The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ID-plan-ครูไพนาริน64

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by innkiaw, 2021-05-31 18:42:23

ID-plan-ครูไพนาริน64

ID-plan-ครูไพนาริน64

นางสาวไพนาริน เยน็ ใจ

ตาแหน่ง ครชู านาญการ
พิเศษ

โรงเรยี นขนุ ห้วยตากพฒั นา
ศึกษา

สสงั งักกดั ดั สสาานนักักงงาานนเขเขตตพ้นืพทน้ื ี่กทา่ีกรศาึกรษศาึกปษราะถปมรศะึกถษมาศตึกากษเาขตตา1ก เขต 1
112

ตามท่ี ก.ค.ศ.ได้กาหนดหลกั เกณฑ์และวิธกี ารพฒั นาตนเองและวิชาชพี ครู (ว22/2560) เม่อื วนั ท่ี 5
กรกฎาคม 2560 ขอ้ 1. ขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา ตอ้ งได้รบั การพฒั นาอยา่ งต่อเน่ืองทุกปี โดย
ใหป้ ระเมนิ ตนเองตามแบบ ท่ี ก.ค.ศ. กาหนด พรอ้ มทงั้ จดั ทาแผนการพฒั นาตนเองเป็นรายปี ตามแบบทส่ี ่วน
ราชการกาหนด และเขา้ รบั การพฒั นาตามแผนอย่างเป็นระบบ และต่อเน่ืองฉะนนั้ ก่อนจะเลอื กหลกั สตู รคูปอง
ครูจะตอ้ งประเมนิ ตนเอง จดั ทาแผนพฒั นาตนเอง เพ่อื ใหผ้ บู้ รหิ ารอนุมตั หิ ลกั สตู ร ตาม ID Plan

สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐานไดก้ าหนดแผนการพฒั นาตนเองของขา้ ราชการครู (ID Plan
: INDIVIDUAL DEVELOPMENT PLAN) สาหรบั ขา้ ราชการครูในสงั กดั ไวใ้ นเอกสารแนวทางการปฏบิ ตั งิ านตาม
โครงการพฒั นาคปู องครรู ปู แบบครบวงจร ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2563 มสี าระประกอบดว้ ย

ส่วนที่ 1 ข้อมูลส่วนบุคคล ประกอบด้วยช่อื - ช่อื สกุล วิทยฐานะ วุฒกิ ารศึกษา วนั เดือนปีท่เี ขา้ รบั

ราชการ โรงเรยี น สงั กดั อายุราชการ ขนั้ และอตั ราเงนิ เดอื น สถานท่ที างาน งานในหน้าท่รี บั ผดิ ชอบ งานท่ี
ได้รบั มอบหมาย ผลงานทเ่ี กิดจากการปฏบิ ตั หิ น้าทใ่ี นตาแหน่งปัจจบุ นั รายละเอียดการพฒั นาตนเอง ประวตั ิ
การเขา้ รบั การพฒั นา (ในรอบ 2 ปีทผ่ี ่านมา)

ส่วนท่ี 2 ความตอ้ งการในการพฒั นา ประกอบดว้ ยสาระ หลกั สตู รท่ตี อ้ งการพฒั นา เพราะเหตุใดท่าน

จงึ ตอ้ งการเขา้ รบั การพฒั นาในหลกั สตู รน้ี ท่านคาดหวงั สงิ่ ใดจากการเขา้ รบั การพฒั นาในหลกั สตู รน้ี ทา่ นจะนา
ความรจู้ ากหลกั สตู รไปพฒั นาการสอนของท่านอยา่ งไร

เม่อื ครูไดไ้ ปเขา้ รบั การพฒั นามาแลว้ ตอ้ งรายงานผลการอบรม ตามโครงการพฒั นาครรู ปู แบบครบวงจร
ปีการศกึ ษา 2563 ของสานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน ตามระเบยี บราชการต่อไป

1. ขอ้ มูลทวั่ ไป

ช่ือ-สกลุ นางสาวไพนารนิ เยน็ ใจ ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย

เลขที่ตาแหน่ง 1340 เงินเดอื น 38,260 บาท เงินวิทยฐานะ 5600 บาท

วนั / เดือน / ปี เกิด 19 กนั ยายน พ.ศ.2517 อายุ 47 ปี

วนั / เดอื น / ปี ท่ีบรรจุ 16 มกราคม พ.ศ.2547 อายรุ าชการ/ประสบการณ์การทางาน 17 ปี 2

เดอื น

วฒุ ิการศึกษา

 ปรญิ ญาตรี คบ. วชิ าเอกการประถมศกึ ษา จากสถาบนั ราชภฎั กาแพงเพชร

 ปรญิ ญาโท ศษ.ม วชิ าเอกการบรหิ ารหารศกึ ษา จาก วทิ ยาลยั ลมุ่ น้าปิง

 ปรญิ ญาเอก.............. วชิ าเอก จาก...............................................

 อ่นื ๆ ระบ.ุ ................ วชิ าเอก จาก...............................................

สถานท่ีทางาน

สถานศกึ ษา/ หน่วยงาน

พ.ศ. โรงเรียน สงั กดั จงั หวดั
ตาก
2557 ขนุ หว้ ยตากพฒั นาศกึ ษา สานักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษา

ตาก เขต 1

2. วิชา/สาขา/กลุ่มสาระการเรียนร้ทู ่ีทาการสอน

ภาค ชื่อวิชา ชนั้ จานวนชวั่ โมง/
เรียน สปั ดาห์
ป.1
1 ภาษาไทย ป.1 5
ป.1 5
คณิตศาสตร์ ป.1 2
ป.1 5
วทิ ยาศาสตร์ ป.1 1
ป.1 1
ภาษาองั กฤษ ป.1 1
ป.1 1
วทิ ยาการคานวณ 1

สงั คมศกึ ษา

ศลิ ปะดนตรี

ประวตั ศิ าสตร์

การงานอาชพี

ภาค ชื่อวิชา ชนั้ จานวนชวั่ โมง/
เรียน สปั ดาห์

สขุ ศกึ ษาพละศกึ ษา ป.1 1

แนะแนว ป.1 1

รวม 24

3. ผลงานท่ีเกิดจากการปฏิบตั ิหน้าที่ในตาแหน่งปัจจุบนั (ยอ้ นหลงั ไม่เกนิ 5 ปี)
1. ผลที่เกิดจากการจดั การเรยี นรู้

ได้ดาเนินการจดั กิจกรรมการเรยี นรูใ้ หก้ บั นักเรยี น มกี ารวดั ผลประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ โดยใช้แฟ้ม
สะสมผลงาน ชน้ิ งาน แบบฝึกทกั ษะ โดยการวดั ผลประเมนิ ผลดงั กล่าวครอบคลุมทกุ ๆดา้ น ไดแ้ ก่ ดา้ นความรู้
การปฏบิ ตั ิ กระบวนการและคณุ ลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์ ทงั้ น้เี พ่อื สง่ เสรมิ พฒั นาการของนักเรยี นทงั้ 4 ดา้ น ไดแ้ ก่
ดา้ นร่างกาย อารมณ์ จติ ใจ สงั คม และสตปิ ัญญา และมคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม ทงั้ น้เี พ่อื ใหน้ ักเรยี นมพี ฒั นาการท่ี
ดี มคี ุณลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์ ตลอดจนมกี ารบนั ทกึ หลงั การจดั กจิ กรรมการสอนอยา่ งสม่าเสมอ ทงั้ น้ีเพ่อื จะได้
ช่วยแกไ้ ขขอ้ บกพรอ่ งใหก้ บั นกั เรยี นทม่ี ปี ัญหา สามารถสรปุ ผลการดาเนนิ งานไดด้ งั น้ี

