The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by phuttita059, 2021-03-07 01:49:35

1

Welcome to







lessons











ผ้สราง นักเรียนสาขาคอมพิวเตอรธรกิจ

ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปที่ 3 ห้อง 2


อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (Hardware)













หมายถงโครงสร้างของเครื่องคอมพวเตอร์ที่สามารถมองเห็น


และจบต้องไดเช่น คยบอร์ด เมาส์ จอคอมพวเตอร์ และตัวเครื่อง





นอกจากนี้ยังประกอบดวยอปกรณ์ต่อพวงต่าง ๆ ที่ช่วยเสริมให ้





คอมพวเตอร์ทํางานไดกว้าง และมีประสิทธภาพมากย่งข้น เช่น



เครื่องสแกนเนอร์ เครื่องดิจิ ต ส์เซอร์ ชุดมัลติมีเดย อปกรณ์




สื่อสารอ่น ๆ ดังนัน ส่วนประกอบของเครื่องคอมพวเตอร์ แบ่ง


ตามหน้าที่การทํางานของเครื่องไดดงนี้






1) หน่วยรับขอมูล (Input unit) เป็นอปกรณ์รับเขาทํา




หน้าที่รับโปรแกรมและขอมูล เขาสูเครื่องคอมพวเตอร์ อปกรณ์







รับเขาที่ใช้กนเป็นส่วนใหญ่ คอ แป้นพมพ และเมาส์ นอกจากนี้ยัง




มีอปกรณ์รับเขาอ่น ๆ อก ไดแก สแกนเนอร์ วีดโอคาเมรา



ไมโครโฟน ทัชสกรีน แทร็คบอล ดิจิตเซอร์ เทเบิ้ล แอนด์ ครอส
แชร์
2) หน่วยประมวลผลกลาง (Processor) เป็นชปเซตที่ทํา

หน้าที่ในการประมวลผลภายใน ซึ่งประกอบดวยส่วนควบคม


(Control Unit : CU) ทําหน้าที่ควบคมการทํางานส่วนต่าง ๆ ของ



ระบบโดยส่งสัญญาณควบคุมผ่านระบบบัส (Bus) ส่วนคํานวณ


และเปรียบเทียบ (Arithmetic and Logic Unit : ALU) มีหน้าที่


หลักคือ การคํานวณและเปรียบเทียบข้อมูลด้วยหลักการทาง


คณิตศาสตร์และตรรกศาสตร์ เช่น การบวก ลบ คณ หาร และ


การตรวจสอบเง่อนไข เกบขอมูลที่ไดจากการประมวลไว้ในส่วนที่




เรียกว่า Register


3) หน่วยความจาหลัก (Main Memory) เราสามารถสั่งให้


คอมพิวเตอร์ทํางานได้โดยอัตโนมัติโดยอาศัยชดคาสังที่ป้อนส ู ่



ระบบคอมพิวเตอร์จะเก็บคําสั่งเหล่านั้นไว้ในหน่วยความจาหลัก



เพ่อทํางานตามชุดคําสั่ง

อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (Hardware)












4) หน่วยบันทึกข้อมูล (Data Entry Unit) เป็นสื่อในการ


เก็บข้อมูล และสามารถนําขอมูลกลับประมวลผลใหม่ และบันทึก













ขอมูลซาไดหลายครัง ขอมูลที่ถกประมวลผลแลวเกบอยใน






หน่วยความจาหลัก ถาปิดเครื่องขอมูลเหลานันจะหายไป จงควรมี

การบันทึกขอมูลลงฮาร์ดดสก อปกรณ์ส่วนนี้ทําหน้าที่เป็นทัง






หน่วยรับขอมูลและหน่วยแสดงผลขอมูล (Input/output
Device)

1. มอนิเตอร์




(Monitor)













✗ 1.1 จอ CRT (Cathode Ray Tube Monitor)







































































คอ จอภาพที่รับสัญญาณภาพแบบ Analog (อนาล็อก)


พัฒนามาจากหลอดภาพโทรทัศน์ด้วยการใช้หลอดภาพในการ


แสดงผลเช่นเดียวกัน จอซีอาร์ทีจะทํางานโดยอาศัยหลอดภาพที่




สร้างภาพโดยการยิงลาแสงอเลกตรอนไปยังที่ผวหน้าจอ ซึ่งมี







สารประกอบของฟอสฟอรัสฉาบอยูที่ผว เมื่อถูกแสงอเลกตรอนมา
กระทบสารเหลานี้จะเกิดการเรืองแสงขึ้นมาทําให้เกิดเป็นภาพ


นันเอง ในปัจจุบันนี้ได้มีการพัฒนาให้มีความแบนราบมากขึ้นซึ่ง

จอแบบนี้จะเรียกกันว่า FD Trinitron (Flat Display Trinitron)



ซึ่งมีมากมายในปัจจุบันและจะเข้ามาแทนที่แบบเดิม ๆ อกทังราคา


ยังถูกลงเป็นอย่างมากด้วย

✗ 1.2 จอแอลซีดี (LCD : Liquid Crystal Display)



































































