Welcome to
lessons
์
ุ
้
ผ้สราง นักเรียนสาขาคอมพิวเตอรธรกิจ
ู
ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปที่ 3 ห้อง 2
ี
1. มอนิเตอร์
(Monitor)
✗ 1.1 จอ CRT (Cathode Ray Tube Monitor)
ื
คอ จอภาพที่รับสัญญาณภาพแบบ Analog (อนาล็อก)
พัฒนามาจากหลอดภาพโทรทัศน์ด้วยการใช้หลอดภาพในการ
แสดงผลเช่นเดียวกัน จอซีอาร์ทีจะท างานโดยอาศัยหลอดภาพที่
็
สร้างภาพโดยการยิงลาแสงอเลกตรอนไปยังที่ผวหน้าจอ ซึ่งมี
ิ
ิ
็
สารประกอบของฟอสฟอรัสฉาบอยูที่ผว เมื่อถูกแสงอเลกตรอนมา
ิ
่
ิ
กระทบสารเหลานี้จะเกิดการเรืองแสงขึ้นมาท าให้เกิดเป็นภาพ
่
้
นันเอง ในปัจจบันนี้ไดมีการพัฒนาใหมีความแบนราบมากขึ้นซึ่ง
้
ุ
่
จอแบบนี้จะเรียกกันว่า FD Trinitron (Flat Display Trinitron)
้
ี
ซึ่งมีมากมายในปัจจุบันและจะเข้ามาแทนที่แบบเดิม ๆ อกทังราคา
ยังถูกลงเป็นอย่างมากด้วย
✗ 1.2 จอแอลซีดี (LCD : Liquid Crystal Display)
จอแอลซีดี หรือเรียกว่า “จอภาพผลึกเหลว” (ถ้าหากลอง
ู
้
ู
เอานิ้วไปกดจอด จะเหมือนกับมีน ้าอยขางใน) โดยจอชนิดนี้ถือ
่
ู
ึ
้
่
ุ
กาเนิดข้นในปี ค.ศ 1963 โดยถกน ามาใช้ครังแรกกับกลมเครื่อง
คดเลข และนาฬิกาในรูปแบบขาวดา โดยปัจจบันเป็น
ุ
ิ
ึ
ิ
ู
ิ
จอแสดงผลแบบดจทัล โดยภาพที่ปรากฏข้นเกดจากแสงที่ถก
ิ
ปล่อยออกมาจากปลอดไฟด้านหลังขอจอภาพ (Black Light)
้
ผ่านชั้นกรองแสง (Polarized filter) แลววิ่งไปยังคริสตัลเหลว
ื
ที่เรียงตัวดวยกัน 3 เซลลคอ แสงสีแดง แสงสีเขยวและแสงสีน ้า
ี
้
์
ึ
ิ
ิ
ิ
เงน กลายเป็นพกเซล (Pixel) ที่สว่างสดใสเกดข้น มีลักษณะ
แบนราบและมีขนาดเล็กและบาง หากจอภาพแบบแอคทีฟ
แมทริกซ์สามารถพัฒนาให้มีขนาดใหญ่กว่า 15 นิ้วได้
✗ 2. เคส (Case)
กลองหรือโครงสร้างส าหรับเกบส่วนประกอบของอปกรณ์
่
็
ุ
ิ
ต่าง ๆ ของคอมพวเตอร์ไว้ภายในนัน ซึ่งขนาดของเคสกจะ
้
็
แตกต่างกันออกไป แล้วแต่การใช้งานหรือความเหมาะสมในการ
ุ
็
ใช้งานของแต่ละคนรวมทังสถานที่เกบอปกรณ์เหลานันด้วยว่ามี
้
้
่
็
ขนาดพ้นที่มากน้อยเพยงใด และในตัวเคสกจะมีในส่วนของพาว
ื
ี
เวอร์ซัพพลายติดมาด้วย
✗ 3. พาวเวอร์ซัพพลาย (Power Supply)
แหล่งจ่ายไฟส าหรับคอมพิวเตอร์ หรือ พาวเวอร์ซัพพลาย
ุ
ุ
ื
่
่
เป็นอปกรณ์ที่มีความสาคัญอยางมากตออปกรณ์เกอบทุกตัวใน
ระบบคอมพวเตอร์ มีรูปร่างเป็นกลองสี่เหล่ยมติดตังอยภายใน
ี
่
่
้
ู
ิ
่
้
ุ
ตัวเคส ท าหน้าคอยจายไฟใหกับชิ้นส่วนและอปกรณ์ต่าง ๆ
้
ทังหมดภายในเครื่อง มีรูปร่างเป็นกลองสี่เหล่ยมติดตังอยภายใน
่
ี
้
ู
่
้
ี
ตัวเคส (สามารถถอดเปล่ยนได) ท าหน้าที่แปลงแรงดันไฟฟ้า
กระแสสลับ (AC) ตามบ้านจาก 220 โวลต์ให้เหลือเพียงแรงดัน
ไฟฟ้ากระแสตรง (DC) 3 ชุดคือ 3.3 และ 5 โวลต์ เพ่อจายไฟ
่
ื
่
้
ื
้
ใหกับวงจรชิ้นส่วนอปกรณ์ต่าง ๆ และ 12 โวลต์ เพ่อจายไฟใหกับ
