The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วัดบึงทองหลาง (3) (1)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by social bl402, 2020-11-01 09:16:07

วัดบึงทองหลาง (3) (1)

วัดบึงทองหลาง (3) (1)

วดั บึงทองหลาง

คานา

วดั บึงทองหลาง เป็ นหนงั สืออิเลก็ ทรอนิกส์ มีจุดประสงคเ์ พื่อให้
คณะผจู้ ดั ทาไดฝ้ ึ กการสร้างองคค์ วามรู้เก่ียวกบั ภูมิปัญญาไทย โดย
ใชว้ ธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์อยา่ งเป็นระบบแนวทางและการมีส่วน
ร่วมการอนุรักษภ์ ูมิปัญญาไทย และวฒั นธรรมไทย ซ่ึงเป็ นส่วน
หน่ึงของวิชาประวตั ิศาสตร์ไทย(ส31102) ท้งั น้ีหนงั สือหนงั สือ
อิเลก็ ทรอนิกส์น้ี มีเน้ือหาความรู้เกี่ยวกบั วดั บึงทองหลางซ่ึงเป็นภูมิ
ปัญญาและวฒั นธรรมไทย ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตความรู้
ความสามารถของคนไทยอนั เกิดจากการส่ังสมสติปัญญาความรู้ที่
หลากหลาย และมีการผสมผสานให้มีความเหมาะสมกับ
ปฏิสัมพนั ธ์ทางธรรมชาติ และความเป็ นสังคมพหุวฒั นธรรมท่ีมี
การถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น จนเป็นมรดกทางวฒั นธรรม

หวงั วา่ หนงั สืออิเลก็ ทรอนิกส์ วดั บึงทองหลางเล่มน้ีจะใหค้ วามรู้
และแนวทางในการนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาวนั แก่ผอู้ ่าน
เพอ่ื เป็นประโยชนใ์ นการพฒั นาตนเองและการอนุรักษส์ ืบทอดภมู ิ
ปัญญาและวฒั นธรรมใหค้ งอยสู่ ืบไป

คณะผจู้ ดั ทา

สารบญั

เร่ือง หนา้
องคป์ ระกอบทางสถาปัตยกรรมของวดั 1
ประวตั ิวดั บึงทองหลาง 9
ประวตั ิเจา้ อาวาส 19
ศิลปะกรรมไทย 26
บรรณานุกรม 33
บรรณาธิการ 34



องคป์ ระกอบทาง
สถาปัตยกรรมของวดั

วดั ไทย

วดั , อาวาส หรือ อาราม หมายถึง คาเรียกศาสนสถานของศาสนา
พุทธในประเทศไทย กมั พูชา และลาว เป็ นที่อยู่ของภิกษุ และประกอบ
ศาสนกิจของพุทธศาสนิกชนภายในวดั มีวิหาร อุโบสถ ศาลาการเปรียญ
กุฎิ เมรุ ซ่ึงใชส้ าหรับประกอบศาสนพิธีต่าง ๆ เช่น การเวียนเทียน การ
สวดมนต์

วดั โดยส่วนใหญ่นิยมแบ่งเขตภายในวดั เป็ นสองส่วนคือ พุทธาวาส
และสังฆาวาส ส่วนพุทธาวาสจะเป็นที่ต้งั ของสถูปเจดีย์ อุโบสถ สถานท่ี
ประกอบกิจกรรมทางพระพทุ ธศาสนา และส่วนสงั ฆาวาส จะเป็นส่วนกฎุ ิ
สงฆ์สาหรับภิกษุสามเณรจาพรรษา และในปัจจุบนั แทบทุกวดั จะเพิ่ม
ส่วนฌาปนสถานเขา้ ไปดว้ ย เพื่อในดา้ นการประกอบพิธีทางศาสนาของ
ชุมชน เช่น การฌาปนกิจศพ โดยในอดีตส่วนน้ีจะเป็นป่ าชา้ ซ่ึงอยตู่ ิดหรือ
ใกลว้ ดั ตามธรรมเนียมของแต่ละทอ้ งถิ่น ซ่ึงส่วนใหญ่กลุ่มฌาปนสถาน
ในวดั พุทธศาสนาในประเทศไทยจะต้งั อยบู่ นพ้ืนท่ีเป็นป่ าชา้ เดิมหมายถึง
อาคารหรือกลุ่มอาควรรวมท้งั ส่วนต่างๆเช่นโครงสร้าง ส่วนตกแต่ง
สภาพแวดลอ้ ม นามาประกอบข้ึนเป็นงาน

