social
ETIQUETTE
มารยาททางสังคม
ใบหม่อน : รวบรวม
คำนำ
สื่ออิเล็กทรอนิกนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป้นส่วนหนึ่งของวิชา เทคโนโลยี
สาระสนเทศ ของนักศึกษาปริญญาตรีชั้นปีที่1 เพื่อให้ศึกษาหาความ
รู้ ในเรื่องมารยาททางสังคม และได้ศึกษาอย่างเข้าใจเพื่อเป็นประโย
ชนย์ในการเรียน
ผู้จัดทำหวังว่าสื่ออิเล้กทรอนิกนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่าน หรือ
นักเรียน นักศึกษา ที่กำลังหาข้อมูลเรื่องนี้อยู่ หากมีข้อแนะนำ หรือ
ข้อผิดพลาดประการใด ผู้จัดทำข้อน้อมรับไว้และขออภัยมา ณ ที่นี้
ด้วย
คณะผู้จัดทำ
นางสาวชุติมา นวลจันทร์
นางสาวฐิติกานต์ ไชยชาญยุทธิ์
นางสาวพิมพิศา กลิ่นศักโก
สารบัญ หน้า
เรื่อง
ก
คำนำ................................................................................ ข
สารบัญ............................................................................ 1
มารยาททางสังคม....................................................... 2
มารยาทการพูด............................................................. 5
มารยาทการยืนเดิน เเละนั่ง....................................... 7
มารยาทในการไปชมมหรสพ..................................... 10
มารยาทในการแต่งกาย.............................................. 12
มารยาทในการรักษาเวลา.......................................... 13
มารยาทในที่ประชุม..................................................... 16
สรุป................................................................................... ค
อ้างอิง..............................................................................
-1-
" มารยาททางสังคม "
มารยาททางสังคม ก่อนที่จะกล่าวถึง “มารยาท
ทางสังคม” ผู้เขียนขอให้มาทำความรู้จักกับคำ
ว่า“มารยาท” ก่อนว่า คืออะไร
“มารยาท” หรือ “มรรยาท” (ETIQUETTE
OR GOOD MANNERS) หมายถึง กิริยาวาจาที่
ถือว่าสุภาพเรียบร้อย ถูกกาลเทศะ ไม่ได้ติดตัว
มาแต่เกิด แต่ได้มาจากสิ่งแวดล้อม มีการศึกษา
อบรมเป็นสำคัญ ดูกิริยา ฟังวาจาของคนแล้ว
-2-
" มารยาทการพูด "
ผู้พูดที่มีกิริยาวาจาเรียบร้อย ท่าทางสง่างาม
อ่อนโยนสุภาพ หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ไมใช้ท่าทาง
ประกอบคำพูดให้มากจนเกินไป
มารยาทในการพูดที่ควรปฏิบัติ มีดังนี้
คำกล่าว “ ขอบคุณ ” จะใช้เมื่อมีผู้อื่นให้สิ่งของ ให้ความ
ช่วยเหลือ ให้บริการ หรือเอื้อเฟื้ อทำสิ่งต่าง ๆ ให้ ไม่ว่าจะโดย
หน้าที่ของเขา หรือมีน้ำใจหรือไม่ก็ตาม เช่น บริการเสริฟน้ำ
ให้ คนลุกให้นั่งหรือช่วยถือของให้บนรถประจำทาง เป็นต้น
-3-
คำขอโทษนั้น จะใช้คำว่า “ขอโทษ” เมื่อผู้พูดรู้สึก
สำนึกผิดในสิ่งที่ตนได้กระทำ พูด แสดงออกมา ถ้าพูดออก
มาด้วยความรู้สึกผิด จะทำให้คำขอโทษนั้นมีความหมายที่
