ ซื้ ขาย แต่ใต่ นสภาวะ เศรษฐกิจกิแล้ว ล้ เมื่อเศรษฐกิจกิเติบติราคาจะมีแนวโน้ม น้ สูง สู ตามไป ด้ว ด้ ย ผู้ปผู้ ระกอบการธุร ธุ กิจกิ ค้าปลีก ลี ขนาดย่อ ย่ มควรที่จ ที่ ะมีก มี าร กำ หนดราคาจากหลัก ลั การ ดัง ดั ต่อ ต่ ไปนี้สมการ ราคาขาย = ทุน ทุ + กำ ไรเป็นพื้น พื้ ฐานของการกำ หนดราคาการดำ เนินนิการธุร ธุ กิจกิ ค้าปลีก ลี ขนาดย่อ ย่ ม จะต้อ ต้ งมีการซื้อ ซื้ ขาย แลกเปลี่ย ลี่ นเกิดกิขึ้น ขึ้ ดัง ดั นั้นนั้จะต้อ ต้ งมีเกณฑ์ใฑ์ นการกำ หนดราคา การกำ หนดราคา ควรมีหลัก ลั การที่ถู ที่ ก ถู ต้อ ต้ งเพื่อ พื่ ให้สอดคล้อ ล้ งกับ กั สภาพความเป็น ป็ จริงริของสถานการณ์ท ณ์ างการตลาดเป็นหลัก ลั โดยที่ จะต้อ ต้ ง อาศัย ศั ลัก ลั ษณะที่สำที่ สำคัญเป็นสิ่งสิ่ที่ผู้ ที่ ปผู้ ระกอบการธุร ธุ กิจกิค้า ค้ปลีก ลี ขนาดย่อ ย่ มจะต้อ ต้ งพิจพิารณาก่อ ก่ นตั้ง ตั้ ราคา คือลัก ลั ษณะของ ผลิตลิภัณ ภั ฑ์ 6
และการแข่งขันขัทั้งทั้นี้ก นี้ ารกำ หนดหลักลัเกณฑ์ที่ฑ์ ใที่ ช้กำ ช้ กำหนดราคาจะ ต้อ ต้ งมีปัมี จปัจัยจัที่ต้ ที่ อ ต้ งคำ นึง นึ ถึง ถึ ดังดันี้ 1. ปัจปัจัยจัภายนอก 1.1 การแข่งขันขัถ้า ถ้ มองปัจปัจัยจัด้า ด้ นการแข่งขันขัลูกลูค้า ค้ มีอำ มี อำนาจใน การตัดตั สินสิ ใจซื้อ ซื้ หลังลัจากที่มี ที่ ก มี ารเปรีย รี บเทีย ที บซื้อ ซื้ แล้ว ล้ โดยหลักลัการ แล้ว ล้ ลูกลูค้า ค้ จะตัดตั สินสิ ใจซื้อ ซื้ สินสิค้า ค้ หรือ รื บริกริารต้อ ต้ งพิจพิารณาว่า ว่ คุ้มคุ้ ค่า ค่ หรือ รื เกินกิมูลมูค่า ค่ กับกัเงินงิตราที่จ่ ที่ า จ่ ยไป ผู้ปผู้ ระกอบการธุรกิจกิค้า ค้ปลีก ลี ขนาด ย่อ ย่ มควรที่จ ที่ ะทราบว่า ว่ ลูกลูค้า ค้ใช้เ ช้ กณฑ์อฑ์ะไรที่ม ที่ าประเมินมิค่า ค่ สินสิค้า ค้ หรือ รื บริกริาร ในทางปฏิบัฏิติบัเติป็น ป็ ไปได้ย ด้ ากเพราะเป็น ป็ เรื่อ รื่ งของจิตจิ ใจ แต่ถ้ ต่ า ถ้ มี มูลมูค่า ค่ มากกว่า ว่ หรือ รื เท่า ท่ กับกัเงินงิที่ต ที่ ราที่จ่ ที่ า จ่ ยไปลูกลูค้า ค้ จะซื้อ ซื้ สำ หรับรัการ แข่งขันขัถ้า ถ้ ผู้ปผู้ ระกอบการร้า ร้ นปลีก ลี ขนาดย่อ ย่ มต้อ ต้ งการกำ หนดราคา สูงสูกว่า ว่ คู่แคู่ ข่งขันขัต้อ ต้ งมั่นมั่ ใจว่า ว่ สินสิค้า ค้ มีคุ มี ณคุภาพมากกว่า ว่ คู่แคู่ ข่งขันขั ลูกลูค้า ค้ จะทำ การเปรีย รี บเทีย ที บซื้อ ซื้ สินสิค้า ค้ ก่อ ก่ นซื้อ ซื้ เสมอผู้ปผู้ ระกอบการร้า ร้ น ค้า ค้ปลีก ลี ขนาดย่อ ย่ มควรพิจพิารณาว่า ว่ สินสิค้า ค้ ของตนและคู่แคู่ ข่งขันขัเป็น ป็ สินสิค้า ค้ในตลาดแบบใด แม้ว่ ม้ า ว่ ผู้ปผู้ ระกอบการร้า ร้ นค้า ค้ปลีก ลี ขนาดย่อ ย่ มจะ มีอิ มี สอิระในการกำ หนดราคาก็ต ก็ ามแต่ต้ ต่ อ ต้ งอยู่ภยู่ ายใต้ก ต้ ฎเกณฑ์ขฑ์อง สภาพตลาดทั้งทั้ 4 ประเภท ดังดันี้คื นี้ อ คื ก.ตลาดแข่งขันขัเสรี ลักลัษณะทั่วทั่ ไป ตลาดจะประกอบไปด้ว ด้ ยผู้ซื้ผู้อ ซื้ และ ผู้ขผู้ายจำ นวนมาก ไม่มี ม่ มี ผู้ขผู้ายรายใดมีอิ มี ทอิ ธิพลในการกำ หนดราคา ดังดันั้นนั้ถ้า ถ้ ผู้ขผู้ายรายใดกำ หนดราคาสูงสูยอดขายจะตกต่ำ ซึ่ง ซึ่ ก็จ ก็ ะเป็น ป็ กฎอุปอุสงค์ อุปอุทาน นั้นนั้เองข.ตลาดแข่งขันขักึ่ง กึ่ ผูกผูขาด ลักลัษณะ ทั่วทั่ ไป ตลาดประกอบด้ว ด้ ยลูกลูค้า ค้ เป็น ป็ จำ นวนมาก สินสิค้า ค้ มี ความหลากหลายราคาซึ่ผู้ ซึ่ ขผู้ายจะมีก มี ารพัฒพันาด้า ด้ นรูปรูลักลัษณ์ ค.ตลาดผูกผูขาด ลักลัษณะทั่วทั่ ไป ตลาดประกอบด้ว ด้ ยผู้ขผู้ายราย เดีย ดี วส่ว ส่ นมากจะเป็น ป็ รัฐรับาลผูกผูขาดเอง อาจจะมีก มี ารบริกริารต่ำ กว่า ว่ ทุนทุเพื่อ พื่ สงเคราะห์ปห์ระชาชน ทั้งทั้นี้รั นี้ฐรับาลสามารถให้สัห้ มสั ปทานได้ เช่น ช่ ไฟฟ้า ฟ้ น้ำ ประปา ง.ตลาดผู้ขผู้ายน้อ น้ ยรายกึ่ง กึ่ ผูกผูขาด