วดั แบ่งออกไดเ้ ป็น 3 ประเภท คือ
พระอารามหลวงช้นั เอก เป็นที่บรรจุพระบรมอฐั ิ
พระอารามหลวงช้นั โท วดั ที่มีเกียตริ มีเจา้ อาวาสเป็นพะราชาคณะ
พระอารามหลวงช้นั ตรี วดั ระดบั สามญั

สถาปัตยกรรมภายในวดั ไทยประเภทอารามหลวงช้นั ตรี
1. องคป์ ระกอบแผนผงั

2. องคป์ ระกอบอาคาร

2.1 องคป์ ระกอบอาคาร
องคป์ ระกอบโครงสร้างแบ่งเป็ฯสามประเภทคือ

องคป์ ระกอบโครงสร้างพ้นื ฐาน
องคป์ ระกอบโครงสร้างส่วนหลงั คา
2.2 องคป์ ระกอบทางการตกแต่ง
องคป์ ระกอบตกแต่งจริง
องคป์ ระกอบตกแต่งเสริม
วดั ไทยส่วนใหญ่จะมีโครงสร้างวดั ดงั น้ี
ประกอบดว้ ยโครงสร้างหลกั ดงั น้ี
1. ช่อฟ้ า
2. ใบระกา (ใบโพธ์ิ-ดอกบวั )
3. อกไก่

4. แปลาน

5. แปวง

6. ตวั นาคสะดุง้

7. หวั หงส์

8. บงั นก

9. ลายไทยประดบั หนา้ บนั

10. เชิงกลอน

11. แปหวั เสา
12. กระจงั ประกอบหนา้ บนั
13. ลายหนา้ กระดาน
14. กระจงั รวน
15. แผงแร ( คอสอง )
16. คหู า
17. บวั ปากเสา ( ปลายเสา )
18. ลายหนา้ อุดปี กนก
19. แผงแล ( คอหน่ึง )
20. พกุ
21. สะพานหนู
22. ตีนผี ( เดือย )
23. แปปลายเตา้
24. เชิงแป
25. ลายหนา้ อดุ เตา้
26. เตา้
27.ทา้ วแขน ( คนั ทวย )

1.เขตพุทธาวาส ใชป้ ระกอบพิธีกรรมทางศาสนาเป็ นสัญลกั ษณ์
แห่งสถานท่ีประทบั ขององคพ์ ระสมั มาสมั พทุ ธเจา้
เน่ืองจากคาว่าพุทธาวาสมีความหมายคือสถานท่ีประทบั ของ
พระพทุ ธเจา้
โดยเขตพุทธาวาสมกั ประกอบดว้ ยสถาปัตยกรรมหลกั สาคญั ต่างๆ
ที่เก่ียวเนื่องกบั การประกอบพิธีกรรมทางศาสนา คือ
1.1.พระเจดีย์ อาคารที่สร้างเพ่ือเป็นศนู ยก์ ลางหลกั ของวดั
1.2.พระอโุ บสถ อาคารที่ใชป้ ระกอบพธิ ีกรรมในการทาสงั ฆกรรม
1.3.พระวิหาร อาคารท่ีใชป้ ระกอบพิธีกรรมทางศาสนาระหว่าง
พระสงฆแ์ ละฆราวาส
1.4.เจดีย์ อาคารท่ีใชบ้ รรจุอฐั ิ หรือ ประกอบเพอ่ื ใหผ้ งั รวมสมบรูณ์
1.5.หอระฆงั อาคารท่ีใชเ้ ป็นเคร่ืองตีบอกเวลาของพระสงฆ์
1.6.ศาลาต่างๆ

ศาลาราย อาคารท่ีเป็นที่พกั ของผมู้ าเยอื น
ศาลาทิศ อาคารท่ีใชล้ อ้ มอาคารสาคญั สาหรับคฤหัสถน์ ง่ั พกั
พรือประกอบเพือ่ ใหผ้ งั สมบรูณ์
1.7.พระระเบียง อาคารท่ีลอ้ มรอบอาคารหลกั สาคญั แสดงขอบเขต
พทุ ธาวาส
1.8.พลบั พลาเปล้ืองเคร่ือง อาคารท่ีใชส้ าหรับใหพ้ ระมหากษตั ร์ติ
เปลี่ยนชุดฉลองพระองค์ในวาระที่ทรงเสร็จพระราชดาเนินเพ่ือ
บาเพญ็ พระราชกศุ ล

2.เขตสงั ฆาวาส หมายถึง พ้นื ท่ีส่วนหน่ึงของวดั ที่เป็นทีอยอู่ าศยั
ของพระภิกษุสงฆ์ เพ่ือใหส้ ามารถปฏิบตั ิภารกิจส่วนตวั ท่ีไม่
เก่ียวขอ้ งกบั พธิ ีกรรมทางศาสนาโดยตรง

