40
3. สีแดง หรือสีเทาฝาสีส้ม รองรับขยะที่มีอันตรายต่อส่ิงมีชีวิต และส่ิงแวดล้อม
เช่น หลอดฟลูออเรสเซนต์ ขวดยา ถ่านไฟฉาย กระป๋องสีสเปรย์ กระป๋องยาฆ่าแมลง ภาชนะ
บรรจุสารอนั ตรายตา่ ง ๆ
ภาพที่ 3.9 ภาพแสดงถงั ขยะสีแดงและสัญลักษณ์
ทีม่ า : http://psu10725.com
4. สีฟ้าหรอื สนี ้าเงนิ รองรับขยะท่ัวไป คือ ขยะมูลฝอยประเภทอ่นื นอกจาก
ขยะยอ่ ยสลาย ขยะรีไซเคิลและขยะอนั ตราย ขยะทว่ั ไปจะมีลักษณะท่ยี อ่ ยสลายยาก ไม่คุ้มค่า
สาหรับการนากลับไปใชป้ ระโยชน์ใหม่ เช่น พลาสติกหอ่ ลกู อม ซองบะหม่สี าเรจ็ รูป ถงุ พลาสตกิ
โฟมและฟอล์ยท่ีเปอ้ื นอาหาร
ภาพท่ี 3.10 ภาพแสดงถังขยะสฟี ้าหรือสีน้าเงนิ และสญั ลักษณ์
ที่มา : http://psu10725.com
41
นอกจากจะมถี ังเปน็ สีตา่ ง ๆ ตามประเภทของขยะที่ตอ้ งคัดแยกทิ้งแลว้ บางแหง่
ก็ใชเ้ ปน็ ถังสีขาวเพอ่ื ความสวยงาม แตต่ ิดสญั ลักษณแ์ ละสีตามแบบถังขยะสตี ่าง ๆ ไว้ เช่น
ตามป้มั นา้ มัน โรงแรม หรือ สถานที่ท่องเทยี่ วต่าง ๆ เปน็ ตน้
ภาพท่ี 3.11 ภาพแสดงถงั ขยะสีขาวติดสติกเกอรส์ ัญลักษณแ์ ละขอ้ ความประเภทขยะ
ทมี่ า : http://www.thaihealth.or.th
เกณฑม์ าตรฐานภาชนะรองรบั ขยะมลู ฝอย
ขอ้ กาหนดเกีย่ วกับเกณฑ์มาตรฐานภาชนะรองรบั ขยะมลู ฝอย เป็นดงั น้ี
1. ควรมีสัดส่วนของถังขยะมูลฝอยจากพลาสติกที่ใช้แล้วไม่ต่ากว่าร้อยละ 50
โดยนา้ หนกั
2. ไม่มีส่วนประกอบสารพิษ (toxic substances) หากจาเป็นควรใช้สารเติม
แต่งในปรมิ าณทน่ี ้อยและไม่อยู่ในเกณฑ์ที่เป็นอันตรายตอ่ ผู้บริโภค
3. มคี วามทนทาน แข็งแรงตามมาตรฐานสากล
4. มีขนาดพอเหมาะมีความจุเพียงพอต่อปริมาณขยะมูลฝอย สะดวกต่อการ
ถ่ายเทขยะมลู ฝอยและการทาความสะอาด
5. สามารถปอ้ งกนั แมลงวนั หนู แมว สนุ ขั และสตั ว์อื่นๆ มิให้สัมผัสหรือคุ้ยเขี่ย
ขยะมูลฝอยได้
42
เรือ่ งท่ี 5 เทคโนโลยีการกาจัดเศษซากวัสดุ
เทคโนโลยีการกาจัดมูลฝอยชุมชนสามารถแบ่งเป็น 5 ประเภท ที่เป็นท่ียอมรับในระดับ
สากล ดงั น้ี
1. เทคโนโลยีการผลิตพลงั งานมลู ฝอยชมุ ชนโดยใชเ้ ตาเผา (Incinerator)
2. เทคโนโลยกี ารผลิตก๊าซเชื้อเพลิงจากมลู ฝอยชุมชน (MSW Gasification)
3. เทคโนโลยกี ารผลิตเชอ้ื เพลิงขยะ (Refuse Derived Fuel)
4. เทคโนโลยีการยอ่ ยสลายแบบไม่ใช้ออกซเิ จน (Anaerobic Digestion)
5. เทคโนโลยกี ารผลิตพลงั งานโดยใช้ก๊าซชีวภาพจากหลุมฝังกลบมูลฝอยชุมชน
(Landfill Gas-to-Enaergy)
1.1 เทคโนโลยกี ารผลติ พลงั งานมลู ฝอยชุมชนโดยใชเ้ ตาเผา (Incinerator)
การเผา (Incineration) เป็นกระบวนการกาจัดเศษวัสดุเหลือท้ิงที่ใช้ความร้อน
สูงเพ่ือเผาไหม้ส่วนประกอบท่ีเป็นสารอินทรีย์ในเศษวัสดุเหลือทิ้ง สิ่งท่ีเหลือจากการเผา คือ
ความร้อน ขี้เถ้า และแก๊สปล่องไฟ (Flue gas) ขี้เถ้าเป็นส่วนผสมของสารอนินทรีย์ อาจอยู่ใน
รูปของของแข็งหรือฝุ่นละอองท่ีมากับแก๊สปล่องไฟ แก๊สปล่องไฟต้องถูกทาให้สะอาดก่อนถูก
ปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศ ส่วนความร้อนที่ได้จากเตาเผา สามารถนาไปใช้ผลิตไฟฟ้าได้
การกาจัดเศษวัสดุด้วยการเผาแล้วสามารถผลิตพลังงานข้ึนมาได้น้ี เป็นเทคโนโลยีที่เปล่ียนเศษ
วัสดุให้เป็นพลังงานวิธีหน่ึง นอกเหนือจากการแปรสภาพเป็นแก๊ส(Gasification) การแปรรูป
เป็นแก๊สด้วยวิธีพลาสมาอาร์ค (Plasma arc gasification) การแปรรูปเป็นน้ามัน(pyrolysis)
และการย่อยโดยไม่ใช้อากาศ (anaerobic digestion) แต่การกาจัดเศษวัสดุโดยวิธีนี้ในบางคร้ัง
กไ็ มไ่ ด้มจี ดุ ประสงค์ในการนาพลงั งานมาใช้
(ก) ปฏิกิรยิ าในเตาเผาเศษวสั ดุทุกแบบ (ข) เตาเผาเศษวัสดุแห่งหนง่ึ ในออสเตรยี
แต่ละแบบมีรายละเอียดท่แี ตกตา่ งกัน มีสถาปัตยกรรมและภาพวาดเพ่อื ให้สบายตาแก่ชมุ ชน
ภาพที่ 3.12 ภาพเตาเผาวัสดุ ท่ีมา : https://th.wikipedia.org
43
เทคโนโลยกี ารกาจัดวสั ดเุ หลือทง้ิ ด้วยการเผา สามารถแบ่งรูปแบบของการเผาได้ 2 ประเภท
ดังนี้
1) เตาเผาแบบเชิงตะกอน
แบบน้ีง่ายและธรรมดาที่สุดสาหรับเศษวัสดุในครัวเรือนขนาดเล็ก โดยเอาเช้ือไฟและ
เศษวัสดุซ้อนกันเป็นชั้นๆบนพื้นดิน แล้วจุดไฟเผาเลย การเผาแบบน้ี ไม่ควรทาในแหล่งชุมชน
เพราะถ้ามีลมพัดอาจทาให้เกิดอัคคีภัย หรือเศษเขม่าไฟปลิวเข้าบ้านเรือนได้ นอกจากในพ้ืนที่
นอกเมืองท่ีบางครั้งชาวบ้านต้องการเผาตอไม้หรือเศษตกค้างเพื่อเตรียมดินสาหรับการ
เพาะปลกู
รูปท่ี 3.13 การเผาเศษวสั ดุเหลอื ทิ้งเชิงตะกอน
