The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สครับผิวจากธรรมชาติ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

สครับผิวจากธรรมชาติ

สครับผิวจากธรรมชาติ

เรื่อง สครับผิวจากธรรมชาติ Natural skin scrub โดย 1.นายปุณณวิช จินดาจิธาวัฒน์ เลขที่2 2.น.ส.สุจรรย์จิรา กีรติวิบูลพงศ์ เลขที่7 3.นายวัชรพล ศรีวิชัย เลขที่10 4.น.ส.ธีร์วรา คหบดีกนกกุล เลขที่23 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/12 โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่เขตการศึกษามัธยมศึกษา เขต 36 รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาค้นคว้ารายวิชา IS2 การสื่อสารและการนำเสนอ (Communication and Presentation) ประจำภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565


สครับผิวจากธรรมชาติ Natural skin scrub โดย 1.นายปุณณวิช จินดาจิธาวัฒน์ เลขที่2 2.น.ส.สุจรรย์จิรา กีรติวิบูลพงศ์ เลขที่7 3.นายวัชรพล ศรีวิชัย เลขที่10 4.น.ส.ธีร์วรา คหบดีกนกกุล เลขที่23 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/12 โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่เขตการศึกษามัธยมศึกษา เขต 36 ครูผู้สอน นางสาวสุนทรา ธรรมสอน


ก เรื่อง : สครับผิวเพื่อสุขภาพ เรื่อง : Natural skin scrub คณะผู้จัดทำ : 1.นายปุณณวิช จินดาจิธาวัฒน์ เลขที่ 2 2.น.ส.สุจรรย์จิรา กีรติวิบูลพงศ์ เลขที่ 7 3.นายวัชรพล ศรีวิชัย เลขที่ 10 4.น.ส.ธีร์วรา คหบดีกนกกุล เลขที่ 23 โรงเรียน : สามัคคีวิทยาคม จังหวัดเชียงราย ครูผู้สอน : ครูสุนทรา ธรรมสอน ปีการศึกษา : 2565 —-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- บทคัดย่อ การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษา เชิงสิ่งประดิษฐ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาตัวแปรที่ต้องการ ศึกษามีผลต่อคุณภาพสครับผิวจากธรรมชาติต่างกันอย่างไร ผู้ศึกษาได้ทำการศึกษาค้นคว้าโดยการ ใช้สครับผิวจากธรรมชาติกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4.12 จำนวน 36 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดย การทำแบบสอบถามความพึงพอใจ และวิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ยจากแบบสอบถาม ผลการศึกษาค้นคว้าพบว่าทั้งตัวแปรที่ต้องการจะศึกษาทั้ง 3 อย่าง คือ กากกาแฟ มะเขือเทศ และมะขามเปียก มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป โดยมะเขือเทศให้คุณสมบัติได้ครบถ้วน ตรงกับ สมมติฐานที่ตั้งไว้ว่า ถ้าส่วนผสมของสครับผิวจากธรรมชาติมีผลต่อประสิทธิภาพของสครับผิว ดังนั้น มะเขือเทศจะให้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุด


ข กิตติกรรมประกาศ การศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงได้ด้วยความกรุณาจากคณะครูทุกท่านที่ ให้คำแนะนำ ปรึกษา ให้ความรู้เรื่องการทดลอง จนศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้สำเร็จสมบูรณ์ ผู้ศึกษาขอขอบคุณไว้ณ ที่นี้ด้วย นอกจากนี้ผู้ศึกษาขอขอบพระคุณคุณครูสุนทรา ธรรมสอน ที่กรุณาให้ความอนุเคราะห์ ให้ คำแนะนำ ให้คำปรึกษา และให้ความรู็ความคิดที่มีประโยชน์และแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆในการศึกษา ค้นคว้าเป็นอย่างมาก ท้ายสุดนี้คณะผู้ศึกษาหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การศึกษาครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาของผู้ ที่สนใจโดยทั่วไป ลงชื่อ นายปุณณวิช จินดาจิธาวัฒน์เลขที่ 2 น.ส.สุจรรย์จิรา กีรติวิบูลพงศ์ เลขที่ 7 นายวัชรพล ศรีวิชัย เลขที่ 10 น.ส.ธีร์วรา คหบดีกนกกุล เลขที่ 23


ค สารบัญ เรื่อง หน้า บทคัดย่อ ก กิตติกรรมประกาศ ข สารบัญ ค สารบัญตาราง ง สารบัญภาพ จ บทที่ 1 บทนำ 1 ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา 1 วัตถุประสงค์ของการศึกษา 2 ประโยชน์ของการศึกษา 2 ขอบเขตการศึกษา 2 สมมติฐานการศึกษา 3 นิยามศัพท์เฉพาะ 3 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 4 2.1 สรรพคุณของมะเขือเทศ 4-5 2.2 สรรพคุณของกากกาแฟ 6-7 2.3 สรรพคุณของมะขามเปียก 7-8 2.4 ขั้นตอนการทำสครับผิว 8-14 2.5 สรรพคุณของการสครับผิว 14-15 2.6 สรรพคุณของมะเขือเทศ 15 2.7 ประโยชน์ของการสครับผิว 16-17


เรื่อง หน้า บทที่ 3 วิธีดำเนินงานศึกษาค้นคว้า 18 3.1 เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงาน 18 3.2 วิธีดำเนินงาน/ขั้นตอนการดำเนินงาน 20-24 3.3 ประชากรกลุ่มตัวอย่าง 24 3.4 เครื่องมือที่ใช่ในการวิจัย 25 3.5 วิธีการสร้างข้อมูล 25-31 3.6 การเก็บรวบรวมข้อมูล 32 3.7 การวิเคราะห์ข้อมูล 33 3.8 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 33 บทที่ 4 ผลการศึกษาค้นคว้า 34 4.1 ตอนที่1 34 4.2 ตอนที่2 34-38 4.3 ผลคะแนนเฉลี่ยและรวม 38-39 บทที่ 5 สรุปอภิปรายผลและข้อเสนอแนะ 40 5.1 วัตถุประสงค์ของการศึกษา 40 5.2 สมมติฐานของการศึกษา 40 5.3 ขอบเขตของการศึกษา 41 5.4 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา 41 5.5 การวิเคราะห์ข้อมูล 41 5.6 สรุปผลการศึกษา 41 5.7 ข้อเสนอแนะ 42 บรรณานุกรม ฉ ภาคผนวก 44-52 ประวัติผู้จัดทำ 53-54


ง สารบัญตาราง ตารางที่ หน้า ตารางข้อคำถามการประเมิน 26-27 ตารางแสดงระดับคะแนนการประเมิน สครับผิวจากธรรมชาติ 35-37 ตารางแสดงผลการประเมิน สครับผิวจากธรรมชาติ 38-39


จ สารบัญภาพ ภาพที่ หน้า ภาพที่ 1 ภาพมะเขือเทศ 5 ภาพที่ 2 ภาพกากกาแฟ 7 ภาพที่ 3 ภาพมะขาม 8 ภาพที่ 4 ภาพสูตรที่ 1 มะขาม + น้ำผึ้ง + นมสด 9 ภาพที่ 5 ภาพสูตรที่ 2 ข้าวโอ๊ต + มะเขือเทศ + น้ำผึ้ง 10 ภาพที่ 6 ภาพสูตรที่ 3 น้ำตาลทรายแดง + น้ำมะนาว + โยเกิร์ต 11 ภาพที่ 7 ภาพสูตรที่ 4 ขมิ้นชัน + ดินสอพอง + แตงกวา 12 ภาพที่ 8 ภาพสูตรที่ 5 กากกาแฟ + น้ำมะนาว + น้ำมันมะพร้าว 13 ภาพที่ 9 ภาพสูตรที่ 6 มะขาม + ขมิ้นชัน + นมสด 14 ภาพที่ 10 ภาพมะเขือเทศ 16 ภาพที่ 11 ภาพ ถ้วย/ชาม สำหรับผสมสครับ 18 ภาพที่ 12 ภาพ ไม้พาย/คน สำหรับคนสครับ 18 ภาพที่ 13 ภาพ มะขามเปียก เป็นตัวแปรที่ต้องการศึกษา 19 ภาพที่ 14 ภาพ ภาพ มะเขือเทศ เป็นตัวแปรที่ต้องการศึกษา 19 ภาพที่ 15 ภาพ กากกาแฟ เป็นตัวแปรที่ต้องการศึกษา 19 ภาพที่ 16 ภาพ น้ำตาล เป็นตัวแปรควบคุม 19 ภาพที่ 17 ภาพขั้นตอนการเตรียมวัสดุ-อุปกรณ์ 20 ภาพที่ 18 ภาพกากกาแฟและภาพน้ำตาล 20 ภาพที่ 19 ภาพขณะตักส่วนผสม 21 ภาพที่ 20 ภาพผสมสครับสูตร กากกาแฟ 21 ภาพที่ 21 ภาพขณะกำลังหั่นมะเขือเทศ 21 ภาพที่ 22 ภาพขณะตักส่วนผสม 22 ภาพที่ 23 ภาพผสมสครับสูตร มะเขือเทศ 22