2.1 กฏุ ิ:อาคารท่ีใชส้ าหรับหลบั นอน
2.2กปั ปิ ยกฏุ ิ:โรงเกบ็ อาหาร

2.3หอฉนั :อาคารที่ใชเ้ ป็นที่ฉนั ภตั ตาหาร
2.4วจั จกฏุ ิ:อาคารสาหรับใชข้ บั ถ่าย

2.5ศาลาการเปรียญ:อาคารที่ใชเ้ ป็นท่ีเรียนหนงั สือของพระสงฆ์
2.6หอไตร:อาคารท่ีใชเ้ กบ็ รักษาคมั ภีร์ทางศาสนา

2.7ชนั ตาฆร:โรงรักษาไฟและตม้ น้า
2.8ธรรมศาลา:โรงเทศนาธรรม

2.9หอ้ งสรงน้า:หอ้ งชาระกาย
2.10ศาลาท่าน้า:อาคารท่ีใชเ้ ป็นท่าและเขา้ วดั สู่ท่าน้า
3.เขตธรณีสงฆ์ หมายถึง เขตพ้ืนที่ในท่ีพระอารามวดั ท่ีเหบือจาก
การจดั แงเขตฆาราวาสและเขตสงั ฆาวาสใหก้ ลายเป็นเขตพ้นื ท่ี
สาหรับใชใ้ นเชิงสาธารณะประโยชน์

สถาปัตยกรรมภายในวดั บึงทองหลาง

1โบสถ์
โบสถใ์ หม่ท่ีสร้างน้นั ลกั ษณะภายนอกคลา้ ยทรงของเรือเนื่องจาก
เมื่อสมยั ก่อนบริเวณวดั เป็นน้าขงั และในการสร้างอุโบสถเ์ ก่ายงั ใช้
เรือในการขนวสั ดุอุปกรณ์ในการสร้างเจา้ อาวาสรูปใหม่ตอ้ งการ
สร้างณุปลกั ษณะเป็ นรูปเรือเพราะจะได้มีความสอดคลอ้ งกบั อุ
โบสถห์ ลงั เก่า



1

ประวตั ิวดั บึงทองหลาง

ในยุคสมยั รัชการที่5 ท่ีวดั บึงทองหลางปัจจุบนั เป็ นแหล่งน้ามีตน้
ทองหลางจึงเรียกวา่ บึงทองหลาง ในยคุ น้นั มีพระมาปักหลกั อยทู่ ี่น้ีจน
มีจานวนพระสงฆ์เพิ่มมากข้ึนอยู่ท่ีน้ีเน่ืองจากชาวบา้ นทานาไม่ได้
เพราะเป็ นที่น้าขงั เวลาทานาไม่ได้ฉะน้ันจึงมีพระสงฆ์มาอาศยั อยู่
เป็ นคลา้ ยท่ีพกั พิงชว่ั คราวของพระสงฆค์ ่อนขา้ งท่ีจะเป็ นท่ีพกั ถาวร
ในรัชกาลท่ี5 ชาวบา้ นกราบทูลขอเป็ นที่พกั สงฆ์เลยให้พระสงฆไ์ ด้

อยถู่ าวรเลยขอไปทางอาเภอใหพ้ ้นื ท่ีตรงน้นั เป็นพ้ืนที่ของวดั และเม่ือ
พอเป็ นพ้ืนท่ีของวดั ต่อมาไดม้ ีการสร้างโบสถ แต่งต้งั พระรูปหน่ึง
ข้ึนมาบางที่บอกว่าท่านช่ือพระสินแต่บางท่ีบอกว่าช่ือพระทอง เม่ือ
เวลาผา่ นไปเป็นระยะเวลานานพระสงฆเ์ ริ่มมรณะภาพไปทีละรูปจน
วดั ร้าง ไม่มีพระมาจาพรรษาอย่ทู ี่วดั บึงทองหลางเมื่อหลวงพ่อแพร

เห็นดงั น้นั จึงให้พระท่ีจาพรรษาอยทู่ ี่วดั สุตทตั เทวรารามนามว่าพระ
พกั มาจาพรรษาที่วดั บึงทองหลางโดยพระพกั มาจากจงั หวดั สุโขทยั