ท่ีมา : https://th.wikipedia.org
2) เตาเผาแบบถังเผา
การเตาเผาแบบถังเผา จะใช้ถังเหล็กขนาด 200 ลิตรเจาะรูด้านข้างให้อากาศเข้า ซ่ึงจะ
ปลอดภัยกวา่ แบบเชิงตะกอน แม้มีลมพดั เปลวไฟและเศษวัสดุติดไฟก็จะถูกจากัดอยู่ในถังเหล็ก
นี้ อย่างไรก็ตาม การกาจัดเศษวัสดุของตนเองภายในบ้านควรต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก
เพราะเศษวัสดุบางชนิดอาจมีพิษหรือมีกลิ่นรบกวนชาวบ้านได้ ควรทาครั้งละน้อย ๆ จะดีกว่า
และควรรับผดิ ชอบถ้าเกดิ ความเสียหายแกผ่ ู้อื่น
รปู ท่ี 3.14 ถังเผาเศษวัสดเุ หลอื ทงิ้
ที่มา : http://www.engineer.mju.ac.th
44
3.2 เทคโนโลยกี ารผลติ กา๊ ซเชื้อเพลงิ จากมูลฝอยชุมชน (MSW Gasification)
เตาเผาแบบตะกรับเคล่ือนท่ี ซ่ึงเป็นเทคโนโลยีที่ใช้กันแพร่หลาย โดยการเคล่ือนที่ของ
ตะกรับ ทาให้เศษวัสดุท่ีถูกเผาเคล่ือนไปในห้องเผาไหม้ ถูกเผาได้อย่างสมบูรณ์มากย่ิงข้ึน
เตาเผาแบบน้ีบางทีถูกเรียกว่าเตาเผาเศษวัสดุชุมชน (Municipal Solid Waste Incinerator)
เศษวัสดุจะถูกป้อนด้วยเครนเข้าไปใน"คอหอย" ซึ่งเป็นปลายของตะกรับด้านหน่ึงที่อยู่ด้านบน
จากน้ันตะกรบั จะเล่ือนลง พาเศษวสั ดุไปที่ตะกรับบานลา่ ง ตอ่ ๆกันไปยังบ่อข้ีเถ้าท่ีปลายอีกด้าน
หน่ึง ขี้เถ้าจะถูกคัดออกผ่านม่านน้า ของแข็งท่ีเผาไม่หมด จะตกลงท่ีพ้ืนด้านล่าง โดยการเผา
ไหมข้ องเตาเผาแบบตะกรับเคล่ือนทจี่ ะมกี ารเผาอยู่ 2 ขน้ั ตอน ดังน้ี
3.1) อากาศท่ีใช้เผาไหม้คร้ังแรกบางส่วนไหลผ่านมาจากตะกรับด้านล่าง ทา
หน้าที่เป่าตะกรับให้เย็นลงไปในตัวด้วย การทาให้ตะกรับมีอุณหภูมิลดลงก็เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง
ใหต้ ะกรับ บางระบบมีการระบายความรอ้ นของตะกรบั ด้วยน้า
3.2) อากาศเผาไหม้ครั้งท่ีสอง จะถูกจ่ายให้หม้อต้มด้วยความเร็วสูงผ่านหัวฉีด
เหนือตะกรับ อากาศนี้ทาให้แก๊สปล่องไฟถูกเผาไหม้อย่างสมบูรณ์ โดยให้อากาศหมุนไปมา
เพ่อื ใหม้ ันผสมกันไปกับอากาศและออกซิเจนส่วนเกินได้ดียงิ่ ขนึ้
จากนน้ั แก๊สปลอ่ งไฟจะถูกทาให้เยน็ ลงในสว่ นของเตาท่เี รียกว่า ไอร้อนยงิ่ ยวด ความ
รอ้ นจะถกู ย้ายไปทไ่ี อนา้ ทาให้ไอนา้ มอี ณุ หภูมิสงู ประมาณ 400 องศาเซลเซียส ทคี่ วามดนั
40 บาร์ สง่ เข้ากังหันผลิตไฟฟ้าตอ่ ไป ณ จดุ น้ี แกส๊ ปล่องไฟจะมีอุณหภูมปิ ระมาณ 200 องศา
เซลเซียส และถกู สง่ เขา้ เครื่องทาความสะอาดกอ่ นปลอ่ ยออกทางปล่องไฟสู่บรรยากาศภายนอก
รูปท่ี 3-15 ห้องเผาของเตาแบบตะกรบั เคลื่อนที่
ท่สี ามารถจดั การกับเศษวัสดุ 15 ตันต่อช่ัวโมง
ที่มา : https://th.wikipedia.org
45
ตามขอ้ กาหนดของยโุ รป แก๊สปล่องไฟต้องมอี ุณหภูมิอยา่ งต่า 850 องศาเซลเซยี ส
เปน็ เวลา 2 วนิ าที เพ่ือกาจัดสารพิษให้หมด ดงั นัน้ จงึ ต้องมีตวั เผาสารองเผ่ือไวใ้ นกรณอี ุณหภูมิ
ในหอ้ งเผาไม่ถงึ ข้อกาหนด จาเปน็ ตอ้ งเพ่ิมความร้อนดว้ ยเตาสารองน้ี
ภาพที่ 3.16 เตาเผาแบบหมนุ
ท่มี า : https://thai.alibaba.com
3.3 เทคโนโลยกี ารผลติ เชอ้ื เพลงิ ขยะ (Refuse Derived Fuel)
เชื้อเพลิงขยะ (Refuse Derived Fuel : RDF) เป็นรูปแบบของการจัดการขยะเพ่ือ
นามาใช้เป็นเช้ือเพลิงวิธีหนึ่ง โดยการปรับปรุงและแปลงสภาพของขยะมูลฝอยให้เป็นเช้ือเพลิง
แข็งที่มีคุณสมบัติในด้านค่าความร้อน (Heating Value) ความชื้น ขนาด และความหนาแน่น
เหมาะสมในการใช้เป็นเช้ือเพลิงป้อนหม้อไอน้าเพื่อผลิตไฟฟ้าหรือความร้อน และมี
องค์ประกอบทั้งทางเคมีและกายภาพสม่าเสมอ ทั้งนี้ข้ันตอนและรูปแบบเพ่ือเปล่ียนสภาพจาก
ขยะมาเป็นเชอื้ เพลงิ นั้นกม็ อี ยู่หลากหลายขนึ้ อยูก่ บั สภาพของขยะและสภาพของเชื้อเพลิงขยะที่
ตอ้ งการ แตข่ ้ันตอนโดยทว่ั ไปจะประกอบด้วยการคดั แยก การลดขนาด การลดความชื้น
เป็นต้น ซงึ่ ในแต่ละข้นั ตอนนน้ั ก็จะมรี ายละเอยี ดของเทคโนโลยีแตกต่างกันออกไป
หลักการทางานของเทคโนโลยีเชือ้ เพลงิ ขยะ (RDF) เร่ิมจากการคดั แยกขยะทไ่ี ม่สามารถ
เผาไหมไ้ ด้ (โลหะ แก้ว เศษ หิน) ขยะอันตราย และขยะรีไซเคิลออกจากขยะรวม โดยคัดแยก
มลู ฝอยทม่ี ีเหลก็ และอลูมเิ นียมเป็นส่วนประกอบออกจากมลู ฝอย จากน้นั จึงป้อนขยะมลู ฝอยไป
เขา้ เคร่อื งสบั -ย่อยเพื่อลดขนาด และป้อนเขา้ เตาอบเพือ่ ลดความชน้ื ของมูลฝอย โดยการใช้
ความร้อนจากไอนา้ หรือลมรอ้ นเพ่อื อบขยะให้แห้งซ่งึ จะทาใหน้ า้ หนักลดลงเกือบ ร้อยละ 50
(ความชน้ื เหลอื ไม่เกนิ ร้อยละ 15) และสุดทา้ ยจะสง่ ไปเขา้ เคร่ืองอัดเมด็ (Pellet) เพื่อทาใหไ้ ด้
