䫺àÕ ÃÂÕ à´×Í´ à˵Øä¿»Ò† Ã¹Ø áç ·Óࢵ¾é×¹·»èÕ Ò† äÁàŒ ÊÕÂËÒÂ˹¡Ñ /Ê‹§¼Å¡Ãзºµ‹ÍËÅÒ´Ҍ ¹
ÍÐääÍ× “ä¿»Ò† ”
ä⺿¡Á»×ÍņÒÒ
áÅÐà¡Ô´¢¹éÖ ä´ŒÍÂÒ‹ §äÃ
จะชว ยสกดั ไมใ หไ ฟ
ลุกลามไหมบาน
เรือนและขยายวง
กวา งเปน ไฟปา
(อานตอหนา 3)
à˵ءÒó
‘ä¿»†Ò’
ÊÞÙ ¾¹Ñ ¸ØÊ§Ôè ÁªÕ ÇÕ µÔ ÀÒÂã¹»Ò† á¹ã‹ ¨ËÃÍ× Â§Ñ !
การเผาไหมทำใหเกิดเขมาเปน ÇÒ‹ ¤³Ø ¨Ð»ÅÍ´ÀÂÑ
ตกจำอานร..รว.นะคมาากยเเขคมือางเทป้ังน ตสอาผรทิวกหี่ อนใังหแเ กลดิะ
(อา นตอ หนา 5 )
โรมานอฟ รอบรู้เรืองข่าวเด็ด
ปท่ี 1 ฉบับที่ 1 วันจันทรท่ี 5 กันยายน พุทธศักราช 2565 ราคา
2 วันจนั ทรที่ 5 กนั ยายน พทุ ธศักราช 2565 ข้ึน 10 คำ่ เดอื น 10 ปข าล ในเวลากลางคนื หรือจดุ เพื่อกระตนุ
การงอกของเห็ด
ÍÐääÍ× ä¿»Ò† áÅÐà¡´Ô ÍÐäâÖé¹ä´ŒÍÂÒ‹ §äà 2.2) เผาไร เปน สาเหตทุ ่สี ำคญั รอง
ลงมาการเผาไรก เ็ พอ่ื กำจดั วชั พชื หรอื
1. เกิดจากธรรมชาติ 2. เกิดจากมนุษย ไฟปา ทีเ่ กิดในประเทศ เศษซากพชื ทเี่ หลอื อยภู ายหลงั การเกบ็
ไฟปา ทเ่ี กดิ ขนึ้ เองตามธรรมชาตเิ กดิ ขนึ้ กำลังพัฒนาในเขตรอนสวนใหญจะ เกย่ี วเพอ่ื เตรยี มพน้ื ทเี่ พาะปลกู ในรอบ
จากหลายสาเหตุ เชน ฟาผา กิ่งไม มี ส า เ ห ตุ ม า จ า ก กิ จ ก ร ร ม ข อ ง ม นุ ษ ย ตอไปทงั้ น้โี ดยปราศจากการทาแนว
เสยี ดสกี นั ภเู ขาไฟระเบดิ กอ นหิน สำหรบั ประเทศไทยจากการเกบ็ สถติ ไิ ฟปา กนั ไฟและปราศจากการควบคมุ ไฟจงึ
กระทบแสงแดดตกกระทบผลึกหิน ตั้งแตป พ.ศ. 2528-2542 ซึง่ มีสถติ ิไฟปา ลามเขาปาท่ีอยูในบริเวณใกลเคียง
แสงแดดสองผานหยดน้ำปฏิกริยา ทงั้ ส้นิ 73,630 ครัง้ พบวาเกิดจากสาเหตุ 2.3 ) ความประมาท เกิดจากการ
เคมใี นดนิ ปา พรุการลกุ ไหมใ นตวั เอง ตามธรรมชาติคือฟา ผา เพียง4ครั้ง เทา นัน้ เขา ไปพกั แรมในปา กอ กองไฟแลว ลมื
ของส่ิงมชี ีวติ วติ แตสาเหตทุ ่สี ำคญั คอื เกิดทภี่ กู ระดึงจังหวดั เลยที่หวยน้ำดงั ดับ
1.1 ฟาผา เปน สาเหตสุ ำคัญของการ จงั หวัดเชียงใหม ทท่ี าแซะ จงั หวัดชุมพร 2.4) ลาสัตว โดยใชว ิธไี ลลา คอื จดุ ไฟ
