Welcome to
lessons
์
ุ
้
ผ้สราง นักเรียนสาขาคอมพิวเตอรธรกิจ
ู
ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปที่ 3 ห้อง 2
ี
อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (Hardware)
ึ
หมายถงโครงสร้างของเครื่องคอมพวเตอร์ที่สามารถมองเห็น
ิ
และจบต้องไดเช่น คยบอร์ด เมาส์ จอคอมพวเตอร์ และตัวเครื่อง
ั
์
ิ
้
ี
นอกจากนี้ยังประกอบดวยอปกรณ์ต่อพวงต่าง ๆ ที่ช่วยเสริมให ้
่
้
ุ
้
ิ
คอมพวเตอร์ทํางานไดกว้าง และมีประสิทธภาพมากย่งข้น เช่น
ิ
ึ
ิ
เครื่องสแกนเนอร์ เครื่องดิจิ ต ส์เซอร์ ชุดมัลติมีเดย อปกรณ์
ไ
ี
ุ
้
สื่อสารอ่น ๆ ดังนัน ส่วนประกอบของเครื่องคอมพวเตอร์ แบ่ง
ื
ิ
ตามหน้าที่การทํางานของเครื่องไดดงนี้
้
ั
้
้
1) หน่วยรับขอมูล (Input unit) เป็นอปกรณ์รับเขาทํา
ุ
้
ิ
ุ
หน้าที่รับโปรแกรมและขอมูล เขาสูเครื่องคอมพวเตอร์ อปกรณ์
้
่
ิ
ั
ื
้
์
รับเขาที่ใช้กนเป็นส่วนใหญ่ คอ แป้นพมพ และเมาส์ นอกจากนี้ยัง
้
้
่
ื
มีอปกรณ์รับเขาอ่น ๆ อก ไดแก สแกนเนอร์ วีดโอคาเมรา
ี
ี
ุ
ไมโครโฟน ทัชสกรีน แทร็คบอล ดิจิตเซอร์ เทเบิ้ล แอนด์ ครอส
แชร์
2) หน่วยประมวลผลกลาง (Processor) เป็นชปเซตที่ทํา
ิ
หน้าที่ในการประมวลผลภายใน ซึ่งประกอบดวยส่วนควบคม
ุ
้
(Control Unit : CU) ทําหน้าที่ควบคมการทํางานส่วนต่าง ๆ ของ
ุ
ระบบโดยส่งสัญญาณควบคุมผ่านระบบบัส (Bus) ส่วนคํานวณ
และเปรียบเทียบ (Arithmetic and Logic Unit : ALU) มีหน้าที่
หลักคือ การคํานวณและเปรียบเทียบข้อมูลด้วยหลักการทาง
คณิตศาสตร์และตรรกศาสตร์ เช่น การบวก ลบ คณ หาร และ
ู
การตรวจสอบเง่อนไข เกบขอมูลที่ไดจากการประมวลไว้ในส่วนที่
ื
้
็
้
เรียกว่า Register
3) หน่วยความจาหลัก (Main Memory) เราสามารถสั่งให้
ํ
คอมพิวเตอร์ทํางานได้โดยอัตโนมัติโดยอาศัยชดคาสังที่ป้อนส ู ่
่
ํ
ุ
ระบบคอมพิวเตอร์จะเก็บคําสั่งเหล่านั้นไว้ในหน่วยความจาหลัก
ํ
ื
เพ่อทํางานตามชุดคําสั่ง
อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (Hardware)
4) หน่วยบันทึกข้อมูล (Data Entry Unit) เป็นสื่อในการ
เก็บข้อมูล และสามารถนําขอมูลกลับประมวลผลใหม่ และบันทึก
้
้
้
้
ู
่
็
ู
้
ํ
้
้
ขอมูลซาไดหลายครัง ขอมูลที่ถกประมวลผลแลวเกบอยใน
้
ึ
่
้
ํ
้
หน่วยความจาหลัก ถาปิดเครื่องขอมูลเหลานันจะหายไป จงควรมี
้
การบันทึกขอมูลลงฮาร์ดดสก อปกรณ์ส่วนนี้ทําหน้าที่เป็นทัง
์
ิ
้
ุ
้
้
หน่วยรับขอมูลและหน่วยแสดงผลขอมูล (Input/output
Device)
1. มอนิเตอร์
(Monitor)
✗ 1.1 จอ CRT (Cathode Ray Tube Monitor)
คอ จอภาพที่รับสัญญาณภาพแบบ Analog (อนาล็อก)
ื
พัฒนามาจากหลอดภาพโทรทัศน์ด้วยการใช้หลอดภาพในการ
แสดงผลเช่นเดียวกัน จอซีอาร์ทีจะทํางานโดยอาศัยหลอดภาพที่
ํ
สร้างภาพโดยการยิงลาแสงอเลกตรอนไปยังที่ผวหน้าจอ ซึ่งมี
็
ิ
ิ
่
ิ
็
ิ
สารประกอบของฟอสฟอรัสฉาบอยูที่ผว เมื่อถูกแสงอเลกตรอนมา
กระทบสารเหลานี้จะเกิดการเรืองแสงขึ้นมาทําให้เกิดเป็นภาพ
่
่
นันเอง ในปัจจุบันนี้ได้มีการพัฒนาให้มีความแบนราบมากขึ้นซึ่ง
จอแบบนี้จะเรียกกันว่า FD Trinitron (Flat Display Trinitron)
ี
ซึ่งมีมากมายในปัจจุบันและจะเข้ามาแทนที่แบบเดิม ๆ อกทังราคา
้
ยังถูกลงเป็นอย่างมากด้วย
