The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วรรณิดาแบบเสนอเค้าโครงโครงงานคอมพิวเตอร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 03 02, 2023-03-24 01:59:05

วรรณิดาแบบเสนอเค้าโครงโครงงานคอมพิวเตอร

วรรณิดาแบบเสนอเค้าโครงโครงงานคอมพิวเตอร

แบบฟอร์มเค้าโครงโครงงานคอมพิวเตอร์ 1 แบบเสนอเค้าโครงโครงงานคอมพิวเตอร์ ปีการศึกษา 2/2565 1. ชื่อโครงงาน ระบบบริหารจัดการสารสนเทศกลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษามัธยมศึกษาสกลนคร 2. ผู้เสนอโครงงาน ชื่อ-สกุล : นางสาววรรณิดา ซึมเมฆ รหัสประจำตัว : 63102105107 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ อาจารย์ที่ปรึกษาหลัก ผศ.กรรณิการ์ กมลรัตน์ 3. หลักการและเหตุผล ปัจจุบันระบบสารสนเทศได้เจริญก้าวหน้าและมีบทบาทในการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานขององค์กร ให้มีความทันสมัยถูกต้องและรวดเร็ว จึงได้มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาเพื่อช่วยในการทำงานด้านการจัดการ การประมวลผลข้อมูล เพื่อให้ข้อมูลมีความสอดคล้องกับการดำเนินงานขององค์กร ซึ่งประกอบด้วยการบริหาร จัดการทรัพยากรทั้งฮาร์ดแวร์ซอฟต์แวร์ ระบบฐานข้อมูล ระบบการสื่อสารและเครือข่าย ระบบสนับสนุนการ ตัดสินใจ และระบบการวางแผนการใช้ทรัพยากรตลอดจนระบบความปลอดภัย เพื่อให้บริหารจัดการองค์กรอย่างมี ประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือในการเพิ่มพูนทักษะความสามารถของบุคลากรให้สามารถตอบสนอง เป้าหมายและนโยบายการปฏิบัติขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด การจัดการฐานข้อมูลและการจัดเก็บ ข้อมูลอย่างมีระบบจะทำให้การตรวจสอบข้อมูล การเรียกขอและการรายงานข้อมูลสารสนเทศเป็นไปได้อย่าง สะดวกรวดเร็ว (ไก้รุ่ง เฮงพระพรหม, เดช ธรรมศิริ, สุธารัตน์ ชาวนาฟาง, และสุพจน์ เฮงพระพรหม, 2562) โดย ข้อมูลที่จัดเก็บเน้นความสมบูรณ์ถูกต้อง ซึ่งในปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศได้เข้ามามีบทบาทอย่างกว้างขวางใน เรื่องของการรวบรวมข้อมูลทั้งภายในองค์กรและภายนอกองค์กร การจัดทำเกี่ยวกับข้อมูลเพื่อให้เป็นสารสนเทศที่ พร้อมจะใช้ประโยชน์ได้ในทันที รวมถึงการจัดการระบบเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นหมวดหมู่เพื่อความสะดวกต่อการ ค้นหาและนำไปใช้ และมีการปรับปรุงข้อมูลเสมอเพื่อให้ข้อมูลอยู่ในสภาพที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันตลอดเวลา กล่าวได้ว่าสารสนเทศที่ได้จากระบบสารสนเทศจะเป็นระบบที่สามารถสนับสนุนข้อมูลให้ ผู้บริหารทั้งสามระดับ คือผู้บริหารระดับต้น ผู้บริหารระดับกลาง และผู้บริหารระดับสูง โดยส่วนใหญ่รายงานที่ได้จะเป็นข้อมูลสรุปจาก ฐานข้อมูลทั้งหมด เพื่อให้ผู้บริหารสามารถมองเห็นแนวโน้มและภาพรวมข้อมูลจากรายงานที่ได้รับ (สุภัตรา ทรัพย์อุปการ, 2562) ดังนั้นการบริหารจัดการระบบสารสนเทศจึงมีความจำเป็นต่อหน่วยงานและองค์กร เป็นอย่างมากเพราะระบบการทำงานส่วนใหญ่ในปัจจุบันเชื่อมต่อด้วยระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อความ สะดวกและรวดเร็ว


แบบฟอร์มเค้าโครงโครงงานคอมพิวเตอร์ 2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสกลนครเป็นอีกองค์กรหนึ่งที่ต้องการใช้งานระบบสารสนเทศ สำหรับการดำเนินการนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาของโรงเรียนในสังกัด โดยในปัจจุบันสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสกลนครมีการดำเนินการนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาอยู่ใน รูปแบบของการส่งไฟล์เอกสารทางอีเมลหรือโทรติดต่อแต่ละโรงเรียนเพื่อร้องขอข้อมูลโดยให้แต่ละโรงเรียนทำการ กรอกข้อมูลและส่งกลับมา แต่การดำเนินการในรูปแบบนี้มีความล่าช้าไม่ทันต่อความต้องการ เนื่องมาจากข้อมูลที่ ต้องการมีปริมาณมากและมาจากหลายฝ่ายเมื่อได้ข้อมูลมาแล้วทางกลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัด การศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสกลนครต้องทำการรวบรวมข้อมูลมาอย่างเร่งด่วนเพื่อนำมา วิเคราะห์และสรุปผลเพื่อส่งไปให้ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่เนื่องจากขาดระบบการ บริหารจัดการสารสนเทศจึงทำให้ขั้นตอนการรวบรวมและสรุปผลข้อมูลมีความล่าช้าและไม่ทันต่อความต้องการ สุรพร พงษ์สุวรรณ (สัมภาษณ์, 1 ธนวาคม 2565) ดังนั้นผู้วิจัยจึงมีแนวคิดนำเทคโนโลยีเว็บแอปพลิเคชันและการ จัดการสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ เพื่อแก้ไขปัญหาในการบริหารจัดการกลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัด การศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสกลนคร โดยการพัฒนาระบบสารสนเทศของกลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสกลนคร ในเรื่องของการจัดการ ฐานข้อมูลและการจัดเก็บข้อมูลอย่างมีระบบ เพื่อให้ทำการตรวจสอบข้อมูลการเรียกขอและการรายงานข้อมูล สารสนเทศมีความถูกต้องแม่นยำสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 4. วัตถุประสงค์ของโครงงาน 1. เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการสารสนเทศกลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสกลนคร 2. เพื่อหาประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการสารสนเทศกลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสกลนคร 3. เพื่อประเมินความพึงพอใจในการใช้งานระบบบริหารจัดการสารสนเทศกลุ่มนิเทศติดตามและ ประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสกลนคร 5. ขอบเขตของโครงงาน 5.1 เนื้อหา (Function) 5.1.1 ผู้ใช้ทั่วไป 5.1.1.1 เข้าเยี่ยมชมหน้าเว็บได้ 5.1.1.2 ดูข้อมูลข่าวสารได้ 5.1.2 โรงเรียน 5.1.2.1 เข้าสู่ระบบได้