เกดิ ไฟปาในเขตอบอุน ใน ประเทศ และท่เี ขาใหญ จังหวดั นครราชสีมา ไลใหส ัตวห นอี อกจากที่ซอน หรือจดุ
สหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดา แหง ละหนง่ึ ครงั้ ดังนน้ั จงึ ถือไดว าไฟปาใน ไฟเพื่อใหแ มลงบนิ หนไี ฟ ลอใหส ตั ว
พบวา กวา ครง่ึ หนง่ึ ของไฟปา ทเี่ กดิ ขนึ้ ประเทศไทยทั้งหมด เกดิ จากการกระทำ ชนดิ ตางๆ เชน กระทงิ กวาง
มสี าเหตุมาจากฟา ผา ของคน โดยมสี าเหตเุ เตกตา งกนั ไป ไดแก กระตาย มากนิ หญา แลวดกั รอยิง
1.2 กง่ิ ไมเ สียดสกี นั อาจเกิดข้นึ ไดใน 2.1)เกบ็ หาของปา เปน สาเหตุท่ีทำใหเกิด สตั วน ัน้ ๆ
พ้ืนท่ีปาที่มีไมข้ึนอยูอยางหนาแนน ไฟปา มากทส่ี ดุ การเกบ็ หาของปา สว นใหญ 2.5 เลยี้ งปศุสตั ว ประชาชนท่ีเลี้ยง
และมสี ภาพอากาศแหง จดั เชน ในปา ไดแ กไขม ดแดงไมไ ผและไมฟ น การจดุ ไฟ ปศุสัตวแบบปลอยใหหากินเองตาม
ไผห รือปา สน สว นใหญเ พอ่ื ใหพ นื้ ปา โลง เดนิ สะดวกหรอื ธรรมชาติ มกั ลกั ลอบจดุ ไฟเผาปา ให
ใหแ สงสวา งในระหวา งการเดนิ ทางผา นปา โลง มสี ภาพเปน ทงุ หญา เพอ่ื เปน แหลง
อาหารสตั ว
วนั จนั ทรท ี่ 5 กันยายน พุทธศกั ราช 2565 ขน้ึ 10 คำ่ เดอื น 10 ปข าล 3
Ç¸Ô ¡Õ Òû‡Í§¡¹Ñ 2. การเตรยี มการดับไฟปา คือ
การเตรยี มความพรอ มเพอื่ ดบั ไฟ
“ä¿»†Ò” ปากอนหนาที่จะถึงฤดไู ฟปา ซง่ึ
ตองเตรยี มการใน 3 ทาง ดว ยกนั
ไมจ ดุ ไฟโดยไมเ ผาขยะหรอื เศษวชั พชื วางแผนปองกนั 1. การปองกนั ไฟปา คือ
เพอ่ื เตรยี มพน้ื ทเี่ พาะปลกู ไมเ ผาหญา (forest fire prevention) คอื ความ 2.1)เตรยี มคนจดั องคก รดบั ไฟปา
เพอื่ ทำทางเดนิ ในปา ไมท ง้ิ กน บหุ รลี่ ง พยายามในทกุ วถิ ที างทไี่ มใ หเ กดิ ไฟปา เตรยี มความพรอ มของพนกั งานดบั
บนพงหญา แหง ไมเ กบ็ หาของปา หรอื ขึ้น ในทางทฤษฎี คอื การแยกองค ไฟปาดวยการจัดกาลังคนเตรียม
ลาสัตวโ ดยการจุดไฟ ประกอบของการเกดิ ไฟปา ออกจากกนั พรอ ม ในการดับไฟปา
ในทางปฏบิ ัติไดด ำเนนิ การดังน้ี 2.2) เตรียมเคร่ืองมือ ไดแ ก
ควบคมุ การเผาใชว ธิ ฝี ง กลบขยะและ 1.1) การใหการศึกษา เปน การให เครอื่ งมอื ดบั ไฟปา ทกุ ชนดิ รวมทง้ั