เชอื้ เพลงิ ขยะอดั เมด็ ทม่ี ีขนาดและความหนาแน่นเหมาะสมตอ่ การขนส่งไปจาหนา่ ยเป็น
เชื้อเพลงิ ซ่ึงในบางกรณีจะมีการเตมิ หินปูน (CaO) เขา้ ไปกบั มูลฝอยระหว่างการอดั เปน็ เม็ด
46
เพื่อควบคมุ และลดปรมิ าณกา๊ ซพษิ ทเี่ กิดขนึ้ จากการเผาไหม้ เช้ือเพลิงขยะสามารถแบ่งออกได้
เปน็ 7 ชนิด ตามมาตรฐาน ASTME-75 ซงึ่ ข้ึนอยกู่ บั กระบวนการจัดการทใ่ี ช้
3.4 เทคโนโลยีการยอ่ ยสลายแบบไมใ่ ชอ้ อกซิเจน (Anaerobic Digestion)
การย่อยสลายแบบไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic Digestion) ซ่ึงเป็นข้ันตอน
การผลิตก๊าซชีวภาพจากขยะมูลฝอยอินทรีย์สาหรับนาไปใช้เป็นพลังงาน และเพ่ือทาให้ขยะมูล
ฝอยอินทรีย์ถูกย่อยสลายเปล่ียนเป็นอินทรียวัตถุที่มีความคงตัว ไม่มีกลิ่นเหม็น ปราศจากเช้ือ
โรคและเมล็ดวัชพืช โดยอาศัยการทางานของจุลินทรีย์ในสภาพท่ีไร้ออกซิเจน ซ่ึงข้ันตอนการ
ย่อยสลายแบบไม่ใช้ออกซิเจนน้ีสามารถแบ่งออกได้ 2 ประเภทหลักๆ คือ Dry Digestion
Process และ Wet Digestion Process ซึ่งมีการควบคุมการป้อนสารอินทรีย์เข้าสู่ระบบ ให้
ปริมาณของแข็งทั้งหมด (Total Solid Content) ให้เป็นประมาณร้อยละ 20-40 และน้อยกว่า
ร้อยละ 20 ตามลาดับ
การใช้กระบวนการย่อยสลายแบบไม่ใช้ออกซเิ จนในการจดั การขยะมูลฝอยชมุ ชน โดยท่ัวไป
สามารถแบ่งการทางานออกเป็น 3 ข้นั ตอน ประกอบดว้ ย
1. การบาบัดขั้นต้น (Pre-treatment/Front-end Treatment) ซ่ึงประกอบด้วยการ
คัดแยก (Sorting) ขยะมูลฝอยอินทรีย์จากขยะมูลฝอยรวม หรือการคัดแยกสิ่งปะปนออกจาก
ขยะมูลฝอยอินทรีย์ และลดขนาด (Size Reduction) ของขยะมูลฝอยอินทรีย์ให้เหมาะสม
สาหรับการย่อยสลาย และเพ่ือให้เกิดความสม่าเสมอ (Homogeneity) ของสารอินทรีย์ที่จะ
ป้อนเข้าสู่ระบบ (Feed Substrate) รวมท้ังเพ่ือป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับระบบ ซ่ึง
โดยทัว่ ไประบบบาบัดขั้นตน้ สาหรบั เทคโนโลยยี ่อยสลายแบบไมใ่ ชอ้ อกซิเจนสามารถแบ่งออกได้
เป็น 2 แบบ คือ (1) Dry Separation Process ซึ่งมักจะใช้ Rotary Screen เป็นอุปกรณ์
สาคัญในการคัดแยกขยะมูลฝอยอินทรีย์ และใช้ Shredder ในการบดย่อยขยะมูลฝอยอินทรีย์
ให้มีขนาดเหมาะสาหรับการย่อยสลาย (2) Wet Separation Process จะใช้หลักการคัดแยก
ส่ิงปะปนออกจากขยะมูลฝอยอินทรีย์โดยวิธีการจม-ลอย (Sink-Float Separation) ซึ่งส่วน
ใหญ่จะมีอุปกรณ์สาคัญที่เรียกว่า Pulper ทาหน้าที่ในการคัดแยกและบดย่อยขยะมูลฝอย
อินทรยี ์
2. การย่อยสลายแบบไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic Digestion) ซึ่งเป็นข้ันตอน
การผลิตก๊าซชีวภาพจากขยะมูลฝอยอินทรีย์สาหรับนาไปใช้เป็นพลังงาน และเพ่ือทาให้ขยะมูล
ฝอยอินทรีย์ถูกย่อยสลายเปล่ียนเป็นอินทรียวัตถุท่ีมีความคงตัว ไม่มีกลิ่นเหม็น ปราศจากเชื้อ
โรคและเมล็ดวัชพืช โดยอาศัยการทางานของจุลินทรีย์ในสภาพท่ีไร้ออกซิเจน ซึ่งข้ันตอนการ
ย่อยสลายแบบไม่ใช้ออกซิเจนน้ีสามารถแบ่งออกได้ 2 ประเภทหลักๆ คือ Dry Digestion
Process และ Wet Digestion Process ซ่ึงมีการควบคุมการป้อนสารอินทรีย์เข้าสู่ระบบให้
ปริมาณของแข็งทั้งหมด (Total Solid Content) ให้เป็นประมาณร้อยละ 20-40 และน้อยกว่า
ร้อยละ 20 ตามลาดับ
47
3. การบาบัดขั้นหลัง (Post-treatment) ซ่ึงส่วนใหญ่จะเป็นข้ันตอนการจัดการกาก
ตะกอนจากการย่อยสลายแบบไมใ่ ช้ออกซิเจนให้มีความคงตัวมากขึ้น เช่น การนาไปหมักโดยใช้
ระบบหมักปุ๋ยแบบใช้อากาศ รวมท้ังการคัดแยกเอาส่ิงปะปนต่างๆ เช่น เศษพลาสติกและเศษ
โลหะออกจาก Compost โดยใช้ตะแกรงร่อน ตลอดจนการปรับปรุงคุณภาพของ Compost
ให้เหมาะสมกับการนาไปใช้ประโยชน์ในการเพาะปลูกพืช เช่น การอบเพื่อฆ่าเชื้อโรคและลด
ความช้นื เป็นตน้
จดุ เดน่ ของเทคโนโลยยี อ่ ยสลายแบบไม่ใช้ออกซเิ จน
1. ทางดา้ นสง่ิ แวดล้อมและการจดั การของเสยี
- เป็นเทคโนโลยกี ารบาบัดขยะมลู ฝอยทเี่ ปน็ มติ รต่อสิ่งแวดลอ้ ม
- สามารถแกป้ ญั หากล่ินเหมน็ สัตวพ์ าหะนาโรคท่ีเกดิ จากการกาจดั ขยะมลู ฝอย
ท่ไี มถ่ ูกหลักวชิ าการ
- เปน็ การหมุนเวยี นขยะมูลฝอยอนิ ทรียก์ ลบั มาใช้ใหม่ในรูปของสารปรับสภาพดนิ
- ลดการใชพ้ ืน้ ทีใ่ นการกาจดั ขยะมูลฝอย เมอื่ เทยี บกับระบบฝังกลบแบบถกู หลัก
สขุ าภิบาล และระบบหมักปยุ๋ แบบใชอ้ ากาศแบบดง้ั เดิม (Conventional Anaerobic composting)