แบบฟอร์มเค้าโครงโครงงานคอมพิวเตอร์ 3 5.1.2.2 จัดการข้อมูล สพม. ได้ 5.1.2.3 ดูรายละเอียดข้อมูล สพม. ได้ 5.1.3 บุคลากร 5.1.3.1 เข้าสู่ระบบได้ 5.1.3.2 จัดการข้อมูลส่วนตัวได้ 5.1.3.3 จัดการข้อมูลกลุ่มงานได้ 5.1.3.4 จัดการข้อมูลโรงเรียนได้ 5.1.3.5 ดูรายละเอียดข้อมูล สพม. ได้ 5.1.3.6 ดูรายละเอียดโรงเรียนได้ 5.1.3.7 ดูรายละเอียดกลุ่มงานได้ 5.1.3.8 ดูรายงานสรุปผลได้ 5.1.4 ผู้ดูแลระบบ 5.1.4.1 เข้าสู่ระบบได้ 5.1.4.2 จัดการข้อมูลส่วนตัวได้ 5.1.4.3 จัดการข้อมูลกลุ่มงานได้ 5.1.4.4 จัดการข้อมูลบุคลากรได้ 5.1.4.5 จัดการข้อมูลโรงเรียนได้ 5.1.4.6 จัดการข้อมูลข่าวสารได้ 5.1.4.7 ดูรายงานสรุปผลได้ 5.2 ประชากร/กลุ่มตัวอย่าง หรือกลุ่มเป้าหมาย 5.2.1 ประชากร บุคลากรที่สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสกลนคร รวมถึงบุคลากร โรงเรียนมัธยมศึกษา ที่สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสกลนคร 5.2.2 กลุ่มตัวอย่าง บุคลากรกลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษามัธยมศึกษาสกลนคร และบุคลากรโรงเรียนมัธยมศึกษา ที่สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา สกลนคร จำนวน 30 คน


แบบฟอร์มเค้าโครงโครงงานคอมพิวเตอร์ 4 5.3 วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล 5.3.1 ด้านประสิทธิภาพ แบบประเมินประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการสารสนเทศกลุ่มนิเทศติดตามและ ประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสกลนคร โดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 คน ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเว็บแอปพลิเคชัน ด้านกราฟฟิก ด้านการจัดการข้อมูล 5.3.2 ด้านความพึงพอใจ แบบประเมินความพึงพอใจในการใช้งานระบบบริหารจัดการสารสนเทศกลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสกลนคร 5.4 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) ซึ่งเป็นการนำเสนอข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาโดยนำมา บรรยายถึงลักษณะของข้อมูลที่เก็บมาได้ ทั้งในรูปแบบของตาราง ข้อความ แผนภูมิ หรือกราฟต่าง ๆ และค่าสถิติ เช่น ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (̅) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) 5.4.1 ค่าร้อยละ (Percentage) P = F N × 100 (1) 5.4.2 ค่าเฉลี่ย (̅) ใช้สูตร Ferguson (Ferguson, 1981:49) ̅= ∑ (2) เมื่อ ̅แทน ค่าเฉลี่ย ∑ แทน ผลรวมคะแนนทั้งหมด แทน จำนวนกลุ่มตัวอย่าง 5.4.3 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ใช้สูตร Ferguson (Ferguson, 1981:49) S. D. = √ n ∑ 2−(∑ ) 2 n(n−1) (3) เมื่อ S. D. แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ∑ แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมดในกลุ่มตัวอย่าง


แบบฟอร์มเค้าโครงโครงงานคอมพิวเตอร์ 5 ∑ 2 แทน ผลรวมกำลังสองของคะแนนทั้งหมดในกลุ่มตัวอย่าง แทน จำนวนกลุ่มตัวอย่าง 6. เทคโนโลยีที่ใช้ 6.1 เทคนิคหรือเทคโนโลยีที่ใช้ 6.1.1 Web Application 6.1.2 Model View Controller (MVC) 6.1.3 RESTful API 6.1.4 Single Page Application (SPA) 6.1.5 Client-side rendering (CSR) 6.1.6 แบบจำลองน้ำตก (Waterfall Model) 6.2 เครื่องมือวิจัย 6.2.1 ระบบบริหารจัดการสารสนเทศกลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสกลนคร 6.2.2 แบบประเมินประสิทธิภาพในการใช้งานระบบบริหารจัดการสารสนเทศกลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสกลนคร 6.2.3 แบบสอบถามการประเมินความพึงพอใจในการใช้งานระบบบริหารจัดการสารสนเทศ กลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสกลนคร 6.3 เครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนา 6.3.1 ภาษาคอมพิวเตอร์ 6.3.1.1 HTML (Hypertext Markup Language) 6.3.1.2 JavaScript 6.3.1.3 TypeScript 6.3.1.4 CSS (Cascading Style Sheets) 6.3.2 ซอฟต์แวร์ 6.3.2.1 Visual Studio Code 6.3.2.2 Angular


แบบฟอร์มเค้าโครงโครงงานคอมพิวเตอร์ 6 6.3.2.3 MySQL 6.3.2.4 Node.js 6.3.3 ฮาร์ดแวร์ 6.3.3.1 Computer Notebook เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการพัฒนามีสเปค - Processor: Intel (R) Core (TM) i7-10750H CPU @ 2.60GHz - RAM: 16.0 GB - System type: 64-bit - Operating system: Windows 11 7. วิธีการดำเนินงาน สำหรับการดำเนินงานระบบบริหารจัดการสารสนเทศกลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสกลนคร ใช้เทคโนโลยีโปรแกรมประยุกต์บนเว็บ (Web Application) ใน การพัฒนาระบบจะดำเนินการตามกระบวนการของ SDLC ตามขั้นตอนของแบบจำลองน้ำตก (Waterfall Model) โดยใช้ภาษา HTML, CSS, JavaScript และ TypeScript บนระบบฐานข้อมูล MySQL เครื่องมือที่ใช้ใน การพัฒนา Web Application คือ Visual Studio Code และ Angular พัฒนาระบบ API (Application Programming Interface) ด้วย Node.js มีขั้นตอนดังต่อไปนี้ 7.1 ศึกษาและรวบรวมข้อมูล 7.2 วิเคราะห์ระบบ 7.2.1 แผนภาพลำดับชั้น (Hierarchical Diagram) 7.2.2 แผนภาพบริบท (Context Diagram) 7.2.3 แผนภาพกระแสข้อมูล (Data Flow Diagram) 7.2.4 แผนภาพโครงสร้างและความสัมพันธ์ของข้อมูล (Entity Relationship Diagram) 7.2.5 พจนานุกรมข้อมูล (Data Dictionary) 7.3 ออกแบบ API (Application Programming Interface) 7.4 การออกแบบหน้าจอ (User Interface) 7.5 พัฒนาและทดสอบระบบ 7.6 ออกแบบแบบประเมินประสิทธิภาพและแบบประเมินความพึงพอใจ