ไถกลบเศษวัชพชื แทนการเผา ความรเู ก่ียวกับปา ไมและไฟปา แก อุปกรณส่ือสารและยานพาหนะ
สงเสริมการใชสารหมักชีวภาพยอย ประชาชนทุกช้ันอายุ ท้งั คนทอี่ าศัย ใหส ามารถใชการไดตลอดเวลา
สลายตอซัง สรางกติกาชมุ ชน อยใู นเมอื งและชนบทโดยใชส อื่ ตา งๆ 2.3) การฝกอบรม คือ การเตรียม
ลดมลภาวะในเขตเมือง เชน ส่งิ ตพี มิ พ วทิ ยุ โทรทัศนการ พนกั งานดบั ไฟปา ใหม คี วามรูและ
สาธติ และการตดิ ตอ สว นตวั (Brown ทกั ษะในการใชอ ปุ กรณด บั ไฟปา
สรางแนวกนั ไฟปอ งกนั ไฟโดยจดั ทำ and Davis, 1973) เปนตน ตลอดจนยุทธวิธใี นการดับไฟปา
คันดนิ ก้นั หรอื ขดุ เปนรองดนิ 1.2) การออกกฎหมาย เน่ืองจาก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและ
ล อ ม ร อ บ บ ริ เ ว ณ บ า น แ ล ะ พื้ น ท่ี กิจกรรมหลายอยางของมนุษยไม ประสทิ ธภิ าพในการปฏบิ ตั งิ านดบั
การเกษตรหากเกดิ เพลงิ ไหมจะชว ย สามารถควบคุมไดดวยการใหการ ไฟปา
สกดั ไมใ หไ ฟลกุ ลามไหมบ า นเรอื นและ ศึกษา จึงตอ งออกกฎหมายเพอื่ เปน 3. การตรวจหาไฟ เปนระบบการ
ขยายวงกวางเปน ไฟปา เคร่ืองมือในการปอ งกันไฟปา ตรวจหาไฟ ในชวงฤดไู ฟปา เพอ่ื
1.3 ) การจดั การปาไม ในการทำไม ใหท ราบวา มไี ฟไหมป า ขนึ้ ทใ่ี ดโดย
การสรา งฝายชะลอความชมุ ชนื้ หรอื โดยพิจารณาความตองการทางดาน การลาดตระเวนดว ยการเดนิ การ
ท่ีเรียกวา "Check Dam" ข้ึน เพื่อปด เศรษฐกจิ ควบคูกัน การปฏิบตั ิงาน ใชรถจักรยานยนตหรือรถยนต
กั้นรองน้ำหรือลำธารขนาดเล็กเปน ตามแผนการจดั การท่เี หมาะสมควร การสงั เกตการณจ ากหอดไู ฟและ
ระยะๆเพอ่ื ใชเ กบ็ กกั นำ้ และตะกอน การตรวจหาไฟทางอากาศโดยใช
ดินไวบางสวน โดยน้ำทเี่ ก็บไว เครือ่ งบินหรือเฮลิคอปเตอร
จะซึมเขา ไปสะสมในดิน ทำใหความ
ชมุ ชนื้ แผข ยายเขา ไปทง้ั สองดา นกลาย
เปน "ปาเปย ก"
การแกไ ขปญ หาเกย่ี วกบั ไฟปา อยา ง
ครบวงจรกลาววา คอื เร่มิ ตนจาก
การปอ งกันไมใหเ กิดไฟปา โดย
ศกึ ษาถงึ สาเหตขุ องการเกดิ ของไฟ
ปาในแตละทอ งที่แลว
4 วันจนั ทรที่ 5 กนั ยายน พทุ ธศักราช 2565 ขน้ึ 10 คำ่ เดอื น 10 ปข าล
