The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ตามความเชื่อของชาวจีน ต้นไผ่เป็นสัญลักษณ์แห่งความก้าวหน้า ความสง่า มีปัญญาเลิศ ความมุ่งมั่นมั่นคงและซื่อตรง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Noppadon ʚĩɞ, 2023-06-20 03:54:51

ต้นไผ่

ตามความเชื่อของชาวจีน ต้นไผ่เป็นสัญลักษณ์แห่งความก้าวหน้า ความสง่า มีปัญญาเลิศ ความมุ่งมั่นมั่นคงและซื่อตรง

ตามความเชื่อของชาวจีน ต้นไผ่เป็นสัญลักษณ์แห่งความก้าวหน้า ความสง่า มีปัญญาเลิศ ความ มุ่งมั่นมั่นคงและซื่อตรงซึ่งมีสุภาษิตในจีนกล่าวไว้ว่า ต้นไผ่สูงขึ้นร้อยเมตร ชีวิตต้องก้าวหน้าไป หนึ่งก้าว ทั้งนี้ในภาษาจีน เรียกต้นไผ่ว่า จู๋ ซึ่งค าว่า "จู๋" แปลว่า อวยพร ดังนั้น ต้นไผ่จึงเป็นไม้มงคล ของการอวยพรให้ก้าวหน้า รุ่งเรือง ไผ่ เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าต่อการด ารงชีวิตของคนไทยมาช้า นาน ซึ่งทุกส่วนของไผ่ตั้งแต่ราก ล าต้น ไปจนถึงยอด สามารถน ามาใช้ประโยชน์ได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะ ใช้หน่อไผ่ส าหรับบริโภคเป็นอาหาร ล าไผ่ใช้ในการก่อสร้าง ใช้ท าเครื่องเรือน เฟอร์นิเจอร์ ใบไผ่ใช้ ห่อขนม รากไผ่ท าให้เกิดความอุดมสมบูรณ์แก่ดิน หรือแม้กระทั่งใช้เป็นยารักษาโรค2 ส.ค. 2560 คุณปรโยคของไผ่ • ใช้หน่อไผ่เป็ นอาหาร ซึ่งเป็ นแหล่งอาหารที่มีไฟเบอร์สูงอุดมไปด้วยแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการ เช่น เหล็ก และ สังกะสี เป็ นต้น • การใช้สอยในชีวิตประจ าวัน โดยการจักสานเครื่องใช้ในครัวเรือนต่างๆ และสร้างที่อยู่อาศัย เป็ น ต้น • การสร ้ างรายไดเ ้สริมใหแ ้ ก่ครอบครัวในระดบัทอ ้ งถิ่นจากจา หน่ายส่วนต่างๆ ของไผ่ ไผ่เป็นไม้สารพัดประโยชน์ ตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบอย่างที่คห.๒ บอกเลย ประโยชน์จากไม้ไผ่ เช่น ไม้จิ้มฟัน ไซ ดักปลา รั้วบ้าน เครื่องจักสาน เป็นทั้งโครงสร้างและส่วนประกอบบ้านได้ทั้งหลัง เป็นเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เป็นข้าว ของเครื่องใช้ต่างๆ เป็นคอกสัตว์ เป็นแพ เป็นเรือ โต๊ะ ตู้ เตียง แคร่ เก้าอี้ โคมไฟ ชั้นวางของ กังหันลม ระหัดวิด น ้า ฯลฯ เอาไปสร้างได้ร้อยแปดเลย เพราะไม้ไผ่มีคุณสมบัติด้านความเหนียว ความแข็งแรง ความทนทาน แต่ น ้าหนักเบา การน ามาใช้ประโยชน์ ไผเ่ป็ นพืชที่มีการแพร่กระจายพนัธุ์ อยทู่วั่ ไป ลา ตน ้ แขง ็ แรงมีเน้ือไมแ ้ ขง ็ เกลาใหเ ้ รียบได ้ ยดืหยนุ่มี น้า หนกัเบาแขง ็ แต่ดดัใหโ้ คง ้ งอได ้ ถา ้ จกัเน้ือไมใ้ หบ ้ างลงสามารถตดัทอนเป็ นขนาดต่าง ๆ ได ้ ท้งั ความยาวและความหนาใหเ ้ หมาะสมต่อลกัษณะการใชง ้ านวา่เป็ นงานที่ตอ ้ งรับน้า หนกัมาก หรือ งานประดิษฐต ์ กแต่ง


ในปัจจุบนัไผเ่ป็ นพืชเศรษฐกิจที่มีบทบาทสา คญั ในตลาดโลกมากโดยถูกนา มาใชเ ้ป็ นเยอื่กระดาษ ไมป้ าร ์ เกปู้พ้ืน กระดานอดัและหน่อไมก ้ ระป๋องการนา ไมไ้ ผม่าใชป้ ระโยชน ์ สามารถจา แนกได ้ ดงัน้ี 1. ใช้ในงานก่อสร้าง ไผท่ ี่มีลา ตน ้ ขนาดใหญ่เน้ือไมห ้ นา ปลอ ้ งส้ันมกัถูกนา มาใชใ้ นการก่อสร ้ างที่ตอ ้ งการความแขง ็ แรง คงทน และรับน้า หนกัมากเช่น เสาฝาผนงัหลงัคาและพ้ืน มีการนา ในมาใชก ้่อสร ้ างสะพาน และ ทา นงั่ร ้ าน ใชเ ้ป็ นส่วนประกอบของบา ้ นแบบต่าง ๆ ของชนพ้ืนเมืองที่มีรูปแบบและรูปทรงแตกต่าง กนัไป ตามสภาพภูมิอากาศและวฒันธรรม เช่น บา ้ นในจีน ไทยอินเดีย และแอฟริกา มีการปลูก สร ้ างบา ้ นจากไมไ้ ผท่ ี่มีรูปทรงแตกต่างกนัมีการใชไ้ มไ้ ผท่้งัลา ในการก่อสร ้ างหรืออาจผา่คร่ึง หรือ ผา่ซีกใหเ ้ป็ นขนาดต่าง ๆ กนัแลว ้ นา มาจกัสานเป็ นแผน่ 2. ใช้ท าตะกร้า มีการนา ไมไ้ ผม่าผา่คร่ึงและผา่ซีกเป็ นชิ้นขนาดต่าง ๆ เพื่อนา มาใชเ ้ป็ นโครงของหีบหรือตะกร้า หรือกล่องหรือกระจาด แลว ้ นา ชิ้นที่แบนบางมาสานเป็ นลวดลายต่าง ๆ สา หรับทา ภาชนะบรรจุ สิ่งของรวมท้งักระดง ้ ที่ใชส้ า หรับตากอาหาร หรือฝัดแยกเมลด ็ พืชที่มีขนาดและคุณภาพดีตาม ตอ ้ งการออกจากส่วนที่ไม่ตอ ้ งการดว ้ ย นอกจากน้ียงัถูกนา มาใชใ้ นการสานเข่งใส่ผกัผลไม ้ เข่ง ขนาดเลก ็ใส่ปลาและล้วัใส่หมูเป็ ด ไก่รวมท้งัสุ่มสา หรับเล้ียงเป็ ด ไก่ดว ้ ย 3. ใช้เป็ นอาหารจ าพวกผัก หน่ออ่อนที่เจริญจากตาขา ้ งของเหงา ้ ที่อยใู่ตด ้ิน ถูกนา มาใชบ ้ ริโภคเป็ นอาหารจา พวกผกัที่เรียกวา่ หน่อไม ้โดยการขดุหน่ออ่อนแลว ้ แยกออกมาจากตน ้ แม่เดิม ลอกกาบหุ้มที่แข็งและเต็มไปด้วยขน หรือหนามออก หนั่ใหเ ้ป็ นชิ้นเลก ็ ๆ หรือเป็ นเส้ นฝอยแลว ้ นา ไปตม ้ในน้า เดือดจนกระทงั่สุก สามารถนา ไปปรุงเป็ นอาหารต่าง ๆ ไดห ้ ลายประเภท เช่น หน่อไมด ้ องผดักบัเน้ือสัตว ์ แกงจืด หรือ แกงกะทิแต่หน่อไมม ้ กัจะเจริญเติบโตออมาจากเหงา ้ใตด ้ินในช่วงฤดูฝนจึงมีการถนอมอาหารไว้ใน รูปของหน่อไมด ้ อง เพื่อสามารถรับประทานไดต ้ ลอดปีในปัจจุบนั ประเทศไทยเป็ นผสู้่งออก หน่อไมไ้ ผบ่ง หรือไผต่ง (Dendrocalamus asper ( Schultes f .)Backer ex