แบบฟอร์มเค้าโครงโครงงานคอมพิวเตอร์ 7 8. แผนการดำเนินงาน 1. รวบรวมข้อมูลและความต้องการ 2. กำหนดหัวข้อโครงงาน 3. เก็บรวบรวมข้อมูลและวางแผนการทำงาน 4. วิเคราะห์และออกแบบระบบ 5. พัฒนาระบบ 6. ทดสอบและปรับปรุงระบบ 7. หาประสิทธิภาพของระบบ 8. จัดทำเอกสารประกอบโครงงาน ตารางที่ 1 ระยะเวลาการดำเนินงาน กิจกรรม ระยะเวลาในการดำเนินงาน พ.ย ธ.ค ม.ค ก.พ มี.ค เม.ย พ.ค มิ.ย ก.ค ส.ค ก.ย 1. รวบรวมข้อมูลและความต้องการ 2. กำหนดหัวข้อโครงงาน 3. เก็บรวบรวมข้อมูลและวางแผน การทำงาน 4. วิเคราะห์และออกแบบระบบ 5. พัฒนาระบบ 6. ทดสอบและปรับปรุงระบบ 7. หาประสิทธิภาพของระบบ 8. จัดทำเอกสารประกอบโครงงาน 9. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 9.1 ได้ระบบบริหารจัดการสารสนเทศกลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเขต พื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสกลนคร ที่สามารถบริหารจัดการฐานข้อมูลและจัดเก็บข้อมูลอย่างมีระบบลระยะเวลา ในการรวบรวมข้อมูล เพื่อทำให้การตรวจสอบรวบรวมและรายงานผลข้อมูลสารสนเทศมีความถูกต้องแม่นยำ สะดวกรวดเร็วมีประสิทธิภาพมากขึ้น


แบบฟอร์มเค้าโครงโครงงานคอมพิวเตอร์ 8 9.2 ระบบที่พัฒนาขึ้นสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้อย่างมีประสิทธิภาพและส่งเสริม ภาพลักษณ์ของกลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา สกลนครมากขึ้น 10. เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 10.1 เทคนิคหรือเทคโนโลยีที่ใช้ 10.1.1 Web Application คือ แอปพลิเคชันประเภทหนึ่งที่เขียนขึ้นเพื่อใช้งานโดยสามารถ แสดงผลผ่าน Browser หรือเว็บบราวเซอร์ได้โดยไม่ต้องติดตั้ง Application หมายความว่าสามารถใช้งานจาก Browser ได้โดยตรงจึงทำให้ Web Application ใช้เพียงแค่อุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและเปิด Browser ก็ สามารถเริ่มใช้งานได้ทันทีไม่จำเป็นต้องลงโปรแกรมทำให้กินทรัพยากรเครื่องค่อนข้างต่ำและสามารถเปิดใช้งาน ได้ไวและ Web Application ถูกปรับปรุงให้มีการทำงานที่รวดเร็วกว่าการเปิด Application แบบปกติส่งผลให้ หน้าตา UI เป็นมิตรและเข้าใจง่ายด้วยกระบวนการ UX Design ซึ่งอาจต้องอาศัยความรู้เรื่องการออกแบบ UX UI ควบคู่ไปด้วยและในปัจจุบันการสร้าง Web Application มีหลากหลายตั้งแต่หน่วยงานต่าง ๆ ไปจนถึงระดับโลก ต่างก็มีWeb Application เป็นของตัวเอง เป็นต้น (Korrawit Thaichay, 2565) 10.1.2 Model View Controller (MVC) คือ คือสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ชนิดหนึ่ง ซึ่งการเขียน โปรแกรมแบบ MVC นั้นเป็นที่นิยมมากในการออกแบบและนำไปใช้เขียน Web Application ในปัจจุบัน Framework ต่าง ๆ มากมายที่นิยมใชกันทั่วโลกก็จะมีโครงสร้างแบบ MVC โดยหลกัการ MVC จะแบ่ง Object ตามบทบาทหน้าที่ดังนี้ 10.1.2.1 Model หมายถึง ส่วนที่ทำหน้าที่จัดการเกี่ยวกับข้อมูลทุกรูปแบบ เช่น การรับ ข้อมูลจากอินพุตต่าง ๆ การบันทึกข้อมูล หรือการจัดการฐานข้อมูลโดย Model จะทำหน้าที่ในการแปลงข้อมูลให้ อยู่ในรูปแบบที่ระบบเข้าใจและสามารถนำไปใช้งานต่อได้ 10.1.2.2 View หมายถึง ส่วนที่ทำหน้าที่จัดการแสดงผล เช่น Template (HTML) หรือ Template Engine โดยหลักการที่สำคัญของ MVC คือการแยกส่วนการแสดงผลออกจากโค้ดส่วนประมวลผลเพื่อ ให้โค้ดเรียบง่ายและบำรุงรักษาง่าย 10.1.2.3 Controller เปรียบเสมือนส่วนสมองของโปรแกรม ทำหน้าที่เป็นแกนของ ระบบในการเชื่อมต่อกับ Model และ View ซึงโดยปกติแล้วเมื่อมีการเรียกหน้าเว็บก็จะมีการเรียกไปยัง Controller เมื่อ Controller ต้องการข้อมูลก็จะไปร้องขอเอาจาก Model และเมื่อต้องการแสดงผลก็จะส่งไปยัง View เพื่อจัดการแสดงผล


แบบฟอร์มเค้าโครงโครงงานคอมพิวเตอร์ 9 ภาพที่ 1 โครงสร้างการเขียนโปรแกรมแบบ MVC (Model View Controller) ที่มา : (กรกฎ วิริยะ, 2561) สถาปัตยกรรมของ MVC จะเป็นตามรูปด้านบนเมื่อผู้ใช้งานเรียกไปยัง Server จะถูกส่งไปที่ Controller และเรียกใช้ Model หากต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลแล้วนำกลับมาประมวลผลที่ Controller เสร็จ แล้วจึงเรียก View เพื่อจัดการแสดงผลซึ่งที่ View หากต้องการข้อมูลเพิ่มก็สามารถติดต่อกับ Model เพื่อขอ ข้อมูลได้เช่นกันเมื่อ View จัดการเตรียมข้อมูลสำหรับแสดงผลเสร็จแล้วก็จะส่งกลับไปที่ Controller เพื่อส่งกลับ ไปยังบราวเซอร์เพื่อแสดงผลต่อไป (กรกฎ วิริยะ, 2561) 10.1.3 RESTful API เป็นสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ที่กำหนดขึ้นโดย Roy Fielding ซึ่งใช้ ประโยชน์จากโปรโตคอล HTTP โดยกำหนดรูปแบบพื้นฐาน ได้แก่ 1. เป็นการเชื่อมต่อแบบไคลเอ็นท์เซิร์ฟเวอร์(client-server) มีการรับส่งข้อมูลไปมา ระหว่างเครื่องลูกข่ายและเครื่องแม่ข่าย 2. การเชื่อมต่อแบบ Stateless การร้องขอข้อมูลจากเคร่องลูกข่ายไปเครื่องแม่ข่าย ประกอบด้วยข้อมูลที่จำเป็นต่อการร้องขอเท่านั้น ไม่มีการเก็บหรือจดจำข้อมูลไว้ที่เครื่องแม่ข่าย 3. เครื่องลูกข่ายสามารถเก็บ Cache ได้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานของ เครือข่าย 4. เป็น Uniform Interface ประกอบด้วย 4.1 Identification of resources ใช้ Uniform Resource Identifier (URIs) ในการระบุถึงข้อมูล 4.2 Manipulation of resources through representations มีการใช้ method ของ HTTP ในการระบุการจัดการข้อมูล 4.3 Self-descriptive messages ใช้ Multipurpose Internet Mail Extensions (MIME) ในการระบุรายละเอียดของข้อมูล เช่น ประเภท การเข้ารหัสอักษร


