86
คําศัพท คําอา น ความหมาย
bed เบด
เตยี ง
http://www.gowfb.com/images/prod_alts/thumbs/
Seville_Platform_Bed_Cappuccino.1209544031.jpg
pillow พิลโฺ ล หมอน
http://www.bostonherald.com/blogs/
sports/rap_sheet/wp-content/uploads
/2009/08/27348_pillow.jpg
blanket แบลง’คทิ ผา หม
http://www.made-in-china.com/image
/2f0j00lvLQKMUIhPceM/Coral-Fleece-Blanket-
MX001-.jpg
wardrobe วอร’โดรบ
ตูเสื้อผา
http://learners.in.th/file/com6440/ wardrobe.jpg
87
ตัวอยางประโยค
I eat rice with a spoon and a fork.
This is a glass of water.
The water is in a bottle.
I fry an egg on a pan.
She sleeps on a bed.
We sit on a bench.
The girls sit on a chair.
The books are on the table.
Those cups are in a cupboard.
He puts his shirt in a wardrobe.
The cat sleeps in a blanket.
The lamp is on a table.
The boy cleans his plate in a sink.
She bakes two breads in a toaster.
The pillow is on a bed.
I put an apple in a refrigerator.
She puts a cake in an oven.
We cook rice in a rice cooker.
I boil water in an electric pot.
88
เร่อื งที่ 6 คาํ ศัพทเก่ียวกับสภาพดินฟา อากาศ
คําศัพท คําอาน ความหมาย
cloudy เคลา’ดี เมฆมาก
windy วนิ ’ดี ลมแรง
sunny แดดจา
cold ซนั ’นี
warm โคลฺด อากาศหนาวจดั
rainy อากาศอบอุน
วอรม
เร’นี ฝนหนัก
โครงสรางประโยค S + V 1 Present Simple Tense เชน
It’s sunny today.
วันนี้แดดรอ น
It’s cold today.
วันนอี้ ากาศเย็น
It’s windy today.
วันนี้ลมแรง
89
โครงสรางประโยค Future Simple Tense เชน
S + will +V 1 + (o) + …………
Today there will be windy.
วันน้ีจะมีลมแรง
The wind will not be strong.
ลมจะไมแรง
The south will have some rain
in the afternoon.
ทางใตจะมฝี นเล็กนอยในตอนบา ย
โครงสรา งประโยค to be going to
จะใช to be going to บรรยายเหตุการณทจ่ี ะเกิดขน้ึ ในอนาคตดวยเชนกนั
is
S + am + going to + V 1 + (o) + …………………
are
It is going to rain in an hour.
ฝนกําลังจะตกในหนึ่งชวั่ โมงน้ี
It is going to warm when the sun rise.
อากาศจะอบอนุ ขึ้น เมอื่ พระอาทติ ยข นึ้
90
Exercise 1 นาํ คาํ ศพั ทท เ่ี ปน คํานามทนี่ ับไดแ ละคํานามท่นี บั ไมไดตอ ไปนี้ ใสลงใน
ชอ งวา งใหถกู ตอ ง
lion tiger soap chair milk apple coffee shoe rice
sand bed comb pepper soup sugar duck book butter
beer water
คํานามนบั ได คํานามนับไมได
91
Exercise 2 choose the correct answer
1. ขอ ใดเปนคํานามนับไมได
a. books
b. birds
c. milk
d. rose
2. ขอใดเปนคาํ นามนบั ไมไ ด
a. radio
b. coffee
c. king
d. John
3. ขอ ใดเปนคํานามนับไมไ ด
a. frog
b. salt
c. pineapple
d. policeman
4. ขอใดเปนคํานามนับไมไ ด
a. tomato
b. hand
c. air
d. student
92
5. ขอใดเปนคาํ นามนบั ได
a. bus
b. sand
c. cheese
d. rice
6. ขอใดเปนคํานามนบั ได
a. tea
b. rock
c. water
d. computer
7. ขอ ใดเปนคํานามนับได
a. boy
b. sugar
c. water
d. butter
8. ขอใดเปน คาํ นามนบั ได
a. beer
b. milk
c. water
d. radio
93
9. ขอใดเปนคาํ นามนบั ได
a. elephant
b. sand
c. water
d. soup
10. ขอ ใดเปนคาํ นามนับได
a. beer
b. milk
c. water
d. apple
Exercise 3 โยงคูคําศพั ทและและความหมายใหถ ูกตอ ง
คาํ ศัพท ความหมาย
Sunday วนั องั คาร
Monday วนั พฤหัสบดี
Tuesday วนั เสาร
Wednesday วนั อาทิตย
Thursday วนั ศุกร
Friday วนั จันทร
Saturday วันพธุ
94
Exercise 4 โยงคคู าํ ศพั ทแ ละความหมายใหถ ูกตอง
คาํ ศพั ท ความหมาย
January ตุลาคม
February กรกฎาคม
March
April พฤศจกิ ายน
May สงิ หาคม