✗ 1.2 จอแอลซีดี (LCD : Liquid Crystal Display)
จอแอลซีดี หรือเรียกว่า “จอภาพผลึกเหลว” (ถ้าหากลอง
ุ
่
ู
้
เอานิ้วไปกดจอด จะเหมือนกับมีนํ้ าอยขางใน) เป็นอปกรณ์
ู
จอภาพแบบแบน บาง สร้างข้นจากพกเซลส หรือพกเซลโมโน
ึ
ิ
ิ
ี
ํ
่
ู
ํ
่
้
โครมจานวนมาก ที่เรียงอยดานหน้าของแหลงกาเนิดแสง หรือตัว
ุ
้
ึ
สะท้อนแสง นับเป็นจอภาพที่ไดรับความนิยมมากข้นในปัจจบัน
ึ
้
เพราะใช้กาลังไฟฟ้าน้อยมาก ดวยเหตุนี้ จงเหมาะสําหรับการใช้
ํ
งานที่มีแหลงจายไฟเป็นแบตเตอรี่ โดยจอชนิดนี้ถอกาเนิดข้น
ึ
ํ
ื
่
่
ู
ในปี ค.ศ 1963 โดยถกนํามาใช้ครังแรกกับกลมเครื่องคดเลข
้
ิ
ุ
่
ุ
ํ
และนาฬิกาในรูปแบบขาวดา โดยปัจจบันเป็นจอแสดงผลแบบ
ู
่
ิ
ิ
ดจทัล โดยภาพที่ปรากฏข้นเกดจากแสงที่ถกปลอยออกมาจาก
ึ
ิ
ปลอดไฟด้านหลังขอจอภาพ (Black Light) ผ่านชั้นกรองแสง
(Polarized filter) แลววิ่งไปยังคริสตัลเหลวที่เรียงตัวด้วยกัน 3
้
เซลลคอ แสงสีแดง แสงสีเขยวและแสงสีนํ้าเงน กลายเป็นพกเซล
ิ
ี
์
ื
ิ
็
ึ
ิ
(Pixel) ที่สว่างสดใสเกดข้น มีลักษณะแบนราบและมีขนาดเลก
และบาง หากจอภาพแบบแอคทีฟแมทริกซ์สามารถพัฒนาให้มี
ขนาดใหญ่กว่า 15 นิ้วได ้
✗ 2. เคส (Case)
กลองหรือโครงสร้างสําหรับเกบส่วนประกอบของอปกรณ์
่
็
ุ
ิ
ต่าง ๆ ของคอมพวเตอร์ไว้ภายในนัน ซึ่งขนาดของเคสกจะ
้
็
แตกต่างกันออกไป แล้วแต่การใช้งานหรือความเหมาะสมในการ
ุ
็
ใช้งานของแต่ละคนรวมทังสถานที่เกบอปกรณ์เหลานันด้วยว่ามี
้
้
่
็
ขนาดพ้นที่มากน้อยเพยงใด และในตัวเคสกจะมีในส่วนของพาว
ื
ี
เวอร์ซัพพลายติดมาด้วย
✗ 3. พาวเวอร์ซัพพลาย (Power Supply)
แหล่งจ่ายไฟสําหรับคอมพิวเตอร์ หรือ พาวเวอร์ซัพพลาย
ุ
่
เป็นอปกรณ์ที่มีความสําคัญอยางมากต่ออปกรณ์เกอบทุกตัวใน
ุ
ื
ู
ิ
้
ี
่
ระบบคอมพวเตอร์ มีรูปร่างเป็นกลองสี่เหล่ยมติดตังอยภายใน
่
ุ
้
่
ตัวเคส ทําหน้าคอยจายไฟใหกับชิ้นส่วนและอปกรณ์ต่าง ๆ
ี
ี
่
้
ทังหมดภายในเครื่อง มีรูปร่างเป็นกลองส่เหล่ยมตดตังอยภายใน
ิ
้
่
ู
้
ี
ตัวเคส (สามารถถอดเปล่ยนได) ทําหน้าที่แปลงแรงดันไฟฟ้า
กระแสสลับ (AC) ตามบ้านจาก 220 โวลต์ให้เหลือเพียงแรงดัน
ไฟฟ้ากระแสตรง (DC) 3 ชุดคือ 3.3 และ 5 โวลต์ เพ่อจายไฟ
ื
่
่
้
ื
้
ุ
ใหกับวงจรชิ้นส่วนอปกรณ์ต่าง ๆ และ 12 โวลต์ เพ่อจายไฟใหกับ
ิ
์
มอเตอร์ของอปกรณ์ดสกไดรฟ์ต่าง ๆ รวมถึงพัดลมระบายอากาศ
ุ
้
้
่
่
ดวย การทํางานเป็นการต่อตรงกับแหลงจายไฟ ทําใหเกดปัญหา
ิ
ิ
ุ
กับอปกรณ์บางตัว เช่น ฮาร์ดดสก หรือ ซีพย ที่ต้องอาศัยไฟใน
ู
ี
์
ชัวขณะหนึ่ง
่
✗ 4. คีย์บอร์ด (Keyboard)
เป็นอปกรณ์ในการรับขอมูลที่สําคัญที่สุด มีลักษณะ
ุ
้
์
ิ
้
ิ
ี
์
คลายแป้นพมพของเครื่องพมพดด มีจานวนแป้น 84 - 105
ํ
ู
่
่
ุ
แป้นข้น อยกับแป้นที่เป็นกลมตัวเลข (Numeric keypad) กลุ่ม
ึ
ิ
์
ฟังกชัน (Function keys) กลมแป้นพเศษ (Special-purpose
ุ
่
ุ
่
ุ
่
keys) กลมแป้นตัวอักษร (Typewriter keys) หรือกลมแป้น
ิ
ื
ควบคมอ่น ๆ (Control keys) ซึ่งการสังงานคอมพวเตอร์และ
่
ุ
ํ
ิ
์
่
การทํางานหลาย ๆ อยางจาเป็นต้องใช้แป้นพมพเป็นหลัก
้
ื
ประกอบดวยปุ่มตัวอักษร ตัวเลข และสัญลักษณ์ต่าง ๆ เพ่อให ้
ิ
คณสามารถใส่ขอมูลเขาสูคอมพวเตอร์ ประกอบดวยปุ่ม