ä¿»Ò† ¤ÃÑé§ÁâËÌÒÃã¹ä«ºàÕ ÃÂÕ ´¹Ñ ʶԵ»Ô Å‹ÍÂ
20 »‚¤Òú͹ä´Í͡䫴â Å¡¾Ø§‹ ¢Öé¹ÊÙ§Ê´Ø ã¹Ãͺ
การเกิดไฟปารุนแรงในเขตอากาศ
หายนะไฟปาคร้ังรุนแรงท่ีเขต คณะนกั วทิ ยาศาสตรข อง CAMS ยังชวี้ า หนาวจดั เชน นสี้ ะทอ นถงึ สถานการณ
ไซบเี รียในปน ี้สรา งความเสยี หายแก แมไ ฟปา ในไซบเี รยี จะเกดิ ขน้ึ ทกุ ปและคน ปจ จบุ นั ของภาวะโลกรอ นทยี่ งิ่ เลวรา ย
สิ่งแวดลอ มโลกอยางมหาศาล โดย ทองถ่ินสวนใหญมองวาเปนเรื่องปกติ ลงทกุ ทีโดยสำนกั ขา วเอเอฟพรี ายงาน
เหตเุ พลงิ ไหมป า สนหมิ ะไดป ลอ ยกา ซ ธรรมดา แตส ถิตจิ ากขอ มูลดาวเทียมชีว้ า วา เจา หนา ทขี่ องกลมุ กรนี พซี ประจำรสั เซยี
คารบอนไดออกไซดสูชั้นบรรยากาศ ไฟปาไซบีเรียกำลังขยายวงกวางขึ้นอยาง ไดช ้ีถงึ สาเหตขุ องไฟปา ขนาดใหญ
มากเปน สองเทา ของสถติ เิ มอื่ ปท แ่ี ลว มหาศาล ทัง้ ยงั ทวคี วามรุนแรงเพ่มิ ขนึ้ ทกุ วาเกดิ จากความละเลย ไมใสใ จของ
และผลกั ใหอ ตั ราการปลอ ยคารบ อน ขณะ ภาครัฐ ทั้งยงั มกี ฎหมายหา มไมให
จากไฟปา ทวั่ โลกในปน ี้พงุ ขน้ึ สรู ะดบั ผเู ชย่ี วชาญประมาณการวา ไฟปา ไซบเี รยี ใน จัดการดบั ไฟ หากหนว ยปฏิบตั กิ าร
สูงสดุ ในรอบ 2 ทศวรรษ ปน ก้ี นิ พืน้ ทกี่ วางถึง 161,300 ตาราง ผจญเพลิงตองเสียคาใชจายสูงเกิน
สำนักงานควบคุมดาวเทียมคอเปอร กโิ ลเมตรโดยอาจเปน ไฟปา ครงั้ ใหญท ส่ี ดุ ใน มลู คา ความเสยี หายทเ่ี กดิ ขน้ึ จรงิ หรอื
นคิ สั เพอื่ การตดิ ตามสภาพบรรยากาศ ประวตั ศิ าสตรโ ลกเทา ทเี่ คยมกี ารบนั ทกึ มา ในกรณีที่ไฟปาไมไดไหมลามถึงเขต
โลกแหง ยโุ รป(CAMS)เผยวา ไฟปา ใน โดยพนื้ ทซ่ี งึ่ เกดิ เพลงิ ไหมใ นเขตไซบเี รยี เมอ่ื ที่อยอู าศยั
ไซบเี รยี ซงึ่ ครอบคลมุ พนื้ ทกี่ วา งใหญ ชวงสปั ดาหท ่ีแลว มขี นาดใหญก วาบริเวณ ไฟปาท่ีรุนแรงกินบริเวณกวางยัง
ตง้ั แตท าง ตะวันออกเฉยี งเหนอื ของ ทกี่ ำลงั เกดิ ไฟปา ในขณะนนั้ ทว่ั โลกมารวม สามารถเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิ
รสั เซยี ไปจนถงึ ภมู ภิ าคอเมรกิ าเหนอื เขาดวยกนั อากาศในบริเวณใกลเคียงใหวิปริต
