(ร่าง) แผนปฏิบัติการ ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 256๕ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อ าเภอหนองสองห้อง ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดขอนแก่น ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ
ค าน า แผนปฏิบัติการประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 256๕ ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา ตาม อัธยาศัยอ าเภอหนองสองห้อง ฉบับนี้เป็นแผนที่แสดงให้เห็นภาพรวมในการด าเนินงานการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 256๕ ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยอ าเภอหนองสองห้อง ที่สนองตอบต่อทิศทางการพัฒนาประเทศตามนโยบายของรัฐบาล มติคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ. 2552 – 2561) มติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการ ส่งเสริมการอ่านให้เป็นวาระแห่งชาติเพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต แผนปฏิบัติราชการประจ าปี งบประมาณ พ.ศ. 2555 ของส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 255๒ รวมทั้งนโยบายและจุดเน้นการด าเนินงาน ส านักงาน กศน. ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 256๕ สาระของแผนปฏิบัติการประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 256๕ ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยอ าเภอหนองสองห้อง ประกอบด้วยสรุปภาพรวมงาน/โครงการและงบประมาณรวมทั้งรายละเอียด งาน/โครงการและงบประมาณที่ด าเนินการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 256๕ ของศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอหนองสองห้อง ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอหนองสองห้อง ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความ ร่วมมือในการจัดท าแผนปฏิบัติการประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 256๕ ของศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอหนองสองห้องสูง ฉบับนี้จนส าเร็จลุล่วงไปด้วยดี และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า แผนปฏิบัติ การประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 256๕ ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอหนองสอง ห้องจะเป็นแนวทางในการบริหารงาน/โครงการ และงบประมาณของ กศน. ต าบล ในสังกัดของ ศูนย์การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอหนองสองห้อง ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 256๕ ตลอดจนเป็น เครื่องมือในการก ากับติดตามผลการด าเนินงานของผู้บริหาร รวมทั้งเป็นข้อมูลส าหรับหน่วยงาน และผู้สนใจ กิจกรรมงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยต่อไป ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอหนองสองห้อง
สารบัญ ค าน า สารบัญ หน้า ส่วนที่ ๑ บทน า 1. ข้อมูลพื้นฐานอ าเภอหนองสองห้อง ๑.1 ข้อมูลประชากร 1 1.๒ สภาพภูมิอากาศ 1 1.๓ การปกครอง 1 1.4 อาณาเขต 2 1.5 ข้อมูลด้านสังคม 2 1.6 สถานการณ์ทางสังคมของอ าเภอหนองสองห้อง 3 2. ข้อมูลพื้นฐาน กศน.อ าเภอหนองสองห้อง 2.1 ประวัติความเป็นมา 3 2.2 สังกัด ๓ 2.3 โครงสร้างการบริหารงาน กศน.อ าเภอหนองสองห้อง 6 2.4 ท าเนียบผู้บริหาร 7 2.5 บุคลากรสังกัด กศน.อ าเภอหนองสองห้อง 7 2.6 คณะกรรมการสถานศึกษา 7 2.7 อาสาสมัคร กศน. ๘ 2.8 กศน.ต าบล ๘ 2.9 ศูนย์การเรียน ๘ 2.10 ห้องสมุดประชาชน/บ้านหนังสือชุมชน 8 2.11 ท าเนียบแหล่งเรียนรู้ 8 ส่วนที่ 2 สาระส าคัญของแผนปฏิบัติการ ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 256๕ 2.1 แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พ.ศ. 2561-2580 13 2.2 แผนการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ 1๕ 2.3 ทักษะที่ส าคัญของผู้เรียนในศตวรรษที่ ๒๑ 19 ส่วนที่ 3 รายละเอียดแผนงาน/โครงการ ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 3.1 ตารางแสดงรายละเอียดการใช้จ่ายงบประมาณ 46 3.2 แบบ กศน. กผ-02 72 คณะด าเนินงาน ๙๙
๑ 1. ข้อมูลพื้นฐานอ าเภอหนองสองห้อง 1.1 ข้อมูลประชากร ประชากรอ าเภอหนองสองห้องมีประชากรรวมทั้งสิ้น ๗๘,๒๗๖ คน แยกเป็นชาย ๓๕,๘๒๗ คน หญิง ๔๒,๔๐๔ คน (ตามการส ารวจ พ.ศ.๒๕๖๔ ) 1.2 สภาพภูมิอากาศ ลักษณะภูมิอากาศ อ าเภอหนองสองห้อง มี ๓ ฤดู ดังนี้ ฤดูร้อน อุณหภูมิสูงสุดโดยเฉลี่ย ๓๖.๓ องศาเซลเซียส เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ไปจนถึงเดือนพฤษภาคม อากาศร้อนจัดในช่วง เดือนเมษายน ของทุกปี ซึ่งในพื้นที่มักจะประสบ ปัญหาด้านภัยแล้ง ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ไปถึงเดือน ตุลาคม โดยจะมีฝนตกชุกใน เดือนสิงหาคม ของทุกปี ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือน ตุลาคม เป็นต้นไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ อากาศหนาวเย็น โดยทั่วไปและจะหนาวจัดในช่วง เดือน ธันวาคม จนถึงเดือนมกราคมของทุกปี สภาพภูมิประเทศ พื้นที่ส่วนใหญ่แห้งแล้งมีปริมาณน้ าฝนต่อปีน้อยดินส่วนใหญ่เป็นดินเค็มตามลักษณะ องค์ประกอบของที่ราบสูงโคราช 1.3 การปกครอง ประกอบด้วย 1 เทศบาล 12 องค์การบริหารส่วนต าบล จ านวน 137 หมู่บ้าน ดังนี้ 1. ต าบลหนองสองห้อง มี 17 หมู่บ้าน 2. ต าบลหนองเม็ก มี 15 หมู่บ้าน 3. ต าบลคงเค็ง มี 13 หมู่บ้าน 4. ต าบลหันโจด มี 12 หมู่บ้าน 5. ต าบลโนนธาตุ มี 11 หมู่บ้าน 6. ต าบลดอนดู่ มี 12 หมู่บ้าน 7. ต าบลตะกั่วป่า มี 11 หมู่บ้าน 8. ต าบลดอนดั่ง มี 10 หมู่บ้าน 9. ต าบลส าโรง มี 9 หมู่บ้าน 10. ต าบลคึมชาด มี 10 หมู่บ้าน 11. ต าบลหนองไผ่ล้อม มี 9 หมู่บ้าน 12. ต าบลวังหิน มี 8 หมู่บ้าน ส่วนที่ 1 บทน า
๒ 1.๔ อาณาเขต อ าเภอหนองสองห้องตั้งอยู่บนที่ราบสูงโคราช บริเวณพิกัด T.C.644404 อยู่ทิศใต้ของจังหวัด ขอนแก่น มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 514.504 ตารางกิโลเมตร ห่างจากตัวที่ตั้งจังหวัดขอนแก่นประมาณ 96 กิโลเมตร มีอาณาเขตดังนี้ ทิศเหนือ ติดต่อกับอ าเภอบ้านไผ่ และอ าเภอเปือยน้อย อ าเภอโนนศิลา จังหวัดขอนแก่น ทิศตะวันออก ติดต่ออ าเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา และอ าเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ ทิศใต้ ติดต่ออ าเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ และอ าเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม ทิศตะวันตก ติดต่อกับอ าเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น 1.๕ ข้อมูลด้านสังคม 1.๕.1 รายได้เฉลี่ย - อาชีพส่วนใหญ่ของประชากร คือ อาชีพเกษตรกรรม - พื้นที่ส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 9๐ เป็นพื้นที่เกษตรกรรม ท านา ท าไร่ ที่เหลือเป็นที่อยู่อาศัยและที่ สาธารณประโยชน์ การถือครองที่ส่วนใหญ่เพื่อเกษตร - รายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชากร คือ ๓๙,๔๐๐ บาท/คน/ปี (ข้อมูลจาก จปฐ. ปี๒๕๕๕) 1.๕.2 จ านวนครัวเรือนยากจน 1.๕.3 ด้านแรงงาน 1.๕.4 ด้านการศึกษา - โรงเรียนเอกชน จ านวน ๑ แห่ง - ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จ านวน ๑๗ แห่ง - โรงเรียนสังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต ๓ จ านวน ๖๓ แห่ง - โรงเรียนสังกัดส านักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษาที่ ๒๕ ระดับมัธยมศึกษาจ านวน ๔ แห่ง - วิทยาลัยอาชีวศึกษา จ านวน ๒ แห่ง - ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จ านวน ๑ แห่ง 1.๕.๕ ด้านสาธารณสุข - โรงพยาบาล ขนาด ๖๐ เตียง ๑ แห่ง - ส านักงานสาธารณสุขอ าเภอ ๑ แห่ง - โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชนประจ าต าบล ๑๓ แห่ง
๓ 1.๖ สถานการณ์ทางสังคมของอ าเภอหนองสองห้อง ตารางสถานการณ์ด้านประชากรในท้องถิ่น ล าดับ รายละเอียด ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ 1 จ านวนประชากรชาย (คน) 39,040 ๔๐,๑๒๖ 2 จ านวนประชากรหญิง (คน) 38,990 38,๐๘๘ รวม ๗๘,030 ๗๘,๒๑๔ 2 ข้อมูลพื้นฐาน กศน.อ าเภอหนองสองห้อง 2.1 ประวัติความเป็นมา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอหนองสองห้อง จัดตั้งเป็นสถานศึกษา สังกัดกรมการศึกษานอกโรงเรียน ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์บริการการศึกษานอก โรงเรียนอ าเภอ / กิ่งอ าเภอ ประกาศ ณ วันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๓๖ โดยใช้อาคารห้องสมุดประชาชน อ าเภอหนองสองห้องเป็นส านักงานที่ตั้งสถานศึกษาเพื่อให้บริการประชาชนในพื้นที่อ าเภอหนองสองห้อง ปี พ.ศ.๒๕๔๗ ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนอ าเภอหนองสองห้องได้ขอใช้อาคารเดิมของส านักงานประถมศึกษา อ าเภอหนองสองห้อง เขตพื้นที่การศึกษาขอนแก่น เขต ๓ เป็นที่ตั้งส านักงานเพื่อความเหมาะสมในการด าเนินงาน ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้เปลี่ยนชื่อสถานศึกษาจาก ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนอ าเภอหนองสองห้อง เป็น “ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอหนองสองห้อง” สังกัดส านักงานส่งเสริม การศึกษาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดขอนแก่น ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ.๒๕๕๑ จนถึงปัจจุบัน ชื่อสถานศึกษา ศูนย์กา รศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอหนองสองห้อง ตั้งอยู่ที่บ้านไทยนิยม ต าบลหนองสองห้อง อ าเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น รหัสไปรษณีย์ 40190 โท รศัพท์ ๐๔๓-๔๙๑๑๘๑ ๐๔๓-๔๙๑๑๘๑ โท รส า ร ๐๔๓-๔๙๑๒๙๔ Website http:// http://khonkaen.nfe.go.th/nongsonghong/ โดยมีอาคารในการก ากับดูแล ๒ แห่ง คือ ห้องสมุดประชาชน อ าเภอหนองสองห้อง และอาคารศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอหนองสองห้อง (เป็น อาคารส านักงานการประถมศึกษาอ าเภอหนองสองห้องหลังเดิม) 2.2 สังกัด ส านักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ โครงสร้างการบริหารงานกศน.อ าเภอหนองสองห้อง โครงสร้างการท างานตามกรอบการจัดสร้างของสถานศึกษา แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ๑. กลุ่มงานอ านวยการ - งานธุรการและสารบรรณ - งานการเงินและบัญชี - งานพัสดุ - งานอาคารสถานที่และยานพาหนะ - งานแผนงานและโครงการ - งานข้อมูลสารสนเทศและการรายงาน
๔ - งานเลขานุการและกรรมการสถานศึกษา - งานบุคคล - งานสวัสดิการ - งานประชาสัมพันธ์ - งานควบคุมภายใน - งานนิเทศติดตามและประเมินผล - งานประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา - ศูนย์ราชการใสสะอาด ๒. กลุ่มส่งเสริมปฏิบัติการ งานการจัดการศึกษานอกระบบ - ส่งเสริมการรู้หนังสือ - การศึกษาพื้นฐานนอกระบบ - ปวช.กศน. งานจัดการศึกษาหลักสูตรระยะสั้น - การศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ - การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต - การศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน งานการศึกษาตามอัธยาศัย - งานห้องสมุดประชาชน - งานจัดพัฒนาแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น - งานการศึกษาเคลื่อนที่ - งานการศึกษาทางสื่อมวลชน งานทะเบียนละวัดผล งานวิจัยและพัฒนาหลักสูตร สื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยี ศูนย์บริการให้ค าปรึกษาแนะน า ๓. กลุ่มภาคีเครือข่ายและกิจการพิเศษ งานส่งเสริม สนับสนุนภาคีเครือข่าย งานกิจการพิเศษ - โครงการอันเนื่องจากพระราชด าริ - การป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด/โรคเอดส์ - การส่งเสริมกิจกรรมประชาธิปไตย - การสนับสนุนส่งเสริมนโยบายจังหวัด/อ าเภอ - งานกิจการนักศึกษา - งานกิจการลูกเสือและยุวกาชาด - งานกองทุนกูยืมเพื่อการศึกษา - งานกลุ่มเป้าหมายพิเศษ (ผู้สูองอายุ,ผู้พิการ,เยาวชนนอกระบบโรงเรียน)
๕ ศูนย์การเรียนชุมชน (ศรช.) จ านวน 34 แห่ง ๑. ต าบลหนองสองห้อง จ านวน 5 แห่ง ๒. ต าบลหนองเม็ก จ านวน 2 แห่ง ๓. ต าบลดงเค็ง จ านวน 3 แห่ง ๔. ต าบลหันโจด จ านวน 2 แห่ง ๕. ต าบลโนนธาตุ จ านวน 2 แห่ง ๖. ต าบลดอนดู่ จ านวน 4 แห่ง ๗. ต าบลตะกั่วป่า จ านวน 3 แห่ง ๘. ต าบลดอนดั่ง จ านวน 4 แห่ง ๙. ต าบลส าโรง จ านวน 2 แห่ง ๑๐. ต าบลคึมชาด จ านวน 2 แห่ง ๑๑. ต าบลหนองไผ่ล้อม จ านวน 3 แห่ง ๑๒. ต าบลวังหิน จ านวน 2 แห่ง ศูนย์การเรียนชุมชนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ จ านวน ๑2 แห่ง ๑. ต าบลหนองสองห้อง จ านวน ๑ แห่ง ๒. ต าบลหนองเม็ก จ านวน ๑ แห่ง ๓. ต าบลดงเค็ง จ านวน ๑ แห่ง ๔. ต าบลหันโจด จ านวน ๑ แห่ง ๕. ต าบลโนนธาตุ จ านวน ๑ แห่ง ๖. ต าบลดอนดู่ จ านวน ๑ แห่ง ๗. ต าบลตะกั่วป่า จ านวน ๒ แห่ง ๘. ต าบลดอนดั่ง จ านวน ๑ แห่ง ๙. ต าบลส าโรง จ านวน ๑ แห่ง ๑๐. ต าบลคึมชาด จ านวน ๑ แห่ง ๑๑. ต าบลหนองไผ่ล้อม จ านวน ๑ แห่ง ๑๒. ต าบลวังหิน จ านวน ๑ แห่ง
๖ 2.๓ โครงสร้างการบริหารงาน กศน.อ าเภอหนองสองห้อง โครงสร้างการท างานตามกรอบการจัดสร้างของสถานศึกษา แบ่งออกเป็น ๓ กลุ่ม ได้แก่ - งานธุรการ,สารบรรณ, บุคลากร,สวัสดิการ - งานการเงิน,บัญชี - งานพัสดุ - งานประกันคุณภาพ ภายในสถานศึกษา - งานแผนงานและโครงการ - งานประชาสัมพันธ์ - งานข้อมูลสารสนเทศ - งานเลขานุการ - งานคณะกรรมการ สถานศึกษา - งานนิเทศภายใน ติดตามประเมินผล - งานอาคารสถานที่ - งานศูนย์ราชการใส สะอาด กลุ่มงานอ านวยการ กลุ่มงานการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย - งานส่งเสริมการรู้หนังสือ - งานการศึกษาขั้นพื้นฐานนอก ระบบ - งาน ปวช. - งานการจัดการศึกษาต่อเนื่อง • งานการศึกษาหลักสูตร ระยะสั้น • งานการศึกษาเพื่อพัฒนา ทักษะชีวิต • งานการศึกษาเพื่อพัฒนา สังคมและชุมชน • งานการศึกษาตามหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง - งานทะเบียนวัดผลประเมินผล - งานแนะแนว,กิจการนักศึกษา - งานพัฒนาสื่อ,หลักสูตร - งานการศึกษาตามอัธยาศัย • โครงการบ้านหนังสือชุมชน กลุ่มประสานภาคีเครือข่ายและ กิจการพิเศษ - งานประสานภาคีเครือข่าย - งานกิจการพิเศษ - งานคุ้มครองผู้บริโภค - งานอาสาสมัคร กศน. - งานรณรงค์แก้ไขปัญหา ยาเสพติด - งานส่งเสริมประชาธิปไตย - งานสร้างเสริมคุณธรรม จริยธรรมในสถานศึกษา - งานกิจกรรมลูกเสือ ยุวกาชาดนอกโรงเรียน ผู้บริหารสถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา สถานศึกษา
