ลําดับ ขอหาหรือฐานความผด บทมาตรา จํานวนคาปรับ
ิ
่
็
รถโรงเรียนหรือรถแทกซในขณะทรถดังกลาวหยุดเพอ
ี
ื
่
ี
่
รอสัญญาณไฟหรือหยุด เพราะติดการจราจร
๑๔๑ ไมขับรถใหชิดขอบทางดานซายเมื่อผานทางแคบ มาตรา ๑๒๕, ปรับ ๕๐๐ บาท
ระหวางภูเขา หรือระหวางเนินหรือในทางเดินรถบน มาตรา ๑๕๗
ภูเขาหรือบนเนิน และไมใชเสียงสัญญาณเมื่อถึงทางโคง
๑๔๒ ใชเกียรวางหรือเหยียบคลัทช ในขณะที่ขับรถลงทางลาด มาตรา ๑๒๖, ปรับ ๔๐๐ บาท
หรือไหลเขา มาตรา ๑๔๘
๑๔๓ ในขณะขับรถกระทําการ ดังตอไปนี้ มาตรา ๑๒๗ (๑)(๒), ปรับ ๕๐๐ บาท
ึ
(๑) ขับรถตามหลังรถฉกเฉินซ่งกําลังปฏิบัติหนาท มาตรา ๑๕๒
ี
ุ
่
ในระยะต่ํากวาหาสิบเมตร
(๒) ขับรถผานเขาไปหรือจอดในบริเวณเขตปฏิบัตการ
ิ
ดับเพลิง
ั
๑๔๔ ขับรถทับสายสูบดบเพลิงที่ไมมีเครื่องปองกันในขณะที มาตรา ๑๒๗ (๓), ปรับ ๓๐๐ บาท
่
เจาหนาที่ดับเพลิงปฏิบัติการตามหนาท ี่ มาตรา ๑๕๒
่
๑๔๕ ไมจัดการเก็บสิ่งของทีตกหลนออกจากทางทันที มาตรา ๑๓๑, ปรับ ๒๐๐ บาท
เมื่อเคลื่อนยายรถที่ชํารุดหรือหักพังออกจากทาง มาตรา ๑๔๗
่
๑๔๖ เจาของหรือผูขับขี่รถโรงเรียน ไมจัดใหมีขอความ มาตรา ๑๓๒ วรรคหนึง, ปรับ ๒๐๐ บาท
“รถโรงเรียน” ขนาดตวอกษรสูงไมนอยกวาสิบหา มาตรา ๑๔๗
ั
ั
เซนติเมตร ติดอยูดานหนาและดานหลังของรถ
่
๑๔๗ ใชรถโรงเรียนทีมีไฟสัญญาณสีแดงปดเปดเปนระยะติด มาตรา ๑๓๒ วรรคสอง, ปรับ ๒๐๐ บาท
ไวดานหนาและดานหลังของรถเพ่อใหรถท่สวนมาหรือ มาตรา ๑๔๗
ื
ี
ตามหลังเห็นไดโดยชัดเจน เมอนํารถนั้นไปใชในทาง
่
ื
ลําดับ ขอหาหรือฐานความผด บทมาตรา จํานวนคาปรับ
ิ
โดยไมไดใชรับสงนักเรียน และใชไฟสัญญาณสีแดงและ
ไมปดคลุมขอความวา “รถโรงเรียน”
๑๔๘ นํารถเขาขบวนแหหรือนํารถมาใชเฉพาะเพื่อการโฆษณา มาตรา ๑๓๓, ปรับ ๓๐๐ บาท
่
ี
สินคาหรือมหรสพทแหหรือโฆษณาไปตามทางโดยไมได มาตรา ๑๔๘
รับอนุญาตจากหัวหนาเจาพนักงานจราจร
๑๔๙ เพื่อใหเกิดความปลอดภัยหรือความสะดวกในการ มาตรา ๑๓๘ , ปรับ ๕๐๐ บาท
ึ
ิ
จราจรกรณท่มเหตฉุกเฉนหรืออบัตเหตุเกิดข้น มาตรา ๑๕๔
ี
ี
ี
ิ
ุ
ุ
ํ
่
่
ี
ี
(ชั่วระยะเวลาเทาทจําเปน) แตมการฝาฝนคาสัง
ดังตอไปนี้
่
(๑) คาสังหามรถทุกชนิดหรือบางชนิดหรือคนเดินเทา
ํ
ิ
เดนในทางสายใดหรือเฉพาะทางตอนใด (ถาไมเปน
ความผิดอื่น)
(๒) คําสั่งหามหยุดหรือจอดรถในทางสายใด หรือเฉพาะ
ทางตอนใด (ถาไมเปนความผิดอื่น)
(๓) คําสั่งหามเลี้ยวรถ กลับรถ หรือถอยหลังรถในทาง
สายใดหรือเฉพาะทางตอนใด (ถาไมเปนความผิดอื่น)
(๔) คาสังท่กาหนดทางสายใดหรือเฉพาะทางตอนใดให
่
ี
ํ
ํ
ี
รถเดินไดทางเดียว ชั่วระยะเวลาท่จําเปน (ถาไมเปน
ความผิดอื่น)
๑๕๐ ในทางสายใดหรือเฉพาะทางตอนใด หากมีการฝาฝน มาตรา ๑๓๙ , ปรับ ๕๐๐ บาท
ั
ประกาศ ขอบงคบหรือระเบยบ ดังตอไปนี้ มาตรา ๑๕๔(๒)
ั
ี
(๑) ประกาศ ขอบังคับหรือระเบียบท่หามรถทุกชนิด
ี
หรือบางชนิดเดิน (ถาไมเปนความผิดอื่น)
(๒) ประกาศ ขอบังคบหรือระเบียบท่หามหยุดหรือจอด
ี
ั
(ถาไมเปนความผิดอื่น)
่
ี
(๓) ประกาศ ขอบังคับหรือระเบียบทหามเลี้ยวรถ
ิ
ลําดับ ขอหาหรือฐานความผด บทมาตรา จํานวนคาปรับ
กลับรถหรือถอยหลังรถ (ถาไมเปนความผิดอื่น)
ํ
(๔) ประกาศ ขอบังคับหรือระเบียบท่กาหนดใหรถ
ี
เดินไดทางเดียว (ถาไมเปนความผิดอื่น)
ี
่
ํ
ั
(๕) ประกาศ ขอบังคบหรือระเบียบทกาหนดระยะเวลา
จอดรถในทางแคบหรือคับขัน (ถาไมเปนความผิดอื่น)
(๖) ประกาศ ขอบังคับหรือระเบียบทกําหนดอัตรา
ี
่
ํ
ี
ั
ความเร็วของรถภายในอตราทกาหนดในกฎกระทรวง
่
(ถาไมเปนความผิดอื่น)
ํ
(๗) ประกาศ ขอบังคับหรือระเบียบท่กาหนดชองหรือ
ี
แนวทางเดินรถขึ้นและลอง (ถาไมเปนความผิดอื่น)
ั
่
ํ
ี
ิ
(๘) ประกาศ ขอบังคบหรือระเบียบทกาหนดทางเดนรถ
ทางเอกและทางเดินรถทางโท (ถาไมเปนความผิดอน)
ื่
(๙) ประกาศ ขอบังคับหรือระเบียบทกาหนดการจอดรถ
ี่
ํ
หรือที่จอดพักรถ (ถาไมเปนความผิดอื่น)
(๑๐) ระเบียบท่กําหนดการใชทางหรือชองเดินรถ
ี
สําหรับรถบางประเภท (ถาไมเปนความผิดอื่น)
่
(๑๑) ระเบียบท่กาหนดการเกยวกับการใชรถโรงเรียน
ี
ํ
ี
(ถาไมเปนความผิดอื่น)
(๑๒) ระเบียบท่กําหนดเก่ยวกบการบรรทุกคนโดยสาร
ี
ั
ี
สําหรับรถจักรยาน (ถาไมเปนความผิดอื่น)
่
ี
ั
(๑๓) ประกาศ ขอบังคบหรือระเบียบทควบคุมขบวนแห
หรือการชุมนุมสาธารณะ (ถาไมเปนความผิดอื่น)
่
ั
ุ
(๑๔) ประกาศ ขอบังคบหรือระเบียบทควบคมหรือหาม
ี
เลี้ยวรถในทางรวมทางแยก (ถาไมเปนความผิดอื่น)
ี
(๑๕) ประกาศ ขอบังคับหรือระเบียบท่ขีดเสนหรือ
ทําเครื่องหมายจราจรบนผิวทางหรือติดต้งสัญญาณ
ั
จราจรหรือเครื่องหมายจราจร (ถาไมเปนความผิดอื่น)
ํ
(๑๖) ประกาศ ขอบังคับหรือระเบียบที่กาหนดระยะทาง
ี
่
ตอนใด ใหขับรถล้ําเขาไปในเสนก่งกลางของทางท
ึ
ลําดับ ขอหาหรือฐานความผด บทมาตรา จํานวนคาปรับ
ิ
หัวหนาเจาพนักงานจราจรกําหนดไวได (ถาไมเปน
ความผิดอื่น)
ี
ี
(๑๗) ระเบียบท่กําหนดเก่ยวกับการจอดรถท่ชํารุด
ี
หักพัง ตลอดจนรถที่ซอมแซม (ถาไมเปนความผิดอื่น)
ี
(๑๘) ระเบียบท่กําหนดการขามทางของคนเดินเทา
บนทางที่ไมมีทางขาม (ถาไมเปนความผิดอื่น)
ี
ี
่
ั
(๑๙) ประกาศ ขอบังคบหรือระเบยบทกําหนดการใช
โคมไฟ (ถาไมเปนความผิดอื่น)
(๒๐) ประกาศ ขอบังคับหรือระเบียบทกาหนดการใช
ํ
ี
่
เสียงสัญญาณ (ถาไมเปนความผิดอื่น)
ี
่
ี
่
ํ
(๒๑) ระเบียบทกาหนดการอนุญาตและการใชรถทมลอ
ี
ี
ั
หรือสวนทสัมผัสกบผิวทางไมใชยาง (ถาไมเปนความผิด
่
อื่น)
๑๕๑ ฝาฝนคําสังหัวหนาเจาพนักงานจราจรหรือเจาพนักงาน มาตรา ๑๔๒ , ปรับ ๕๐๐ บาท
่
จราจรใหหยุดรถ กรณีดังตอไปนี้ มาตรา ๑๕๔(๑)
ู
(๑) รถนันมีสภาพไมถกตองตาม มาตรา ๖ (ถาไมเปน
้
ความผิดอื่น)
(๒) ผูขับขี่หรือบุคคลในรถนั้นไดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตาม
ั
ั
ี
่
กฎหมายวาดวยจราจรทางบกหรือกฎหมายอนเกยวกบ
รถนั้นๆ (ถาไมเปนความผิดอื่น)
๑๕๒ ฝาฝนคําสั่งหัวหนาเจาพนักงานจราจร พนักงาน มาตรา ๑๔๒ วรรคสอง, ปรับ ๕๐๐ บาท
ี
สอบสวนหรือเจาพนักงานจราจรท่ใหมีการทดสอบ มาตรา ๑๕๔ (๓)
ผูขับขวาหยอนความสามารถในอนท่จะขับหรือเมาสุรา
ั
่
ี
ี
หรือของเมาอยางอื่น (ถาไมเปนความผิดอื่น)
๑๕๓ ฝาฝนคําสังหัวหนาเจาพนักงานจราจร เจาพนักงาน ๑๔๓ ทวิ, ปรับ ๕๐๐ บาท
่
่
จราจร หรือผูตรวจการที่ใหหยุดรถเพือตรวจสอบวา ม าตร า ๑๕๔ ( ๔)
ิ
ลําดับ ขอหาหรือฐานความผด บทมาตรา จํานวนคาปรับ
ิ
ี
รถนั้น มีเครื่องยนตกอใหเกดกาซ ฝุน ควัน ละอองเคม
่
ี
ิ
หรือเสียงเกินเกณฑทผูบัญชาการตํารวจแหงชาต
กําหนด (ถาไมเปนความผิดอื่น)
๑๕๔ นํารถทีหัวหนาเจาพนักงานจราจร เจาพนักงานจราจร มาตรา ๑๔๔, มาตรา ๑๕๖ ปรับ ๕๐๐ บาท
่
หรือผูตรวจการสังใหซอมหรือแกไขไปใชในทางโดย
่
ิ
ยังมไดรับใบตรวจรับรอง
่
่
๑๕๕ ขัดคําสังเจาพนักงานจราจรซึงสังตามมาตรา ๑๔๐/๒ มาตรา ๑๔๐/๒, ปรับ ๕๐๐ บาท
่
หรือมาตรา ๑๔๐/๓ วรรคหนึง มาตรา ๑๔๐/๓ วรรคหนึง,
่
่
มาตรา ๑๕๐
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
พระรำชบัญญัติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
พ.ศ. ๒๕๔๗
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๓ มกรำคม พ.ศ. ๒๕๔๗
เป็นปีที่ ๕๙ ในรัชกำลปัจจุบัน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
พระบำทสมเด็จพระปรมินทรมหำภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมรำชโองกำรโปรดเกล้ำฯ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ให้ประกำศว่ำ
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
โดยที่เป็นกำรสมควรให้มีกฎหมำยว่ำด้วยต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
จึงทรงพระกรุณำโปรดเกล้ำฯ ให้ตรำพระรำชบัญญัติขึ้นไว้โดยค ำแนะน ำและยินยอม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ของรัฐสภำ ดังต่อไปนี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๑ พระรำชบัญญัตินี้เรียกว่ำ “พระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๔๗”
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๒ พระรำชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจำกวันประกำศในรำชกิจจำ
๑
นุเบกษำเป็นต้นไป ี ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มำตรำ ๓ ให้ยกเลิก
ี
ี
ี
(๑) พระรำชบัญญัติระเบียบข้ำรำชกำรต ำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๒) พระรำชบัญญัติระเบียบข้ำรำชกำรต ำรวจ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๑
ี
ี
(๓) ประกำศคณะรักษำควำมสงบเรียบร้อยแห่งชำติ ฉบับที่ ๓๘ ลงวันที่ ๒๘
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ั
กุมภำพนธ์ ๒๕๓๔
(๔) พระรำชบัญญัติระเบียบข้ำรำชกำรต ำรวจ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
(๕) พระรำชบัญญัติระเบียบข้ำรำชกำรต ำรวจ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๘
(๖) พระรำชบัญญัติว่ำด้วยวินัยต ำรวจ พุทธศักรำช ๒๔๗๗
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
(๗) พระรำชบัญญัติว่ำด้วยวินัยต ำรวจแก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักรำช ๒๔๗๗
(๘) พระรำชบัญญัติว่ำด้วยวินัยต ำรวจ (ฉบับที่ ๓) พุทธศักรำช ๒๔๗๙
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
(๙) พระรำชบัญญัติว่ำด้วยวินัยต ำรวจ (ฉบับที่ ๔) พุทธศักรำช ๒๔๘๐
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๑๐) พระรำชบัญญัติว่ำด้วยวินัยต ำรวจ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๔๙๓
ี
ี
ี
(๑๑) พระรำชบัญญัติว่ำด้วยวินัยต ำรวจ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๔๙๕
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๑๒) พระรำชบัญญัติว่ำด้วยวินัยต ำรวจ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ ๒๔๙๗
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
๑ รำชกิจจำนุเบกษำ เล่ม ๑๒๑/ตอนที่ ๑๘ ก/หน้ำ ๑/๑๔ กุมภำพันธ์ ๒๕๔๗
- ๒ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๑๓) พระรำชบัญญัติยศต ำรวจ พุทธศักรำช ๒๔๘๐
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๑๔) พระรำชบัญญัติยศต ำรวจ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๕
ี
ี
ี
(๑๕) พระรำชบัญญัติยศต ำรวจ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๔
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
(๑๖) พระรำชบัญญัติเครื่องแบบต ำรวจ พุทธศักรำช ๒๔๗๗ (ฉบับที่ ๒)
(๑๗) พระรำชบัญญัติเครื่องแบบต ำรวจ (ฉบับที่ ๓) พุทธศักรำช ๒๔๘๓
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ื่
บรรดำกฎหมำย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือค ำสั่งอนในส่วนที่ได้บัญญัติไว้แล้วใน
พระรำชบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระรำชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระรำชบัญญัตินี้แทน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๔ ในพระรำชบัญญัตินี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
“ข้ำรำชกำรต ำรวจ” หมำยควำมว่ำ บุคคลซึ่งได้รับกำรบรรจุและแต่งตั้งตำม
พระรำชบัญญัตินี้โดยได้รับเงินเดือนจำกเงินงบประมำณหมวดเงินเดือนในส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
และให้หมำยควำมรวมถึงข้ำรำชกำรในส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติซึ่งส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติแต่งตั้ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
หรือสั่งให้ปฏิบัติหน้ำที่รำชกำรต ำรวจโดยได้รับเงินเดือนจำกส่วนรำชกำร รัฐวิสำหกิจ หรือหน่วยงำน
ี
ี
ี
อื่นของรัฐด้วย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
“ประธำนกรรมกำร” หมำยควำมว่ำ ประธำนกรรมกำรนโยบำยต ำรวจแห่งชำติ
“กรรมกำร” หมำยควำมว่ำ กรรมกำรนโยบำยต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
“กองทุน” หมำยควำมว่ำ กองทุนเพื่อกำรสืบสวนและสอบสวนคดีอำญำ
“กองบัญชำกำร” หมำยควำมรวมถึง ส่วนรำชกำรที่เรียกชื่ออย่ำงอนที่มีฐำนะเทียบ
ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
กองบัญชำกำรด้วย
“กอง
ีบังคับกำร” หมำยควำมรวมถึง ส่วนรำชกำรที่เรียกชื่ออย่ำงอื่นที่มีฐำนะเทียบ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
กองบังคับกำรด้วย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๕ ให้นำยกรัฐมนตรีรักษำกำรตำมพระรำชบัญญัตินี้ และมีอำนำจออก
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
กฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติกำรตำมพระรำชบัญญัตินี้
ี
ี
ี
กฎกระทรวงนั้น เมื่อประกำศในรำชกิจจำนุเบกษำแล้วให้ใช้บังคับได้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ลักษณะ ๑
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
บททั่วไป
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตร
ีำ ๖ ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติเป็นส่วนรำชกำรมีฐำนะเป็นนิติบุคคลอยู่ใน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
บังคับบัญชำของนำยกรัฐมนตรี และมีอ ำนำจหน้ำที่ดังต่อไปนี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๑) รักษำควำมปลอดภัยส ำหรับองค์พระมหำกษัตริย์ พระรำชินี พระรัชทำยำท
ี
ี
ผู้ส ำเร็จรำชกำรแทนพระองค์ พระบรมวงศำนุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระรำชอำคันตุกะ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๒) ดูแลควบคุมและก ำกับกำรปฏิบัติงำนของข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งปฏิบัติกำรตำม
ี
ี
ี
ประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
(๓) ป้องกันและปรำบปรำมกำรกระท ำควำมผิดทำงอำญำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
- ๓ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๔) รักษำควำมสงบเรียบร้อย ควำมปลอดภัยของประชำชนและควำมมั่นคงของ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
รำชอำณำจักร
ี
ี
ี
(๕) ปฏิบัติกำรอนใดตำมที่กฎหมำยก ำหนดให้เป็นอำนำจหน้ำที่ของข้ำรำชกำร
ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ต ำรวจหรือส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ ี ี
(๖) ช่วยเหลือกำรพัฒนำประเทศตำมที่นำยกรัฐมนตรีมอบหมำย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ื่
(๗) ปฏิบัติกำรอนใดเพอส่งเสริมและสนับสนุนให้กำรปฏิบัติกำรตำมอำนำจหน้ำที่
ื่
ตำม (๑) (๒) (๓) (๔) หรือ (๕) เป็นไปอย่ำงมีประสิทธิภำพ ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ในกรณีที่มีกฎหมำยก ำหนดควำมผิดทำงอำญำขึ้นส ำหรับกำรกระท ำใดเป็นกำร
เฉพำะ และตกอยู่ภำยใต้อำนำจหน้ำที่ของข้ำรำชกำรต ำรวจหรือส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติตำม (๓)
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
(๔) หรือ (๕) จะตรำพระรำชกฤษฎีกำโอนอำนำจหน้ำที่ตำม (๓) (๔) หรือ (๕) เฉพำะในส่วนที่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ยงำนหรือ
เกี่ยวกับควำมผิดทำงอำญำดังกล่ำวทั้งหมดหรือบำงส่วน ให้เป็นอำนำจหน้ำที่ของห ีน่ว
ี
พนักงำนเจ้ำหน้ำที่อนใดก็ได้ ในกรณีเช่นนั้น ให้ข้ำรำชกำรต ำรวจและส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติพน
้
ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
จำกอำนำจหน้ำที่ดังกล่ำวทั้งหมดหรือบำงส่วน และให้ถือว่ำพนักงำนเจ้ำหน้ำที่ของหน่วยงำนตำมที่
ี
ี
ี
ก ำหนดในพระรำชกฤษฎีกำดังกล่ำวเป็นพนักงำนฝ่ำยปกครองหรือต ำรวจ พนักงำนสอบสวน หรือ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ิ
พนักงำนฝ่ำยปกครองหรือต ำรวจชั้นผู้ใหญ่ตำมประมวลกฎหมำยวิธีพจำรณำควำมอำญำ แล้วแต่กรณี
ทั้งนี้ ตำมที่ก ำหนดในพระรำชกฤษฎีกำดังกล่ำว
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
๒
มำตรำ ๗ ให้ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติจัดระบบกำรบริหำร กำรปฏิบัติงำนด้ำน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
กำรป้องกันและปรำบปรำมกำรกระท ำควำมผิดทำงอำญำ กำรรักษำควำมสงบเรียบร้อย และกำร
รักษำควำมปลอดภัยของประชำชนให้เหมำะสมกับควำมต้องกำรของแต่ละท้องถิ่นและชุมชน โดยต้อง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์กรภำคเอก ชนมีส่วนร่วม ทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับนโยบำย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
งบประมำณ และอำสำสมัคร ตลอดจนกำรติดตำมตรวจสอบกำรปฏิบัติงำนต ำรวจ ทั้งนี้ ตำม
ี
ี
หลักเกณฑ์และวิธีกำรที่ ก.ต.ช. ก ำหนด
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
กำรมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือองค์กรภำคเอกชนตำมวรรคหนึ่ง
ี
ี
ี
ให้เป็นไปตำมข้อตกลงระหว่ำงส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือองค์กร
ี
ี
ภำคเอกชนนั้น ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
๓
มำตรำ ๘ ข้ำรำชกำรต ำรวจอำจให้แบ่งเป็นข้ำรำชกำรต ำรวจประเภทไม่มียศด้วยก็ได้
โดยให้ตรำเป็นพระรำชกฤษฎีกำ ี ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ข้ำรำชกำรต ำรวจต ำแหน่งใดหรือปฏิบัติหน้ำที่ใด จะเป็นข้ำรำชกำรต ำรวจประเภท
ไม่มียศให้ตรำเป็นพระ
ีรำชกฤษฎีกำตำมวรรคหนึ่ง ในพระรำชกฤษฎีกำดังกล่ำวให้ก ำหนดประเภท
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ต ำแหน่ง วิธีกำรก ำหนดต ำแหน่ง คุณสมบัติและลักษ ณะต้องห้ำม กำรบรรจุ กำรแต่งตั้ง กำรบังคับ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
บัญชำ วินัยและกำรรักษำวินัย กำรด ำเนินกำรทำงวินัย กำรโยกย้ำยระหว่ำงข้ำรำชกำรต ำรวจประเภท
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
๒ มำตรำ ๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกำศคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ฉบับที่ ๑๑๑/๒๕๕๗ เรื่อง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
กำรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมำยว่ำด้วยต ำรวจแห่งชำติ
๓ มำตรำ ๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกำศคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ฉบับที่ ๑๑๔/๒๕๕๗ เรื่อง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
กำรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมำยว่ำด้วยต ำรวจแห่งชำติ
- ๔ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มียศและข้ำรำชกำรต ำรวจประเภทไม่มียศ รวมทั้งกำรปรับยศและปรับเงินเดือนเมื่อมีกำรโยกย้ำย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ดังกล่ำวตลอดจนกำรอื่นตำมที่จ ำเป็น
ี
ี
ี
กำรก ำหนดอตรำเงินเดือน อตรำเงินประจ ำต ำแหน่ง กำรรับและกำรจ่ำยเงินเดือน
ั
ั
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
และเงินประจ ำต ำแหน่งของข้ำรำชกำรต ำรวจประเภทไม่มียศส ำหรับต ำแหน่งแต่ละประเภท ให้น ำ
กฎหมำยว่ำด้วยระเบียบข้ำรำชกำรพลเรือน กฎหมำยว่ำด้วยระเบียบข้ำรำชกำรครูและบุคลำกร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ุ
ทำงกำรศึกษำและกฎหมำยว่ำด้วยระเบียบข้ำรำชกำรพลเรือนในสถำบันอดมศึกษำ มำใช้บังคับโดย
อนุโลมตำมลักษณะของประเภทต ำแหน่ง แล้วแต่กรณี ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
พระรำชกฤษฎีกำตำมวรรคสอง ไม่มีผลกระทบฐำนะของข้ำรำชกำรต ำรวจที่มียศอยู่แล้ว
ในวันที่พระรำชกฤษฎีกำดังกล่ำวมีผลใช้บังคับ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๙ วัน เวลำท ำงำน วันหยุดรำชกำรตำมประเพณี วันหยุดรำชกำรประจ ำปี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
และกำรลำหยุดรำชกำรของข้ำรำชกำรต ำรวจ ให้เป็นไปตำมที่คณะรัฐมนตรีก ำหนด แต่ในกรณีจ ำเป็น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
เพอประโยชน์ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ ก.ต.ช. จะก ำหนดให้ข้ำรำชกำรต ำรวจต้องปฏิบัติหน้ำที่ตำมวัน
ื่
ี
ี
ี
เวลำ ที่แตกต่ำงจำกที่คณะรัฐมนตรีก ำหนดก็ได้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ลักษณะ ๒
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
กำรจัดระเบียบรำชกำรในส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๑๐ ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติแบ่งส่วนรำชกำรดังต่อไปนี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
(๑) ส ำนักงำนผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๒) กองบัญชำกำร
ี
ี
กำรแบ่งส่วนรำชกำรตำม (๑) เป็นกองบัญชำกำรหรือกำรจัดตั้งกองบัญชำกำรตำม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๒) ให้ตรำเป็นพระรำชกฤษฎีกำ และกำรแบ่งส่วนรำชกำรเป็นกองบังคับกำรหรือส่วนรำชกำรอย่ำงอน
ื่
ี
ี
ี
ให้ออกเป็นกฎกระทรวงและให้ก ำหนดอำนำจหน้ำที่ไว้ในพระรำชกฤษฎีกำหรือกฎกระทรวงนั้น
ี
ี
แล้วแต่กรณี ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๑๑ ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ มีผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติเป็นหัวหน้ำส่วน
รำชกำรมีอ ำนำจหน้ำที่ดังต่อไปนี้ ี ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๑) รับผิดชอบควบคุมรำชกำรประจ ำในส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ ก ำหนดแนวทำง
ีดับควำมส ำคัญของแผนกำรปฏิบัติ
และแผนกำรปฏิบัติรำชกำรของส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ และล ำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
รำชกำรประจ ำปีของส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ ให้เป็นไปตำมนโยบำยและแนวทำงกำรปฏิบัติรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ที่นำยกรัฐมนตรีและ ก.ต.ช. ก ำหนด รวมทั้งก ำกับ เร่งรัด ติดตำม และประเมินผลกำรปฏิบัติรำชกำร
ี
ี
ของส่วนรำชกำรในส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๒) เป็นผู้บังคับบัญชำข้ำรำชกำรต ำรวจในส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติรองจำก
ี
ี
ี
นำยกรัฐมนตรี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
(๓) เป็นผู้รับผิดชอบในกำรปฏิบัติรำชกำรของส ำนักงำนผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
- ๕ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๔
(๔) วำงระเบียบหรือท ำค ำสั่งเฉพำะเรื่องไว้ให้ข้ำรำชกำรต ำรวจปฏิบัติกำรเกี่ยวกับ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
กำรใช้อ ำนำจ หรือกำรปฏิบัติหน้ำที่ตำมประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำหรือกฎหมำยอื่น
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มำตรำ ๑๒ ให้มีจเรต ำรวจแห่งชำติ รองผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติหรือผู้ช่วยผู้
ี
ี
บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ เป็นผู้บังคับบัญชำข้ำรำชกำรต ำรวจและรับผิดชอบในกำรปฏิบัติรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
รองจำกผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติตำมที่ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติก ำหนดหรือมอบหมำย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๑๓ ในกองบัญชำกำรหนึ่ง ให้มีผู้บัญชำกำรคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชำ
ข้ำรำชกำรต ำรวจและรับผิดชอบกำรปฏิบัติรำชกำรของส่วนรำชกำรนั้น ขึ้นตรงต่อผู้บัญชำกำรต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
แห่งชำติ และจะให้มีรองผู้บัญชำกำรเป็นผู้บังคับบัญชำข้ำรำชกำรต ำรวจและรับผิดชอบในกำรปฏิบัติ
รำชกำรรองจำกผู้บัญชำกำรตำมที่ผู้บัญชำกำรมอบหมำยด้วยก็ได้ ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ควำมในวรรคหนึ่ง ให้ใช้บังคับกับส่วนรำชกำรที่เรียกชื่ออย่ำงอนและมีฐำนะ
ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
เทียบเท่ำกองบัญชำกำรด้วยโดยอนุโลม รวมทั้งให้หัวหน้ำส่วนรำชกำรดังกล่ำวมีอำนำจหน้ำที่และ
ี
ี
ี
ควำมรับผิดชอบดังเช่นผู้บัญชำกำรด้วย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๑๔ ผู้บัญชำกำรมีอ ำนำจหน้ำที่และควำมรับผิดชอบดังต่อไปนี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
(๑) บริหำรรำชกำรของกองบัญชำกำรให้เป็นไปตำมกฎหมำย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ
และประกำศของทำงรำชกำร ก.ต.ช. ก.ตร. และส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ื่
ั
(๒) ควบคุม ก ำกับ ดูแลบุคลำกร กำรเงิน กำรพสดุ สถำนที่ และทรัพย์สินอนของ
กองบัญชำกำรให้เป็นไปตำมกฎหมำย ระเบียบ ข้อบังคับ และประกำศของทำงรำชกำร ก.ต.ช. ก.ตร.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
และส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๓) เป็นผู้แทนส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติในรำชกำรทั่วไปของกองบัญชำกำร
ี
ี
ุ
(๔) รำยงำนผลกำรปฏิบัติงำนพร้อมทั้งปัญหำและอปสรรคต่อผู้บัญชำกำรต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
แห่งชำติทุกสี่เดือน หรือตำมระยะเวลำที่ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติก ำหนด
ี
ี
ี
(๕) ปฏิบัติหน้ำที่อนตำมกฎหมำย ระเบียบ ข้อบังคับ และประกำศของทำงรำชกำร
ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ก.ต.ช. ก.ตร. และส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ
ในกรณีที่มีกฎหมำย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือค ำสั่งใด หรือมติของคณะรัฐมนตรี ใน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
เรื่องใดก ำหนดให้กำรด ำเนินกำรใดเป็นอำนำจของอธิบดีหรือผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ ให้ผู้
บัญชำกำรมีอ ำนำจเช่นว่ำนั้นในฐำนะเป็นอธิบดีหรือแทนผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ ในส่วนที่เกี่ยวกับ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
กำรปฏิบัติรำชกำรในกองบัญชำกำร ทั้งนี้ ตำมหลักเกณฑ์ที่ ก.ต.ช. ก ำหนด
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๑๕ ในกองบังคับกำรหนึ่ง ให้มีผู้บังคับกำรคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ข้ำรำชกำรต ำรวจและรับผิดชอบในกำรปฏิบัติรำชกำรของกองบังคับกำรนั้น และจะให้มีรองผู้บังคับ
ี
ี
กำรเป็นผู้บังคับบัญชำข้ำรำชกำรต ำรวจและรับผิดชอบในกำรปฏิบัติรำชกำรรองจำกผู้บังคับกำรตำมที่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ผู้บังคับกำรมอบหมำยด้วยก็ได้
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
๔ มำตรำ ๑๑ (๔) แก้ไขเพิ่มเติมโดยค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ที่ ๗/๒๕๕๙
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
เรื่อง กำรก ำหนดต ำแหน่งของข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งมีอ ำนำจหน้ำที่ในกำรสอบสวน
- ๖ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ื่
ควำมในวรรคหนึ่ง ให้ใช้บังคับกับส่วนรำชกำรที่เรียกชื่ออย่ำงอนและมีฐำนะ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
เทียบเท่ำกองบังคับกำรด้วยโดยอนุโลม รวมทั้งให้หัวหน้ำส่วนรำชกำรดังกล่ำวมีอำนำจหน้ำที่และ
ี
ี
ี
ควำมรับผิดชอบดังเช่นผู้บังคับกำรด้วย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ผู้บังคับกำรมีอ ำนำจหน้ำที่ และควำมรับผิดชอบดังต่อไปนี้
(๑) บริหำรรำชกำรของกองบังคับกำรให้เป็นไปตำมกฎหมำย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
และประกำศของทำงรำชกำร ก.ต.ช. ก.ตร. และส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ
ั
(๒) ควบคุม ก ำกับ ดูแลบุคลำกร กำรเงิน กำรพสดุ สถำนที่ และทรัพย์สินอนของ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ื่
ี
ี
กองบังคับกำรให้เป็นไปตำมกฎหมำย ระเบียบ ข้อบังคับ และประกำศของทำงรำชกำร ก.ต.ช. ก.ตร.