Heyne) รายใหญ่ที่สุดของโลกเนื่องจากเป็ นไผ่ทีรสหวาน กรอบอร่อยไม่ขม จนกระทงั่มีชื่อ เรียกทอ ้ งถิ่นวา่ ไผห่วาน นอกจากน้ีในประเทศไทยยงัมีหน่อไมไ้ ผร่วก(Thyrsostachys siaminsis Gamble ) ที่นิยมนา มาบริโภคและเก ็ บรักษาไวใ้ นรูปของหน่อไมอ ้ ดัปี๊บหรืออดักระป๋องดว ้ ย 4. ใช้ผลิตกระดาษ เป็ นเวลาหลายศตวรรษมาแลว ้ ที่ชาวจีนมีการประดิษฐก ์ ระดาษจากไมไ้ ผ่และชาวเอเชียตะวันออก เฉียงใตก ้็ไดร ้ับความรู้ น้ีมาจากประเทศจีน ไผท่ ี่ใชท ้ า กระดาษไดแ ้ ก่ไผป่ ่า หรือไผห่นาม (Bambusa bambos ( L) Voss) ไผส่ ีสุก(Bambusa blumeana J.A & J.H. Schultes ) และไผซ่าง (Dendrocalamus strictus (Roxb ) Nees ) 5. ใช้ท าเครื่องดนตรี การน าไมไ้ ผม่าทา เครื่องดนตรีน้นัถือเป็ นศิลปวฒันธรรมด้งัเดิมของชนชาติในเอเชียตะวนัออกเฉียง ใต ้โดยเครื่องดนตรีที่ใชไ้ มไ้ ผเ่ป็ นโครงสร ้ างหลกัหรือเป็ นส่วนประกอบไดแ ้ ก่เครื่องตีหรือเครื่อง เขยา่ (idiophones) เช่น ลูกระนาดเอกลูกระนาดทุม ้ จากไผต่งหรือไผบ่ง (Dendrocalamus asper) องักะลุงขนาดต่าง ๆ จากไผด่า (Gigantochloa artroviolaceae) และไผช่นิดอื่น ๆ ที่อยใู่นสกุลเดียวกนัคือ G. atter , G. levis , G. pseudoarundinacea และ G. robusta นอกจากน้ีไผด่า ที่มีขนาดเส้ นผา่นศูนยก ์ ลางลา ตน ้ ขนาดใหญ่ยงัถูกนา มาใชป้ ระดิษฐเ ์ป็ นกลองดว ้ ยเครื่องเป่ าลม(aerophones) ไดแ ้ ก่แตรที่ ใหเ ้สียงต่า ซ่ึงประดิษฐจ ์ ากไมไ้ ผม่าเชื่อมต่อกนัแคนที่ทา ข้ึนจากไผเ่ฮียะหรือไผโ่ ป (Schizostachyum) ขลุ่ยแบบต่าง ๆ ของเอเชียที่ประดิษฐจ ์ ากไมไ้ ผ่ นอกจากน้ียงัมีเครื่องสาย(chordophones) ชนิดต่าง ๆ ที่ประดิษฐข ์ ้ึนจากไม ้ และมีไมไ้ ผเ่ป็ น ส่วนประกอบ เช่น จะเข ้ พิณ ซึงและซอ