- สามารถใช้บาบัดขยะมูลฝอยอินทรีย์ในที่ซ่ึงการฝังกลบขยะมูลฝอยอินทรีย์ใน
พื้นทฝี่ งั กลบแบบถกู หลกั สขุ าภบิ าลไมเ่ ป็นที่ยอมรบั
- สามารถลดปรมิ าณขยะมูลฝอยท่จี ะตอ้ งกาจัดในข้ันตอนสุดทา้ ย
- สามารถหมักร่วมกบั ของเสียอินทรยี ป์ ระเภทอน่ื (Co-digestion) เช่น เศษซาก
วัสดเุ หลอื ใช้ทางการเกษตร มลู สตั ว์ตา่ งๆ และของเสยี จากโรงงานอตุ สาหกรรม
2. ทางดา้ นพลังงาน
- เปน็ เทคโนโลยีในการบาบัดขยะมูลฝอยซ่งึ สามารถให้พลังงานสุทธิ (Net
Energy Producer)
- มีศักยภาพในการผลิตพลังงานจาก ”ขยะเปียก” ซึ่งไม่เหมาะสมสาหรับการ
เผาเพื่อผลิตพลังงาน มีศักยภาพที่จะได้รับผลตอบแทนทางการเงินและเศรษฐศาสตร์สูง
โดยเฉพาะเมื่อพลังงานชนิดอ่ืนมีราคาสูง และรัฐมีมาตรการส่งเสริมการผลิตพลังงานจากก๊าซ
ชวี ภาพ
3.5 เทคโนโลยีการผลิตพลังงานโดยใช้ก๊าซชีวภาพจากหลุมฝังกลบมูลฝอยชุมชน
(Landfill Gas-to-Enaergy)
การกาจัดขยะชุมชนด้วยวิธีการฝังกลบน้ัน เป็นการนาขยะชุมชนมากองหรือฝังกลบใน
พน้ื ท่จี ัดเตรียมไว้ แล้วเคร่ืองจักรเกล่ียและบดอัดให้ขยะมูลฝอยยุบตัวลงจนมีความหนาแน่นนข
องชน้ั ขยะมูลฝอยตามท่กี าหนด จากนัน้ ใชด้ ินบดทับและอดั ให้แน่นอีกครัง้ หนึ่งแล้วจึงนาขยะมูล
ฝอยชุมชนมาเกล่ียและบดอัดอีกเป็นช้ัน ๆ สลับด้วยช้ันดินกลบทับเพื่อป้องกันปัญหาเรื่องกลิ่น
แมลง นา้ ชะขยะ และเหตเุ ดือนรอ้ นราคาญอ่ืน ๆ ปฏิกิรยิ าการย่อยสลายสารอินทรยี ์ในขยะ
48
มลู ฝอยชุมชนทถ่ี กู ฝังกลบในช่วงแรกจะเปน็ การย่อยสลายแบบใช้อากาศ (Aerobic
Decomposition) ซ่ึงเปน็ การใชอ้ ากาศท่ีแทรกอยู่ตามช่องวา่ งภายในบริเวณฝังกลบ และเม่ือ
ออกซเิ จนที่มอี ยหู่ มดลง การยอ่ ยกจ็ ะเปลยี่ นไปเปน็ แบบไม่ใชอ้ ากาศ ซึ่งจะทาให้เกดิ ก๊าซท่ีเกิด
จากปฏิกิริยาการย่อยสลายทางเคมีของขยะมลู ฝอยในบรเิ วณหลุมฝังกลบ ได้แก่ มีเทน
คารบ์ อนไดออกไซด์ แอมโมเนยี คารบ์ อนมอนอกไซด์ ไฮโดรเจนซัลไฟด์ ไนโตรเจน และ
แอมโมเนยี โดยจะพบก๊าซมเี ทนและคาร์บอนไดออกไซดใ์ นปริมาณท่มี ากกวา่ ก๊าซชนดิ อืน่ ๆ
ซงึ่ ก๊าซทีเ่ กิดจากหลุมฝงั กลบขยะมูลฝอยนี้เปน็ ที่รจู้ กั กันในช่อื กา๊ ซชีวภาพหรอื Landfill Gas
(LFG)
เพอ่ื ประโยชนใ์ นการลดปริมาณขยะในการขนย้ายไปเพอื่ กาจดั ได้แก่ การบบี อดั ใน
การจัดการขยะในระดบั ชุมชน จะมวี ธิ ีการหรือใชเ้ ทคโนโลยีการกาจัดขยะมูลฝอยเพอื่ ลดปริมาณ
ขยะจาพวกอโลหะ ด้วยการแปรสภาพขยะมูลฝอย คือ การเปลี่ยนแปลงสภาพลักษณะทาง
กายภาพเพ่อื ลดปรมิ าณเปลี่ยนรูปร่าง โดยวิธีคดั แยกเอาวัสดุท่ีสามารถหมนุ เวยี นใช้ประโยชนไ์ ด้
ออกมา ด้วยวธิ กี ารบดใหม้ ีขนาดเล็กลง และวธิ อี ดั เป็นกอ้ นเพื่อลดปรมิ าตรของขยะมลู ฝอยได้
รอ้ ยละ 20-75 ของปริมาตรเดมิ ทั้งนี้ข้นึ อยูก่ บั ประสิทธภิ าพของเครอ่ื งมือและลักษณะของขยะ
มลู ฝอย ตลอดจนใชว้ ิธกี ารห่อหุ้มหรือการผูกรดั กอ้ นขยะมลู ฝอยให้เป็นระเบียบมากย่งิ ขนึ้ ผลท่ี
ได้รับจากการแปรสภาพมูลฝอยน้ี จะชว่ ยใหก้ ารเก็บรวบรวม ขนถา่ ย และขนสง่ ได้สะดวกข้นึ
สามารถลดจานวนเที่ยวของการขนสง่ ช่วยใหไ้ ม่ปลิวหลน่ จากรถบรรทุกและช่วยรีดเอาน้าออก
จากขยะมูลฝอย ทาให้ ไม่มนี ้าชะขยะมลู ฝอยรว่ั ไหลในขณะขนส่ง ตลอดจนเพม่ิ ประสิทธิภาพ
การกาจัดขยะมูลฝอยโดยวิธีฝงั กลบ โดยสามารถจดั วางซอ้ นไดอ้ ยา่ งเปน็ ระเบียบ จึงทาให้
ประหยดั เวลา และค่าวัสดใุ นการกลบทับ และชว่ ยยืดอายกุ ารใชง้ านของบอ่ ฝังกลบ
ภาพท่ี 3.17 ขยะที่ถูกบบี อดั เปน็ ก้อนเพ่ือลดปริมาณขยะ
ทีม่ า : http://www.prdnorth.in.th
49
กจิ กรรมท้ายหน่วยที่ 3
หลังจากท่ีผู้เรียนศึกษาเอกสารชุดการเรียนหน่วยที่ 3 จบแล้ว ให้ผู้เรียนค้นคว้า
เพ่ิมเติมจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ แล้วทากิจกรรมการเรียนรู้หน่วยท่ี 3 ในสมุดบันทึกกิจกรรม
การเรยี นรู้ แลว้ จดั ส่งตามท่ผี สู้ อนกาหนด
50
หน่วยท่ี 4
การคัดแยกและรไี ซเคลิ วัสดุ
สาระสาคญั
การคัดแยกวสั ดุเป็นการลดปริมาณขยะทเี่ กดิ ข้นึ จากตน้ ทาง ไดแ้ ก่ ครวั เรือน
สถานประกอบการหรือสถานท่สี าธารณะท้งั นี้ ก่อนทิ้ง ครวั เรอื น หน่วยงาน หรือสถานท่ี
สาธารณะตา่ งๆ ควรจัดให้มีระบบการคัดแยกวัสดุประเภทต่าง ๆ ตามแตล่ ักษณะองค์ประกอบ
โดยมวี ตั ถปุ ระสงค์เพือ่ นาวัสดุกลับไปใช้ประโยชน์ใหม่อยา่ งมีประสิทธภิ าพและสอดคล้องกบั
ระบบการคัดแยกวสั ดกุ ารรีไซเคลิ เป็นการเปลย่ี นสภาพของวัสดใุ หม้ ีมูลค่า จากสงิ่ ทไ่ี ม่เปน็