้
ุ
้
้
่
ุ
ื
ตัวอักษร ตัวเลข และสัญลักษณ์ต่าง ๆ เพ่อใหคณสามารถใส่
้
ิ
้
่
ขอมูลเขาสู แต่ไดเพ่มปุ่มควบคมเฉพาะสําหรับคอมพวเตอร์
้
ุ
ิ
้
็
่
โดยปกติจะมี 101 ปุ่ม ซึ่งบางรุนอาจจะมีน้อยหรือมากกว่ากได ้
✗ 5. เมาส์ (Mouse)
ุ
ุ
ิ
เป็นอปกรณ์ที่ใช้ในการควบคมตัวชี้บนจอคอมพวเตอร์
ิ
(pointing device) เป็นอปกรณ์สําคัญในการใช้งานคอมพวเตอร์
ุ
ึ
ุ
ี
้
ู
ช้นหนึ่ง ซ่งปัจจบันถกออกแบบมาใหมีรูปร่าง ลักษณะ สสัน ตาง
ิ
่
่
้
้
ื
กัน บางรุนมีไฟประดับใหสวยงาม เพ่อใหเหมาะสมกับการใช้งาน
ในแต่ละประเภทและความชื่นชอบของผใช้ เช่น มีขนาดเลก มี
ู
็
้
ส่วนโค้งและส่วนเว้าเข้ากับอุ้งมือของผู้ใช้ มีรูปร่างสีสันแปลกตา
่
้
่
่
ไปจากรุนทัวไปหรือเป็นรูปตัวการ์ตูน และลาสุดไดมีการพัฒนา
ึ
เมาส์อากาศ (Air Mouse) ซึ่งสามารถใช้งานเมาส์โดยถอข้นมา
ื
็
เอยงไปมาในอากาศโดยไม่จาเป็นต้องใช้แผนรองกสามารถ
ี
่
ํ
ุ
ควบคมตัวชี้ไดเช่นกน
ั
้
✗ 6. เมนบอร์ด (Main board)
ู
้
เมนบอร์ดนันมีชื่อเรียกอยหลายชื่อดวยกัน อาทิ มาเธอร์
้
่
บอร์ด (motherboard), ซิสเต็มบอร์ด (system board) , ลอจิก
บอร์ด (logic board) หรือในบางประเทศก็เรียกว่า โมโบ (mobo)
ซึ่งเป็นคายอจาก motherboard
่
ํ
เมนบอร์ด คอแผงวงจรอเลกทรอนิกส์ที่มีส่วนสําคัญมาก
็
ิ
ื
่
้
ุ
ิ
ของคอมพวเตอร์ เป็นแผงวงจรหลักที่คอยสังการใหอปกรณ์ต่าง
ํ
ๆ ที่มีการเชื่อมต่อทํางานตามคาสัง มีหน้าที่คอยควบคมและ
่
ุ
จัดการใหกับอปกรณ์ต่าง ๆ ทํางานเชื่อมโยงกัน โดยเมนบอร์ดจะ
ุ
้
ี
ํ
่
ู
ั
ุ
้
รับส่งขอมูลต่าง ๆ จากตัวอปกรณ์ต่าง ๆ ไปยงซีพย และรับคาสังที่
ไดรับการประมวลผลจากซีพย นําไปส่งใหอปกรณ์นัน ๆ เพ่อให ้
้
ุ
ื
ู
ี
้
้
การทํางานต่าง ๆ ไม่ติดขัด
✗ 7. ซีพียู (CPU)
ี
์
ิ
ี
ู
ื
ซพยคอหน่วยประมวลผลกลางของคอมพวเตอรเปรยบเหมือน
ี
ํ
สมองที่คอยทําหน้าที่ในการตัดสินใจหรอคานวณข้อมูลคาสังที่ได้รับมา
ํ
่
ื
ี
ี
เป็นหัวใจหลักในการประมวลผลซพยนันยอมาจาก Central
่
ู
้
Processing Unit ทําหน้าที่ประมวลผลข้อมูลเชงตรรกะ โดยมีกระบวน
ิ
การพ้นฐานคอ 1.อ่านชุดคําสั่ง 2.ตีความชุดคําสั่ง 3.ประมวลผล
ื
ื
่
ํ
ชุดคําสั่ง 4.อานข้อมูลจากหน่วยความจา 5.เขียนข้อมูล/ส่งผลการ
ู
ู
ี
ี
ู
ู
่
ประมวล ปัจจบันซพยอยในรปแบบของ Socket มีรปลักษณะเป็นแผ่น
ุ
ี
ี
ี
สี่เหล่ยมจัตุรัสทําด้วยเซรามิก ด้านบนกรอบของซพยจะบอกราย
ู
้
ู
ี
ละเอียดสเปคของซพยตัวนัน ๆ เมื่อประกอบกับเมนบอรดจะดูเหมือน
์
ี
่
ู
ี
ุ
อยในตลับและต้องถูกครอบทับอกทีด้วยพัดลมหรอชดนํ้าระบายความ
ื
ร้อน
ี
์
ี
้
ิ
ู
หลักการทํางานของซพยนันเร่มจากซอฟต์แวรต่าง ๆ ในระบบ
่
ํ
ส่งชดคาสังที่ต้องการประมวลผลมายังหน่วยความจาหลัก (RAM)
ุ
ํ
่
จากนันแรมจะทําการจัดเรยงคาสังตาง ๆ ตามควที่เข้ามา จากนันซพย ู
ิ
่
ํ
้
ี
ี
ี
้
ํ
่
่
้
จะอานควของชดคาสังเหลานันเพ่อประมวลผลตามลาดับกอนหลัง เมื่อ
ิ
่
ื
ํ
่
ุ
ื
็
้
ํ
็
้
คานวณผลเสรจแลวกจะผลลัพธ์นันกลับมายังแรมเพ่อส่งต่อไปยัง
่
โปรแกรมเจาของชดคาสังนัน ๆ เพ่อแสดงผลต่อไป อกทังยังสามารถ
้
้
ื
ุ
ี
้
ํ
ั
็
่
์
ุ
ั
ส่งข้อมูลไปยงอปกรณ์จดเกบข้อมูล เชน ฮารดดิกส์ได้อีกด้วย