จอแอลซีดี หรือเรียกว่า “จอภาพผลึกเหลว” (ถ้าหากลอง







เอานิ้วไปกดจอด จะเหมือนกับมีนํ้ าอยขางใน) เป็นอปกรณ์

จอภาพแบบแบน บาง สร้างข้นจากพกเซลส หรือพกเซลโมโน










โครมจานวนมาก ที่เรียงอยดานหน้าของแหลงกาเนิดแสง หรือตัว



สะท้อนแสง นับเป็นจอภาพที่ไดรับความนิยมมากข้นในปัจจบัน


เพราะใช้กาลังไฟฟ้าน้อยมาก ดวยเหตุนี้ จงเหมาะสําหรับการใช้

งานที่มีแหลงจายไฟเป็นแบตเตอรี่ โดยจอชนิดนี้ถอกาเนิดข้น






ในปี ค.ศ 1963 โดยถกนํามาใช้ครังแรกกับกลมเครื่องคดเลข






และนาฬิกาในรูปแบบขาวดา โดยปัจจบันเป็นจอแสดงผลแบบ




ดจทัล โดยภาพที่ปรากฏข้นเกดจากแสงที่ถกปลอยออกมาจาก


ปลอดไฟด้านหลังขอจอภาพ (Black Light) ผ่านชั้นกรองแสง
(Polarized filter) แลววิ่งไปยังคริสตัลเหลวที่เรียงตัวด้วยกัน 3

เซลลคอ แสงสีแดง แสงสีเขยวและแสงสีนํ้าเงน กลายเป็นพกเซล








(Pixel) ที่สว่างสดใสเกดข้น มีลักษณะแบนราบและมีขนาดเลก
และบาง หากจอภาพแบบแอคทีฟแมทริกซ์สามารถพัฒนาให้มี
ขนาดใหญ่กว่า 15 นิ้วได ้

✗ 2. เคส (Case)
































































































กลองหรือโครงสร้างสําหรับเกบส่วนประกอบของอปกรณ์




ต่าง ๆ ของคอมพวเตอร์ไว้ภายในนัน ซึ่งขนาดของเคสกจะ


แตกต่างกันออกไป แล้วแต่การใช้งานหรือความเหมาะสมในการ





ใช้งานของแต่ละคนรวมทังสถานที่เกบอปกรณ์เหลานันด้วยว่ามี




ขนาดพ้นที่มากน้อยเพยงใด และในตัวเคสกจะมีในส่วนของพาว


เวอร์ซัพพลายติดมาด้วย

✗ 3. พาวเวอร์ซัพพลาย (Power Supply)








































































แหล่งจ่ายไฟสําหรับคอมพิวเตอร์ หรือ พาวเวอร์ซัพพลาย




เป็นอปกรณ์ที่มีความสําคัญอยางมากต่ออปกรณ์เกอบทุกตัวใน







ระบบคอมพวเตอร์ มีรูปร่างเป็นกลองสี่เหล่ยมติดตังอยภายใน




ตัวเคส ทําหน้าคอยจายไฟใหกับชิ้นส่วนและอปกรณ์ต่าง ๆ




ทังหมดภายในเครื่อง มีรูปร่างเป็นกลองส่เหล่ยมตดตังอยภายใน






ตัวเคส (สามารถถอดเปล่ยนได) ทําหน้าที่แปลงแรงดันไฟฟ้า
กระแสสลับ (AC) ตามบ้านจาก 220 โวลต์ให้เหลือเพียงแรงดัน
ไฟฟ้ากระแสตรง (DC) 3 ชุดคือ 3.3 และ 5 โวลต์ เพ่อจายไฟ







ใหกับวงจรชิ้นส่วนอปกรณ์ต่าง ๆ และ 12 โวลต์ เพ่อจายไฟใหกับ


มอเตอร์ของอปกรณ์ดสกไดรฟ์ต่าง ๆ รวมถึงพัดลมระบายอากาศ





ดวย การทํางานเป็นการต่อตรงกับแหลงจายไฟ ทําใหเกดปัญหา



กับอปกรณ์บางตัว เช่น ฮาร์ดดสก หรือ ซีพย ที่ต้องอาศัยไฟใน



ชัวขณะหนึ่ง


✗ 4. คีย์บอร์ด (Keyboard)






























































เป็นอปกรณ์ในการรับขอมูลที่สําคัญที่สุด มีลักษณะ








คลายแป้นพมพของเครื่องพมพดด มีจานวนแป้น 84 - 105





แป้นข้น อยกับแป้นที่เป็นกลมตัวเลข (Numeric keypad) กลุ่ม



ฟังกชัน (Function keys) กลมแป้นพเศษ (Special-purpose






keys) กลมแป้นตัวอักษร (Typewriter keys) หรือกลมแป้น


ควบคมอ่น ๆ (Control keys) ซึ่งการสังงานคอมพวเตอร์และ






การทํางานหลาย ๆ อยางจาเป็นต้องใช้แป้นพมพเป็นหลัก


ประกอบดวยปุ่มตัวอักษร ตัวเลข และสัญลักษณ์ต่าง ๆ เพ่อให ้

คณสามารถใส่ขอมูลเขาสูคอมพวเตอร์ ประกอบดวยปุ่ม







ตัวอักษร ตัวเลข และสัญลักษณ์ต่าง ๆ เพ่อใหคณสามารถใส่




ขอมูลเขาสู แต่ไดเพ่มปุ่มควบคมเฉพาะสําหรับคอมพวเตอร์






โดยปกติจะมี 101 ปุ่ม ซึ่งบางรุนอาจจะมีน้อยหรือมากกว่ากได ้

✗ 5. เมาส์ (Mouse)


















































