ประโยชน์ แปรเปล่ียนสภาพเป็นวัตถุดิบ เพ่ือนากลบั มาใชใ้ หม่ และลดคา่ ใช้จ่ายในการกาจัด
ขยะทเี่ กดิ ข้ึน
ตัวชวี้ ดั
1. อธิบายวิธีการคดั แยกวัสดุแต่ละประเภทได้
2. อธบิ ายการรไี ซเคิลวสั ดแุ ตล่ ะประเภทได้
3. อธิบายความหมายสญั ลักษณ์รีไซเคลิ วัสดุแต่ละประเภทได้
ขอบขา่ ยเน้อื หา
1. การคัดแยกวัสดุ
2. การรีไซเคิลวสั ดุ
51
หน่วยที่ 4
การคดั แยกและการรีไซเคลิ วสั ดุ
เร่อื งที่ 1 การคัดแยกวัสดุ
ปัจจุบนั คนไทยหนั มาเปลยี่ นอาชีพใหม่ จากการขายแรงงาน มาเป็นเถา้ แก่รบั ซอ้ื
ของเก่าค่อนข้างเยอะ เพราะมองเหน็ ชอ่ งทางการเจริญเติบโตในอนาคตของอาชีพนี้ เนอื่ งจาก
ปริมาณขยะในประเทศไทยมจี านวนมหาศาล และจะเพ่มิ ทวคี ณู ข้ึนเร่ือย ๆ ดงั น้ัน อาชีพรบั ซื้อ
ของเก่า จึงกลายเป็นอาชีพหนึง่ ทท่ี ารายไดใ้ ห้กับเจ้าของกิจการมาก ซ่งึ รบั ซ้ือและขายสง่ ตาม
โรงงาน เพ่อื นาไปแปรรูปกลับมาเปน็ ผลติ ภัณฑ์ใหม่ แต่ราคาทีซ่ ื้อขายจะแตกตา่ งกันไปตาม
ความต้องการของตลาด ดังน้นั เพ่อื ความสะดวก และเพ่ือให้การขายวสั ดรุ ีไซเคลิ ไดร้ าคาสูง
ต้องทาการคัดแยกวัสดุกอ่ น
ในการจัดการวสั ดุแบบครบวงจร จาเป็นต้องจัดใหม้ ีระบบการคัดแยกวัสดุ
ประเภทตา่ ง ๆ ตามแต่ลักษณะองค์ประกอบโดยมวี ัตถุประสงคเ์ พื่อนากลบั ไปใช้ประโยชน์ใหม่
สามารถดาเนนิ การไดต้ งั้ แต่แหล่งกาเนดิ โดยจัดวางภาชนะใหเ้ หมาะสม ตลอดจนวางระบบ
การเก็บรวบรวมวสั ดุอยา่ งมปี ระสิทธิภาพและสอดคล้องกับระบบการคัดแยกวัสดุ ซึ่งสามารถ
ดาเนินการ ดงั นี้
1. คัดแยกวัสดุที่สามารถนากลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้หรือวัสดุรีไซเคิลออกจาก
วสั ดยุ ่อยสลาย วสั ดุอันตรายและวัสดุทัว่ ไป
2. จัดเก็บวสั ดทุ ที่ าการคัดแยกแลว้ ในถุงหรอื ถงั รองรบั วัสดุแบบแยกประเภท
ที่หนว่ ยราชการกาหนด
3. จัดเก็บวัสดุที่ทาการคัดแยกแล้วในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก มีแสงสว่าง
เพียงพอ ไม่กีดขวางทางเดิน อยู่ห่างจากสถานที่ประกอบอาหาร ท่ีรับประทานอาหาร และ
แหลง่ นา้ ดื่ม
4. ให้จัดเก็บวัสดุอันตราย หรือภาชนะบรรจุสารที่ไม่ทราบแน่ชัด เป็นสัดส่วนแยก
ตา่ งหากจากวสั ดุอน่ื ๆ เพ่ือปอ้ งกนั การแพร่กระจายของสารพิษ หรือการระเบิดเพ่ือแยกทิ้งตาม
รูปแบบการเก็บรวบรวมของเทศบาลหรือองคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่น ซ่ึงมี 3 แบบหลกั ๆ ไดแ้ ก่
อนั ตราย 4.1 การเกบ็ จากหน้าบ้านพร้อมขยะทว่ั ไปโดยการเก็บขนมชี ่องแยกขยะ
เฉพาะ
4.2 การเกบ็ จากหน้าบา้ นตามวันท่ีกาหนดโดยมรี ถเก็บขยะอันตรายโดยเฉพาะ
4.3 การนาไปท้ิง ในภาชนะหรอื สถานทร่ี วบรวมขยะอันตรายของชุมชนทจ่ี ดั ไว้
52
5. ห้ามเก็บกักวัสดุอันตรายไว้รวมกัน โดยให้แยกเก็บเป็นประเภท ๆ หากเป็น
ของเหลวให้ใส่ถังหรือภาชนะบรรจุที่มิดชิดและไม่ร่ัวไหล และห้ามเทของเหลวต่างชนิดปนกัน
เนอ่ื งจากอาจเกดิ การระเบดิ หากเปน็ ของแขง็
6. หลกี เลย่ี งการเกบ็ กกั วัสดุ ทท่ี าการคดั แยกแล้วและมีคณุ สมบตั ทิ เี่ หมาะแก่
การเพาะพันธุ์ของพาหะนาโรค หรอื ท่อี าจเกิดการรั่วไหลของสารพษิ ไว้เปน็ เวลานาน
7. หากมีการใช้น้าทาความสะอาดวัสดุคัดแยกแล้วหรือวัสดุเหลือใช้ที่มีไขมันหรือ
ตะกอนน้ามันปนเปื้อน จะต้องระบายน้าเสียน้ันผ่านตะแกรงและบ่อดักไขมันก่อนระบายสู่ท่อ
น้าสาธารณะ
8. หา้ มเผา หลอม สกัดหรือดาเนินกจิ กรรมอ่ืนใด เพ่ือการคัดแยก การสกัดโลหะมี
คา่ หรือการทาลายวัสดุในบริเวณที่พักอาศัย หรือพื้นท่ีที่ไม่มีระบบป้องกันและควบคุมของเสียที่
จะเกิดขน้ึ
ก่อนที่จะนาวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์ ต้องมีการคัดแยกประเภทวัสดุภายในบ้าน
เพ่ือเป็นการสะดวกแก่ผู้เก็บขนและสามารถนาวัสดุบางชนิดไปขายเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับตนเอง
และครอบครัว รวมทั้งง่ายตอ่ การนาไปกาจดั อีกดว้ ย โดยสามารถทาได้ ดังนี้
1.1 การคดั แยกวสั ดุประเภทกระดาษ
1) แยกประเภทกระดาษ ได้แก่ กระดาษสานักงาน กระดาษหนังพิมพ์
นติ ยสาร หนงั สอื กระดาษรวม กระดาษหลาย ๆ ชนิดเม่ือนามารวมกันร้านรับซ้ือของเก่าจะรับ
ซื้อท้ังหมด แตถ่ า้ เราสามารถแยกประเภทกระดาษ แล้วมดั แยกประเภทไว้ จะขายไดร้ าคาดกี ว่า
2) กระดาษคุณภาพสูง เช่น กระดาษถ่ายเอกสาร กระดาษสานักงาน ควรดึง
กระดาษบนั ทกึ (Post-it) สติก๊ เกอร์ คลิปหนีบ หรอื ลวดเย็บกระดาษออก ซ่ึงกระดาษประเภทน้ี