1.1 มีแผนการจดั การเรียนรู้ รายวชิ าพ้นื ฐาน วิชาภาษาไทย ท่มี กี ารวิเคราะห์หลกั สูตรสถานศกึ ษา
มาตรฐานการเรยี นรู้ ผลการเรยี นรู้ ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง

1.2 มีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยการปฏิบัติ (Active Learning) โดยเน้นผู้เรียนเป็นสาคญั ด้วย
กจิ กรรมทห่ี ลากหลายและสอดคลอ้ งกบั ธรรมชาตวิ ชิ าวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

1.3 มแี นวทางในการบรหิ ารจดั การชนั้ เรยี นและจดั บรรยากาศในชนั้ เรยี นทเ่ี หมาะสมและชว่ ยสง่ เสรมิ
การเรยี นรขู้ องนกั เรยี น

1.4 มเี ครอ่ื งมอื การวดั และประเมนิ ผลทม่ี คี ุณภาพ ผา่ นการหาคุณภาพเคร่อื งมอื วดั ผลเบ้อื งตน้ และมคี วาม
หลากหลายในการประเมนิ อย่างรอบด้าน ทงั้ ดา้ นความรู้ ด้านทกั ษะและกระบวนการ และดา้ นคุณลกั ษณะอันพึง
ประสงค์ รวมไปถงึ สมรรถนะทส่ี าคญั ของผู้เรยี น

1.5 มกี ารแกป้ ัญหาในชนั้ เรยี นดว้ ยกระบวนการวจิ ยั ในชนั้ เรยี น เร่อื ง การศกึ ษาผลการใชเ้ ทคนิคการ
เสรมิ แรงโดยใชส้ มุดสะสมแสตมป์ เพ่อื ยกระดบั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี น และการส่งงานในรายวชิ าวทิ ยาการ
คานวณ สาหรบั นักเรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2563 โรงเรยี นขุนหว้ ยตากพฒั นา
ศกึ ษา

1.6 มสี ่อื การเรียนรู้ และแหล่งการเรียนสาหรบั ใช้ประกอบการจดั การเรียนรู้ และให้นักเรยี นไว้สบื คน้
เพม่ิ เตมิ เชน่ เอกสารประกอบการเรยี น ส่อื สไลด์ คลปิ วดิ โี อ

1.7 ใชร้ ะบบ e-mail Address ในการเขา้ ถงึ แหล่งเรยี นรู้ และการสอ่ื สารกบั ผเู้ รยี น ใชอ้ นิ เทอรเ์ น็ต และ ICT
เพอ่ื การจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอน

1.8 ประเมนิ ความพงึ พอใจของนักเรยี นท่มี ตี ่อการจดั การเรยี นรู้ โดยใหน้ ักเรยี นประเมนิ ความพงึ พอใจ
หลงั จากสอนโดยหาค่าคะแนนเฉลย่ี (X) และค่าเบย่ี งเบนมาตรฐาน (S.D.)

2. ผลที่เกิดจากการพฒั นาวิชาการ

ผลทเ่ี กิดจากการพฒั นาทางดา้ นวชิ าการ พฒั นาผูเ้ รยี นดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ความมวี นิ ัยในตนเอง
ตลอดจนจดั ทาส่อื ประชาสมั พนั ธต์ ่าง ๆ อกี ทงั้ ขา้ พเจา้ เป็นผู้สนใจใฝ่รู้ โดยได้ศกึ ษาหาความรวู้ ทิ ยาการใหม่ ๆ
มาพฒั นางานตนเองและเป็นแบบอยา่ งใหเ้ พ่อื นร่วมงาน มวี สิ ยั ทศั น์ กลา้ พดู กลา้ ตดั สนิ ใจ มคี วามรบั ผดิ ชอบต่อ
งานในหนา้ ทไ่ี มย่ อ่ ทอ้ ตอ่ อุปสรรค มคี วามเอาใจใส่ต่องานในหนา้ ทแ่ี ละยงั ใหค้ าแนะนา สนับสนุนเพ่อื นครูทงั้ ใน
และนอกสถานศกึ ษาในดา้ นขอ้ มูล ขา่ วสาร ทเ่ี ป็นประโยชน์ต่อทางราชการใหก้ ารสนับสนุนดา้ นวชิ าการโดยเป็น
วทิ ยากรอบรมพฒั นาส่อื การเรยี นการสอน โดยใชส้ ่อื มลั ตมิ เี ดยี และเทคโนโลยเี ป็นสอ่ื ในการพฒั นานักเรยี นเขา้
แขง่ ขนั งานทกั ษะทางวชิ าการอย่างสมา่ เสมอทุกปี ซง่ึ มผี ลงานเป็นทป่ี ระจกั ษ์ มกี ารเขา้ รบั การอบรมต่าง ๆ ทงั้
ภายในและภายนอกสถานศกึ ษา เพ่อื พฒั นาตนเองอยเู่ สมอ สามารถสรปุ ผลการดาเนินงานไดด้ งั น้ี

2.1 มกี ิจกรรมและการแข่งขนั ท่สี ่งเสรมิ และเปิดโอกาสใหน้ ักเรียนได้ใช้ความคดิ และทกั ษะท่ไี ด้ฝึก
ประสบการณ์มา เช่น การแข่งขนั การใช้งานโปรแกรมกราฟิก การสร้างส่อื มลั ติมเี ดยี การสรา้ งงานนาเสนอ
การออกแบบสง่ิ ของเคร่อื งใชด้ ว้ ยโปรแกรมคอมพวิ เตอร์ ในรายการตา่ ง ๆ เชน่ งานศลิ ปหตั ถกรรมในระดบั ตา่ ง


2.2 มกี ิจกรรมบูรณาการเน้ือหาในห้องเรียนกับกิจกรรมท่ที าในระบบจดั การชนั้ เรยี นออนไลน์โดยใช้
เทคโนโลยขี อง Google เช่น Google Classroom และ Google Site ซ่ึงเป็นการบูรณการเน้ือหาในห้องเรยี นผ่าน
กจิ กรรมต่าง ๆ ในรายวชิ า ซง่ึ ผเู้ รยี นมผี ลงานมากมาย

2.3 มกี จิ กรรมชมุ นุม ชมรมและใหบ้ รกิ ารอนิ เทอรเ์ นต็ สาหรบั นกั เรยี นทส่ี นใจในศาสตรต์ า่ ง ๆ ทเ่ี กย่ี วกบั
คอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยี

2.4 ครูมคี วามเขา้ ใจในการนากระบวนการ PLC เขา้ มาใชใ้ นการพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รยี น
2.5 การนาความรดู้ า้ นเทคโนโลยสี ารสนเทศมาพฒั นาระบบการจดั การเรยี นรไู้ ด้
2.6 การนาวธิ กี ารวจิ ยั และพฒั นามาแกป้ ัญหา พรอ้ มทงั้ พฒั นางานอยา่ งครบวงจร