6. งานศิลปหัตถกรรม ในปัจจุบนัน้ีงานศิลปหตัถกรรมถือเป็ นงานอุตสาหกรรมในครัวเรือนที่เป็ นที่นิยมชมชอบ และ สามารถจา หน่ายไดม ้ ากข้ึน งานที่ประดิษฐจ ์ ากไมไ้ ผ่ไดแ ้ ก่เสื่อปูโต ๊ ะกนัความร ้ อนจากชามบรรจุ อาหาร กระเป๋ าถือ หมวก และเครื่องใช้ไม้สอยที่ใช้ส าหรับทอผ้า งานส่วนใหญ่ถูกสร ้ างข้ึนจากไมไ้ ผท่ ี่ถูกผา่เป็ นซีก หรือผา่แลว ้ เหลาเกลาใหเ ้ป็ นชิ้นบาง ๆ ก่อนนา มา ประกอบเป็ นโครงหรือจกัสานเป็ นลวดลายต่าง ๆ แต่งานบางอยา่งอาจใชล ้ า ตน ้ และลา ต้นใต้ดิน ท้งัหมดมาประดิษฐต ์ กแต่งแทน เช่น แจกนัที่เขี่ยบุหรี่กล่องบรรจุของขนาดต่าง ๆ ไมไ้ ผท่ ี่ถูก นา มาใชใ้ นงานจกัสานไดแ ้ ก่Bambusa atra , Gigantochloa apus , G. scortechinii , Schizostachum latifolium ซ่ึงมีเส้ นใยยาวและยดืหยนุ่ ไดด ้ีส่วน การน ามาแกะสลัก ได้แก่ไผง่าชา ้ งBambusa vulgaris ไผต่ง Dendrocalamus asper และไผเ่กรียบ Schizostachum brachycladum 7. เครื่องเรือน มีการนา ไมไ้ ผม่าทา เครื่องเรือนต่าง ๆ ภายในบา ้ นเรือน ไดแ ้ ก่ตู้ เตียงโต ๊ ะเกา ้ อ้ีช้นัวางของ ต่าง ๆ ซ่ึงนิยมใชไ้ มไ้ ผท่ ี่มีลา ใหญ่ตรงแขง ็ แรงไดแ ้ ก่ไมไ้ ผใ่นสกุลBambusa สกุล Dendrocalamus และสกุล Gigantochloa 8. การปลูกเพ ื่อใช ้ เป็นแนวร้ัวบอกเขต แนวป้ องกนัลมและปลูกประดับ ไผห่ลายชนิดมีลกัษณะกอและทรงพุ่มเหมาะสมต่อการนา มาปลูกเป็ นริ้วและแนวป้ องกนัลม ไดแ ้ ก่ ไผร่วก Thyrsostachys siamensis และไผเ่ล้ียงBambusa multiplex ไผห่ลาย ชนิดมีทรงพุ่มสวยงามนิยมนา มาปลูกเป็ นไมป้ ระดบั ไดแ ้ ก่ไผเ่ล้ียงไผเ่หลืองไผเ่กรียบ ไผท่ ี่มี หนามแหลมคม เช่น ไผห่นาม Bambusa bambos เป็ นไผท่ ี่นิยมปลูกเป็ นแนวร้ัวกนัขโมย ใหแ ้ ก่บริเวณบา ้ น หมู่บา ้ น และสวนผลไม ้ รวมท้งัป้ องกนัสัตวป์่าเขา ้ มาท าร้ายหรือท าลายทรัพย์สิน


ด้วย 9. ประโยชน์อื่น ๆ • ทา กระบอกรองรับน้า ตาลจากงวงมะพร ้ าวและงวงตาลไดแ ้ ก่ไผต่ง • นา ไมไ้ ผท่้งัลา มาทะลุขอ ้ใหเ ้ป็ นท่อกลวงตลอดลา สา หรับทา เป็ นท่อน้า ไดแ ้ ก่ไผต่ง • นา ไผต่งมาตดัเป็ นกระบอกสา หรับปรุงอาหารจา พวกผกัเน้ือสัตว ์ ขา ้ วเจา ้ และขา ้ วเหนียว โดยอุดส่วนปลายของกระบอกดว ้ ยใบตองกลว ้ ยแลว ้ นา ไปผิงไฟใหอ ้ าหารภายในกระบอก สุกเช่น การทา ขา ้ วหลามจากขา ้ วเหนียวผสมกะทิและน้า ตาล • นา มาทา ตะเกียบ ไมจ ้ิ้มฟัน ไมเ ้สียบอาหารสา หรับปิ้งหรือยา่ง • อุปกรณ ์ ดกัจบั ปลาชนิดต่าง ๆ เช่น ขอ ้ งไซ ลอบ • นา มาทา แพโดยเลือกใชไ้ มไ้ ผท่ ี่มีขนาดเส้ นผา่นศูนยก ์ ลางปานกลาง เน้ือไมบ ้ าง น้า หนกัเบา • ใบไผน่ ้า มาใชเ ้ป็ นอาหารจา พวกหญา ้สดสา หรับเล้ียงสัตว ์ใบของไผท่ ี่มีขนาดใหญ่ถูก นา มาใชห ้ ่อขนมจา พวกขนมจา ้ งและบ ๊ ะจ่าง • ไมไ้ ผท่้งัลา ถูกนา มาใชป้ ระโยชน ์ เป็ น คานสา หรับหามสิ่งของคา ้ งสา หรับต้นพืชจ าพวก ผัก และไมผ ้ ลที่เป็ นไมเ ้ ล้ือยคนัเบด ็ ถ่อค้า เรือหรือแพ โป๊ ะสา หรับเทียบเรือและร้ัว การปล ู กไผ่ • ไผช่อบแสงแดดตอ ้ ง 100% • หลุมปลูก ใช้รถไถดอกเจาะขนาด 50 cm • ปุ๋ ย 5 กก. / หลุม • ถ่านไบโอชาร ์0.5 กก / หลุม • กล้วย 1 ตน ้ / หลุม ใส่ในหลุมเดียวกนัเลย หนัแผลเขา ้ หาตน ้ ไผ่ใหอ ้ อกเครือกลว ้ ยมาทาง นอกกอไผ่ • จะได้กล้วยออกเครือ 5 รอบ หลงัจากน้นัตดัตน ้ กลว ้ ยเป็ นแวน่ๆๆ แลว ้ เรียงรอบๆ ตน ้ กล้วย


• ปลูกกะถินเทพแซม เช่นปลูกไผ่4×4 ก่อนถึงไผอ่ ีกตน ้ ใส่กระถินยกัษไ์ ด ้2 ต้น 2 เมตร/ ตน ้ ( ใชเ ้ ล้ียงแพะได ้) • โรยปุ๋ ยคอกปากหลุมแล้วเอาผสมกบัดินลงหลุม • พ.ค.ขดุหลุม ใส่ข้ีววัผสมถ่านทุบทิ้งไว ้ แลว ้ พอฝนตกติดต่อกนัหลายวนั ปลูกเลย • ความสูงจากน้า ทะเลมีผลกบัขนาดเส้ นผา่ศูนยก ์ ลาง • ซางหม่นชอบน้า ผา่นไม่ชอบน้า ขงักบัดินลูกรัง • ให้ปุ๋ ยปี ละ 2 หน โรยรอบกอ • ไผค่วรตดัเดือนตุลาแป้ งจะนอ ้ ย • ไผใ่หอ ้ อกซิเจนมากกวา่พืชชนิดอื่น 30% • ขยุมะพร ้ าวแช่น้า ยงิ่นานยงิ่ดีอยา่งนอ ้ ย 1 วันเพื่อให้สารแทนนินสีแดงออกไปให้มาก ที่สุด • หลงัปลูกไผจ่ะแตกหน่อใหม่ไม่ควรเกิน 3 เดือน • ดินปลูกขยุมะพร ้ าวแกลบดา ใบกา ้ มปูดินบริเวณไผ่ • หาวตัถุอินทรียใ์ นพ้ืนที่คลุมดินที่ปลูก • ใส่ถุงใหญ่เบอร ์5-6 ระยะเวลา 1 ปี ดูทรง ฟอร์ม • ใชแ ้ กลบดา ผสมข้ีววั • ไผถ่า ้ ขดุเหงา ้ใหป้ ลูกเอียง 45c ถ้าต้นไม้จะล้มจะสร้างรากมาพยุง ปลูกเอียงจึงออกราก เยอะกวา่ • ตาตอ ้ งออกดา ้ นขา ้ งท้งัสองฝั่ง หา ้ มคว่า ตา • ตาลูกหนั ไปทางไหน ลา แม่จะหนั ไปทางเดียวกนั • ปลูกใหม่จนกวา่จะมีหน่อค่อยใส่ปุ๋ย ฤดูกาลที่เหมาะสมในการขยายพนัธุ์ไผใ่นแต่ละวิธี • เพาะเมล็ด ทุกฤดู • ขุดเหง้า ฤดูแล้ง ก.พ. –เม.ย. • ตอนกิ่ง, ช าล า ฤดูฝน พ.ค.-ก.ย. • การชา กิ่ง ชา ปลอ ้ งฤดูแลง ้ ก.พ.- เม.ย.