แบบฟอร์มเค้าโครงโครงงานคอมพิวเตอร์ 10 4.4 Hypermedia as the engine of application state (HATEOAS) ใช้ hypertext links ในการเชื่อมโยงไปยังที่อยู่ของข้อมูล 5. สามารถขยายขนาดของระบบโดยใช้ Layered System 6. สามารถแก้ไขปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพของการท างานแม่ข่ายได้แบบ Code-OnDemand (Roy Thomas Fielding, 2000) REST ระบุรูปแบบการทำงานในส่วนของ Uniform Interface เกี่ยวกับการจัดการและ ประมวลข้อมูลต่าง ๆ โดยใช้ HTTP Method ได้แก่ GET, POST, PUT และ DELETE ในการประมวลผลการ ทำงานแบบ CRUD (Create, Read, Update, Delete) (Espinha, Tiago, Andy Zaidman, and HansGerhard Gross, 2015) อธิบายได้ดังนี้ GET ใช้เพื่อเข้าถึงทรัพยากรที่อยู่ที่ URL ที่ระบุบนเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งสามารถแคชคำขอ GET และส่งพารามิเตอร์ในคำขอ RESTful API เพื่อสั่งให้เซิร์ฟเวอร์กรองข้อมูลก่อนส่ง POST ใช้เพื่อส่งข้อมูลไปยังเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งรวมถึงการแทนข้อมูลพร้อมกับคำขอการส่ง คำขอ POST เดียวกันหลายครั้งมีผลข้างเคียงเหมือนกับการสร้างทรัพยากรเดียวกันหลายครั้ง PUT ใช้เพื่ออัปเดตทรัพยากรที่มีอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ การส่งคำขอ PUT เดียวกันหลายครั้ง ในบริการเว็บ RESTful จะให้ผลลัพธ์เหมือนกันซึ่งแตกต่างจาก POST DELETE ใช้เพื่อลบทรัพยากรออกโดยคำขอ DELETE สามารถเปลี่ยนสถานะเซิร์ฟเวอร์ ได้หากผู้ใช้ไม่มีการรับรองความถูกต้องที่เหมาะสมคำขอก็จะล้มเหลว (Amazon Web Services, 2022) 10.1.4 SPA (Single Page Applications) เป็นเทคนิคการพัฒนาเว็บไซต์ที่มีวิธีการทำงานใน ลักษณะใกล้เคียงกับ Application ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน SPA ได้รับการออกแบบให้ลดการ Reload หน้าเว็บโดยไม่จำเป็นซึ่งหน้าเว็บลักษณะนี้เมื่อคลิกดูข้อมูลจะไม่ดึงข้อมูลมาใหม่ทั้งหน้าแต่จะใช้ JavaScript ในการดึงข้อมูลมาเพียงบางส่วนเพื่อนำมา Update เฉพาะบริเวณที่จำเป็นหรือโหลด html เพียงตัว เดียวก็สามารถตอบสนองการใช้งานของผู้ใช้ได้โดยจะสามารถเรียกใช้ html ตัวอื่น ๆ แบบ dynamic ได้สิ่งที่ แตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างเว็บไซต์ทั่วไปและ SPA คือการลดจำนวนการรีเฟรชหน้าเว็บไซต์SPA ใช้ AJAX และ HTML5 ในการติดต่อไปที่ back-end servers เพื่อไปเอาข้อมูลมาแสดงผลที่หน้าเว็บโดยที่ไม่ต้องทำการรีเฟรช เว็บทั้งหมดซึ่งกระบวนการในการ render เว็บเพจจะเกิดขึ้นที่ฝั่ง client เกือบทั้งหมด (Arkhom Khamthip, 2560) 10.1.5 CSR (Client-side rendering) คือการ render หน้าเพจทั้งหมดที่ฝั่ง client โดยเมื่อ server รับคำขอจาก client ฝั่ง server จะส่งเพียงโครงของเว็บไซต์มาให้พร้อมกับไฟล์ JavaScript จากนั้นไฟล์


แบบฟอร์มเค้าโครงโครงงานคอมพิวเตอร์ 11 JavaScript จึงจะทำหน้าที่ Render เพจให้สมบูรณ์ส่งผลให้การโหลดหน้าเว็บไซต์ของ user มีความช้ากว่าแบบ SSR แต่มีการเปลี่ยนหน้าเพจที่เร็วเพราะทุกหน้าได้ถูก Render ตั้งแต่ส่งไฟล์มาในครั้งแรกแล้วดังนั้น CSR เป็นโหมดการแสดงผลที่ Browser โดยจะประมวลผลคำขอเข้าถึงหน้าเว็บโดยใช้ไฟล์ JavaScript เท่านั้นเพื่อสร้าง เนื้อหา HTML ข้อมูลคำสั่งการเข้าถึงจะถูกส่งไปยัง Server ซึ่งส่งคืนด้วย HTML แบบง่ายที่มีข้อมูล JavaScript (สุรงกานต์ ท.ทหาร, 2564) 10.1.6 แบบจำลองน้ำตก (Waterfall Model) คือ แนวทางเชิงเส้นต่อเนื่องสำหรับวงจรชีวิตการ พัฒนาซอฟต์แวร์ (SDLC) ที่ได้รับความนิยมในด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์และการพัฒนาผลิตภัณฑ์แบบจําลองน้ำตก ใช้ความก้าวหน้าเชิงตรรกะของขั้นตอน SDLC สำหรับแนวคิดคล้ายกับทิศทางที่น้ำไหลผ่านขอบหน้าผา มีการ กำหนดจุดสิ้นสุดหรือเป้าหมายที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละขั้นตอนของการพัฒนาโดย Model ชนิดนี้จะมีการ ทำงานแบบทำให้เสร็จสิ้นทีละ Stage แบบ 100 % จากนั้นค่อยเริ่มทำ Stage ถัดไปเมื่อถึงจุดสิ้นสุดหรือเป้าหมาย จะไม่สามารถกลับมาดูได้อีกหลังจากเสร็จสิ้นไปแล้ว ขั้นตอนของแบบจำลองน้ำตกมีขั้นตอนการทำงานตามที่แสดง ในรูปที่ 10.2 ภาพที่ 2 แบบจำลองน้ำตก (Waterfall Model) ที่มา : (Ben Lutkevich, & Technical Writer, 2022) 1. Requirements (ความต้องการ) คือ ข้อกำหนดเวลาและแนวทางที่เป็นไปได้สำหรับ โครงการซึ่งจะถูกวิเคราะห์และวางไว้ในเอกสารข้อกำหนดอย่างเป็นทางการหรือเรียกว่าข้อกำหนดการทำงาน 2. Analysis (การวิเคราะห์) คือ ข้อมูลจําเพาะของระบบได้รับการวิเคราะห์เพื่อสร้าง แบบจําลองผลิตภัณฑ์และตรรกะทางธุรกิจเพื่อเป็นแนวทางในการผลิต 3. Design (ออกแบบ) คือ ข้อกําหนดการออกแบบถูกสร้างขึ้นเพื่อร่างข้อกําหนดการ ออกแบบทางเทคนิค เช่น ภาษาการเขียนโปรแกรม ฮาร์ดแวร์แหล่งข้อมูลสถาปัตยกรรมและบริการ เป็นต้น