ภาพที่ หน้า ภาพที่ 24 ภาพขณะตักส่วนผสม 22 ภาพที่ 25 ภาพมะขามเปียก 23 ภาพที่ 26 ภาพขณะผสมมะขามเปียกกับน้ำ 23 ภาพที่ 27 ภาพสครับทั้ง 3 สูตร 24 ภาพที่ 28 รูปทดลองใช้สครับผิว 24 ภาพที่ 29 รูปทดลองใช้สครับผิว 25 ภาพที่ 30 ภาพแบบสอบถามความพึงพอใจในสครับผิวจากธรรมชาติ 28-31 ภาพที่ 31 ภาพผลวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถาม 32 ภาพที่ 32 ภาพรวมวัสดุอุปกรณ์ทั้งหมดในการดำเนินรายงานเรื่อง Natural skin scrub 46 ภาพที่ 33 ภาพรวมขั้นตอนดำเนินของรายงานเรื่อง Natural skin scrub 47 ภาพที่ 34 ภาพรวมขั้นตอนดำเนินของรายงานเรื่อง Natural skin scrub 48 ภาพที่ 35 ภาพรวมการรายงานผลการทดลองของรายงานเรื่อง Natural skin scrub 49 ภาพที่ 36 รูปแบบสอบถามความพึงพอใจในสครับผิวจากธรรมชาติ 51 ภาพที่ 37 รูปแบบสอบถามความพึงพอใจในสครับผิวจากธรรมชาติ 52


บทที่ 1 บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา เนื่องด้วยปัจจุบันผู้หญิงผูกพันธ์กับการใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวมาหลายศตวรรษแต่วิธีการดูแลผิว ของผู้คนทั่วโลกได้เปลี่ยนไปอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นยุคทอง ของผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ซึ่งผู้หญิงทุกคนสามารถซื้อได้ไม่ใช่เพียงคนที่รวยเท่านั้นปัจจุบันโลกแห่งแฟชั่น และความสวยงาม เฉกเช่นในช่วงปี 1920-1929 เป็นช่วงที่ผลิตภัณฑ์ได้รับการออกแบบมาเพื่อผิวขาว ใสอ่อนเยาว์ ซึ่งเป็นความตื่นเต้นของหญิงสาววัยรุ่นในช่วงปี 1960-1969 เป็นการเริ่มการดูแลผิวแบบ หลายขั้นตอน มีทั้งคลีนเซอร์ โทนเนอร์ โลชั่น และมอยซ์เจอไรเซอร์ ส่วนในช่วงปี 1990-1999 มีการ นำเข้าวิตามินเพื่อช่วยลดสัญญาณแห่งวัยและในปัจจุบันการดูแลผิวให้มีสุขภาพที่ดีนั้นมีการทำอยู่ แพร่หลายและมีความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่วัยรุ่นหรือวัยทำงานที่ต้องการที่จะมีผิวที่สุขภาพดี ซึ่ง ผลิตภัณฑ์ที่จะทำให้ผิวมีสุขภาพดีนั้นมีอยู่มากไม่ว่าจะสำหรับภายนอกหรือสำหรับภายใน เช่น โลชั่น ทาผิวสำหรับภายนอก หรือวิตามินซีสำหรับทาน และอื่นๆอีกมาก สครับยังเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ที่ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวและทำให้ผิวมีสุขภาพที่ดี ซึ่งในทุกๆผลิตภัณฑ์ สำหรับการบำรุงผิวล้วนมีส่วนผสมที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง และให้สรรพคุณในเรื่องต่างๆ แตกต่างกันออกไป เช่น โลชั่นผิวเพื่อให้ผิวกระจ่างใสหรือเพื่อให้ผิวมีความชุ่มชื้นมากยิ่งขึ้น สาเหตุของปัญหา คือส่วนผสมเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดสรรพคุณที่แตกต่างกันออกไป และเนื่องจากในแต่ละผลิตภัณฑ์สำหรับการบำรุงผิวนั้นมีส่วนผสมที่แตกต่างกันออกไปย่อมทำให้มี คุณสมบัติสรรพคุณที่ต่างกันออกไปด้วย จึงเป็นปัญหาสำคัญว่าส่วนผสมใดที่จะให้ประสิทธิภาพในการ ดูแลผิวที่ดีกว่ากัน จึงได้เป็นหัวข้อในการทำโครงงานเรื่องนี้ขึ้น โดยกำหนดส่วนประกอบที่จะนำมา ทำสครับผิวเป็นส่วนผสมจากธรรมชาติ 3 อย่าง ได้แก่ มะขามเปียก กากกาแฟ และมะเขือเทศ เพื่อมา ทดสอบหาประสิทธิภาพของแต่ละตัว


2 คณะผู้จัดทำจึงมีความประสงค์ที่จะจัดทำโครงงานสครับผิวจากธรรมชาติขึ้นมา โดยมี ส่วนผสมตัวแปรต้นที่แตกต่างกันออกไป ได้แก่ มะขามเปียก กากกาแฟ และมะเขือเทศ เพื่อต้องการ ศึกษาถึงประสิทธิภาพของแต่ละตัวว่าให้สรรพคุณที่แตกต่างกันออกไปอย่างไร และนำข้อมูลที่ได้จาก การศึกษาไปทำเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อนำไปจำหน่ายภายในชุมชน วัตถุประสงค์ของการศึกษา 1.เพื่อศึกษาถึงสรรพคุณของ กากกาแฟ มะเขือเทศ และมะขามเปียก 2.เพื่อผลิตสครับผิวสำหรับนำไปจำหน่ายภายในชุมชนทำให้มีรายได้ 3.เพื่อนำข้อมูลที่ได้จากการทดลองนำไปทำสื่อการศึกษา ประโยชน์ของการศึกษา 1.ได้สครับผิวสำหรับนำไปจำหน่ายภายในชุมชนเพื่อเพิ่มรายได้ 2.ได้ความรู้จากการศึกษาขั้นตอนการผลิตและได้รู้ถึงประสิทธิภาพของตัวแปรต้นแต่ละชนิด 3.ได้นำข้อมูลจากการทดลองนำไปทำเป็นสื่อเพื่อการศึกษา ขอบเขตของการศึกษา 1.ขอบเขตของเนื้อหา ในโครงงานนี้มีจุดประสงค์ในการศึกษาประสิทธิภาพของตัวแปรต้นที่ กำหนดไว้คือ มะขามเปียก กากกาแฟ และมะเขือเทศ เมื่อนำไปเป็นส่วนผสมของสครับ และได้มีการ ทดลองใช้เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของแต่ละตัว 2.สถานที่ดำเนินการ โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม จังหวัดเชียงราย 3.ระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษา วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ถึงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2566 4.ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง - ประชากร (ทั้งหมด) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม จำนวน 598 คน - กลุ่มตัวอย่าง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4.12 โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม จำนวน 36 คน