June มกราคม
July ธันวาคม
August กนั ยายน
September พฤษภาคม
October กุมภาพนั ธ
November เมษายน
December มนี าคม
มถิ นุ ายน
95
Exercise 5 จงเขียนประโยคตอไปนใ้ี หเปนภาษาอังกฤษ
1. ฉนั เกดิ วนั อาทิตย
---------------------------------------------------------------
2. นอ งสาวของฉันเกิดวันจันทร
--------------------------------------------------------------
3. พอของฉันเกดิ ป 1959
-------------------------------------------------------------
4. ฉนั เกิดป 1980
-------------------------------------------------------------
5. พ่ชี ายของฉนั เกิดวนั ท่ี 1 มกราคม 1978
------------------------------------------------------------
6. บา นของฉันอยทู ถี่ นนพระราม 3
------------------------------------------------------------
7. หองของฉนั อยูท่ีช้นั สอง
------------------------------------------------------------
8. บานของฉันมีสองช้ัน
------------------------------------------------------------
9. ฉนั มนี อ งชายหน่ึงคน
-----------------------------------------------------------
10. บานฉนั มีหา คน
------------------------------------------------------------
96
Exercise 6 โยงคคู ําศัพทแ ละความหมายใหถกู ตอง
คาํ ศพั ท ความหมาย
Red สีขาว
Yellow สีชมพู
Green สแี ดง
Blue สีเขยี ว
White สีเหลือง
Pink สเี ทา
Gray สนี ้าํ เงิน
97
Exercise 7 What color is this? Answer
What color is this?
98
Exercise 8 ใชค ําศัพทต อ ไปน้ี เติมคําในประโยคใหถ ูกตอง
orange red green pink white gray blue
brown black yellow
1. The sky is _______________________. (นาํ้ เงนิ )
2. These roses are___________________. (แดง)
3. This shirt is_____________________. (ขาว)
4. My cat is________________________. (นํา้ ตาล)
5. His hair is_______________________. (ดาํ )
6. That pen is_____________________. (เทา)
7. This room is____________________. (เหลอื ง)
8. I love this ______________________ skirt. (เขยี ว)
9. This beautiful book is ___________. (ชมพู)
10.My teacher wear ________________shirt. (สม )
99
Exercise 9 ใหผ ูเรยี นเลาเรือ่ งในครอบครัวโดยเขยี นเปน ภาษาอังกฤษงา ย ๆ
ตวั อยา ง
พอของฉนั เปน ชาวนา แมของฉนั เปน แมบ าน ฉันเปน ลกู คนทห่ี นงึ่
ฉันอายสุ ิบหา ป ฉนั มนี อ งสาวและนอ งชาย นองสาวอายสุ บิ ป และนองชายอายุ
หกป พอ และแมข องฉนั ทาํ งานหนัก ฉันและนอ งชว ยพอ แมทาํ งาน เรารักพอ และ
แมข องเรา
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
100
Exercise 10 What is this? Answer
What is this?
101
What is this? Answer
102
Exercise 11 Match the picture in column A with the words in column B.
(จงจับคูรปู ภาพในแถว A กบั คําศัพทในแถว B)
AB
16 A shade
27 B stormy
38
C thunderstorm
D cloudy
E cold
F hot
G sunshine
H warm
I rainy
J shower
49
5 10
103
บทที่ 7
สญั ลักษณ
สาระสําคญั
การรูจักและเขาใจความหมายของสัญลักษณท่ีใชโดยทั่วไปเปนภาษาอังกฤษ
เปนสิ่งจาํ เปน ทที่ กุ คนตอ งเรียนรเู พอ่ื นําไปปฏบิ ตั ติ ามและใชในชีวิตประจาํ วนั
ผลการเรยี นรูทค่ี าดหวงั
ผูเ รียนรู เขาใจรปู ภาพและความหมายของสญั ลักษณท ใ่ี ชท ั่วไปเปน ภาษาอังกฤษ
ไดอยา งถูกตอง
ขอบขา ยเน้ือหา
เรอ่ื งท่ี 1 สัญลกั ษณตามทอ งถนน
เร่อื งที่ 2 สัญลักษณตามโรงพยาบาล
เรื่องท่ี 3 สญั ลกั ษณในบรเิ วณโรงเรียน
เรื่องที่ 4 สัญลกั ษณตามรานอาหาร
104
เร่ืองที่ 1 สญั ลักษณตามทอ งถนน ความหมาย
No Entry
สัญลกั ษณ หา มเขา
One Way
เดินรถทางเดยี ว
No traffic allowed.
