The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมข้อสอบ Kingdom of Biodiversity

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Chutima Thawasa, 2022-08-18 10:27:52

รวมข้อสอบ Kingdom of Biodiversity

รวมข้อสอบ Kingdom of Biodiversity

Keywords: kingdom of Biodiversity,monera,protista,fungi,plantae,animalia,virus

รวมขอ้ สอบพรอ้ มเฉลย

Kingdom of Biodiversity

เรอื่ ง รวมขอ้ สอบอาณาจกั ร (Kingdom)

จดั ทำโดย

นางสาวชตุ ิมา เทวะเส
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 6/5 เลขที่ 17

เสนอ
ครูสรุ จิตรา เศรษฐภักดี

รายงานฉบับนเ้ี ป็นส่วนหน่ึงของรายวิชา ความหลาก

โรงเรียนวทิ ยาศาสตร์จฬุ าภรณราชวทิ ยาลัย เลย
2565จัดทําโดย นางสาวชุติมา เทวะเส
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา เสนอ นางสุจติ รา เศรษฐภกั ดี

รวมขอ้ สอบ เร่อื ง อาณาจกั รมีชีวิต (Kingdoms)

อาณาจกั รมอเนอรา (Kingdom Monera)

1. แบคทีเรียทีท่ ำใหเ้ กิดโรคติดต่อทางเพศสัมพนั ธจ์ ดั ในกลุ่มของแบคทเี รยี กลุ่มใด

ก. โพรทีโอแบคทเี รยี ข. คลาไมเดีย

ค. สไปโรคที ง. ไซยาโนแบคทีเรีย

2. ลกั ษณะโครงสร้างพนื้ ฐานของเซลล์ในสงิ่ มีชวี ิต กลุ่มใดทีถ่ อื ว่าแตกต่างไปจากกลมุ่ อ่ืนๆ

ก. สาหรา่ ยสเี ขียวแกมน้ำเงิน ข. สาหรา่ ยสีแดง

ค. เห็ด รา ง. สาหรา่ ยสเี ขียว

3. กา๊ ซชวี ภาพทีน่ ำมาใช้เปน็ เช้ือเพลงิ แทนถ่านหรือฟนื ในการหุงตม้ อาหารตามชนบทน้ัน เกิดจากปฏกิ ริ ิยาของ
มลู สตั วก์ ับ (A) และก๊าซทีไ่ ด้คือ (B)
ก. (A) แบคทีเรียแอโรบิก (B) แกส๊ มเี ทน
ข. (A) แบคทเี รยี แอโรบกิ (B) แกส๊ ออกซเิ จน
ค. (A) แบคทเี รยี แอนาโรบิก (B) แก๊สมเี ทน
ง. (A) แบคทเี รียแอนาโรบิก (B) แก๊สออกซิเจน

4. ข้อใดระบุลำดบั การกำเนิดของสิ่งมีชวี ิตตามสายววิ ัฒนาการจากเร่ิมแรกจนถึงลา่ สุดได้ถกู ต้อง (วิวัฒนาการ
สูงสดุ วิวัฒนาการต่ำสุด)
ก. มอเนอรา โพรทิสตา ฟงั ไจ พชื สตั ว์
ข. มอเนอรา โพรทสิ ตา พืช ฟงั ไจ สตั ว์
ค. มอเนอรา ฟังไจ โพรทสิ ตา พืช สตั ว์
ง. สัตว์ ฟังไจ พชื โพรทสิ ตา มอเนอรา

5. พืชทน่ี ักวิชาการส่งเสรมิ ให้มกี ารเลี้ยงในนาขา้ วพร้อมๆ กับการปลูกข้าว ได้แก่ (A) เพราะพืชชนิดนี้สามารถ
(B) ข้อความใน (A) และ (B) คอื ข้อใด
ก. (A) จอก (B) เพ่มิ ปรมิ าณแร่ธาตทุ ขี่ า้ วต้องการ
ข. (A) แหนแดง (B) เพ่ิมไนโตรเจนได้
ค. (A) สาหรา่ ยไฟ (B) เพม่ิ ปริมาณแรธ่ าตุที่ข้าวต้องการ
ง. (A) ไขน่ ำ้ (B) นำมาเป็นอาหารมนุษย์ได้

6. ขอ้ ใดไมถ่ ูกต้อง
ก. แบคทเี รียแกรมบวก แยกชนดิ ไดโ้ ดยการย้อมสแี กรมผนงั เซลล์จะติดสมี ่วงของคริสตลั ไวโอเลต
ข. Lactobacillus sp. Bacillus sp. Staphyrococos sp.เปน็ แบคทเี รยี ทรงกลมท้งั หมด
ค. โรคฉหี่ นู โรคซิฟลิ สิ มสี าเหตจุ ากเช้ือแบคทเี รยี แกรมลบท่ีมีรปู ทรงเกลยี ว
ง. Escherichia coli เป็นสาเหตุทท่ี ำให้เกดิ อาการท้องร่วง