ไดทำการปลอยคารบอนไดออกไซด แ ป ร ป ร ว น ไ ด อี ก ด ว ย โ ด ย ล า สุ ด
สชู นั้ บรรยากาศโลกแลว กวา 800ลา น มีรายงานวาฝนไดตกลงมาแทน
ตัน นบั แตเดือนมิถนุ ายนเปน ตน มา หมิ ะทย่ี อดเขาของกรนี แลนดเ ปน ครงั้
ตวั เลขดงั กลา วเพม่ิ ขนึ้ เปน สองเทา จาก แรกในประวตั ิศาสตร ซงึ่ อาจเปน
สถติ ใิ นเหตไุ ฟปา ไซบเี รยี เมอ่ื ปท แ่ี ลว อทิ ธพิ ลจากภาวะโลกรอ นและไฟปา
ทง้ั ยงั สงู กวา อตั ราการปลอ ยคารบ อน ครงั้ ใหญใ นเขตไซบเี รยี ครงั้ นก้ี เ็ ปน ได
ทั้งปของประเทศเยอรมนี ซึ่งเปน
ผปู ลอ ยคารบ อนในปรมิ าณสงู สดุ ของ
ยุโรปและอยใู นอันดับ 6 ของโลก
วนั จันทรที่ 5 กนั ยายน พุทธศักราช 2565 ข้นึ 10 คำ่ เดอื น 10 ปขาล 5
¼Å ä¿»†Ò เจรญิ เตบิ โต ทำใหโ ครงสรา งของปา
¡Ãзº เปลยี่ นแปลงตน ไมจ ะถกู ไฟไหมต าย
หมดปา จะเหลอื แคพ ชื ทสี่ ามารถปรบั
ผลกระทบตอ รางกาย ผลกระทบตอ สภาพภมู ศิ าสตร ตัวไดดี
การเผาไหมท ำใหเ กดิ เขมา เปน จำนวน คุณภาพของดินในบริเวณท่ีเกิดไฟปาจะ ผลกระทบตอดนิ เปลยี่ นแปลง
มาก เขมาเปนสารทกี่ อ ใหเ กิดการ ลดลงหนา ดนิ ในพน้ื ทนี่ นั้ จะถกู กดั เซาะมาก คุณสมบตั ิของดิน ทำใหดนิ มีความ
ระคายเคืองท้ังตอผิวหนังและตอ ขนึ้ นอกจากน้ีไฟปา ยงั เพม่ิ ความเสยี่ งทจี่ ะ สามารถในการดดู ซบั ความชน้ื ไดนอ ย
ระบบหายใจ การเผาไหมท ำใหเกดิ เกดิ โคลนถลม และนำ้ ทว มฉบั พลนั ในหนา ลง เกดิ การชะหนา ดนิ เนื่องจากดนิ
สารที่เปนอันตรายตอมนุษยอยาง ฝนใหก ับบรเิ วณทีเ่ กิดไฟปา อกี ดว ย การดดู ซบั การดดู ซบั ความชนื้ ไดน อ ย
คารบ อนมอนออกไซด ลงนำ้ จะไหลบา ไปตามหนา ดนิ และจะ
ผลกระทบอ่ืนๆ กดั ผวิ หนา ดนิ ทำใหด นิ เสอื่ มความอดุ ม
ผลกระทบตอ สภาพภูมิอากาศ ไฟปากอใหเกิดความสูญเสียแกชีวิตและ สมบรู ณ เนือ่ งจากดนิ จะ สูญเสีย
ไฟปา คอื เปน ตัวการสำคญั ในการ ทรัพยสนิ โดยเฉพาะเมื่อไฟปาลกุ ลามเกิน ความชน้ื และจุลินทรยี ใ นดนิ ยงั ถกู
ทำใหภ าวะโลกรอ นทวคี วามรนุ แรง เขตปาเขามาในเขตท่ีอยูอาศัยหรือพ้ืนท่ี ทำลาย