๗ ๒.๔ ท าเนียบผู้บริหาร ๑. นายสมชาย อนันตสุวรรณชัย ต าแหน่ง หัวหน้าศูนย์ ๑ (เม.ย. ๒๕๓๗ - ก.พ. ๒๕๓๘) ๒. พ.อ.ท.พงศธร สนธิเส็ง ต าแหน่ง หัวหน้าศูนย์ ๑ (ก.พ. ๒๕๓๘ – ธ.ค. ๒๕๔๐) ๓. นางนวลจันทร์ กัมปนาวราวรรณ ต าแหน่ง หัวหน้าศูนย์ ๑ (ธ.ค. ๒๕๔๐) ๔. นายปราโมทย์ กลีบทอง ต าแหน่ง หัวหน้าศูนย์ ๒ (รักษาราชการ) (ธ.ค. ๒๕๔๐ – ก.ค. ๒๕๔๑) ๕. นายปัญญา ผลทิพย์ ต าแหน่ง หัวหน้าศูนย์ ๑,๒ ผอ.ศูนย์ (ก.ค. ๒๕๔๑ –ธ.ค. ๒๕๔๖) ๖. นายชาตรี เสงี่ยมวงศ์ ต าแหน่ง ผู้อ านวยการสถานศึกษา (ธ.ค. ๒๕๔๖ – พ.ย. ๒๕๔๘) ๗. นายไพฑูรย์ งอสอน ต าแหน่ง ผู้อ านวยการสถานศึกษา (พ.ย. ๒๕๔๘ – มิ.ย. ๒๕๕๕) ๘. นายเรืองเดช เงินเรืองนิรันดร์ต าแหน่ง ผู้อ านวยการสถานศึกษา (มิ.ย. ๒๕๕๕ – ก.พ. ๒๕๕๗) ๙. ดร.สมชาติ สง่าภาคภูมิ ต าแหน่ง ผู้อ านวยการสถานศึกษา (ก.พ. ๒๕๕๗ – เม.ย. ๒๕๖๔) 10. พ.อ.อ.กฤชพล พรมลี ต าแหน่ง รองผู้อ านวยการส านักงาน กศน.จังหวัดขอนแก่น รักษาการในต าแหน่งผู้อ านวยการ กศน.อ าเภอหนองสองห้อง (เม.ย. 2564 – ต.ค. 2564) 11. นางบุญญรัตน์ พงษ์สมชาติ ต าแหน่ง ผู้อ านวยการสถานศึกษา (พ.ย. ๒๕๖๔ – ปัจจุบัน) 2.๕ บุคลากรสังกัด กศน.อ าเภอหนองสองห้อง บุคลากรสังกัด กศน.อ าเภอหนองสองห้องศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อ าเภอหนองสองห้อง เป็นสถานศึกษาสังกัดส านักงาน กศน.จังหวัดขอนแก่น ในปีงบประมาณ 25๖๔ มี บุคลากรปฏิบัติงาน ดังนี้ ผู้อ านวยการสถานศึกษา 1 คน ข้าราชการครู ๑ คน พนักงานราชการ ต าแหน่งครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน 2 คน พนักงานราชการ ต าแหน่งเจ้าพนักงานธุรการ 1 คน พนักงานราชการ ต าแหน่งครู กศน.ต าบล ๑๙ คน ครูประจ าศูนย์การเรียนชุมชน 2๗ คน ครูประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ๑๒ คน นักวิชาการศึกษา ๑ คน เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล ๑ คน เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป ๑ คน พนักงานบริการ 1 คน รวมทั้งสิ้น 6๗ คน 2.๖ คณะกรรมการสถานศึกษา ๑) นายประยูร เทียมทะนง ประธานกรรมการสถานศึกษา ๒) นายทองด า ค าเหนือ รองประธานกรรมการสถานศึกษา ๓) นายเทียนสิน ทบศิลป์ กรรมการสถานศึกษา ๔) นายสมชาย สง่าภาคภูมิ กรรมการสถานศึกษา ๕) นายนริศชัย สกลหล้า กรรมการสถานศึกษา ๖) นางสาวอุไรวรรณ ดาเยอ กรรมการสถานศึกษา
๘ ๗) นายวิทยา จันทร์เอน กรรมการสถานศึกษา ๘) นายเกิดศักดิ์ วัฒยุชูติกุล กรรมการสถานศึกษา ๗) นางบุญญรัตน์ พงษ์สมชาติ เลขานุการกรรมการสถานศึกษา 2.๗ อาสาสมัคร กศน. ต าบลละ ๓ คน จ านวน 1๒ ต าบล รวมทั้งสิ้น ๓๖ คน 2.๘ กศน.ต าบล กศน.ต าบล 12 แห่ง 2.๙ ศูนย์การเรียน ศูนย์การเรียนชุมชน 34 แห่ง ศูนย์การเรียนชุมชนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ๑2 แห่ง 2.1๐ ห้องสมุดประชาชน/บ้านหนังสือชุมชน 2.1๑ ท าเนียบแหล่งเรียนรู้ ที่ ชื่อแหล่ง เรียนรู้ สถานที่ตั้ง ประเด็นองค์ความรู้ 1 ห้องสมุด ประชาชน อ าเภอ หนองสอง ห้อง (1 ภายในพื้นที่ส่วน ราชการอ าเภอหนอง สองห้อง ต าบล หนองสองห้อง อ าเภอหนองสอง เป็นแหล่งค้นคว้าหาความรู้จากสื่อที่หลากหลาย เช่น สิ่งพิมพ์ , สื่ออิเลคโทร นิค , อินเตอร์เน็ต , ระบบรับสัญญาณดาวเทียม ที่ กศน.ต าบล จ านวนหมู่บ้านหนังสือชุมชน (แห่ง) หมายเหตุ 1 คึมชาด ๑ 2 ดอนดั่ง ๑ 3 ดอนดู่ ๗ 4 หนองไผ่ล้อม ๑ 5 ตะกั่วป่า ๑ 6 ดงเค็ง ๑ 7 หนองสองห้อง 2 8 หันโจด 2 9 โนนธาตุ ๑ 10 หนองเม็ก ๗ 11 ส าโรง 2 12 วังหิน ๑ รวม 2๗
๙ ที่ ชื่อแหล่ง เรียนรู้ สถานที่ตั้ง ประเด็นองค์ความรู้ แห่ง) ห้องจังหวัดขอนแก่น 2 กศน. ต าบล 12 แห่ง 1. กศน.ต าบลหนอง สองห้อง 2.กศน.หนองสอง ห้อง 3. กศน.ต าบลหนอง เม็ก 4. กศน.ต าบลดงเค็ง 5.กศน.ต าบลดงเค็ง 6. กศน.ต าบลวังหิน 7.กศน.ต าบลวังหิน 8. กศน.ต าบลดอน ดั่ง 9.กศน.ต าบลดอนดู่ 10.กศน.ต าบลคึ มชาด 11.กศน.ต าบล ส าโรง 12. กศน.ต าบล หันโจด เป็นแหล่งค้นคว้าหาความรู้จากสื่อสิ่งพิมพ์ , โทรทัศน์ผ่านสัญญาณดาวเทียม , VCD ,นิทรรศการ 3 ศูนย์ ถ่ายทอด เทคโนโลยี การเกษตร (12 แห่ง) ต าบลละ 1 แห่ง ตามการส่งเสริมของ กรมส่งเสริม การเกษตร แหล่งเรียนรู้เรื่องการท าการเกษตรส าหรับประชาชน 4 หมู่บ้าน ต้นแบบ กศน. อ าเภอ หนองสอง ห้อง (๑๒ แห่ง) 1.บ้านกระหนวน ต าบลดอนดั่ง 2.บ้านเล้า ต าบล ตะกั่วป่า 3.บ้านโนนสว่าง ต าบลโนนธาตุ 4.บ้านวังคูณ ต าบล หนองเม็ก 5.บ้านเมย ต.หนอง สองห้อง 6.บ้านแฝก ต. แหล่งเรียนรู้เรื่องการจัดระเบียบสังคม การจัดภูมิทัศน์ชุมชน การบริหา จัดการพื้นที่รอบครัวเรือนเพื่อการพึ่งพาตนเอง , การบริหารจัดการกลุ่ม อาชีพการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในชุมชน
๑๐ ที่ ชื่อแหล่ง เรียนรู้ สถานที่ตั้ง ประเด็นองค์ความรู้ หันโจด ๗.บ้านส าโรง ต. ส าโรง ๘.บ้านวังหิน ต.วัง หิน ๙.บ้านศรีสมบูรณ์ ต.คึมชาด ๑๐.บ้านหนองบัว ลอง ต.ดอนดู่ ๑๑.บ้านหนองไผ่ ล้อม ๑๒.บ้านหนองบะ ยาว ต.ดงเค็ง 5 จิตรกรรม ฝาผนัง (1 แห่ง) วัดสระบัวแก้ว บ้าน วังคูน ต าบล หนอง เม็ก เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม โดยจิตรกรรมฝาผนังวัดสระบัวแก้ว มี อักษรโบราณจารึกก ากับทั้งสี่ด้าน เป็นภาพเรื่องรามเกียรติ์และเรื่องสังข์ ศิลป์ชัย ได้รับการ ปรับปรุงโดยสยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ 6 หนอง ละเลิงเค็ง (1 แห่ง) บ้านหัวละเลิง ต าบลดงค็ง เป็นหนองน้ าขนาดใหญ่มีนกหลายชนิดอาศัยอยู่เป็นจ านวนมาก ทั้งนก ประจ าถิ่นและนกอพยพ มีพันธุ์ไม้ป่าหลายชนิด และยังเป็นที่เหมาะส าหรับ การพักผ่อน สัมผัสกับธรรมชาติ 7 สวนป่า โนนชาด (1 แห่ง) บ้านโนนชาด ต าบล ดงเค็ง แหล่งเรียนรู้ป่าชุมชนแบบดั้งเดิม เนื้อที่ 1,117 ไร่ สภาพป่าเป็นป่าเต็ง รังมีความหลากหลายของชนิดพันธุ์ไม้ เห็ดและสัตว์ป่า เป็นแหล่งอาหาร และสมุนไพรของชาวบ้าน ได้รับความร่วมมือจากชุมชนในการดูแลจัดการ ใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนจนได้รับพระราชทานธง พิทักษ์ป่าเพื่อรักษาชีวิต จากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถปี 2539 8 สวน สมุนไพร สถานี อนามัย ต าบล หันโจด (1 แห่ง) สถานีอนามัย ต าบลหันโจด เป็นแหล่งรวบรวมตัวอย่างพืชสมุนไพรที่หลากหลายส าหรับการเรียนรู้ ๙ วัดเกาะ สะอาด บ้านหนอง บ้านหัวหนอง ต. หนองสองห้อง เป็นแหล่งเรียนรู้การปฏิบัติธรรมที่ส าคัญของอ าเภอหนองสองห้อง สภาพภูมิ ทัศน์สวยงามเป็นเกาะกลางหนองน้ าขนาดใหญ่ที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติพืช พันธุ์ไม้และเป็นแหล่งศึกษานกน้ านานาชนิดอีกแห่งหนึ่ง
๑๑ ที่ ชื่อแหล่ง เรียนรู้ สถานที่ตั้ง ประเด็นองค์ความรู้ สองห้อง (1 แห่ง) ๑๐ สถาน ปฏิบัติ ธรรมวัด ป่าโป่งแดง (1 แห่ง) บ้านหนองไผ่ล้อม ต าบลหนองไผ่ล้อม เป็นแหล่งเรียนรู้การปฏิบัติธรรมของชุมชนและเรียนรู้สภาพธรรมชาติที่มี ลักษณะพิเศษประกอบด้วยหินทรายที่มีรูปร่างหลากหลายลักษณะคล้ายกับ ถูกกัดเซาะด้วยสายน้ าในอดีตที่ผ่านมาเป็นธรรมชาติที่พบใหม่อยู่ในระหว่าง การพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของอ าเภอหนองสองห้อง ๑๑ แหล่ง เรียนรู้ เศรษฐกิจ พอเพียง หนองสระ ขาม บ้านสระขาม ต. ตะกั่วป่า เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๑๒ แหล่ง เรียนรู้ เศรษฐกิจ พอเพียง หนอง ตะครอง บ้านหนองตะครอง ต.ตะกั่วป่า เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๑๓ แหล่ง เรียนรู้ เศรษฐกิจ พอเพียง หนองสระ ยาง บ้านตะกั่วป่า ต. ตะกั่วป่า เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๑๔ แหล่ง เรียนรู้การ เพาะเห็ด บ้านนาสวน ต.ตะกั่ว ป่า เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๑๕ แหล่ง เรียนรู้ เศรษฐกิจ พอเพียง อบต. ตะกั่วป่า บ้านนาสวน ต.ตะกั่ว ป่า เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๑๖ แหล่ง เรียนรู้ เศรษฐกิจ บ้านตะกั่วป่า ต. ตะกั่วป่า เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น
๑๒ ที่ ชื่อแหล่ง เรียนรู้ สถานที่ตั้ง ประเด็นองค์ความรู้ พอเพียง ทุ่งเมือง แล้ง(ข้าว หอมมะลิ พันธุ์ดี) ๑๗ แหล่ง เรียนรู้การ จัดการ ขยะ บ้านหนองเปล่ง ต. ตะกั่วป่า เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๑๘ แหล่ง เรียนรู้โคก โป่งแดง บ้านหนองไผ่ล้อม ต. หนองไผ่ล้อม แหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ ๑๙ แหล่ง เรียนรู้ เศรษฐกิจ พอเพียง บ้านนอง บัวลอง บ้านหนองบัวลอง ต. ดอนดู่ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๒๐ แหล่ง เรียนรู้ป่า โคกภูดิน บ้านหนองแวงยาว ต.ดอนดู่ เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ ๒๑ แหล่ง เรียนรู้ เศรษฐกิจ พอเพียงไร่ สง่า ภาคภูมิ บ้านโนนสะอาด ต. ดอนดู่ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๒๒ แหล่ง เรียนรู้ ผ้าสไบภู ฟ้า บ้านโนนสะอาด ต. ดอนดู่ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๒๓ แหล่ง เรียนรู้ป่า ชุมชน บ้านหนองแวงน้อย ต.ดอนดั่ง เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ ๒๔ แหล่ง เรียนรู้วัด ป่า พรหม บ้านดอนดั่ง ต.ดอน ดั่ง เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ
๑๓ ที่ ชื่อแหล่ง เรียนรู้ สถานที่ตั้ง ประเด็นองค์ความรู้ นิมิต ๒๕ แหล่ง เรียนรู้ไข่ เค็ม ไอโอดีน บ้านกระหนวน ต. ดอนดั่ง เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๒๖ แหล่ง เรียนรู้ เศรษฐกิจ พอเพียง หิรัญธร บ้านชาด ต.คึมชาด เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๒๗ แหล่ง เรียนรู้ เศรษฐกิจ พอเพียงไร่ ก านันรม บ้านปอแดง ต.คึ มชาด เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๒๘ แหล่ง เรียนรู้การ ท าขนมถั่ว ตัด บ้านศุภชัย ต.คึ มชาด เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๒๙ แหล่ง เรียนรู้ป่า ชุมชน โคกสอง คอน บ้านหนองกุง ต.คึ มชาด เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ ๓๐ แหล่ง เรียนรู้ ผัก ปลอด สารพิษ บ้านวังหิน ต.วังหิน เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๓๑ แหล่ง เรียนรู้ เกษตร ผสมผสาน บ้านหนองศาลา บ้านวังทอง ต.วังหิน เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๓๒ แหล่ง เรียนรรู้ เศรษฐกิจ พอเพียง หนอง บ้านส าโรง ต.ส าโรง เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น
๑๔ ที่ ชื่อแหล่ง เรียนรู้ สถานที่ตั้ง ประเด็นองค์ความรู้ ส าโรง ๓๓ แหล่ง เรียนรู้การ แปรรูป ผลิตภัณฑ์ จากเชือก หนองสอง ห้องาสติก บ้านเหล่านกชุม ต. ส าโรง เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๓๔ แหล่ง เรียนรู้ป่า ชุมชนโลก เราไล่ บ้านส าโรง ต.ส าโรง เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ ๓๕ แหล่ง เรียนรู้ป่า ชุมชนโคก หินลาด บ้านหินลาด ต. ส าโรง เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ ๓๖ แหล่ง เรียนรู้ เศรษฐกิจ พอเพียง สหโชค สุวรรณ ฟาร์ม บ้านหนองบัวแดง ต. หนองเม็ก เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๓๗ แหล่ง เรียนรู้ เศรษฐกิจ พอเพียง บ้านหนอง บัวแดง บ้านหนองบัวแดง ต. หนองเม็ก เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๓๘ แหล่ง เรียนรู้ เศรษฐกิจ พอเพียง ป่าชุมชน บ้านหนอง บัวแดง บ้านหนองบัวแดง ต. หนองเม็ก เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ
๑๕ ที่ ชื่อแหล่ง เรียนรู้ สถานที่ตั้ง ประเด็นองค์ความรู้ ๓๙ แหล่ง เรียนรู้ป่า ชุมชนโคก บ้านแฝก บ้านแฝก ต.หันโจด เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ ๔๐ แหล่ง เรียนรู้ เศรษฐกิจ พอเพียง กศน. ต าบล หันโจด บ้านแฝก ต.หันโจด เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๔๑ แหล่ง เรียนรู้ เศรษฐกิจ พอเพียง กศน. ต าบลโนน ธาตุ บ้านสว่าง ต.โนน ธาตุ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๔๒ แหลง่ง เรียนรู้โคก น้ าจั้น บ้านหนองสองห้อง ต.หนองสองห้อง เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ ๔๓ แหล่ง เรียนรู้กู่ บ้านเมย บ้านเมย ต.หนอง สองห้อง เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๔๔ แหล่ง เรียนรู้ เศรษฐกิจ พอเพียง กศน. ต าบล หนองสอง ห้อง บ้านเมย ต.หนอง สองห้อง เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๔๕ แหล่ง เรียนรู้ป่า ชุมชนโคก หนองจาน บ้านโนนชาด ต. หนองสองห้อง เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ
๑๖ 2.1 แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พ.ศ. 2561-2580 คณะกรรมการจัดท ายุทธศาสตร์ชาติได้ด าเนินการจัดท ายุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางการพัฒนาประเทศในระยะ 20 ปี โดยก าหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมายและยุทธศาสตร์ ดังนี้ วิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้วด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง” และเป็นคติพจน์ประจ าชาติว่า “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” เป้าหมาย 1. ความมั่นคง 1.1 การมีความมั่นคงปลอดภัยจากภัยและการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในประเทศและ ภายนอก ประเทศในทุกระดับ ทั้งระดับประเทศ สังคม ชุมชน ครัวเรือน และปัจเจกบุคคลมีความมั่นคงในทุกมิติ ทั้ง มิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการเมือง 1.2 ประเทศมีความมั่นคงในเอกราชและอธิปไตย มีสถาบันชาติ ศาสนาและ พระมหากษัตริย์ ที่เข้มแข็ง เป็นศูนย์กลางและที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชน ระบบการเมืองมีความมั่นคง เป็น กลไกที่น าไปสู่การบริหารประเทศที่ต่อเนื่องและโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล 1.3 สังคมมีความปรองดองและความสามัคคี สามารถผนึกก าลังเพื่อพัฒนาประเทศชุมชน มีความเข้มแข็ง ครอบครัวมีความอบอุ่น 1.4 ประชาชนมีความมั่นคงในชีวิต มีงานและรายได้ที่มั่นคงพอเพียงกับการด ารงชีวิต มีที่ อยู่อาศัย และความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน 1.5 ฐานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม มีความมั่นคงของอาหาร พลังงาน และน้ า 2. ความมั่งคั่ง 2.1 ประเทศไทยมีการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ยกระดับเป็นประเทศ ในกลุ่ม รายได้สูง ความเหลื่อมล้ าของการพัฒนาลดลง ประชากรได้รับผลประโยชน์จากการพัฒนาอย่างเท่าเทียมกัน 2.2 เศรษฐกิจมีความสามารถในการแข่งขันสูง สามารถสร้างรายได้ทั้งภายในและ ภายนอกประเทศ สร้างฐานเศรษฐกิจและสังคมแห่งอนาคต และเป็นจุดส าคัญของการเชื่อมโยงในภูมิภาค ทั้งการ ส่วนที่ 2 สาระส าคัญของแผนปฏิบัติการ ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 256๕