Also, No Entry from both
directions
หามรถวง่ิ ทั้งสองทาง
Two Way
รถว่งิ สองทาง
Through Traffic
รถตรงไป
Turn left or right
ไปซา ยหรอื ขวา
No U-Turn allowed
หามกลบั รถ
105
U-Turn
กลบั รถได
No Right Turn
หา มเล้ยี วขวา
Turn Right
เลย้ี วขวาได
No Left Turn
หามเลย้ี วซา ย
Turn Left
เล้ียวซา ยได
No Parking
หา มจอดรถ
No Standing/No Stopping
หา มหยุด
Speed Limited
(In 80 KM per Hour)
จาํ กดั ความเรว็ ท่ี 80 กม/ชม.
Stop
ปายหยุด
106
Give Way
ใหท าง
Exit
ทางออก
End of Restrictions.
(as specified in the earlier
sign) สดุ เขตจาํ กดั ความเรว็
No Exit
หามออก
CAUTION
ปา ยเตือนใหร ะวงั
Danger Electric shock risk
อันตราย ระวงั ไฟฟาดดู
Emergency phone sign
โทรศัพทฉ ุกเฉนิ
Fire Telephone
พบไฟไหมใหโทรศพั ทแจง
Reserved Parking
ทจ่ี อดรถเฉพาะผูพิการ
107
No Parking
หามจอดรถ
Parking Here
Roundabout
เร่อื งที่ 2 สญั ลักษณต ามโรงพยาบาล (At the hospital)
สญั ลักษณ ความหมาย
Exit for emergency use only
ทางออกฉุกเฉิน
Fire Exit
ทางออกกรณีไฟไหม
Exit
ทางออก
Entrance
ทางเขา
Hospital
โรงพยาบาล
108
Hospital Entrance
ทางเขา โรงพยาบาล
Danger
เขตอนั ตราย
Poison
สารพิษ
Wash Hand Here
ท่ีลา งมือตรงน้ี
In
ทางเขา
Out
ทางออก
Patient Parking Only
ทจี่ อดรถเฉพาะคนไข
Caution Wet Floor & Cleaning
Sign
ระวงั พื้นเปยก
No Smoking
หามสูบบุหรี่
109
No Mobile Phone
หามโทรศัพท
horn prohibited
หามใชแตร
Pull ดงึ
Push ผลัก
Stairway
ทางขน้ึ บันได
Elevator
ทางขึน้ ชน้ั เล่อื น
Escalator
บนั ไดเลือ่ น
Telephone
ทโ่ี ทรศัพท
Cafeteria
ทร่ี บั ประทานอาหาร
Lobby
ทน่ี งั่ พัก
110
Restroom
หองนํา้
female / ladies / women toilet
หองนา้ํ หญงิ
male / gents / men toilet
หอ งนา้ํ ชาย
เร่อื งท่ี 3 สญั ลักษณใ นบรเิ วณโรงเรยี น (At the school)
สัญลกั ษณ ความหมาย
School Zone
เขตโรงเรียน
Library
หอ งสมดุ
Recycle bin
ถังใสข ยะที่นาํ มาใชใหมไ ด
Trash or Dustbin
ถังใสขยะ
Put the litter in the bin
ใสข ยะลงถัง
111
Roundabout
วงเวียน
Watch out for children
ระวังเด็ก
Please keep off the grass
อยา เหยียบหญา
Toilet
หองนา้ํ
112
เร่ืองท่ี 4 สญั ลักษณต ามรานอาหาร (At the restaurant)
สญั ลกั ษณ ความหมาย
Restaurant
รานอาหาร
No pets allowed
หามนาํ สตั วเ ลีย้ งเขา
Reserved
จองแลว
No smoking
หามสูบบุหรี่
Telephone
โทรศพั ท
Restaurant
รานอาหาร
113
Exercise 1 จงใสความหมายใหต รงกับปายสัญลกั ษณ
1 11
2 12
3 13
4 14
5 15
6 16
7 17
8 18
9 19