7. ออสซลิ ลาทอเรยี (Oscillatoria sp.) บางชนิดซง่ึ มีสแี ดงแตจ่ ดั อยู่ในกลุม่ สาหร่ายสเี ขยี วแกมน้ำเงิน เพราะ
ก. ประกอบด้วยเซลล์หลายเซลล์มาต่อกนั เป็นสาย
ข. ในคลอโรพลาสต์มีรงควตั ถุ ไฟโคไซยานิน
ค. แหลง่ อาศัย (habitat) คือ บงึ คู ท่มี ีน้ำขัง
ง. นวิ เคลยี สไม่มีเยื่อห้มุ

8. ผลิตภณั ฑ์จากอุตสาหกรรมใดท่ีเก่ียวข้องกับการใช้ประโยชนจ์ ากแบคทีเรยี
ก. การทำขนมปัง ปลารา้
ข. ผลิตยาปฏชิ วี นะเพนิซิลลนิ
ค. การทำเบยี ร์ ไวนน์ ้ำสม้ สายชู
ง. การทำนมเปร้ียว โยเกิรต์ เนยแข็ง

9. ชมุ ชนท้องถนิ่ ของนักเรียนนิยมใชป้ ระโยชน์จากแบคทีเรียในขอ้ ใดมากที่สุด
ก. หน่อไม้ดอง ปลารา้ ปลาสม้ ขา้ วปนุ้
ข. นมเปรี้ยว เนยแข็ง ผักดอง น้ำส้มสายชู
ค. เบยี ร์ ไวน์ เตา้ หู้ยขี้ นมปัง เต้าเจี้ยว
ง. เพิ่มปยุ๋ ไนโตรเจนใหน้ าขา้ ว กำจดั ขยะ

10. แบคทีเรียกลุ่มใดทผี่ นังเซลล์ไม่มสี ารเพปทโิ ดไกลแคน สามารถดำรงชวี ิตในสภาพแวดลอ้ มที่สิ่งมีชีวิตกลมุ่
อ่นื ไมส่ ามารถดำรงชวี ิตอยไู่ ด้
ก. Euryarchaeota, Crenarchaeota
ข. Rhizobium sp., Staphyrococos sp.
ค. Lactobacillus sp., Escherichia coli
ง. Anabaena sp., Bacillus sp.

11. ส่ิงมชี วี ิตในอาณาจักรมอเนอราจัดอยู่ในโดเมนใด

ก. แบคทเี รีย ข. อาร์เคยี

ค. ยูคาเรยี ง. แบคทเี รียและอาร์เคีย

12. ส่ิงมชี วี ิตพวกใดดำรงชีวิตแบบภาวะพึ่งพากันและสามารถตรงึ ไนโตรเจนมาเปน็ ไนเตรตได้
ก. สไปรูไลนา สไปโรไจรา
ข. ไมคอร์ไรชา
ค. ไนโตรแบคเตอร์ ออสซทิ อเรีย
ง. แอนาบนี า ไรโซเบียม

13. Rhizobium Nostoc และ Anabaena เหมือนกนั ในด้านใด
ก. เป็นผู้ย่อยอินทรีย์สาร
ข. สังเคราะห์ด้วยแสงได้
ค. ไม่มีเยื่อหุ้มนวิ เคลียส
ง. ถูกทกุ ข้อ

14. ถา้ เรียกแบคทเี รยี วา่ "เชื้อโรค" นั้นเปน็ การสมควรหรือไม่ อยา่ งไร
ก. สมควร เพราะแบคทเี รยี ส่วนมากทำให้เกดิ โรค
ข. สมควร เพราะแบคทเี รียพบได้ทกุ แห่ง
ค. ไมส่ มควร เพราะแบคทเี รยี บางชนดิ เป็นประโยชน์
ง. ไมส่ มควร เพราะปจั จุบนั สามารถควบคุมแบคทเี รียได้

15. ขอ้ ใดไมใ่ ชช่ ่ือของ Domain
ก. Bacteria
ข. Archaeae
ค. Prokarya
ง. Eukarya

อาณาจกั รโพรตสิ ตา (Kingdom Protista)
1. กลุ่มของสาหรา่ ยข้อใดมบี ทบาทมากทีส่ ดุ ในการเปน็ ผู้ผลิตรายใหญ่ของอาณาจกั รสง่ิ มีชวี ติ ในน้ำ
ก. สาหรา่ ยสนี ำ้ ตาล
ข. สาหรา่ ยสีเขยี ว
ค. สาหรา่ ยสนี ้ำตาลแกมเหลอื ง
ง. สาหรา่ ยสเี ขียวแกมนำ้ เงิน

