The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by paisanaon, 2023-04-07 10:42:20

องค์ความรู้เกี่ยวกับจราจร

ลําดับ ขอหาหรือฐานความผด บทมาตรา จํานวนคาปรับ




รถโรงเรียนหรือรถแทกซในขณะทรถดังกลาวหยุดเพอ





รอสัญญาณไฟหรือหยุด เพราะติดการจราจร

๑๔๑ ไมขับรถใหชิดขอบทางดานซายเมื่อผานทางแคบ มาตรา ๑๒๕, ปรับ ๕๐๐ บาท
ระหวางภูเขา หรือระหวางเนินหรือในทางเดินรถบน มาตรา ๑๕๗
ภูเขาหรือบนเนิน และไมใชเสียงสัญญาณเมื่อถึงทางโคง


๑๔๒ ใชเกียรวางหรือเหยียบคลัทช ในขณะที่ขับรถลงทางลาด มาตรา ๑๒๖, ปรับ ๔๐๐ บาท

หรือไหลเขา มาตรา ๑๔๘


๑๔๓ ในขณะขับรถกระทําการ ดังตอไปนี้ มาตรา ๑๒๗ (๑)(๒), ปรับ ๕๐๐ บาท


(๑) ขับรถตามหลังรถฉกเฉินซ่งกําลังปฏิบัติหนาท มาตรา ๑๕๒



ในระยะต่ํากวาหาสิบเมตร
(๒) ขับรถผานเขาไปหรือจอดในบริเวณเขตปฏิบัตการ


ดับเพลิง



๑๔๔ ขับรถทับสายสูบดบเพลิงที่ไมมีเครื่องปองกันในขณะที มาตรา ๑๒๗ (๓), ปรับ ๓๐๐ บาท

เจาหนาที่ดับเพลิงปฏิบัติการตามหนาท ี่ มาตรา ๑๕๒



๑๔๕ ไมจัดการเก็บสิ่งของทีตกหลนออกจากทางทันที มาตรา ๑๓๑, ปรับ ๒๐๐ บาท
เมื่อเคลื่อนยายรถที่ชํารุดหรือหักพังออกจากทาง มาตรา ๑๔๗



๑๔๖ เจาของหรือผูขับขี่รถโรงเรียน ไมจัดใหมีขอความ มาตรา ๑๓๒ วรรคหนึง, ปรับ ๒๐๐ บาท

“รถโรงเรียน” ขนาดตวอกษรสูงไมนอยกวาสิบหา มาตรา ๑๔๗


เซนติเมตร ติดอยูดานหนาและดานหลังของรถ



๑๔๗ ใชรถโรงเรียนทีมีไฟสัญญาณสีแดงปดเปดเปนระยะติด มาตรา ๑๓๒ วรรคสอง, ปรับ ๒๐๐ บาท
ไวดานหนาและดานหลังของรถเพ่อใหรถท่สวนมาหรือ มาตรา ๑๔๗


ตามหลังเห็นไดโดยชัดเจน เมอนํารถนั้นไปใชในทาง



ลําดับ ขอหาหรือฐานความผด บทมาตรา จํานวนคาปรับ


โดยไมไดใชรับสงนักเรียน และใชไฟสัญญาณสีแดงและ

ไมปดคลุมขอความวา “รถโรงเรียน”



๑๔๘ นํารถเขาขบวนแหหรือนํารถมาใชเฉพาะเพื่อการโฆษณา มาตรา ๑๓๓, ปรับ ๓๐๐ บาท



สินคาหรือมหรสพทแหหรือโฆษณาไปตามทางโดยไมได มาตรา ๑๔๘
รับอนุญาตจากหัวหนาเจาพนักงานจราจร

๑๔๙ เพื่อใหเกิดความปลอดภัยหรือความสะดวกในการ มาตรา ๑๓๘ , ปรับ ๕๐๐ บาท



จราจรกรณท่มเหตฉุกเฉนหรืออบัตเหตุเกิดข้น มาตรา ๑๕๔











(ชั่วระยะเวลาเทาทจําเปน) แตมการฝาฝนคาสัง

ดังตอไปนี้

(๑) คาสังหามรถทุกชนิดหรือบางชนิดหรือคนเดินเทา




เดนในทางสายใดหรือเฉพาะทางตอนใด (ถาไมเปน

ความผิดอื่น)
(๒) คําสั่งหามหยุดหรือจอดรถในทางสายใด หรือเฉพาะ
ทางตอนใด (ถาไมเปนความผิดอื่น)
(๓) คําสั่งหามเลี้ยวรถ กลับรถ หรือถอยหลังรถในทาง
สายใดหรือเฉพาะทางตอนใด (ถาไมเปนความผิดอื่น)
(๔) คาสังท่กาหนดทางสายใดหรือเฉพาะทางตอนใดให






รถเดินไดทางเดียว ชั่วระยะเวลาท่จําเปน (ถาไมเปน
ความผิดอื่น)

๑๕๐ ในทางสายใดหรือเฉพาะทางตอนใด หากมีการฝาฝน มาตรา ๑๓๙ , ปรับ ๕๐๐ บาท


ประกาศ ขอบงคบหรือระเบยบ ดังตอไปนี้ มาตรา ๑๕๔(๒)


(๑) ประกาศ ขอบังคับหรือระเบียบท่หามรถทุกชนิด

หรือบางชนิดเดิน (ถาไมเปนความผิดอื่น)
(๒) ประกาศ ขอบังคบหรือระเบียบท่หามหยุดหรือจอด


(ถาไมเปนความผิดอื่น)


(๓) ประกาศ ขอบังคับหรือระเบียบทหามเลี้ยวรถ




ลําดับ ขอหาหรือฐานความผด บทมาตรา จํานวนคาปรับ
กลับรถหรือถอยหลังรถ (ถาไมเปนความผิดอื่น)

(๔) ประกาศ ขอบังคับหรือระเบียบท่กาหนดใหรถ

เดินไดทางเดียว (ถาไมเปนความผิดอื่น)





(๕) ประกาศ ขอบังคบหรือระเบียบทกาหนดระยะเวลา

จอดรถในทางแคบหรือคับขัน (ถาไมเปนความผิดอื่น)
(๖) ประกาศ ขอบังคับหรือระเบียบทกําหนดอัตรา





ความเร็วของรถภายในอตราทกาหนดในกฎกระทรวง

(ถาไมเปนความผิดอื่น)

(๗) ประกาศ ขอบังคับหรือระเบียบท่กาหนดชองหรือ

แนวทางเดินรถขึ้นและลอง (ถาไมเปนความผิดอื่น)





(๘) ประกาศ ขอบังคบหรือระเบียบทกาหนดทางเดนรถ
ทางเอกและทางเดินรถทางโท (ถาไมเปนความผิดอน)
ื่
(๙) ประกาศ ขอบังคับหรือระเบียบทกาหนดการจอดรถ
ี่

หรือที่จอดพักรถ (ถาไมเปนความผิดอื่น)
(๑๐) ระเบียบท่กําหนดการใชทางหรือชองเดินรถ

สําหรับรถบางประเภท (ถาไมเปนความผิดอื่น)

(๑๑) ระเบียบท่กาหนดการเกยวกับการใชรถโรงเรียน



(ถาไมเปนความผิดอื่น)
(๑๒) ระเบียบท่กําหนดเก่ยวกบการบรรทุกคนโดยสาร



สําหรับรถจักรยาน (ถาไมเปนความผิดอื่น)




(๑๓) ประกาศ ขอบังคบหรือระเบียบทควบคุมขบวนแห
หรือการชุมนุมสาธารณะ (ถาไมเปนความผิดอื่น)




(๑๔) ประกาศ ขอบังคบหรือระเบียบทควบคมหรือหาม

เลี้ยวรถในทางรวมทางแยก (ถาไมเปนความผิดอื่น)

(๑๕) ประกาศ ขอบังคับหรือระเบียบท่ขีดเสนหรือ
ทําเครื่องหมายจราจรบนผิวทางหรือติดต้งสัญญาณ

จราจรหรือเครื่องหมายจราจร (ถาไมเปนความผิดอื่น)

(๑๖) ประกาศ ขอบังคับหรือระเบียบที่กาหนดระยะทาง


ตอนใด ใหขับรถล้ําเขาไปในเสนก่งกลางของทางท


ลําดับ ขอหาหรือฐานความผด บทมาตรา จํานวนคาปรับ


หัวหนาเจาพนักงานจราจรกําหนดไวได (ถาไมเปน
ความผิดอื่น)



(๑๗) ระเบียบท่กําหนดเก่ยวกับการจอดรถท่ชํารุด

หักพัง ตลอดจนรถที่ซอมแซม (ถาไมเปนความผิดอื่น)



(๑๘) ระเบียบท่กําหนดการขามทางของคนเดินเทา
บนทางที่ไมมีทางขาม (ถาไมเปนความผิดอื่น)





(๑๙) ประกาศ ขอบังคบหรือระเบยบทกําหนดการใช
โคมไฟ (ถาไมเปนความผิดอื่น)
(๒๐) ประกาศ ขอบังคับหรือระเบียบทกาหนดการใช



เสียงสัญญาณ (ถาไมเปนความผิดอื่น)





(๒๑) ระเบียบทกาหนดการอนุญาตและการใชรถทมลอ





หรือสวนทสัมผัสกบผิวทางไมใชยาง (ถาไมเปนความผิด


อื่น)

๑๕๑ ฝาฝนคําสังหัวหนาเจาพนักงานจราจรหรือเจาพนักงาน มาตรา ๑๔๒ , ปรับ ๕๐๐ บาท

จราจรใหหยุดรถ กรณีดังตอไปนี้ มาตรา ๑๕๔(๑)



(๑) รถนันมีสภาพไมถกตองตาม มาตรา ๖ (ถาไมเปน

ความผิดอื่น)
(๒) ผูขับขี่หรือบุคคลในรถนั้นไดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตาม





กฎหมายวาดวยจราจรทางบกหรือกฎหมายอนเกยวกบ

รถนั้นๆ (ถาไมเปนความผิดอื่น)

๑๕๒ ฝาฝนคําสั่งหัวหนาเจาพนักงานจราจร พนักงาน มาตรา ๑๔๒ วรรคสอง, ปรับ ๕๐๐ บาท

สอบสวนหรือเจาพนักงานจราจรท่ใหมีการทดสอบ มาตรา ๑๕๔ (๓)

ผูขับขวาหยอนความสามารถในอนท่จะขับหรือเมาสุรา




หรือของเมาอยางอื่น (ถาไมเปนความผิดอื่น)

๑๕๓ ฝาฝนคําสังหัวหนาเจาพนักงานจราจร เจาพนักงาน ๑๔๓ ทวิ, ปรับ ๕๐๐ บาท


จราจร หรือผูตรวจการที่ใหหยุดรถเพือตรวจสอบวา ม าตร า ๑๕๔ ( ๔)




ลําดับ ขอหาหรือฐานความผด บทมาตรา จํานวนคาปรับ



รถนั้น มีเครื่องยนตกอใหเกดกาซ ฝุน ควัน ละอองเคม



หรือเสียงเกินเกณฑทผูบัญชาการตํารวจแหงชาต
กําหนด (ถาไมเปนความผิดอื่น)

๑๕๔ นํารถทีหัวหนาเจาพนักงานจราจร เจาพนักงานจราจร มาตรา ๑๔๔, มาตรา ๑๕๖ ปรับ ๕๐๐ บาท

หรือผูตรวจการสังใหซอมหรือแกไขไปใชในทางโดย



ยังมไดรับใบตรวจรับรอง



๑๕๕ ขัดคําสังเจาพนักงานจราจรซึงสังตามมาตรา ๑๔๐/๒ มาตรา ๑๔๐/๒, ปรับ ๕๐๐ บาท

หรือมาตรา ๑๔๐/๓ วรรคหนึง มาตรา ๑๔๐/๓ วรรคหนึง,


มาตรา ๑๕๐


ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

พระรำชบัญญัติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ต ำรวจแห่งชำติ

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
พ.ศ. ๒๕๔๗



ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ





ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๓ มกรำคม พ.ศ. ๒๕๔๗

เป็นปีที่ ๕๙ ในรัชกำลปัจจุบัน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




พระบำทสมเด็จพระปรมินทรมหำภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมรำชโองกำรโปรดเกล้ำฯ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ให้ประกำศว่ำ

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



โดยที่เป็นกำรสมควรให้มีกฎหมำยว่ำด้วยต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




จึงทรงพระกรุณำโปรดเกล้ำฯ ให้ตรำพระรำชบัญญัติขึ้นไว้โดยค ำแนะน ำและยินยอม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ของรัฐสภำ ดังต่อไปนี้

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


มำตรำ ๑ พระรำชบัญญัตินี้เรียกว่ำ “พระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๔๗”


ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



มำตรำ ๒ พระรำชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจำกวันประกำศในรำชกิจจำ


นุเบกษำเป็นต้นไป ี ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มำตรำ ๓ ให้ยกเลิก




(๑) พระรำชบัญญัติระเบียบข้ำรำชกำรต ำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๒) พระรำชบัญญัติระเบียบข้ำรำชกำรต ำรวจ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๑



(๓) ประกำศคณะรักษำควำมสงบเรียบร้อยแห่งชำติ ฉบับที่ ๓๘ ลงวันที่ ๒๘
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




กุมภำพนธ์ ๒๕๓๔

(๔) พระรำชบัญญัติระเบียบข้ำรำชกำรต ำรวจ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


(๕) พระรำชบัญญัติระเบียบข้ำรำชกำรต ำรวจ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๘

(๖) พระรำชบัญญัติว่ำด้วยวินัยต ำรวจ พุทธศักรำช ๒๔๗๗
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



(๗) พระรำชบัญญัติว่ำด้วยวินัยต ำรวจแก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักรำช ๒๔๗๗

(๘) พระรำชบัญญัติว่ำด้วยวินัยต ำรวจ (ฉบับที่ ๓) พุทธศักรำช ๒๔๗๙
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


(๙) พระรำชบัญญัติว่ำด้วยวินัยต ำรวจ (ฉบับที่ ๔) พุทธศักรำช ๒๔๘๐

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๑๐) พระรำชบัญญัติว่ำด้วยวินัยต ำรวจ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๔๙๓




(๑๑) พระรำชบัญญัติว่ำด้วยวินัยต ำรวจ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๔๙๕
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๑๒) พระรำชบัญญัติว่ำด้วยวินัยต ำรวจ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ ๒๔๙๗



ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ





๑ รำชกิจจำนุเบกษำ เล่ม ๑๒๑/ตอนที่ ๑๘ ก/หน้ำ ๑/๑๔ กุมภำพันธ์ ๒๕๔๗


- ๒ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ



(๑๓) พระรำชบัญญัติยศต ำรวจ พุทธศักรำช ๒๔๘๐
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๑๔) พระรำชบัญญัติยศต ำรวจ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๕




(๑๕) พระรำชบัญญัติยศต ำรวจ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๔
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


(๑๖) พระรำชบัญญัติเครื่องแบบต ำรวจ พุทธศักรำช ๒๔๗๗ (ฉบับที่ ๒)

(๑๗) พระรำชบัญญัติเครื่องแบบต ำรวจ (ฉบับที่ ๓) พุทธศักรำช ๒๔๘๓
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ื่
บรรดำกฎหมำย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือค ำสั่งอนในส่วนที่ได้บัญญัติไว้แล้วใน

พระรำชบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระรำชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระรำชบัญญัตินี้แทน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



มำตรำ ๔ ในพระรำชบัญญัตินี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



“ข้ำรำชกำรต ำรวจ” หมำยควำมว่ำ บุคคลซึ่งได้รับกำรบรรจุและแต่งตั้งตำม

พระรำชบัญญัตินี้โดยได้รับเงินเดือนจำกเงินงบประมำณหมวดเงินเดือนในส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


และให้หมำยควำมรวมถึงข้ำรำชกำรในส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติซึ่งส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติแต่งตั้ง

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
หรือสั่งให้ปฏิบัติหน้ำที่รำชกำรต ำรวจโดยได้รับเงินเดือนจำกส่วนรำชกำร รัฐวิสำหกิจ หรือหน่วยงำน



อื่นของรัฐด้วย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


“ประธำนกรรมกำร” หมำยควำมว่ำ ประธำนกรรมกำรนโยบำยต ำรวจแห่งชำติ

“กรรมกำร” หมำยควำมว่ำ กรรมกำรนโยบำยต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



“กองทุน” หมำยควำมว่ำ กองทุนเพื่อกำรสืบสวนและสอบสวนคดีอำญำ

“กองบัญชำกำร” หมำยควำมรวมถึง ส่วนรำชกำรที่เรียกชื่ออย่ำงอนที่มีฐำนะเทียบ
ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


กองบัญชำกำรด้วย
“กอง
ีบังคับกำร” หมำยควำมรวมถึง ส่วนรำชกำรที่เรียกชื่ออย่ำงอื่นที่มีฐำนะเทียบ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


กองบังคับกำรด้วย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




มำตรำ ๕ ให้นำยกรัฐมนตรีรักษำกำรตำมพระรำชบัญญัตินี้ และมีอำนำจออก

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
กฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติกำรตำมพระรำชบัญญัตินี้




กฎกระทรวงนั้น เมื่อประกำศในรำชกิจจำนุเบกษำแล้วให้ใช้บังคับได้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




ลักษณะ ๑
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



บททั่วไป




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



มำตร
ีำ ๖ ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติเป็นส่วนรำชกำรมีฐำนะเป็นนิติบุคคลอยู่ใน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


บังคับบัญชำของนำยกรัฐมนตรี และมีอ ำนำจหน้ำที่ดังต่อไปนี้

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๑) รักษำควำมปลอดภัยส ำหรับองค์พระมหำกษัตริย์ พระรำชินี พระรัชทำยำท



ผู้ส ำเร็จรำชกำรแทนพระองค์ พระบรมวงศำนุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระรำชอำคันตุกะ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๒) ดูแลควบคุมและก ำกับกำรปฏิบัติงำนของข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งปฏิบัติกำรตำม



ประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


(๓) ป้องกันและปรำบปรำมกำรกระท ำควำมผิดทำงอำญำ

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



- ๓ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ



(๔) รักษำควำมสงบเรียบร้อย ควำมปลอดภัยของประชำชนและควำมมั่นคงของ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
รำชอำณำจักร





(๕) ปฏิบัติกำรอนใดตำมที่กฎหมำยก ำหนดให้เป็นอำนำจหน้ำที่ของข้ำรำชกำร
ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ต ำรวจหรือส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ ี ี

(๖) ช่วยเหลือกำรพัฒนำประเทศตำมที่นำยกรัฐมนตรีมอบหมำย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ื่
(๗) ปฏิบัติกำรอนใดเพอส่งเสริมและสนับสนุนให้กำรปฏิบัติกำรตำมอำนำจหน้ำที่

ื่

ตำม (๑) (๒) (๓) (๔) หรือ (๕) เป็นไปอย่ำงมีประสิทธิภำพ ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

ในกรณีที่มีกฎหมำยก ำหนดควำมผิดทำงอำญำขึ้นส ำหรับกำรกระท ำใดเป็นกำร

เฉพำะ และตกอยู่ภำยใต้อำนำจหน้ำที่ของข้ำรำชกำรต ำรวจหรือส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติตำม (๓)

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



(๔) หรือ (๕) จะตรำพระรำชกฤษฎีกำโอนอำนำจหน้ำที่ตำม (๓) (๔) หรือ (๕) เฉพำะในส่วนที่


ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ยงำนหรือ
เกี่ยวกับควำมผิดทำงอำญำดังกล่ำวทั้งหมดหรือบำงส่วน ให้เป็นอำนำจหน้ำที่ของห ีน่ว



พนักงำนเจ้ำหน้ำที่อนใดก็ได้ ในกรณีเช่นนั้น ให้ข้ำรำชกำรต ำรวจและส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติพน

ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
จำกอำนำจหน้ำที่ดังกล่ำวทั้งหมดหรือบำงส่วน และให้ถือว่ำพนักงำนเจ้ำหน้ำที่ของหน่วยงำนตำมที่





ก ำหนดในพระรำชกฤษฎีกำดังกล่ำวเป็นพนักงำนฝ่ำยปกครองหรือต ำรวจ พนักงำนสอบสวน หรือ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



พนักงำนฝ่ำยปกครองหรือต ำรวจชั้นผู้ใหญ่ตำมประมวลกฎหมำยวิธีพจำรณำควำมอำญำ แล้วแต่กรณี
ทั้งนี้ ตำมที่ก ำหนดในพระรำชกฤษฎีกำดังกล่ำว
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ





มำตรำ ๗ ให้ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติจัดระบบกำรบริหำร กำรปฏิบัติงำนด้ำน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


กำรป้องกันและปรำบปรำมกำรกระท ำควำมผิดทำงอำญำ กำรรักษำควำมสงบเรียบร้อย และกำร

รักษำควำมปลอดภัยของประชำชนให้เหมำะสมกับควำมต้องกำรของแต่ละท้องถิ่นและชุมชน โดยต้อง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์กรภำคเอก ชนมีส่วนร่วม ทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับนโยบำย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
งบประมำณ และอำสำสมัคร ตลอดจนกำรติดตำมตรวจสอบกำรปฏิบัติงำนต ำรวจ ทั้งนี้ ตำม


หลักเกณฑ์และวิธีกำรที่ ก.ต.ช. ก ำหนด
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
กำรมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือองค์กรภำคเอกชนตำมวรรคหนึ่ง




ให้เป็นไปตำมข้อตกลงระหว่ำงส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือองค์กร


ภำคเอกชนนั้น ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




มำตรำ ๘ ข้ำรำชกำรต ำรวจอำจให้แบ่งเป็นข้ำรำชกำรต ำรวจประเภทไม่มียศด้วยก็ได้

โดยให้ตรำเป็นพระรำชกฤษฎีกำ ี ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ข้ำรำชกำรต ำรวจต ำแหน่งใดหรือปฏิบัติหน้ำที่ใด จะเป็นข้ำรำชกำรต ำรวจประเภท

ไม่มียศให้ตรำเป็นพระ
ีรำชกฤษฎีกำตำมวรรคหนึ่ง ในพระรำชกฤษฎีกำดังกล่ำวให้ก ำหนดประเภท
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ต ำแหน่ง วิธีกำรก ำหนดต ำแหน่ง คุณสมบัติและลักษ ณะต้องห้ำม กำรบรรจุ กำรแต่งตั้ง กำรบังคับ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
บัญชำ วินัยและกำรรักษำวินัย กำรด ำเนินกำรทำงวินัย กำรโยกย้ำยระหว่ำงข้ำรำชกำรต ำรวจประเภท



ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ





๒ มำตรำ ๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกำศคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ฉบับที่ ๑๑๑/๒๕๕๗ เรื่อง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


กำรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมำยว่ำด้วยต ำรวจแห่งชำติ

๓ มำตรำ ๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกำศคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ฉบับที่ ๑๑๔/๒๕๕๗ เรื่อง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



กำรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมำยว่ำด้วยต ำรวจแห่งชำติ


- ๔ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ



มียศและข้ำรำชกำรต ำรวจประเภทไม่มียศ รวมทั้งกำรปรับยศและปรับเงินเดือนเมื่อมีกำรโยกย้ำย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ดังกล่ำวตลอดจนกำรอื่นตำมที่จ ำเป็น




กำรก ำหนดอตรำเงินเดือน อตรำเงินประจ ำต ำแหน่ง กำรรับและกำรจ่ำยเงินเดือน


ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


และเงินประจ ำต ำแหน่งของข้ำรำชกำรต ำรวจประเภทไม่มียศส ำหรับต ำแหน่งแต่ละประเภท ให้น ำ

กฎหมำยว่ำด้วยระเบียบข้ำรำชกำรพลเรือน กฎหมำยว่ำด้วยระเบียบข้ำรำชกำรครูและบุคลำกร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




ทำงกำรศึกษำและกฎหมำยว่ำด้วยระเบียบข้ำรำชกำรพลเรือนในสถำบันอดมศึกษำ มำใช้บังคับโดย

อนุโลมตำมลักษณะของประเภทต ำแหน่ง แล้วแต่กรณี ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

พระรำชกฤษฎีกำตำมวรรคสอง ไม่มีผลกระทบฐำนะของข้ำรำชกำรต ำรวจที่มียศอยู่แล้ว

ในวันที่พระรำชกฤษฎีกำดังกล่ำวมีผลใช้บังคับ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




มำตรำ ๙ วัน เวลำท ำงำน วันหยุดรำชกำรตำมประเพณี วันหยุดรำชกำรประจ ำปี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


และกำรลำหยุดรำชกำรของข้ำรำชกำรต ำรวจ ให้เป็นไปตำมที่คณะรัฐมนตรีก ำหนด แต่ในกรณีจ ำเป็น

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
เพอประโยชน์ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ ก.ต.ช. จะก ำหนดให้ข้ำรำชกำรต ำรวจต้องปฏิบัติหน้ำที่ตำมวัน
ื่



เวลำ ที่แตกต่ำงจำกที่คณะรัฐมนตรีก ำหนดก็ได้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




ลักษณะ ๒
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



กำรจัดระเบียบรำชกำรในส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



มำตรำ ๑๐ ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติแบ่งส่วนรำชกำรดังต่อไปนี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



(๑) ส ำนักงำนผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๒) กองบัญชำกำร



กำรแบ่งส่วนรำชกำรตำม (๑) เป็นกองบัญชำกำรหรือกำรจัดตั้งกองบัญชำกำรตำม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๒) ให้ตรำเป็นพระรำชกฤษฎีกำ และกำรแบ่งส่วนรำชกำรเป็นกองบังคับกำรหรือส่วนรำชกำรอย่ำงอน
ื่





ให้ออกเป็นกฎกระทรวงและให้ก ำหนดอำนำจหน้ำที่ไว้ในพระรำชกฤษฎีกำหรือกฎกระทรวงนั้น


แล้วแต่กรณี ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



มำตรำ ๑๑ ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ มีผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติเป็นหัวหน้ำส่วน

