The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ม.3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sutin13047, 2024-01-07 07:38:12

แผนประวัติศาสตร์ ม.3

แผนการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ม.3

ประวัติศาสตร์ม.3 จัดท ำโดย นาย สุทิน อกผาย กลุ่มสำระกำรเรียนรู้สังคมศึกษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 น าสยามนี้ สู่อารยะ แผนการจัดการเรียนรู้


กรอบภาพรวมของการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ตารางมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดชั้นปี วิสัยทัศน์ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่งเป็นก าลังของชาติให้เป็นมนุษย์ที่มีความสมดุล ทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตส านึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และทักษะพื้นฐาน รวมทั้ง เจตคติ ที่จ าเป็นต่อการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นส าคัญบนพื้นฐานความเชื่อว่า ทุกคนสามารถเรียนรู้และ พัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ จุดหมาย 1. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตนตามหลักธรรมของ พระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2. มีความรู้อันเป็นสากลและมีความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยีและมีทักษะชีวิต 3. มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีสุขนิสัย และรักการออกก าลังกาย 4. มีความรักชาติ มีจิตส านึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิตและการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 5. มีจิตส านึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม มีจิตสาธารณะที่มุ่ง ท าประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามในสังคม และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์สุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝ่เรียนรู้ 5. อยู่อย่างพอเพียง 6. มุ่งมั่นในการท างาน 7. รักความเป็นไทย 8. มีจิตสาธารณะ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ 1. ภาษาไทย 2. คณิตศาสตร์ 3. วิทยาศาสตร์ 4. สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 5. สุขศึกษาและพลศึกษา 6. ศิลปะ 7. การงานอาชีพและเทคโนโลยี 8. ภาษาต่างประเทศ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 1.กิจกรรมแนะแนว 2.กิจกรรมนักเรียน 3. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์


ตารางมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดชั้นปี กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม รายวิชา ส32104 ประวัติศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มา : หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กระทรวงศึกษาธิการ สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดชั้นปี สาระ : ประวัติศาสตร์ มาตรฐาน ส 4.1 เขาใจความหมาย ความส าคัญ ของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์สามารถใช้ วิธีการทางประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์เหตุการณต่างๆ อย่างเป็นระบบ ม.3/1 วิเคราะห์เรื่องราวเหตุการณ์ส าคัญทาง ประวัติศาสตร์ได้อย่างมีเหตุผลตามวิธีการทาง ประวัติศาสตร์ ม.3/2 ใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ในการศึกษา เรื่องราวต่างๆที่ตนสนใจ มาตรฐาน ส 4.3 เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจ และธ ารงความเป็นไทย ม.3/1 วิเคราะห์พัฒนาการของไทยสมัยรัตนโกสินทร์ ในด้านต่างๆ ม.3/2 วิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อความมั่นคงและ ความเจริญรุ่งเรืองของไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ ม.3/3 วิเคราะห์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทย สมัยรัตนโกสินทร์และอิทธิพลต่อการพัฒนาชาติไทย ม.3/4 วิเคราะห์บทบาทของไทยในสมัย ประชาธิปไตย


ตารางวิเคราะห์แผนการจัดการเรียนรู้กับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดชั้นปี กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม รายวิชา ส32104 ประวัติศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ตัวชี้วัด หน่วยการเรียนรู้ มฐ. ส 4.1 มฐ. ส 4.3 ตัวชี้วัด ตัวชี้วัด 1 2 1 2 3 4 1. รัตนโกสินทร์ศก เถลิงราชธานี 2. น าสยามนี้ สู่อารยะ 3. ประเทศพัฒนา ประชาธิปไตย 4. วัฒนธรรมไทย ก่อร่างสร้างตัวตน


√ โครงสร้างรายวิชา โครงสร้างรายวิชา ประวัติศาสตร์ ระดับ ประถมศึกษา ชั้น ....................... เวลา ............................จ านวน...............หน่วยกิต มัธยมศึกษา ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 เวลา 20 ชั่วโมง จ านวน 0.5 หน่วยกิต ล าดับ ที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐาน การเรียนรู้/ ตัวชี้วัด สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด เวลา (ชั่วโมง) คะแนน 1. รัตนโกสินทร์ ศก เถลิงราช ธานี ส 4.1 ม.3/1,2 ส 4.3 ม.3/ 1,2,3 พัฒนาการของไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น(ในสมัย รัชกาลที่ 1 - รัชกาลที่ 3)ในด้านต่างๆ นั้น มีปัจจัยส าคัญที่ ส่งผลต่อความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของไทย ท าให้ ราชธานีมีความมั่นคงและเจริญรุ่งเรือง และส่งผลความ มั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองมาจนถึงปัจจุบัน 6 15 2. น าสยามนี้ สู่อารยะ ส 4.1 ม.3/1,2 ส 4.3 ม.3/ 1,2,3 พัฒนาการของไทยสมัยสมัยปรับปรุง และปฏิรูปประเทศ (ในสมัยรัชกาลที่ 4 - รัชกาลที่ 6)ในด้านต่างๆ นั้น มีปัจจัย ส าคัญที่ส่งผลต่อความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของ ไทย ท าให้ ราชธานีมีความมั่นคงและเจริญรุ่งเรือง และ ส่งผลความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองมาจนถึงปัจจุบัน 7 15 3. ประเทศ พัฒนา ประชาธิปไต ย ส 4.3 ม.3/ 1,2,3,4 พัฒนาการของไทยในสมัยประชาธิปไตย(ในสมัยรัชกาลที่ 7 – รัชกาลปัจจุบัน) ในด้านต่างๆ ท าให้ ราชธานีมีความ มั่นคงและเจริญรุ่งเรือง และส่งผลต่อความมั่นคงและ ความเจริญรุ่งเรืองมาจนถึงปัจจุบัน 5 15 4. วัฒนธรรม ไทย ก่อร่าง สร้างตัวตน ส 4.1 ม.3/1,2 ส 4.3 ม.3/3,4 ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยรัตนโกสินทร์มีอิทธิพลต่อ การพัฒนาชาติไทย ท าให้คนไทยเกิดความภาคภูมิใจ เห็น คุณค่า และช่วยกันอนุรักษ์ไว้ 2 5 รวมคะแนนระหว่างเรียน - 50 ทดสอบกลางภาคเรียน - 20 ทดสอบปลายภาคเรียน - 30 รวม 20 100


√ โครงสร้างแผนการจัดการเรียนรู้ โครงสร้างแผนการจัดการเรียนรู้วิชา ประวัติศาสตร์ ระดับ ประถมศึกษา ชั้น ....................... เวลา ............................จ านวน...............หน่วยกิต มัธยมศึกษา ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 เวลา 20 ชั่วโมง จ านวน 0.5 หน่วยกิต หน่วยการเรียนรู้ แผนการจัด การเรียนรู้ วิธีสอน/กระบวนการจัดการ เรียนรู้ ทักษะการคิด เวลา (ชั่วโมง) หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 รัตนโกสินทร์ศก เถลิงราชธานี 1. การสถาปนากรุง รัตนโกสินทร์ 1. วิธีสอนโดยวิธีการทาง ประวัติศาสตร์ 2. การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) 1. ทักษะการคิด อย่างมี วิจารณญาณ 2. ทักษะการคิด วิเคราะห์ 1 2. กฎหมายในสมัย รัตนโกสินทร์ ตอนต้น 1. การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) 2. วิธีสอนโดยวิธีการทาง ประวัติศาสตร์ 1. ทักษะการคิด อย่างมี วิจารณญาณ 2. ทักษะการคิด วิเคราะห์ 1 3. รูปแบบการ ปกครองในสมัย รัตนโกสินทร์ ตอนต้น 1. การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) 2. วิธีสอนโดยวิธีการทาง ประวัติศาสตร์ 1. ทักษะการคิด อย่างมี วิจารณญาณ 2. ทักษะการคิด วิเคราะห์ 1 4. สภาพเศรษฐกิจ ในสมัย รัตนโกสินทร์ ตอนต้น 1. การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) 2. การจัดการเรียนรู้แบบ TGT ( Team - Games – Tournament ) 1. ทักษะการคิด อย่างมี วิจารณญาณ 2. ทักษะการคิด วิเคราะห์ 1 5. สภาพสังคมใน สมัย รัตนโกสินทร์ ตอนต้น 1. การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) 2. วิธีสอนโดยวิธีการทาง ประวัติศาสตร์ 1. ทักษะการคิด อย่างมี วิจารณญาณ 2. ทักษะการคิด วิเคราะห์ 1


