The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 61100140217, 2023-01-31 11:14:33

วิจัยเทอม 2

วิจัยเทอม 2

39 3.2 สถิติที่ใช้ทดสอบความแตกต่างของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนการจัดการเรียนรู้ กับหลังการจัดการเรียนรู้ คือ การทดสอบทีแบบไม่อิสระ (t-test for Dependent Sample)


บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยขอนำเสนอผลการวิเคราะห์ตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย ดังนี้ 1. เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกจำนวนที่มี ผลบวกไม่เกิน 100 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 2. เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกจำนวนที่มี ผลบวกไม่เกิน 100 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 3. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะวิชา คณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ระหว่าง ก่อนเรียนและหลังเรียน ซึ่งมีผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังรายละเอียดต่อไปนี้ ตอนที่ 1 วิเคราะห์แบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เพื่อหาประสิทธิภาพของกระบวนการ (E1 ) จากคะแนน ปฏิบัติกิจกรรมผ่านแบบฝึกทักษะกับคะแนนทดสอบหลังเรียนในแต่ละชุด หาประสิทธิภาพของ ผลลัพธ์(E2 ) จากคะแนนการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยคำนวณหาค่าเฉลี่ย ค่า ร้อยละ แล้วนำมาวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะ ตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้75/75 โดยใช้สูตร E1/E2 ตอนที่ 2 วิเคราะห์หาดัชนีประสิทธิผล (E.I.) ของแบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 โดยใช้วิธีของกูดแมน เฟรทเชอร์ และสไนเดอร์ ตอนที่ 3 วิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน โดยนำข้อมูลจากคะแนน สอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนมาเปรียบเทียบคำนวณหาค่าความแตกต่างของ คะแนนวิเคราะห์โดยใช้สูตร t – test for Dependent Samples ตอนที่ 1 วิเคราะห์แบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 ของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เพื่อหาประสิทธิภาพของกระบวนการ (E1 ) จากคะแนนปฏิบัติกิจกรรม ผ่านแบบฝึกทักษะกับคะแนนทดสอบหลังเรียนในแต่ละชุด หาประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E2 ) จาก คะแนนการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยคำนวณหาค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ แล้วนำมา วิเคราะห์ประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะ ตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้75/75 โดยใช้สูตร E1/E2


41 1. ผลการวิเคราะห์หาประสิทธิ์ภาพด้านกระบวนการของแบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จากคะแนนการ ฝึกปฏิบัติกิจกรรมผ่านแบบฝึกทักษะรวมกับคะแนนการทำแบบทดสอบหลังเรียนแต่ละชุดรวมกัน ปรากฏผลการวิเคราะห์ดังแสดงในตารางที่ 2 ตารางที่ 2 ผลการหาประสิทธิภาพของกระบวนการ (E1 ) ของแบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ตามเกณฑ์ 75/75 เลขที่ คะแนนแบบฝึกทักษะ (60 คะแนน) คะแนนสอบหลังเรียน (10 คะแนน) 1 42 5 2 51 7 3 52 8 4 40 5 5 56 9 6 40 5 7 55 9 8 57 9 9 43 6 10 52 7 11 50 6 12 50 6 13 53 7 14 54 7 15 49 6 16 56 9 17 55 9 18 50 7 19 51 8 20 53 9 21 55 10 22 49 7


42 เลขที่ คะแนนแบบฝึกทักษะ (60 คะแนน) คะแนนสอบหลังเรียน (10 คะแนน) 23 54 8 24 51 8 25 49 7 26 47 6 27 54 9 28 58 10 29 57 10 30 54 8 31 56 9 32 52 8 33 49 6 34 56 7 35 51 8 36 50 7 37 54 9 38 50 7 39 53 8 40 50 6 41 46 5 42 57 10 43 55 9 44 50 6 คะแนนเฉลี่ย 51.50 7.55 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 4.37 1.49 ร้อยละ 85.83 75.45 E1/E2 = 85.83/75.45


43 จากตารางที่ 2 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ได้คะแนนเฉลี่ย จากการทำแบบฝึกทักษะเท่ากับ ร้อยละ 85.83 และทำคะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน เท่ากับ 75.45 พบว่า การจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การ บวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 ที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 85.83/75.45 แสดงว่าการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะวิชา คณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่ผู้ศึกษาพัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ 75/75 ที่ตั้งไว้ ตอนที่ 2 วิเคราะห์หาดัชนีประสิทธิผล (E.I.) ของแบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกจำนวน ที่มีผลบวกไม่เกิน 100 โดยใช้วิธีของกูดแมน เฟรทเชอร์ และสไนเดอร์ ตารางที่ 3 การหาดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 ที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1 จ ำนวนนักเรียน (N) คะแนนเต็ม คะแนนรวม E.I ก่อนเรียน หลังเรียน 44 10 248 332 0.4375 จากตารางที่ 3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า การจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะวิชา คณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 ที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีค่าดัชนีประสิทธิผลในการเรียนรู้เท่ากับ 0.4375 ซึ่งหมายความว่า การจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ทำให้นักเรียนมีความรู้เพิ่มขึ้น เท่ากับ 0.4375 คิดเป็นร้อยละ 43.75 ตอนที่ 3 วิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน โดยนำข้อมูลจากคะแนนสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนมาเปรียบเทียบคำนวณหาค่าความแตกต่างของคะแนน วิเคราะห์โดยใช้สูตร t – test for Dependent Samples ผู้วิจัยได้นำคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนจากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนมาทำการวิเคราะห์และเปรียบเทียบ เพื่อทดสอบสมมติฐานที่ว่านักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึก ทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน ปรากฏผลการวิเคราะห์ดังแสดงในตารางที่ 4


44 ตารางที่ 4 ผลการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างคะแนนทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อน เรียนและหลังเรียนจากการใช้แบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ผลการทดลอง S.D. ร้อยละ t - test ก่อนเรียน 5.64 1.50 56.36 17.08* หลังเรียน 7.55 1.49 75.45 *มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 จากตารางที่ 4 ผลการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ระหว่างก่อนเรียน กับหลังเรียน พบว่า นักเรียนได้คะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 5.64 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 56.36 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 7.55 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 75.45 เมื่อเปรียบเทียบกัน ด้วยการทดสอบทีแบบไม่อิสระ (t-test for Dependent Sample) ผลปรากฏว่า คะแนนเฉลี่ยหลัง เรียนสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ̅


