สารบัญ เรื่อง หน้า สารบัญ ค าแนะน าการใช้แบบฝึกทักษะส าหรับครู ค าแนะน าการใช้แบบฝึกทักษะส าหรับนักเรียน จุดประสงค์การเรียนรู้ บทที่ 1 การสร้างค าประสม บทที่ 2 การสร้างค าซ ้า บทที่ 3 การสร้างค าซ้อน บทที่ 4 การสร้างค าสมาส บทที่ 5 การสร้างค าสนธิ ภาคผนวก บรรณานุกรม
ค าชี้แจง: ให้ครูศึกษาค าชี้แจงในการใช้แบบฝึกทักษะการสร้างค าในภาษาไทยที่ประกอบด้วย บทที่ 1 ค าประสม บทที่ 2 ค าซ ้า บทที่ 3 ค าซ้อน บทที่ 4 ค าสมาส และบทที่ 5 ค าสนธิ ให้ละเอียดและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด 1. ศึกษาแผนการจัดการเรียนรู้และเอกสารประกอบการเรียนอย่างละเอียดทุกขั้นตอน 2. ครูชี้แจงขั้นตอนการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะเรื่อง การสร้างค าในภาษาไทย ให้นักเรียนเข้าใจ และทราบข้อปฏิบัติร่วมกัน 3. ครูด าเนินการจัดกิจกรรมแบบฝึกทักษะทั้ง 5 บท ซึ่งประกอบด้วย บทที่ 1 การสร้างค าประสม บทที่ 2 การสร้างค าซ ้า บทที่ 3 การสร้างค าซ้อน บทที่ 4 การสร้างค าสมาส บทที่ 5 การสร้างค าสนธิ 4. นักเรียนแต ่ละคนศึกษาใบความรู้ด้วยตนเองและท าแบบฝึกเสริมทักษะ ตามข้อปฏิบัติอย่างเคร่งครัด 5. ขณะนักเรียนท ากิจกรรมครูดูแลและคอยให้ค าปรึกษาอ านวยความสะดวก ทุกขั้นตอนเมื่อนักเรียนพบปัญหา 6. หลังจากจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแบบฝึกทักษะแต่ละบท ครูบันทึกพฤติกรรม การเรียนรู้และประเมินผลทุกครั้งพร้อมตรวจค าตอบ ค าแนะน าการใช้แบบฝึกทักษะส าหรับครู
ค าชี ้แจ ง: ให ้นักเรียนอ ่ านค าชี ้แจ งก ารใช ้แบบฝึกทักษะแล ้วปฏิบัติตามขั ้นตอน อย่างเคร่งครัด 1. นักเรียนฟังค าชี้แจงการใช้แบบฝึกทักษะจากครูผู้สอนและศึกษาจุดประสงค์ การเรียนรู้ในเรื่องที่จะศึกษา 2. นักเรียนศึกษาใบความรู้ให้เข้าใจและท ากิจกรรมแบบฝึกทักษะในแต่ละบท 3. นักเรียนร่วมกันตรวจสอบเฉลยจากการท าแบบฝึกทักษะด้วยความซื่อสัตย์ ค าแนะน าการใช้แบบฝึกทักษะส าหรับนักเรียน
สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เรื่อง การสร้างค าในภาษาไทย ปีการศึกษา 2565 บทที่ 1 การสร้างค าประสม อธิบายความหมายและลักษณะของค าประสมได้ จ าแนกลักษณะของค าประสมได้ สามารถสร้างค าประสมได้ บทที่ 2 การสร้างค าซ ้า อธิบายความหมายและลักษณะของค าซ ้าได้ จ าแนกลักษณะของค าซ ้าได้ สามารถสร้างค าซ ้าได้ บทที่ 3 การสร้างค าซ้อน อธิบายความหมายและลักษณะของค าซ้อนได้ จ าแนกลักษณะของค าซ้อนได้ สามารถสร้างค าซ้อนได้ บทที่ 4 การสร้างค าสมาส อธิบายความหมายและลักษณะของค าสมาสได้ จ าแนกลักษณะของค าสมาสได้ วิเคราะห์การสร้างค าสมาสได้ สามารถสร้างค าสมาสได้ บทที่ 5 การสร้างค าสนธิ อธิบายลักษณะการสร้างค าสนธิได้ สามารถจ าแนกลักษณะการสร้างค าสนธิได้ สามารถสร้างค าสนธิได้ จุดประสงค์การเรียนรู้
ใบความรู้บทที่ 1 การสร้างค าประสม ค าประสม คือ ค าที่สร้างจากค ามูลตั้งแต่ 2 ค าขึ้นไปมารวมกันเป็นค าใหม่ เกิดความหมายใหม ่ และค าที ่น ามารวมกันอาจเป็นค าไทยแท้หรือค าที ่มาจาก ภาษาต่างประเทศก็ได้แต่ต้องมีความหมายต่างกัน โดยที่ค ามูลที่มีความหมายหลัก จะอยู่หน้า ค ามูลที่เป็นส่วนขยายจะอยู่ส่วนหลัง ค าประสม ประกอบด้วยค าชนิดใดก็ได้ อาจเป็นค านาม สรรพนาม กริยา วิเศษณ์ หรือบุพบทและสามารถท าหน้าที่ได้หลากหลายตามชนิดของค า ค าที ่สร้างขึ้นใหม ่ในปัจจุบันส ่วนมากเป็นค าประสม เช ่น สะพานแขวน เรือหางยาว บานเลื่อน โทรศัพท์เคลื่อนที่ หัวคะแนน กินเปล่า เป็นต้น
ใบความรู้บทที่ 1 การสร้างค าประสม ลักษณะของค าประสม 1. เกิดจากค ามูลตั้งแต่ 2 ค าขึ้นไป เช่น ดาวเทียม สะพานลอย ผ้าห่มนอน 2. เกิดจากค ามูลที่มาจากภาษาใดก็ได้ เช่น ค าไทยแท้ เช่น ม้าเร็ว ลูกน ้า ทางด่วน เรือพ่วง แม่ครัว ค าไทยแท้กับค ามาจากภาษาอื่น เช่น การเล่น ความมัธยัสถ์ ราชวัง ผลไม้ พลเรือน ค ามาจากาภาษาอื่น เช่น การศึกษา การแพทย์ ผลผลิต 3. เกิดจากค ามูลที่มีความหมายต่างกัน คือ เมื่อเป็นค าประสมจะเกิดความหมาย ใหม่ต่างกับค ามูลเดิมแต่ยังมีเค้าเดิม เช่น ดาวเทียม หมายถึง ยานชนิดหนึ่งโคจรไปในอวกาศได้อย่างดาว แต่ไม่ใช่ ดาวจริง ๆ ลูกน ้า หมายถึง ลูกของยุงซึ่งอาศัยอยู่ในน ้า ค าที่เกิดจากค ามูลที่ยังคงความหมายเดิมไว้ไม่ใช่ค าประสมเสมอไป เช่น แกงร้อนต้องกินตอนก าลังร้อน แกงร้อน เป็นค าประสม (แกงชนิดหนึ่ง) แกงร้อนเกินไปจนกินไม่ได้ แกงร้อน เป็นประโยค แกงร้อน ๆ กินลวกปาก แกงร้อน ๆ เป็นวลี