หน่วยการเรียนรู้ แผนการจัด การเรียนรู้ วิธีสอน/กระบวนการจัดการ เรียนรู้ ทักษะการคิด เวลา (ชั่วโมง) หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 รัตนโกสินทร์ศก เถลิงราชธานี 6. ลักษณะทาง วัฒนธรรมใน สมัย รัตนโกสินทร์ ตอนต้น 1. การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) 2. วิธีสอนโดยวิธีการทาง ประวัติศาสตร์ 1. ทักษะการคิด อย่างมี วิจารณญาณ 2. ทักษะการคิด วิเคราะห์ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 น าสยามนี้ สู่อารยะ 1. การพัฒนาด้าน การเมืองการ ปกครองในสมัย การปฏิรูป ประเทศ 1. การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) 2. วิธีสอนโดยวิธีการทาง ประวัติศาสตร์ 1. ทักษะการคิด อย่างมี วิจารณญาณ 2. ทักษะการคิด วิเคราะห์ 1 2. การปฏิรูป การเมืองการ ปกครอง พ.ศ. ๒๔๓๕ (1) 1. การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) 2. การจัดการเรียนรู้แบบอภิปราย (Discussion Method) 1. ทักษะการคิด อย่างมี วิจารณญาณ 2. ทักษะการคิด วิเคราะห์ 1 3. การปฏิรูป การเมืองการ ปกครอง พ.ศ. ๒๔๓๕ (2) 1. การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) 2. การจัดการเรียนรู้แบบอภิปราย (Discussion Method) 1. ทักษะการคิด อย่างมี วิจารณญาณ 2. ทักษะการคิด วิเคราะห์ 1 4. ลักษณะทาง เศรษฐกิจสมัย รัตนโกสินทร์ ก่อนสนธิสัญญา เบาวริง 1. การจัดการเรียนรู้แบบ TGT ( Team - Games – Tournament ) 2. การจัดการเรียนรู้แบบอภิปราย (Discussion Method) 1. ทักษะการคิด อย่างมี วิจารณญาณ 2. ทักษะการคิด วิเคราะห์ 1 5. ลักษณะทาง เศรษฐกิจสมัย รัตนโกสินทร์ หลังสนธิสัญญา เบาวริง 1. การจัดการเรียนรู้แบบ TGT ( Team - Games – Tournament ) 2. การจัดการเรียนรู้แบบอภิปราย (Discussion Method) 1. ทักษะการคิด อย่างมี วิจารณญาณ 2. ทักษะการคิด วิเคราะห์ 1


หน่วยการเรียนรู้ แผนการจัด การเรียนรู้ วิธีสอน/กระบวนการจัดการ เรียนรู้ ทักษะการคิด เวลา (ชั่วโมง) หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 น าสยามนี้ สู่อารยะ 6. ความมั่นคงและ ความ เจริญรุ่งเรืองจาก การเปลี่ยนแปลง ทางเศรษฐกิจ 1. การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) 2. การจัดการเรียนรู้แบบอภิปราย (Discussion Method) 1. ทักษะการคิด อย่างมี วิจารณญาณ 2. ทักษะการคิด วิเคราะห์ 1 7. พัฒนาการทาง สังคมและ วัฒนธรรมสมัย การปฏิรูป ประเทศ 1. การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) 2. การจัดการเรียนรู้แบบอภิปราย (Discussion Method) 1. ทักษะการคิด อย่างมี วิจารณญาณ 2. ทักษะการคิด วิเคราะห์ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ประเทศพัฒนา ประชาธิปไตย 1. การเมืองการ ปกครองสมัย การเปลี่ยนแปลง การปกครองเป็น ระบอบ ประชาธิปไตย 1. การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) 2. การจัดการเรียนรู้แบบอภิปราย (Discussion Method) 1. ทักษะการคิด อย่างมี วิจารณญาณ 2. ทักษะการคิด วิเคราะห์ 1 2. การเปลี่ยนการ ปกครองเป็น ระบอบ ประชาธิปไตย พ.ศ. 2475 1. การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) 2. การจัดการเรียนรู้แบบอภิปราย (Discussion Method) 1. ทักษะการคิด อย่างมี วิจารณญาณ 2. ทักษะการคิด วิเคราะห์ 1 3. การเปลี่ยนแปลง ทางเศรษฐกิจ สมัยการ เปลี่ยนแปลงการ ปกครอง 1. การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) 2. การจัดการเรียนรู้แบบอภิปราย (Discussion Method) 1. ทักษะการคิด อย่างมี วิจารณญาณ 2. ทักษะการคิด วิเคราะห์ 1


หน่วยการเรียนรู้ แผนการจัด การเรียนรู้ วิธีสอน/กระบวนการจัดการ เรียนรู้ ทักษะการคิด เวลา (ชั่วโมง) หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ประเทศพัฒนา ประชาธิปไตย 4. พัฒนาการทาง สังคมภายหลัง การเปลี่ยนแปลง การปกครองเป็น ระบอบ ประชาธิปไตย 1. การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) 2. วิธีสอนโดยวิธีการทาง ประวัติศาสตร์ 1. ทักษะการคิด อย่างมี วิจารณญาณ 2. ทักษะการคิด วิเคราะห์ 1 5 .พัฒนาการทาง วัฒนธรรมไทย ภายหลังการ เปลี่ยนแปลงการ ปกครองเป็น ระบอบ ประชาธิปไตย 1. การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) 2. วิธีสอนโดยวิธีการทาง ประวัติศาสตร์ 1. ทักษะการคิด อย่างมี วิจารณญาณ 2. ทักษะการคิด วิเคราะห์ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 วัฒนธรรมไทย ก่อ ร่างสร้างตัวตน 1. ภูมิปัญญาและ วัฒนธรรมไทย สมัย รัตนโกสินทร์ 1. การจัดการเรียนรู้แบบอภิปราย (Discussion Method) 2. วิธีสอนโดยวิธีการทาง ประวัติศาสตร์ 1. ทักษะการคิด อย่างมี วิจารณญาณ 2. ทักษะการคิด วิเคราะห์ 3. ความสามารถใน การใช้ทักษะชีวิต 1 2. การสร้างสรรค์ พัฒนาการ ภูมิ ปัญญาและ วัฒนธรรมไทย สมัย รัตนโกสินทร์ 1. การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) 2. การจัดการเรียนรู้แบบอภิปราย (Discussion Method) 1. ทักษะการคิด อย่างมี วิจารณญาณ 2. ความสามารถใน การใช้ทักษะชีวิต 1


ค าอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รหัสวิชา ส23104 รายวิชาประวัติศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 20 ชั่วโมง จ านวน 0.5 หน่วยกิต ............................................................................................................ ศึกษาขั้นตอนของวิธีการทางประวัติศาสตร์ วิเคราะห์ เรื่องราวเหตุการณ์ส าคัญทางประวัติศาสตร์ได้ อย่างมีเหตุผลตามวิธีการทางประวัติศาสตร์ ใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ในการศึกษาเรื่องราวต่างๆ ที่ตนสนใจ ที่เกิดขึ้นที่เกี่ยวของกับตนเอง ครอบครัวในท้องถิ่นตนเอง พัฒนาการของไทยสมัยรัตนโกสินทร์ในด้านต่างๆ การสถาปนากรุงเทพมหานครเป็นราชธานีของไทย ปัจจัยที่สงผลตอความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของไทย ในสมัยรัตนโกสินทร บทบาทของพระมหากษัตริย์ไทยในราชวงศจักรีในการสร้างสรรค์ความเจริญและความ มั่นคงของชาติ พัฒนาการของไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ทางด้านการเมืองการปกครอง สังคม เศรษฐกิจและ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศตามชวงสมัยต่าง ๆ สาเหตุปัจจัยและผลของเหตุการณ์ส าคัญสมัยรัตนโกสินทร์ที่ มีผลตอการพัฒนาชาติไทย เช่น การท าสนธิสัญญาเบาวริงในสมัยรัชกาลที่ 4 การปฏิรูปประเทศในสมัยรัชกาล ที่ 5 การเข้ารวมสงครามโลกครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ที่มีอิทธิพล ต่อการพัฒนาชาติไทยจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจาสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวงและ บทบาทของไทยตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองจนถึงปัจจุบันในสังคมโลก โดยใชวิธีการทางประวัติศาสตร์ในการสืบค้น การตรวจสอบ การวิเคราะห์การวิพากษ์การตีความ หลักฐานทางประวัติศาสตร์อย่างเป็นระบบประกอบด้วยเหตุผล การสังเคราะห์และการน าเสนอขอมูล กระบวนการคิดทางประวัติศาสตร์กระบวนการคิด กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการทางสังคม กระบวนการปฏิบัติกระบวนการเผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา กระบวนการกลุ่ม และกระบวนการ ประชาธิปไตย ในการศึกษาเรื่องราวที่เกี่ยวของกับตนเอง ครอบครัว และท้องถิ่นของตนเองรวมทั้งเหตุการณ์ ส าคัญทางประวัติศาสตร์สมัยรัตนโกสินทร์ เพื่อให้เกิดเจตคติที่ดีต่อการศึกษาวิชาประวัติศาสตร์เห็นความส าคัญของการใชวิธีการทางประวัติ ศาสตร์และหลักฐานทางประวัติศาสตร์เพื่อสืบสอบเรื่องราวทางประวัติศาสตร์การเขาถึงความรู้สึกทางประวัติ ศาสตร์ตามประเด็นทางประวัติศาสตร์ที่ศึกษา สามารถน าบทเรียนที่ได้รับจากการศึกษาประวัติศาสตร์ไป ปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อชีวิตประจ าวัน ภาคภูมิใจและธ ารงความเป็นไทย เห็นคุณค่าและสามารถอยู่ร่วม กับผู้อื่นในสังคมโลกได้อย่างสันติสุข รหัสตัวชี้วัด มาตรฐาน ส 4.1 ตัวชี้วัด ม. 3/1 ม. 3/2 มาตรฐาน ส 4.3 ตัวชี้วัด ม. 3/1 ม. 3/2 ม. 3/3 ม. 3/4 รวมทั้งหมด 6 ตัวชี้วัด


แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 2


หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 หน่วยการเรียนรู้: น าสยามนี้สู่อารยะ รหัส – ชื่อรายวิชา: ส32104 ประวัติศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 7 ชั่วโมง ผู้สอน นายสุทิน อกผาย โรงเรียน ....................................................... มาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ 4 ประวัติศาสตร์ มาตรฐาน ส 4. 1 เขาใจความหมาย ความส าคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์สามารถใช้ วิธีการทางประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์เหตุการณต่างๆ อย่างเป็นระบบ มาตรฐาน ส 4. 3 เข้าใจความเป็นมาของชาติไทยวัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจ และธ ารงความเป็นไทย ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ 1. ส 4. 1 ม.3/1 วิเคราะห์เรื่องราวเหตุการณ์ส าคัญทางประวัติศาสตร์ได้อย่างมีเหตุผลตาม วิธีการทางประวัติศาสตร์ 2. ส 4. 1 ม.3/2 ใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ในการศึกษาเรื่องราวต่างๆที่ตนสนใจ 3. ส 4. 3 ม.3/1 วิเคราะห์พัฒนาการของไทยสมัยรัตนโกสินทร์ในด้านต่างๆ 4. ส 4. 3 ม.3/2 วิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของไทยใน สมัยรัตนโกสินทร์ 5. ส 4. 3 ม.3/3 วิเคราะห์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยรัตนโกสินทร์และอิทธิพลต่อ การพัฒนาชาติไทย 6. ส 4. 3 ม.3/4 วิเคราะห์บทบาทของไทยในสมัยประชาธิปไตย สาระส าคัญ พัฒนาการของไทยสมัยสมัยปรับปรุง และปฏิรูปประเทศ (ในสมัยรัชกาลที่ 4 - รัชกาลที่ 6) ในด้าน ต่างๆ นั้น มีปัจจัยส าคัญที่ส่งผลต่อความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของไทย ท าให้ ราชธานีมีความมั่นคง และเจริญรุ่งเรือง และส่งผลความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองมาจนถึงปัจจุบัน


สาระการเรียนรู้ 1. การเมืองการปกครองสมัยการปฏิรูปประเทศ - กระบวนการที่ก่อให้เกิดการพัฒนาด้านการเมืองการปกครอง - รูปแบบการปกครองและการปฏิรูปการเมืองการปกครอง พ.ศ. ๒๔๓๕ - ความเปลี่ยนแปลงหลังจากการเปลี่ยนรูปแบบการปกครองและการปฏิรูปการเมืองการ ปกครอง พ.ศ. ๒๔๓๕ - ปัจจัยที่สงผลต่อความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองจากการเปลี่ยนรูปแบบการปกครองและ การปฏิรูปการเมืองการปกครอง พ.ศ. ๒๔๓๕ 2. พัฒนาการทางด้านเศรษฐกิจในสมัยการปฏิรูปประเทศ - ลักษณะทางเศรษฐกิจสมัยรัตนโกสินทร์กอนสนธิสัญญาเบาวริง - ลักษณะทางเศรษฐกิจสมัยรัตนโกสินทร์หลังสนธิสัญญาเบาวริง - ปัจจัยที่สงผลต่อความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ 3. พัฒนาการทาง สังคมและวัฒนธรรมสมัยการปฏิรูปประเทศ - สภาพสังคม และวัฒนธรรมก่อนมีการเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับชาติต่างๆ - สภาพสังคม และวัฒนธรรมหลักมีการเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับชาติต่างๆ - ความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรือง จากการเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับชาติต่างๆ จุดประสงค์การเรียนรู้ ความรู้ 1. นักเรียนสามารถบอกการพัฒนาในด้านการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ สังคม และ วัฒนธรรมในของอาณาจักรรัตนโกสินทร์ช่วงสมัยการปฏิรูปประเทศได้ 2. นักเรียนสามารถอธิบายและตัวอย่างเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่ส่งผลให้เกิดการในด้าน การเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมในของอาณาจักรรัตนโกสินทร์ช่วงสมัย การปฏิรูปประเทศได้ ทักษะกระบวนการ 1. การสืบค้น วิเคราะห์และตีความข้อมูลหลักฐานในประเด็นเกี่ยวกับพัฒนาการใน ด้านการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมในของอาณาจักรรัตนโกสินทร์ ช่วงสมัยการปฏิรูปประเทศอย่างเป็นระบบ 2. การน าวิธีการทางประวัติศาสตร์มาศึกษาในประเด็นเกี่ยวกับพัฒนาการในด้านการเมืองการ ปกครอง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมในของอาณาจักรรัตนโกสินทร์ช่วงสมัย การปฏิรูปประเทศ


คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. รักชาติศาสน์กษัตริย์ 2. รักความเป็นไทย 3. มุ่งมั่นในการท างาน สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการแก้ปัญหา 2. ความสามารถในการคิด - ทักษะการคิดสร้างสรรค์ - ทักษะการคิดวิเคราะห์ 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต - กระบวนการปฏิบัติ - กระบวนการท างานกลุ่ม การประเมินผลรวบยอด ชิ้นงานหรือภาระงาน 1. ใบงานที่ 1 เรื่อง การปกครองและการปฏิรูปการเมืองการปกครอง พ.ศ. ๒๔๓๕ 2. ใบงานที่ 2 เรื่อง สังคมและวัฒนธรรมจากการเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับชาติต่างๆ 3. ครูก าหนดประเด็นในการน าเสนอผลงานกลุ่มเรื่อง สภาพสังคม และวัฒนธรรมก่อนและหลังมี การเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับชาติต่างๆ 4. ครูก าหนดประเด็นในการท าแผนผังความคิด เรื่อง ลักษณะทางเศรษฐกิจสมัยรัตนโกสินทร์ก่อน และหลังสนธิสัญญาเบาว์ริง 5. แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การประเมินผล วิธีวัดและประเมินผล 1) การวัดและประเมินผลระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ - สมรรถนะส าคัญ ( ทักษะการคิด,การแก้ปัญหา,การใช้ทักษะชีวิต ) - คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ( มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างาน ) 2) การวัดและประเมินผลเมื่อสิ้นสุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ - การสะท้อนองค์ความรู้จากการท าแผนผังความคิด - การตรวจใบงาน - การน าเสนอผลงาน เครื่องมือ - แบบประเมินใบงาน - แบบประเมินการน าเสนอผลงาน - แบบประเมินการจัดท าแผนผังความคิด - แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์