2. โรคชนดิ ใดท่ีมีสาเหตุมาจากโพรโทซวั
ก. หัด อหิวาตกโรค
ข. มาเลเรีย เทา้ ชา้ ง
ค. ปอดบวม ตบั อกั เสบ
ง. กาฬโรค คางทูม

3. โพรทิสตใ์ นลำไสป้ ลวกจดั อย่ใู นกลมุ่ Dipolmonadida เพราะแตกตา่ งจากโพรทิสตก์ ลุ่มอนื่ อยา่ งไร
ก. ดำรงชวี ิตแบบพงึ่ พากัน
ข. ไม่มไี มโทคอนเดรยี ภายในเซลล์
ค. ไมม่ เี ยือ่ หุ้มนิวเคลยี ส
ง. ไมม่ สี ารสีแคโรทนี หรือคลอโรฟลิ ล์

4. โพรทสิ ต์ชนิดใดอาศัยอยูใ่ นลำไสป้ ลวก และช่วยสรา้ งเอนไซม์ย่อยเซลลโู ลส

ก. โตรโคนมิ ฟา ข. ทริปพาโนโซม

ค. ไดโนแฟลเจลเลต ง. พลาสโมเดยี ม

5. โพรทสิ ตบ์ างชนิดมลี ักษณะดงั ข้อใด
ก. มีลกั ษณะของท้งั พืชและสตั ว์
ข. เป็นพืชในบางเวลาแลว้ เปลยี่ นเปน็ สตั วไ์ ด้
ค. เปน็ สัตวใ์ นบางเวลาแล้วเปลี่ยนเป็นพชื ได้
ง. ไมส่ ามารถมองเหน็ ไดด้ ้วยตาเปลา่

6. สิ่งมีชีวติ กลมุ่ ไหนจดั อยู่ในอาณาจักรโพรติสตา
ก. ลเิ วอร์เวริ ต์ – สาหร่ายสเี ขยี ว – อะมบี า
ข. สาหร่ายสีนำ้ ตาลแกมเหลือง – วอลวอกซ์ - แอนบีนา
ค. ไลโคโปดียม – สาหร่ายสนี ้ำตาล – แอนาบีนา
ง. พลาสโมเดียม – สาหรา่ ยสีแดง – ยูกลีนา - เหด็ โคน

7. โพรทิสต์ชนดิ ใดไม่มีโครงสรา้ งในการเคล่ือนท่ี

ก. อะมบี า ข. พารามเี ซยี ม

ค. ยกู ลนี า ง. พลาสโมเดยี ม

8. จุลชีพท่ีอาศัยในตวั มนุษยแ์ ตไ่ ม่มโี ทษต่อร่างกาย ยกเว้น
ก. Staphylococcus
ข. Entamoeba gingivalis
ค. Entamoeba histolytica
ง. ท้ัง 1 และ 2

9. ขอ้ ใดแสดงสัมพนั ธร์ ะหวา่ งชนดิ กบั ลักษณะของโพรทิสตไ์ ดถ้ กู ต้อง
ก. Gracilaria sp. : ใช้ผลติ อาหารเสรมิ เพราะมโี ปรตีนสูง
ข. Spirogyra sp. : มไี อโอดีนสงู ใชผ้ ลติ ว้นุ
ค. Vorticella sp. : เคลื่อนท่โี ดยใชเ้ ท้าเทียม
ง. Trypanosoma sp. : ทำให้เกดิ โรคเหงาหลับ

10. โพรโตซัวชนดิ ใดทด่ี ำรงชีวติ แบบพึ่งพากบั สง่ิ มีชวี ติ อ่นื
ก. Plasmodium falciparum
ข. Plasmodium vivax
ค. Entamoeba histolytica
ง. Entamoeba gingivalis

11. จีฉ่ายเป็นสง่ิ มีชวี ติ ดิวิชนั่ ใด ข. Rhodotorula
ก. Cyanophyta ง. Chlorophyta
ค. Rhodophyta

12. ลกั ษณะโครงสรา้ งทเี่ ด่นชัดของไดอะตอม คอื ข้อใด
ก. เปน็ เซลล์เดยี วหรอื หลายเซลล์ทไี่ มม่ ีคลอโรฟิลล์
ข. เปน็ เซลลเ์ ดยี วท่มี ีสารพวกซิลกิ าห้มุ ผนังเซลล์
ค. เปน็ เซลล์เดียวมหี นิ ปนู สะสมทผ่ี นงั เซลล์
ง. ผนงั เซลล์เป็นฝาครอบ 2 ฝา เป็นสารพวกแคลเซยี มคารบ์ อเนต