ดแ ค าประสม ค าตั้ง ค าขยาย การศึกษา การ ศึกษา ประธานสภา ประธาน สภา ผลผลิต ผล ผลิต ค าประสม ค าขยาย ค าตั้ง ราชวัง ราช วัง (ค าไทย) พระราชด ารัส พระราช ด ารัส (เขมร) พระแสง พระ แสง (ไทย) ใบความรู้บทที่ 1 การสร้างค าประสม ลักษณะของค าประสม 4. เกิดจากค ามูลที่มีความหมายหลัก หรือที่เรียกว่า ค าตั้งอยู่ต้น ค ามูลที่เป็นค า ขยายอยู่หลัง เช่น ค าประสมบางค าประกอบด้วยค าขยายอยู่หน้าค าตั้ง จะประกอบด้วยค าขยาย ซึ่งมาจากภาษาบาลีหรือสันสกฤต ส ่วนค าตั้งเป็นค าไทยหรือค าภาษาอื่นที่ไม่ใช่ ภาษาบาลีหรือสันสกฤต เช่น
ฃฃฃ ค าประสม ชนิดของค า ค าไทยกับค าไทย ค าไทยกับค าภาษาต่างประเทศ ครอบครัว หัวใจ ยาดับกลิ่น รถไฟ น ้าซุป เข็มทิศ ผู้พิพากษา ค านาม ใต้เท้า กระหม่อมฉัน พ่อคุณ ข้าพระพุทธเจ้า ใต้ฝ่าพระบาท ค าสรรพนาม จับจอง กันท่า เข้าใจ ยินดี ขอโทษ ก่อการ ถ่ายรูป สวดมนต์ ค ากริยา น่ารัก ใจดี น่าเอ็นดู ขี้ริ้ว ขี้เกียจ ใจบุญ ค าวิเศษณ์ จนกระทั่ง ตั้งแต่ ต่อเมื่อ ค าบุพบท เพราะฉะนั้น มิฉะนั้น เพราะเหตุว่า ค าสันธาน ใบความรู้บทที่ 1 การสร้างค าประสม ลักษณะของค าประสม 6. เกิดจากค ามูลระหว่างค าไทยกับค าไทยหรือค าไทยกับค าภาษาต่างประเทศ และท าหน้าที่เป็นค าชนิดต่าง ๆ เช่น ท าหน้าที่เป็นนาม สรรพนาม กริยา วิเศษณ์ หรือบุพบท ตัวอย่าง
ใบความรู้บทที่ 1 การสร้างค าประสม วิธีสร้างค าประสม 1. ค าตั้งเป็นนาม ท าหน้าที่อย่างนาม 1.1. ค าขยายเป็นนามหรือสรรพนาม เช่น พ่อบ้าน แม่ครัว ชาวบ้าน ไฟฟ้า หม่อมฉัน พระคุณท่าน เกล้ากระหม่อม 1.2. ค าขยายเป็นค าวิเศษณ์ เช่น มดแดง ถั่วเขียว ผู้ดี หัวสูง มือใหม่ 1.3. ค าขยายเป็นกริยา เช่น สมุดพก ของใช้ แบบเรียน ผ้าเช็ดหน้า 2. ค าตั้งเป็นกริยา ท าหน้าที่อย่างกริยา 2.1. ค าขยายเป็นนาม เช่น กินใจ กินตัว กินลม เข้าใจ เข้าเนื้อ จับตา 2.2. ค าขยายเป็นกริยา เช่น ท่องจ า ค้นคว้า ตื่นเต้น ปกครอง ล่วงรู้ 2.3. ค าขยายเป็นวิเศษณ์ เช่น งอกงาม วางโต อวดดี เดือดร้อน ตกต ่า เป็นกลาง กินนอก กินใน
ใบความรู้บทที่ 1 การสร้างค าประสม วิธีสร้างค าประสม 4. ค าตั้งเป็นบุพบท ท าหน้าที่อย่างบุพบท 2.1. ค าขยายเป็นนาม เช่น กลางบ้าน (ยา) ข้างถนน (เด็ก) นอกคอก (ลูก) ซึ่งหน้า ต่อหน้า ใต้เท้า 2.2. ค าขยายเป็นกริยา เช่น ตามมีตามเกิด 3. ค าตั้งเป็นวิเศษณ์ ท าหน้าที่อย่างวิเศษณ์ 2.1. ค าขยายเป็นนาม เช่น สองใจ หลายใจ สองหัว สามเกลอ สามตา 2.2. ค าขยายเป็นวิเศษณ์ เช่น ด าแดง อ่อนหวาน เขียวหวาน (แกง, ส้ม) สุกดิบ
แบบฝึกทักษะบทที่ 1 การสร้างค าประสม ตอนที่ 1 ค าชี้แจง: ให้นักเรียนสร้างค าประสมจากค าตั้งที่ก าหนดให้ อย่างน้อย 5 ค า แล้วเลือกค าใดค าหนึ่ง มาแต่งประโยคให้มีใจความสมบูรณ์ 1. หัว -------------------------------------------------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------------------------------------------------- 2. เมือง -------------------------------------------------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------------------------------------------------- 3. นอก 4. ความ 5. กิน 6. ของ -------------------------------------------------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------------------------------------------------- --------------------------------------------------------------------------------------------------
แบบฝึกทักษะบทที่ 1 การสร้างค าประสม ตอนที่ 2 ค าชี้แจง: ให้นักเรียนบอกความหมายของค าประสมที่ก าหนดให้ พร้อมบอกว่ามีค าตั้งเป็นค าชนิดใด 1. เบี้ยล่าง คนกลาง = ผู้ที่ไม่เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ค าตั้งเป็นนาม (คน) ตัวอย่าง -------------------------------------------------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------------------------------------------------- 2. นอนใจ 5. นอกคอก 6. กว้างขวาง 3. จับผิด 4. ชาววัง -------------------------------------------------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------------------------------------------------- --------------------------------------------------------------------------------------------------