กิจกรรมเรียนรู้ในภาพรวม ลักษณะกิจกรรมการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ ชิ้นงาน/ ภาระงาน 1. การจัดการเรียนรู้แบบ TGT ( Team - Games – Tournament ) ให้นักเรียนเรียนรู้ด้วยวิธีการใช้การ แข่งขันเข้ามาจัดการเรียนการสอนโดยมี การบรรยาย อภิปรายเนื้อหาและ จัดการแข่งขันตอบค าถามเพื่อสร้าง ความสนุกสนานในการเรียนรู้ 1. การเมืองการปกครองสมัยการปฏิรูป ประเทศ - กระบวนการที่ก่อให้เกิดการพัฒนา ด้านการเมืองการปกครอง - รูปแบบการปกครองและการปฏิรูป การเมืองการปกครอง พ.ศ. ๒๔๓๕ - ความเปลี่ยนแปลงหลังจากการเปลี่ยน รูปแบบการปกครองและการปฏิรูป การเมืองการปกครอง พ.ศ. ๒๔๓๕ - ปัจจัยที่สงผลต่อความมั่นคงและความ เจริญรุ่งเรืองจากการเปลี่ยนรูปแบบการ ปกครองและการปฏิรูปการเมืองการ ปกครอง พ.ศ. ๒๔๓๕ 2. พัฒนาการทางด้านเศรษฐกิจในสมัยการ ปฏิรูปประเทศ - ลั ก ษ ณ ะ ท า ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ส มั ย รัตนโกสินทร์กอนสนธิสัญญาเบาวริง - ลั ก ษ ณ ะ ท า ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ส มั ย รัตนโกสินทร์หลังสนธิสัญญาเบาวริง - ปัจจัยที่สงผลต่อความมั่นคงและ ความเจริญรุ่งเรืองจากการเปลี่ยนแปลง ทางเศรษฐกิจ 3. พัฒนาการทาง สังคมและวัฒนธรรมสมัย การปฏิรูปประเทศ - สภาพสังคม และวัฒนธรรมก่อนมีการ เจริญสัมพันธ์ไมตรีกับชาติต่างๆ - สภาพสังคม และวัฒนธรรมหลักมีการ เจริญสัมพันธ์ไมตรีกับชาติต่างๆ - ความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและ วัฒนธรรมที่ส่งผลต่อความมั่นคงและ ความเจริญรุ่งเรือง จากการเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับชาติ ต่างๆ - ใบงานที่ 1 เรื่อง การ ปกครองและการปฏิรูป การเมืองการปกครอง พ.ศ. ๒๔๓๕ - ใบงานที่ 2 เรื่อง สังคม และวัฒนธรรมจากการ เจริญสัมพันธ์ไมตรีกับชาติ ต่างๆ - การตอบค าถามเก็บ คะแนน -การท าแผนผังความคิด -การน าเสนอผลงานกลุ่ม 2. การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) จัดกลุ่มแบบคละกัน (Home Team) กลุ่ม 4-5 คน (เฉลี่ยตามความเก่ง-อ่อน ของนักเรียน) แจกค าถาม ศึกษาค้นคว้า ข้อมูลตามหัวข้อที่ก าหนด และน าเสนอ หน้าชั้นเรียน 3. การจัดการเรียนรู้แบบอภิปราย (Discussion Method) จัดกลุ่มแบบคละกัน (Home Team) กลุ่ม 4-5 คน (เฉลี่ยตามความเก่ง-อ่อน ของนักเรียน) แล้วท าการอภิปรายใน ประเด็นที่ก าหนดให้เพื่อสนทนา แลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือระดม ความคิดในประเด็นที่ก าหนด


สื่อ / แหล่งการเรียนรู้ 1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียน ประวัติศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 2. ภาพและวิดีโอเกี่ยวกับการพัฒนาในด้านการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ สังคม และ วัฒนธรรมในของอาณาจักรรัตนโกสินทรช่วงสมัยการปฏิรูปประเทศ 3. หนังสือค้นคว้าเพิ่มเติม - ดนัย ไชยโยธา. (2550). ประวัติศาสตร์ไทย : ยุคกรุงธนบุรีถึงกรุงรัตนโกสินทร์. กรุงเทพมหานคร : โอเดียนสโตร์. 4. บทเรียนส าเร็จรูป เรื่อง การสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ 5. วีดิทัศน์เกี่ยวกับกรุงเทพมหานครในอดีต การเสด็จประพาสยุโรปสมัยรัชกาลที่ 5 6. เอกสารเพิ่มเติมส าหรับครู 7. ใบงาน 2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องสมุด 2. ห้องเทคโนโลยีสารสนเทศ 3. สื่อต่างๆ เช่น หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์สื่อออนไลน์


เกณฑ์การประเมินแบบประเมินใบงาน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพการประเมินใบงาน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14 - 16 ดีมาก 11 - 13 ปานกลาง 8 - 10 พอใช้ ต ่ากว่า 8 ควรปรับปรุง เกณฑ์การ ประเมิน ระดับคุณภาพ 4 (ดีมาก ) 3 (ปานกลาง) 2 (พอใช้) 1 (ควรปรับปรุง) 1. ความถูกต้อ ง ของเนื้อหา มีความถูกต้องครบถ้วน ชัดเจน ระเอียด คลอบ คลุมตามหลักของเนื้อหา ที ่ก าหนด ตอบตรงตาม ประเด็นทุกข้อ และมี ความสอดคล้องกัน มีความถูกต้องครบถ้วน ชัดเจน ระเอียด คลอบ คลุมตามหลักของเนื้อหา ที ่ก าหนด ตอบตรงตาม ประเด็น 3-4 ข้อ และไม่ มีความสอดคล้องกัน มีความถูกต้องครบถ้วน ชัดเจน ระเอียด คลอบ คลุมตามหลักของเนื้อหา ที ่ก าหนด ตอบตรงตาม ประเด็น 1-2 ข้อ และไม่ มีความสอดคล้องกัน ไ ม ่ มี ค ว า ม ถ ู ก ต ้ อง ครบถ้วน ชัดเจน ตอบไม่ ตรงตามประเด็น 2. ภาษาที่ใช้ มีการใช้ภาษาสะกดค า ได้ถูกต้อง มีการเว้น วรรคโดยไม่ฉีกค า ไม่ใช้ ค าเปลือง สั้นกะทัดรัด ชัดเจน และเข้าใจง่าย มีการใช้ภาษาสะกดค า ได้ถูกต้อง มีการเว้น วรรคโดยไม่ฉีกค า ใช้ค า เปลือง และเข้าใจง่าย มีการใช้ภาษาสะกดค า ได้ถูกต้อง มีการเว้น วรรคโดยไม่ฉีกค า ใช้ค า เปลือง และเข้าใจยาก มีการใช้ภาษาสะกดค า ไม ่ถูกต้อง และไม่มีการ เว้นวรรค 3. ทักษะการคิด การคิดอย่างสร้างสรรค์ มีวิจารณญาณ และการ คิดเป็นระบบตามล าดับ ขั้นตอน เพื่อน าไปสู่การ สร้างองค์ความรู้หรือการ ตัดสินใจเกี่ยวกับตนเอง แ ล ะ สัง ค มไ ด้ อ ย ่ าง เหมาะสมดีมาก การคิดอย่างสร้างสรรค์ มีวิจารณญาณ และการ คิดเป็นระบบตามล าดับ ขั้นตอน เพื่อน าไปสู่การ สร้างองค์ความรู้หรือการ ตัดสินใจเกี่ยวกับตนเอง แ ล ะ สัง ค มไ ด้ อ ย ่ าง เหมาะสมปานกลาง การคิดอย่างสร้างสรรค์ มีวิจารณญาณ และการ คิดเป็นระบบตามล าดับ ขั้นตอน เพื่อน าไปสู่การ สร้างองค์ความรู้หรือการ ตัดสินใจเกี่ยวกับตนเอง และสังคมได้อย่างพอใช้ คิดอย ่างไม่สร้างสรรค์ ไม ่มีวิจารณญาณ และ คิดอย ่างไม ่เป็นระบบ ตามล าดับขั้นตอน 4. รูปแบบของใบ งาน ตัวหนังสือสวยงาม อ่าน ง่าย ท างานเป็นระเบียบ เรียบร้อยสะอาด และ ตกแต่งได้อย่างสวยงาม สร้างสรรค์ดีมาก ตัวหนังสือสวยงาม อ่าน ง่าย ท างานเป็นระเบียบ เรียบร้อยสะอาด และ ตกแต่งได้อย่างสวยงาม สร้างสรรค์ปานกลาง ตัวหนังสือสวยงาม อ่าน ง่าย ท างานเป็นระเบียบ เรียบร้อยสะอาด และ ตกแต่งได้อย่างสวยงาม สร้างสรรค์พอใช้ ตัวหนังสือไม่สวย อ ่าน ย า ก ท าง า น ไ ม่เ ป็น ระเบียบเรียบร้อย และ ไม่สะอาด