เป็นอปกรณ์ที่ใช้ในการควบคมตัวชี้บนจอคอมพวเตอร์

(pointing device) เป็นอปกรณ์สําคัญในการใช้งานคอมพวเตอร์






ช้นหนึ่ง ซ่งปัจจบันถกออกแบบมาใหมีรูปร่าง ลักษณะ สสัน ตาง






กัน บางรุนมีไฟประดับใหสวยงาม เพ่อใหเหมาะสมกับการใช้งาน
ในแต่ละประเภทและความชื่นชอบของผใช้ เช่น มีขนาดเลก มี



ส่วนโค้งและส่วนเว้าเข้ากับอุ้งมือของผู้ใช้ มีรูปร่างสีสันแปลกตา




ไปจากรุนทัวไปหรือเป็นรูปตัวการ์ตูน และลาสุดไดมีการพัฒนา

เมาส์อากาศ (Air Mouse) ซึ่งสามารถใช้งานเมาส์โดยถอข้นมา


เอยงไปมาในอากาศโดยไม่จาเป็นต้องใช้แผนรองกสามารถ




ควบคมตัวชี้ไดเช่นกน



✗ 6. เมนบอร์ด (Main board)





















































































เมนบอร์ดนันมีชื่อเรียกอยหลายชื่อดวยกัน อาทิ มาเธอร์


บอร์ด (motherboard), ซิสเต็มบอร์ด (system board) , ลอจิก


บอร์ด (logic board) หรือในบางประเทศก็เรียกว่า โมโบ (mobo)


ซึ่งเป็นคายอจาก motherboard


เมนบอร์ด คอแผงวงจรอเลกทรอนิกส์ที่มีส่วนสําคัญมาก







ของคอมพวเตอร์ เป็นแผงวงจรหลักที่คอยสังการใหอปกรณ์ต่าง

ๆ ที่มีการเชื่อมต่อทํางานตามคาสัง มีหน้าที่คอยควบคมและ


จัดการใหกับอปกรณ์ต่าง ๆ ทํางานเชื่อมโยงกัน โดยเมนบอร์ดจะ









รับส่งขอมูลต่าง ๆ จากตัวอปกรณ์ต่าง ๆ ไปยงซีพย และรับคาสังที่
ไดรับการประมวลผลจากซีพย นําไปส่งใหอปกรณ์นัน ๆ เพ่อให ้







การทํางานต่าง ๆ ไม่ติดขัด

✗ 7. ซีพียู (CPU)




































































ซพยคอหน่วยประมวลผลกลางของคอมพวเตอรเปรยบเหมือน


สมองที่คอยทําหน้าที่ในการตัดสินใจหรอคานวณข้อมูลคาสังที่ได้รับมา





เป็นหัวใจหลักในการประมวลผลซพยนันยอมาจาก Central



Processing Unit ทําหน้าที่ประมวลผลข้อมูลเชงตรรกะ โดยมีกระบวน

การพ้นฐานคอ 1.อ่านชุดคําสั่ง 2.ตีความชุดคําสั่ง 3.ประมวลผล




ชุดคําสั่ง 4.อานข้อมูลจากหน่วยความจา 5.เขียนข้อมูล/ส่งผลการ







ประมวล ปัจจบันซพยอยในรปแบบของ Socket มีรปลักษณะเป็นแผ่น




สี่เหล่ยมจัตุรัสทําด้วยเซรามิก ด้านบนกรอบของซพยจะบอกราย




ละเอียดสเปคของซพยตัวนัน ๆ เมื่อประกอบกับเมนบอรดจะดูเหมือน






อยในตลับและต้องถูกครอบทับอกทีด้วยพัดลมหรอชดนํ้าระบายความ

ร้อน






หลักการทํางานของซพยนันเร่มจากซอฟต์แวรต่าง ๆ ในระบบ


ส่งชดคาสังที่ต้องการประมวลผลมายังหน่วยความจาหลัก (RAM)



จากนันแรมจะทําการจัดเรยงคาสังตาง ๆ ตามควที่เข้ามา จากนันซพย ู












จะอานควของชดคาสังเหลานันเพ่อประมวลผลตามลาดับกอนหลัง เมื่อ












คานวณผลเสรจแลวกจะผลลัพธ์นันกลับมายังแรมเพ่อส่งต่อไปยัง

โปรแกรมเจาของชดคาสังนัน ๆ เพ่อแสดงผลต่อไป อกทังยังสามารถ













ส่งข้อมูลไปยงอปกรณ์จดเกบข้อมูล เชน ฮารดดิกส์ได้อีกด้วย

✗ 8. การ์ดแสดงผล (Display Card)













































