และมาบวชเป็ นเณรที่วดั สุทตั เทพวรารามตามที่หลวงพ่อแพรอุปชา

ให้ พระพกั กม็ าจาพรรษาท่ีวดั บึงทองหลางและเป็นเจา้ อาวาส

ในช่วงร.5 พระพักก็เริ่ มก่อสร้างอุโบสถ์หลังแรกของวัดบึง
ทองหลาง แต่ดว้ ยเนื่องการก่อสร้างสมยั ก่อนน้นั ไมใช่เร่ืองง่าย ด้งั
น้นั พระพกั จึงตอ้ งใช่เรือในการเดินทางท่านพายเรือจากคลองขา้ ง
โรงเรียน ในปัจจุบนั ไปยทั ่าเรือคลองจนั ทร์แลว้ หลวงป่ ูพกั จอดพกั ท่ี
บา้ นของโยมหน่ึงคืน แลว้ ออกเดินทางต่อไปท่ีคลองแสนแสบ แลว้
จอดพกั อีก1 คืนถึงประตูน้าวนั ต่อมาไดพายเรือไปซ้ือปูนตะปูเหลก็
ใชเ้ วลาประมาณเจ็ดวนั ไปกลบั การสร้างอุโบสถใ์ ชเ้ วลายาวนานถึง
10 ปี ค่อยๆใชเ้ วลาสร้างๆไปเร่ือยๆ เนื่องจากวสั ดุอุปกรณ์หายาก
หนา้ อุโบสถเ์ ขียนไวว้ า่ งสร้างเสร็จเม่ือปี พ.ศ.2466 แต่ในปัจจุบนั ได้
มีการบูรณะ จึงทาให้ป้ ายดังกล่าวหายไป ต่อมาหลวงป้ ูพักได้
มรณะภาพ พ.ศ.2503 หลวงพ่อโตไดเ้ ขา้ มาดูแลแทน ต่อมามีนาง
ทองอยู่และนายน่ิมเป็ นผูม้ อบถวายท่ีดิน ให้แก่วดั เพื่อสร้างเป็ น
สานกั สงฆ์ และพฒั นามาเร่ือยๆจนกระทงั่ ปัจจุบนั

บทภาษณ์

วดั บึงทองหลาง

โบสถก์ ลาง

หอนาฬิกา

เป็ นสิ่งก่อสารซ่ึงประกอบดว้ ยหนา้ ปัดนาฬิกาต้งั เเต่หน่ึงหนา้ ข้ึน
ไป นิยมสร้างไวส้ าหรับสถานท่ีสาคญั ต่างๆ ท้งั ท่ีเป็ นหอโดดๆ
และผนวกกบั อาคารอื่น โดยมากหอนาฬกามกั มีส่ีหนา้ ปัด ภายใน
มีกลไกลนาฬิกาสาหรับต่อเช่ือมกบั หนา้ ปัดภายนอก บางทีอาจมี
ระฆงั เพื่อตีบอกเวลา ช่ึงอาจตีทุกชวั่ โมง หรือตีเป็นระยะ

ศาลา

วหิ า


เม
รุ



ประวตั ิเจา้ อาวาส

ชีวประวตั ิ
พระครูธรรมสมาจารย์ สกลุ เดิม แยม้ พิทกั ษ์ (พ.ศ.2419-2501) หรือ

ที่รู้จกั กนั อยา่ งดีในนามหลวงป่ ูพกั และหลวงพ่อภกั ตร์ พ้ืนเพเดิมท่าน
เป็นคนอาเภอสวรรคโลก จงั หวดั สุโขทยั ท่านเกิดเมื่อ วนั เสาร์ เดือน 6
พ.ศ.2419

เมื่ออายุ 8 ขวบ โยมบิดาไดพ้ าเขา้ กรุงเทพฯ มาฝากให้เป็นศิษยว์ ดั สุ
ทศั นเทพ
วราราม ปรนนิบตั ิรับใช้ สมเดจ็ พระวนั รัต (แดง) เม่ือมีความคุน้ เคยกบั
วดั ดีแลว้ สมเด็จพระวนั รัตไดเ้ มตตาบรรพชาใหเ้ ป็นสามเณรศึกษาเล่า
เรียนพระธรรมวนิ ยั รวมท้งั เรียนวชิ าความรู้ต่างๆ และมีโอกาสไดเ้ รียน
วิปัสสนากรรมฐานจากสานักของสมเด็จพระสังฆราช(สา)วดั ราช
ประดิษฐ์ราม จนกระทงั่ พ.ศ.2439 อายคุ รบบวชไดอ้ ุปสมบท ณ พระ
อุโบสถวดั สุทศั นเทพวราราม โดยมีสมเด็จพระวนั รัต (แดง สีลวฑฺฒ
นมหาเถร) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระศรีสมโพธิ (แพ ติสสเทวมหาเถร) ท่ี
กาลต่อมาไดรั้บการสถาปนาข้ึนเป็นสมเดจ็ พระสงั ฆราช) เป็นพระ