ุ
ิ
ุ
์
มอเตอร์ของอปกรณ์ดสกไดรฟ์ต่าง ๆ รวมถึงพัดลมระบายอากาศ
้
ดวย การท างานเป็นการตอตรงกับแหลงจายไฟ ท าใหเกดปัญหา
่
ิ
้
่
่
ิ
ุ
กับอปกรณ์บางตัว เช่น ฮาร์ดดสก หรือ ซีพย ที่ต้องอาศัยไฟใน
ู
ี
์
ชัวขณะหนึ่ง
่
✗ 4. คีย์บอร์ด (Keyboard)
้
ุ
ุ
เป็นอปกรณ์ในการรับขอมูลที่สาคัญที่สด มีลักษณะ
้
ิ
ี
์
์
ิ
คลายแป้นพมพของเครื่องพมพดด มีจานวนแป้น 84 - 105
่
ุ
ึ
ู
่
แป้นข้น อยกับแป้นที่เป็นกลมตัวเลข (Numeric keypad) กลุ่ม
ุ
์
ฟังกชัน (Function keys) กลมแป้นพเศษ (Special-purpose
่
ิ
ุ
ุ
่
keys) กลมแป้นตัวอักษร (Typewriter keys) หรือกลมแป้น
่
ิ
ควบคมอ่น ๆ (Control keys) ซึ่งการสังงานคอมพวเตอร์และ
ุ
่
ื
การท างานหลาย ๆ อยางจาเป็นต้องใช้แป้นพมพเป็นหลัก
่
์
ิ
ื
้
ประกอบดวยปุ่มตัวอักษร ตัวเลข และสัญลักษณ์ต่าง ๆ เพ่อให ้
ิ
คณสามารถใส่ขอมูลเขาสูคอมพวเตอร์ ประกอบดวยปุ่ม
้
ุ
้
่
้
้
ื
่
ตัวอักษร ตัวเลข และสัญลักษณ์ตาง ๆ เพ่อใหคณสามารถใส ่
ุ
ิ
้
่
ขอมูลเขาสู แต่ไดเพ่มปุ่มควบคมเฉพาะส าหรับคอมพวเตอร์
้
ุ
ิ
้
็
่
โดยปกติจะมี 101 ปุ่ม ซึ่งบางรุนอาจจะมีน้อยหรือมากกว่ากได ้
✗ 5. เมาส์ (Mouse)
ุ
เป็นอปกรณ์ที่ใชในการควบคมตัวช้บนจอคอมพวเตอร์
้
ิ
ี
ุ
(pointing device) เป็นอปกรณ์ส าคัญในการใช้งานคอมพวเตอร์
ุ
ิ
ู
ุ
้
ชิ้นหนึ่ง ซึ่งปัจจบันถกออกแบบมาใหมีรูปร่าง ลักษณะ สีสัน ต่าง
ื
้
้
กัน บางรุนมีไฟประดับใหสวยงาม เพ่อใหเหมาะสมกับการใช้งาน
่
ในแต่ละประเภทและความชื่นชอบของผใช้ เช่น มีขนาดเลก มี
็
้
ู
ส่วนโค้งและส่วนเว้าเข้ากับอุ้งมือของผู้ใช้ มีรูปร่างสีสันแปลกตา
ไปจากรุนทัวไปหรือเป็นรูปตัวการ์ตูน และลาสุดไดมีการพัฒนา
่
่
้
่
ื
เมาส์อากาศ (Air Mouse) ซึ่งสามารถใช้งานเมาส์โดยถอข้นมา
ึ
็
่
้
เอยงไปมาในอากาศโดยไม่จาเป็นตองใชแผนรองกสามารถ
ี
้
ควบคมตัวชี้ไดเช่นกน
ั
้
ุ
✗ 6. เมนบอร์ด (Main board)
้
เมนบอร์ดนันมีชื่อเรียกอยหลายชื่อดวยกัน อาทิ มาเธอร์
้
ู
่
บอร์ด (motherboard), ซิสเต็มบอร์ด (system board) , ลอจิก
บอร์ด (logic board) หรือในบางประเทศก็เรียกว่า โมโบ (mobo)
ซึ่งเป็นคายอจาก motherboard
่
่
็
ิ
ื
เมนบอร์ด คอแผงวงจรอเลกทรอนิกสที่มีสวนสาคัญมาก
์
ของคอมพวเตอร์ เป็นแผงวงจรหลักที่คอยสังการใหอปกรณ์ต่าง
่
้
ุ
ิ
่
ๆ ที่มีการเชื่อมต่อท างานตามคาสัง มีหน้าที่คอยควบคมและ
ุ
้
จัดการใหกับอปกรณ์ต่าง ๆ ท างานเชื่อมโยงกัน โดยเมนบอร์ดจะ
ุ
ู
ี
่
้
ุ
รับส่งขอมูลต่าง ๆ จากตัวอปกรณ์ต่าง ๆ ไปยงซีพย และรับคาสังที่
ั
้
ื
ี
้
ไดรับการประมวลผลจากซีพย น าไปส่งใหอปกรณ์นัน ๆ เพ่อให ้
ุ
้
ู
การท างานต่าง ๆ ไม่ติดขัด
✗ 7. ซีพียู (CPU)
ี
ี
์
ซพยคอหน่วยประมวลผลกลางของคอมพวเตอรเปรยบเหมือน
ื
ิ
ี
ู
ื
่
สมองที่คอยท าหน้าที่ในการตัดสินใจหรอคานวณข้อมูลคาสังที่ได้รับมา