3 สมมติฐานของการศึกษา ถ้าส่วนผสมของสครับผิวมีผลต่อสภาพผิว ดังนั้นสครับที่มีส่วนผสมของมะเขือเทศจะมี ประสิทธิภาพที่ดีกว่าสครับผิวที่มีส่วนผสมของมะขามเปียกและกากกาแฟ นิยามศัพท์เฉพาะ นักเรียน หมายถึง นักเรียนโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม ตัวแปรต้น หมายถึง ส่วนผสมที่นำมาศึกษาเพื่อหาความแตกต่างได้แก่ กากกาแฟ มะขามเปียกและมะเขือเทศ สครับ หมายถึง การขัด หรือ การถู เพื่อทำความสะอาดผิว การสครับผิวจะช่วยในการขจัด สิ่งสกปรก ที่อุดตันตามรูขุมขน รวมทั้งเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพ ที่เกาะอยู่บนบริเวณผิวหนังชั้นนอก ให้สามารถหลุดออกได้เร็วขึ้น


บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ในการศึกษาเรื่องสครับผิวจากธรรมชาติซึ่งมีวัตถุประสงค์คือต้องการศึกษาสรรพคุณของ ตัวแปรต้นที่ต้องการศึกษาได้แก่มะเขือเทศมะขามเปียกและกากกาแฟและศึกษาขั้นตอนการทำสครับ ผิว ผู้ศึกษาได้ทำการศึกษาค้นคว้าหาความรู้โดยศึกษาตามหัวเรื่องดังนี้ 2.1 สรรพคุณของมะเขือเทศ 2.2 สรรพคุณของกากกาแฟ 2.3 สรรพคุณของมะขามเปียก 2.4 ขั้นตอนการทำสครับผิว 2.5 สรรพคุณของการสครับผิว 2.6 สรรพคุณของมะเขือเทศ 2.7 ประโยชน์ของการสครับผิว 2.1 สรรพคุณของมะเขือเทศ เว็บไซต์https://hellokhunmor.com/สุขภาพผิว/ประโยชน์-มะเขือเทศ-บำรุงผิว/ ได้กล่าว ไว้ว่ามะเขือเทศ เป็นพืชที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการและสารต้านอนุมูลอิสระต่าง ๆ ทั้งวิตามิน ซีเบต้าแคโคทีน (Beta-carotene) ไลโคปีน (Lycopene) ที่นอกจากจะดีต่อสุขภาพร่างกายแล้ว ยัง ดีต่อการบำรุงผิวอีกด้วย โดยอาจช่วยปกป้องผิวจากความเสื่อมของเซลล์เนื่องจากสารอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีและอาจช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่เป็นโปรตีนสำคัญต่อโครงสร้าง ผิว อย่างไรก็ตาม บางคนอาจมีอาการแพ้ต่อมะเขือเทศได้ดังนั้นจึงควรระมัดระวังการรับประทาน สารอาหารในมะเขือเทศที่ช่วยบำรุงผ


5 ภาพที่ 1 ภาพมะเขือเทศ มะเขือเทศถือเป็นหนึ่งในอาหารที่ดีต่อสุขภาพ มะเขือเทศหนึ่งผลนั้นอุดมไปด้วยวิตามินซีและ สารต้านอนุมูลอิสระมากมาย ทั้ง เบตาแคโรทีน ลูทีน (Lutein) ไลโคปีน แมกนีเซียม (Magnesium) โพแทสเซียม (Potassium) วิตามินเอ (Vitamin A) นอกจากนี้ยังมีวิตามิน บี1 วิตามิน บี3 วิตามิน บี5 วิตามิน บี6 และ วิตามิน บี9 อีกด้วย ซึ่งจากงานวิจัยพบว่าการบริโภคมะเขือเทศนั้น ส่งผลดีต่อ ผิวพรรณมากกว่าการใช้มะเขือเทศมาทาที่ผิวหนัง ประโยชน์ของมะเขือเทศสำหรับผิวสวย มะเขือเทศ มีคุณสมบัติในการบำรุงผิว เพื่อช่วยให้ผิวสวยได้ดังนี้ 1) ช่วยผลัดเซลล์ผิว การผลัดเซลล์ผิว เป็นวิธีการกำจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วออกไป เพื่อให้เกิดการ สร้างเซลล์ใหม่ที่ดีกว่าขึ้นมา ซึ่งจากการวิจัยพบว่าในมะเขือเทศมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วย ให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 2) ช่วยบำรุงเซลล์ผิวที่มีความเสียหาย จากการวิจัยในปี2020 พบว่าสารต้านอนุมูลอิสระเช่น วิตามินซีและไลโคปีน นั้นมี ส่วนช่วยในการต่อต้านเซลล์ผิวหนังที่มีความเสียหาย แต่งานวิจัยนั้นไม่ครอบคลุมถึงการใช้ มะเขือเทศในการทาหรือพอก 3) ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวหนัง จากการศึกษาพบว่า ระดับโพแทสเซียมในร่างกายที่มีปริมาณต่ำนั้น ส่งผลทำให้ ผิวหนังเกิดความแห้งกร้านและอาจทำให้เกิดความเสี่ยงในการเป็นโรคผิวหนังบางชนิดได้ซึ่ง


6 มะเขือเทศถือเป็นแหล่งของโพแทสเซียมที่ดีมะเขือเทศหนึ่งผลอุดมไปด้วยโพแทสเซียม 0.9 กรัม การที่ร่างกายได้รับโพแทสเซียมที่เพียงพอจะช่วยให้ผิวหนังมีความชุ่มชื่น ไม่แห้ง 4) ช่วยลดความเสี่ยงต่อการที่ผิวหนังถูกแดดเผาไหม้ จากการศึกษาในปี2006 พบว่าการบริโภคพืชที่อุดมไปด้วยไลโคปีน อย่าง มะเขือเทศ มีส่วนช่วยทำให้ร่างกายมีความทนทานต่อรังสียูวีซึ่งเป็นรังสีที่มีความอันตรายต่อ ผิวหนัง ซึ่งจากการศึกษาผู้ที่บริโภคมะเขือเทศนาน 12 สัปดาห์พบว่าผู้ที่มีการบริโภค มะเขือเทศร่างกายสามารถทนทานต่อรังสียูวีมากกว่าบุคคลทั่วไป แต่สำหรับบางคนมะเขือ เทศอาจไม่ได้ให้ประโยชน์เสมอไป บางคนอาจจะมีอาการแพ้สารอาหารในมะเขือเทศจนเกิด อาการที่ผิวหนัง ซึ่งในแต่ละคนอาจจะเกิดปฏิกิริยาแพ้แตกต่างกันออกไป ดังนี้เกิดรอยแดงที่ ผิวหนัง มีผื่นขึ้นตามร่างกาย เกิดอาการคันตามร่างกาย ดังนั้นเมื่อรับประทานมะเขือเทศ ควรสังเกตอาหารของตัวเอง ว่ามีความผิดปกติเหล่านี้เกิดขึ้นตามร่างกายหรือไม่แต่สำหรับ บางคนที่ใช้มะเขือเทศภายนอก หรือใช้ครีมที่มีมะเขือเทศเป็นส่วนผสมควรลองทาครีมนั้นๆ ที่แขนเป็นบริเวณเล็ก ๆ เพื่อดูว่ามีรอยแดง อาการคัน หรือบวมขึ้นในบริเวณที่ทาครีมหรือไม่ 2.2 สรรพคุณของกากกาแฟ เว็บไซต์https://kb.mju.ac.th/assets/img/articleFile/25631118fb34181187454feab 9e46ed943335d28.pdf จากกระแสความนิยมดื่มกาแฟสดในปัจจุบัน จะมีกากกาแฟที่เหลือจาก การบด การชง การดื่มจานวนมาก จึงมีแนวคิดนาเศษกากของกาแฟมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพื่อลดปัญหาขยะ ด้วยลักษณะกากของกาแฟเป็น เม็ดเล็กๆเหมือนเกลือและทราย ทางบริษัท ไลบ รารี่กรีน จากัดและดร.พิชญาพร อายุมั่น อาจารย์ประจาสาขาวิชา เทคโนโลยีชีวภาพ มหาวิทยาลัยแม่ โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติจึงมีแนวคิดนากากกาแฟมาขัดผิว จึงดาเนินการขอทุน จากสถาบันวิจัย วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เพื่อทาการวิจัยเกี่ยวกับสครับกาแฟขัดผิวเนื่องจาก เราทราบว่ากากกาแฟมีสารที่เรียกว่า “กรดคลอโรจีนิค (Chorogenic acid)” ที่มีคุณสมบัติเป็นสาร ต้าน อนุมูลอิสระ(Antioxidant) ปริมาณมากจึงนามาเป็นส่วนสาคัญที่ทาให้ผิวกระจ่างใสและลดริ้ว รอยโดยควบคุม กระบวนการฆ่าเชื้อกากกาแฟให้เหมาะสมเพื่อรักษาปริมาณกรดคลอโรจีนิคให้ คงเหลือในกากกาแฟมากที่สุด พร้อม กับเติมสมุนไพรพื้นบ้าน เช่น ขมิ้นและไพล เพื่อยืดอายุการเก็บ รักษาและลดการปนเปื้อนจากเชื้อรา พร้อมกับปรับ ขนาดของกากกาแฟ ให้เหมาะที่จะนามาใช้กับ ผิวหน้า โดยปรับขนาดของเม็ดกาแฟให้มีลักษณะเท่ากับเมล็ดบีดกาก กาแฟ และผลจากการทดลอง ใช้ในร้านสปาต่างๆ ในจังหวัดแพร่ พบว่า ผู้บริโภคพึงพอใจในผลิตภัณฑ์เป็นอย่างมาก โดยลูกค้าพอใจ ในเรื่องของกลิ่น ความนุ่มลื่นและความกระจ่างใสของผิวหลังจากการใช้ผลิตภัณฑ์