✗ 8. การ์ดแสดงผล (Display Card)
ู
็
้
ี
การ์ดแสดงผลใช้สําหรับเกบขอมูลที่ไดรับมาจากซีพย
้
ึ
่
่
โดยที่การ์ดบางรุนสามารถประมวลผลไดในตัวการ์ด ซ่งจะชวย
้
แบ่งเบาภาระการประมวลผลให้ซีพียู จึงทําให้การทํางานของ
ิ
้
้
้
คอมพวเตอร์นันเร็วข้ ึนดวย ซึ่งตัวการ์ดแสดงผลนันจะมี
้
ํ
หน่วยความจาในตัวของมันเอง ถาตัวการ์ดมีหน่วยความจามาก ก ็
ํ
้
ึ
้
้
ี
จะรับขอมูลจากซีพยไดมากข้น ซึ่งจะช่วยใหการแสดงผลบน
ู
จอภาพมีความเร็วสูงข้นดวย ทําหน้าที่ในการนําขอมูลที่ไดจาก
้
ึ
้
้
การประมวลผลของซีพียูมาแสดงบนจอภาพ ทําให้ผู้ใช้สามารถ
้
่
ควบคมการทํางานไดอยางมีประสิทธภาพ โดยจอภาพจะเป็นส่วน
ุ
ิ
ที่รับขอมูลจากการ์ดแสดงผลอกทีหนึ่ง การ์ดกราฟฟิกที่ไดรับ
้
้
ี
ความนิยมและใช้กันแพร่หลายในอยปัจจบัน เป็นการ์ดกราฟฟิก
่
ู
ุ
ที่มี GPU เป็นตัวประมวลผล
✗ 9. หน่วยความจา
ํ
✗ หน่วยความจาหลัก (Main Memory)
ํ
เป็นหน่วยความจาพ้นฐานที่มีในคอมพวเตอร์ทุกเครื่อง
ิ
ํ
ื
็
้
เป็นหัวใจของการทํางานในรูปแบบอัตโนมัติ มีหน้าที่เกบขอมูล
้
ื
้
ต่าง ๆ ที่ป้อนเขามาเพ่อใหหน่วยประมวลผลนําไปใช้ และเกบ
็
ขอมูลที่เก่ยวกับคณสมบัตและระบบการทํางานของเครื่อง
้
ุ
ิ
ี
ิ
คอมพวเตอร์ เมื่อปิดเครื่องคอมพวเตอร์ขอมูลในหน่วย ความจา
ิ
ํ
้
นี้จะหายไปดวย หน่วยความจาหลักที่ใช้ในระบบคอมพวเตอร์
ํ
ิ
้
ึ
ํ
ุ
ปัจจบัน เป็นชนิดที่ทํามาจากสารก่งตัวนํา หน่วยความจาชนิดนี้มี
็
้
้
็
ู
้
ขนาดเลก ราคาถก แต่เกบขอมูลไดมากและสามารถใหหน่วย
้
ประมวลผลกลางนําขอมูลมาเกบและเรียกคนไดอยางรวดเร็ว
้
็
้
่
ี
ุ
ํ
หน่วยความจาหลักเป็นอปกรณ์ที่ทํามาจากไอซีเช่นเดยว
ํ
้
กัน วงจรหน่วยความจาจะเกบขอมูลในรูปตัวเลขฐานสอง ซึ่งกคอ
ื
็
็
็
้
่
ุ
็
สัญญาณทางไฟฟ้า การเกบขอมูลจะเกบรวมกันเป็นกลม เช่น 8
็
ํ
บิต รวมกันเป็น 1 ไบต์ หน่วยความจาจะมีที่เกบไดเป็นจานวน
้
ํ
ํ
ิ
มาก เช่น ในเครื่องคอมพวเตอร์มีหน่วย ความจาหลัก 8 เมกะ
ไบต์ หมายถึงสามารถเก็บข้อมูลหรือคําสั่งได้ 8 x 1024 x 1024
ไบต์ นั่นเอง (ประมาณ 2000 หน้ากระดาษ)
้
หน่วยของขอมูลที่จัดเกบในหน่วยความจาเรียกว่าไบต์
ํ
็
(byte) 1 ไบต์จะประกอบไปด้วย 8 บิต นอกจากนี้ยังมีหน่วยเป็น
่
กิโลไบต์ (kilobyte หรือ KB ) ซึ่งมีคาเท่ากับ 1,024 ไบต์ , เมกะ
่
ไบต์ (megabyte หรือ MB) มีคาโดยประมาณหนึ่งลานไบต์ หรือ
้
1,024 KB , กิกะไบต์ ( gigabyte หรือ GB ) มีคาประมาณหนึ่ง
่
ิ
้
้
พันลานไบต์หรือหนึ่งลานกโลไบต์และเทราไบต์ ( terabyte
้
้
่
หรือ TB ) มีคาประมาณหนึ่งลานลานไบต์
✗ หน่วยความจาหลักในระบบคอมพิวเตอร ์
ํ
่
ํ
1. หน่วยความจาหลักแบบอานไดอยางเดยวหรือรอม
ี
่
้
(Read Only Memory : Rom) เป็นหน่วยความจาที่บริษัท
ํ
้
ิ
้
ํ
ุ
้
ู
ิ
ผผลตไมโคร คอมพวเตอร์ไดบรรจชิปหน่วยความจาแบบติดตัง
ถาวรหรือไบออส (Basic Input Output System : BIOS) ไว้บน
แผงวงจรหลักเรียบร้อยแลว โดยขอมูลที่บรรจในหน่วยความจา
ุ
้
ํ
้
้
ู
แบบนี้จะยังคงอยแม้ปิดเครื่องไปแลว และเมื่อเปิดเครื่องใหม่
่
้
่
หน่วยประมวลผลกลาง จะอานโปรแกรมหรือขอมูลในหน่วย
้
ํ
ความจารอมมาใช้ประมวลผลไดเท่านัน แต่ไม่สามารถนําขอมูล
้
้
ี
ื
อ่นมาเขยนลงในรอมได ้
ํ
้
้
.