เป็นหัวใจหลักในการประมวลผลซพยนันยอมาจาก Central
่
ี
้
ี
ู
Processing Unit ท าหน้าที่ประมวลผลข้อมูลเชงตรรกะ โดยมีกระบวน
ิ
ื
การพ้นฐานคอ 1.อ่านชุดค าสั่ง 2.ตีความชุดค าสั่ง 3.ประมวลผล
ื
ชุดค าสั่ง 4.อานข้อมูลจากหน่วยความจา 5.เขียนข้อมูล/ส่งผลการ
่
ุ
ู
ู
ู
ี
่
ประมวล ปัจจบันซพยอยในรปแบบของ Socket มีรปลักษณะเป็นแผ่น
ี
ู
ี
ี
ี
ู
สี่เหล่ยมจัตุรัสท าด้วยเซรามิก ด้านบนกรอบของซพยจะบอกราย
้
ู
์
ี
ละเอียดสเปคของซพยตัวนัน ๆ เมื่อประกอบกับเมนบอรดจะดูเหมือน
ี
ี
่
ู
ุ
อยในตลับและต้องถูกครอบทับอกทีด้วยพัดลมหรอชดน ้าระบายความ
ื
ร้อน
ี
้
ู
ิ
์
หลักการท างานของซพยนันเร่มจากซอฟต์แวรต่าง ๆ ในระบบ
ี
่
ส่งชดคาสังที่ต้องการประมวลผลมายังหน่วยความจาหลัก (RAM)
ุ
จากนันแรมจะท าการจัดเรยงคาสังต่าง ๆ ตามควที่เข้ามา จากนันซพย ู
่
ี
้
ิ
้
ี
ี
่
ุ
่
จะอานควของชดคาสังเหลานันเพ่อประมวลผลตามลาดับกอนหลัง เมื่อ
่
ิ
่
้
ื
คานวณผลเสรจแลวกจะผลลัพธ์นันกลับมายังแรมเพ่อส่งต่อไปยัง
้
ื
็
็
้
้
ี
ุ
้
โปรแกรมเจาของชดคาสังนัน ๆ เพ่อแสดงผลต่อไป อกทังยังสามารถ
ื
้
่
ุ
ั
ส่งข้อมูลไปยงอปกรณ์จดเกบข้อมูล เชน ฮารดดิกส์ได้อีกด้วย
ั
์
่
็
✗ 8. การ์ดแสดงผล (Display Card)
้
ี
็
้
การ์ดแสดงผลใช้ส าหรับเกบขอมูลที่ไดรับมาจากซีพย
ู
โดยที่การ์ดบางรุนสามารถประมวลผลไดในตัวการ์ด ซึ่งจะช่วย
้
่
แบ่งเบาภาระการประมวลผลให้ซีพียู จึงท าให้การท างานของ
ิ
้
้
้
คอมพวเตอร์นันเร็วข้ ึนดวย ซึ่งตัวการ์ดแสดงผลนันจะมี
้
หน่วยความจาในตัวของมันเอง ถาตัวการ์ดมีหน่วยความจามาก ก ็
จะรับขอมูลจากซีพยไดมากข้น ซึ่งจะช่วยใหการแสดงผลบน
ึ
้
้
้
ี
ู
้
้
ึ
้
จอภาพมีความเร็วสูงข้นดวย ท าหน้าที่ในการน าขอมูลที่ไดจาก
การประมวลผลของซีพียูมาแสดงบนจอภาพ ท าให้ผู้ใช้สามารถ
้
ควบคมการท างานไดอยางมีประสิทธภาพ โดยจอภาพจะเป็นส่วน
ุ
ิ
่
ที่รับขอมูลจากการ์ดแสดงผลอกทีหนึ่ง การ์ดกราฟฟิกที่ไดรับ
้
ี
้
ู
ุ
่
ความนิยมและใช้กันแพร่หลายในอยปัจจบัน เป็นการ์ดกราฟฟิก
ที่มี GPU เป็นตัวประมวลผล
✗ 9. หน่วยความจา
✗ หน่วยความจาหลัก (Main Memory)
เป็นหน่วยความจาพ้นฐานที่มีในคอมพวเตอร์ทุกเครื่อง
ิ
ื
เป็นหัวใจของการท างานในรูปแบบอัตโนมัต มีหน้าที่เกบขอมูล
้
็
ิ
้
้
่
ื
็
้
ตาง ๆ ที่ป้อนเขามาเพ่อใหหน่วยประมวลผลน าไปใช และเกบ
ี
้
ขอมูลที่เก่ยวกับคณสมบัติและระบบการท างานของเครื่อง
ุ
ิ
้
คอมพวเตอร์ เมื่อปิดเครื่องคอมพวเตอร์ขอมูลในหน่วย ความจา
ิ
ิ
้
นี้จะหายไปดวย หน่วยความจาหลักที่ใช้ในระบบคอมพวเตอร์
ึ
ปัจจบัน เป็นชนิดที่ท ามาจากสารก่งตัวน า หน่วยความจาชนิดนี้มี
ุ
ขนาดเลก ราคาถก แต่เกบขอมูลไดมากและสามารถใหหน่วย
้
้
้
ู
็
็
่
็
ประมวลผลกลางน าขอมูลมาเกบและเรียกคนไดอยางรวดเร็ว