มากขึน้ เพราะไฟปา เปนสาเหตุ การเกษตรกอ ใหเ กดิ ความเสยี หายแกช วี ติ
สำคญั ของการทำลายพ้นื ทป่ี า และทรพั ยส ินโดยตรง ผลกระทบตอนำ้ ทำใหคณุ สมบัติ
ของนำ้ เปลย่ี นแปลงนำ้ ทไ่ี หลตามบา
ผลกระทบตอ ระบบนิเวศ ผลกระทบตอพืช ทำใหอ ตั ราการเจรญิ ของดนิ จะมตี ะกอนดนิ ทถ่ี กู เผาจะไหล
ไฟปา ทำใหส ง่ิ มชี ีวติ ภายในปาสูญ เตบิ โตของพชื ลดลงและลดคณุ ภาพของเนอื้ ลงสูแมน้ำ ทำใหน ำ้ ขุนและแสงแดด
พนั ธุ ทั้งจากการท่ีสงิ่ มีชวี ติ ตองลม ไม ทำใหขาดชว งสบื พันธทุ ดแทนตาม สองผานไดนอยสงผลกระทบตอส่ิง
ตายจากไฟไหม หรือจากผลกระทบ ธรรมชาติเน่ืองจากตนกลา หรอื ไมเล็กถูก มีชีวิตในนำ้ และทำใหน้ำเสยี ทำให
ทีเ่ กิดหลงั จากไฟปา ดบั ลง เชน การ เผาทำลาย จึงทำใหห มดโอกาสในการ ปริมาณน้ำไมเหมาะสมกับชวงเวลา
ท่ีส่งิ มชี ีวติ สูญเสียถ่ินทอี่ ยอู าศัย ทต่ี อ งใชป ระโยชนในฤดฝู นฝนตกลง
มาจะไมซ มึ ลงไปในดนิ ซง่ึ จะทำใหเ กดิ
น้ำทว มได
6 วันจันทรท ่ี 5 กันยายน พุทธศักราช 2565 ขึน้ 10 คำ่ เดอื น 10 ปข าล เปนสถานที่ท่ีปลอดภัยท่ีสุดหากคุณ
ไมม ที างเลอื กอน่ื อยา งไรกต็ ามคณุ ควร
Ç¸Ô ¡Õ ÒÃàÍÒµÇÑ ÃÍ´ ตรวจสอบใหแ นใ จวา บรเิ วณนนั้ ดบั สนทิ
กอ นดำเนนิ การตอ เนอ่ื งจากไฟทยี่ งั คง
ไฟปาเปนเร่ืองปกติในสภาพอากาศ ขอใหเอาผา มาชุบน้ำหมาด และปด จมูก อยอู าจทำใหเ กดิ แผลไหมแ ละปญ หา
ทแี่ หง และรอนแตส ามารถเกิดข้นึ ได เพ่ือปองกนั การสำลักควนั ในการหายใจได
ทุกที่ไฟปา สวนใหญเ รมิ่ ตน เพียงเลก็ 5หลีกเลี่ยงสถานทท่ี ่มี ีไฟไหมส ูง
นอยมักมาจากสาเหตขุ องมนษุ ย แต 1.) ตรวจสอบวา ฝนตกหนกั ครั้งลา สดุ เมอ่ื ในขณะทค่ี ณุ หนไี ฟคณุ จะตอ งหลกี เลยี่ ง
ลกุ ลามเรว็ มาก ขี้เถา และควนั กอ ให ใด หากเปน เวลาหลายเดือนนับจากพายุ สถานทที่ อี่ าจทำใหค ณุ ตดิ อยไู ดเ มอื่ ไฟ
เกดิ กระแสลมทตี่ ำ่ ถงึ พนื้ ซง่ึ หมายความ ฝนครง้ั กอ นกจ็ ะแหง มาก พุมไมและพชื ลกุ ลามถา เปน ไปไดใ หห ลกี เลยี่ งพน้ื ท่ี
วาไฟปาขนาดใหญท่ียังคงคุกรุนอยู แหง จะเผาไหมไ ดง า ยและรวดเร็วกวา พมุ ที่เต็มไปดวยพืชพรรณจำนวนมาก