7 จากนั้นทางผู้ประกอบการและนักวิจัยได้พัฒนาต่อยอด โดยทาการขอทุนจากสานักงาน นวัตกรรมแห่งชาติ(สนช.) ภายใต้โครงการคูปองนวัตกรรมประจาปี2558 เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์สครัป จากกากกาแฟที่มีสารคลอโรจีนิคที่ คงที่ โดยการนาเมล็ดกาแฟสาร (Green coffee bean) มาคั่ว ภายใต้การควบคุมกระบวนการคั่วให้ได้มาตรฐาน โดย กาหนดอุณหภูมิในการคั่วให้ไม่มากกว่า 120 องศาเซลเซียส ซึ่งที่อุณหภูมิดังกล่าวจะทาให้เมล็ดกาแฟคั่วที่ได้มีปริมาณสารคลอโรจีนิคมากที่สุด จากนั้นจึงนาเมล็ดกาแฟคั่วดังกล่าวมาบดเพื่อทาเป็นสครัปกาแฟสาหรับขัดผิวที่ สามารถทาให้ผิว กระจ่างใส ลดริ้วรอยได้กอรปกับได้มีการพัฒนาต่อเนื่องจากการใช้สครัปขัดผิวไปเป็นการใช้สครัป ใน การช่วยผ่อนคลายความเครียดเพื่อการประยุกต์ใช้ในธุรกิจสปาได้ จากการดำเนินการสร้างผลิตภัณฑ์ ดังกล่าวทำให้ได้รับรางวัล “นวัตกรรมสร้างสรรค์ประจำปี2560” จาก สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดยมีคุณโสภิตา กฤตาวรนนท์กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลบรารี่ กรีน จากัด เป็นผู้ไปรับรางวัล และปัจจุบันสินค้าของบริษัทฯ ได้ไปวางจัดจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้า ชั้นนาต่างๆ เช่น TOPS Supermarkets, Rimpimg superstores ภาพที่ 2 ภาพกากกาแฟ 2.3 สรรพคุณของมะขามเปียก เว็บไซต์https://vogue.co.th/beauty/tamarind-scrub ได้กล่าวไว้ว่าการสครับผิว เป็นอีก หนึ่งขั้นตอนสำคัญของการดูแลผิว ที่จะช่วยทำความสะอาดรูขุมขนไม่ให้อุดตัน ขจัดเซลล์ผิวที่ตาย แล้วให้หลุดออกไป และเปิดผิวให้พร้อมบำรุงในขั้นตอนต่อไป นอกจากนี้การสครับยังทำให้ผิวดู กระจ่างใสขึ้น โดยเฉพาะ ‘สครับมะขาม’ สมุนไพรจากธรรมชาติที่ขึ้นชื่อว่าช่วยเรื่องผิวเนียนนุ่มขาว


8 ผ่อง ทำไมมะขามจึงช่วยให้ผิวกระจ่างใส? มะขามเป็นสมุนไพรที่มีกรด AHA (Alpha hydroxyl acids) ที่จะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายไปแล้ว ทำให้ผิวถูกสร้างขึ้นมาใหม่และกระจ่างใสกว่าเดิม นอกจากนี้มะขามยังเป็นอาหารผิวชั้นดีเพราะอุดมไปด้วยวิตามิน A B2 C ฟอสฟอรัสไขมัน โปรตีน แคลเซียม กรดซิตริก และกรดทาทาริค ที่เป็นตัวช่วยสำคัญในการดูแลผิว อีกทั้งสรรพคุณของมะขาม ยังช่วยลดความหมองคล้ำ ทั้งรอยดำ ฝ้า กระ ให้ดูจางลง นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนถึงนิยมนำ มะขามมาขัดผิว ภาพที่ 3 ภาพมะขาม 2.4 ขั้นตอนการทำสครับผิว เว็บไซต์https://www.wongnai.com/articles/scrub-formula-for-brighter-skin ได้ กล่าวไว้ว่ามีหลายคนที่ประสบปัญหาใช้ครีมบำรุงผิวยังไงก็ไม่เห็นผล นั่นก็เพราะไม่ได้สครับเอาเซลล์ ผิวเก่าออกไปก่อน ทำให้ครีมซึมซาบลงไปบำรุงผิวได้ไม่ดีเท่าที่ควร ถือเป็นปัญหาใหญ่มาก แต่ Wongnai Beauty ได้คิดสูตรสครับผิวขาวเร่งด่วนมาให้ได้เลือกตามความชอบและสภาพผิว 6 สูตร ซึ่งสูตรสครับนี้สามารถใช้ได้กับทั้งผิวหน้าและผิวกาย สูตรที่ 1 : มะขาม + น้ำผึ้ง + นมสด สูตรสครับผิวขาวสูตรนี้เรียกได้ว่าเป็นสูตรพื้นฐานของการสครับผิวเพื่อผิวขาว อันดับแรกตัวมะขามมี กรด AHA ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดออก เผยผิวใหม่ที่ดูกระจ่างใส เรียบเนียนขึ้น และ ด้วยคุณค่าจากน้ำผึ้งและนมสดที่ช่วยบำรุงให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้น ทำให้ผิวไม่แห้งหลังขัด


9 วิธีทำ : นำมะขามผสมกับน้ำอุ่น ปั่นให้พอเหลือกากใยไว้ขัดผิว จากนั้นผสมน้ำผึ้งกับนมลงไป ผสมให้ เข้ากัน ขัดผิวเป็นวงกลม แล้วพอกทิ้งไว้5-10 นาทีหลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด เหมาะกับ : ทุกสภาพผิวที่ต้องการความขาวกระจ่างใสแบบเร่งด่วน สำหรับผิวแพ้ง่ายไม่แนะนำให้ พอกไว้นาน เพราะอาจจะระคายเคืองได้ ภาพที่ 4 ภาพสูตรที่ 1 มะขาม + น้ำผึ้ง + นมสด สูตรที่ 2 : ข้าวโอ๊ต + มะเขือเทศ + น้ำผึ้ง เหมาะสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย เพราะตัวข้าวโอ๊ตสามารถ เป็นเนื้อสครับได้ดีและอ่อนโยน แถมยังให้ความชุ่มชื้นและทำให้ผิวที่หยาบกร้านนุ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมี มะเขือเทศที่มีกรด AHA และวิตามินซีช่วยผลัดเซลล์ผิว ให้ผิวกระจ่างใส เปล่งปลั่ง เรียบเนียนขึ้น บวกกับคุณค่าจากน้ำนมที่จะช่วยบำรุงให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้นขึ้น วิธีทำ : บดมะเขือเทศให้ละเอียด เอาเมล็ด ออกแล้วนำไปผสมกับข้าวโอ๊ตและน้ำผึ้งจนเข้ากัน ขัดวนทั่วร่างกาย ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาทีแล้ว ล้างออกด้วยน้ำสะอาด เหมาะกับ : ผิวแห้ง แพ้ง่าย เพราะส่วนผสมแต่ละอย่างก่อให้เกิดการระคาย เคืองน้อย