แบบฟอร์มเค้าโครงโครงงานคอมพิวเตอร์ 12 4. Coding and implementation (การเข้ารหัสและการใช้งาน) คือ ซอร์สโค้ดที่ได้รับ การพัฒนาโดยใช้แบบจําลองและข้อกําหนดที่กำหนดไว้ในขั้นตอนก่อนหน้า โดยทั่วไประบบจะถูกเข้ารหัสในส่วน ประกอบหรือหน่วยที่เล็กกว่าก่อนที่จะรวมเข้าด้วยกัน 5. Testing (การทดสอบ) คือ การประกันคุณภาพหน่วยระบบและการทดสอบเบต้าระบุ ปัญหาที่ต้องแก้ไข สิ่งนี้อาจทำให้เกิดการบังคับซ้ำของขั้นตอนการเข้ารหัสสำหรับการดีบัก หากระบบผ่านการรวม และการทดสอบน้ำตกจะดำเนินต่อไป 6. Operation and deployment (การดําเนินงานและการปรับใช้) คือ การทำงานได้ อย่างสมบูรณ์และปรับใช้ได้กับสภาพแวดล้อมจริงของผลิตภัณฑ์หรือ Application 7. Maintenance (การบำรุงรักษา) คือ การปรับปรุงผลิตภัณฑ์และการทำงานของ ผลิตภัณฑ์ ซึ่งอาจรวมถึงการปล่อยการอัปเดตแพตช์และเวอร์ชันใหม่ของระบบ เป็นต้น แผนภูมิแกนต์เป็นเครื่องมือการจัดการทั่วไปสำหรับ Waterfall Model แผนภูมินี้ช่วยให้สามารถ แสดงภาพขั้นตอนการทำงานตามลำดับได้อย่างง่าย ทำให้เข้าใจการทำงานที่ขึ้นต่อกันและงานย่อยไปยังแต่ละ ขั้นตอนของกระบวนการได้ง่าย และมีมุมมองที่ชัดเจนของระยะเวลาและกำหนดการสำหรับแต่ละขั้นตอน (Ben Lutkevich, & Technical Write, 2022) ภาพที่ 1.3 Gantt Chart ที่มา : (Ben Lutkevich, & Technical Writer, 2022) 10.2 ภาษาคอมพิวเตอร์ 10.2.1 HTML หรือ Hypertext Markup Language คือ ภาษาเขียนเว็บไซต์ที่ใช้เพื่อกำกับ ข้อมูลต่าง ๆ และแสดงผลคำสั่งบนหน้า Web Browser เป็นเหมือนภาษาพื้นฐานที่มีไว้ในการพัฒนาหน้าเว็บไซต์ ในปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลขององค์กร World Wide Web Consortium (W3C) และถูกพัฒนามาถึงเวอร์ชั่น 5


แบบฟอร์มเค้าโครงโครงงานคอมพิวเตอร์ 13 หรือที่เรียกว่า HTML5 โดยเริ่มจาก HTML1 ที่ทำอะไรได้ไม่มากนอกจากโบว์ชัวร์ออนไลน์ข้อมูลต่าง ๆ บนหน้า เว็บไซต์จะถูกเชื่อมโยงกันด้วยชุดคำสั่งต่าง ๆ เพื่อให้แสดงผลออกมาในรูปแบบที่นักออกแบบต้องการให้เป็นข้อมูล เหล่านั้นถูกควบคุมโดยการเขียน HTML ทั้งที่เป็นรูปภาพ ข้อความ หรือวัตถุอื่น ๆ บนหน้าเว็บไซต์โครงสร้างของ HTML จะเป็นในรูปแบบของ Tag ต่าง ๆ และ Web Browser จะแปลความของ Tag แต่ละ Tag ออกมาเป็น หน้าตาเว็บไซต์(Jirayut Intachai, 2564) 10.2.2 JavaScript คือ หนึ่งในภาษาโปรแกรมที่ใช้มากที่สุดและเป็นภาษาเขียนโค้ดที่ได้รับความ นิยม JavaScript เป็นภาษาการเขียนโปรแกรมแบบข้อความที่ช่วยสร้างองค์ประกอบแบบโต้ตอบบนหน้าเว็บเมื่อ ใช้ร่วมกับ HTML และ CSS JavaScript เป็นหนึ่งในสามองค์ประกอบหลักของอินเทอร์เน็ต เว็บไซต์จะต้องใช้ ภาษาการเขียนโปรแกรมทั้งสามนี้ร่วมกันโดยแต่ละภาษามีจุดประสงค์เฉพาะโดย JavaScript จะช่วยให้ทำให้ เว็บไซต์โต้ตอบได้ ช่วยให้เนื้อหาทั้งหมดที่สร้างด้วย HTML และมีสไตล์ด้วย CSS มีส่วนร่วมมากขึ้น ตั้งแต่ปุ่มที่ คลิกได้ไปจนถึงตัวเลือกการเข้าสู่ระบบ JavaScript คือสิ่งที่เปลี่ยนเว็บไซต์จากกําแพงข้อความให้เป็นประสบการณ์ (Erika Varagouli, 2021) 10.2.3 TypeScript คือ ภาษา JavaScript ใน Version ที่ได้รับการ Upgrade โดย TypeScript สามารถทำงานบน Node.js Environment หรือ Web Browser ต่าง ๆ ที่มีการรองรับ ECMAScript 3 ขึ้นไปได้ TypeScript เป็น Statically Compiled Language ที่จัดเตรียมทั้ง Static Typing, Classes และ Interface ไว้ให้ และช่วยให้สามารถเขียน Code ของ JavaScript ที่เรียบง่ายและ Clean ได้อย่างสะดวกขึ้น ดังนั้นการใช้ TypeScript ช่วยให้สามารถสร้าง Software ที่ปรับใช้งานได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเพราะ TypeScript มี Feature ที่มีประโยชน์อย่าง Code Navigation, Bug Prevention และ Maintainability of Code และมีการ รองรับ Interfaces, Sub-Interfaces, Classes, Subclasses และ ECMAScript 6 หรือ ES6 เป็นต้น (nopparat.jap, 2565) 10.2.4 CSS (Cascading Style Sheet) หรือเรียกว่า "สไตล์ชีต" เป็นภาษาที่ใช้เป็นส่วนของการ จัดรูปแบบการแสดงผลเอกสาร HTML โดยที่ CSS กำหนดกฎเกณฑ์ในการระบุรูปแบบหรือสไตล์ของเนื้อหาใน เอกสารได้แก่ สีของข้อความ สีพื้นหลัง ประเภทตัวอักษร และการจัดวางข้อความ ซึ่งการกำหนดรูปแบบหรือสไตล์ ใช้หลักการของการแยกเนื้อหาเอกสาร HTML ออกจากคำสั่งที่ใช้ในการจัดรูปแบบการแสดงผล กำหนดให้รูปแบบ ของการแสดงผลเอกสารไม่ขึ้นอยู่กับเนื้อหาของเอกสาร เพื่อให้ง่ายต่อการจัดรูปแบบการแสดงผลลัพธ์ของเอกสาร HTML โดยเฉพาะในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาเอกสารบ่อยครั้ง หรือต้องการควบคุมให้รูปแบบการแสดงผล เอกสาร HTML มีลักษณะของความสม่ำเสมอทั่วกันทุกหน้าเอกสารภายในเว็บไซต์เดียวกัน (CSS, 2560)