๑๗ คมนาคมขนส่ง การผลิต การค้าการลงทุนและการท าธุรกิจ มีบทบาทส าคัญในระดับภูมิภาค และระดับโลก เกิดสาย สัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าอย่างมีพลัง 2.3 ความสมบูรณ์ในทุนที่จะสามารถสร้างการพัฒนาคนอย่างต่อเนื่องได้แก่ ทุนมนุษย์ ทุนทางปัญญา ทุนทางการเงิน ทุนที่เป็นเครื่องมือเครื่องจักร ทุนทางสังคม และทุนทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม 3. ความยั่งยืน 3.1 การพัฒนาที่สามารถสร้างความเจริญ รายได้ และคุณภาพชีวิตของประชาชน ให้ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจที่ไม่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติเกินพอดี ไม่สร้างมลภาวะต่อ สิ่งแวดล้อมจนเกินความสามารถในการรองรับและเยียวยาของระบบนิเวศน์ 3.2 การผลิตและการบริโภคเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสอดคล้องกับกฎระเบียบ ของ ประชาคมโลก ซึ่งเป็นที่ยอมรับร่วมกัน ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีคุณภาพดีขึ้น คน มีความรับผิดชอบต่อสังคม มีความเอื้ออาทร เสียสละเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม 3.3 ประชาชนทุกภาคส่วนในสังคมยึดถือและปฏิบัติตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วัตถุประสงค์ 1. เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ 2. เพื่อเพิ่มกระจายโอกาสและคุณภาพการให้บริการของรัฐอย่างทั่วถึง เท่าเทียม เป็นธรรม 3. เพื่อลดต้นทุนให้ภาคการผลิตและบริการ 4. เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร อุตสาหกรรม และบริการด้วยนวัตกรรม ยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) 6 ด้าน โดยมียุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับจุดเน้นเชิง นโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและภารกิจส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 6 ยุทธศาสตร์ ดังนี้ 1. ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง 1) เสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักและการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2) ปฏิรูปกลไกการบริหารประเทศและพัฒนาความมั่นคงทางการเมือง ขจัดคอร์รัปชั่น สร้างความเชื่อมั่น ในกระบวนการยุติธรรม 3) การรักษาความมั่นคงภายในและความสงบเรียบร้อยภายใน ตลอดจนการบริหาร จัดการความมั่นคงชายแดนและชายฝั่งทะเล 4) การพัฒนาระบบ กลไก มาตรการและความร่วมมือระหว่างประเทศทุกระดับ และ รักษาดุลยภาพความสัมพันธ์กับประเทศมหาอ านาจ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาความมั่นคงรูปแบบใหม่ 5) การพัฒนาเสริมสร้างศักยภาพการผนึกก าลังป้องกันประเทศ การรักษาความสงบ เรียบร้อยภายในประเทศ สร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและมิตรประเทศ 6) การพัฒนาระบบการเตรียมพร้อมแห่งชาติและระบบบริหารจัดการภัยพิบัติรักษา ความมั่นคงของฐานทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม 7) การปรับกระบวนการท างานของกลไกที่เกี่ยวข้องจากแนวดิ่งสู่แนวระนาบมากขึ้น 2. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน มีเป้าหมายการพัฒนาที่มุ่งเน้นการ ยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติ บนพื้นฐานแนวคิด 3 ประการ 1) “ต่อยอดอดีต” โดยมองกลับไปที่รากเหง้าทางเศรษฐกิจ อัตลักษณ์ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และจุดเด่นทางทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย รวมทั้งความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบประเทศใน
๑๘ ด้านอื่นๆ น ามาประยุกต์ผสมผสานกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อให้สอดรับกับบริบทของเศรษฐกิจและสังคมโลก สมัยใหม่ 2) “ปรับปัจจุบัน” เพื่อปูทางสู่อนาคต ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศใน มิติต่างๆ ทั้งโครงข่ายระบบคมนาคมและขนส่ง โครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และดิจิทัลและการปรับ สภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการอนาคต 3) “สร้างคุณค่าใหม่ในอนาคต” ด้วยการเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการ พัฒนาคนรุ่น ใหม่ รวมถึงปรับรูปแบบธุรกิจ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาด ผสมผสานกับยุทธศาสตร์ที่รองรับอนาคต บนพื้นฐานของการต่อยอดอดีตและปรับปัจจุบัน พร้อมทั้งการส่งเสริมและสนับสนุนจากภาครัฐ ให้ประเทศไทย สามารถสร้างฐานรายได้และการจ้างงานใหม่ ขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนใน เวทีโลก ควบคู่ไปกับการ ยกระดับรายได้และ 3. ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 1) พัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ 2) คนไทยมีความพร้อมทั้งกาย ใจ สติปัญญา มีพัฒนาการที่ดีรอบด้านและมีสุขภาวะที่ดี ในทุกช่วงวัย 3) มีจิตสาธารณะรับผิดชอบต่อสังคมและผู้อื่น มัธยัสถ์ อดออม โอบอ้อมอารี มีวินัย รักษาศีลธรรม และเป็นพลเมืองดีของชาติ 4) มีหลักคิดที่ถูกต้อง มีทักษะที่จ าเป็นในศตวรรษที่ 21 มีทักษะสื่อสารภาษาอังกฤษและ ภาษาที่ 3 และอนุรักษ์ภาษาท้องถิ่น 5) มีนิสัยรักการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต สู่การเป็นคนไทยที่มี ทักษะสูง เป็นนวัตกร นักคิด ผู้ประกอบการ เกษตรกรยุคใหม่และอื่นๆ โดยมีสัมมาชีพตามความถนัดของตนเอง 4. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 1) การพัฒนาที่ส าคัญคือการดึงเอาพลังของภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาคเอกชน ประชาสังคม ชุมชน ท้องถิ่น มาร่วมขับเคลื่อน โดยการสนับสนุนการรวมตัวของประชาชน ในการร่วมคิดร่วมท าเพื่อส่วนรวม 2) การกระจายอ านาจและความรับผิดชอบไปสู่กลไกบริหารราชการแผ่นดินในระดับ ท้องถิ่น 3) เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในการจัดการตนเอง และการเตรียมความพร้อมของ ประชากรไทยทั้งในมิติสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม และสภาพแวดล้อมให้เป็นประชากรที่มีคุณภาพ 4) ประชากรสามารถพึ่งต้นเองและท าประโยชน์แก่ครอบครัว ชุมชน และสังคมให้นาน ที่สุด โดยรัฐให้หลักประกันการเข้าถึงบริการและสวัสดิการที่มีคุณภาพอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง 5. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 1) พัฒนาในทุกมิติ ทั้งมิติด้านสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ธรรมาภิบาล และความเป็น หุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างกัน ทั้งภายในและภายนอกประเทศอย่างบูรณาการ 2) ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้เข้ามามีส่วนร่วมในแบบทางตรงให้มากที่สุด บนพื้นฐานการ เติบโตร่วมกัน โดยให้ความส าคัญกับการสร้างสมดุลทั้ง 3 ด้าน อันจะน าไปสู่ความยั่งยืนเพื่อคนรุ่นต่อไปอย่างแท้จริง 6. ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ 1) การปรับปรุงโครงสร้าง บทบาท ภารกิจของหน่วยงานภาครัฐ ให้มีขนาดที่เหมาะสม 2) การวางระบบบริหารราชการแบบบูรณาการ 3) การพัฒนาระบบบริหารจัดการก าลังคนและพัฒนาบุคลากรภาครัฐ 4) การต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ
๑๙ 5) การปรับปรุงกฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ให้ทันสมัย เป็นธรรมและเป็นสากล 6) พัฒนาระบบการให้บริการประชาชนของหน่วยงานภาครัฐ 7) ปรับปรุงการบริหารจัดการรายได้และรายจ่ายของภาครัฐ 2.2 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ ส านักงานเลขาธิการสภาการศึกษาได้จัดท าแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 ขึ้น เพื่อวางกรอบ เป้าหมายและทิศทางการจัดการศึกษาของประเทศ โดยมุ่งจัดการศึกษาให้คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสและ ความเสมอภาคในการศึกษาที่มีคุณภาพ พัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ พัฒนาคนให้มี สมรรถนะในการท างานที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและการพัฒนาประเทศ แนวคิดการจัด การศึกษาตามแผนการศึกษาแห่งชาติ ยึดหลักส าคัญในการจัดการศึกษาประกอบด้วย หลักการจัดการศึกษาเพื่อปวง ชน (Education for All) หลักการจัดการศึกษาเพื่อความเท่าเทียมและทั่วถึง (Inclusive Education) หลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy) และหลักการมีส่วนร่วมของสังคม (All For Education) อีกทั้งยึด ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goal : SDGs 2030) ประเด็นภายในประเทศ (Local Issues) อาทิ คุณภาพของคนช่วงวัย การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของประเทศ ความเหลื่อมล้ าของ การกระจายรายได้ และวิกฤติด้านสิ่งแวดล้อม โดยน ายุทธศาสตร์ชาติมาเป็นกรอบความคิดส าคัญในการจัดท า แผนการศึกษาแห่งชาติ โดยมีสาระส าคัญ ดังนี้ วิสัยทัศน์ : คนไทยได้รับโอกาสการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ สามารถด ารงชีวิตที่ เหมาะสมกับช่วงวัย สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และมีทักษะที่จ าเป็นในในโลกศตวรรษที่ 21 วัตถุประสงค์ 1. เพื่อพัฒนาระบบและกระบวนการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ 2. เพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นพลเมืองดี มีคุณลักษณะ ทักษะและสมรรถนะที่สอดคล้องกับ บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และยุทธศาสตร์ชาติ 3. เพื่อพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ และคุณธรรม จริยธรรม รู้รักสามัคคีและ ร่วมมือผนึกก าลังมุ่งสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 4. เพื่อน าประเทศไทยก้าวข้ามกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง และความเหลื่อมล้ า ภายในประเทศลดลง ยุทธศาสตร์ ยุทธศาสตร์ประกอบ 6 ยุทธศาสตร์ โดยมียุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องจุดเ น้นเชิงนโยบาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและภารกิจส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 6 ยุทธศาสตร์ ดังนี้.- ยุทธศาสตร์ที่ 1 การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติ เป้าหมาย 1. คนทุกช่วงวัยมีความรักในสถาบันหลักของชาติ และยึดมั่นการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2. คนทุกช่วงวัยในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่พิเศษได้รับ การศึกษาและเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ 3. คนทุกช่วงวัยได้รับการศึกษา การดูแลและป้องกันจากภัยคุกคามในชีวิตรูปแบบใหม่ แนวทางการพัฒนา
๒๐ 1. พัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ และการ ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2. ยกระดับคุณภาพและส่งเสริมโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะ กิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ 3. ยกระดับคุณภาพและส่งเสริมโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาในพื้นที่พิเศษ (พื้นที่สูง พื้นที่ตามแนวตะเข็บชายแดน และพื้นที่เกาะแก่ง ชายฝั่งทะเล ทั้งกลุ่มชนต่างเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม กลุ่ม ชน-ชายขอบ และแรงงานต่างด้าว) 4. พัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อการจัดระบบการดูแลและป้องกันภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ อาทิ อาชญากรรมและความรุนแรงในรูปแบบต่าง ๆ ยาเสพติด ภัยพิบัติจากธรรมชาติภัยจากโรคอุบัติใหม่ ภัยจากไซ เบอร์ เป็นต้น ยุทธศาสตร์ที่ 2 การผลิตและพัฒนาก าลังคน การวิจัย และนวัตกรรมเพื่อสร้างขีด ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เป้าหมาย 1. ก าลังคนมีทักษะที่ส าคัญจ าเป็นและมีสมรรถนะตรงตามความต้องการของตลาดงาน และการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ 2. สถาบันการศึกษาและหน่วยงานที่จัดการศึกษาผลิตบัณฑิตที่มีความเชี่ยวชาญและเป็น เลิศเฉพาะด้าน 3. การวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สร้างผลผลิตและมูลค่าเพิ่ม ทางเศรษฐกิจ แนวทางการพัฒนา 1. ผลิตและพัฒนาก าลังคนให้มีสมรรถนะในสาขาที่ตรงตามความต้องการของตลาดงาน และการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ 2. ส่งเสริมการผลิตและพัฒนาก าลังคนที่มีความเชี่ยวชาญและเป็นเลิศเฉพาะด้าน 3. ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สร้างผลผลิตและ มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย และการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ เป้าหมาย 1. ผู้เรียนมีทักษะและคุณลักษณะพื้นฐานของพลเมืองไทยและทักษะและคุณลักษณะที่ จ าเป็นในศตวรรษที่ 21 2. คนทุกช่วงวัยมีทักษะความรู้ความสามารถและสมรรถนะตามมาตรฐานการศึกษาและ มาตรฐานวิชาชีพ และพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ตามศักยภาพ 3. สถานศึกษาทุกระดับการศึกษาสามารถจัดกิจกรรม/กระบวนการเรียนรู้ตาม หลักสูตรได้อย่างมีคุณภาพและมาตรฐาน 4. แหล่งเรียนรู้ สื่อต าราเรียน นวัตกรรมและสื่อการเรียนรู้มีคุณภาพและมาตรฐาน และ ประชาชนสามารถเข้าถึงได้โดยไม่จ ากัดเวลาและสถานที่ 5. ระบบและกลไกการวัด การติดตามและประเมินผลมีประสิทธิภาพ 6. ระบบการผลิตครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาได้มาตรฐานระดับสากล 7. ครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาได้รับการพัฒนาสมรรถนะตามมาตรฐาน