้
้
้
ุ
ี
หน่วยความจาหลักเป็นอปกรณ์ที่ท ามาจากไอซีเช่นเดยว
ื
ึ
็
้
็
กัน วงจรหน่วยความจาจะเกบขอมูลในรูปตัวเลขฐานสอง ซ่งกคอ
ุ
็
็
้
สัญญาณทางไฟฟ้า การเกบขอมูลจะเกบรวมกันเป็นกลม เช่น 8
่
็
้
บิต รวมกันเป็น 1 ไบต์ หน่วยความจาจะมีที่เกบไดเป็นจานวน
มาก เช่น ในเครื่องคอมพวเตอร์มีหน่วย ความจาหลัก 8 เมกะ
ิ
ไบต์ หมายถึงสามารถเก็บข้อมูลหรือค าสั่งได้ 8 x 1024 x 1024
ไบต์ นั่นเอง (ประมาณ 2000 หน้ากระดาษ)
หน่วยของขอมูลที่จัดเกบในหน่วยความจาเรียกว่าไบต์
็
้
(byte) 1 ไบต์จะประกอบไปด้วย 8 บิต นอกจากนี้ยังมีหน่วยเป็น
กิโลไบต์ (kilobyte หรือ KB ) ซึ่งมีคาเท่ากับ 1,024 ไบต์ , เมกะ
่
ไบต์ (megabyte หรือ MB) มีคาโดยประมาณหนึ่งลานไบต หรือ
่
์
้
่
1,024 KB , กิกะไบต์ ( gigabyte หรือ GB ) มีคาประมาณหนึ่ง
้
ิ
้
พันลานไบต์หรือหนึ่งลานกโลไบต์และเทราไบต์ ( terabyte
่
้
หรือ TB ) มีคาประมาณหนึ่งลานลานไบต์
้
✗ หน่วยความจาหลักในระบบคอมพิวเตอร ์
่
1. หน่วยความจาหลักแบบอานไดอยางเดยวหรือรอม
ี
่
้
(Read Only Memory : Rom) เป็นหน่วยความจ าที่บริษัท
้
ิ
้
ุ
ผผลตไมโคร คอมพวเตอร์ไดบรรจชิปหน่วยความจาแบบติดตัง
ิ
้
ู
ถาวรหรือไบออส (Basic Input Output System : BIOS) ไว้บน
แผงวงจรหลักเรียบร้อยแลว โดยขอมูลที่บรรจในหน่วยความจา
้
้
ุ
้
แบบนี้จะยังคงอยแม้ปิดเครื่องไปแลว และเมื่อเปิดเครื่องใหม่
่
ู
้
่
หน่วยประมวลผลกลาง จะอานโปรแกรมหรือขอมูลในหน่วย
้
้
้
ความจารอมมาใช้ประมวลผลไดเท่านัน แต่ไม่สามารถน าขอมูล
อ่นมาเขยนลงในรอมได ้
ื
ี
.
2 หน่วยความจาหลักแบบแกไขไดหรือแรม (Random
้
้
Access Memory : RAM) เป็นหน่วยความจาที่ใช้ส าหรับเกบ
็
ขอมูลและคาสัง มีหน้าที่ในการเกบชุดคาสังและขอมูลในขณะที่
้
็
่
่
้
ระบบคอมพิวเตอร์ก าลังท างานอยู่ ทั้งในแบบของ Input และ
Output โดยการเข้าถึงข้อมูลของแรมนันจะเป็นการเข้าถึงแบบ
้
ึ
ี
ู
ึ
สุ่ม (Random Access) ซึ่งหมายถงซีพยสามารถเข้าถงทุก ๆ ส่วน
ของหน่วยความจาหรือพ้นที่เกบขอมูลไดโดยตรง เพ่อเพ่ม
้
้
็
ื
ิ
ื
้
่
่
่
ความเร็วในกระบวนการเขยนและอานขอมูลอยางตอเนื่อง นัน
่
ี
เป็นเพราะว่าแรมเป็นหน่วยความจาหลัก ที่ซีพยสามารถเขาถง
้
ู
ี
ึ
้
่
หน่วยความจานันไดในทันที โดยที่ไม่จาเป็นต้องผานฮาร์ดไดรฟ์
้
็
้
ที่มีความจขนาดใหญ่เพ่อคนหาสิ่งที่ต้องการ ซึ่งกหมายความว่า
ื
ุ
้
ุ
คอมพวเตอร์ของคณสามารถที่จะสลับระหว่างงานต่าง ๆ ไดอยาง
่
ิ
ราบรื่นแบบไร้รอยต่อ โดยที่คณเองกจะไม่ทันไดสังเกตถงความ
็
้
ึ
ุ
ล่าช้าใด ๆ
หน่วยความจารองในคอมพิวเตอร ์
หน่วยความจารอง เป็นหน่วยความจาที่ใช้เกบขอมูลและ
็
้
โปรแกรมที่ต้องการใช้งานในคราวต่อไปได ซึ่งสามารถบรรจ ุ
้
็
้
้
ขอมูลและโปรแกรมไดเป็นจานวนมาก เป็นหน่วยเกบขอมูล