แบบฟอร์มเค้าโครงโครงงานคอมพิวเตอร์ 14 10.3 ซอฟต์แวร์ 10.3.1 Visual Studio Code (VS Code) คือ โปรแกรมประเภท Editor ใช้ในการแก้ไขโค้ดที่มี ขนาดเล็กแต่มีประสิทธิภาพสูงเป็น Open Source จากบริษัทไมโครซอฟต์โดยโปรแกรมสามารถนำมาใช้งานได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเหมาะสำหรับนักพัฒนาโปรแกรมที่ต้องการใช้งานหลายแพลตฟอร์มรองรับการใช้งานทั้งบน Windows, macOS และ Linux รองรับหลายภาษาทั้ง JavaScript, TypeScript และ Node.js และสามารถ เชื่อมต่อกับ Git ได้สามารถนำมาใช้งานได้ง่ายไม่ซับซ้อนมีเครื่องมือและส่วนขยายต่าง ๆ ให้เลือกใช้มากมาย รองรับการเปิดใช้งานภาษาอื่น ๆ ทั้งภาษา C++, C#, Java, Python, PHP หรือ Go สามารถปรับเปลี่ยน Themes ได้และ Visual Studio Code มีส่วน Debugger และ Commands ในตัวด้วย (ณัฐพล แสนคำ, 2563) 10.3.2 Angular คือ ฟอนต์เอนด์เฟรมเวิร์ก (Frontend Framework) พัฒนาโดย Google โดย Angular เป็นเฟรมเวิร์กที่ใช้สำหรับพัฒนาเว็บแอพพลิเคชันในฝั่งของไคลเอนต์ และถ้าต้องการติดต่อกับเซิร์ฟเวอร์ ก็จะใช้ภาษาหรือเฟรมเวิร์กแบบอื่น ๆ ติดต่อกับเซิร์ฟเวอร์แทน และ Angular มีโครงสร้างที่ดีคือแบ่งส่วนประกอบ ของแอพพลิเคชันออกเป็น component ย่อย ๆ ทำให้ง่ายต่อการพัฒนาและแก้ไข มีรูปแบบที่สร้างเว็บเพจแบบ ไดนามิกเนื้อหาบนเว็บเพจจึงสามารถเปลี่ยนแปลงตามเงื่อนไขที่แตกต่างกันได้ รวมถึงสามารถใช้งานข้าม แพลตฟอร์มได้สามารถใช้ Angular บน windowns Mac Linux และ Angular ยังรองรับการทำงานกับ Browser ชั้นนำได้ทุกตัว เช่น Microsoft Edge, Google Chrome, Safari, FireFox และ Opera เป็นต้น Angular ยังเป็น ส่วนหนึ่งของ MEAN Stack ซึ่งเป็นชุดของเฟรมเวิร์กสำหรับการพัฒนาแอพพลิเคชันที่ได้รับความนิยมอย่างมากใน ปัจจุบัน (Tawan_Ait, 2562) โดย MEAN Stack โดย MEAN ย่อมาจาก 1. M: MongoDB เป็นฐานข้อมูลแบบ NoSQL เก็บข้อมูลแบบออบเจ็กต์ไม่ได้เก็บข้อมูล ในตาราง 2. E: Express เป็น Backend Framework ใช้สำหรับพัฒนาแอพพลิเคชันในฝั่งชอง เซิร์ฟเวอร์ 3. A: Angular เป็น Frontend Framework ใช้สำหรับพัฒนาแอพพลิเคชันในฝั่งของ ไคลเอนต์ 4. N: Node.js เป็น Runtime Environment ที่ประกอบด้วย JavaScript Engine V8 ของ Google Chrome ครอบด้วย C++ เพื่อทำให้สามารถใช้งาน JavaScript ในที่ใดก็ได้ไม่จำเป็นต้องใช้งานบน Browser 10.3.3 MySQL คือ โปรแกรมที่ใช้ในการจัดการฐานข้อมูลที่ต้องใช้งานร่วมกับโปรแกรมหรือ เครื่องมือตัวอื่น ๆ โดยส่วนใหญ่แล้วโดยทั่วไปจะใช้ในการจัดการข้อมูลบนเว็บไซต์หรือระบบ server และยัง สามารถอ่านภาษาพื้นฐานทั่วไปได้เช่น php, aps.net, java, C# เป็นต้น ตัวโปรแกรมถูกออกแบบมาเพื่อให้ รองรับหลายกหลายระบบปฏิบัติการ MySQL ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยบริษัท MySQL AB ในประเทศสวีเดน โดยมีทั้ง


แบบฟอร์มเค้าโครงโครงงานคอมพิวเตอร์ 15 แบบใช้งานฟรีและในรูปแบบเชิงธุรกิจ แถมยังเป็น Open Source อีกด้วยจึงมีการนำไปใช้กันอย่างแพร่หลาย (Pattanapong, 2563) 10.3.4 Node.js เป็นชุดเครื่องมือในการแปลคำสั่งของ JavaScript เป็น JavaScript Runtime Environment คือสามารถนำ JavaScript ไปรันใน Windows, Mac, Linux ได้โดยไม่ขึ้นกับ Web Browser ทำให้สามารถรันโค้ด JavaScript ด้วย Nodejs ได้โดยไม่จำเป็นต้องสร้างเว็บเพจแล้วนำไปรันใน Web Browser และ Node.js ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำงานในฝั่ง Server เป็นหลัก คล้ายกับ PHP, Django Framework (Python), Laravel Framework (PHP) แต่การใช้งาน Nodejs มีข้อดีคือผู้พัฒนาเว็บสามารถควบคุมการทำงานของเว็บทั้ง ฝั่ง Frontend และ Backend ได้โดยใช้ JavaScript เพียงภาษาเดียวโดยไม่ต้องเรียนรู้หลายภาษา (Kong Ruksiam, 2563) 10.4 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ดุรงค์ฤทธิ์ ตรีภาค (2561) ได้พัฒนาส่วนต่อประสานโปรแกรมประยุกต์กับระบบสารสนเทศ โรงพยาบาลเพื่อการสืบค้นเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ในงานบริการเภสัชกรรม โดยพัฒนา 1) โปรแกรมส่วนต่อ ประสานโปรแกรมประยุกต์(API) เพื่อเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลของโรงพยาบาล 3 ชนิด ได้แก่ HOSxP, HoMC และ Hospital OS และ 2) พัฒนาโปรแกรมสืบค้นข้อมูลเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมต่อส่วนต่อประสาน โปรแกรมประยุกต์ โดยใช้รูปแบบการเชื่อมต่อแบบ REST ในรูปแบบข้อมูลแบบ JSON และ XML ซึ่งเป็นรูปแบบ ของ web service ที่มีความนิยมในปัจจุบัน เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลของระบบสารสนเทศโรงพยาบาลกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ โรงพยาบาลที่ใช้ HOSxP, HoMC และ Hospital OS ซึ่งระบบสารสนเทศโรงพยาบาลแต่ละชนิดมีการใช้ ฐานข้อมูลต่างชนิดกัน ได้แก่ MySQL, MSSQL, และ PostgreSQL และใช้โปรแกรมจัดการฐานข้อมูล ได้แก่ Navicat for MySQL ในการจัดการฐานข้อมูล MySQL, SQL Server Management Studio Express ในการ จัดการฐานข้อมูล MSSQL และ pgAdmin ในการจัดการฐานข้อมูล PostgreSQL หลังการพัฒนาทั้งสองส่วนแล้ว ทำการประเมินประสิทธิภาพของโปรแกรมโดยแบบสอบถามในหัวข้อของความถูกต้อง ความรวดเร็ว และความพึง พอใจ ผลการทดสอบจากผู้ใช้งานโปรแกรมพบว่า ค่าเฉลี่ยคะแนนความถูกต้องของโปรแกรมมีความถูกต้องใน ระดับมาก (4.03, SD=0.72) ค่าเฉลี่ยคะแนนความรวดเร็วของโปรแกรมสามารถใช้งานได้เร็ว (4.01, SD=0.92) และค่าเฉลี่ยคะแนนความพึงพอใจโดยรวมของโปรแกรมคือพึงพอใจมาก (4.22, SD=0.91) อรัญ ศรีอรัญ, รัชนีกร จันทรากูลพงษ์, กุณฑล กระบวนรัตน์, และชูพันธุ์ รัตนโภคา (2021) ระบบสารสนเทศที่ใช้ในการสนับสนุนการดำเนินการด้านการขอเอกสารทางการศึกษาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าพระนครเหนือนั้น ได้ถูกพัฒนามานานหลายสิบปีแล้วและเป็นระบบปิดส่งผลให้การขอเอกสารทาง การศึกษาทุกครั้งนักศึกษาจำเป็นต้องเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อมาติดต่อและยื่นเอกสารคำร้องโดยตรงเท่านั้นทำให้