รำชกำรมีอ ำนำจหน้ำที่ดังต่อไปนี้ ี ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๑) รับผิดชอบควบคุมรำชกำรประจ ำในส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ ก ำหนดแนวทำง

ีดับควำมส ำคัญของแผนกำรปฏิบัติ
และแผนกำรปฏิบัติรำชกำรของส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ และล ำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


รำชกำรประจ ำปีของส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ ให้เป็นไปตำมนโยบำยและแนวทำงกำรปฏิบัติรำชกำร

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ที่นำยกรัฐมนตรีและ ก.ต.ช. ก ำหนด รวมทั้งก ำกับ เร่งรัด ติดตำม และประเมินผลกำรปฏิบัติรำชกำร


ของส่วนรำชกำรในส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๒) เป็นผู้บังคับบัญชำข้ำรำชกำรต ำรวจในส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติรองจำก



นำยกรัฐมนตรี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


(๓) เป็นผู้รับผิดชอบในกำรปฏิบัติรำชกำรของส ำนักงำนผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



- ๕ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ




(๔) วำงระเบียบหรือท ำค ำสั่งเฉพำะเรื่องไว้ให้ข้ำรำชกำรต ำรวจปฏิบัติกำรเกี่ยวกับ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
กำรใช้อ ำนำจ หรือกำรปฏิบัติหน้ำที่ตำมประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำหรือกฎหมำยอื่น




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มำตรำ ๑๒ ให้มีจเรต ำรวจแห่งชำติ รองผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติหรือผู้ช่วยผู้



บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ เป็นผู้บังคับบัญชำข้ำรำชกำรต ำรวจและรับผิดชอบในกำรปฏิบัติรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



รองจำกผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติตำมที่ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติก ำหนดหรือมอบหมำย


ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


มำตรำ ๑๓ ในกองบัญชำกำรหนึ่ง ให้มีผู้บัญชำกำรคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชำ

ข้ำรำชกำรต ำรวจและรับผิดชอบกำรปฏิบัติรำชกำรของส่วนรำชกำรนั้น ขึ้นตรงต่อผู้บัญชำกำรต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



แห่งชำติ และจะให้มีรองผู้บัญชำกำรเป็นผู้บังคับบัญชำข้ำรำชกำรต ำรวจและรับผิดชอบในกำรปฏิบัติ

รำชกำรรองจำกผู้บัญชำกำรตำมที่ผู้บัญชำกำรมอบหมำยด้วยก็ได้ ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

ควำมในวรรคหนึ่ง ให้ใช้บังคับกับส่วนรำชกำรที่เรียกชื่ออย่ำงอนและมีฐำนะ
ื่

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

เทียบเท่ำกองบัญชำกำรด้วยโดยอนุโลม รวมทั้งให้หัวหน้ำส่วนรำชกำรดังกล่ำวมีอำนำจหน้ำที่และ



ควำมรับผิดชอบดังเช่นผู้บัญชำกำรด้วย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




มำตรำ ๑๔ ผู้บัญชำกำรมีอ ำนำจหน้ำที่และควำมรับผิดชอบดังต่อไปนี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



(๑) บริหำรรำชกำรของกองบัญชำกำรให้เป็นไปตำมกฎหมำย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ

และประกำศของทำงรำชกำร ก.ต.ช. ก.ตร. และส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

ื่

(๒) ควบคุม ก ำกับ ดูแลบุคลำกร กำรเงิน กำรพสดุ สถำนที่ และทรัพย์สินอนของ

กองบัญชำกำรให้เป็นไปตำมกฎหมำย ระเบียบ ข้อบังคับ และประกำศของทำงรำชกำร ก.ต.ช. ก.ตร.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



และส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๓) เป็นผู้แทนส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติในรำชกำรทั่วไปของกองบัญชำกำร




(๔) รำยงำนผลกำรปฏิบัติงำนพร้อมทั้งปัญหำและอปสรรคต่อผู้บัญชำกำรต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
แห่งชำติทุกสี่เดือน หรือตำมระยะเวลำที่ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติก ำหนด




(๕) ปฏิบัติหน้ำที่อนตำมกฎหมำย ระเบียบ ข้อบังคับ และประกำศของทำงรำชกำร
ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ก.ต.ช. ก.ตร. และส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ

ในกรณีที่มีกฎหมำย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือค ำสั่งใด หรือมติของคณะรัฐมนตรี ใน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



เรื่องใดก ำหนดให้กำรด ำเนินกำรใดเป็นอำนำจของอธิบดีหรือผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ ให้ผู้


บัญชำกำรมีอ ำนำจเช่นว่ำนั้นในฐำนะเป็นอธิบดีหรือแทนผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ ในส่วนที่เกี่ยวกับ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


กำรปฏิบัติรำชกำรในกองบัญชำกำร ทั้งนี้ ตำมหลักเกณฑ์ที่ ก.ต.ช. ก ำหนด


ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



มำตรำ ๑๕ ในกองบังคับกำรหนึ่ง ให้มีผู้บังคับกำรคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชำ

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ข้ำรำชกำรต ำรวจและรับผิดชอบในกำรปฏิบัติรำชกำรของกองบังคับกำรนั้น และจะให้มีรองผู้บังคับ



กำรเป็นผู้บังคับบัญชำข้ำรำชกำรต ำรวจและรับผิดชอบในกำรปฏิบัติรำชกำรรองจำกผู้บังคับกำรตำมที่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ผู้บังคับกำรมอบหมำยด้วยก็ได้




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




๔ มำตรำ ๑๑ (๔) แก้ไขเพิ่มเติมโดยค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ที่ ๗/๒๕๕๙
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



เรื่อง กำรก ำหนดต ำแหน่งของข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งมีอ ำนำจหน้ำที่ในกำรสอบสวน


- ๖ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ



ื่
ควำมในวรรคหนึ่ง ให้ใช้บังคับกับส่วนรำชกำรที่เรียกชื่ออย่ำงอนและมีฐำนะ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

เทียบเท่ำกองบังคับกำรด้วยโดยอนุโลม รวมทั้งให้หัวหน้ำส่วนรำชกำรดังกล่ำวมีอำนำจหน้ำที่และ



ควำมรับผิดชอบดังเช่นผู้บังคับกำรด้วย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ผู้บังคับกำรมีอ ำนำจหน้ำที่ และควำมรับผิดชอบดังต่อไปนี้

(๑) บริหำรรำชกำรของกองบังคับกำรให้เป็นไปตำมกฎหมำย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



และประกำศของทำงรำชกำร ก.ต.ช. ก.ตร. และส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ


(๒) ควบคุม ก ำกับ ดูแลบุคลำกร กำรเงิน กำรพสดุ สถำนที่ และทรัพย์สินอนของ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ื่


กองบังคับกำรให้เป็นไปตำมกฎหมำย ระเบียบ ข้อบังคับ และประกำศของทำงรำชกำร ก.ต.ช. ก.ตร.

และส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



(๓) ปฏิบัติหน้ำที่อนตำมกฎหมำย ระเบียบ ข้อบังคับ และประกำศของทำงรำชกำร
ื่

ก.ต.ช. ก.ตร. และส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ ี ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

ผู้บังคับกำรต ำรวจภูธรจังหวัดมีอำนำจและหน้ำที่ก ำกับดูแลกำรปฏิบัติรำชกำรของ

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ื่
ข้ำรำชกำรต ำรวจที่สังกัดกองบัญชำกำรอนและปฏิบัติรำชกำรประจ ำอยู่ในจังหวัดนั้น ให้เป็นไปตำม




กฎหมำย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือค ำสั่งของส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ กองบัญชำกำร หรือมติของ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


คณะรัฐมนตรี หรือกำรสั่งกำรของนำยกรัฐมนตรีด้วย ในกำรนี้ ให้มีอำนำจสั่งกำรใด ๆ เพอให้เกิดกำร
ื่


ประสำนงำนและควำมร่วมมือกันในกำรปฏิบัติหน้ำที่ หรือยับยั้งกำรกระท ำใด ๆ ของข้ำรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ต ำรวจในจังหวัดที่ขัดต่อกฎหมำย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือค ำสั่งของส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ หรือ

กองบัญชำกำร มติของคณะรัฐมนตรี หรือกำรสั่งกำรของนำยกรัฐมนตรีไว้ชั่วครำว แล้วรำยงำน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติและกองบัญชำกำรที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรที่ส ำนักงำน

ต ำรวจแห่งชำติก ำหนด
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ลักษณะ ๓



คณะกรรมกำรนโยบำยต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ







ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


มำตรำ ๑๖ ให้มีคณะกรรมกำรนโยบำยต ำรวจแห่งชำติคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่ำ

“ก.ต.ช.” มีอำนำจหน้ำที่ในกำรก ำหนดนโยบำยกำรบริหำรรำชกำรต ำรวจ และก ำกับดูแลส ำนักงำน

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ต ำรวจแห่งชำติให้ปฏิบัติตำมนโยบำย ระเบียบแบบแผน มติคณะรัฐมนตรี และกฎหมำย


ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



มำตรำ ๑๗ ให้ ก.ต.ช. ประกอบด้วย

(๑) นำยกรัฐมนตรี เป็นประธำนกรรมกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



(๒) รองนำยกรัฐมนตรีซึ่งนำยกรัฐมนตรีมอบหมำย เป็นรองประธำนกรรมกำร

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๓) ปลัดกระทรวงกลำโหม ปลัดกระทรวงมหำดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม และ



ผู้อ ำนวยกำรส ำนักงบประมำณ เป็นกรรมกำรโดยต ำแหน่ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๔) กรรมกำรผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งได้รับกำรเลือกจำกวุฒิสภำจ ำนวนสองคน




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




๕ มำตรำ ๑๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกำศคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ฉบับท ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง
ี่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



กำรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมำยว่ำด้วยต ำรวจแห่งชำติ


- ๗ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ



ให้ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติเป็นกรรมกำรและเลขำนุกำร และให้ประธำน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
กรรมกำรโดยค ำแนะน ำของผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ แต่งตั้งข้ำรำชกำรต ำรวจยศพลต ำรวจตรีขึ้น



ไปจ ำนวนไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขำนุกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ






มำตรำ ๑๘ นอกจำกอำนำจหน้ำที่ตำมมำตรำ ๑๖ ให้ ก.ต.ช. มีอำนำจหน้ำที่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) ออกระเบียบ ประกำศ หรือมีมติในเรื่องที่เกี่ยวกับกำรบริหำรรำชกำรต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


และวิธีปฏิบัติรำชกำรของข้ำรำชกำรต ำรวจ ให้เป็นไปตำมแบบแผนและนโยบำยที่ ก.ต.ช. ก ำหนด

(๒) เสนอแนะให้มีกำรตรำพระรำชกฤษฎีกำตำมมำตรำ ๖ วรรคสอง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ื่


(๓) พจำรณำด ำเนินกำรคัดเลือกขำรำชกำรต ำรวจเพอด ำเนินกำรแต่งตั้งผู้บัญชำกำร


ต ำรวจแห่งชำติตำมที่ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติเสนอ ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


(๔) ก ำหนดกระบวนกำรและขั้นตอนในกำรกระจำยอ ำนำจระหว่ำงส ำนักงำนต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
แห่งชำติกับต ำรวจภูธรจังหวัด และรำชกำรส่วนท้องถิ่น ในกรณีที่ ก.ต.ช. เห็นว่ำมีควำมจ ำเป็นและ



เหมำะสม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


(๕) แต่งตั้งคณะอนุกรรมกำรเพื่อปฏิบัติงำนตำมที่ ก.ต.ช. มอบหมำย

(๖) ตรวจสอบกำรปฏิบัติตำมนโยบำย กำรบริหำรรำชกำรต ำรวจให้เป็นไปตำม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



พระรำชบัญญัตินี้และกฎหมำยอน ในกำรนี้ ให้มีคณะกรรมกำรตรวจสอบและติดตำมกำรบริหำรงำน
ื่

ื่
ต ำรวจของกรุงเทพมหำนคร จังหวัดและสถำนีต ำรวจต่ำง ๆ เพอตรวจสอบ ติดตำมและประเมินผล
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ื้

กำรปฏิบัติงำนของข้ำรำชกำรต ำรวจในเขตพนที่ดังกล่ำว แล้วรำยงำน ก.ต.ช. เพื่อพจำรณำด ำเนินกำร

ตำมควรแก่กรณีต่อไป
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




องค์ประกอบ กำรด ำรงต ำแหน่ง กำรพนจำกต ำแหน่ง หลักเกณฑ์และวิธีกำรสรรหำ

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
และอำนำจหน้ำที่ของคณะกรรมกำรตรวจสอบและติดตำมกำรบริหำรงำนต ำรวจ ให้เป็นไปตำม




ระเบียบที่ ก.ต.ช. ก ำหนดโดยประกำศในรำชกิจจำนุเบกษำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ื่
(๗) ปฏิบัติหน้ำที่อนตำมที่คณะรัฐมนตรีมอบหมำยหรือตำมที่มีกฎหมำยก ำหนดไว้



ให้เป็นอ ำนำจหน้ำที่ของ ก.ต.ช.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ระเบียบหรือประกำศตำม (๑) เมื่อได้ประกำศในรำชกิจจำนุเบกษำแล้วให้ใช้บังคับได้

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



มำตรำ ๑๙ กรรมกำรผู้ทรงคุณวุฒิตำมมำตรำ ๑๗ (๒) ต้องมีควำมเชี่ยวชำญ หรือ


ประสบกำรณ์ในด้ำนกฎหมำย กำรงบประมำณ กำรพฒนำองค์กร กำรวำงแผน หรือกำรบริหำรและ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


จัดกำร

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



มำตรำ ๒๐ กรรมกำรผู้ทรงคุณว ุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ำม
ดังต่อไปนี้ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


(๑) มีสัญชำติไทยโดยกำรเกิด
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๒) มีอำยุไม่ต่ ำกว่ำสี่สิบปีบริบูรณ์




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




๖ มำตรำ ๑๘ (๓) แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกำศคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



เรื่อง กำรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมำยว่ำด้วยต ำรวจแห่งชำติ


- ๘ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ



(๓) ไม่เป็นสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎร สมำชิกวุฒิสภำ ข้ำรำชกำรกำรเมือง สมำชิก
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
สภำท้องถิ่น ผู้บริหำรท้องถิ่น หรือเป็นที่ปรึกษำของข้ำรำชกำรกำรเมืองหรือของสมำชิกสภำผู้แทน




รำษฎรหรือสมำชิกวุฒิสภำไม่ว่ำจะมีค่ำตอบแทนหรือไม่ก็ตำม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

(๔) ไม่เป็นผู้ด ำรงต ำแหน่งใด ๆ ในพรรคกำรเมือง


(๕) ไม่เป็นคนไร้ควำมสำมำรถ คนเสมือนไร้ควำมสำมำรถ คนวิกลจริต หรือจิตฟน
ั่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



เฟือนไม่สมประกอบ
(๖) ไม่เป็นบุคคลล้มละลำย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


(๗) ไม่เป็นผู้เคยได้รับโทษจ ำคุกโดยค ำพพำกษำถึงที่สุดให้จ ำคุก เว้นแต่เป็นโทษ


ส ำหรับควำมผิดที่ได้กระท ำโดยประมำทหรือควำมผิดลหุโทษ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



(๘) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจำกรำชกำร หน่วยงำนของรัฐ

หรือรัฐวิสำหกิจ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


(๙) ไม่เคยต้องค ำพพำกษำหรือค ำสั่งของศำลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพรำะ


ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ร่ ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ




ื่
(๑๐) ไม่เป็นกรรมกำรผู้จัดกำร หรือผู้จัดกำร หรือด ำรงต ำแหน่งอนใดที่มีลักษณะ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


งำนคล้ำยคลึงกันนั้นในห้ำงหุ้นส่วนหรือบริษัท

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



มำตรำ ๒๑ กรรมกำรผู้ทรงคุณวุฒิมีวำระกำรด ำรงต ำแหน่งครำวละสี่ปีและอำจ

ได้รับแต่งตั้งใหม่ได้แต่จะด ำรงต ำแหน่งเกินสองวำระติดต่อกันไม่ได้ ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ให้กรรมกำรผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพนจำกต ำแหน่งตำมวำระปฏิบัติหน้ำที่ต่อไปจนกว่ำ

กรรมกำรผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับสรรหำใหม่เข้ำรับหน้ำที่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

มำตรำ ๒๒ นอกจำกกำรพนจำกต ำแหน่งตำมวำระตำมมำตรำ ๒๑ กรรมกำร


ผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจำกต ำแหน่งเมื่อ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๑) ตำย



(๒) มีอำยุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


(๓) ลำออก

(๔) ขำดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ำมตำมมำตรำ ๒๐
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



(๕) ก.ต.ช. มีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ำสองในสำมของจ ำนวนกรรมกำรทั้งหมด


ให้พนจำกต ำแหน่ง เนื่องจำกมีควำมประพฤติเสื่อมเสีย หรือมีกำรกระท ำ หรือมีคุณลักษณะไม่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


เหมำะสมต่อกำรปฏิบัติหน้ำที่กรรมกำร
ีณีที่กรรมกำรผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจำกต ำแหน่งก่อนวำระ ให้ด ำเนินกำรสรรหำและ
ในกร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


แต่งตั้งบุคคลเป็นกรรมกำรแทน เว้นแต่วำระกำรด ำรง ต ำแหน่งของกรรมกำรผู้ทรงคุณวุฒิจะเหลือไม่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ถึงเก้ำสิบวัน ในกรณีนี้จะไม่ด ำเนินกำรให้มีกำรสรรหำก็ได้ ี



ให้กรรมกำรผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ด ำรงต ำแหน่งแทนอยู่ในต ำแหน่งเพยง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
เท่ำวำระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


มำตรำ ๒๓ กำรประชุมของ ก.ต.ช. ต้องมีกรรมกำรมำประชุมไม่น้อยกว่ำกึ่งหนึ่ง

ของจ ำนวนกรรมกำรทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



- ๙ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ



ในกำรประชุม ก.ต.ช. ถ้ำประธำนกรรมกำรไม่มำประชุมหรือไม่อำจปฏิบัติหน้ำที่ได้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ให้กรรมกำรที่มำประชุมเลือกกรรมกำรคนหนึ่งเป็นประธำนในที่ประชุม




ประธำนกรรมกำรและกรรมกำรโดยต ำแหน่งจะมอบหมำยบุคคลใดให้มำประชุมแทน

ไม่ได้ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ให้ ก.ต.ช. มีอำนำจออกข้อบังคับว่ำด้วยกำรประชุมและกำรลงมติของ ก.ต.ช.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



คณะอนุกรรมกำรตำมมำตรำ ๑๘ (๕) และของคณะกรรมกำรตำมมำตรำ ๑๘ (๖)


ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ลักษณะ ๔

ยศต ำรวจและชั้นข้ำรำชกำรต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ





ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


มำตรำ ๒๔ ยศต ำรวจมีตำมล ำดับดังต่อไปนี้

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
พลต ำรวจเอก



พลต ำรวจโท
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


พลต ำรวจตรี
พันต ำรวจเอก
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



พันต ำรวจโท
พันต ำรวจตรี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ร้อยต ำรวจเอก
ร้อยต ำรวจโท
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ร้อยต ำรวจตรี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ดำบต ำรวจ


จ่ำสิบต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
สิบต ำรวจเอก



สิบต ำรวจโท
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


สิบต ำรวจตรี

ว่ำที่ยศใดให้ถือเสมือนมียศนั้น ถ้ำผู้ซึ่งมียศต ำรวจเป็นหญิง ให้เติมค ำว่ำ “หญิง”
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ท้ำยยศต ำรวจนั้นด้วย

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


มำตรำ ๒๕ ชั้นข้ำรำชกำรต ำรวจมีดังต่อไปนี้

(๑) ช
ีั้นสัญญำบัตร ได้แก่ ผู้มียศตั้งแต่ร้อยต ำรวจตรีขึ้นไป
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


(๒) ชั้นประทวน ได้แก่ ผู้มียศสิบต ำรวจตรี สิบต ำรวจโท สิบต ำรวจเอก จ่ำสิบต ำรวจ

และดำบต ำรวจ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



(๓) ชั้นพลต ำรวจ ได้แก่ พลต ำรวจส ำรอง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
พลต ำรวจส ำรอง คือ ผู้ที่ได้รับกำรบรรจุเป็นข้ำรำชกำรต ำรวจ โดยได้รับกำรคัดเลือก




หรือสอบแข่งขันเข้ำรับกำรศึกษำอบรมในสถำนศึกษำของส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



- ๑๐ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ



มำตรำ ๒๖ กำรแต่งตั้งยศต ำรวจชั้นสัญญำบัตร ให้เป็นไปตำมหลักเกณฑ์และ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
วิธีกำรที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร. และให้ท ำโดยประกำศพระบรมรำชโองกำร




กำรแต่งตั้งยศต ำรวจชั้นสัญญำบัตรเป็นกรณีพิเศษ อำจกระท ำได้โดยประกำศ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
พระบรมรำชโองกำร ี ี

ในระหว่ำงที่ยังไม่มีประกำศพระบรมรำชโองกำรแต่งตั้งยศต ำรวจชั้นสัญญำบัตร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



จะแต่งตั้งว่ำที่ยศต ำรวจชั้นสัญญำบัตรเป็นกำรชั่วครำวก็ได้ โดยให้ผู้มีอ ำนำจดังต่อไปนี้ เป็นผู้สั่งแต่งตั้ง

(๑) ตั้งแต่ว่ำที่ยศพลต ำรวจตรีขึ้นไป ให้นำยกรัฐมนตรีเป็นผู้สั่งแต่งตั้ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



(๒) ตั้งแต่ว่ำที่ยศร้อยต ำรวจตรีขึ้นไป แต่ไม่สูงกว่ำว่ำที่ยศพนต ำรวจเอก ให้ผู้

บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติเป็นผู้สั่งแต่งตั้ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




มำตรำ ๒๗ กำรแต่งตั้งยศต ำรวจชั้นประทวน ให้ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ หรือ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ผู้บังคับบัญชำระดับผู้บัญชำกำรขึ้นไปซึ่งได้รับมอบหมำยจำกผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติเป็นผู้สั่ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
แต่งตั้ง ทั้งนี้ ตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.




กำรแต่งตั้งยศต ำรวจชั้นประทวนเป็นกรณีพิเศษ ให้ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


เป็นผู้สั่งแต่งตั้งตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



มำตรำ ๒๘ กำรถอดหรือกำรออกจำกยศต ำรวจชั้นสัญญำบัตร ให้เป็นไปตำม

ระเบียบส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ และให้ท ำโดยประกำศพระบรมรำชโองกำร ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ีำ ๒๙ กำรให้ออกจำกว่ำที่ยศต ำรวจชั้นสัญญำบัตรหรือกำรถอดหรือกำรออก
มำตร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


จำกยศต ำรวจชั้นประทวน ให้ผู้มีอ ำนำจสั่งตำมมำตรำ ๒๖ วรรคสำม หรือมำตรำ ๒๗ แล้วแต่กรณี

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
สั่งได้ตำมระเบียบส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ ี ี

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ลักษณะ ๕




คณะกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




มำตรำ ๓๐ ให้มีคณะกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่ำ

“ก.ตร.” ประกอบด้วย ี ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๑) นำยกรัฐมนตรี เป็นประธำนกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจ

(๒) ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ เป็นรองประธำนกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



(๓) เลขำธิกำร ก.พ. จเรต ำรวจแห่ง ชำติ และรองผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ เป็น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
กรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจโดยต ำแหน่ง ี ี

(๔) กรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งได้รับเลือกจำกวุฒิสภำจ ำนวนสองคน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ให้ผู้บัญชำกำรส ำนักงำนคณะกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจเป็นเลขำนุกำร และรอง




ผู้บัญชำกำรส ำนักงำนคณะกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจเป็นผู้ช่วยเลขำนุกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี ี

๗ มำตรำ ๓๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกำศคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ฉบับท ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง
ี่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



กำรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมำยว่ำด้วยต ำรวจแห่งชำติ


- ๑๑ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มำตรำ ๓๑ ให้ ก.ตร. มีอ ำนำจหน้ำที่ดังต่อไปนี้




(๑) ก ำหนดนโยบำยและมำตรฐำนกำรบริหำรงำนบุคคลของข้ำรำชกำรต ำรวจและ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
จัดระบบรำชกำรต ำรวจ รวมตลอดทั้งกำรอบรมและพัฒนำข้ำรำชกำรต ำรวจ ในกำรนี้หำก ก.ต.ช.