การขยายพนัธุ์ไผ่เมืองไทยสามารถจา แนกออกไดเ ้ป็ นสองวิธีใหญ่ๆ คือ 1. ขยายพนัธุ์ไผ่แบบอาศยัเพศจะมีเพียงวิธีเดียวคือ 1.1 การเพาะเมล็ด • ไผเ่พาะเมลด ็ กลายเลว 96% กลายดี 4% วฎัจกัรของไผ่นบัต้งัแต่งอกจากเมลด ็ ออกมาไผแ่ต่ละชนิดจะมีอายขุยัจะส้ันจะยาวก ็ แตกต่างกนัไป ในแต่ละชนิด อยา่งเช่นบางชนิดมีอายุ40 ปีบางชนิดอายเุกินกวา่ 100 ปีแต่ก่อนที่เคา ้ จะหมด อายขุยัสิ่งสุดทา ้ ยที่เคา ้ จะแสดงใหเ ้ ห ็ นคือ“ออกดอก”และแน่นอนเมื่อมีดอกก ็ ตอ ้ งมีเมลด ็ หากไผ่ กอน้นัๆ มีสภาพสมบูรณ ์ แขง ็ แรงดีเมลด ็ ที่ไดก ้็ จะมีความสมบูรณ ์ มีเปอเซ ็ นตก ์ ารงอกที่สูงเช่นกนั เมลด ็ไผจ่ะแก่จดัในช่วงฤดูแลง ้ และร่วงหล่นลงเองตามธรรมชาติหล่นลงใตก ้ อแม่พอถึงฤดูฝนชุก หากกไม่มีนกหนูหรือสัตวต ์ ่างๆ มากจิกกิน เมลด ็ไผเ่หล่าน้นัก ็ จะเจริญเติบโตข้ึนมา ซ่ึงการสืบพนัธุ์ แบบน้ีเราจะเรียกกนัวา่การสืบพนัธุ์ แบบอาศยัเพศ ตามหลกัวิทยาศาสตร ์ ที่เราเคยได ้ เล่าเรียนมาการสืบพนัธุ์ แบบอาศยัเพศน้ีลูกๆที่เกิดข้ึนมาจากเมลด ็ จะมีลกัษณะแตกต่าง หรือ ผิดเพ้ียนไปจากแม่ผใู้ หก ้ า เนิด บางตน ้ เหมือนแม่บางตน ้ สวยมีลกัษณะเด่นกว่าแม่บางตน ้ มีลกัษณะ ดอ ้ ยไปกวา่พ่อแม่เช่นกนัอน่ึงหลงัจากที่ไผอ่อกดอกแลว ้ ไผก่อน้นัจะค่อยๆแหง ้ ตายและสิ้นอายุขัย ไปในที่สุด เป็ นวฎัจกัรเวียนวา่ยตายเกิดแบบน้ีแต่มีไผบ่างชนิดที่ออกดอกแลว ้ ก ็ ยงัไม่ตายแต่จะมี จ านวนที่น้อยมาก


วิธีการเพาะเมล็ดไผ่ • นา วสัดุเพาะเช่น ขยุมะพร ้ าว หรือพีชมอส ใส่ลงในภาชนะต้ืนๆ เช่นถาดเพาะ หรือกะบะ พรมน้า ใหช ุ้่มพอประมาณ • นา เมลด ็ไผม่าโรยลงบนวสัดุเพาะเกลี่ยใหเ ้สมอกนัและโรยทบัดว ้ ยวสัดุเพาะบางๆ • นา ผา ้ ช้ืนๆ มาคลุมทบัดา ้ นบนอีกช้นัหน่ึง หมนั่สเปรยน ์ ้า ใหช ุ้่มช้ืนอยตู่ลอดเวลา ต้งัไวใ้ น ที่ร่ม • หลงัจากผา่นไป 2 คืน จะเริ่มมีรากโผล่ออกมาจากเมลด ็ ใหเ ้ปิดผาที่คลุมออก และย้าย ้ ถาดเพาะไปวางไวใ้ นบริเวณที่ไดร ้ับแสงแดดอ่อนๆ เมื่อผา่นไป 15-20 วัน จึงท าการ ยา ้ ยกลา ้ ลงถุงดา หรือกระถางต่อไป


2.2 การขยายพนัธุไผ่แบบไม่อาศยัเพศ 2.2.1 การขุดเหง้า เป็ นวิธีที่ดีที่สุด ไผต่้งักอไดไ้ วที่สุด และก ็ เหนื่อยที่สุด วิธีน้ีควรทา ในช่วงฤดูแลง ้ เหตุผลก ็ คือในฤดู ฝนจะไม่มีหน่ออ่อนๆ ข้ึนมามากมาย หากวา่เราไปขดุเหงา ้ในช่วงฤดูฝนน้นัจะทา ความเสียหาย ใหก ้ บัหน่อเล ็ กๆ ที่จะเติบโตข้ึนเป็ นลา ไผต่ ่อไป ในส่วนการเลือกเหงา ้ ที่จะขดุไปขยายพนัธุ์ ต่อน้นั ใหพ ้ ิจารณาเหงา ้ ที่มีอายหุน่ออยใู่นช่วงระหวา่ง 6 เดือน – 1 ปีเพราะตาหน่อยงัมีความสมบูรณ ์ พร ้ อมที่จะเจริญเป็ นหน่อใหม่ไดท ้ นัทีเมื่อไดร ้ับ ความช้ืนที่เหมาะสม ขอ ้ ควรระวงัคือระหวา่งที่ขดุห ้ ามใหค ้ มเสียมไปโดนตาหน่อโดยเด ็ ดขาด วิธีขุดเหง้าและการปลูก • เลือกเหงา ้ ที่มีอายรุะหวา่ง 6 เดือน ถึง 1 ปี