แบบฝึกทักษะบทที่ 1 การสร้างค าประสม ตอนที่ 3 ค าชี้แจง: อธิบายความหมายของส านวนต่อไปนี้ แล้วเขียนเครื่องหมาย √ หน้าส านวนที่มีค าประสม ประกอบอยู่ พร้อมระบุว่ามีค าใดเป็นค าประสม ----------- 1) กินนอกกินใน ความหมาย: ____________________________________________________ ค าประสม: ____________________________________________________ ----------- 2) ไม่รู้จักเสือเอาเรือเข้ามาจอด ไม่รู้จักบอดเอาไม้เข้ามาแหย่ ความหมาย: ____________________________________________________ ค าประสม: ____________________________________________________ ----------- 3) สิบพ่อค้าไม่เท่าพระยาเลี้ยง ความหมาย: ____________________________________________________ ค าประสม: ____________________________________________________ ----------- 4) น ้าผึ้งหยดเดียว ความหมาย: ____________________________________________________ ค าประสม: ____________________________________________________
ใบความรู้บทที่ 2 การสร้างค าซ ้า ค าซ ้า คือ ค าที่เกิดจากการน าค ามูลค าเดิมมากล่าวหรือเขียนซ ้าอีกครั้งหนึ่ง แล้วเกิดเป็นค าที่มีความหมายใหม่หรือยังคงมีเค้าของความหมายเดิม ในการเขียน จะใช้ไม้ยมก (ๆ) แทนค าที่ซ ้า ลักษณะของค าซ ้า 1. เป็นค าชนิดใดหรือท าหน้าที่ใดก็ได้ เช่น นาม สรรพนาม วิเศษณ์ เป็นต้น 2. น าค าหนึ่ง ๆ มาซ ้ากันสองครั้ง เช่น เด็ก ๆ เล็ก ๆ เล่น ๆ 3. น าค าซ้อนมาแยกซ ้ากัน เช่น ลูบคล า เป็น ลูบ ๆ คล า ๆ เปรอะเปื้อน เป็น เปรอะ ๆ เปื้อน ๆ นุ่มนิ่ม เป็น นุ่ม ๆ นิ่ม ๆ อดอยาก เป็น อด ๆ อยาก ๆ การเขียนค าซ ้าในข้อความที่เป็นร้อยแก้วให้ใช้ไม้ยมก (ๆ) แทน ส าหรับร้อยกรองให้เขียนค าเต็ม ไม่ใช้ไม้ยมก เสริมความรู้
ใบความรู้บทที่ 2 การสร้างค าซ ้า ลักษณะของค าซ ้า 4. น าค าซ ้ามาผสมกัน เช่น งู ๆ ปลา ๆ ไป ๆ มา ๆ ลม ๆ แล้ง ๆ 5. น าค าซ ้ามาเปลี่ยนเสียงวรรณยุกต์ เพื่อเน้นความหมาย เช่น ดี๊ดี เบื๊อเบื่อ ความหมายของค าซ ้า 1. บอกพหูพจน์ ค าเดิมอาจเป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์ จะกลายเป็นพหูพจน์ อย่างเดียว เช่น เขาเล่นกับเพื่อน (เอกพจน์หรือพหูพจน์) เขาเล่นกับเพื่อน ๆ (พหูพจน์) พี่อยู่ในห้อง (เอกพจน์หรือพหูพจน์) พี่ ๆ อยู่ในห้อง (พหูพจน์) 2. บอกความเน้นหนัก วิเศษณ์บางค าเมื่อเป็นค าซ ้ามีความหมายเน้นหนักกว่าเดิม โดยมากเปลี่ยนเสียงค าแรกเป็นเสียงตรี เช่น สวย ๆ เป็น ซ้วยสวย แดง ๆ เป็น แด๊งแดง
(ประโยคค าสั่ง) 3. บอกความไม่เน้นหนัก วิเศษณ์บางค าเมื่อเป็นค าซ ้ามีความหมายคลายความ เน้นหนักกว ่าเดิมหรือไม ่จงใจ ค าซ ้าประเภทนี้ไม ่เปลี ่ยนเสียงวรรณยุกต์ ของค าแรก เช่น ใกล้ (ใกล้จริง) เป็น ใกล้ ๆ (ไม่ใกล้ทีเดียว) สวย (สวยจริง) เป็น สวย ๆ (ไม่สวยทีเดียว) อยู่ให้เขาเห็นหน้า (อยู่จริง) เป็น อยู่ ๆ (อยู่โดยไม่จงใจ) ใบความรู้บทที่ 2 การสร้างค าซ ้า ความหมายของค าซ ้า 4. บอกค าสั่ง วิเศษณ์ที่เป็นค าซ ้าเมื่อประกอบกริยา จะเน้นความและบอกค าสั่ง เช่น อยู่เงียบ (วลี) เป็น อยู่เงียบ ๆ (ประโยคค าสั่ง) พูดดัง (วลี) เป็น พูดดัง ๆ (ประโยคค าสั่ง) ท าดี(วลี) เป็น ท าดี ๆ (ประโยคค าสั่ง) เดินเบา (วลี) เป็น เดินเบา ๆ (ประโยคค าสั่ง) ออกห่าง (วลี) เป็น ออกห่าง ๆ (ประโยคค าสั่ง)