ได้ก ำหนดระเบียบแบบแผนและนโยบำยไว้เป็นกำรทั่วไป กำรก ำหนดในเรื่องดังกล่ำวของ ก.ตร.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ต้องสอดคล้องกับระเบียบแบบแผนและนโยบำยของ ก.ต.ช. และให้ ก.ตร. แจ้งกำรด ำเนินกำรนั้นให้

ก.ต.ช. ทรำบด้วย ี ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๒) ออกกฎ ก.ตร. ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อก ำหนด ประกำศ หรือมีมติเกี่ยวกับกำร

บริหำรงำนบุคคล เพื่อปฏิบัติกำรตำมพระรำชบัญญัตินี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



(๓) ก ำกับดูแล ตรวจสอบ และแนะน ำ เพอให้ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติบริหำรงำน
ื่


บุคคลให้เป็นไปตำมพระรำชบัญญัตินี้ และให้มีอำนำจออกระเบียบให้ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


รำยงำนเกี่ยวกับกำรสอบ กำรบรรจุ กำรแต่งตั้ง กำรเลื่อนขั้นเงินเดือน กำรด ำเนินกำรทำงวินัย

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
กำรออกจำกรำชกำรและกำรปฏิบัติกำรอื่นเกี่ยวกับกำรบริหำรงำนบุคคลตำมพระรำชบัญญัตินี้




(๔) รำยงำนคณะรัฐมนตรีเพ่อพิจำรณำปรับปรุงเงินเดือน เงินประจ ำต ำแหน่ง

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


เงินเพมค่ำครองชีพ สวัสดิกำร หรือประโยชน์เกื้อกูลอื่นส ำหรับข้ำรำชกำรต ำรวจให้เหมำะสม
ิ่

(๕) ก ำหนดชั้นยศที่ควรบรรจุแต่งตั้งและอตรำเงินเดือนที่ควรได้รับส ำหรับวุฒิ

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ปริญญำหรือประกำศนียบัตรต่ำง ๆ

(๖) ก ำหนดอตรำค่ำธรรมเนียมในกำรปฏิบัติกำรเกี่ยวกับกำรบริหำรงำนบุคคลตำม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


พระรำชบัญญัตินี้

(๗) พจำรณำอนุมัติแก้ไขทะเบียนประวัติเกี่ยวกับวันเดือนปีเกิด และกำรควบคุม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



เกษียณอำยุของข้ำรำชกำรต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๘) ในกรณีที่พจำรณำเห็นว่ำกำรปฏิบัติกำรเกี่ยวกับกำรบริหำรงำนบุคคลของ




ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติไม่เหมำะสมหรือไม่เป็นไปตำมพระรำชบัญญัตินี้ ให้มีมติสั่งกำรให้ส ำนักงำน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ต ำรวจแห่งชำติปฏิบัติกำรให้ถูกต้องเหมำะสม ถ้ำส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติไม่ปฏิบัติกำรตำมมติ




ดังกล่ำว ให้รำยงำนต่อนำยกรัฐมนตรีเพื่อพิจำรณำและสั่งกำรต่อไป
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


(๙) แต่งตั้งคณะอนุกรรมกำรเพื่อปฏิบัติงำนตำมที่ ก.ตร. มอบหมำย

(๑๐) ปฏิบัติกำรตำมอ ำนำจหน้ำที่ที่บัญญัติไว้ในมำตรำอื่นแห่งพระรำชบัญญัตินี้และ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



กฎหมำยอื่น
กฎ ก.ตร. เมื่อประกำศในรำชกิจจำนุเบกษำแล้วให้ใช้บังคับได้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



มำตร
ีำ ๓๒ เพื่อรักษำควำมเที่ยงธรรมในกำรแต่งตั้งและโยกย้ำยข้ำรำชกำรต ำรวจ

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ให้ ก.ตร. ออกกฎ ก.ตร. ก ำหนดหลักเกณฑ์และวิธีกำรแต่งตั้งและโยกย้ำยข้ำรำชกำรต ำรวจไว้ให้

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ชัดเจนแน่นอน กฎ ก.ตร. ดังกล่ำวให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจำกวันประกำศในรำชกิจจำนุเบกษำ


เป็นต้นไป
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ





ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




๘ มำตรำ ๓๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ท ๔๔/๒๕๕๘ เรื่อง
ี่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



กำรแก้ไขปัญหำกำรบริหำรงำนบุคคลของข้ำรำชกำรต ำรวจ


- ๑๒ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ




มำตรำ ๓๓ (ยกเลิก)
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




๑๐
มำตรำ ๓๔ (ยกเลิก)
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



๑๑
มำตรำ ๓๕ (ยกเลิก)
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




มำตรำ ๓๖ (ยกเลิก)
๑๒
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



๑๓
มำตรำ ๓๗ (ยกเลิก)
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




มำตรำ ๓๘ (ยกเลิก)
๑๔
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
๑๕
มำตรำ ๓๙ (ยกเลิก)




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

๑๖

มำตรำ ๔๐ (ยกเลิก)

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



๑๗
มำตรำ ๔๑ (ยกเลิก)

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


มำตรำ ๔๒ กำรประชุม ก.ตร. ต้องมีกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจมำประชุมไม่น้อย

กว่ำกึ่งหนึ่งของจ ำนวนกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

ีรำ ๓๓ ยกเลิกโดยประกำศคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง กำร
มำต


แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมำยว่ำด้วยต ำรวจแห่งชำติ
๑๐



ำค

คณ
ะร




ำติ

ที่

ฉบั



ำม
แห่




เล


โด





ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง กำร
๓๔

ะก
ำต



แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมำยว่ำด้วยต ำรวจแห่งชำติ
๑๑
มำตรำ ๓๕ ยกเลิกโดยประกำศคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง กำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมำยว่ำด้วยต ำรวจแห่งชำติ
๑๒
มำตรำ ๓๖ ยกเลิกโดยประกำศคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง กำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมำยว่ำด้วยต ำรวจแห่งชำติ
๑๓ มำตรำ ๓๗ ยกเลิกโดยประกำศคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง กำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมำยว่ำด้วยต ำรวจแห่งชำติ
๑๔ มำตรำ ๓๘ ยกเลิกโดยประกำศคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง กำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมำยว่ำด้วยต ำรวจแห่งชำติ

๑๕ มำตรำ ๓๙ ยกเลิกโดยประกำศคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง กำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมำยว่ำด้วยต ำรวจแห่งชำติ

๑๖ มำตรำ ๔๐ ยกเลิกโดยประกำศคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง กำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมำยว่ำด้วยต ำรวจแห่งชำติ

๑๗ มำตรำ ๔๑ ยกเลิกโดยประกำศคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง กำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมำยว่ำด้วยต ำรวจแห่งชำติ


- ๑๓ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ



ในกรณีที่ประธำนกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจไม่อยู่หรือไม่สำมำรถปฏิบัติหน้ำที่ได้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ให้กรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจที่มำประชุมเลือกกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจคนหนึ่งเป็นประธำนในที่



ประชุม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ให้ประธำนกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจเป็นผู้เรียกประชุม แต่ในกรณีที่กรรมกำร



ข้ำรำชกำรต ำรวจไมน้อยกว่ำหกคนร้องขอให้เรียกประชุม ให้ประธำนกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจเรียก

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ประชุมภำยในเจ็ดวันนับแต่วันได้รับร้องขอ
ให้ ก.ตร. มีอำนำจออกข้อบังคับว่ำด้วยกำรประชุมและกำรลงมติของ ก.ตร. และ

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ของคณะอนุกรรมกำรตำมมำตรำ ๓๑ (๙)

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



มำตรำ ๔๓ ในกรณีที่ ก.ตร. มีหน้ำที่ตำมที่บัญญัติไว้ในพระรำชบัญญัตินี้ ให้ผู้

บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติเป็นผู้เสนอเรื่องต่อ ก.ตร. แต่ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


คนหนึ่งคนใดที่จะเสนอ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ





ลักษณะ ๖
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ระเบียบข้ำรำชกำรต ำรวจ

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




หมวด ๑
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ต ำแหน่งและกำรกำหนดต ำแหน่ง





ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
๑๘
มำตรำ ๔๔ ต ำแหน่งข้ำรำชกำรต ำรวจมีดังต่อไปนี้


(๑) ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๒) จเรต ำรวจแห่งชำติ และรองผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ




(๓) ผู้ช่วยผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


(๔) ผู้บัญชำกำร
(๕) รองผู้บัญชำกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



(๖) ผู้บังคับกำร
(๗) รองผู้บังคับกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


(๘) ผู้ก ำกับกำร
(๙) รองผู้ก ำกับกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



(๑๐) สำรวัตร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๑๑) รองสำรวัตร


(๑๒) ผู้บังคับหมู่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๑๓) รองผู้บังคับหมู่




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




๑๘ มำตรำ ๔๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ที่ ๗/๒๕๕๙ เรื่อง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



กำรก ำหนดต ำแหน่งของข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งมีอ ำนำจหน้ำที่ในกำรสอบสวน


- ๑๔ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ



ก.ตร. จะก ำหนดให้มีต ำแหน่งที่เรียกชื่ออย่ำงอื่น โดยจะให้มีชื่อต ำแหน่งใดเทียบกับ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ต ำแหน่งตำมวรรคหนึ่งก็ได้ โดยให้ก ำหนดไว้ในกฎ ก.ตร.




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


มำตรำ ๔๕ ในส่วนรำชกำรต่ำง ๆ ของส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ จะให้มีต ำแหน่ง

ข้ำรำชกำรต ำรวจต ำแหน่งใด จ ำนวนเท่ำใด และคุณสมบัติเฉพำะส ำหรับต ำแหน่งอย่ำงใด และจะให้มี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ยศหรือไม่ และถ้ำให้มียศจะให้มียศใด รวมตลอดถึงกำรตัดโอนต ำแหน่งจำกส่วนรำชกำรหนึ่งไปเพิ่มให้

อกส่วนรำชกำรหนึ่ง ให้เป็นไปตำมที่ ก.ตร. ก ำหนด โดยให้ค ำนึงถึงลักษณะหน้ำที่และควำม

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


รับผิดชอบ ปริมำณและคุณภำพของงำน รวมทั้งควำมมีประสิทธิภำพและกำรประหยัด

กำรก ำหนดจ ำนวนต ำแหน่งข้ำรำชกำรต ำรวจตั้งแต่ต ำแหน่งผู้บังคับกำร หรือ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



๑๙
ต ำแหน่งเทียบเท่ำขึ้นไปในส่วนรำชกำรต่ำง ๆ ต้องได้รับควำมเห็นชอบจำก ก.ต.ช. ก่อน


ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



มำตรำ ๔๖ ให้ข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งด ำรงต ำแหน่งตำมมำตรำ ๔๔ (๙) (๑๐) และ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ิ่
(๑๑) ที่มีอำนำจและหน้ำที่ท ำกำรสอบสวนและอยู่ในสำยงำนสอบสวน ได้รับเงินเพมเป็นกรณีพเศษ






๒๐
ตำมระเบียบที่ ก.ตร. ก ำหนดโดยควำมเห็นชอบของกระทรวงกำรคลัง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ในกำรก ำหนดจ ำนวนเงินเพมเป็นกรณีพเศษตำมวรรคหนึ่ง ให้ค ำนึงถึงค่ำใช้จ่ำยใน
ิ่

กำรปฏิบัติงำนและกำรด ำรงตนอยู่ในควำมยุติธรรมได้อย่ำงมีเกียรติโดยเปรียบเทียบกับค่ำตอบแทนที่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



รัฐจ่ำยให้แก่ข้ำรำชกำรฝ่ำยอื่นที่เกี่ยวกับกระบวนกำรยุติธรรมประกอบด้วย


ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


๒๑
มำตรำ ๔๗ (ยกเลิก)

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



หมวด ๒

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
กำรบรรจุ กำรแต่งตั้งและกำรเลื่อนขั้นเงินเดือน



ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ





มำตรำ ๔๘ ผู้ที่จะได้รับกำรบรรจุเข้ำรับรำชกำรเป็นข้ำรำชกำรต ำรวจ ต้องมี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


คุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ำมดังต่อไปนี้
(๑) มีสัญชำติไทยโดยกำรเกิด
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



(๒) มีอำยุไม่ต่ ำกว่ำสิบแปดปีบริบูรณ์

(๓) เป็นผู้เลื่อมใสในกำรปกครองระบอบประชำธิปไตยอันมีพระมหำกษัตริย์ทรงเป็น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ประมุข
(๔) ไม่เป็นข้ำรำชกำรกำรเมือง ผู้ด ำรงต ำแหน่งทำงกำรเมือง สมำชิกสภำท้องถิ่น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



หรือผู้บริหำรท้องถิ่น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



๑๙ มำตรำ ๔๕ วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมโดยค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ที่ ๗/
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



๒๕๕๙ เรื่อง กำรก ำหนดต ำแหน่งของข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งมีอ ำนำจหน้ำที่ในกำรสอบสวน

๒๐ มำตรำ ๔๖ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ที่ ๗/
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


๒๕๕๙ เรื่อง กำรก ำหนดต ำแหน่งของข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งมีอ ำนำจหน้ำที่ในกำรสอบสวน

๒๑ มำตรำ ๔๗ ยกเลิกโดยค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ที่ ๗/๒๕๕๙ เรื่อง กำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ก ำหนดต ำแหน่งของข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งมีอ ำนำจหน้ำที่ในกำรสอบสวน


- ๑๕ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ



(๕) ไม่เป็นผู้ด ำรงต ำแหน่งใด ๆ ในพรรคกำรเมือง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี่
(๖) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ำมอื่นตำมทก ำหนดในกฎ ก.ตร.




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

มำตรำ ๔๙ กำรบรรจุบุคคลเข้ำรับรำชกำรเป็นข้ำรำชกำรต ำรวจตำมพระรำชบัญญัตินี้


ให้ผู้บังคับบัญชำตำมที่ก ำหนดในระเบียบ ก.ตร. เป็นผู้มีอ ำนำจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




มำตรำ ๕๐ กำรบรรจุบุคคลเข้ำรับรำชกำรเป็นข้ำรำชกำรต ำรวจชั้นพลต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ชั้นประทวนและชั้นสัญญำบัตร ให้บรรจุจำกบุคคลผู้ได้รับคัดเลือกหรือสอบแข่งขันได้

หลักเกณฑ์และวิธีกำรคัดเลือกหรือกำรสอบแข่งขันให้เป็นไปตำมที่ก ำหนดในกฎ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ก.ตร. และให้ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติหรือผู้บังคับบัญชำที่ได้รับมอบอ ำนำจจำกผู้บัญชำกำรต ำรวจ

แห่งชำติเป็นผู้ด ำเนินกำรคัดเลือกหรือสอบแข่งขัน ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มำตรำ ๕๑ กำรแต่งตั้งข้ำรำชกำรต ำรวจให้ด ำรงต ำแหน่ง ให้แต่งตั้งตำมหลักเกณฑ์



ดังต่อไปนี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


(๑) ต ำแหน่งผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ จะได้ทรงพระกรุณำโปรดเกล้ำฯ แต่งตั้ง
จำกข้ำรำชกำรต ำรวจยศพลต ำรวจเอก
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



(๒) ต ำแหน่งจเรต ำรวจแห่งชำติ และรองผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ จะได้ทรงพระกรุณำ

โปรดเกล้ำฯ แต่งตั้งจำกข้ำรำชกำรต ำรวจยศพลต ำรวจโทหรือพลต ำรวจเอก ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

(๓) ต ำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ จะได้ทรงพระกรุณำโปรดเกล้ำฯ

แต่งตั้งจำกข้ำรำชกำรต ำรวจยศพลต ำรวจโท
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



(๔) ต ำแหน่งผู้บัญชำกำร จะได้ทรง พระกรุณำโปรดเกล้ำฯ แต่งตั้งจำกข้ำรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ต ำรวจยศพลต ำรวจตรีหรือพลต ำรวจโท ี ี

(๕) ต ำแหน่งรองผู้บัญชำกำร จะได้ทรงพระกรุณำโปรดเกล้ำฯ แต่งตั้งจำก
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ข้ำรำชกำรต ำรวจยศพลต ำรวจตรี




๒๒
(๖) ต ำแหน่งผู้บังคับกำร จะได้ทรงพระกรุณำโปรดเกล้ำฯ แต่งตั้งจำกข้ำรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ต ำรวจยศพันต ำรวจเอก ซึ่งได้รับอัตรำเงินเดือนพันต ำรวจเอก (พิเศษ) หรือพลต ำรวจตรี

๒๓
(๗) ต ำแหน่งรองผู้บังคับกำร ให้แต่งตั้งจำกข้ำรำชกำรต ำรวจยศพันต ำรวจเอกหรือ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



พันต ำรวจเอก ซึ่งได้รับอัตรำเงินเดือนพันต ำรวจเอก (พิเศษ)

๒๔
(๘) ต ำแหน่งผู้ก ำกับกำร ให้แต่งตั้งจำกข้ำรำชกำรต ำรวจยศพนต ำรวจโทหรือพน

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ั


ต ำรวจเอก
ี ต ำแหน่งรองผู้ก ำกับกำร ให้แต่งตั้งจำกข้ำรำชกำรต ำรวจยศพันต ำรวจโท
(๙)
๒๕
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



๒๒ มำตรำ ๕๑ (๖) แก้ไขเพิ่มเติมโดยค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ที่ ๗/๒๕๕๙
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



เรื่อง กำรก ำหนดต ำแหน่งของข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งมีอ ำนำจหน้ำที่ในกำรสอบสวน

๒๓ มำตรำ ๕๑ (๗) แก้ไขเพิ่มเติมโดยค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ที่ ๗/๒๕๕๙
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


เรื่อง กำรก ำหนดต ำแหน่งของข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งมีอ ำนำจหน้ำที่ในกำรสอบสวน

๒๔ มำตรำ ๕๑ (๘) แก้ไขเพิ่มเติมโดยค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ที่ ๗/๒๕๕๙
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



เรื่อง กำรก ำหนดต ำแหน่งของข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งมีอ ำนำจหน้ำที่ในกำรสอบสวน


- ๑๖ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ



๒๖
(๑๐) ต ำแหน่งสำรวัตร ให้แต่งตั้งจำกขำรำชกำรต ำรวจยศร้อยต ำรวจเอกขึ้นไปแต่

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ไม่สูงกว่ำพันต ำรวจโท




๒๗
(๑๑) ต ำแหน่งรองสำรวัตร ให้แต่งตั้งจำกข้ำรำชกำรต ำรวจยศร้อยต ำรวจตรีขึ้นไป
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
แต่ไม่สูงกว่ำร้อยต ำรวจเอก ี ี

(๑๒) ต ำแหน่งผู้บังคับหมู่ ให้แต่งตั้งจำกข้ำรำชกำรต ำรวจยศสิบต ำรวจตรีขึ้นไปแต่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ไม่สูงกว่ำดำบต ำรวจ
(๑๓) ต ำแหน่งรองผู้บังคับหมู่ ให้แต่งตั้งจำกข้ำรำชกำรต ำรวจชั้นพลต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


กำรแต่งตั้งข้ำรำชกำรต ำรวจให้ด ำรงต ำแหน่งตำม (๒) ถึง (๑๓) อำจแต่งตั้งให้ด ำรง

ต ำแหน่งเทียบเท่ำด้วยก็ได้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




มำตรำ ๕๒ ข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งด ำรงต ำแหน่งตำมมำตรำ ๕๑ (๑๒)
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ หรือ (๑๓)



อำจได้รับกำรคัดเลือกและแต่งตั้งให้ด ำรงต ำแหน่งและมียศตำมมำตรำ ๕๑ (๑๑) ได้ตำมหลักเกณฑ์
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
และวิธีกำรที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.




ข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งด ำรงต ำแหน่งตำมมำตรำ ๕๑ (๑๓) อำจได้รับกำรคัดเลือกและ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


แต่งตั้งให้ด ำรงต ำแหน่งและมียศตำมมำตรำ ๕๑ (๑๒) ได้ตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรที่ก ำหนดในกฎ
ก.ตร.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ





มำตรำ ๕๓ กำรแต่งตั้งขำรำชกำรต ำรวจให้ด ำรงต ำแหน่งตำมมำตรำ ๔๔ (๑) (๒)
๒๘
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


(๓) (๔) (๕) และ (๖) ให้เป็นไปตำมหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(๑) กำรแต่งตั้งข้ำรำชกำรต ำรวจให้ด ำรงต ำแหน่งตำมมำตรำ ๔๔ (๑) ให้ผู้บัญชำกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ต ำรวจแห่งชำติ คัดเลือกรำยชื่อข้ำรำชกำรต ำรวจที่ด ำรงต ำแหน่งจเรต ำรวจแห่งชำติหรือรองผู้

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ แล้วเสนอ ก.ต.ช. เพื่อพจำรณำให้ควำมเห็นชอบก่อน แล้วให้นำยกรัฐมนตรี




น ำควำมกรำบบังคมทูล เพื่อทรงพระกรุณำโปรดเกล้ำฯ แต่งตั้ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๒) กำรแต่งตั้งข้ำรำชกำรต ำรวจให้ด ำรงต ำแหน่งตำมมำตรำ ๔๔ (๒) (๓) (๔) (๕)





และ (๖) ให้ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติคัดเลือกรำยชื่อข้ำรำชกำรต ำรวจเสนอ ก.ตร. เพื่อพจำรณำให้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ื่
ควำมเห็นชอบก่อน แล้วให้นำยกรัฐมนตรีน ำควำมกรำบบังคมทูลเพอทรงพระกรุณำโปรดเกล้ำฯ
แต่งตั้ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




๒๙
มำตรำ ๕๔ กำรแต่งตั้งข้ำรำชกำรต ำรวจให้ด ำรงต ำแหน่งตั้งแต่มำตรำ ๔๔ (๗)
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ลงมำให้ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมำยจำกผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติซึ่งด ำรง

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ





๒๕ มำตรำ ๕๑ (๙) แก้ไขเพิ่มเติมโดยค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ที่ ๗/๒๕๕๙
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


เรื่อง กำรก ำหนดต ำแหน่งของข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งมีอ ำนำจหน้ำที่ในกำรสอบสวน

๒๖ มำตรำ ๕๑ (๑๐) แก้ไขเพิ่มเติมโดยค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ท ๗/๒๕๕๙
ี่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



เรื่อง กำรก ำหนดต ำแหน่งของข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งมีอ ำนำจหน้ำที่ในกำรสอบสวน

๒๗ มำตรำ ๕๑ (๑๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ท ๗/๒๕๕๙
ี่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


เรื่อง กำรก ำหนดต ำแหน่งของข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งมีอ ำนำจหน้ำที่ในกำรสอบสวน

๒๘ มำตรำ ๕๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ที่ ๔๔/๒๕๕๘ เรื่อง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



กำรแก้ไขปัญหำกำรบริหำรงำนบุคคลของข้ำรำชกำรต ำรวจ


- ๑๗ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ



ต ำแหน่งไม่ต่ ำกว่ำผู้บัญชำกำรเป็นผู้สั่งแต่งตั้ง โดยให้เป็นไปตำมหลักเกณฑ์ วิธีกำร และขั้นตอน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ดังต่อไปนี้




(๑) ให้หัวหน้ำส่วนรำชกำรหรือหน่วยงำนระดับกองบังคับกำร แต่งตั้งคณะกรรมกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


กลั่นกรองกำรแต่งตั้งข้ำรำชกำรต ำรวจระดับกองบังคับกำร โดยอย่ำงน้อยต้องประกอบด้วยรองหัวหน้ำ


ื่
ส่วนรำชกำรหรือหน่วยงำนนั้นทุกคนเป็นกรรมกำร เพอท ำหน้ำที่พจำรณำกำรแต่งตั้งข้ำรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ต ำรวจให้ด ำรงต ำแหน่งต่ำง ๆ ในส่วนรำชกำรหรือหน่วยงำนนั้น แล้วเสนอต่อหัวหน้ำส่วนรำชกำรหรือ

ื่
หน่วยงำนระดับกองบัญชำกำรเพอด ำเนินกำรตำม (๒) หรือเสนอต่อผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติหรือ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ผู้ที่ได้รับมอบหมำยให้เป็นผู้สั่งแต่งตั้งในกรณีกำรแต่งตั้งข้ำรำชกำรต ำรวจในสังกัดส ำนักงำนผู้บัญชำกำร

ต ำรวจแห่งชำติเพื่อด ำเนินกำรตำม (๓) ต่อไป แล้วแต่กรณี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



(๒) ให้หัวหน้ำส่วนรำชกำรหรือหน่วยงำนระดับกองบัญชำกำรแต่งตั้งคณะกรรมกำร

กลั่นกรองกำรแต่งตั้งข้ำรำชกำรต ำรวจระดับกองบัญชำกำร โดยอย่ำงน้อยต้องประกอบด้ ีวยรองหัวหน้ำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ื่

ส่วนรำชกำรหรือหน่วยงำนนั้นทุกคนเป็นกรรมกำร เพอท ำหน้ำที่พจำรณำกำรแต่งตั้งข้ำรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ต ำรวจให้ด ำรงต ำแหน่งต่ำง ๆ ในส่วนรำชกำรหรือหน่วยงำนนั้น และกำรแต่งตั้งข้ำรำชกำรต ำรวจที่




ได้รับกำรเสนอตำม (๑) แล้วเสนอต่อผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติหรือผู้ที่ได้รับมอบหมำยให้เป็นผู้สั่ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

แต่งตั้งเพื่อด ำเนินกำรตำม (๓) หรือด ำเนินกำรแต่งตั้งต่อไป แล้วแต่กรณี ี

(๓) ให้ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติแต่งตั้งคณะกรรมกำรกลั่นกรองกำรแต่งตั้ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ข้ำรำชกำรต ำรวจโดยอย่ำงน้อยต้องประกอบด้วยจเรต ำรวจแห่งชำติและรองผู้บัญชำกำรต ำรวจ


แห่งชำติทุกคนเป็นกรรมกำรเพอท ำหน้ำที่พจำรณำกำรแต่งตั้งข้ำรำชกำรต ำรวจให้ด ำรงต ำแหน่งต่ำง ๆ
ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ในสังกัดส ำนักงำนผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ และกำรแต่งตั้งข้ำรำชกำรต ำรวจที่ได้รับกำรเสนอตำม

(๑) หรือ (๒) แล้วเสน
ีอต่อผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติหรือผู้ที่ได้รับมอบหมำยให้เป็นผู้สั่งแต่งตั้ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


เพอด ำเนินกำรแต่งตั้งต่อไป
ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
กรณีที่ผู้สั่งแต่งตั้งเห็นว่ำรำยชื่อข้ำรำชกำรต ำรวจตำมวรรคหนึ่งผู้ใดมีควำมไม่




ื่
เหมำะสมหรือมีข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งเห็นสมควรด ำรงต ำแหน่งต่ำง ๆ เพอประโยชน์แกกำรบริหำรงำน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
บุคคลของข้ำรำชกำรต ำรวจให้เกิดประสิทธิภำพ ให้ผู้สั่งแต่งตั้งมีอำนำจแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือ





เพิ่มเติมกำรแต่งตั้งข้ำรำชกำรต ำรวจให้ด ำรงต ำแหน่งต่ำง ๆ แล้วด ำเนินกำรแต่งตั้ง หรือสั่งให้พิจำรณำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ทบทวนกำรเสนอแต่งตั้งได้ตำมควรแก่กรณี ี ี

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



๓๐
มำตรำ ๕๕ (ยกเลิก)

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


๓๑
มำตรำ ๕๖ ในกรณีที่ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติเห็นว่ำกำรใช้อำนำจในกำร


แต่งตั้งของผู้บัญชำกำร
ีไม่เป็นธรรม หรือมีกรณีไม่ชอบด้วยหลักเกณฑ์หรือวิธีกำรที่ ก.ตร. ก ำหนดตำม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


มำตรำ ๕๗ หรือมีเหตุผลควำมจ ำเป็นอย่ำงยิ่งที่จะต้ องให้ข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งด ำรงต ำแหน่งตั้งแต่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




๒๙ มำตรำ ๕๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติที่ ๗/๒๕๖๐ เรื่อง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



กำรปรับปรุงระบบกำรพิจำรณำแต่งตั้งข้ำรำชกำรต ำรวจ

๓๐ มำตรำ ๕๕ ยกเลิกโดยประกำศคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง กำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมำยว่ำด้วยต ำรวจแห่งชำติ

๓๑ มำตรำ ๕๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ที่ ๔๔/๒๕๕๘ เรื่อง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



กำรแก้ไขปัญหำกำรบริหำรงำนบุคคลของข้ำรำชกำรต ำรวจ


- ๑๘ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ



มำตรำ ๔๔ (๗) ลงมำพนจำกพนที่หรือหน้ำที่ หรือเห็นว่ำหำกด ำรงต ำแหน่งเดิมต่อไปจะก่อให้เกิด

ื้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ควำมเสียหำยแก่ทำงรำชกำร หรือมีเหตุพเศษตำมที่ ก.ตร. ก ำหนด ให้ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติมี





อ ำนำจสั่งแต่งตั้งข้ำรำชกำรต ำรวจ ให้ด ำรงต ำแหน่งตำมมำตรำ ๔๔ (๗) ลงมำ ได้ตำมควรแก่กรณี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




มำตรำ ๕๗ กำรคัดเลือก กำรท ำควำมตกลงกัน กำรให้ควำมเห็นชอบ และกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



แต่งตั้งข้ำรำชกำรต ำรวจตำมมำตรำ ๕๓ (๒) มำตรำ ๕๔ และมำตรำ ๕๕ ให้พจำรณำโดยค ำนึงถึง


ควำมอำวุโส ประวัติกำรรับรำชกำร ผลกำรปฏิบัติงำน ควำมประพฤติ และควำมรู้ควำมสำมำรถ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ประกอบกัน ทั้งนี้ ตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.