สามารถทำใหถานที่ลุกไหมอยูขาง ไมเปย ก เพราะอาจทำใหไ หมไ ด
หนา ไฟทเี่ กดิ ขนึ้ จรงิ ไดถ งึ หนงึ่ ไมลหาก 2.) วเิ คราะหก ารพยากรณลม โดยทวั่ ไปพน้ื ทรี่ าบตำ่ ถอื วา ปลอดภยั
คณุ เคยพบวา ตวั เองกำลงั เผชญิ กบั ภยั 3.)ระมัดระวังเปนพเิ ศษในชวงฤดูรอนใน กวาหากไมม ีพืชพนั ธุมากนกั
คกุ คามจากไฟปา สงิ่ สำคญั คอื ตอ งรวู า ชว งนอ้ี าจมพี ายฟุ า คะนองโดยมฝี นตกเลก็ อยูหา งจากหบุ เขา "ปลองไฟ" ตาม
ตอ งทำอยา งไรเพอ่ื ใหแ นใ จวา คณุ และ นอ ยหรือไมมเี ลย สงิ่ เหลา น้ีสามารถจดุ ธรรมชาตแิ ละสนั เขาทมี่ ลี กั ษณะคลา ย
ครอบครัวของคณุ จะปลอดภยั ประกายแปรงทีแ่ หง ไดแ มใ นเวลากลาง อานมา พ้ืนทเี่ หลาน้ีมที างเลอื กนอ ย
คืน คอยตดิ ตามขาวสารอัปเดตเกย่ี วกับ มากหากจๆู ไฟกล็ กุ ลามรอบตวั คณุ และ
1. สัญญาณเตือน สถานการณ หบุ เขาอาจทำใหค ณุ ตดิ อยใู นทางตนั
วันหนึ่งที่คุณเดินเขา ปา แลวจู ๆ ได 4.) มงุ หนา ไปยังภูมปิ ระเทศทไี่ มติดไฟ
กลน่ิ เหม็นไหม หรอื เห็นควันพวยพุง ถาเปนไปไดใ หม ุง หนา ไปยังบรเิ วณทีใ่ กล ผูจัดทำ
โดยไมทราบสาเหตุ ใหสันนิษฐานไว ทสี่ ดุ และใหญท สี่ ดุ ทไ่ี มน า จะไหมไ ดในขณะ
กอ นวา อาจกำลงั เกิดไฟปา และขอ ทไี่ ฟอาจจะลกุ ลามไปทว่ั แตก ต็ อ งการวสั ดุ นางสาวภารวี ตระกูลโอสถ ม.5/3 เลขท่ี17
ใหร บี ออกจากบรเิ วณดงั กลา วโดยเรว็ ทต่ี ดิ ไฟไดเ ชน ตน ไมแ ปรงและหญา สงู เพอื่ นางสาวธารทอง ดีทอง ม.5/3 เลขท2ี่ 0
ทส่ี ุด เผา นางสาววรชั ยา เลิศอภิวรกร ม.5/3 เลขท2่ี 1
2. ปอ งกันควันอนั ตราย มองหาพน้ื ทใี่ กลเ คยี งทป่ี ราศจากตน ไมแ ละ นางสาวภัณชิสา ปต ตะรงค ม.5/3 เลขท2ี่ 8
เมื่อเกดิ ไฟปา ข้ึน นอกจากคณุ ตอง พมุ ไมหากคณุ สามารถวางถงั นำ้ ไวร ะหวา ง นางสาวกานตสนิ ี เสถยี รอนิ ทร ม.5/3 เลขที่ 37
พยายามหนอี อกมายงั พนื้ ทป่ี ลอดภยั คณุ กบั กองไฟไดใ หท ำเชน นนั้ สถานทที่ ไ่ี ฟ นางสาวศริ ิลักษณ กาบทอง ม.5/3 เลขที3่ 8
แลว สง่ิ ที่ตอ งรบี ทำอกี อยาง คอื การ ไหมไ ปแลว บางครั้งอาจ
ปอ งกันควันไฟ หากคณุ มีผาและน้ำ
เปลาตดิ ตวั ไปดวย