10 ภาพที่ 5 ภาพสูตรที่ 2 ข้าวโอ๊ต + มะเขือเทศ + น้ำผึ้ง สูตรที่ 3 : น้ำตาลทรายแดง + น้ำมะนาว + โยเกิร์ตผลิตภัณฑ์สครับผิวส่วนใหญ่ตามท้องตลาดมักจะ เป็นสครับน้ำตาล นั่นก็เพราะว่าน้ำตาลทรายแดงถือเป็นเนื้อสครับที่ดีซึ่งมันจะช่วยผลัดเซลล์ผิว ให้ ผิวที่หยาบกร้านนุ่มขึ้น แถมไม่บาดผิวอีกต่างหาก นอกจากนี้มะนาวเองก็มีกรด AHA ที่ช่วยผลัดเซลล์ ผิวและทำให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้น ส่วนโยเกิร์ตจะช่วยบำรุงให้ผิวขาวกระจ่างใส ชุ่มชื้น และสารแอนตี้ ในโยเกิร์ตช่วยให้ผิวไม่เกิดริ้วรอยก่อนวัย วิธีทำ : นำน้ำตาลทรายแดง มะนาว และโยเกิร์ตผสมให้เข้า กัน จากนั้นสครับวนที่ผิวเป็นวงกลมอย่างเบามือจนกระทั่งน้ำตาลทรายแดงละลาย จากนั้นล้างออก ด้วยน้ำสะอาด เหมาะกับ : ทุกสภาพผิว สำหรับผิวแพ้ง่ายแนะนำลดปริมาณน้ำมะนาวลงเพื่อจะได้ไม่ เกิดการระคายเคือง


11 ภาพที่ 6 ภาพสูตรที่ 3 น้ำตาลทรายแดง + น้ำมะนาว + โยเกิร์ต สูตรที่ 4 : ขมิ้นชัน + ดินสอพอง + แตงกวา แนะนำสูตรนี้สำหรับผู้ปัญหาผิวหมองคล้ำ โดนทำร้าย จากแสงแดด มีผดผื่นคัน และเป็นสิว ขมิ้นชันใช้ในการปรนนิบัติบำรุงผิวมาตั้งแต่โบราณ เพราะมัน ช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส เรียบเนียน แถมยังช่วยลดการอักเสบของสิวได้ดีส่วนดินสอพองจะช่วยลด ผดผื่นคัน และแตงกวาจะช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้น พร้อมปลอบประโลมผิวจากแสงแดด วิธีทำ : ปั่นขมิ้นชัน ให้พอเหลือเป็นกากไว้ขัดผิว จากนั้นผสมดินสอพองที่บดละเอียดกับแตงกวาสับละเอียดลงไปผสมให้ เข้ากัน ขัดวนทั่วร่างกายแล้วพอกทิ้งไว้15-20 นาทีและล้างออกด้วยน้ำสะอาดเหมาะกับ : เหมาะกับ ผิวแห้งและผิวธรรมดา ที่มีปัญหาสิว ผดผื่นคัน และโดนทำร้ายจากแสงแดด


12 ภาพที่ 7 ภาพสูตรที่ 4 ขมิ้นชัน + ดินสอพอง + แตงกวา สูตรที่ 5 : กากกาแฟ + น้ำมะนาว + น้ำมันมะพร้าว กากกาแฟเป็นเนื้อสครับที่ดีและนิยมใช้เพราะ ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกอย่างอ่อนโยน ทำให้ผิวดูมีชีวิตชีวาจากสารคาเฟอีน และน้ำ มะนาวที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้น ส่วนน้ำมันมะพร้าวช่วยเรื่องให้ความชุ่มชื้นได้ดีช่วย ทำให้ผิวอิ่มน้ำ สุขภาพดี วิธีทำ : ผสมกากกาแฟ มะนาว และน้ำมันมะพร้าวให้เป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นสครับทั่วร่างกาย และพอกทิ้งไว้10-15 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เหมาะกับ : ผิวแห้ง แห้งมาก ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวแห้งกร้าน ผิวขาดน้ำ ให้ชุ่มชื้นและอิ่มน้ำเป็นพิเศษ


13 ภาพที่ 8 ภาพสูตรที่ 5 กากกาแฟ + น้ำมะนาว + น้ำมันมะพร้าว สูตรที่ 6 : มะขาม + ขมิ้นชัน + นมสด สำหรับผู้มีปัญหาสีผิวกระดำกระด่าง ไม่เรียบเนียน ไม่ สม่ำเสมอ และต้องการความขาวกระจ่างใสแบบเร่งด่วน สูตรนี้ได้รวมเอามะขามและขมิ้นชัน ที่มี คุณสมบัติช่วยผลัดเซลล์ผิวและทำให้ผิวขาวกระจ่างใส เปล่งปลั่งมาไว้ด้วยกัน พร้อมผสาน คุณประโยชน์จากนมสดที่ช่วยบำรุงให้ผิวเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น วิธีทำ : ปั่นมะขามให้พอเหลือกากใยไว้ขัด ผิว และผสมเข้ากับขมิ้นชันที่ปั่นละเอียด ตามด้วยนมสดผสมให้เข้ากัน สครับบนผิวเป็นวงกลม พอก ทิ้งไว้5-10 นาทีจากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด เหมาะกับ : ทุกสภาพผิว สำหรับคนผิวแพ้ง่ายแนะนำ ให้ลดเวลาพอกลงเพื่อลดโอกาสการเกิดการระคายเคือง


14 ภาพที่ 9 ภาพสูตรที่ 6 มะขาม + ขมิ้นชัน + นมสด 2.5 สรรพคุณของการสครับผิว เว็บไซต์https://www.researchgate.net/publication/224892687_Skin_Care_with_ Herbal_Exfoliants ได้กล่าวไว้ว่า Exfoliation is the process of removal of removing the old, dead skin cells that cling to the skin’s outermost surface. The two types of exfoliation are mechanical and chemical. People’s opportunities for seeking dermatological assistance for a myriad of conditions, including acne, rosacea, striae, photodamage, and skin cancers have increased in recent years. Chronological aging is a process of intrinsic or normal aging of the skin. Chronic exposure to ultraviolet (UV) light leads to photodamage of the skin, which is the leading cause of extrinsic aging, or alteration of the skin due to environmental exposure. Management options for photodamaged skin include alpha-hydroxy acids, antioxidants, antiandrogens, moisturizers and exfoliants. Many treatments are available to reverse the damage, but their efficacy remains to be proven and they may also produce unwanted side effects. Herbal Exfoliant is a cleansing formula and treatment mask that detoxifies the skin and stimulates its metabolism. It enhances absorption and retention of moisturizing agents and restores the skin’s own natural moisture factor. Skin exfoliation improves the quality and tone of skin by assisting in the removal of dead skin cells from the surface.