2 หน่วยความจาหลักแบบแกไขไดหรือแรม (Random
ํ
็
Access Memory : RAM) เป็นหน่วยความจาที่ใช้สําหรับเกบ
ขอมูลและคาสัง มีหน้าที่ในการเกบชุดคาสังและขอมูลในขณะที่
ํ
ํ
้
้
่
่
็
ระบบคอมพิวเตอร์กําลังทํางานอยู่ ทั้งในแบบของ Input และ
้
Output โดยการเข้าถึงข้อมูลของแรมนันจะเป็นการเข้าถึงแบบ
ึ
ึ
ี
ู
้
สุ่ม (Random Access) ซึ่งหมายถงซีพยสามารถเขาถงทุก ๆ ส่วน
้
ํ
ิ
ของหน่วยความจาหรือพ้นที่เกบขอมูลไดโดยตรง เพ่อเพ่ม
ื
้
็
ื
่
้
่
ความเร็วในกระบวนการเขยนและอานขอมูลอยางต่อเนื่อง นัน
ี
่
ํ
ี
ึ
ู
้
เป็นเพราะว่าแรมเป็นหน่วยความจาหลัก ที่ซีพยสามารถเขาถง
หน่วยความจานันไดในทันที โดยที่ไม่จาเป็นตองผานฮาร์ดไดรฟ์
ํ
ํ
้
้
้
่
็
ที่มีความจขนาดใหญ่เพ่อคนหาสิ่งที่ต้องการ ซึ่งกหมายความว่า
ุ
้
ื
่
้
ิ
ุ
คอมพวเตอร์ของคณสามารถที่จะสลับระหว่างงานต่าง ๆ ไดอยาง
ุ
็
ึ
้
ราบรื่นแบบไร้รอยต่อ โดยที่คณเองกจะไม่ทันไดสังเกตถงความ
ล่าช้าใด ๆ
หน่วยความจารองในคอมพิวเตอร ์
ํ
ํ
หน่วยความจารอง เป็นหน่วยความจาที่ใช้เกบขอมูลและ
ํ
็
้
โปรแกรมที่ต้องการใช้งานในคราวต่อไปได ซึ่งสามารถบรรจ ุ
้
็
้
ํ
้
ขอมูลและโปรแกรมไดเป็นจานวนมาก เป็นหน่วยเกบขอมูล
้
ํ
ู
้
ถาวรที่ผใช้สามารถยายขอมูลและคาสังที่อยในหน่วยความจา
่
่
้
้
ู
ํ
็
้
ิ
้
่
ํ
แรม ขณะที่เครื่องคอมพวเตอร์ทํางานมาจัดเกบไว้ไดดวยคาสัง
บันทึกของโปรแกรมประยุกต์ ทําให้ผู้ใช้สามารถเรียกข้อมูล
ุ
และคาสังมาใช้ในภายหลัง ซึ่งหน่วยความจารองมีความจขอมูล
ํ
้
่
ํ
้
ึ
ู
ํ
มากกว่าหน่วยความจาหลักและมีราคาถกกว่า แต่เขาถงขอมูล
้
ํ
ไดช้ากว่าหน่วยความจาแรม
้
ํ
ั
ุ
ุ
อปกรณ์หน่วยความจารองที่นิยมใช้ในปัจจบน
มีดงนี้
ั
ุ
้
็
1. ฮาร์ดดิสก์ (Hard disk) เป็นอปกรณ์ที่เกบขอมูลไดมาก
้
้
่
ํ
สามารถเกบไดอยางถาวร โดยไม่จาเป็นต้องมีไฟฟ้ามาหลอ
่
็
เล้ยงตลอดเวลา เมื่อปิดเครื่องขอมูลกจะไม่สูญหาย จงถก
้
ี
็
ู
ึ
ิ
ุ
็
จัดเป็นอปกรณ์ที่ใช้ในการเกบระบบปฏบัติการ โปรแกรมและ
้
ิ
้
ขอมูลต่าง ๆ ฮาร์ดดสกมีหน่วยความจตังแต่เป็นไบต์ เมกะ
ุ
์
ิ
ไบต์จนถึงจกะไบต์ หากเครื่องคอมพวเตอร์มีความจของ
ิ
ุ
ฮาร์ดดิสก์มากก็จะทําให้สามารถเก็บข้อมูลได้มาก
ํ
2. ออปติคัลดิสก์ (Optical Disc) เป็นหน่วยความจารองที่ใช้
เทคโนโลยีแสงเลเซอร์ในการบันทึกข้อมูล ทําให้สามารถเก็บ
ข้อมูลได้จํานวนมากกว่าฮาร์ดดิสก์ธรรมดา ออปติคัลดิสก์ที่
นิยมใช้ในปัจจุบัน มีดังนี้
2.1 ซีดีรอม (CD-ROM : Compact Disk-Read-Only
ี
ํ
้
้
Memory) เป็นหน่วยความจารองที่บันทึกไดเพยงครังเดยว จะ
ี
ี
้
่
้
ไม่สามารถเปล่ยนแปลงข้อมูลเหลานันได้รวมทังไม่สามารถ
บันทึกข้อมูลเพ่มเติมได้ ซีดีรอมไดรฟ์รุ่นแรกสุดนั้นมีความเร็ว
ิ
่
ในการอานข้อมูลที่ 150 กิโลไบต์ต่อวินาที เรียกว่า มีความเร็ว 1
เท่าหรือ 1X ซึ่งซีดรอมไดรฟ์รุ่นหลัง ๆ ก็จะอ้างอิงความเร็วใจการ
ี
อานข้อมูลจากรุนแรกเป็นหลัก เช่น ความเร็ว 52 เท่า (5 2 X)
่
่
เป็นต้น
2.2 ซีดีอาร์ (CD-R : Compact Disk Recordable)
้
เป็นหน่วยความจํารองที่เขียนข้อมูลลงแผนแลวจะไม่สามารถ
่
้
่
ี