้
้
่
ู
่
ถาวรที่ผใช้สามารถยายขอมูลและคาสังที่อยในหน่วยความจา
้
้
ู
็
้
้
ิ
แรม ขณะที่เครื่องคอมพวเตอร์ท างานมาจัดเกบไว้ไดดวยคาสัง
่
บันทึกของโปรแกรมประยุกต์ ท าให้ผู้ใช้สามารถเรียกข้อมูล
และคาสังมาใช้ในภายหลัง ซึ่งหน่วยความจารองมีความจขอมูล
้
ุ
่
ึ
้
ู
มากกว่าหน่วยความจาหลักและมีราคาถกกว่า แต่เขาถงขอมูล
้
้
ไดชากว่าหน่วยความจาแรม
้
ุ
ั
อปกรณ์หน่วยความจารองที่นิยมใช้ในปัจจบน
ุ
ั
มีดงนี้
้
ุ
็
้
1. ฮาร์ดดิสก์ (Hard disk) เป็นอปกรณ์ที่เกบขอมูลไดมาก
่
้
สามารถเกบไดอยางถาวร โดยไม่จาเป็นต้องมีไฟฟ้ามาหลอ
่
็
ู
้
ี
็
ึ
เล้ยงตลอดเวลา เมื่อปิดเครื่องขอมูลกจะไม่สูญหาย จงถก
ิ
ุ
จัดเป็นอปกรณ์ที่ใช้ในการเกบระบบปฏบัติการ โปรแกรมและ
็
้
ิ
้
์
ขอมูลต่าง ๆ ฮาร์ดดสกมีหน่วยความจตังแต่เป็นไบต์ เมกะ
ุ
ไบต์ จนถงจกะไบต์ หากเครื่องคอมพวเตอร์มีความจของ
ึ
ิ
ิ
ุ
ฮาร์ดดิสก์มากก็จะท าให้สามารถเก็บข้อมูลได้มาก
2. ออปติคัลดิสก์ (Optical Disc) เป็นหน่วยความจารองที่ใช้
เทคโนโลยีแสงเลเซอร์ในการบันทึกข้อมูล ท าให้สามารถเก็บ
ข้อมูลได้จ านวนมากกว่าฮาร์ดดิสก์ธรรมดา ออปติคัลดิสก์ที่
นิยมใช้ในปัจจุบัน มีดังนี้
2.1 ซีดีรอม (CD-ROM : Compact Disk-Read-Only
ี
้
้
Memory) เป็นหน่วยความจารองที่บันทึกไดเพยงครังเดยว จะ
ี
ี
้
่
้
ไม่สามารถเปล่ยนแปลงข้อมูลเหลานันได้รวมทังไม่สามารถ
บันทึกข้อมูลเพ่มเติมได้ ซีดีรอมไดรฟ์รุ่นแรกสุดนั้นมีความเร็ว
ิ
่
ในการอานข้อมูลที่ 150 กิโลไบต์ต่อวินาที เรียกว่า มีความเร็ว 1
เท่าหรือ 1X ซึ่งซีดรอมไดรฟ์รุ่นหลัง ๆ ก็จะอ้างอิงความเร็วใจการ
ี
อานข้อมูลจากรุนแรกเป็นหลัก เช่น ความเร็ว 52 เท่า (5 2 X)
่
่
เป็นต้น
2.2 ซีดีอาร์ (CD-R : Compact Disk Recordable)
่
เป็นหน่วยความจ ารองที่เขียนข้อมูลลงแผนแลวจะไม่สามารถ
้
่
้
้
ู
ี
เปล่ยนแปลงข้อมูลเหลานันได้ แต่ผใช้สามารถบันทึกข้อมูล
ลงแผ่นเดิมได้จนกระทั่งแผ่นเต็ม
2.3 ซีดีอาร์ดับบิว (CD-RW : Compact Disk
ี
Rewrite) หน่วยความจาที่สามารถเขยนขอมูลลงแผน และ
่
้
สามารถเขียนข้อมูลใหม่ทับลงในแผ่นเดิม หรือผู้ใช้สามารถ
้
้
่
ี
่
ี
เปล่ยนเนื้อหาต่าง ๆ ภายในแผนซีดอาร์ดับบลวไดคลายแผน
ิ
ฟลอปปี้ดิสก์
2.4 ดีวีดี (DVD : Digital Video Disk) เป็นเทคโนโลย ี
่
ที่ก าลังได้รับความนิยมแทนแผนซีดี เนื่องจากมีการน า
เทคโนโลยีการบีบอัดข้อมูลมาใช้มากขึ้น ซึ่งดีวีดีหนึ่งแผ่น
ิ
สามารถเก็บข้อมูลได้ตั้งแต่ 4.7 กโลไบต์ นิยมใช้บันทึก
่
ภาพยนตร์ หลังจากที่บันทึกข้อมูลลงแผนดีวีดีแลว ผใช้ไม่
้
้
ู
้
ี
สามารถเปล่ยนแปลงได้ ดีวีดีมี 3 ชนิดไดแก ่
1) ดีวีดีรอม (DVD-ROM) ส่วนมากใช้กับการเก็บภาพ
ยนตร์ที่มีความยาวเกนกว่าสองชัวโมง
ิ
่
้
2) ดีวีดีอาร์ (DVD-R) ใช้ในการเกบขอมูลที่มีปริมาณ