บทที่5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นการศึกษาและเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางคณิตศาสตร์ โดยใช้แบบฝึก ทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ผู้วิจัยได้นำเสนอวัตถุประสงค์ของการวิจัย สมมติฐานของการวิจัย สรุปผลการวิจัย การอภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ดังรายละเอียดต่อไปนี้ วัตถุประสงค์ของการวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย ดังนี้ 1. เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกจำนวนที่มี ผลบวกไม่เกิน 100 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 2. เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกจำนวนที่มี ผลบวกไม่เกิน 100 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 3. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะวิชา คณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ระหว่าง ก่อนเรียนและหลังเรียน สมมุติฐานของการวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้มีสมมติฐานของการวิจัย ดังนี้ 1. แบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 2. แบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิผลต่อนักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะวิชา คณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 หลัง เรียนสูงกว่าก่อนเรียน


46 สรุปผลการวิจัย การศึกษาวิจัยครั้งนี้สามารถสรุปผลได้ดังนี้ 1. แบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์มีประสิทธิภาพของกระบวนการ (E1 ) คะแนนเท่ากับ 85.83 และประสิทธิภาพของผลลัพธ์(E2 ) เท่ากับ 75.45 แสดงว่าแบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การ บวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพของ กระบวนการและผลลัพธ์ เท่ากับ 85.83/75.45 ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดร้อยละ 75/75 2. ดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกจำนวนที่มีผลบวกไม่ เกิน 100 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีคะแนนทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 5.64 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.50 คะแนนทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์หลังเรียนมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 7.55 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.49 ดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีค่าเท่ากับ 0.44 หรือคิดเป็นร้อยละ 44 แสดงว่านักเรียนมีความรู้เพิ่มขึ้นจากก่อนเรียนร้อยละ 44 3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การ บวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ก่อนเรียนมีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 5.64 หลังเรียนมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 7.55 และเมื่อเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน พบว่านักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 อภิปรายผลการวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยมีประเด็นที่จะอภิปรายผลการวิจัย ดังนี้ 1. แบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์มีประสิทธิภาพของกระบวนการ (E1 ) คะแนนเท่ากับ 85.83 และประสิทธิภาพของผลลัพธ์(E2 ) เท่ากับ 75.45 แสดงว่าแบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การ บวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพของ กระบวนการและผลลัพธ์ เท่ากับ 85.83/75.45 ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดร้อยละ 75/75 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ และที่เป็นดังนี้อาจเนื่องมาจากการใช้แบบฝึกทักษะ ช่วยให้ นักเรียนเกิดการพัฒนาในการเรียนรู้ได้ดีขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ สิริบงกช วัชระกาญจกุล และ กฤธยากาญจน์ โตพิทักษ์(2561) ได้ทำวิจัยเรื่อง การพัฒนาชุดฝึกทักษะแอนิเมชัน 2 มิติ เรื่อง การบวกจำนวนสองจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 9 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1 ผลการวิจัยพบว่า 1) ชุดฝึกทักษะแอนิเมชัน 2 มิติฯ มีประสิทธิภาพเท่ากับ


47 85.92/83.17 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ 85/85 2) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนด้วยชุดฝึกทักษะ แอนิเมชัน 2 มิติฯ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.01 3) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่1 ที่เรียนด้วยชุดฝึกทักษะแอนิเมชัน 2 มิติฯ มีความพึงพอใจ อยู่ในระดับมาก ซึ่งมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.8 2. ดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกจำนวนที่มีผลบวกไม่ เกิน 100 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีคะแนนทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 5.64 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.50 คะแนนทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์หลังเรียนมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 7.55 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.49 ดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีค่าเท่ากับ 0.44 หรือคิดเป็นร้อยละ 44 แสดงว่านักเรียนมีความรู้เพิ่มขึ้นจากก่อนเรียนร้อยละ 44 ทั้งนี้ เนื่องจากการ เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เป็นการเรียนที่ให้ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนในช่วงเวลาที่ สะดวกได้ทุกที่ตามต้องการ หากไม่เข้าใจสามารถย้อนกลับเพื่อทบทวนเนื้อหาและทำความเข้าใจใหม่ ได้ 3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ก่อนเรียนมีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 5.64 หลังเรียนมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 7.55 และเมื่อเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน พบว่านักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ แสดงให้เห็นว่าการใช้แบบฝึก ทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 ช่วยให้นักเรียนเกิดการพัฒนาใน การเรียนรู้ได้ดีขึ้น ข้อเสนอแนะ 1. ข้อเสนอแนะสำหรับการนำผลการวิจัยไปใช้ 1.1 การใช้แบบฝึกทักษะในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ครูผู้สอนต้องมี ความเข้าใจในแนวคิด หลักการและวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ชัดเจนต้องคอยแนะนำและ ช่วยเหลือในกรณีที่นักเรียนมีปัญหา 1.2 การใช้แบบฝึกทักษะ ควรมีคำชี้แจงและคำแนะนำที่นักเรียนสามารถอ่านและเข้าใจ ได้ง่าย 1.3 เวลาที่ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ควรมีการแจ้งเวลาให้นักเรียนทราบเพื่อให้งาน สำเร็จตามเป้าหมาย เป็นการกระตุ้นให้นักเรียนมีความกระตือรือร้นในการปฏิบัติ


48 2. ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งต่อไป 2.1 ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่เกิดจากการใช้แบบฝึกทักษะ วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์สำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ควบคู่กับรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยวิธีต่าง ๆ 2.2 ควรมีการศึกษาการพัฒนาแบบฝึกทักษะกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ใน ระดับชั้นอื่น ๆ 2.3 ควรมีการศึกษาสภาพปัญหาการเรียนการสอนของวิชาที่มีปัญหาเพื่อที่จะสร้างแบบ ฝึกทักษะในการพัฒนาการเรียนการสอน