เกณฑ์การประเมินการน าเสนอผลงาน เกณฑ์การ ประเมิน ระดับคุณภาพ 4 (ดีมาก ) 3 (ปานกลาง) 2 (พอใช้) 1 (ควรปรับปรุง) 1. ความสมบูรณ์ ของเนื้อหา น าเข้าสู ่เนื้อหาอย ่าง น ่าสนใจ น าเสนอเป็น ล าดับขั้นตอน ชัดเจน เข้าใจง่าย เนื้อหาถูกต้อง ครบถ้วนสมบูรณ์ทุกข้อ และน าเสนอทันเวลาที ก าหนด น าเข้าสู ่เนื้อหาอย ่าง น ่าสนใจ น าเสนอเป็น ล าดับขั้นตอน ชัดเจน เข้าใจง่าย เนื้อหาถูกต้อง ครบถ้วนสมบูรณ์บางข้อ และน าเสนอทันเวลาที ก าหนด น าเข้าสู ่เนื้อหาอย ่าง น ่าสนใจ น าเสนอเป็น ล าดับขั้นตอน ชัดเจน เข้าใจง่าย เนื้อหาถูกต้อง ครบถ้วนสมบูรณ์บางข้อ และน าเสนอไม่ทันเวลา ทีก าหนด น า เ ข้ า สู ่ เนื้อห าไม่ น ่าสนใจ และไม่เป็น ล าดับขั้นตอน ไม่ชัดเจน เข้าใจยาก และน าเสนอ ไม่ทันเวลาทีก าหนด 2. บ ุคลิกภาพใน การน าเสนอ ใช้ภาษาถูกต้องตามหลัก ภาษาไทย ใช้ท่วงทีวาจา กิริยาท ่าทาง การแต่ง กายอย ่างเหมาะสม มี ความเชื ่อมันในตนเอง และน าเสนอได้น่าสนใจ ดีมาก ใช้ภาษาถูกต้องตามหลัก ภาษาไทย ใช้ท่วงทีวาจา กิริยาท ่าทาง การแต่ง กายอย ่างเหมาะสม มี ความเชื ่อมันในตนเอง และน าเสนอได้ค่อนข้าง น่าสนใจ ใช้ภาษาถูกต้องตามหลัก ภาษาไทย ใช้ท่วงทีวาจา กิริยาท ่าทางการแต่ง กายอย่างเหมาะสม ไม่มี ความเชื ่อมันในตนเอง แ ล ะ น า เ ส น อไ ด้ไ ม่ น่าสนใจ ใช้ภาษาไม ่ถูกต้องตาม หลักภาษาไทย ใช้ท่วงที วาจากิริยาท ่าทางการ แต่งกายไม่เหมาะสม 3. การอธิบายและ ตอบข้อซักถาม แสดงให้เห็นถึงมีความรู้ ความเข้าใจในเรื ่องที่ น าเสนอและสามารถ ตอบข้อซักถามได้ตรง ประเด็นทุกข้อ มีไหว พ ริ บใ น ก า รต อ บ ข้ อ ซักถามได้คล ่องแคล่ว และว่องไวดีมาก แสดงให้เห็นถึงมีความรู้ ความเข้าใจในเรื ่องที่ น าเสนอและสามารถ ตอบข้อซักถามได้ตรง ประเด็นทุกข้อ มีไหว พ ริ บใ น ก า ร ต อ บ ข้ อ ซักถามได้คล ่องแคล่ว และว่องไวปานกลาง แสดงให้เห็นถึงมีความรู้ ความเข้าใจในเรื ่องที่ น าเสนอและสามารถ ตอบข้อซักถามได้ตรง ประเด็นบางข้อ มีไหว พ ริ บใ น ก า ร ต อ บ ข้อ ซักถามได้คล ่องแคล่ว และว่องไวพอใช้ ไม่มีความรู้ความเข้าใจ ในเรื ่องที ่น าเสนอ และ ไ ม่ส า ม า ร ถ ต อ บ ข้ อ ซักถามได้ตรงประเด็น ทุกข้อ ไม่มีไหวพริบใน การตอบข้อซักถาม 4. ประโยชน์ของ ก า รน าไปใช้ใน ชีวิตประจ าวัน บอกสิ ่งที่ได้เรียนรู้และ ป ร ะโ ยชน ์ที ่เกิ ด กับ ต น เ อง แ ล ะส า ม า ร ถ แบ่งปันความรู้ไปสู่ผู้อื่น ได้อย ่างสมบูรณ์ และ ส า ม า ร ถ น าไปใ ช้ใน ชีวิตประจ าวันได้เป็น อย่างดี บอกสิ ่งที ่ได้เรียนรู้และ ป ร ะโ ยชน ์ที ่เกิ ด กับ ตนเ อง แ ล ะ ส า ม า ร ถ แบ่งปันความรู้ไปสู่ผู้อื่น ได้อย ่างสมบูรณ์ และ ส า ม า ร ถน าไปใ ช้ใน ชีวิตประจ าวันได้เป็น บางครั้ง บอกสิ ่งที ่ได้เรียนรู้และ ป ร ะโ ยชน ์ที ่เกิ ด กับ ต น เ อง แ ล ะ ส า ม า ร ถ แบ่งปันความรู้ไปสู่ผู้อื่น ได้อย ่างสมบูรณ์ และ ส า ม า ร ถน าไปใ ช้ใน ชีวิตประจ าวันได้น้อย ครั้ง ไ ม่ส า ม า ร ถ แ บ ่ง ปั น ความรู้ไปสู่ผู้อื่นได้อย่าง สมบูรณ์ และไม่สามารถ น าประโยชน์ไปใช้ใน ชีวิตประจ าวันได้


เกณฑ์การประเมินการน าเสนอผลงาน (ต่อ) เกณฑ์การตัดสินคุณภาพการน าเสนอผลงาน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 20 - 24 ดีมาก 16 - 19 ปานกลาง 12 - 15 พอใช้ ต ่ากว่า 12 ควรปรับปรุง เกณฑ์การ ประเมิน ระดับคุณภาพ 4 (ดีมาก ) 3 (ปานกลาง) 2 (พอใช้) 1 (ควรปรับปรุง) 5. ความร่วมมือ แสดงให้เห็นว ่ามีการ ร ่วมมือกันเป็นอย ่างดี และมีการแบ่งหน้าที่กัน ภายในกลุ่มชัดเจน แสดงให้เห็นว ่ามีการ ร ่วมมือกันเป็นอย ่างดี และมีการแบ่งหน้าที่กัน ภายในกลุ่มพอสมควร แสดงให้เห็นว ่ามีการ ร ่วมมือกันเป็นอย ่างดี และมีการแบ่งหน้าที่กัน ภายในกลุ่มส่วนน้อย ไม ่มีความร ่วมมือกัน เท ่าที ่ควร ไม ่มีการแบ่ง หน้าที่กันภายในกลุ่ม 6. ทักษะการ แก้ปัญหา นักเรียนเกิดการพัฒนา ทักษะการแก้ปัญหาใน ชีวิตจริงได้ดียิ่งขึ้น และ เกิดไหวพริบในการเอา ตัวรอดได้เป็นประจ า นักเรียนเกิดการพัฒนา ทักษะการแก้ปัญหาใน ชีวิตจริงได้ดียิ่งขึ้น และ เกิดไหวพริบในการเอา ตัวรอดได้บ่อยครั้ง นักเรียนเกิดการพัฒนา ทักษะการแก้ปัญหาใน ชีวิตจริงได้ และเกิดไหว พริบในการเอาตัวรอดได้ น้อยครั้ง นักเ รียนไม่เกิดก า ร พ ั ฒ น า ท ั ก ษ ะ ก า ร แก้ปัญหาในชีวิตจริง และไม่เกิดไหวพริบใน การเอาตัวรอด