และส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
(๓) ปฏิบัติหน้ำที่อนตำมกฎหมำย ระเบียบ ข้อบังคับ และประกำศของทำงรำชกำร
ื่
ก.ต.ช. ก.ตร. และส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ ี ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ผู้บังคับกำรต ำรวจภูธรจังหวัดมีอำนำจและหน้ำที่ก ำกับดูแลกำรปฏิบัติรำชกำรของ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ื่
ข้ำรำชกำรต ำรวจที่สังกัดกองบัญชำกำรอนและปฏิบัติรำชกำรประจ ำอยู่ในจังหวัดนั้น ให้เป็นไปตำม
ี
ี
ี
กฎหมำย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือค ำสั่งของส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ กองบัญชำกำร หรือมติของ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
คณะรัฐมนตรี หรือกำรสั่งกำรของนำยกรัฐมนตรีด้วย ในกำรนี้ ให้มีอำนำจสั่งกำรใด ๆ เพอให้เกิดกำร
ื่
ประสำนงำนและควำมร่วมมือกันในกำรปฏิบัติหน้ำที่ หรือยับยั้งกำรกระท ำใด ๆ ของข้ำรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ต ำรวจในจังหวัดที่ขัดต่อกฎหมำย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือค ำสั่งของส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ หรือ
กองบัญชำกำร มติของคณะรัฐมนตรี หรือกำรสั่งกำรของนำยกรัฐมนตรีไว้ชั่วครำว แล้วรำยงำน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติและกองบัญชำกำรที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรที่ส ำนักงำน
ต ำรวจแห่งชำติก ำหนด
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ลักษณะ ๓
ี
ี
คณะกรรมกำรนโยบำยต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๑๖ ให้มีคณะกรรมกำรนโยบำยต ำรวจแห่งชำติคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่ำ
“ก.ต.ช.” มีอำนำจหน้ำที่ในกำรก ำหนดนโยบำยกำรบริหำรรำชกำรต ำรวจ และก ำกับดูแลส ำนักงำน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ต ำรวจแห่งชำติให้ปฏิบัติตำมนโยบำย ระเบียบแบบแผน มติคณะรัฐมนตรี และกฎหมำย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
๕
มำตรำ ๑๗ ให้ ก.ต.ช. ประกอบด้วย
(๑) นำยกรัฐมนตรี เป็นประธำนกรรมกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
(๒) รองนำยกรัฐมนตรีซึ่งนำยกรัฐมนตรีมอบหมำย เป็นรองประธำนกรรมกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๓) ปลัดกระทรวงกลำโหม ปลัดกระทรวงมหำดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม และ
ี
ี
ผู้อ ำนวยกำรส ำนักงบประมำณ เป็นกรรมกำรโดยต ำแหน่ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๔) กรรมกำรผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งได้รับกำรเลือกจำกวุฒิสภำจ ำนวนสองคน
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
๕ มำตรำ ๑๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกำศคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ฉบับท ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง
ี่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
กำรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมำยว่ำด้วยต ำรวจแห่งชำติ
- ๗ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ให้ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติเป็นกรรมกำรและเลขำนุกำร และให้ประธำน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
กรรมกำรโดยค ำแนะน ำของผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ แต่งตั้งข้ำรำชกำรต ำรวจยศพลต ำรวจตรีขึ้น
ี
ี
ี
ไปจ ำนวนไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขำนุกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๑๘ นอกจำกอำนำจหน้ำที่ตำมมำตรำ ๑๖ ให้ ก.ต.ช. มีอำนำจหน้ำที่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) ออกระเบียบ ประกำศ หรือมีมติในเรื่องที่เกี่ยวกับกำรบริหำรรำชกำรต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
และวิธีปฏิบัติรำชกำรของข้ำรำชกำรต ำรวจ ให้เป็นไปตำมแบบแผนและนโยบำยที่ ก.ต.ช. ก ำหนด
(๒) เสนอแนะให้มีกำรตรำพระรำชกฤษฎีกำตำมมำตรำ ๖ วรรคสอง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ื่
ิ
้
(๓) พจำรณำด ำเนินกำรคัดเลือกขำรำชกำรต ำรวจเพอด ำเนินกำรแต่งตั้งผู้บัญชำกำร
๖
ต ำรวจแห่งชำติตำมที่ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติเสนอ ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
(๔) ก ำหนดกระบวนกำรและขั้นตอนในกำรกระจำยอ ำนำจระหว่ำงส ำนักงำนต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
แห่งชำติกับต ำรวจภูธรจังหวัด และรำชกำรส่วนท้องถิ่น ในกรณีที่ ก.ต.ช. เห็นว่ำมีควำมจ ำเป็นและ
ี
ี
ี
เหมำะสม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
(๕) แต่งตั้งคณะอนุกรรมกำรเพื่อปฏิบัติงำนตำมที่ ก.ต.ช. มอบหมำย
(๖) ตรวจสอบกำรปฏิบัติตำมนโยบำย กำรบริหำรรำชกำรต ำรวจให้เป็นไปตำม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
พระรำชบัญญัตินี้และกฎหมำยอน ในกำรนี้ ให้มีคณะกรรมกำรตรวจสอบและติดตำมกำรบริหำรงำน
ื่
ื่
ต ำรวจของกรุงเทพมหำนคร จังหวัดและสถำนีต ำรวจต่ำง ๆ เพอตรวจสอบ ติดตำมและประเมินผล
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ื้
ิ
กำรปฏิบัติงำนของข้ำรำชกำรต ำรวจในเขตพนที่ดังกล่ำว แล้วรำยงำน ก.ต.ช. เพื่อพจำรณำด ำเนินกำร
ตำมควรแก่กรณีต่อไป
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
้
องค์ประกอบ กำรด ำรงต ำแหน่ง กำรพนจำกต ำแหน่ง หลักเกณฑ์และวิธีกำรสรรหำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
และอำนำจหน้ำที่ของคณะกรรมกำรตรวจสอบและติดตำมกำรบริหำรงำนต ำรวจ ให้เป็นไปตำม
ี
ี
ระเบียบที่ ก.ต.ช. ก ำหนดโดยประกำศในรำชกิจจำนุเบกษำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ื่
(๗) ปฏิบัติหน้ำที่อนตำมที่คณะรัฐมนตรีมอบหมำยหรือตำมที่มีกฎหมำยก ำหนดไว้
ี
ี
ี
ให้เป็นอ ำนำจหน้ำที่ของ ก.ต.ช.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ระเบียบหรือประกำศตำม (๑) เมื่อได้ประกำศในรำชกิจจำนุเบกษำแล้วให้ใช้บังคับได้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๑๙ กรรมกำรผู้ทรงคุณวุฒิตำมมำตรำ ๑๗ (๒) ต้องมีควำมเชี่ยวชำญ หรือ
ั
ประสบกำรณ์ในด้ำนกฎหมำย กำรงบประมำณ กำรพฒนำองค์กร กำรวำงแผน หรือกำรบริหำรและ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
จัดกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๒๐ กรรมกำรผู้ทรงคุณว ุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ำม
ดังต่อไปนี้ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
(๑) มีสัญชำติไทยโดยกำรเกิด
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๒) มีอำยุไม่ต่ ำกว่ำสี่สิบปีบริบูรณ์
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
๖ มำตรำ ๑๘ (๓) แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกำศคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
เรื่อง กำรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมำยว่ำด้วยต ำรวจแห่งชำติ
- ๘ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๓) ไม่เป็นสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎร สมำชิกวุฒิสภำ ข้ำรำชกำรกำรเมือง สมำชิก
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
สภำท้องถิ่น ผู้บริหำรท้องถิ่น หรือเป็นที่ปรึกษำของข้ำรำชกำรกำรเมืองหรือของสมำชิกสภำผู้แทน
ี
ี
ี
รำษฎรหรือสมำชิกวุฒิสภำไม่ว่ำจะมีค่ำตอบแทนหรือไม่ก็ตำม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
(๔) ไม่เป็นผู้ด ำรงต ำแหน่งใด ๆ ในพรรคกำรเมือง
ี
(๕) ไม่เป็นคนไร้ควำมสำมำรถ คนเสมือนไร้ควำมสำมำรถ คนวิกลจริต หรือจิตฟน
ั่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
เฟือนไม่สมประกอบ
(๖) ไม่เป็นบุคคลล้มละลำย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
(๗) ไม่เป็นผู้เคยได้รับโทษจ ำคุกโดยค ำพพำกษำถึงที่สุดให้จ ำคุก เว้นแต่เป็นโทษ
ิ
ส ำหรับควำมผิดที่ได้กระท ำโดยประมำทหรือควำมผิดลหุโทษ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
(๘) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจำกรำชกำร หน่วยงำนของรัฐ
หรือรัฐวิสำหกิจ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
(๙) ไม่เคยต้องค ำพพำกษำหรือค ำสั่งของศำลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพรำะ
ิ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ร่ ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ
ี
ี
ี
ื่
(๑๐) ไม่เป็นกรรมกำรผู้จัดกำร หรือผู้จัดกำร หรือด ำรงต ำแหน่งอนใดที่มีลักษณะ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
งำนคล้ำยคลึงกันนั้นในห้ำงหุ้นส่วนหรือบริษัท
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๒๑ กรรมกำรผู้ทรงคุณวุฒิมีวำระกำรด ำรงต ำแหน่งครำวละสี่ปีและอำจ
ได้รับแต่งตั้งใหม่ได้แต่จะด ำรงต ำแหน่งเกินสองวำระติดต่อกันไม่ได้ ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
้
ให้กรรมกำรผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพนจำกต ำแหน่งตำมวำระปฏิบัติหน้ำที่ต่อไปจนกว่ำ
กรรมกำรผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับสรรหำใหม่เข้ำรับหน้ำที่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
้
มำตรำ ๒๒ นอกจำกกำรพนจำกต ำแหน่งตำมวำระตำมมำตรำ ๒๑ กรรมกำร
ี
ี
ผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจำกต ำแหน่งเมื่อ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๑) ตำย
ี
ี
ี
(๒) มีอำยุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
(๓) ลำออก
(๔) ขำดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ำมตำมมำตรำ ๒๐
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
(๕) ก.ต.ช. มีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ำสองในสำมของจ ำนวนกรรมกำรทั้งหมด
้
ให้พนจำกต ำแหน่ง เนื่องจำกมีควำมประพฤติเสื่อมเสีย หรือมีกำรกระท ำ หรือมีคุณลักษณะไม่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
เหมำะสมต่อกำรปฏิบัติหน้ำที่กรรมกำร
ีณีที่กรรมกำรผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจำกต ำแหน่งก่อนวำระ ให้ด ำเนินกำรสรรหำและ
ในกร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
แต่งตั้งบุคคลเป็นกรรมกำรแทน เว้นแต่วำระกำรด ำรง ต ำแหน่งของกรรมกำรผู้ทรงคุณวุฒิจะเหลือไม่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ถึงเก้ำสิบวัน ในกรณีนี้จะไม่ด ำเนินกำรให้มีกำรสรรหำก็ได้ ี
ี
ี
ให้กรรมกำรผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ด ำรงต ำแหน่งแทนอยู่ในต ำแหน่งเพยง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
เท่ำวำระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๒๓ กำรประชุมของ ก.ต.ช. ต้องมีกรรมกำรมำประชุมไม่น้อยกว่ำกึ่งหนึ่ง
ของจ ำนวนกรรมกำรทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
- ๙ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ในกำรประชุม ก.ต.ช. ถ้ำประธำนกรรมกำรไม่มำประชุมหรือไม่อำจปฏิบัติหน้ำที่ได้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ให้กรรมกำรที่มำประชุมเลือกกรรมกำรคนหนึ่งเป็นประธำนในที่ประชุม
ี
ี
ี
ประธำนกรรมกำรและกรรมกำรโดยต ำแหน่งจะมอบหมำยบุคคลใดให้มำประชุมแทน
ี
ไม่ได้ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ให้ ก.ต.ช. มีอำนำจออกข้อบังคับว่ำด้วยกำรประชุมและกำรลงมติของ ก.ต.ช.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
คณะอนุกรรมกำรตำมมำตรำ ๑๘ (๕) และของคณะกรรมกำรตำมมำตรำ ๑๘ (๖)
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ลักษณะ ๔
ยศต ำรวจและชั้นข้ำรำชกำรต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๒๔ ยศต ำรวจมีตำมล ำดับดังต่อไปนี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
พลต ำรวจเอก
ี
ี
ี
พลต ำรวจโท
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
พลต ำรวจตรี
พันต ำรวจเอก
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
พันต ำรวจโท
พันต ำรวจตรี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ร้อยต ำรวจเอก
ร้อยต ำรวจโท
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ร้อยต ำรวจตรี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ดำบต ำรวจ
ี
ี
จ่ำสิบต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
สิบต ำรวจเอก
ี
ี
ี
สิบต ำรวจโท
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
สิบต ำรวจตรี
ว่ำที่ยศใดให้ถือเสมือนมียศนั้น ถ้ำผู้ซึ่งมียศต ำรวจเป็นหญิง ให้เติมค ำว่ำ “หญิง”
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ท้ำยยศต ำรวจนั้นด้วย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๒๕ ชั้นข้ำรำชกำรต ำรวจมีดังต่อไปนี้
(๑) ช
ีั้นสัญญำบัตร ได้แก่ ผู้มียศตั้งแต่ร้อยต ำรวจตรีขึ้นไป
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
(๒) ชั้นประทวน ได้แก่ ผู้มียศสิบต ำรวจตรี สิบต ำรวจโท สิบต ำรวจเอก จ่ำสิบต ำรวจ
และดำบต ำรวจ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
(๓) ชั้นพลต ำรวจ ได้แก่ พลต ำรวจส ำรอง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
พลต ำรวจส ำรอง คือ ผู้ที่ได้รับกำรบรรจุเป็นข้ำรำชกำรต ำรวจ โดยได้รับกำรคัดเลือก
ี
ี
ี
หรือสอบแข่งขันเข้ำรับกำรศึกษำอบรมในสถำนศึกษำของส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
- ๑๐ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มำตรำ ๒๖ กำรแต่งตั้งยศต ำรวจชั้นสัญญำบัตร ให้เป็นไปตำมหลักเกณฑ์และ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
วิธีกำรที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร. และให้ท ำโดยประกำศพระบรมรำชโองกำร
ี
ี
ี
กำรแต่งตั้งยศต ำรวจชั้นสัญญำบัตรเป็นกรณีพิเศษ อำจกระท ำได้โดยประกำศ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
พระบรมรำชโองกำร ี ี
ในระหว่ำงที่ยังไม่มีประกำศพระบรมรำชโองกำรแต่งตั้งยศต ำรวจชั้นสัญญำบัตร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
จะแต่งตั้งว่ำที่ยศต ำรวจชั้นสัญญำบัตรเป็นกำรชั่วครำวก็ได้ โดยให้ผู้มีอ ำนำจดังต่อไปนี้ เป็นผู้สั่งแต่งตั้ง
(๑) ตั้งแต่ว่ำที่ยศพลต ำรวจตรีขึ้นไป ให้นำยกรัฐมนตรีเป็นผู้สั่งแต่งตั้ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ั
(๒) ตั้งแต่ว่ำที่ยศร้อยต ำรวจตรีขึ้นไป แต่ไม่สูงกว่ำว่ำที่ยศพนต ำรวจเอก ให้ผู้
บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติเป็นผู้สั่งแต่งตั้ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๒๗ กำรแต่งตั้งยศต ำรวจชั้นประทวน ให้ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ หรือ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ผู้บังคับบัญชำระดับผู้บัญชำกำรขึ้นไปซึ่งได้รับมอบหมำยจำกผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติเป็นผู้สั่ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
แต่งตั้ง ทั้งนี้ ตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.
ี
ี
ี
กำรแต่งตั้งยศต ำรวจชั้นประทวนเป็นกรณีพิเศษ ให้ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
เป็นผู้สั่งแต่งตั้งตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๒๘ กำรถอดหรือกำรออกจำกยศต ำรวจชั้นสัญญำบัตร ให้เป็นไปตำม
ระเบียบส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ และให้ท ำโดยประกำศพระบรมรำชโองกำร ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ีำ ๒๙ กำรให้ออกจำกว่ำที่ยศต ำรวจชั้นสัญญำบัตรหรือกำรถอดหรือกำรออก
มำตร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
จำกยศต ำรวจชั้นประทวน ให้ผู้มีอ ำนำจสั่งตำมมำตรำ ๒๖ วรรคสำม หรือมำตรำ ๒๗ แล้วแต่กรณี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
สั่งได้ตำมระเบียบส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ ี ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ลักษณะ ๕
ี
ี
ี
คณะกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
๗
มำตรำ ๓๐ ให้มีคณะกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่ำ
“ก.ตร.” ประกอบด้วย ี ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๑) นำยกรัฐมนตรี เป็นประธำนกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจ
(๒) ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ เป็นรองประธำนกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
(๓) เลขำธิกำร ก.พ. จเรต ำรวจแห่ง ชำติ และรองผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ เป็น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
กรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจโดยต ำแหน่ง ี ี
(๔) กรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งได้รับเลือกจำกวุฒิสภำจ ำนวนสองคน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ให้ผู้บัญชำกำรส ำนักงำนคณะกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจเป็นเลขำนุกำร และรอง
ี
ี
ี
ผู้บัญชำกำรส ำนักงำนคณะกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจเป็นผู้ช่วยเลขำนุกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี ี
๗ มำตรำ ๓๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกำศคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ฉบับท ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง
ี่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
กำรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมำยว่ำด้วยต ำรวจแห่งชำติ
- ๑๑ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มำตรำ ๓๑ ให้ ก.ตร. มีอ ำนำจหน้ำที่ดังต่อไปนี้
ี
ี
ี
(๑) ก ำหนดนโยบำยและมำตรฐำนกำรบริหำรงำนบุคคลของข้ำรำชกำรต ำรวจและ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
จัดระบบรำชกำรต ำรวจ รวมตลอดทั้งกำรอบรมและพัฒนำข้ำรำชกำรต ำรวจ ในกำรนี้หำก ก.ต.ช.