เอกสารอ้างอิง กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. (2545). หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544. พิมพครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: องคการรับสงสินคาและพัสดุภัณฑ. กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรูแกนกลาง กลุมสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตรตามหลักสูตรแกนกลางการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560). กมล ชูกลิ่น. (2550). การพัฒนาแบบฝึกทักษะการเขียนสะกดคําภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. วิทยานิพนธ์ ค.ม. (การพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอน). อุบลราชธานี : บัณฑิต วิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี. ชวลิต ชูกำแพง. (2551). การประเมินการเรียนรู้. พิมพ์ครั้งที่ 2. มหาสารคาม : สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. จริยาลักษณ์ กิตติกา.(2559). การพัฒนาผลการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่องสมการและการแก้สมการ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ประกอบชุดฝึก เสริมทักษะ. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต. สาขาวิชาหลักสูตรและการเรียน การสอน มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. จุฬารัตน์ วงษ์ศรีนาค. (2543). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเขียนสะกดคำยากโดยใช้ แบบฝึกเสริม ทักษะของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศิลปากร. ถวัลย์ มาศจรัส, สมปอง แว่นไธสง และบังอร สงวนหมู่. (2550). นวัตกรรมการศึกษาชุดแบบฝึกหัด - แบบฝึกเสริมทักษะ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ธารอักษร. ทัศนีย์ บุตรอุดม . (2552). การพัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง สมการและการแก้ สมการ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยการเรียนรู้แบบ ร่วมมือเทคนิค STAD ร่วมกับแบบฝึกทักษะ. การศึกษาค้นคว้าอิสระ การศึกษา มหาบัณฑิต : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. นิคม ชมพูหลง. (2545). การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นและการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา. มหาสารคาม : อภิชาติการพิมพ์. นิศารัตน์ ศิลปะเดช. (2542). เอกสารประกอบการสอนวิชาระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์ เบื้องต้น. กรุงเทพฯ : สถาบันราชภัฏธนบุรี.


50 ประภาพร ถิ่นอ่อง. (2553). การพัฒนาแบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การแยกตัวประกอบ ของพหุนามดีกรีสอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่3. วิทยานิพนธ์ กศ.ม. (วิจัยและ ประเมินผลการศึกษา). พิษณุโลก : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร. เผชิญ กิจระการ และสมนึก ภัททิยธนี. “ดัชนีประสิทธิผล (Effectiveness Index : E.I.,”วารสาร การวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. 8 : 31 ; กรกฎาคม, 2545. มงคล วงศ์พยัคฆ์. (2547). การแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์. วารสารศึกษาศาสตร์. มหาวิทยาลัยขอนแก่น มนทิรา ภักดีณรงค์. (2540). การศึกษาแบบฝึกเสริมทักษะกิจกรรม ขั้นตอนที่ 5 ที่มีประสิทธิภาพ. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยรามคำแหง. เยาวดี วิบูลย์ศรี. (2548). การวัดผลและการสร้างแบบสอบวัดผลสัมฤทธิ์. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ. (2538). เทคนิคการวิจัยทางการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น. ศรัณย์พงศ์ จันทร์โสดา. รายงานการชุดฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์รายวิชา คณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. ขอนแก่น : โรงเรียนสันติพัฒนากิจวิทยา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 25, 2554. ศศิธร แม้นสงวน. (2556). พฤติกรรมการสอนคณิตศาสตร์ 2. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : สํานักพิมพ์ มหาวิทยาลัยรามคําแหง. สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2544). คูมือการจัดการเรียนรูกลุมสาระ การเรียนรูคณิตศาสตร์. กรุงเทพฯ: องคการรับสงสินค้าและพัสดุภัณฑ์. สุนันทา สุนทรประเสริฐ. (2544). การผลิตนวัตกรรมการเรียนการสอนการสร้างแบบฝึก.ชัยนาท: ชมรมพัฒนาความรู้ด้านระเบียบกฎหมาย. สุภาวดี พยัคชน. (2555). การสร้างชุดกิจกรรมกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์เรื่อง บทประยุกต์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน. วิทยานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา : มหาวิทยาลัยบูรพา. สมนึก ภัททิยธนี. (2551). เทคนิคการสอนและรูปแบบการเขียนข้อสอบแบบเลือกตอบวิชา คณิตศาสตร์เบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 3. กาฬสินธุ์ : ประสานการพิมพ์. สุภวัฒน์ นามเจริญ. (2553). การพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เศษส่วน ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5. วิทยานิพนธ์ ครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.


51 เหรียญทอง เสาร์ทอง. (2556). ผลการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การแก้โจทย์ปัญหาโดย ใช้เทคนิคการแก้ปัญหาของโพลยา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. วิทยานิพนธ์ ครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์. อารีย์ วชิรวาการ. “บทบาทบางประการของผู้บังคับบัญชา,” วารสารข้าราชการ. 44 (1) : 59-64 ; มกราคม-กุมภาพันธ์, 2546. Goodman, Yetta M. and others. (1983). Reading Miscue Inventory : Alternative Procedures. New York : Richard C. Owen Publishers, Inc. Howie EK, Schatz J and Pate RR. (2015). Acute Effects of Classroom Exercise Breaks on Executive Function and Math Performance: A Dose-Response Study. สืบค้นเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2020. http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed /26009945. McLaughlin, D. (1992).The Catholic school: Paradoxes and challenges. Strathfield: N.S.W.St Paul. Siemens, D.W. (1986). The Effects of Homework Emphasis on the Time Spent Doing Homework and The Achievement of the Plane Geometry Student. Dissertation Abstracts International. Vol.10 No.3 : 2954 - A.


ภาคผนวก


ภาคผนวก ก รายชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย


54 รายชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ ที่ประเมินแผนการจัดการเรียนรู้และ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน มีรายนามดังต่อไปนี้ 1. นางสาวรสสุคนธ์ อุดม ครูโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี 2. นางสาวณัฐรียา วันสา ครูโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี 3. นายณัฐวุฒิ พิมชาลี ครูโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี


ภาคผนวก ข แบบตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ


56 แบบตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือของผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนีความสอดคล้องของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ (Index of Item Objective Congruence : IOC) เรื่อง การบวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 คำชี้แจง ขอให้ท่านผู้เชี่ยวชาญได้กรุณาแสดงความคิดเห็นของท่านที่มีต่อแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 โดยใส่เครื่องหมาย (✓) ลง ในช่องความคิดเห็นของท่านพร้อมเขียนข้อเสนอแนะ ที่เป็นประโยชน์ในการนำไปพิจารณาปรับปรุงต่อไป จุดประสงค์เชิง พฤติกรรม ข้อสอบ ความคิดเห็น ผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 1. นักเรียนสามารถ หาผลบวกของ จำนวนสองจำนวน ได้ 1. ผลบวกของ 52 + 16 = ตรงกับข้อใด ก. 58 ข. 68 ค. 78 2. ผลบวกในข้อใดน้อยกว่า 60 ก. 22 + 25 ข. 32 + 31 ค. 41 + 20 3. ผลบวกในข้อใดเท่ากับ 78 ก. 31 +37 ข. 43 + 25 ค. 34 + 44 4. ผลลัพธ์ของ 25 + 32 ตรงกับข้อใด ก. 24 + 34 ข. 26 + 31 ค. 33 + 22 2. นักเรียนสามารถ หาตัวไม่ทราบค่า จากประโยค สัญลักษณ์ได้ 5. + 8 = 29 จำนวนใดแทน แล้วทำให้ ประโยคเป็นจริง ก. 21 ข. 20 ค. 19