10 20
114
Exercise 2 จงบอกความหมายของปา ยสัญลักษณแ ละสถานทพ่ี บเหน็ ปายสัญลักษณ
Symbol/sign Meaning
In the street
At the hospital
At the school
At the restaurant
115
บทท่ี 8
การขอรอง การออกคําส่งั และการขอโทษ
สาระสาํ คญั
การพดู ขอรอ ง การออกคําสงั่ และการขอโทษเปน ภาษาองั กฤษ
เปนเร่ืองท่ผี เู รียนควรเรียนรูเ พือ่ นาํ ไปใชไ ดถูกตองตามสถานการณต าง ๆ
ในชวี ิตประจําวนั
ผลการเรยี นรทู คี่ าดหวงั
ผเู รียนพูดขอรอง ออกคาํ สั่ง และ ขอโทษ ไดอ ยา งถูกตอ ง
ขอบขา ยเนือ้ หา
เรื่องที่ 1 การพดู ขอรองและการตอบรบั
เรอื่ งท่ี 2 การออกคาํ สั่งและการตอบรับ
เรอ่ื งที่ 3 ประโยคขอโทษและการตอบรับ
116
เร่ืองท่ี 1 การพดู ขอรอง และการตอบรับ
การพูดขอรองเพื่อใหผอู ื่นใหค วามชว ยเหลอื บางอยางแกเรามสี าํ นวนการพดู ดงั น้ี
ตวั อยา งประโยค ความหมาย
1.1 ประโยคขอรอง เชน
กรุณาเปดหนา ตางใหดวยคะ
Please open the window. กรณุ าลางจานเหลาน้ดี ว ยคะ
ไดโปรดเงยี บดวยคะ
Please wash these dishes. กรุณาพดู เสียงดงั ๆ หนอยคะ
Quiet please.
กรณุ าชว ยฉนั หนอ ยไดไหมคะ
Speak louder, please.
Can you help me, please?
Will you help me , please?
Could you help me, please?
Would you help me, please?
1.2 การตอบรับ เชน ไดค ะ
Alright /All right.
ไมมีปญ หาคะ
No problem.
Yes, sure. ไดแ นน อนคะ
ตกลงคะ / ไดค ะ
O.K.
ไดแนน อนคะ
Yes, certainly. ดว ยความยินดีคะ
With pleasure.
117
ตัวอยางประโยค Please open the window.
1. Susan:
Tomas: กรณุ าเปดหนา ตางใหดวยคะ
2. Peter:
Student: O.K.
3. Jackson: ไดครบั
Robert:
4. Tom: Quiet please.
Suda: กรณุ าเงียบหนอ ยครับ
5. Dan:
Carolyn: Yes, sure.
6. Ken: ไดค รบั
Suda:
Speak louder, please.
กรณุ าพูดเสียงดัง ๆ หนอยครับ
Yes, certainly.
ไดแนน อนครบั
Could you please send me a book?
สงหนังสือใหผ มหนอยไดไ หมครับ
With pleasure.
ดว ยความยินดีคะ
Will you help me , please?
กรณุ าชวยฉนั หนอ ยไดไ หมคะ
No problem.
ไมม ีปญหาคะ
Can you help me, please?
กรุณาชว ยฉนั หนอยไดไหม
Alright.
ไดคะ
118
เรือ่ ง 2 การออกคาํ สงั่ และการตอบรบั
ในการพดู ออกคําสัง่ มีสาํ นวนในการพดู ดังน้ี
ตัวอยางประโยค ความหมาย
2.1 ประโยคคําสั่ง เชน
Come here. มาน่ี
Stop. หยุด
น่งั ลง
Sit down. ยนื ข้ึน
เขา แถว
Stand up. ไมตองรีบ/อยา รีบ
Stand in a line. ฟงนะ
ดูนะ
Don’t rush. เงียบ ๆ
Listen. ระมดั ระวงั ดว ย
อยาลืมการบานของเธอนะ
Look.
Be quiet. ไดค ะ
Be careful.
Don’t forget your homework.
2.2 การตอบรับ เชน
O.K.
Alright.
Yes.