• ใช้มีดหรือเลื่อยตัดลา ช่วงบนออกโดยใหเ ้ หลือขอ ้ไผน่บัจากดา ้ นล่างสุดไวอ ้ ยา่งนอ ้ ย 2- 3 ช้อ • ใชเ ้สียมสับลงรอบๆ เหงา ้ ถึงช่วงน้ีใหใ้ ชค ้ วามรู้สึกสักเกตส่วนแขง ็ ๆ เมื่อเสียมไปกระทบ เขา ้ กบัส่วนน้นัหมายความวา่ตรงน้นัคือรอยต่อระหวา่งลา แม่ซ่ึงเราจะตอ ้ งสับใหข ้ าด ตรงน้ีก ็ สา คญัเพราะถา ้ เราสับไม่ขาดจริงๆ เราอาจจะไปโยกหรือพยายามโหนเพื่อให ้ เหงา ้ หลุดออกมาอนัจะเป็ นเหตุใหส้ ่วนโคนฉีกหรือแตกเมื่อนา ไปชา หรือไปปลูกไผ่ เหงา ้ น้นัจะค่อยๆ แหง ้ ตายไปในที่สุด • เมื่อไดเ ้ หงา ้ไผต่ามตอ ้ งการแลว ้ ก ็ สามารถนา ไปปลูกลงดินไดเ ้ ลยหรือถา ้ ยงัไม่พร ้ อมปลูก ก ็ ตอ ้ งทา การรักษาความช้ืน โดยการห่อหุม ้ไม่ใหเ ้ หงา ้ไมไ้ ผโ่ดนลมและแสงแดด เช่นจุ่ม น้า แลว ้ใส่ในพลาสติกมดัปากหรือหมกขยุมะพร ้ าวไว ้สามารถอยไู่ด ้4-5 วันหรือ มากกวา่น้นันิดหน่อย • การปลูกไผเ่ราจะขดุหลุมไผป่ระมาณ 50 ซม.รองกน ้ หลุมดว ้ ยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมกั ปลูกตน ้ ไผเ่อียง 45 องศาแลว ้ กลบดินแค่ใหเ ้สมอตาหน่อตาบนสุดเท่าน้นัพอ เครื่องมือที่ใช้ในการขุดเหง้าไผ่ • เสียมที่ตีมาจากเหล็กแหนบรถสิบล้อ ใบเสียมกว้าง 2.5-3 นิ้วยาวประมาณ 6-8 นิ้ว ดา ้ มเสียมทา มาจากเหล ็ กเพลาตนัขนาดเส้ นผา่ศูนยก ์ ลาง 1 นิ้วความยาวดา ้ มข้ึนอยกู่บั ความสูงของผใู้ ชง ้ าน โดยเมื่อต้งัเสียมข้ึนแลว ้ส่วนปลายควรอยรู่ะดบัไหล่ของผใู้ ชง ้ าน • เลื่อยมือเดียว เพื่อที่จะไดไ้ ม่เกะกะเวลาเลื่อยในที่แคบ • มีดพร ้ าหรือมีดที่มีน้า หนกัค่อนขา ้ งมากเอาไวต ้ ดัลา ในกรณีที่ไม่มีเลื่อยและเอาไวแ ้ ต่ง เหงา ้ ตดัรากส่วนเกินออก • กรรไกรตดักิ่งไม่มีไม่เป็ นไรแต่ถา ้ มีก ็ จะดีเพราะสะดวกกวา่มีดเวลาที่เราจะตดักิ่งแขนง เลก ็ ๆ ที่เกะกะกีดขวางการทา งาน •


2.2.2 การตอนกิ่ง • การขยายพนัธุ์ไผโ่ดยการตอนกิ่งแบบใชข ้ วดน้า ที่ใชแ ้ ลว ้ มาเป็ นภาชนะสา หรับตอน ขอ ้ ดี คือช่วยลดปริมาณขยะ ทา ในปริมาณมากๆ ได ้ อตัราการติดรากสูงและสามารถตอนทิ้งไว ้ ขา ้ มปีไดเ ้ ลยขวดไม่เปื่อยยยุ่เหมือนถุงพลาสติก • การตอนระบบเปิดน้ีใหน ้ ้า ไดง ้่ายหรือเมื่อถึงเวลาที่ฝนตก น้า จะไหลลงสู่ขวดตอนกิ่งได ้ อยา่งสะดวกเติมปุ๋ยเติมฮอร ์โมนไดโ้ ดยง่าย ดา ้ วยความที่มีพ้ืนที่ใส่วสัดุตอนไดเ ้ ยอะจึง ทา ใหม ้ีกิ่งแตกเพิ่มออกมาในขวดไดอ ้ีกหลายกิ่งเปรียบเสมือนวา่เป็ นกอไผก่อนอ ้ ยๆ ที่ พร้อมจะเจริญเติบโตได้ทันทีและรวดเร็ว วิธีการตอนกิ่งแบบขวดน ้า • กิ่งที่สมบูรณ ์ อวบอว ้ นมีลกัษณะของกิ่งที่ข้ึนดา ้ นบนคือตวัเลือกอนัดบัตน ้ ๆ การที่เราจะ ทา ใหก ้ิ่งไผม่ ีลกัษณะดงักล่าวน้นัจะตอ ้ งมีเทคนิคการตดัลา ไผอ่อกโดยใหค ้ งเหลือความ สูงจากพ้ืนดินใหเ ้ รายนืทา งานไดโ้ ดยไม่ตอ ้ งใชบ ้ นัไดปีนป่ายข้ึนไปใหเ ้ กิดอนัตรายแต่ถา ้ อยากได้ปริมาณกิ่งเยอะๆ ก ็ใหต ้ ดัสูงกวา่น้นัก ็ได ้ • เมื่อตัดล าออกแล้ว ประมาณ 15 วนัจะเห ็ นกิ่งเริ่มแทงออกมาจากตาไผ่พอเราเห ็ นวา่กิ่งมี ความยาวประมาณ 1 คืบ ถึงแมว ้ า่จะยงัไม่มีใบก ็ ตาม เราสามารถทา การตอนไดเ ้ ลย หรือ ถา ้ เราตอนไม่ทนั ในช่วงน้นัก ็ปล่อยใหก ้ิ่งยาวออกไปตามธรรมชาติแลว ้ จึงตอนก ็ได ้ แต่ไม่ ควรใหอ ้ ายกุิ่งเกิน 1 ปีเพราะจะออกรากชา ้ โดยที่ไม่ตอ ้ งเลื่อยไม่ตอ ้ งผา่กิ่งใดๆ ท้งัสิ้น • นา ขวดตอนกิ่งที่ใส่ขยุมะพร ้ าวแช่น้า ผสมจุลินทรียส ์ ังเคราะห ์ แสงในอตัราส่วนจุลินทรีย ์ สังเคราะห์แสง 1 ส่วนต่อน้า 20 ส่วน เป็ นเวลา 1 คืน มายดึติดกบัลา ไผ่การยดึขวดติด กบัลา ไผน่้นัพยายามดนั ใหส้ ่วนล่างของรูดา ้ นขา ้ งขวดที่เจาะไวใ้ หก ้ิ่งไผโ่ผล่ออกมา สัมผสัแนบชิดกบัใตก ้ิ่งที่เราตอนโดยใชป้ืนยงิ่ลูกแมกซ ์ ยงิใหแ ้ น่นอยา่ ใหข ้ วดคลอน • หลงัจากตอนกิ่งได ้10-15 วนัจะเริ่มเห ็ นรากเดินภายในขวด และเมื่อเห ็ นวา่รากไผ่ แขง ็ แรงก ็ ตดัไปปลูกลงดินไดเ ้ ลย


เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการตอนกิ่ง • กรรไกรตดักิ่ง สา หรับตดัแต่งกิ่งไผส่ ่วนเกินที่เราไม่ต้องการ • ปืนยงิลูกแมกซ ์ สา หรับยึดขวดตอนกิ่งใหต ้ิดกบัลา ไผอ่ยา่งแน่นหนาไม่หลวมคลอน • ขวดน้า พลาสติก • ขุยมะพร้าว • จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ( ถ้ามี ) • เลื่อยมือเดียวสา หรับตดัลา ไผ่ • 2.2.3 การชา ปลอ ้ ง ชา กิ่ง การชา ปลอ ้ งและชา กิ่ง เป็ นวิธีการขยายพนัธุ์ไผท่ ี่สะดวกและไม่มีข้นัตอนยงุ่ยากซบัซอ ้ น เราจะใช ้ วิธีน้ีในกรณีที่เราตดัลา ไผเ่พ่อไปใชง ้ านและยงัเหลือส่วนปลายลา ที่ไม่ไดใ้ ชป้ ระโยชน ์ อะไร ซ่ึงส่วน ใหญ่กิ่งและปลอ ้ งที่เหมาะสมที่จะนา มาชา มกัจะอยใู่นส่วนปลายๆลา อยแู่ลว ้ และในอีกกรณีคือเรา ไปเจอไผท่ ี่ชอบและตอ ้ งการจะนา มาปลูกแต่มีเลื่อยหรือมีดติดตวัไปเท่าน้นัก ็ เพียงแค่เลื่อยหรือตดั เอาเฉพาะปลอ ้ งไผต่ ิดกิ่งมาเท่าน้นัก ็ สามารถนา กลบัมา “ชา ปลอ ้ ง” ที่บา ้ นเราได ้ ขอ ้ ควรระวงัคือขณะเดินทางเราตอ ้ งรักษาความช้ืนใหป้ ลอ ้ งไมไ้ ผข่องเราอยา่งดีเช่นใส่ถุงพลาสติก มัดปิดปากและเอาไวใ้ นที่ร่ม


วิธีการช าปล้องไม้ไผ่ • เลือกิ่งที่สมบูรณ ์ ตดัปลายกิ่งออกใหเ ้ หลือไวป้ ระมาณ 2-3 ขอ ้ เท่าน้นัพอ • นา กิ่งไผท่ ี่เราเตรียมไว ้ไปแช่ในจุลินทรียส ์ ังเคราะห ์ แสงประมาณ 3-8 ชม. • น าไปปักช าในกระถางหรือถุงด า โดยใช้แกลบด าหรือขุยมะพร้าว ฯลฯ เป็ นวัสดุปักช า • ร าน้า ใหช ุ้่ม วางไวใ้ นที่ร่มร าไรรดน้า เชา ้ เยน ็ เป็ นเวลาประมาณ 10-15 วนัจะเริ่มเห ็ น ตาเปิด เล้ียงต่อไปจนรากเดินเตม ็ กระถางจึงนา ไปปลูกลงดินต่อไป • ในกรณีที่ไม่มีเวลารดน้า หลงัจากที่ปักชา และรดน้า ในคร้ังแรกเราสามารถใชว ้ิธีการ ควบแน่นไวใ้ นถุงพลาสติกก ็ไดใ้ ชเ ้ วลาในการเปิดตาและเกิดรากพอๆกนั เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการช าปล้อง ช ากิ่ง • กรรไกรตดักิ่ง สา หรับแต่งกิ่งไผส่ ่วนเกินที่เราไม่ตอ ้ งการ • เลื่อยสา หรับตดัปลอ ้ งไผ่ • ขุยมะพร้าวหรือแกลบด า • จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง • กระถางหรือถุงด า


2.2.4 การช าล า การชา ลา เป็ นอีกหน่ึงวิธีการขยายพนัธุ์ไผ่เหตุผลที่เราเลือกใชว ้ิธีน้ีคือ บางกรณีนี่เราไปเที่ยวป่าหรือ ไปเจอกอไผแ่ละเราตอ ้ งการนา ไปปลูกมีมีดเล่มเดียวก ็ พอเลือกลไหนุ่มๆที่อายไุม่เกินปีแลว ้ ตดัลง มา ตดัใหม ้ีขนาดที่เราพอจะขนกลบัได ้ แต่อยา่งนอ ้ ยในแต่ละท่อน ควรใหม ้ีปลอ ้ งติดกนัสัก 2-3 ปลอ ้ ง เพื่อที่จะมีปลอ ้ งสา หรับเติมน้า หรืออีกกรณีหน่ึงเราไดเ ้ ฉพาะลา โลน ้ ๆ มาอยา่งเดียวไม่มีกิ่งให ้ ชา แต่พิจารณาดูแลว ้ วา่ลา ไผน่้นัๆ ยงัมีสภาพสดและตากิ่งยงัอยใู่นสภาพที่สมบูรณ ์ เราก ็ เลือกใช ้ วิธีการ “ช าล า” มาใช้เพื่อการขยายพันธุ์ไผ่ การชา ลา สิ่งสา คญัที่สุดคือการรักษาความช้ืนใหอ ้ ยใู่นลา ไผต่ลอดเวลาจดัอยใู่นวิธีการที่ทา ได ้ ค่อนขา ้ งยากแต่ถา ้ รู้ เทคนิคแลว ้ จะกลายเป็ นเรื่องง่ายๆ