ี
ี
ได้ก ำหนดระเบียบแบบแผนและนโยบำยไว้เป็นกำรทั่วไป กำรก ำหนดในเรื่องดังกล่ำวของ ก.ตร.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ต้องสอดคล้องกับระเบียบแบบแผนและนโยบำยของ ก.ต.ช. และให้ ก.ตร. แจ้งกำรด ำเนินกำรนั้นให้
ก.ต.ช. ทรำบด้วย ี ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๒) ออกกฎ ก.ตร. ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อก ำหนด ประกำศ หรือมีมติเกี่ยวกับกำร
บริหำรงำนบุคคล เพื่อปฏิบัติกำรตำมพระรำชบัญญัตินี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
(๓) ก ำกับดูแล ตรวจสอบ และแนะน ำ เพอให้ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติบริหำรงำน
ื่
บุคคลให้เป็นไปตำมพระรำชบัญญัตินี้ และให้มีอำนำจออกระเบียบให้ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
รำยงำนเกี่ยวกับกำรสอบ กำรบรรจุ กำรแต่งตั้ง กำรเลื่อนขั้นเงินเดือน กำรด ำเนินกำรทำงวินัย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
กำรออกจำกรำชกำรและกำรปฏิบัติกำรอื่นเกี่ยวกับกำรบริหำรงำนบุคคลตำมพระรำชบัญญัตินี้
ี
ี
ี
(๔) รำยงำนคณะรัฐมนตรีเพ่อพิจำรณำปรับปรุงเงินเดือน เงินประจ ำต ำแหน่ง
ื
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
เงินเพมค่ำครองชีพ สวัสดิกำร หรือประโยชน์เกื้อกูลอื่นส ำหรับข้ำรำชกำรต ำรวจให้เหมำะสม
ิ่
(๕) ก ำหนดชั้นยศที่ควรบรรจุแต่งตั้งและอตรำเงินเดือนที่ควรได้รับส ำหรับวุฒิ
ั
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ปริญญำหรือประกำศนียบัตรต่ำง ๆ
ั
(๖) ก ำหนดอตรำค่ำธรรมเนียมในกำรปฏิบัติกำรเกี่ยวกับกำรบริหำรงำนบุคคลตำม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
พระรำชบัญญัตินี้
ิ
(๗) พจำรณำอนุมัติแก้ไขทะเบียนประวัติเกี่ยวกับวันเดือนปีเกิด และกำรควบคุม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
เกษียณอำยุของข้ำรำชกำรต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๘) ในกรณีที่พจำรณำเห็นว่ำกำรปฏิบัติกำรเกี่ยวกับกำรบริหำรงำนบุคคลของ
ิ
ี
ี
ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติไม่เหมำะสมหรือไม่เป็นไปตำมพระรำชบัญญัตินี้ ให้มีมติสั่งกำรให้ส ำนักงำน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ต ำรวจแห่งชำติปฏิบัติกำรให้ถูกต้องเหมำะสม ถ้ำส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติไม่ปฏิบัติกำรตำมมติ
ี
ี
ี
ดังกล่ำว ให้รำยงำนต่อนำยกรัฐมนตรีเพื่อพิจำรณำและสั่งกำรต่อไป
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
(๙) แต่งตั้งคณะอนุกรรมกำรเพื่อปฏิบัติงำนตำมที่ ก.ตร. มอบหมำย
(๑๐) ปฏิบัติกำรตำมอ ำนำจหน้ำที่ที่บัญญัติไว้ในมำตรำอื่นแห่งพระรำชบัญญัตินี้และ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
กฎหมำยอื่น
กฎ ก.ตร. เมื่อประกำศในรำชกิจจำนุเบกษำแล้วให้ใช้บังคับได้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตร
ีำ ๓๒ เพื่อรักษำควำมเที่ยงธรรมในกำรแต่งตั้งและโยกย้ำยข้ำรำชกำรต ำรวจ
๘
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ให้ ก.ตร. ออกกฎ ก.ตร. ก ำหนดหลักเกณฑ์และวิธีกำรแต่งตั้งและโยกย้ำยข้ำรำชกำรต ำรวจไว้ให้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ชัดเจนแน่นอน กฎ ก.ตร. ดังกล่ำวให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจำกวันประกำศในรำชกิจจำนุเบกษำ
ี
ี
เป็นต้นไป
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
๘ มำตรำ ๓๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ท ๔๔/๒๕๕๘ เรื่อง
ี่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
กำรแก้ไขปัญหำกำรบริหำรงำนบุคคลของข้ำรำชกำรต ำรวจ
- ๑๒ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๙
มำตรำ ๓๓ (ยกเลิก)
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
๑๐
มำตรำ ๓๔ (ยกเลิก)
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
๑๑
มำตรำ ๓๕ (ยกเลิก)
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๓๖ (ยกเลิก)
๑๒
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
๑๓
มำตรำ ๓๗ (ยกเลิก)
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๓๘ (ยกเลิก)
๑๔
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
๑๕
มำตรำ ๓๙ (ยกเลิก)
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
๑๖
ี
มำตรำ ๔๐ (ยกเลิก)
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
๑๗
มำตรำ ๔๑ (ยกเลิก)
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๔๒ กำรประชุม ก.ตร. ต้องมีกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจมำประชุมไม่น้อย
กว่ำกึ่งหนึ่งของจ ำนวนกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
๙
ีรำ ๓๓ ยกเลิกโดยประกำศคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง กำร
มำต
ี
ี
แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมำยว่ำด้วยต ำรวจแห่งชำติ
๑๐
ั
ษ
ว
ำค
ำ
คณ
ะร
ก
ศ
ำติ
ช
ที่
บ
ฉบั
ง
ง
ส
ำม
แห่
บ
ิ
ก
เล
ป
ย
โด
ก
ำ
ร
ย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง กำร
๓๔
ร
ะก
ำต
ม
ี
ี
แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมำยว่ำด้วยต ำรวจแห่งชำติ
๑๑
มำตรำ ๓๕ ยกเลิกโดยประกำศคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง กำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมำยว่ำด้วยต ำรวจแห่งชำติ
๑๒
มำตรำ ๓๖ ยกเลิกโดยประกำศคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง กำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมำยว่ำด้วยต ำรวจแห่งชำติ
๑๓ มำตรำ ๓๗ ยกเลิกโดยประกำศคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง กำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมำยว่ำด้วยต ำรวจแห่งชำติ
๑๔ มำตรำ ๓๘ ยกเลิกโดยประกำศคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง กำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมำยว่ำด้วยต ำรวจแห่งชำติ
๑๕ มำตรำ ๓๙ ยกเลิกโดยประกำศคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง กำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมำยว่ำด้วยต ำรวจแห่งชำติ
๑๖ มำตรำ ๔๐ ยกเลิกโดยประกำศคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง กำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมำยว่ำด้วยต ำรวจแห่งชำติ
๑๗ มำตรำ ๔๑ ยกเลิกโดยประกำศคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง กำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมำยว่ำด้วยต ำรวจแห่งชำติ
- ๑๓ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ในกรณีที่ประธำนกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจไม่อยู่หรือไม่สำมำรถปฏิบัติหน้ำที่ได้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ให้กรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจที่มำประชุมเลือกกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจคนหนึ่งเป็นประธำนในที่
ี
ี
ี
ประชุม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ให้ประธำนกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจเป็นผู้เรียกประชุม แต่ในกรณีที่กรรมกำร
ี
ี
ข้ำรำชกำรต ำรวจไมน้อยกว่ำหกคนร้องขอให้เรียกประชุม ให้ประธำนกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจเรียก
่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ประชุมภำยในเจ็ดวันนับแต่วันได้รับร้องขอ
ให้ ก.ตร. มีอำนำจออกข้อบังคับว่ำด้วยกำรประชุมและกำรลงมติของ ก.ตร. และ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ของคณะอนุกรรมกำรตำมมำตรำ ๓๑ (๙)
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๔๓ ในกรณีที่ ก.ตร. มีหน้ำที่ตำมที่บัญญัติไว้ในพระรำชบัญญัตินี้ ให้ผู้
บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติเป็นผู้เสนอเรื่องต่อ ก.ตร. แต่ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
คนหนึ่งคนใดที่จะเสนอ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ลักษณะ ๖
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ระเบียบข้ำรำชกำรต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
หมวด ๑
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ต ำแหน่งและกำรกำหนดต ำแหน่ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
๑๘
มำตรำ ๔๔ ต ำแหน่งข้ำรำชกำรต ำรวจมีดังต่อไปนี้
ี
ี
(๑) ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๒) จเรต ำรวจแห่งชำติ และรองผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ
ี
ี
ี
(๓) ผู้ช่วยผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
(๔) ผู้บัญชำกำร
(๕) รองผู้บัญชำกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
(๖) ผู้บังคับกำร
(๗) รองผู้บังคับกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
(๘) ผู้ก ำกับกำร
(๙) รองผู้ก ำกับกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
(๑๐) สำรวัตร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๑๑) รองสำรวัตร
ี
ี
(๑๒) ผู้บังคับหมู่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๑๓) รองผู้บังคับหมู่
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
๑๘ มำตรำ ๔๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ที่ ๗/๒๕๕๙ เรื่อง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
กำรก ำหนดต ำแหน่งของข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งมีอ ำนำจหน้ำที่ในกำรสอบสวน
- ๑๔ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ก.ตร. จะก ำหนดให้มีต ำแหน่งที่เรียกชื่ออย่ำงอื่น โดยจะให้มีชื่อต ำแหน่งใดเทียบกับ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ต ำแหน่งตำมวรรคหนึ่งก็ได้ โดยให้ก ำหนดไว้ในกฎ ก.ตร.
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๔๕ ในส่วนรำชกำรต่ำง ๆ ของส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ จะให้มีต ำแหน่ง
ข้ำรำชกำรต ำรวจต ำแหน่งใด จ ำนวนเท่ำใด และคุณสมบัติเฉพำะส ำหรับต ำแหน่งอย่ำงใด และจะให้มี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ยศหรือไม่ และถ้ำให้มียศจะให้มียศใด รวมตลอดถึงกำรตัดโอนต ำแหน่งจำกส่วนรำชกำรหนึ่งไปเพิ่มให้
อกส่วนรำชกำรหนึ่ง ให้เป็นไปตำมที่ ก.ตร. ก ำหนด โดยให้ค ำนึงถึงลักษณะหน้ำที่และควำม
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
รับผิดชอบ ปริมำณและคุณภำพของงำน รวมทั้งควำมมีประสิทธิภำพและกำรประหยัด
กำรก ำหนดจ ำนวนต ำแหน่งข้ำรำชกำรต ำรวจตั้งแต่ต ำแหน่งผู้บังคับกำร หรือ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
๑๙
ต ำแหน่งเทียบเท่ำขึ้นไปในส่วนรำชกำรต่ำง ๆ ต้องได้รับควำมเห็นชอบจำก ก.ต.ช. ก่อน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๔๖ ให้ข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งด ำรงต ำแหน่งตำมมำตรำ ๔๔ (๙) (๑๐) และ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ิ่
(๑๑) ที่มีอำนำจและหน้ำที่ท ำกำรสอบสวนและอยู่ในสำยงำนสอบสวน ได้รับเงินเพมเป็นกรณีพเศษ
ิ
ี
ี
ี
๒๐
ตำมระเบียบที่ ก.ตร. ก ำหนดโดยควำมเห็นชอบของกระทรวงกำรคลัง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ิ
ในกำรก ำหนดจ ำนวนเงินเพมเป็นกรณีพเศษตำมวรรคหนึ่ง ให้ค ำนึงถึงค่ำใช้จ่ำยใน
ิ่
กำรปฏิบัติงำนและกำรด ำรงตนอยู่ในควำมยุติธรรมได้อย่ำงมีเกียรติโดยเปรียบเทียบกับค่ำตอบแทนที่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
รัฐจ่ำยให้แก่ข้ำรำชกำรฝ่ำยอื่นที่เกี่ยวกับกระบวนกำรยุติธรรมประกอบด้วย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
๒๑
มำตรำ ๔๗ (ยกเลิก)
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
หมวด ๒
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
กำรบรรจุ กำรแต่งตั้งและกำรเลื่อนขั้นเงินเดือน
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๔๘ ผู้ที่จะได้รับกำรบรรจุเข้ำรับรำชกำรเป็นข้ำรำชกำรต ำรวจ ต้องมี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
คุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ำมดังต่อไปนี้
(๑) มีสัญชำติไทยโดยกำรเกิด
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
(๒) มีอำยุไม่ต่ ำกว่ำสิบแปดปีบริบูรณ์
(๓) เป็นผู้เลื่อมใสในกำรปกครองระบอบประชำธิปไตยอันมีพระมหำกษัตริย์ทรงเป็น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ประมุข
(๔) ไม่เป็นข้ำรำชกำรกำรเมือง ผู้ด ำรงต ำแหน่งทำงกำรเมือง สมำชิกสภำท้องถิ่น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
หรือผู้บริหำรท้องถิ่น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
๑๙ มำตรำ ๔๕ วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมโดยค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ที่ ๗/
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
๒๕๕๙ เรื่อง กำรก ำหนดต ำแหน่งของข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งมีอ ำนำจหน้ำที่ในกำรสอบสวน
๒๐ มำตรำ ๔๖ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ที่ ๗/
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
๒๕๕๙ เรื่อง กำรก ำหนดต ำแหน่งของข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งมีอ ำนำจหน้ำที่ในกำรสอบสวน
๒๑ มำตรำ ๔๗ ยกเลิกโดยค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ที่ ๗/๒๕๕๙ เรื่อง กำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ก ำหนดต ำแหน่งของข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งมีอ ำนำจหน้ำที่ในกำรสอบสวน
- ๑๕ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๕) ไม่เป็นผู้ด ำรงต ำแหน่งใด ๆ ในพรรคกำรเมือง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี่
(๖) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ำมอื่นตำมทก ำหนดในกฎ ก.ตร.
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
มำตรำ ๔๙ กำรบรรจุบุคคลเข้ำรับรำชกำรเป็นข้ำรำชกำรต ำรวจตำมพระรำชบัญญัตินี้
ี
ให้ผู้บังคับบัญชำตำมที่ก ำหนดในระเบียบ ก.ตร. เป็นผู้มีอ ำนำจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๕๐ กำรบรรจุบุคคลเข้ำรับรำชกำรเป็นข้ำรำชกำรต ำรวจชั้นพลต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ชั้นประทวนและชั้นสัญญำบัตร ให้บรรจุจำกบุคคลผู้ได้รับคัดเลือกหรือสอบแข่งขันได้
หลักเกณฑ์และวิธีกำรคัดเลือกหรือกำรสอบแข่งขันให้เป็นไปตำมที่ก ำหนดในกฎ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ก.ตร. และให้ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติหรือผู้บังคับบัญชำที่ได้รับมอบอ ำนำจจำกผู้บัญชำกำรต ำรวจ
แห่งชำติเป็นผู้ด ำเนินกำรคัดเลือกหรือสอบแข่งขัน ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มำตรำ ๕๑ กำรแต่งตั้งข้ำรำชกำรต ำรวจให้ด ำรงต ำแหน่ง ให้แต่งตั้งตำมหลักเกณฑ์
ี
ี
ี
ดังต่อไปนี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
(๑) ต ำแหน่งผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ จะได้ทรงพระกรุณำโปรดเกล้ำฯ แต่งตั้ง
จำกข้ำรำชกำรต ำรวจยศพลต ำรวจเอก
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
(๒) ต ำแหน่งจเรต ำรวจแห่งชำติ และรองผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ จะได้ทรงพระกรุณำ
โปรดเกล้ำฯ แต่งตั้งจำกข้ำรำชกำรต ำรวจยศพลต ำรวจโทหรือพลต ำรวจเอก ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
(๓) ต ำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ จะได้ทรงพระกรุณำโปรดเกล้ำฯ
แต่งตั้งจำกข้ำรำชกำรต ำรวจยศพลต ำรวจโท
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
(๔) ต ำแหน่งผู้บัญชำกำร จะได้ทรง พระกรุณำโปรดเกล้ำฯ แต่งตั้งจำกข้ำรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ต ำรวจยศพลต ำรวจตรีหรือพลต ำรวจโท ี ี
(๕) ต ำแหน่งรองผู้บัญชำกำร จะได้ทรงพระกรุณำโปรดเกล้ำฯ แต่งตั้งจำก
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ข้ำรำชกำรต ำรวจยศพลต ำรวจตรี
ี
ี
ี
๒๒
(๖) ต ำแหน่งผู้บังคับกำร จะได้ทรงพระกรุณำโปรดเกล้ำฯ แต่งตั้งจำกข้ำรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ต ำรวจยศพันต ำรวจเอก ซึ่งได้รับอัตรำเงินเดือนพันต ำรวจเอก (พิเศษ) หรือพลต ำรวจตรี
๒๓
(๗) ต ำแหน่งรองผู้บังคับกำร ให้แต่งตั้งจำกข้ำรำชกำรต ำรวจยศพันต ำรวจเอกหรือ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
พันต ำรวจเอก ซึ่งได้รับอัตรำเงินเดือนพันต ำรวจเอก (พิเศษ)
๒๔
(๘) ต ำแหน่งผู้ก ำกับกำร ให้แต่งตั้งจำกข้ำรำชกำรต ำรวจยศพนต ำรวจโทหรือพน
ั
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ั
ี
ี
ต ำรวจเอก
ี ต ำแหน่งรองผู้ก ำกับกำร ให้แต่งตั้งจำกข้ำรำชกำรต ำรวจยศพันต ำรวจโท
(๙)
๒๕
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
๒๒ มำตรำ ๕๑ (๖) แก้ไขเพิ่มเติมโดยค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ที่ ๗/๒๕๕๙
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
เรื่อง กำรก ำหนดต ำแหน่งของข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งมีอ ำนำจหน้ำที่ในกำรสอบสวน
๒๓ มำตรำ ๕๑ (๗) แก้ไขเพิ่มเติมโดยค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ที่ ๗/๒๕๕๙
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
เรื่อง กำรก ำหนดต ำแหน่งของข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งมีอ ำนำจหน้ำที่ในกำรสอบสวน
๒๔ มำตรำ ๕๑ (๘) แก้ไขเพิ่มเติมโดยค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ที่ ๗/๒๕๕๙
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
เรื่อง กำรก ำหนดต ำแหน่งของข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งมีอ ำนำจหน้ำที่ในกำรสอบสวน
- ๑๖ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๒๖
(๑๐) ต ำแหน่งสำรวัตร ให้แต่งตั้งจำกขำรำชกำรต ำรวจยศร้อยต ำรวจเอกขึ้นไปแต่
้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ไม่สูงกว่ำพันต ำรวจโท
ี
ี
ี
๒๗
(๑๑) ต ำแหน่งรองสำรวัตร ให้แต่งตั้งจำกข้ำรำชกำรต ำรวจยศร้อยต ำรวจตรีขึ้นไป
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
แต่ไม่สูงกว่ำร้อยต ำรวจเอก ี ี
(๑๒) ต ำแหน่งผู้บังคับหมู่ ให้แต่งตั้งจำกข้ำรำชกำรต ำรวจยศสิบต ำรวจตรีขึ้นไปแต่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ไม่สูงกว่ำดำบต ำรวจ
(๑๓) ต ำแหน่งรองผู้บังคับหมู่ ให้แต่งตั้งจำกข้ำรำชกำรต ำรวจชั้นพลต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
กำรแต่งตั้งข้ำรำชกำรต ำรวจให้ด ำรงต ำแหน่งตำม (๒) ถึง (๑๓) อำจแต่งตั้งให้ด ำรง
ต ำแหน่งเทียบเท่ำด้วยก็ได้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๕๒ ข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งด ำรงต ำแหน่งตำมมำตรำ ๕๑ (๑๒)
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ หรือ (๑๓)
ี
ี
อำจได้รับกำรคัดเลือกและแต่งตั้งให้ด ำรงต ำแหน่งและมียศตำมมำตรำ ๕๑ (๑๑) ได้ตำมหลักเกณฑ์
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
และวิธีกำรที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.
ี
ี
ี
ข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งด ำรงต ำแหน่งตำมมำตรำ ๕๑ (๑๓) อำจได้รับกำรคัดเลือกและ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
แต่งตั้งให้ด ำรงต ำแหน่งและมียศตำมมำตรำ ๕๑ (๑๒) ได้ตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรที่ก ำหนดในกฎ
ก.ตร.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
้
มำตรำ ๕๓ กำรแต่งตั้งขำรำชกำรต ำรวจให้ด ำรงต ำแหน่งตำมมำตรำ ๔๔ (๑) (๒)
๒๘
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
(๓) (๔) (๕) และ (๖) ให้เป็นไปตำมหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(๑) กำรแต่งตั้งข้ำรำชกำรต ำรวจให้ด ำรงต ำแหน่งตำมมำตรำ ๔๔ (๑) ให้ผู้บัญชำกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ต ำรวจแห่งชำติ คัดเลือกรำยชื่อข้ำรำชกำรต ำรวจที่ด ำรงต ำแหน่งจเรต ำรวจแห่งชำติหรือรองผู้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ แล้วเสนอ ก.ต.ช. เพื่อพจำรณำให้ควำมเห็นชอบก่อน แล้วให้นำยกรัฐมนตรี
ิ
ี
ี
น ำควำมกรำบบังคมทูล เพื่อทรงพระกรุณำโปรดเกล้ำฯ แต่งตั้ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๒) กำรแต่งตั้งข้ำรำชกำรต ำรวจให้ด ำรงต ำแหน่งตำมมำตรำ ๔๔ (๒) (๓) (๔) (๕)
ี
ี
ี
ิ
และ (๖) ให้ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติคัดเลือกรำยชื่อข้ำรำชกำรต ำรวจเสนอ ก.ตร. เพื่อพจำรณำให้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ื่
ควำมเห็นชอบก่อน แล้วให้นำยกรัฐมนตรีน ำควำมกรำบบังคมทูลเพอทรงพระกรุณำโปรดเกล้ำฯ
แต่งตั้ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
๒๙
มำตรำ ๕๔ กำรแต่งตั้งข้ำรำชกำรต ำรวจให้ด ำรงต ำแหน่งตั้งแต่มำตรำ ๔๔ (๗)
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ลงมำให้ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมำยจำกผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติซึ่งด ำรง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
๒๕ มำตรำ ๕๑ (๙) แก้ไขเพิ่มเติมโดยค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ที่ ๗/๒๕๕๙
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
เรื่อง กำรก ำหนดต ำแหน่งของข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งมีอ ำนำจหน้ำที่ในกำรสอบสวน
๒๖ มำตรำ ๕๑ (๑๐) แก้ไขเพิ่มเติมโดยค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ท ๗/๒๕๕๙
ี่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
เรื่อง กำรก ำหนดต ำแหน่งของข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งมีอ ำนำจหน้ำที่ในกำรสอบสวน
๒๗ มำตรำ ๕๑ (๑๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ท ๗/๒๕๕๙
ี่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
เรื่อง กำรก ำหนดต ำแหน่งของข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งมีอ ำนำจหน้ำที่ในกำรสอบสวน
๒๘ มำตรำ ๕๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ที่ ๔๔/๒๕๕๘ เรื่อง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
กำรแก้ไขปัญหำกำรบริหำรงำนบุคคลของข้ำรำชกำรต ำรวจ
- ๑๗ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ต ำแหน่งไม่ต่ ำกว่ำผู้บัญชำกำรเป็นผู้สั่งแต่งตั้ง โดยให้เป็นไปตำมหลักเกณฑ์ วิธีกำร และขั้นตอน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ดังต่อไปนี้
ี
ี
ี
(๑) ให้หัวหน้ำส่วนรำชกำรหรือหน่วยงำนระดับกองบังคับกำร แต่งตั้งคณะกรรมกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
กลั่นกรองกำรแต่งตั้งข้ำรำชกำรต ำรวจระดับกองบังคับกำร โดยอย่ำงน้อยต้องประกอบด้วยรองหัวหน้ำ
ิ
ื่
ส่วนรำชกำรหรือหน่วยงำนนั้นทุกคนเป็นกรรมกำร เพอท ำหน้ำที่พจำรณำกำรแต่งตั้งข้ำรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ต ำรวจให้ด ำรงต ำแหน่งต่ำง ๆ ในส่วนรำชกำรหรือหน่วยงำนนั้น แล้วเสนอต่อหัวหน้ำส่วนรำชกำรหรือ
ื่
หน่วยงำนระดับกองบัญชำกำรเพอด ำเนินกำรตำม (๒) หรือเสนอต่อผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติหรือ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ผู้ที่ได้รับมอบหมำยให้เป็นผู้สั่งแต่งตั้งในกรณีกำรแต่งตั้งข้ำรำชกำรต ำรวจในสังกัดส ำนักงำนผู้บัญชำกำร
ต ำรวจแห่งชำติเพื่อด ำเนินกำรตำม (๓) ต่อไป แล้วแต่กรณี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
(๒) ให้หัวหน้ำส่วนรำชกำรหรือหน่วยงำนระดับกองบัญชำกำรแต่งตั้งคณะกรรมกำร
กลั่นกรองกำรแต่งตั้งข้ำรำชกำรต ำรวจระดับกองบัญชำกำร โดยอย่ำงน้อยต้องประกอบด้ ีวยรองหัวหน้ำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ื่
ิ
ส่วนรำชกำรหรือหน่วยงำนนั้นทุกคนเป็นกรรมกำร เพอท ำหน้ำที่พจำรณำกำรแต่งตั้งข้ำรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ต ำรวจให้ด ำรงต ำแหน่งต่ำง ๆ ในส่วนรำชกำรหรือหน่วยงำนนั้น และกำรแต่งตั้งข้ำรำชกำรต ำรวจที่
ี
ี
ี
ได้รับกำรเสนอตำม (๑) แล้วเสนอต่อผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติหรือผู้ที่ได้รับมอบหมำยให้เป็นผู้สั่ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
แต่งตั้งเพื่อด ำเนินกำรตำม (๓) หรือด ำเนินกำรแต่งตั้งต่อไป แล้วแต่กรณี ี
(๓) ให้ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติแต่งตั้งคณะกรรมกำรกลั่นกรองกำรแต่งตั้ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ข้ำรำชกำรต ำรวจโดยอย่ำงน้อยต้องประกอบด้วยจเรต ำรวจแห่งชำติและรองผู้บัญชำกำรต ำรวจ
ิ
แห่งชำติทุกคนเป็นกรรมกำรเพอท ำหน้ำที่พจำรณำกำรแต่งตั้งข้ำรำชกำรต ำรวจให้ด ำรงต ำแหน่งต่ำง ๆ
ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ในสังกัดส ำนักงำนผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ และกำรแต่งตั้งข้ำรำชกำรต ำรวจที่ได้รับกำรเสนอตำม
(๑) หรือ (๒) แล้วเสน
ีอต่อผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติหรือผู้ที่ได้รับมอบหมำยให้เป็นผู้สั่งแต่งตั้ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
เพอด ำเนินกำรแต่งตั้งต่อไป
ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
กรณีที่ผู้สั่งแต่งตั้งเห็นว่ำรำยชื่อข้ำรำชกำรต ำรวจตำมวรรคหนึ่งผู้ใดมีควำมไม่
ี
ี
่
ื่
เหมำะสมหรือมีข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งเห็นสมควรด ำรงต ำแหน่งต่ำง ๆ เพอประโยชน์แกกำรบริหำรงำน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
บุคคลของข้ำรำชกำรต ำรวจให้เกิดประสิทธิภำพ ให้ผู้สั่งแต่งตั้งมีอำนำจแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือ
ี
ี
ี
เพิ่มเติมกำรแต่งตั้งข้ำรำชกำรต ำรวจให้ด ำรงต ำแหน่งต่ำง ๆ แล้วด ำเนินกำรแต่งตั้ง หรือสั่งให้พิจำรณำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ทบทวนกำรเสนอแต่งตั้งได้ตำมควรแก่กรณี ี ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
๓๐
มำตรำ ๕๕ (ยกเลิก)
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
๓๑
มำตรำ ๕๖ ในกรณีที่ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติเห็นว่ำกำรใช้อำนำจในกำร
แต่งตั้งของผู้บัญชำกำร
ีไม่เป็นธรรม หรือมีกรณีไม่ชอบด้วยหลักเกณฑ์หรือวิธีกำรที่ ก.ตร. ก ำหนดตำม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๕๗ หรือมีเหตุผลควำมจ ำเป็นอย่ำงยิ่งที่จะต้ องให้ข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งด ำรงต ำแหน่งตั้งแต่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
๒๙ มำตรำ ๕๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติที่ ๗/๒๕๖๐ เรื่อง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
กำรปรับปรุงระบบกำรพิจำรณำแต่งตั้งข้ำรำชกำรต ำรวจ
๓๐ มำตรำ ๕๕ ยกเลิกโดยประกำศคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง กำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมำยว่ำด้วยต ำรวจแห่งชำติ
๓๑ มำตรำ ๕๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ที่ ๔๔/๒๕๕๘ เรื่อง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
กำรแก้ไขปัญหำกำรบริหำรงำนบุคคลของข้ำรำชกำรต ำรวจ
- ๑๘ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มำตรำ ๔๔ (๗) ลงมำพนจำกพนที่หรือหน้ำที่ หรือเห็นว่ำหำกด ำรงต ำแหน่งเดิมต่อไปจะก่อให้เกิด
้
ื้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ควำมเสียหำยแก่ทำงรำชกำร หรือมีเหตุพเศษตำมที่ ก.ตร. ก ำหนด ให้ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติมี
ิ
ี
ี
ี
อ ำนำจสั่งแต่งตั้งข้ำรำชกำรต ำรวจ ให้ด ำรงต ำแหน่งตำมมำตรำ ๔๔ (๗) ลงมำ ได้ตำมควรแก่กรณี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๕๗ กำรคัดเลือก กำรท ำควำมตกลงกัน กำรให้ควำมเห็นชอบ และกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
แต่งตั้งข้ำรำชกำรต ำรวจตำมมำตรำ ๕๓ (๒) มำตรำ ๕๔ และมำตรำ ๕๕ ให้พจำรณำโดยค ำนึงถึง
ิ
ควำมอำวุโส ประวัติกำรรับรำชกำร ผลกำรปฏิบัติงำน ควำมประพฤติ และควำมรู้ควำมสำมำรถ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ประกอบกัน ทั้งนี้ ตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.