3. ผลท่ีเกิดกบั ผ้เู รียน

ไดด้ าเนินการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนโดยเน้นผเู้ รยี นเป็นสาคญั มกี ารใหน้ กั เรยี นไดฝ้ ึกการปฏบิ ตั ิ
จรงิ เพ่อื ใหน้ กั เรยี นไดม้ ที กั ษะต่าง ๆ ตลอดจนสอดแทรกคณุ ธรรมจรยิ ธรรมทด่ี งี าม ความมวี นิ ัยในตนเอง ส่งผล
ใหผ้ เู้ รยี นมคี ณุ ธรรมจรยิ ธรรม มวี นิ ยั ในตนเอง มสี มั มาคารวะ มมี ารยาทตามวฒั นธรรมไทย มคี วามสามารถใน
การใช้ภาษาในการส่อื สาร และการมจี นิ ตนาการ และความคดิ สร้างสรรค์ ซง่ึ เป็นสงิ่ ทผ่ี ูเ้ รยี นสามารถนาความรู้
ความเขา้ ใจและทกั ษะไปบรู ณาการ และประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวนั เป็นการเพม่ิ พนู สมรรถนะตนเองใหม้ ากข้นึ
สามารถสรุปผลการดาเนินงานไดด้ งั น้ี

3.1 นักเรยี นมผี ลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นตามเกณฑท์ ก่ี าหนด
3.2 นักเรยี นมรี ะดบั ทกั ษะและกระบวนการทางเทคโนโลยี ผ่านเกณฑท์ ค่ี รผู สู้ อนกาหนดไว้
3.3 นักเรยี นมรี ะดบั คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ผ่านทเ่ี กณฑท์ ค่ี รูผสู้ อนกาหนดไว้
3.4 นกั เรยี นมชี น้ิ งาน/ผลงาน ทส่ี ะทอ้ นความคดิ ขนั้ สงู เชน่ การคดิ วเิ คราะห์ การสงั เคราะห์ การ
ประเมนิ ค่าและความคดิ สรา้ งสรรคช์ นั้ งาน โดยใชค้ วามรแู้ ละเน้ือหาทางเทคโนโลยี
3.5 นกั เรยี นสามารถคน้ ควา้ หาความรจู้ ากแหลง่ เรยี นรทู้ ค่ี รูไดร้ วบรวมและแนะนาใหไ้ ดอ้ ย่างถูกตอ้ ง

4. ผลท่ีเกิดกบั สถานศึกษา

จากการท่สี ถานศกึ ษามแี ผนกลยุทธ์ในการพฒั นา มเี ป้าหมาย มที ศิ ทางในการดาเนินงานเพ่อื พฒั นา
สถานศกึ ษา นกั เรยี น โดยมกี ารจดั กจิ กรรม โครงการต่าง ๆ อยา่ งเป็นรปู ธรรม ซง่ึ นกั เรยี นและครมู สี ่วนร่วมใน
การปฏบิ ตั กิ จิ กรรม ทาใหผ้ ลการดาเนินงานเป็นท่ยี อมรบั ของผู้ปกครอง ชุมชน ทอ้ งถิน่ ตลอดจนการจดั ทาสอ่ื
ประชาสมั พนั ธต์ ่าง ๆ เชน่ ระบบดแู ลช่วยเหลอื นักเรยี น เพ่อื ใหโ้ รงเรยี นมกี ารเปลย่ี นแปลงไปในทางทด่ี ขี น้ึ และ
ใหก้ ารดูแลนักเรยี นโดยการเยย่ี มบ้านนกั เรยี นในความดูแล และใหค้ าแนะนาในดา้ นต่าง ๆ ใหแ้ ก่นักเรยี นและ
ผูป้ กครอง ได้รบั การยอมรบั จากผู้ปกครองและชุมชนในด้านการดูแลเอาใจใส่ของครูทม่ี ตี ่อนักเรยี นในดา้ นการ
จดั การดแู ลดา้ นพฤตกิ รรม คณุ ลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงคด์ า้ นกริ ยิ า มารยาท ความมวี นิ ยั ในตนเอง ความรบั ผดิ ชอบ
สามารถสรปุ ผลการดาเนินงานไดด้ งั น้ี

4.1 มกี ารพฒั นากจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี น กจิ กรรมลูกเสอื และชุมนุมทจ่ี ดั ใหส้ อดคล้องกับหลกั สูตรและ
ผเู้ รยี นเป็นศนู ยก์ ลาง

4.3 มรี ะบบการทางานทเ่ี ป็นทมี และมแี นวทางการทางานทเ่ี ป็นขนั้ ตอนชดั เจน
4.4 มรี ะบบจดั การชนั้ เรยี นออนไลน์ดว้ ยเทคโนโลยี Google คอื Google Classroom และ Google Site
ในทกุ ๆ รายวชิ าทเ่ี ป็นเทคโนโลยสี ารสนเทศ
4.5 การนเิ ทศตดิ ตามผลการปฏบิ ตั งิ านของครทู าใหก้ ารปฏบิ ตั งิ านมคี วามสมบูรณ์ และเป็นไปตามเวลา
ทก่ี าหนด
4.6 มรี ะบบการทางานเป็นทมี มากข้นึ
4.7 มแี นวปฏบิ ตั ดิ า้ นเอกสาร หลกั ฐานทางการศกึ ษาทถ่ี กู ตอ้ ง
4.8 การพฒั นางานมรี ะบบถกู ตอ้ งและครบวงจร

5. ผลท่ีเกิดกบั ชมุ ชน

สถานศกึ ษามสี ่วนร่วมกบั ชุมชน ในกจิ กรรมต่าง ๆ ตลอดปีการศกึ ษา โดยเฉพาะกจิ กรรมท่เี กีย่ วกบั
วฒั นธรรม ประเพณี และพธิ กี รรมทางศาสนา ตลอดจนกจิ กรรมทเ่ี ป็นประโยชน์ กจิ กรรมวนั สาคญั จนทาใหเ้ กดิ
ความร่วมมอื ความเขา้ ใจทด่ี ตี อ่ กนั เกดิ ความรกั และความภาคภูมใิ จในโรงเรยี นและทอ้ งถน่ิ นอกจากน้โี รงเรยี น
ยงั ได้จดั กจิ กรรมการประชุมผู้ปกครอง ประชุมคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐานในแต่ละภาคเรยี นเพ่อื ชแ้ี จง
นโยบายของโรงเรยี น และเพ่อื หาแนวทางในการร่วมพฒั นาโรงเรยี น ทงั้ พฒั นาอาคารสถานท่ี และพฒั นาทาง
วชิ าการใหเ้ ป็นไปในทางทศิ ทางเดยี วกนั สามารถสรปุ ผลการดาเนนิ งานไดด้ งั น้ี