อยู่เงียบ (วลี) เป็น อยู่เงียบ ๆ (ประโยคค าสั่ง)พูดดัง (วลี) เป็น พูดดัง ๆ (ประโยคค าสั่ง)ท าดี (วลี) เป็น ท าดี ๆ (ประโยคค าสั่ง)เดินเบา (วลี) เป็น เดินเบา ๆ (ประโยคค าสั่ง)ออกห่าง (วลี) เป็น ออกห่าง ๆ (ประโยคค าสั่ง)เสริมความรู้ ใบความรู้บทที่ 2 การสร้างค าซ ้า ความหมายของค าซ ้า 5. เปลี ่ยนความหมายใหม ่ ค าซ ้าบางค าเปลี ่ยนความหมายใหม ่โดยไม ่มี เค้าความหมายเดิม เช่น กล้วย ๆ (ง่าย) น้อง ๆ (เกือบ, ใกล้, คล้าย) หมู ๆ (ง่าย) ไล่ ๆ (ใกล้เคียง) พื้น ๆ (ธรรมดา) งู ๆ ปลา ๆ (รู้เพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ) ไป ๆ (นานไป) ไป ๆ มา ๆ (ในที่สุด) 6. แยกค าซ้อนมาเป็นค าซ ้า ค าซ ้าบางค าเกิดจากการแยกค าซ้อนมาเป็นซ ้ากัน เช่น จืดชืด เป็น จืด ๆ ชืด ๆ พี่น้อง เป็น พี่ ๆ น้อง ๆ จริงจัง เป็น จริง ๆ จัง ๆ ค าที่ออกเสียงซ ้ากันบางค าไม่ใช่ค าซ ้า เพราะไม่ได้เกิดค าใหม่และความหมาย ไม่เปลี่ยนไป ในกรณีเช ่นนี้จะใช้ไม้ยมกไม่ได้ เช ่น จะจะ นานา หรือค าที่ ไม่สามารถใช้ค าเดี่ยวได้ต้องให้อยู่ในรูปไม้ยมก เช่น หยก ๆ หลัด ๆ ปาว ๆ เสริมความรู้
อยู่เงียบ (วลี) เป็น อยู่เงียบ ๆ (ประโยคค าสั่ง)พูดดัง (วลี) เป็น พูดดัง ๆ (ประโยคค าสั่ง)ท าดี (วลี) เป็น ท าดี ๆ (ประโยคค าสั่ง)เดินเบา (วลี) เป็น เดินเบา ๆ (ประโยคค าสั่ง)ออกห่าง (วลี) เป็น ออกห่าง ๆ (ประโยคค าสั่ง)เสริมความรู้ แบบฝึกทักษะบทที่ 2 การสร้างค าซ ้า ตอนที่ 1 ค าชี้แจง: ให้นักเรียนบอกความหมายของค าที่พิมพ์ตัวหนา โดยพิจารณา บริบทของประโยคประกอบ 1. ไป ๆ มา ๆ เขาก็ตกลงจะไปกับเรา = _________________________________________________________________ 2. ดี ๆ ชั่ว ๆ เราก็เป็นเพื่อนกัน = _________________________________________________________________ 3. ไม่เจอกันแค่ไม่กี่เดือน เด็กสองคนนี้ตัวไล่ ๆ กันแล้ว = _________________________________________________________________ 4. รู้งู ๆ ปลา ๆ อย่างนี้ท าอะไรก็ไม่ได้ = _________________________________________________________________ 5. ต ารวจตรวจคนบ้านพักคนงานเป็นบ้าน ๆ ไป = _________________________________________________________________
อยู่เงียบ (วลี) เป็น อยู่เงียบ ๆ (ประโยคค าสั่ง)พูดดัง (วลี) เป็น พูดดัง ๆ (ประโยคค าสั่ง)ท าดี (วลี) เป็น ท าดี ๆ (ประโยคค าสั่ง)เดินเบา (วลี) เป็น เดินเบา ๆ (ประโยคค าสั่ง)ออกห่าง (วลี) เป็น ออกห่าง ๆ (ประโยคค าสั่ง)แบบฝึกทักษะบทที่ 2 การสร้างค าซ ้า แบบฝึกทักษะบทที่ 2 การสร้างค าซ ้า ตอนที่ 2 ค าชี้แจง: ให้นักเรียนยกตัวอย่างประโยคที่มีค าซ ้าตามประเภทที่ก าหนดให้ 1. บอกพหูพจน์ = _____________________________________________________ 2. เปลี่ยนความหมายใหม่ = _______________________________________________ 3. บอกความเน้นหนัก = _________________________________________________ 4. บอกค าสั่ง = ________________________________________________________ ___________________________________________________________________ ___________________________________________________________________ ___________________________________________________________________ ___________________________________________________________________ ___________________________________________________________________ ___________________________________________________________________ _ ค าชี้แจง: ให้นักเรียนแต่งนิทานสั้น ๆ ตามจินตนาการให้มีข้อคิดคติสอนใจ โดยใช้ค าซ ้าที่ก าหนดให้ประกอบการแต่ง ตอนที่ 3 สวย ๆ งาม ๆ เงียบ ๆ เขี๊ยวเขียว เพื่อน ๆ
ใบความรู้บทที่ 3 การสร้างค าซ้อน ค าซ้อน หมายถึง ค ามูลที่มีความหมายเหมือนกันน ามาเรียงต่อกันหรือซ้อนกัน แล ้วเกิดคว ามหมาย ใหม ่ หรือมีคว ามหมาย ใกล ้เคีย งกับคว ามหมายเดิม ซึ่งมี ๒ ประเภท ดังนี้ ค าซ้อนเพื่อเสียง คือ ค าที่มีพยัญชนะต้นเสียงเดียวกันรวมกัน เช่น รุ่งริ่ง บอบบาง บู้บี้ เปาะแปะ เอะอะ จุกจิก เป็นต้น ค าซ้อนเพื่อความหมาย คือ ค า 2 ค า ที่มีความหมายคล้ายกันหรือใกล้เคียงกัน น ามาเรียงต่อกัน เช่น กัดกิน เปิดเผย กักขัง สั่งเสีย กลบเกลื่อน ขัดแย้ง เป็นต้น ในค าซ้อนเพื่อความหมายบางค ามีพยัญชนะต้นตัวเดียวกัน แต่มิใช่ค าซ ้า เพราะค าซ ้าคือ ค ามูล ๒ค ารวมกัน ค าเดียวจะไม่มี ความหมาย แต่ค าซ้อนเพื่อความหมายเป็นค ามูลที่มีความหมาย 2 ค า ทั้งค าหน้าและค าหลังและเป็นความหมายที่ใกล้เคียงกัน