็
มาก และราคาสูงกว่าดีวีดีรอม
ี
3) ดีวีดีอาร์ดับบิว (DVD-RW) เป็นเทคโนโลยแบบแสง
ู
มีเครื่องอานดีวีดีแรมที่ให้ผใช้บันทึก ลบ และบันทึกข้อมูลซ า
่
้
้
ลงบนแผ่นเดิมได้
ี
2.5 บลูเรย์ดิสก์ (Blue Ray Disk) เป็นเทคโนโลยแบบ
ี
่
แสงลาสุดที่สามารถบันทึกข้อมูลความละเอยดสูงได้ถึง 100
กกะไบต์ ใหภาพและเสียงที่คมชัด มักน าไปใช้ในการ
้
ิ
บันทึกภาพยนตร์ แต่แผ่นบลูเรย์ดิสก์จะมีราคาแพง
ุ
3. อปกรณ์หน่วยความจาแบบแฟลช (flash memory device)
แฟลชไดรฟ์ (flash drive) ธัมไดรฟ์ (thumb drive) หรือ
แฮนดี้ไดรฟ์ (handy drive) เป็นความจาประเภทรอมที่เรียกว่า
อีดีพร็อม (Electrically Erasable Programmable Read
ี
้
็
Only Memory) ซ่งเป็นเทคโนโลยแบบใหม่ สามารถเกบขอมูล
ึ
ได้เหมือนฮาร์ดดิสก์ คือสามารถเขียนและลบข้อมูลได้ตาม
ต้องการ และเก็บข้อมูลได้แม้ไม่ได้ต่อกับเครื่องคอมพวเตอร์
ิ
็
หน่วยความจ าชนิดนี้มีขนาดเลก น ้าหนกเบา พกพาได้สะดวก
ั
10. ฟล็อปปี้ดิสก์ (Floppy Disk)
ฟล็อปปี้ ดสก หรือที่นิยมเรียกว่า แผนดสก หรือ ดิสเกตต์
่
ิ
์
ิ
์
็
(diskette) หรือ แผ่นบันทึก (ศัพท์บัญญัติ) เป็นอปกรณ์เกบ
ุ
้
่
ขอมูล ที่อาศัยหลักการเหนี่ยวน าของสนามแม่เหลก โดยทัวไปมี
็
ุ
ลักษณะบางกลมและบรรจอยในแผนพลาสติกสี่เหล่ยม มีขนาด
ู
่
่
ี
ตั้งแต่ 8 นิ้ว 5.25 นิ้ว 3.5 นิ้ว ตามลาดับ และแต่ละประเภท กลไก
่
้
์
่
ิ
การท างานของฟล็อปปี้ ดสกจะคอนขางงายเมื่อเทียบกับ
ุ
ิ
่
ฮาร์ดดสก โดยตัวจานหมุนจะเป็นวัสดที่ออนนิ่ม เช่น ไ ม ล า ร์
์
ื
(Mylar) ที่เป็นพลาสติกสังเคราะห์เคลอบสารแม่เหลกเอาไว้ ใน
็
้
ี
้
ดิสก์ 1 แผนจะมีจานเดยวหัว อานจะเล่อนเขาไปอานขอมูล เริ่ม
่
ื
่
่
แรกสามารถอ่านข้อมูลได้เพียงด้านเดียว ต่อมามีการพัฒนาให้
สามารถอ่านข้อมูลได้ทั้ง 2 ด้าน เรียกว่า Double-sided หัวอ่าน
้
์
่
จะสัมผัสกับแผนดสกโดยตรง ท าใหต้องใช้ความเร็วหมุนจานที่
ิ
ั้
่
ต า คือประมาณ 300 รอบต่อนาทีเท่านน
ื
11. เคร่องพิมพ์ (Printer)
์
ิ
่
ี
เครื่องพมพ (Printer) เรียกอกอยางว่าปริ้นเตอร์
ึ
์
หมายถง อปกรณ์เครื่องพมพที่รับสัญญาณตรงจากเครื่อง
ุ
ิ
์
้
ื
ิ
ิ
คอมพวเตอร์เพ่อพมพงานออกมาเป็นขอความ ภาพ ลงบน
ุ
กระดาษหรือวัตถอ่นในประเภทเดยวกัน เครื่องพมพที่ใช้ใน
ื
ี
ิ
์
ุ
ปัจจบันมีหลายประเภท เช่น แบบกระทบ (impact printer)
ุ
ึ
ซึ่งจะรวมถงแบบจด (dot matrix) นอกจากนั้นก็ยังมีแบบไม่
กระทบ (non impact printer) ซึ่งแบ่งเป็นแบบฉีดหมึก (ink
์
ิ
jet) และเครื่องพมพเลเซอร์ (laser printer) หลักการท างานจะ
์
ิ
แตกต่างกันออกไป และปัจจบันนิยมใช้เครื่องพมพเลเซอร์และ
ุ
์
ิ
เครื่องปริ้นองคเจทเสียส่วนใหญ่
็
12. ล าโพง (Speaker)
ี
ลาโพงคอมพวเตอร์ หรือ ลาโพงมัลติมีเดย เป็นลาโพง
ิ
ิ