15 Herbal Exfoliant produces soft, supple, re-energized skin and prevents premature skin aging. 2.6 สรรพคุณของมะเขือเทศ เว็บไซต์http://njppp.com/fulltext/28-1507541267.pdf ได้กล่าวไว้ว่า Tomato (Solanum lycopersicum L) has sunscreen efficacy consisting of lycopene which can provide ultraviolet (UV) irradiation in sunlight and protect skin from UV B induces photodamage. Objective: This work aims to formulate attractive, effective, and stable sunscreen lotion from tomato extract. Materials and Methods: Phytochemical screening and measurement of sun protection factor (SPF) values were performed first on tomato fruit extract. Thus, lotion formulations and SPF lotion measurements have been added tomato extract. Observations of pH, viscosity, frozen liquefaction cycle to see globule size, and centrifugation were performed to see the stability of the lotion preparation, and the latter was a qualitative test for the preparation of lotions compared with the extract. Results: The concentration of tomato extract on sunscreen lotion which has SPF value close to SPF 15 from extract is 1% and 1.5% tomato extract with SPF value 18.84 and 22.24. Physical observation of the lotion is done by organoleptic observation, pH and viscosity measurement, centrifugation, and freezing of liquefaction and qualitative test shows a stable profile for 28 days of storage. Conclusion: The results showed that the sunscreen lotion produced had good physical quality for 28 days of storage.


16 ภาพที่ 10 ภาพมะเขือเทศ 2.7 ประโยชน์ของการสครับผิว เว็บไซต์https://www.bubblesindia.com/blogbubbles/what-are-the-benefits-ofusing-a-face-scrub/ ได้กล่าวไว้ว่า Benefits of Face Scrub such as Say goodbye to dead skin cells The first and foremost benefit of using a facial scrub is removing the dead skin cells from your face. Dead skin cells make your face look dry and dull. These also clog your skin pores. Facial scrubs exfoliate your skin thoroughly and remove the dead skin cells. Unclogs Skin Pores Our bodies produce oils that act as natural moisturizers. However, sometimes the skin can become too oily due to these natural oils. The extra oil will be stored in your skin pores, causing them to clog. It will eventually lead to acne breakouts. Exfoliation helps to unclog these pores and prevent the chances of acne. No more flaky skin Many of you may have noticed dry patches on your skin. These dry skin patches are known as flakes. These are unhealthy and also make the skin look dull. Exfoliating the face using a facial scrub will help you get rid of flaky skin. It will lead to smoother and brighter skin.


17 No more acne scars Facial scrubs also contribute to reducing acne scars and dark patches on your skin. A scrub promotes the natural skin resurfacing process. When you scrub your face, it removes the dead and damaged skin cells and allows the skin to rejuvenate. Dark patches and scars thereby become lighter in tone. Prevents Ingrown Hair Ingrown hair can be frustrating as it plays a crucial role in pimple outbreaks. Facial scrubbing is one of the best ways to prevent ingrown hair from ruining your facial appearance. Choose a face scrub that has antiseptic properties to make your facial scrubbing safer and beneficial. Get healthier skin only at the best salon in Hyderabad Apart from the factors mentioned above, face scrubs also make your skin surface smooth and glowing. When your face appears smoother, softer, and glowing, your self-esteem is bound to increase. At Bubbles, being the best salon in hyderabad, our aim has always been to give you the best skincare and hair treatment. When you work hard every day, it is essential for you to take the time out for your body’s nourishment. Facial scrubbing is one aspect of a comprehensive menu of services we provide at Bubbles Salon.


บทที่ 3 วัสดุอุปกรณ์และวิธีการดำเนินการ การศึกษา รายวิชาการสื่อสารและการนำเสนอ(IS2) รหัสวิชา I30202 รายงานเรื่อง สครับผิวจากธรรมชาติคณะผู้จัดทำได้ศึกษาดำเนินการตามลำดับดังนี้ 3.1 เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงาน 3.1.1 วัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในการดำเนินงาน 3.2 วิธีดำเนินงาน/ขั้นตอนการดำเนินงาน 3.3 ประชากรกลุ่มตัวอย่าง 3.4 เครื่องมือที่ใช่ในการวิจัย 3.5 วิธีการสร้างข้อมูล 3.6 การเก็บรวบรวมข้อมูล 3.7 การวิเคราะห์ข้อมูล 3.8 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 3.1 เครื่องมือที่ใช่ในการดำเนินงาน 3.1.1 วัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในการดำเนินงาน ภาพที่ 11 ภาพ ถ้วย/ชาม สำหรับผสมสครับ ภาพที่ 12 ภาพ ไม้พาย/คน สำหรับคนสครั


19 ภาพที่ 13 ภาพ มะขามเปียก เป็นตัวแปรที่ศึกษา ภาพที่ 14 ภาพ มะเขือเทศ เป็นตัวแปรที่ศึกษา ภาพที่ 15 ภาพ กากกาแฟ เป็นตัวแปรที่ศึกษา ภาพที่ 16 ภาพ น้ำตาล เป็นตัวแปรควบคุม


20 3.2 วิธีการดำเนินงาน ขั้นตอนจัดทำชิ้นงาน ขั้นตอนที่ 1. เตรียมวัสดุ-อุปกรณ์สำหรับดำเนินการประกอบ สครับผิวจากธรรมชาติ ภาพที่17 ภาพขั้นตอนการเตรียมวัสดุ-อุปกรณ์ ขั้นตอนที่ 2. นำน้ำตาลและส่วนผสมตัวแปรที่ต้องการศึกษานำมาผสมเข้าด้วยกัน สูตรที่ 1 สูตรกากกาแฟ 1.นำกากกาแฟและน้ำตาลใส่ภาชนะ ภาพที่ 18 ภาพกากกาแฟและภาพน้ำตาล


21 2.ตักกากกาแฟและน้ำตาลจำนวน 3 ช้อนชา ภาพที่ 19 ภาพขณะตักส่วนผสม 3.ผสมให้เข้ากัน หากแห้งหรือเหลวจนเกินไป ให้เพิ่มน้ำหรือน้ำตาลลงไป ภาพที่20 ภาพผสมสครับสูตร กากกาแฟ สูตรที่ 2 มะเขือเทศ 1.หั่นมะเขือเทศประมาณ 5 ถึง 6 ลูกและเทน้ำตาลใส่ภาชนะ ภาพที่21 ภาพขณะกำลังหั่นมะเขือเทศ


22 2.นำมะเขือเทศผสมกับน้ำตาลให้เข้ากัน หากแห้งหรือเหลวจนเกินไป ให้เพิ่มน้ำหรือน้ำตาลลงไป ภาพที่ 22 ภาพขณะตักส่วนผสม ภาพที่23 ภาพผสมสครับสูตร มะเขือเทศ สูตรที่ 3 มะขามเปียก 1.นำมะขามเปียกผสมน้ำใส่ภาชนะแล้วคนจากนั้นพักไว้และเตรียมน้ำตาลใส่ภาชนะ ภาพที่ 24 ภาพขณะตักส่วนผสม


23 ภาพที่ 25 ภาพมะขามเปียก 2.นำมะขามเปียกผสมกับน้ำตาลคนให้เข้ากัน หากแห้งหรือเหลวจนเกินไป ให้เพิ่มน้ำหรือน้ำตาลลงไป ภาพที่26 ภาพขณะผสมมะขามเปียกกับน้ำ


24 ขั้นตอนที่ 3. ได้สครับทั้ง 3 สูตรใส่ภาชนะสำหรับนำมาใช้งาน ภาพที่ 27 ภาพสครับทั้ง 3 สูตร 3.3 ประชากรกลุ่มตัวอย่าง -นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม จำนวน 596 -นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4.12 จำนวน 36 คน -ประชากรตัวอย่างทดลองใช้สครับผิวจากธรรมชาติทั้ง3สูตร ภาพที่28 รูปทดลองใช้สครับผิว