(วรรคสอง) (ยกเลิก)
๓๒
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
๓๓
(วรรคสำม) (ยกเลิก)
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๕๘ ภำยใต้บังคับมำตรำ ๖๘ ข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดมีคุณวุฒิสูงขึ้น และมี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
สิทธิได้รับเงินเดือนสูงขึ้นตำมที่ ก.ตร. ก ำหนด ให้ผู้มีอ ำนำจตำมมำตรำ ๖๔ เป็นผู้มีอ ำนำจสั่งเลื่อน
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๕๙ กำรบรรจุบุคคลเข้ำรับรำชกำรเป็นข้ำรำชกำรต ำรวจหรือกำรแต่งตั้ง
ข้ำรำชกำรต ำรวจให้ด ำรงต ำแหน่งใด ผู้ได้รับกำรบรรจุหรือได้รับกำรแต่งตั้งต้องมีคุณสมบัติเฉพำะ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ส ำหรับต ำแหน่งตำมที่ ก.ตร. ก ำหนดตำมมำตรำ ๔๕ เว้นแต่มีเหตุผลและควำมจ ำเป็น ก.ตร. อำจ
อนุมัติให้บรรจุหรือแต่งตั้งข้ำรำชกำรต ำรวจที่ไม่มีคุณสมบัติเฉพำะส ำหรับต ำแหน่งตำมที่ก ำหนดไว้ก็ได้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
กำรแต่งตั้งข้ำรำชกำรต ำรวจไปด ำรงต ำแหน่งอนในส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติต้อง
ื่
แต่งตั้งให้ด ำรงต ำแหน่งที่ไม่ต่ ำกว่ำต ำแหน่งเดิม เว้นแต่มีเหตุผลและควำมจ ำเป็น ก.ตร. อำจอนุมัติให้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
แต่งตั้งให้ด ำรงต ำแหน่งที่ต่ ำกว่ำต ำแหน่งเดิมเป็นพิเศษเฉพำะรำยได้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๖๐ ผู้ได้รับกำรบรรจุเข้ำรับรำชกำรเป็นข้ำรำชกำรต ำรวจตำมมำตรำ ๕๐
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ให้ทดลองปฏิบัติหน้ำที่รำชกำรในต ำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้ง โดยมีก ำหนดระยะเวลำไม่น้อยกว่ำหกเดือน
ี
ี
ี
หลักเกณฑ์และวิธีกำรเกี่ยวกับกำรทดลอง กำรประเมินผลกำรทดลอง กำรรำยงำน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
้
ผลกำรทดลองและกำรยกเวนไม่ต้องทดลองปฏบัติหน้ำที่รำชกำร รวมทั้งกำรสั่งให้ออกจำกรำชกำร
ิ
อนเนื่องมำจำกกำรทดลองปฏิบัติหน้ำที่รำชกำร ให้เป็นไปตำมที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.
ั
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ผู้ใดถูกสั่งให้ออกจำกรำชกำรระหว่ำงทดลองปฏิบัติหน้ำที่รำชกำร ไม่ให้ถือว่ำผู้นั้น
เคยเป็นข้ำรำชกำรต ำรวจ แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนถึงกำรปฏิบัติหน้ำที่รำชกำร หรือกำรรับ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
เงินเดือนหรือผลประโยชน์อื่นที่ได้รับจำกทำงรำชกำรในระหว่ำงที่ผู้นั้นทดลองปฏิบัติหน้ำที่รำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๖๑ กำรสั่งให้ข้ำรำชกำรต ำ รวจประจ ำส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ หรือส่วน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
รำชกำรใด หรือส ำรองรำชกำรในส่วนรำชกำรใด โดยให้พนจำกต ำแหน่งหน้ำที่เดิมและโดยจะให้ขำด
้
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
๓๒ มำตรำ ๕๗ วรรคสอง ยกเลิกโดยประกำศคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
เรื่อง กำรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมำยว่ำด้วยต ำรวจแห่งชำติ
๓๓ มำตรำ ๕๗ วรรคสำม ยกเลิกโดยประกำศคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ฉบับท ๘๘/๒๕๕๗
ี่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
เรื่อง กำรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมำยว่ำด้วยต ำรวจแห่งชำติ
- ๑๙ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ั
จำกอตรำเงินเดือนในต ำแหน่งเดิมหรือไม่ก็ได้ ให้ผู้มีอำนำจดังต่อไปนี้เป็นผู้สั่งได้ตำมหลักเกณฑ์
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
วิธีกำร และเงื่อนไขที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.
ี
ี
ี
(๑) นำยกรัฐมนตรีส ำหรับผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๒) ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติส ำหรับข้ำรำชกำรต ำรวจทุกต ำแหน่ง
ี
ี
(๓) ผู้บัญชำกำรส ำหรับข้ำรำชกำรต ำรวจในกองบัญชำกำรหรือในส่วนรำชกำรที่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
เรียกชื่ออย่ำงอื่นที่มีฐำนะเทียบเท่ำกองบัญชำกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๖๒ กำรโอนข้ำรำชกำรต ำรวจไปรับรำชกำรในส่วนรำชกำรหรือหน่วยงำน
อื่นจะกระท ำได้เมื่อเจ้ำตัวสมัครใจและส่วนรำชกำรหรือหน่วยงำนต้องกำรจะรับโอนผู้นั้น โดยให้ส่วน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
รำชกำรหรือหน่วยงำนที่ขอรับโอนท ำควำมตกลงกับส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๖๓ ให้ผู้มีอ ำนำจตำมมำตรำ ๔๙ เป็นผู้สั่งบรรจุในกรณีดังต่อไปนี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๑) กำรโอนข้ำรำชกำรซึ่งไม่ใช่ข้ำรำชกำรต ำรวจหรือกำรโอนพนักงำนขององค์กร
ี
ี
ี
ปกครองส่วนท้องถิ่นมำบรรจุเป็นข้ำรำชกำรต ำรวจ ยกเว้นข้ำรำชกำรกำรเมือง ข้ำรำชกำรซึ่งอยู่ใน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ระหว่ำงทดลองปฏิบัติหน้ำที่รำชกำร และพนักงำนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งอยู่ในระหว่ำง
ทดลองปฏิบัติงำน ให้กระท ำได้เมื่อเจ้ำตัวสมัครใจและส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติต้องกำรจะรับโอนผู้นั้น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
โดยให้ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติท ำควำมตกลงกับผู้มีอำนำจสั่งบรรจุของส่วนรำชกำรหรือหน่วยงำน
ิ
สังกัดเดิม ในกำรนี้ ให้ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติพจำรณำโดยค ำนึงถึงประโยชน์ที่ทำงรำชกำรต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
จะได้รับ ทั้งนี้ ในกำรด ำเนินกำรรับโอนกำรก ำหนดต ำแหน่ง ชั้นยศและอตรำเงินเดือน และกำรนับ
ั
เวลำรำชกำร ให้เป็นไปตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
(๒) กำรกลับเข้ำรับรำชกำรเป็นข้ำรำชกำรต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(ก) ข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งได้รับอนุมัติจำกคณะรัฐมนตรีให้ออกจำกรำชกำรไป
ี
ี
ปฏิบัติงำนใด ๆ ซึ่งให้นับเวลำระหว่ำงนั้นส ำหรับกำรค ำนวณบ ำเหน็จบ ำนำญเหมือนเต็มเวลำรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ตำมกฎหมำยว่ำด้วยบ ำเหน็จบ ำนำญข้ำรำชกำร ถ้ำผู้นั้นขอกลับเข้ำรับรำชกำรภำยในก ำหนดเวลำที่
ี
ี
ี
คณะรัฐมนตรีอนุมัติแต่ไม่เกินสี่ปีนับแต่วันออกจำกรำชกำรไปปฏิบัติงำนดังกล่ำว ทั้งนี้ ตำมหลักเกณฑ์
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
และวิธีกำรที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร. ี ี
(ข) ข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งออกจำกรำชกำรไปแล้ว และไม่ใช่เป็นกรณีออกจำก
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
รำชกำรในระหว่ำงทดลองปฏิบัติหน้ำที่รำชกำร ถ้ำสมัครเข้ำรับรำชกำร และส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ
ต้องกำรที่จะรับผู้นั้นเข้ำรับรำชกำร ให้ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติด ำเนินกำรบรรจุและแต่งตั้ง ทั้งนี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.
ี (ค) ข้ำรำชกำรซึ่งมิใช่ข้ำรำชกำรต ำรวจหรือพนักงำนขององค์กรปกครองส่วน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ท้องถิ่นซึ่งออกจำกรำชกำรหรือออกจำกงำนไปแล้ว แต่ไม่รวมถึงข้ำรำชกำรกำรเมือง ข้ำรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ซึ่งออกจำกรำชกำรในระหว่ำงทดลองปฏิบัติหน้ำที่รำชกำรและพนักงำนขององค์กรปกครองส่วน
ี
ี
ท้องถิ่นซึ่งออกจำกงำนในระหว่ำงทดลองปฏิบัติงำน ถ้ำสมัครเข้ำรับรำชกำรเป็นข้ำรำชกำรต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
และเมื่อส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติเห็นสมควรรับบุคคลนั้นกลับเข้ำรับรำชกำรในต ำแหน่งข้ำรำชกำร
ี
ี
ี
ต ำรวจ ในกำรนี้ ให้ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติพจำรณำโดยค ำนึงถึงประโยชน์ที่ทำงรำชกำรต ำรวจจะได้รับ
ิ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ทั้งนี้ กำรด ำเนินกำรให้กลับเข้ำรับรำชกำร กำรก ำหนดต ำแหน่งชั้นยศ และอัตรำเงินเดือน และกำรนับ
เวลำรำชกำรให้เป็นไปตำมหลักเกณฑ์ และวิธีกำรที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
- ๒๐ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มำตรำ ๖๔ ให้ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติเป็นผู้สั่งเลื่อนเงินเดือนข้ำรำชกำรต ำรวจ
ี
ี
ี
ระดับ ส.๘ ระดับ ส.๗ และระดับ ส.๖ เมื่อได้รับควำมเห็นชอบจำก ก.ตร. แล้ว
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
กำรสั่งเลื่อนเงินเดือนข้ำรำชกำรต ำรวจตั้งแต่ระดับ ส.๕ ลงมำให้เป็นไปตำม
ี
หลักเกณฑ์ที่ก ำหนดในระเบียบ ก.ตร.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
กำรพจำรณำเลื่อนเงินเดือนข้ำรำชกำรต ำรวจ ให้ค ำนึงถึงคุณภำพและปริมำณงำน
ิ
ประสิทธิภำพและประสิทธิผลของงำนที่ได้ปฏิบัติมำ ควำมสำมำรถ และควำมอตสำหะในกำรปฏิบัติ
ุ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
หน้ำที่ ตลอดจนกำรรักษำวินัยและกำรปฏิบัติตนเหมำะสมกับกำรเป็นข้ำรำชกำรต ำรวจตำมรำยงำน
ของผู้บังคับบัญชำตำมล ำดับชั้น ทั้งนี้ ตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ิ
ิ
กำรเลื่อนเงินเดือนเป็นกรณีพเศษเกินสองขั้น ต้องได้รับอนุมัติจำก ก.ตร. เป็นพเศษ
เฉพำะรำย ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มำตรำ ๖๕ ข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดถึงแก่ควำมตำยเนื่องจำกกำรปฏิบัติหน้ำที่รำชกำร
ี
ี
ี
ก.ตร. จะพิจำรณำเลื่อนเงินเดือนให้ผู้นั้นเป็นกรณีพเศษเพอประโยชน์ในกำรค ำนวณบ ำเหน็จบ ำนำญก็ได้
ื่
ิ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๖๖ ให้ผู้บังคับบัญชำมีหน้ำที่พฒนำผู้ใต้บังคับบัญชำเพอเพมควำมรู้ ทักษะ
ิ่
ั
ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ทัศนคติ คุณธรรมและจริยธรรม รวมทั้งประเมินผลกำรปฏิบัติรำชกำรของผู้ใต้บังคับบัญชำ เพอใช้
ื่
์
ประกอบกำรพิจำรณำแต่งตั้งและเลื่อนเงินเดือน ทั้งนี้ ตำมหลักเกณฑ วิธีกำรและระยะเวลำที่ก ำหนด
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ในกฎ ก.ตร.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
หมวด ๓
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
เงินเดือน เงินประจ ำต ำแหน่งและเงินเพิ่มอื่น
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
๓๔
มำตรำ ๖๗ อัตรำเงินเดือนข้ำรำชกำรต ำรวจให้เป็นไปตำมบัญชีท้ำยพระรำชบัญญัตินี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ั
อตรำเงินประจ ำต ำแหน่งและกำรรับเงินประจ ำต ำแหน่งของข้ำรำชกำรต ำรวจให้
เป็นไปตำมบัญชีท้ำยพระรำชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ เงินประจ ำต ำแหน่งไม่ถือเป็นเงินเดือน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ข้ำรำชกำรต ำรวจต ำแหน่งใด จะได้รับเงินประจ ำต ำแหน่งท้ำยพระรำชบัญญัตินี้ใน
อัตรำใดให้เป็นไปตำมที่ก ำหนดในพระรำชกฤษฎีกำ ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ในกรณีที่สมควรปรับอตรำเงินเดือนข้ำรำชกำรต ำรวจให้สอดคล้องกับภำวะ
ั
ีงไป ถ้ำกำรปรับอัตรำเงินเดือนดังกล่ำวเป็นกำรปรับเพิ่มร้อยละเท่ำกันทุกอัตรำ
เศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปล
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
และไม่เกินร้อยละสิบของอตรำที่ใช้บังคับอยู่ และเมื่อได้รับอนุมัติงบประมำณรำยจ่ำยจำกรัฐสภำเพอ
ื่
ั
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
กำรนั้นแล้ว กำรปรับให้กระท ำโดยตรำเป็นพระรำชกฤษฎีกำ และให้ถือว่ำบัญชีอตรำเงินเดือนท้ำย
ั
ี
ี
ั
พระรำชกฤษฎีกำดังกล่ำวเป็นบัญชีอตรำเงินเดือนท้ำยพระรำชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ในกรณีที่กำรปรับเป็น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ั
ั
ร้อยละเท่ำกันทุกอตรำดังกล่ำว หำกท ำให้อตรำหนึ่งอตรำใดมีเศษไม่ถึงสิบบำท ให้ปรับตัวเลข
ั
ี
ี
ี
ื
เงินเดือนของอัตรำดังกล่ำวให้เพิ่มขึ้นเป็นสิบบำทและมิให้ถอว่ำเป็นกำรปรับอัตรำร้อยละที่แตกต่ำงกัน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
๓๔
มำตรำ ๖๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔
- ๒๑ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
กำรปรับอตรำเงินเดือนข้ำรำชกำรต ำรวจให้เข้ำอนดับและขั้น ระดับและชั้น ระดับ
ั
ั
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ั
และขั้น หรือชั้นและขั้น แล้วแต่กรณี ตำมบัญชีอตรำเงินเดือนข้ำรำชกำรต ำรวจตำมวรรคหนึ่งและ
ี
ี
ี
วรรคสี่ ให้เป็นไปตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรที่ ก.ตร. ก ำหนด และให้มีผลเป็นกำรแก้ไขขั้นหรือชั้น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
เงินเดือนข้ำรำชกำรต ำรวจที่ก ำหนดไว้ในกฎหรือมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๖๘ ให้ข้ำรำชกำรต ำรวจได้รับเงินเดือนดังต่อไปนี้
(๑) ข้ำรำชกำรต ำรวจยศพลต ำรวจเอก ซึ่งด ำรงต ำแหน่งผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ให้ได้รับเงินเดือนขั้นสูงสุดของระดับ ส. ๙
(๒) ข้ำรำชกำรต ำรวจยศพลต ำรวจเอก ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ส. ๘
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
(๓) ข้ำรำชกำรต ำรวจยศพลต ำรวจโท ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ส. ๗
(๔) ข้ำรำชกำรต ำรวจยศพลต ำรวจตรี ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ส. ๖
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
(๕) ข้ำรำชกำรต ำรวจยศพนต ำรวจเอก อตรำเงินเดือนพนต ำรวจเอก (พเศษ) ให้
๓๕
ิ
ั
ั
ั
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ได้รับเงินเดือนระดับ ส.๕
ี
ี
ี
๓๖
(๖) ข้ำรำชกำรต ำรวจยศพันต ำรวจเอก ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ส.๔
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
๓๗
ี
ี
(๗) ข้ำรำชกำรต ำรวจยศพันต ำรวจโท ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ส.๓
๓๘
(๘) ข้ำรำชกำรต ำรวจยศพันต ำรวจตรี ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ส.๒
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
๓๙
(๙) ข้ำรำชกำรต ำรวจยศร้อยต ำรวจเอก ร้อยต ำรวจโท และร้อยต ำรวจตรี ให้
ได้รับเงินเดือนระดับ ส.๑ ี ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๑๐) ข้ำรำชกำรต ำรวจยศดำบต ำรวจ ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ป.๓
๔๐
ี ข้ำรำชกำรต ำรวจยศจ่ำสิบต ำรวจ อัตรำเงินเดือนจ่ำสิบต ำรวจ (พิเศษ)
๔๑
(๑๑)
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ป.๒
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๑๒) ข้ำรำชกำรต ำรวจยศจ่ำสิบต ำรวจ สิบต ำรวจเอก สิบต ำรวจโท และสิบต ำรวจ
ี
ี
ตรี ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ป. ๑
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๑๓) ข้ำรำชกำรต ำรวจชั้นพลต ำรวจส ำรอง ให้ได้รับเงินเดือนระดับ พ. ๑
ี
ี
ี
ให้ข้ำรำชกำรต ำรวจตำมวรรคหนึ่งได้รับเงินเดือนในขั้นต่ ำของระดับนั้น ๆ ในกรณีที่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
จะให้ได้รับเงินเดือนสูงกว่ำหรือต่ ำกว่ำขั้นต่ ำหรือสูงกว่ำขั้นสูงของระดับ ให้เป็นไปตำมหลักเกณฑ์และ
วิธีกำรที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ข้ำรำชกำรต ำรวจตำม (๒) ถึง (๑๓) อำจได้รับเงินเดือนในระดับสูงขึ้นกว่ำที่ก ำหนด
ไว้ในวรรคหนึ่งก็ได้ โดยตรำเป็นพระรำชกฤษฎีกำ ซึ่งในพระรำชกฤษฎีกำดังกล่ำวให้ก ำหนด
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
หลักเกณฑ์ วิธีกำรและเงื่อนไขกำรได้รับเงินเดือนในระดับสูงขึ้นดังกล่ำวและกำรรับเงินประจ ำ
ต ำแหน่งไว้ด้วย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
๓๕ มำตรำ ๖๘ (๕) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘
๓๖ มำตรำ ๖๘ (๖) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
๓๗
มำตรำ ๖๘ (๗) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘
๓๘ มำตรำ ๖๘ (๘) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
๓๙
มำตรำ ๖๘ (๙) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘
๔๐ มำตรำ ๖๘ (๑๐) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
๔๑
มำตรำ ๖๘ (๑๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘
- ๒๒ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๔๒
วรรคสี่ (ยกเลิก)
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
๔๓
วรรคห้ำ (ยกเลิก)
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
๔๔
ี
มำตรำ ๖๘/๑ ในกรณีที่มีเหตุผลและควำมจ ำเป็น เพอเป็นกำรเยียวยำให้
ื่
ี
ข้ำรำชกำรต ำรวจได้รับเงินเดือนหรือเงินประจ ำต ำแหน่งที่เหมำะสมและเป็นธรรม ก.ตร. อำจก ำหนดให้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ข้ำรำชกำรต ำรวจได้รับกำรเยียวยำโดยให้ได้รับเงินเดือนหรือเงินประจ ำต ำแหน่งตำมที่เห็นสมควรเป็น
กรณี ๆ ไปก็ได้ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรที่คณะรัฐมนตรีก ำหนด ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ิ่
มำตรำ ๖๙ ข้ำรำชกำรต ำรวจอำจได้รับเงินเพมค่ำครองชีพชั่วครำวตำมภำวะ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
เศรษฐกิจ ทั้งนี้ ตำมจ ำนวน หลักเกณฑ์และวิธีกำรที่ก ำหนดในพระรำชกฤษฎีกำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๗๐ ข้ำรำชกำรต ำรวจอำจได้รับเงินเพิ่มพเศษรำยเดือน เงินเพิ่มอน หรือเงิน
ิ
ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ช่วยเหลือตำมที่คณะรัฐมนตรีก ำหนด
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ิ่
มำตรำ ๗๑ ข้ำรำชกำรต ำรวจอำจได้รับเงินเพมส ำหรับต ำแหน่งที่ประจ ำอยู่ใน
ิ
ต่ำงประเทศ หรือต ำแหน่งที่มีเหตุพเศษตำมที่ก ำหนดในระเบียบ ก.ตร. โดยควำมเห็นชอบของ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
กระทรวงกำรคลัง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
หมวด ๔
ี กำรรักษำรำชกำรแทนและกำรปฏิบัติรำชกำรแทน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๗๒ ในกรณีที่ต ำแหน่งข้ำรำชกำรต ำรวจในส่วนรำชกำรหรือหน่วยงำนใดใน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติว่ำงลง หรือผู้ด ำรงต ำแหน่งใดไม่สำมำรถปฏิบัติรำชกำรได้ ให้ผู้บังคับบัญชำ
ี
ี
ี
ดังต่อไปนี้ สั่งให้ข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งเห็นสมควรรักษำรำชกำรแทนในต ำแหน่งนั้นได้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
(๑) นำยกรัฐมนตรี ส ำหรับต ำแหน่งผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ
(๒) ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ ส ำหรับต ำแหน่งตั้งแต่จเรต ำรวจแห่งชำติ รองผู้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ หรือต ำแหน่งเทียบเท่ำลงมำ
(๓) ผู้บัญชำกำรหรือต ำแหน่งเทียบเท่ำ ส ำหรับต ำแหน่งตั้งแต่ผู้บังคับกำรหรือ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ต ำแหน่งเทียบเท่ำลงมำในส่วนรำชกำรนั้น
(๔) ผู้บังคับกำรหรือต ำแหน่งเทียบเท่ำ ส ำหรับต ำแหน่งตั้งแต่ผู้ก ำกับกำรหรือ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
๔๕
ต ำแหน่งเทียบเท่ำลงมำในส่วนรำชกำรนั้น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
๔๒
มำตรำ ๖๘ วรรคสี่ ยกเลิกโดยพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘
๔๓ มำตรำ ๖๘ วรรคสี่ ยกเลิกโดยพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
๔๔
มำตรำ ๖๘/๑ เพิ่มโดยพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘
๔๕ มำตรำ ๗๒ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ที่ ๗/
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
๒๕๕๙ เรื่อง กำรก ำหนดต ำแหน่งของข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งมีอ ำนำจหน้ำที่ในกำรสอบสวน
- ๒๓ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ในกรณีที่ไม่มีกำรแต่งตั้งให้ข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดรักษำรำชกำรแทนและมีผู้ด ำรง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ต ำแหน่งรองของต ำแหน่งนั้น ให้ผู้ด ำรงต ำแหน่งรองเป็นผู้รักษำรำชกำรแทน ถ้ำไม่มีผู้ด ำรงต ำแหน่ง