ควรให้ความสนใจเปน็ พิเศษ เพราะถา้ นาไปขายจะไดร้ าคาค่อนข้างสงู
3) กล่องกระดาษ กล่องกระดาษลูกฟูก ควรแยกไว้ต่างหาก และต้องดึง
สต๊ิกเกอร์ออกก่อน เพราะมีกาวเหนียว นาไปรีไซเคิลไม่ได้ นาเศษส่ิงของต่างๆออกจากกล่อง
และคลก่ี ระดาษออก ทาให้แบน มัดรวมกนั เป็นมัด ๆ
4) กระดาษรวม เชน่ กระดาษหอ่ ของ ใหแ้ ยกเทปกาว และริบบนิ้ ออก
ซองจดหมาย ใหแ้ ยกพลาสตกิ สตก๊ิ เกอร์ออกกอ่ น เป็นต้น
53
ภาพท่ี 4.1 การแยกกระดาษแต่ละประเภทมดั รวมกันกอ่ นขาย
1.2 การคดั แยกวัสดุประเภทพลาสตกิ
1) แยกพลาสตกิ แตล่ ะประเภทออกจากกัน โดยการสงั เกตจากสญั ลกั ษณ์
เนอ่ื งจากพลาสติกแต่ละชนิดมมี ูลคา่ ไม่เท่ากนั
2) นาฝาขวดออก เทน้าออกให้หมด ถา้ ขวดสกปรกท้ังภายนอกและภายในขวด
ต้องทาความสะอาด ล้างส่ิงสกปรกออกให้หมด
3) ขวดและฝาขวดพลาสติกจะเป็นพลาสตกิ ตา่ งชนิดกนั จึงควรแยกฝาและขวด
ออกจากกนั เพราะถ้าไม่แยกประเภท เม่ือนาไปขาย ร้านค้าส่วนใหญ่จะรับซ้ือเป็นพลาสติกรวม
ซ่ึงราคาจะถกู ว่า
4) ขวดพลาสติกควรแยกขวดใสและขวดสอี อกจากกัน เมื่อนาไปขายจะได้
ราคาสูง
5) ควรสอบถามร้านรับซื้อของเก่า ว่ารับซื้อพลาสติกประเภทใด เพ่ือจะได้
รวบรวมไดถ้ ูกตอ้ งและไดร้ าคาท่ีสูง
ภาพที่ 4.2 ดึงแยกฝาขวดพลาสติก เทนา้ ออกให้หมด
54
1.3 การคดั แยกขยะประเภทแกว้
1) นาฝาหรือจุกออกจากบรรจุภัณฑ์ เพราะไมส่ ามารถนาไปรไี ซเคลิ รวมกับ
แกว้ ได้
2) หลังการบริโภค ควรล้างขวดแก้วด้วยน้าเล็กน้อย เพื่อไม่ให้เกิดการเน่า
ของอาหาร และเพือ่ ปอ้ งกนั แมลง สตั ว์ มากนิ อาหารในบรรจภุ ณั ฑ์
3) ไม่ควรท้งิ เศษวัสดหุ รือก้นบหุ ร่ีลงในขวด และตอ้ งทาความสะอาด
ก่อนนาขวดไปเกบ็ รวบรวม
4) เกบ็ รวบรวมขวดแกว้ รวมไวใ้ นกลอ่ งกระดาษ ปอ้ งกนั การแตกหกั เสยี หาย
5) ควรแยกสีของแก้ว จะช่วยให้ขายได้ราคาดี และเพื่อให้ง่ายต่อการส่งต่อ
นาไปรไี ซเคลิ
6) ขวดแกว้ ทเี่ ปน็ ใบ ควรแยกใส่กล่องเดมิ จะขายได้ราคาดี
7) ขวดแก้วบางชนิด อาจนาไปรีไซเคิลไม่ได้ หรือมีร้านรับซ้ือของเก่าบางร้าน
ท่ีอยใู่ นพืน้ ท่ี ไมร่ บั ซื้อ ดังน้นั ควรสอบถามร้านก่อนเกบ็ รวบรวมแกว้ เพอื่ นาไปขาย
ภาพที่ 4.3 นาฝาจกุ ขวดออก ล้างทาความสะอาด แยกสขี องแก้ว
55
1.4 การคัดแยกวัสดุประเภทอะลมู เิ นียม
1) แยกประเภทกระป๋องอะลูมเิ นยี ม โลหะ เพราะกระป๋องบางชนิด
มสี ว่ นผสมทงั้ อะลูมิเนยี มและโลหะ สว่ นฝาปดิ ส่วนใหญเ่ ปน็ อะลมู เิ นยี ม ให้ดึงแยกเกบ็ ต่างหาก
2) หลังจากที่บริโภคเครือ่ งดืม่ แล้ว ใหเ้ ทของเหลวออกให้หมด ลา้ งกระป๋อง
ดว้ ยน้าเลก็ น้อย เพ่อื ไม่ให้เกดิ กลน่ิ เพ่ือป้องกันแมลง สัตว์ มากินอาหารในบรรจุภัณฑ์
3) ไม่ควรทง้ิ เศษวัสดหุ รือกน้ บุหร่ลี งในขวด และต้องทาความสะอาด
กอ่ นนาขวดไปเก็บรวบรวม
4) ควรเหยียบกระป๋องให้แบน เพอ่ื ประหยดั พนื้ ที่ในการจัดเก็บ
ภาพท่ี 4.4 ดงึ แยกฝากระป๋องเครอ่ื งด่มื ออกแล้วทุบใหแ้ บน
กล่าวโดยสรุป ปัจจุบันปริมาณขยะในประเทศไทยมีจานวนมหาศาล และจะเพิ่ม
ทวีคูณข้ึนเร่ือย ๆ การจัดการวัสดุจึงจาเป็นต้องจัดให้มีระบบการคัดแยกวัสดุประเภทต่าง ๆ
ตามลักษณะและประเภทของวัสดุเพ่ือนากลับไปใช้ประโยชน์ใหม่ ตลอดจนวางระบบการเก็บ
รวบรวมวสั ดุอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
56
เรอ่ื งที่ 2 การรไี ซเคลิ วสั ดุ
การรไี ซเคิล (Recycle) เป็นการจดั การวสั ดุเหลือใช้ท่ีกาลังจะเปน็ ขยะ โดยนาไป
ผ่านกระบวนการแปรสภาพ เพือ่ ให้เป็นวัสดใุ หม่แลว้ นากลบั มาใชไ้ ดอ้ กี ซ่ึงวัสดุที่ผา่ นการแปร
สภาพนัน้ อาจจะเปน็ ผลติ ภัณฑเ์ ดมิ หรือผลติ ภัณฑ์ใหม่ก็ไดก้ ารรไี ซเคิลจงึ เปน็ หัวใจสาคัญในการ
เปล่ยี นสภาพของขยะใหม้ ีมูลค่า จากส่ิงทีไ่ ม่เป็นประโยชน์ ใหส้ ามารถนาสิ่งของนากลับมาใช้
ใหม่ การรีไซเคิล จงึ เป็นหนึง่ ในวิธีการลดปริมาณขยะลดมลพษิ ให้กับสภาพแวดล้อม ลดการใช้
พลงั งานยดื อายุการใช้งานของระบบกาจดั ขยะ และลดการใชท้ รพั ยากรธรรมชาตขิ องโลกไม่ให้
ถูกนาไปใช้อยา่ งสิ้นเปลืองมากเกินไปการรไี ซเคิลวัสดุ มีหลากหลายประเภท ดังนี้
2.1 การรไี ซเคิลวสั ดุประเภทกระดาษ
ในปัจจุบนั คนไทยมอี ัตราการใช้กระดาษเพิ่มข้ึนเรอ่ื ย ๆท้งั ในรูปหนงั สือเรียน
หนังสอื พิมพ์ วารสาร นติ ยสาร กระดาษสานักงาน กระดาษพิมพ์เขยี น บรรจุภัณฑ์ กระดาษ
อน่ื ๆ เฉลยี่ อย่างนอ้ ยคนละไม่ตา่ กว่า 50 กโิ ลกรมั ต่อปี ซ่ึงนบั ว่าเป็นอตั ราท่ีสูงทีเดยี ว