25 ภาพที่29 รูปทดลองใช้สครับผิว 3.4 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาเป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับ ความพึงพอใจในสครับผิวจากธรรมชาติ ในการทำงานของผู้ทำการศึกษาจะจัดทำเป็นแบบสอบถาม แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนที่1 ส่วนที่สอบถามความพึงพอใจในรูปร่างลักษณะของสครับ ส่วนที่2 ส่วนที่สอบถามความพึงพอใจในประสิทธิภาพของสครับ ส่วนที่3 ส่วนที่ให้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับสครับผิว 3.5 วิธีการสร้างข้อมูล การสร้างเครื่องมือใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล การศึกษาเป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับความพึง พอใจในตัวสครับผิว ตามขั้นตอนดังนี้ 1. ตั้งประเด็นแบบสอบถามที่ต้องการจะสอบถามเพื่อนำไปเป็นข้อมูลเพื่อปรับปรุงต่อไป 2. สร้างแบบฟอร์มแบบสอบถามออนไลน์ขึ้นมา 3. นำประเด็นที่ต้องการจะสอบถามนำไปใส่ในตัวแบบสอบถามออนไลน์ 4. เมื่อใส่ข้อมูลและทำการปรับปรุงตัวแบบสอบถามเสร็จนำแบบสอบถามไปเผยแพร่ให้ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4.12 ร่วมกันตอบแบบสอบถาม


26 แบบสอบถามความพึงพอใจในสครับผิวจากธรรมชาติ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 ห้อง 12 ปีการศึกษา 2565 *************************************************************************** คำชี้แจง ทำเครื่องหมาย ✓ ในช่องว่างที่ตรงกับพฤติกรรมมากที่สุด ส่วนที่ 1 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม เพศ ☐ ชาย ☐ หญิง ส่วนที่ 2 ความพึงพอใจต่อสครับผิว 5 = ดีมาก 4 = ดี 3 = ปานกลาง 2 = แย่ 1 = แย่มาก ส่วนที่ 3 ข้อคำถามการประเมิน ข้อที่ สครับสูตร กาแฟ 5 4 3 2 1 1 ผิวกระจ่างใส 2 ความสะอาดของผิว 3 ความสวยงามของสครับ 4 ผิวสัมผัสของสครับ 5 กลิ่นของสครับ 6 การซึมซับของสครับ 7 ความชุ่มชื้นของสครับ 8 ความอ่อนโยนต่อผิว 9 ความสะอาดของสครับ 10 ความรู้สึกเมื่อใช้สครับ


27 ข้อที่ สครับสูตร มะเขือเทศ 5 4 3 2 1 1 ผิวกระจ่างใส 2 ความสะอาดของผิว 3 ความสวยงามของสครับ 4 ผิวสัมผัสของสครับ 5 กลิ่นของสครับ 6 การซึมซับของสครับ 7 ความชุ่มชื้นของสครับ 8 ความอ่อนโยนต่อผิว 9 ความสะอาดของสครับ 10 ความรู้สึกเมื่อใช้สครับ ข้อที่ สครับสูตร มะขามเปียก 5 4 3 2 1 1 ผิวกระจ่างใส 2 ความสะอาดของผิว 3 ความสวยงามของสครับ 4 ผิวสัมผัสของสครับ 5 กลิ่นของสครับ 6 การซึมซับของสครับ 7 ความชุ่มชื้นของสครับ 8 ความอ่อนโยนต่อผิว 9 ความสะอาดของสครับ 10 ความรู้สึกเมื่อใช้สครับ


28


29


30


31 ภาพที่30 ภาพแบบสอบถามความพึงพอใจในสครับผิวจากธรรมชาติ


32 3.6 การเก็บรวบรวมข้อมูล 1. เมื่อนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4.12 ร่วมกันแบบสอบถามจนเสร็จแล้ว นำข้อมูลทีได้จาก การตอบแบบสอบถามไปวิเคราะห์ออกมาเป็นรูปแบบแผนผังวงกลม 2. เมื่อได้ค่าที่ต้องการแล้ว นำค่านั้นนำไปจัดใส่ในตัวรายงานเพื่อนำไปเป็นฐานข้อมูลต่อไป ภาพที่ 31 ภาพผลวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถาม


33 3.7 การวิเคราะห์ข้อมูล ผู้ศึกษาได้ดำเนินการใช้มาตราวัดความคิดเห็นของสครับผิวจากธรรมชาติสำหรับเกณฑ์ในการ พิจารณาค่าเฉลี่ยของระดับความคิดเห็น กำหนดเกณฑ์การประเมินไว้ดังนี้ ค่าเฉลี่ย 4.51 – 5.00 หมายถึง มากที่สุด ค่าเฉลี่ย 3.51 – 4.50 หมายถึง มาก ค่าเฉลี่ย 2.51 – 3.50 หมายถึง ปานกลาง ค่าเฉลี่ย 1.51 – 2.50 หมายถึง น้อย ค่าเฉลี่ย 1.00 – 1.50 หมายถึง น้อยที่สุด 3.8 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิจัย คือ การหาค่าเฉลี่ย และร้อยละ วิธีการหาค่าเฉลี่ย ใช้สูตร X̅ คือ ค่าเฉลี่ย ∑ คือ ผลรวมของคะแนนทั้งหมด N คือ จำนวนนักเรียน วิธีการหาค่าร้อยละ ใช้สูตร เมื่อ P แทน ค่าร้อยละ f แทน ความถี่ที่ต้องการแปลงให้เป็นค่าร้อยละ N แทน จำนวนความถี่ทั้งหมด


บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การศึกษาเรื่อง สครับผิวจากธรรมชาติ ผลวิเคราะห์ข้อมูลจากการใช้แบบสอบถามความพึง พอใจต่อกลุ่มประชากรตัวอย่าง นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4.12 โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 แบบสอบถามความพึงพอใจ ผลที่ได้จากการตอบแบบสอบถามของกลุ่มประชากรตัวอย่าง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4.12 โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม จำนวน 36 คน มีดังนี้ ตอนที่ 1 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม 1. เพศ 〇 ชาย ร้อยละ 27.78 〇 หญิง ร้อยละ 72.22 2. อายุ 〇 15 〇 16 〇 17 ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล สรุปตอนที่ 1 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม เป็นชายคิดเป็นร้อยละ 27.78 เป็นหญิงคิดเป็นร้อยละ 72.22 และช่วงอายุ 15 ปีคิดเป็นร้อยละ 11.1 ละช่วงอายุ 16 ปีคิดเป็น ร้อยละ 75 ช่วงอายุ 17 ปีคิดเป็นร้อยละ 13.9


35 ตารางที่ 1 แสดงระดับคะแนนการประเมิน สครับผิวจากธรรมชาติสูตรกากกาแฟ จากกลุ่มประชากร ตัวอย่างนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4.12 จำนวน 36 คน รายการประเมิน ระดับคะแนน มากที่สุด (5) มาก (4) ปานกลาง (3) น้อย (2) น้อยที่สุด (1) 1.ผิวกระจ่างใส 52.78 33.34 13.88 0 0 2.ความสะอาดของผิว 50 36.12 13.88 0 0 3.ความสวยงาม ของสครับ 33.34 47.22 19.44 0 0 4.ผิวสัมผัสของสครับ 36.12 50 13.88 0 0 5.กลิ่นของสครับ 44.44 47.22 8.34 0 0 6.การซึมซับของสครับ 41.66 50 8.34 0 0 7.ความชุ่มชื้น ของสครับ 33.34 58.33 8.34 0 0 8.ความอ่อนโยนต่อผิว 33.34 52.78 13.88 0 0 9.ความสะอาด ของสครับ 41.66 44.44 13.88 0 0 10.ความรู้สึก เมื่อใช้สครับ 33.34 55.56 11.1 0 0