การ์ดแสดงผลใช้สําหรับเกบขอมูลที่ไดรับมาจากซีพย




โดยที่การ์ดบางรุนสามารถประมวลผลไดในตัวการ์ด ซ่งจะชวย

แบ่งเบาภาระการประมวลผลให้ซีพียู จึงทําให้การทํางานของ




คอมพวเตอร์นันเร็วข้ ึนดวย ซึ่งตัวการ์ดแสดงผลนันจะมี


หน่วยความจาในตัวของมันเอง ถาตัวการ์ดมีหน่วยความจามาก ก ็






จะรับขอมูลจากซีพยไดมากข้น ซึ่งจะช่วยใหการแสดงผลบน

จอภาพมีความเร็วสูงข้นดวย ทําหน้าที่ในการนําขอมูลที่ไดจาก




การประมวลผลของซีพียูมาแสดงบนจอภาพ ทําให้ผู้ใช้สามารถ


ควบคมการทํางานไดอยางมีประสิทธภาพ โดยจอภาพจะเป็นส่วน


ที่รับขอมูลจากการ์ดแสดงผลอกทีหนึ่ง การ์ดกราฟฟิกที่ไดรับ



ความนิยมและใช้กันแพร่หลายในอยปัจจบัน เป็นการ์ดกราฟฟิก



ที่มี GPU เป็นตัวประมวลผล

✗ 9. หน่วยความจา





✗ หน่วยความจาหลัก (Main Memory)







เป็นหน่วยความจาพ้นฐานที่มีในคอมพวเตอร์ทุกเครื่อง





เป็นหัวใจของการทํางานในรูปแบบอัตโนมัติ มีหน้าที่เกบขอมูล



ต่าง ๆ ที่ป้อนเขามาเพ่อใหหน่วยประมวลผลนําไปใช้ และเกบ

ขอมูลที่เก่ยวกับคณสมบัตและระบบการทํางานของเครื่อง





คอมพวเตอร์ เมื่อปิดเครื่องคอมพวเตอร์ขอมูลในหน่วย ความจา



นี้จะหายไปดวย หน่วยความจาหลักที่ใช้ในระบบคอมพวเตอร์






ปัจจบัน เป็นชนิดที่ทํามาจากสารก่งตัวนํา หน่วยความจาชนิดนี้มี






ขนาดเลก ราคาถก แต่เกบขอมูลไดมากและสามารถใหหน่วย

ประมวลผลกลางนําขอมูลมาเกบและเรียกคนไดอยางรวดเร็ว







หน่วยความจาหลักเป็นอปกรณ์ที่ทํามาจากไอซีเช่นเดยว


กัน วงจรหน่วยความจาจะเกบขอมูลในรูปตัวเลขฐานสอง ซึ่งกคอ








สัญญาณทางไฟฟ้า การเกบขอมูลจะเกบรวมกันเป็นกลม เช่น 8


บิต รวมกันเป็น 1 ไบต์ หน่วยความจาจะมีที่เกบไดเป็นจานวน




มาก เช่น ในเครื่องคอมพวเตอร์มีหน่วย ความจาหลัก 8 เมกะ
ไบต์ หมายถึงสามารถเก็บข้อมูลหรือคําสั่งได้ 8 x 1024 x 1024
ไบต์ นั่นเอง (ประมาณ 2000 หน้ากระดาษ)

หน่วยของขอมูลที่จัดเกบในหน่วยความจาเรียกว่าไบต์


(byte) 1 ไบต์จะประกอบไปด้วย 8 บิต นอกจากนี้ยังมีหน่วยเป็น

กิโลไบต์ (kilobyte หรือ KB ) ซึ่งมีคาเท่ากับ 1,024 ไบต์ , เมกะ


ไบต์ (megabyte หรือ MB) มีคาโดยประมาณหนึ่งลานไบต์ หรือ

1,024 KB , กิกะไบต์ ( gigabyte หรือ GB ) มีคาประมาณหนึ่ง





พันลานไบต์หรือหนึ่งลานกโลไบต์และเทราไบต์ ( terabyte



หรือ TB ) มีคาประมาณหนึ่งลานลานไบต์

✗ หน่วยความจาหลักในระบบคอมพิวเตอร ์
















1. หน่วยความจาหลักแบบอานไดอยางเดยวหรือรอม



(Read Only Memory : Rom) เป็นหน่วยความจาที่บริษัท









ผผลตไมโคร คอมพวเตอร์ไดบรรจชิปหน่วยความจาแบบติดตัง
ถาวรหรือไบออส (Basic Input Output System : BIOS) ไว้บน
แผงวงจรหลักเรียบร้อยแลว โดยขอมูลที่บรรจในหน่วยความจา






แบบนี้จะยังคงอยแม้ปิดเครื่องไปแลว และเมื่อเปิดเครื่องใหม่



หน่วยประมวลผลกลาง จะอานโปรแกรมหรือขอมูลในหน่วย


ความจารอมมาใช้ประมวลผลไดเท่านัน แต่ไม่สามารถนําขอมูล




อ่นมาเขยนลงในรอมได ้




.
2 หน่วยความจาหลักแบบแกไขไดหรือแรม (Random


Access Memory : RAM) เป็นหน่วยความจาที่ใช้สําหรับเกบ
ขอมูลและคาสัง มีหน้าที่ในการเกบชุดคาสังและขอมูลในขณะที่







