คำนำ
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เร่ื องเคร่ื องจักสานเป็ นหนังสื อ
อิเล็กทรอนิกส์ ท่ีมีจุดประสงค์เพ่ือให้คณะผูจ้ ัดทาได้ฝึ กการ
สร้ าง อ ง ค์ค ว าม รู้ เ กี่ ย ว กับ ภูมิ ปั ญ ญา ไ ทย โ ด ย ใ ช้วิ ธี กา ร ท า ง
ประวตั ิศาสตร์อยา่ งเป็นระบบ แนวทางและการมีส่วนร่วม การ
อนุรักษภ์ ูมิปัญญาไทยและวฒั นธรรมไทย ซ่ึงเป็ นส่วนหน่ึงของ
วิชาประวัติศาสตร์ไทย (ส๓๑๑๐๒) ท้ังน้ีหนังสือหนังสือ
อิเลก็ ทรอนิกส์น้ีมีเน้ือหาความรู้เกี่ยวกบั
เคร่ืองจกั สานซ่ึงเป็นภมู ิปัญญาและวฒั นธรรมไทย ที่สะทอ้ น
ให้เห็นถึงวิถีชีวิตความรู้ ความสามารถของคนไทย อนั เกิดจาก
การสั่งสมสติปัญญาความรู้ที่หลากหลายและมีการผสมผสาน
ใหม้ ีความเหมาะสมกบั ปฏิสมั พนั ธ์ทางธรรมชาติและความเป็ น
สงั คมพหุวฒั นธรรมที่มีการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นจนเป็ นมรดก
ทางวฒั นธรรม
หวงั ว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เครื่ องจักสานเล่มน้ีจะให้
ความรู้ และแนวทางในการนาไปประยุกต์ใชใ้ นชีวิตประจาวนั
แก่ผู้อ่าน เพื่อเป็ นประโยชน์ในการพัฒนาตนเอง และการ
อนุรักษส์ ืบทอดภูมิปัญญาและวฒั นธรรมให้คงอยสู่ ืบไป
คณะผจู้ ดั ทา
หนา้ เรอื่ ง
๕ ประวตั ิควำมเป็ นมำจกั สำน
๗ คณุ ค่ำและลกั ษณะสำคญั
๙ ลวดลำยเครอ่ื งจกั สำน
วสั ดกุ ำรจกั สำน
๑๑
เครอื่ งจกั สำนกบั วิถีคน
๑๓ ไทยในปัจจบุ นั
ประวตั ิควำมเป็ นมำกำรจกั สำน
ประวตั คิ วามเป็ นมา
นกั โบราณคดีได้ค้นพบหลกั ฐานว่า เม่ือประมาณ ๔๐๐๐ ปี มาแลว้ มนุษยไ์ ดร้ ู้จัก
วิธีการจกั สานของใชด้ ว้ ยไมไ้ ผ่ เป็นลกั ษณะลายขดั สองเสน้ หลกั ฐานน้ีไดค้ น้ พบที่จงั หวดั
กาญจนบรุ ี ซ่ึงถือเป็นดินแดนที่สาคญั ในทางประวตั ิศาสตร์ของประเทศไทย หลกั ฐานการ
คน้ พบเครื่องจกั สานน้ีนอกจากประเทศไทยแลว้ ยงั ไดพ้ บที่แอฟริกาและในทวีปเอเชียบาง
แห่ง บริเวณแหลมมลายู (ในยคุ หิน) ไดค้ น้ พบหลกั ฐานเกี่ยวกบั เคร่ืองจกั สานท่ีทาดว้ ยไม้
กองรวมอยู่กบั ของใชข้ องผตู้ าย จึงสันนิษฐานว่าเครื่องจกั สานไดเ้ ขา้ ไปมีส่วนเกี่ยวกับ
พิธีกรรมความเช่ือบางอย่างของมนุษยใ์ นยุคน้นั บา้ งแลว้ ต่อมาเมื่อมนุษยไ์ ดม้ ีการดาเนิน
ชีวิตดว้ ยการเพาะปลกู เล้ียงสตั ว์ จึงเป็ นที่เชื่อไดว้ ่ามนุษยไ์ ดร้ ู้จกั พฒั นาการเครื่องจกั สาน
ให้เหมาะสมกบั การใชส้ อยข้ึนมาเร่ือยๆ ท้งั น้ีเพราะการขยายตวั ออกมาดาเนินชีวิตในท่ี