ผู้ฟังหรือคนกระทำรู้สึกดีขึ้นและพร้อมที่จะให้อภัย และถ้า
เขาให้อภัยแล้ว กล่าวคำขอบคุณที่เขาให้อภัยเราด้วย
คำพูดที่ใช้เมื่อสนทนาหรือกล่าวถึงผู้อื่นในลักษณะให้เกียรติ เป็นสิ่งที่มีความ
จำเป็นอย่างมาก การพูดนั้นเป็นคุณแก่ผู้พูด คำพูดที่จะให้คุณ ก็คือ คำพูดดีๆ
ที่พูดต่อกัน น้ำเสียงในการพูดให้น่าฟัง อ่อนโยน ใช้ภาษาที่เหมาะสม
-4-
การทักทาย ในประเพณีไทยจะทักทายกันโดยการไหว้และกล่าวคำว่า “สวัสดี”
ส่วนสากลเวลาพบกันจะทักทายกันโดยยื่นมือขวาจับกันและเขย่ามือเล็กน้อย
และทักทายด้วยคำสวัสดีเป็นภาษาต่างประเทศและถามสารทุกข์สุกดิบระหว่างกัน
เเละกัน
การแนะนำบุคคลให้รู้จักกัน หลักโดยทั่วๆไปแล้ว จะแนะนำผู้
อาวุโสมากก่อนผู้มีผู้อาวุโสน้อยกว่า หรือแนะนำผู้เป็นเจ้านายชั้น
ผู้ใหญ่ หรือมีตำแหน่งระดับสูงกว่าก่อนผู้อื่น ถ้ามีสถานภาพเสมอ
กันก็ให้แนะนำตามความเหมาะสม อาจแนะนำผู้ที่มาก่อนก็ได้
-5-
"มารยาทการยืนเดินเเละนั่ง"
การเดิน
เมื่อเดินกับผู้ใหญ่ไม่ควรเดินนำหน้า ควรเดินตาม ยกเว้น ต้องนำทางผู้ใหญ่
และควรเดินเยื้องอยู่ด้านข้างใดข้างหนึ่งแล้วแต่สถานที่ ซึ่งปกติจะอยู่ด้านซ้าย
มือของผู้ใหญ่ และห่างพอสมควร ถ้าสวนทางกับผู้ใหญ่ควรก้มตัวเมื่อเดินผ่าน
ถ้าเป็นทางแคบควรหยุดให้ผู้ใหญ่ไปก่อน
-6-
การยืน
ถ้ายืนอยู่กับผู้ใหญ่ต้องอยู่ในอาการสำรวม ไม่ยืนแยกขา
ไม่ยืนกอดอกหรือเอามือล้วงกระเป๋า เป็นต้น
การนั่ง
การนั่ง ควรนั่งในท่าที่สบาย แต่อยู่ในอาการสำรวม
ไม่ควรนั่งไขว่ห้าง นั่งแยกขา นั่งโยกเก้าอี้
-7-
"มารยาทในการไปชมมหรสพ"
ไม่แทรกหรือตัดแถวผู้อื่น ในขณะชมมหรสพ
ไม่ควรลุกจากที่นั่งโดยไม่จำเป็น
-8-
ไม่ควรส่งเสียงรบกวนผู้อื่นโดยการสนทนากันดัง ๆ
ไม่วิพากษ์วิจารณ์การแสดง หรือแสดงอาการ
สนุกสนาน เป่าปาก ตบมือจนเกินกว่าเหตุ
-9-
ไม่ควรเกี้ยวพาราสี หรือกอดจับต้องกันเมื่ออยู่ในโรงมหรสพ
หรือเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ
- 10 -
" มารยาทในการแต่งกาย "
การแต่งกายแสดงถึงขนบธรรมเนียม ประเพณีและวัฒนธรรม แล้วยังแสดงถึง
อุปนิสัยใจคอ จิตใจ รสนิยม ตลอดจนการศึกษาและฐานะของแต่ละบุคคลได้เป็นอย่าง
ดี การแต่งกายของผู้ที่อยู่ในสังคมจึงเป็นสิ่งจำเป็นและมีหลักสำคัญที่ควรปฏิบัติดังนี้
ความสะอาด ต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ โดยเริ่มต้นด้วยเครื่องแต่งกาย ได้แก่
เสื้อผ้า ถุงเท้า รองเท้า เครื่องประดับกระเป๋าถือ ต้องสะอาดหมด ใช้เครื่องสำอางค์
แต่พอควรและร่างกาย ก็ต้องสะอาดทุกส่วน รวมไปถึงกลิ่นตัวที่ต้องเอาใจใส่เป็น
พิเศษต้องอาบน้ำฟอกสบู่ให้หมดกลิ่นตัวถ้าทำได้ทุกส่วน ก็ถือว่าสะอาด
- 11 -
ความสุภาพเรียบร้อยโดยเครื่องแต่งกายนั้นต้องอยู่ในลักษณะสุภาพเรียบร้อย ไม่รุ่มร่าม
หรือรัดตัวจนเกินไป ไม่ใช้สีฉูดฉาด ควรแต่งให้เข้ากับสังคมนั้นความสุภาพเรียบร้อยนั้น