ระบบคอมพิวเตอร์กําลังทํางานอยู่ ทั้งในแบบของ Input และ

Output โดยการเข้าถึงข้อมูลของแรมนันจะเป็นการเข้าถึงแบบ






สุ่ม (Random Access) ซึ่งหมายถงซีพยสามารถเขาถงทุก ๆ ส่วน



ของหน่วยความจาหรือพ้นที่เกบขอมูลไดโดยตรง เพ่อเพ่ม







ความเร็วในกระบวนการเขยนและอานขอมูลอยางต่อเนื่อง นัน







เป็นเพราะว่าแรมเป็นหน่วยความจาหลัก ที่ซีพยสามารถเขาถง
หน่วยความจานันไดในทันที โดยที่ไม่จาเป็นตองผานฮาร์ดไดรฟ์







ที่มีความจขนาดใหญ่เพ่อคนหาสิ่งที่ต้องการ ซึ่งกหมายความว่า







คอมพวเตอร์ของคณสามารถที่จะสลับระหว่างงานต่าง ๆ ไดอยาง




ราบรื่นแบบไร้รอยต่อ โดยที่คณเองกจะไม่ทันไดสังเกตถงความ
ล่าช้าใด ๆ

หน่วยความจารองในคอมพิวเตอร ์














หน่วยความจารอง เป็นหน่วยความจาที่ใช้เกบขอมูลและ



โปรแกรมที่ต้องการใช้งานในคราวต่อไปได ซึ่งสามารถบรรจ ุ






ขอมูลและโปรแกรมไดเป็นจานวนมาก เป็นหน่วยเกบขอมูล




ถาวรที่ผใช้สามารถยายขอมูลและคาสังที่อยในหน่วยความจา












แรม ขณะที่เครื่องคอมพวเตอร์ทํางานมาจัดเกบไว้ไดดวยคาสัง
บันทึกของโปรแกรมประยุกต์ ทําให้ผู้ใช้สามารถเรียกข้อมูล

และคาสังมาใช้ในภายหลัง ซึ่งหน่วยความจารองมีความจขอมูล








มากกว่าหน่วยความจาหลักและมีราคาถกกว่า แต่เขาถงขอมูล


ไดช้ากว่าหน่วยความจาแรม






อปกรณ์หน่วยความจารองที่นิยมใช้ในปัจจบน
มีดงนี้













1. ฮาร์ดดิสก์ (Hard disk) เป็นอปกรณ์ที่เกบขอมูลไดมาก




สามารถเกบไดอยางถาวร โดยไม่จาเป็นต้องมีไฟฟ้ามาหลอ


เล้ยงตลอดเวลา เมื่อปิดเครื่องขอมูลกจะไม่สูญหาย จงถก








จัดเป็นอปกรณ์ที่ใช้ในการเกบระบบปฏบัติการ โปรแกรมและ



ขอมูลต่าง ๆ ฮาร์ดดสกมีหน่วยความจตังแต่เป็นไบต์ เมกะ



ไบต์จนถึงจกะไบต์ หากเครื่องคอมพวเตอร์มีความจของ


ฮาร์ดดิสก์มากก็จะทําให้สามารถเก็บข้อมูลได้มาก


2. ออปติคัลดิสก์ (Optical Disc) เป็นหน่วยความจารองที่ใช้

เทคโนโลยีแสงเลเซอร์ในการบันทึกข้อมูล ทําให้สามารถเก็บ



ข้อมูลได้จํานวนมากกว่าฮาร์ดดิสก์ธรรมดา ออปติคัลดิสก์ที่


นิยมใช้ในปัจจุบัน มีดังนี้


2.1 ซีดีรอม (CD-ROM : Compact Disk-Read-Only






Memory) เป็นหน่วยความจารองที่บันทึกไดเพยงครังเดยว จะ





ไม่สามารถเปล่ยนแปลงข้อมูลเหลานันได้รวมทังไม่สามารถ
บันทึกข้อมูลเพ่มเติมได้ ซีดีรอมไดรฟ์รุ่นแรกสุดนั้นมีความเร็ว


ในการอานข้อมูลที่ 150 กิโลไบต์ต่อวินาที เรียกว่า มีความเร็ว 1

เท่าหรือ 1X ซึ่งซีดรอมไดรฟ์รุ่นหลัง ๆ ก็จะอ้างอิงความเร็วใจการ


อานข้อมูลจากรุนแรกเป็นหลัก เช่น ความเร็ว 52 เท่า (5 2 X)


เป็นต้น

2.2 ซีดีอาร์ (CD-R : Compact Disk Recordable)