13. สว่ นของเซลลท์ ่ที ำให้ปริมาณน้ำภายในเซลลข์ องพวกโพรโทซัวคงท่ี คือ
ก. cell membrane
ข. nucleus
ค. contractile vacuole
ง. food vacuole

14. เกณฑส์ ำคัญท่ีใชจ้ ำแนกโพรโทซวั เปน็ หมวดหมู่ คือข้อใด
ก. วธิ ีการสบื พนั ธ์ุ
ข. การดำรงชีวิตและการสืบพนั ธ์ุ
ค. จำนวนเซลล์และโครงสรา้ งของเซลล์
ง. โครงสรา้ งสำหรบั ใช้ในการเคล่อื นท่ี

15. โรคมาลาเรยี เกดิ จากโพรทิสตก์ ลมุ่ ใด
ก. ไตรโคโมแนส
ข. ทรปิ พาโนโซม
ค. พลาสโมเดยี ม
ง. ไตรโคนิมฟา

อาณาจกั รฟังไจ (Kingdom Fungi) ข. Controllers
1. ฟงั ไจมีความสำคัญต่อระบบนิเวศ คือ ง. Regulators
ก. Producers
ค. Decomposers

2. เหด็ ต่าง ๆ ท่ีเรานำมารับประทาน จดั อยู่ในไฟลมั ใด
ก. Phylum Basidiomycota
ข. Phylum Zygomycota
ค. Phylum Ascomycota
ง. Phylum Chytridiomycota

3. ยีสต์ ราแดงอยู่ในไฟลมั ใด
ก. Phylum Basidiomycota
ข. Phylum Zygomycota
ค. Phylum Ascomycota
ง. Phylum Chytridiomycota

4. มีการสืบพนั ธ์ทุ ง้ั แบบอาศยั เพศและไมอ่ าศยั เพศ โดยการสรา้ งเซลลส์ บื พันธแ์ุ ละสปอร์ท่มี ีแฟลกเจลลา
ในการเคลื่อนที่
ก. Phylum Basidiomycota
ข. Phylum Zygomycota
ค. Phylum Ascomycota
ง. Phylum Chytridiomycota

5. ซากดกึ ดำบรรพ์ของกลมุ่ พืชมที ่อลำเลียงในชว่ งปลายยุคซลิ ูเรยี นนนั้ พบวา่ มีอะไร

ก. ไมคอร์ไรซา ข. ไฮฟา

ค.ไมซเี ลียม ง. ถูกทกุ ขอ้

6. ฟงั ไจใดต่อไปน้ี ไม่ได้อยู่ในไฟลมั เบซิดิโอไมโคตา

ก. ราสนมิ ข. ราเขม่าดำ

ค. ราดำ ง. เหด็ โคน

7. เหด็ ที่นำมาปรุงอาหารคือส่วนใด ข. ไมซีเลียม
ก. ไฮฟา ง. ไมคอร์ไรซา
ค. ฟรุตติงบอดี

8. ฟังไจในข้อใดจดั ไว้เป็นหมวดหม่ใู นระดับไฟลัม ได้ถูกต้อง

ก. ไขน่ ำ้ ไรน้ำ ไดอะตอม ข. ยีสต์ ราแดง และโมเรล

ค. เคลป์ จีฉา่ ย ชาร์แกสซัม ง. เหด็ รา แบคทีเรยี

9. ยีสต์ จัดอยใู่ นอาณาจักรฟังไจ แต่จะมลี กั ษณะท่ีแตกตา่ งจากเห็ดราอนื่ ๆ คอื
ก. ไมม่ ีนิวเคลยี ส
ข. ไม่มีเส้นใยมลี กั ษณะเป็นเซลล์เดยี ว
ค. สบื พันธ์โุ ดยการแตกหน่อไม่สรา้ งสปอร์
ง. มีประโยชน์มากกว่าเหด็ ราอ่ืน ๆ

10. ไฮฟาของราดำ ทำหน้าท่ีสำคญั ในข้อใด

ก. หล่ังเอนไซม์ ข. ช่วยผสมพันธ์แุ บบอาศัยเพศ

ค. ดดู ซมึ อาหาร ง. ถกู ทกุ ข้อ

11. โรคท่ไี ม่ได้เกดิ จากราคือ ข. ปอดอักเสบเรอื้ รงั
ก. กลาก ง. ปอดบวม
ค. ฮอ่ งกงฟุต

12. ราท่ีมกี ารสืบพันธุ์แบบไม่ใช้เพศจะใช้โครงสร้างใด

ก. ไปโดสปอร์ ข. แอสโดสปอร์

ค. โคนีเดีย ง. เปซดิ ิโอสปอร์

13. ข้อใดเป็นลักษณะท่วั ไปของฟังไจ (fungi)
ก. มกี ลมุ่ เส้นใยของไฮฟา เรียกว่า mycelium ดูดซบั อาหารเขา้ สเู่ ซลล์
ข. มีการสบื พันธ์ุ แบบอาศัยเพศและแบบไม่อาศยั เพศ
ค. ดำรงชวี ติ เป็นผ้ยู ่อยอนิ ทรยี ์สารและอสิ ระ
ง. ถกู ทุกข้อ