57 จุดประสงค์เชิง พฤติกรรม ข้อสอบ ความคิดเห็น ผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 6. 11 + 8 = + 5 จำนวนใดแทน แล้วทำ ให้ประโยคเป็นจริง ก. 13 ข. 14 ค. 15 7. ข้อใดมีผลลัพธ์ไม่เท่ากับ 34 ก. 10 + 24 ข. 11 + 23 ค. 12 + 21 8. ค่าของ P เท่ากับเท่าใด เมื่อ 21 + P = 10 + 22 ก. 10 ข. 11 ค. 12 3. นักเรียนสามารถ หาคำตอบจาก โจทย์ปัญหาได้ 9. น้ำมีเงิน 35 บาท แม่ให้อีก 54 บาท น้ำมีเงินรวม ทั้งหมดกี่บาท ก. 89 บาท ข. 88 บาท ค. 87 บาท 10. แม่ค้ามีตุ๊กตา 36 ตัว มีรถบังคับมากกว่าตุ๊กตา 23 คัน แม่ค้ามีรถบังคับกี่คัน ก. 49 คัน ข. 58 คัน ค. 59 คัน


58 +1 หมายถึง เหมาะสม, 0 หมายถึง ไม่แน่ใจ, -1 หมายถึง ไม่เหมาะสม ข้อเสนอแนะ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ (ลงชื่อ).....................................................................ผู้เชี่ยวชาญ (..................................................................)


59 แบบตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือของผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ (Index of Item Objective Congruence : IOC) เรื่อง การบวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 คำชี้แจง ขอให้ท่านผู้เชี่ยวชาญได้กรุณาแสดงความคิดเห็นของท่านที่มีต่อแผนการจัดการเรียนรู้ วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 โดยใส่เครื่องหมาย () ลงในช่องความ คิดเห็นของท่านพร้อมเขียนข้อเสนอแนะ ที่เป็นประโยชน์ในการนำไปพิจารณาปรับปรุงต่อไป ข้อ รายการพิจารณา ความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญ เหมาะสม +1 ไม่แน่ใจ 0 ไม่เหมาะสม -1 1 แผนการจัดการเรียนรู้มีองค์ประกอบสำคัญครบถ้วนและสัมพันธ์กัน 2 เนื้อหา/สาระการเรียนรู้สอดคล้องกับจุดประสงค์ 3 กิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ 4 กิจกรรมการเรียนรู้หลากหลายเหมาะสมและสอดคล้องกับ ความสามารถผู้เรียน 5 กิจกรรมการเรียนรู้เน้นทักษะกระบวนการคิด การลงมือปฏิบัติ และสร้างความรู้ด้วยตนเอง 6 กิจกรรมการเรียนรู้มีความยากง่ายเหมาะสมกับระดับชั้น 7 สื่อ/แหล่งเรียนรู้สอดคล้องกับกิจกรรมและจุดประสงค์ 8 สื่อหลากหลายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ วัย และความสามารถผู้เรียน 9 วิธีการวัดผลและเครื่องมือสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และกิจกรรม 10 เกณฑ์การประเมินผลชัดเจน ครอบคลุมทั้งด้านความรู้ ทักษะ และเจตคติ ข้อเสนอแนะ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ (ลงชื่อ)................................................................ผู้ประเมิน (...............................................................)


ภาคผนวก ค ผลการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนี ความสอดคล้องของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ (Index of Item Objective Congruence : IOC) เรื่อง การบวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 ผลการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ (Index of Item Objective Congruence : IOC) เรื่อง การบวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100


61 ผลการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนีความสอดคล้องของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ (Index of Item Objective Congruence : IOC) เรื่อง การบวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 ข้อที่ ผลการประเมินผู้เชี่ยวชาญ รวม IOC แปลผล คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 1 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 2 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 3 +1 +1 0 2 0.67 ใช้ได้ 4 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 5 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 6 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 7 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 8 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 9 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 10 +1 +1 0 2 0.67 ใช้ได้ หมายเหตุ การแปลผลค่า IOC ใช้เกณฑ์ ดังนี้ IOC < 0.5 หมายถึง ข้อสอบไม่สอดคล้องกับเนื้อหา ควรตัดข้อสอบข้อนั้นทิ้งไป IOC > 0.5 หมายถึง ข้อสอบข้อนั้นสอดคล้องกับเนื้อหา สามารถใช้ข้อสอบข้อนั้นได้


62 ผลการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ (Index of Item Objective Congruence : IOC) เรื่อง การบวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 ข้อ รายการพิจารณา ความคิดเห็น ผู้เชี่ยวชาญคนที่ ค่า IOC แปลผล 1 2 3 1 แผนการจัดการเรียนรู้มีองค์ประกอบสำคัญครบถ้วน และสัมพันธ์กัน +1 +1 +1 1.00 นำไปใช้ได้ 2 เนื้อหา/สาระการเรียนรู้สอดคล้องกับจุดประสงค์ +1 +1 +1 1.00 นำไปใช้ได้ 3 กิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับเนื้อหาและ วัตถุประสงค์ +1 +1 +1 1.00 นำไปใช้ได้ 4 กิจกรรมการเรียนรู้หลากหลายเหมาะสมและ สอดคล้องกับความสามารถผู้เรียน +1 +1 +1 1.00 นำไปใช้ได้ 5 กิจกรรมการเรียนรู้เน้นทักษะกระบวนการคิด การลงมือปฏิบัติ และสร้างความรู้ด้วยตนเอง +1 +1 +1 1.00 นำไปใช้ได้ 6 กิจกรรมการเรียนรู้มีความยากง่ายเหมาะสมกับ ระดับชั้น +1 +1 +1 1.00 นำไปใช้ได้ 7 สื่อ/แหล่งเรียนรู้สอดคล้องกับกิจกรรมและ จุดประสงค์ +1 +1 +1 1.00 นำไปใช้ได้ 8 สื่อหลากหลายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ วัย และ ความสามารถผู้เรียน +1 +1 +1 1.00 นำไปใช้ได้ 9 วิธีการวัดผลและเครื่องมือสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และกิจกรรม +1 +1 +1 1.00 นำไปใช้ได้ 10 เกณฑ์การประเมินผลชัดเจน ครอบคลุมทั้งด้าน ความรู้ ทักษะ และเจตคติ +1 +1 +1 1.00 นำไปใช้ได้