เปล่ยนแปลงข้อมูลเหลานันได้ แต่ผใช้สามารถบันทึกข้อมูล
ู
้
ลงแผ่นเดิมได้จนกระทั่งแผ่นเต็ม
2.3 ซีดีอาร์ดับบิว (CD-RW : Compact Disk
่
้
ี
Rewrite) หน่วยความจาที่สามารถเขยนขอมูลลงแผน และ
ํ
สามารถเขียนข้อมูลใหม่ทับลงในแผ่นเดิม หรือผู้ใช้สามารถ
้
่
ิ
ี
่
เปล่ยนเนื้อหาต่าง ๆ ภายในแผนซีดีอาร์ดับบลวได้คลายแผน
ฟลอปปี้ดิสก์
2.4 ดีวีดี (DVD : Digital Video Disk) เป็นเทคโนโลย ี
่
ที่กําลังได้รับความนิยมแทนแผนซีดี เนื่องจากมีการนํ า
เทคโนโลยีการบีบอัดข้อมูลมาใช้มากขึ้น ซึ่งดีวีดีหนึ่งแผ่น
ิ
สามารถเก็บข้อมูลได้ตั้งแต่ 4.7 กโลไบต์ นิยมใช้บันทึก
่
้
ภาพยนตร์ หลังจากที่บันทึกข้อมูลลงแผนดีวีดีแลว ผใช้ไม่
้
ู
ี
สามารถเปล่ยนแปลงได้ ดีวีดีมี 3 ชนิดได้แก่
1) ดีวีดีรอม (DVD-ROM) ส่วนมากใช้กับการเก็บภาพ
ยนตร์ที่มีความยาวเกนกว่าสองชัวโมง
่
ิ
้
2) ดีวีดีอาร์ (DVD-R) ใช้ในการเกบขอมูลที่มีปริมาณ
็
มาก และราคาสูงกว่าดีวีดีรอม
ี
3) ดีวีดีอาร์ดับบิว (DVD-RW) เป็นเทคโนโลยแบบแสง
มีเครื่องอานดีวีดีแรมที่ให้ผใช้บันทึก ลบ และบันทึกข้อมูลซํา
ู
่
้
้
ลงบนแผ่นเดิมได้
ี
2.5 บลูเรย์ดิสก์ (Blue Ray Disk) เป็นเทคโนโลยแบบ
แสงลาสุดที่สามารถบันทึกข้อมูลความละเอยดสูงได้ถึง 100
ี
่
กิกะไบต์ ให้ภาพและเสียงที่คมชัด มักนํ าไปใช้ในการ
บันทึกภาพยนตร์ แต่แผ่นบลูเรย์ดิสก์จะมีราคาแพง
ุ
ํ
3. อปกรณ์หน่วยความจาแบบแฟลช (flash memory device)
แฟลชไดรฟ์ (flash drive) ธัมไดรฟ์ (thumb drive) หรือ
แฮนดี้ไดรฟ์ (handy drive) เป็นความจาประเภทรอมที่เรียกว่า
ํ
อีดีพร็อม (Electrically Erasable Programmable Read
ี
้
็
Only Memory) ซึ่งเป็นเทคโนโลยแบบใหม่ สามารถเกบขอมูล
ได้เหมือนฮาร์ดดิสก์ คือสามารถเขียนและลบข้อมูลได้ตาม
ิ
ต้องการ และเก็บข้อมูลได้แม้ไม่ได้ต่อกับเครื่องคอมพวเตอร์
หน่วยความจําชนิดนี้มีขนาดเลก นํ้าหนกเบา พกพาได้สะดวก
ั
็
10. ฟล็อปปี้ดิสก์ (Floppy Disk)
่
ฟล็อปปี้ ดิสก์ หรือที่นิยมเรียกว่า แผนดิสก์ หรือ ดิสเกตต์
(diskette) หรือ แผ่นบันทึก (ศัพท์บัญญัติ) เป็นอปกรณ์เกบ
ุ
็
้
่
ขอมูล ที่อาศัยหลักการเหนี่ยวนําของสนามแม่เหลก โดยทัวไปมี
็
ุ
ู
ี
ี
ิ
่
่
ลักษณะบางกลมและบรรจอยในแผนพลาสตกส่เหล่ยม มีขนาด
ํ
ตั้งแต่ 8 นิ้ว 5.25 นิ้ว 3.5 นิ้ว ตามลาดับ และแต่ละประเภท กลไก
่
์
่
้
ิ
การทํางานของฟล็อปปี้ ดสกจะคอนขางงายเมื่อเทียบกับ
ฮาร์ดดสก โดยตัวจานหมุนจะเป็นวัสดที่ออนนิ่ม เช่น ไ ม ล า ร์
์
ุ
ิ
่
ื
็
(Mylar) ที่เป็นพลาสติกสังเคราะห์เคลอบสารแม่เหลกเอาไว้ ใน
่
้
ดิสก์ 1 แผนจะมีจานเดยวหัว อานจะเล่อนเขาไปอานขอมูล เริ่ม
้
ื
่
่
ี
แรกสามารถอ่านข้อมูลได้เพียงด้านเดียว ต่อมามีการพัฒนาให้
สามารถอ่านข้อมูลได้ทั้ง 2 ด้าน เรียกว่า Double-sided หัวอ่าน
์
ิ
้
่
จะสัมผัสกับแผนดสกโดยตรง ทําใหต้องใช้ความเร็วหมุนจานที่
ั้
ตํา คือประมาณ 300 รอบต่อนาทีเท่านน
่
ื
11. เคร่องพิมพ์ (Printer)
์
ิ
่
ี
เครื่องพมพ (Printer) เรียกอกอยางว่าปริ้นเตอร์
ึ
์
หมายถง อปกรณ์เครื่องพมพที่รับสัญญาณตรงจากเครื่อง
ุ
ิ
์
้
ื
ิ
ิ