แบบฟอร์มเค้าโครงโครงงานคอมพิวเตอร์ 16 นักศึกษาอาจจะเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางและสำหรับหัวหน้างานทะเบียนก็ยังขาดระบบสำหรับบริหาร และติดตามผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่งานทะเบียนที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำเอกสารการศึกษา ดังนั้นบทความ นี้จึงนำเสนอการออกแบบและพัฒนาระบบบริหารจัดการการขอเอกสารทางการศึกษาสำหรับมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เพื่อให้นักศึกษาสามารถยื่นคำร้องขอเอกสารทางการศึกษาและสามารถ ตรวจสอบสถานะของเอกสารได้ด้วยตนเองผ่านเว็บแอปพลิเคชัน รวมถึงหัวหน้างานทะเบียนสามารถดูรายงานการ ปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่งานทะเบียนได้โดยวัตถุประสงค์ของบทความนี้ คือ 1) วิเคราะห์สภาพปัจจุบันของ กระบวนการขอเอกสารทางการศึกษาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ 2) เพื่อออกแบบ พัฒนาระบบต้นแบบสำหรับบริหารจัดการการขอเอกสารทางการศึกษาในรูปแบบเว็บแอปพลิเคชันด้วยภาษา JavaScript และ TypeScript บนกรอบการทำงานของเว็บแอปพลิเคชัน Angular โดยใช้ฐานข้อมูล MongoDB จากการประเมินประสิทธิภาพของระบบโดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 10 ท่านพบว่าค่าเฉลี่ยประสิทธิภาพของระบบ เท่ากับ 4.38 และมีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.51 จึงสรุปได้ว่าระบบต้นแบบที่พัฒนานั้นมีระดับประสิทธิภาพ อยู่ในระดับดีและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ธนวิชญ์ พันธุ์ฉลาด, มะลิวัลย์ เหมสลาหมาด, อรยา ปรีชาพานิช, และสุดา เธียรมนตรี(2561) ได้พัฒนาโปรแกรมต้นแบบของแอปพลิเคชันบริการข้อมูลอู่ซ้อมรถตามตำแหน่งของผู้ใช้ กรณีศึกษา: จังหวัดภูเก็ต โดยระบบกาหนดตำแหน่งบนพื้นโลก (จีพีเอส) ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ อยางแพร่หลายในปัจจุบัน มีผู้ใช้งานจีพีเอสเป็นจำนวนมากเพื่อค้นหาเส้นทางจากสถานที่หนึ่งไปยังอีกสถานที่หนึ่งรวมไปถึงการค้นหาสิ่ง อำนวยความสะดวกในบริเวณใกล้เคียงกบตำแหน่งที่อยู่ ณ ปัจจุบัน เช่น ร้านอาหาร ธนาคาร ปั๊มน้ำมัน อู่ซ่อมรถ และสถานที่อื่น ๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกบบริเวณดังกล่าว ดังนั้นผู้วิจัยจึงมีแนวคิดในการพัฒนา แอปพลิเคชันเพื่อให้บริการระบุตำแหน่งบนสมาร์ทโฟนที่ผู้ใช้สามารถค้นหาและเข้าถึงสารสนเทศของอู่ซ่อมรถใน จังหวัดภูเก็ตได้ตามประเภทของอู่ซ่อมรถที่ต้องการ การพัฒนาแอปพลิเคชันนี้ใช้สถาปัตยกรรมแบบไคลเอนต์- เซิร์ฟเวอร์ และไอออนิกเฟรมเวิร์ค รวมไปถึง Google Maps API, JSON, Cordova และ Angular JS สำหรับ พัฒนาไฮบริดจ์แอปพลิเคชันในส่วนของไคลเอนต์ และใช้โปรแกรมภาษา PHP, JavaScript, CSS ร่วมกบระบบ จัดการฐานข้อมูล MySQLi เพื่อพัฒนาในส่วนของเซิร์ฟเวอร์ ผลการประเมินประสิทธิภาพแอปพลิเคชันเกี่ยวกับ ส่วนต่อประสานกบผู้ใช้ ความถูกต้อง ความสะดวก และความพึงพอใจต่อระบบ สรุปได้วาแอปพลิเคชันที่พัฒนาขึ้น มีประสิทธิภาพในระดับน่าพึงพอใจและสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้จริง สุนทร ดวงประเสริฐ, และชัยวิรัตร บุตรวาปี(2561) งานวิจัยการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อ การพัฒนาชุมชน ตามกรอบแนวคิดคิดการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงองค์ความรู้และภูมิปัญหาผ่านเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ 1) เพื่อเคราะห์และออกแบบเว็บไซต์สำหรับชุมชน 2) เพื่อ พัฒนาเว็บไซต์จัดการข่าวสารชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่น และสุดท้ายเพื่อการประเมินผลการทำงานของเว็บแอป พลิเคชัน ดังนั้นผู้วิจัยจึงได้ดำเนินการเก็บข้อมูลพื้นฐานของชุมชนการวิเคราะห์และออกแบบระบบ การพัฒนา


แบบฟอร์มเค้าโครงโครงงานคอมพิวเตอร์ 17 แอบพลิเคชันและการประเมินผลระบบผลการประเมินระบบแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้บริหารชุมชนจำนวน 10 คนและกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไปจำนวน 20 คน สรุปผลการประเมินระบบโดยรวม ด้านการตรงตามความต้องการ ของผู้ใช้ระบบและความง่ายต่อการใช้งานอยู่ในเกณฑ์ ดี (x =4.02) โดยมีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานโดยรวม เท่ากับ 0.54 สรุปผลการดำเนินงาน การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการพัฒนาชุมชนบ้านเตย เป็นการพัฒนา ชุมชนให้เกิดการเรียนรู้และการกระจายข่าวสารข้อมูลภูมิปัญหาท้องถิ่น เพื่อนำไปสู่การช่วยเหลือตนเองและพึ่งพา ตนเองได้ โดยการยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชนท้องถิ่น สังคมและ ประเทศชาติ