36 ผลวิเคราะห์จากข้อมูล จากตารางที่1 พบว่ากลุ่มประชากรตัวอย่าง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4.12 จำนวน 36 คน พบว่าอยู่ในระดับปานกลางคิดเป็นร้อยละ 12.5 อยู่ในระดับมากคิดเป็น 47.5 อยู่ในระดับมากที่สุดคิด เป็น ร้อยละ 40 ตารางที่ 2 แสดงระดับคะแนนการประเมิน สครับผิวจากธรรมชาติสูตรมะขามเปียก จากกลุ่ม ประชากรตัวอย่างนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4.12 จำนวน 36 คน รายการประเมิน ระดับคะแนน มากที่สุด (5) มาก (4) ปานกลาง (3) น้อย (2) น้อยที่สุด (1) 1.ผิวกระจ่างใส 50 19.45 30.55 0 0 2.ความสะอาดของผิว 47.22 36.11 16.67 0 0 3.ความสวยงาม ของสครับ 27.78 36.11 36.11 0 0 4.ผิวสัมผัสของสครับ 27.78 41.66 30.56 0 0 5.กลิ่นของสครับ 44.44 33.33 22.23 0 0 6.การซึมซับของสครับ 36.11 41.66 22.23 0 0 7.ความชุ่มชื้น ของสครับ 58.33 19.44 22.23 0 0 8.ความอ่อนโยนต่อผิว 22.22 47.22 30.56 0 0 9.ความสะอาด ของสครับ 47.22 33.33 19.45 0 0 10.ความรู้สึก เมื่อใช้สครับ 25 44.44 30.56 0 0


37 ผลวิเคราะห์จากข้อมูล จากตารางที่2 พบว่ากลุ่มประชากรตัวอย่าง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4.12 จำนวน 36 คน พบว่าอยู่ในระดับปานกลางคิดเป็นร้อยละ 26 อยู่ในระดับมากคิดเป็นร้อยละ 35 อยู่ในระดับมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 39 ตารางที่ 3 แสดงระดับคะแนนการประเมิน สครับผิวจากธรรมชาติสูตรมะเขือเทศ จากกลุ่มประชากร ตัวอย่างนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4.12 จำนวน 36 คน รายการประเมิน ระดับคะแนน มากที่สุด (5) มาก (4) ปานกลาง (3) น้อย (2) น้อยที่สุด (1) 1.ผิวกระจ่างใส 47.22 36.11 16.67 0 0 2.ความสะอาดของผิว 41.67 47.22 11.11 0 0 3.ความสวยงาม ของสครับ 58.33 30.56 11.11 0 0 4.ผิวสัมผัสของสครับ 41.67 47.22 11.11 0 0 5.กลิ่นของสครับ 38.89 41.67 19.44 0 0 6.การซึมซับของสครับ 47.22 41.67 11.11 0 0 7.ความชุ่มชื้น ของสครับ 50 38.89 11.11 0 0 8.ความอ่อนโยนต่อผิว 36.11 61.11 2.78 0 0 9.ความสะอาด ของสครับ 50 41.67 8.33 0 0 10.ความรู้สึก เมื่อใช้สครับ 36.11 55.56 8.33 0 0


38 ผลวิเคราะห์จากข้อมูล จากตารางที่3 พบว่ากลุ่มประชากรตัวอย่าง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4.12 จำนวน 36 คน พบว่า อยู่ในระดับปานกลาง คิดเป็นร้อยละ 11 อยู่ในระดับมาก คิดเป็นร้อยละ 44 อยู่ในระดับมาก ที่สุด คิดเป็นร้อยละ 45 ตารางที่ 4 แสดงผลการประเมิน สครับผิวจากธรรมชาติ จากกลุ่มประชากรตัวอย่าง นักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่4.12 จำนวน 36 คน รายการประเมิน ค่าเฉลี่ย ค่าเฉลี่ยรวม ระดับคุณภาพ 1.ผิวกระจ่างใส มะขาม 4.19 มะเขือเทศ 4.31 กากกาแฟ 4.39 4.3 4 2.ความสะอาดของผิว มะขาม 4.31 มะเขือเทศ 4.31 กากกาแฟ 4.36 4.3 4 3.ความสวยงาม ของสครับ มะขาม 3.92 มะเขือเทศ 4.47 กากกาแฟ 4.14 4.2 4 4.ผิวสัมผัสของสครับ มะขาม 3.97 มะเขือเทศ 4.31 กากกาแฟ 4.22 4.2 4 5.กลิ่นของสครับ มะขาม 4.22 มะเขือเทศ 4.19 กากกาแฟ 4.36 4.3 4 6.การซึมซับของสครับ มะขาม 4.14 มะเขือเทศ 4.36 กากกาแฟ 4.33 4.3 4


39 7.ความชุ่มชื้น ของสครับ มะขาม 4.36 มะเขือเทศ 4.39 กากกาแฟ 4.25 4.3 4 8.ความอ่อนโยนต่อผิว มะขาม 3.92 มะเขือเทศ 4.28 กากกาแฟ 4.19 4.1 4 9.ความสะอาด ของสครับ มะขาม 4.28 มะเขือเทศ 4.42 กากกาแฟ 4.28 4.3 4 10.ความรู้สึก เมื่อใช้สครับ มะขาม 3.94 มะเขือเทศ 4.28 กากกาแฟ 4.22 4.2 4 รวม 42.5 40 รวมทั้งฉบับ 4.25 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล จากตารางที่ 4 พบว่า จากกลุ่มประชากรตัวอย่าง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4.12 จำนวน 36 คน พบว่า สครับผิวจากธรรมชาติ อยู่ในระดับมาก มีค่า 4.25


บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ จากการศึกษาครั้งนี้เพื่อทราบผลประเมินของสครับผิวจากธรรมชาติจากกลุ่มประชากรตัวอย่าง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4.12 จำนวน 36 คน ในโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ซึ่งสามารถสรุปผล อภิปรายผลและข้อเสนอแนะได้ดังนี้ 5.1 วัตถุประสงค์ของการศึกษา 5.2 สมมติฐานของการศึกษา 5.3 ขอบเขตของการศึกษา 5.4 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา 5.5 วิเคราะห์ข้อมูล 5.6 สรุปผลการศึกษา 5.7 ข้อเสนอแนะ 5.1 วัตถุประสงค์ของการศึกษา 1. เพื่อศึกษาขั้นตอนการทำสครับผิวและศึกษาถึงสรรพคุณของ กากกาแฟ มะเขือเทศ และมะขามเปียก 2. เพื่อผลิตสครับผิวเพื่อนำไปจำหน่ายภายในชุมชนเพื่อเพิ่มรายได้ 3. เพื่อนำข้อมูลที่ได้จากการทดลองนำไปทำสื่อการศึกษา 5.2 สมมติฐานของการศึกษา ถ้าส่วนผสมของสครับผิวมีผลต่อสภาพผิว ดังนั้นสครับที่มีส่วนผสมของมะเขือเทศจะมี ประสิทธิภาพที่ดีกว่าสครับผิวที่มีส่วนผสมของมะขามเปียกและกากกาแฟ


41 5.3 ขอบเขตของการศึกษา 1. ขอบเขตของเนื้อหา ในโครงงานนี้มีจุดประสงค์ในการศึกษาประสิทธิภาพของตัวแปรต้นที่กำหนดไว้คือ มะขามเปียก กากกาแฟ และมะเขือเทศ เมื่อนำไปเป็นส่วนผสมของสครับ และได้มีการทดลองใช้เพื่อ ทดสอบประสิทธิภาพของแต่ละตัว 2. สถานที่ดำเนินการ โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม จังหวัดเชียงราย 3. ระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษา วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ถึงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2566 4. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง - ประชากร (ทั้งหมด) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม จำนวน 598 คน - กลุ่มตัวอย่าง สมาชิกภายในกลุ่ม จำนวน 4 คน 5.4 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาเป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับ ความพึงพอใจในสครับผิวจากธรรมชาติ ในการทำงานของผู้ทำการศึกษาจะจัดทำเป็นแบบสอบถาม แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนที่1 ส่วนที่สอบถามความพึงพอใจในรูปร่างลักษณะของสครับ ส่วนที่2 ส่วนที่สอบถามความพึงพอใจในประสิทธิภาพของสครับ ส่วนที่3 ส่วนที่ให้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับสครับ 5.5 การวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ศึกษาได้วิเคราะห์ข้อมูลของนักเรียนที่มีต่อสครับผิวจากธรรมชาติโดย การคิดคะแนนเฉลี่ย เป็นค่าร้อยละ 5.6 สรุปผลการศึกษา ผลการศึกษาที่มีต่อการศึกษาสครับผิวจากธรรมชาติอยู่ในระดับคุณภาพมาก


Click to View FlipBook Version