วิธีการช าล าไผ่ • เลือกตดัลา ไผท่ ี่ยงัมีสภาพตาที่สมบูรณ ์ และยงัอยใู่นสภาพเขียวสด หากตอ ้ งใชเ ้ วลาในการ ขนยา ้ ยเป็ นเวลานานๆ ก ็ ควรจะตอ ้ งมีการรักษาความช้ืนใหก ้ บัลา ไผน่้นัๆ ดว ้ ยเช่นใส่ ถุงพลาสติกมดัปาก ห่อหุ้ มดว ้ ยผา ้ เปียกช้ืนหรือหมกไวใ้ นขยุมะพร ้ าวที่เปียกช้ืน • ใช้เลื่อยหรือมีดท าการเลื่อยหรือฟันใหเ ้ป็ นช่องสา หรับเติมน้า ลงในปลอ ้ งไมไ้ ผ่โดยทา ทุกปล้อง • เตรียมพ้ืนที่สา หรับการทา การฝังลา ไมไ้ ผใ่นที่ร่มร าไรโดยการขดุพ้ืนดินเป็ นร่องกวา ้ ง และยาวตามขนาดของลา ไผท่ ี่เราเตรียมไวจ ้ ากน้นัจึงนา ลา ไผล่งไปวางในร่องโดยให ้ บริเวณตาไผห่นัออกดา ้ นขา ้ งท้งัสองขา ้ งและฝังใหล ้ึกเพียงคร่ึงเดียวของขนาดเส้ นผา่น ศูนย์กลางล า • รดน้า ใหช ุ้่ม คลุมดว ้ ยฟางใหม ้ืดเพื่อรักษาความช้ืน รดน้า อีกคร้ัง • ผา่นไปหน่ึงสัปดาห ์ไผจ่ะเริ่มเปปิดตาและพฒันาเป็ นกิ่ง พอใบเริ่มเตม ็ รากก ็ จะเริ่มเดิน เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการช าล าไผ่ • กรรไกรตดักิ่ง สา หรับตดัแต่งส่วนที่เราไม่ตอ ้ งการ • จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง • เลื่อยมือเดียวสา หรับตดัลา ไผ่ • เศษหญา ้ เศษฟาง หรือวสัดุทางการเกษตรในพ้ืนที่สา หรับคลุมดินบริเวณที่ชา ลา เพื่อ รักษาความช้ืน 2.2.5 การเพาะเล้ียงเน้ือเยอื่ ปัจจุบนัไดม ้ีการนา เทคนิคการเพาะเล้ียงเน้ือเยอื่พืชมาใชใ้ หเ ้ กิดประโยชน ์ในทางเกษตรและป่าไม ้ อยา่งกวา ้ งขวาง เพราะสามารถขยายพนัธุ์ไดจ ้ า นวนมากในระยะเวลาส้ันสะดวกในการดูแลรักษา กลา ้ไม ้ รวมถึงมีประโยชน ์ในดา ้ นการเก ็ บรักษาพนัธุ์ และการปรับปรุงพนัธุ์โดยเฉพาะในพืชที่ไม่ สามารถขยายพันธุ์ด้วยวิธีอื่นได้หรือมีอัตราการขยายพันธุ์ต ่า


แต่ขอ ้ เสียของการขยายพนัธุ์โดยวิธีน้ีคือ ตน ้ ทุนในการขยายพนัธุ์ สูงและกลา ้ใชเ ้ วลานานกวา่ที่จะ เติบโตให้ผลผลิตได้ (ภาพที่ 25) อยา่งไรก ็ ตามการขยายพนัธุ์ไผโ่ดยการเพาะเล้ียงเน้ือเยอื่เหมาะ ส าหรับ การขยายพนัธุ์ไผท่ ี่หายากและใกลจ ้ ะสูญพนัธุ์ ที่ขยายพนัธุ์โดยวิธีอื่นไม่สา เร ็ จ การบา รุงรักษาไผ่ดว ้ ยการแต่งกอไผ่ • เวลาตดัลา ไผ่ใหต ้ ดัชิดดิน ไม่ใหเ ้ หลือไวเ ้ ลย • ไผท่ ี่ตอ ้ งเดินระบบน้า ไผป่ลูกเก ็ บหน่อ, ไผข่ยายพนัธุ์ ตอ ้ งรดน้า หลงัหนา ้ฝน 2-3 วัน คร้ัง • ไผป่ ีที่2-3 เริ่มแต่งกอลา แก่ตดัออกก่อน วนไปทุกปี • ถา ้ปลูกไผด่ ินเป็ นแอ่งไผจ่ะตายแน่นอน • ไผจ่ะเหลือ หน่อ 2 รุ่นไว ้ใหส้ างทุกปีเพื่อใหค ้ ายน้า นอ ้ ยแต่รากดูดน้า เยอะจะแตก หน่อเร ็ วข้ึน • ถา ้ปลูกไผด่ ินเป็ นแอ่งไผจ่ะตายแน่นอน • ถา ้ จะเอาเน้ือไมไ้ ม่ควรใหน ้ ้า ควรใหเ ้ ฉพาะตอนแตกหน่อ • ตัดล าหลักเลี่ยงหน้าฝน


• รากไผจ่ะลงลึก 80-100 cm กรณีแต่งกอทุกปี ไผ่ 1 ไร่ 1,600 ตรม • 1- หน่อ 25% • 2-อายุ1 ปี25% • 3-อายุ2 ปี25% • 4-อายุ 3 ปี 25% ตัดออก การตัดล าไผ่ ใช้ล า • ถ้าตัดทุกปี ได้ปี ละ 25% ของกอ • ถ้าตัด 2 ปีคร้ัง ตดัปีละ 50% ( ไผเ่ล้ียง, ไผล่วก ตดัแบบน้ีไม่ได ้) • ถา ้ไผเ่ตม ็ กอไม่เคยตดัเลยตดัได ้50% ระยะปลูก • ไผเ่ล้ียงขายหน่อ 3×3 เมตร • ไผซ่างหม่นขยายพนัธุ์ /ขายหน่อ 3×3 เมตร • ซางหม่นขายลา 3×5/3×6/4×4/4×6 เมตร • ไผซ่างหม่น ทา ดินขยุไผ/่ขายลา 4×6 เมตร • ไผล่า เลก ็ 1.5-2” 3×3, 4×4 เมตร • ไผล่า กลาง 3-5” 4×4, 5×5 เมตร • ไผล่า ใหญ่5×5, 6×6 เมตร ระยะปลูก แบบมีระบบจัดการโลจิสติก • ระยะห่างระหวา่งตน ้ ในแถวเดียวกนัห่างกนั 4 เมตร • ระยะห่างระหวา่งแถวคู่ที่ติดกนั 1-2 = 2 เมตร