เป็นหน่วยความจํารองที่เขียนข้อมูลลงแผนแลวจะไม่สามารถ





เปล่ยนแปลงข้อมูลเหลานันได้ แต่ผใช้สามารถบันทึกข้อมูล


ลงแผ่นเดิมได้จนกระทั่งแผ่นเต็ม












































2.3 ซีดีอาร์ดับบิว (CD-RW : Compact Disk





Rewrite) หน่วยความจาที่สามารถเขยนขอมูลลงแผน และ

สามารถเขียนข้อมูลใหม่ทับลงในแผ่นเดิม หรือผู้ใช้สามารถ






เปล่ยนเนื้อหาต่าง ๆ ภายในแผนซีดีอาร์ดับบลวได้คลายแผน
ฟลอปปี้ดิสก์

2.4 ดีวีดี (DVD : Digital Video Disk) เป็นเทคโนโลย ี



ที่กําลังได้รับความนิยมแทนแผนซีดี เนื่องจากมีการนํ า


เทคโนโลยีการบีบอัดข้อมูลมาใช้มากขึ้น ซึ่งดีวีดีหนึ่งแผ่น



สามารถเก็บข้อมูลได้ตั้งแต่ 4.7 กโลไบต์ นิยมใช้บันทึก



ภาพยนตร์ หลังจากที่บันทึกข้อมูลลงแผนดีวีดีแลว ผใช้ไม่



สามารถเปล่ยนแปลงได้ ดีวีดีมี 3 ชนิดได้แก่




1) ดีวีดีรอม (DVD-ROM) ส่วนมากใช้กับการเก็บภาพ


ยนตร์ที่มีความยาวเกนกว่าสองชัวโมง






































2) ดีวีดีอาร์ (DVD-R) ใช้ในการเกบขอมูลที่มีปริมาณ

มาก และราคาสูงกว่าดีวีดีรอม


3) ดีวีดีอาร์ดับบิว (DVD-RW) เป็นเทคโนโลยแบบแสง

มีเครื่องอานดีวีดีแรมที่ให้ผใช้บันทึก ลบ และบันทึกข้อมูลซํา




ลงบนแผ่นเดิมได้













































2.5 บลูเรย์ดิสก์ (Blue Ray Disk) เป็นเทคโนโลยแบบ

แสงลาสุดที่สามารถบันทึกข้อมูลความละเอยดสูงได้ถึง 100


กิกะไบต์ ให้ภาพและเสียงที่คมชัด มักนํ าไปใช้ในการ



บันทึกภาพยนตร์ แต่แผ่นบลูเรย์ดิสก์จะมีราคาแพง



3. อปกรณ์หน่วยความจาแบบแฟลช (flash memory device)
แฟลชไดรฟ์ (flash drive) ธัมไดรฟ์ (thumb drive) หรือ


แฮนดี้ไดรฟ์ (handy drive) เป็นความจาประเภทรอมที่เรียกว่า


อีดีพร็อม (Electrically Erasable Programmable Read






Only Memory) ซึ่งเป็นเทคโนโลยแบบใหม่ สามารถเกบขอมูล
ได้เหมือนฮาร์ดดิสก์ คือสามารถเขียนและลบข้อมูลได้ตาม



ต้องการ และเก็บข้อมูลได้แม้ไม่ได้ต่อกับเครื่องคอมพวเตอร์

หน่วยความจําชนิดนี้มีขนาดเลก นํ้าหนกเบา พกพาได้สะดวก



10. ฟล็อปปี้ดิสก์ (Floppy Disk)









































































ฟล็อปปี้ ดิสก์ หรือที่นิยมเรียกว่า แผนดิสก์ หรือ ดิสเกตต์

(diskette) หรือ แผ่นบันทึก (ศัพท์บัญญัติ) เป็นอปกรณ์เกบ




ขอมูล ที่อาศัยหลักการเหนี่ยวนําของสนามแม่เหลก โดยทัวไปมี








ลักษณะบางกลมและบรรจอยในแผนพลาสตกส่เหล่ยม มีขนาด

ตั้งแต่ 8 นิ้ว 5.25 นิ้ว 3.5 นิ้ว ตามลาดับ และแต่ละประเภท กลไก





การทํางานของฟล็อปปี้ ดสกจะคอนขางงายเมื่อเทียบกับ
ฮาร์ดดสก โดยตัวจานหมุนจะเป็นวัสดที่ออนนิ่ม เช่น ไ ม ล า ร์






(Mylar) ที่เป็นพลาสติกสังเคราะห์เคลอบสารแม่เหลกเอาไว้ ใน


ดิสก์ 1 แผนจะมีจานเดยวหัว อานจะเล่อนเขาไปอานขอมูล เริ่ม





แรกสามารถอ่านข้อมูลได้เพียงด้านเดียว ต่อมามีการพัฒนาให้
สามารถอ่านข้อมูลได้ทั้ง 2 ด้าน เรียกว่า Double-sided หัวอ่าน




จะสัมผัสกับแผนดสกโดยตรง ทําใหต้องใช้ความเร็วหมุนจานที่
ั้
ตํา คือประมาณ 300 รอบต่อนาทีเท่านน



11. เคร่องพิมพ์ (Printer)






















































