คอมพวเตอร์เพ่อพมพงานออกมาเป็นขอความ ภาพ ลงบน
ุ
กระดาษหรือวัตถอ่นในประเภทเดยวกัน เครื่องพมพที่ใช้ใน
ื
ี
ิ
์
ุ
ปัจจบันมีหลายประเภท เช่น แบบกระทบ (impact printer)
ุ
ึ
ซึ่งจะรวมถงแบบจด (dot matrix) นอกจากนั้นก็ยังมีแบบไม่
กระทบ (non impact printer) ซึ่งแบ่งเป็นแบบฉีดหมึก (ink
์
ิ
jet) และเครื่องพมพเลเซอร์ (laser printer) หลักการทํางานจะ
์
ิ
แตกต่างกันออกไป และปัจจบันนิยมใช้เครื่องพมพเลเซอร์และ
ุ
์
ิ
เครื่องปริ้นองคเจทเสียส่วนใหญ่
็
12. ลําโพง (Speaker)
ิ
ํ
ลาโพงคอมพวเตอร์ หรือ ลาโพงมัลติมีเดย เป็นลาโพง
ํ
ี
ํ
้
ภายนอก ที่ต่อเขากับคอมพวเตอร์ส่วนบุคคล โดยผานช่องเสียบ
่
ิ
่
้
ี
็
ึ
่
ซ่งตอจากการ์ดเสยงภายในเครื่อง โดยอาจตอเขากับแจคสเตอริโอ
ธรรมดา หรือขั้วต่ออาร์ซีเอ (RCA connector) และยังมีจดเชื่อม
ุ
ุ
่
ต่อสายยเอสบีสําหรับใช้ในปัจจบัน โดยมีแรงดันไฟจาย 5 โวลต์
ู
ลําโพงคอมพิวเตอร์มักจะมีขุดขยายเสียงขนาดเล็ก และชุด
แหลงจายไฟต่างหาก มีทําหน้าที่แสดงผลออกมาในรูปแบบเสียง
่
่
ซึ่งจะทํางานรวมกับอกรณ์การ์ดเสียง (Sound Card) ที่ทําหน้าที่
ุ
้
ิ
แปลงสัญญาณคอมพวเตอร์ออกมาเป็นสัญญาณเสียงแลวส่งออก
ี
ํ
ิ
ทางลาโพง ส่วนมากใช้กบเครื่องคอมพวเตอร์ที่มีระบบมัลติมีเดย
ั
้
่
สายจอคอม มีทังหมดกี่ประเภท แตละแบบมี
การทํางานยังไง ต่างกันตรงไหน?
1. VGA Port
✗ พอร์ต VGA
✗ สายพอร์ต VGA
VGA ย่อมาจาก Video Graphics Array หรือพอร์ต D-
Sub เป็นพอร์ตสําหรับเชื่อมต่อเพ่อรับสัญญาณภาพจาก
ื
๊
ิ
คอมพวเตอร์หรือโน้ตบุก ซึ่งเป็นการรับสัญญาณภาพแบบ
อนาล็อก โดยส่วนใหญ่มักจะพบในสมาร์ททีวี, คอมพิวเตอร์
้
เป็นต้น เป็นที่รูจักกันโดยทัวไปว่า การ์ดจอ หรือ VGA Card ทํา
่
ื
หน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างเมนบอร์ดกับจอภาพ เพ่อช่วยให ้
จอภาพแสดงผลให้เราเห็นภาพ โดยในยุคแรก การ์ดจอมีความ
ละเอยดในการแสดงภาพที่ 640 x 480 พิกเซล
ี
สําหรับพอร์ต VGA จะมีทั้งหมด 15 พน จะเป็นพอร์ตสี
ิ
้
ิ
ื
้
นํ้าเงนที่เราคนเคยกันนัน พอร์ต VGA ถอว่าเป็นพอร์ตและสาย
ุ
ุ
ึ
้
จอคอมที่นิยมใช้กันมากในสมัยกอน จนถงปัจจบันกยังมีใหเหน
็
่
็
ู
และใช้กันอย แต่ดวยความที่เป็นอนาลอกเวลาใช้งานกับจอที่มี
่
็
้
ความละเอียดสูง ๆ อาจจะทําให้ภาพไม่คมชัด
✗ 2. DVI Port
Digital Visual Interface หรือเรียกสั้น ๆ ว่า DVI เป็น
ิ
พอร์ต ที่ส่งสัญญาณภาพแบบดิจตอล พัฒนามาจากพอร์ต VGA
็
่
่
อีกที แต่พอร์ต DVI นี้กมีอยหลายประเภทยอย ๆ เช่น DVI-A ,
ู
DVI-D และ DVI-I เป็นต้น และ DVI-I กับ DVI-D ยังแยกเป็น
แบบ Single-Link และ Dual-Link ให้เลือกอีกด้วย
DVI-A ยังเป็นการสงสัญญาณภาพแบบอนาลอกอย และ
่
่
ู
็
ไม่ค่อยมีให้เห็นแล้ว ส่วน DVI-I และ DVI-D นันเป็นแบบ
้
ึ
้
ดิจตอลแลว จงได้รับความนิยมมากกว่า ทีนี้เรามาดูกันว่า DVI
ิ
ทั้งหมด มีแบบไหนบ้าง
DVI-A ✗ DVI-I Port
เป็นพอร์ตที่ส่งสัญญาณภาพ DVI-I (I = Integrated) คือ
็
่
แบบอนาลอกอยางที่กลาวไป พอร์ตที่ผสานอนาลอกและ
็
่
ข้างต้น มีทั้งหมด 17 ข า ดิจิตอลเข้าด้วยกัน และยัง
สัญญาน หรือเรียกว่า DVI สามารถใช้หัวแปลงจาก DVI-I