ใบความรู้บทที่ 3 การสร้างค าซ้อน ลักษณะของค าซ้อน 1. เกิดจากค ามูลที ่มีความหมายอย ่างเดียวกันหรือท านองเดียวกัน ส ่วนมาก ความหมายอยู่ที่ค ามูลค าใดค าหนึ่งเพียงค าเดียว เช่น กีดกัน ความหมายอยู่ที่ กัน เนื้อตัว ความหมายอยู่ที่ ตัว หน้าตา ความหมายอยู่ที่ หน้า ปากคอ ความหมายอยู่ที่ ปาก 2. เกิดจากค ามูลที่มีความหมายอย่างเดียวกันหรือท านองเดียวกัน โดยความหมาย อยู่ที่ค ามูลค าหน้าหรือค าหลังค าใดค าหนึ่ง เช่น รากฐาน ความหมายอยู่ที่ ราก หรือ ฐาน บ้านเรือน ความหมายอยู่ที่ บ้าน หรือ เรือน รูปร่าง ความหมายอยู่ที่ รูป หรือ ร่าง เขตแดน ความหมายอยู่ที่ เขต หรือ แดน ใบความรู้บทที่ 3 การสร้างค าซ้อน
ใบความรู้บทที่ 3 การสร้างค าซ้อน ลักษณะของค าซ้อน 3. เกิดจากค ามูลที่มีความหมายอย่างเดียวกันหรือท านองเดียวกัน แต่ค าหนึ่งเป็นค า ภาษาถิ่นความหมายอยู่ที่ค าภาษากลางหรือภาษามาตรฐาน เช่น เสื่อสาด (สาด) เป็นค าภาษาถิ่น (เหนือ อีสาน ใต้) หมายถึง เสื่อ อ้วนพี (พี) เป็นค าภาษาถิ่น (อีสาน ใต้) หมายถึง อ้วน ข่มเหง (เหง) เป็นค าภาษาถิ่น (ใต้) หมายถึง ทับ หรือ ข่ม 4. เกิดจากค ามูลที่มีความหมายอย่างเดียวกันหรือท านองเดียวกัน แต่ค าหนึ่งเป็น ภาษาต่างประเทศ ความหมายอยู่ที่ค าไทย เช่น สร้างสรรค์ (สรรค์) เป็นค ายืมภาษาสันสกฤต หมายถึง สร้าง แบบฟอร์ม (ฟอร์ม) เป็นค ายืมภาษาอังกฤษ หมายถึง แบบ 5. เกิดจากค ามูลที่มีความหมายท านองเดียวกัน มีความหมายใหม่กว้างกว่าค ามูลเดิม อาจมีสัมผัสสระระหว่างค าได้ เช่น พี่น้อง (ไม่ได้หมายถึงเฉพาะพี่กับน้อง แต่รวมถึงญาติทั้งหมด) เรือกสวนไร่นา (ที่ส าหรับเพาะปลูกพืช) ข้าวปลา (ไม่ได้หมายถึงเฉพาะข้าวกับปลา แต่รวมถึงอาหารทั่วไป)
ใบความรู้บทที่ 3 การสร้างค าซ้อน ลักษณะของค าซ้อน 7. เกิดจากค ามูลที่มีความหมายท านองเดียวกัน ความหมายอยู ่ที่ค าต้นกับค าท้าย ส่วนมากมีสัมผัสสระระหว่างค า เคราะห์หามยามร้าย หมายถึง เคราะห์ร้าย ฤกษ์งามยามดี หมายถึง ฤกษ์ดี ยากดีมีจน หมายถึง ยากจน 8. เกิดจากค ามูลที่มีความหมายตรงกันข้าม เกิดความหมายใหม่เป็นความหมายกว้าง เช่น สูงต ่า หมายถึง ระดับความสูงของสิ่งต่าง ๆ ถูกแพง หมายถึง ราคา เปรี้ยวหวานมันเค็ม หมายถึง รสอาหาร 6. เกิดจากค ามูลที่มีความหมายอย่างเดียวกันหรือท านองเดียวกัน เกิดความหมายใหม่ แต่มีเค้าความหมายของค ามูลเดิมเช่นค าประสม เช่น ถากถาง หมายถึง พูดเสียดแทง ดูแล หมายถึง เอาใจใส่ นิ่มนวล หมายถึง อ่อนโยน
ใบความรู้บทที่ 3 การสร้างค าซ้อน 1. ค าซ้อนที่มีค าซ้อน ๒ ค า เช่น งอก่องอขิง ผ่าเหล่าผ่ากอ หอบผ้าหอบผ่อน อดแห้งอดแล้ง ปากเหยี่ยวปากกา เป็นต้น 2. ค าซ้อนที่มีเสียงสัมผัสระหว่างค าที่เป็นองค์ประกอบในจังหวะที่ 3 กับจังหวะที่ 4 เช่น ถ้วยโถโอชาม ล้มหมอนนอนเสื่อ อุดหนุนจุนเจือ ผีป่าซาตาน ยิงนกตกปลา เป็นต้น ลักษณะค าซ้อน 4 จังหวะ มีดังนี้ เสริมความรู้ ค าไทยจะใช้ค าซ้อน 4 จังหวะมากในการสนทนาและใช้ในงานเขียนที่ไม่เป็น ทางการ ส่วนงานเขียนที่เป็นทางการ เช่น ต ารา ประกาศ กฎระเบียบ เป็นต้น มักจะไม่ใช้ค าซ้อน 4 จังหวะ ดังนั้นภาษาที่ใช้ค าซ้อน 4 จังหวะ จึงมักจะเป็น ภาษาที่ไม่เป็นทางการ เช่น - นี่มันกี่ทุ่มกี่ยามแล้ว ท าไมไม่หลับไม่นอนซะที (ไม่เป็นทางการ) - ดึกแล้ว ท าไมถึงไม่เข้านอน (เป็นทางการ)
แบบฝึกทักษะบทที่ 3 การสร้างค าซ้อน ตอนที่ 1 ค าชี้แจง: ให้นักเรียนจ าแนกค าซ้อนต่อไปนี้ให้ถูกต้องตามชนิดของค าซ้อน ช้าเร็ว พบเจอ เงินทอง ได้เสีย กระโตกกระตาก จิตใจ พอดีพอร้าย แน่นหนา งุ่นง่าน ยากง่าย นอนหลับ โศกเศร้า ทุกข์ยาก รุงรัง ผิดชอบ เชือนแช นอกใน พร้อมเพียง สูงต ่า อดอยากปากแห้ง 1. ค าซ้อนที่มีความหมายใกล้เคียงกันหรือเหมือนกัน ------------------------------------------------------------------------------- ------------------------------------------------------------------------------- 2. ค าซ้อนที่มีความหมายตรงกันข้ามกัน ------------------------------------------------------------------------------- ------------------------------------------------------------------------------- 3. ค าซ้อนที่เกิดจากเสียงคล้ายคลึงกัน ------------------------------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------------------------------