14. โดยทั่วไป พวกเหด็ ราจะมโี ครงสรา้ งเป็นเส้นใย (hypha) ยกเวน้

ก. เห็ดเผาะ ข. ยสี ต์

ค. ราขนมปงั ง. ราเมือก

15. ไมส้ นเจรญิ เตบิ โตรวดเร็ว เหมาะในการใช้ปลูกปา่ เนื่องจากสงิ่ ใดอาศัยในราก
ก. สาหรา่ ยสีเขยี วแกมนำ้ เงิน
ข. สาหร่ายสีเขียว
ค. ราไมคอร์ไรซา
ง. แบคทีเรยี

อาณาจักรพืช (Kingdom Plantae)
1. ส่งิ ในชีวติ ท่ีจะจัดไว้ในอาณาจักรพืช (Kingdom Plantac) ตอ้ งมีลักษณะสำคญั เดน่ ชัดในขอ้ ใด
ก. มหี ลายเซลล์ (multicellular) และมคี ลอไรปลาสท์
ข. มผี นังเซลล์ มีคลอไรปลาสท์ และมวี งจรชวี ิตแบบสลบั (alteration of generation)
ค. มรี ะยะต้นอ่อน มีคลอไรปลาสท์และมวี งจรชวี ติ แบบสลับ
ง. มีเน้อื เยื่อ มรี ะยะตวั ออ่ น มีการสบื พันธ์แุ บบใช้เพศ สลับกบั แบบไมใ่ ชเ้ พศ

2. พืชจำพวกสน (pine) เหมาะสมในการนำมาใชใ้ นการปลูกป่า เน่อื งจากสาเหตใุ นข้อใด
ก. แบคทีเรยี ไรโซเบียมเจริญอยู่ท่รี ากช่วยให้สนเตบิ โตเรว็
ข. มีราไมคอรไ์ รซาเจรญิ อยู่ทรี่ ากช่วยใหส้ นเติบโตเร็ว
ค. มสี าหรา่ ยสเี ขยี วแกมน้ำเงินช่วยจบั ไนโตรเจนมาเป็นสารประกอบไนเตรท
ง. ทำให้สนได้รับป๋ยุ ปรง สน 2 ใบ

3. ถ้าพจิ ารณาตามสายวิวัฒนาการพืชพวกแรกทีส่ ามารถเจรญิ ไดบ้ นบกคอื

ก. ไซโลตัม ข. ไลโคโปเดียม

ค. ไบรโอไฟต์ ง. อคี ิวเซตมั

4. พืชในดิวิช่ันไบโอไฟตามลี ักษณะต่างจากพืชในดวิ ิชั่นแอนโธไฟตาในข้อใด
ก. ไม่มีเนื้อเยอ่ื ลำเลียง
ข. ช่วงสปอไรไฟต์มีอายยุ ืนนานกว่าช่วงแกมีโตไฟต์
ค. เป็นพืชท่ชี อบขึน้ ในท่ชี ุม่ ชื่น
ง. ถกู ทัง้ ก ข และ ค

5. ถ้าพิจารณาเฉพาะสงิ่ มชี วี ิตในอาณาจกั รพชื ลกั ษณะใดที่พบเฉพาะในมอสและลเิ วอร์เวร์ต
ก. สรา้ งสปอรภ์ ายในอับสปอร์
ข. มไี รซอยดท์ ำหนา้ ทค่ี ล้ายราก
ค. แกมีโฟตเ์ ป็นช่วงชีวิตทีเ่ ด่น
ง. อาศัยน้ำเปน็ ตัวกลางในการปฏสิ นธิ

6. แกมีโตไฟตข์ องพืชพวกใดมไี รซอยด์เกาะยดึ ตดิ กบั พื้นดินหรือผวิ วตั ถทุ ่มี นั เจริญอยู่
ก. ไบรโอไฟต์ เฟริ น์
ข. เฟิร์น ไซโลตมั
ค. จมิ โนสเปริ ม์
ง. ถูกเฉพาะข้อ ก และ ข