(วรรคสอง) (ยกเลิก)
๓๒
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



๓๓
(วรรคสำม) (ยกเลิก)

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


มำตรำ ๕๘ ภำยใต้บังคับมำตรำ ๖๘ ข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดมีคุณวุฒิสูงขึ้น และมี

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
สิทธิได้รับเงินเดือนสูงขึ้นตำมที่ ก.ตร. ก ำหนด ให้ผู้มีอ ำนำจตำมมำตรำ ๖๔ เป็นผู้มีอ ำนำจสั่งเลื่อน




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


มำตรำ ๕๙ กำรบรรจุบุคคลเข้ำรับรำชกำรเป็นข้ำรำชกำรต ำรวจหรือกำรแต่งตั้ง

ข้ำรำชกำรต ำรวจให้ด ำรงต ำแหน่งใด ผู้ได้รับกำรบรรจุหรือได้รับกำรแต่งตั้งต้องมีคุณสมบัติเฉพำะ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ส ำหรับต ำแหน่งตำมที่ ก.ตร. ก ำหนดตำมมำตรำ ๔๕ เว้นแต่มีเหตุผลและควำมจ ำเป็น ก.ตร. อำจ

อนุมัติให้บรรจุหรือแต่งตั้งข้ำรำชกำรต ำรวจที่ไม่มีคุณสมบัติเฉพำะส ำหรับต ำแหน่งตำมที่ก ำหนดไว้ก็ได้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


กำรแต่งตั้งข้ำรำชกำรต ำรวจไปด ำรงต ำแหน่งอนในส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติต้อง
ื่

แต่งตั้งให้ด ำรงต ำแหน่งที่ไม่ต่ ำกว่ำต ำแหน่งเดิม เว้นแต่มีเหตุผลและควำมจ ำเป็น ก.ตร. อำจอนุมัติให้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



แต่งตั้งให้ด ำรงต ำแหน่งที่ต่ ำกว่ำต ำแหน่งเดิมเป็นพิเศษเฉพำะรำยได้

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




มำตรำ ๖๐ ผู้ได้รับกำรบรรจุเข้ำรับรำชกำรเป็นข้ำรำชกำรต ำรวจตำมมำตรำ ๕๐
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ให้ทดลองปฏิบัติหน้ำที่รำชกำรในต ำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้ง โดยมีก ำหนดระยะเวลำไม่น้อยกว่ำหกเดือน




หลักเกณฑ์และวิธีกำรเกี่ยวกับกำรทดลอง กำรประเมินผลกำรทดลอง กำรรำยงำน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ผลกำรทดลองและกำรยกเวนไม่ต้องทดลองปฏบัติหน้ำที่รำชกำร รวมทั้งกำรสั่งให้ออกจำกรำชกำร


อนเนื่องมำจำกกำรทดลองปฏิบัติหน้ำที่รำชกำร ให้เป็นไปตำมที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ผู้ใดถูกสั่งให้ออกจำกรำชกำรระหว่ำงทดลองปฏิบัติหน้ำที่รำชกำร ไม่ให้ถือว่ำผู้นั้น

เคยเป็นข้ำรำชกำรต ำรวจ แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนถึงกำรปฏิบัติหน้ำที่รำชกำร หรือกำรรับ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


เงินเดือนหรือผลประโยชน์อื่นที่ได้รับจำกทำงรำชกำรในระหว่ำงที่ผู้นั้นทดลองปฏิบัติหน้ำที่รำชกำร


ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



มำตรำ ๖๑ กำรสั่งให้ข้ำรำชกำรต ำ รวจประจ ำส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ หรือส่วน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
รำชกำรใด หรือส ำรองรำชกำรในส่วนรำชกำรใด โดยให้พนจำกต ำแหน่งหน้ำที่เดิมและโดยจะให้ขำด




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ





๓๒ มำตรำ ๕๗ วรรคสอง ยกเลิกโดยประกำศคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


เรื่อง กำรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมำยว่ำด้วยต ำรวจแห่งชำติ

๓๓ มำตรำ ๕๗ วรรคสำม ยกเลิกโดยประกำศคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ฉบับท ๘๘/๒๕๕๗
ี่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



เรื่อง กำรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมำยว่ำด้วยต ำรวจแห่งชำติ


- ๑๙ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ




จำกอตรำเงินเดือนในต ำแหน่งเดิมหรือไม่ก็ได้ ให้ผู้มีอำนำจดังต่อไปนี้เป็นผู้สั่งได้ตำมหลักเกณฑ์

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
วิธีกำร และเงื่อนไขที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.




(๑) นำยกรัฐมนตรีส ำหรับผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๒) ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติส ำหรับข้ำรำชกำรต ำรวจทุกต ำแหน่ง



(๓) ผู้บัญชำกำรส ำหรับข้ำรำชกำรต ำรวจในกองบัญชำกำรหรือในส่วนรำชกำรที่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



เรียกชื่ออย่ำงอื่นที่มีฐำนะเทียบเท่ำกองบัญชำกำร

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


มำตรำ ๖๒ กำรโอนข้ำรำชกำรต ำรวจไปรับรำชกำรในส่วนรำชกำรหรือหน่วยงำน

อื่นจะกระท ำได้เมื่อเจ้ำตัวสมัครใจและส่วนรำชกำรหรือหน่วยงำนต้องกำรจะรับโอนผู้นั้น โดยให้ส่วน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



รำชกำรหรือหน่วยงำนที่ขอรับโอนท ำควำมตกลงกับส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ


ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


มำตรำ ๖๓ ให้ผู้มีอ ำนำจตำมมำตรำ ๔๙ เป็นผู้สั่งบรรจุในกรณีดังต่อไปนี้

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๑) กำรโอนข้ำรำชกำรซึ่งไม่ใช่ข้ำรำชกำรต ำรวจหรือกำรโอนพนักงำนขององค์กร




ปกครองส่วนท้องถิ่นมำบรรจุเป็นข้ำรำชกำรต ำรวจ ยกเว้นข้ำรำชกำรกำรเมือง ข้ำรำชกำรซึ่งอยู่ใน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ระหว่ำงทดลองปฏิบัติหน้ำที่รำชกำร และพนักงำนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งอยู่ในระหว่ำง

ทดลองปฏิบัติงำน ให้กระท ำได้เมื่อเจ้ำตัวสมัครใจและส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติต้องกำรจะรับโอนผู้นั้น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



โดยให้ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติท ำควำมตกลงกับผู้มีอำนำจสั่งบรรจุของส่วนรำชกำรหรือหน่วยงำน



สังกัดเดิม ในกำรนี้ ให้ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติพจำรณำโดยค ำนึงถึงประโยชน์ที่ทำงรำชกำรต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


จะได้รับ ทั้งนี้ ในกำรด ำเนินกำรรับโอนกำรก ำหนดต ำแหน่ง ชั้นยศและอตรำเงินเดือน และกำรนับ


เวลำรำชกำร ให้เป็นไปตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



(๒) กำรกลับเข้ำรับรำชกำรเป็นข้ำรำชกำรต ำรวจ

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(ก) ข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งได้รับอนุมัติจำกคณะรัฐมนตรีให้ออกจำกรำชกำรไป



ปฏิบัติงำนใด ๆ ซึ่งให้นับเวลำระหว่ำงนั้นส ำหรับกำรค ำนวณบ ำเหน็จบ ำนำญเหมือนเต็มเวลำรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ตำมกฎหมำยว่ำด้วยบ ำเหน็จบ ำนำญข้ำรำชกำร ถ้ำผู้นั้นขอกลับเข้ำรับรำชกำรภำยในก ำหนดเวลำที่




คณะรัฐมนตรีอนุมัติแต่ไม่เกินสี่ปีนับแต่วันออกจำกรำชกำรไปปฏิบัติงำนดังกล่ำว ทั้งนี้ ตำมหลักเกณฑ์
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
และวิธีกำรที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร. ี ี

(ข) ข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งออกจำกรำชกำรไปแล้ว และไม่ใช่เป็นกรณีออกจำก
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



รำชกำรในระหว่ำงทดลองปฏิบัติหน้ำที่รำชกำร ถ้ำสมัครเข้ำรับรำชกำร และส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ

ต้องกำรที่จะรับผู้นั้นเข้ำรับรำชกำร ให้ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติด ำเนินกำรบรรจุและแต่งตั้ง ทั้งนี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.
ี (ค) ข้ำรำชกำรซึ่งมิใช่ข้ำรำชกำรต ำรวจหรือพนักงำนขององค์กรปกครองส่วน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ท้องถิ่นซึ่งออกจำกรำชกำรหรือออกจำกงำนไปแล้ว แต่ไม่รวมถึงข้ำรำชกำรกำรเมือง ข้ำรำชกำร

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ซึ่งออกจำกรำชกำรในระหว่ำงทดลองปฏิบัติหน้ำที่รำชกำรและพนักงำนขององค์กรปกครองส่วน



ท้องถิ่นซึ่งออกจำกงำนในระหว่ำงทดลองปฏิบัติงำน ถ้ำสมัครเข้ำรับรำชกำรเป็นข้ำรำชกำรต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
และเมื่อส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติเห็นสมควรรับบุคคลนั้นกลับเข้ำรับรำชกำรในต ำแหน่งข้ำรำชกำร




ต ำรวจ ในกำรนี้ ให้ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติพจำรณำโดยค ำนึงถึงประโยชน์ที่ทำงรำชกำรต ำรวจจะได้รับ

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ทั้งนี้ กำรด ำเนินกำรให้กลับเข้ำรับรำชกำร กำรก ำหนดต ำแหน่งชั้นยศ และอัตรำเงินเดือน และกำรนับ

เวลำรำชกำรให้เป็นไปตำมหลักเกณฑ์ และวิธีกำรที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



- ๒๐ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มำตรำ ๖๔ ให้ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติเป็นผู้สั่งเลื่อนเงินเดือนข้ำรำชกำรต ำรวจ




ระดับ ส.๘ ระดับ ส.๗ และระดับ ส.๖ เมื่อได้รับควำมเห็นชอบจำก ก.ตร. แล้ว
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

กำรสั่งเลื่อนเงินเดือนข้ำรำชกำรต ำรวจตั้งแต่ระดับ ส.๕ ลงมำให้เป็นไปตำม

หลักเกณฑ์ที่ก ำหนดในระเบียบ ก.ตร.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



กำรพจำรณำเลื่อนเงินเดือนข้ำรำชกำรต ำรวจ ให้ค ำนึงถึงคุณภำพและปริมำณงำน


ประสิทธิภำพและประสิทธิผลของงำนที่ได้ปฏิบัติมำ ควำมสำมำรถ และควำมอตสำหะในกำรปฏิบัติ

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


หน้ำที่ ตลอดจนกำรรักษำวินัยและกำรปฏิบัติตนเหมำะสมกับกำรเป็นข้ำรำชกำรต ำรวจตำมรำยงำน

ของผู้บังคับบัญชำตำมล ำดับชั้น ทั้งนี้ ตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ





กำรเลื่อนเงินเดือนเป็นกรณีพเศษเกินสองขั้น ต้องได้รับอนุมัติจำก ก.ตร. เป็นพเศษ

เฉพำะรำย ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มำตรำ ๖๕ ข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดถึงแก่ควำมตำยเนื่องจำกกำรปฏิบัติหน้ำที่รำชกำร




ก.ตร. จะพิจำรณำเลื่อนเงินเดือนให้ผู้นั้นเป็นกรณีพเศษเพอประโยชน์ในกำรค ำนวณบ ำเหน็จบ ำนำญก็ได้
ื่

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




มำตรำ ๖๖ ให้ผู้บังคับบัญชำมีหน้ำที่พฒนำผู้ใต้บังคับบัญชำเพอเพมควำมรู้ ทักษะ
ิ่

ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ทัศนคติ คุณธรรมและจริยธรรม รวมทั้งประเมินผลกำรปฏิบัติรำชกำรของผู้ใต้บังคับบัญชำ เพอใช้
ื่


ประกอบกำรพิจำรณำแต่งตั้งและเลื่อนเงินเดือน ทั้งนี้ ตำมหลักเกณฑ วิธีกำรและระยะเวลำที่ก ำหนด
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ในกฎ ก.ตร.

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



หมวด ๓

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
เงินเดือน เงินประจ ำต ำแหน่งและเงินเพิ่มอื่น



ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ





๓๔
มำตรำ ๖๗ อัตรำเงินเดือนข้ำรำชกำรต ำรวจให้เป็นไปตำมบัญชีท้ำยพระรำชบัญญัตินี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



อตรำเงินประจ ำต ำแหน่งและกำรรับเงินประจ ำต ำแหน่งของข้ำรำชกำรต ำรวจให้

เป็นไปตำมบัญชีท้ำยพระรำชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ เงินประจ ำต ำแหน่งไม่ถือเป็นเงินเดือน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ข้ำรำชกำรต ำรวจต ำแหน่งใด จะได้รับเงินประจ ำต ำแหน่งท้ำยพระรำชบัญญัตินี้ใน

อัตรำใดให้เป็นไปตำมที่ก ำหนดในพระรำชกฤษฎีกำ ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

ในกรณีที่สมควรปรับอตรำเงินเดือนข้ำรำชกำรต ำรวจให้สอดคล้องกับภำวะ


ีงไป ถ้ำกำรปรับอัตรำเงินเดือนดังกล่ำวเป็นกำรปรับเพิ่มร้อยละเท่ำกันทุกอัตรำ
เศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปล
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


และไม่เกินร้อยละสิบของอตรำที่ใช้บังคับอยู่ และเมื่อได้รับอนุมัติงบประมำณรำยจ่ำยจำกรัฐสภำเพอ
ื่


ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
กำรนั้นแล้ว กำรปรับให้กระท ำโดยตรำเป็นพระรำชกฤษฎีกำ และให้ถือว่ำบัญชีอตรำเงินเดือนท้ำย





พระรำชกฤษฎีกำดังกล่ำวเป็นบัญชีอตรำเงินเดือนท้ำยพระรำชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ในกรณีที่กำรปรับเป็น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ร้อยละเท่ำกันทุกอตรำดังกล่ำว หำกท ำให้อตรำหนึ่งอตรำใดมีเศษไม่ถึงสิบบำท ให้ปรับตัวเลข






เงินเดือนของอัตรำดังกล่ำวให้เพิ่มขึ้นเป็นสิบบำทและมิให้ถอว่ำเป็นกำรปรับอัตรำร้อยละที่แตกต่ำงกัน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



๓๔
มำตรำ ๖๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔


- ๒๑ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ



กำรปรับอตรำเงินเดือนข้ำรำชกำรต ำรวจให้เข้ำอนดับและขั้น ระดับและชั้น ระดับ


ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

และขั้น หรือชั้นและขั้น แล้วแต่กรณี ตำมบัญชีอตรำเงินเดือนข้ำรำชกำรต ำรวจตำมวรรคหนึ่งและ




วรรคสี่ ให้เป็นไปตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรที่ ก.ตร. ก ำหนด และให้มีผลเป็นกำรแก้ไขขั้นหรือชั้น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

เงินเดือนข้ำรำชกำรต ำรวจที่ก ำหนดไว้ในกฎหรือมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ี

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



มำตรำ ๖๘ ให้ข้ำรำชกำรต ำรวจได้รับเงินเดือนดังต่อไปนี้

(๑) ข้ำรำชกำรต ำรวจยศพลต ำรวจเอก ซึ่งด ำรงต ำแหน่งผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ให้ได้รับเงินเดือนขั้นสูงสุดของระดับ ส. ๙
(๒) ข้ำรำชกำรต ำรวจยศพลต ำรวจเอก ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ส. ๘
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



(๓) ข้ำรำชกำรต ำรวจยศพลต ำรวจโท ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ส. ๗

(๔) ข้ำรำชกำรต ำรวจยศพลต ำรวจตรี ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ส. ๖
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


(๕) ข้ำรำชกำรต ำรวจยศพนต ำรวจเอก อตรำเงินเดือนพนต ำรวจเอก (พเศษ) ให้
๓๕





ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ได้รับเงินเดือนระดับ ส.๕




๓๖
(๖) ข้ำรำชกำรต ำรวจยศพันต ำรวจเอก ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ส.๔
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
๓๗


(๗) ข้ำรำชกำรต ำรวจยศพันต ำรวจโท ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ส.๓

๓๘
(๘) ข้ำรำชกำรต ำรวจยศพันต ำรวจตรี ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ส.๒
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



๓๙
(๙) ข้ำรำชกำรต ำรวจยศร้อยต ำรวจเอก ร้อยต ำรวจโท และร้อยต ำรวจตรี ให้

ได้รับเงินเดือนระดับ ส.๑ ี ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๑๐) ข้ำรำชกำรต ำรวจยศดำบต ำรวจ ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ป.๓
๔๐

ี ข้ำรำชกำรต ำรวจยศจ่ำสิบต ำรวจ อัตรำเงินเดือนจ่ำสิบต ำรวจ (พิเศษ)
๔๑
(๑๑)
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ป.๒
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๑๒) ข้ำรำชกำรต ำรวจยศจ่ำสิบต ำรวจ สิบต ำรวจเอก สิบต ำรวจโท และสิบต ำรวจ


ตรี ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ป. ๑
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๑๓) ข้ำรำชกำรต ำรวจชั้นพลต ำรวจส ำรอง ให้ได้รับเงินเดือนระดับ พ. ๑




ให้ข้ำรำชกำรต ำรวจตำมวรรคหนึ่งได้รับเงินเดือนในขั้นต่ ำของระดับนั้น ๆ ในกรณีที่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


จะให้ได้รับเงินเดือนสูงกว่ำหรือต่ ำกว่ำขั้นต่ ำหรือสูงกว่ำขั้นสูงของระดับ ให้เป็นไปตำมหลักเกณฑ์และ
วิธีกำรที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ข้ำรำชกำรต ำรวจตำม (๒) ถึง (๑๓) อำจได้รับเงินเดือนในระดับสูงขึ้นกว่ำที่ก ำหนด

ไว้ในวรรคหนึ่งก็ได้ โดยตรำเป็นพระรำชกฤษฎีกำ ซึ่งในพระรำชกฤษฎีกำดังกล่ำวให้ก ำหนด
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


หลักเกณฑ์ วิธีกำรและเงื่อนไขกำรได้รับเงินเดือนในระดับสูงขึ้นดังกล่ำวและกำรรับเงินประจ ำ

ต ำแหน่งไว้ด้วย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ





ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


๓๕ มำตรำ ๖๘ (๕) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘

๓๖ มำตรำ ๖๘ (๖) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



๓๗
มำตรำ ๖๘ (๗) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘

๓๘ มำตรำ ๖๘ (๘) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


๓๙
มำตรำ ๖๘ (๙) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘

๔๐ มำตรำ ๖๘ (๑๐) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



๔๑
มำตรำ ๖๘ (๑๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘


- ๒๒ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ



๔๒
วรรคสี่ (ยกเลิก)
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
๔๓
วรรคห้ำ (ยกเลิก)




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
๔๔

มำตรำ ๖๘/๑ ในกรณีที่มีเหตุผลและควำมจ ำเป็น เพอเป็นกำรเยียวยำให้
ื่


ข้ำรำชกำรต ำรวจได้รับเงินเดือนหรือเงินประจ ำต ำแหน่งที่เหมำะสมและเป็นธรรม ก.ตร. อำจก ำหนดให้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ข้ำรำชกำรต ำรวจได้รับกำรเยียวยำโดยให้ได้รับเงินเดือนหรือเงินประจ ำต ำแหน่งตำมที่เห็นสมควรเป็น

กรณี ๆ ไปก็ได้ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรที่คณะรัฐมนตรีก ำหนด ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ิ่
มำตรำ ๖๙ ข้ำรำชกำรต ำรวจอำจได้รับเงินเพมค่ำครองชีพชั่วครำวตำมภำวะ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



เศรษฐกิจ ทั้งนี้ ตำมจ ำนวน หลักเกณฑ์และวิธีกำรที่ก ำหนดในพระรำชกฤษฎีกำ


ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


มำตรำ ๗๐ ข้ำรำชกำรต ำรวจอำจได้รับเงินเพิ่มพเศษรำยเดือน เงินเพิ่มอน หรือเงิน


ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ช่วยเหลือตำมที่คณะรัฐมนตรีก ำหนด




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ิ่
มำตรำ ๗๑ ข้ำรำชกำรต ำรวจอำจได้รับเงินเพมส ำหรับต ำแหน่งที่ประจ ำอยู่ใน


ต่ำงประเทศ หรือต ำแหน่งที่มีเหตุพเศษตำมที่ก ำหนดในระเบียบ ก.ตร. โดยควำมเห็นชอบของ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



กระทรวงกำรคลัง

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


หมวด ๔

ี กำรรักษำรำชกำรแทนและกำรปฏิบัติรำชกำรแทน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




มำตรำ ๗๒ ในกรณีที่ต ำแหน่งข้ำรำชกำรต ำรวจในส่วนรำชกำรหรือหน่วยงำนใดใน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติว่ำงลง หรือผู้ด ำรงต ำแหน่งใดไม่สำมำรถปฏิบัติรำชกำรได้ ให้ผู้บังคับบัญชำ




ดังต่อไปนี้ สั่งให้ข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งเห็นสมควรรักษำรำชกำรแทนในต ำแหน่งนั้นได้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


(๑) นำยกรัฐมนตรี ส ำหรับต ำแหน่งผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ

(๒) ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ ส ำหรับต ำแหน่งตั้งแต่จเรต ำรวจแห่งชำติ รองผู้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ หรือต ำแหน่งเทียบเท่ำลงมำ

(๓) ผู้บัญชำกำรหรือต ำแหน่งเทียบเท่ำ ส ำหรับต ำแหน่งตั้งแต่ผู้บังคับกำรหรือ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ต ำแหน่งเทียบเท่ำลงมำในส่วนรำชกำรนั้น
(๔) ผู้บังคับกำรหรือต ำแหน่งเทียบเท่ำ ส ำหรับต ำแหน่งตั้งแต่ผู้ก ำกับกำรหรือ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



๔๕
ต ำแหน่งเทียบเท่ำลงมำในส่วนรำชกำรนั้น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



๔๒
มำตรำ ๖๘ วรรคสี่ ยกเลิกโดยพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘

๔๓ มำตรำ ๖๘ วรรคสี่ ยกเลิกโดยพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


๔๔
มำตรำ ๖๘/๑ เพิ่มโดยพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘

๔๕ มำตรำ ๗๒ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ที่ ๗/
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



๒๕๕๙ เรื่อง กำรก ำหนดต ำแหน่งของข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งมีอ ำนำจหน้ำที่ในกำรสอบสวน


- ๒๓ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ



ในกรณีที่ไม่มีกำรแต่งตั้งให้ข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดรักษำรำชกำรแทนและมีผู้ด ำรง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ต ำแหน่งรองของต ำแหน่งนั้น ให้ผู้ด ำรงต ำแหน่งรองเป็นผู้รักษำรำชกำรแทน ถ้ำไม่มีผู้ด ำรงต ำแหน่ง




รองหรือมีแต่ไม่อำจปฏิบัติรำชกำรได้ และมีผู้ด ำรงต ำแหน่งผู้ช่วยของต ำแหน่งดังกล่ำว ให้ผู้ด ำรง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