กรรมวาจาจารยไ์ ดร้ ับฉายาว่า “ธมฺมทตฺโต” หลวงป่ ูพกั ไดท้ ่องพุทธเวท

มหามนต์ช้ันสูงของสานักวดั สุทศั น์ตลอดจนมีความสามารถในการ
เจริญจิตภาวนาวิปัสสนากรรมฐาน จนกระทง่ั 5 ปี ผ่านไป ทางวดั บึง
ทองหลางไดม้ ีหนังสือมายงั สมเด็จพระวนั รัต(แดง) ขอให้สั่งพระที่มี
ความรู้มาช่วยดูแลวดั ดว้ ยเพราะตวั ท่านชราภาพมากแลว้ หลวงป่ ูพกั จึง
ไดร้ ับคดั เลือกใหม้ าทาความเจริญรุ่งเรืองแก่วดั บึงทองหลางต้งั แต่บดั น้นั
ในฐานะผชู้ ่วยเจา้ อาวาส อีก 5 ปี ต่อมาพระอธิการสินมรณภาพ หลงั จาก
น้นั จึงไดร้ ับตราต้งั ใหด้ ารงตาแหน่งเจา้ อาวาส และอีก 2
ปี ต่อมาไดร้ ับตราต้งั ใหเ้ ป็นพระอุปัชฌาย์
ปณิธานอนั เป็นความปรารถนาและความต้งั ใจของหลวงป่ ู

ก่อต้งั โรงเรียนวดั บึงทองหลาง สานักงานเขตบางกะปิ กรุงเทพหา
นครไดต้ ้งั ข้ึนเมื่อวนั ที่3กุมภาพนั ธ์ พ.ศ.2475 โดยมีขุนพิทกั ษ์ พนั ธุม
สูตร นายอาเภอ ไดเ้ กณฑเ์ ดก็ อายุ 10 – 14 ปี เขา้ เรียนตามพระราชบญั
ญติ ประถมศึ กษาแห่ งชาติ โรงเรี ยนดารงอยู่ได้ด้วยเงิ นอุดหนุ นจาก
กระทรวงศึกษาธิการ เปิ ดสอนต้งั แต่ช้ัน ประถมศึกษาปี ที่ 1-6 ต่อมา
พ.ศ.2479 ทางราชการได้ปรับปรุงช้ันเรี ยนใหม่ให้เหลือเพียงช้ัน
ประถมศึกษาปี ที่ 1-4 คร้ังแรกโรงเรียนเปิ ดสอนท่ีศาลาการเปรียญวดั บึง
ทองหลางในปี พ.ศ.2490 ไดโ้ อนมาข้ึนกบั กระทรวงศึกษาธิการโดยตรง
และเปล่ียนชื่อใหม่ว่า “โรงเรียนวดั บึงทองหลาง” และพฒั นามาเป็ น
ลาดบั จนกระทง่ั ปัจจุบนั เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่

เดิมชื่อสิงห์โต เทศกาล เกิดเม่ือวนั อาทิตยท์ ี่ 4 เมษายน พทุ ธศกั ราช
2469 ณ บา้ นเลขที่ 65 หมู่ 3 บา้ นบางคลอง ตาบลปากแคว อาเภอ
เมือง จงั หวดั สุโขทยั บิดาช่ือคุณพ่อชม เทศกาล มารดาชื่อคุณแม่
เช่ือม เทศกาล ท่านจึงเป็นบุตรคนที่ 2 ในจานวน พนี่ อ้ ง 6 คน

เมื่อประมาณ พ.ศ. 2487 สิงห์โต มีอายุราว 18 ปี นายเหรียญ
เป็ นลุงแทๆ้ ของสิงห์โตได้ชักชวนให้สมคั รเป็ นครู แต่พ่อของ
สิงห์โตไม่อนุญาตดว้ ยวา่ เคยเป็นครูมาก่อน คร้ังเมื่ออายคุ รบ 20 ปี
บริบูรณ์ผ่านการเกณฑ์ทหารแลว้ ไดอ้ ุปสมบตามความปรารถนา
ของพอ่ แม่และญาติมิตรงานอุปสมบทนาคสิงห์โต

นาคสิงห์โตทาการอุปสมบท ณ พัทธสี มาวัดบางคลองเมื่อ
อุปสมบทแลว้ หลวงพอ่ โต ติสโสไดจ้ าพรรษาท่ีวดั บางคลองโดยมี

พระครูปลดั ทองคาเป็ นเจา้ อาวาสได้ 3 พรรษาบงั เอิญหลวงป่ ูแถม

โสภธมฺโม นอ้ งชายแทๆ้ ของหลวงป่ ูพกั ธมฺมทตฺโตซ่ึงสมยั ที่ครอง
เพศฆราวาสอยู่บา้ นใกลเ้ รือนเคียงกบั หลวงพ่อโตได้ข้ึนไปจาก
กรุงเทพ