ภาคผนวก ง ค่าความยากง่าย (p) และค่าอำนาจจำแนก (r) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง รูปเรขาคณิตสองมิติ ผลการทดสอบค่าเฉลี่ยของสมมติฐานทางสถิติ (t – test for One Sample and t-test for DependentSample)


64 ผลการหาค่าความยากง่าย (p) และค่าอำนาจจำแนก (r) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การบวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 ข้อที่ ประสิทธิภาพของแบบทดสอบ ผลการวิเคราะห์ ค่าความยากง่าย (p) ค่าอำนาจจำแนก (r) 1 0.68 0.26 คัดเลือกไว้ 2 0.63 0.20 คัดเลือกไว้ 3 0.64 0.40 คัดเลือกไว้ 4 0.65 0.32 คัดเลือกไว้ 5 0.58 0.38 คัดเลือกไว้ 6 0.68 0.26 คัดเลือกไว้ 7 0.68 0.26 คัดเลือกไว้ 8 0.68 0.71 คัดเลือกไว้ 9 0.53 0.24 คัดเลือกไว้ 10 0.68 0.21 คัดเลือกไว้ หมายเหตุ การพิจารณาค่าความยาก (p) ที่พอเหมาะ ควรมีค่าตั้งแต่ 0.20 – 0.80 การพิจารณาค่าอำนาจจำแนก (r) ที่พอเหมาะ ควรมีค่าตั้งแต่ 0.20 ขึ้นไป


65 ผลการทดสอบค่าเฉลี่ยของสมมติฐานทางสถิติ(t – test for One Sample) ระหว่างคะแนนก่อนเรียนกับหลังเรียนกับเกณฑ์ร้อยละ 75 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ โปรแกรมสำเร็จรูป PSPP T - Test ผลการทดสอบค่าเฉลี่ยของสมมติฐานทางสถิติ(t-test for Dependent Sample) ระหว่างคะแนนก่อนเรียนกับคะแนนหลังเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ โปรแกรมสำเร็จรูป PSPP T - Test Paired Samples Statistics Paired Samples Correlations Paired Samples Test


ภาคผนวก จ แผนการจัดการเรียนรู้ แบบฝึกทักษะ แบบทดสอบ


67 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 38 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ คณิตศาสตร์พื้นฐาน ค11101 หน่วยการเรียนรู้ที่ 12 การบวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 เวลา 19 ชั่วโมง เรื่อง การบวกจำนวนโดยใช้ความสัมพันธ์ของจำนวนแบบ เวลา 2 ชั่วโมง ส่วนย่อยและส่วนรวม (1) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2/2565 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี วันที่…..เดือน.....................พ.ศ………… ผู้สอน นางสาวพัทธนันท์ วิปัดทุม มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ จำนวน ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ และนำไปใช้ ตัวชี้วัด ค 1.1 ป.1/4 หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวกและประโยคสัญลักษณ์แสดง การลบของจำนวนนับไม่เกิน 100 และ 0 จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) นักเรียนสามารถอธิบายขั้นตอนการบวกจำนวนโดยใช้ความสัมพันธ์ของจำนวนแบบส่วนย่อยและ ส่วนรวมได้(K) 2) นักเรียนสามารถหาผลบวกโดยใช้ความสัมพันธ์ของจำนวนแบบส่วนย่อยและส่วนรวมได้(P) 3) นักเรียนมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย (A) สาระการเรียนรู้ การบวกจำนวนโดยใช้ความสัมพันธ์ของจำนวนแบบส่วนย่อยและส่วนรวม (1) สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การหาผลบวกของจำนวน สามารถใช้ความสัมพันธ์ของจำนวนแบบส่วนย่อยและส่วนรวมมาช่วยในการ หาคำตอบได้