เครื่องพมพ (Printer) เรียกอกอยางว่าปริ้นเตอร์


หมายถง อปกรณ์เครื่องพมพที่รับสัญญาณตรงจากเครื่อง







คอมพวเตอร์เพ่อพมพงานออกมาเป็นขอความ ภาพ ลงบน

กระดาษหรือวัตถอ่นในประเภทเดยวกัน เครื่องพมพที่ใช้ใน





ปัจจบันมีหลายประเภท เช่น แบบกระทบ (impact printer)


ซึ่งจะรวมถงแบบจด (dot matrix) นอกจากนั้นก็ยังมีแบบไม่
กระทบ (non impact printer) ซึ่งแบ่งเป็นแบบฉีดหมึก (ink


jet) และเครื่องพมพเลเซอร์ (laser printer) หลักการทํางานจะ



แตกต่างกันออกไป และปัจจบันนิยมใช้เครื่องพมพเลเซอร์และ



เครื่องปริ้นองคเจทเสียส่วนใหญ่


12. ลําโพง (Speaker)





















































































ลาโพงคอมพวเตอร์ หรือ ลาโพงมัลติมีเดย เป็นลาโพง




ภายนอก ที่ต่อเขากับคอมพวเตอร์ส่วนบุคคล โดยผานช่องเสียบ








ซ่งตอจากการ์ดเสยงภายในเครื่อง โดยอาจตอเขากับแจคสเตอริโอ
ธรรมดา หรือขั้วต่ออาร์ซีเอ (RCA connector) และยังมีจดเชื่อม



ต่อสายยเอสบีสําหรับใช้ในปัจจบัน โดยมีแรงดันไฟจาย 5 โวลต์

ลําโพงคอมพิวเตอร์มักจะมีขุดขยายเสียงขนาดเล็ก และชุด
แหลงจายไฟต่างหาก มีทําหน้าที่แสดงผลออกมาในรูปแบบเสียง



ซึ่งจะทํางานรวมกับอกรณ์การ์ดเสียง (Sound Card) ที่ทําหน้าที่




แปลงสัญญาณคอมพวเตอร์ออกมาเป็นสัญญาณเสียงแลวส่งออก



ทางลาโพง ส่วนมากใช้กบเครื่องคอมพวเตอร์ที่มีระบบมัลติมีเดย




สายจอคอม มีทังหมดกี่ประเภท แตละแบบมี


การทํางานยังไง ต่างกันตรงไหน?












1. VGA Port



















✗ พอร์ต VGA



















✗ สายพอร์ต VGA



















VGA ย่อมาจาก Video Graphics Array หรือพอร์ต D-


Sub เป็นพอร์ตสําหรับเชื่อมต่อเพ่อรับสัญญาณภาพจาก





คอมพวเตอร์หรือโน้ตบุก ซึ่งเป็นการรับสัญญาณภาพแบบ
อนาล็อก โดยส่วนใหญ่มักจะพบในสมาร์ททีวี, คอมพิวเตอร์



เป็นต้น เป็นที่รูจักกันโดยทัวไปว่า การ์ดจอ หรือ VGA Card ทํา


หน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างเมนบอร์ดกับจอภาพ เพ่อช่วยให ้