• ระยะห่างระหวา่งแถวที่2กบั 3 หกเมตรเพื่อให ้ รถวิ่งเขา ้ได ้ • 1 ไร่ได ้100 ต้น ผลผลิตได้ 10 ตัน • ไผต่อ ้ งตดัใหต ้ิดดิน • ปลูกไผก่บัไมย ้ นืตน ้ สลบักนัเพื่อใหไ้ ผย่ดืหาแสง เช่น ตะเคียนทอง มะค่าโมง พะยงู • ปลูกไมป้่าก่อน 2-3 ปีแลว ้ปลูกไผแ่ซมไปเรื่อยๆ เวน ้ ระยะ 4 เมตร วิธีท าท าอุโมงไม้ไผ่ • อุโมงไผ่4-6 เมตร ทา โครงเหลก ็โคง ้ แลว ้สานเหลก ็ เป็ นตาข่าย • หรือไม่ทา โครงเหล ็ กเพื่อใหร ้ ถวิ่งผา่น • ระวงัไมเ ้ ถาข้ึนรัดไผจ่ะตาย เกร็ดความรู้ เกี่ยวกับไผ่ • เกิดหน่อแรกและแตกใบจริงแปลวา่รอด • ปุ๋ยไผ่เอาข้ีเพาะออ ้ ย หรือเคก ้ ออ ้ ยโรยกอไผ่1 ปี กลายเป็นปุ๋ ย ต้องปลูก 4×6 • ในใบไผ่มีจุลินทรียย ์ อ่ยดินลูกรังเป็ นดินร่วนได ้ ประโยชน์ของไผ่ ไม้ไผ่ เป็ นไมท ้ี่ข้ึนง่ายและเติบโตเร ็ วข้ึนไดด ้ีในทุกสภาวะอากาศดา รงอยไู่ดใ้ นพ้ืนดินทุก ชนิด ที่ส าคัญคือ ไผเ่ป็ นพนัธุ์ไมท ้ี่อา นวยประโยชน ์ หลายประการ ท้งัประโยชน ์ ทางตรงและ ทางออ ้ ม และเป็ นพืชที่ลา ตน ้ กิ่งมีลกัษณะแปลกสวยงาม ไผเ่ป็ นไมท ้ี่ตายยากถา ้ไผอ่อกดอกเมื่อใด จึงจะตายแต่ก ็ ยากมากและนานมากที่ไผจ่ะออกดอกไมไ้ ผม่ ี ประโยชน์มาก กบัคนเราคนเราสามารถนา ไมไ้ ผม่าสร ้ างบา ้ นที่อยอู่าศยั และท าเครื่องจักสานอื่นๆอีกมากมาย สา หรับไม่ไผน่้นั ใชไ้ ดท ุ้กส่วนต้งัแต่หน่อลา ตน ้ ใบ รากเยอื่ไผ่ขยุไผ่มีประโยชน ์ใชส้ อยใน ชีวิตประจ าวัน ในปัจจุบนัเราสามารถนา ไมไ้ ผม่าจกัรสานทา เป็ นอาชีพหารายไดใ้ หแ ้ ก่ครอบครัว และยังเป็ นงานที่เราส่งออกไปขายอยนู่อกประเทศสา หรับคนไทยเราแลว ้ งานที่ใชฝ้ีมือถือวา่เป็ น งานที่ประณีตระเอียดและสวยงามมาก


1. ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ – ป้ องกนัการพงัทลายของดินตามริมฝั่ง – ช่วยเป็ นแนวป้ องกนัลมพายุ – ชะลอความเร ็ วของกระแสน้า ป่าเมื่อฤดูน้า หลากกนัภาวะน้า ท่วมฉับพลัน – ใหค ้ วามร่มรื่น – ใชป้ ระดบัสวน จดัแต่งเป็ นมุมพกัผอ่นหยอ่นใจในบา ้ นเรือน 2. ประโยชน์จากลักษณะทางฟิ สิกส์ จาก ความแข็งแรง ความเหนียว การยืดหด ความโค้งงอ และการสปริงตัว ซึ่งเป็ นคุณลักษณะ ประจา ตวัของไมไ้ ผ่เราสามารถนา มนัมาใชเ ้ป็ นวสัดุเสริมในงานคอนกรีต และเป็ นส่วนต่างๆ ของ การสร ้ างที่อยอู่าศยัแบบประหยดัไดเ ้ป็ นอยา่งดีอีกดว ้ ย 3. ประโยชน ์ จากลกัษณะทางเคมีของไมไ้ ผ่ – เน้ือไผใ่ชบ ้ ดเป็ นเยอื่กระดาษ – เส้นไยใช้ท าไหมเทียม – เน้ือไผบ่างชนิดสามารถสกดัทา ยารักษาโรคได ้ – ใช้ในงานอุตสาหกรรมนานาชนิด 4. การใชไ้ มไ้ ผใ่นผลิตภณัฑห ์ ตัถกรรม และอุสาหกรรม แบ่งออกได ้ ดงัน้ี ผลิตภัณฑ์ เครื่องจกัสานจากเส้ นตอกไดแ ้ ก่กระจาด กระบุง กระด้ง กระเช้าผลไม้ ตะกร ้ าจ่าย ตลาด ชะลอม ตะกร ้ าใส่ขยะ กระเป๋ าถือสตรี เข่งใส่ขยะ เครื่องมือจบัสัตวน ์ ้า เช่น ขอ ้ งใส่ ปลา ลอบ ไซ ฯลฯ ผลิตภณัฑจ ์ ากลา ตน ้ และกิ่งของไมไ้ ผ่ ไดแ ้ ก่เกา ้ อ้ีโต๊ะ ช้นัวางหนงัสือ ท าด้ามไม้กวาด ไม้เท้า คนัเบด ็ ราวตากผา ้โครงสร ้ างบา ้ นส่วนต่างๆ ทา แคร่นงั่ร ้ านก่อสร ้ าง ท่อส่งน้า รางน้า ผลิตภณัฑจ ์ ากเน้ือไมไ้ ผ่ไดแ ้ ก่ถาดใส่ขนม ทัพพีไม้ ตะเกียบ ไม้เสียบอาหาร กรอบรูป ไมก ้ า ้ นธูป ไมพ ้ ายไมเ ้ กาหลงัเครื่องดนตรีพ้ืนบา ้ น ไมบ ้ รรทดั ผลิตภณัฑท ์ ี่ไดจ ้ ากไผซ่ ีกไดแ ้ ก่ โครงโคมกระดาษ โครงพัด โครงร่ม ลูกระนาด


คันธนู พ้ืนมา ้ นงั่แผงตากปลา สุ่มปลา สุ่มไก่ 5. ประโยชน์ทางด้านการบริโภคเช่น การนา หน่อไมไ้ ผม่าทา เป็ นอาหารไมว่า่จะเป็ นซุบ แกง ต้ม หรือนา มาดองจิ้มน้า พริก สรรพคุณ ประโยชน์ใบปรุงเป็นยาขับฟอกระดู ใบต้มกับน ้าขับพยาธิ ตาใบผสมกับพริกไทยด าและ เกลือเล็กน้อยใช้ขับพยาธิ รากใช้รักษาเกลื้อน ต้มกินเป็นยาขับปัสสาวะและแก้หนอง ใน (รากไผ่นิยมใช้รากไผ่รวก) หน่อไม้ใช้เป็นอาหาร ผลหุงรับประทานเหมือนข้าว ไม้ไผ่ ใช้จักสาน สร้างบ้าน ท าหมวก ท าตอกเย็บของ ฯลฯ


Click to View FlipBook Version