แบบทดสอบ เร่อื งกลอนดอกสรอ้ ยรำพึงในป่ำช้ำ
ชื่อ..................................................นามสกุล...................................................เลขที่..........ช้นั ..........
ให้นักเรียนใช้ดนิ สอระบายลงใน หน้าคาตอบทถ่ี ูกต้องให้เต็มวง
๑. วงั เอ๋ยวงั เวง หง่างเหง่ง! ยา่ ค่าระฆงั ขาน
ฝงู ววั ควายผา้ ยลาทิวากาล คอ่ ยค่อยผา่ นทอ้ งทุ่งมุง่ ถิ่นตน
ขอ้ ใดใชโ้ วหารภาพพจนเ์ ช่นเดียวกบั คาประพนั ธ์ขา้ งตน้
๑ หมดเอ๋ยหมดห่วง หมดดวงวิญญาณลาญสลาย
ถึงลมเชา้ ชวยชื่นรื่นสบาย เตือนนกแอ่นลมผายแผดสาเนียง
๒ ตวั เอ๋ยตวั ทะยาน อยา่ บนั ดาลดลใจใหใ้ ฝ่ ฝัน
ดูถูกกิจชาวนาสารพนั และความครอบครองกนั อนั ช่ืนบาน
๓ นกเอ๋ยนกแสก จบั จอ้ งร้องแจก๊ เพียงแถกขวญั
อยบู่ นยอดหอระฆงั บงั แสงจนั ทร์ มีเถาวลั ยร์ ุงรังถึงหลงั คา
๔ ทอดเอ๋ยทอดทิ้ง ยามหนาวผงิ ไฟลอ้ มอยพู่ ร้อมหนา้
ทิ้งเพื่อนยากแม่เหยา้ หาขา้ วปลา ทุกเวลาเชา้ เยน็ เป็ นนิรันดร์
๒. ตน้ เอ๋ยตน้ ไทร สูงใหญร่ ากยอ้ ยห้อยระยา้
และตน้ โพธ์ิพมุ่ แจแ้ ผฉ่ ายา มีเนินหญา้ ใตต้ น้ เกลื่อนกล่นไป
ลว้ นร่างคนในเขตประเทศน้ี ดุษณีนอนราย ณ ภายใต้
แห่งหลุมลึกลานสลดระทดใจ เรายงิ่ ใกลห้ ลุมน้นั ทุกวนั เอย
ความรู้สึกของผแู้ ต่งคาประพนั ธ์บทน้ีตรงกบั ขอ้ ใดมากท่ีสุด
๑ สงสาร ๒ ปลงตก
๓ ทุกขร์ ้อน ๔ หมดความหวงั
๓. ขอ้ ใดสามารถใหภ้ าพธรรมชาติยามเชา้ ไดช้ ดั เจนท่ีสุด
๑ ฝงู ววั ควายผา้ ยลาทิวากาล ค่อยค่อยผา่ นทอ้ งทุ่งมุ่งถ่ินตน
๒ คอกควายววั รัวเกราะเปาะเปาะ! เพียง รู้วา่ เสียงเกราะแวว่ แผว่ แผว่ เอย
๓ เขา้ กอดคอฉอเลาะเสนาะกรรณ สารพนั ทอดทิง้ ทุกสิ่งเอย
๔ อยตู่ ามโรงมุงฟางขา้ งขา้ งน้นั ท้งั ไก่ขนั แข่งดุเหวา่ ระเร้าเสียง
๔. สกลุ เอ๋ยสกุลสูง ชกั จงู จิตฟชู ูศกั ด์ิศรี
อานาจนาความสง่าอ่าอินทรีย์ ความงามนาใหม้ ีไมตรีกนั
ความร่ารวยอวยสุขใหท้ ุกอยา่ ง เหล่าน้ีต่างรอตายทาลายขนั ธ์
วถิ ีแห่งเกียรติยศท้งั หมดน้นั แตล่ ว้ นผนั มาประจบหลุมศพเอย
ขอ้ ใดเป็นขอ้ สรุปที่ดีท่ีสุดของกลอนบทขา้ งตน้
๑ สมบตั ิทุกชิ้นตอ้ งถูกฝังลงไปในหลุมศพ
๒ ทุกชีวติ ลว้ นเดินทางไปสู่ความตาย
๓ คนที่มีเกียรติตอ้ งไปพบกนั ที่หลุมศพ
๔ อานาจทาใหบ้ ุคคลมีความสง่างาม
๕. ขอ้ ใดแสดงถึงระดบั ช้นั ทางสงั คม สาราญใจตามเขตประเทศถิ่น
๑ เชา้ ก็ขบั โคกระบือถือคนั ไถ เห็นพอ่ กลบั ปล้ืมเปรมเกษมสนั ต์
๒ ทิ้งท้งั หนูนอ้ ยนอ้ ยร่อยร่อยรับ อยใู่ นถ่ินท่ีไกลเช่นไพรสณฑ์
๓ บุปผชาติชูสีและมีกลิ่น เคร่ืองแสดงเกียรติเลิศประเสริฐศรี