ลักลัษณะทั่วทั่ ไป มีผู้ มี ขผู้ายน้อ น้ ยราย ผลิตลิและขายสินสิคาอย่า ย่ ง เดีย ดี วกันกัซึ่ง ซึ่ ผู้ขผู้ายเองต่า ต่ งมีค มี วามระมัดมัระวังวัเรื่อ รื่ งการกำ หนดราคา ส่ว ส่ นมากเป็น ป็ สินสิค้า ค้ ราคาแพง เช่น ช่ อุปอุกรณ์คณ์อมพิวพิเตอร์ และอิเอิล็ก ล็ ทรอนิคนิส์ ซึ่ง ซึ่ ตลาดประเภทนี้ถื นี้ อ ถื ว่า ว่ เสมือ มื นมีกำ มี กำแพงในการกีด กี ขวางคู่ แข่งขันขัรายใหม่ที่ ม่ เ ที่ ข้า ข้สู่ตสู่ลาดจากมูลมูค่า ค่ การลงทุนทุและมูลมูค่า ค่ ของ สินสิทรัพรัย์ถย์าวร โดยทั่วทั่ ไปแล้ว ล้ ราคาจะมีค่ มี า ค่ เท่า ท่ กับกัต้น ต้ ทุนทุบวกกำ ไร ดังดันั้นนั้การกำ หนดราคาจะต้อ ต้ งอาศัยศัหลักลัการ โดยเอาต้น ต้ ทุนทุเป็น ป็ ฐาน การกำ หนดราคาแบบราคาสูงสูเพื่อ พื่ การเจาะตลาดลูกลูค้า ค้ ที่มี ที่ ฐมี านะ ดีพ ดี ร้อ ร้ มที่จ ที่ ะจ่า จ่ ยเงินงิซื้อ ซื้ สินสิค้า ค้ ราคาสูงสูแต่มี ต่ คุ มี ณคุภาพหรือ รืสร้า ร้ งภาพ ลักลัษณ์ใณ์ห้กั ห้ บกัตนเอง ภายใต้เ ต้ งื่อ งื่ นไขว่า ว่ ตลาดจะต้อ ต้ งไม่มี ม่ ก มี ารแข่งขันขั หรือ รื มีคู่ มี แคู่ ข่งน้อ น้ ยราย
หน่วยที่7ที่ ช่อ ช่ งทางการจัด จั จำ หน่า น่ ย รู้จัรู้ กจักับกัช่อ ช่ งทางการขาย ช่อ ช่ งทางการขาย หมายถึง ถึ ช่อ ช่ งทางที่ธุ ที่ รกิจกิ ใช้ใช้ นการขายสินสิค้า ค้ หรือ รื บริกริาร ซึ่ง ซึ่ ก็คื ก็ อ คืสถานที่ข ที่ าย หรือ รื แหล่ง ล่ ขายสินสิค้า ค้ นั่นนั่เอง โดยช่อ ช่ ง ทางการขายเป็น ป็ กลยุทยุธ์ที่ธ์นั ที่ กนัการตลาดนิยนิมนำ มาวางกลยุทยุธ์ช่อ ช่ ง ทางการจัดจัจำ หน่า น่ ยสินสิค้า ค้ในยุคยุปัจปัจุบัจุนบัแม้ว่ ม้ า ว่ บางบริษัริ ษัทจะใช้ช่ ช้ อ ช่ ง ทางในการขายเพีย พี งช่อ ช่ งทางเดีย ดี ว แต่บ ต่ างบริษัริ ษัทก็เ ก็ ลือ ลื กใช้ช่ ช้ อ ช่ งทางที่ หลากหลายเพื่อ พื่ นำ เสนอสินสิค้า ค้ และบริกริารของตนเองแก่ผู้ ก่ มีผู้ โมี อกาส เป็น ป็ ลูกลูค้า ค้ สินสิค้า ค้ และบริกริารบางอย่า ย่ งอาจมีจำ มี จำหน่า น่ ยในวงกว้า ว้ ง แต่ กับกับางอย่า ย่ งก็สก็ ามารถเข้า ข้ ถึง ถึ ได้ผ่ ด้ า ผ่ นช่อ ช่ งทางเฉพาะเท่า ท่ นั้นนั้ ประเภท ของช่อ ช่ งทางการขายด้ว ด้ ยการเพิ่มพิ่ขึ้น ขึ้ ของการช็อ ช็ ปปิ้งปิ้ออนไลน์ ทำ ให้ มีท มี างเลือ ลื กมากขึ้น ขึ้ เกี่ย กี่ วกับกั สถานที่ใที่ นการซื้อ ซื้ สินสิค้า ค้ และบริกริาร มากกว่า ว่ ในอดีต ดี โดยช่อ ช่ งทางการขาย หรือ รื ช่อ ช่ งทางการจัดจัจำ หน่า น่ ย สินสิค้า ค้ในปัจปัจุบัจุนบั สามารถแบ่ง บ่ ได้เ ด้ป็น ป็ 2 ประเภทหลักลัๆ คือ คื ทางตรงและ ทางอ้อ อ้ ม ช่อ ช่ งทางการจำ หน่า น่ ยทางตรงหมายถึง ถึ การขายสินสิค้า ค้ และ ผลิตลิภัณภัฑ์จฑ์ากผู้ผผู้ ลิตลิ ไปยังยัผู้บผู้ ริโริภคโดยตรง ไม่ผ่ ม่ า ผ่ นคนกลาง ยก ตัวตัอย่า ย่ งเช่น ช่ การขายผ่า ผ่ นหน้า น้ ร้า ร้ นแบบไม่เ ม่ คลื่อ ลื่ นที่, ที่ การขายผ่า ผ่ นหน้า น้ ร้า ร้ นเคลื่อ ลื่ นที่, ที่ การขายผ่า ผ่ นช่อ ช่ งทางออนไลน์ หรือ รื การขายผ่า ผ่ น พนักนังานขายเป็น ป็ ต้น ต้ จากผู้ผผู้ ลิตลิ ไปยังยัผู้บผู้ ริโริภคจากผู้ผผู้ ลิตลิ ไปยังยัผู้ใผู้ช้ ทางอุตอุสารู้หจัรู้กกจัรกัรบกัมช่อ ช่ งทางการขาย ช่อ ช่ งทางการขาย หมายถึง ถึ ช่อ ช่ งทางที่ธุ ที่ รกิจกิ ใช้ใช้ นการขายสินสิค้า ค้ หรือ รื บริกริาร ซึ่ง ซึ่ ก็คื ก็ อ คืสถานที่ข ที่ าย หรือ รื แหล่ง ล่ ขายสินสิค้า ค้ นั่นนั่เอง โดย ช่อ ช่ งทางการขายเป็น ป็ กลยุทยุธ์ที่นั ที่ กนัการตลาดนิยนิมนำ มาวางกลยุทยุธ์ ช่อ ช่ งทางการจัดจัจำ หน่า น่ ยสินสิค้า ค้ในยุคยุปัจปัจุบัจุนบัแม้ว่ ม้ า ว่ บางบริษัริ ษัทจะใช้ ช่อ ช่ งทางในการขายเพีย พี งช่อ ช่ งทางเดีย ดี ว แต่บ ต่ างบริษัริ ษัทก็เ ก็ ลือ ลื กใช้ ช่อ ช่ งทางที่ห ที่ ลากหลายเพื่อ พื่ นำ เสนอสินสิค้า ค้ และบริกริารของตนเองแก่ ผู้มีผู้ โมี อกาสเป็น ป็ ลูกลูค้า ค้ สินสิค้า ค้ และบริกริารบางอย่า ย่ งอาจมีจำ มี จำหน่า น่ ยใน วงกว้า ว้ ง แต่กั ต่ บกับางอย่า ย่ งก็สก็ ามารถเข้า ข้ ถึง ถึ ได้ผ่ ด้ า ผ่ นช่อ ช่ งทางเฉพาะ 7