5.1 เกดิ ความสมั พนั ธท์ ด่ี กี บั ผปู้ กครองนักเรยี น และชมุ ชน มกี ารประชมุ ทุกภาคเรยี น
5.2 มกี จิ กรรมทางสงั คมในดา้ นตา่ ง ๆ ร่วมกบั ชุมชนอยา่ งสม่าเสมอ
5.3 เป็นแหลง่ เรยี นรทู้ ส่ี ามารถใหบ้ คุ คลภายนอกเขา้ มาศกึ ษาได้
5.4 มกี ารแลกเปลย่ี นเรยี นรทู้ างเครอื ขา่ ยวชิ าการ และชุมชนการเรยี นรทู้ างวชิ าชพี
5.5 เขา้ ร่วมเป็นสมาชกิ เครอื ขา่ ยแลกเปลย่ี นเรยี นรทู้ างวิชาชพี ทาง Facebook และ Line@
5.6 ร่วมการประกวดแขง่ ขนั ทกั ษะวชิ าการ ระดบั เขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษา ปีการศกึ ษา 2560-2562
5.7 รว่ มการประกวดแขง่ ขนั ทกั ษะวชิ าการ ระดบั ภาคเหนอื ปีการศกึ ษา 2560-2562

5.8 โรงเรยี นใหบ้ รกิ ารแหล่งเรยี นรแู้ กช่ มุ ชนในดา้ นต่าง ๆ รวมทงั้ ส่งเสรมิ สนบั สนุนใหช้ มุ ชนมคี วาม
เขม้ แขง็ อกี ทงั้ ชุมชนยงั ใหค้ วามร่วมมอื และสนบั สนุนกจิ กรรมต่าง ๆ ของโรงเรยี นดว้ ยดี

งานท่ีไดร้ บั มอบหมาย
1. ภาคเรยี นท่ี 1 ปฏบิ ตั หิ นา้ ทค่ี รูทป่ี รกึ ษานกั เรยี นระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 ก

ภาคเรยี นท่ี 2 ปฏบิ ตั หิ น้าทค่ี รูทป่ี รกึ ษานักเรยี นระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1ก

2. ปฏบิ ตั กิ ารสอนกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี นทร่ี บั ผดิ ชอบ
- กจิ กรรมยุวกาชาด จานวน 1 ชวั่ โมง / สปั ดาห์
- กจิ กรรมชมุ นุม จานวน 1 ชวั่ โมง / สปั ดาห์

3. ปฏบิ ตั กิ ารหนา้ ท่ี ครูเวรประจาวนั ศุกร์
4. ปฏบิ ตั กิ ารหนา้ ทร่ี ะบบดูแลช่วยเหลอื นกั เรยี น
5. ปฏบิ ตั กิ ารงานนกั เรยี นยากจนพเิ ศษ
6. ปฏบิ ตั กิ ารหนา้ ทร่ี บั ผดิ ชอบกจิ กรรมวนั แม่
7. ปฏบิ ตั หิ นา้ ทอ่ี ่นื ๆ ตามคาสงั่ ของโรงเรยี น

ตอนที่ 1 ผลการประเมินตนเองตามกรอบของ กคศ. ระดบั ความรู้
ด้านที่ 1 ความรคู้ วามสามารถในการปฏบิ ตั งิ านในหนา้ ท่ี มาก ปาน น้อย

รายการพิจารณา กลาง

1. เน้อื หา ในรายวชิ า/กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ทส่ี อน 
2. วธิ สี อน ถ่ายทอดความรู้เชงิ เน้อื หา กิจกรรม บรบิ ท เป้าหมายการเรยี นรู้
ความรพู้ น้ื ฐาน การปรบั พน้ื ฐาน และอุปสรรคการเรยี นรขู้ องผเู้ รยี น 
3. หลกั การสอน และกระบวนการเรยี นรู้ 
4. หลกั สตู ร การออกแบบ วางแผนการใช้ ประเมนิ และแนวทางการเรยี นรู้
ในแตล่ ะเน้อื หา 
5. พน้ื ฐานการศกึ ษา หลกั การศกึ ษา ปรชั ญาการศกึ ษา จติ วทิ ยาสงั คม
นโยบายการศกึ ษา จดุ มงุ่ หมายการจดั การศกึ ษาตงั้ แต่ระดบั ชาตจิ นถงึ ระดบั 
หลกั สตู ร
6. การจดั การศกึ ษาแบบรวม และการตอบสนองต่อความหลากหลายของ 
ผเู้ รยี น 
7. ทฤษฎกี ารเรยี นรู้ และจติ วทิ ยาการเรยี นรู้ 
8. การใชเ้ ทคโนโลยี และส่อื นวตั กรรมเพอ่ื การเรยี นรู้
9. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้

ดา้ นท่ี 2 ทกั ษะการปฏิบตั ิงาน ระดบั ความรู้

รายการพิจารณา ทาได้ดี ทาได้ ไม่ค่อย
ปาน ทา
1. การสรา้ งและหรอื พฒั นาหลกั สตู ร กลาง
2. การออกแบบหน่วยการเรยี นรู้
3. การจดั ทาแผนการจดั การเรยี นรู้ 
4. กลยุทธใ์ นการจดั การเรยี นรู้
5. การสรา้ งและการพฒั นาสอ่ื นวตั กรรม เทคโนโลยที างการศกึ ษาและแหลง่ 
เรยี นรู้
6. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 







ด้านท่ี 3 ความเป็นครู

ระดบั ความรู้

รายการพิจารณา สงู มาก ปาน ปรบั ปรงุ

กลาง

1. ยดึ มนั่ ผกู พนั ศรทั ธาในวชิ าชพี และทมุ่ เทเพอ่ื การเรยี นรขู้ องผเู้ รยี น 

2. มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม และปฏบิ ตั ติ นเป็นแบบอยา่ งทด่ี แี ก่ผเู้ รยี น ทงั้ กาย วาจา 

และจิตใจ ดารงตนให้เป็นท่ีเคารพ ศรัทธา และน่าเช่ือถือทัง้ ใน และนอก

สถานศกึ ษา

3. ปฏบิ ตั ติ นตามจรรยาบรรณวชิ าชพี ครู 

4. มวี นิ ัยและการรกั ษาวนิ ัย 

5. เป็นบุคคลแห่งการเรยี นรู้ ปรบั ปรุง และพฒั นาตนเองอย่างต่อเน่ือง ให้มี 

ความรคู้ วามชานาญในวชิ าชพี เพม่ิ ขน้ึ

6. ปฏบิ ตั ติ นโดยนาหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งมาใช้ 

7. มที ศั นคตทิ ด่ี ตี อ่ บา้ นเมอื ง 

 ตอนท่ี 2 ผลการประเมนิ ศกั ยภาพของผเู้ รยี นในสถานศกึ ษาตามจุดเน้นของ สพฐ.