**** ขอสงั เกต
ในการพูดประโยคคําส่งั ที่สุภาพ จะตอ งใชค ําวา Please ดว ยเสมอ
119
ตวั อยางประโยคคาํ ส่ังท่ีสุภาพ
กรุณาบอกชอ่ื ของคณุ ใหฉนั ดวย Please tell me your name.
กรณุ าปดประตู : Please close the door.
กรุณาเปดไฟ : Please turn on the light.
กรณุ าปดไฟ : Please turn off the light.
กรณุ าปดโทรทัศน : Please turn off the television.
กรณุ ามองดสู ง่ิ นี้ : Please look at this.
กรณุ าตามฉันมา: Please follow me.
กรุณาเงียบ: Please be quiet.
โปรดระมดั ระวัง: Please be careful.
กรณุ าทาํ ความสะอาดหองน้ี: Please clean this room.
เรือ่ งที่ 3 ประโยคขอโทษและการตอบรบั
ในการพูดขอโทษมสี ํานวนในการพดู ดังน้ี
ตัวอยา งประโยค ความหมาย
3.1 ประโยคขอโทษ เชน ขอโทษ
Sorry. ฉันขอโทษ
I'm sorry. กรุณายกโทษใหฉนั
I do apologize.
Please forgive me. ไมเปน ไรหรอก
ไมตอ งกงั วลไปหรอก
3.2 การตอบรับ เชน
That’s all right.
It's O.K.
Don't worry.
120
ตวั อยา งประโยค
I’m sorry. I don’t know the answer.
ขอโทษคะ ดฉิ ันไมทราบคําตอบคะ
I’m sorry. I’m late.
ขอโทษท่มี าสายคะ
I’m sorry. I forget to do my homework.
ผมขอโทษครบั ผมลมื ทําการบา นครับ
Exercise 1 เตมิ คาํ ในชองวา งใหถ กู ตอ ง กรุณาเปดหนา ตา งใหดวยคะ
1. _________open the window. กรณุ าลา งจานดวยคะ
ไดโปรดเงียบดวยคะ
2. Please_________these dishes.
3. ________ please. กรณุ าพูดเสยี งดัง ๆ หนอยคะ
4. ______________, please. กรณุ าชว ยฉันหนอยไดไหมคะ
กรณุ าชว ยฉันหนอ ยไดไ หมคะ
5. Can you _______ me, please?
6. ______you help me, please? กรณุ าชว ยฉันหนอ ยไดไหมคะ
กรณุ าชวยฉันหนอ ยไดไหมคะ
7. __________you help me, please.
8. Would you ________ , please? ไดแ นน อนครบั
ดว ยความยินดีคะ
9. Yes, ____________.
10. With ____________. ไดค ะ
11. __________. ไมมปี ญ หาคะ
12. No ___________.
121
Exercise 2 ใหผ เู รียนเขยี นประโยคคําส่งั ตอ ไปน้เี ปน ภาษาอังกฤษ
ประโยคคาํ สงั่ เขยี นเปนภาษาอังกฤษ
กรณุ าบอกชอ่ื ของคุณใหฉันดวย
กรณุ าปดประตู
กรณุ าเปดไฟ
กรุณาปดไฟ
กรณุ าปดโทรทัศน
122
Exercise 3 จบั คโู ดยการเลือกความหมายของประโยคใหถูกตอ ง
ประโยค ความหมาย
กรุณาบอกชือ่ ของคณุ ใหฉันดวย Please turn on the light.
กรณุ าปดประตู Please turn off the television.
กรุณาเปดไฟ Please look at this.
กรุณาปดไฟ Please clean this room.
กรณุ าปดโทรทศั น Please tell me your name.
กรณุ ามองดสู ่งิ น้ี Please be careful.
กรุณาตามฉนั มา Please be quiet.
กรุณาเงียบ Please close the door.
โปรดระมดั ระวงั Please turn off the light.
กรุณาทาํ ความสะอาดหองนี้ Please follow me.
123
Exercise 4 ใหผ ูเ รียนเลือกคําตอ ไปนเี้ ติมลงในชองวา งใหถ กู ตอ ง
Sorry. I'm sorry. I do apologize. Don' t worry.
Please forgive me. That’s all right. It's O.K.
1. _____________________________ . I don’t know the answer.
ขอโทษคะ ดฉิ ันไมท ราบคาํ ตอบคะ
2. ______________________________. I’m late.
ขอโทษท่ีมาสายคะ
3. _____________________________. I forget to do my homework.
ผมขอโทษครบั ผมลมื ทําการบานครับ
4. ______________________________. It's O.K.