7. ปจั จยั ใดทท่ี ำให้พืช มอส และลิเวอร์เวริ ์ตมขี นาดเล็กและมักขึ้นในที่ชุมชน้ื

ก. แสงสว่าง ข. การคายน้ำ

ค. ระบบลำเลียง ง. ความแหง้ แล้ง

8. พชื ประเภทใดต่อไปนจ้ี ะมีการสร้างสปอร์ได้ 2 ขนาด

ก. ไลโคโปเดียม ข. ซแี ลกจเิ นลลา

ค. ไซโลตมั ง. ทงั้ ก และ ค

9. Terprothallus ของเฟิรน์ ทำหน้าท่อี ะไร ข. สรา้ งรังไข่
ก. สร้างสเปิร์ม ง. ทั้ง ก และ ข
ค. สรา้ งสปอร์

10. การจดั หมวดหมู่พชื แบง่ ไดก้ รี่ ะบบ ข. 2 ระบบ
ก.1 ระบบ ง. 4 ระบบ
ค. 3 ระบบ

11. ลเิ วอร์เวิรต์ เป็นพืชพวกใด
ก. อยู่ Phylum Hepatophyta เพราะไมม่ ีท่อลำเลียง
ข. อยู่ Phylum Hepatophyta เพราะมที ่อลำเลยี ง
ค. อยู่ Phylum Bryophyta เพราะไมม่ ีท่อลำเลยี ง
ง. อยู่ Phylum Bryophyta เพราะมีทอ่ ลำเลยี ง

12. ใบของมอส ไม่ถือวา่ เป็นใบทแ่ี ท้จรงิ พราะ
ก. ขนาดใบเลก็ เกนิ ไป
ข. ไม่มสี เี ขียว
ค. รงควตั ถภุ ายในไม่ใชค่ ลอโรฟลิ
ง. ไม่มที ่อลำเลยี ง

13. ลกั ษณะสำคัญของพืชพวกจิมโนสเปอร์ม คือ
ก. สรา้ งโคน (cone) ทผ่ี ลิตสเปิร์มและไขภ่ ายในต้นเดียวกัน
ข. มสี ว่ นที่เปน็ ราก ลำตน้ ใบ และดอกท่แี ท้จริง
ค. เมลด็ ไมม่ ผี นงั รังไขห่ ่อหมุ้
ง. มีใบขนาดเลก็ รปู เข็มรวมกนั อยเู่ ป็นกลุม่

14. ถ้านักเรยี นสงสัยวา่ พืชต้นหน่ึงเปน็ เฟริ ์นหรอื ไม่ โดยทใ่ี บนั้นยงั ไม่มีการสร้างสปอร์ นักเรียนจะสรุปข้อสงสยั
น้ีไดอ้ ยา่ งไร
ก. ดทู ่ใี บออ่ นว่าเปน็ frond หรอื ไม่
ข. ดูวา่ มลี ำต้นใต้ดนิ (rhizome) หรือไม่
ค. ดทู ใี่ บออ่ นว่ามีการงอแบบ circinate vernation หรือไม่
ง. ดทู ี่แกมีโตไฟตว์ ่ามีการแตกแบบ dichotomous branching หรือไม่

15. ข้อใดเรียงลำดับพชื ตามหมวดหมู่(อนุกรมวิธาน) จากต่ำไปสูงได้อยา่ งถูกต้อง
ก. มอส ชอ้ งนางคล่ี ผกั แวน่ สนญีป่ นุ่ หญา้ แพรก
ข. ลิเวอรเ์ วริ ต์ หญา้ รังไก่ ปรง กูดเก๊ียะ สนญป่ี ุ่น
ค .มอส หวายทะนอย สนทะเล แปะกว๊ ย หญา้ ขจรขบ
ง. ลิเวอรเ์ วิร์ต เฟินใบมะขาม สนปฏพิ ัทธิ์ สนสองใบ หญ้าถอดปล้อง

อาณาจกั รสัตว์ (Kingdom Animalia)
1. กลมุ่ สัตว์พวกใดท่ีมีการจดั ระเบยี บโครงสร้างรา่ งกายท่ีมีสมมาตรเป็นแบบเดยี วกนั
ก. ดอกไม้ทะเล แมงกระพรุน ดาวเปราะ
ข. เมน่ ทะเล แม่เพรยี ง ฟองน้ำ
ค. พลานาเรยี ไฮดรา โอบีเลย
ง. เพรียงหวั หอม ปลาหมกึ อะมีบา

2. สัตว์พวกแรกที่มีระบบหมุนเวยี นของเลือดได้แก่

ก. พยาธติ ัวกลม ข.แมเ่ พรยี ง

ค.ปลิงทะเล ง .หอยแครง

3. ลักษณะเด่นของ Phylum Chordata ทีไ่ มม่ ีไฟลัมไหนเหมอื น คือ

ก. เป็น Endoskeleton ข. เปน็ ผู้บริโภค

ค. มโี นโตคอร์ด ง. เป็น Eucoelomate

4. ขอ้ แตกต่างระหวา่ งไฟลัม Annelida และ Nematoda คืออะไร
ก. Annelida ขาไม่มีขอ้ Nematoda ขามีข้อ
ข. Annelida ลำตัวไม่มีปล้อง Nematoda ลำตวั มีปลอ้ ง
ค. Annelida ขามขี ้อ Nematoda ขาไม่มขี ้อ
ง. Annelida ลำตัวมปี ล้อง Nematoda ลำตัวไม่มปี ล้อง