รายการศกั ยภาพผ้เู รยี นตามจุดเน้น ระดบั ความรู้

1. ดา้ นอ่านออก อ่านคลอ่ ง เขยี นได้ เขยี นคลอ่ ง สูงมาก ปานกลาง ปรบั ปรงุ
2. ดา้ นคดิ เลขเป็น คดิ เลขคล่อง 
3. ดา้ นการคดิ ขนั้ พน้ื ฐาน   
4. ดา้ นการคดิ ขนั้ สงู   
5. ดา้ นการส่อื สารอยา่ งสรา้ งสรรคต์ ามชว่ งวยั 
6. ดา้ นการใชภ้ าษาตา่ งประเทศ (ภาษาองั กฤษ)  
7. ดา้ นการใชเ้ ทคโนโลยเี พ่อื การเรยี นรู้ 
8. ดา้ นการแสวงหาความรดู้ ว้ ยตนเอง 
9. ดา้ นใฝ่เรยี นรู้
10. ดา้ นใฝ่ดี
11. ดา้ นทกั ษะชวี ติ
12. ดา้ นอย่อู ย่างพอเพยี ง มงุ่ มนั่ ในการศกึ ษาและการทางาน

ตอนที่ 3 ผลการประเมนิ ศาสตรก์ ารสอน ตามกรอบแนวคดิ ของหลกั สตู รของสถาบนั ครุ พุ ฒั นา

รายการศกั ยภาพผเู้ รียนตามจุดเน้น สงู มาก ระดบั ความรู้
 ปานกลาง ปรบั ปรงุ
1. การสอนในศตวรรษท่ี 21
2. การแกป้ ัญหาผเู้ รยี น  
3. จติ วทิ ยาการแนะแนว/จติ วทิ ยาการจดั การเรยี นรู้ 
4. การจดั การชนั้ เรยี น  
5. การวิจัยพฒั นาการเรียนการสอน/ชุมชนแห่งการเรียนรูทาง 
วชิ าชพี  
6. การพฒั นาหลกั สตู ร 
7. สะเตม็ ศกึ ษา (STEM Education)
8. การใชส้ ่อื และเทคโนโลยใี นการจดั การเรยี น
9. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้
10. การออกแบบการเรยี นรู้

สรปุ ผลการประเมินตนเอง

ตอนท่ี 1 ผลการประเมนิ ตนเองตามกรอบของ กคศ. อยใู่ นระดบั ดี มกี ารพฒั นาหลกั สตู ร ออกแบบการ
จดั การเรยี นรู้ ยดึ มนั่ ผูกพนั ศรทั ธาในวชิ าชพี และทุ่มเทเพอ่ื การเรยี นรู้ของผูเ้ รยี น มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม และ
ปฏบิ ตั ติ นเป็นแบบอยา่ งทด่ี แี ก่ผเู้ รยี น ทงั้ กาย วาจา และจติ ใจ ดารงตนใหเ้ ป็นทเ่ี คารพ ศรทั ธา และน่าเช่อื ถอื ทงั้
ใน และนอกสถานศกึ ษา เป็นบุคคลแหง่ การเรยี นรู้ ปรบั ปรุง และพฒั นาตนเองอยา่ งต่อเน่อื ง ให้มคี วามรคู้ วาม
ชานาญในวชิ าชพี เพม่ิ ขน้ึ และปฏบิ ตั ติ นโดยนาหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งมาใช้

ตอนท่ี 2 ผลการประเมนิ ศักยภาพของผู้เรยี นในสถานศกึ ษาตามจุดเน้นของ สพฐ. อยู่ในระดบั ปาน
กลาง และในส่วนทต่ี อ้ งปรบั ปรุง คอื ดา้ นการคดิ ขนั้ สงู และดา้ นการใชภ้ าษาต่างประเทศ (ภาษาองั กฤษ)

ตอนท่ี 3 ผลการประเมนิ ศาสตรก์ ารสอน ตามกรอบแนวคดิ ของหลกั สตู รของสถาบนั ครุ ุพฒั นา อยู่ใน

ระดบั ปานกลาง จงึ ควรเขา้ รบั การอบรมเพ่อื พฒั นาความรู้ความสามารถ และนามาปรบั ใชใ้ นการจดั การเรยี นรู้
ใหก้ บั นกั เรยี นต่อไป

1. อนั ดบั ความสาคญั / สมรรถนะที่จะพฒั นา

( 2 ) การสอนในศตวรรษท่ี 21

( 3 ) การแกป้ ัญหาผเู้ รยี น

( 10 ) จติ วทิ ยาการแนะแนว/จติ วทิ ยาการจดั การเรยี นรู้

( 4 ) การจดั การชนั้ เรยี น

( 6 ) การวจิ ยั พฒั นาการเรยี นการสอน/ชมุ ชนแหง่ การเรยี นรทู้ างวชิ าชพี

( 7 ) การพฒั นาหลกั สตู ร

( 9 ) สะเตม็ ศกึ ษา (STEM Education)

( 1 ) การใชส้ ่อื และเทคโนโลยใี นการจดั การเรยี นรู้

( 8 ) การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้

( 5 ) การออกแบบการเรยี นรู้

2. ตารางสรปุ วิธีการ/รปู แบบการพฒั นา

ท่ี สมรรถนะที่จะพฒั นา วิธีการ / รปู แบบการพฒั นา ประโยชน์ท่ีคาดว่าจะได้รบั

1 การใชส้ ่อื และเทคโนโลยี - เขา้ รบั การอบรมเกยี่ วกบั การผลติ ส่อื การใชส้ อ่ื - ตนเองมคี วามสามารถในการจดั

ในการจดั การเรยี นรู ประเภท ICT กจิ กรรมการเรยี นรู้ โดยมคี วามรูเ้ ร่อื ง

- สรา้ งสอ่ื และนวตั กรรมในการจดั การเรยี นการสอน การเขยี นแผนการจดั ประสบการณ์

การวดั ผลประเมนิ ผล ตลอดจนการ

ผลติ ส่อื การใชส้ ่อื ประเภท ICT

สง่ ผลต่อการจดั กจิ กรรมใหก้ บั ผูเ้ รยี น

อย่างสงู สุด

2 การสอนในศตวรรษที่ 21 - เขา้ รบั การอบรม สมั มนาทห่ี น่วยงานต้นสงั กดั - ตนเองเป็นผูม้ คี ณุ ภาพ ไดร้ บั การ
หน่วยงานอ่นื ๆจดั ขน้ึ พฒั นาไปในทศิ ทางทด่ี ขี น้ึ ส่งผลและ
- ศกึ ษาดูงานโรงเรยี นตน้ แบบ บคุ ลากรตน้ แบบ เกดิ ประโยชน์ต่อผูเ้ รยี น และโรงเรยี น
เพอ่ื นามาพฒั นาตนเอง
- แลกเปลย่ี นเรยี นรูก้ บั บคุ ลากรในโรงเรยี น
- ศกึ ษาเอกสาร ผลงานทางวชิ าการจากตารา
วารสาร
- สบื คน้ ความรูท้ างอนิ เตอรเ์ นต็

3 การแกป้ ัญหาผูเ้ รยี น - จดั กจิ กรรมส่งเสรมิ ปลกู ฝังคณุ ธรรม จรยิ ธรรมที่ - ผูเ้ รยี นมคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรมและ

ดงี ามใหก้ บั ผูเ้ รยี นอยู่เสมอ โดยการอบรมหนา้ เสา คณุ ลกั ษณะทพี่ งึ ประสงค์ มที กั ษะ

ธง กจิ กรรมโฮมรมู และเยย่ี มบา้ นนักเรยี น ชวี ติ เป็นทย่ี อมรบั ของสงั คม

- สง่ เสรมิ ผูเ้ รยี นตามความถนดั ความสามารถแต่

ละบคุ คล

ที่ สมรรถนะท่ีจะพฒั นา วิธีการ / รปู แบบการพฒั นา ประโยชน์ท่ีคาดว่าจะไดร้ บั

- ศกึ ษาผูเ้ รยี นเป็นรายบุคคล

4 การจดั การชนั้ เรยี น - จดั บรรยากาศในชนั้ เรยี นใหเ้ ออ้ื ตอ่ การเรยี นรู้ - หอ้ งเรยี นมบี รรยากาศทเ่ี ออ้ื ตอ่ การ