น่ันหมายถึง คนไทยได้ตัดไม้จานวนมหาศาลที่จะต้องป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตของโรงงาน
อุตสาหกรรมในการผลิตกระดาษ กระดาษ 1 ตัน ต้องใช้ต้นไม้ท้ังหมด จานวน 17 ตัน ใช้น้า
อย่างน้อย 31,500 ลิตร น้ามัน 300 ลิตร กระแสไฟฟ้า 4,100 กิโลวัตต์ต่อช่ัวโมง นอกจากน้ัน
ยังปล่อยของเสียออกสู่สิ่งแวดล้อม นั่นแสดง ให้เห็นว่าคนไทยกาลังช่วยกันทาลาย
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นเราทุกคนสามารถช่วยกันประหยัด
ใชท้ รัพยากรใหเ้ กดิ ประโยชน์และคุ้มค่าสูงสุดได้ เช่น ใช้กระดาษให้ครบทั้ง 2 หน้า คัดแยกขยะ
ก่อนท้ิง เพื่อนาไปรีไซเคิล เพราะกระบวนการรีไซเคิลกระดาษ ถ้าเป็นกระดาษคุณภาพสูง เช่น
กระดาษถา่ ยเอกสาร กระดาษพมิ พเ์ ขียน ไม่ต้องเติมสารฟอกขาวในกระบวนการผลิต ซ่ึงจะช่วย
ลดมลพิษทางน้า และสามารถประหยัดพลังงานประมาณ 1 ใน 3 ของพลังงานที่ผลิตกระดาษ
ใหม่
57
กระดาษทุกชนิดถ้ามกี ารคัดแยกและเกบ็ รวบรวมท่ีถูกวธิ ี ไม่เปรอะเป้ือน และเปียก
นา้ เชน่ กระดาษและกระดาษแข็ง สามารถนากลบั มารไี ซเคิลและรียสู ได้ แตก่ ม็ กี ระดาษบาง
ชนดิ เชน่ กระดาษทิชชู กระดาษชาระ หรือกระดาษเชด็ ปาก มีข้อยกเว้น ทง้ั น้ีจากความไม่
คมุ้ ค่าในการผลิตด้วย ดงั น้ันถา้ เราอยากจะรวู้ ่ากระดาษท่ีอยู่ในมอื ของเรา สามารถนากลบั มา
รีไซเคลิ ได้หรอื ไม่ เราลองสังเกตดูตามสัญลักษณ์ดังต่อไปน้ี
สามารถนากลับมารไี ซเคลิ เป็นกระดาษลกู ฟูกได้
กระดาษผสม ส่วนมากจะนามารีไซเคิลเป็นกระดาษสาหรับ
แมกกาซีน หนังสอื พมิ พ์ หรือซองจดหมาย เป็นต้น
สัญลกั ษณร์ ไี ซเคิลทบ่ี อกว่าคุณสามารถนาวัสดุกลับมารไี ซเคลิ
เปน็ กระดาษจดหมาย หรือกระดาษเอกสารต่างๆ ได้
ภาพท่ี 4.5 สญั ลักษณ์รไี ซเคลิ กระดาษ
ตารางท่ี 4.1 ตารางตวั อยา่ งกระดาษทน่ี ามารไี ซเคิลได้
ตัวอย่าง กระดาษที่นามารีไซเคิล
กระดาษแข็ง กระดาษยอ่ ยสลาย กระดาษหนงั สอื พมิ พ์
กลอ่ งนา้ ตาล
กระดาษสี กระดาษย่อยขยะ กระดาษหนงั สือเล่ม
กระดาษกล่องรองเท้า กระดาษสมดุ กระดาษถุงปนู
กระดาษขาวดา
58
2.2 การรไี ซเคิลวัสดปุ ระเภทพลาสตกิ
พลาสติก มีคุณสมบัติ คือ น้าหนักเบา ทนทาน มีความยึดหยุ่น ประหยัดค่าใช้จ่าย
ในการขนส่ง สามารถนามาผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีความแข็งแรง คงทน สามารถข้ึนรูปได้
หลากหลายรูปแบบ จึงทาให้พลาสติกมีการนาใช้มากขึ้น การใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่มากข้ึน
ทาใหข้ ยะมลู ฝอยประเภทนมี้ ีจานวนมากขึ้น ท้ังๆที่พลาสติกส่วนใหญ่สามารถนากลับมาแปรรูป
ใหม่ได้ พลาสตกิ สามารถแบง่ ออกเป็น 2 ประเภท ดงั นี้
2.2.1. พลาสติกประเภทเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) เป็นพลาสติก
ที่ใช้กันแพร่หลายท่ีสุด ได้รับความร้อนจะอ่อนตัว และเม่ือเย็นลงจะแข็งตัว สามารถเปลี่ยนรูป
ได้ พลาสติกประเภทน้ีโครงสร้างโมเลกุลเป็นโซ่ตรงยาว มีการเชื่อมโยงต่อระหว่างโซ่พอลิเมอร์
น้อยมาก จึงสามารถหลอมเหลว หรอื เม่ือผ่านการอัดแรงมากจะไม่ทาลายโครงสร้างเดิม เช่น
พอลิเอทิลีน พอลิโพรพิลีน พอลิสไตรีน มีสมบัติพิเศษคือ เมื่อหลอมแล้วสามารถนามาข้ึนรูป
กลับมาใช้ใหม่ได้ พลาสติกในตระกูลเทอร์โมพลาสติก ได้แก่ พลาสติกประเภทโพลิเอทิลีน
เทเรฟทาเลตพลาสติกประเภทโพลิเอทิลิน พลาสติกประเภทโพลิไวนิลคลอไรด์ พลาสติก
ประเภทโพลิเอทิลีนพลาสติกประเภทโพลิโพรพิลีนพลาสติกประเภทโพลิสไตรีนและพลาสติก
ชนิดอน่ื ๆ ที่อาจจะนาพลาสตกิ หลายชนิดมาผสมกัน แต่ไมใ่ ชพ่ ลาสตกิ 6 ชนิดทกี่ ลา่ วมา
สญั ลกั ษณร์ ีไซเคิลพลาสติกในตระกูลเทอร์โมพลาสติก สาหรบั พลาสติกที่รีไซเคิล
ได้จะมีสญั ลักษณ์และเครอื่ งหมายรีไซเคลิ ติดอย่ทู ี่ผลิตภัณฑ์ และมตี ัวเลขอย่ขู ้างใน ตัวเลขน้ีเป็น
ส่ิงทบี่ ง่ บอกประเภทของพลาสตกิ นั้น ๆ
พลาสติก เบอร์ 1 หมายถึง พลาสติกประเภทโพลิเอทิลนี เทเรฟทาเลต (Poly
ethylene terephthalate : PET) สามารถนามารีไซเคิลขวดน้าพลาสติกชนดิ อ่อน ประเภทใช้ได้
ครัง้ เดียว หรือขวดซอฟตด์ รง้ิ ค์ทัง้ หลาย
พลาสติกเบอร์ 2 หมายถงึ โพลเิ อทิลินชนดิ ความหนาแนน่ สงู (High density
polyethylene : HDPE) ส่วนมากจะนาไปรไี ซเคลิ เปน็ ถงุ พลาสติกทว่ั ไป และกระป๋องโยเกิรต์
พลาสติกเบอร์ 3 หมายถึง พลาสติกประเภทโพลิไวนิลคลอไรด์ (Polyvinyl
chioride : PVC) สามารถนากลับมารีไซเคิลเป็นบรรจุภัณฑ์สินค้าอาหาร ของเล่นพลาสติก