แบบฝึกทักษะบทที่ 3 การสร้างค าซ้อน ตอนที่ 2 ค าชี้แจง: ให้นักเรียนรวบรวมค าซ้อนตามลักษณะที่ก าหนดให้อย่างน้อย 5 ค า ตอนที่ 3 ค าชี้แจง: ให้นักเรียนเติมค าซ้อนลงในช่องว่างของข้อความต่อไปนี้ให้ถูกต้องสมบูรณ์ 1. ร้านนี้นอกจากจะ__________มโหฬารแล้ว ข้าวปลา__________ที่จ าหน่ายก็มีรสชาติเยี่ยม มีครบทุกรส ทั้ง___________มันเค็ม ถ้วยชาม____________ที่ใส ่ก็มีสีสวยสด__________ ชวนให้น ่ารับประทาน อีกทั้งบริกรก็มีอัธยาศัย_________ดี หน้าตา___________แจ ่มใส ตลอดเวลา ท าให้ลูกค้าแน่นร้านทุกวัน 2. แม ่ยกส ารับ____________มาต้อนรับแขก มีหมูเห็ด____________อาหารคาวหวาน และผลหมาก__________นานาชนิด แขกเหรื่อต่างพากันรับประทานอาหารจน___________ ส าราญ ท าให้แม่รู้สึกดีใจที่ฝีมือของตนถูกปากของหลาย ๆ คน 1. ค าซ้อนที่มีความหมายเชิงอุปมา_______________________________________________ 2. ค าซ้อนที่มีความหมายกว้างขึ้น_______________________________________________ 3. ค าซ้อนที่มีความหมายแคบลง________________________________________________ 4. ค าซ้อนเพื่อเสียง_________________________________________________________ 5. ค าซ้อนที่มีความหมายชัดเจนหรือหนักแน่นขึ้น____________________________________ ______________________________________________________________________
ใบความรู้บทที่ 4 การสร้างค าสมาส ค าสมาส คือ ค าที่เกิดจากการน าค าในภาษาบาลี-สันสกฤตตั้งแต่ 2 ค าขึ้นไป มาเรียง ต่อกันท าให้เกิดเป็นค าใหม่และมีความหมายใหม่ แต่ยังมีเค้าความหมายเดิมอยู่ ลักษณะของค าสมาส 1. ต ้อ งเป็นค าในภาษาบาลี-สันสกฤตเท ่านั้น จะเรียงกันในลักษณะ บาลี-บาลี, บาลี-สันสกฤต, สันสกฤต-บาลี หรือ สันสกฤต-สันสกฤต เช่น (บาลี) (บาลี) วาตภัย (วาต + ภัย) แปลว่า ภัยอันเกิดแต่ลม (บาลี) (สันสกฤต) ทันตแพทย์ (ทันต + แพทย์) แปลว่า หมอที่รักษาฟัน (สันสกฤต) (สันสกฤต) ประถมศึกษา (ประถม + ศึกษา) แปลว่า การศึกษาชั้นต้น (สันสกฤต) (บาลี) อัศวมุข (อัศว + มุข) แปลว่า หน้าม้า, ด้านหน้าเป็นรูปม้า 2. ต้องอ่านออกเสียง อะ อิ อุ กลางค าเสมอ (แต่ในบางค าอาจไม่อ่านออกเสียง อะ อิ อุก็ได้) เช่น อุทกภัย อ่านว่า อุ-ทก-กะ-ไพ อุบัติภัย อ่านว่า อุ-บัด-ติ-ภัย ธาตุโขภ อ่านว่า ทา-ตุ-โขบ (ไม่อ่าน ทาด-ตุ-โขบ)
ใบความรู้บทที่ 4 การสร้างค าสมาส 3. ต้องแปลความหมายจากค าหลังไปค าหน้า เช่น อัคคีภัย แปลว่า ภัยอันเกิดแต่ไฟ อุทกภัย แปลว่า ภัยอันเกิดแต่น ้า วาตภัย แปลว่า ภัยอันเกิดแต่ลม วาทศิลป์ แปลว่า ศิลปะแห่งถ้อยค า ในบางค าอาจแปลได้ทั้งหน้าไปหลังและหลังไปหน้า เช่น สมณพราหมณ์ แปลว่า สมณะและพราหมณ์หรือพราหมณ์และสมณะ บุตรภรรยา แปลว่า ลูกและเมียหรือเมียและลูก ทาสกรรมกร แปลว่า กรรมกรและทาสหรือทาสและกรรมกร ยกเว้น 4. ต้องไม่ประวิสรรชนีย์หรือไม้ทันฑฆาตลงกลางค า เช่น ธุระ + กิจ ธุรกิจ อิสระ + ภาพ อิสรภาพ วาทะ + ศิลป์ วาทศิลป์ อักษรศาสตร์ + บัณฑิต อักษรศาสตรบัณฑิต วิทยาศาสตร์ + บัณฑิต วิทยาศาตรบัณฑิต
ใบความรู้บทที่ 4 การสร้างค าสมาส 5. ส่วนใหญ่ค าสมาสจะลงท้ายด้วยค าว่า ศาสตร์ กรรม ภาพ ภัย ศึกษา ศิลป์ วิทยา เช่น ศึกษาศาสตร์ คหกรรม บุคลิกภาพ พิบัติภัย ประถมศึกษา กรรมกร วาทศิลป์ ยุทธศาสตร์ นาฏกรรม จริยภาพ อุดมศึกษา ฉากตภัย ดุริยางคศิลป์ ศิลปวิทยา นิติกร มหาราช 6. ค าภาษาบาลี-สันสกฤตที่มีค าว่า “พระ” น าหน้าแล้วแผลงเป็น “วร” ประกอบอยู่ข้างหน้า ก็จัดเป็นค าสมาสด้วย เช่น พระราช พระโอรส พระภูษา พระหัตถ์ วรองค์ วรชายา ฯลฯ
แบบฝึกทักษะบทที่ 4 การสร้างค าสมาส ตอนที่ 1 ค าชี้แจง: ให้นักเรียนสมาสค าที่ก าหนดให้ต่อไปนี้ให้ถูกต้อง 1. หัตถ์ + กรรม ค าสมาส __________________________________ 2. ทัณฑ์ + สถาน ค าสมาส __________________________________ 3. ศัลย์ + แพทย์ ค าสมาส __________________________________ 4. มนุษย์ + ศาสตร์ ค าสมาส __________________________________ 5. จันทร์ + คราส ค าสมาส __________________________________ 6. จันทร์ + คติ ค าสมาส __________________________________ 7. ทันต์ + กรรม ค าสมาส __________________________________ 8. ทุกข์ + ภาพ ค าสมาส __________________________________ 9. ทิพย์ + สถาน ค าสมาส __________________________________ 10. พาณิชย์ + การ ค าสมาส __________________________________ 11. มนุษย์ + ชาติ ค าสมาส __________________________________ 12. แพทย์ + สภา ค าสมาส __________________________________
แบบฝึกทักษะบทที่ 4 การสร้างค าสมาส ตอนที่ 2 ค าชี้แจง: ให้นักเรียนเขียนค าอ่านของค าสมาสที่ก าหนดให้ถูกต้อง 1. จักรวรรดิวัตร ______________________________________ 2. เกียรตินิยม ______________________________________ 3. อิสรภาพ ______________________________________ 4. อักขรวิธี ______________________________________ 5. สุนทรพจน์ ______________________________________ 6. ถาวรวัตถุ ______________________________________ 7. กิจการ ______________________________________ 8. วรรณคดี ______________________________________ 9. อุตสาหกรรม ______________________________________ 10. ศิลปวัฒนธรรม ______________________________________ 11. ราชวงศ์ ______________________________________ 12. ฌาปนสถาน ______________________________________ 13. นามธรรม ______________________________________ 14. เบญจศีล ______________________________________ 15. ภูมิทัศน์ ______________________________________
แบบฝึกทักษะบทที่ 4 การสร้างค าสมาส ตอนที่ 3 ค าชี้แจง: ให้นักเรียนวิเคราะห์ค าสมาสที่ก าหนดให้ว่าอ่านออกเสียงลักษณะใดต่อไปนี้ ไม่ออกเสียงพยางค์ท้ายของค าหน้า ออกเสียงสระอะท้ายพยางค์ของค าหน้า ออกเสียงสระที่ประสมกับพยัญชนะท้ายของค าหน้า 1. ชาตินิยม __________________________________________________ 2. กรรมกร __________________________________________________ 3. ภูมิภาค __________________________________________________ 4. มีนบุรี __________________________________________________ 5. มูลนิธิ __________________________________________________ 6. เอกบุรุษ __________________________________________________ 7. ภูมิศาสตร์ __________________________________________________ 8. สมมุติฐาน __________________________________________________ 9. สุภาพบุรุษ __________________________________________________ 10. ราชโอรส __________________________________________________
ใบความรู้บทที่ 5 การสร้างค าสนธิ ค าสนธิ คือ ค าสมาสชนิดหนึ ่งที่เกิดจากค ามูลซึ่งเป็นภาษาบาลีและสันสกฤตตั้งแต่ 2 ค าขึ้นไปมาเชื่อมให้ติดต่อกันเป็นค าเดียว โดยให้เสียงสระของพยางค์หลังของค าหน้าและเสียง สระในพยางค์หน้าของค าหลังมีความกลมกลืนกันเป็นสระเสียงใดเสียงหนึ่งของทั้ง 2 ค านั้น หรืออาจเป็นสระเสียงอื่นก็ได้ ลักษณะการสนธิ 1.1. วิธีอาเทโส คือ การแปลงพยัญชนะเป็นสระ เช่น มนสฺส + รมย์ มโนรมย์ (ความรื่นรมย์ใจ) มนสฺส + ภาพ มโนภาพ (ภาพที่เกิดทางใจ) ยสฺส + ธร ยโสธร (ทรงไว้ซึ่งยศ) รหสฺส + ฐาน รโหฐาน (สถานที่ลี้ลับ) 1.2. วิธีโลโป คือ การลบทิ้งพยัญชนะ เช่น นิรสฺ + ภัย นิรภัย (ไม่มีภัย) นิรสฺ + ทุกข์ นิรทุกข์ (ไม่มีทุกข์) พรหมสฺ + ชาติ พรหมชาติ (การเกิดแห่งพรหม) 1. พยัญชนะสนธิคือ การเชื่อมค าด้วยพยัญชนะ มี 2 วิธี ได้แก่
ใบความรู้บทที่ 5 การสร้างค าสนธิ ลักษณะการสนธิ การสนธิสระมีกฎปลีกย่อยอีก 2 ประการ คือ 1. สระอู, อุ จะสนธิกับสระตัวใดก็ตามของค าหลังให้เพิ่ม ว เข้าไป 1 ตัว แล้วท าการ สนธิกัน เช่น ธนู + อาคม (อู+อา) ธนว + อาคม = ธันวาคม เหตุ + อเนกัตถประโยค (อุ+อะ) เหตว+อเนกัตถประโยค = เหตวาเนกัตถประโยค 2. สระอิ, สระอีจะสนธิกับสระตัวใดก็ตามของค าหลังให้เพิ ่ม ย เขาไป 1 ตัว แล้วท าการสนธิกัน เช่น อัคคี + โอภาส (อี+โอ) อัคคย + โอภาส = อัคคโยภาส (อัคโยภาส) สามัคคี + อาจารย์ (อี+อา) สามัคคย + อาจารย์ = สามัคคยาจารย์ (สามัคยจารย์) 2. สระสนธิคือ การเชื่อมค าด้วยสระท้ายของค าหน้ากับสระหน้าของค าหลัง เช่น ศิลปะ + อาชีพ ศิลปาชีพ ยุทธ + อุปกรณ์ ยุทโธปกรณ์ ทิวา + อากร ทิวากร อภินันทน + อาการ อภินันทนาการ ราช + อินทร์ ราเชนทร์ (ราชินทร์)