5. ไฟลมั ใดที่มีระบบทางเดินอาหารสมบูรณ์เป็นไฟลมั แรกเรียงลำดับตามหลักเกา้ ไฟลมั

ก. Annelida ข. Nematoda

ค .Platyhelminthes ง. Mollusca

6. ไฟลัม Platyhelminthes มรี ะบบประสาทแบบใด

ก. ไม่มรี ะบบประสาท ข. รา่ งแห (nerve net)

ค. มปี มประสาทสมอง (cerebral ganglia) ง. แบบขั้นบันได (ladder type)

7. ไฟลัม Coelenterata มลี กั ษณะเด่น คือ
ก. มหี นวด nematocyte ทมี่ เี ขม็ พิษ tentacle
ข. มีหนวด tentacle ทีม่ เี ข็มพิษ nematocyte
ค. มีหนวด tentacle ทมี่ ีเข็มพษิ nematoda
ง. มีหนวด nematoda ท่มี เี ข็มพิษ tentacle

8. ไฟลมั Perifera มลี ักษณะที่ไม่มใี ครเหมือนคอื
ก. มที างนำ้ เขา้ ostium ทางน้ำออก osculum และมี spicule
ข. มหี นวดทีม่ เี ขม็ พษิ อยูด่ ้านใน
ค. มีเซลล์ 3 ชนดิ คอื amoebocyte/coanocyte/porocyte
ง. มีทางน้ำเข้า osculum ทางนำ้ ออก ostium และมี spicule

9. อาณาจักรสัตวแ์ บง่ เปน็ ก่ีไฟลัม ข. 8
ก. 7 ง. 10
ค. 9

10. ใครคือบิดาแห่ง Taxonomy (อนุกรมวิธาน)
ก. Alistotle
ข. John Ray
ค. Copeland
ง. Lineus

11. ระบบหมนุ เวียนเลอื ดแบบเปดิ พบได้ในสตั ว์กลุ่มใด

ก. กงุ้ ไส้เดือน ข. ไส้เดอื น ปู

ค. ปลา ปู ง. กุง้ ปู

12. ระบบหมนุ เวียนเลือดแบบปิดพบในสตั วพ์ วกแรก คือ

ก. ไสเ้ ดอื น ข. หนอนตัวแบน

ค. หนอนตัวกลม ง. ปลาปากกลม

13. สัตวท์ ่มี เี ลือดที่ใชแ้ ล้วเทา่ นั้นทีไ่ หลผ่านหัวใจ คอื
ก. ปลา ข. เตา่
ค. กบ ง. นก

14. ในกรณที ี่สภาวะอาหารไม่สมบูรณ์ ไฮดราจะมีการสืบพันธุแ์ บบใด
ก. แบบอาศัยเพศ
ข. แบบไม่อาศยั เพศ
ค.งอกใหม่
ง.การแบง่ ตวั ออกเป็นสอง

15. สตั วช์ นิดใดตอ่ ไปน้มี ีการสบื พันธ์ุโดยไม่อาศัยเพศ โดยการแตกหน่อทัง้ หมด
ก. อะมีบา, พารามเี ซยี ม, ยูกลีนา
ข. พารามีเซียม, ไฮดรา, ยสี ต์
ค. อะมีบา, ยกู ลนี า, พลาสโมเดียม
ง. ไส้เดือน, อะมบี า, ยกู ลีนา

อณภุ าคก่อโรคขนาดเล็ก
1. ข้อใดต่อไปนเ้ี ปน็ คุณสมบตั ิของเช้ือไวรสั
ก. มขี นาดเล็ก 200 µm ถึง 300 µm ไม่สามารถมองเห็นไดด้ ้วยกล้องจลุ ทรรศน์ธรรมดา
ข. ประกอบดว้ ยกรดนิวคลอิ ิก คือ DNA หรอื RNA เท่านั้น
ค. ตอ้ งอาศัยเซลล์ส่งิ มีชีวติ ในการสบื พนั ธ์ุแตกหน่อ
ง. อนภุ าคที่สมบูรณต์ ้องเป็น enveloped virus