ราบลุ่ม มีแม่น้าลาธารไหลผ่าน เพียบพร้อมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่มีให้อย่าง
เหลือเฟื อ สิ่งจาเป็ นสาหรับมนุษย์ก็คือ การหาเคร่ื องมือบางชนิดไว้ใช้สอยใน
ชีวิตประจาวนั ซ่ึงส่วนใหญจ่ ะไดแ้ ก่เคร่ืองจบั สตั ว์
กำรจกั สำนมีมำตงั้ แต่บรรพบรุ ษุ ในอดีต
สืบทอดกนมำจวบจนปัจจบุ นั
หถั กรรมกำรจกั สำนใน
ชมุ ชนอดีต
วิดีโอเพ่ิมเติม
คณุ ค่ำและลกั ษณะสำคญั
คุณค่าและลกั ษณะสาคญั
เคร่ืองจกั สานไทย เป็นงานศิลปหตั ถกรรม ที่มคี ุณค่ายงิ่ อยา่ งหน่ึงของไทย ที่ทาสืบทอดกนั
มาแต่โบราณ แมท้ ุกวนั น้ีจะมีเครื่องมือเคร่ืองใช้ ที่ทาจากโรงงานอุตสาหกรรมมากข้ึนก็ตาม
แต่ก็ยงั มีเครื่องมือเครื่ องใช้หลายชนิด ที่ไม่สามารถผลิตดว้ ยวัตถุดิบอ่ืนๆ ที่ผลิตดว้ ย
เคร่ืองจกั รตามระบบอตุ สาหกรรม มาใชแ้ ทนเคร่ืองจกั สานได้ เช่น เคร่ืองจกั สานประเภท
ก่องขา้ วที่กลา่ วแลว้ ไม่มี ภาชนะอืน่ ใดใส่ขา้ วเหนียวน่ึงไดด้ ีเท่าก่องขา้ ว และกระติบที่สาน
ดว้ ยไมไ้ ผ่ ไมม่ เี คร่ืองจบั ปลาท่ี ทาดว้ ยวตั ถดุ ิบอยา่ งอืน่ มาแทนท่ี ลอบ ไซ สุ่ม ท่ี สานดว้ ยไม้
ไผไ่ ด้ สิ่งเหล่าน้ี แสดงใหเ้ ห็นคุณลกั ษณะ พิเศษของเคร่ืองจกั สานที่มีคุณค่าในตวั เอง ยากท่ี
จะใชง้ านหตั ถกรรมและอตุ สาหกรรมอยา่ งอ่ืน ทดแทนได้ ดว้ ยเหตุน้ีจึงทาให้เครื่องจกั สาน
มอี ายุ ยนื ยาวสืบต่อกนั มานานนบั พนั ปี แมใ้ นปัจจุบนั การทาเครื่องจกั สานจะลดจานวนลง
ไปบา้ ง ตามสภาพสงั คมวฒั นธรรม ท่ีเปลี่ยนจากสังคมเกษตรกรรม มาเป็ นสงั คมเกษต ร
อุตสาหกรรม และก้าวต่อไปเป็ น สังคมอุตสาหกรรม ท่ีการผลิตส่ิงต่างๆ ดว้ ยมือจะตอ้ ง
ลดลง เปล่ียนมาเป็ นการผลิตด้วยเคร่ืองจกั รกลก็ตาม แต่เคร่ืองจกั สานยงั เป็ นเครื่องมือ
เครื่องใช้ ท่ียงั ไมส่ ามารถผลติ ไดด้ ว้ ยเครื่องจกั รกล เพราะการทาเครื่องจักสาน ตอ้ งใชค้ วาม
ชานาญ และความสามารถเฉพาะตวั ของช่างพ้นื บา้ นแต่ละถนิ่ สิ่งเหลา่ น้ีเป็นคุณค่าพเิ ศษของ
เครื่องจักสานที่ต่างไปจากผลิตภณั ฑ์อ่ืนที่ผลิตด้วยเคร่ืองจักร เครื่องจกั สานจึงเป็ นงาน
ศลิ ปหตั ถกรรม ท่ีมีคุณค่ายง่ิ อยา่ งหน่ึงของไทยที่ควรอนุรักษไ์ ว้ สืบไป
จกั สำนเป็ นกระเป๋ ำแฟชน่ั
ตะกรำ้ ใส่ของ สิง่ ของตกแต่งสถำนที่/บำ้ น
วิดีโอเพ่ิมเติม
ลวดลำยเครอื่ งจกั สำน
แบบอย่างของลวดลายของเคร่ืองจกั สานในแต่ละถิ่นมีหลกั เฉพาะท้องถ่ินที่แตกต่างกนั
ไป และมชี ่ือเรียกลายต่าง ๆ คือ
๑. ลายขดั ๒. ลายทแยง ๓. ลายขดหรือถกั ๔. ลายอิสระ
ลายขดั
เป็นวธิ ีการสานแบบพ้นื ฐานท่ีเก่าแก่ที่สุด ลกั ษณะของลายขดั