พลาสติกหอ่ หุ้มอาหาร และท่อพลาสติก
พลาสติกเบอร์ 4 หมายถึง พลาสติกประเภทโพลิเอทิลีนชนิดความหนาแน่นต่า
(Low density polyethylene : LDPE) นยิ มนากลบั มารีไซเคลิ เป็นถุงพลาสติกชนิดบาง ไม่ทน
ความร้อน หรือถุงดา กล่องบรรจุภัณฑ์ เช่น กล่องสบู่ ถงั ขยะ
พลาสตกิ เบอร์ 5 หมายถงึ พลาสติกประเภทโพลโิ พรพิลีน (Polypropylene :
PP) นากลับมารีไซเคลิ เปน็ ถงุ ร้อนใส่อาหาร หรอื กล่องบรรจอุ าหารสาหรบั อุ่นในไมโครเวฟ
และแกว้ พลาสติก
59
พลาสติกเบอร์ 6 หมายถึง พลาสติกประเภทโพลิสไตรีน (Polystyrene : PS)
สามารถนามาหลอมเปน็ โฟม กล่อง ถว้ ย และจาน นอกจากนย้ี ังรไี ซเคิลเป็นแผงไข่ไก่ และกล่อง
วซี ดี ไี ด้อกี ดว้ ย
พลาสติกเบอร์ 7 หมายถึง พลาสติกชนิดอื่น ๆ ที่อาจจะนาพลาสติกหลายชนิด
มาผสมกัน แต่ไม่ใช่พลาสติก 6 ชนิดก่อนหน้าน้ี อาจจะเป็นพลาสติกประเภทท่ีมีส่วนผสมของ
สาร BPA โพลีคาร์บอเนต หรือพลาสติกชีวฐาน (bio-based plastics) มักจะนากลับมารีไซเคิล
เปน็ ขวดน้า กล่องและถุงบรรจอุ าหาร กระสอบป๋ยุ และถงุ ขยะ เปน็ ต้น
60
ภาพที่ 4.6 แสดงตารางสัญลกั ษณ์พลาสตกิ และตัวอย่าง
ทมี่ า : http://www.2bgreen4ever.com
61
2.2.2 พลาสติกประเภทเทอร์โมเซตตงิ พลาสตกิ (Thermosetting plastic)
เป็นพลาสติกทีม่ ีสมบตั พิ เิ ศษ คือ ทนทานต่อการเปลีย่ นแปลงอณุ หภมู แิ ละทนปฎิกริ ิยาเคมไี ด้ดี
เกิดคราบและรอยเปอื้ นได้ยากคงรปู หลงั การผ่านความร้อนหรอื แรงดนั เพียงครง้ั เดยี ว เม่ือเย็น
ตัวลง จะแข็งมาก ทนความร้อนและความดนั ไมอ่ ่อนตัวและเปลี่ยนรปู ร่างไม่ได้ แต่ถ้าอณุ หภูมิ
สูงก็จะแตกและไหมเ้ ป็นขีเ้ ถ้าสดี า พลาสติกประเภทนโี้ มเลกลุ จะเชอ่ื มโยงกันเปน็ ร่างแห
จบั กันแน่น แรงยดึ เหนยี่ วระหวา่ งโมเลกลุ แขง็ แรงมาก จงึ ไม่สามารถนามาหลอมเหลวได้
ภาพท่ี 4.7 ภาชนะท่ีผลติ จากเทอรโ์ มเซตตงิ พลาสตกิ
ที่มา : http://must.co.th
2.3 การรไี ซเคลิ วสั ดุประเภทแกว้
ขวดแก้วเปน็ บรรจุภณั ฑ์ท่ีได้รบั ความนิยมสงู ด้วยคุณสมบตั ทิ ่ีใส สามารถมองเหน็
สิ่งท่ีอยู่ภายใน ไม่ทาปฏิกิริยากบั สงิ่ บรรจุ ทาใหค้ งสภาพอยูไ่ ด้นาน สามารถออกแบบให้มี
รปู ทรงไดต้ ามความตอ้ งการ ราคาไมส่ งู จนเกินไป มีคุณสมบัตสิ ามารถนามารีไซเคลิ ได้ และให้
ผลิตภณั ฑ์ใหม่ที่มีคุณภาพคงเดิมรอ้ ยเปอรเ์ ซ็นต์ ไมว่ ่าจะรไี ซเคิลกี่ครัง้ ก็ตาม ขวดแกว้ สามารถ
นามารไี ซเคิลดว้ ยการหลอม ซ่งึ ใชอ้ ุณหภมู ใิ นการหลอม 1,600 องศาเซลเซียล จนเปน็ นา้ แก้ว
และนาไปขน้ึ รปู เปน็ บรรจุภัณฑ์ต่างๆ การนาเศษแกว้ ประมาณร้อยละ 10 มาเปน็ ส่วนผสมใน
การหลอมแกว้ จะชว่ ยประหยดั พลังงาน และชว่ ยลดปริมาณน้าเสียลงรอ้ ยละ 50 ลดมลพิษทาง
อากาศลงรอ้ ยละ 20 แกว้ ไม่สามารถย่อยสลายไดใ้ นหลมุ ฝังกลบขยะมลู ฝอย แตส่ ามารถนามา
หลอมใชใ้ หม่ไดห้ ลายรอบและมคี ณุ สมบัติเหมอื นเดิม ดงั น้นั เรามารจู้ กั สัญลักษณก์ ารรไี ซเคิล
แกว้ เพื่อการเก็บรวมรวมแก้วนาไปขายให้ไดร้ าคาสูง ในการสง่ ต่อไปรไี ซเคิล
2.3.1 ประเภทของแก้ว
แกว้ สามารถแบง่ เปน็ 2 ประเภทใหญ่ ดงั น้ี
1) ขวดแกว้ ดี จะถกู นามาคดั แยกชนิด สี และประเภททบ่ี รรจุสินค้า ได้แก่
ขวดแม่โขง ขวดน้าปลา ขวดเบยี ร์ ขวดซอส ขวดโซดาวันเวย์ขวดเคร่ืองดื่มชกู าลงั ขวดยา
62
ขวดน้าอัดลม ฯลฯ การจัดการขวดเหล่านี้หากไม่แตกบ่ินเสียหาย จะถูกนากลับเข้าโรงงานเพื่อ
นาไปลา้ งใหส้ ะอาดและนากลับมาใชใ้ หม่ทเี่ รียกว่า “Reuse”
2) ขวดแก้วแตก ขวดที่แตกหักบนิ่ ชารุดเสยี หายจะถกู นามาคดั แยกสี ได้แก่
ขวดแก้วใส ขวดแก้วสีชา และขวดแก้วสีเขียว จากนั้นนาเศษแก้วมาผ่านกระบวนการ รีไซเคิล
โดยเบือ้ งตน้ จะเริ่มแยกเศษแกว้ ออกมาตามสีของ เอาฝาจกุ ทต่ี ิดมากับปากขวดออกแลว้ บด
ใหล้ ะเอยี ด ใส่น้ายากัดสีเพือ่ กดั สที ีต่ ิดมากับขวดแกว้ ลา้ งใหส้ ะอาด แล้วนาส่งโรงงานผลติ
ขวดแกว้ เพ่ือนาไปหลอมใหม่ เรียกว่า “Recycle”
แกว้ ดี แก้วแตก
ภาพท่ี 4.8 แกว้ ดีนาไปรียูส แก้วแตกเขา้ กระบวนการรไี ซเคลิ
ทีม่ า : http://www.2bgreen4ever.com
2.3.2 สัญลักษณ์รีไซเคิลแกว้
แก้วสามารถนากลับมารีไซเคิลได้หลายชนิด แต่ก็มีแก้วบางชนิดท่ีต้อง
ตรวจสอบอีกคร้ังว่าสามารถนากลบั มารไี ซเคิลไดห้ รือไม่ โดยการสงั เกตสญั ลกั ษณข์ องการ
รีไซเคิลแก้วได้ ดงั น้ี
แก้วผสม ท่ีเกิดจากวสั ดตุ ่าง ๆ
แก้วใส ไม่มสี ี
แกว้ สเี ขียว
ภาพท่ี 4.9 สญั ลักษณ์รีไซเคิลแก้ว