เท่า ท่ นั้นนั้ ประเภทของช่อ ช่ งทางการขายด้ว ด้ ยการเพิ่มพิ่ขึ้น ขึ้ ของการช็อ ช็ ปปิ้งปิ้ ออนไลน์ ทำ ให้มี ห้ ท มี างเลือ ลื กมากขึ้น ขึ้ เกี่ย กี่ วกับกั สถานที่ใที่ นการซื้อ ซื้ สินสิค้า ค้ และ บริกริารมากกว่า ว่ ในอดีต ดี โดยช่อ ช่ งทางการขาย หรือ รื ช่อ ช่ งทางการจัดจั จำ หน่า น่ ยสินสิค้า ค้ในปัจปัจุบัจุนบั สามารถแบ่ง บ่ ได้เ ด้ป็น ป็ 2 ประเภทหลักลัๆ คือ คื ทาง ตรงและทางอ้อ อ้ ม ช่อ ช่ งทางการจำ หน่า น่ ยทางตรงหมายถึง ถึ การขาย สินสิค้า ค้ และผลิตลิภัณภัฑ์จฑ์ากผู้ผผู้ ลิตลิ ไปยังยัผู้บผู้ ริโริภคโดยตรง ไม่ผ่ ม่ า ผ่ นคนกลาง ยกตัวตัอย่า ย่ งเช่น ช่ การขายผ่า ผ่ นหน้า น้ ร้า ร้ นแบบไม่เ ม่ คลื่อ ลื่ นที่, ที่ การขายผ่า ผ่ น หน้า น้ ร้า ร้ นเคลื่อ ลื่ นที่, ที่ การขายผ่า ผ่ นช่อ ช่ งทางออนไลน์ หรือ รื การขายผ่า ผ่ น พนักนังานขายเป็น ป็ ต้น ต้ จากผู้ผผู้ ลิตลิ ไปยังยัผู้บผู้ ริโริภคจากผู้ผผู้ ลิตลิ ไปยังยัผู้ใผู้ช้ท ช้ าง ช่อ ช่ งทางอุกตอุารสจำาจำหหกน่รา น่ รยมทางอ้อ อ้ ม หมายถึง ถึ เส้น ส้ ทางการขายสินสิค้า ค้ และผลิตลิภัณภัฑ์จฑ์ากผู้ผผู้ ลิตลิ ไปยังยัผู้ บริโริภค การขายผ่า ผ่ นตัวตัแทนจำ หน่า น่ ย, การขายผ่า ผ่ นผู้ค้ผู้ า ค้ส่ง ส่ , การขาย ผ่า ผ่ นผู้ค้ผู้ า ค้ปลีก ลี หรือ รื การขายผ่า ผ่ นระบบแฟรนไชส์ จากผู้ผผู้ ลิตลิผ่า ผ่ นผู้ค้ผู้ า ค้ ปลีก ลี ไปยังยัผู้บผู้ ริโริภคจากผู้ผผู้ ลิตลิผ่า ผ่ นผู้ค้ผู้ า ค้ส่ง ส่ ผ่า ผ่ นผู้ค้ผู้ า ค้ปลีก ลี ไปยังยัผู้บผู้ ริโริภค จากผู้ผผู้ ลิตลิผ่า ผ่ นตัวตัแทนผ่า ผ่ นผู้ค้ผู้ า ค้ส่ง ส่ ผ่า ผ่ นผู้ค้ผู้ า ค้ปลีก ลี ไปยังยัผู้บผู้ ริโริภค 5 ช่อ ช่ งทางการขายที่มี ที่ ปมี ระสิทสิ ธิภาพในการเข้า ข้ ถึง ถึ กลุ่มลุ่ ลูกลูค้า ค้ เพื่อ พื่ ขาย สินสิค้า ค้ หรือ รื บริกริาร แน่น น่ อนว่า ว่ ธุรธุกิจกิร้า ร้ นค้า ค้ ต่า ต่ ง ๆ ต้อ ต้ งมีช่ มี อ ช่ งทางการ ขายที่มี ที่ ปมี ระสิทสิ ธิภาพเพื่อ พื่ ตอบโจทย์กย์ารขาย ซึ่ง ซึ่ ช่อ ช่ งทางที่มี ที่ มี ประสิทสิ ธิภาพมีอ มี ะไรบ้า บ้ ง AEC TRADE CENTER – PANTIP WHOLESALE DESTINATION ได้ร ด้ วบรวมมาให้ให้ นหัวหัข้อ ข้ ด้า ด้ นล่า ล่ งนี้ 1. การขายตรงบริษัริ ษัทสามารถขายสินสิค้า ค้ และบริกริารโดยตรงให้กั ห้ บกั ลูกลูค้า ค้ ผ่า ผ่ นร้า ร้ นค้า ค้ เว็บ ว็ ไซต์ หรือ รื ตลาดการค้า ค้ ของตนเองได้ ซึ่ง ซึ่ การขาย ตรงจะมีปมี ระโยชน์กัน์บกับริษัริ ษัทที่ผ ที่ ลิตลิ สินสิค้า ค้ในตำ แหน่ง น่ เดีย ดี วกันกักับกั สถานที่ ขาย ข้อ ข้ ดีข ดี องช่อ ช่ งทางการขาย “การขายตรง” ความไว้ว ว้ างใจที่เ ที่ พิ่มพิ่ ขึ้น ขึ้ ลูกลูค้า ค้ อาจรู้สึรู้ ก สึ ใกล้ชิ ล้ ดชิกับกัธุรกิจกิมากขึ้น ขึ้ เนื่อ นื่ งจากเป็น ป็ การขายที่ม ที่ า จากผู้ผผู้ ลิตลิผ่า ผ่ นผู้บผู้ ริโริภคโดยตรงควบคุมคุประสบการณ์ขณ์องลูกลูค้า ค้ได้ดี ด้ ดี