เกณฑ์การประเมินการจัดท าแผนผังความคิด เกณฑ์การ ประเมิน ระดับคุณภาพ 4 (ดีมาก ) 3 (ปานกลาง) 2 (พอใช้) 1 (ควรปรับปรุง) 1. ความสมบูรณ์ ของเนื้อหา เนื้อหาน ่าสนใจ การ เรียบเรียงการน าเสนอ เ ป็ น ล า ดั บ ขั้น ต อน ชั ด เ จ น เ ข้ าใ จง ่ า ย เนื้อหาถูกต้องครบถ้วน สมบูรณ์ เนื้อหาน ่าสนใจ การ เรียบเรียงการน าเสนอ เ ป็ น ล า ดั บ ขั้น ต อน ชั ด เ จ น เ ข้ าใ จง ่ า ย เนื้อหาถูกต้องครบถ้วน สมบูรณ์บางข้อ เนื้อหาน ่าสนใจ การ เรียบเรียงการน าเสนอ เ ป็ น ล า ดั บ ขั้น ต อน ชั ด เ จ น เ ข้ าใ จง ่ า ย เนื้อหามีผิดพลาดในบาง จุด เนื้อหาไม่น ่าสนใจ การ เรียบเรียงการน าเสนอ ไม่เป็นล าดับขั้นตอน ชั ด เ จ น เ ข้ าใ จย า ก เนื้อหาไม่สมบูรณ์ 2. ภาษาที่ใช้ มีการใช้ภาษาสะกดค า ได้ถูกต้อง มีการเว้น วรรคโดยไม่ฉีกค า ไม่ใช้ ค าเปลือง สั้นกะทัดรัด ชัดเจน และเข้าใจง่าย มีการใช้ภาษาสะกดค า ได้ถูกต้อง มีการเว้น วรรคโดยไม่ฉีกค า ใช้ค า เปลือง และเข้าใจง่าย มีการใช้ภาษาสะกดค า ได้ถูกต้อง มีการเว้น วรรคโดยไม่ฉีกค า ใช้ค า เปลือง และเข้าใจยาก มีการใช้ภาษาสะกดค า ไม ่ถูกต้อง และไม่มีการ เว้นวรรค 3. ทักษะการคิด การคิดอย่างสร้างสรรค์ มีวิจารณญาณ และการ คิดเป็นระบบตามล าดับ ขั้นตอน เพื่อน าไปสู่การ สร้างองค์ความรู้หรือการ ตัดสินใจเกี่ยวกับตนเอง แ ล ะ สัง ค มไ ด้ อ ย ่ าง เหมาะสมดีมาก การคิดอย่างสร้างสรรค์ มีวิจารณญาณ และการ คิดเป็นระบบตามล าดับ ขั้นตอน เพื่อน าไปสู่การ สร้างองค์ความรู้หรือการ ตัดสินใจเกี่ยวกับตนเอง แ ล ะ สัง ค มไ ด้ อ ย ่ าง เหมาะสมปานกลาง การคิดอย่างสร้างสรรค์ มีวิจารณญาณ และการ คิดเป็นระบบตามล าดับ ขั้นตอน เพื่อน าไปสู่การ สร้างองค์ความรู้หรือการ ตัดสินใจเกี่ยวกับตนเอง และสังคมได้อย่างพอใช้ คิดอย ่างไม่สร้างสรรค์ ไม ่มีวิจารณญาณ และ คิดอย ่างไม ่เป็นระบบ ตามล าดับขั้นตอน 4. ความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ รูปแบบของผลงานมี ประโยชน์และแสดงถึง ความคิดสร้างสรรค์และ สามารถน าไป ประยุกต์ใช้ได้ รูปแบบของผลงานมี ประโยชน์และแสดงถึง ความคิดสร้างสรรค์แต่ สามารถน าไปปฏิบัติได้ ยาก รูปแบบของผลงานมี ประโยชน์ แต่เป็นการ น ามาจากข้อมูลเดิมที่มี อยู่แล้ว รูปแบบของผลงานมี ข้อคิดที่ไม่เป็นประโยชน์ 5. รูปแบบการ จัดท าแผนผัง ความคิด รูปแบบมีความสวยงาม ดึงดูดความสนใจได้ดีมี ความสร้างสรรค์ แปลกใหม่ รูปแบบมีความสวยงาม ดึงดูดความสนใจมีความ สร้างสรรค์แปลกใหม่ รูปแบบมีความสวยงาม แต่ไม่มีความแปลกใหม่ รูปแบบไม่สวยงาม ไม่มี ความสร้างสรรค์และ เป็นรูปแบบที่พบได้ ทั่วไป


เกณฑ์การตัดสินคุณภาพการจัดท าแผนผังความคิด ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 18 - 20 ดีมาก 14 - 17 ปานกลาง 10 - 13 พอใช้ ต ่ากว่า 10 ควรปรับปรุง


เกณฑ์การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ที่ประเมิน ระดับคะแนน 3 (ดีเยี่ยม) 2 (ดี) 1 (ผ่าน) 0 (ไม่ผ่าน) 1. มีวินัย ปฏิบัติตนตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ที ่ครูผู้สอน ก าหนดไว้ และตรงต่อ เ ว ล าใ น ก า ร ป ฏิ บั ติ กิจกรรมต่าง ๆ เช่น การ เข้าเรียน การส ่งงาน ฯลฯ และรับผิดชอบใน การท างานเป็นประจ า ปฏิบัติตนตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ที ่ครูผู้สอน ก าหนดไว้ และตรงต่อ เ ว ล าใ น ก า ร ป ฏิ บั ติ กิจกรรมต่าง ๆ เช่น การ เข้าเรียน การส ่งงาน ฯลฯ และรับผิดชอบใน การท างานเป็นบางครั้ง ปฏิบัติตนตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ที ่ครูผู้สอน ก าหนดไว้ และตรงต่อ เ ว ล าใ น ก า ร ป ฏิ บั ติ กิจกรรมต่าง ๆ เช่น การ เข้าเรียน การส ่งงาน ฯลฯ และรับผิดชอบใน การท างานน้อยครั้ง ไ ม ่ ป ฏิ บ ั ติ ต น ต า ม ข้อตกลง กฎเกณฑ์ที่ ครูผู้สอนก าหนดไว้ 2. ใฝ่เรียนรู้ มีค ว ามตั้งใจ เพีย ร พยายามในการเรียน และเข้าร่วมกิจกรรมการ เรียนรู้แสวงหาความรู้ จ ากแหล ่งเ รียน รู้ทั้ง ภ ายในและภ ายนอก โรงเรียนอย่างสม ่าเสมอ ด้วยการเลือกใช้สื่ออย่าง เหมาะสม บันทึกความรู้ วิเคราะห์สรุปเป็นองค์ ค ว าม รู้แล กเปลี ่ยน เ ร ี ย น รู้ ถ ่ า ย ท อ ด เผยแพร่ และน าไปใช้ใน ชีวิตประจ าวันได้ มีค ว ามตั้งใจ เพีย ร พยายามในการเรียน และเข้าร่วมกิจกรรมการ เรียนรู้แสวงหาความรู้ จ ากแหล ่งเรียนรู้ทั้ง ภ ายในและภ ายนอก โรงเรียนเป็นบางครั้ง ด้วยการเลือกใช้สื่ออย่าง เหมาะสม บันทึกความรู้ วิเคราะห์สรุปเป็นองค์ ค ว าม รู้แล กเปลี ่ยน เ ร ี ย น รู้ ถ ่ า ย ท อ ด เผยแพร่ และน าไปใช้ใน ชีวิตประจ าวันได้ มีค ว ามตั้งใจ เพียร พยายามในการเรียน และเข้าร่วมกิจกรรมการ เรียนรู้แสวงหาความรู้ จ ากแหล ่งเ รียน รู้ทั้ง ภ ายในและภ ายนอก โรงเรียนน้อยครั้งด้วย การเลือกใช้สื ่ออย ่าง เหมาะสม บันทึกความรู้ วิเคราะห์สรุปเป็นองค์ ค ว าม รู้แลกเปลี ่ยน เ ร ี ย น รู้ ถ ่ า ย ท อ ด เผยแพร่ และน าไปใช้ใน ชีวิตประจ าวันได้ ไม ่มีความตั้งใจ เพียร พยายามในการเรียน และไม่เข้าร ่วมกิจกรรม ก า ร เ รี ย น รู้แ ล ะไ ม่ แสวงหาความรู้จาก แหล ่งเรียนรู้ทั้งภายใน และภายนอกโรงเรียน 3. มุ่งมั่นใน การ ท างาน มีความตั้งใจและ พยายามในการท างานที่ ได้รับมอบหมาย มีความ อดทนและไม่ท้อแท้ต่อ อุปสรรคเพื่อให้งาน ส าเร็จ มีความตั้งใจและ พยายามในการท างานที่ ได้รับมอบหมาย มีความ อดทนและไม่ท้อแท้ต่อ อุปสรรคเพื่อให้งาน ส าเร็จ ต้องมีแรงจูงใจถึง จะท า มีความตั้งใจและ พยายามในการท างานที่ ได้รับมอบหมาย มีความ อดทนและไม่ท้อแท้ต่อ อุปสรรคเพื่อให้งาน ส าเร็จ ไม่ตั้งใจและพยายามใน ก า รท าง านที ่ไ ด้ รั บ มอบหมาย


เกณฑ์การตัดสินคุณภาพคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 18 - 20 ดีมาก 14 - 17 ปานกลาง 10 - 13 พอใช้ ต ่ากว่า 10 ควรปรับปรุง - เกณฑ์การผ่านการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ผู้เรียนต้องมีผลการประเมินคุณภาพระดับผ่านขึ้นไป - เกณฑ์การประกันคุณภาพผลการเรียนรู้และใบงาน นักเรียนได้คะแนนระดับปานกลางขึ้นไป ถือว่าผ่านเกณฑ์ - เกณฑ์การประกันคุณภาพการจัดท าแผนผังความคิด นักเรียนได้คะแนนระดับปานกลางขึ้นไป ถือว่าผ่านเกณฑ์ - เกณฑ์ประกันคุณภาพการสอน นักเรียนได้คะแนนในทุกการประเมินระดับปานกลางขึ้นไป ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐


แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนประจ าหน่วยการเรียนรู้ แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 น าสยามนี้สู่อารยะ ค าชี้แจง ให้นักเรียนเลือกค าตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการปรับปรุงประเทศ สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก. เปลี่ยนแปลงการติดต่อกับชาติตะวันตก ข. เปลี่ยนแปลงจากกษัตริย์สู่ประชาชน ค. เปลี่ยนแปลงการใช้พระราชอ านาจ ง. เปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมที่ล้าสมัย 2. ชนชาติในข้อใดที่เข้ามายึดครองประเทศราชของไทยในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก. เยอรมนีสหรัฐอเมริกา ข. ฝรั่งเศส อังกฤษ ค. โปรตุเกส สเปน ง. สเปน เยอรมนี 3. ชาติตะวันตกชาติใดที่เข้ามาท าสัญญาเบาว์ริงร่วมกับไทยในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก. สหรัฐอเมริกา ข. โปรตุเกส ค. แคนาดา ง. อังกฤษ 4. การท าสนธิสัญญาเบาว์ริงในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเกิดเหตุการณ์หลายประการ ยกเว้นข้อใด ก. คนจีนเข้ามามีบทบาททางการค้ากับชาติตะวันตก แทนคนไทย ข. มีการขยายพื้นที่ท านาตามแนวคูคลอง ค. ใช้เงินเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน ง. ข้าวเป็นสินค้าออกแทนน ้าตาล 5. การเปลี่ยนแปลงของสังคมครั้งใหญ่คือ การเลิกทาสและไพร่ เกิดขึ้นในรัชกาลใด ก. พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ข. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ค. พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ง. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว


6. บุคคลใดมีส่วนช่วย ร.5 ในการปรับปรุงด้านกฎหมาย และการศาล ก. กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ข. กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ค. กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ง. กรมหลวงสงขลานครินทร์ 7. เมื่อท าสนธิสัญญาเบาว์ริงแล้ว เกิดผลเสียอย่างไร ก. ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนมากเกินควบคุม ข. ผลิตเพื่อส่งขายเท่านั้นไม่ขายในประเทศ ค. การพึ่งพาสินค้าต่างประเทศ ง. สนใจใช้สินค้าไทยเท่านั้น 8. ท าไมพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงต้องปฏิรูปการคลัง ก. ต้องการเก็บรักษาเงินที่กระจายอยู่ตามหน่วยงานต่างๆ ข. ควบคุมการใช้จ่ายของเจ้านายและขุนนาง ค. ต้องการการยอมรับจากชาติตะวันตก ง. ต้องการน าเงินมาพัฒนาประเทศ 9. ข้อใดเป็นสินค้าต้องห้ามตามสนธิสัญญาเบาว์ริงที่ต้องขายให้กับเจ้าภาษีเท่านั้น ก. กระสุนดินด า ข. อาวุธปืน ค. น ้าตาล ง. ฝิ่น 10. ข้อใดบอกเล่าเกี่ยวกับการปฏิรูปการปกครองในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก. ประกาศใช้รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศตามที่มีผู้รับรอง ข. ปราบกบฏทางเหนือและทางใต้ได้อย่างเคร่งครัด ค. จัดตั้งหน่วยงานการปกครองขึ้นมาใหม่ 12 กรม ง. บริหารบ้านเมืองไทยรายบุคคล 11. การที่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวประกาศเป็นกลางในทางสงครามโลกครั้งที่ 1 เป็นรายแรก เพราะเหตุใด ก. ขุนนางข้าราชการในกระทรวงเป็นชาวอังกฤษ ข. ขุนนางข้าราชการไม่พอใจอังกฤษ ฝรั่งเศส ค. อังกฤษ ฝรั่งเศสมีอ านาจรอบประเทศไทย ง. เยอรมนีคุกคามเอกราชของไทย


12. ราษฎรพ้นจากความเป็นทาสและไพร่ในช่วงอายุใด ก. 20 - 70 ปี ข. 21 - 70 ปี ค. 20 - 60 ปี ง. 21 - 60 ปี 13. เหตุผลที่ รัชกาลที่ 4 – รัชกาลที่ 7 ทรงต้องปรับปรุงประเทศให้ทันสมัย คืออะไร ก. เห็นตัวอย่างสังคมไพร่มาเลเซียปรับปรุงประเทศ ข. ไทยต้องการให้เป็นที่ยอมรับของชาติตะวันตก ค. ป้องกันการคุกคามของชาติตะวันตก ง. ต้องการความเป็นหนึ่งในภูมิภาค 14. การเสียเอกราชทางการศาลที่เรียกว่า สิทธิสภาพนอกอาณาเขต เกิดขึ้นและสิ้นสุดในรัชกาลใด ก. พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว - พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ข. พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว - พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ค. พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว - พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ง. พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว - พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 15. ความพร้อมในการปรับปรุงประเทศของ รัชกาลที่ 4 – รัชกาลที่ 7 คือข้อใด ก. มีอาสาสมัครชาติตะวันตกเข้ามาช่วยงานราชการจ านวนมาก ข. ได้รับการศึกษาจากแนวตะวันตก ค. ได้รับการสนับสนุนจากอังกฤษ ง. ใช้ภาษาอังกฤษได้ 16. การรถไฟสายแรกในประเทศไทยวิ่งในช่วงใด ก. กทม. - นครราชสีมา ข. กทม. - บางประกง ค. กทม. - บ้านนางชี ง. กทม. - ปากน ้า 17. ดินแดนที่เป็นประเทศราชของไทยปัจจุบัน คือประเทศในข้อใด ก. กัมพูชา จีนตอนใต้พม่า(มอญ) ข. ลาว พม่า(มอญ) เวียดนาม ค. ลาว กัมพูชา เวียดนาม ง. ลาว กัมพูชา มาเลเซีย


18. คลองใดที่ไม่ได้ขุดขึ้นเพื่อประโยชน์ในการท านา ก. คลองประเวศบุรีรมย์ ข. คลองเปรมประชากร ค. คลองลัดโพธิ์ ง. คลองรังสิต 19. ไทยตระหนักในอิทธิพลของชาติตะวันตกจาก สถานการณ์ใดจึงยินยอมแก้ไขสัญญา ก. สหรัฐอเมริกายึดญี่ปุ่นเป็นดินแดนอาณานิคม ข. อังกฤษสั่งเรือรบมาปิดอ่าวไทย ค. จีนแพ้อังกฤษในสงครามฝิ่น ง. ฝรั่งเศสยึดฮานอย 20. การพัฒนาด้านการเงินการคลังเพื่อรับรองการค้าขายกับชาติตะวันตกมีหลายวิธียกเว้นข้อใด ก. ก าหนดอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ข. ใช้เหรียญกษาปณ์ ค. จัดตั้งธนาคาร ง. ใช้ธนบัตร


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง ลักษณะทางเศรษฐกิจสมัยรัตนโกสินทร์หลังสนธิสัญญาเบาว์ริง วันที่ เดือน พ.ศ. 2566 เวลา 1 ชั่วโมง / คาบ 1. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด สาระที่ 4 ประวัติศาสตร์ มาตรฐาน ส 4. 1 เขาใจความหมาย ความส าคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์สามารถใช้วิธีการ ทางประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์เหตุการณต่างๆ อย่างเป็นระบบ มาตรฐาน ส 4. 3 เข้าใจความเป็นมาของชาติไทยวัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจและ ธ ารงความเป็นไทย ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ 1. ส 4. 1 ม.3/1 วิเคราะห์เรื่องราวเหตุการณ์ส าคัญทางประวัติศาสตร์ได้อย่างมีเหตุผลตาม วิธีการทางประวัติศาสตร์ 2. ส 4. 1 ม.3/2 ใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ในการศึกษาเรื่องราวต่างๆที่ตนสนใจ 3. ส 4. 3 ม.3/1 วิเคราะห์พัฒนาการของไทยสมัยรัตนโกสินทร์ในด้านต่างๆ 4. ส 4. 3 ม.3/2 วิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของไทยใน สมัยรัตนโกสินทร์ 5. ส 4. 3 ม.3/3 วิเคราะห์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยรัตนโกสินทร์และอิทธิพลต่อ การพัฒนาชาติไทย 2. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด สนธิสัญญาเบาว์ริ่งส่งผลต่อความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของไทย ท าให้ราชธานีมีความมั่นคงและ เจริญรุ่งเรือง และส่งผลความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองมาจนถึงปัจจุบัน 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ 1. นักเรียนสามารถบอกที่มา ความส าคัญ ของสนธิสัญญาเบาว์ริ่งได้ ด้านทักษะกระบวนการ 1. นักเรียนสามารถวิเคราะห์ประเด็นที่เกี่ยวข้องและความสัมพันธ์ระหว่างสภาพเศรษฐกิจของ อาณาจักรรัตนโกสินทร์ภายหลังการเข้ามาของสนธิสัญญาเบาว์ริ่งได้


ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. รักชาติศาสน์กษัตริย์ 2. รักความเป็นไทย 3. มุ่งมั่นในการท างาน ด้านสมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการแก้ปัญหา 2. ความสามารถในการคิด - ทักษะการคิดสร้างสรรค์ - ทักษะการคิดวิเคราะห์ 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต - กระบวนการปฏิบัติ - กระบวนการท างานกลุ่ม 4. สาระการเรียนรู้ 1) สนธิสัญญาเบาว์ริ่ง 2) ที่มา และความส าคัญของสนธิสัญญาเบาว์ริ่ง 3) ความสัมพันธ์ระหว่างสนธิสัญญาเบาว์ริ่งกับการพัฒนาและผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจของอาณาจักร รัตนโกสินทร์ภายหลังการเข้ามาของสนธิสัญญาเบาว์ริ่ง 5. กิจกรรมการเรียนรู้: การจัดการเรียนรู้แบบ TGT ( Team - Games – Tournament ) ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน (5 นาที) 1. ครูสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ที่เหมาะสม 2. ครูแจ้งตัวชี้วัดช่วงชั้นและจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ 3. ครูสนทนาซักถามนักเรียนเกี่ยวกับ สภาพเศรษฐกิจสมัยรัตนโกสินทร์ว่าช่วงนั้นเป็นอย่างไรบ้าง เช่น เศรษฐกิจในสมัยปรับปรุงในช่วงรัชกาลที่ 3 เป็นต้นมา มีลักษณะเหมือนหรือแตกต่างจากปัจจุบัน อย่างไร หรือเพราะเหตุใด สนธิสัญญาเบาว์ริงจึงมีความส าคัญกับเศรษฐกิจของไทยในสมัยปรับปรุง และปฏิรูป ประเทศ นักเรียนช่วยกันตอบ แล้วครูอธิบายเพิ่มเติม 4. ครูสรุปความรู้แล้วเชื่อมโยงไปสู่เนื้อหาที่จะเรียน


ขั้นกิจกรรมการเรียนรู้(40 นาที) 1. ครูให้นักเรียนดูสื่อวิดิทัศน์เรื่อง “คุยเฟื่องเรื่องสังคม กับครูสุทิน ตอนสนธิสัญญาเบาว์ริ่ง” 2. ครูให้นักเรียนแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มละ 5 คน โดยวิธีนับหมายเลข (1–5) เลือกเฉพาะเจาะจง หรือ จับสลากแล้วแต่ความเหมาะสม และให้นักเรียนเตรียมความพร้อมตอบค าถามแข่งขันกับกลุ่มอื่นๆผ่าน กระบวนการการเรียนรู้แบบ TGT ( Team - Games – Tournament ) โดยค าถามแบ่งออกเป็นหลายๆรูปแบบเช่น ค าถามชุดที่ 1 ค าถามแบบตัวเลือก ค าถามชุดที่ 2 ค าถามแบบเปิดจิ๊กซอว์รูปภาพ ( บุคคลส าคัญ,เหตุการณ์ส าคัญ ) 3. ครูให้แต่ละกลุ่มระดมความคิดสรุปผลการอภิปรายในรูปแบบแผนผังความคิด Mind Mapping ขั้นสรุป (15 นาที) 1. นักเรียนแต่ละกลุ่มน าความรู้ที่สรุปมาอภิปรายในห้อง โดยครูและเพื่อนนักเรียนร่วมกันแสดงความ คิดเห็นและให้ข้อแสนอแนะ 2. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับเนื้อหาที่ผ่านมา จากกิจกรรมและสื่อวิดิทัศน์สรุปเป็นองค์รวม ร่วมกัน 6. สื่อการเรียนรู้ / แหล่งการเรียนรู้ 6.1 สื่อการเรียนรู้ (1) หนังสือเรียน ประวัติศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 (2) สื่อวิดิทัศน์เรื่อง “คุยเฟื่องเรื่องสังคม กับครูสุทิน ตอนสนธิสัญญาเบาว์ริ่ง” (3) PowerPoint เรื่อง “อาณาจักรรัตนโกสินทร์ภายหลังการเข้ามาของสนธิสัญญาเบาว์ริ่ง” 6.2 แหล่งการเรียนรู้ (1) ห้องสมุด (2) ห้องเทคโนโลยีสารสนเทศ (3) สื่อต่างๆ เช่น หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์สื่อออนไลน์


7. การวัดผลและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือ (ด้านความรู้) 1. นักเรียนสามารถบอกที่มา ความส าคัญ ของสนธิสัญญา เบาว์ริ่งได้ การน าเสนอผลงาน สังเกตพฤติกรรม แบบประเมินการน าเสนอ กลุ่ม (ด้านทักษะกระบวนการ) 1. นักเรียนสามารถวิเคราะห์ประเด็น ที่เกี่ยวข้องและความสัมพันธ์ ระหว่างสภาพเศรษฐกิจของ อาณาจักรรัตนโกสินทร์ภายหลัง การเข้ามาของสนธิสัญญาเบาว์ริ่ง ได้ แผนผังความคิด (Mind Mapping) สังเกตพฤติกรรม แบบประเมินแผนผัง ความคิด (ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์) 1. รักชาติศาสน์กษัตริย์ 2. รักความเป็นไทย 3. มุ่งมั่นในการท างาน สังเกตพฤติกรรม แบบประเมินคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ (ด้านสมรรถนะส าคัญของผู้เรียน) 1. ความสามารถในการแก้ปัญหา 2. ความสามารถในการคิด - ทักษะการคิดสร้างสรรค์ - ทักษะการคิดวิเคราะห์ 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต - กระบวนการปฏิบัติ - กระบวนการท างานกลุ่ม สังเกตพฤติกรรม แบบประเมินใบงาน แบบประเมินการน าเสนอ ผลงาน


แบบประเมินการน าเสนอ/อภิปรายหน้าห้อง หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง ลักษณะทางเศรษฐกิจสมัยรัตนโกสินทร์หลังสนธิสัญญาเบาว์ริง สมาชิกกลุ่ม………………………………… ห้อง…………………………………… 1………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 2………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 3………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ค าชี้แจง : ให้ท าเครื่องหมาย ✓ ในช่องว่างที่ก าหนดให้ รายการประเมิน พฤติกรรมบ่งชี้ รวม 4 3 2 1 1. ความสมบูรณ์ของเนื้อหา 2. บุคลิกภาพในการน าเสนอ 3. การอธิบายและตอบข้อซักถาม 4. ประโยชน์ของการน าไปใช้ในชีวิตประจ าวัน 5. ความร่วมมือภายในกลุ่ม 6. ทักษะการแก้ปัญหา เกณฑ์การประเมิน 4 3 2 1 ดีมาก ปานกลาง พอใช้ ต้องปรับปรุง ลงชื่อ…………….…………. ผู้ประเมิน


แบบประเมินแผนผังความคิด หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง ลักษณะทางเศรษฐกิจสมัยรัตนโกสินทร์หลังสนธิสัญญาเบาว์ริง สมาชิกกลุ่ม………………………………… ห้อง…………………………………… 1………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 2………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 3………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ค าชี้แจง : ให้ท าเครื่องหมาย ✓ ในช่องว่างที่ก าหนดให้ รายการประเมิน พฤติกรรมบ่งชี้ รวม 4 3 2 1 1. ความสมบูรณ์ของเนื้อหา 2. ภาษาที่ใช้ 3. ทักษะการคิด 4. ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ 5. รูปแบบการจัดท าแผนผังความคิด เกณฑ์การประเมิน 4 3 2 1 ดีมาก ปานกลาง พอใช้ ต้องปรับปรุง ลงชื่อ…………….…………. ผู้ประเมิน


แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง ลักษณะทางเศรษฐกิจสมัยรัตนโกสินทร์หลังสนธิสัญญาเบาวริง ชื่อนักเรียน...................................................………………………………… เลขที่..................ห้อง…………… ค าชี้แจง : ให้ท าเครื่องหมาย ✓ ในช่องว่างที่ก าหนดให้ เกณฑ์การประเมิน 3 2 1 0 ดีมาก ดี ผ่าน ไม่ผ่าน ล าดับ ที่ รายการพฤติกรรม ระดับคะแนน 3 2 1 0 1 รักชาติศาสน์กษัตริย์ 2 รักความเป็นไทย 3 มุ่งมั่นในการท างาน รวม ลงชื่อ…………….…………. ผู้ประเมิน


9. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ ผลการจัดการเรียนรู้ ( นักเรียนทั้งหมด …….......... คน ) นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินระดับดี.............................คน คิดเป็นร้อยละ........... นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินระดับปานกลาง................คน คิดเป็นร้อยละ........... นักเรียนไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินระดับปรับปรุง..............คน คิดเป็นร้อยละ........... ปัญหาและอุปสรรคระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... การปรับปรุงและพัฒนา .................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ............................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ____________________________ (นายสุทิน อกผาย) ผู้สอน วันที่ ......... เดือน ............................. พ.ศ. ...............


Click to View FlipBook Version