รวมไปถึงอุปกรณ์เครื่องใช้ เครื่องประดับและการแต่งหน้าแต่งผมด้วย
ความถูกต้องกาลเทศะโดยการแต่งกายควรให้ถูกกาลเทศะเป็นเรื่องสำคัญมาก
เช่น ไปประชุม หรือไปศึกษาดูงาน ควรแต่งกายให้สุภาพตามประเพณีนิยม ฯลฯ
เพื่อให้สมเกียรติกับงานที่ไป
- 12 -
" มารยาทในการรักษาเวลา "
การนัดหมายกับผู้อื่นในการทำงาน การประชุม การไปเที่ยว จะต้องตรงเวลา
และรักษาเวลาให้ดี ถ้ามีเหตุจำเป็นไม่สามารถทำได้ต้องรีบแจ้งหรือบอกผู้ที่
เรานัดหมายก่อนล่วงหน้าหรือเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้าไม่แจ้งและคนที่นัดรอเก้อ
จะถือว่าเป็นคนไม่ตรงต่อเวลา และไม่มีมารยาททางสังคม การรักษาเวลาถือ
เป็นการให้เกียรติต่อกันที่มีความสำคัญมากพอ ๆ กับการรักษาคำพูด
- 13 -
" มารยาทในที่ประชุ ม "
มารยาทในที่ประชุมเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงการให้เกียรติกัน และเคารพ
ในการแสดงความคิดเห็นของกันและกัน มารยาทที่ต้องรักษาไว้
- 14 -
1.การตรงต่อเวลาในการเข้าประชุม
2.การขออนุญาตที่ประชุมเมื่อเข้าประชุมสาย
หรือการออกจากห้องประชุมก่อนกำหนด
3.การยกมือขวาขึ้นเพื่อขอแสดงความคิดเห็น
หรือต้องการถาม การเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วม
ประชุมได้แสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผย
4.การเป็นผู้ฟังที่ดี รู้จักอดทนฟังเรื่องราวที่ผู้อื่น
กำลังแสดงความคิดเห็นให้จบก่อนว่าเขาต้องการ
แสดงความคิดเห็นหรือบอกอะไร
5.ไม่พูดแทรกหรือตัดบทไม่ให้พูดขณะที่ผู้
อื่นกำลังแสดงความคิดเห็น
- 15 -
6.การไม่พูดกวนหรือต่อเรื่องให้ยาวออกนอก
ประเด็นจากเรื่องที่ประชุม
7.การเคารพกฎ กติกาของที่ประชุม
การเคารพมติของที่ประชุม
8.การไม่คุยเรื่องส่วนตัว คุยเสียงดัง หรือวิพากษ์
วิจารณ์หรือนินทาผู้อื่นในขณะประชุม
9.การพูดในที่ประชุมควรใช้เหตุผล
หลักการ และความจริง ไม่ใช้อารมณ์ โดย
เฉพาะอารมณ์ที่จะเอาชนะ มีอัตตาสูง
10.การพูดปกป้องตนเองก่อนที่จะฟังเรื่องราวให้
จบ จะทำให้ที่ประชุมปั่ นป่วน ไร้ระเบียบ และทำให้
การประชุมนั้นไม่มีประสิทธิภาพ ฯลฯ
- 16 -
สรุ ป
มารยาททางสังคมจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นที่ทำให้คนเรารู้สึกดีต่อกัน สิ่งที่ดูเล็กน้อย
แต่สำคัญ เพราะการมีมารยาทดีเปรียบเสมือนมีอาภรณ์ประดับกายที่งดงาม
เป็นที่ชื่นชมและยอมรับของบุคคลรอบข้าง ผู้ที่มีมารยาทดี มักประสบควาสำเร็จ
ในชีวิตและหน้าที่การงาน เนื่องจากได้รับการยอมรับและเชื่อถือทางสังคม
การมีมารยาทดีจึงเปรียบเสมือนใบเบิกทางไปสู่ความสำเร็จ
อ้างอิง
รศ.ดร. พรทิพย์ เกยุรานนท์. (2561) .มารยาททางสังคม .สืบค้นเมื่อวันที่ 29
มกราคม 2565 จาก https://www.winnews.tv/news/2583
" ผู้ที่มีมารยาทดี มักประสบความสำเร็จในชีวิต
และหน้าที่การงาน เนื่องจากได้รับการยอมรับ
และเชื่อถือทางสังคม "