ี
ี
ี
รองหรือมีแต่ไม่อำจปฏิบัติรำชกำรได้ และมีผู้ด ำรงต ำแหน่งผู้ช่วยของต ำแหน่งดังกล่ำว ให้ผู้ด ำรง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ต ำแหน่งผู้ช่วยเป็นผู้รักษำรำชกำรแทนในต ำแหน่งนั้น ถ้ำมีผู้ด ำรงต ำแหน่งรองหรือผู้ช่วยหลำยคน
ี
ให้ผู้มีอำวุโสตำมที่ก ำหนดในระเบียบ ก.ตร. เป็นผู้รักษำรำชกำรแทน ถ้ำไม่มีทั้งผู้ด ำรงต ำแหน่งรอง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
หรือผู้ช่วย หรือมีแต่ไม่อำจปฏิบัติรำชกำรได้ ก็ให้ข้ำรำชกำรต ำรวจชั้นสัญญำบัตรผู้มีอำวุโสตำมที่
ก ำหนดในระเบียบ ก.ตร. ในส่วนรำชกำรหรือหน่วยงำนนั้นเป็นผู้รักษำรำชกำรแทน ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ื่
เพอประโยชน์ของทำงรำชกำร ข้ำรำชกำรต ำรวจที่ได้รับกำรแต่งตั้งให้ด ำรงต ำแหน่ง
ตำมมำตรำ ๕๑ (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖) เป็นกำรย้อนหลัง กำรปฏิบัติหน้ำที่หรือกำรใช้อำนำจใน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ต ำแหน่งเดิมที่ได้กระท ำไปก่อนมีประกำศพระบรมรำชโองกำรโปรดเกล้ำฯ แต่งตั้งให้เป็นอันใช้ได้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๗๓ นอกจำกที่บัญญัติไว้ในพระรำชบัญญัตินี้ อ ำนำจในกำรสั่ง กำรอนุญำต
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
กำรอนุมัติ กำรปฏิบัติรำชกำร และกำรด ำเนินกำรด้ำนอนที่ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติจะพงปฏิบัติ
ื่
ึ
ี
ี
ี
หรือด ำเนินกำรตำมกฎหมำย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือค ำสั่งใด หรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องใดใน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
กิจกำรของแต่ละกองบัญชำกำร ให้ผู้บัญชำกำรของแต่ละกองบัญชำกำรนั้น เป็นผู้ปฏิบัติรำชกำรแทน
ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ในกำรปฏิบัติรำชกำรแทนผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติตำมวรรคหนึ่ง ผู้บัญชำกำร
จะมอบหมำยให้รองผู้บัญชำกำรปฏิบัติรำชกำรแทนก็ได้ ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ให้ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติมีหน้ำที่ก ำกับติดตำมผลกำรปฏิบัติรำชกำรของผู้
บัญชำกำรตำมวรรคหนึ่ง และให้มีอำนำจแนะน ำและแก้ไขกำรปฏิบัติรำชกำรของผู้บัญชำกำรตำม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
วรรคหนึ่ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ในกรณีจ ำเป็นเพื่อรักษำประโยชน์ของทำงรำชกำรหรือกำรระงับควำมเสียหำยที่อำจ
ี
ี
เกิดขึ้นจำกกำรใช้อำนำจของผู้บัญชำกำรตำมวรรคหนึ่ง ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติจะระงับกำรใช้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
อ ำนำจของผู้บัญชำกำรดังกล่ำวไว้เป็นกำรชั่วครำวและใช้อำนำจนั้นด้วยตนเองก็ได้ ทั้งนี้ ตำมหลักเกณฑ์
ี
ี
ี
และเงื่อนไขที่ ก.ต.ช. ก ำหนด
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๗๔ เพื่อประโยชน์ในกำรบริหำรรำชกำรในส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติอ ำนำจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ื่
ในกำรสั่ง กำรอนุญำต กำรอนุมัติ กำรปฏิบัติรำชกำร หรือกำรด ำเนินกำรอนใดที่ผู้บัญชำกำรต ำรวจ
แห่งชำติหรือหัวหน้ำส่วนรำชกำรหรือหัวหน้ำหน่วยงำนจะพงปฏิบัติ หรือด ำเนินกำรตำมกฎหมำย
ึ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ระเบียบ ข้อบังคับ ค ำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีในเรื่องใด ถ้ำกฎหมำย ระเบียบ ข้อบังคับ ค ำสั่ง หรือ
มติคณะรัฐมนตรีในเรื่องนั้นมิได้ก ำหนดเรื่องกำรมอบอำนำจไว้เป็นอย่ำงอน หรือมิได้ห้ำมเรื่องกำร
ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มอบอำนำจไว้ ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติหรือหัวหน้ำส่วนรำชกำรหรือหัวหน้ำหน่วยงำนอำจมอบ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
อ ำนำจให้ผู้ด ำรงต ำแหน่งรองหรือผู้ช่วยหรือผู้ด ำรงต ำแหน่งหัวหน้ำส่วนรำชกำรหรือหัวหน้ำหน่วยงำน
ี
ี
ถัดลงไปตำมล ำดับหรือผู้ด ำรงต ำแหน่งเทียบเท่ำหรือข้ำรำชกำรต ำรวจชั้นสัญญำบัตรในส่วนรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
หรือในหน่วยงำนนั้นปฏิบัติรำชกำรแทนได้
ี
ี
ี
กำรมอบอำนำจตำมวรรคหนึ่งให้ท ำเป็นหนังสือ และให้ผู้มอบอ ำนำจมีหน้ำที่แนะน ำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ก ำกับ และติดตำมกำรปฏิบัติรำชกำรของผู้รับมอบอ ำนำจ และในกรณีที่เห็นว่ำผู้รับมอบอ ำนำจปฏิบัติ
รำชกำรในเรื่องใดโดยไม่สมควร ให้มีอ ำนำจแก้ไขกำรปฏิบัติรำชกำรของผู้รับมอบอ ำนำจนั้นได้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
- ๒๔ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
เมื่อมีกำรมอบอำนำจแล้ว ผู้รับมอบอำนำจมีหน้ำที่ต้องรับมอบอำนำจนั้น และจะ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มอบอำนำจนั้นให้แก่ผู้ด ำรงต ำแหน่งอนต่อไปไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับควำมเห็นชอบจำกผู้มอบอำนำจไว้
ื่
ี
ี
ี
เป็นกรณี ๆ ไป
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๗๕ ให้ผู้รักษำรำชกำรแทนตำมมำตรำ ๗๒ มีอ ำนำจหน้ำที่เช่นเดียวกับผู้ซึ่ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ตนแทน
ในกรณีที่กฎหมำย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกำศ ค ำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ให้ผู้ด ำรงต ำแหน่งใดเป็นกรรมกำรหรือให้มีอ ำนำจหน้ำที่อย่ำงใด ให้ผู้รักษำรำชกำรแทนมีอ ำนำจและ
หน้ำที่เป็นกรรมกำรหรือมีอ ำนำจและหน้ำที่เช่นเดียวกับผู้ด ำรงต ำแหน่งนั้นในระหว่ำงที่รักษำรำชกำรแทน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
กำรสั่งให้รักษำรำชกำรแทนให้มีผลนับแต่เวลำที่ผู้ได้รับแต่งตั้งเข้ำรับหน้ำที่และ
ให้ผู้ด ำรงต ำแหน่งรองหรือต ำแหน่งผู้ช่วยพนจำกควำมเป็นผู้รักษำรำชกำรแทนนับแต่ ีเวลำที่ผู้ได้รับ
้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
แต่งตั้งเข้ำรับหน้ำที่ ทั้งนี้ ไม่เป็นกำรกระทบกระเทือนถึงกำรใดที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติไปแล้วในระหว่ำงเป็น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ผู้รักษำรำชกำรแทน
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๗๖ ในกรณีที่มีกฎหมำย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกำศ ค ำสั่ง หรือมติ
คณะรัฐมนตรีก ำหนดให้อำนำจหรือหน้ำที่ใดเป็นของปลัดกระทรวง กำรใช้อำนำจหรือปฏิบัติหน้ำที่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ดังกล่ำวส ำหรับส่วนรำชกำรหรือหน่วยงำนของส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ ให้ถือเป็นอำนำจและหน้ำที่
ของผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ ี ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
หมวด ๕
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
วินัยและกำรรักษำวินัย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มำตรำ ๗๗ ข้ำรำชกำรต ำรวจต้องถือและปฏิบัติตำมกฎหมำย ระเบียบของทำง
ี
ี
ี
รำชกำร มติคณะรัฐมนตรี และจรรยำบรรณของต ำรวจตำมที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร. และต้องรักษำวินัย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ตำมที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้โดยเคร่งครัด ี ี
กฎ ก.ตร. ตำมวรรคหนึ่ง ให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นก ำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกำศ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ในรำชกิจจำนุเบกษำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๗๘ กำรกระท ำผิดวินัยอย่ำงไม่ร้ำยแรง ได้แก่ กำรไม่รักษำวินัยตำมที่
บัญญัติเป็นข้อปฏิบัติและข้อห้ำมในเรื่องดังต่อไปนี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
(๑) ต้องปฏิบัติหน้ำที่รำชกำรด้วยควำมซื่อสัตย์ สุจริต และเที่ยงธรรม เป็นไปตำม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
กฎหมำย กฎ ระเบียบของทำงรำชกำร มติคณะรัฐมนตรี จรรยำบรรณของต ำรวจ และนโยบำยของ
ี
ี
รัฐบำลโดยไม่ให้เสียหำยแก่รำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๒) ต้องปฏิบัติตำมค ำสั่งของผู้บังคับบัญชำซึ่งสั่งในหน้ำที่รำชกำรโดยชอบด้วย
ี
ี
ี
กฎหมำยและระเบียบของทำงรำชกำร โดยไม่ขัดขืนหรือหลีกเลี่ยง แต่ถ้ำเห็นว่ำกำรปฏิบัติตำมค ำสั่ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
นั้นจะท ำให้เสียหำยแก่รำชกำร หรือจะเป็นกำรไม่รักษำประโยชน์ของทำงรำชกำร จะเสนอควำมเห็น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
- ๒๕ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ื่
เป็นหนังสือทันทีเพอให้ผู้บังคับบัญชำทบทวนค ำสั่งนั้นก็ได้ และเมื่อได้เสนอควำมเห็นแล้ว ถ้ำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ผู้บังคับบัญชำยืนยันให้ปฏิบัติตำมค ำสั่งเดิม ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชำต้องปฏิบัติตำม
ี
ี
ี
(๓) ต้องรักษำระเบียบกำรเคำรพระหว่ำงผู้ใหญ่ ผู้น้อย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
(๔) ต้องอุทิศเวลำของตนให้แก่รำชกำร จะละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้ำที่รำชกำรมิได้
(๕) ต้องปฏิบัติรำชกำรโดยมิให้เป็นกำรกระท ำกำรข้ำมผู้บังคับบัญชำเหนือตน เว้นแต่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ผู้บังคับบัญชำเหนือขึ้นไปเป็นผู้สั่งให้กระท ำ หรือได้รับอนุญำตเป็นพิเศษชั่วครั้งครำว
(๖) ต้องรักษำควำมลับของทำงรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
(๗) ต้องสุภำพเรียบร้อย รักษำควำมสำมัคคี และไม่กระท ำกำรอย่ำงใดที่เป็นกำร
กลั่นแกล้งกัน และต้องช่วยเหลือกันในกำรปฏิบัติรำชกำรระหว่ำงข้ำรำชกำรด้วยกันและผู้ร่วมปฏิบัติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
รำชกำร
ีดวก ให้ควำมเป็นธรรมและให้กำรสงเครำะห์แก่ประชำชน
(๘) ต้องต้อนรับ ให้ควำมสะ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ผู้ติดต่อรำชกำร หรือในกำรปฏิบัติรำชกำรเกี่ยวกับหน้ำที่ของตนโดยไม่ชักช้ำ และด้วยควำมสุภำพ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
เรียบร้อยโดยห้ำมมิให้ดูหมิ่น เหยียดหยำม กดขี่หรือข่มเหงประชำชนผู้ติดต่อรำชกำรหรือในกำร
ี
ี
ี
ปฏิบัติรำชกำรเกี่ยวกับหน้ำที่ของตน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ื่
(๙) ต้องปฏิบัติหน้ำที่รำชกำรด้วยควำมตั้งใจ อตสำหะ เพอให้เกิดผลดีหรือ
ุ
ควำมกำวหน้ำแกรำชกำร เอำใจใส่ ระมัดระวังรักษำผลประโยชน์ของทำงรำชกำร และต้องไม่ประมำท
้
่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
เลินเล่อในหน้ำที่รำชกำร
(๑๐) ต้องไม่กระท ำกำรอันเป็นเหตุให้แตกควำมสำมัคคีระหว่ำงข้ำรำชกำรต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
(๑๑) ต้องไม่รำยงำนเท็จต่อผู้บังคับบัญชำ กำรรำยงำนโดยปกปิดข้อควำมซึ่งควร
ต้องแจ้งถือว่ำเป็นกำรรำยงำนเท็จด้วย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
(๑๒) ต้องไม่ใช้กิริยำวำจำหรือประพฤติตนในลักษณะที่ไม่สมควร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๑๓) ต้องไม่กระท ำกำรอันได้ชื่อว่ำเป็นผู้ประพฤติชั่ว
ี
ี
(๑๔) ต้องไม่กระท ำด้วยประกำรใด ๆ ในลักษณะที่เป็นกำรบังคับผู้บังคับบัญชำเป็น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ทำงให้เสียระเบียบแบบแผนวินัยต ำรวจ
ี
ี
ี
(๑๕) ต้องไม่กระท ำหรือละเว้นกำรกระท ำใด ๆ อนเป็นเหตุให้เสียหำยแก่รำชกำร
ั
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
หรือท ำให้เสียระเบียบแบบแผนของต ำรวจ
(๑๖) ต้องไม่กระท ำกำรหรือยอมให้ผู้อื่นกระท ำกำรหำผลประโยชน์อันอำจท ำให้เสีย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ควำมเที่ยงธรรมในกำรปฏิบัติหน้ำที่รำชกำรหรือเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของต ำแหน่งหน้ำที่รำชกำรของตน
(๑๗) ต้องไม่เป็นกรรมกำรผู้จัดกำร หรือผู้จัดกำร หรือด ำรงต ำแหน่งอนใดที่มี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ื่
ี
ี
ลักษณะงำนคล้ำยคลึงกันนั้นในห้ำงหุ้นส่วนหรือบริษัท
ีกระท ำกำรหรือไม่กระท ำกำรตำมที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.
(๑๘)
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มำตรำ ๗๙ กำรกระท ำผิดวินัยอย่ำงร้ำยแรง ได้แก่กำรกระท ำดังต่อไปนี้
ี
ี
(๑) ปฏิบัติหรือละเว้นกำรปฏิบัติหน้ำที่รำชกำรโดยมิชอบเพอให้ตนเองหรือผู้อน
ื่
ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ได้รับประโยชน์ที่มิควรได้
ี
ี
ี
ั
(๒) ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้ำที่รำชกำรโดยไม่มีเหตุอนสมควร เป็นเหตุให้เสียหำยแก่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
รำชกำรอย่ำงร้ำยแรง หรือละทิ้งหน้ำที่รำชกำรติดต่อในครำวเดียวกันเป็นเวลำเกินสิบห้ำวันโดยไม่มี
เหตุอันสมควร หรือโดยมีพฤติกำรณ์อันแสดงถึงควำมจงใจไม่ปฏิบัติตำมระเบียบของทำงรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
- ๒๖ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๓) เหยียดหยำม กดขี่ ข่มเหง หรือท ำร้ำยประชำชนผู้ติดต่อรำชกำรหรือในระหว่ำง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ปฏิบัติหน้ำที่รำชกำร
ี
ี
ี
(๔) กระท ำควำมผิดอำญำจนได้รับโทษจ ำคุกหรือโทษที่หนักกว่ำโทษจ ำคุกโดยค ำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ิ
พพำกษำถึงที่สุดให้จ ำคุกหรือให้รับโทษที่หนักกว่ำโทษจ ำคุก เว้นแต่เป็นโทษส ำหรับควำมผิดที่ได้
ี
กระท ำโดยประมำทหรือควำมผิดลหุโทษ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
(๕) กระท ำกำรอันได้ชื่อว่ำเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่ำงร้ำยแรง
(๖) กระท ำหรือละเว้นกำรกระท ำใด ๆ รวมทั้งกำรกระท ำผิดตำมมำตรำ ๗๘ อันเป็น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
เหตุให้เสียหำยแก่รำชกำรอย่ำงร้ำยแรง
(๗) กระท ำกำรหรือไม่กระท ำกำรตำมที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๘๐ ให้ผู้บังคับบัญชำมีหน้ำที่เสริมสร้ำงและพฒนำให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชำ
ั
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มีวินัย ป้องกันมิให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชำกระท ำผิดวินัย และด ำเนินกำรทำงวินัยแก่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ซึ่งมีกรณีอันมีมูลที่ควรกล่ำวหำว่ำกระท ำผิดวินัย
ี
ี
ี
ั
วิธีกำรเสริมสร้ำงและพัฒนำให้ผู้อยู่ใต้บังคบบัญชำมีวินัย และกำรป้องกันมิให้ผู้อยู่ใต้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
บังคับบัญชำกระท ำผิดวินัย ให้เป็นไปตำมที่ก ำหนดในระเบียบ ก.ตร.
เมื่อปรำกฏกรณีมีมูลที่ควรจะกล่ำวหำว่ำข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดกระท ำผิดวินัยให้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ผู้บังคับบัญชำด ำเนินกำรทำงวินัยทันทีตำมที่บัญญัติไว้ในหมวด ๖
ผู้บังคับบัญชำผู้ใดละเลยไม่ปฏิบัติตำมมำตรำนี้และตำมหมวด ๖ หรือปฏิบัติหน้ำที่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ดังกล่ำวโดยไม่สุจริต ให้ถือว่ำผู้นั้นกระท ำผิดวินัย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๘๑ เมื่อมีควำมจ ำเป็นอนไ ม่อำจหลีกเลี่ยงได้ เพื่อประโยชน์ในกำรรักษำ
ั
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
วินัยและปรำบปรำมข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ก่อกำรก ำเริบ หรือเพอบังคับข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ละทิ้งหน้ำที่
ื่
ี
ี
ให้กลับท ำหน้ำที่ของตนผู้บังคับบัญชำอำจใช้อำวุธหรือก ำลังบังคับได้ และถ้ำได้กระท ำโดยสุจริตตำม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
สมควรแก่เหตุแล้ว ผู้บังคับบัญชำหรือผู้ช่วยเหลือไม่ต้องรับผิดทั้งทำงแพ่งและทำงอำญำ
ี
ี
ี
เมื่อมีเหตุดังกล่ำว ผู้บังคับบัญชำจะต้องรำยงำนไปยังผู้บังคับบัญชำเหนือตน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ตำมล ำดับชั้นจนถึงผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติโดยเร็ว
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๘๒ โทษทำงวินัยมี ๗ สถำน ดังต่อไปนี้
(๑) ภำคทัณฑ
์
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
(๒) ทัณฑกรรม
(๓) กักยำม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
(๔) กักขัง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๕) ตัดเงินเดือน
ี
ี
(๖) ปลดออก
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๗) ไล่ออก
ี
ี
ี
กำรลงโทษภำคทัณฑ์ ได้แก่ กำรลงโทษแก่ผู้กระท ำผิดอนควรต้องรับโทษสถำนหนึ่ง
ั
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
สถำนใด แต่มีเหตุอันควรปรำนีจึงเพียงแค่แสดงควำมผิดผู้นั้นให้ปรำกฏไว้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
- ๒๗ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
กำรลงโทษทัณฑกรรม ได้แก่ กำรให้ท ำงำนโยธำ กำรให้อยู่เวรยำม นอกจำกหน้ำที่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ประจ ำ หรือกำรให้ท ำงำนสำธำรณประโยชน์ซึ่งต้องไม่เกินหกชั่วโมงต่อหนึ่งวัน
ี
ี
ี
กำรลงโทษกักยำม ได้แก่ กำรกักตัวไว้ในบริเวณใดบริเวณหนึ่งที่สมควรตำมที่จะ
ี
ก ำหนด ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
กำรลงโทษกักขัง ได้แก่ กำรขังในที่จัดไว้เพื่อควบคุมแต่เฉพำะคนเดียวหรือหลำยคน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
รวมกันตำมที่จะได้มีค ำสั่ง
กำรลงโทษกักยำมหรือกักขังจะใช้งำนโยธำหรืองำนอนของทำงรำชกำรด้วยก็ได้แต่
ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ต้องไม่เกินหกชั่วโมงต่อหนึ่งวัน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๘๓ กำรลงโทษข้ำรำชกำรต ำรวจให้ท ำเป็นค ำสั่งโดยระบุในค ำสั่งด้วยว่ำผู้
ถูกลงโทษกระท ำผิดวินัยในกรณีใดและมำตรำใด ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
วิธีกำรออกค ำสั่งเกี่ยวกับกำรลงโทษให้เป็นไปตำมที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
หมวด ๖
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
กำรด ำเนินกำรทำงวินัย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๘๔ เมื่อมีกำรกล่ำวหำหรือมีกรณีเป็นที่สงสัยว่ำข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใด
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
กระท ำผิดวินัยให้ผู้บังคับบัญชำรีบด ำเนินกำรสืบสวนข้อเท็จจริงหรือพิจำรณำในเบื้องต้นว่ำกรณีมีมูลที่
ควรกล่ำวหำว่ำผู้นั้นกระท ำผิดวินัยหรือไม่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ในกำรสืบสวนข้อเท็จจริงให้แจ้งเรื่องที่ถูกกล่ำวหำหรือถูกร้องเรียนให้ผู้ถูกกล่ำวหำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ู
ทรำบ และให้ผู้ถูกกล่ำวหำชี้แจงข้อเท็จจริงภำยในเวลำที่ก ำหนด ถ้ำเห็นว่ำกรณีไม่มีมลที่ควรกล่ำวหำ
ี
ี
ว่ำกระท ำผิดวินัยให้สั่งยุติเรื่องได้ ถ้ำเห็นว่ำกรณีมีมูลที่ควรกล่ำวหำว่ำกระท ำผิดวินัย ให้ด ำเนินกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ต่อไปตำมมำตรำ ๘๕ หรือมำตรำ ๘๖ แล้วแต่กรณี ทันที
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๘๕ เมื่อข้ำรำชกำรต ำรวจถูกกล่ำวหำว่ำกระท ำผิดวินัยอย่ำงไม่ร้ำยแรงให้
ผู้บังคับบัญชำน ำส ำนวนกำรสืบสวนข้อเท็จจริงตำมมำตรำ ๘๔ มำพิจำรณำสั่งกำรตำมมำตรำ ๘๙
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๘๖ เมื่อข้ำรำชกำรต ำรวจถูกกล่ำวหำว่ำกระท ำผิดวินัยอย่ำงร้ำยแรงให้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
แต่งตั้งคณะกรรมกำรขึ้นท ำกำรสอบสวน ในกำรสอบสวนต้องแจ้งข้อกล่ำวหำและสรุปพยำนหลักฐำน
ที่สนับสนุนข้อกล่ำวหำเท่ำที่มีให้ผู้ถูกกล่ำวหำทรำบโดยจะระบุหรื
ีอไม่ระบุชื่อพยำนก็ได้ ทั้งนี้ เพื่อให้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ั
ผู้ถูกกล่ำวหำชี้แจงและน ำสืบแก้ข้อกล่ำวหำ เมื่อด ำเนินกำรแล้ว ถ้ำฟงได้ว่ำผู้ถูกกล่ำวหำได้กระท ำผิด
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ั
วินัย ให้ด ำเนินกำรต่อไปตำมมำตรำ ๘๙ หรือมำตรำ ๙๐ แล้วแต่กรณี ถ้ำฟงไม่ได้ว่ำผู้ถูกกล่ำวหำ
ี
ี
กระท ำผิดวินัย ให้สั่งยุติเรื่อง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ื่
ให้ผู้มีอำนำจตำมมำตรำ ๗๒ หรือผู้บังคับบัญชำอนตำมที่ก ำหนดในระเบียบ ก.ตร.