กรุณายกโทษใหฉ นั ดว ย
5. ______________________________. That’s all right.
กรุณายกโทษใหฉ ันดวย
124
บทท่ี 9
ประโยคความเดยี ว Simple Sentence
สาระสําคญั
การใช Tense อยางงา ยในการสรางประโยคความเดยี วเพอ่ื เลา เร่ืองเกย่ี วกับตนเอง
เปนการเรียนรูเกี่ยวกับการใชภ าษาองั กฤษในการสื่อสารในชีวิตประจําวนั
ผลการเรียนรูทคี่ าดหวัง
ผูเรียนเขาใจ และสามารถสรางประโยคความเดียวเพ่ือเลาเรื่องเกี่ยวกับตนเองได
อยางถูกตอ ง
ขอบขา ยเนอ้ื หา
เรอื่ งท่ี 1 การสรา งประโยคความเดียวเพอ่ื เลาเรื่องเกย่ี วกับตนเอง
โดยใช Present Simple Tense
เร่อื งที่ 2 การสรางประโยคความเดียวเพื่อเลาเรื่องเกย่ี วกับตนเอง
โดยใช Present Continuous Tense
เรอื่ งท่ี 3 การสรา งประโยคความเดยี วเพอื่ เลาเรอื่ งเกย่ี วกับตนเอง
โดยใช Future Simple Tense
125
เรือ่ งที่ 1 การสรางประโยคความเดียวเพื่อเลาเรื่องเกี่ยวกับตนเอง โดยใช
Present Simple Tense
ประโยคความเดียว หรือเอกัตถประโยค Simple Sentence หมายถึง ขอความท่ีพูด
ออกไปแลว มีใจความเดียว เปนประโยคท่ีมีประธานตัวเดียว และกริยาตัวเดียว
โดยคาํ กรยิ าจะอยูในชอ งท่ี 1 เสมอ เชน
My name is Suda. ฉนั ช่อื สุดา
I am Suda. ฉันคือสุดา
ประโยคความเดียวจะประกอบไปดวย ประธาน และกริยา สาํ หรับในสวนของ
กรรม สวนเติมเต็มและสวนขยายอื่น ๆ นั้น สามารถนําไปประยุกตใชไดตาม
ความเหมาะสมของแตล ะโอกาส โดยมหี ลักการใชด งั น้ี
หลักการใช Present Simple Tense
1. ใชพูดถึงเหตุการณหรือการกระทําที่ เกิดขึ้นอยูตลอดเวลา หรือ เกิดข้ึนเปน
ประจาํ ซา้ํ ไปซา้ํ มา เชน
I walk to school everyday. (ฉันเดนิ ไปโรงเรียนทุกวัน)
2. ใชก บั การกระทําที่ทําจนเปน อุปนิสยั หรือใชเพ่ือแสดงความถ่ขี องการกระทํา
ตาง ๆ โดยเรามักใชกับคํากริยาวิเศษณแสดงความถี่มาชวยในการแสดงความถี่ของ
การกระทํา เชน
I always go to school by the school bus.
(ฉนั ไปโรงเรียนโดยรถโรงเรยี นเสมอ)
3. ใชกับเหตุการณหรือการกระทําที่ เปนความจริงตลอดไปหรือเปนกฎทาง
ธรรมชาติ โดยไมจาํ เปน วา การกระทํานัน้ ๆ กาํ ลงั เกิดขน้ึ ในขณะทพี่ ูดหรือไม เชน
Sun rises in the east. (ดวงอาทิตยขึ้นทางทศิ ตะวันออก)
126
4. ใชเมื่อตองการพูดถึง ตารางเวลา (Schedule) หรือ แผนการ (Plan) ที่ไดว างไว
เชน
My class starts from 9.00 a.m. until 4.00 p.m.
(ชัน้ เรยี นของฉันเรม่ิ ตอนเกาโมงเชาไปจนถงึ ส่ีโมงเย็น)
5. ใชใ นการออกคําสัง่ แนะนํา บอกแนวทาง หรือสอน เชน
Open the door. (เปดประตู)
Go straight and turn left on the next corner.
(เดินตรงไปแลวเลี้ยวซา ยตรงหัวมมุ ขา งหนา)
127
การสรา งประโยค Present Simple Tense
โครงสรา ง Subject + Verb1
ประโยคบอกเลา
I / You / We / They eat rice.
you.