68 กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำ 1. ครูกล่าวทักทายนักเรียนและทบทวนเกี่ยวกับจำนวนนับ 21 ถึง 100 และการบวกจำนวนที่มีผลลัพธ์ ไม่เกิน 20 2. ครูสุ่มนักเรียนจับสลากโจทย์เกี่ยวกับการบวกจำนวนที่มีผลลัพธ์ไม่เกิน 20 บนกระดาน แล้วให้ นักเรียนทุกคนช่วยกันตอบคำถาม 3. ครูให้นักเรียนสังเกตผลไม้ในตะกร้า ในหนังสือเรียนคณิตศาสตร์ ป.1 เล่ม 2 หน้า 80 ว่าผลไม้แต่ละ ชนิดมีจำนวนเท่าไหร่ 4. ครูถามนักเรียนว่า ผลไม้ชนิดใดมากที่สุด และนักเรียนคิดว่า ถ้านักเรียนอยากซื้อผลไม้2 ชนิด โดยที่ ผลรวมของผลไม้ทั้งสองชนิดต้องมากที่สุด นักเรียนควรซื้อผลไม้ชนิดใดบ้าง และมีวิธีคิดอย่างไร (ถ้า นักเรียนยังตอบไม่ได้ ครูจะยังไม่เฉลยคำตอบ จนกว่าจะเรียนเนื้อหาของหน่วยการเรียนรู้นี้จบ) ขั้นสอน 1. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5–6 คน แล้วให้นักเรียนนำไม้ไอศกรีมที่เคยเก็บรวบรวมไว้มัดละสิบ อัน มาช่วยกันหาคำตอบ การบวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 โดยบวกจำนวนเต็มสิบ 2 จำนวนก่อน เช่น 20 + 30 = 50 2. ครูให้นักเรียนหาคำตอบการบวกจำนวนที่ตัวตั้งมีสองหลัก โดยวิธีกระจายตามแนวนอน เช่น 34 + 5 = 30 + (4 + 5) โดยใช้ไม้ไอศกรีม 3 มัด กับอีก 4 อัน (กระจายจำนวน 34 เป็น 30 + 4) แล้วรวม ไม้ไอศกรีมอีก 5 อัน เมื่อได้คำตอบแล้ว นำไปรวมกับหลักสิบอีกครั้ง จะได้คำตอบที่สมบูรณ์ ให้ตรวจคำตอบโดยการนับไม้ไอศกรีมทั้งหมดว่า ได้คำตอบตรงกันหรือไม่ 3. ครูใช้มือขวาหยิบไม้ไอศกรีมขึ้นมา 42 อัน และใช้มือซ้ายหยิบไม้ไอศกรีมขึ้นมา 5 อัน ครูถามนักเรียน ว่า ถ้านำไม้ไอศกรีมในมือทั้งสองข้างมารวมกัน จะได้ไม้ไอศกรีมทั้งหมดกี่อัน 4. ครูอธิบายว่า 42 + 5 จำนวน 42 สามารถเขียนให้อยู่ในรูปกระจายได้ คือ 40 + 2 จากนั้นให้นำ 5 มา บวกเพิ่มในหลักหน่วย จะได้ 40 + (2 + 5) = 40 + 7 จะได้คำตอบเท่ากับ 47 5. ครูใช้มือขวาหยิบไม้ไอศกรีมขึ้นมา 33 อัน และใช้มือซ้ายหยิบไม้ไอศกรีมขึ้นมา 20 อัน ครูถามนักเรียน ว่า ถ้านำไม้ไอศกรีมในมือทั้งสองข้างมารวมกัน จะได้ไม้ไอศกรีมทั้งหมดกี่อัน และมีวิธีคิดอย่างไร (แนวตอบ 33 + 20 จำนวน 33 สามารถเขียนให้อยู่ในรูปกระจายได้ คือ 30 + 3 จากนั้นให้นำ 20 มาบวกเพิ่มในหลัก สิบ จะได้ (30 + 20) + 3 = 50 + 3 จะได้คำตอบเท่ากับ 53)


69 6. ครูให้นักเรียนยกสิ่งของที่อยู่ใกล้ตัว เช่น ดินสอ ที่นักเรียนมีอยู่จากนั้นให้จับคู่กับเพื่อนที่ใกล้ตัวที่สุด เพื่อสร้างจำนวนขึ้นมาที่สามารถบวกกันแล้วผลบวกไม่เกิน 100 แสดงวิธีคิดเหมือนตัวอย่างไม้ไอศกรีมลงใน สมุดให้ละเอียดและชัดเจน 7. ครูให้นักเรียนสลับสมุดที่ทำเสร็จแล้วกับเพื่อนคู่อื่น เพื่อให้เพื่อนช่วยตรวจสอบความถูกต้อง 8. นักเรียนเปิดหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.1 เล่ม 2 หน้า 81 และ 82 จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกัน สังเกต ตัวอย่างที่ 1-4 9. ครูยกตัวอย่าง 3-4 ตัวอย่าง และสุ่มนักเรียนออกมาแสดงวิธีคิด 3-5 คน แล้วให้นักเรียนในชั้นร่วมกัน ตรวจสอบความถูกต้อง ขั้นสรุปและฝึกทักษะ 1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปกิจกรรมร่วมกัน 2. ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกจำนวนโดยใช้ความสัมพันธ์ของจำนวนแบบ ส่วนย่อยและส่วนรวม (1)


70 สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1. สื่อการเรียนรู้ 1.1 หนังสือเรียนรายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐานเล่ม 2 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 1.2 สลากโจทย์เกี่ยวกับการบวกจำนวนที่มีผลลัพธ์ไม่เกิน 20 1.3 ไม้ไอศกรีม 1.4 แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกจำนวนโดยใช้ความสัมพันธ์ของจำนวนแบบส่วนย่อยและ ส่วนรวม (1) การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ เครื่องมือ เกณฑ์ 1) นักเรียนสามารถอธิบาย ขั้นตอนการบวกจำนวนโดยใช้ ความสัมพันธ์ของจำนวนแบบ ส่วนย่อยและส่วนรวมได้(K) แบบฝึกทักษะ ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ขึ้นไป - ร้อยละ 80 ขึ้นไป ได้ระดับคุณภาพ 4 - ร้อยละ 70-79 ได้ระดับคุณภาพ 3 - ร้อยละ 60-69 ได้ระดับคุณภาพ 2 2) นักเรียนสามารถหาผลบวก - ร้อยละ 50-59 ได้ระดับคุณภาพ 1 โดยใช้ความสัมพันธ์ของ จำนวนแบบส่วนย่อยและ ส่วนรวมได้(P) 3) นักเรียนมีความรับผิดชอบ ต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย (A) แบบบันทึกการสังเกต ความรับผิดชอบต่อ หน้าที่ที่ได้รับ มอบหมาย ผ่านเกณฑ์ระดับคุณภาพดีขึ้นไป 3 คะแนน ได้ระดับคุณภาพ ดีมาก 2 คะแนน ได้ระดับคุณภาพ ดี 1 คะแนน ได้ระดับคุณภาพ พอใช้ 0 คะแนน ได้ระดับคุณภาพ ปรับปรุง


71 บันทึกหลังการสอน 1. ผลการจัดการเรียนการสอน 1.1 ด้านความรู้ (K) ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... 1.2 ด้านทักษะกระบวนการ (P) ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... 1.3 ด้านคุณลักษณะ (A) ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... 2. ปัญหา/อุปสรรค ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... 3. แนวทางแก้ไขปัญหา ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ลงชื่อ..................................................ผู้บันทึก (นางสาวพัทธนันท์ วิปัดทุม) นักศึกษาปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา วันที่..........เดือน............................ พ.ศ...........