เพ่ือเยี่ยมบา้ นเกิดก่อนที่หลวงป่ ูแถมจะกลบั ก็ชวนพระสิงโต ดว้ ย
ถูกใจหลวงป่ ูพกั จึงชวนให้จาพรรษากบั ท่านที่วดั บึงทองหลาง เมื่อ
วนั ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ.2491 หลวงพ่อโตจึงตดั สินใจจาพรรษา ณ
วดั บึงทองหลาง นบั ต้งั แต่วนั ท่ี 25ธนั วาคม พ.ศ.2491 จนถึงปัจจุบนั
ผลงานทมี่ ีต่อวดั บึงทองหลาง
-ท่านไดร้ ่วมมือกบั คณะสงฆ์และชาวบา้ นช่วยกนั พฒั นาวดั และ
จัดสร้างถาวรวตั ถุ โดยมีผูม้ ีจิตศรัทธาร่วมเป็ นเจ้าภาพสร้างกุฏิ

ศาลา อโุ บสถ วหิ าร หอ้ งสุขา ขดุ คลอง

-สร้างสะพาน สร้างหอระฆงั สร้างเมรุเผาศพ สร้างกาแพงวดั
สร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ขุดบ่อน้าบาดาล สร้างสุสานบรรจุ
ศพรวมเป็นเงินงบประมาณค่าก่อสร้างท้งั สิ้นหลายสิบลา้ นบาทงาน
พเิ ศษที่พระครูพิศาลวริ ิยคุณ
-ทาการสงเคราะห์ฌาปนกิจศพผูม้ ีรายไดน้ ้อยฐานะยากจนโดย
ท่านจะบริจาคโลงศพโดยถือว่าเป็ นบุญกุศลแก่ประชาชนผยู้ ากจน
มาต้ังแต่พ.ศ.2516 เป็ นต้นมาจนสานักเลขาธิการวัฒนธรรม
แห่งชาติ จัดพิมพ์เผยแพร่การจัดงานศพแบบประหยดั เพื่อให้
ประชาชนทวั่ ไปไดท้ ราบและเป็นแบบอยา่ งแก่วดั อื่น ๆ ต่อไปต้งั แต่
วนั ที่23 สิงหาคม พ.ศ.2525 รวมท้งั ไดร้ ับการยกย่องให้เป็ น“วดั
พฒั นาตวั อยา่ ง” ใน พ.ศ.2543

เดิมชื่อจวง หอมมณฑาเกิดเดือนกมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. 2473 ณ แขวง
คลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร บิดาช่ือ นายวุ่น หอม
มณฑามารดาชื่อ นางสมบูรณ์ หอมมณฑาอุปสมบท วนั ที่ 2 เดือน
มีนาคม พ.ศ. 2521 ท่ีวดั บึงทองหลาง แขวงคลองจน่ั เขตบางกะปิ
กรุงเทพมหานคร

ผลงานทสี่ าคญั ต่อการพฒั นาสังคม

งานปกครอง
พ.ศ. 2530 เป็ นผูช้ ่วยเจ้าอาวาส ได้รับมอบหมายหน้าท่ีงาน

ปกครอง งานการศึกษา งานศึกษาสงเคราะห์ งานการก่อสร้าง พ.ศ.
2546 เป็ นเจ้าอาวาสดูแลให้พระภิกษุมีระเบียบการปกครองวดั
เป็ นไปตามพระธรรมวินัยตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์และ
กฎหมายเถรสมาคมจดั การศึกษาพระปริยตั ิธรรม แผนกธรรมงาน
การศึกษา

งานศึกษาสงเคราะห์
มีการจัดต้ังกองทุนศึกษาสงเคราะห์วดั บึงและการสนับสนุน
ศึกษาสงเคราะห์และส่งเสริมการศึกษาโรงเรียนต่างๆท้งั ระดบั
ก่อนวัยเรี ยน ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาและ
ระดบั อุดมศึกษารวมท้งั การศึกษาสงเคราะห์ของชุมชนต่างๆ

งานเผยแผ่พระพทุ ธศาสนา
แสดงธรรมเทศนา บรรยายธรรม ทาวตั รสวดมนตจ์ ดั ให้มีการ

ทาพิธีการบาเพญ็ กุศลตามประเพณีในวนั สาคญั ต่างๆทางศาสนา
และของชาติเช่นวนั มาฆบูชา วนั วิสาขบูชา วนั อาสาฬหบูชา วนั
เขา้ พรรษา วนั สงกรานต์วนั เฉลิมพระชนม์พรรษา วนั ข้ึนปี ใหม่
เป็ นตน้

จดั การการใหก้ ารอบรมพระภิกษุ สามเณร ทุกวนั ธรรมสวนะ
และเปิ ดอบรมการเรียนการสอนพระปริยตั ิธรรม พระนวกะภูมิ
อบรมศีลธรรมทุกวนั ธรรมสวนะเปิ ดอบรมการเรียนการสอนพระ
ปริยตั ิธรรมแผนกธรรม