เป็นการสร้างแรงยดึ ระหว่างตอก ดว้ ยการขดั กนั เป็ นรูปมุมฉาก ระหว่างแนวต้งั กบั แนวนอน
ขดั กนั ให้สลบั ไปสลบั มาเกิดเป็ น ลายสอง ลายสาม และลาย อ่ืนๆ อีกมาก ลายขดั น้ีใชส้ าน
เครื่องจกั สานไดห้ ลายชนิด และมกั ใชร้ ่วมกบั ลายชนิดอนื่ เพ่ือใหไ้ ดร้ ูปทรงตามตอ้ งการ
ลายทแยง
เป็นวิธีสานที่ใชต้ อกสอดขดั กนั ในแนวทแยง ไม่มเี สน้ ต้งั และเสน้ นอนเหมือนลายขดั
แต่จะสานสอดขดั กนั ตามแนวทแยง เป็นหกเหลย่ี มต่อเช่ือมกนั ไปเรื่อยๆ คลา้ ยรวงผ้งึ
ลายขดหรือถกั
เป็ นการสานที่ใชก้ บั วสั ดุที่ไม่สามารถคงรูปอยู่ไดด้ ว้ ยตนเองต้องสานดว้ ยการขดหรือถกั
ไดแ้ ก่ การถกั เป็นเสน้ แลว้ ขดเป็นวงกระจายออกจากศูนยก์ ลางแลว้ ถกั เชื่อมกนั เป็ นช้นั ๆ ใหไ้ ด้
รูปทรงตามตอ้ งการ
ลายอสิ ระ
เป็นการสานท่ีไม่มแี บบแผนตายตวั ข้ึนอย่กู บั ความตอ้ งการของผสู้ าน ที่จะคิดประดิษฐ์ข้ึน
เองใหส้ อดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของตน ลายประเภทน้ีมกั สานข้ึนตามความตอ้ งการของผสู้ าน
ลำยขดั
ลำยทแยง
ลำยขดั หรอื ถกั
ลำยอิสระ
วสั ดกุ ำรจกั สำร
วสั ดุการจกั สาร
๑. ไมไ้ ผ่ เป็ นไมท้ ่ีใชท้ าเครื่องจกั สานมากมายหลายชนิด มีลกั ษณะเป็ นไมป้ ลอ้ ง
เป็นขอ้ มีหนาม และแขนงมาก เม่ือแก่จะมีสีเหลือง โดยจะนาส่วนลาต้นมาใชจ้ กั
เป็ นตอกสาหรับสานเป็ นภาชนะต่างๆ
๒. กก เป็นพนั ธุไ์ มช้ นิดหน่ึงท่ีชอบข้ึนในท่ีช้ืนและมขี ้ึนทวั่ ไป เช่น ในนา ริมหนอง
บึง และท่ีน้าท่วมแฉะ ลาตน้ กลมหรือสามเหลี่ยม มีท้งั ชนิดลาตน้ ใหญ่ยาว และลา
ตน้ เลก็ และส้นั ส่วนมากนามาทอเสื่อมากกวา่ นามาสานโดยตรง
๓. หวาย จะข้ึนในป่ าเป็นกอๆ ส่วนมากจะใชป้ ระกอบเคร่ืองจกั สานอนื่ ๆ แต่ก็มีการ
นาหวายมาทาเคร่ืองจกั สานโดยตรงหลายอยา่ ง เช่น ตะกร้าห้ิว ถาดผลไม้ เป็นตน้
๔. ยา่ นลเิ ภา มลี กั ษณะเป็นเถาวลั ยช์ นิดหน่ึง มีขนาดเท่าหลอดกาแฟ ข้นึ ตามภูเขา
เทือกเขา และป่ าละเมาะ ในการใชต้ อ้ งนาลาต้นมาลอกเอาแต่เปลือกแลว้ จักเป็ น
เสน้ ๆ ยา่ นลเิ ภาส่วนใหญ่จะนามาสานเป็นลาย เช่ียนหมาก พาน เป็นตน้
๕. แหยง่ มีลกั ษณะคลา้ ยไมไ้ ผแ่ ต่อ่อนนุ่มกว่า ไม่มีขอ้ แข็งกว่าหวายใชไ้ ดท้ นกว่า
กก ชอบข้ึนตามที่แฉะ มีผวิ เหลอื งสวย ใชส้ านเส่ือ ทาฝาบา้ น เป็นตน้
๖. ใบตาลและใบลาน ลาตน้ สูงคลา้ ยมะพร้าว ใบเป็นแผงใหญ่คลา้ ยพดั จะนามาทา
เครื่องจกั สานโดยจกั ในออกเป็นเสน้ คลา้ ยเสน้ ตอก แต่ตอ้ งใชใ้ บอ่อน ส่วนใหญ่จะ
ใชส้ านหมวกและงอบ
๑.ไมไ้ ผ่
๒.ตน้ กก.