ี
ี
ี
เป็นผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมกำรสอบสวนตำมวรรคหนึ่ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
- ๒๘ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ในกรณีที่ข้ำรำชกำรต ำรวจต ำแหน่งต่ำงกันถูกกล่ำวหำว่ำกระท ำผิดวินัยอย่ำง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ร้ำยแรงร่วมกันให้ผู้มีอำนำจส ำหรับผู้ถูกกล่ำวหำที่มีต ำแหน่งในระดับสูงกว่ำเป็นผู้สั่งแต่งตั้ง
ี
ี
ี
คณะกรรมกำรสอบสวน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชำได้แต่งตั้งคณะกรรมกำรขึ้นท ำกำรสอบสวนผู้ถูกกล่ำวหำตำม
มำตรำ ๑๐๑ และผลกำรสอบสวนปรำกฏว่ำผู้ถูกกล่ำวหำกระท ำผิดวินัยอย่ำงร้ำยแรง ให้ผู้บังคับบัญชำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ด ำเนินกำรสั่งกำรตำมผลกำรสอบสวนโดยไม่ต้องตั้งคณะกรรมกำรสอบสวน หรือด ำเนินกำรสอบสวนใหม่
แต่ทั้งนี้ ต้องแจ้งข้อกล่ำวหำและสรุปพยำนหลักฐำนที่สนับสนุนข้อกล่ำวหำเท่ำที่มีให้ผู้ถูกกล่ำวหำทรำบ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
โดยจะระบุหรือไม่ระบุพยำนก็ได้ และต้องให้โอกำสผู้ถูกกล่ำวหำชี้แจงและน ำสืบแก้ขอกล่ำวหำได้ด้วย
้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๘๗ หลักเกณฑ์ วิธีกำรแ ละระยะเวลำเกี่ยวกับกำรสืบสวน และกำร
สอบสวนที่ต้องด ำเนินกำรตำมมำตรำ ๘๔ และมำตรำ ๘๖ ให้เป็นไปตำมที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ในกำรพิจำรณำของผู้บังคับบัญชำผู้มีอ ำนำจตำมมำตรำ ๘๕ มำตรำ ๘๖ มำตรำ ๘๙
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
หรือมำตรำ ๙๐ ให้พิจำรณำสั่งกำรให้แล้วเสร็จภำยในสองร้อยสี่สิบวันนับแต่วันได้รับส ำนวน เว้นแต่มี
ี
ี
ี
ิ
เหตุจ ำเป็นตำมที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร. ซึ่งท ำให้กำรพจำรณำไม่แล้วเสร็จภำยในก ำหนดระยะเวลำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ดังกล่ำวก็ให้ขยำยระยะเวลำได้อีกไม่เกินสองครั้ง โดยแต่ละครั้งจะต้องไม่เกินหกสิบวัน ในกำรนี้
หำกยังพิจำรณำไม่แล้วเสร็จ ให้ข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ถูกกล่ำวหำกลับคืนสู่ฐำนะเดิมก่อน และให้ถือว่ำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ไม่เป็นผู้ที่อยู่ระหว่ำงถูกสืบสวนหรือสอบสวน แล้วแต่กรณี นับแต่วันครบก ำหนดเวลำดังกล่ำวจนกว่ำ
กำรพิจำรณำสั่งกำรในเรื่องนั้นจะเสร็จสิ้นและมีค ำสั่ง ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ในกรณีที่เป็นควำมผิดที่ปรำกฏชัดแจ้งตำมที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร. จะด ำเนินกำรทำง
วินัยโดยไม่ต้องสืบสวนหรือสอบสวนก็ได้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ื่
มำตรำ ๘๘ เมื่อมีเหตุจ ำเป็นจะต้องกักตัวข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งถูกกล่ำวหำไว้เพอ
ี
ี
ประโยชน์ในกำรสอบสวน เช่น จะหลบหนี หรือจะไปท ำร้ำย หรือข่มขู่ผู้เสียหำยหรือพยำน ให้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ผู้บังคับบัญชำมีอำนำจกักตัวข้ำรำชกำรต ำรวจนั้นระหว่ำงด ำเนินกำรสอบสวนได้เท่ำที่จ ำเป็นแก่กำร
ี
ี
ี
สอบสวน แต่ต้องไม่เกินอ ำนำจลงโทษกักขังของผู้สั่งกักตัวและต้องไม่เกินสิบห้ำวัน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ในกรณีที่ข้ำรำชกำรต ำรวจตำมวรรคหนึ่งถูกลงโทษกักยำมหรือกักขังให้หักจ ำนวน
วันที่ถูกกักตัวออกจำกระยะเวลำกักยำมหรือกักขังด้วย และในกรณีที่ถูกลงโทษทัณฑกรรม ให้ถือว่ำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
กำรถูกกักตัวเป็นกำรรับโทษส ำหรับควำมผิดนั้นแล้ว
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๘๙ ข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดกระท ำผิดวินัยอย่ำงไม่ร้ำยแรง ให้ผู้บังคับบัญชำ
สั่งลงโทษภำคทัณฑ์ ทั
ีณฑกรรม กักยำม กักขัง หรือตัดเงินเดือนตำมควรแก่กรณีให้เหมำะสมกับ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ควำมผิด ถ้ำมีเหตุอนควรลดหย่อนจะน ำมำประกอบกำรพจำรณำลดโทษก็ได้ แต่ส ำหรับกำรลงโทษ
ั
ิ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ั
ั
ภำคทณฑ์ให้ใช้เฉพำะกรณีกระท ำผิดวินัยเล็กน้อยหรือมีเหตุอนควรลดหย่อน ซึ่งยังไม่ถึงกบจะต้องถูก
ั
ี
ี
ลงโทษทัณฑกรรม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ถ้ำผู้บังคับบัญชำเห็นว่ำผู้กระท ำผิดวินัยควรได้รับโทษสูงกว่ำที่ตนมีอ ำนำจสั่งลงโทษ
ี
ี
ี
ให้รำยงำนต่อผู้บังคับบัญชำของตนที่มีอ ำนำจ เพื่อให้พิจำรณำด ำเนินกำรเพื่อลงโทษตำมควรแก่กรณี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ในกรณีกระท ำผิดวินัยเล็กน้อยและมีเหตุอนควรงดโทษ จะงดโทษให้โดยให้ท ำทัณฑ์
ั
บนเป็นหนังสือหรือว่ำกล่ำวตักเตือนก็ได้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
- ๒๙ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
กำรลงโทษตำมมำตรำนี้ ผู้บังคับบัญชำจะมีอำนำจสั่งลงโทษผู้อยู่ใต้บังคับบัญชำใน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
สถำนโทษและอัตรำโทษได้เพียงใด ให้เป็นไปตำมที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๙๐ ข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดกระท ำผิดวินัยอย่ำงร้ำยแรง ให้ผู้มีอำนำจตำม
ั
มำตรำ ๗๒ สั่งลงโทษปลดออก หรือไล่ออก ตำมควำมร้ำยแรงแห่งกรณี ถ้ำมีเหตุอนควรลดหย่อนจะ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
น ำมำประกอบกำรพิจำรณำลงโทษก็ได้ แต่ห้ำมมิให้ลดโทษต่ ำกว่ำปลดออก
กำรพิจำรณำสั่งลงโทษของผู้มีอ ำนำจตำมมำตรำ ๗๒ (๒) (๓) และ (๔) ให้ผู้มีอ ำนำจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ื่
ิ
ดังกล่ำวตั้งคณะกรรมกำรเพอพจำรณำกลั่นกรองเสนอ โดยคณะกรรมกำรดังกล่ำวอย่ำงน้อยต้อง
ประกอบด้วยรองหัวหน้ำหน่วยงำนนั้นทุกคน ตำมหลักเกณฑ์ที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ผู้ถูกลงโทษปลดออกตำมมำตรำนี้ ให้มีสิทธิได้รับบ ำเหน็จบ ำนำญเสมือนว่ำผู้นั้น
ลำออกจำกรำชกำร ี ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มำตรำ ๙๑ เมื่อผู้บังคับบัญชำได้ด ำเนินกำรทำงวินัยแก่ข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดแล้ว
ี
ี
ี
ให้รำยงำนกำรด ำเนินกำรทำงวินัยต่อผู้บังคับบัญชำที่มีต ำแหน่งเหนือผู้ด ำเนินกำรทำงวินัยและผู้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ ี ี
ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชำที่ได้รับรำยงำนตำมวรรคหนึ่งเห็นว่ำกำรยุติเรื่อง กำรงดโทษ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
หรือกำรลงโทษเป็นกำรไม่ถกต้องหรือไม่เหมำะสม ก็ให้มีอำนำจสั่งลงโทษ เพิ่มโทษเป็นสถำนโทษหรือ
ู
อตรำโทษที่หนักขึ้น ลดโทษลงเป็นสถำนโทษหรืออตรำโทษที่เบำลง งดโทษโดยให้ท ำทัณฑ์บนเป็น
ั
ั
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
หนังสือหรือว่ำกล่ำวตักเตือน หรือยกโทษให้ถูกต้องหรือเหมำะสมตำมควรแก่กรณี ตลอดจนแก้ไข
เปลี่ยนแปลงข้อควำมในค ำสั่งเดิมให้ถูกต้องเหมำะสมได้ด้วย และในกรณีที่เห็นว่ำควรด ำเนินกำรอย่ำง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ื่
ิ
ิ่
ใดเพมเติมเพอประกอบกำรพจำรณำให้ได้ควำมจริงและยุติธรรมก็ให้มีอำนำจด ำเนินกำรหรือสั่ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ิ่
ด ำเนินกำรได้ตำมควรแก่กรณี โดยกำรสั่งลงโทษหรือเพมโทษเป็นสถำนโทษที่หนักขึ้น ต้องไม่เกิน
ี
ี
ั
อำนำจของตนตำมมำตรำ ๘๙ และกำรเพมอตรำโทษเมื่อรวมกับอตรำโทษเดิมต้องไม่เกินอำนำจนั้นด้วย
ิ่
ั
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ิ
ถ้ำเกนอ ำนำจของตน ก็ให้รำยงำนต่อผู้บังคับบัญชำของผู้นั้นตำมล ำดับเพื่อให้พจำรณำด ำเนินกำรตำม
ิ
ี
ี
ี
ควรแก่กรณี ทั้งนี้ ถ้ำเห็นว่ำกำรจะสั่งลงโทษหรือเพมโทษนั้นกรณีเป็นกำรกระท ำผิดวินัยอย่ำง
ิ่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ร้ำยแรง ก็ให้รำยงำนต่อผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติเพื่อให้พิจำรณำด ำเนินกำร ี
ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชำสั่งลงโทษตำมมำตรำ ๘๙ สั่งยุติเรื่อง หรือสั่งงดโทษ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดไปแล้ว แต่ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติเห็นว่ำกรณีเป็นกำรกระท ำผิดวินัยอย่ำง
ร้ำยแรง หรือเมื่อได้รับรำยงำนที่ผู้บังคับบัญชำตำมวรรคสองเห็นว่ำกรณีเป็นกำรกระท ำผิดวินัยอย่ำง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ร้ำยแรง ก็ให้ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติมีอ ำนำจด ำเนินกำรตำมมำตรำ ๘๖ แต่ถ้ำเป็นกรณีที่ได้มีกำร
แต่งตั้งคณะกรรมกำรสอบสวนตำมมำตรำ ๘๖ ไว้แล้ว ก็ให้ด ำเนินกำรตำมมำตรำ ๙๐
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ิ่
เมื่อมีกรณีเพมโทษ ลดโทษ งดโทษ หรือยกโทษ ให้ผู้สั่งมีค ำสั่งใหม่ และในค ำสั่ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ดังกล่ำวให้สั่งยกเลิกคำสั่งลงโทษเดิมด้วย พร้อมทั้งระบุวิธีกำรด ำเนินกำรให้ผู้ถูกลงโทษตำมค ำสั่งเดิม
ี
ี
รับโทษที่เพิ่มขึ้นหรือกลับคืนสู่ฐำนะเดิม แล้วแต่กรณี ตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๙๒ เมื่อผู้บังคับบัญชำได้ด ำเนินกำรทำงวินัยอย่ำงร้ำยแรงหรือสั่งให้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ิ
ข้ำรำชกำรต ำรวจออกจำกรำชกำรในเรื่องใดไปแล้ว ถ้ำ ก.ตร. พจำรณำเห็นเป็นกำรสมควรที่จะต้อง
สอบสวนเพมเติมหรือสอบสวนใหม่ ให้ ก.ตร. มีอำนำจสอบสวนเพมเติมหรือสอบสวนใหม่ในเรื่องนั้น
ิ่
ิ่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
- ๓๐ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ได้ตำมควำมจ ำเป็นโดยจะสอบสวนเองหรือตั้งอนุกรรมกำรหรือให้คณะกรรมกำรสอบสวน สอบสวน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ื่
เพมเติมหรือสอบสวนใหม่แทนก็ได้ หรือก ำหนดประเด็นหรือข้อส ำคัญที่ต้องกำรทรำบส่งไป เพอให้
ิ่
ี
ี
ี
คณะกรรมกำรสอบสวนที่ผู้บังคับบัญชำได้แต่งตั้งไว้เดิมท ำกำรสอบสวนเพิ่มเติมได้ด้วย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ในกำรด ำเนินกำรตำมมำตรำนี้ให้น ำมำตรำ ๙๓ มำใช้บังคับโดยอนุโลม
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๙๓ ให้ผู้สืบสวน กรรมกำรสืบสวน และกรรมกำรสอบสวน เป็นเจ้ำพนักงำน
ตำมประมวลกฎหมำยอำญำ และให้กรรมกำรสอบสวนมีอำนำจเช่นเดียวกับพนักงำนสอบสวนตำม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ประมวลกฎหมำยวิธีพจำรณำควำมอำญำเพยงเท่ำที่เกี่ยวกับอ ำนำจและหน้ำที่ของกรรมกำรสอบสวน
ิ
ื่
และโดยเฉพำะให้มีอำนำจเรียกให้กระทรวง ทบวง กรม หน่วยรำชกำร รัฐวิสำหกิจ หน่วยงำนอนของ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
รัฐ ห้ำงหุ้นส่วน บริษัท หรือบุคคลใด ๆ มำให้ถ้อยค ำหรือชี้แจงข้อเท็จจริง ส่งเอกสำรและหลักฐำนที่
เกี่ยวข้อง ส่งผู้แทนหรือบุคคลในสังกัดมำชี้แจงหรือให้ถ้อยค ำเกี่ยวกับเรื่องที่สอบสวน ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
๔๖
มำตรำ ๙๔ ข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดซึ่งออกจำกรำชกำรอนมิใช่เพรำะเหตุตำย มีกรณี
ั
ี
ี
ี
ื
ถูกกล่ำวหำเป็นหนังสอก่อนออกจำกรำชกำรว่ำ ขณะรับรำชกำรได้กระท ำหรือละเว้นกระท ำกำรใด
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
อันเป็นควำมผิดวินัยอย่ำงร้ำยแรง ถ้ำเป็นกำรกล่ำวหำต่อผู้บังคับบัญชำของผู้นั้นหรือต่อผู้มีหน้ำที่
สืบสวนสอบสวนหรือตรวจสอบตำมกฎหมำยหรือระเบียบของทำงรำชกำร หรือเป็นกำรกล่ำวหำของ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
้
ผู้บังคับบัญชำของผู้นั้นหรือมีกรณีถูกฟองคดีอำญำหรือต้องหำคดีอำญำก่อนออกจำกรำชกำรว่ำ
ในขณะรับรำชกำรได้กระท ำควำมผิดอำญำอนมิใช่เป็นควำมผิดที่ได้กระท ำโดยประมำทที่ไม่เกี่ยวกับ
ั
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ิ
รำชกำรหรือควำมผิดลหุโทษ ผู้มีอำนำจด ำเนินกำรทำงวินัยมีอำนำจด ำเนินกำรสืบสวนหรือพจำรณำ
ด ำเนินกำรทำงวินัย และสั่งลงโทษตำมที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้ต่อไ
ีปได้เสมือนว่ำผู้นั้นยังมิได้ออกจำก
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
รำชกำร แต่ต้องสั่งลงโทษภำยในสำมปีนับแต่วันที่ผู้นั้น ออกจำกรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
้
กรณีตำมวรรคหนึ่ง ถ้ำเป็นกำรกล่ำวหำ หรือฟองคดีอำญำหรือต้องหำคดีอำญำ
ี
ี
หลังจำกที่ข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดออกจำกรำชกำรแล้ว ให้ผู้มีอำนำจด ำเนินกำรทำงวินัยมีอำนำจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ด ำเนินกำรสืบสวนหรือพิจำรณำ ด ำเนินกำรทำงวินัย และสั่งลงโทษตำมที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้ต่อไปได้
ี
ี
ี
เสมือนว่ำผู้นั้นยังมิได้ออกจำกรำชกำร โดยต้องเริ่มด ำเนินกำรสอบสวนภำยในหนึ่งปีนับแต่วันที่ผู้นั้น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ออกจำกรำชกำรและต้องสั่งลงโทษภำยในสำมปีนับแต่วันที่ผู้นั้นออกจำกรำชกำร ส ำหรับกรณีที่เป็น
ควำมผิดที่ปรำกฏชัดแจ้งตำมมำตรำ ๘๗ วรรคสำม จะต้องสั่งลงโทษภำยในสำมปีนับแต่วันที่ผู้นั้นออก
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
จำกรำชกำร
ิ
ในกรณีที่ศำลปกครองมีค ำพพำกษำถึงที่สุดให้เพกถอนค ำสั่งลงโทษ หรือองค์กร
ิ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
พิจำรณำอทธรณ์ค ำสั่งลงโทษทำงวินัยหรือองค์กรตรวจสอบรำยงำนกำรด ำเนินกำรทำงวินัยมีค ำวินิจฉัย
ุ
ถึงที่สุดหรือมีมติให้เพ
ีิกถอนค ำสั่งลงโทษตำมวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง เพรำะเหตุกระบวนกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ด ำเนินกำรทำงวินัยไม่ชอบด้วยกฎหมำย ให้ผู้มีอำนำจด ำเนินกำรทำงวินัยด ำเนินกำรทำงวินัยให้แล้ว
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
เสร็จภำยในสองปีนับแต่วันที่มีค ำพิพำกษำถึงที่สุด หรือมีค ำวินิจฉัยถึงที่สุดหรือมีมติ แล้วแต่กรณี
ี
ี
กำรด ำเนินกำรทำงวินัยตำมวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสำม ถ้ำผลกำรสอบสวน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
พิจำรณำปรำกฏว่ำผู้นั้นกระท ำผิดวินัยอย่ำงไม่ร้ำยแรงก็ให้งดโทษ
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
๔๖
มำตรำ ๙๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๒
- ๓๑ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ควำมในมำตรำนี้มิให้ใช้บังคับแก่ข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งถูกสั่งให้ออกจำกรำชกำรไว้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ก่อนตำมมำตรำ ๙๕
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
๔๗
มำตรำ ๙๔/๑ ในกรณีที่คณะกรรมกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรทุจริตแห่งชำติ
ี
ี
หรือคณะกรรมกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรทุจริตในภำครัฐมีมติชี้มูลควำมผิดข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใด
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ซึ่งออกจำกรำชกำรแล้ว กำรด ำเนินกำรทำงวินัยและสั่งลงโทษแกข้ำรำชกำรต ำรวจผู้นั้นให้เป็นไปตำม
่
หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎหมำยประกอบรัฐธรรมนูญว่ำด้วยกำรป้องกันและปรำบปรำม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
กำรทุจริตหรือกฎหมำยว่ำด้วยมำตรกำรของฝ่ำยบริหำรในกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรทุจริต
แล้วแต่กรณี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
กำรด ำเนินกำรทำงวินัยตำมวรรคหนึ่ง หำกปรำกฏว่ำผู้นั้นกระท ำผิดวินัยอย่ำงไม่ร้ำยแรง
ก็ให้งดโทษ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มำตรำ ๙๕ ข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดมีกรณีถูกกล่ำวหำว่ำกระท ำผิดวินัยอย่ำงร้ำยแรง
ี
ี
ี
้
จนถูกตั้งกรรมกำรสอบสวน หรือต้องหำว่ำกระท ำควำมผิดอำญำหรือถูกฟองคดีอำญำ เว้นแต่เป็น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ควำมผิดที่ได้กระท ำโดยประมำทหรือควำมผิดลหุโทษ ผู้มีอำนำจตำมมำตรำ ๗๒ หรือผู้บังคับบัญชำ
อื่นตำมที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร. มีอ ำนำจสั่งพักรำชกำรหรือสั่งให้ออกจำกรำชกำรไว้ก่อน เพื่อรอฟง
ั
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ผลกำรสอบสวนพจำรณำทำงวินัยได้ แต่ถ้ำภำยหลังปรำกฏผลกำรสอบสวนพจำรณำทำงวินัยว่ำผู้นั้น
ิ
ิ
มิได้กระท ำผิดหรือกระท ำผิดไม่ถึงกับถูกลงโทษปลดออกหรือไล่ออก และไม่มีกรณีที่จะต้องออกจำก
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ื่
รำชกำรด้วยเหตุอนก็ให้ผู้มีอำนำจดังกล่ำวสั่งให้ผู้นั้นกลับเข้ำรับรำชกำรในต ำแหน่งเดิมหรือต ำแหน่ง
ในระดับเดียวกันที่ผู้นั้น
ีมีคุณสมบัติตรงตำมคุณสมบัติเฉพำะส ำหรับต ำแหน่งนั้น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
เมื่อได้มีกำรสั่งให้ข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ ใดพักรำชกำรหรือออกจำกรำชกำรไว้ก่อนตำม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
วรรคหนึ่งแล้ว หำกภำยหลังปรำกฏว่ำผู้นั้นมีกรณีถูกกล่ำวหำว่ำกระท ำผิดวินัยอย่ำงร้ำยแรงในกรณีอนอก
ี
ื่
ี
ี
ื่
ผู้มีอำนำจตำมมำตรำ ๗๒ หรือผู้บังคับบัญชำอนตำมที่ก ำหนดในระเบียบ ก.ตร. มีอำนำจด ำเนินกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
สืบสวนหรือพจำรณำตำมมำตรำ ๘๔ และแต่งตั้งคณะกรรมกำรสอบสวนตำมมำตรำ ๘๖ ตลอดจน
ิ
ี
ี
ี
ด ำเนินกำรทำงวินัยตำมที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้ต่อไปได้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ในกรณีที่ผู้ถูกสั่งให้ออกจำกรำชกำรไว้ก่อนได้รับค ำสั่งให้กลับเข้ำรับรำชกำรหรือ
ได้รับค ำสั่งให้ออกจำกรำชกำรด้วยเหตุใด ๆ ที่มิใช่เป็นกำรลงโทษ ให้ผู้นั้นมีสถำนภำพเป็นข้ำรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ต ำรวจตลอดระยะเวลำระหว่ำงที่ถูกสั่งให้ออกจำกรำชกำรไว้ก่อน
ื่
เงินเดือน เงินอนที่จ่ำยเป็นรำยเดือน และเงินช่วยเหลืออย่ำงอน และกำรจ่ำยเงิน
ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ดังกล่ำวของผู้ถูกสั่งพกรำชกำรและผู้ถูกสั่งให้ออกจำกรำชกำรไว้ก่อน ให้เป็นไปตำมกฎหมำยหรือ
ั
ระเบียบว่ำด้วยกำรนั้น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
หลักเกณฑ์และวิธีกำรเกี่ยวกับกำรสั่ งพักรำชกำร กำรสั่งให้ออกจำกรำชกำรไว้ก่อน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ระยะเวลำให้พกรำชกำรและให้ออกจำกรำชกำรไว้ก่อน และกำรด ำเนินกำรเพอให้เป็นไปตำมผลกำร
ื่
ั
ี
ี
สอบสวนพิจำรณำให้เป็นไปตำมที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
๔๘
มำตรำ ๙๖ (ยกเลิก)
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
๔๗ มำตรำ ๙๔/๑ เพิ่มโดยพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๒
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
๔๘
มำตรำ ๙๖ ยกเลิกโดยพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๒
- ๓๒ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
หมวด ๗
ี
ี
ี
กำรออกจำกรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๙๗ ข้ำรำชกำรต ำรวจออกจำกรำชกำรเมื่อ
(๑) ตำย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
(๒) พ้นจำกรำชกำรตำมกฎหมำยว่ำด้วยบ ำเหน็จบ ำนำญข้ำรำชกำร
(๓) ได้รับอนุญำตให้ลำออกหรือกำรลำออกมีผลตำมมำตรำ ๙๙
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
(๔) ถูกสั่งให้ออกตำมมำตรำ ๖๐ มำตรำ ๙๕ มำตรำ ๙๘ มำตรำ ๑๐๐ มำตรำ ๑๐๑
มำตรำ ๑๐๒ หรือมำตรำ ๑๐๓ ี ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๕) ถูกสั่งลงโทษปลดออกหรือไล่ออก
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
วันออกจำกรำชกำรตำม (๔) และ (๕) ให้เป็นไปตำมที่ก ำหนดในระเบียบ ก.ตร.
ี
ี
ี
กำรออกจำกรำชกำรของข้ำรำชกำรต ำรวจเฉพำะผู้ที่ต้องรับรำชกำรตำมกฎหมำยว่ำด้วย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
กำรรับรำชกำรทหำร ให้เป็นไปตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรนั้น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๙๘ ผู้ใดได้รับบรรจุเข้ำเป็นข้ำรำชกำรต ำรวจ หำกภำยหลังปรำกฏว่ำขำด
คุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ำมตำมมำตรำ ๔๘ หรือขำดคุณสมบัติเฉพำะส ำหรับต ำแหน่งตำม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๔๕ ตั้งแต่ก่อนได้รับกำรบรรจุ ให้ผู้มีอ ำนำจตำมมำตรำ ๗๒ สั่งให้ออกจำกรำชกำร แต่ทั้งนี้
ไม่กระทบกระเทือน
ีถึงกำรใดที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติไปตำมอ ำนำจหน้ำที่และกำรรับเงินเดือนหรือ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ื่
ผลประโยชน์อนใดที่ได้รับจำกทำงรำชกำรก่อนมีค ำสั ่งให้ออกนั้น และถ้ำกำรเข้ำรับรำชกำรเป็นไป
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ื่
โดยสุจริตแล้ว ให้ถือว่ำเป็นกำรสั่งให้ออกเพอรับบ ำเหน็จบ ำนำญเหตุทดแทนตำมกฎหมำยว่ำด้วย
ี
ี
บ ำเหน็จบ ำนำญข้ำรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๙๙ ข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดประสงค์จะลำออกจำกรำชกำร ให้ยื่นหนังสือขอ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ื่
ื่
ลำออกต่อผู้บังคับบัญชำเหนือขึ้นไปชั้นหนึ่ง เพอให้ผู้มีอำนำจตำมมำตรำ ๗๒ หรือผู้บังคับบัญชำอน
ตำมที่ก ำหนดในระเบียบ ก.ตร. เป็นผู้พิจำรณำอนุญำต
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ื่
ในกรณีที่ข้ำรำชกำรต ำรวจขอลำออกเพอด ำรงต ำแหน่งที่ก ำหนดโดยรัฐธรรมนูญ
ื่
ต ำแหน่งทำงกำรเมืองหรือเพอสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมำชิกรัฐสภำ สมำชิกสภำท้องถิ่นหรือผู้บริหำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ท้องถิ่น ให้กำรลำออกมีผลนับตั้งแต่วันที่ผู้นั้นขอลำออก
ีมำตรำ ๗๒ หรือผู้บังคับบัญชำอื่น
นอกจำกกรณีตำมวรรคสอง ถ้ำผู้มีอำนำจตำม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ตำมที่ก ำหนดในระเบียบ ก.ตร. เห็นว่ำจ ำเป็นเพอปร ะโยชน์แก่รำชกำร จะยับยั้งกำรลำออกไว้เป็น
ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
็
เวลำไม่เกินสำมเดือนนับแต่วันขอลำออกกได้ ี ี
หลักเกณฑ์และวิธีกำรเกี่ยวกับกำรลำออก กำรพจำรณำอนุญำตให้ลำออกและกำร
ิ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ยับยั้งกำรลำออกจำกรำชกำรให้เป็นไปตำมที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร.