กว่า ว่ การขายตรงช่ว ช่ ยให้ธุ ห้ รกิจกิควบคุมคุทุกทุแง่มุ ง่ มมุขอช่อ ช่ งทางการจัดจั จำ หน่า น่ ยสินสิค้า ค้ และประสบการณ์ขณ์องลูกลูค้า ค้ได้ เนื่อ นื่ งจากลูกลูค้า ค้ ติดติต่อ ต่ กับกัซัพซัพลายเออร์โร์ดยตรงตลอดเวลา กระบวนการขายตรงจะช่ว ช่ ยแก้ ปัญปัหาเหล่า ล่ นี้ไนี้ ด้อ ด้ ย่า ย่ งมีปมี ระสิทสิ ธิภาพมากขึ้น ขึ้ ความคุ้มคุ้ ทุนทุ ธุรกิจกิ ประหยัดยัต้น ต้ ทุนทุที่อ ที่ าจใช้ใช้ นบริกริารจากผู้จัผู้ ดจัจำ หน่า น่ ยหรือ รื ผู้ขผู้ายที่ เป็น ป็ บุคบุคลภายนอก ซึ่ง ซึ่ สามารถลดราคาของสินสิค้า ค้ และบริกริารเพื่อ พื่ ให้ ได้เ ด้ปรีย รี บในตลาดแข่งขันขั ประเภทนั้นนั้ๆ ได้ 2. ผู้ค้ผู้ า ค้ปลีก ลี ค้า ค้ปลีก ลี เป็น ป็ หนึ่ง นึ่ ในช่อ ช่ งทางการจำ หน่า น่ ยที่ไที่ ด้รั ด้ บรัความนิยนิม และมีปมี ระสิทสิ ธิภาพมากที่สุที่ ดสุร้า ร้ นค้า ค้ปลีก ลี ได้แ ด้ ก่ ซูเซูปอร์มร์าร์เร์ก็ต ก็ ห้า ห้ ง สรรพสินสิค้า ค้ ร้า ร้ นค้า ค้ พิเพิศษ และร้า ร้ นค้า ค้ปลีก ลี ขนาดใหญ่ เป็น ป็ ต้น ต้ ซึ่ง ซึ่ ใน ปัจปัจุบัจุนบัผู้ค้ผู้ า ค้ปลีก ลีสามารถขายสินสิค้า ค้ได้ผ่ ด้ า ผ่ นหน้า น้ ร้า ร้ น หรือ รื ผ่า ผ่ นทาง ช่อ ช่ งทางออนไลน์ก็น์ ไก็ ด้ ข้อ ข้ ดีข ดี องช่อ ช่ งทางการขาย “ผู้ค้ผู้ า ค้ปลีก ลี ”การ สอบถามเกี่ย กี่ วกับกั สินสิค้า ค้ และบริกริาร เมื่อ มื่ ผู้บผู้ ริโริภคซื้อ ซื้ จากร้า ร้ นค้า ค้ปลีก ลี ที่ มีห มี น้า น้ ร้า ร้ นจริงริพวกเขาสามารถสอบถามเกี่ย กี่ วกับกั สินสิค้า ค้ และบริกริาร ก่อ ก่ นที่จ ที่ ะซื้อ ซื้ ได้ การรับรัรู้เรู้กี่ย กี่ วกับกั สินสิค้า ค้ และบริกริารที่เ ที่ พิ่มพิ่ขึ้น ขึ้ ผู้ค้ผู้ า ค้ปลีก ลีสามารถแนะนำ ผู้บผู้ ริโริภคเกี่ย กี่ วกับกัผลิตลิภัณภัฑ์ที่ฑ์พ ที่ วกเขาไม่รู้ ม่ จัรู้ กจั ก่อ ก่ นได้ก ด้ ลยุทยุธ์การส่ง ส่ เสริมริการขายที่ห ที่ ลากหลาย นักนัการตลาดสามารถทำ งานร่ว ร่ มกับกัผู้ค้ผู้ า ค้ปลีก ลี ในการจัดจัวางกลยุทยุธ์ การสาธิตสินสิค้า ค้ และสื่อ สื่ ส่ง ส่ เสริมริการขายเพื่อ พื่ ทำ ให้สิห้ นสิค้า ค้ น่า น่ สนใจยิ่งยิ่ขึ้น ขึ้ 3. ตัวตัแทนจำ หน่า น่ ยตัวตัแทนจำ หน่า น่ ยมีค มี วามคล้า ล้ ยคลึง ลึ กับกัผู้ค้ผู้ า ค้ปลีก ลี มาก แต่จ ต่ ะจัดจัหาสินสิค้า ค้โดยตรงให้กั ห้ บกัลูกลูค้า ค้ มากกว่า ว่ ผู้ค้ผู้ า ค้ปลีก ลี ซึ่ง ซึ่ จะ เป็น ป็ ช่อ ช่ งทางการขายสินสิค้า ค้ บางประเภทที่ไที่ ม่เ ม่ ชี่ย ชี่ วชาญในการตลาด แต่ มีค มี วามเชี่ย ชี่ วชาญในการผลิตลิมากกว่า ว่ โดยตัวตัแทนจำ หน่า น่ ยจะได้รั ด้ บรัค่า ค่ คอมมิชมิชั่นชั่จากราคาขายทุกทุครั้งรั้จากนั้นนั้จึง จึ จัดจัระเบีย บี บสินสิค้า ค้ เพื่อ พื่ จัดจั ส่ง ส่ จากผู้ผผู้ ลิตลิหรือ รื ซัพซัพลายเออร์โร์ดยตรงไปยังยัลูกลูค้า ค้ ข้อ ข้ ดีข ดี องช่อ ช่ ง ทางการขาย “ตัวตัแทนจำ หน่า น่ ย”มีสมี ถานะที่มั่ ที่ นมั่คงในตลาด เนื่อ นื่ งจากเป็น ป็ ที่รู้ ที่ จัรู้ กจัอยู่แยู่ ล้ว ล้ ในเฉพาะกลุ่มลุ่
การรับรัรู้ขรู้องแบรนด์เด์พิ่มพิ่ขึ้น ขึ้ สินสิค้า ค้ ของธุรกิจกิอาจสร้า ร้ งการรับรัรู้ไรู้ด้เ ด้ พิ่มพิ่ขึ้น ขึ้ กว่า ว่ เดิมดิหลังลัจากร่ว ร่ มมือ มื กับกัตัวตัแทนจำ หน่า น่ ยที่มี ที่ ชื่ มี อ ชื่ เสีย สี ง และฐานลูกลูค้า ค้ ตัวตัเอง มีบ มี ริกริารเสริมริตัวตัแทนจำ หน่า น่ ยบางรายเสนอสิ่งสิ่จูงจูใจเพิ่มพิ่เติมติ ให้กั ห้ บกัผู้ ซื้อ ซื้ ที่สที่ ามารถทำ ให้สิห้ นสิค้า ค้ น่า น่ สนใจยิ่งยิ่ขึ้น ขึ้ 4. ผู้ค้ผู้ า ค้ส่ง ส่ ผู้ค้ผู้ า ค้ส่ง ส่ จะซื้อ ซื้ ขายสินสิค้า ค้ในจำ นวนมาก ผู้ค้ผู้ า ค้ส่ง ส่ สามารถเป็น ป็ แหล่ง ล่ ที่ก ที่ ระจายการขายสินสิค้า ค้ ของตนไปยังยัร้า ร้ นค้า ค้ปลีก ลี อื่น อื่ ๆ อย่า ย่ งไร ก็ต ก็ าม ผู้ค้ผู้ า ค้ส่ง ส่ บางรายยังยัขายตรงสู่สสู่าธารณะผ่า ผ่ นคลังลั สินสิค้า ค้ เปิดปิขนาด ใหญ่แ ญ่ ละร้า ร้ นค้า ค้ ออนไลน์ ซึ่ง ซึ่ AEC TRADE CENTER – PANTIP WHOLESALE DESTINATION ก็เ ก็ป็น ป็ ศูนศูย์ค้ย์า ค้ส่ง ส่ สินสิค้า ค้ อาหาร วัตวัถุดิถุบดิ อาหารและบริกริารที่ใที่ หญ่ที่ ญ่ สุที่ ดสุในไทย ตั้งตั้อยู่ใยู่ นทำ เลประตูน้ำตูน้ำที่สที่ ามารถเดินดิ ทางได้ง่ ด้ า ง่ ย นอกจากนี้ยั นี้ งยัเชื่อ ชื่ มต่อ ต่ การซื้อ ซื้ ขายในราคาส่ง ส่ แบบออฟไลน์ และการขายออนไลน์เน์ข้า ข้ ด้ว ด้ ยกันกั (Seamless O2O) ผ่า ผ่ นเว็บ ว็ ไซต์แต์ละ แอปพลิเลิคชันชัค้า ค้ส่ง ส่ 24 ชม. อย่า ย่ ง PhenixBox ที่สที่ ามารถใช้ง ช้ านและ ดาวน์โน์หลดได้ฟด้ รี ทั้งทั้ระบบ IOS และ Android สามารถตอบโจทย์กย์ารใช้ งานที่สที่ ะดวกสบายด้ว ด้ ยรูปรูแบบแพลตฟอร์มร์ OMNI CHANNEL ที่ผ ที่ สม ผสานการใช้ง ช้ านแบบออฟไลน์แน์ละออนไลน์อน์ย่า ย่ งลงตัวตัด้ว ด้ ย 3 ฟีเ ฟี จอร์ ดังดัต่อ ต่ ไปนี้ Group Purchase (รวมกลุ่มลุ่ กันกัซื้อ ซื้ ถูกถูกว่า ว่ ) Seller Store (แหล่ง ล่ รวบรวมข้อ ข้ มูลมูผู้ขผู้าย) E-Catalog (แค็ต ค็ ตาล็อ ล็ กออนไลน์)น์ “ซื้อ ซื้ ยกแพ็ค เหมายกลังลัที่ PhenixBox ตลอด 24 ชั่วชั่ โมง แหล่ง ล่ ค้า ค้ส่ง ส่ คุณคุภาพ กับกั สินสิค้า ค้ หลากหลาย ราคาถูกถูโดนใจ พร้อ ร้ มส่ง ส่ ตรงถึง ถึ บ้า บ้ นคุณคุ” นอกจากอาหาร วัตวัถุดิถุบดิอาหารและบริกริารต่า ต่ งๆ แล้ว ล้ บริเริวณชั้นชั้ 1 ยังยัมี ศูนศูย์แย์ สดงสินสิค้า ค้ จากผู้ผผู้ ลิตลิ ในอี้อู อี้อู(Yiwu) ประเทศจีน จี อย่า ย่ ง “YIWU SELECTION THAILAND SHOWCASE” ที่ใที่ ห้ลู ห้ กลูค้า ค้สามารถเข้า ข้ มาเลือ ลื ก, สัมสัผัสผั, ทดลองใช้ และสั่งสั่ซื้อ ซื้ สินสิค้า ค้ คุณคุภาพที่ผ่ ที่ า ผ่ นการคัดคั สรรในราคา
ต้น ต้ น้ำ จากประเทศจีน จี ได้อี ด้ ก อี ด้ว ด้ ย ซึ่ง ซึ่ ถือ ถื เป็น ป็ ความร่ว ร่ มมือ มื ระหว่า ว่ ง AWC กับกั Yiwu – CCC Group ที่ช่ ที่ ว ช่ ยเสริมริทัพทั ศูนศูย์ค้ย์า ค้ส่ง ส่ ให้พ ห้ ร้อ ร้ มด้ว ด้ ยสินสิค้า ค้ คุณคุภาพแบบครบวงจร เพื่อ พื่ เพิ่มพิ่ศักศัยภาพและเพิ่มพิ่ช่อ ช่ งทางการขาย สินสิค้า ค้ให้กั ห้ บกัผู้ปผู้ ระกอบการทุกทุ ๆท่า ท่ นได้ ….ติดติต่อ ต่ สอบถามข้อ ข้ มูลมูเพิ่มพิ่เติมติ ได้ที่ ด้ …ที่ Facebook: @Yiwuselection.th หรือ รื LineOA: @YiwuselectionTH ข้อ ข้ ดีข ดี องช่อ ช่ งทางการขาย “ผู้ค้ผู้ า ค้ส่ง ส่ ”ต้น ต้ ทุนทุต่ำ ที่ดึ ที่ ง ดึ ดูดดูผู้ซื้ผู้อ ซื้ เนื่อ นื่ งจากปริมริาณที่ม ที่ าก ทำ ให้สห้ ามารถขายสินสิค้า ค้ได้ด้ ด้ ว ด้ ยในราคาต้น ต้ ทุนทุ ที่ต่ำ ที่ ต่ำกว่า ว่ ผู้ค้ผู้ า ค้ปลีก ลีประสิทสิธิภธิาพเนื่อ นื่ งจากผู้ค้ผู้ า ค้ส่ง ส่ ซื้อ ซื้ และขายจำ นวน มาก จึง จึสามารถช่ว ช่ ยให้ธุ ห้ รธุกิจกิ ส่ง ส่ ต่อ ต่ ผลิตลิภัณภัฑ์ขฑ์องตนไปยังยัลูกลูค้า ค้ได้ อย่า ย่ งมีปมี ระสิทสิ ธิภาพความรู้แรู้ละความเชื่อ ชื่ มโยงในอุตอุสาหกรรม เจ้า จ้ ของธุรกิจกิค้า ค้ส่ง ส่ สามารถใช้ปช้ ระโยชน์จน์ากความรู้ด้รู้ า ด้ นอุปอุทานต่า ต่ ง ๆ ในตลาด แล้ว ล้ นำ มาเชื่อ ชื่ มโยงในอุตอุสาหกรรมของตนเองได้ 5. การจำ หน่า น่ ยแบบทั่วทั่ถึง ถึ การจำ หน่า น่ ยแบบทั่วทั่ถึง ถึ เกี่ย กี่ วข้อ ข้ งกับกัการ ขายสินสิค้า ค้ ผ่า ผ่ นช่อ ช่ งทางต่า ต่ ง ๆ จำ นวนมาก แนวทางการจัดจัจำ หน่า น่ ย ทางการตลาดนี้มั นี้ กมัพบเห็น ห็ ได้ทั่ ด้ วทั่ ไปในสินสิค้า ค้ ราคาถูกถูและเป็น ป็ ที่รู้ ที่ จัรู้ กจัเช่น ช่ น้ำ อัดอัลม เครื่อ รื่ งดื่ม ดื่ ต่า ต่ งๆ ผู้คผู้ นรู้ว่รู้ า ว่ พวกเขาสามารถหาผลิตลิภัณภัฑ์เฑ์หล่า ล่ นี้ไนี้ ด้ต ด้ ามซูเซูปอร์มร์าร์เร์ก็ต ก็ ร้า ร้ นสะดวกซื้อ ซื้ ร้า ร้ นอาหาร และเครื่อ รื่ งจำ หน่า น่ ย สินสิค้า ค้ อัตอั โนมัติมั ติข้อ ข้ ดีข ดี องช่อ ช่ งทางการขาย “การจำ หน่า น่ ยแบบทั่วทั่ถึง ถึ ” ครอบคลุมลุทุกทุพื้น พื้ ที่ก ที่ ารขายในสถานที่ต่ ที่ า ต่ ง ๆ ช่ว ช่ ยให้ธุ ห้ รกิจกิเข้า ข้ ถึง ถึ ได้ กว้า ว้ งกว่า ว่ การขายผ่า ผ่ นเครือ รื ข่ายค้า ค้ปลีก ลี เพีย พี งแห่ง ห่ เดีย ดี ว ความไว้ว ว้ างใจที่เ ที่ พิ่มพิ่ขึ้น ขึ้ ผู้บผู้ ริโริภครู้สึรู้ ก สึ สบายใจกับกั สินสิค้า ค้ ที่พ ที่ วกเขาเห็น ห็ เป็น ป็ ประจำ เนื่อ นื่ งจากการจำ หน่า น่ ยแบบทั่วทั่ถึง ถึ ทำ ให้สิห้ นสิค้า ค้ นั้นนั้ๆ ปรากฏ ต่อ ต่ ผู้บผู้ ริโริภคเป็น ป็ ประจำ ประโยชน์ใน์นเรื่อ รื่ งการทดแทน บริษัริ ษัทสามารถขายผลิตลิภัณภัฑ์ขฑ์องตนให้กั ห้ บกัผู้บผู้ ริโริภคที่ค้ ที่ น ค้ หาผลิตลิภัณภัฑ์ที่ฑ์ ที่ คล้า ล้ ยคลึง ลึ กันกัซึ่ง ซึ่ สามารถเข้า ข้ ถึง ถึ ได้ย ด้ ากซึ่ง ซึ่ ทั้งทั้ 5 ช่อ ช่ งทางการขายด้า ด้ น บนนี้นั นี้ บนัว่า ว่ เป็น ป็ ช่อ ช่ งทางการขายสินสิค้า ค้ ที่เ ที่ป็น ป็ ประโยชน์
ประโยชน์อน์ย่า ย่ งมากกับกัธุรธุกิจกิ ในปัจปัจุบัจุนบัซึ่ง ซึ่ การพัฒพันากลยุทยุธ์การ ขายให้มี ห้ ช่ มี อ ช่ งทางการจัดจัจำ หน่า น่ ยสินสิค้า ค้ หลายช่อ ช่ งทางเป็น ป็ สิ่งสิ่ที่ สำ คัญคัมาก ๆ การใช้สิ่ช้ งสิ่เหล่า ล่ นี้ในี้ นลักลัษณะที่ส่ที่ ง ส่ เสริมริซึ่ง ซึ่ กันกัและกันกัจะ ทำ ให้คุ ห้ ณคุได้เ ด้ปรีย รี บในตลาดการแข่งขันขั
หน่วยที่8ที่ การส่ง ส่ เสริมริการตลาด 8 การส่ง ส่ เสริมริการตลาด (Promotion) เป็น ป็ ส่ว ส่ นประสมทางการตลาดตัวตั หนึ่ง นึ่ ของกิจกิการที่น ที่ อกเหนือ นื จากผลิตลิภัณภัฑ์ ราคาและการจำ หน่า น่ ยที่ใที่ ช้ เพื่อ พื่ การติดติต่อ ต่ สื่อ สื่ สารทางการตลาด กับกัผู้มุ่ผู้ งมุ่ หวังวัทั้งทั้ ในตลาด อุตอุสาหกรรมและตลาดผู้บผู้ ริโริภคเพื่อ พื่ แจ้ง จ้ ข่าวสาร จูงจูใจ และเตือ ตื น ความทรงจำ ให้เ ห้ กิดกิความเชื่อ ชื่ ถือ ถื หรือ รื เพื่อ พื่ สร้า ร้ งเจตคติ การรับรัรู้ การ เรีย รี นรู้ การตัดตั สินสิ ใจซื้อ ซื้ ผลิตลิภัณภัฑ์แฑ์ละเป็น ป็ การสร้า ร้ งภาพลักลัษณ์ ที่ดี ที่ แ ดี ก่ กิจกิการส่ว ส่ นประสมการส่ง ส่ เสริมริการตลาด 1. การโฆษณา (Advertising) เป็น ป็ การติดติต่อ ต่ สื่อ สื่ สารระหว่า ว่ งผู้ขผู้าย สินสิค้า ค้ กับกัผู้ซื้ผู้อ ซื้ สินสิค้า ค้ โดยผ่า ผ่ นสื่อ สื่ ต่า ต่ ง ๆ ได้แ ด้ ก่ สิ่งสิ่พิมพิพ์ วิทวิยุ โทรทัศทัน์ ป้า ป้โฆษณา การโฆษณาในโรงภาพยนตร์ ฯลฯ ทั้งทั้นี้เ นี้ จ้า จ้ ของสินสิค้า ค้ หรือ รื ผู้อุผู้ ปอุถัมถัภ์รภ์ายการต้อ ต้ งเสีย สี ค่า ค่ ใช้จ่ ช้ า จ่ ยต่า ต่ ง ๆ ในการโฆษณาเอง ประเภทของการโฆษณา 1.1 การโฆษณาเพื่อ พื่ ผู้บผู้ ริโริภค (Target Audience) - การโฆษณาเพื่อ พื่ ผู้บผู้ ริโริภค ได้แ ด้ ก่ก ก่ ารโฆษณาเพื่อ พื่ ส่ง ส่ ข่าวสารไปยังยัผู้ บริโริภคขั้นขั้ สุดสุท้า ท้ ย - การโฆษณาเพื่อ พื่ การค้า ค้ ได้แ ด้ ก่ การโฆษณที่ผู้ ที่ ผผู้ ลิตลิหรือ รื ตัวตัแทน จำ หน่า น่ ยมุ่งมุ่ ให้ข่ ห้ข่ าวสารไปยังยัพ่อค้า ค้ปลีก ลี และพ่อค้า ค้ส่ง ส่ เพื่อ พื่ ให้สั่ห้ งสั่ซื้อ ซื้ สินสิค้า ค้ ของตนไปจำ หน่า น่ ย - การโฆษณาเพื่อ พื่ กลุ่มลุ่ อุตอุสาหกรรม ได้แ ด้ ก่ การโฆษณาที่มุ่ ที่ งมุ่ ให้ข่ ห้ข่ าวสาร ไปยังยักลุ่มลุ่ ผู้ใผู้ช้สิช้ นสิค้า ค้ อุตอุสาหกรรม โดยเฉพาะผลิตลิภัณภัฑ์เฑ์พื่อ พื่ การ อุตอุสาหกรรม - การโฆษณาเพื่อ พื่ กลุ่มลุ่ วิชวิาชีพ ชี ได้แ ด้ ก่ การโฆษณาที่มุ่ ที่ งมุ่ ให้ข่ ห้ข่ าวสารไปยังยั บุคบุคลในสาขาวิชวิาชีพ ชี ต่า ต่ ง ๆ เช่น ช่ แพทย์
สถาปนิกนิ 1.2 ประเภทของการโฆษณาแบ่ง บ่ ตามขอบเขตการครอบคลุมลุ - การโฆษณาระดับดันานาชาติ ได้แ ด้ ก่ การโฆษณาที่ก ที่ ระจายข่าวสาร ครอบคลุมลุหลายประเทศ โดยผ่า ผ่ ยสื่อ สื่ วิทวิยุ โทรทัศทัน์ ผ่า ผ่ นดาวเทีย ที มและ นิตนิยสารที่พิ ที่ มพิพ์เผยแพร่ห ร่ ลายประเทศ เป็น ป็ ต้น ต้ - การโฆษณาระดับดั ประเทศ ได้แ ด้ ก่ การโฆษณาที่ผู้ ที่ ผผู้ ลิตลิหรือ รื ผู้ค้ผู้ า ค้ส่ง ส่ ที่มี ที่ มี ตัวตัแทนขายอยู่ทั่ยู่ วทั่ ประเทศทำ การโฆษณาตราผลิตลิภัณภัฑ์บฑ์างตราให้เ ห้ป็น ป็ ที่รู้ ที่ จัรู้ กจั โดยอาศัยศัสื่อ สื่ ต่า ต่ ง ๆ ที่เ ที่ ข้า ข้ ถึง ถึ - การโฆษณาระดับดัภูมิภูภมิาค ได้แ ด้ ก่ การโฆษณาที่ผู้ ที่ ผผู้ ลิตลิหรือ รื ผู้จำผู้ จำหน่า น่ ย ทำ การโฆษณาผ่า ผ่ นสื่อ สื่ ที่สที่ ามารถเข้า ข้ ถึง ถึ จำ กัดกัเฉพาะอยู่ใยู่ นภูมิภูภมิาคนั้นนั้ๆ - การโฆษณาระดับดัท้อ ท้ งถิ่นถิ่ ได้แ ด้ ก่ การโฆษณาร้า ร้ ค้า ค้ปลีก ลี หรือ รื บริษัริ ษัท ห้า ห้ งร้า ร้ นต่า ต่ ง ๆ โดยมีจุ มี ดจุมุ่งมุ่ หมายเพื่อ พื่ ให้ลู ห้ กลูค้า ค้ ซื้อ ซื้ สินสิค้า ค้ ที่ร้ ที่ า ร้ นหรือ รื ห้า ห้ ง ของตนซึ่ง ซึ่ มีสิมี นสิค้า ค้ จำ หน่า น่ ย 1.3 ประเภทของการโฆษณาแบ่ง บ่ ตามสื่อ สื่ โฆษณา (Types of Media) - สื่อ สื่ โฆษณาประเภทสิ่งสิ่พิมพิพ์ ได้แ ด้ ก่ หนังนั สือ สื พิมพิพ์และนิตนิยสาร - สื่อ สื่ ประเภทแพร่ภ ร่ าพและกระจายเสีย สี ง ได้แ ด้ ก่ วิทวิยุ โทรทัศทัน์ - สื่อ สื่ โฆษณานอกสถานที่ ได้แ ด้ ก่ ป้า ป้ ยโฆษณากลางแจ้ง จ้ - สื่อ สื่ โฆษณา ประเภทอื่น อื่ ๆ ได้แ ด้ ก่ สื่อ สื่ โฆษณาทางไปรษณีย์ ณี ย์สื่อ สื่ โฆษณา ณ แหล่ง ล่ ซื้อ ซื้ ฯลฯ 2. การขายโดยใช้พ ช้ นักนังานขาย เป็น ป็ การติดติต่อ ต่ สื่อ สื่ สารข้อ ข้ มูลมูโดยใช้ บุคบุคลเพื่อ พื่ จูงจูใจให้ซื้ ห้ อ ซื้ บางสิ่งสิ่เป็น ป็ การเสนอขายโดยตรงแบบเผชิญชิ หน้า น้ เป็น ป็ การติดติต่อ ต่ สื่อ สื่ สารแบบ 2 ทาง เป็น ป็ การกระตุ้นตุ้ ให้ลู ห้ กลูค้า ค้ เกิดกิ ความต้อ ต้ งการซื้อ ซื้ สินสิค้า ค้ ที่มี ที่ ปมี ระสิทสิ ธิภาพมากทีสุที ดสุวิธีวินี้ในี้ ช้ไช้ ด้ดี ด้ กั ดี บกัระยะที่ นำ ผลิตลิภัณภัฑ์เฑ์ข้า ข้สู่ตสู่ลาด 3. การส่ง ส่ เสริมริการขาย หมายถึง ถึ การใช้เ ช้ ครื่อ รื่ งมือ มื ต่า ต่ ง ๆ ในการตลาด ด้ว ด้ ยจุดจุมุ่งมุ่ หมายที่จ ที่ ะเชิญชิชวน ให้ซื้ ห้ อ ซื้ สินสิค้า ค้ และบริกริาร ฃโดยสามารถ กระตุ้นตุ้ ความสนใจการทดลองใช้ห ช้ รือ รื การซื้อ ซื้ ของลูกลูค้า ค้ ขั้นขั้ สุดสุท้า ท้ ยหรือ รื บุคบุคลอื่น อื่ ในช่อ ช่ งทาง การส่ง ส่ เสริมริการขายต้อ ต้ งใช้ร่ ช้ ว ร่ มกับกัการโฆษณา หรือ รื การขายโดยใช้พ ช้ นักนังาน
4. การประชาสัมสัพันพั ธ์(Public Relation : PR) หมายถึง ถึ การติดติ สื่อ สื่ สาร ที่จ ที่ ะมีอิ มี ทอิ ธิพลต่อ ต่ เจตคติที่ติดี ที่ ต่ ดี อ ต่ องค์กค์ารกลุ่มลุ่ ต่า ต่ ง ๆ อาจเป็น ป็ ลูกลูค้า ค้ ผู้ ถือ ถื หุ้นหุ้ พนักนังาน กลุ่มลุ่ อนุรันุกรัษ์สิ่งสิ่แวดล้อ ล้ ม และวัฒวันธรรม รัฐรับาล ประชาชนในท้อ ท้ งถิ่นถิ่หรือ รื กลุ่มลุ่ อื่น อื่ ๆ ในสังสัคม 5. การตลาดทางตรง (Direct Marketing) คือ คื ระบบการตลาดแบบมี ปฏิสัฏิมสัพันพั ธ์ที่ใที่ ช้สื่ช้ อ สื่ โฆษณาตั้งตั้แต่ห ต่ นึ่ง นึ่ อย่า ย่ งขึ้น ขึ้ ไป เพื่อ พื่ ก่อ ก่ ให้เ ห้ กิดกิ ปฏิกิฏิริกิยริาตอบสนอง หรือ รื การแลกเปลี่ย ลี่ นที่สที่ ามารถวัดวั ได้ ณ สถานที่ใที่ ด ที่ห ที่ นึ่ง นึ่ 6. การติดติต่อ ต่ สื่อ สื่ สารทางการตลาดแบบประสมประสาน (Integrated Marketing Communication : IMC) หมายถึง ถึ การบวนการของการ พัฒพันาแผนงานการสื่อ สื่ สารที่ต้ ที่ อ ต้ งใช้ก ช้ ารสื่อ สื่ สารเพื่อ พื่ การจูงจูใจหลายรูปรู แบบกับกักลุ่มลุ่ เป้า ป้ หมายอย่า ย่ งต่อ ต่ เนื่อ นื่ ง IMC เป็น ป็ วิธีวิการพื้น พื้ ฐานในการ สำ รวจกระบวนการติดติต่อ ต่ สื่อ สื่ สารกับกัผู้รัผู้บรัข่าวารที่เ ที่ป็น ป็ เป้า ป้ หมาย ทัศทันะ การวางแผน มีแ มี นวความคิดคิ 4 ประการคือ คื - IMC จะรวบรวมการติดติต่อ ต่ สื่อ สื่ สารทุกทุรูปรูแบบที่เ ที่ หมาะสมกับกัลูกลูค้า ค้ โดยระลึก ลึ ว่า ว่ บุคบุคลสะสมข้อ ข้ มูลมูตลอดเวลาและข้อ ข้ มูลมูที่สที่ ะสมจะมีผ มี ลกระ ทบต่อ ต่ พฤติกติรรมการซื้อ ซื้ - IMC จะเริ่มริ่ต้น ต้ ที่ลู ที่ กลูค้า ค้ไม่ใม่ ช้ผ ช้ ลิตลิภัณภัฑ์ - IMC พยายามค้น ค้ หาการติดติต่อ ต่ สื่อ สื่ สารกับกัลูกลูค้า ค้ให้เ ห้ ข้า ข้ ถึง ถึ ด้ว ด้ ยความถี่ สูงสูสุดสุจากการที่รู้ ที่ จัรู้ กจัลูกลูค้า ค้ เป็น ป็ อย่า ย่ งดีเ ดี หมือ มื นคนคุ้นคุ้ เคยกันกั - IMC จะสร้า ร้ งการติดติต่อ ต่ สื่อ สื่ สารแบบ 2 ทางกับกัลูกลูค้า ค้ ทั้งทั้ที่เ ที่ป็น ป็ สื่อ สื่ และ ไม่ใม่ ช่สื่ช่ อ สื่ จะให้ข้ ห้ อ ข้ มูลมูกับกัลูกลูค้า ค้ รับรั ฟังฟัความคิดคิเห็น ห็ และความต้อ ต้ งการ ของลูกลูค้า ค้
หน่วยที่9ที่ เทคโนโลยีดิ ยี จิดิทัจิล ทั การตลาด การตลาดแบบดิจิดิทัจิลทัเป็น ป็ การส่ง ส่ เสริมริผลิตลิภัณภัฑ์หฑ์รือ รื แบรนด์โด์ดยใช้ อุปอุกรณ์อิณ์เอิล็ก ล็ ทรอนิกนิ ส์หส์รือ รื internet นอกจากนี้ยั นี้ งยัรวมถึง ถึ การส่ง ส่ ข้อ ข้ ความ การส่ง ส่ ข้อ ข้ ความทันทัที video podcast ป้า ป้ ยอิเอิล็ก ล็ ทรอนิกนิ ส์ โทรทัศทัน์ดิน์จิดิตจิอลและสถานีวิ นี ทวิยุ ฯลฯ การตลาดดิจิดิทัจิลทั ใช้ห ช้ ลายช่อ ช่ งทาง และเทคโนโลยีที่ ยี ช่ ที่ ว ช่ ยให้อ ห้ งค์กค์รวิเวิคราะห์เห์นื้อ นื้ หาและกลยุทยุธ์แคมเปญเพื่อ พื่ ทำ ความเข้า ข้ใจว่า ว่ อะไรทำ งานอย่า ย่ งไร - โดยทั่วทั่ ไปในเวลาจริงริ ประวัติวัคติวามเป็น ป็ มาของการตลาดดิจิดิทัจิลทั ยุคยุที่ผ่ ที่ า ผ่ นมาผู้บผู้ ริโริภคตกอยู่ใยู่ นความเมตตาของผู้โผู้ฆษณาที่ใที่ ช้สื่ช้ อ สื่ การ ตลาดผ่า ผ่ นสื่อ สื่ ต่า ต่ งๆไม่ว่ ม่ า ว่ จะเป็น ป็ สื่อ สื่ สิ่งสิ่พิมพิพ์ป้า ป้ ยโฆษณาโทรทัศทัน์วิน์ทวิยุ ผู้ โฆษณาเหล่า ล่ นี้สนี้ ร้า ร้ งตลาดกำ หนดและตอกย้ำ ภาพลักลัษณ์ขณ์องผู้บผู้ ริโริภค ในยุคยุ50 โฆษณาส่ว ส่ นใหญ่เ ญ่ป็น ป็ การสนทนาทางเดีย ดี วกับกัผู้ชผู้มที่เ ที่ป็น ป็ เชลย โฆษณาทางทีวี ที เ วี ติบติ โตและเติบติ โตเป็น ป็ สื่อ สื่ ทางการตลาดที่มี ที่ ศัมี กศัยภาพ ผู้ เชี่ย ชี่ วชาญเป็น ป็ ผู้สผู้ ร้า ร้ งสไตล์จล์ากการระเบิดบิของสื่อ สื่ ดิจิดิทัจิลทัผู้คผู้ นเริ่มริ่มีส่มี ว ส่ น ร่ว ร่ มซึ่ง ซึ่ กันกัและกันกัและ บริษัริ ษัท ที่พ ที่ วกเขาทำ ธุรธุกิจกิด้ว ด้ ยวิธีวิการใหม่ ๆ ความเกี่ย กี่ วข้อ ข้ งของช่อ ช่ งทางการพิมพิพ์และการออกอากาศแบบดั้งดั้เดิมดิ ลดลงทำ ให้ก ห้ ารเปลี่ย ลี่ นแปลงแบบไดนามิกมิของผู้บผู้ ริโริภคเป็น ป็ ไปอย่า ย่ ง สมบูรบูณ์ ช่อ ช่ งทางดิจิดิตจิอลเปิดปิ ประตูสำตูสำหรับรัผู้บผู้ ริโริภค ไม่ไม่ ด้มี ด้ ส่มี ว ส่ นร่ว ร่ มใน การสนทนาการตลาดด้า ด้ นเดีย ดี วอีก อี ต่อ ต่ ไปผู้บผู้ ริโริภคจะได้รั ด้ บรัพลังลัจากนักนั เขีย ขี นผู้จัผู้ ดจัพิมพิพ์และนักนัวิจวิารณ์ ภูมิภูทัมิศทัน์ดิน์จิดิตจิอลเป็น ป็ แบบมีส่มี ว ส่ นร่ว ร่ มซึ่ง ซึ่ เป็น ป็ พื้น พื้ ที่ที่ ที่ ผู้ ที่ บผู้ ริโริภคแลกเปลี่ย ลี่ นความคิดคิเห็น ห็ นักนัการตลาดไม่ไม่ ด้ผ ด้ ลักลัดันดั การสนทนาอีก อี ต่อ ต่ ไป ผู้บผู้ ริโริภคในชีวิ ชี ตวิ ประจำ วันวัตอนนี้ก นี้ ลายเป็น ป็ ผู้สผู้ ร้า ร้ ง สไตล์แล์ละผู้นำผู้ นำเทรนด์สำด์สำหรับรันักนัการตลาดที่พ ที่ ยายามแข่งขันขั ในสื่อ สื่ ดิจิดิทัจิลทั ใหม่นี้ ม่ มั นี้ นมัยากอย่า ย่ งเหลือ ลื เชื่อ ชื่ ที่จ ที่ ะแสดงเนื้อ นื้ หาของคุณคุเหนือ นื เสีย สี ง การแข่งขันขั ในขณะที่จำ ที่ จำนวนเวลาที่ผู้ ที่ บผู้ ริโริภคใช้จ่ ช้ า จ่ ยบนเว็บ ว็ และมือ มื ถือ ถื เพิ่มพิ่ขึ้น ขึ้ อย่า ย่ งมาก แต่ปต่ ริมริาณของเนื้อ นื้ หาที่มี ที่ อ มี ยู่เยู่พิ่มพิ่ขึ้น ขึ้ อย่า ย่ งมาก มีก มี าร สร้า ร้ งเนื้อ นื้ หาดิจิดิทัจิลทัมากขึ้น ขึ้ ในหนึ่ง นึ่ วันวักว่า ว่ ที่ค ที่ นส่ว ส่ นใหญ่สญ่ ามารถบริโริภค ได้ใด้ นหนึ่ง นึ่ ปี 9