แบบฟอร์มเค้าโครงโครงงานคอมพิวเตอร์ 18 11. ภาคผนวก ภาพที่ 1.4 Hierarchical Diagram ระบบบริหารจัดการสารสนเทศกลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา ส านักงานเขต พื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสกลนคร ผู้ดูแลระบบ จัดการข้อมูลส่วนตัว จัดการข้อมูลกลุ่ม งาน จัดการข้อมูล บุคลากร จัดการข้อมูล โรงเรียน จัดการข้อมูล ข่าวสาร ดูรายงานสรุปผล บุคลากร จัดการข้อมูลส่วนตัว จัดการข้อมูลกลุ่ม งาน จัดการข้อมูล โรงเรียน ดูรายละเอียดข้อมูล สพม. ดูรายละเอียด โรงเรียน ดูรายละเอียดกลุ่ม งาน ดูรายงานสรุปผล โรงเรียน จัดการข้อมูล สพม. ดูรายละเอียดข้อมูล สพม. ผู้ใช้ทั่วไป เข้าเยี่ยมชมหน้า เว็บไซต์ได้ ดูข้อมูลข่าวสาร


แบบฟอร์มเค้าโครงโครงงานคอมพิวเตอร์ 19 12. บรรณานุกรม กรกฎ วิริยะ. (2561). MVC และ MMVC คืออะไร. สืบค้น 2 ธันวาคม 2565. จาก https://somtum .kotchasan.com/mvc/ ไก้รุ่ง เฮงพระพรหม, เดช ธรรมศิริ, สุธารัตน์ ชาวนาฟาง, และสุพจน์ เฮงพระพรหม. (2562). การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ โครงการหมู่บ้านรักษาศีลห้าจังหวัดนครปฐม. Journal of Management Science Nakhon Pathom Rajabhat University. 6(2), 189-202. สืบค้นจาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JMSNPRU/article/view/232417/158795 ณัฐพล แสนคำ. (2563). วิธีการใช้งาน Visual Studio Code. สืบค้น 2 ธันวาคม 2565. จาก https://cs.bru .ac.th/สอนวิธีการใช้-visual-studio-code-2/ ดุรงค์ฤทธิ์ ตรีภาค. (2561), การพัฒนาส่วนต่อประสานโปรแกรมประยุกต์กับระบบสารสนเทศ โรงพยาบาลเพื่อการสืบค้นเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ในงานบริการเภสัชกรรม(วิทยานิพนธ์ ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศิลปากร. สืบค้นจาก http://ithesis-ir.su.ac.th/dspace/ handle/123456789/1964 ธนวิชญ์ พันธุ์ฉลาด, มะลิวัลย์ เหมสลาหมาด, อรยา ปรีชาพานิช, และสุดา เธียรมนตรี. (2561). โปรแกรมต้นแบบของแอปพลิเคชันบริการข้อมูลอู่ซ้อมรถตามตำแหน่งของผู้ใช้ กรณีศึกษา: จังหวัดภูเก็ต. วารสารมหาวิทยาลัยทักษิณ. 21(3), 267-274. สืบค้นจาก https://ph02.tci-thaijo.org/ สุนทร ดวงประเสริฐ, และชัยวิรัตร บุตรวาปี. (2561). การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการพัฒนาชุมชน(รายงาน การวิจัย). มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน. สุภัตรา ทรัพย์อุปการ. (2562). มารู้จักระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (MIS) ให้มากขึ้นกันดีกว่า. สืบค้น 2 ธันวาคม 2565. จาก https://www.scimath.org/article-technology/item/10477-mis สุรงกานต์ ท.ทหาร. (2564). SSR กับ CSR เรื่องที่เราควรรู้. สืบค้น 2 ธันวาคม 2565. จาก https://interset.co.th/ssr-กับ-csr-เรื่องที่เราควรรู้/ อรัญ ศรีอรัญ, รัชนีกร จันทรากูลพงษ์, กุณฑล กระบวนรัตน์, และชูพันธุ์ รัตนโภคา. (2021). การพัฒนาระบบต้นแบบสำหรับบริหารจัดการการขอเอกสารทางการศึกษาสำหรับมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ. Mahidol R2R e-Journal. 8(1), 90-103. สืบค้นจาก ThaiJOhttps://he01.tci-thaijo.org Amazon Web Services. (2022). RESTful API คืออะไร. สืบค้น 2 ธันวาคม 2565. จาก https://aws.amazon.com/th/what-is/restful-api/


แบบฟอร์มเค้าโครงโครงงานคอมพิวเตอร์ 20 Arkhom Khamthip. (2560). Single Page Applications (SPA). สืบค้น 2 ธันวาคม 2565. จาก https://medium.com/chehipster/single-page-applications-spa-bbee3d913700 Ben Lutkevich, & Technical Writer. (2022). waterfall model. สืบค้น 2 ธันวาคม 2565. จาก https://www.techtarget.com/searchsoftwarequality/definition/waterfall-model CSS. (2560). CSS คืออะไร ซีเอสเอส คือ ภาษาที่ใช้ในการจัดรูปแบบเอกสาร HTML ให้มีความสวยงาม. สืบค้น 2 ธันวาคม 2565. จาก https://www.mindphp.com/คู่มือ/73-คืออะไร/2193-css-คืออะไร. html Erika Varagouli. (2021). What Is JavaScript & What Do You Use It For?. สืบค้น 2 ธันวาคม 2565. จาก https://www.semrush.com/blog/javascript/ Espinha, Tiago, Andy Zaidman, and Hans-Gerhard Gross. (2015). Web API growing pains: Loosely coupled yet strongly tied. Journal of Systems and Software 100. 27-43. from https://www.sciencedirect.com/science Ferguson, G. A. (1981). Statistical Analysis in Psychology and Education. 5th ed. Tokyo: McGraw– Hill. Jirayut Intachai. (2564). HTML คืออะไร? ทำไมคนเขียนเว็บไซต์ต้องใช้งาน. สืบค้น 2 ธันวาคม 2565. จาก https://goterrestrial.com/2021/05/19/what-is-html/ Kong Ruksiam. (2563). รู้จักกับ JavaScript และ Node.js. สืบค้น 2 ธันวาคม 2565. จาก https://kongruksiam.medium.com/รู้จักกับ-javascript-และ-nodejs-8b5041853eae Korrawit Thaichay. (2565). Web Application คืออะไร ทำไมสามารถสร้างจุดเด่นให้ธุรกิจ. สืบค้น 2 ธันวาคม 2565. จาก https://exvention.co.th/web-application/ Nopparat.jap. (2565). ทำไมถึงต้องใช้ Typescript ทั้งที่ก็มี JavaScript อยู่แล้ว. สืบค้น 2 ธันวาคม 2565. จาก https://il.mahidol.ac.th/th/i-learning-clinic/computer-articles/ทำไมถึงต้องใช้-typescriptทั้งที/ Pattanapong. (2563). ทำความรู้จักกับ MySQL. สืบค้น 2 ธันวาคม 2565. จาก https://blog.metrabyte .cloud/ทำความรู้จักกับ-mysql/ Roy Thomas Fielding. (2000). Architectural styles and the design of network-based software architectures(Doctoral dissertation). California. University of California, Irvine. Retrieved from https://www.ics.uci.edu/


แบบฟอร์มเค้าโครงโครงงานคอมพิวเตอร์ 21 Tawan_Ait. (2562). Angular คือ อะไรกัน. สืบค้น 2 ธันวาคม 2565. จาก https://tawantawan1997 .medium.com/angular-คือ-อะไรกัน-cb24bbcc3e82


Click to View FlipBook Version