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๑๐๐ ผู้มีอำนำจตำมมำตรำ ๗๒ มีอำนำจสั่งให้ข้ำรำชกำรต ำรวจออกจำก
รำชกำรเพื่อรับบ ำเหน็จบ ำนำญตำมกฎหมำยว่ำด้วยบ ำเหน็จบ ำนำญข้ำรำชกำรได้ แต่ในกำรสั่งให้ออก
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
- ๓๓ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
จำกรำชกำรเพอรับบ ำเหน็จบ ำนำญเหตุทดแทน นอกจำกให้ท ำได้ในกรณีที่ระบุไว้ในมำตรำอนแห่ง
ื่
ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
พระรำชบัญญัตินี้หรือในกฎหมำยว่ำด้วยบ ำเหน็จบ ำนำญข้ำรำชกำรแล้ว ให้ท ำได้ในกรณีต่อไปนี้ด้วย คือ
ี
ี
ี
(๑) เมื่อข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดเจ็บป่วยไม่อำจปฏิบัติหน้ำที่รำชกำรของตนได้โดย
สม่ ำเสมอ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
(๒) เมื่อข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดสมัครไปปฏิบัติงำนใด ๆ ตำมควำมประสงค์ของทำง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
รำชกำร
(๓) เมื่อข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดขำดคุณสมบัติทั่วไปตำมมำตรำ ๔๘ (๑) (๔) (๕) หรือ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ขำดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ำมตำมที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.
(๔) เมื่อข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดไม่สำมำรถปฏิบัติรำชกำรให้มีประสิทธิภำพ และเกิด
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ประสิทธิผลในระดับอนเป็นที่พอใจของทำงรำชกำร ทั้งนี้ ตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรที่ก ำหนดในกฎ
ั
ก.ตร. ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มำตรำ ๑๐๑ ข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดมีกรณีถูกกล่ำวหำ หรือมีเหตุอนควรสงสัยว่ำ
ั
ี
ี
ี
ั
หย่อนควำมสำมำรถในอนที่จะปฏิบัติหน้ำที่รำชกำร บกพร่องในหน้ำที่รำชกำรหรือประพฤติตนไม่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ั
เหมำะสมกับต ำแหน่งในอนที่จะปฏิบัติหน้ำที่รำชกำร และผู้บังคับบัญชำต ำแหน่งตั้งแต่ผู้ก ำกับกำร
หรือเทียบเท่ำผู้ก ำกับกำรขึ้นไปเห็นว่ำกรณีมีมูล ถ้ำให้ผู้นั้นรับรำชกำรต่อไปจะเป็นกำรเสียหำยแก่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
รำชกำร ก็ให้ผู้มีอำนำจดังกล่ำวสั่งแต่งตั้งคณะกรรมกำรสอบสวนโดยไม่ชักช้ำ ในกำรสอบสวนนี้
จะต้องแจ้งข้อกล่ำวหำและสรุปพยำนหลักฐำนที่สนับสนุนข้อกล่ำวหำเท่ำที่มีให้ผู้ถูกกล่ำวหำทรำบ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
โดยจะระบุหรือไม่ระบุชื่อพยำนก็ได้ และต้องให้โอกำสผู้ถูกกล่ำวหำชี้แจงและน ำสืบแก้ข้อกล่ำวหำได้ด้วย
เมื่อได้มีกำรสอบสวนแล้ว ถ้ำคณะกรรมกำรหรือผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมกำรพจำรณำเห็นว่ำ สมควรให้
ิ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ออกจำกรำชกำร ก็ให้ผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมกำรเสนอเรื่องต่อผู้มีอำนำจตำมมำตรำ ๗๒ เพอพจำรณำ
ิ
ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
สั่งให้ผู้นั้นออกจำกรำชกำร เพื่อรับบ ำเหน็จบ ำนำญเหตุทดแทนได้ ี
ี
ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชำได้แต่งตั้งคณะกรรมกำรเพอท ำกำรสอบสวนผู้ถูกกล่ำวหำ
ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ตำมมำตรำ ๘๖ ในเรื่องที่จะต้องสอบสวนตำมวรรคหนึ่ง และคณะกรรมกำรสอบสวนตำมมำตรำ ๘๖
ี
ี
ี
ได้สอบสวนไว้แล้ว ผู้มีอำนำจตำมวรรคหนึ่งจะใช้ส ำนวนกำรสอบสวนนั้นมำพจำรณำด ำเนินกำรโดยไม่
ิ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ต้องแต่งตั้งคณะกรรมกำรสอบสวนตำมวรรคหนึ่งก็ได้ ี
หลักเกณฑ์และวิธีกำรเกี่ยวกับกำรสอบสวนพจำรณำ ให้เป็นไปตำมที่ก ำหนดในกฎ
ิ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ก.ตร.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๑๐๒ เมื่อข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดถูกกล่ำวหำว่ำกระท ำผิดวินัยอย่ำงร้ำยแรง
และได้มีกำรสอบสวนตำมมำตรำ ๘๖ แต่ไม่ได้ควำมแน่ชัดว่ำผู้นั้นกระท ำผิดที่จะถูกลงโทษปลดออก
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
หรือไล่ออกแต่มีมลทินหรือมัวหมองในกรณีที่ถูกสอบสวนนั้น หำกจะให้รับรำชกำรต่อไปจะเป็นกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ื่
เสียหำยแก่รำชกำร ก็ให้ผู้มีอ ำนำจตำมมำตรำ ๗๒ สั่งให้ผู้นั้นออกจำกรำชกำรเพอรับบ ำเหน็จบ ำนำญ
ี
ี
เหตุทดแทนได้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๑๐๓ เมื่อข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดถูกจ ำคุกโดยค ำพพำกษำถึงที่สุดให้จ ำคุกใน
ิ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ควำมผิดที่ได้กระท ำโดยประมำทหรือควำมผิดลหุโทษ ซึ่งยังไม่ถึงกับจะต้องถูกลงโทษปลดออกหรือไล่ออก
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
- ๓๔ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
หำกจะให้รับรำชกำรต่อไปจะเป็นกำรเสียหำยแก่รำชกำร ก็ให้ผู้มีอำนำจตำมมำตรำ ๗๒ สั่งให้ผู้นั้น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ออกจำกรำชกำรเพื่อรับบ ำเหน็จบ ำนำญเหตุทดแทนได้
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มำตรำ ๑๐๔ ในกำรออกจำกรำชกำรของข้ำรำชกำรต ำรวจต ำแหน่งตั้งแต่ผู้บังคับ
ี
ี
กำรหรือต ำแหน่งเทียบเท่ำขึ้นไป หำกเป็นกรณีกำรออกจำกรำชกำรตำมมำตรำ ๙๗ ให้นำยกรัฐมนตรี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
๔๙
น ำควำมกรำบบังคมทูลเพื่อทรงทรำบ
กำรพ้นจำกต ำแหน่งของข้ำรำชกำรต ำรวจ ต ำแหน่งผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ จเร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ต ำรวจแห่งชำติ และรองผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติหรือต ำแหน่งเทียบเท่ำ ให้น ำควำมกรำบบังคมทูล
เพื่อทรงมีพระบรมรำชโองกำรให้พ้นจำกต ำแหน่ง เว้นแต่กรณีที่พ้นจำกต ำแหน่งเพรำะควำมตำย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ี หมวด ๘
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
กำรอุทธรณ์
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๑๐๕ ข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดถูกสั่งลงโทษหรือถูกสั่งให้ออกจำกรำชกำรตำม
พระรำชบัญญัตินี้ ให้ผู้นั้นมีสิทธิอุทธรณ์ได้ดังต่อไปนี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
(๑) กรณีถูกสั่งลงโทษภำคทัณฑ์ ทัณฑกรรม กักยำม กักขัง หรือตัดเงินเดือน ให้อุทธรณ์
ค ำสั่งดังกล่ำวต่อผู้บังคับบัญชำของผู้บังคับบัญชำที่สั่งลงโทษ แต่ในกรณีที่ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
เป็นผู้สั่งลงโทษ ให้อุทธรณ์ต่อ ก.ตร.
(๒) ก
ีรณีถูกสั่งลงโทษปลดออก หรือไล่ออก หรือถูกสั่งให้ออกจำกรำชกำร ให้อุทธรณ์
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ค ำสั่งดังกล่ำวต่อ ก.ตร.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
กำรอุทธรณ์ตำม (๑) และ (๒) ให้อุทธรณ์ภำยในสำมสิบวันนับแต่วันทรำบค ำสั่ง
ี
ี
ิ
ระยะเวลำกำรพจำรณำอทธรณ์ตำม (๑) และ (๒) ให้พจำรณำให้แล้วเสร็จภำยใน
ุ
ิ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ุ
สองร้อยสี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับอทธรณ์ เว้นแต่มีเหตุจ ำเป็นตำมที่ก ำหนดในระเบียบ ก.ตร. ที่ท ำให้
ี
ี
ี
ี
กำรพจำรณำไม่แล้วเสร็จภำยในระยะเวลำดังกล่ำว ก็ให้ขยำยระยะเวลำได้อกไม่เกินสองครั้ง โดยแต่
ิ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ละครั้งจะต้องไม่เกินหกสิบวัน ี ี
ิ
ุ
ุ
หลักเกณฑ์และวิธีกำรอทธรณ์ และกำรพจำรณำอทธรณ์ ให้เป็นไปตำมที่ก ำหนดใน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
กฎ ก.ตร.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
๕๐
มำตรำ ๑๐๕/๑ ในกรณีที่ศำลปกครองมีค ำพิพำกษำถึงที่สุดสั่งเพิกถอนหรือแก้ไข
ค ำสั่ง ในเรื่องใด ให้เป็นหน้ำที่ของผู้บังคับบัญชำผู้มีอำนำจ ก.ตร. หรือ ก.ต.ช. แล้วแต่กรณี ในกำรสั่ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
กำร ตำมสมควรเพื่อเยียวยำและแก้ไขหรือด ำเนินกำรตำมที่เห็นสมควร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
หมวด ๙
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
๔๙ มำตรำ ๑๐๔ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ที่ ๗/
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
๒๕๕๙ เรื่อง กำรก ำหนดต ำแหน่งของข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งมีอ ำนำจหน้ำที่ในกำรสอบสวน
๕๐ มำตรำ ๑๐๕/๑ เพิ่มโดยค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ที่ ๔๔/๒๕๕๘ เรื่อง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
กำรแก้ไขปัญหำกำรบริหำรงำนบุคคลของข้ำรำชกำรต ำรวจ
- ๓๕ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
กำรร้องทุกข์
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มำตรำ ๑๐๖ ข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดเห็นว่ำผู้บังคับบัญชำใช้อำนำจหน้ำที่ปฏิบัติต่อ
ี
ี
ตนโดยไม่ถูกต้องหรือไม่ปฏิบัติต่อตนให้ถูกต้องตำมระเบียบ กฎหมำย หรือเกิดจำกกำรปฏิบัติโดย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มิชอบของผู้บังคับบัญชำต่อตน ผู้นั้นอำจร้องทุกขต่อผู้บังคับบัญชำหรือ ก.ตร. แล้วแต่กรณี เพื่อขอให้
์
แก้ไขได้ เว้นแต่เป็นกรณีที่มีสิทธิอุทธรณ์ตำมหมวด ๘ ให้ใช้สิทธิอุทธรณ์ตำมที่ก ำหนดไว้ในหมวดนั้น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
หลักเกณฑ์และวิธีกำรร้องทุกข์ เหตุแห่งกำรร้องทุกข์ และกำรพิจำรณำเรื่องร้องทุกข์
ให้เป็นไปตำมที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ี หมวด ๑๐
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
เครื่องแบบต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๑๐๗ ลักษณะ ชนิด และประเภทของเครื่องแบบต ำรวจ รวมทั้งกำรแต่ง
ว่ำจะสมควรอย่ำงไร เมื่อไร และโดยเงื่อนไขประกำรใดนั้น ให้เป็นไปตำมที่ก ำหนดในกฎกระทรวง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๑๐๘ ผู้ใดแต่งเครื่องแบบต ำรวจโดยไม่มีสิทธิ ต้องระวำงโทษจ ำคุกตั้งแต่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
สำมเดือนถึงห้ำปี
ีรกระท ำควำมผิดตำมวรรคหนึ่ง ได้กระท ำภำยในเขตซึ่งประกำศใช้กฎอัยกำร
ถ้ำกำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ื่
ศึก หรือประกำศภำวะฉุกเฉิน หรือเพอกระท ำควำมผิดอำญำ ผู้กระท ำต้องระวำงโทษจ ำคุกตั้งแต่หนึ่ง
ปีถึงสิบปี ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มำตรำ ๑๐๙ ข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดแต่งเครื่องแบบต ำรวจในขณะกระท ำควำมผิด
ี
ี
ี
อย่ำงใดอย่ำงหนึ่งตำมที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมำยอำญำซึ่งมีก ำหนดโทษจ ำคุกอย่ำงสูงตั้งแต่หนึ่งปี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ขึ้นไป ต้องระวำงโทษจ ำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๑๑๐ ผู้ใดแต่งกำยโดยใช้เครื่องแต่งกำยคล้ำยเครื่องแบบต ำรวจและกระท ำ
กำรใด ๆ อันท ำให้รำชกำรต ำรวจถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง หรือท ำให้เกิดควำมเสื่อมเสียแก่รำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ื่
ต ำรวจ หรือท ำให้บุคคลอนหลงเชื่อว่ำตนเป็นต ำรวจ ต้องระวำงโทษจ ำคุกไม่เกินสำมเดือน หรือ
ปรับตั้งแต่หนึ่งพันบำทถึงหนึ่งหมื่นบำท หรือทั้งจ ำทั้งปรับ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ถ้ำกำรกระท ำควำมผิดตำมวรรคหนึ่ง ได้กระท ำภำยในเขตซึ่งประกำศใช้กฎอัยกำรศึก
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ื่
หรือประกำศภำวะฉุกเฉิน หรือเพอกระท ำควำมผิดอำญำ ผู้กระท ำต้องระวำงโทษจ ำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึง
ี
ี
สิบปี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๑๑๑ ในกำรแสดงภำพยนตร์ ละคร หรือกำรแสดงอนใดท ำนองเดียวกันที่
ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ประสงค์จะเผยแพร่ต่อสำธำรณชน หำกผู้แสดงประสงค์จะแต่งเครื่องแบบต ำรวจ หรือแต่งกำยโดยใช้
เครื่องแต่งกำยคล้ำยเครื่องแบบต ำรวจ ให้ผู้ซึ่งมีหน้ำที่รับผิดชอบกำรแสดงนั้นหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมำย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
- ๓๖ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
แจ้งต่อหัวหน้ำสถำนีต ำรวจแห่งท้องที่ที่จะท ำกำรแสดงเช่นว่ำนั้นทรำบ ทั้งนี้ ตำมหลักเกณฑที่ก ำหนด
์
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ในกฎกระทรวง
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ลักษณะ ๗
ี
ี
ื่
กองทุนเพอกำรสืบสวนและสอบสวนคดีอำญำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๑๑๒ ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งในส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ เรียกว่ำ
ื่
“กองทุนเพอกำรสืบสวนและสอบสวนคดีอำญำ” โดยมีวัตถุประสงค์เพอสนับสนุนงำนสืบสวนและ
ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
สอบสวนคดีอำญำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๑๑๓ กองทุนประกอบด้วย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๑) เงินอุดหนุนจำกรัฐบำล
ี
ี
ี
(๒) เงินและทรัพย์สินที่ได้รับจำกหน่วยงำนของรัฐ รัฐวิสำหกิจ รำชกำรส่วนท้องถิ่น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
หรือมูลนิธิ
(๓) ดอกผลที่เกิดจำกกองทุน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
คณะรัฐมนตรีจะอนุมัติให้น ำเงินค่ำเปรียบเทียบปรับคดีอำญำที่เป็นอำนำจของ
ข้ำรำชกำรต ำรวจและเงินค่ำปรับตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรจรำจรทำงบก เฉพำะส่วนที่จะต้องน ำส่งเป็น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
รำยได้แผ่นดิน ให้เป็นของกองทุนโดยไม่ต้องน ำส่งเป็นรำยได้แผ่นดินก็ได้
ีรคสอง ให้ส่งเข้ำกองทุนโดยไม่ต้อง
เงิน ดอกผลและทรัพย์สินตำมวรรคหนึ่งและวร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
น ำส่งเป็นรำยได้แผ่นดิน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๑๑๔ เงิน ดอกผลและทรัพย์สินที่ประกอบขึ้นเป็นกองทุนจะต้องจัดกำรเพื่อ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ประโยชน์ภำยในขอบวัตถุประสงค์ของกองทุน
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๑๑๕ ให้มีคณะกรรมกำรบริหำรกองทุนคณะหนึ่ง ประกอบด้วย ผู้บัญชำกำร
ต ำรวจแห่งชำติเป็นประธำนกรรมกำร ผู้แทนส ำนักงำนปลัดส ำนักนำยกรัฐมนตรี ผู้แทนส ำนักงำน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ั
อยกำรสูงสุด ผู้แทนกระทรวงยุติธรรม ผู้แทนส ำนักงบประมำณ ผู้แทนกรมบัญชีกลำง ผู้แทนกรม
ส่งเสริมกำรปกครองท้องถิ่น และรองผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติหรือผู้ช่วยผู้บัญชำกำรต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
แห่งชำติที่ได้รับมอบหมำยจำกผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติจ ำนวนสองคน เป็นกรรมกำร
ให้ประธำนกรรมกำรแต่งตั้งข้ำรำชกำรต ำรวจเป็นเลขำนุกำรคนหนึ่ง และ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ผู้ช่วยเลขำนุกำรไม่เกินสองคน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๑๑๖ คณะกรรมกำรบริหำรกองทุน มีอ ำนำจหน้ำที่ดังต่อไปนี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๑) บริหำรกองทุนให้เป็นไปตำมวัตถุประสงค์ของกองทุน และตำมนโยบำยที่ ก.ต.ช.
ี
ี
ี
ก ำหนด
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
- ๓๗ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๒) ออกระเบียบก ำหนดหลักเกณฑ์กำรจ่ำยเงินกองทุนเพอสนับสนุนกำรปฏิบัติงำน
ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ของข้ำรำชกำรต ำรวจในกำรท ำหน้ำที่เกยวกับกำรสืบสวนและสอบสวนคดีอำญำ ระเบียบดังกล่ำวเมื่อ
ี่
ี
ี
ี
ได้รับควำมเห็นชอบจำก ก.ต.ช. แล้ว ให้ใช้บังคับได้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๓) จัดวำงระบบบัญชีให้เป็นไปตำมมำตรฐำนตำมที่กรรมกำรซึ่งเป็นผู้แทนส ำนัก
ี
ี
งบประมำณและผู้แทนกรมบัญชีกลำงเสนอแนะ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
(๔) ก ำหนดหลักเกณฑ์และวิธีกำรในกำรรับ เก็บรักษำ และจ่ำยเงินของกองทุน
(๕) ออกระเบียบก ำหนดค่ำใช้จ่ำยในกำรด ำเนินงำนของกองทุน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
(๖) แต่งตั้งคณะอนุกรรมกำรเพอปฏิบัติงำนตำมที่คณะกรรมกำรบริหำรกองทุน
ื่
มอบหมำย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
(๗) ออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกำศ และค ำสั่งในกำรบริหำรกองทุน
(๘) รำยงำนสถำนะกำรเงินและบริหำรกองทุนต่อ ก.ต.ช.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มำตรำ ๑๑๗ ให้คณะกรรมกำรบริหำรกองทุนจัดท ำงบกำรเงินและบัญชี ส่งผู้สอบ
ี
ี
ี
บัญชีตรวจสอบภำยในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทินทุกปี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ให้ส ำนักงำนกำรตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของกองทุนทุกรอบปี แล้วท ำ
รำยงำนผลกำรสอบบัญชีของกองทุนเสนอต่อ ก.ต.ช. และกระทรวงกำรคลัง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
บทเฉพำะกำล
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๑๑๘ ให้ส่วนรำชกำรที่จัดตั้งขึ้นตำมพระรำชกฤษฎีกำแบ่งส่วนรำชกำรกรม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ต ำรวจ กระทรวงมหำดไทย พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพมเติม เป็นส่วนรำชกำรตำมพระรำชบัญญัตินี้
ิ่
ี
ี
จนกว่ำจะมีพระรำชกฤษฎีกำแบ่งส่วนรำชกำรส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติขึ้นใหม่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ทั้งนี้ โดยให้ส ำนักงำนก ำลังพล ส ำนักงำนส่งก ำลังบ ำรุง ส ำนักงำนแผนงำนและ
ี
ี
ี
งบประมำณ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจ ส ำนักงำนเลขำนุกำรกรม กองกำรเงิน กองกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ต่ำงประเทศ กองคดี และกองวิชำกำร ซึ่งเป็นส่วนรำชกำรตำมวรรคหนึ่ง เป็นส่วนรำชกำรหรือ
หน่วยงำนในสังกัดส ำนักงำนผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติตำมมำตรำ ๑๐ (๑) ส ำหรับส่วนรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
นอกจำกนั้น ให้เป็นส่วนรำชกำรตำมมำตรำ ๑๐ (๒) ตำมพระรำชบัญญัตินี้จนกว่ำจะมีพระรำช
กฤษฎีกำหรือกฎกระทรวงซึ่งออกตำมมำตรำ ๑๐ ก ำหนดเป็นอย่ำงอน ทั้งนี้ ให้แล้วเสร็จภำยในหนึ่ง
ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ปีนับแต่วันที่พระรำชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๑๑๙ ผู้ใดเป็นข้ำรำชกำรต ำรวจตำมพระรำชบัญญัติระเบียบข้ำรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ต ำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ อยู่ในวันก่อนวันที่พระรำชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ผู้นั้นเป็นข้ำรำชกำรต ำรวจตำม
ี
ี
พระรำชบัญญัตินี้ต่อไป
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ผู้ซึ่งเคยรับรำชกำรเป็นข้ำรำชกำรต ำรวจอยู่ก่อนวันที่พระรำชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่ำ
ี
ี
ี
ผู้นั้นเป็นผู้ซึ่งเคยรับรำชกำรเป็นข้ำรำชกำรต ำรวจตำมพระรำชบัญญัตินี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
- ๓๘ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มำตรำ ๑๒๐ ผู้ใดมียศต ำรวจหรือว่ำที่ยศต ำรวจล ำดับใดตำมที่ระบุไว้ในกฎหมำยอื่น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ก่อนวันที่พระรำชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ใช้ยศต ำรวจหรือว่ำที่ยศต ำรวจล ำดับนั้นตำมที่บัญญัติไว้ใน
ี
ี
ี
พระรำชบัญญัตินี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๑๒๑ ผู้ใดเป็นพลต ำรวจส ำรองพเศษ พลต ำรวจพเศษ และพลต ำรวจสมัคร
ิ
ิ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ต ำแหน่งลูกแถวหรือเทียบลูกแถวในส่วนรำชกำรใดของส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติตำมพระรำชบัญญัติ
ระเบียบข้ำรำชกำรต ำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ อยู่ในวันก่อนวันที่พระรำชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ผู้นั้นเป็น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ข้ำรำชกำรต ำรวจชั้นประทวน และด ำรงต ำแหน่งผู้บังคับหมู่หรือเทียบผู้บังคับหมู่ในส่วนรำชกำรนั้น
ของส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติตำมพระรำชบัญญัตินี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๑๒๒ ต ำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชำกำรหรือเทียบผู้ช่วยผู้บัญชำกำรในส่วนรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ใดของส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติที่ได้รับกำรก ำหนดไว้ตำมพระรำชบัญญัติระเบียบข้ำรำชกำรต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
พ.ศ. ๒๕๒๑ ให้เป็นต ำแหน่งรองผู้บัญชำกำรหรือเทียบรองผู้บัญชำกำรในส่วนรำชกำรนั้นของ
ี
ี
ี
ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติตำมพระรำชบัญญัตินี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ผู้ใดด ำรงต ำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชำกำรหรือเทียบผู้ช่วยผู้บัญชำกำรในส่วนรำชกำรใด
ของส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติอยู่ในวันก่อนวันที่พระรำชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่ำผู้นั้นเป็นผู้ที่ได้รับ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
แต่งตั้งให้ด ำรงต ำแหน่งรองผู้บัญชำกำรหรือเทียบรองผู้บัญชำกำรในส่วนรำชกำรนั้นของส ำนักงำน
ต ำรวจแห่งชำติตำมพระรำชบัญญัตินี้ ี ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
บรรดำต ำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชำกำรหรือเทียบผู้ช่วยผู้บัญชำกำรที่ปรับเป็นต ำแหน่ง
รองผู้บัญชำกำรตำมวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้ ก.ตร. ด ำเนินกำรให้มีกำรยุบเลิกให้เหลือจ ำนวนเท่ำที่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
จ ำเป็น และให้น ำต ำแหน่งและอตรำเงินเดือนที่ยุบเลิก ดังกล่ำวไปเพิ่มเป็นต ำแหน่งและอัตรำเงินเดือน
ั
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ตำมมำตรำ ๔๔ (๖) ลงมำ ี ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มำตรำ ๑๒๓ ข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดมีกรณีกระท ำผิดวินัยหรือกรณีที่สมควรให้ออก
ี
ี
ี
จำกรำชกำรอยู่ก่อนวันที่พระรำชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ผู้บังคับบัญชำตำมพระรำชบัญญัตินี้มีอ ำนำจสั่ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ลงโทษผู้นั้นหรือสั่งให้ผู้นั้นออกจำกรำชกำรตำมพระรำชบัญญัติระเบียบข้ำรำชกำรต ำรวจ พ.ศ.