ใบความรู้บทที่ 5 การสร้างค าสนธิ ลักษณะการสนธิ วรรคกะ ( ก ข ค ฆ ง) แผลงนิคหิตเป็น ง เช่น ส + กร สังกร ส + คีต สังคีต ส + ขยา สังขยา ส + คม สังคม วรรคจะ (จ ฉ ช ฌ ญ) แผลงนิคหิตเป็น ญ เช่น ส + จร สัญจร ส + ชัย สัญชัย ส + ญา สัญญา ส + ขาติ สัญชาติ 3. นิคหิตสนธิคือ การเชื่อมค าด้วยค ามูลตัวหน้ามีนิคหิต (◌ ) จึงมีการสนธิโดยการ แปลงนิคหิตให้เป็นพยัญชนะตัวสุดท้ายของวรรคต่าง ๆ ทั้ง 5 วรรค (ที่แบ่งตามฐานเกิด) ทั้งนี้ ต้องสังเกตค าที่มาสนธิด้วยว่าพยัญชนะต้นของค านั้นอยู่ในวรรคใด ตัวนิคหิตก็จะเป็นตัวสุดท้าย ของวรรคนั้น ได้แก่ วรรคฏะ (ฏ ฐ ฑ ฒ ณ) แผลงนิคหิตเป็น ณ เช่น ส + ฐาน สัณฐาน
ใบความรู้บทที่ 5 การสร้างค าสนธิ ลักษณะการสนธิ วรรคปะ (ป ผ พ ภ ม) แผลงนิคหิตเป็น ม เช่น ส + ปทาน สัมปทาน ส + ภาษณ์ สัมภาษณ์ ส + ผัมส สัมผัส ส + โดษ สันโดษ ส าหรับเศษวรรคทั้งภาษาบาลีและสันสกฤต อันได้แก ่ ย ร ล ว ส ห ฬ ศ ษ ส่วนใหญ่จะเป็นหน้าที่ของ ง เป็นตัวสนธิ เช่น ส + วร สังวร ส + สาร สังสาร, สงสาร ส + โยค สังโยค ส + หรณ์ สังหรณ์ ส + วาส สังวาส วรรคตะ (ต ถ ท ธ น) แผลงนิคหิตเป็น น เช่น ส + นิบาต สันนิบาต ส + เทศ สนเทศ ส + โดษ สันโดษ
ตอนที่ 1 แบบฝึกทักษะบทที่ 5 การสร้างค าสนธิ ค าชี้แจง: ให้นักเรียนสนธิค าต่อไปนี้ให้ถูกต้อง (พยัญชนะสนธิ) 1. ทุส + พล เปลี่ยน ส ________ + __________ สนธิเป็น _________________________________ 2. นิส + ทุกข์ เปลี่ยน ส ________ + __________ สนธิเป็น _________________________________ 3. นิส + เทศ เปลี่ยน ส ________ + __________ สนธิเป็น _________________________________ 4. นิส + ภัย เปลี่ยน ส ________ + __________ สนธิเป็น _________________________________ 5. ทุส + ยศ เปลี่ยน ส ________ + __________ สนธิเป็น _________________________________ 6. มนส + ธรรม เปลี่ยน ส ________ + __________ สนธิเป็น _________________________________ 7. ยสส + ธร เปลี่ยน ส ________ + __________ สนธิเป็น _________________________________ 8. สรส + ชิน เปลี่ยน ส ________ + __________ สนธิเป็น _________________________________ 9. รหส + ฐาน เปลี่ยน ส ________ + __________ สนธิเป็น _________________________________ 10. มนส + ภาพ เปลี่ยน ส ________ + __________ สนธิเป็น _________________________________
แบบฝึกทักษะบทที่ 5 การสร้างค าสนธิ ตอนที่ 2 ค าชี้แจง: ให้นักเรียนสนธิค าต่อไปนี้ให้ถูกต้อง (สระสนธิ) 1. โภชน + อาคาร สนธิเป็น __________________________________________ 2. ชล + อาลัย สนธิเป็น __________________________________________ 3. ปิย + โอรส สนธิเป็น __________________________________________ 4. มหา + โอฬาร สนธิเป็น __________________________________________ 5. มหา + อัศจรรย์ สนธิเป็น __________________________________________ 6. โพธา + อาราม สนธิเป็น __________________________________________ 7. อน + เอก สนธิเป็น __________________________________________ 8. มุนี + อินทร์ สนธิเป็น __________________________________________ 9. วิทยา + อาคม สนธิเป็น __________________________________________ 10. พันธนะ + อาการ สนธิเป็น __________________________________________ 11. อน + อาคต สนธิเป็น __________________________________________ 12. มหา + อรรณพ สนธิเป็น __________________________________________ 13. สวรรค์ + อาลัย สนธิเป็น __________________________________________ 14. กรกฎ + อาคม สนธิเป็น __________________________________________ 15. ขีปณ + อาวุธ สนธิเป็น __________________________________________
ค าสมาสมีสนธิ สนธิระหว่าง ความหมาย กุมภาพันธ์ จราจร จินตนาการ เจษฎาภรณ์ ชนมายุ ทรัพยากร เทศาภิบาล ธนาคาร โภชนาการ ไสยาสน์ พนาลี นิรันดร โกสินทร์ แบบฝึกทักษะบทที่ 5 การสร้างค าสนธิ ตอนที่ 3 ค าชี้แจง: ให้นักเรียนวิเคราะห์ค าสมาสที่ก าหนดให้ว่าเกิดจากการสนธิระหว่างค าใด พร้อมทั้งอธิบาย ความหมาย