๔ ไมเ่ หมือนอยา่ งบางศพญาติตบแต่ง
๖. ห่วงเอ๋ยห่วงอะไร ไม่ยงิ่ ใหญเ่ ท่าห่วงดวงชีวติ
แมค้ นลืมสิ่งใดไดส้ นิท ก็ยงั คิดข้ึนไดเ้ ม่ือใกลต้ าย
คาประพนั ธ์ขา้ งตน้ น้ีมีส่ิงใดท่ีไม่ค่อยนิยมใชใ้ นการประพนั ธ์
๑ ใชค้ าวา่ “ตาย” ซ่ึงเป็นคาไมเ่ ป็นทางการ
๒ มีคาท่ีเป็นเสียงหยดุ อยทู่ า้ ยวรรค
๓ มีสัมผสั ในอยใู่ นทุก ๆ วรรค
๔ ใชค้ าเป็นและคาตายสลบั กนั ในทุกวรรค
๗. ขอ้ ใดคือคุณลกั ษณะของชาวนาท่ีผเู้ ขียนยกยอ่ งมากที่สุด
๑ ห่างเอ๋ยห่างไกล ห่างจากพวกมกั ใหญฝ่ ักใฝ่ หา
๒ แตส่ ่ิงซ่ึงเหลวไหลใส่อาตมา ความมกั นอ้ ยชาวนาไมน่ อ้ มไป
๓ เพอื่ รักษาความสราญฐานวเิ วก ร่มช้ือเฉกหุบเขาลาเนาไศล
๔ สนั โดษดบั ฟ้ ุงซ่านทะยานใจ ตามวสิ ยั ชาวนาเยน็ กวา่ เอย
๘. ขอ้ ใดต่อไปน้ีใชก้ ลวธิ ีทางวรรณศิลป์ เพือ่ สร้างอารมณ์และความรู้สึกมากที่สุด
๑ ไมเ่ ช่นน้นั ทา่ นกวเี ช่นศรีปราชญ์ นอนอนาถเล่ห์ใบไ้ ร้ภาษา
หรือผกู้ บู้ า้ นเมืองเรืองปัญญา อาจจะมานอนจมถมดินเอย
๒ ถึงบางทีมีบา้ งเป็นอยา่ งเลิศ กไ็ มฉ่ ูดฉาดเชิดประเสริฐสุนทร์
พอเตือนใจไดบ้ า้ งในทางบุญ เป็นเครื่องหนุนนาเหตุสงั เวชเอย
๓ ใครจะยอมละทิง้ ซ่ึงสิ่งสุข เคยเป็นทุกขห์ ่วงใยเสียไดง้ ่าย
ใครจะยอมละแดนแสนสบาย โดยไม่ชายตาใฝ่ อาลยั เอย
๔ ความร่ารวยอวยสุขใหท้ ุกอยา่ ง เหล่าน้ีตา่ งรอตายทาลายขนั ธ์
วถิ ีแห่งเกียรติยศท้งั หมดน้นั แตล่ ว้ นผนั มาประจบหลุมศพเอย
๙. ดวงเอ๋ยดวงจิต ลืมสนิทกิจการงานท้งั หลาย
ยอ่ มละชีพเคยสุขสนุกสบาย เคยเสียดายเคยวติ กเคยปกครอง
ละถิ่นท่ีสาราญเบิกบานจิต ซ่ึงเคยคิดใฝ่ เฝ้ าเป็นเจา้ ของ
หมดวติ กหมดเสียดายหมดหมายปอง ไม่ผนิ หลงั เหลียวมองดว้ ยซ้าเอย
บทประพนั ธ์ขา้ งตน้ สะทอ้ นความเช่ือใดมากที่สุด
๑ กรรมและกิเลส ๒ อบายภูมิ
๓ การเมือง การปกครอง ๔ วฏั สงสาร
๑๐. ซากเอ๋ยซากศพ อาจเป็ นซากนกั รบผกู้ ลา้ หาญ
เช่นชาวบา้ นบางระจนั ขนั ราบาญ กบั หมูม่ า่ นมาประทุษอยธุ ยา
ไมเ่ ช่นน้นั ท่านกวเี ช่นศรีปราชญ์ นอนอนาถเล่ห์ใบไ้ ร้ภาษา
หรือผกู้ บู้ า้ นเมืองเรืองปัญญา อาจจะมานอนจมถมดินเอย
ขอ้ ใดต่อไปน้ีแสดงให้เห็นถึง “อจั ฉริยลกั ษณ์” ของกวผี แู้ ต่งบทประพนั ธ์ขา้ งตน้ ไดช้ ดั เจนที่สุด
๑ การสอดแทรกคุณธรรมเร่ืองความสมคั รสมานสามคั คี
๒ การเพ่ิมขอ้ มูลความรู้เก่ียวกบั วรี กรรมของบรรพชนท่ีปกป้ องชาติ
๓ การรู้จกั ดดั แปลงวฒั นธรรมต่างชาติใหเ้ ขา้ กบั วฒั นธรรมไทย
๔ การใชส้ านวนภาษาที่ปลุกเร้าใหร้ ู้จกั มีความกตญั ญูกบั บา้ นเมือง