72 แบบบันทึกการเรียนรู้รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน ค11101 หน่วยการเรียนรู้ที่ 12 การบวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 เรื่อง การบวกจำนวนโดยใช้ความสัมพันธ์ของจำนวนแบบส่วนย่อยและส่วนรวม (1) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่ ชื่อ-สกุล ด้านความรู้ (10คะแนน) ด้านทักษะ ด้าน คุณลักษณะ 3 2 1 3 2 1 1 เด็กชายกิตติ์ชนนต์กองเพชร 2 เด็กชายจิณณจักษ์ ภูโอบ 3 เด็กชายฉันทวัฒน์ อมตฉายา 4 เด็กชายชยพล ทัศพงษ์ 5 เด็กชายชุติพนธ์ ลีพฤติ 6 เด็กชายณัฐกิตติ์ ภัทรชัยทิศ 7 เด็กชายณัฐชากร โชคบัณฑิต 8 เด็กชายตรัสติณณ์ บุษบา 9 เด็กชายติรคุณ นครไพร 10 เด็กชายตุลย์ธีร์ เอิ่ง 11 เด็กชายธนา ลิ้มสุวรรณ 12 เด็กชายธราธิษณ์ เอกตาแสง 13 เด็กชายนิธิศ เจียมวิจิตร 14 เด็กชายปรมินทร์เจตบุตร 15 เด็กชายปุณณภักต์ พาเทียม 16 เด็กชายภูมิพิพัฒน์จันทะราช 17 เด็กชายภูมิศาสตร์จักรทองดี 18 เด็กชายวรภูมิณฐ์ฐิวัฒน์มงคลกุล 19 เด็กชายวัฒนชัย นามบุตร 20 เด็กชายวีรโชค โคตรเหง้า 21 เด็กชายวีรโชติโคตรเหง้า 22 เด็กชายอัฏฐวัฒน์พรมทอง


73 23 เด็กชายอิทธิฤทธิ์บัวคำ 24 เด็กชายเอกรินทร์ นาบุดดา 25 เด็กชายณชัยกร พุทธามาตย์ 26 เด็กชายวายุ พลเชียงดี 27 เด็กหญิงจิณณพัต จำปาไทย 28 เด็กหญิงชญาณ์นันท์ ธรรมบำรุง 29 เด็กหญิงเฌอ วรวงศ์เทพ 30 เด็กหญิงณิชนันทน์ เลิศธนะแสงธรรม 31 เด็กหญิงณิชาภัทร บึงไสย์ 32 เด็กหญิงธัญม์สิตา ชื่นเย็น 33 เด็กหญิงบุญญาพร สุวรรณโค 34 เด็กหญิงปพิชญา แสงแจ่ม 35 เด็กหญิงปาลิตา สารภาพ 36 เด็กหญิงปุญญตา ราชธา 37 เด็กหญิงพณิตพิชา พาโฮม 38 เด็กหญิงพิชชาภา นามท้าว 39 เด็กหญิงพิชชาภา ยอดคีรี 40 เด็กหญิงเพียงพอ เฮ้งศรีวณิชกุล


74


75


76


77


78 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 40 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ คณิตศาสตร์พื้นฐาน ค11101 หน่วยการเรียนรู้ที่ 12 การบวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 เวลา 19 ชั่วโมง เรื่อง การบวกจำนวนตามแนวตั้งและแนวนอน (1) เวลา 2 ชั่วโมง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2/2565 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี วันที่…..เดือน.....................พ.ศ………… ผู้สอน นางสาวพัทธนันท์ วิปัดทุม มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ จำนวน ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ และนำไปใช้ ตัวชี้วัด ค 1.1 ป.1/4 หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวกและประโยคสัญลักษณ์แสดง การลบของจำนวนนับไม่เกิน 100 และ 0 จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) นักเรียนสามารถอธิบายขั้นตอนการบวกจำนวนตามแนวตั้งและแนวนอนได้(K) 2) นักเรียนสามารถหาผลลัพธ์โดยการบวกจำนวนตามแนวตั้งและแนวนอนได้(P) 3) นักเรียนมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย (A) สาระการเรียนรู้ การบวกจำนวนตามแนวตั้งและแนวนอน สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การหาผลบวกของจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 สามารถหาได้ทั้งตามแนวตั้งและตามแนวนอน โดยนำ จำนวนในหลักเดียวกันมาบวกกัน


79 กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ 1 ขั้นนำ 1. ครูกล่าวทักทายนักเรียนและทบทวนเกี่ยวกับการบวกจำนวนที่มีผลลัพธ์ไม่เกิน 20 โดยเขียนประโยค สัญลักษณ์บนกระดาน แล้วให้นักเรียนช่วยกันหาคำตอบ 2. ครูยกตัวอย่างการบวกจำนวนจากสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน เช่น การบวกจำนวนเงินที่ซื้อขนมใน แต่ละวัน ขั้นสอน 1. ครูให้นักเรียนจับคู่กันเพื่อทำกิจกรรม “นับจำนวนหรรษา” พร้อมแจกใบกิจกรรมให้นักเรียน 2. ครูอธิบายขั้นตอนการทำกิจกรรมให้นักเรียนฟัง โดยใช้เวลาทำกิจกรรมนี้ 30 นาที 3. ครูพานักเรียนไปทำกิจกรรมที่โรงจอดรถของโรงเรียน โดยครูพานักเรียนนับจำนวนรถไปทีละจุด 4. เมื่อนักเรียนทำกิจกรรมเสร็จ ครูพานักเรียนกลับห้องเรียนเพื่อเฉลยใบกิจกรรมและสรุปกิจกรรม “นับ จำนวนหรรษา” ชั่วโมงที่ 2 ขั้นนำ 1. ครูอธิบายการบวกจำนวนตามแนวตั้ง โดยเขียนจำนวนในรูปกระจาย แล้วนำจำนวนที่อยู่ในหลัก เดียวกันมาบวกกัน 2. ครูเขียนประโยคสัญลักษณ์บนกระดาน เช่น 36 + 22 = แล้วตั้งค าถามให้นักเรียนช่วยกันตอบ ว่า จำนวน 36 และ 22 สามารถเขียนในรูปกระจายได้อย่างไร 3. ครูตั้งคำถามให้นักเรียนช่วยกันตอบว่า ถ้านำจำนวนในหลักหน่วย คือ จำนวน 6 และ 2 มาบวกกัน และนำจำนวนในหลักสิบคือจำนวน 30 และ 20 มาบวกกัน จะมีค่าเท่าใด 4. ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปคำตอบ จะได้ว่า 36 + 22 = 58 5. ครูเขียนประโยคสัญลักษณ์ 3-4 ข้อ บนกระดานแล้วให้นักเรียนช่วยกันหาคำตอบ 6. นักเรียนเปิดหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.1 เล่ม 2 หน้า 82 จากนั้นครูอฺธิบายวิธีการบวกตามแนวตั้ง วิธีที่ 1, 2 และ 3 ให้นักเรียนเข้าใจ ให้นักเรียนแต่ละคู่นับจำนวนรถในโรงจอดรถของ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัย ราชภัฏอุดรธานี