๒๕๒๑ ส่วนกำรสอบสวนกำรพิจำรณำ และกำรด ำเนินกำรเพ่อลงโทษหรือให้ออกจำกรำชกำร
ื
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ให้ด ำเนินกำรตำมพระรำชบัญญัตินี้เว้นแต่
(๑) ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชำได้สั่งให้สอบสวนโดยถูกต้องตำมกฎหมำยที่ใช้บังคับอยู่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ในขณะนั้นไปแล้วก่อนวันที่พระรำชบัญญัตินี้ใช้บังคับและยังสอบสวนไม่เสร็จก็ให้สอบสวนตำม
กฎหมำยนั้นต่อไปจนกว่ำจะเสร็จ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ิ
(๒) ในกรณีที่ได้มีกำรสอบสวนหรือพจำรณำโดยถูกต้องตำมกฎหมำยที่ใช้บังคับอยู่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ในขณะนั้นเสร็จไปแล้วก่อนวันที่พระรำชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้กำรสอบสวนหรือพิจำรณำ แล้วแต่กรณี
ี
ี
นั้น เป็นอันใช้ได้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
กรณีที่ได้มีกำรส่งเรื่องหรือน ำส ำนวนสอบสวนเสนอหรือส่งให้คณะอนุกรรมกำร
ี
ี
ี
สำมัญประจ ำกระทรวง หรือ ก.ตร. พจำรณำตำมกฎหมำยที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น และ
ิ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ิ
คณะอนุกรรมกำรสำมัญประจ ำกระทรวง หรือ ก.ตร. พจำรณำเรื่องนั้นยังไม่เสร็จ ให้ด ำเนินกำรตำม
พระรำชบัญญัตินี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
- ๓๙ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มำตรำ ๑๒๔ ผู้ใดถูกสั่งลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออก หรือถูกสั่งให้ออกตำม
ี
ี
ี
พระรำชบัญญัติระเบียบข้ำรำชกำรต ำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ ให้ผู้นั้นมีสิทธิอุทธรณ์ได้ตำมมำตรำ ๑๐๕
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ผู้ใดมีสิทธิร้องทุกข์ตำมพระรำชบัญญัติระเบียบข้ำรำชกำรต ำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ และ
ี
ี
พระรำชบัญญัติว่ำด้วยวินัยต ำรวจ พุทธศักรำช ๒๔๗๗ ผู้นั้นอำจร้องทุกข์ได้ตำมมำตรำ ๑๐๖
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๑๒๕ ให้ด ำเนินกำรสรรหำกรรมกำรนโยบำยต ำรวจแห่งชำติผู้ทรงคุณวุฒิ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ให้แล้วเสร็จภำยในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระรำชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ในระหว่ำงด ำเนินกำรตำมวรรคหนึ่ง ให้กรรมกำรนโยบำยต ำรวจแห่งชำติโดย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ต ำแหน่งตำมมำตรำ ๑๗ (๑) ปฏิบัติหน้ำที่ไปพลำงก่อ น และให้ก ำหนดหลักเกณฑ์และวิธีกำรสรรหำ
กรรมกำรนโยบำยต ำรวจแห่งชำติผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อใช้บังคับในกำรสรรหำนั้น ซึ่งหลักเกณฑ์และวิธีกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ดังกล่ำวให้เป็นอันยกเลิกเมื่อคณะกรรมกำรนโยบำยต ำรวจแห่งชำติตำมมำตรำ ๑๗ เข้ำรับหน้ำที่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๑๒๖ ให้ด ำเนินกำรเลือกกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตำม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๓๐ (๒) ให้แล้วเสร็จภำยในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระรำชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ในระหว่ำงด ำเนินกำรตำมวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจตำม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
พระรำชบัญญัติระเบียบข้ำรำชกำรต ำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ ปฏิบัติหน้ำที่ไปพลำงก่อน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๑๒๗ ในระหว่ำงที่ยังมิได้มีกำรตรำพระรำชกฤษฎีกำหรือออกกฎกระทรวง
ีบังคับ ข้อก ำหนด ประกำศ หรือยังมิได้มีมติเพื่อปฏิบัติตำมพระรำชบัญญัตินี้
กฎ ก.ตร. ระเบียบ ข้อ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ให้น ำพระรำชกฤษฎีกำ กฎกระทรวง กฎ ก.พ. ระเบียบ ข้อบังคับ ประกำศ มติ หรือกรณีที่ก ำหนดไว้แล้ว
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ซึ่งใช้อยู่เดิมมำใช้บังคับโดยอนุโลม ี ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มำตรำ ๑๒๘ กำรใดที่อยู่ระหว่ำงด ำเนินกำรหรือเคยด ำเนินกำรได้ตำมกฎหมำยว่ำด้วย
ี
ี
ี
ระเบียบข้ำรำชกำรต ำรวจ กฎหมำยว่ำด้วยวินัยต ำรวจ กฎหมำยว่ำด้วยยศต ำรวจ และกฎหมำยว่ำด้วย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
เครื่องแบบต ำรวจ ที่ใช้อยู่ก่อนวันที่พระรำชบัญญัตินี้ใช้บังคับและมิได้บัญญัติไว้ในพระรำชบัญญัตินี้
จะด ำเนินกำรได้ประกำรใด ให้เป็นไปตำมที่ ก.ตร. ก ำหนด ซึ่งต้องไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมำย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ผู้รับสนองพระบรมรำชโองกำร
พันต ำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
นำยกรัฐมนตรี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
- ๔๐ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๕๑
บัญชีอัตรำเงินเดือนข้ำรำชกำรต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
๕๑ บัญชีอัตรำเงินเดือนข้ำรำชกำรต ำรวจ แก้เพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ (ฉบับที่ ๓)
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
พ.ศ. ๒๕๕๘
- ๔๑ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๕๒
บัญชีอัตรำเงินประจ ำต ำแหน่งข้ำรำชกำรต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
๑. ประเภทบริหำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ต ำแหน่ง
ี
อัตรำ (บำท/เดือน)
ี
บริหำรระดับสูง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
พล.ต.อ., พล.ต.ท. ๒๑,๐๐๐
พล.ต.ต. ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ๑๔,๕๐๐
ี
ี
พ.ต.อ. อัตรำเงินเดือน พ.ต.อ. (พิเศษ) ๑๐,๐๐๐
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
บริหำรระดับกลำง
พ.ต.อ. ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ๕,๖๐๐
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
๒. ประเภทวิชำชีพเฉพำะ (วช.) หรือผู้เชี่ยวชำญเฉพำะ (ชช.)
ี
ี
ี
ต ำแหน่ง อัตรำ (บำท/เดือน)
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
วช. และ ชช.
๑๕,๖๐๐
พล.ต.อ., พล.ต.ท.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
พล.ต.ต. ๑๓,๐๐๐
พ.ต.อ. อัตรำเงินเดือน พ.ต.อ. (พิเศษ) ี ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ๙,๙๐๐
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
วช.
ี
ี
ี
พ.ต.อ. ๕,๖๐๐
พ.ต.ท. ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ๓,๕๐๐
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
๓. ประเภทวิชำกำรในโรงเรียนต ำรวจ
ต ำแหน่ง
อัตรำ (บำท/เดือน)
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ศำสตรำจำรย์ ชั้นยศ พ.ต.อ. อัตรำเงินเดือน พ.ต.อ. (พิเศษ) ขึ้นไป ๑๓,๐๐๐
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
รองศำสตรำจำรย์ ชั้นยศ พ.ต.อ. อัตรำเงินเดือน พ.ต. อ. (พิเศษ) ๙,๙๐๐
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
รองศำสตรำจำรย์ ชั้นยศ พ.ต.อ. และ พ.ต.ท. ๕,๖๐๐
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ผู้ช่วยศำสตรำจำรย์ ชั้นยศ พ.ต.อ. ๕,๖๐๐
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ผู้ช่วยศำสตรำจำรย์ ชั้นยศ พ.ต.ท. และ พ.ต.ต. ๓,๕๐๐
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
๕๒ บัญชอัตรำเงนประจ ำต ำแหน่งข้ำรำชกำรต ำรวจ เพิ่มโดยพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ
ิ
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔
- ๔๒ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้พระรำชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่กฎหมำยเกี่ยวกับข้ำรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ต ำรวจซึ่งประกอบด้วยพระรำชบัญญัติระเบียบข้ำรำชกำรต ำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ พระรำชบัญญัติว่ำด้วย
ี
ี
ี
วินัยต ำรวจ พุทธศักรำช ๒๔๗๗ พระรำชบัญญัติยศต ำรวจ พทธศักรำช ๒๔๘๐ และพระรำชบัญญัติ
ุ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
เครื่องแบบต ำรวจ พุทธศักรำช ๒๔๗๗ (ฉบับที่ ๒) ได้ใช้บังคับมำเป็นเวลำนำนแล้ว ท ำให้มีบทบัญญัติ
ี
่
หลำยประกำรไม่เหมำะสมแกกำรพัฒนำระบบงำนของต ำรวจในสภำพกำรณ์ปัจจุบัน ดังนั้น จึงสมควร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ปรับปรุงกฎหมำยดังกล่ำวโดยน ำมำบัญญัติรวมไว้เป็นกฎหมำยฉบับเดียวให้ครอบคลุมทุกเรื่องที่
เกี่ยวกับข้ำรำชกำรต ำรวจ โดยก ำหนดให้ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติแบ่งสวนรำชกำรเป็นส ำนักงำน
่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติและกองบัญชำกำรเพื่อกระจำยอ ำนำจไปยังกองบัญชำกำรมำกขึ้น โดยให้
มีคณะกรรมกำรนโยบำยต ำรวจแห่งชำติ (ก.ต.ช.) ท ำหน้ำที่ในกำรก ำหนดนโยบำยกำรบริหำรรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ื่
ต ำรวจ เพอเป็นแนวทำงกำรบริหำรรำชกำรและกำรด ำเนินงำนของข้ำรำชกำรต ำรวจให้เป็นไปตำม
นโยบำยนั้น และก ำหนดให้กำรบริหำรงำน ีบุคคลเป็นอ ำนำจหน้ำที่ของคณะกรรมกำรข้ำรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ต ำรวจ (ก.ตร.) โดยเฉพำะ อนมีผลให้กำรจัดระบบไม่ว่ำจะเป็นในเรื่องกำรบริหำรรำชกำร กำรบริหำรงำน
ั
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
บุคคล กำรบังคับบัญชำ กำรแต่งตั้งและโยกย้ำยหรือกำรด ำเนินกำรทำงวินัยเกิดควำมเป็นธรรม
ี
ี
ี
ควำมเหมำะสม และมีประสิทธิภำพยิ่งขึ้น นอกจำกนี้ ได้ก ำหนดให้มีต ำแหน่งข้ำรำชกำรต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ประเภทไม่มียศและก ำหนดต ำแหน่งพนักงำนสอบสวนแยกต่ำงหำกจำกต ำแหน่งข้ำรำชกำรต ำรวจที่มี
ั
ื่
อยู่เดิม เพอเป็นกำรพฒนำงำนสอบสวนซึ่งถือเป็นกระบวนกำรยุติธรรมในเบื้องต้นที่ส ำคัญ ตลอดจน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
จัดให้มีกองทุน เพอสนับสนุนและพฒนำงำนเกี่ยวกับกำรสืบสวนและสอบสวนคดีอำญำ อนจะท ำให้
ั
ื่
ั
กำรด ำเนินกระบวนกำรยุติธรรมในส่วนซึ่งข้ำรำชกำรต ำรวจเป็นผู้รับผิดชอบมีศักยภำพยิ่งขึ้น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
จึงจ ำเป็นต้องตรำพระรำชบัญญัตินี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ประกำศคณะปฏิรูปกำรปกครองในระบอบประชำธิปไ ตย อันมีพระมหำกษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
๕๓
ที่ ๑๗ เรื่อง มอบอ ำนำจบริหำรรำชกำรแผ่นดิน ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
[ยกเลิกโดยประกำศคณะปฏิรูปกำรปกครองในระบอบประชำธิปไตย อนมีพระมหำกษัตริย์ทรงเป็น
ั
ี
ี
ี
ประมุข ฉบับที่ ๒๘ เรื่อง ยกเลิกประกำศคณะปฏิรูปกำรปกครองในระบอบประชำธิปไตย อนมี
ั
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ุ
พระมหำกษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ ๑๗ ลงวันที่ ๒๒ กันยำยน พทธศักรำช ๒๕๔๙ และฉบับที่
๑๘ ลงวันที่ ๒๒ กันยำยน พุทธศักรำช ๒๕๔๙]
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ประกำศคณะปฏิรูปกำรปกครองในระบอบประชำธิปไตย อนมีพระมหำกษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับ
ั
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
๕๔
ที่ ๑๘ เรื่อง กำรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมำยว่ำด้วยต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
[ยกเลิกโดยประกำศคณะปฏิรูปกำรปกครองในระบอ บประชำธิปไตย อันมีพระมหำกษัตริย์ทรงเป็น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ประมุข ฉบับที่ ๒๘ เรื่อง ยกเลิกประกำศคณะปฏิรูปกำรปกครองในระบอบประชำธิปไตย อนมี
ั
ี
ี
ุ
พระมหำกษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ ๑๗ ลงวันที่ ๒๒ กันยำยน พทธศักรำช ๒๕๔๙ และฉบับที่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
๑๘ ลงวันที่ ๒๒ กันยำยน พุทธศักรำช ๒๕๔๙]
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี ี
๕๓ รำชกิจจำนุเบกษำ เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๙๘ ก/หน้ำ ๖/๒๔ กันยำยน ๒๕๔๙
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
๕๔
รำชกิจจำนุเบกษำ เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๙๘ ก/หน้ำ ๗/๒๔ กันยำยน ๒๕๔๙
- ๔๓ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ประกำศคณะปฏิรูปกำรปกครองในระบอบประชำธิปไตย อนมีพระมหำกษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับ
ั
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ที่ ๒๘ เรื่อง ยกเลิกประกำศคณะปฏิรูปกำรปกครองในระบอบประชำธิปไตย อนมีพระมหำกษัตริย์
ั
ี
ี
ี
ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ ๑๗ ลงวันที่ ๒๒ กันยำยน พทธศักรำช ๒๕๔๙ และฉบับที่ ๑๘ ลงวันที่ ๒๒
ุ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
๕๕
กันยำยน พุทธศักรำช ๒๕๔๙ ี ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
๕๖
พระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๖ ในระหว่ำงที่ยังมิได้ตรำพระรำชกฤษฎีกำตำมมำตรำ ๖๗ วรรคสำม
้
แห่งพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งแกไขเพมเติมโดยพระรำชบัญญัตินี้ ให้น ำพระรำช
ิ่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
กฤษฎีกำเกี่ยวกับเงินประจ ำต ำแหน่งที่ออกตำมพระรำชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจ ำต ำแหน่ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ชบัญญัตินี้
พ.ศ. ๒๕๓๘ มำใช้บังคับกับกำรได้รับเงินประจ ำต ำแหน่งของข้ำรำชกำรต ำรวจตำมพระรำ
ี
ี
โดยอนุโลม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๗ ให้นำยกรัฐมนตรีรักษำกำรตำมพระรำชบัญญัตินี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้พระรำชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ข้ำรำชกำรต ำรวจมีภำรกิจหลัก
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ในด้ำนกำรรักษำควำมสงบเรียบร้อย กำรป้องกันและปรำบปรำมกำรกระท ำควำมผิดทำงอำญำ
ื่
และกำรอำนวยควำมยุติธรรมแก่ประชำชน เพอให้สอดคล้องกับลักษณะงำนที่ต้องปฏิบัติ สมควรมี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
บัญชีอัตรำเงินเดือนและบัญชีอัตรำเงินประจ ำต ำแหน่งเป็นกำรเฉพำะ รวมทั้งปรับปรุงโครงสร้ำงระบบ
เงินเดือนของข้ำรำชก
ีำรต ำรวจบำงต ำแหน่งให้ได้รับเงินเดือนที่สูงขึ้น เพื่อให้เหมำะสมกับสภำพ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
เศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป จึงจ ำเป็นต้องตรำพระรำชบัญญัตินี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
๕๗
พระรำชกฤษฎีกำกำรปรับอัตรำเงินเดือนของข้ำรำชกำรต ำรวจ พ.ศ. ๒๕๕๔
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
มำตรำ ๒ พระรำชกฤษฎีกำนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษำยน พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นต้นไป
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้พระรำชกฤษฎีกำฉบับนี้ คือ โดยที่มำตรำ ๖๗ วรรคสี่ แห่ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ิ่
พระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไขเพมเติมโดยพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ
ั
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔ บัญญัติให้ในกรณีที่สมควรปรับอตรำเงินเดือนข้ำรำชกำรต ำรวจให้สอดคล้อง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
กับภำวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปถ้ำกำรปรับอตรำเงินเดือนดังกล่ำวเป็นกำรปรับเพมเป็นร้อยละ
ั
ิ่
ีเกินร้อยละสิบของอัตรำที่ใช้บังคับอยู่ และเมื่อได้รับอนุมัติงบประมำณรำยจ่ำย
เท่ำกันทุกอตรำและไม่
ั
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ั
จำกรัฐสภำเพอกำรนั้นแล้ว กำรปรับให้กระท ำโดยตรำเป็นพระรำชกฤษฎีกำ ประกอบกับบัญชีอตรำ
ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
เงินเดือนข้ำรำชกำรต ำรวจในปัจจุบันไม่เหมำะสมกับภำวะเศรษฐกิจและค่ำครองชีพที่เพมสูงขึ้น
ิ่
ี
ี
ิ่
ั
สมควรปรับอตรำเงินเดือนของข้ำรำชกำรต ำรวจให้เหมำะสมยิ่งขึ้น โดยปรับเพมในอตรำร้อยละห้ำ
ั
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
เท่ำกันทุกอัตรำ จึงจ ำเป็นต้องตรำพระรำชกฤษฎีกำนี้
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
๕๕
รำชกิจจำนุเบกษำ เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๑๐๕ ก/หน้ำ ๑๓/๓ ตุลำคม ๒๕๔๙
๕๖ รำชกิจจำนุเบกษำ เล่ม ๑๒๘/ตอนที่ ๑๗ ก/หน้ำ ๑/๒๑ มีนำคม ๒๕๕๔
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
๕๗
รำชกิจจำนุเบกษำ เล่ม ๑๒๘/ตอนที่ ๓๑ ก/หน้ำ ๑/๔ พฤษภำคม ๒๕๕๔
- ๔๔ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ประกำศคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง กำรแก้ไขเพมเติมกฎหมำยว่ำด้วย
ิ่
ี
ี
ี
๕๘
ต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ข้อ ๗ ให้ ก.ต.ช. และ ก.ตร. ซึ่งด ำรงต ำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่ประกำศนี้ใช้บังคับ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
พ้นจำกต ำแหน่ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ข้อ ๘ ในระหว่ำงที่ยังไม่มีกรรมกำรผู้ทรงคุณวุฒิตำมมำตรำ ๑๗ (๔) ให้ ก.ต.ช.
ประกอบด้วย นำยกรัฐมนตรีเป็นประธำนกรรมกำร รองนำยกรัฐมนตรีซึ่งนำยกรัฐมนตรีมอบหมำย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
เป็นรองประธำนกรรมกำร ปลัดกระทรวงกลำโห ม ปลัดกระทรวงมหำดไทย ปลัดกระทรวง
ุ
อตสำหกรรม และผู้อำนวยกำรส ำนักงบปร ีะมำณ เป็นกรรมกำรโดยต ำแหน่ง และให้ผู้บัญชำกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ต ำรวจแห่งชำติเป็นกรรมกำรและเลขำนุกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ข้อ ๙ ในระหว่ำงที่ยังไม่มีกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตำมมำตรำ ๓๐ (๔)
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ให้ ก.ตร. ประกอบด้วย นำยกรัฐมนตรีเป็นประธำนกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจ ผู้บัญชำกำรต ำรวจ
แห่งชำติเป็นรองประธำนกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจ เลขำธิกำร ก.พ. จเรต ำรวจแห่งชำติ และรอง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ เป็นกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจโดยต ำแหน่ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ข้อ ๑๐ กำรใดอยู่ในระหว่ำงกำรด ำเนินกำรตำมพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ
่
พ.ศ. ๒๕๔๗ ก่อนวันที่ประกำศนี้ใช้บังคับ แต่กำรด ำเนินกำรยังไมแล้วเสร็จ ให้ ก.ต.ช. ตำมข้อ ๑ หรือ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ก.ตร. ตำมข้อ ๓ แล้วแต่กรณี พิจำรณำด ำเนินกำรตำมสมควร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ประกำศคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ฉบับที่ ๑๑๑/๒๕๕๗ เรื่อง กำรแก้ไขเพมเติมกฎหมำยว่ำด้วย
ิ่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ต ำรวจแห่งชำติ
๕๙
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ประกำศคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ฉบับที่ ๑๑๔/๒๕๕๗ เรื่อง กำรแก้ไขเพมเติมกฎหมำยว่ำด้วย
ิ่
๖๐
ต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
๖๑
พระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘ ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ีำ ๒ พระรำชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวำคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เป็นต้นไป
มำตร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มำตรำ ๗ ในวำระเริ่มแรก ให้ปรับเงินเดือนของข้ำรำชกำรต ำรวจที่ได้รับอยู่เดิมเข้ำ
ี
ี
สู่อัตรำเงินเดือนในบัญชีท้ำยพระรำชบัญญัตินี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
๕๘ รำชกิจจำนุเบกษำ เล่ม ๑๓๑/ตอนพิเศษ ๑๓๔ ง/หน้ำ ๒๐/๒๑ กรกฎำคม ๒๕๕๗
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
๕๙
รำชกิจจำนุเบกษำ เล่ม ๑๓๑/ตอนพิเศษ ๑๔๓ ง/หน้ำ ๒๔/๓๐ กรกฎำคม ๒๕๕๗
๖๐ รำชกิจจำนุเบกษำ เล่ม ๑๓๑/ตอนพิเศษ ๑๔๓ ง/หน้ำ ๒๘/๓๐ กรกฎำคม ๒๕๕๗
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
๖๑
รำชกิจจำนุเบกษำ เล่ม ๑๓๒/ตอนที่ ๔๓ ก/หน้ำ ๑๐/๒๑ พฤษภำคม ๒๕๕๘
- ๔๕ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ให้ข้ำรำชกำรต ำรวจระดับ พ.๑ ระดับ พ.๒ ระดับ ป.๑ ระดับ ป.๒ ระดับ ป.๓
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ั
ระดับ ส.๑ ระดับ ส.๒ และระดับ ส.๓ ได้รับเงินเดือนในอตรำที่สูงกว่ำอตรำที่ได้รับอยู่เดิมตำมบัญชี
ั
ี
ี
ี
อัตรำเงินเดือนท้ำยพระรำชบัญญัตินี้อีกหนึ่งขั้น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
มำตรำ ๘ ให้นำยกรัฐมนตรีรักษำกำรตำมพระรำชบัญญัตินี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ั
หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้พระรำชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นกำรสมควรปรับอตรำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
เงินเดือนของข้ำรำชกำรต ำรวจให้เหมำะสม เป็นธรรม และได้มำตรฐำน โดยค ำนึงถึงค่ำครองชีพที่
เปลี่ยนแปลงไป ค่ำตอบแทนในภำคเอกชน ฐำนะกำรคลังของประเทศ ควำมแตกต่ำงระหว่ำงรำยได้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ั
ื่
ของข้ำรำชกำรต่ำงประเภทกันและปัจจัยอนที่จ ำเป็น สมควรปรับบัญชีอตรำเงินเดือนข้ำรำชกำร
ต ำรวจให้เหมำะสมยิ่งขึ้น จึงจ ำเป็นต้องตรำพระรำชบัญญัตินี้ ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ที่ ๔๔/๒๕๕๘ เรื่อง กำรแก้ไขปัญหำกำรบริหำรงำนบุคคล
ี
ี
ี
๖๒
ของข้ำรำชกำรต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ื่
ข้อ ๕ ให้ ก.ตร. ด ำเนินกำรออกกฎ ก.ตร. เพอปฏิบัติตำมค ำสั่งนี้ ให้แล้วเสร็จ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ภำยในสำมสิบวันนับแต่วันที่ค ำสั่งนี้ใช้บังคับ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ข้อ ๖ ในระหว่ำงที่ยังมิได้มีกำรออกกฎ ก.ตร. ตำมข้อ ๕ ให้น ำกฎ ก.ตร. ประกำศ
ี่
ี่
มติ หรือกรณีทก ำหนดไว้แล้วในส่วนที่เกยวข้องซึ่งใช้อยู่เดิมมำใช้บังคับโดยอนุโลมเท่ำที่ไม่ขัดหรือแย้ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
กับบทบัญญัติแห่งพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยค ำสั่งนี้ จนกว่ำจะ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มี กฎ ก.ตร. ตำมข้อ ๕ ขึ้นใช้บังคับ ี ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ข้อ ๗ ค ำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกำศในรำชกิจจำนุเบกษำเป็นต้นไป
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ที่ ๗/๒๕๕๙ เรื่อง กำรก ำหนดต ำแหน่งของข้ำรำชกำร
๖๓
ต ำรวจซึ่งมีอ ำนำจหน้ำที่ในกำรสอบสวน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
ข้อ ๙ ต ำแหน่งพนักงำนสอบสวนตำมมำตรำ ๔๔ (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) หรือ (๑๑)
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ในส่วนรำชกำรใดของส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ ที่ได้รับกำรก ำหนดไว้ตำมพระรำชบัญญัติต ำรวจ
ีให้เป็นต ำแหน่งตำมมำตรำ ๔๔ (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) หรือ (๑๑) แล้วแต่กรณี
แห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๔๗
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ในส่วนรำชกำรนั้นของส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ผู้ใดด ำรงต ำแหน่งพนักงำนสอบสวนตำมมำตรำ ๔๔ (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) หรือ
ี
ี
(๑๑) แห่งพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๔๗ อยู่ในวันก่อนวันที่ค ำสั่งนี้ใช้บังคับ ให้ถือว่ำผู้นั้น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
เป็นผู้ด ำรงต ำแหน่งตำมมำตรำ ๔๔ (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) หรือ (๑๑) แล้วแต่กรณี และให้ผู้ด ำรง
ี
ี
ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
๖๒ รำชกิจจำนุเบกษำ เล่ม ๑๓๒/ตอนพิเศษ ๓๒๒ ง/หน้ำ ๓๑/๔ ธันวำคม ๒๕๕๘
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี
ี
ี
๖๓
รำชกิจจำนุเบกษำ เล่ม ๑๓๓/ตอนพิเศษ ๓๖ ง/หน้ำ ๗/๕ กุมภำพันธ์ ๒๕๕๙