ภายนอก ที่ต่อเขากับคอมพวเตอร์ส่วนบุคคล โดยผานช่องเสียบ
่
้
้
ซึ่งต่อจากการ์ดเสียงภายในเครื่อง โดยอาจต่อเขากับแจคสเตอริโอ
็
ุ
ธรรมดา หรือขั้วต่ออาร์ซีเอ (RCA connector) และยังมีจดเชื่อม
ต่อสายยเอสบีส าหรับใช้ในปัจจบัน โดยมีแรงดันไฟจาย 5 โวลต์
ู
ุ
่
ล าโพงคอมพิวเตอร์มักจะมีขุดขยายเสียงขนาดเล็ก และชุด
แหลงจายไฟต่างหาก มีท าหน้าที่แสดงผลออกมาในรูปแบบเสียง
่
่
ซึ่งจะท างานรวมกับอกรณ์การ์ดเสียง (Sound Card) ที่ท าหน้าที่
ุ
แปลงสัญญาณคอมพวเตอร์ออกมาเป็นสัญญาณเสยงแลวสงออก
้
ิ
่
ี
ี
ทางลาโพง ส่วนมากใช้กบเครื่องคอมพวเตอร์ที่มีระบบมัลติมีเดย
ิ
ั
้
่
สายจอคอม มีทังหมดกี่ประเภท แตละแบบมี
การท างานยังไง ต่างกันตรงไหน?
1. VGA Port
✗ พอร์ต VGA
✗ สายพอร์ต VGA
VGA ย่อมาจาก Video Graphics Array หรือพอร์ต D-
Sub เป็นพอร์ตส าหรับเชื่อมต่อเพ่อรับสัญญาณภาพจาก
ื
๊
ิ
คอมพวเตอร์หรือโน้ตบุก ซึ่งเป็นการรับสัญญาณภาพแบบ
อนาล็อก โดยส่วนใหญ่มักจะพบในสมาร์ททีวี, คอมพิวเตอร์
้
่
เป็นตน เป็นที่รูจักกันโดยทัวไปว่า การ์ดจอ หรือ VGA Card ท า
้
หน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างเมนบอร์ดกับจอภาพ เพ่อช่วยให ้
ื
จอภาพแสดงผลให้เราเห็นภาพ โดยในยุคแรก การ์ดจอมีความ
ละเอยดในการแสดงภาพที่ 640 x 480 พิกเซล
ี
ิ
ส าหรับพอร์ต VGA จะมีทั้งหมด 15 พน จะเป็นพอร์ตสี
้
ื
ุ
้
ิ
น ้าเงนที่เราคนเคยกันนัน พอร์ต VGA ถอว่าเป็นพอร์ตและสาย
็
ุ
ึ
จอคอมที่นิยมใช้กันมากในสมัยกอน จนถงปัจจบันกยังมีใหเหน
็
่
้
่
้
ู
และใช้กันอย แต่ดวยความที่เป็นอนาลอกเวลาใช้งานกับจอที่มี
็
ความละเอียดสูง ๆ อาจจะท าให้ภาพไม่คมชัด
✗ 2. DVI Port
Digital Visual Interface หรือเรียกสั้น ๆ ว่า DVI เป็น
ิ
พอร์ต ที่ส่งสัญญาณภาพแบบดิจตอล พัฒนามาจากพอร์ต VGA
่
่
็
ู
อีกที แต่พอร์ต DVI นี้กมีอยหลายประเภทยอย ๆ เช่น DVI-A ,
DVI-D และ DVI-I เป็นต้น และ DVI-I กับ DVI-D ยังแยกเป็น
แบบ Single-Link และ Dual-Link ให้เลือกอีกด้วย
็
่
ู
DVI-A ยังเป็นการส่งสัญญาณภาพแบบอนาลอกอย และ
ไม่ค่อยมีให้เห็นแล้ว ส่วน DVI-I และ DVI-D นันเป็นแบบ
้
ดิจตอลแลว จงได้รับความนิยมมากกว่า ทีนี้เรามาดูกันว่า DVI
ึ
้
ิ
ทั้งหมด มีแบบไหนบ้าง
DVI-A ✗ DVI-I Port
เป็นพอร์ตที่ส่งสัญญาณภาพ DVI-I (I = Integrated) คือ
็
แบบอนาลอกอยางที่กลาวไป พอร์ตที่ผสานอนาลอกและ
่
็
่
ข้างต้น มีทั้งหมด 17 ข า ดิจิตอลเข้าด้วยกัน และยัง
สัญญาน หรือเรียกว่า DVI สามารถใช้หัวแปลงจาก DVI-I
ิ
12+5 กได ประสิทธภาพที่ได ้ เป็น VGA ได้ ส าหรับ DVI-I นี้
็
้
2
จากการใช้สายจอคอมชนิดนี้ จะแบบออกเป็น แบบ คือ
่
จะคอนขางต าเพราะคณภาพที่ DVI-I single link ส่งสัญญาณ
้
ุ
่
ได้จะถูกลดทอนลงไปจากการ ภ า พ แ บ บ 2 3 พิ น ( DVI-I