ต ำแหน่งผู้ช่วยเป็นผู้รักษำรำชกำรแทนในต ำแหน่งนั้น ถ้ำมีผู้ด ำรงต ำแหน่งรองหรือผู้ช่วยหลำยคน


ให้ผู้มีอำวุโสตำมที่ก ำหนดในระเบียบ ก.ตร. เป็นผู้รักษำรำชกำรแทน ถ้ำไม่มีทั้งผู้ด ำรงต ำแหน่งรอง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



หรือผู้ช่วย หรือมีแต่ไม่อำจปฏิบัติรำชกำรได้ ก็ให้ข้ำรำชกำรต ำรวจชั้นสัญญำบัตรผู้มีอำวุโสตำมที่

ก ำหนดในระเบียบ ก.ตร. ในส่วนรำชกำรหรือหน่วยงำนนั้นเป็นผู้รักษำรำชกำรแทน ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

ื่
เพอประโยชน์ของทำงรำชกำร ข้ำรำชกำรต ำรวจที่ได้รับกำรแต่งตั้งให้ด ำรงต ำแหน่ง


ตำมมำตรำ ๕๑ (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖) เป็นกำรย้อนหลัง กำรปฏิบัติหน้ำที่หรือกำรใช้อำนำจใน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ต ำแหน่งเดิมที่ได้กระท ำไปก่อนมีประกำศพระบรมรำชโองกำรโปรดเกล้ำฯ แต่งตั้งให้เป็นอันใช้ได้


ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


มำตรำ ๗๓ นอกจำกที่บัญญัติไว้ในพระรำชบัญญัตินี้ อ ำนำจในกำรสั่ง กำรอนุญำต

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
กำรอนุมัติ กำรปฏิบัติรำชกำร และกำรด ำเนินกำรด้ำนอนที่ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติจะพงปฏิบัติ
ื่





หรือด ำเนินกำรตำมกฎหมำย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือค ำสั่งใด หรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องใดใน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


กิจกำรของแต่ละกองบัญชำกำร ให้ผู้บัญชำกำรของแต่ละกองบัญชำกำรนั้น เป็นผู้ปฏิบัติรำชกำรแทน
ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ในกำรปฏิบัติรำชกำรแทนผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติตำมวรรคหนึ่ง ผู้บัญชำกำร

จะมอบหมำยให้รองผู้บัญชำกำรปฏิบัติรำชกำรแทนก็ได้ ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

ให้ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติมีหน้ำที่ก ำกับติดตำมผลกำรปฏิบัติรำชกำรของผู้

บัญชำกำรตำมวรรคหนึ่ง และให้มีอำนำจแนะน ำและแก้ไขกำรปฏิบัติรำชกำรของผู้บัญชำกำรตำม

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



วรรคหนึ่ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ในกรณีจ ำเป็นเพื่อรักษำประโยชน์ของทำงรำชกำรหรือกำรระงับควำมเสียหำยที่อำจ



เกิดขึ้นจำกกำรใช้อำนำจของผู้บัญชำกำรตำมวรรคหนึ่ง ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติจะระงับกำรใช้

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
อ ำนำจของผู้บัญชำกำรดังกล่ำวไว้เป็นกำรชั่วครำวและใช้อำนำจนั้นด้วยตนเองก็ได้ ทั้งนี้ ตำมหลักเกณฑ์




และเงื่อนไขที่ ก.ต.ช. ก ำหนด
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




มำตรำ ๗๔ เพื่อประโยชน์ในกำรบริหำรรำชกำรในส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติอ ำนำจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ื่
ในกำรสั่ง กำรอนุญำต กำรอนุมัติ กำรปฏิบัติรำชกำร หรือกำรด ำเนินกำรอนใดที่ผู้บัญชำกำรต ำรวจ

แห่งชำติหรือหัวหน้ำส่วนรำชกำรหรือหัวหน้ำหน่วยงำนจะพงปฏิบัติ หรือด ำเนินกำรตำมกฎหมำย

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ระเบียบ ข้อบังคับ ค ำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีในเรื่องใด ถ้ำกฎหมำย ระเบียบ ข้อบังคับ ค ำสั่ง หรือ

มติคณะรัฐมนตรีในเรื่องนั้นมิได้ก ำหนดเรื่องกำรมอบอำนำจไว้เป็นอย่ำงอน หรือมิได้ห้ำมเรื่องกำร
ื่

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




มอบอำนำจไว้ ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติหรือหัวหน้ำส่วนรำชกำรหรือหัวหน้ำหน่วยงำนอำจมอบ

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
อ ำนำจให้ผู้ด ำรงต ำแหน่งรองหรือผู้ช่วยหรือผู้ด ำรงต ำแหน่งหัวหน้ำส่วนรำชกำรหรือหัวหน้ำหน่วยงำน



ถัดลงไปตำมล ำดับหรือผู้ด ำรงต ำแหน่งเทียบเท่ำหรือข้ำรำชกำรต ำรวจชั้นสัญญำบัตรในส่วนรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
หรือในหน่วยงำนนั้นปฏิบัติรำชกำรแทนได้




กำรมอบอำนำจตำมวรรคหนึ่งให้ท ำเป็นหนังสือ และให้ผู้มอบอ ำนำจมีหน้ำที่แนะน ำ

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ก ำกับ และติดตำมกำรปฏิบัติรำชกำรของผู้รับมอบอ ำนำจ และในกรณีที่เห็นว่ำผู้รับมอบอ ำนำจปฏิบัติ

รำชกำรในเรื่องใดโดยไม่สมควร ให้มีอ ำนำจแก้ไขกำรปฏิบัติรำชกำรของผู้รับมอบอ ำนำจนั้นได้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



- ๒๔ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ




เมื่อมีกำรมอบอำนำจแล้ว ผู้รับมอบอำนำจมีหน้ำที่ต้องรับมอบอำนำจนั้น และจะ


ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มอบอำนำจนั้นให้แก่ผู้ด ำรงต ำแหน่งอนต่อไปไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับควำมเห็นชอบจำกผู้มอบอำนำจไว้

ื่




เป็นกรณี ๆ ไป
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




มำตรำ ๗๕ ให้ผู้รักษำรำชกำรแทนตำมมำตรำ ๗๒ มีอ ำนำจหน้ำที่เช่นเดียวกับผู้ซึ่ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ตนแทน
ในกรณีที่กฎหมำย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกำศ ค ำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ให้ผู้ด ำรงต ำแหน่งใดเป็นกรรมกำรหรือให้มีอ ำนำจหน้ำที่อย่ำงใด ให้ผู้รักษำรำชกำรแทนมีอ ำนำจและ

หน้ำที่เป็นกรรมกำรหรือมีอ ำนำจและหน้ำที่เช่นเดียวกับผู้ด ำรงต ำแหน่งนั้นในระหว่ำงที่รักษำรำชกำรแทน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



กำรสั่งให้รักษำรำชกำรแทนให้มีผลนับแต่เวลำที่ผู้ได้รับแต่งตั้งเข้ำรับหน้ำที่และ

ให้ผู้ด ำรงต ำแหน่งรองหรือต ำแหน่งผู้ช่วยพนจำกควำมเป็นผู้รักษำรำชกำรแทนนับแต่ ีเวลำที่ผู้ได้รับ

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

แต่งตั้งเข้ำรับหน้ำที่ ทั้งนี้ ไม่เป็นกำรกระทบกระเทือนถึงกำรใดที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติไปแล้วในระหว่ำงเป็น

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ผู้รักษำรำชกำรแทน




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


มำตรำ ๗๖ ในกรณีที่มีกฎหมำย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกำศ ค ำสั่ง หรือมติ



คณะรัฐมนตรีก ำหนดให้อำนำจหรือหน้ำที่ใดเป็นของปลัดกระทรวง กำรใช้อำนำจหรือปฏิบัติหน้ำที่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ดังกล่ำวส ำหรับส่วนรำชกำรหรือหน่วยงำนของส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ ให้ถือเป็นอำนำจและหน้ำที่


ของผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ ี ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

หมวด ๕
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



วินัยและกำรรักษำวินัย

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ






ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มำตรำ ๗๗ ข้ำรำชกำรต ำรวจต้องถือและปฏิบัติตำมกฎหมำย ระเบียบของทำง




รำชกำร มติคณะรัฐมนตรี และจรรยำบรรณของต ำรวจตำมที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร. และต้องรักษำวินัย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ตำมที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้โดยเคร่งครัด ี ี

กฎ ก.ตร. ตำมวรรคหนึ่ง ให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นก ำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกำศ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ในรำชกิจจำนุเบกษำ

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


มำตรำ ๗๘ กำรกระท ำผิดวินัยอย่ำงไม่ร้ำยแรง ได้แก่ กำรไม่รักษำวินัยตำมที่

บัญญัติเป็นข้อปฏิบัติและข้อห้ำมในเรื่องดังต่อไปนี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



(๑) ต้องปฏิบัติหน้ำที่รำชกำรด้วยควำมซื่อสัตย์ สุจริต และเที่ยงธรรม เป็นไปตำม

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
กฎหมำย กฎ ระเบียบของทำงรำชกำร มติคณะรัฐมนตรี จรรยำบรรณของต ำรวจ และนโยบำยของ


รัฐบำลโดยไม่ให้เสียหำยแก่รำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๒) ต้องปฏิบัติตำมค ำสั่งของผู้บังคับบัญชำซึ่งสั่งในหน้ำที่รำชกำรโดยชอบด้วย




กฎหมำยและระเบียบของทำงรำชกำร โดยไม่ขัดขืนหรือหลีกเลี่ยง แต่ถ้ำเห็นว่ำกำรปฏิบัติตำมค ำสั่ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


นั้นจะท ำให้เสียหำยแก่รำชกำร หรือจะเป็นกำรไม่รักษำประโยชน์ของทำงรำชกำร จะเสนอควำมเห็น

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



- ๒๕ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ



ื่
เป็นหนังสือทันทีเพอให้ผู้บังคับบัญชำทบทวนค ำสั่งนั้นก็ได้ และเมื่อได้เสนอควำมเห็นแล้ว ถ้ำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ผู้บังคับบัญชำยืนยันให้ปฏิบัติตำมค ำสั่งเดิม ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชำต้องปฏิบัติตำม




(๓) ต้องรักษำระเบียบกำรเคำรพระหว่ำงผู้ใหญ่ ผู้น้อย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


(๔) ต้องอุทิศเวลำของตนให้แก่รำชกำร จะละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้ำที่รำชกำรมิได้

(๕) ต้องปฏิบัติรำชกำรโดยมิให้เป็นกำรกระท ำกำรข้ำมผู้บังคับบัญชำเหนือตน เว้นแต่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ผู้บังคับบัญชำเหนือขึ้นไปเป็นผู้สั่งให้กระท ำ หรือได้รับอนุญำตเป็นพิเศษชั่วครั้งครำว

(๖) ต้องรักษำควำมลับของทำงรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


(๗) ต้องสุภำพเรียบร้อย รักษำควำมสำมัคคี และไม่กระท ำกำรอย่ำงใดที่เป็นกำร

กลั่นแกล้งกัน และต้องช่วยเหลือกันในกำรปฏิบัติรำชกำรระหว่ำงข้ำรำชกำรด้วยกันและผู้ร่วมปฏิบัติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



รำชกำร
ีดวก ให้ควำมเป็นธรรมและให้กำรสงเครำะห์แก่ประชำชน
(๘) ต้องต้อนรับ ให้ควำมสะ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ผู้ติดต่อรำชกำร หรือในกำรปฏิบัติรำชกำรเกี่ยวกับหน้ำที่ของตนโดยไม่ชักช้ำ และด้วยควำมสุภำพ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
เรียบร้อยโดยห้ำมมิให้ดูหมิ่น เหยียดหยำม กดขี่หรือข่มเหงประชำชนผู้ติดต่อรำชกำรหรือในกำร



ปฏิบัติรำชกำรเกี่ยวกับหน้ำที่ของตน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ื่
(๙) ต้องปฏิบัติหน้ำที่รำชกำรด้วยควำมตั้งใจ อตสำหะ เพอให้เกิดผลดีหรือ


ควำมกำวหน้ำแกรำชกำร เอำใจใส่ ระมัดระวังรักษำผลประโยชน์ของทำงรำชกำร และต้องไม่ประมำท


ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



เลินเล่อในหน้ำที่รำชกำร
(๑๐) ต้องไม่กระท ำกำรอันเป็นเหตุให้แตกควำมสำมัคคีระหว่ำงข้ำรำชกำรต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


(๑๑) ต้องไม่รำยงำนเท็จต่อผู้บังคับบัญชำ กำรรำยงำนโดยปกปิดข้อควำมซึ่งควร

ต้องแจ้งถือว่ำเป็นกำรรำยงำนเท็จด้วย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



(๑๒) ต้องไม่ใช้กิริยำวำจำหรือประพฤติตนในลักษณะที่ไม่สมควร

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๑๓) ต้องไม่กระท ำกำรอันได้ชื่อว่ำเป็นผู้ประพฤติชั่ว



(๑๔) ต้องไม่กระท ำด้วยประกำรใด ๆ ในลักษณะที่เป็นกำรบังคับผู้บังคับบัญชำเป็น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ทำงให้เสียระเบียบแบบแผนวินัยต ำรวจ




(๑๕) ต้องไม่กระท ำหรือละเว้นกำรกระท ำใด ๆ อนเป็นเหตุให้เสียหำยแก่รำชกำร

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


หรือท ำให้เสียระเบียบแบบแผนของต ำรวจ

(๑๖) ต้องไม่กระท ำกำรหรือยอมให้ผู้อื่นกระท ำกำรหำผลประโยชน์อันอำจท ำให้เสีย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ควำมเที่ยงธรรมในกำรปฏิบัติหน้ำที่รำชกำรหรือเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของต ำแหน่งหน้ำที่รำชกำรของตน

(๑๗) ต้องไม่เป็นกรรมกำรผู้จัดกำร หรือผู้จัดกำร หรือด ำรงต ำแหน่งอนใดที่มี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ื่


ลักษณะงำนคล้ำยคลึงกันนั้นในห้ำงหุ้นส่วนหรือบริษัท
ีกระท ำกำรหรือไม่กระท ำกำรตำมที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.
(๑๘)
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มำตรำ ๗๙ กำรกระท ำผิดวินัยอย่ำงร้ำยแรง ได้แก่กำรกระท ำดังต่อไปนี้



(๑) ปฏิบัติหรือละเว้นกำรปฏิบัติหน้ำที่รำชกำรโดยมิชอบเพอให้ตนเองหรือผู้อน
ื่
ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ได้รับประโยชน์ที่มิควรได้





(๒) ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้ำที่รำชกำรโดยไม่มีเหตุอนสมควร เป็นเหตุให้เสียหำยแก่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


รำชกำรอย่ำงร้ำยแรง หรือละทิ้งหน้ำที่รำชกำรติดต่อในครำวเดียวกันเป็นเวลำเกินสิบห้ำวันโดยไม่มี

เหตุอันสมควร หรือโดยมีพฤติกำรณ์อันแสดงถึงควำมจงใจไม่ปฏิบัติตำมระเบียบของทำงรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



- ๒๖ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ



(๓) เหยียดหยำม กดขี่ ข่มเหง หรือท ำร้ำยประชำชนผู้ติดต่อรำชกำรหรือในระหว่ำง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ปฏิบัติหน้ำที่รำชกำร




(๔) กระท ำควำมผิดอำญำจนได้รับโทษจ ำคุกหรือโทษที่หนักกว่ำโทษจ ำคุกโดยค ำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


พพำกษำถึงที่สุดให้จ ำคุกหรือให้รับโทษที่หนักกว่ำโทษจ ำคุก เว้นแต่เป็นโทษส ำหรับควำมผิดที่ได้

กระท ำโดยประมำทหรือควำมผิดลหุโทษ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



(๕) กระท ำกำรอันได้ชื่อว่ำเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่ำงร้ำยแรง

(๖) กระท ำหรือละเว้นกำรกระท ำใด ๆ รวมทั้งกำรกระท ำผิดตำมมำตรำ ๗๘ อันเป็น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


เหตุให้เสียหำยแก่รำชกำรอย่ำงร้ำยแรง
(๗) กระท ำกำรหรือไม่กระท ำกำรตำมที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




มำตรำ ๘๐ ให้ผู้บังคับบัญชำมีหน้ำที่เสริมสร้ำงและพฒนำให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชำ

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



มีวินัย ป้องกันมิให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชำกระท ำผิดวินัย และด ำเนินกำรทำงวินัยแก่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ซึ่งมีกรณีอันมีมูลที่ควรกล่ำวหำว่ำกระท ำผิดวินัย





วิธีกำรเสริมสร้ำงและพัฒนำให้ผู้อยู่ใต้บังคบบัญชำมีวินัย และกำรป้องกันมิให้ผู้อยู่ใต้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


บังคับบัญชำกระท ำผิดวินัย ให้เป็นไปตำมที่ก ำหนดในระเบียบ ก.ตร.

เมื่อปรำกฏกรณีมีมูลที่ควรจะกล่ำวหำว่ำข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดกระท ำผิดวินัยให้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ผู้บังคับบัญชำด ำเนินกำรทำงวินัยทันทีตำมที่บัญญัติไว้ในหมวด ๖

ผู้บังคับบัญชำผู้ใดละเลยไม่ปฏิบัติตำมมำตรำนี้และตำมหมวด ๖ หรือปฏิบัติหน้ำที่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ดังกล่ำวโดยไม่สุจริต ให้ถือว่ำผู้นั้นกระท ำผิดวินัย

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



มำตรำ ๘๑ เมื่อมีควำมจ ำเป็นอนไ ม่อำจหลีกเลี่ยงได้ เพื่อประโยชน์ในกำรรักษำ

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
วินัยและปรำบปรำมข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ก่อกำรก ำเริบ หรือเพอบังคับข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ละทิ้งหน้ำที่
ื่



ให้กลับท ำหน้ำที่ของตนผู้บังคับบัญชำอำจใช้อำวุธหรือก ำลังบังคับได้ และถ้ำได้กระท ำโดยสุจริตตำม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
สมควรแก่เหตุแล้ว ผู้บังคับบัญชำหรือผู้ช่วยเหลือไม่ต้องรับผิดทั้งทำงแพ่งและทำงอำญำ




เมื่อมีเหตุดังกล่ำว ผู้บังคับบัญชำจะต้องรำยงำนไปยังผู้บังคับบัญชำเหนือตน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ตำมล ำดับชั้นจนถึงผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติโดยเร็ว

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



มำตรำ ๘๒ โทษทำงวินัยมี ๗ สถำน ดังต่อไปนี้

(๑) ภำคทัณฑ

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


(๒) ทัณฑกรรม
(๓) กักยำม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



(๔) กักขัง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๕) ตัดเงินเดือน


(๖) ปลดออก
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๗) ไล่ออก




กำรลงโทษภำคทัณฑ์ ได้แก่ กำรลงโทษแก่ผู้กระท ำผิดอนควรต้องรับโทษสถำนหนึ่ง

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


สถำนใด แต่มีเหตุอันควรปรำนีจึงเพียงแค่แสดงควำมผิดผู้นั้นให้ปรำกฏไว้

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



- ๒๗ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ



กำรลงโทษทัณฑกรรม ได้แก่ กำรให้ท ำงำนโยธำ กำรให้อยู่เวรยำม นอกจำกหน้ำที่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ประจ ำ หรือกำรให้ท ำงำนสำธำรณประโยชน์ซึ่งต้องไม่เกินหกชั่วโมงต่อหนึ่งวัน




กำรลงโทษกักยำม ได้แก่ กำรกักตัวไว้ในบริเวณใดบริเวณหนึ่งที่สมควรตำมที่จะ

ก ำหนด ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


กำรลงโทษกักขัง ได้แก่ กำรขังในที่จัดไว้เพื่อควบคุมแต่เฉพำะคนเดียวหรือหลำยคน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



รวมกันตำมที่จะได้มีค ำสั่ง
กำรลงโทษกักยำมหรือกักขังจะใช้งำนโยธำหรืองำนอนของทำงรำชกำรด้วยก็ได้แต่
ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ต้องไม่เกินหกชั่วโมงต่อหนึ่งวัน

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



มำตรำ ๘๓ กำรลงโทษข้ำรำชกำรต ำรวจให้ท ำเป็นค ำสั่งโดยระบุในค ำสั่งด้วยว่ำผู้

ถูกลงโทษกระท ำผิดวินัยในกรณีใดและมำตรำใด ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

วิธีกำรออกค ำสั่งเกี่ยวกับกำรลงโทษให้เป็นไปตำมที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ





หมวด ๖
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


กำรด ำเนินกำรทำงวินัย

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




มำตรำ ๘๔ เมื่อมีกำรกล่ำวหำหรือมีกรณีเป็นที่สงสัยว่ำข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใด
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


กระท ำผิดวินัยให้ผู้บังคับบัญชำรีบด ำเนินกำรสืบสวนข้อเท็จจริงหรือพิจำรณำในเบื้องต้นว่ำกรณีมีมูลที่

ควรกล่ำวหำว่ำผู้นั้นกระท ำผิดวินัยหรือไม่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ในกำรสืบสวนข้อเท็จจริงให้แจ้งเรื่องที่ถูกกล่ำวหำหรือถูกร้องเรียนให้ผู้ถูกกล่ำวหำ

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

ทรำบ และให้ผู้ถูกกล่ำวหำชี้แจงข้อเท็จจริงภำยในเวลำที่ก ำหนด ถ้ำเห็นว่ำกรณีไม่มีมลที่ควรกล่ำวหำ



ว่ำกระท ำผิดวินัยให้สั่งยุติเรื่องได้ ถ้ำเห็นว่ำกรณีมีมูลที่ควรกล่ำวหำว่ำกระท ำผิดวินัย ให้ด ำเนินกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ต่อไปตำมมำตรำ ๘๕ หรือมำตรำ ๘๖ แล้วแต่กรณี ทันที




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


มำตรำ ๘๕ เมื่อข้ำรำชกำรต ำรวจถูกกล่ำวหำว่ำกระท ำผิดวินัยอย่ำงไม่ร้ำยแรงให้

ผู้บังคับบัญชำน ำส ำนวนกำรสืบสวนข้อเท็จจริงตำมมำตรำ ๘๔ มำพิจำรณำสั่งกำรตำมมำตรำ ๘๙
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




มำตรำ ๘๖ เมื่อข้ำรำชกำรต ำรวจถูกกล่ำวหำว่ำกระท ำผิดวินัยอย่ำงร้ำยแรงให้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


แต่งตั้งคณะกรรมกำรขึ้นท ำกำรสอบสวน ในกำรสอบสวนต้องแจ้งข้อกล่ำวหำและสรุปพยำนหลักฐำน

ที่สนับสนุนข้อกล่ำวหำเท่ำที่มีให้ผู้ถูกกล่ำวหำทรำบโดยจะระบุหรื
ีอไม่ระบุชื่อพยำนก็ได้ ทั้งนี้ เพื่อให้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ผู้ถูกกล่ำวหำชี้แจงและน ำสืบแก้ข้อกล่ำวหำ เมื่อด ำเนินกำรแล้ว ถ้ำฟงได้ว่ำผู้ถูกกล่ำวหำได้กระท ำผิด

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

วินัย ให้ด ำเนินกำรต่อไปตำมมำตรำ ๘๙ หรือมำตรำ ๙๐ แล้วแต่กรณี ถ้ำฟงไม่ได้ว่ำผู้ถูกกล่ำวหำ


กระท ำผิดวินัย ให้สั่งยุติเรื่อง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

ื่
ให้ผู้มีอำนำจตำมมำตรำ ๗๒ หรือผู้บังคับบัญชำอนตำมที่ก ำหนดในระเบียบ ก.ตร.