๓.หวำย
๔.ยำ่ นลเิ ภำ
๕.ใบตำลและใบลำน
เครอื่ งจกั สำนกบั วิถีคนไทยในปัจจบุ นั
เครื่องจกั สานกบั วถิ คี นไทยในปัจจุบนั
ความคิดพ้ืนฐานในการสร้างเครื่องจกั สานเกิดจากความตอ้ งการในการ
ดาเนินชีวิตเป็ นหลกั เคร่ืองจกั สานโดยทว่ั ไปสามารถแบ่งได้ดงั น้ีคือ
๑. เคร่ืองมือในการเกษตรกรรม เชน่ วี (กาวี) กระบุง เป็นตน้
๒. เคร่ืองมือในครัวเรือน เชน่ กระชอนกรองกะทิ พอ้ ม (กะพอ้ ม) กระต๊ิบ
เป็ นตน้
๓. เครื่องมือจบั สตั ว์ เช่น ลอบ ไซ ขอ้ ง ชนาง สุ่ม เป็นตน้
๔. เครื่องมือในพิธีกรรม เชน่ ขนั กระหยอ่ ง ตาเหลว เป็นตน้
๕. เคร่ืองมือเบด็ เตร็ด เชน่ กระดง้ เป็นตน้
วิดีโอเพ่ิมเติม
โคมไฟ จกั สำน กระเป๋ ำจกั สำน
แหล่งกำรเรยี นรเู้ กยี่ วกบั
กำรจกั สำน
บรรณำธิกำร
ผจู้ ดั ทำ
น.ส.พชั รินทร์ รอดฮ้อย เลขท่ี ๑๔
น.ส.เยาวลกั ษณ์ จันจั่น เลขท่ี ๑๕
น.ส.โยษิตา นนทะโย เลขท่ี ๑๖
นายคุณาสิน สิงบัน เลขท่ี ๒๓
น.ส.เยาวภา วชิ ัยวงษ์ เลขที่ ๒๕
นายธนเดช ธีรรัตนชาติ เลขที่ ๒๖
ฝ่ ำยสืบคน้ ขอ้ มลู เลขที่ ๑๕
เลขที่ ๑๖
น.ส.เยาวลกั ษณ์ จันจ่ัน เลขที่ ๒๓
น.ส.โยษิตา นนทะโย
นายคุณาสิน สิงบัน
ฝ่ ำยออกแบบ
น.ส.เยาวภา วิชัยวงษ์ เลขที่ ๒๕
ฝ่ ำยสถำนท่ี/ช่ำงภำพ
น.ส.พชั รินทร์ รอดฮ้อย เลขที่ ๑๔
นายธนเดช ธีรรัตนชาติ เลขท่ี ๒๖
ฝ่ ำยตรวจสอบ
น.ส.โยษิตา นนทะโย เลขที่ ๑๖
น.ส.เยาวภา วิชัยวงษ์ เลขที่ ๒๕
ชน้ั มธั ยมศึกษำปี ท่ี ๔/๒
บรรณำนกุ รม
Prawati. (๒๕๕๕). ประวตั ิของเครื่องจักสาน. สืบค้นเม่ือ ๒๐ ตุลาคม
๒๕๖๓, จาก https://sites.google.com/site/phlitphanthcaktnphi/
มูลนิธิโครงการสารานุกรมไทยสาหรับเยาวชน. (๒๕๔๐). คุณค่า
ของเคร่ืองจักสาน. สืบค้นเม่ือ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๓, จาก
http://saranukromthai.or.th/sub/book/
จักสานกล่มุ ร่วมใจพฒั นา. (๒๕๕๗). ลวดลายเคร่ืองจักสาน.
สืบค้นเมื่อ ๒๐ ตลุ าคม ๒๕๖๓, จาก https://sites.google.com/site/
Paresuda. (๒๕๕๘). วสั ดทุ ใี่ ช้ทาเครื่องจักสาน. สืบค้นเม่ือ ๒๐
ตลุ าคม ๒๕๖๓, จาก https://project43687.wordpress.com/
Kheruxngcakr-san. (๒๕๕๕). เครื่องจักสานภมู ปิ ัญญาท้องถ่ิน
จ.พษิ ณุโลก. สืบค้นเม่ือ ๒๐ ตลุ าคม ๒๕๖๓, จาก
https://sites.google.com/site/wisdom1305/
จุลจักร โนพนั ธ์ุ. โครงงานศิลปหัตถกรรม. กรุงเทพมหานคร :
วัฒนาพานิช, ๒๕๓๓.
ประเสริฐ. คนขายเครื่องจักสาน. สัมภาษณ์, ๒๐ ตลุ าคม ๒๕๖๓.