แปลงสัญญาณจากดิจิตอล 18+5) และ DVI-I Dual link
เป็นอนาลอก จะ มี ท ั้งหม ด 2 5 พิน หรือ
็
เรียกว่า DVI-I 24+1 นั่นเอง
✗ 3. HDMI Port
✗ พอร์ต HDMI
✗ สายพอร์ต HDMI
ชื่อเต็มคอ High Definition Multimedia Interface)
ื
ี
้
เป็นพอร์ตส าหรับเชื่อมต่อเพ่อส่งสัญญาณมัลติมีเดยทังภาพ
ื
ิ
้
ิ
และเสียงในระบบดจทัล ซึ่งท าใหไดภาพที่มีความละเอยดสูง
ี
้
และคมชัด สามารถรับชมหนังคุณภาพระดับ Blu-ray ได้ไม่มี
สะดุด โดยคุณสมบัติหลักของ HDMI ถกออกแบบมาเพ่อ
ื
ู
ู
้
้
อานวยความสะดวกสบายใหกับผบริโภค เพ่อใหไดรับความ
้
ื
้
บันเทิงอย่างเต็มรูปแบบทั้งภาพและเสียง พร้อมรองรับ
ี
ุ
มัลติมีเดยต่างๆ ที่มีคณภาพระดับ High Definition โดยไม่มี
้
็
ื
การบีบอัดขอมูล อกทังเวลาติดตังกไม่จาเป็นต้องต่อสายอ่น
ี
้
้
ุ
ิ
เพ่มเติมใหเกดความยงยากเหมือนในอดตซึ่ง HDMI ถูก
ี
้
ิ
่
น ามาใช้อยางแพร่หลายในปัจจบันทังสมาร์ททีวี แท็บเล็ต เป็น
่
้
ุ
ต้น
✗ 4. S-Video Port
✗ พอร์ต S-Video
✗ สายพอร์ต S-Video
ย่อมาจาก Separate Video เป็นพอร์ตรับสัญญาณภาพจาก
็
วีดโอแบบอนาลอก สนับสนุนภาพที่มีความละเอยด 480i หรือ
ี
ี
้
576i โดยสามารถแยกสัญญาณไดออกเป็น 2 สัญญาณ คือความ
ี
สว่างและสีซึ่งคณภาพของภาพที่ไดจะดกว่าพอร์ต Composite/AV
ุ
้
✗ 5. LAN Port
✗ พอร์ต LAN
✗ สายพอร์ต LAN
้
สายแลนหรือที่รูจักกันในชื่อทางการว่า UTP
(Unshielded Twisted Pair) เป็นสายน าสัญญาณชนิดหนึ่ง ที่มี
ตัวน าสัญญาณเป็นทองแดงบิดตีเกลยวกันเป็นค (Twisted
ู
่
ี
ุ
Pairs) โดยทัวไปใช้เชื่อมต่อกับอปกรณ์คอมพวเตอร์ในการรับ-
ิ
่
่
้
ส่งขอมูล หรือเชื่อมต่อเขากับเครือขายกลาง เช่น เน็ตเวิร์ค
้
่
สวิตช์ ฮับ รวมไปถึงเร้าเ ต อร์กไดเชนกัน ในสวนของหัวที่ใช ้
็
้
่
ั
้
เชื่อมต่อสายแลนนน เรียกว่า RJ45
✗ 6. USB Type-C Port
สุดท้ายมาดูพอร์ต USB Type-C หรือ USB-C เป็นพอร์ตการ
เชื่อมต่อแบบใหม่และเป็นมาตรฐานของพอร์ตเชื่อมต่อไป
้
แลว เนื่องจากรองรับการใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการ
้
่
้
ส่งสัญญาณภาพ เสียง ถายโอนขอมูล หรือชาร์จไฟ ซึ่งทังหมด
้
ที่ท าไดในพอร์ตเดยวจงเป็นหนึ่งในสายจอคอมที่มีประสทธ
ึ
ี
ิ
ิ
ภาพสูงเลยทีเดียว
โดยทั่วไปนั้น เรามักจะเห็น USB-C อยู่กับสมาร์ทโฟนซะส่วน
ใหญ่และยังถกน าไปใช้กับพซี แล็ปท็อป มอนิ เตอร์
ู
ี
ไมโครซอฟต์ ซัลเฟล และแอปเปิ้ ลแมคหรือแมคบุ๊ค โดยใน
ส่วนของสินค้าแอปเปิ้ ลจะเป็น Thunderbolt 3 มีความเร็วใน
ุ
่
้
การถายโอนขอมูลที่สูงมาก (จดสังเกตุจะเป็นรูปสายฟ้า) และ
่
็
่
๊
ในโน้ตบุครุนใหม่ ๆ กลม Ultrabook กเริ่มน ามาใช้กับบ้าง
ุ
้
แลว ทุกท่านน่าจะคนเคยเป็นอยางด ี
ุ
่
้
ขอบคุณที่
ตั้งใจอ่าน!
Any questions?
You can find me at:
ึ
✗ อาจารย์ที่ปรกษา ชคพ.3/2
3
0