้
็
12+5 กได ประสิทธภาพที่ได ้ เป็น VGA ได้ สําหรับ DVI-I นี้
ิ
2
จากการใช้สายจอคอมชนิดนี้ จะแบบออกเป็น แบบ คือ
จะคอนขางตําเพราะคณภาพที่ DVI-I single link ส่งสัญญาณ
้
่
ุ
่
ได้จะถูกลดทอนลงไปจากการ ภ า พ แ บ บ 2 3 พิ น ( DVI-I
แปลงสัญญาณจากดิจิตอล 18+5) และ DVI-I Dual link
เป็นอนาลอก จะ มี ท ั้งหม ด 2 5 พิน หรือ
็
เรียกว่า DVI-I 24+1 นั่นเอง
✗ 3. HDMI Port
✗ พอร์ต HDMI
✗ สายพอร์ต HDMI
ชื่อเต็มคอ High Definition Multimedia Interface)
ื
ี
้
เป็นพอร์ตสําหรับเชื่อมต่อเพ่อส่งสัญญาณมัลติมีเดยทังภาพ
ื
ิ
้
ิ
และเสียงในระบบดจทัล ซึ่งทําใหไดภาพที่มีความละเอยดสูง
ี
้
และคมชัด สามารถรับชมหนังคุณภาพระดับ Blu-ray ได้ไม่มี
สะดุด โดยคุณสมบัติหลักของ HDMI ถกออกแบบมาเพ่อ
ื
ู
ู
้
ํ
้
อานวยความสะดวกสบายใหกับผบริโภค เพ่อใหไดรับความ
้
ื
้
บันเทิงอย่างเต็มรูปแบบทั้งภาพและเสียง พร้อมรองรับ
ี
ุ
มัลติมีเดยต่างๆ ที่มีคณภาพระดับ High Definition โดยไม่มี
้
็
ํ
ื
การบีบอัดขอมูล อกทังเวลาติดตังกไม่จาเป็นต้องต่อสายอ่น
ี
้
้
ุ
ิ
เพ่มเติมใหเกดความยงยากเหมือนในอดตซึ่ง HDMI ถูก
ี
้
ิ
่
นํามาใช้อยางแพร่หลายในปัจจบันทังสมาร์ททีวี แท็บเล็ต เป็น
่
้
ุ
ต้น
✗ 4. S-Video Port
✗ พอร์ต S-Video
✗ สายพอร์ต S-Video
ย่อมาจาก Separate Video เป็นพอร์ตรับสัญญาณภาพจาก
็
วีดโอแบบอนาลอก สนับสนุนภาพที่มีความละเอยด 480i หรือ
ี
ี
้
576i โดยสามารถแยกสัญญาณไดออกเป็น 2 สัญญาณ คือความ
ี
สว่างและสีซึ่งคณภาพของภาพที่ไดจะดกว่าพอร์ต Composite/AV
ุ
้
✗ 5. LAN Port
✗ พอร์ต LAN
✗ สายพอร์ต LAN
สายแลนหรือที่รูจักกันในชื่อทางการว่า UTP
้
(Unshielded Twisted Pair) เป็นสายนําสัญญาณชนิดหนึ่ง ที่มี
ี
่
ู
ตัวนําสัญญาณเป็นทองแดงบิดตีเกลยวกันเป็นค (Twisted
Pairs) โดยทัวไปใช้เชื่อมต่อกับอปกรณ์คอมพวเตอร์ในการรับ-
ุ
่
ิ
่
้
ส่งขอมูล หรือเชื่อมต่อเขากับเครือขายกลาง เช่น เน็ตเวิร์ค
้
สวิตช์ ฮับ รวมไปถึงเร้าเ ต อร์กไดเช่นกัน ในส่วนของหัวที่ใช้
็
้
เชื่อมต่อสายแลนนน เรียกว่า RJ45
้
ั
✗ 6. USB Type-C Port
สุดท้ายมาดูพอร์ต USB Type-C หรือ USB-C เป็นพอร์ตการ
เชื่อมต่อแบบใหม่และเป็นมาตรฐานของพอร์ตเชื่อมต่อไป
้
แลว เนื่องจากรองรับการใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการ
้
่
้
ส่งสัญญาณภาพ เสียง ถายโอนขอมูล หรือชาร์จไฟ ซึ่งทังหมด
ที่ทําไดในพอร์ตเดยวจงเป็นหนึ่งในสายจอคอมที่มีประสิทธ
้
ึ
ี
ิ
ภาพสูงเลยทีเดียว
โดยทั่วไปนั้น เรามักจะเห็น USB-C อยู่กับสมาร์ทโฟนซะส่วน
ู
ี
ใหญ่และยังถกนํ าไปใช้กับพซี แล็ปท็อป มอนิ เตอร์
ไมโครซอฟต์ ซัลเฟล และแอปเปิ้ ลแมคหรือแมคบุ๊ค โดยใน
ส่วนของสินค้าแอปเปิ้ ลจะเป็น Thunderbolt 3 มีความเร็วใน
ุ
่
การถายโอนขอมูลที่สูงมาก (จดสังเกตุจะเป็นรูปสายฟ้า) และ
้
็
ุ
่
่
๊
ในโน้ตบุครุนใหม่ ๆ กลม Ultrabook กเริ่มนํามาใช้กับบ้าง
แลว ทุกท่านน่าจะคนเคยเป็นอยางด ี
ุ
้
่
้
ขอบคุณที่
ตั้งใจอ่าน!
Any questions?
You can find me at:
ึ
✗ อาจารย์ที่ปรกษา ชคพ.3/2
3
2