- จดั มมุ ประสบการณ์ต่างๆเพอ่ื ใหเ้ ป็นแหล่งเรยี นรู้ เรยี นรู้ ผเู้ รยี นมคี วามสุขในการเรยี นรู้

- จดั ป้ายนิเทศเพอ่ื เป็นขอ้ มูล ข่าวสารสาหรบั การ ครูมขี อ้ มลู ต่างๆ เป็นปัจจบุ นั สามารถ

เรยี นรู้ เป็นแบบอยา่ งได้

- จดั ทาเอกสารงานธุรการในชนั้ เรยี นใหเ้ ป็น

ปัจจุบนั

- จดั ระบบการดูแลช่วยเหลอื ผูเ้ รยี นและนาขอ้ มูลไป

ใชใ้ นการพฒั นาผูเ้ รยี น

5 การออกแบบการเรยี นรู้ - เขา้ รบั การอบรมการออกแบบการเรยี นรู - ครมู คี วามรูแ้ ละทกั ษะกระบวนการใน

- เลอื กใชเ้ ทคนคิ กระบวนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี การออกแบบการเรยี นรู้

เหมาะสม เลอื กใชส้ อ่ื และแหล่งเรยี นรูท้ จ่ี ะชว่ ย - ครเู ลอื กใชส้ ่อื ทเ่ี หมาะสมกบั ผูเ้ รยี น

สนับสนุนการเรยี นรูข้ องผูเ้ รยี น และใชว้ ธิ กี าร

วดั ผลประเมนิ ผลทห่ี ลากหลาย ทงั้ น้โี ดยเน้น

ผูเ้ รยี นเป็นสาคญั เพอ่ื ใหผ้ ูเ้ รยี นไดพ้ ฒั นาเตม็ ตาม

ศกั ยภาพของแตล่ ะคน

และสามารถนาสงิ่ ทไี่ ดเ้ รยี นรูไ้ ปใชใ้ นชวี ติ จรงิ ได้

6 การวจิ ยั พฒั นาการเรยี น - เขา้ รบั การอบรมการวจิ ยั พฒั นาการจดั กจิ กรรมการ - ครูมคี วามรูค้ วามสามารถในการเขยี น

การสอน/ชมุ ชนแห่งการ เรยี นรู้ จดั ทาส่อื การเรยี นรู้ เพ่อื พฒั นาคุณภาพของครู ผลงานทางวชิ าการและวจิ ยั ในชนั้

เรยี นรู ทางวชิ าชพี และผูเ้ รยี น เรยี นแบบง่ายได้

- ศกึ ษาเอกสาร ตาราในการจดั ทาเอกสารทาง - ผูเ้ รยี นไดร้ บั การแกป้ ัญหาทถี่ ูกวธิ โี ดย

วชิ าการ ครทู าการวจิ ยั ในชนั้ เรยี น

- ศกึ ษาผลงานตวั อย่างในการทาผลงานทาง - ครมู กี ารทาวจิ ยั ในชนั้ เรยี นอย่าง

วชิ าการ ตอ่ เน่อื ง

- ดาเนนิ การวจิ ยั ในชนั้ เรยี นเพอ่ื แกป้ ัญหาตลอดจน

พฒั นาผูเ้ รยี น

7 การพฒั นาหลกั สตู ร - เขา้ รบั การอบรม สมั มนา ศกึ ษาดงู าน ศกึ ษา - ครูมคี วามรู้ ความสามารถในการ

เอกสารเกยี่ วกบั หลกั สตู รการออกแบบการเรยี นรู้ พฒั นาหลกั สตู รเพมิ่ ขน้ึ

การเขยี นแผนการจดั ประสบการณ์ การวดั ผล

ประเมนิ ผลเพ่อื พฒั นาตนเอง

8 การวดั และประเมนิ ผล - จดั กจิ กรรมการเรยี นรูท้ เ่ี น้นผูเ้ รยี นเป็นสาคญั - ผูเ้ รยี นใหค้ วามสนใจ ตงั้ ใจ มคี วาม

การเรยี นรู้ - จดั กจิ กรรมการเรยี นรูท้ เ่ี นน้ ใหผ้ ูเ้ รยี นไดป้ ฏบิ ตั ิ กระตอื รอื รน้ ทจี่ ะเรยี นรู้ มผี ลสมั ฤทธิ์

จรงิ ทางการเรยี นทดี่ ขี น้ึ มที กั ษะในการ

- จดั กจิ กรรมการเรยี นรูโ้ ดยใชส้ อ่ื นวตั กรรม ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามศกั ยภาพของแตล่ ะ

เทคโนโลยแี ละแหลง่ เรยี นรู้ ทน่ี ่าสนใจ บคุ คล และสามารถหาความรูเ้ พม่ิ เตมิ ได้

- วดั และประเมนิ ผลการเรยี นรูอ้ ย่างหลากหลาย ตลอดเวลาทงั้ ภายในและภายนอก

และนาผลไปใชใ้ นการพฒั นาผูเ้ รยี น โรงเรยี น

ท่ี สมรรถนะท่ีจะพฒั นา วิธีการ / รปู แบบการพฒั นา ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รบั
- จดั กจิ กรรมบรู ณาการ - ผูเ้ รยี นเกดิ การเรยี นรูท้ หี่ ลากหลาย
9 สะเตม็ ศกึ ษา (STEM
Education) - เขา้ รบั การอบรมจติ วทิ ยาการแนะแนว/จติ วทิ ยา - ครมู คี วามรูค้ วามเขา้ ใจการเรยี นรูแ้ ละ

10 จติ วทิ ยาการแนะแนว/ การจดั การเรยี นรู้ พฒั นาการของผูเ้ รยี น
จติ วทิ ยาการจดั การ
เรยี นรู้ - ศกึ ษาผูเ้ รยี นเป็นรายบคุ คล - ผูเ้ รยี นไดร้ บั การสง่ เสรมิ เพมิ่ ขน้ึ

- ศกึ ษาวจิ ยั เกย่ี วกบั การเรยี นรูแ้ ละพฒั นาการของ

ผูเ้ รยี น ในสภาพการเรยี นการสอนหรอื ในชนั้ เรยี น

เพอ่ื นามาช่วยแกป้ ัญหาทางการศกึ ษาและ

ส่งเสรมิ การเรยี นการสอนใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ

3. ระยะเวลาในการพฒั นา
เรมิ่ ตน้ 16 พฤษภาคม 2564 สน้ิ สดุ 31 มนี าคม 2565

4. ประโยชน์ท่ีคาดว่าจะไดร้ บั

5.1 ผลลพั ธ์ท่ีคาดหวงั

ด้านความรู้ : เกิดการเรยี นรู้ นาผลการพฒั นาสู่การเปล่ยี นแปลงผู้เรียน และนาประสบการณ์เขา้

แลกเปลย่ี นเรยี นรแู้ กเ่ พ่อื นรว่ มวชิ าชพี จนเกดิ องคค์ วามรทู้ ไ่ี ดจ้ ากการเขา้ รว่ มชมุ ชนการเรยี นรทู้ างวชิ าชพี ไปใช้
ในการจดั การเรยี นการสอน