๒๑ แนวทางการพัฒนา 1. ส่งเสริม สนับสนุนให้คนทุกช่วงวัยมีทักษะ ความรู้ความสามารถ และการพัฒนา คุณภาพชีวิตอย่างเหมาะสม เต็มตามศักยภาพในแต่ละช่วงวัย 2. ส่งเสริมและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ สื่อต าราเรียน และสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ ให้มีคุณภาพ มาตรฐาน และประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้โดยไม่จ ากัดเวลาและสถานที่ 3. สร้างเสริมและปรับเปลี่ยนค่านิยมของคนไทยให้มีวินัย จิตสาธารณะ และพฤติกรรมที่ พึงประสงค์ 4. พัฒนาระบบและกลไกการติดตาม การวัดและประเมินผลผู้เรียนให้มีประสิทธิภาพ 5. พัฒนาคลังข้อมูล สื่อ และนวัตกรรมการเรียนรู้ ที่มีคุณภาพและมาตรฐาน 6. พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการผลิตครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา 7. พัฒนาคุณภาพครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ยุทธศาสตร์ที่ 4 การสร้างโอกาส ความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางการศึกษา เป้าหมาย 1. ผู้เรียนทุกคนได้รับโอกาสและความเสมอภาคในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ 2. การเพิ่มโอกาสทางการศึกษาผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษาส าหรับคนทุกช่วงวัย 3. ระบบข้อมูลรายบุคคลและสารสนเทศทางการศึกษาที่ครอบคลุม ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน เพื่อการวางแผนการบริหารจัดการศึกษา การติดตามประเมิน และรายงานผล แนวทางการพัฒนา 1. เพิ่มโอกาสและความเสมอภาคในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ 2. พัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษาส าหรับคนทุกช่วงวัย 3. พัฒนาฐานข้อมูลด้านการศึกษาที่มีมาตรฐาน เชื่อมโยงและเข้าถึงได้ ยุทธศาสตร์ที่ 5 การจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป้าหมาย 1. คนทุกช่วงวัย มีจิตส านึกรักษ์สิ่งแวดล้อม มีคุณธรรม จริยธรรม และน าแนวคิดตาม หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ 2. หลักสูตร แหล่งเรียนรู้ และสื่อการเรียนรู้ที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม คุณธรรม จริยธรรม และการน าแนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ 3. การวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อม แนวทางการพัฒนา 1. ส่งเสริม สนับสนุนการสร้างจิตส านึกรักษ์สิ่งแวดล้อม มีคุณธรรม จริยธรรม และน า แนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในการด าเนินชีวิต 2. ส่งเสริมและพัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ และสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 3. พัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม ด้านการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อม ยุทธศาสตร์ที่ 6 การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการศึกษา
๒๒ เป้าหมาย 1. โครงสร้าง บทบาท และระบบการบริหารจัดการการศึกษามีความคล่องตัว ชัดเจนและ สามารถตรวจสอบได้ 2. ระบบการบริหารจัดการศึกษามีประสิทธิภาพและประสิทธิผลส่งผลต่อคุณภาพและ มาตรฐานการศึกษา 3. ทุกภาคส่วนของสังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาที่ตอบสนองความต้องการของ ประชาชนและพื้นที่ 4. กฎหมายและรูปแบบการบริหารจัดการทรัพยากรทางการศึกษารองรับลักษณะที่ แตกต่างกันของผู้เรียน สถานศึกษา และความต้องการก าลังแรงงานของประเทศ 5. ระบบบริหารงานบุคคลของครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษามีความเป็นธรรม สร้างขวัญก าลังใจ และส่งเสริมให้ปฏิบัติงานได้อย่างเต็มตามศักยภาพ แนวทางการพัฒนา 1. ปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการศึกษา 2. เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสถานศึกษา 3. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการจัดการศึกษา 4. ปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับระบบการเงินเพื่อการศึกษาที่ส่งผลต่อคุณภาพและ ประสิทธิภาพการจัดการศึกษา 5. พัฒนาระบบบริหารงานบุคคลของครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา 2.3 ทักษะที่ส าคัญของผู้เรียนในศตวรรษที่ ๒๑ การศึกษาได้รับการคาดหมายให้ท าหน้าที่ต่าง ๆ มากมายทั้งในทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ นับตั้งแต่ การช่วยให้ประชาชนอ่านออกเขียนได้และคิดเป็น เรียนรู้จริยธรรมและความเป็นพลเมือง ตลอดจนพัฒนาทักษะทาง เศรษฐกิจ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเท่าเทียมในสังคมในระยะยาว จากบทบาทหน้าที่ที่ส าคัญหลายประการดังกล่าว การศึกษาที่ไม่มีคุณภาพจึงก่อให้เกิดปัญหาร้ายแรงต่อ ประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในศตวรรษที่ 21 ซึ่งประชาชนต้องการทักษะการคิดและการด ารงชีวิตที่แตกต่างจาก อดีตที่ผ่านมาอย่างมีนัยส าคัญ เพื่อการพัฒนาประเทศไทยชี้ให้เห็นว่า เป้าหมายของการปฏิรูประบบการศึกษาไทย คือ (1) การพัฒนาระบบการเรียนการสอนเพื่อเติมเต็มศักยภาพให้นักเรียนมีทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 (2) การ พัฒนาระบบครูให้มีคุณภาพ (3) การสร้างความรับผิดชอบ (accountability) ในระบบการศึกษา และ (4) การลด ปัญหาความเหลื่อมล้ าด้านต่าง ๆ ในระบบการศึกษา 1.1 การพัฒนาระบบการเรียนการสอนเพื่อเติมเต็มศักยภาพให้นักเรียนมีทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 แนวคิดทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ตั้งอยู่บนฐานคิดที่เชื่อว่า รูปแบบการศึกษาแบบดั้งเดิมในช่วง ศตวรรษที่ 20 ซึ่งเน้นย้ าแต่การเรียนและท่องจ าเนื้อหาในสาระวิชาหลัก อาทิ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาศาสตร์ สังคมศึกษา ไม่เพียงพออีกต่อไปแล้วในการด ารงชีวิตและการท างานในโลกศตวรรษใหม่ภายใต้ความ ท้าทายใหม่ ส าหรับแนวคิดทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 นั้น ตั้งต้นจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ที่จ าเป็นส าหรับ ศตวรรษที่ 21 โดยให้ความส าคัญกับการปลูกฝัง “ทักษะ” ที่จ าเป็นในศตวรรษที่ 21 เช่น ทักษะในการคิดขั้นสูง ทักษะในการเรียนรู้และนวัตกรรม ทักษะชีวิตและการท างาน ทักษะด้านสารสนเทศและการสื่อสาร ควบคู่กับ “เนื้อหา” ในสาระวิชาหลักและความรู้อื่นที่ส าคัญในศตวรรษที่ 21 เช่น ความรู้เรื่องโลก ความรู้ด้านการเงิน เศรษฐกิจ ธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการ ความรู้ด้านพลเมือง ความรู้ด้านสุขภาพ และความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านหลักสูตรที่มีลักษณะกระชับ (lean curriculum) ช่างคิด (thinking curriculum) และบูรณาการ
๒๓ (interdisciplinary curriculum) เพื่อสร้างนักเรียนที่มี “คุณลักษณะ” อันพึงปรารถนาของโลกศตวรรษที่ 21 ได้ นั่นคือ รู้จักคิด รักการเรียนรู้ มีส านึกพลเมือง มีความกล้าหาญทางจริยธรรม มีความสามารถในการแก้ปัญหา ปรับตัว สื่อสาร และท างานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิผลตลอดชีวิต นอกจากนี้ การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ยังต้องมีการผสมผสานเทคโนโลยีเข้ากับเนื้อหาและวิธีการ สอน โดยใช้เทคโนโลยีสนับสนุนทฤษฎีการเรียนรู้แบบใหม่ในการพัฒนาเนื้อหาและทักษะแบบใหม่อีกด้วย เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ควรมีคุณลักษณะที่มีชีวิต มีพลวัต มีปฏิสัมพันธ์ การเชื่อมต่อและมีส่วน ร่วม ใช้สื่อผสมอย่างหลากหลาย ปรับเปลี่ยนตามความสามารถและระดับของผู้เรียน มีเนื้อหาที่ไม่ยึดติดกับตัวสื่อ เลือกประกอบเนื้อหาได้เอง ค้นหา-แก้ไข-จดบันทึกได้ เก็บประวัติการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ และมีระบบการ ประเมินผลการเรียนรู้ที่รวดเร็วและต่อเนื่อง ภาพที่ 6 เป้าหมายของการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 1.2 การสร้างความรับผิดชอบ (accountability) ในระบบการศึกษา 1.2.1 สภาพปัญหา ปัญหาของระบบศึกษาไทยไม่ได้เกิดจากการขาดแคลนทรัพยากรอีกต่อไป แต่เป็นปัญหาเรื่องการ ใช้ทรัพยากรอย่างไม่มีประสิทธิภาพ กล่าวคือ ใช้ทรัพยากรมากแต่ผลสัมฤทธิ์ต่ า ดังที่ข้อมูลชี้ว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่าน มา งบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่า และอยู่ในระดับไม่น้อยกว่าประเทศอื่นในเอเชีย ส่วน รายได้ต่อเดือนของครูที่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีและสอนอยู่ในโรงเรียนรัฐก็เพิ่มสูงขึ้นจากประมาณ 1.5 หมื่นบาทในปี 2544 เป็นประมาณ 2.5 หมื่นบาทในปี 2553 ซึ่งถือเป็นระดับรายได้ที่ไม่น้อยกว่าอาชีพอื่น แต่ ในทางตรงกันข้าม ผลคะแนนการทดสอบมาตรฐานของนักเรียนไทยทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติกลับมี แนวโน้มลดต่ าลงมาก
๒๔ พ่อแม่ สถานศึกษา พ่อแม่เลือก รงเรียนจากข้อมูล คุณภาพ รงเรียน รงเรียนมีอิสระ นการบริหาร สายความรับผิ อบสั น สายความรับผิ อบยาว การแส งออก าง การเมือง การอุ หนุน ก ากับ ูแล ประเมินผล และ ห้รางวัล ครู รั บาล ั แปลงจาก World Bank (2011) การก ากับ ูแลและ ห้รางวัล แนวความคิ เรื อง accountability ภาพที่ 7 กรอบแนวคิดเรื่องความรับผิดชอบ ในกรณีของระบบการศึกษา หัวใจส าคัญของการปฏิรูปเพื่อสร้างความรับผิดชอบคือ การท าให้ โรงเรียนมีความรับผิดชอบโดยตรงต่อผู้ปกครองและนักเรียนมากขึ้น โดยโรงเรียนควรมีอิสระในการบริหารจัดการ และผู้ปกครองควรมีสิทธิเลือกโรงเรียนให้ลูกตามข้อมูลคุณภาพของโรงเรียนที่ได้รับการเปิดเผยต่อสาธารณะ กล่าวคือ มีการส่งเสริมให้เกิดระบบ “ความรับผิดชอบสายสั้น” (short-route of accountability) หรือสายความ รับผิดชอบระหว่าง “ผู้ปกครอง-โรงเรียน-ครู” โดยไม่ต้องผ่านรัฐบาล เพิ่มมากขึ้น กระนั้น ในอีกด้านหนึ่งก็ต้องมีการปฏิรูประบบ “ความรับผิดชอบสายยาว” (long-route of accountability) หรือสายความรับผิดชอบระหว่าง “ผู้ปกครอง-รัฐบาล-โรงเรียน-ครู” ซึ่งมีรัฐบาลเป็นตัวคั่นกลางใน ระบบ โดยรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องควรมีบทบาทในการเสริมสร้างความรับผิดชอบของระบบ การศึกษา เช่น การปรับปรุงระบบการเงินเพื่อการศึกษา ระบบประเมินผลงานครู และระบบประเมินคุณภาพ สถานศึกษา ในแนวทางที่ท าให้ผู้บริหารโรงเรียนและครูต้องรับผิดชอบโดยตรงต่อผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของ นักเรียน ระบบความรับผิดชอบมีความส าคัญต่อระบบการศึกษามาก ดังแสดงไว้ในภาพที่ 3 กล่าวคือ ระบบ ความรับผิดชอบที่ดีเป็นปัจจัยหลักในการส่งเสริมให้กระบวนการแปลงทรัพยากรน าเข้า (inputs) เป็นผลลัพธ์ (outputs) และ/หรือผลได้ต่อสังคม (outcomes) เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล นั่นคือมีการใช้ ทรัพยากรทางการศึกษาเพื่อบรรลุผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้อย่างคุ้มค่า ทั้งนี้ บนเส้นทางของการพัฒนาคุณภาพการศึกษาเพื่อบรรลุผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ที่พึง ปรารถนา ระบบการสร้างความรับผิดชอบต้องท างานร่วมกับระบบอื่น ๆ ที่มีความส าคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน นั่น คือ ระบบการเรียนรู้ อันได้แก่ หลักสูตร ต าราเรียน สื่อและเทคโนโลยี และระบบสนับสนุนการเรียนรู้ อันได้แก่ ระบบการบริหารจัดการโรงเรียนที่เป็นอิสระ ทั้งเรื่องการประเมินคุณภาพสถานศึกษา การพัฒนาคุณภาพครู และ การมีงบประมาณที่เพียงพอต่อการยกระดับผลการเรียนของนักเรียน รวมถึงระบบการช่วยเหลือและยกระดับ คุณภาพนักเรียน ครู และสถานศึกษา
๒๕ ภาพที่ 8 ความรับผิดชอบ ในระบบการศึกษา ในกระบวนการสร้างความรับผิดชอบให้แก่ระบบการศึกษาไทย จ าเป็นต้องสร้างเงื่อนไขพื้นฐาน สามประการให้เกิดขึ้น มิเช่นนั้นระบบความรับผิดชอบย่อมมิอาจท างานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เงื่อนไขพื้นฐาน เหล่านี้ ได้แก่ หนึ่งการปฏิรูประบบข้อมูลข่าวสาร หมายถึง การผลิตและการกระจายข้อมูลด้านสิทธิและหน้าที่ ของฝ่ายต่าง ๆ และข้อมูลเกี่ยวกับนักเรียนและครู ผลลัพธ์ และผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ส าหรับการประเมินเพื่อให้ รางวัลและปรับปรุงพัฒนา สองการปฏิรูประบบบริหารจัดการโรงเรียน หมายถึง การกระจายการตัดสินใจไปยังโรงเรียน ให้ โรงเรียนมีอิสระในการบริหารจัดการตนเอง ภายใต้ระบบความรับผิดชอบที่ดี สามการปฏิรูปโครงสร้างสิ่งจูงใจ หมายถึง การเชื่อมโยงการจ้างงานหรือผลตอบแทนครูและ ผู้บริหารโรงเรียนเข้ากับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ของนักเรียนในระดับที่เหมาะสม เพื่อให้ครูและผู้บริหารโรงเรียนใส่ ใจในการเป็นเจ้าภาพรับผิดชอบในการพัฒนานักเรียนอย่างแท้จริง 1.2.2 ข้อเสนอเพื่อการปฏิรูป ระบบความรับผิดชอบควรถูกออกแบบขึ้นโดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาบนเส้นทาง ของการสร้างนักเรียนให้มีทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 โดยรับผิดชอบต่อนักเรียนและผู้ปกครอง ผ่านระบบการให้ รางวัลและลงโทษ และผ่านระบบการให้ความช่วยเหลือนักเรียน ครู หรือสถานศึกษาที่มีปัญหา กล่าวโดยสรุป หัวใจส าคัญของการปฏิรูประบบการศึกษาอยู่ที่การสร้างระบบความรับผิดชอบ เพื่อ พัฒนาคุณภาพการศึกษาตามแนวคิดทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 โดยให้โรงเรียนมีความรับผิดชอบโดยตรงต่อ ผู้ปกครองและนักเรียนมากขึ้น โดยโรงเรียนควรเป็นหน่วยหลักในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา และมีอิสระในการ บริหารจัดการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการออกแบบหลักสูตร วิธีการสอน และวิธีการวัดผลตามแนวคิดทักษะแห่ง ศตวรรษที่ 21 ให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และเจตนารมณ์ของโรงเรียน รวมถึงตอบสนองต่อสภาพปัญหาและความ ต้องการชุมชน รวมถึงการฝึกอบรมพัฒนาครู และการประเมินคุณภาพสถานศึกษาภายใน โดยมีการปฏิรูประบบการ จัดท าและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับคุณภาพของสถานศึกษาต่อสาธารณะเพื่อเป็นพื้นฐานส าหรับการตัดสินใจของ ผู้ปกครองในการคัดเลือกโรงเรียน และสร้างระบบให้ความช่วยเหลือโรงเรียน ครูและนักเรียนที่มีปัญหาการปฏิรูป ระบบการศึกษาต้องด าเนินการร่วมกันใน 5 ด้าน อันได้แก่ (1) การปฏิรูปหลักสูตร สื่อการเรียนรู้และเทคโนโลยี (2)