He / She / It loves
โครงสรา ง Subject + do/does + not + Verb1
ประโยคปฏิเสธ
I / You / We / do not eat rice.
They does not love you.
He / She / It
โครงสรา ง Do/Does + Subject + Verb1?
ประโยคคําถาม
Do I / you / we / they eat rice?
Does he / she / it love you?
โครงสราง Who/What/Where/When/Why/How + do/does + Subject +Verb1?
ประโยคคําถาม
Wh- Why do I / you / we / they eat rice?
Why does he / she / it love you?
*คาํ ปฏเิ สธรูปยอของ do/does not คือ don’t และ doesn’t
128
ตวั อยางการใช Present Simple Tense เลา เรอื่ งเกย่ี วกบั ตนเอง
My name is Suda. ฉันชอื่ สุดา
I get up at six o’clock everyday. ฉันตื่นนอนเวลา 6 นาฬกิ าทกุ วนั
I am a student. ฉนั เปนนักเรียน
I walk to school everyday. ฉนั เดนิ ไปโรงเรียนทุกวัน
I live in Kanchanaburi. ฉนั อาศัยอยูทจี่ งั หวดั กาญจนบุรี
I drink milk every morning. ฉันดม่ื นมทกุ ตอนเชา
I always eat pizza for lunch. ฉนั กนิ พิซซาเปนอาหารกลางวันเสมอ
I fry an egg for dinner. ฉนั ทอดไขส าํ หรับอาหารเยน็
I don’t like durian. ฉันไมช อบทุเรียน
I like to go to the market. ฉนั ชอบไปตลาด
I like to swim. ฉันชอบวา ยนา้ํ
My sister doesn’t like to swim. นอ งสาวของฉันไมชอบวา ยน้าํ
129
เร่ืองท่ี 2 การสรางประโยคความเดยี วเพอ่ื เลา เรื่องเกย่ี วกบั ตนเอง
โดยใช Present Continuous Tense
หลักการใช Present Continuous Tense
1. ใชก ับเหตกุ ารณหรือการกระทาํ ที่ กาํ ลังดําเนนิ อยใู นขณะทพ่ี ดู ตอ เนื่องไปเรอ่ื ย ๆ
และจบในอนาคต โดยอาจจะใช Adverbs of Time (คาํ กริยาวิเศษณบอกเวลา)
บางคํา เชน now, at the moment, right now, at present, these days เปน ตน เขา มา
ชวยในประโยคดว ย เชน
I am doing my homework this evening. (ฉนั จะทาํ การบานเย็นน้)ี
2. ใชเพือ่ พูดถงึ เหตกุ ารณหรอื การกระทาํ ท่ี กําลังจะเกิดข้นึ ในอนาคตอันใกล เชน
She is going to the office at the moment. (ตอนน้ีหลอนกาํ ลงั จะไปสาํ นักงาน)
3. ใชแสดงเหตุการณหรือการกระทาํ ท่ี ผูพูดมั่นใจวาจะเกิดข้ึนในอนาคตอยาง
แนนอน เชน
She is going to Chiangmai tonight. (หลอ นจะเดนิ ทางไปเชียงใหมคนื นี้)
130
วิธีการสรางประโยค Present Continuous Tense
โครงสรา ง Subject + is/am/are + V.ing
ประโยคบอกเลา
I am talking to him.
You / We / They are reading newspaper.
He / She / It is sleeping on the bed.
โครงสรา ง Subject + is/am/are + not + V. ing
ประโยคปฏเิ สธ
I am not talking to him.
You / We / They are not reading newspaper.
He / She / It is not sleeping on the bed.
โครงสรา ง Is/Am/Are + Subject + V. ing?
ประโยคคําถาม
Am I talking to him?
Are you / we / they reading newspaper?
Is he / she / it sleeping on the bed?
โครงสรา ง Who/What/Where/When/Why/How + is/am/are + Subject + V.ing?
ประโยคคําถาม Who am I talking to?
Wh- What are you / we / they reading?
Where is he / she / it sleeping?
*คําปฏเิ สธรูปยอของ is / are not คือ isn’t และ aren’t
131
ตัวอยา งการใช Present Continuous Tense เลาเร่อื งเกี่ยวกบั ตนเอง
Today is Sunday.
วันนเ้ี ปนวันอาทิตย
I’m reading cartoons now.
ฉนั กาํ ลังอานหนงั สอื การต ูน
My mother is preparing food in the kitchen.