ทกั ษะ : มคี วามสามารถบูรณาการความรู้สู่การปฏิบัติ โดยมุ่งเน้นการพฒั นาผู้เรียนได้เต็มตาม
ศกั ยภาพ สรา้ งนวตั กรรมจากการปฏบิ ตั ทิ ส่ี ง่ ผลต่อคณุ ภาพของผเู้ รยี น และสรา้ งนวตั กรรมทไ่ี ดจ้ ากการเขา้ ร่วม
ในชุมชนการเรยี นรทู้ างวชิ าชพี และพฒั นานวตั กรรมใหเ้ ป็นตน้ แบบการเรยี นรแู้ ก่เพอ่ื นร่วมวชิ าชพี

ความเป็นครู : ดารงชวี ติ อย่างมวี นิ ยั มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม และจรรยาบรรณวชิ าชพี โดยการเป็นผทู้ ม่ี ี
วนิ ัย ตรงต่อเวลา ปฏบิ ตั ิตามกฎระเบยี บ ขอ้ บงั คบั กติกาของสงั คม มคี วามประพฤตทิ ่เี ป็นแบบอย่างทด่ี ที งั้ ทาง
กาย แต่งกายเหมาะสมกบั กาลเทศะ มมี ารยาท และเป็นมติ รกบั ลูกศษิ ย์ ตามบทบาทและสถานการณ์ ทางวาจา
สุภาพ จรงิ ใจและสร้างสรรค์ ท่กี ่อให้เกิดกาลังใจ และเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่ืน และทางใจ มีความเมตตา กรุณา
กตญั ญูกตเวที ซ่อื สตั ย์สุจรติ มคี วามเป็นกลั ยาณมติ ร อดทน มอี ุดมการณ์เพ่อื ส่วนรวม ตลอดจนดารงชวี ติ อย่าง
เหมาะสมกบั ฐานะ และมคี วามรกั ศรทั ธา และยดึ มนั่ ในอุดมการณ์แห่งวชิ าชพี เขา้ รว่ มชมุ ชนการเรยี นรทู้ างวชิ าชพี
สร้างเครือข่ายชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพสร้างวฒั นธรรมทางการเรียนรู้ในสถานศึกษาและเป็นผู้นาการ
เปลย่ี นแปลงตอ่ วงการวชิ าชพี

ลงช่อื ..............................................................
(นางสาวไพนารนิ เยน็ ใจ)

ตาแหน่งครูชานาญการพเิ ศษโรงเรยี นขนุ หว้ ยตากพฒั นาศกึ ษา
ผจู้ ดั ทาแผนการพฒั นาตนเอง

ความเหน็ ของผบู้ งั คบั บญั ชา
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
……

ลงชอ่ื ..............................................................
(นายพภิ พ โพนสาล)ี

ตาแหน่ง ผอู้ านวยการโรงเรยี นขนุ หว้ ยตากพฒั นาศกึ ษา

6. ประวตั ิการเขา้ รบั การพฒั นา (ในรอบ 2 ปี ที่ผา่ นมา)

ลาดบั เรอ่ื งท่ีจดั อบรม หน่วยงานท่ีจดั อบรม จานวน หมาย
ท่ี ชวั่ โมง เหตุ

ปี การศกึ ษา 2562 -2563 6

1 การสรา้ งชมุ ชนการเรยี นรทู้ าง โรงเรยี นขุนหว้ ยตาก 6
8
วชิ าชพี (PLC : Professional พฒั นาศกึ ษา
8
Learning Community) 6

2. การอบรมเชงิ ปฏบิ ตั กิ ารการประกนั กลมุ่ โรงเรยี น 4
4
คุณภาพภายในสถานศกึ ษษ ท่งุ กระเชาะ-ทอ้ งฟ้า

3 การอบรมเชงิ ปฏบิ ตั กิ ารการ สพป.ตากเขต 1

ยกระดบั ผลสมั ฤทธกิ์ ารอ่านของ

นักเรยี นชนั้ ประถมศกึ ษา 1

4 ความรเู้ บอ้ื งตน้ เกยี่ วกบั ไวรสั กศน.อุบลราชธานี

COVID 19

5 การจดั การเรยี นการสอนทางไกลใน สานักงานคณะกรรมการ

สถานการณแ์ พร่ระบาดของโรคตดิ การศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน

เชอ้ื ไวรสั COVID 19

6 การบรหิ ารจดั การผลการเรยี นดว้ ย โรงเรยี นบา้ นบก

ระบบ SCHOOL MIS

7 หลกั สตู รการดแู ลชว่ ยเหลอื นกั เรยี น สพป.สพุ รรณบรุ เี ขต 1

เพอ่ื ลดความเหลอ่ื มลา้ ทางการ

ศกึ ษา

1. หลกั สูตรใดท่ีท่านต้องการพฒั นา
1.1 หลกั สตู ร “การแก้ปัญหานักเรยี นดา้ นการอา่ นเขยี นระดบั ชนั้ ประถมศึกษา”
1.2 หลกั สตู ร “การขบั เคลอื่ นกระบวนการ PLC ชุมชนแห่งการเรยี นร้ทู างวิชาชีพ เพ่ือพฒั นาผ้เู รียน
อยา่ งมีคณุ ภาพ”
1.3 หลกั สตู ร “การสรา้ งและพฒั นาส่อื นวตั กรรม เทคโนโลยที างการศึกษาและ แหลง่ เรยี นรู้
1.4 หลกั สตู ร “การประยุกต์เทคโนโลยีดิจิทลั สหู่ ้องเรียน ยุคไทยแลนด์ 4.0”
1.5 หลักสูตร “การเสริมสร้างความเขม็ แข็งในการจดั เก็บข้อมูลสารสนเทศด้านการจบการศึกษา
และการให้บริการข้อมูลทางการศึกษาสาหรบั เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา โดยระบบ
อิเลก็ ทรอนิกส์ (e-learning)”

2. เพราะเหตุใดท่านจึงต้องการเขา้ รบั การพฒั นาในหลกั สูตรนี้
เน่อื งดว้ ยความกา้ วหนา้ ทางดา้ นเทคโนโลยี ในปัจจุบนั มบี ทบาทสาคญั ต่อการจดั การเรยี นรู้ การเขา้ ถงึ

องค์ความรูต้ ่าง ๆ เป็นเร่อื งง่ายดาย เพยี งการสบื ค้นผ่านเครอื ขา่ ยอนิ เตอรเ์ น็ต กส็ ามารถแสวงหาความรู้
ตามความสนใจได้ทุกเวลาและมีทักษะการคิดเชิงคานวณ การแก้ปัญหานักเรยี นอ่านเขียนไม่ได้จงึ มี
ความสาคญั ในระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษา

➢ ยุทธศาสตร์ท่ี 4 ขอ้ 2. การลดความเหล่อื มล้าทางการศกึ ษา ขอ้ 2.2 ส่งเสรมิ สนับสนุนการใช้
เทคโนโลยใี นการจดั การศกึ ษาใหค้ รอบคลมุ ทกุ พน้ื ทอ่ี ย่างทวั่ ถงึ ขอ้ 2.7 สนับสนุนการผลติ จดั หา และใชส้ อ่ื
การเรยี นการสอน เทคโนโลยี นวตั กรรม