๒๖ การปฏิรูประบบการวัดและประเมินผลการเรียน (3) การปฏิรูประบบการพัฒนาคุณภาพครู (4) การปฏิรูประบบ การประเมินคุณภาพสถานศึกษา และ (5) การปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษา ซึ่งรายละเอียดของข้อเสนอเพื่อ การปฏิรูปจะเล่าสู่กันฟังในโอกาสต่อไป 1.3 การสร้างนักเรียนให้มี “ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21” ในฐานะเป้าหมายของระบบความรับผิดชอบ ระบบความรับผิดชอบเพื่อการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนและการช่วยเหลือนักเรียน ครู และ สถานศึกษาที่มีปัญหา จักเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการก าหนดเป้าหมาย พันธะหน้าที่ เจ้าภาพในการรับผิดชอบพันธะ หน้าที่ต่าง ๆ และระบบการประเมินผล เช่นนี้แล้ว ผู้มอบหมายจึงจะสามารถก ากับดูแล ติดตาม ประเมินผล และ ตรวจสอบการท าหน้าที่ของผู้ได้รับมอบหมายได้ ซึ่งท าให้ผู้มอบหมายและภาครัฐสามารถเข้าไปร่วมช่วยเหลือและ ร่วมพัฒนาในกรณีที่ผู้ได้รับมอบหมายมีความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ระบบความรับผิดชอบควรถูกออกแบบขึ้น เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาบนเส้นทางของการสร้างนักเรียนให้มีทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 โดยรับผิดชอบต่อ นักเรียนและผู้ปกครอง ผ่านระบบการให้รางวัลและการลงโทษ และผ่านระบบการให้ความช่วยเหลือนักเรียน ครู หรือสถานศึกษาที่มีปัญหา เป้าหมายของระบบความรับผิดชอบก็คือความสามารถในการสร้างนักเรียนให้มีทักษะ แห่งศตวรรษที่ 21 1.4 การปฏิรูประบบการศึกษาขั้นพื้นฐานให้เกิดความรับผิดชอบภายใต้แนวคิดทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 หัวใจส าคัญของการปฏิรูประบบการศึกษาอยู่ที่การสร้างระบบความรับผิดชอบเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา ตามแนวคิดทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 และมีอิสระในการบริหารจัดการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการออกแบบหลักสูตร วิธีการสอน และวิธีการวัดผลตามแนวคิดทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และเจตนารมณ์ รวมถึง ตอบสนองต่อสภาพปัญหาและความต้องการของชุมชน ตลอดจนการฝึกอบรมและการพัฒนาครู และการประเมิน คุณภาพสถานศึกษาภายใน โดยมีการปฏิรูประบบการจัดท า และเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับคุณภาพของสถานศึกษา ต่อสาธารณะ เพื่อเป็นพื้นฐานส าหรับการตัดสินใจ การปรับหลักสูตร สื่อการเรียนรู้และการพัฒนาครู ก็ยังคงเป็นหัวใจส าคัญของการปฏิรูประบบการศึกษา เพราะระบบในปัจจุบันยังไม่เอื้ออ านวยให้เกิดการเรียนรู้ตามแนวคิดทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 แต่การปฏิรูป ระบบการเรียนรู้เพื่อให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสมกับบริบทของศตวรรษที่ 21 จ าเป็นต้องลงมือท า ควบคู่ไปกับการปฏิรูปด้านอื่น ๆ เช่น การสร้างระบบความรับผิดชอบดังที่ได้กล่าวไป รวมถึงการลดความเหลื่อมล้ า ของคุณภาพการศึกษา โดยจัดสรรงบประมาณให้กับพื้นที่ที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมมากขึ้น และสร้างระบบ ให้ความช่วยเหลือโรงเรียน ครู และนักเรียนที่มีปัญหา ทั้งนี้ การปฏิรูประบบการศึกษาต้องด าเนินการร่วมกันทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ (1) การปฏิรูปหลักสูตร สื่อการเรียนรู้ และเทคโนโลยี (2) การปฏิรูประบบการวัดและประเมินผลการเรียน (3) การปฏิรูประบบการพัฒนาคุณภาพครู (4) การปฏิรูประบบการประเมินคุณภาพสถานศึกษา และ (5) การปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษา
๒๗ ภาพที่ 9 การปฏิรูป 5 ด้าน เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 โดยการปฏิรูปนั้นต้องด าเนินไปทั้งสองระดับ คือ “ระดับประเทศ” ที่มุ่งตอบโจทย์ด้านการสร้างความ รับผิดชอบโดยบทบาทของรัฐเป็นส าคัญ และ “ระดับสถานศึกษา” ที่มุ่งตอบโจทย์ด้านความเป็นอิสระของ สถานศึกษาในฐานะหน่วยหลักของการจัดการเรียนการสอนและการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนเป็นส าคัญ (1) การปฏิรูประบบการศึกษาในระดับประเทศ แนวทางการปฏิรูประบบการศึกษาในระดับประเทศ มุ่งเน้นไปที่การสร้างระบบความรับผิดชอบ เป็นส าคัญ โดยรัฐปรับบทบาทมาเป็นผู้ก ากับดูแลคุณภาพของระบบการศึกษา ในการนี้จุดเริ่มต้นของการปฏิรูประบบการศึกษาเพื่อสร้างความรับผิดชอบ คือการปฏิรูประบบการ ทดสอบมาตรฐานระดับประเทศ (standardized test) ให้เป็นการทดสอบวัดความรู้ความเข้าใจและทักษะ (literacy-based test) ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 มากกว่าการทดสอบที่มุ่งวัดความรู้ใน เนื้อหาวิชาตามหลักสูตรดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เพื่อสร้างความรับผิดชอบในระบบการศึกษา ผลการสอบมาตรฐาน ระดับประเทศแบบใหม่จะถูกน าไปใช้ในการประเมินผลงานของครู การประเมินคุณภาพสถานศึกษา และการ ประเมินผลผู้บริหารสถานศึกษา กระบวนการสร้างความรับผิดชอบทั้งหมดนี้มีเป้าหมายสุดท้ายคือเพื่อให้เกิดการ พัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอน โดยสร้างผู้เรียนให้มีทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ภาพที่ 10 แนวทางการปฏิรูประบบการศึกษาในระดับประเทศ
๒๘ (2) การปฏิรูประบบการศึกษาในระดับสถานศึกษา แนวทางการปฏิรูปการศึกษาในระดับสถานศึกษาถือว่าโรงเรียนเป็นศูนย์กลางในการปรับเปลี่ยน โดยโรงเรียนต้องท าหน้าที่เป็นหน่วยหลักของการจัดการเรียนการสอนและการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน เงื่อนไขที่จ าเป็นของการปฏิรูปคือโรงเรียนต้องมีความเป็นอิสระในการบริหารการศึกษา โดยได้รับงบประมาณและ การสนับสนุนทางวิชาการที่เพียงพอจากรัฐ การปฏิรูปการศึกษาในระดับสถานศึกษาเน้นไปที่การพัฒนาคุณภาพของการจัดการเรียนการสอน เป็นส าคัญ ภายใต้หลักความยืดหยุ่น ความหลากหลาย ความมีพลวัต การมีส่วนร่วมจากผู้ปกครองและชุมชน ความสามารถในการตอบสนองความต้องการของผู้เรียนและชุมชน และการมีสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่เอื้อให้ เกิดการเรียนรู้และการพัฒนา ภาพที่ 11 แนวทางการปฏิรูประบบการศึกษาในระดับสถานศึกษา (3) การปฏิรูปหลักสูตร สื่อการเรียนรู้ และเทคโนโลยี หลักสูตร สื่อการเรียนรู้ และเทคโนโลยี ของระบบการศึกษาไทยยังมีช่องว่างในการปรับปรุงให้ สอดคล้องกับแนวคิดทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ในส่วนของการวิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางของไทย พบว่า (1.1) หลักสูตรยังขาดวิสัยทัศน์และเป้าหมายที่ชัดเจนในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ตามแนวทางการ เรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 (1.2) องค์ประกอบหลายส่วนในหลักสูตรยังไม่ได้รับการออกแบบให้ส่งเสริมการพัฒนาทักษะแห่ง ศตวรรษที่ 21 ตามแนวคิด “หลักสูตรกระชับ” “หลักสูตรช่างคิด” และ “หลักสูตรบูรณาการ” (1.3) โครงสร้างเวลาเรียนก าหนดเวลาเรียนอย่างเคร่งครัดตามสาระการเรียนรู้ และก าหนด จ านวนชั่วโมงเรียนตามข้อบังคับของหลักสูตรมากเกินไป ซึ่งขัดแย้งกับแนวคิด “สอนให้น้อยลง เรียนรู้ให้มากขึ้น” (1.4) ตัวชี้วัดมีลักษณะอิงเนื้อหาค่อนข้างมากในหลายสาระการเรียนรู้ ซึ่งท าให้เนื้อหาในหลักสูตร มีลักษณะแยกส่วน และไม่สนับสนุนการพัฒนาทักษะเท่าที่ควร (4) การปฏิรูประบบการวัดและประเมินผลการเรียน ระบบการวัดและประเมินผลการเรียนในปัจจุบัน ซึ่งเน้นการทดสอบเป็นหลัก ไม่สามารถน าพา นักเรียนให้มีทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ได้ เนื่องจากข้อสอบส่วนใหญ่มีลักษณะท่องจ าและมุ่งเน้นแต่เนื้อหา ไม่ ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์และการวิพากษ์ อีกทั้งไม่ช่วยเสริมสร้างทักษะอื่นที่จ าเป็น เช่น ความคิดสร้างสรรค์และการ ท างานเป็นทีม การปฏิรูประบบการวัดและประเมินผลการเรียนในสองระดับ ทั้งในระดับประเทศ เพื่อสร้างความ
๒๙ รับผิดชอบ และในระดับโรงเรียน เพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน ในระดับประเทศ ระบบการทดสอบมาตรฐานใน ระดับประเทศ โดยปรับจากระบบ O-NET และอื่นๆ ในปัจจุบัน เป็นการทดสอบเพื่อวัดความรู้ความเข้าใจและทักษะ (literacy-based test) ซึ่งสามารถประยุกต์เนื้อหาเข้ากับโจทย์ในชีวิตประจ าวันได้ นักเรียนต้องใช้ความเข้าใจและ ความสามารถในการประยุกต์เพื่อท าข้อสอบ มากกว่าใช้ความจ าหรือการใช้เทคนิคการท าข้อสอบ โดยปราศจาก ความเข้าใจที่แท้จริง และน าผลการทดสอบมาตรฐานระดับประเทศแบบใหม่นี้ไปสร้างความรับผิดชอบในระบบ การศึกษา เช่น การประเมินผลงานของครู การประเมินสถานศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพและช่วยเหลือสถานศึกษาที่มี ปัญหา และการประเมินผลและให้รางวัลแก่ผู้บริหารสถานศึกษา (5) การปฏิรูประบบการพัฒนาคุณภาพครู การศึกษาวิเคราะห์ระบบการพัฒนาคุณภาพครูในสองมิติ ได้แก่ ระบบการฝึกอบรมครู และระบบ การประเมินสมรรถนะและผลงานครูเพื่อให้ผลตอบแทน ในส่วนของระบบการฝึกอบรมครู ชี้ว่าสภาพปัญหาส าคัญ ในปัจจุบันคือรัฐมีบทบาทอย่างมากในการจัดหาผู้จัดการอบรมและจัดท าเกณฑ์รับรองหลักสูตร ท าให้หลักสูตรการ ฝึกอบรมครูไม่สอดคล้องกับปัญหาที่ครูและโรงเรียนเผชิญ การอบรมส่วนใหญ่เป็นการฟังบรรยายมากกว่าการฝึก ปฏิบัติ รวมทั้งยังขาดระบบติดตามและสนับสนุนให้มีการน าความรู้ไปใช้ จึงท าให้การอบรมสิ้นสุดเพียงขั้นตอนการ สร้างและถ่ายทอดความรู้ แต่ไปไม่ถึงขั้นตอนการน าความรู้ไปปฏิบัติ การฝึกปฏิบัติ และการทบทวนและแลกเปลี่ยน เพื่อแก้ไขปัญหาจากการปฏิบัติ อีกทั้งผลการประเมินคุณภาพครูและสถานศึกษาไม่ได้ถูกน ามาใช้ในการประเมิน คุณภาพของการฝึกอบรมครู (6) การประเมินคุณภาพสถานศึกษา การประเมินคุณภาพสถานศึกษากระท าผ่านระบบการประเมินคุณภาพภายนอก ภายใต้การดูแล ของส านักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เป็นหลักระบบการประเมินคุณภาพภายนอก ดังกล่าวมีปัญหาหลายประการในปฏิบัติการจริง ตัวอย่างเช่น ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนมีน้ าหนักเพียงร้อย ละ 20 ของคะแนนทั้งหมด และวัดจากสัดส่วนของนักเรียนที่ผ่านขีดจ ากัดล่าง ซึ่งอยู่ในระดับค่อนข้างต่ า ผู้ประเมิน มีปัญหาด้านคุณภาพและความเป็นมืออาชีพ และทรัพยากรในการประเมินมีจ ากัด ในขณะที่ต้องประเมิน สถานศึกษาจ านวน 35,000 แห่งภายในเวลา 5 ปี ส าหรับการประเมินคุณภาพภายในโดยสถานศึกษาเองก็ยังมีปัญหาในเชิงคุณภาพ โดยมุ่งกระท า เพื่อสนับสนุนระบบประเมินคุณภาพภายนอกมากกว่าจะเป็นไปเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนในสถานศึกษา การประเมินคุณภาพภายนอกยังเชื่อมโยงการใช้ประโยชน์จากการประเมินคุณภาพภายในได้ไม่ดีพอ เช่น ผู้ประเมิน ภายนอกไม่ได้รับรายงานการประเมินคุณภาพภายในก่อนออกตรวจประเมิน ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการปฏิรูป ระบบประเมินคุณภาพสถานศึกษา โดยชี้ว่าระบบการประเมินคุณภาพสถานศึกษาควรใช้การประเมินคุณภาพภายใน ของสถานศึกษาเป็นหน่วยหลักในการประเมินเพื่อพัฒนาคุณภาพ โดยสะท้อนให้เห็นจุดแข็งและจุดอ่อนของ สถานศึกษาตามที่เป็นจริงแบบไม่มุ่งตัดสิน แต่มีบทบาทในการชี้ปัญหาเพื่อแก้ไข (7) การปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษา ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษาคือ แนวทางการปฏิรูปควรมี วัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรับผิดชอบและลดความเหลื่อมล้ าระหว่างพื้นที่ควบคู่กันไป ผ่านสูตรการจัดสรร งบประมาณของรัฐที่ค านึงถึงสภาพเศรษฐกิจและสังคมในแต่ละพื้นที่ที่แตกต่างกัน และให้งบประมาณอย่างเพียงพอ ต่อการพัฒนานักเรียนให้ข้ามผ่านมาตรฐานขั้นต่ าตามที่ก าหนดเป็นเป้าหมายไว้ได้ ในระยะยาว รัฐควรปรับเปลี่ยน ระบบการเงินเพื่อการศึกษาไปสู่ระบบการเงินด้านอุปสงค์ให้มากขึ้น จะช่วยเพิ่มระดับความรับผิดชอบให้แก่ระบบ การศึกษา
๓๐ นโยบายเร่งด่วนเพื่อร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ๑. ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง 1.1 พัฒนาและเสริมสร้างความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติพร้อมทั้งน้อมน าและเผยแพร่ศาสตร์ พระราชา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รวมถึงแนวทางพระราชด าริต่าง ๆ 1.2 เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมอย่างถูกต้องกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในบริบทของไทย มีความเป็นพลเมืองดี ยอมรับและเคารพความหลากหลาย ทางความคิดและอุดมการณ์ 1.3 ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ ทั้งยา เสพติด การค้ามนุษย์ ภัยจากไซเบอร์ ภัยพิบัติจากธรรมชาติ โรคอุบัติใหม่ ฯลฯ 1.4 ยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างเสริมโอกาสในการเข้าถึงบริการการศึกษา ในเขตพัฒนาพิเศษ เฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และพื้นที่ชายแดนอื่น ๆ 1.5 สร้างความรู้ ความเข้าใจในขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้าน กลุ่มชาติ พันธุ์ และชาวต่างชาติที่มีความหลากหลาย 2. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน 2.1 ยกระดับการจัดการศึกษาอาชีพ กศน. เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของประชาชนให้รองรับ อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ (First S – curve และ New S – curve) โดยเฉพาะในพื้นที่เขตระเบียง เศรษฐกิจ และเขตพัฒนาพิเศษตามภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ ส าหรับพื้นที่ปกติให้พัฒนาอาชีพที่เน้นการต่อยอด ศักยภาพและตามบริบทของพื้นที่ 2.2 จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออก ยกระดับการศึกษาให้กับประชาชนให้จบการศึกษาอย่าง น้อยการศึกษาภาคบังคับ สามารถน าคุณวุฒิที่ได้รับไปต่อยอดในการประกอบอาชีพ รองรับการพัฒนาเขตพื้นที่ ระเบียบเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) 2.3 พัฒนาและส่งเสริมประชาชนเพื่อต่อยอดการผลิตและจ าหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ กศน. ออนไลน์ พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนในการเพิ่มช่องทางการจ าหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น ๓. ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 3.1 สรรหา และพัฒนาครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมและการเรียนรู้เป็นผู้เชื่อมโยง ความรู้กับผู้เรียนและผู้รับบริการ มีความเป็น “ครูมืออาชีพ” มีจิตบริการ มีความรอบรู้และทันต่อการเปลี่ยนแปลง ของสังคม และเป็น “ผู้อ านวยการการเรียนรู้” ที่สามารถบริหารจัดการความรู้ กิจกรรม และการเรียนรู้ที่ดี 1) เพิ่มอัตราข้าราชการครูให้กับสถานศึกษาทุกประเภท 2) พัฒนาข้าราชการครูในรูปแบบครบวง ตามหลักสูตรที่เชื่อมโยงกับวิทยฐานะ 3) พัฒนาครูให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นเรื่องการพัฒนาทักษะการ จัดการเรียนการสอนออนไลน์ ทักษะภาษาต่างประเทศ ทักษะการจัดกระบวนการเรียนรู้ 4) พัฒนาศึกษานิเทศก์ ให้สามารถปฏิบัติการนิเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5) พัฒนาบุคลากรทุกระดับทุกประเภทให้มีความรู้และทักษะเรื่องการใช้ประโยชน์จากดิจิทัลและ ภาษาต่างประเทศที่จ าเป็น รวมทั้งความรู้เกี่ยวกับอาชีพที่รองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ (First S – Curve และ New S – Curve) 3.2 พัฒนาหลักสูตรการจัดการศึกษาอาชีพระยะสั้น ให้มีความหลากหลาย ทันสมัย เหมาะสมกับบริบท ของพื้นที่ และตอบสนองความต้องการของประชาชนผู้รับบริการ