จดั พระภิกษสุ งฆไ์ ปสอนวชิ าพระพทุ ธศาสนา
ท่ีโรงเรียนวดั บึงทองหลางและโรงเรียนมธั ยมวดั บึงทองหลาง
ตลอดปี การศึกษาทุกปี จดั พระภิกษุสงฆ์ไปสอนวิชาธรรมศึกษา
ช้ันตรี โท เอก จดั มอบทุนการศึกษาให้กบั นักเรียนที่สอบผ่าน
ธรรมศึกษาช้นั เอกและช้นั โททุกปี การศึกษา



ศิลปกรรมไทย

จติ รกรรมฝาผนัง
จิตรกรรมฝาผนัง คือภาพเขียนฝาผนังท่ีอยู่ในโบสถ์และวิหาร
ส่วนใหญจิตรกรรมฝาผนงั จะสะทอ้ นถึงเหตุการณ์ท่ีเก่ียวกบั วิถี
ชีวิตของผูค้ นภายในยุคสมัยน้ัน ส่วนใหญ่มักจะนิยมสื่อถึง
ศาสนาต่างๆและบนั ทึกเรื่องราวสาคญั ในช่วงเวลาน้นั ลงไปบน
ฝาผนงั การเขียนภาพจิตรกรรม โดยใชส้ ีน้ามนั เขียนบนฝาผนงั

การเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนงั จะมีครูช่างซ่ึงเป็ นนายงาน
ของการเขียนภาพ เป็นผวู้ างโครงการของงานและกม็ ีช่างเขียนที่
เป็นลกู มือช่วยครูช่างจะตอ้ งสอนลกู ศิษย์ เพื่อสืบทอดวชิ าความรู้
ใหส้ ามารถทางานดงั น้นั การสร้างสรรคง์ านจิตรกรรมฝาผนงั แต่
ละคร้ัง จึงเปรียบเสมือนเป็นโรงเรียนศิลปะของตระกลู ช่างต่างๆ

จิตรกรรมฝาผนงั เป็นศิลปะที่มีความประณีตสวยงาม แสดง
ความรู้สึกชีวิติจิตใจและความเป็ นไทย ที่มีความอ่อนโยน
สร้างสรรคส์ ืบต่อกนั มาต้งั แต่อดีต เน้ือหาที่เขียนมกั เป็นเรื่องราว
เกี่ยวกบั อดีตพุทธ พุทธประวตั ิ ทศชาติชาดก ไตรภูมิ วรรณคดี
และชีวิตไทย พงศาวดารต่างๆ จิตรกรรมฝาผนงั ส่วนใหญ่นิยม
เขียนประดบั ผนงั พระอุโบสถ
วดั บึงทองหลางมีการสร้างสรรคจ์ ิตรกรรมฝาผนงั ดงั น้ี

จติ รกรรมของวดั ดบึงทองหลาง

พระครูธรรมสมาจารย์ (พกั ธมฺมทตฺโต) สกลุ เดิม แยม้ พทิ กั ษ์ =
พ.ศ. 2419-2501 หรือที่รู้จกั กนั อยา่ งดีในนามหลวงป่ ูพกั และ
หลวงพอ่ ภกั ตร์ พ้ืนเพเดิมท่านเป็นคนอาเภอสวรรคโลก จงั หวดั
สุโขทยั ท่านเกิดเมื่อวนั เสาร์ เดือน 6 พ.ศ. 2419 เหตุท่ีท่านมีชื่อ
“พกั ” น้นั เล่ากนั วา่ เพราะวา่ โยมมารดาไดเ้ ดินทางกลบั ไปเยย่ี ม
บา้ นเดิมเพอ่ื ที่จะฝากครรภ์ ไวท้ ่ีบา้ นคุณตาคุณยาย ขณะที่หยดุ
พกั ใตร้ ่มไมใ้ หญ่ชายป่ า เกิดเจบ็ ทอ้ งกะทนั หนั และไดค้ ลอด
บุตรชายออกมา จึงไดต้ ้งั ชื่อวา่ “เดก็ ชายพกั

เมื่ออายุ ๘ ขวบ โยมบิดาไดพ้ าเขา้ กรุงเทพ ฯ มาฝากให้เป็ นศิษย์
วดั สุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร คอยปรนนิบัติรับใช้
สมเดจ็ พระวนั รัต (แดง) เมื่อมีความคุน้ เคยกบั วดั ดีแลว้ สมเดจ็ พระ
วนั รัต (แดง สีลวฑฺฒโน)ไดเ้ มตตา บรรพชาใหเ้ ป็นสามเณร ศึกษา
เล่าเรียนพระธรรมวนิ ยั พระปริยตั ิธรรม รวมท้งั เรียนพทุ ธเทวมหา
มนต์ วิชาความรู้ทางช่าง บูรณะวดั และวิชาความรู้ต่าง ๆ ที่มี
ครูผสู้ อน มีตารับตาราตกทอดกนั มา ศึกษาตาราการสร้างพระที่มี
ตกทอดสืบกนั ม