เป็นผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมกำรสอบสวนตำมวรรคหนึ่ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



- ๒๘ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ



ในกรณีที่ข้ำรำชกำรต ำรวจต ำแหน่งต่ำงกันถูกกล่ำวหำว่ำกระท ำผิดวินัยอย่ำง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

ร้ำยแรงร่วมกันให้ผู้มีอำนำจส ำหรับผู้ถูกกล่ำวหำที่มีต ำแหน่งในระดับสูงกว่ำเป็นผู้สั่งแต่งตั้ง



คณะกรรมกำรสอบสวน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชำได้แต่งตั้งคณะกรรมกำรขึ้นท ำกำรสอบสวนผู้ถูกกล่ำวหำตำม

มำตรำ ๑๐๑ และผลกำรสอบสวนปรำกฏว่ำผู้ถูกกล่ำวหำกระท ำผิดวินัยอย่ำงร้ำยแรง ให้ผู้บังคับบัญชำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ด ำเนินกำรสั่งกำรตำมผลกำรสอบสวนโดยไม่ต้องตั้งคณะกรรมกำรสอบสวน หรือด ำเนินกำรสอบสวนใหม่

แต่ทั้งนี้ ต้องแจ้งข้อกล่ำวหำและสรุปพยำนหลักฐำนที่สนับสนุนข้อกล่ำวหำเท่ำที่มีให้ผู้ถูกกล่ำวหำทรำบ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


โดยจะระบุหรือไม่ระบุพยำนก็ได้ และต้องให้โอกำสผู้ถูกกล่ำวหำชี้แจงและน ำสืบแก้ขอกล่ำวหำได้ด้วย



ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



มำตรำ ๘๗ หลักเกณฑ์ วิธีกำรแ ละระยะเวลำเกี่ยวกับกำรสืบสวน และกำร
สอบสวนที่ต้องด ำเนินกำรตำมมำตรำ ๘๔ และมำตรำ ๘๖ ให้เป็นไปตำมที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ในกำรพิจำรณำของผู้บังคับบัญชำผู้มีอ ำนำจตำมมำตรำ ๘๕ มำตรำ ๘๖ มำตรำ ๘๙

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
หรือมำตรำ ๙๐ ให้พิจำรณำสั่งกำรให้แล้วเสร็จภำยในสองร้อยสี่สิบวันนับแต่วันได้รับส ำนวน เว้นแต่มี






เหตุจ ำเป็นตำมที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร. ซึ่งท ำให้กำรพจำรณำไม่แล้วเสร็จภำยในก ำหนดระยะเวลำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ดังกล่ำวก็ให้ขยำยระยะเวลำได้อีกไม่เกินสองครั้ง โดยแต่ละครั้งจะต้องไม่เกินหกสิบวัน ในกำรนี้

หำกยังพิจำรณำไม่แล้วเสร็จ ให้ข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ถูกกล่ำวหำกลับคืนสู่ฐำนะเดิมก่อน และให้ถือว่ำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ไม่เป็นผู้ที่อยู่ระหว่ำงถูกสืบสวนหรือสอบสวน แล้วแต่กรณี นับแต่วันครบก ำหนดเวลำดังกล่ำวจนกว่ำ

กำรพิจำรณำสั่งกำรในเรื่องนั้นจะเสร็จสิ้นและมีค ำสั่ง ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

ในกรณีที่เป็นควำมผิดที่ปรำกฏชัดแจ้งตำมที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร. จะด ำเนินกำรทำง

วินัยโดยไม่ต้องสืบสวนหรือสอบสวนก็ได้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ื่
มำตรำ ๘๘ เมื่อมีเหตุจ ำเป็นจะต้องกักตัวข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งถูกกล่ำวหำไว้เพอ



ประโยชน์ในกำรสอบสวน เช่น จะหลบหนี หรือจะไปท ำร้ำย หรือข่มขู่ผู้เสียหำยหรือพยำน ให้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ผู้บังคับบัญชำมีอำนำจกักตัวข้ำรำชกำรต ำรวจนั้นระหว่ำงด ำเนินกำรสอบสวนได้เท่ำที่จ ำเป็นแก่กำร





สอบสวน แต่ต้องไม่เกินอ ำนำจลงโทษกักขังของผู้สั่งกักตัวและต้องไม่เกินสิบห้ำวัน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ในกรณีที่ข้ำรำชกำรต ำรวจตำมวรรคหนึ่งถูกลงโทษกักยำมหรือกักขังให้หักจ ำนวน

วันที่ถูกกักตัวออกจำกระยะเวลำกักยำมหรือกักขังด้วย และในกรณีที่ถูกลงโทษทัณฑกรรม ให้ถือว่ำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



กำรถูกกักตัวเป็นกำรรับโทษส ำหรับควำมผิดนั้นแล้ว

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


มำตรำ ๘๙ ข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดกระท ำผิดวินัยอย่ำงไม่ร้ำยแรง ให้ผู้บังคับบัญชำ

สั่งลงโทษภำคทัณฑ์ ทั
ีณฑกรรม กักยำม กักขัง หรือตัดเงินเดือนตำมควรแก่กรณีให้เหมำะสมกับ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ควำมผิด ถ้ำมีเหตุอนควรลดหย่อนจะน ำมำประกอบกำรพจำรณำลดโทษก็ได้ แต่ส ำหรับกำรลงโทษ



ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ภำคทณฑ์ให้ใช้เฉพำะกรณีกระท ำผิดวินัยเล็กน้อยหรือมีเหตุอนควรลดหย่อน ซึ่งยังไม่ถึงกบจะต้องถูก



ลงโทษทัณฑกรรม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ถ้ำผู้บังคับบัญชำเห็นว่ำผู้กระท ำผิดวินัยควรได้รับโทษสูงกว่ำที่ตนมีอ ำนำจสั่งลงโทษ




ให้รำยงำนต่อผู้บังคับบัญชำของตนที่มีอ ำนำจ เพื่อให้พิจำรณำด ำเนินกำรเพื่อลงโทษตำมควรแก่กรณี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ในกรณีกระท ำผิดวินัยเล็กน้อยและมีเหตุอนควรงดโทษ จะงดโทษให้โดยให้ท ำทัณฑ์


บนเป็นหนังสือหรือว่ำกล่ำวตักเตือนก็ได้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



- ๒๙ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ




กำรลงโทษตำมมำตรำนี้ ผู้บังคับบัญชำจะมีอำนำจสั่งลงโทษผู้อยู่ใต้บังคับบัญชำใน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
สถำนโทษและอัตรำโทษได้เพียงใด ให้เป็นไปตำมที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


มำตรำ ๙๐ ข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดกระท ำผิดวินัยอย่ำงร้ำยแรง ให้ผู้มีอำนำจตำม


มำตรำ ๗๒ สั่งลงโทษปลดออก หรือไล่ออก ตำมควำมร้ำยแรงแห่งกรณี ถ้ำมีเหตุอนควรลดหย่อนจะ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



น ำมำประกอบกำรพิจำรณำลงโทษก็ได้ แต่ห้ำมมิให้ลดโทษต่ ำกว่ำปลดออก

กำรพิจำรณำสั่งลงโทษของผู้มีอ ำนำจตำมมำตรำ ๗๒ (๒) (๓) และ (๔) ให้ผู้มีอ ำนำจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ื่

ดังกล่ำวตั้งคณะกรรมกำรเพอพจำรณำกลั่นกรองเสนอ โดยคณะกรรมกำรดังกล่ำวอย่ำงน้อยต้อง

ประกอบด้วยรองหัวหน้ำหน่วยงำนนั้นทุกคน ตำมหลักเกณฑ์ที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ผู้ถูกลงโทษปลดออกตำมมำตรำนี้ ให้มีสิทธิได้รับบ ำเหน็จบ ำนำญเสมือนว่ำผู้นั้น

ลำออกจำกรำชกำร ี ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มำตรำ ๙๑ เมื่อผู้บังคับบัญชำได้ด ำเนินกำรทำงวินัยแก่ข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดแล้ว




ให้รำยงำนกำรด ำเนินกำรทำงวินัยต่อผู้บังคับบัญชำที่มีต ำแหน่งเหนือผู้ด ำเนินกำรทำงวินัยและผู้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ ี ี

ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชำที่ได้รับรำยงำนตำมวรรคหนึ่งเห็นว่ำกำรยุติเรื่อง กำรงดโทษ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



หรือกำรลงโทษเป็นกำรไม่ถกต้องหรือไม่เหมำะสม ก็ให้มีอำนำจสั่งลงโทษ เพิ่มโทษเป็นสถำนโทษหรือ



อตรำโทษที่หนักขึ้น ลดโทษลงเป็นสถำนโทษหรืออตรำโทษที่เบำลง งดโทษโดยให้ท ำทัณฑ์บนเป็น


ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


หนังสือหรือว่ำกล่ำวตักเตือน หรือยกโทษให้ถูกต้องหรือเหมำะสมตำมควรแก่กรณี ตลอดจนแก้ไข

เปลี่ยนแปลงข้อควำมในค ำสั่งเดิมให้ถูกต้องเหมำะสมได้ด้วย และในกรณีที่เห็นว่ำควรด ำเนินกำรอย่ำง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




ื่

ิ่
ใดเพมเติมเพอประกอบกำรพจำรณำให้ได้ควำมจริงและยุติธรรมก็ให้มีอำนำจด ำเนินกำรหรือสั่ง

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ิ่
ด ำเนินกำรได้ตำมควรแก่กรณี โดยกำรสั่งลงโทษหรือเพมโทษเป็นสถำนโทษที่หนักขึ้น ต้องไม่เกิน





อำนำจของตนตำมมำตรำ ๘๙ และกำรเพมอตรำโทษเมื่อรวมกับอตรำโทษเดิมต้องไม่เกินอำนำจนั้นด้วย
ิ่


ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

ถ้ำเกนอ ำนำจของตน ก็ให้รำยงำนต่อผู้บังคับบัญชำของผู้นั้นตำมล ำดับเพื่อให้พจำรณำด ำเนินกำรตำม





ควรแก่กรณี ทั้งนี้ ถ้ำเห็นว่ำกำรจะสั่งลงโทษหรือเพมโทษนั้นกรณีเป็นกำรกระท ำผิดวินัยอย่ำง
ิ่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

ร้ำยแรง ก็ให้รำยงำนต่อผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติเพื่อให้พิจำรณำด ำเนินกำร ี

ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชำสั่งลงโทษตำมมำตรำ ๘๙ สั่งยุติเรื่อง หรือสั่งงดโทษ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดไปแล้ว แต่ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติเห็นว่ำกรณีเป็นกำรกระท ำผิดวินัยอย่ำง

ร้ำยแรง หรือเมื่อได้รับรำยงำนที่ผู้บังคับบัญชำตำมวรรคสองเห็นว่ำกรณีเป็นกำรกระท ำผิดวินัยอย่ำง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ร้ำยแรง ก็ให้ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติมีอ ำนำจด ำเนินกำรตำมมำตรำ ๘๖ แต่ถ้ำเป็นกรณีที่ได้มีกำร

แต่งตั้งคณะกรรมกำรสอบสวนตำมมำตรำ ๘๖ ไว้แล้ว ก็ให้ด ำเนินกำรตำมมำตรำ ๙๐
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ิ่
เมื่อมีกรณีเพมโทษ ลดโทษ งดโทษ หรือยกโทษ ให้ผู้สั่งมีค ำสั่งใหม่ และในค ำสั่ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ดังกล่ำวให้สั่งยกเลิกคำสั่งลงโทษเดิมด้วย พร้อมทั้งระบุวิธีกำรด ำเนินกำรให้ผู้ถูกลงโทษตำมค ำสั่งเดิม




รับโทษที่เพิ่มขึ้นหรือกลับคืนสู่ฐำนะเดิม แล้วแต่กรณี ตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ





มำตรำ ๙๒ เมื่อผู้บังคับบัญชำได้ด ำเนินกำรทำงวินัยอย่ำงร้ำยแรงหรือสั่งให้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ข้ำรำชกำรต ำรวจออกจำกรำชกำรในเรื่องใดไปแล้ว ถ้ำ ก.ตร. พจำรณำเห็นเป็นกำรสมควรที่จะต้อง

สอบสวนเพมเติมหรือสอบสวนใหม่ ให้ ก.ตร. มีอำนำจสอบสวนเพมเติมหรือสอบสวนใหม่ในเรื่องนั้น
ิ่

ิ่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



- ๓๐ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ



ได้ตำมควำมจ ำเป็นโดยจะสอบสวนเองหรือตั้งอนุกรรมกำรหรือให้คณะกรรมกำรสอบสวน สอบสวน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ื่
เพมเติมหรือสอบสวนใหม่แทนก็ได้ หรือก ำหนดประเด็นหรือข้อส ำคัญที่ต้องกำรทรำบส่งไป เพอให้
ิ่




คณะกรรมกำรสอบสวนที่ผู้บังคับบัญชำได้แต่งตั้งไว้เดิมท ำกำรสอบสวนเพิ่มเติมได้ด้วย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

ในกำรด ำเนินกำรตำมมำตรำนี้ให้น ำมำตรำ ๙๓ มำใช้บังคับโดยอนุโลม


ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



มำตรำ ๙๓ ให้ผู้สืบสวน กรรมกำรสืบสวน และกรรมกำรสอบสวน เป็นเจ้ำพนักงำน


ตำมประมวลกฎหมำยอำญำ และให้กรรมกำรสอบสวนมีอำนำจเช่นเดียวกับพนักงำนสอบสวนตำม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ประมวลกฎหมำยวิธีพจำรณำควำมอำญำเพยงเท่ำที่เกี่ยวกับอ ำนำจและหน้ำที่ของกรรมกำรสอบสวน


ื่

และโดยเฉพำะให้มีอำนำจเรียกให้กระทรวง ทบวง กรม หน่วยรำชกำร รัฐวิสำหกิจ หน่วยงำนอนของ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



รัฐ ห้ำงหุ้นส่วน บริษัท หรือบุคคลใด ๆ มำให้ถ้อยค ำหรือชี้แจงข้อเท็จจริง ส่งเอกสำรและหลักฐำนที่

เกี่ยวข้อง ส่งผู้แทนหรือบุคคลในสังกัดมำชี้แจงหรือให้ถ้อยค ำเกี่ยวกับเรื่องที่สอบสวน ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
๔๖
มำตรำ ๙๔ ข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดซึ่งออกจำกรำชกำรอนมิใช่เพรำะเหตุตำย มีกรณี






ถูกกล่ำวหำเป็นหนังสอก่อนออกจำกรำชกำรว่ำ ขณะรับรำชกำรได้กระท ำหรือละเว้นกระท ำกำรใด
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


อันเป็นควำมผิดวินัยอย่ำงร้ำยแรง ถ้ำเป็นกำรกล่ำวหำต่อผู้บังคับบัญชำของผู้นั้นหรือต่อผู้มีหน้ำที่

สืบสวนสอบสวนหรือตรวจสอบตำมกฎหมำยหรือระเบียบของทำงรำชกำร หรือเป็นกำรกล่ำวหำของ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




ผู้บังคับบัญชำของผู้นั้นหรือมีกรณีถูกฟองคดีอำญำหรือต้องหำคดีอำญำก่อนออกจำกรำชกำรว่ำ

ในขณะรับรำชกำรได้กระท ำควำมผิดอำญำอนมิใช่เป็นควำมผิดที่ได้กระท ำโดยประมำทที่ไม่เกี่ยวกับ

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ





รำชกำรหรือควำมผิดลหุโทษ ผู้มีอำนำจด ำเนินกำรทำงวินัยมีอำนำจด ำเนินกำรสืบสวนหรือพจำรณำ

ด ำเนินกำรทำงวินัย และสั่งลงโทษตำมที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้ต่อไ
ีปได้เสมือนว่ำผู้นั้นยังมิได้ออกจำก
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


รำชกำร แต่ต้องสั่งลงโทษภำยในสำมปีนับแต่วันที่ผู้นั้น ออกจำกรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

กรณีตำมวรรคหนึ่ง ถ้ำเป็นกำรกล่ำวหำ หรือฟองคดีอำญำหรือต้องหำคดีอำญำ



หลังจำกที่ข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดออกจำกรำชกำรแล้ว ให้ผู้มีอำนำจด ำเนินกำรทำงวินัยมีอำนำจ


ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ด ำเนินกำรสืบสวนหรือพิจำรณำ ด ำเนินกำรทำงวินัย และสั่งลงโทษตำมที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้ต่อไปได้




เสมือนว่ำผู้นั้นยังมิได้ออกจำกรำชกำร โดยต้องเริ่มด ำเนินกำรสอบสวนภำยในหนึ่งปีนับแต่วันที่ผู้นั้น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ออกจำกรำชกำรและต้องสั่งลงโทษภำยในสำมปีนับแต่วันที่ผู้นั้นออกจำกรำชกำร ส ำหรับกรณีที่เป็น

ควำมผิดที่ปรำกฏชัดแจ้งตำมมำตรำ ๘๗ วรรคสำม จะต้องสั่งลงโทษภำยในสำมปีนับแต่วันที่ผู้นั้นออก
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



จำกรำชกำร

ในกรณีที่ศำลปกครองมีค ำพพำกษำถึงที่สุดให้เพกถอนค ำสั่งลงโทษ หรือองค์กร

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


พิจำรณำอทธรณ์ค ำสั่งลงโทษทำงวินัยหรือองค์กรตรวจสอบรำยงำนกำรด ำเนินกำรทำงวินัยมีค ำวินิจฉัย


ถึงที่สุดหรือมีมติให้เพ
ีิกถอนค ำสั่งลงโทษตำมวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง เพรำะเหตุกระบวนกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ด ำเนินกำรทำงวินัยไม่ชอบด้วยกฎหมำย ให้ผู้มีอำนำจด ำเนินกำรทำงวินัยด ำเนินกำรทำงวินัยให้แล้ว


ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
เสร็จภำยในสองปีนับแต่วันที่มีค ำพิพำกษำถึงที่สุด หรือมีค ำวินิจฉัยถึงที่สุดหรือมีมติ แล้วแต่กรณี



กำรด ำเนินกำรทำงวินัยตำมวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสำม ถ้ำผลกำรสอบสวน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
พิจำรณำปรำกฏว่ำผู้นั้นกระท ำผิดวินัยอย่ำงไม่ร้ำยแรงก็ให้งดโทษ




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



๔๖
มำตรำ ๙๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๒


- ๓๑ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ



ควำมในมำตรำนี้มิให้ใช้บังคับแก่ข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งถูกสั่งให้ออกจำกรำชกำรไว้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ก่อนตำมมำตรำ ๙๕




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
๔๗
มำตรำ ๙๔/๑ ในกรณีที่คณะกรรมกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรทุจริตแห่งชำติ



หรือคณะกรรมกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรทุจริตในภำครัฐมีมติชี้มูลควำมผิดข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใด
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ซึ่งออกจำกรำชกำรแล้ว กำรด ำเนินกำรทำงวินัยและสั่งลงโทษแกข้ำรำชกำรต ำรวจผู้นั้นให้เป็นไปตำม


หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎหมำยประกอบรัฐธรรมนูญว่ำด้วยกำรป้องกันและปรำบปรำม

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


กำรทุจริตหรือกฎหมำยว่ำด้วยมำตรกำรของฝ่ำยบริหำรในกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรทุจริต

แล้วแต่กรณี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



กำรด ำเนินกำรทำงวินัยตำมวรรคหนึ่ง หำกปรำกฏว่ำผู้นั้นกระท ำผิดวินัยอย่ำงไม่ร้ำยแรง
ก็ให้งดโทษ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มำตรำ ๙๕ ข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดมีกรณีถูกกล่ำวหำว่ำกระท ำผิดวินัยอย่ำงร้ำยแรง





จนถูกตั้งกรรมกำรสอบสวน หรือต้องหำว่ำกระท ำควำมผิดอำญำหรือถูกฟองคดีอำญำ เว้นแต่เป็น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ควำมผิดที่ได้กระท ำโดยประมำทหรือควำมผิดลหุโทษ ผู้มีอำนำจตำมมำตรำ ๗๒ หรือผู้บังคับบัญชำ

อื่นตำมที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร. มีอ ำนำจสั่งพักรำชกำรหรือสั่งให้ออกจำกรำชกำรไว้ก่อน เพื่อรอฟง


ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ผลกำรสอบสวนพจำรณำทำงวินัยได้ แต่ถ้ำภำยหลังปรำกฏผลกำรสอบสวนพจำรณำทำงวินัยว่ำผู้นั้น



มิได้กระท ำผิดหรือกระท ำผิดไม่ถึงกับถูกลงโทษปลดออกหรือไล่ออก และไม่มีกรณีที่จะต้องออกจำก
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ื่

รำชกำรด้วยเหตุอนก็ให้ผู้มีอำนำจดังกล่ำวสั่งให้ผู้นั้นกลับเข้ำรับรำชกำรในต ำแหน่งเดิมหรือต ำแหน่ง

ในระดับเดียวกันที่ผู้นั้น
ีมีคุณสมบัติตรงตำมคุณสมบัติเฉพำะส ำหรับต ำแหน่งนั้น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


เมื่อได้มีกำรสั่งให้ข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ ใดพักรำชกำรหรือออกจำกรำชกำรไว้ก่อนตำม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
วรรคหนึ่งแล้ว หำกภำยหลังปรำกฏว่ำผู้นั้นมีกรณีถูกกล่ำวหำว่ำกระท ำผิดวินัยอย่ำงร้ำยแรงในกรณีอนอก

ื่



ื่


ผู้มีอำนำจตำมมำตรำ ๗๒ หรือผู้บังคับบัญชำอนตำมที่ก ำหนดในระเบียบ ก.ตร. มีอำนำจด ำเนินกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
สืบสวนหรือพจำรณำตำมมำตรำ ๘๔ และแต่งตั้งคณะกรรมกำรสอบสวนตำมมำตรำ ๘๖ ตลอดจน




ด ำเนินกำรทำงวินัยตำมที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้ต่อไปได้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ในกรณีที่ผู้ถูกสั่งให้ออกจำกรำชกำรไว้ก่อนได้รับค ำสั่งให้กลับเข้ำรับรำชกำรหรือ

ได้รับค ำสั่งให้ออกจำกรำชกำรด้วยเหตุใด ๆ ที่มิใช่เป็นกำรลงโทษ ให้ผู้นั้นมีสถำนภำพเป็นข้ำรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ต ำรวจตลอดระยะเวลำระหว่ำงที่ถูกสั่งให้ออกจำกรำชกำรไว้ก่อน

ื่
เงินเดือน เงินอนที่จ่ำยเป็นรำยเดือน และเงินช่วยเหลืออย่ำงอน และกำรจ่ำยเงิน
ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ดังกล่ำวของผู้ถูกสั่งพกรำชกำรและผู้ถูกสั่งให้ออกจำกรำชกำรไว้ก่อน ให้เป็นไปตำมกฎหมำยหรือ


ระเบียบว่ำด้วยกำรนั้น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



หลักเกณฑ์และวิธีกำรเกี่ยวกับกำรสั่ งพักรำชกำร กำรสั่งให้ออกจำกรำชกำรไว้ก่อน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ระยะเวลำให้พกรำชกำรและให้ออกจำกรำชกำรไว้ก่อน และกำรด ำเนินกำรเพอให้เป็นไปตำมผลกำร
ื่



สอบสวนพิจำรณำให้เป็นไปตำมที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




๔๘
มำตรำ ๙๖ (ยกเลิก)
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




๔๗ มำตรำ ๙๔/๑ เพิ่มโดยพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๒
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



๔๘
มำตรำ ๙๖ ยกเลิกโดยพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๒


- ๓๒ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
หมวด ๗




กำรออกจำกรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ






ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



มำตรำ ๙๗ ข้ำรำชกำรต ำรวจออกจำกรำชกำรเมื่อ

(๑) ตำย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


(๒) พ้นจำกรำชกำรตำมกฎหมำยว่ำด้วยบ ำเหน็จบ ำนำญข้ำรำชกำร

(๓) ได้รับอนุญำตให้ลำออกหรือกำรลำออกมีผลตำมมำตรำ ๙๙
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



(๔) ถูกสั่งให้ออกตำมมำตรำ ๖๐ มำตรำ ๙๕ มำตรำ ๙๘ มำตรำ ๑๐๐ มำตรำ ๑๐๑

มำตรำ ๑๐๒ หรือมำตรำ ๑๐๓ ี ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

(๕) ถูกสั่งลงโทษปลดออกหรือไล่ออก
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
วันออกจำกรำชกำรตำม (๔) และ (๕) ให้เป็นไปตำมที่ก ำหนดในระเบียบ ก.ตร.




กำรออกจำกรำชกำรของข้ำรำชกำรต ำรวจเฉพำะผู้ที่ต้องรับรำชกำรตำมกฎหมำยว่ำด้วย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


กำรรับรำชกำรทหำร ให้เป็นไปตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรนั้น

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



มำตรำ ๙๘ ผู้ใดได้รับบรรจุเข้ำเป็นข้ำรำชกำรต ำรวจ หำกภำยหลังปรำกฏว่ำขำด

คุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ำมตำมมำตรำ ๔๘ หรือขำดคุณสมบัติเฉพำะส ำหรับต ำแหน่งตำม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


มำตรำ ๔๕ ตั้งแต่ก่อนได้รับกำรบรรจุ ให้ผู้มีอ ำนำจตำมมำตรำ ๗๒ สั่งให้ออกจำกรำชกำร แต่ทั้งนี้

ไม่กระทบกระเทือน
ีถึงกำรใดที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติไปตำมอ ำนำจหน้ำที่และกำรรับเงินเดือนหรือ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ื่
ผลประโยชน์อนใดที่ได้รับจำกทำงรำชกำรก่อนมีค ำสั ่งให้ออกนั้น และถ้ำกำรเข้ำรับรำชกำรเป็นไป
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ื่
โดยสุจริตแล้ว ให้ถือว่ำเป็นกำรสั่งให้ออกเพอรับบ ำเหน็จบ ำนำญเหตุทดแทนตำมกฎหมำยว่ำด้วย


บ ำเหน็จบ ำนำญข้ำรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ





มำตรำ ๙๙ ข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดประสงค์จะลำออกจำกรำชกำร ให้ยื่นหนังสือขอ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ื่
ื่
ลำออกต่อผู้บังคับบัญชำเหนือขึ้นไปชั้นหนึ่ง เพอให้ผู้มีอำนำจตำมมำตรำ ๗๒ หรือผู้บังคับบัญชำอน

ตำมที่ก ำหนดในระเบียบ ก.ตร. เป็นผู้พิจำรณำอนุญำต
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ื่
ในกรณีที่ข้ำรำชกำรต ำรวจขอลำออกเพอด ำรงต ำแหน่งที่ก ำหนดโดยรัฐธรรมนูญ

ื่
ต ำแหน่งทำงกำรเมืองหรือเพอสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมำชิกรัฐสภำ สมำชิกสภำท้องถิ่นหรือผู้บริหำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ท้องถิ่น ให้กำรลำออกมีผลนับตั้งแต่วันที่ผู้นั้นขอลำออก

ีมำตรำ ๗๒ หรือผู้บังคับบัญชำอื่น

นอกจำกกรณีตำมวรรคสอง ถ้ำผู้มีอำนำจตำม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ตำมที่ก ำหนดในระเบียบ ก.ตร. เห็นว่ำจ ำเป็นเพอปร ะโยชน์แก่รำชกำร จะยับยั้งกำรลำออกไว้เป็น
ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

เวลำไม่เกินสำมเดือนนับแต่วันขอลำออกกได้ ี ี

หลักเกณฑ์และวิธีกำรเกี่ยวกับกำรลำออก กำรพจำรณำอนุญำตให้ลำออกและกำร

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ยับยั้งกำรลำออกจำกรำชกำรให้เป็นไปตำมที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร.





ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



มำตรำ ๑๐๐ ผู้มีอำนำจตำมมำตรำ ๗๒ มีอำนำจสั่งให้ข้ำรำชกำรต ำรวจออกจำก


รำชกำรเพื่อรับบ ำเหน็จบ ำนำญตำมกฎหมำยว่ำด้วยบ ำเหน็จบ ำนำญข้ำรำชกำรได้ แต่ในกำรสั่งให้ออก
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



- ๓๓ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ



จำกรำชกำรเพอรับบ ำเหน็จบ ำนำญเหตุทดแทน นอกจำกให้ท ำได้ในกรณีที่ระบุไว้ในมำตรำอนแห่ง
ื่
ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
พระรำชบัญญัตินี้หรือในกฎหมำยว่ำด้วยบ ำเหน็จบ ำนำญข้ำรำชกำรแล้ว ให้ท ำได้ในกรณีต่อไปนี้ด้วย คือ




(๑) เมื่อข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดเจ็บป่วยไม่อำจปฏิบัติหน้ำที่รำชกำรของตนได้โดย
สม่ ำเสมอ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



(๒) เมื่อข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดสมัครไปปฏิบัติงำนใด ๆ ตำมควำมประสงค์ของทำง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



รำชกำร
(๓) เมื่อข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดขำดคุณสมบัติทั่วไปตำมมำตรำ ๔๘ (๑) (๔) (๕) หรือ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ขำดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ำมตำมที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.

(๔) เมื่อข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดไม่สำมำรถปฏิบัติรำชกำรให้มีประสิทธิภำพ และเกิด
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ประสิทธิผลในระดับอนเป็นที่พอใจของทำงรำชกำร ทั้งนี้ ตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรที่ก ำหนดในกฎ


ก.ตร. ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มำตรำ ๑๐๑ ข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดมีกรณีถูกกล่ำวหำ หรือมีเหตุอนควรสงสัยว่ำ






หย่อนควำมสำมำรถในอนที่จะปฏิบัติหน้ำที่รำชกำร บกพร่องในหน้ำที่รำชกำรหรือประพฤติตนไม่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



เหมำะสมกับต ำแหน่งในอนที่จะปฏิบัติหน้ำที่รำชกำร และผู้บังคับบัญชำต ำแหน่งตั้งแต่ผู้ก ำกับกำร

หรือเทียบเท่ำผู้ก ำกับกำรขึ้นไปเห็นว่ำกรณีมีมูล ถ้ำให้ผู้นั้นรับรำชกำรต่อไปจะเป็นกำรเสียหำยแก่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



รำชกำร ก็ให้ผู้มีอำนำจดังกล่ำวสั่งแต่งตั้งคณะกรรมกำรสอบสวนโดยไม่ชักช้ำ ในกำรสอบสวนนี้


จะต้องแจ้งข้อกล่ำวหำและสรุปพยำนหลักฐำนที่สนับสนุนข้อกล่ำวหำเท่ำที่มีให้ผู้ถูกกล่ำวหำทรำบ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


โดยจะระบุหรือไม่ระบุชื่อพยำนก็ได้ และต้องให้โอกำสผู้ถูกกล่ำวหำชี้แจงและน ำสืบแก้ข้อกล่ำวหำได้ด้วย

เมื่อได้มีกำรสอบสวนแล้ว ถ้ำคณะกรรมกำรหรือผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมกำรพจำรณำเห็นว่ำ สมควรให้

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




ออกจำกรำชกำร ก็ให้ผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมกำรเสนอเรื่องต่อผู้มีอำนำจตำมมำตรำ ๗๒ เพอพจำรณำ

ื่

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
สั่งให้ผู้นั้นออกจำกรำชกำร เพื่อรับบ ำเหน็จบ ำนำญเหตุทดแทนได้ ี


ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชำได้แต่งตั้งคณะกรรมกำรเพอท ำกำรสอบสวนผู้ถูกกล่ำวหำ
ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ตำมมำตรำ ๘๖ ในเรื่องที่จะต้องสอบสวนตำมวรรคหนึ่ง และคณะกรรมกำรสอบสวนตำมมำตรำ ๘๖





ได้สอบสวนไว้แล้ว ผู้มีอำนำจตำมวรรคหนึ่งจะใช้ส ำนวนกำรสอบสวนนั้นมำพจำรณำด ำเนินกำรโดยไม่

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

ต้องแต่งตั้งคณะกรรมกำรสอบสวนตำมวรรคหนึ่งก็ได้ ี

หลักเกณฑ์และวิธีกำรเกี่ยวกับกำรสอบสวนพจำรณำ ให้เป็นไปตำมที่ก ำหนดในกฎ

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ก.ตร.

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


มำตรำ ๑๐๒ เมื่อข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดถูกกล่ำวหำว่ำกระท ำผิดวินัยอย่ำงร้ำยแรง

และได้มีกำรสอบสวนตำมมำตรำ ๘๖ แต่ไม่ได้ควำมแน่ชัดว่ำผู้นั้นกระท ำผิดที่จะถูกลงโทษปลดออก
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



หรือไล่ออกแต่มีมลทินหรือมัวหมองในกรณีที่ถูกสอบสวนนั้น หำกจะให้รับรำชกำรต่อไปจะเป็นกำร

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ื่
เสียหำยแก่รำชกำร ก็ให้ผู้มีอ ำนำจตำมมำตรำ ๗๒ สั่งให้ผู้นั้นออกจำกรำชกำรเพอรับบ ำเหน็จบ ำนำญ


เหตุทดแทนได้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ





มำตรำ ๑๐๓ เมื่อข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดถูกจ ำคุกโดยค ำพพำกษำถึงที่สุดให้จ ำคุกใน

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ควำมผิดที่ได้กระท ำโดยประมำทหรือควำมผิดลหุโทษ ซึ่งยังไม่ถึงกับจะต้องถูกลงโทษปลดออกหรือไล่ออก

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



- ๓๔ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ




หำกจะให้รับรำชกำรต่อไปจะเป็นกำรเสียหำยแก่รำชกำร ก็ให้ผู้มีอำนำจตำมมำตรำ ๗๒ สั่งให้ผู้นั้น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ออกจำกรำชกำรเพื่อรับบ ำเหน็จบ ำนำญเหตุทดแทนได้




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มำตรำ ๑๐๔ ในกำรออกจำกรำชกำรของข้ำรำชกำรต ำรวจต ำแหน่งตั้งแต่ผู้บังคับ



กำรหรือต ำแหน่งเทียบเท่ำขึ้นไป หำกเป็นกรณีกำรออกจำกรำชกำรตำมมำตรำ ๙๗ ให้นำยกรัฐมนตรี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



๔๙
น ำควำมกรำบบังคมทูลเพื่อทรงทรำบ
กำรพ้นจำกต ำแหน่งของข้ำรำชกำรต ำรวจ ต ำแหน่งผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ จเร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ต ำรวจแห่งชำติ และรองผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติหรือต ำแหน่งเทียบเท่ำ ให้น ำควำมกรำบบังคมทูล

เพื่อทรงมีพระบรมรำชโองกำรให้พ้นจำกต ำแหน่ง เว้นแต่กรณีที่พ้นจำกต ำแหน่งเพรำะควำมตำย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




ี หมวด ๘
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


กำรอุทธรณ์
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ







ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


มำตรำ ๑๐๕ ข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดถูกสั่งลงโทษหรือถูกสั่งให้ออกจำกรำชกำรตำม
พระรำชบัญญัตินี้ ให้ผู้นั้นมีสิทธิอุทธรณ์ได้ดังต่อไปนี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



(๑) กรณีถูกสั่งลงโทษภำคทัณฑ์ ทัณฑกรรม กักยำม กักขัง หรือตัดเงินเดือน ให้อุทธรณ์

ค ำสั่งดังกล่ำวต่อผู้บังคับบัญชำของผู้บังคับบัญชำที่สั่งลงโทษ แต่ในกรณีที่ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


เป็นผู้สั่งลงโทษ ให้อุทธรณ์ต่อ ก.ตร.
(๒) ก
ีรณีถูกสั่งลงโทษปลดออก หรือไล่ออก หรือถูกสั่งให้ออกจำกรำชกำร ให้อุทธรณ์
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ค ำสั่งดังกล่ำวต่อ ก.ตร.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
กำรอุทธรณ์ตำม (๑) และ (๒) ให้อุทธรณ์ภำยในสำมสิบวันนับแต่วันทรำบค ำสั่ง




ระยะเวลำกำรพจำรณำอทธรณ์ตำม (๑) และ (๒) ให้พจำรณำให้แล้วเสร็จภำยใน


ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

สองร้อยสี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับอทธรณ์ เว้นแต่มีเหตุจ ำเป็นตำมที่ก ำหนดในระเบียบ ก.ตร. ที่ท ำให้





กำรพจำรณำไม่แล้วเสร็จภำยในระยะเวลำดังกล่ำว ก็ให้ขยำยระยะเวลำได้อกไม่เกินสองครั้ง โดยแต่

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ละครั้งจะต้องไม่เกินหกสิบวัน ี ี




หลักเกณฑ์และวิธีกำรอทธรณ์ และกำรพจำรณำอทธรณ์ ให้เป็นไปตำมที่ก ำหนดใน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



กฎ ก.ตร.

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


๕๐
มำตรำ ๑๐๕/๑ ในกรณีที่ศำลปกครองมีค ำพิพำกษำถึงที่สุดสั่งเพิกถอนหรือแก้ไข


ค ำสั่ง ในเรื่องใด ให้เป็นหน้ำที่ของผู้บังคับบัญชำผู้มีอำนำจ ก.ตร. หรือ ก.ต.ช. แล้วแต่กรณี ในกำรสั่ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



กำร ตำมสมควรเพื่อเยียวยำและแก้ไขหรือด ำเนินกำรตำมที่เห็นสมควร

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




หมวด ๙
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ





๔๙ มำตรำ ๑๐๔ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ที่ ๗/
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


๒๕๕๙ เรื่อง กำรก ำหนดต ำแหน่งของข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งมีอ ำนำจหน้ำที่ในกำรสอบสวน

๕๐ มำตรำ ๑๐๕/๑ เพิ่มโดยค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ที่ ๔๔/๒๕๕๘ เรื่อง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



กำรแก้ไขปัญหำกำรบริหำรงำนบุคคลของข้ำรำชกำรต ำรวจ


- ๓๕ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ



กำรร้องทุกข์
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ







ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มำตรำ ๑๐๖ ข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดเห็นว่ำผู้บังคับบัญชำใช้อำนำจหน้ำที่ปฏิบัติต่อ




ตนโดยไม่ถูกต้องหรือไม่ปฏิบัติต่อตนให้ถูกต้องตำมระเบียบ กฎหมำย หรือเกิดจำกกำรปฏิบัติโดย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



มิชอบของผู้บังคับบัญชำต่อตน ผู้นั้นอำจร้องทุกขต่อผู้บังคับบัญชำหรือ ก.ตร. แล้วแต่กรณี เพื่อขอให้


แก้ไขได้ เว้นแต่เป็นกรณีที่มีสิทธิอุทธรณ์ตำมหมวด ๘ ให้ใช้สิทธิอุทธรณ์ตำมที่ก ำหนดไว้ในหมวดนั้น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


หลักเกณฑ์และวิธีกำรร้องทุกข์ เหตุแห่งกำรร้องทุกข์ และกำรพิจำรณำเรื่องร้องทุกข์

ให้เป็นไปตำมที่ก ำหนดในกฎ ก.ตร.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




ี หมวด ๑๐
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


เครื่องแบบต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ







ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


มำตรำ ๑๐๗ ลักษณะ ชนิด และประเภทของเครื่องแบบต ำรวจ รวมทั้งกำรแต่ง

ว่ำจะสมควรอย่ำงไร เมื่อไร และโดยเงื่อนไขประกำรใดนั้น ให้เป็นไปตำมที่ก ำหนดในกฎกระทรวง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




มำตรำ ๑๐๘ ผู้ใดแต่งเครื่องแบบต ำรวจโดยไม่มีสิทธิ ต้องระวำงโทษจ ำคุกตั้งแต่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


สำมเดือนถึงห้ำปี
ีรกระท ำควำมผิดตำมวรรคหนึ่ง ได้กระท ำภำยในเขตซึ่งประกำศใช้กฎอัยกำร
ถ้ำกำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ื่
ศึก หรือประกำศภำวะฉุกเฉิน หรือเพอกระท ำควำมผิดอำญำ ผู้กระท ำต้องระวำงโทษจ ำคุกตั้งแต่หนึ่ง

ปีถึงสิบปี ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มำตรำ ๑๐๙ ข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดแต่งเครื่องแบบต ำรวจในขณะกระท ำควำมผิด




อย่ำงใดอย่ำงหนึ่งตำมที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมำยอำญำซึ่งมีก ำหนดโทษจ ำคุกอย่ำงสูงตั้งแต่หนึ่งปี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

ขึ้นไป ต้องระวำงโทษจ ำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี ี

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



มำตรำ ๑๑๐ ผู้ใดแต่งกำยโดยใช้เครื่องแต่งกำยคล้ำยเครื่องแบบต ำรวจและกระท ำ

กำรใด ๆ อันท ำให้รำชกำรต ำรวจถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง หรือท ำให้เกิดควำมเสื่อมเสียแก่รำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ื่
ต ำรวจ หรือท ำให้บุคคลอนหลงเชื่อว่ำตนเป็นต ำรวจ ต้องระวำงโทษจ ำคุกไม่เกินสำมเดือน หรือ

ปรับตั้งแต่หนึ่งพันบำทถึงหนึ่งหมื่นบำท หรือทั้งจ ำทั้งปรับ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ถ้ำกำรกระท ำควำมผิดตำมวรรคหนึ่ง ได้กระท ำภำยในเขตซึ่งประกำศใช้กฎอัยกำรศึก

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ื่
หรือประกำศภำวะฉุกเฉิน หรือเพอกระท ำควำมผิดอำญำ ผู้กระท ำต้องระวำงโทษจ ำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึง


สิบปี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ





มำตรำ ๑๑๑ ในกำรแสดงภำพยนตร์ ละคร หรือกำรแสดงอนใดท ำนองเดียวกันที่
ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ประสงค์จะเผยแพร่ต่อสำธำรณชน หำกผู้แสดงประสงค์จะแต่งเครื่องแบบต ำรวจ หรือแต่งกำยโดยใช้

เครื่องแต่งกำยคล้ำยเครื่องแบบต ำรวจ ให้ผู้ซึ่งมีหน้ำที่รับผิดชอบกำรแสดงนั้นหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมำย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



- ๓๖ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ



แจ้งต่อหัวหน้ำสถำนีต ำรวจแห่งท้องที่ที่จะท ำกำรแสดงเช่นว่ำนั้นทรำบ ทั้งนี้ ตำมหลักเกณฑที่ก ำหนด

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ในกฎกระทรวง




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ลักษณะ ๗



ื่
กองทุนเพอกำรสืบสวนและสอบสวนคดีอำญำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ





ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


มำตรำ ๑๑๒ ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งในส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ เรียกว่ำ

ื่
“กองทุนเพอกำรสืบสวนและสอบสวนคดีอำญำ” โดยมีวัตถุประสงค์เพอสนับสนุนงำนสืบสวนและ
ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



สอบสวนคดีอำญำ

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


มำตรำ ๑๑๓ กองทุนประกอบด้วย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๑) เงินอุดหนุนจำกรัฐบำล




(๒) เงินและทรัพย์สินที่ได้รับจำกหน่วยงำนของรัฐ รัฐวิสำหกิจ รำชกำรส่วนท้องถิ่น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


หรือมูลนิธิ
(๓) ดอกผลที่เกิดจำกกองทุน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




คณะรัฐมนตรีจะอนุมัติให้น ำเงินค่ำเปรียบเทียบปรับคดีอำญำที่เป็นอำนำจของ

ข้ำรำชกำรต ำรวจและเงินค่ำปรับตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรจรำจรทำงบก เฉพำะส่วนที่จะต้องน ำส่งเป็น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


รำยได้แผ่นดิน ให้เป็นของกองทุนโดยไม่ต้องน ำส่งเป็นรำยได้แผ่นดินก็ได้

ีรคสอง ให้ส่งเข้ำกองทุนโดยไม่ต้อง
เงิน ดอกผลและทรัพย์สินตำมวรรคหนึ่งและวร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


น ำส่งเป็นรำยได้แผ่นดิน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




มำตรำ ๑๑๔ เงิน ดอกผลและทรัพย์สินที่ประกอบขึ้นเป็นกองทุนจะต้องจัดกำรเพื่อ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ประโยชน์ภำยในขอบวัตถุประสงค์ของกองทุน




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


มำตรำ ๑๑๕ ให้มีคณะกรรมกำรบริหำรกองทุนคณะหนึ่ง ประกอบด้วย ผู้บัญชำกำร

ต ำรวจแห่งชำติเป็นประธำนกรรมกำร ผู้แทนส ำนักงำนปลัดส ำนักนำยกรัฐมนตรี ผู้แทนส ำนักงำน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




อยกำรสูงสุด ผู้แทนกระทรวงยุติธรรม ผู้แทนส ำนักงบประมำณ ผู้แทนกรมบัญชีกลำง ผู้แทนกรม

ส่งเสริมกำรปกครองท้องถิ่น และรองผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติหรือผู้ช่วยผู้บัญชำกำรต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


แห่งชำติที่ได้รับมอบหมำยจำกผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติจ ำนวนสองคน เป็นกรรมกำร

ให้ประธำนกรรมกำรแต่งตั้งข้ำรำชกำรต ำรวจเป็นเลขำนุกำรคนหนึ่ง และ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ผู้ช่วยเลขำนุกำรไม่เกินสองคน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




มำตรำ ๑๑๖ คณะกรรมกำรบริหำรกองทุน มีอ ำนำจหน้ำที่ดังต่อไปนี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๑) บริหำรกองทุนให้เป็นไปตำมวัตถุประสงค์ของกองทุน และตำมนโยบำยที่ ก.ต.ช.



ก ำหนด
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



- ๓๗ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ



(๒) ออกระเบียบก ำหนดหลักเกณฑ์กำรจ่ำยเงินกองทุนเพอสนับสนุนกำรปฏิบัติงำน
ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ของข้ำรำชกำรต ำรวจในกำรท ำหน้ำที่เกยวกับกำรสืบสวนและสอบสวนคดีอำญำ ระเบียบดังกล่ำวเมื่อ
ี่



ได้รับควำมเห็นชอบจำก ก.ต.ช. แล้ว ให้ใช้บังคับได้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
(๓) จัดวำงระบบบัญชีให้เป็นไปตำมมำตรฐำนตำมที่กรรมกำรซึ่งเป็นผู้แทนส ำนัก


งบประมำณและผู้แทนกรมบัญชีกลำงเสนอแนะ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



(๔) ก ำหนดหลักเกณฑ์และวิธีกำรในกำรรับ เก็บรักษำ และจ่ำยเงินของกองทุน

(๕) ออกระเบียบก ำหนดค่ำใช้จ่ำยในกำรด ำเนินงำนของกองทุน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


(๖) แต่งตั้งคณะอนุกรรมกำรเพอปฏิบัติงำนตำมที่คณะกรรมกำรบริหำรกองทุน
ื่

มอบหมำย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



(๗) ออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกำศ และค ำสั่งในกำรบริหำรกองทุน

(๘) รำยงำนสถำนะกำรเงินและบริหำรกองทุนต่อ ก.ต.ช.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มำตรำ ๑๑๗ ให้คณะกรรมกำรบริหำรกองทุนจัดท ำงบกำรเงินและบัญชี ส่งผู้สอบ




บัญชีตรวจสอบภำยในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทินทุกปี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ให้ส ำนักงำนกำรตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของกองทุนทุกรอบปี แล้วท ำ

รำยงำนผลกำรสอบบัญชีของกองทุนเสนอต่อ ก.ต.ช. และกระทรวงกำรคลัง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




บทเฉพำะกำล
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



มำตรำ ๑๑๘ ให้ส่วนรำชกำรที่จัดตั้งขึ้นตำมพระรำชกฤษฎีกำแบ่งส่วนรำชกำรกรม

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ต ำรวจ กระทรวงมหำดไทย พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพมเติม เป็นส่วนรำชกำรตำมพระรำชบัญญัตินี้
ิ่



จนกว่ำจะมีพระรำชกฤษฎีกำแบ่งส่วนรำชกำรส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติขึ้นใหม่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ทั้งนี้ โดยให้ส ำนักงำนก ำลังพล ส ำนักงำนส่งก ำลังบ ำรุง ส ำนักงำนแผนงำนและ




งบประมำณ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจ ส ำนักงำนเลขำนุกำรกรม กองกำรเงิน กองกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ต่ำงประเทศ กองคดี และกองวิชำกำร ซึ่งเป็นส่วนรำชกำรตำมวรรคหนึ่ง เป็นส่วนรำชกำรหรือ

หน่วยงำนในสังกัดส ำนักงำนผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติตำมมำตรำ ๑๐ (๑) ส ำหรับส่วนรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



นอกจำกนั้น ให้เป็นส่วนรำชกำรตำมมำตรำ ๑๐ (๒) ตำมพระรำชบัญญัตินี้จนกว่ำจะมีพระรำช

กฤษฎีกำหรือกฎกระทรวงซึ่งออกตำมมำตรำ ๑๐ ก ำหนดเป็นอย่ำงอน ทั้งนี้ ให้แล้วเสร็จภำยในหนึ่ง
ื่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ปีนับแต่วันที่พระรำชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



มำตรำ ๑๑๙ ผู้ใดเป็นข้ำรำชกำรต ำรวจตำมพระรำชบัญญัติระเบียบข้ำรำชกำร

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ต ำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ อยู่ในวันก่อนวันที่พระรำชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ผู้นั้นเป็นข้ำรำชกำรต ำรวจตำม


พระรำชบัญญัตินี้ต่อไป
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ผู้ซึ่งเคยรับรำชกำรเป็นข้ำรำชกำรต ำรวจอยู่ก่อนวันที่พระรำชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่ำ




ผู้นั้นเป็นผู้ซึ่งเคยรับรำชกำรเป็นข้ำรำชกำรต ำรวจตำมพระรำชบัญญัตินี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



- ๓๘ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ



มำตรำ ๑๒๐ ผู้ใดมียศต ำรวจหรือว่ำที่ยศต ำรวจล ำดับใดตำมที่ระบุไว้ในกฎหมำยอื่น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ก่อนวันที่พระรำชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ใช้ยศต ำรวจหรือว่ำที่ยศต ำรวจล ำดับนั้นตำมที่บัญญัติไว้ใน



พระรำชบัญญัตินี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




มำตรำ ๑๒๑ ผู้ใดเป็นพลต ำรวจส ำรองพเศษ พลต ำรวจพเศษ และพลต ำรวจสมัคร


ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ต ำแหน่งลูกแถวหรือเทียบลูกแถวในส่วนรำชกำรใดของส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติตำมพระรำชบัญญัติ

ระเบียบข้ำรำชกำรต ำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ อยู่ในวันก่อนวันที่พระรำชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ผู้นั้นเป็น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ข้ำรำชกำรต ำรวจชั้นประทวน และด ำรงต ำแหน่งผู้บังคับหมู่หรือเทียบผู้บังคับหมู่ในส่วนรำชกำรนั้น

ของส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติตำมพระรำชบัญญัตินี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




มำตรำ ๑๒๒ ต ำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชำกำรหรือเทียบผู้ช่วยผู้บัญชำกำรในส่วนรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ใดของส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติที่ได้รับกำรก ำหนดไว้ตำมพระรำชบัญญัติระเบียบข้ำรำชกำรต ำรวจ

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
พ.ศ. ๒๕๒๑ ให้เป็นต ำแหน่งรองผู้บัญชำกำรหรือเทียบรองผู้บัญชำกำรในส่วนรำชกำรนั้นของ



ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติตำมพระรำชบัญญัตินี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ผู้ใดด ำรงต ำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชำกำรหรือเทียบผู้ช่วยผู้บัญชำกำรในส่วนรำชกำรใด

ของส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติอยู่ในวันก่อนวันที่พระรำชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่ำผู้นั้นเป็นผู้ที่ได้รับ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



แต่งตั้งให้ด ำรงต ำแหน่งรองผู้บัญชำกำรหรือเทียบรองผู้บัญชำกำรในส่วนรำชกำรนั้นของส ำนักงำน

ต ำรวจแห่งชำติตำมพระรำชบัญญัตินี้ ี ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
บรรดำต ำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชำกำรหรือเทียบผู้ช่วยผู้บัญชำกำรที่ปรับเป็นต ำแหน่ง

รองผู้บัญชำกำรตำมวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้ ก.ตร. ด ำเนินกำรให้มีกำรยุบเลิกให้เหลือจ ำนวนเท่ำที่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



จ ำเป็น และให้น ำต ำแหน่งและอตรำเงินเดือนที่ยุบเลิก ดังกล่ำวไปเพิ่มเป็นต ำแหน่งและอัตรำเงินเดือน

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ตำมมำตรำ ๔๔ (๖) ลงมำ ี ี

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มำตรำ ๑๒๓ ข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดมีกรณีกระท ำผิดวินัยหรือกรณีที่สมควรให้ออก




จำกรำชกำรอยู่ก่อนวันที่พระรำชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ผู้บังคับบัญชำตำมพระรำชบัญญัตินี้มีอ ำนำจสั่ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ลงโทษผู้นั้นหรือสั่งให้ผู้นั้นออกจำกรำชกำรตำมพระรำชบัญญัติระเบียบข้ำรำชกำรต ำรวจ พ.ศ.