๓๑ 3.3 ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ เอื้อต่อการเรียนรู้ส าหรับทุกคน สามารถเรียน ได้ทุกที่ทุกเวลา มีกิจกรรมที่หลากหลาย น่าสนใจ สนองตอบความต้องการของชุมชน 3.4 เสริมสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ประสาน ส่งเสริมความร่วมมือภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อ สร้างความเข้าใจ และให้เกิดความร่วมมือในการส่งเสริม สนับสนุน และจัดการศึกษาและการเรียนรู้ให้กับประชาชน อย่างมีคุณภาพ 3.5 พัฒนานวัตกรรมทางการศึกษาเพื่อประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาและกลุ่มเป้าหมาย เช่น จัด การศึกษาออนไลน์ กศน. ทั้งในรูปแบบของการศึกษาขั้นพื้นฐาน การพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะอาชีพและการศึกษา ตามอัธยาศัย รวมทั้งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในการปฏิบัติงาน การบริหารจัดการ การจัดการเรียนรู้ และใช้การวิจัย อย่างง่ายเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ 3.6 พัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา และประชาชนทั่วไป ด้านความรู้ความเข้าใจและ ทักษะในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy) 3.7 ยกระดับการศึกษาให้กับกลุ่มเป้าหมายทหารกองประจ าการ รวมทั้งกลุ่มเป้าหมายพิเศษอื่น ๆ อาทิ ผู้ต้องขัง คนพิการ เด็กออกกลางคัน ประชากรวัยเรียนที่อยู่นอกระบบการศึกษา ให้จบการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3.8 พัฒนาทักษะภาษาต่างประเทศเพื่อการสื่อสารของประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ โดยเน้นทักษะภาษา เพื่ออาชีพ ทั้งในภาคธุรกิจ การบริการ และการท่องเที่ยว 3.9 เตรียมความพร้อมของประชาชนในการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่เหมาะสมและมีคุณภาพ 3.10 จัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์เชิงรุกให้กับประชาชนในชุมชน โดยให้ความรู้วิทยาศาสตร์อย่างง่ายทั้ง วิทยาศาสตร์ในวิถีชีวิต และวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจ าวัน รวมทั้งความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและ นวัตกรรม 3.11 ส่งเสริมการรู้ภาษาไทยให้กับประชาชนให้รูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะประชาชนในเขตพื้นที่สูงให้ สามารถฟัง พูด อ่าน และเขียนภาษาไทย เพื่อประโยชน์ในการใช้ชีวิตประจ าวันได้ 4. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 4.1 พัฒนาแหล่งเรียนรู้ให้มีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้มีความพร้อมในการ ให้บริการกิจกรรมการศึกษาและการเรียนรู้ 1) เร่งยกระดับ กศน. ต าบลน าร่อง 928 แห่ง (อ าเภอละ 1 แห่ง) ให้เป็น กศน.ต าบล 5 ดี พรี เมี่ยม ที่ประกอบด้วย ครูดี สถานที่ดี (ตามบริบทของพื้นที่) กิจกรรมดี เครือข่ายดี และมีวัฒนธรรมการเรียนรู้ที่ดีมี ประโยชน์ 2) จัดให้มีศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ กศน. เพื่อยกระดับการเรียนรู้ เป็นพื้นที่การเรียนรู้ (Co – Learning Space) ที่ทันสมัยส าหรับทุกคน มีความพร้อมในการให้บริการต่าง ๆ 3) พัฒนาห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” ให้เป็น Digital Library 4.2 จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ส าหรับทุกช่วงวัย ที่มีกิจกรรมที่หลากหลาย ตอบสนองความต้องการในการ เรียนรู้ในแต่ละวัย เพื่อให้มีพัฒนาการเรียนรู้ที่เหมาะสม และมีความสุขกับการเรียนรู้ตามความสนใจ 4.3 ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ส าหรับกลุ่มเป้าหมายผู้พิการ โดยเน้น รูปแบบการศึกษาออนไลน์
๓๒ 5. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 5.1 ส่งเสริมให้มีการให้ความรู้กับประชาชน ในการรับมือและปรับตัวเพื่อลดความเสียหายจากภัย ธรรมชาติและผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 5.2 สร้างความตระหนักถึงความส าคัญของการสร้างสังคมสีเขียว ส่งเสริมความรู้ให้ประชาชนเกี่ยวกับ การคัดแยกตั้งแต่ต้นทาง การก าจัดขยะ และการน ากลับมาใช้ซ้ า 5.3 ส่งเสริมให้หน่วยงานและสถานศึกษาใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งลดการใช้ ทรัพยากรที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น รณรงค์เรื่องการลดการใช้ถุงพลาสติก การประหยัดไฟฟ้า เป็นต้น 6. ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ 6.1 พัฒนาและปรับระบบวิธีการปฏิบัติราชการให้ทันสมัย มีความโปร่งใส ปลอดการทุจริตและ ประพฤติมิชอบ บริหารจัดการบนข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ มุ่งผลสัมฤทธิ์มีความโปร่งใส 6.2 น านวัตกรรมและเทคโนโลยีระบบการท างานที่เป็นดิจิทัลมาใช้ในการบริหารและพัฒนางาน 6.3 ส่งเสริมกาพัฒนาบุคลากรทุกระดับอย่างต่อเนื่อง ให้มีความรู้และทักษะตามมาตรฐานต าแหน่งให้ ตรงกับสายงาน ความข านาญ และความต้องการของบุคลากร การขับเคลื่อน กศน. สู่ กศน.WOW ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์) 1. พัฒนาครู กศน.และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมการศึกษาและเรียนรู้ : Good Teacher เป็นผู้เชื่อมโยงความรู้กับผู้เรียนผู้รับบริการ มีความเป็น “ครูมืออาชีพ” มีจิตบริการ มีความรอบรู้ และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม เป็นผู้จัดกิจกรรม การเรียนรู้และบริหารจัดการความรู้ที่ดี 1.1 เพิ่มอัตราข้าราชการครู กศน. 928 อัตรา (1) ให้เร่งด าเนินการเรื่องการหาอัตราต าแหน่ง การสรรหา บรรจุ แต่งตั้ง ข้าราชการครู กศน. 928 อัตรา เพื่อจัดสรรให้กับ กศน.อ าเภอทุกแห่ง ๆ ละ 1 อัตรา 1.2 พัฒนาครู และบุคลากร (1) พัฒนาครู กศน.ต าบลเพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้น เรื่อง การพัฒนาทักษะการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ทักษะภาษาต่างประเทศ ทักษะการจัดกระบวนการเรียนรู้ (2) พัฒนาศึกษานิเทศก์ให้สามารถปฏิบัติการนิเทศได้อย่างมีศักยภาพ (3) พัฒนาบุคลากร กศน.ทุกระดับทุกประเภทให้มีทักษะความรู้เรื่องการใช้ประโยชน์จากดิจิทัล และภาษาต่างประเทศที่จ าเป็น 2. พัฒนา กศน.ต าบลให้มีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ : Good Place–Best Check in ให้มีความพร้อมในการให้บริการกิจกรรมการศึกษาและเรียนรู้ เป็นแหล่งข้อมูลสาธารณะที่ง่ายต่อการเข้าถึง มี บรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้เป็นเสมือนคาเฟ่การเรียนรู้ส าหรับทุกคนทุกช่วงวัย มีสิ่งอ านวยความ สะดวก มีความสวยงามที่ดึงดูดความสนใจ และมีความปลอดภัยส าหรับผู้ใช้บริการ 2.1 เร่งยกระดับ กศน.ต าบล 928 แห่ง (อ าเภอละ 1 แห่ง) เป็น กศน.ต าบล 5 ดี พรีเมี่ยม ที่ประกอบด้วย ครูดี สถานที่ดี (ตามบริบทของพื้นที่) กิจกรรมดี เครือข่ายดี และมีนวัตกรรมดีมีประโยชน์ 2.2 จัดให้มีศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ กศน.ใน 5 ภูมิภาค เป็น Co - Learning Space ศูนย์การเรียนรู้
๓๓ ที่ทันสมัยส าหรับทุกคน โดยเปิดพื้นที่เพื่อยกระดับการเรียนรู้ พร้อมเปิดบริการต่างๆ อาทิ พื้นที่ส าหรับการท างาน/ การเรียนรู้ พื้นที่ส าหรับท ากิจกรรมต่างๆ ห้องประชุมกลุ่มย่อย รวมทั้งให้บริหารห้องสมุดทั้งในรูปแบบดิจิทัล และ สืบค้นหนังสือในห้องสมุดด้วยตนเอง บริการอินเทอร์เน็ต มัลติมีเดีย เพื่อรองรับการเรียนรู้แบบ Active learning 2.3 พัฒนาห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” จ านวน 103 แห่ง ให้เป็น Digital Library โดยให้มี บริการ Free Wi-fi บริการหนังสือในรูปแบบ e-Book บริการคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตเพื่อการสืบค้นข้อมูล 2.4 ปรับปรุงรถการอ่านเคลื่อนที่ เพื่อการเข้าถึงการอ่านในทุกพื้นที่ ทุกชุมชน 3. ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ : Good Activities พัฒนากระบวนการเรียนรู้ให้มีความทันสมัย เอื้อต่อการเรียนรู้ ส าหรับทุกคน ที่สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา มีกิจกรรมที่หลากหลาย น่าสนใจ สนองตอบความต้องการของชุมชน เพื่อพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของ การขับเคลื่อน กศน. สู่ กศน.WOW ประชาชน รวมทั้งใช้ประโยชน์จากประชาชนในชุมชนในการร่วมจัดกิจกรรมการ เรียนรู้เพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของคนในชุมชนไปสู่การจัดการความรู้ของชุมชนอย่างยั่งยืน 3.1 พัฒนาการจัดการศึกษาออนไลน์ กศน. โดยให้มีการเรียนออนไลน์สายสามัญ การเรียนออนไลน์ เรื่องทักษะอาชีพ และการพัฒนาเว็บเพจการค้าออนไลน์ 3.2 ให้มีหลักสูตรลูกเสือมัคคุเทศก์ โดยให้ กศน.จังหวัดทุกจังหวัด/ กทม. จัดตั้งกองลูกเสือที่เป็นลูกเสือที่มี ความพร้อมด้านทักษะภาษาต่างประเทศเป็นลูกเสือมัคคุเทศก์จังหวัดละ 1 กอง เพื่อส่งเสริมลูกเสือจิตอาสา พัฒนาการท่องเที่ยวในแต่ละจังหวัด 3.3 เร่งปรับหลักสูตรการจัดการศึกษาอาชีพ กศน. ให้เป็นอาชีพที่รองรับอุตสาหกรรมอนาคต (New Scurve) โดยเฉพาะจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษให้ด าเนินการโดยเร่งด่วน ส าหรับพื้นที่ปกติให้พัฒนา อาชีพที่เน้นการต่อยอดศักยภาพและบริบทตามบริบทของพื้นที่ 4. เสริมสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย : Good Partnerships ประสาน ส่งเสริมความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อสร้างความเข้าใจ และให้เกิดความร่วมมือในการ ส่งเสริม สนับสนุน และจัดการศึกษาและการเรียนรู้ให้กับประชาชนอย่างมีคุณภาพ 4.1 เร่งจัดท าท าเนียบภูมิปัญญาท้องถิ่นในแต่ละต าบล เพื่อใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นในการสร้าง การเรียนรู้จากองค์ความรู้ในตัวบุคคลให้เกิดการถ่ายทอดภูมิปัญญา สร้างคุณค่าทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน 4.2 ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การจัดการเรียนรู้ชุมชน 4.3 ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายเพื่อการขยาย และพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มอย่างกว้างขวางและมีคุณภาพ อาทิ กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่ม อสม. 5. พัฒนานวัตกรรมทางการศึกษาเพื่อประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาและกลุ่มเป้าหมาย : Good Innovation ให้พัฒนานวัตกรรมหรือสร้างสรรค์การด าเนินงานใหม่ๆ เพื่อสร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ พัฒนา กระบวนการเรียนรู้ให้ทันสมัย 5.1 เร่งจัดตั้งศูนย์ให้ค าปรึกษา และพัฒนาผลิตภัณฑ์Brand กศน. เพื่อยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ การ บริหารจัดการการผลิต การส่งออก การตลาด และสร้างช่องทางการจ าหน่าย ตลอดจนส่งเสริมการใช้ประโยชน์จาก เทคโนโลยีในการเผยแพร่และจ าหน่ายผลิตภัณฑ์ 5.2 พัฒนาสินค้า และผลิตภัณฑ์ กศน. พร้อมทั้งให้มีการคัดเลือกสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่เป็นสุดยอด กศน. ของแต่ละจังหวัด เพื่อส่งไปจัดจ าหน่ายยังสถานีจ าหน่ายน้ ามัน ซึ่งจะเป็นการสร้างช่องทางจ าหน่ายสินค้าและ ผลิตภัณฑ์ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น 5.3 ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในการปฏิบัติงาน การบริหารจัดการ และการจัดการเรียนรู้ 5.4 ให้มีการใช้วิจัยอย่างง่ายเพื่อการสร้างนวัตกรรมใหม่
๓๔ 6. จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ส าหรับทุกช่วงวัย : Good Learning Centre ที่เป็นศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตที่สามารถให้บริการประชาชนในชุมชนได้ทุกคน ทุกช่วงวัย ที่มีกิจกรรมที่ หลากหลาย สนองตอบความต้องการในการเรียนรู้ในแต่ละช่วงวัย และเป็นศูนย์บริการความรู้ ศูนย์การจัดกิจกรรมที่ ครอบคลุมทุกกลุ่มวัย เพื่อให้มีพัฒนาการเรียนรู้ที่เหมาะสม และมีความสุขกับการเรียนรู้ตามความสนใจ 6.1 ให้เร่งประสานกับส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อจัดท าท าเนียบข้อมูลโรงเรียนที่ถูก ยุบรวม หรือคาดว่าน่าจะถูกยุบรวม 6.2 ให้ส านักงาน กศน.จังหวัด ในจังหวัดที่มีโรงเรียนที่ถูกยุบรวมประสานขอใช้พื้นที่ เพื่อจัดตั้งศูนย์การ เรียนรู้ส าหรับทุกช่วงวัย กศน นโยบายและจุดเน้นการด าเนินงานส านักงาน กศน. ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 25๖๕ (ร่าง) นโยบายและจุดเน้นการด าเนินงาน ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ………………………………………………………………………………….. ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) ได้ก าหนดแผนแม่บทประเด็นการพัฒนาศักยภาพคนตลอด ช่วงชีวิต โดยมีแผนย่อยที่เกี่ยวข้องกับการใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนได้แก่ แผนย่อยประเด็นการ พัฒนาการเรียนรู้ และแผนย่อยประเด็นการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต ที่มุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อ ต่อการพัฒนา และเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์ การพัฒนาเด็กตั้งแต่ช่วงการตั้งครรภ์จนถึงปฐมวัย การพัฒนาช่วงวัย เรียน/วัยรุ่น การพัฒนาและยกระดับศักยภาพวัยแรงาน รวมถึงการส่งเสริมศักยภาพวัยผู้สูงอายุ ประเด็นการ พัฒนาการเรียนรู้ ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 และพหุปัญญาของมนุษย์ที่หลากหลาย ประกอบกับแผนการปฏิรูป ประเทศด้านการศึกษา นโยบายรัฐบาลทั้งในส่วนนโยบายหลักด้านการปฏิรูป กระบวนการเรียนรู้ และการพัฒนาศักยภาพ คนตลอดช่วงชีวิต และนโยบายเร่งด่วนเรื่องการเตรียม คนไทยสู่ ศตวรรษที่ 21 ตลอดจนแผนพัฒนาประเทศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2568) นโยบายและแผนระดับชาติ ว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. 2562 2568) โดย คาดหวังว่าการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต ประชาชนจะได้รับ การพัฒนาการเรียนรู้ให้เป็นคนดี คนเก่งมี คุณภ าพ และมีคว ามพร้อมร่วมขับเคลื่อนก า รพัฒน าประเทศสู่คว ามมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน และ กระทรวงศึกษาธิการ ได้ก าหนดนโยบายและจุดเน้น ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ขึ้น เพื่อเป็น เข็มมุ่งของ หน่วยงานภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ ขับเคลื่อนการด าเนินงานให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของแผนต่าง ๆ ดังกล่าว ส านักงาน กศน. เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ตระหนัก ถึงความส าคัญของการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต ได้มุ่งมั่นขับเคลื่อนภารกิจหลักตามแผนพัฒนาประเทศ และนโยบาย และจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ค านึงถึงหลักการบริหารจัดการทั้งในเรื่องหลักธรรมาภิบาล หลักการกระจาย อ านาจ การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ และ ปฏิบัติการด้านข้อมูลข่าวสาร การสร้างบรรยากาศในการท างานและการเรียนรู้ ตลอดจนการใช้ทรัพยากรด้านการ จัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ โดยเน้น การพัฒนาคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษา ต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัย ใน 4 ประเด็นใหญ่ ประกอบด้วย การจัดการเรียนรู้คุณภาพ การสร้าง สมรรถนะและทักษะคุณภาพ องค์กร สถานศึกษา และแหล่งเรียนรู้คุณภาพ และการบริหารจัดการคุณภาพ อันจะ น าไปสู่การสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ํา ทางการศึกษา การยกระดับคุณภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการ
๓๕ ให้บริการส าหรับทุกกลุ่มเป้าหมาย และสร้างความพึงพอใจ ให้กับผู้รับริการ โดยได้ก าหนดนโยบายและจุดเน้นการ ด าเนินงาน ส านักงาน กศน. ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ดังนี้ หลักการ กศน. เพื่อประชาชน “ก้าวใหม่ : ก้าวแห่งคุณภาพ” นโยบายและจุดเน้นการด าเนินงาน ส านักงาน กศน. ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 1. ด้านการจัดการเรียนรู้คุณภาพ 1.1 น้อมน าพระบรมราโชบายสู่การปฏิบัติ รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการด าเนินงาน โครงการ อันเนื่องมาจากพระราชด าริทุกโครงการ และโครงการอันเกี่ยวเนื่องจากราชวงศ์ 1.2 ขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ที่สนองตอบยุทธศาสตร์ชาติ และนโยบายของรัฐมนตรีว่าการ และรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 1.3 ส่งเสริมการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคง การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ในการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย การเรียนรู้ที่ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม สร้างวินัย จิตสาธารณะ และอุดมการณ์ ความยึดมั่นใน สถาบันหลักของชาติ รวมถึงการมีจิตอาสา ผ่านกิจกรรมต่างๆ 1.4 ปรับปรุงหลักสูตรทุกระดับทุกประเภทให้สอดรับกับการพัฒนาคน ทิศทางการพัฒนาประเทศ สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลง ความต้องการและความหลากหลายของผู้เรียน/ผู้รับบริการ รวมถึงปรับลด ความ หลากหลายและความซ้ําซ้อนของหลักสูตร เช่น หลักสูตรการศึกษาส าหรับกลุ่มเป้าหมายบนพื้นที่สูง พื้นที่พิเศษ และพื้นที่ชายแดน รวมทั้งกลุ่มชาติพันธุ์ 1.5 ปรับระบบทดสอบ วัดผล และประเมินผล โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือให้ผู้เรียน สามารถ เข้าถึงการประเมินผลการเรียนรู้ได้ตามความต้องการ เพื่อการสร้างโอกาสในการเรียนรู้ ให้ความส าคัญกับ การเทียบ ระดับการศึกษา และการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ พัฒนาระบบการประเมินสมรรถนะผู้เรียน ให้ตอบโจทย์ การประเมินในระดับประเทศและระดับสากล เช่น การประเมินสมรรถภาพผู้ใหญ่ ตลอดจนกระจายอ านาจ ไปยัง พื้นที่ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 1.6 ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในการจัดหลักสูตรการเรียนรู้ในระบบออนไลน์ด้วยตนเองครบวงจร ตั้งแต่การ ลงทะเบียนจนการประเมินผลเมื่อจบหลักสูตร ทั้งการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษา ต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อเป็นการสร้างและขยายโอกาสในการเรียนรู้ให้กับกลุ่มเป้าหมายที่สามารถ เรียนรู้ ได้สะดวก และตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียน 1.7 พัฒนา Digital Learning Platform แพลตฟอร์มการเรียนรู้ของส านักงาน กศน. ตลอดจน พัฒนาสื่อ การเรียนรู้ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ และให้มีคลังสื่อการเรียนรู้ที่เป็นสื่อที่ถูกต้องตามกฎหมาย ง่ายต่อการ สืบค้นและน าไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ 1.8 เร่งด าเนินการเรื่อง Academic Credit-bank System ในการสะสมและเทียบโอนหน่วยกิต เพื่อการ สร้างโอกาสในการศึกษา 1.9 พัฒนาระบบนิเทศการศึกษา การก ากับ ติดตาม ทั้งในระบบ On-Site และ Online รวมทั้ง ส่งเสริม การวิจัยเพื่อเป็นฐานในการพัฒนาการด าเนินงานการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 2. ด้านการสร้างสมรรถนะและทักษะคุณภาพ 2.1 ส่งเสริมการจัดการศึกษาตลอดชีวิตที่เน้นการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นส าหรับแต่ละช่วงวัย และ การจัดการศึกษาและการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับแต่ละกลุ่มเป้าหมายและบริบทพื้นที่
๓๖ 2.2 พัฒนาหลักสูตรอาชีพระยะสั้นที่เน้น New skill Up skill และ Re skเที่สอดคล้องกับบริบท พื้นที่ ความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ความต้องการของตลาดแรงงาน และกลุ่มอาชีพใหม่ที่รองรับ Disruptive Technology 2.3 ยกระดับผลิตภัณฑ์ สินค้า บริการจากโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน ที่เน้น “ส่งเสริมความรู้ สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี” ให้มีคุณภาพมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับของตลาด ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อ สร้างมูลค่าเพิ่ม พัฒนาสู่วิสาหกิจชุมชน ตลอดจนเพิ่มช่องทางประชาสัมพันธ์และช่องทางการจ าหน่าย 2.4 ส่งเสริมการจัดการศึกษาของผู้สูงอายุเพื่อให้เป็น Active Ageing Workforce และมี Life Skill ในการ ด ารงชีวิตที่เหมาะกับช่วงวัย 2.5 ส่งเสริมการจัดการศึกษาที่พัฒนาทักษะที่จ าเป็นส าหรับกลุ่มเป้าหมายพิเศษ เช่น ผู้พิการ ออทิสติก เด็กเร่ร่อน และผู้ด้อยโอกาสอื่นๆ 2.6 ส่งเสริมการพัฒนาทักษะดิจิทัลและทักษะด้านภาษาให้กับบุคลากร กศน. และผู้เรียนเพื่อรองรับ การ พัฒนาประเทศ 2.7 ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมของผู้เรียน กศน. 2.8 สร้าง อาสาสมัคร กศน. เพื่อเป็นเครือข่ายในการส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษาตลอดชีวิต ใน ชุมชน 2.9 ส่งเสริมการสร้างและพัฒนานวัตกรรมของบุคลากร กศน. รวมทั้งรวบรวมและเผยแพร่เพื่อให้ หน่วยงาน / สถานศึกษา น าไปใช้ในการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน 3. ด้านองค์กร สถานศึกษา และแหล่งเรียนรู้คุณภาพ 3.1 ทบทวนบทบาทหน้าที่ของหน่วยงาน สถานศึกษา เช่น สถาบัน กศน.ภาค สถาบันการศึกษา และ พัฒนาต่อเนื่องสิรินธร สถานศึกษาขึ้นตรงสังกัดส่วนกลาง กลุ่มส านักงาน กศน.จังหวัด ศูนย์ฝึกและพัฒนาราษฎร ไทย บริเวณชายแดน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาตลอดชีวิตในพื้นที่ 3.2 ยกระดับมาตรฐาน กศน.ต าบล และศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” (ศศช.) ให้เป็น พื้นที่การเรียนรู้ตลอดชีวิตที่ส าคัญของชุมชน 3.3 ปรับรูปแบบกิจกรรมในห้องสมุดประชาชน ที่เน้น Library Delivery เพื่อเพิ่มอัตราการอ่าน และการรู้ หนังสือของประชาชน 3.4 ให้บริการวิทยาศาสตร์เชิงรุก Science@homeโดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือน าวิทยาศาสตร์ สู่ ชีวิตประจ าวันในทุกครอบครัว 3.5 ส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างพื้นที่การเรียนรู้ ในรูปแบบ Public Learning Space/ Co- (eaming Space เพื่อการสร้างนิเวศการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นสังคม 3.6 ยกระดับและพัฒนาศูนย์ฝึกอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดน ให้เป็นสถาบันพัฒนาอาชีพระดับภาค 3.7 ส่งเสริมและสนับสนุนการด าเนินงานของกลุ่ม กศน. จังหวัดให้มีประสิทธิภาพ 4. ด้านการบริหารจัดการคุณภาพ 4.1 ขับเคลื่อนกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ตลอดจนทบทวนภารกิจบทบาท โครงสร้างของหน่วยงานเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงตามกฎหมาย 4.2 ปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ ค าสั่ง และข้อบังคับต่าง ๆ ให้มีความทันสมัย เอื้อต่อการบริหาร จัดการ และการจัดการเรียนรู้ เช่น การปรับหลักเกณฑ์ค่าใช้จ่ายในการจัดหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่อง 4.3 ปรับปรุงแผนอัตราก าลัง รวมทั้งก าหนดแนวทางที่ชัดเจนในการน าคนเข้าสู่ต าแหน่ง การย้าย โอน และ การเลื่อนระดับ
๓๗ 4.4 ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรทุกระดับให้มีความรู้และทักษะตามมาตรฐานต าแหน่งให้ตรงกับ สายงาน และทักษะที่จ าเป็นในการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ 4.5 ปรับปรุงระบบการจัดสรรทรัพยากรเพื่อการศึกษาให้มีความครอบคลุม เหมาะสม เช่น การปรับ ค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาของผู้พิการ เด็กปฐมวัย 4.6 ปรับปรุงระบบฐานข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษาเพื่อการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ เช่น ข้อมูล การรายงานผลการด าเนินงาน ข้อมูลเด็กตกหล่นจากการศึกษาในระบบ เด็กเร่ร่อน ผู้พิการ 4.7 ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการอย่างเต็มรูปแบบ 4.8 ส่งเสริมพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐสู่ระบบราชการ 4.0 และการประเมินคุณภาพ และ ความโปร่งใสการด าเนินงานของภาครัฐ (ITA) 4.9 เสริมสร้างขวัญและก าลังใจให้กับข้าราชการและบุคลากรทุกประเภทในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ประกาศ เกียรติคุณ การมอบโล่ / วุฒิบัตร 4.10 ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความพร้อมในการจัดการศึกษา นอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตส าหรับประชาชน กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนงาน ส านักงาน กศน. 25 ตุลาคม 2564 นโยบายและจุดเน้นการด าเนินงานส านักงาน กศน. จังหวัดขอนแก่น ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 25๖๕ วิสัยทัศน์ ประชาชนคนขอนแก่น.....ได้รับโอกาสการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ สามารถ ด ารงชีวิตที่เหมาะสมกับช่วงวัย สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และมีทักษะที่จ าเป็นในโลก ศตวรรษที่ ๒๑ พันธกิจ ๑. จัดและส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อยกระดับการศึกษา พัฒนาทักษะการเรียนรู้ของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายให้ เหมาะสมทุกช่วงวัย พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงบริบททางสังคม และก้าวสู่การเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต อย่างยั่งยืน ๒. ส่งเสริม สนับสนุน และประสานความร่วมมือเชิงรุกกับภาคีเครือข่าย ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการ สนับสนุนและจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และการเรียนรู้ตลอดชีวิต ในรูปแบบต่าง ๆ ให้กับ ประชาชน ๓. ส่งเสริมและพัฒนาการน าเทคโนโลยีทางการศึกษา และน าเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้พัฒนา ประสิทธิภาพในการจัดและให้บริการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง ๔. พัฒนาหลักสูตร รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สื่อและนวัตกรรม การวัดและประเมินผลใน ทุกรูปแบบให้มีคุณภาพและมาตรฐาน สอดคล้องกับบริบทในปัจจุบัน
๓๘ ๕. พัฒนาบุคลากรและระบบการบริหารจัดการองค์กรให้มีประสิทธิภาพ เพื่อมุ่งจัดการศึกษาและ การเรียนรู้ที่มีคุณภาพ โดยยึดหลักธรรมาภิบาล เป้าประสงค์ ๑. ประชาชนผู้ด้อย พลาด และขาดโอกาสทางการศึกษา รวมทั้งประชาชนทั่วไปในจังหวัด ขอนแก่น ได้รับโอกาสทางการศึกษาในรูปแบบการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัยที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง เป็นไปตามสภาพ ปัญหา และความต้องการของแต่ ละกลุ่มเป้าหมาย ๒. ประชาชนในจังหวัดขอนแก่น ได้รับการยกระดับการศึกษา สร้างเสริมและปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ความเป็นพลเมืองสอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อันน าไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิต และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน เพื่อพัฒนาไปสู่ความมั่นคงและยั่งยืนทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม ๓. ประชาชนในจังหวัดขอนแก่น ได้รับโอกาสในการเรียนรู้ และมีเจตคติทางวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีที่เหมาะสม สามารถคิด วิเคราะห์ และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน รวมทั้งแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพ ชีวิตได้อย่างสร้างสรรค์ ๔. ประชาชนในจังหวัดขอนแก่น ได้รับการสร้างและส่งเสริมให้มีนิสัยรักการอ่านเพื่อพัฒนาการ แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ๕. ชุมชนและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน มีส่วนร่วมในการจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย รวมทั้งการขับเคลื่อนกิจกรรมการเรียนรู้ของชุมชน ๖. หน่วยงานและสถานศึกษา กศน. สามารถน าเทคโนโลยีทางการศึกษา และเทคโนโลยีดิจิทัล มา ใช้ในการยกระดับคุณภาพในการจัดการเรียนรู้และเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ให้กับประชาชน ๗. หน่วยงานและสถานศึกษาพัฒนาสื่อ นวัตกรรม และการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อแก้ปัญหา และพัฒนาคุณภาพชีวิต ที่ตอบสนองกับการเปลี่ยนแปลงบริบทด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งตามความต้องการของประชาชนและชุมชนในรูปแบบที่หลากหลาย ๘. หน่วยงานและสถานศึกษามีระบบการบริหารจัดการองค์กรที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และ เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ๙. บุคลากร กศน. ทุกประเภททุกระดับได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มสมรรถนะให้การปฏิบัติงาน การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และการปฏิบัติงานตามสายงานอย่างมีประสิทธิภาพ