➢ ยุทธศาสตรท์ ่ี 3 พฒั นาครูและบุคลากรทางการศกึ ษาฯ ขอ้ 1.2 ชุมชนแห่งการเรยี นรู้ทางวชิ าชพี
(PLC) ขอ้ 1.3 การเรยี นรูผ้ ่านกจิ กรรมการปฏบิ ตั จิ รงิ (Active Learning) ขอ้ 1.4 การพฒั นาครูทงั้ ระบบท่ี
เชอ่ื มโยงกบั การเล่อื นวทิ ยฐานะ

3. ท่านคาดหวงั สิ่งใดจากการเข้ารบั การพฒั นาในหลกั สูตรนี้
ด้านความรู้

1. ดา้ นการจดั การเรยี นการสอน
1.1 การสร้างและหรอื พฒั นาหลกั สตู ร การวเิ คราะหห์ ลกั สตู ร มาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตวั ชว้ี ดั ใน

หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน การงานพน้ื ฐานอาชพี เพ่อื พฒั นาหลกั สตู ร แล้วใช้เป็นขอ้ สนเทศใน
การจดั ทาคาอธบิ ายรายวชิ าทข่ี า้ พเจา้ ปฏบิ ตั กิ ารสอน

2. การจดั การเรยี นรู้
2.1 การออกแบบหน่วยการเรยี นรใู้ หเ้ หมาะสม
2.2 การจดั ทาแผนนวตั กรรมการจดั การเรยี นรู้ ใหส้ อดคลอ้ งกบั การออกแบบหน่วยการเรยี นรู้ มี

การจดั กจิ กรรมการเรยี นรทู้ ห่ี ลากหลาย ตลอดจนวธิ กี ารบนั ทกึ หลงั สอนใหส้ อดคลอ้ งกบั จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
2.3 ประมวลความรู้ในประเด็นกลยุทธ์ในการจดั การเรียนรู้ ทงั้ น้ีจักได้ใช้เป็นแนวทางในการ

พฒั นาการจดั การเรยี นรู้ ทข่ี า้ พเจา้ ปฏบิ ตั กิ ารสอน
3. การสรา้ งและการพฒั นา สอ่ื นวตั กรรม เทคโนโลยที างการศกึ ษา และแหลง่ เรยี นรู้
4. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ คดั สรรและพฒั นาเคร่อื งมอื วดั ผล ในการพฒั นากจิ กรรมการเรยี นรู้

ตามพสิ ยั ทงั้ 3 ดา้ น คอื พุทธพิ สิ ยั จติ พสิ ยั และทกั ษะพสิ ยั ซง่ึ ประกอบดว้ ยแบบประเมนิ ทห่ี ลากหลาย
5. การวจิ ยั เพอ่ื พฒั นาการเรยี นรู้
ด้านทกั ษะ

1. ดา้ นการบรหิ ารจดั การชนั้ เรยี น
1.1 ความรกู้ ารบรหิ ารจดั การชนั้ เรยี น เพ่อื เป็นแนวทางในการจดั การเรยี นรู้ วชิ าทข่ี า้ พเจา้

ปฏบิ ตั กิ ารสอน ใหผ้ เู้ รยี นมสี ่วนรว่ มอย่างสรา้ งสรรคใ์ นการเรยี นรู้ มคี วามปลอดภยั และมคี วามสุข ตลอดจน
ส่งเสรมิ ใหผ้ เู้ รยี นเกดิ กระบวนการคดิ มที กั ษะชวี ติ และทกั ษะการทางาน

1.2 ความรูก้ ารจดั ระบบดูแลช่วยเหลอื ผเู้ รยี น
1.3 การจดั ทาขอ้ มูลสารสนเทศ และเอกสารประจาวชิ า อยา่ งเป็นระบบถกู ตอ้ งและเป็นปัจจุบนั
ตลอดจนใชข้ อ้ มูลสารสนเทศในการเสรมิ สรา้ งและพฒั นาผเู้ รยี น
ด้านความเป็ นครู

1. ดา้ นการพฒั นาตนเองและพฒั นาวชิ าชพี
1.1 การพฒั นาตนเอง และพฒั นาการจดั การเรยี นรทู้ ส่ี อดคลอ้ งกบั สภาพการปฏบิ ตั งิ าน
1.2 ขอ้ สนเทศในการขอมแี ละเลอ่ื นวทิ ยฐานะ ผ่านการสรา้ งชุมชนแหง่ การเรยี นรทู้ างวชิ าชพี (PLC)

4. ท่านจะนาความรจู้ ากหลกั สูตรไปพฒั นาการสอนของท่านอย่างไร

1. ขา้ พเจา้ จะนาองค์ความรูจ้ ากหลกั สตู รไปใช้ในการจดั ทาและพฒั นาหลกั สตู รรายวชิ า กลุ่มสาระการ
เรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ท่ขี า้ พเจา้ ปฏบิ ตั ิการสอน โดยมกี ารวิเคราะหม์ าตรฐานการเรยี นรู้ และ

ตวั ชว้ี ดั เพ่อื จดั ทาคาอธบิ ายรายวชิ า หน่วยการเรยี นรู้ รวมถงึ ประเมนิ ความสอดคล้องกบั มาตรฐานการเรยี นรู้
และตวั ชว้ี ดั

2. ขา้ พเจา้ จะนาองคค์ วามรจู้ ากหลกั สตู ร ไปใชใ้ นการจดั ทาและพฒั นาหน่วยการเรยี นรู้ ทส่ี อดคลอ้ งกบั
คาอธบิ ายรายวชิ า ธรรมชาตขิ องสาระการงานพ้นื ฐานอาชพี และเทคโนโลยี โดยจะไดน้ ารูปแบบการจดั การ
เรยี นรู้ สอ่ื นวตั กรรม เทคโนโลยี และการวดั และประเมนิ ผลมาจากการพฒั นาตนเองตามหลกั สตู ร มาเป็นขอ้ มลู
สารสนเทศในการจดั การเรยี นรู้

3. ขา้ พเจา้ จะนาองคค์ วามรู้จากหลกั สูตร มาใช้ในการจดั กิจกรรมเพ่อื พฒั นาผู้เรียนการงานพน้ื ฐาน
อาชพี และเทคโนโลยี ให้มคี วามรู้ ทกั ษะ คุณลกั ษณะ ตามมาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชว้ี ดั สมรรถนะสาคญั และ
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยไม่ฝืนธรรมชาตผิ เู้ รยี นและเตม็ ตามศกั ยภาพของผเู้ รยี นต่อไป

4. ขา้ พเจา้ จะนาความรูแ้ ละทกั ษะทไ่ี ดร้ บั การพฒั นาระหว่างการฝึกอบรมไปประยุกต์ใชใ้ นการปฏบิ ตั งิ าน
จริงในห้องเรยี นของตนเอง โดยเสนอผลปฏิบัติตามแผนการจดั กิจกรรม แบบคู่ Buddy ผ่านระบบออนไลน์
(Line/Facebook) เพอ่ื ร่วมแลกเปลย่ี นเรยี นรกู้ บั เพ่อื นร่วมวชิ าชพี ในอนั ทจ่ี ะปรบั ปรุงการเรยี นรู้ และการปฏบิ ตั งิ าน
อย่างต่อเน่อื งต่อไป


Click to View FlipBook Version