2. อนุภาคไวรัสที่มีสว่ นประกอบตา่ ง ๆ ครบถว้ นสมบูรณเ์ รียกวา่

ก. Prion ข. Viroid

ค. Virion ง. Subviral agent

3. ยีโนมของไวรัสชนิดใดซ่งึ สามารถทาํ หน้าท่เี ปน็ mRNA ได้เอง

ก. Double-stranded RNA viruses

ข. Double-stranded DNA viruses

ค. Positive sense single-stranded DNA viruses

ง. Positive sense single-stranded RNA viruses

4. การติดเช้ือไวรสั ฉวยโอกาสใดเปน็ สาเหตขุ องโรคจอตาอักเสบทีพ่ บมากในผู้ปว่ ยเอดส์
ก. Human herpes virus 7
ข. Human papillomaviruses
ค. Epstein-Barr virus
ง. Cytomegalovirus

5. ข้อใดต่อไปนีเ้ ป็นคุณสมบตั ิทถี่ ูกต้องของเช้ือ HIV
ก. มโี ปรตนี สำคัญที่ capsid คือ gp 120
ข. มยี โี นมชนิด RNA สายคู่
ค. มเี อนไซมช์ นิด reverse transcriptase อยู่ในอนุภาค
ง. เพม่ิ จำนวนยีโนมในซัยโตพลาสซมึ ของโฮสต์

6. ขอ้ ต่อไปนี้ไมใ่ ชเ้ ป็นเกณฑ์ในการวนิ จิ ฉัยทางห้องปฏบิ ัตกิ ารสำหรบั ผู้ตดิ เช้อื โรคเอดส์
ก. ตรวจพบ anti-HIV โดย screening test ใหผ้ ลบวก 3 วิธที หี่ ลกั การต่างกนั
ข. จำนวน lymphocytes count ต่ำลงมาก
ค. อัตราสว่ นของ CD4/CD8 < 1
ง. ตรวจพบ HIV Agโดย screening test ให้ผลบวก 3 วธิ ที ่หี ลักการตา่ งกัน

7. ไวรัสทีม่ แี มลงเปน็ พาหะ (Arbovirus) ก่อโรคระบาดในประเทศไทยสว่ นใหญ่จัดอย่ใู น Family ใด

ก. Flaviviridae ข. Filoviridae

ค. Bunyaviridae ง. Reoviridae

8. เช้อื ไวรัสใดต่อไปนี้เป็นสาเหตขุ องโรค มือ-เทา้ ปาก ท่ีพบบอ่ ยในเด็กเล็ก

ก. Rubella virus ข. Measles virus

ค. Polio virus ง. Coxsackie virus A

9. เชอ้ื ไวรสั ใดตอ่ ไปน้ีไมต่ ดิ ต่อจากแม่สู่ลกู ข. Parvovirus B19
ก. Cytomegalovirus ง. Hepatitis B
ค. Poliovirus

10. เดก็ ทตี่ ดิ เชื้อไวรสั หัดมาแลว้ หลายปอี าจพบโรคแทรกซ้อนใดภายหลังการติดเชื้อได้
ก. เป็นหมนั
ข. Toxic shock syndrome
ค. Subacute Sclerosing Panencephalitis (SSPE)
ง. Scarlet fever

11. โรคไวรัสตบั อักเสบใดตอ่ ไปนมี้ ีวัคซีนปอ้ งกนั โรค
ก. ไวรสั ตับอักเสบ ดี
ข. ไวรัสตับอกั เสบ อี
ค. ไวรัสตบั อกั เสบ ซี
ง. ไวรัสตบั อกั เสบ บี

12. เช้ือไวรัสใดตอ่ ไปนี้มีอนภุ าคคลา้ ยซล่ี ้อเกวียนก่อโรคอุจจาระร่วงในเด็กเล็ก < 2 ปี
ก. Norwalk virus
ข. Astrovirus
ค. Rotavirus
ง. Enterovirus

13. เช้อื ไวรสั ใดเปน็ สาเหตทุ ่ีทำให้เกิด condyloma acuminata
ก. Herpes simplex virus
ข. Varicella-zoster virus
ค. Cytomegalovirus
ง. Human papillomaviruses

14. เช้อื ไวรัสตบั อักเสบใดต่อไปนี้มกี ารติดต่อแพรเ่ ช้อื ได้ทางการกิน
ก. Hepatitis D
ข. Hepatitis B
ค. Hepatitis A
ง. Hepatitis C

15. การตรวจวินิจฉยั หัดเยอรมนั ขอ้ ใดกลา่ วถูกต้อง
ก. ตรวจพบ HI titer < 1:10 ในซีรม่ั คแู่ สดงวา่ ติดเชื้อ
ข. แมท่ ่ีติดเชอ้ื เมื่ออายุครรภ์มากจะไมม่ ผี ลต่อลกู
ค. ต้องตรวจในแม่ทฝี่ ากครรภท์ กุ ราย
ง. แม่ทีต่ ิดเชอื้ เม่ืออายคุ รรภ์นอ้ ยอาจจะแท้งลกู และพบความพิการไดส้ ูง


Click to View FlipBook Version