80 7. ครูยกตัวอย่างที่ 5 ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.1 เล่ม 2 หน้า 84 ทั้ง 3 วิธี เพื่อให้นักเรียน เข้าใจมากยิ่งขึ้น 8. ครูให้นักเรียนนำโจทย์กิจกรรมฝึกทักษะ ข้อ 2-3 ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.1 เล่ม 2 หน้า 87 มาแสดงวิธีการบวกตามความคิดของตนเอง เวลาประมาณ 5 นาที 9. ครูสุ่มนักเรียนออกมาอธิบายและแสดงการบวกตามวิธีคิดของตนเองบนกระดาน พร้อมทั้งให้นักเรียน ในชั้นร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง 10. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปวิธีคิดที่เกิดขึ้นจากการสุ่มนักเรียนออกมาแสดงหน้าชั้นเรียนว่า นักเรียน ส่วนใหญ่ชอบวิธีคิดรูปแบบไหนมากที่สุด ขั้นสรุปและฝึกทักษะ 1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปกิจกรรม “นับจำนวนหรรษา” 2. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่องการบวกจำนวนในแนวตั้ง 2. ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกจำนวนตามแนวตั้งและแนวนอน (1)


81 สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1. สื่อการเรียนรู้ 1.1 หนังสือเรียนรายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐานเล่ม 2 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 1.2 ใบกิจกรรม “นับจำนวนหรรษา” 1.3 แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกจำนวนตามแนวตั้งและแนวนอน (1) การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ เครื่องมือ เกณฑ์ 1) นักเรียนสามารถอธิบาย ขั้นตอนการบวกจำนวนตาม แนวตั้งและแนวนอนได้(K) - ใบกิจกรรม - แบบฝึกทักษะ ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ขึ้นไป - ร้อยละ 80 ขึ้นไป ได้ระดับคุณภาพ 4 - ร้อยละ 70-79 ได้ระดับคุณภาพ 3 - ร้อยละ 60-69 ได้ระดับคุณภาพ 2 - ร้อยละ 50-59 ได้ระดับคุณภาพ 1 2) นักเรียนสามารถหาผลลัพธ์ โดยการบวกจำนวนตามแนวตั้ง และแนวนอนได้(P) 3) นักเรียนมีความรับผิดชอบ ต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย (A) แบบบันทึกการสังเกต ความรับผิดชอบต่อ หน้าที่ที่ได้รับ มอบหมาย ผ่านเกณฑ์ระดับคุณภาพดีขึ้นไป 3 คะแนน ได้ระดับคุณภาพ ดีมาก 2 คะแนน ได้ระดับคุณภาพ ดี 1 คะแนน ได้ระดับคุณภาพ พอใช้ 0 คะแนน ได้ระดับคุณภาพ ปรับปรุง


82 บันทึกหลังการสอน 1. ผลการจัดการเรียนการสอน 1.1 ด้านความรู้ (K) ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... 1.2 ด้านทักษะกระบวนการ (P) ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... 1.3 ด้านคุณลักษณะ (A) ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... 2. ปัญหา/อุปสรรค ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... 3. แนวทางแก้ไขปัญหา ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ลงชื่อ..................................................ผู้บันทึก (นางสาวพัทธนันท์ วิปัดทุม) นักศึกษาปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา วันที่..........เดือน............................ พ.ศ...........


83 แบบบันทึกการเรียนรู้รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน ค11101 หน่วยการเรียนรู้ที่ 12 การบวกจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100 เรื่อง การบวกจำนวนตามแนวตั้งและแนวนอน (1) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่ ชื่อ-สกุล ด้านความรู้ (10คะแนน) ด้านทักษะ ด้าน คุณลักษณะ 3 2 1 3 2 1 1 เด็กชายกิตติ์ชนนต์กองเพชร 2 เด็กชายจิณณจักษ์ ภูโอบ 3 เด็กชายฉันทวัฒน์ อมตฉายา 4 เด็กชายชยพล ทัศพงษ์ 5 เด็กชายชุติพนธ์ ลีพฤติ 6 เด็กชายณัฐกิตติ์ ภัทรชัยทิศ 7 เด็กชายณัฐชากร โชคบัณฑิต 8 เด็กชายตรัสติณณ์ บุษบา 9 เด็กชายติรคุณ นครไพร 10 เด็กชายตุลย์ธีร์ เอิ่ง 11 เด็กชายธนา ลิ้มสุวรรณ 12 เด็กชายธราธิษณ์ เอกตาแสง 13 เด็กชายนิธิศ เจียมวิจิตร 14 เด็กชายปรมินทร์เจตบุตร 15 เด็กชายปุณณภักต์ พาเทียม 16 เด็กชายภูมิพิพัฒน์จันทะราช 17 เด็กชายภูมิศาสตร์จักรทองดี 18 เด็กชายวรภูมิณฐ์ฐิวัฒน์มงคลกุล 19 เด็กชายวัฒนชัย นามบุตร 20 เด็กชายวีรโชค โคตรเหง้า 21 เด็กชายวีรโชติโคตรเหง้า 22 เด็กชายอัฏฐวัฒน์พรมทอง


84 23 เด็กชายอิทธิฤทธิ์บัวคำ 24 เด็กชายเอกรินทร์ นาบุดดา 25 เด็กชายณชัยกร พุทธามาตย์ 26 เด็กชายวายุ พลเชียงดี 27 เด็กหญิงจิณณพัต จำปาไทย 28 เด็กหญิงชญาณ์นันท์ ธรรมบำรุง 29 เด็กหญิงเฌอ วรวงศ์เทพ 30 เด็กหญิงณิชนันทน์ เลิศธนะแสงธรรม 31 เด็กหญิงณิชาภัทร บึงไสย์ 32 เด็กหญิงธัญม์สิตา ชื่นเย็น 33 เด็กหญิงบุญญาพร สุวรรณโค 34 เด็กหญิงปพิชญา แสงแจ่ม 35 เด็กหญิงปาลิตา สารภาพ 36 เด็กหญิงปุญญตา ราชธา 37 เด็กหญิงพณิตพิชา พาโฮม 38 เด็กหญิงพิชชาภา นามท้าว 39 เด็กหญิงพิชชาภา ยอดคีรี 40 เด็กหญิงเพียงพอ เฮ้งศรีวณิชกุล


85


86


87


88


Click to View FlipBook Version