ต่อมาไดร้ ับการสถาปนาข้ึนเป็นสมเดจ็ พระสังฆราช) เป็นพระ
กรรมวาจาจารย์ ได้รับฉายาว่า “ธมฺมทตฺโต”กระทั่งนาไป
ถ่ายทอดสอนให้แก่ผูอ้ ่ืน ไปเป็ นเจ้าอาวาสวดั บึงทองหลาง

จนกระทง่ั 5 ปี ผา่ นไป ทางวดั บึงทองหลาง

ท่องบทพุทธเวทมหามนตช์ ้นั สูงของสานกั วดั สุทศั นเทพวรา
รามราชวรมหาวิหารตลอดจนมีความสามารถในการเจริญจิต

ภาวนา วิปัสสนากรรมฐาน มีความสามารถเชี่ยวชาญ
จนกระทงั่ นาไปถ่ายทอดสอนให้แก่ผอู้ ่ืน ไปเป็นเจา้ อาวาสวดั
บึงทองหลาง

จนกระทงั่ 5 ปี ผ่านไป ทางวดั บึงทองหลาง ซ่ึงมีพระอธิการสิน
เป็นเจา้ อาวาส ไดม้ ีหนงั สือมายงั สมเด็จพระวนั รัต (แดง สีลวฑฺฒ
โน) ขอให้ส่งพระที่มีความรู้ มาช่วยดูแลวดั ดว้ ยเพราะตวั ท่านชรา

ภาพมากแล้ว หลวงป่ ูพัก จึงได้รับคัดเลือกให้มาทาความ
เจริญรุ่งเรืองแก่วดั บึงทองหลางต้งั แต่บดั น้นั

บรรณานุกรม

ประกิจ ลคั นผจง. 2556. องคป์ ระกอบในงานสถาปัตยกรรมไทย.
24 ตุลาคม 2563
: https://l.facebook.com/l.php?u=http%3A%2F%2Fwww.nopsiri.co
m
ปกรณ์ พรหมวทิ กั ษ.์ 2554. จิตรกรรมฝาผนงั ในประเทศไทย.
24 ตุลาคม 2563
:https://l.facebook.com/l.php?u=http%3A%2F%2Fwww.elca.ssru.ac
.th
สิทธิชัย ประทุมสุวรรณ. 2553. โครงสร้างโบสถ์. 23 ตุลาคม
2563
:https://web.facebook.com/raksinthai.fanpage

คุราวรรณ บรรณศิริ. 2557. ตวั อยา่ งอีบุค๊ . 20 ตุลาคม 2563
:https://www.youtube.com/watch?v=LBvyw_-d6QM

หลวงตาเทพสมั มา ที่ระลึกงานสมโภชน์ยกช่อฟ้ าและฉลองมณฑป
ธรรมสมาจารยน์ ุสรณ์,(กรุงเทพฯ:มพป,2552)

พระครูพิศาลวิริยคุณ (สิงห์โต ติสฺโส) และคณะ, ปกิณกธรรมคา
สอนหลวงพอ่ โต,
(กรุงเทพฯ: ทอ๊ ปไทย ดีไซด์ แอนดพ์ ริ้นท,์ 2550), 69.

พระครูพิศาลวิริยคุณ (สิงห์โต ติสฺโส) และคณะ, ปกิณกธรรมคา
สอนหลวงพอ่ โต,
(กรุงเทพฯ: ทอ๊ ปไทย ดีไซด์ แอนดพ์ ริ้นท,์ 2550), 85

บรรณาธิการ

นายต่อศกั ด์ิ แงะเกาะ สมั ภาษณ์/ถ่ายภาพ
นางสาวจิราพร ทองอยู่ สมั ภาษณ์/ตกแต่งอีบุค๊
นางสาวชาลิสา โมกขะเวส สมั ภาษณ์/ทาอีบุค๊
นางสาวณฐั ฐินนั ท์ ปงลงั กา สัมภาษณ์/ลงขอ้ มลู ในอีบุค๊
นางสาววภิ าวลั ย์ สุนทรวภิ าต สมั ภาษณ์/หาขอ้ มูล
นางสาวพชั ราภา บุบผา สมั ภาษณ์/หาขอ้ มูล
นางสาวชนญั ชิดา มีสุนทร สมั ภาษณ์/เรียบเรียงขอ้ มลู


Click to View FlipBook Version