๓๙ ส านักงาน กศน. จังหวัดขอนแก่น ก าหนดกรอบแนวทางการขับเคลื่อนการด าเนินงานและยกระดับคุณภาพ การศึกษา ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ดังนี้.- ๑. กรอบแนวทางการปลุกจิตส านึกอุดมการณ์ รักชาติ ศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ และขยายผลโครงการ จิตอาสา ๒. กรอบแนวทางการน้อมน าศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน ๓. กรอบแนวทางการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๔. กรอบแนวทางการส่งเสริมการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพเพื่อการมีงานท าและสร้างความสามารถในการ แข่งขัน (OOCC) ๕. กรอบแนวทางขับเคลื่อนการส่งเสริมการอ่านสู่เมืองต้นแบบวัฒนธรรมการอ่าน ๖. กรอบแนวทางการจัดการศึกษาเพื่อเข้าสู่เมืองอัจฉริยะ Khon Kaen Smart City ๗. กรอบแนวทางการขับเคลื่อนยกระดับ กศน.ต าบลเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต ๘. กรอบแนวทางการพัฒนาบุคลากรทุกระดับทุกประเภทเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ๙. กรอบแนวทางการส่งเสริมการบริหารหน่วยงานสถานศึกษาโดยใช้หลักธรรมาภิบาล ๑๐.กรอบแนวทางการจัดท าและพัฒนาระบบฐานข้อมูล (Big Data) และการส่งเสริมการน าเทคโนโลยีมาใช้ใน การบริหารและจัดการศึกษา ๑๑.กรอบแนวทางการจัดการศึกษาในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-๑๙) ๑๒ กิจกรรมโครงการเด่นที่ต้องเห็นผลเป็นรูปธรรมในปี ๒๕๖๕ 1. โครงการอบรมประวัติศาสาตร์ชาติไทยบุญคุณของพระมหากษัตริย์ไทย 2. โครงการขับเคลื่อนขยายผลโครงการจิตอาสาพระราชทาน 3. โครงการขับเคลื่อนขยายผล โครงการโคกหนองนาโมเดล 4. โครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 5. โครงการพัฒนารูปแบบการส่งเสริมการจัดการศึกษา กลุ่มเด็กเร่ร่อนในพื้นที่จังหวัดขอแก่น 6. โครงการพัฒนารูปแบบการส่งเสริมการจัดการศึกษา เพื่อขับเคลื่อนเมืองต้นแบบวัฒนธรรมการอ่าน 7. โครงการ หน้าบ้านสวย หลังบ้านสวย 8. โครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการศึกษา (BIG DATA) 9. โครงการยกระดับการพัฒนาอาชีพเพื่อการมีงานท า 1 กศน.ต าบล 1 หลักสูตรอาชีพ 10.โครงการยกระดับภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 11.โครงการ กีฬา กศน.ขอนแก่นเกมส์ 12.โครงการส่งเสริมรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างมีส่วนร่วม กรอบแนวทางการขับเคลื่อนและการยกระดับคุณภาพการศึกษา ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 256๕
๔๐ ส่วนที่ 3 รายละเอียดแผนงาน/โครงการ ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 256๕ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 256๕ กศน.อ าเภอหนองสองห้อง มีโครงการต่าง ๆ ในแผนปฏิบัติการประจ าปี งบประมาณ พ.ศ. 256๕ จ านวน ๑๕ โครงการ ที่ต้องปฏิบัติงานตามนโยบายและจุดเน้นการด าเนินงานที่ส าคัญของ ส านักงาน กศน.จังหวัดขอนแก่น ตามบทบาท ภารกิจของหน่วยงาน และความต้องการของประชาชนกลุ่มเป้าหมาย ในพื้นที่ด าเนินการ ดังนี้ จุดเน้นการด าเนินงานของงาน/โครงการส าคัญ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 256๕ กศน.อ าเภอหนองสองห้อง ส านักงาน กศน. จังหวัดขอนแก่น ล าดับ ที่ กิจกรรม/โครงการ งบประมาณ (บาท) เป้าหมาย สอดคล้องกับนโยบาย และจุดเน้นของ ส านักงาน กศน. ผู้รับผิดชอบ 1 การส่งเสริมการรู้หนังสือ 59,400 ผู้ไม่รู้หนังสือ/ ผู้หลงลืมหนังสือ 1๔0 คน สงสริมการจัด การศึกษาและการ เรียนรูตลอดชีวิต ส าหรับประชาชนที่ เหมาะสมกับทุกชวงวัย การศึกษาขั้น พื้นฐาน 2 โครงการส่งเสริมการจัดการศึกษา หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับ การศึกษาขึ้นพื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑ ๖,๘๙๗,๒๕๐ บุคลากร/ นักศึกษา กศน.อ าเภอ หนองสองห้อง ยุทธศาสตร์ด้านการ พัฒนาและเสริมสร้าง ศักยภาพทรัพยากร มนุษย์ การศึกษาขั้น พื้นฐาน ๓ โครงการส่งเสริมการจัดการศึกษา หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับ การศึกษาขึ้นพื้นฐานหลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพพุทธศักราช ๒๕๕๖ และ ๒๕๖๒ ๒,๘๗๑,๐๐๐ บุคลากร/ นักศึกษา กศน.อ าเภอ หนองสองห้อง ยุทธศาสตร์ด้านการ พัฒนาและเสริมสร้าง ศักยภาพทรัพยากร มนุษย์ การศึกษาขั้น พื้นฐาน ๔ โครงการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนา ทักษะชีวิต ๑๑,๐๔๐ ประชาชนทั่วไป ยุทธศาสตร์ด้านการ พัฒนาและเสริมสร้าง ศักยภาพทรัพยากร มนุษย์ การศึกษาต่อเนื่อง ๕ โครงการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคม และชุมชน ๑๙,๒๐๐ ประชาชนทั่วไป ยุทธศาสตร์ด้านการ พัฒนาและเสริมสร้าง ศักยภาพทรัพยากร มนุษย์ การศึกษาต่อเนื่อง
๔๑ ล าดับ ที่ กิจกรรม/โครงการ งบประมาณ (บาท) เป้าหมาย สอดคล้องกับนโยบาย และจุดเน้นของ ส านักงาน กศน. ผู้รับผิดชอบ ๖ โครงการจัดกระบวนการเรียนรู้ตาม หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ๒๘,๘๐๐ ประชาชนทั่วไป ยุทธศาสตร์ด้านการ พัฒนาและเสริมสร้าง ศักยภาพทรัพยากร มนุษย์ การศึกษาต่อเนื่อง ๗ โครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน ๓๓๐,000 ประชาชนทั่วไป ยุทธศาสตร์ด้านการ สร้างความสามรถด้าน การแข่งขัน การศึกษาต่อเนื่อง ๘ โครงการภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ด้านอาชีพ ๑๗,๗๐๐ ประชาชนทั่วไป ยุทธศาสตร์ด้านการ พัฒนาและเสริมสร้าง ศักยภาพทรัพยากร มนุษย์ การศึกษาตาม อัธยาศัย ๙ โครงการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลชุมชน ในระดับต าบล ๒๔,๐๐๐ ประชาชนทั่วไป ยุทธศาสตร์ด้านการ พัฒนาและเสริมสร้าง ศักยภาพทรัพยากร มนุษย์ การศึกษาตาม อัธยาศัย ๑๐ โครงการส่งเสริมการอ่านสร้างสังคม แห่งการเรียนรู้ ๓๐,๐๐๐ เด็ก เยาวชน นักศึกษา ประชาชน ยุทธศาสตร์ด้านการ การสร้างความเสมอ ภาคทางสังคม การศึกษาตาม อัธยาศัย ๑๑ โครงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ชุมชนใน ระดับต าบล ๑๗,๕๕๐ แหล่งเรียนรู้ ชุมชน ยุทธศาสตร์ด้านการ การสร้างความเสมอ ภาคทางสังคม การศึกษาตาม อัธยาศัย ๑๒ โครงการพัฒนาศักยภาพครูและ บุคลากรทางการศึกษา กศน.อ าเภอ หนองสองห้อง ๓๐,๐๐๐ บุคลากร กศน.อ าเภอ หนองสองห้อง ยุทธศาสตร์ด้านการ พัฒนาและเสริมสร้าง ศักยภาพทรัพยากร มนุษย์ งานอ านวยการ ๑๓ โครงการนิเทศติดตามผลการจัด กิจกรรมการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย ๑0,000 กศน.ต าบลและ ห้องสมุด ประชาชน ยุทธศาสตร์ด้านการ พัฒนาและเสริมสร้าง ศักยภาพทรัพยากร มนุษย์ งานอ านวยการ ๑๔ โครงการพัฒนาปรับปรุงระบบประกัน คุณภาพการศึกษา ๑0,000 กศน.อ าเภอ, กศน.ต าบล, ห้องสมุด ประชาชน ยุทธศาสตร์ด้านการ พัฒนาและเสริมสร้าง ศักยภาพทรัพยากร มนุษย์ งานอ านวยการ ๑๕ โครงการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพ ผู้เรียนนักศึกษา กศน.หลักสูตร ๑,๗๒๕,๔๒๐ นักศึกษา กศน.อ าเภอ สงสริมการจัด การศึกษาและการ การศึกษาขั้น
๔๒ ล าดับ ที่ กิจกรรม/โครงการ งบประมาณ (บาท) เป้าหมาย สอดคล้องกับนโยบาย และจุดเน้นของ ส านักงาน กศน. ผู้รับผิดชอบ การศึกษานอกระบบระดับการศึกษา ขึ้นพื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑ และ หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับ การศึกษาขึ้นพื้นฐานหลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพพุทธศักราช ๒๕๕๖ และ ๒๕๖๒ หนองสองห้อง เรียนรูตลอดชีวิต ส าหรับประชาชนที่ เหมาะสมกับทุกชวงวัย พื้นฐาน ๑๖ โครงการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพ ผู้เรียนนักศึกษา กศน. หลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพพุทธศักราช ๒๕๕๖ และ ๒๕๖๒ ๕๕๓,๓๒๐ นักศึกษา กศน.อ าเภอ หนองสองห้อง สงสริมการจัด การศึกษาและการ เรียนรูตลอดชีวิต ส าหรับประชาชนที่ เหมาะสมกับทุกชวงวัย การศึกษาขั้น พื้นฐาน
๔๓ 3.1 ตารางแสดงรายละเอียดการใช้จ่ายงบประมาณ แผนงาน : ยุทธศาสตร์สร้างความเสมอภาคทางการศึกษา โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน งบเงินอุดหนุน เงินอุดหนุนทั่วไป ที่ รายการ จ านวน นศ. จ านวนเงิน ระยะเวลา หมายเหตุ งบประมาณที่ได้รับจัดสรรประจ าปี พ.ศ.256๕ ๗,๗๒๒ ๑๒,๗38,๘๗0 1 ต.ค.6๔ ถึง 30 ก.ย.6๕ 1 ค่าจัดการเรียนการสอน ๓,8๖๑ ๘,๖๘๗,๑๗0 รหัส : 2000243016500๑๘0 - ระดับประถมศึกษา (7๐4 คน x 2 ภาคเรียน x 735 บาท) 7๐4 1,๐๓๔,๘80 - ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (1,๐๓3 คน x 2 ภาคเรียน x 935 บาท) 1,๐๓3 ๑,๙๓๑,๗๑0 - ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (1,๖๐2 คน x 2 ภาคเรียน x 935 บาท) 1,๖๐2 ๒,๙๙๕,๗40 - ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) (๕๒๒ คน x 2 ภาคเรียน x 2,610 บาท) ๕๒๒ ๒,๗๒๔,8๔0 2 ค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ๓,8๖๑ 2,๒7๘,๗40 รหัส : 2000243016500๑๐๓ - ระดับประถมศึกษา (7๐4 คน x 2 ภาคเรียน x 140 บาท) 7๐4 ๑๙๗,๑20 - ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (1,๐๓3 คน x 2 ภาคเรียน x 290 บาท) 1,๐๓3 ๕๙๙,๑๔0 - ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (1,๖๐2 คน x 2 ภาคเรียน x 290 บาท) 1,๖๐2 ๙๒๙,๑60 - ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) (๕๒๒ คน x 2 ภาคเรียน x 530 บาท) ๕๒๒ ๕๕๓,๓๒0
๔๔ แผนงาน : ยุทธศาสตร์สร้างความเสมอภาคทางการศึกษา โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน งบเงินอุดหนุน เงินอุดหนุนทั่วไป ที่ รายการ จ านวน นศ. จ านวนเงิน ระยะเวลา หมายเหตุ 3 ค่าหนังสือเรียน ๓,8๖๑ ๑,7๗๒,๙๖0 1 ต.ค.6๔ ถึง 30 ก.ย.6๕ ค่าหนังสือ เรียน ได้รับจัดสรร ๖0%ของ นักศึกษา รหัส : 200๐02430165๐00๒๖ - ระดับประถมศึกษา (4๒๒ คน x 2 ภาคเรียน x ๒๙0 บาท) 7๐4 ๒๔๔,๗๖0 - ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (๖๒๐ คน x 2 ภาคเรียน x ๓๖0 บาท) 1,๐๓3 ๔๔๖,๔๐0 - ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (๙๖๑ คน x 2 ภาคเรียน x ๔๐0 บาท) 1,๖๐2 ๗๖๘,๘๐0 - ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) (3๑๓ คน x 2 ภาคเรียน x 5๐0 บาท) ๕๒๒ ๓๑๓,000
๔๕ แผนงาน : ยุทธศาสตร์สร้างความเสมอภาคทางการศึกษา โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน งบเงินอุดหนุน เงินอุดหนุนทั่วไป ค่าจัดการเรียนการสอน รหัสงบประมาณ : 2000243016500๑๘0 ที่ รายการ จ านวนเงิน พื้นที่ ด าเนินการ ระยะเวลา ด าเนินการ หมายเหตุ งบประมาณที่ได้รับจัดสรร (1 ตุลาคม 256๔ - 30 กันยายน 256๕) ๘,๖๘๗,๑๗๐ ๘,๐๐๖,๗๖๐ กศน.อ าเภอ หนองสองห้อง 1 ต.ค.6๔ ถึง 30 ก.ย.6๕ ** กันไว้ที่ ส านักงาน กศน. 1 ค่าตอบแทนบุคลากร (ไตรมาสที่ 1-2) ๒,๗๑๔,๘๘๐ - ครู ศรช. (๒๗คนx15,000บ.x6ด.) ** 2,๔๓0,000 กศน.อ าเภอ - ครู ศรช. (๑คนx15,000บ.x๑ด.) ** ๑๕,000 หนองสองห้อง - ครู ศรช. (๑คนx15,000บ.x๒ด.) ** ๓๐,๐๐๐ - นักวิชาการศึกษา (1คนx15,000บ.x6ด.) ** 90,000 - จนท.บันทึกข้อมูล (1คนx11,680บ.x6ด.) ** 70,080 - จนท.บริหารงานทั่วไป (1คนx13,300บ.x6ด.)** 79,800 2 ค่าตอบแทนบุคลากร (ปวช.) (ไตรมาสที่ 1-2) 1,080,000 - ครู ปวช. (12คนx15,000บ.x6ด.) ** 1,080,000 3 ค่าตอบแทนบุคลากร (ไตรมาสที่ 3-4) ๒,๖๖๙,880 - ครู ศรช. (๒๗คนx15,000บ.x6ด.) ** 2,๔๓0,000 กศน.อ าเภอ - นักวิชาการศึกษา (1คนx15,000บ.x6ด.) ** 90,000 หนองสองห้อง - จนท.บันทึกข้อมูล (1คนx11,680บ.x6ด.) ** 70,080 - จนท.บริหารงานทั่วไป(1คนx13,300บ.x6ด.) ** 79,800 4 ค่าตอบแทนบุคลากร (ปวช.) (ไตรมาสที่ 3-4) 1,080,000 - ครู ปวช. (12คนx15,000บ.x6ด.) ** 1,080,000 5 ค่าสาธารณูปโภค 16๒,๐00 - ค่าไฟฟ้า 132,000 กศน.อ าเภอ - ค่าน้ าประปา 30,000 กศน.ต าบล 6 ค่าด าเนินการสอบ / สนามสอบ / ข้อสอบ 1) ภาคเรียนที่ 2/256๔ ๑๕๐,๐00 สนามสอบ - ค่าด าเนินการสอบ (๑๒ สนาม) ๑๕๐,๐00 ๑๒ สนาม 2) ภาคเรียนที่ 1/256๕ ๑๕๐,๐00 - ค่าด าเนินการสอบ (๑๒ สนาม) ๑๕๐,๐00
๔๖ แผนงาน : ยุทธศาสตร์สร้างความเสมอภาคทางการศึกษา โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน งบเงินอุดหนุน เงินอุดหนุนทั่วไป ค่าจัดการเรียนการสอน รหัสงบประมาณ : 2000243016500๑๘0 ที่ รายการ จ านวนเงิน พื้นที่ ด าเนินการ ระยะเวลา ด าเนินการ หมายเหตุ งบประมาณที่ได้รับจัดสรร (คงเหลือยกมา) ๖๘๐,4๑๐ กศน.อ าเภอ 1 ต.ค.6๔ ถึง 30 ก.ย.6๕ 7 ค่าพัฒนาบุคลากร ๓0,000 หนองสองห้อง - กิจกรรมประกันคุณภาพการศึกษา - กีฬา กศน.เกมส์ ๑0,000 ๒0,000 8 ค่าเดินทางไปราชการ ๑๒,๐๐๐ - ค่าเดินทางไปราชการบุคลากร ๑๒,๐๐๐ ๙ ค่าวัสดุจัดกิจกรรม ๖๓๘,4๑๐ กศน.อ าเภอ - วัสดุส านักงาน 300,000 หนองสองห้อง - วัสดุจัดกิจกรรมการเรียนการสอน 100,000 กศน.ต าบล - วัสดุในการปรับปรุงซ่อมแซม กศน.อ าเภอ กศน.ต าบล ศูนย์การเรียนชุมชน ๑๐๐,๐๐๐ ศรช. - วัสดุจัดกิจกรรมตามนโยบายจุดเน้น การด าเนินงาน กศน. และกิจกรรมพิเศษอื่นๆ 1๓๘,4๑๐
๔๗ แผนงาน : ยุทธศาสตร์สร้างความเสมอภาคทางการศึกษา โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน งบเงินอุดหนุน เงินอุดหนุนทั่วไป ค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน รหัสงบประมาณ : 2000243016500๑๐๓ ที่ รายการ จ านวนเงิน พื้นที่ ด าเนินการ ระยะเวลา ด าเนินการ หมายเหตุ งบประมาณที่ได้รับจัดสรร 2,๒7๘,๗40 กศน.อ าเภอ 1,9๑๑,๕0๔ ๓๖๗,๒๓๖ หนองสองห้อง 1 โครงการเกี่ยวกับกิจกรรมพัฒนาวิชาการ ๑,3๙๕,๕๐๔ - กิจกรรมพัฒนาทักษะวิชาการ (พื้นฐาน) - ค่ายทักษะวิชาการ นักศึกษา กศน. (พื้นฐาน) - ค่ายทักษะวิชาการ นักศึกษา กศน. (ปวช.) - ค่ายติวเข้มเติมเต็มความรู้ก่อนสอบ (พื้นฐาน) - ค่ายติวเข้มเติมเต็มความรู้ก่อนสอบ (ปวช.) ๔๙๔,๑๘๔ ๔๔๘,๘๐๐ ๒๐8,๘๐0 ๑๙9,๒๐0 4๔,๕๒0 กศน.ต าบล 12 แห่ง ม.ค.6๕,มิ.ย.๖๕ ม.ค.6๕,มิ.ย.๖๕ ม.ค.6๕,มิ.ย.๖๕ มี.ค.6๕,ก.ค.๖๕ มี.ค.6๕,ก.ค.๖๕ 2 โครงการเกี่ยวกับกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต ๑๗๐,๔00 กศน.ต าบล - โควิด-๑๙ - ยาเสพติด - เพศวิถีศึกษา - กฎหมายจราจร - สุขภาวะ (สุขภาพกาย/สุขภาพจิต) 12 แห่ง ม.ค.6๕,มิ.ย.๖๕ 3 โครงการเกี่ยวกับกิจกรรมที่แสดงออกถึงความ จงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ - ค่ายประวัติศาสตร์ชาติไทย ๑๗๐,๔00 กศน.ต าบล 12 แห่ง ม.ค.6๕,มิ.ย.๖๕ 4 โครงการเกี่ยวกับกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ๑๓๙,๒00 กศน.ต าบล 12 แห่ง - โคกหนองนาโมเดล - หน้าบ้านสวยหลังบ้านสวน - เกษตรอินทรีย์ ม.ค.6๕,มิ.ย.๖๕ 5 โครงการเกี่ยวกับกิจกรรมลูกเสือและกิจกรรม อาสายุวกาชาด ๓๖,000 กศน.ต าบล 12 แห่ง -ค่ายอาสายุวกาชาดนอกโรงเรียน -ค่ายลูกเสือ กศน.ต้านภัยยาเสพติด มี.ค.๖๕ ส.ค.6๕