๒๕๒๑ ส่วนกำรสอบสวนกำรพิจำรณำ และกำรด ำเนินกำรเพ่อลงโทษหรือให้ออกจำกรำชกำร

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ให้ด ำเนินกำรตำมพระรำชบัญญัตินี้เว้นแต่
(๑) ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชำได้สั่งให้สอบสวนโดยถูกต้องตำมกฎหมำยที่ใช้บังคับอยู่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ในขณะนั้นไปแล้วก่อนวันที่พระรำชบัญญัตินี้ใช้บังคับและยังสอบสวนไม่เสร็จก็ให้สอบสวนตำม

กฎหมำยนั้นต่อไปจนกว่ำจะเสร็จ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




(๒) ในกรณีที่ได้มีกำรสอบสวนหรือพจำรณำโดยถูกต้องตำมกฎหมำยที่ใช้บังคับอยู่

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ในขณะนั้นเสร็จไปแล้วก่อนวันที่พระรำชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้กำรสอบสวนหรือพิจำรณำ แล้วแต่กรณี


นั้น เป็นอันใช้ได้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
กรณีที่ได้มีกำรส่งเรื่องหรือน ำส ำนวนสอบสวนเสนอหรือส่งให้คณะอนุกรรมกำร




สำมัญประจ ำกระทรวง หรือ ก.ตร. พจำรณำตำมกฎหมำยที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น และ

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



คณะอนุกรรมกำรสำมัญประจ ำกระทรวง หรือ ก.ตร. พจำรณำเรื่องนั้นยังไม่เสร็จ ให้ด ำเนินกำรตำม

พระรำชบัญญัตินี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



- ๓๙ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มำตรำ ๑๒๔ ผู้ใดถูกสั่งลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออก หรือถูกสั่งให้ออกตำม




พระรำชบัญญัติระเบียบข้ำรำชกำรต ำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ ให้ผู้นั้นมีสิทธิอุทธรณ์ได้ตำมมำตรำ ๑๐๕
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ผู้ใดมีสิทธิร้องทุกข์ตำมพระรำชบัญญัติระเบียบข้ำรำชกำรต ำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ และ



พระรำชบัญญัติว่ำด้วยวินัยต ำรวจ พุทธศักรำช ๒๔๗๗ ผู้นั้นอำจร้องทุกข์ได้ตำมมำตรำ ๑๐๖
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




มำตรำ ๑๒๕ ให้ด ำเนินกำรสรรหำกรรมกำรนโยบำยต ำรวจแห่งชำติผู้ทรงคุณวุฒิ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ให้แล้วเสร็จภำยในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระรำชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

ในระหว่ำงด ำเนินกำรตำมวรรคหนึ่ง ให้กรรมกำรนโยบำยต ำรวจแห่งชำติโดย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ต ำแหน่งตำมมำตรำ ๑๗ (๑) ปฏิบัติหน้ำที่ไปพลำงก่อ น และให้ก ำหนดหลักเกณฑ์และวิธีกำรสรรหำ
กรรมกำรนโยบำยต ำรวจแห่งชำติผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อใช้บังคับในกำรสรรหำนั้น ซึ่งหลักเกณฑ์และวิธีกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ดังกล่ำวให้เป็นอันยกเลิกเมื่อคณะกรรมกำรนโยบำยต ำรวจแห่งชำติตำมมำตรำ ๑๗ เข้ำรับหน้ำที่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ





มำตรำ ๑๒๖ ให้ด ำเนินกำรเลือกกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตำม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


มำตรำ ๓๐ (๒) ให้แล้วเสร็จภำยในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระรำชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

ในระหว่ำงด ำเนินกำรตำมวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจตำม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



พระรำชบัญญัติระเบียบข้ำรำชกำรต ำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ ปฏิบัติหน้ำที่ไปพลำงก่อน


ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


มำตรำ ๑๒๗ ในระหว่ำงที่ยังมิได้มีกำรตรำพระรำชกฤษฎีกำหรือออกกฎกระทรวง

ีบังคับ ข้อก ำหนด ประกำศ หรือยังมิได้มีมติเพื่อปฏิบัติตำมพระรำชบัญญัตินี้
กฎ ก.ตร. ระเบียบ ข้อ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ให้น ำพระรำชกฤษฎีกำ กฎกระทรวง กฎ ก.พ. ระเบียบ ข้อบังคับ ประกำศ มติ หรือกรณีที่ก ำหนดไว้แล้ว
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ซึ่งใช้อยู่เดิมมำใช้บังคับโดยอนุโลม ี ี

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มำตรำ ๑๒๘ กำรใดที่อยู่ระหว่ำงด ำเนินกำรหรือเคยด ำเนินกำรได้ตำมกฎหมำยว่ำด้วย




ระเบียบข้ำรำชกำรต ำรวจ กฎหมำยว่ำด้วยวินัยต ำรวจ กฎหมำยว่ำด้วยยศต ำรวจ และกฎหมำยว่ำด้วย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


เครื่องแบบต ำรวจ ที่ใช้อยู่ก่อนวันที่พระรำชบัญญัตินี้ใช้บังคับและมิได้บัญญัติไว้ในพระรำชบัญญัตินี้

จะด ำเนินกำรได้ประกำรใด ให้เป็นไปตำมที่ ก.ตร. ก ำหนด ซึ่งต้องไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมำย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ





ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ผู้รับสนองพระบรมรำชโองกำร
พันต ำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



นำยกรัฐมนตรี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



- ๔๐ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ



๕๑
บัญชีอัตรำเงินเดือนข้ำรำชกำรต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




๕๑ บัญชีอัตรำเงินเดือนข้ำรำชกำรต ำรวจ แก้เพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ (ฉบับที่ ๓)
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



พ.ศ. ๒๕๕๘


- ๔๑ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ



๕๒
บัญชีอัตรำเงินประจ ำต ำแหน่งข้ำรำชกำรต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




๑. ประเภทบริหำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ต ำแหน่ง

อัตรำ (บำท/เดือน)

บริหำรระดับสูง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



พล.ต.อ., พล.ต.ท. ๒๑,๐๐๐
พล.ต.ต. ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ๑๔,๕๐๐


พ.ต.อ. อัตรำเงินเดือน พ.ต.อ. (พิเศษ) ๑๐,๐๐๐


ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



บริหำรระดับกลำง
พ.ต.อ. ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ๕,๖๐๐



ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
๒. ประเภทวิชำชีพเฉพำะ (วช.) หรือผู้เชี่ยวชำญเฉพำะ (ชช.)



ต ำแหน่ง อัตรำ (บำท/เดือน)
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


วช. และ ชช.
๑๕,๖๐๐
พล.ต.อ., พล.ต.ท.
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



พล.ต.ต. ๑๓,๐๐๐
พ.ต.อ. อัตรำเงินเดือน พ.ต.อ. (พิเศษ) ี ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ๙,๙๐๐

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
วช.




พ.ต.อ. ๕,๖๐๐
พ.ต.ท. ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ๓,๕๐๐



ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



๓. ประเภทวิชำกำรในโรงเรียนต ำรวจ
ต ำแหน่ง
อัตรำ (บำท/เดือน)
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ศำสตรำจำรย์ ชั้นยศ พ.ต.อ. อัตรำเงินเดือน พ.ต.อ. (พิเศษ) ขึ้นไป ๑๓,๐๐๐



ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



รองศำสตรำจำรย์ ชั้นยศ พ.ต.อ. อัตรำเงินเดือน พ.ต. อ. (พิเศษ) ๙,๙๐๐
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


รองศำสตรำจำรย์ ชั้นยศ พ.ต.อ. และ พ.ต.ท. ๕,๖๐๐
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ





ผู้ช่วยศำสตรำจำรย์ ชั้นยศ พ.ต.อ. ๕,๖๐๐
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ผู้ช่วยศำสตรำจำรย์ ชั้นยศ พ.ต.ท. และ พ.ต.ต. ๓,๕๐๐
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ





ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




๕๒ บัญชอัตรำเงนประจ ำต ำแหน่งข้ำรำชกำรต ำรวจ เพิ่มโดยพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ


ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔


- ๔๒ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ



หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้พระรำชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่กฎหมำยเกี่ยวกับข้ำรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ต ำรวจซึ่งประกอบด้วยพระรำชบัญญัติระเบียบข้ำรำชกำรต ำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ พระรำชบัญญัติว่ำด้วย




วินัยต ำรวจ พุทธศักรำช ๒๔๗๗ พระรำชบัญญัติยศต ำรวจ พทธศักรำช ๒๔๘๐ และพระรำชบัญญัติ

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

เครื่องแบบต ำรวจ พุทธศักรำช ๒๔๗๗ (ฉบับที่ ๒) ได้ใช้บังคับมำเป็นเวลำนำนแล้ว ท ำให้มีบทบัญญัติ



หลำยประกำรไม่เหมำะสมแกกำรพัฒนำระบบงำนของต ำรวจในสภำพกำรณ์ปัจจุบัน ดังนั้น จึงสมควร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ปรับปรุงกฎหมำยดังกล่ำวโดยน ำมำบัญญัติรวมไว้เป็นกฎหมำยฉบับเดียวให้ครอบคลุมทุกเรื่องที่

เกี่ยวกับข้ำรำชกำรต ำรวจ โดยก ำหนดให้ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติแบ่งสวนรำชกำรเป็นส ำนักงำน

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติและกองบัญชำกำรเพื่อกระจำยอ ำนำจไปยังกองบัญชำกำรมำกขึ้น โดยให้

มีคณะกรรมกำรนโยบำยต ำรวจแห่งชำติ (ก.ต.ช.) ท ำหน้ำที่ในกำรก ำหนดนโยบำยกำรบริหำรรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ื่
ต ำรวจ เพอเป็นแนวทำงกำรบริหำรรำชกำรและกำรด ำเนินงำนของข้ำรำชกำรต ำรวจให้เป็นไปตำม

นโยบำยนั้น และก ำหนดให้กำรบริหำรงำน ีบุคคลเป็นอ ำนำจหน้ำที่ของคณะกรรมกำรข้ำรำชกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

ต ำรวจ (ก.ตร.) โดยเฉพำะ อนมีผลให้กำรจัดระบบไม่ว่ำจะเป็นในเรื่องกำรบริหำรรำชกำร กำรบริหำรงำน


ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
บุคคล กำรบังคับบัญชำ กำรแต่งตั้งและโยกย้ำยหรือกำรด ำเนินกำรทำงวินัยเกิดควำมเป็นธรรม




ควำมเหมำะสม และมีประสิทธิภำพยิ่งขึ้น นอกจำกนี้ ได้ก ำหนดให้มีต ำแหน่งข้ำรำชกำรต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ประเภทไม่มียศและก ำหนดต ำแหน่งพนักงำนสอบสวนแยกต่ำงหำกจำกต ำแหน่งข้ำรำชกำรต ำรวจที่มี


ื่
อยู่เดิม เพอเป็นกำรพฒนำงำนสอบสวนซึ่งถือเป็นกระบวนกำรยุติธรรมในเบื้องต้นที่ส ำคัญ ตลอดจน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



จัดให้มีกองทุน เพอสนับสนุนและพฒนำงำนเกี่ยวกับกำรสืบสวนและสอบสวนคดีอำญำ อนจะท ำให้

ื่


กำรด ำเนินกระบวนกำรยุติธรรมในส่วนซึ่งข้ำรำชกำรต ำรวจเป็นผู้รับผิดชอบมีศักยภำพยิ่งขึ้น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


จึงจ ำเป็นต้องตรำพระรำชบัญญัตินี้



ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ประกำศคณะปฏิรูปกำรปกครองในระบอบประชำธิปไ ตย อันมีพระมหำกษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
๕๓
ที่ ๑๗ เรื่อง มอบอ ำนำจบริหำรรำชกำรแผ่นดิน ี


ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
[ยกเลิกโดยประกำศคณะปฏิรูปกำรปกครองในระบอบประชำธิปไตย อนมีพระมหำกษัตริย์ทรงเป็น





ประมุข ฉบับที่ ๒๘ เรื่อง ยกเลิกประกำศคณะปฏิรูปกำรปกครองในระบอบประชำธิปไตย อนมี

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



พระมหำกษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ ๑๗ ลงวันที่ ๒๒ กันยำยน พทธศักรำช ๒๕๔๙ และฉบับที่
๑๘ ลงวันที่ ๒๒ กันยำยน พุทธศักรำช ๒๕๔๙]
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




ประกำศคณะปฏิรูปกำรปกครองในระบอบประชำธิปไตย อนมีพระมหำกษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับ

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


๕๔
ที่ ๑๘ เรื่อง กำรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมำยว่ำด้วยต ำรวจแห่งชำติ


ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



[ยกเลิกโดยประกำศคณะปฏิรูปกำรปกครองในระบอ บประชำธิปไตย อันมีพระมหำกษัตริย์ทรงเป็น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ประมุข ฉบับที่ ๒๘ เรื่อง ยกเลิกประกำศคณะปฏิรูปกำรปกครองในระบอบประชำธิปไตย อนมี





พระมหำกษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ ๑๗ ลงวันที่ ๒๒ กันยำยน พทธศักรำช ๒๕๔๙ และฉบับที่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
๑๘ ลงวันที่ ๒๒ กันยำยน พุทธศักรำช ๒๕๔๙]




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ี ี

๕๓ รำชกิจจำนุเบกษำ เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๙๘ ก/หน้ำ ๖/๒๔ กันยำยน ๒๕๔๙
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



๕๔
รำชกิจจำนุเบกษำ เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๙๘ ก/หน้ำ ๗/๒๔ กันยำยน ๒๕๔๙


- ๔๓ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ



ประกำศคณะปฏิรูปกำรปกครองในระบอบประชำธิปไตย อนมีพระมหำกษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับ

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ที่ ๒๘ เรื่อง ยกเลิกประกำศคณะปฏิรูปกำรปกครองในระบอบประชำธิปไตย อนมีพระมหำกษัตริย์





ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ ๑๗ ลงวันที่ ๒๒ กันยำยน พทธศักรำช ๒๕๔๙ และฉบับที่ ๑๘ ลงวันที่ ๒๒

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
๕๕
กันยำยน พุทธศักรำช ๒๕๔๙ ี ี

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



๕๖
พระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


มำตรำ ๖ ในระหว่ำงที่ยังมิได้ตรำพระรำชกฤษฎีกำตำมมำตรำ ๖๗ วรรคสำม


แห่งพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งแกไขเพมเติมโดยพระรำชบัญญัตินี้ ให้น ำพระรำช
ิ่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



กฤษฎีกำเกี่ยวกับเงินประจ ำต ำแหน่งที่ออกตำมพระรำชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจ ำต ำแหน่ง

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ชบัญญัตินี้
พ.ศ. ๒๕๓๘ มำใช้บังคับกับกำรได้รับเงินประจ ำต ำแหน่งของข้ำรำชกำรต ำรวจตำมพระรำ


โดยอนุโลม
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ





มำตรำ ๗ ให้นำยกรัฐมนตรีรักษำกำรตำมพระรำชบัญญัตินี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้พระรำชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ข้ำรำชกำรต ำรวจมีภำรกิจหลัก
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ในด้ำนกำรรักษำควำมสงบเรียบร้อย กำรป้องกันและปรำบปรำมกำรกระท ำควำมผิดทำงอำญำ


ื่
และกำรอำนวยควำมยุติธรรมแก่ประชำชน เพอให้สอดคล้องกับลักษณะงำนที่ต้องปฏิบัติ สมควรมี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


บัญชีอัตรำเงินเดือนและบัญชีอัตรำเงินประจ ำต ำแหน่งเป็นกำรเฉพำะ รวมทั้งปรับปรุงโครงสร้ำงระบบ

เงินเดือนของข้ำรำชก
ีำรต ำรวจบำงต ำแหน่งให้ได้รับเงินเดือนที่สูงขึ้น เพื่อให้เหมำะสมกับสภำพ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


เศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป จึงจ ำเป็นต้องตรำพระรำชบัญญัตินี้

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



๕๗
พระรำชกฤษฎีกำกำรปรับอัตรำเงินเดือนของข้ำรำชกำรต ำรวจ พ.ศ. ๒๕๕๔
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ





มำตรำ ๒ พระรำชกฤษฎีกำนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษำยน พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นต้นไป


ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้พระรำชกฤษฎีกำฉบับนี้ คือ โดยที่มำตรำ ๖๗ วรรคสี่ แห่ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ิ่
พระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไขเพมเติมโดยพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ


(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔ บัญญัติให้ในกรณีที่สมควรปรับอตรำเงินเดือนข้ำรำชกำรต ำรวจให้สอดคล้อง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


กับภำวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปถ้ำกำรปรับอตรำเงินเดือนดังกล่ำวเป็นกำรปรับเพมเป็นร้อยละ

ิ่

ีเกินร้อยละสิบของอัตรำที่ใช้บังคับอยู่ และเมื่อได้รับอนุมัติงบประมำณรำยจ่ำย
เท่ำกันทุกอตรำและไม่

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



จำกรัฐสภำเพอกำรนั้นแล้ว กำรปรับให้กระท ำโดยตรำเป็นพระรำชกฤษฎีกำ ประกอบกับบัญชีอตรำ
ื่

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
เงินเดือนข้ำรำชกำรต ำรวจในปัจจุบันไม่เหมำะสมกับภำวะเศรษฐกิจและค่ำครองชีพที่เพมสูงขึ้น
ิ่



ิ่

สมควรปรับอตรำเงินเดือนของข้ำรำชกำรต ำรวจให้เหมำะสมยิ่งขึ้น โดยปรับเพมในอตรำร้อยละห้ำ

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
เท่ำกันทุกอัตรำ จึงจ ำเป็นต้องตรำพระรำชกฤษฎีกำนี้





ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


๕๕
รำชกิจจำนุเบกษำ เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๑๐๕ ก/หน้ำ ๑๓/๓ ตุลำคม ๒๕๔๙

๕๖ รำชกิจจำนุเบกษำ เล่ม ๑๒๘/ตอนที่ ๑๗ ก/หน้ำ ๑/๒๑ มีนำคม ๒๕๕๔
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



๕๗
รำชกิจจำนุเบกษำ เล่ม ๑๒๘/ตอนที่ ๓๑ ก/หน้ำ ๑/๔ พฤษภำคม ๒๕๕๔


- ๔๔ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ประกำศคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง กำรแก้ไขเพมเติมกฎหมำยว่ำด้วย
ิ่



๕๘
ต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




ข้อ ๗ ให้ ก.ต.ช. และ ก.ตร. ซึ่งด ำรงต ำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่ประกำศนี้ใช้บังคับ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



พ้นจำกต ำแหน่ง

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ข้อ ๘ ในระหว่ำงที่ยังไม่มีกรรมกำรผู้ทรงคุณวุฒิตำมมำตรำ ๑๗ (๔) ให้ ก.ต.ช.

ประกอบด้วย นำยกรัฐมนตรีเป็นประธำนกรรมกำร รองนำยกรัฐมนตรีซึ่งนำยกรัฐมนตรีมอบหมำย
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



เป็นรองประธำนกรรมกำร ปลัดกระทรวงกลำโห ม ปลัดกระทรวงมหำดไทย ปลัดกระทรวง

อตสำหกรรม และผู้อำนวยกำรส ำนักงบปร ีะมำณ เป็นกรรมกำรโดยต ำแหน่ง และให้ผู้บัญชำกำร

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

ต ำรวจแห่งชำติเป็นกรรมกำรและเลขำนุกำร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ





ข้อ ๙ ในระหว่ำงที่ยังไม่มีกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตำมมำตรำ ๓๐ (๔)
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ให้ ก.ตร. ประกอบด้วย นำยกรัฐมนตรีเป็นประธำนกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจ ผู้บัญชำกำรต ำรวจ

แห่งชำติเป็นรองประธำนกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจ เลขำธิกำร ก.พ. จเรต ำรวจแห่งชำติ และรอง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติ เป็นกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจโดยต ำแหน่ง


ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ข้อ ๑๐ กำรใดอยู่ในระหว่ำงกำรด ำเนินกำรตำมพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ


พ.ศ. ๒๕๔๗ ก่อนวันที่ประกำศนี้ใช้บังคับ แต่กำรด ำเนินกำรยังไมแล้วเสร็จ ให้ ก.ต.ช. ตำมข้อ ๑ หรือ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ก.ตร. ตำมข้อ ๓ แล้วแต่กรณี พิจำรณำด ำเนินกำรตำมสมควร

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ประกำศคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ฉบับที่ ๑๑๑/๒๕๕๗ เรื่อง กำรแก้ไขเพมเติมกฎหมำยว่ำด้วย
ิ่
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ต ำรวจแห่งชำติ
๕๙




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ประกำศคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ฉบับที่ ๑๑๔/๒๕๕๗ เรื่อง กำรแก้ไขเพมเติมกฎหมำยว่ำด้วย
ิ่
๖๐
ต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




๖๑
พระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘ ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ีำ ๒ พระรำชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวำคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เป็นต้นไป
มำตร
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มำตรำ ๗ ในวำระเริ่มแรก ให้ปรับเงินเดือนของข้ำรำชกำรต ำรวจที่ได้รับอยู่เดิมเข้ำ


สู่อัตรำเงินเดือนในบัญชีท้ำยพระรำชบัญญัตินี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ





๕๘ รำชกิจจำนุเบกษำ เล่ม ๑๓๑/ตอนพิเศษ ๑๓๔ ง/หน้ำ ๒๐/๒๑ กรกฎำคม ๒๕๕๗
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


๕๙
รำชกิจจำนุเบกษำ เล่ม ๑๓๑/ตอนพิเศษ ๑๔๓ ง/หน้ำ ๒๔/๓๐ กรกฎำคม ๒๕๕๗

๖๐ รำชกิจจำนุเบกษำ เล่ม ๑๓๑/ตอนพิเศษ ๑๔๓ ง/หน้ำ ๒๘/๓๐ กรกฎำคม ๒๕๕๗
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



๖๑
รำชกิจจำนุเบกษำ เล่ม ๑๓๒/ตอนที่ ๔๓ ก/หน้ำ ๑๐/๒๑ พฤษภำคม ๒๕๕๘


- ๔๕ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ



ให้ข้ำรำชกำรต ำรวจระดับ พ.๑ ระดับ พ.๒ ระดับ ป.๑ ระดับ ป.๒ ระดับ ป.๓
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ

ระดับ ส.๑ ระดับ ส.๒ และระดับ ส.๓ ได้รับเงินเดือนในอตรำที่สูงกว่ำอตรำที่ได้รับอยู่เดิมตำมบัญชี




อัตรำเงินเดือนท้ำยพระรำชบัญญัตินี้อีกหนึ่งขั้น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




มำตรำ ๘ ให้นำยกรัฐมนตรีรักษำกำรตำมพระรำชบัญญัตินี้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ





หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้พระรำชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นกำรสมควรปรับอตรำ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


เงินเดือนของข้ำรำชกำรต ำรวจให้เหมำะสม เป็นธรรม และได้มำตรฐำน โดยค ำนึงถึงค่ำครองชีพที่

เปลี่ยนแปลงไป ค่ำตอบแทนในภำคเอกชน ฐำนะกำรคลังของประเทศ ควำมแตกต่ำงระหว่ำงรำยได้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




ื่
ของข้ำรำชกำรต่ำงประเภทกันและปัจจัยอนที่จ ำเป็น สมควรปรับบัญชีอตรำเงินเดือนข้ำรำชกำร

ต ำรวจให้เหมำะสมยิ่งขึ้น จึงจ ำเป็นต้องตรำพระรำชบัญญัตินี้ ี
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ที่ ๔๔/๒๕๕๘ เรื่อง กำรแก้ไขปัญหำกำรบริหำรงำนบุคคล



๖๒
ของข้ำรำชกำรต ำรวจ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




ื่
ข้อ ๕ ให้ ก.ตร. ด ำเนินกำรออกกฎ ก.ตร. เพอปฏิบัติตำมค ำสั่งนี้ ให้แล้วเสร็จ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



ภำยในสำมสิบวันนับแต่วันที่ค ำสั่งนี้ใช้บังคับ

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ข้อ ๖ ในระหว่ำงที่ยังมิได้มีกำรออกกฎ ก.ตร. ตำมข้อ ๕ ให้น ำกฎ ก.ตร. ประกำศ

ี่
ี่
มติ หรือกรณีทก ำหนดไว้แล้วในส่วนที่เกยวข้องซึ่งใช้อยู่เดิมมำใช้บังคับโดยอนุโลมเท่ำที่ไม่ขัดหรือแย้ง
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



กับบทบัญญัติแห่งพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยค ำสั่งนี้ จนกว่ำจะ

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
มี กฎ ก.ตร. ตำมข้อ ๕ ขึ้นใช้บังคับ ี ี

ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ข้อ ๗ ค ำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกำศในรำชกิจจำนุเบกษำเป็นต้นไป




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ที่ ๗/๒๕๕๙ เรื่อง กำรก ำหนดต ำแหน่งของข้ำรำชกำร
๖๓
ต ำรวจซึ่งมีอ ำนำจหน้ำที่ในกำรสอบสวน
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




ข้อ ๙ ต ำแหน่งพนักงำนสอบสวนตำมมำตรำ ๔๔ (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) หรือ (๑๑)
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ในส่วนรำชกำรใดของส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ ที่ได้รับกำรก ำหนดไว้ตำมพระรำชบัญญัติต ำรวจ

ีให้เป็นต ำแหน่งตำมมำตรำ ๔๔ (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) หรือ (๑๑) แล้วแต่กรณี
แห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๔๗
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ


ในส่วนรำชกำรนั้นของส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
ผู้ใดด ำรงต ำแหน่งพนักงำนสอบสวนตำมมำตรำ ๔๔ (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) หรือ



(๑๑) แห่งพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๔๗ อยู่ในวันก่อนวันที่ค ำสั่งนี้ใช้บังคับ ให้ถือว่ำผู้นั้น
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ
เป็นผู้ด ำรงต ำแหน่งตำมมำตรำ ๔๔ (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) หรือ (๑๑) แล้วแต่กรณี และให้ผู้ด ำรง




ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ




๖๒ รำชกิจจำนุเบกษำ เล่ม ๑๓๒/ตอนพิเศษ ๓๒๒ ง/หน้ำ ๓๑/๔ ธันวำคม ๒๕๕๘
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกำ



๖๓
รำชกิจจำนุเบกษำ เล่ม ๑๓๓/ตอนพิเศษ ๓๖ ง/หน้ำ ๗/๕ กุมภำพันธ์ ๒๕๕๙


Click to View FlipBook Version