จอภาพแสดงผลให้เราเห็นภาพ โดยในยุคแรก การ์ดจอมีความ


ละเอยดในการแสดงภาพที่ 640 x 480 พิกเซล


สําหรับพอร์ต VGA จะมีทั้งหมด 15 พน จะเป็นพอร์ตสี






นํ้าเงนที่เราคนเคยกันนัน พอร์ต VGA ถอว่าเป็นพอร์ตและสาย




จอคอมที่นิยมใช้กันมากในสมัยกอน จนถงปัจจบันกยังมีใหเหน




และใช้กันอย แต่ดวยความที่เป็นอนาลอกเวลาใช้งานกับจอที่มี



ความละเอียดสูง ๆ อาจจะทําให้ภาพไม่คมชัด

✗ 2. DVI Port











Digital Visual Interface หรือเรียกสั้น ๆ ว่า DVI เป็น



พอร์ต ที่ส่งสัญญาณภาพแบบดิจตอล พัฒนามาจากพอร์ต VGA





อีกที แต่พอร์ต DVI นี้กมีอยหลายประเภทยอย ๆ เช่น DVI-A ,

DVI-D และ DVI-I เป็นต้น และ DVI-I กับ DVI-D ยังแยกเป็น

แบบ Single-Link และ Dual-Link ให้เลือกอีกด้วย


DVI-A ยังเป็นการสงสัญญาณภาพแบบอนาลอกอย และ




ไม่ค่อยมีให้เห็นแล้ว ส่วน DVI-I และ DVI-D นันเป็นแบบ



ดิจตอลแลว จงได้รับความนิยมมากกว่า ทีนี้เรามาดูกันว่า DVI

ทั้งหมด มีแบบไหนบ้าง




































DVI-A ✗ DVI-I Port




เป็นพอร์ตที่ส่งสัญญาณภาพ DVI-I (I = Integrated) คือ




แบบอนาลอกอยางที่กลาวไป พอร์ตที่ผสานอนาลอกและ


ข้างต้น มีทั้งหมด 17 ข า ดิจิตอลเข้าด้วยกัน และยัง


สัญญาน หรือเรียกว่า DVI สามารถใช้หัวแปลงจาก DVI-I




12+5 กได ประสิทธภาพที่ได ้ เป็น VGA ได้ สําหรับ DVI-I นี้

2
จากการใช้สายจอคอมชนิดนี้ จะแบบออกเป็น แบบ คือ

จะคอนขางตําเพราะคณภาพที่ DVI-I single link ส่งสัญญาณ




ได้จะถูกลดทอนลงไปจากการ ภ า พ แ บ บ 2 3 พิ น ( DVI-I


แปลงสัญญาณจากดิจิตอล 18+5) และ DVI-I Dual link


เป็นอนาลอก จะ มี ท ั้งหม ด 2 5 พิน หรือ

เรียกว่า DVI-I 24+1 นั่นเอง

✗ 3. HDMI Port


































✗ พอร์ต HDMI


















✗ สายพอร์ต HDMI



























ชื่อเต็มคอ High Definition Multimedia Interface)




เป็นพอร์ตสําหรับเชื่อมต่อเพ่อส่งสัญญาณมัลติมีเดยทังภาพ




และเสียงในระบบดจทัล ซึ่งทําใหไดภาพที่มีความละเอยดสูง


และคมชัด สามารถรับชมหนังคุณภาพระดับ Blu-ray ได้ไม่มี

สะดุด โดยคุณสมบัติหลักของ HDMI ถกออกแบบมาเพ่อ






อานวยความสะดวกสบายใหกับผบริโภค เพ่อใหไดรับความ



บันเทิงอย่างเต็มรูปแบบทั้งภาพและเสียง พร้อมรองรับ


มัลติมีเดยต่างๆ ที่มีคณภาพระดับ High Definition โดยไม่มี




การบีบอัดขอมูล อกทังเวลาติดตังกไม่จาเป็นต้องต่อสายอ่น





เพ่มเติมใหเกดความยงยากเหมือนในอดตซึ่ง HDMI ถูก




นํามาใช้อยางแพร่หลายในปัจจบันทังสมาร์ททีวี แท็บเล็ต เป็น



ต้น

✗ 4. S-Video Port


































✗ พอร์ต S-Video




























✗ สายพอร์ต S-Video































ย่อมาจาก Separate Video เป็นพอร์ตรับสัญญาณภาพจาก



วีดโอแบบอนาลอก สนับสนุนภาพที่มีความละเอยด 480i หรือ



576i โดยสามารถแยกสัญญาณไดออกเป็น 2 สัญญาณ คือความ



สว่างและสีซึ่งคณภาพของภาพที่ไดจะดกว่าพอร์ต Composite/AV



✗ 5. LAN Port


































✗ พอร์ต LAN




























✗ สายพอร์ต LAN




























สายแลนหรือที่รูจักกันในชื่อทางการว่า UTP


(Unshielded Twisted Pair) เป็นสายนําสัญญาณชนิดหนึ่ง ที่มี





ตัวนําสัญญาณเป็นทองแดงบิดตีเกลยวกันเป็นค (Twisted
Pairs) โดยทัวไปใช้เชื่อมต่อกับอปกรณ์คอมพวเตอร์ในการรับ-





ส่งขอมูล หรือเชื่อมต่อเขากับเครือขายกลาง เช่น เน็ตเวิร์ค

สวิตช์ ฮับ รวมไปถึงเร้าเ ต อร์กไดเช่นกัน ในส่วนของหัวที่ใช้


เชื่อมต่อสายแลนนน เรียกว่า RJ45



✗ 6. USB Type-C Port














สุดท้ายมาดูพอร์ต USB Type-C หรือ USB-C เป็นพอร์ตการ


เชื่อมต่อแบบใหม่และเป็นมาตรฐานของพอร์ตเชื่อมต่อไป



แลว เนื่องจากรองรับการใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการ




ส่งสัญญาณภาพ เสียง ถายโอนขอมูล หรือชาร์จไฟ ซึ่งทังหมด
ที่ทําไดในพอร์ตเดยวจงเป็นหนึ่งในสายจอคอมที่มีประสิทธ




ภาพสูงเลยทีเดียว


























































โดยทั่วไปนั้น เรามักจะเห็น USB-C อยู่กับสมาร์ทโฟนซะส่วน




ใหญ่และยังถกนํ าไปใช้กับพซี แล็ปท็อป มอนิ เตอร์
ไมโครซอฟต์ ซัลเฟล และแอปเปิ้ ลแมคหรือแมคบุ๊ค โดยใน


ส่วนของสินค้าแอปเปิ้ ลจะเป็น Thunderbolt 3 มีความเร็วใน





การถายโอนขอมูลที่สูงมาก (จดสังเกตุจะเป็นรูปสายฟ้า) และ






ในโน้ตบุครุนใหม่ ๆ กลม Ultrabook กเริ่มนํามาใช้กับบ้าง
แลว ทุกท่านน่าจะคนเคยเป็นอยางด ี





ขอบคุณที่








ตั้งใจอ่าน!











Any questions?







You can find me at:



✗ อาจารย์ที่ปรกษา ชคพ.3/2






3


2


Click to View FlipBook Version