แมข องฉนั กาํ ลังเตรียมอาหารอยูในครวั
She is cutting meat with the knives.
เธอกาํ ลังหนั่ เนอื้ ดว ยมดี
My sister is sweeping the floor.
นอ งสาวของฉันกาํ ลังกวาดพ้นื
My brother is bathing his little dog.
นอ งชายของฉันกําลงั อาบน้ําลูกหมาเลก็ ๆ ของเขา
My friends are watching their favorite television program.
เพ่อื นของฉันกําลังดูโทรทัศนรายการโปรดของเขา
132
เรอ่ื งที่ 3 การสรา งประโยคความเดยี วเพอื่ เลา เรอ่ื งเกยี่ วกับตนเอง โดยใช
Future Simple Tense
หลกั การใช Future Simple Tense
1. เม่ือพดู ถงึ เหตกุ ารณหรือการกระทําท่ีจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยมักใชก บั Adverb of
Time เชน tomorrow, next…, soon, shortly, later และอ่นื ๆ เชน
I will go to the bank tomorrow. (ฉันจะไปธนาคารในวันพรุงนี้)
2. ใชกบั ประโยคที่ตดั สนิ ใจในขณะท่ีพดู โดยไมไดวางแผนมากอ น เชน
I think I will buy a new dress next month.
(ฉันคิดวา ฉันจะซื้อชุดใหมเดอื นหนา)
3. อาจใช “to be going to” แทน will/shall ใน Future Simple Tense
เม่อื กลา วถงึ แผนการ หรอื ความต้ังใจที่จะทาํ ในเร็ว ๆ น้ี เชน
He is going to have a new car next month.
(เขากาํ ลงั จะไดรถใหมในเดือนหนา )
I am going to leave him alone for a while.
(ฉันจะปลอยใหเขาอยคู นเดียวสกั พกั )
เม่อื กลา วถึงเหตุการณทเี่ ช่ือจะเกิดข้ึนอยา งแนนอน เชน
Your ice cream is going to melt in a minute.
(ไอศกรีมของคุณกําลงั จะละลายในนาทีขางหนาน้ี)
เมือ่ กลา วถงึ การคาดคะเน เชน
They are going to scream if they know you’re here.
(พวกเขาคงตอ งกรีดรอ งออกมาถารูวาคุณอยูที่น่ี)
133
วธิ ีการสรางประโยค Future Simple Tense
โครงสรา ง Subject + will/shall + Verb1
ประโยคบอกเลา
They will/shall go to the movie tonight.
She will/shall read today.
โครงสราง Subject + will/shall + not + Verb1
ประโยคปฏิเสธ
They will/shall not go to the movie
tonight.
She will/shall not read today.
โครงสรา ง Will/Shall + Subject + Verb1?
ประโยคคําถาม
Will/Shall they go to the movie
Will/Shall she tonight?
read today?
โครงสราง Who/What/Where/When/Why/How + will/shall + Subject +Verb1?
ประโยคคําถาม
Where will/shall they go tonight?
Wh- What will/shall she read today?
*คาํ ปฏเิ สธรูปยอ ของ will/shall not คอื won’t และ shan’t
134
ตัวอยา งการใช Future Simple Tense เลา เรื่องเก่ียวกบั ตนเอง
It will rain soon.
ฝนกาํ ลังจะตกในไมชา น้ี
I think I will stay at home .
ฉันคิดวา ฉันจะอยูบา น
I will read a new book.
ฉนั จะอานหนงั สอื เลม ใหม
My sister will write a letter to her friend.
นอ งสาวของฉันจะเขียนจดหมายถงึ เพ่ือนของเธอ
She won’t draw the picture this morning.
เธอจะไมว าดรูปเชา น้ี
My brother won’t play football today.
นอ งชายของฉนั จะไมเ ลนฟุตบอลในวันนี้
He will cleans his room.
เขาจะทําความสะอาดหอ งของเขา
My friends will have lunch at the restaurant at noon.
เพอ่ื นของฉันจะไปรับประทานอาหารกลางวนั ที่รานอาหารเท่ียงนี้
My mother will prepares food for this breakfast.
แมข องฉันจะเตรียมอาหารสาํ หรับเชา น้ี
I will always love her.
ฉนั จะรักเธอเสมอ
135
Exercise ใหผ ูเรยี นฝก เขยี นเลา เรื่องเก่ยี วกบั ตนเอง โดยใช Present Simple Tense
Present Continuous Tense และ Future Simple Tense