The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

63_งานวิจัยเรื่องการกักเก็บคาร์บอนของเสม็ดขาวและยางพาราในป่าพรุควนเคร็ง_11 หน้า

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pjuree, 2022-04-25 09:59:22

63_งานวิจัยเรื่องการกักเก็บคาร์บอนของเสม็ดขาวและยางพาราในป่าพรุควนเคร็ง_11 หน้า

63_งานวิจัยเรื่องการกักเก็บคาร์บอนของเสม็ดขาวและยางพาราในป่าพรุควนเคร็ง_11 หน้า

Keywords: พรุควนเคร็ง,การกักเก็บคาร์บอน,ยางพารา,เสม็ดขาว

1

ช่ืองานวิจยั : ปรมิ าณการกักเก็บคาร์บอนของเสม็ดขาว (Melaleuca cajuputi) และยางพารา

(Hevea brasiliensis) ในพ้นื ที่ป่าพรคุ วนเครง็ ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด

จงั หวดั นครศรีธรรมราช

คณะผวู้ ิจัย : นายก่อพงศ์ แทนด้วง นายจริ ทปี ต์ บุญวงศ์ และนางสาวนภสั วรรณ หนูรัก

ระดับชั้น : มัธยมศกึ ษาตอนปลาย

โรงเรยี น : โรงเรียนชะอวดวิทยาคาร อำเภอชะอวด จังหวดั นครศรธี รรมราช

อาจารย์ทีป่ รึกษา : นางสาวจรุ ีย์ ไก่แกว้ และนางสาวอทุ ยั วรรณ สังคานาคิน

นักวทิ ยาศาสตรท์ ป่ี รกึ ษา : ผศ.อานชุ ครี ีรฐั นคิ ม และรศ.ดร.กนกพร สงั ขรกั ษ์

บทคดั ย่อ

งานวิจัยครั้งน้ีมีวัตถุประสงค์เพ่ือศึกษามวลชีวภาพและการกักเก็บคาร์บอนของเสม็ดขาวและ
ยางพาราในพื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยกำหนดแปลง
พ้ืนท่ีศึกษาของพืชแต่ละชนิด ขนาด 10x10 เมตร จำนวน 5 แปลง ทำการวัดความสูง และเส้นผ่าน
ศูนย์กลางของตน้ ไม้โดยวดั จากเส้นรอบวงระดับอกของต้นไม้ในท่ีมีขนาดมากกว่า 15 เซนตเิ มตรข้ึนไป นำ
ขอ้ มลู ที่ได้มาประเมนิ ปริมาณการกกั เก็บคาร์บอนโดยใช้สมการมวลชีวภาพ (allometric equation) ของ
เสม็ดขาวและยางพารา ผลการศึกษา พบว่า ยางพาราจะมีความสูงเฉล่ียและเส้นผ่านศูนย์กลางเฉลี่ย
มากกว่าเสม็ดขาว โดยความสูงเฉล่ียของเสม็ดขาวและยางพารา เท่ากับ 6.69 ± 2.61 และ 10.77±1.48
เมตร ตามลำดับ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเฉล่ียของเสม็ดขาวและยางพารา เท่ากับ 10.42± 5.39 และ
15.28 ± 2.97 เซนติเมตร ตามลำดับ มวลชีวภาพรวมของเสม็ดขาวและยางพาราเฉลี่ยต่อแปลง เท่ากับ
942.12 และ 1,032.57 กิโลกรัม คิดเป็น 15,073.92 และ 16,521.12 กิโลกรัมต่อไร่ ตามลำดับ สำหรับ
การกักเก็บคารบ์ อนเสม็ดขาวและยางพารา คิดเป็น 7,235.36 และ 7,647.20 กิโลกรัมต่อไร่ หรือคิดเป็น
45.22 และ 47.80 ตนั /เฮกตาร์ ตามลำดบั มวลชีวภาพใต้พื้นดนิ ของเสมด็ ขาวและยางพาราคิดเปน็ รอ้ ยละ
37.00 และ 32.49 ของมวลชีวภาพเหนอื พ้ืนดิน สามารถกล่าวได้ว่าเสม็ดขาวซึ่งเป็นพืชเด่นในป่าพรุควน
เครง็ มีคา่ มวลชีวภาพใตพ้ ืน้ ดินทสี่ งู กวา่ ยางพารา

คำสำคญั เสม็ดขาว, ยางพารา, ปา่ พรุควนเคร็ง, การกักเกบ็ คารบ์ อน, Melaleuca cajuputi ,
Hevea brasiliensis

2

บทนำ
สภาวะโลกร้อน (Global warming) เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดข้ึนเน่ืองจากโลกไม่สามารถระบาย

ความรอ้ นทไี่ ดร้ ับจากรังสีดวงอาทิตย์ออกไปได้อย่างปกติ จึงทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้น และทำให้
สภาพอากาศของโลกเปลี่ยนแปลงไปซึ่งจะส่งผลกระทบต่อส่ิงมีชีวิตบนโลก รวมถึงตัวมนุษย์เองด้วย
กลายเป็นปญั หาท่ีสำคัญระดับต้นๆ ของโลก ปัจจยั สำคญั ท่ที ำให้อณุ หภมู ิของโลกร้อนข้ึน และนำไปสู่การ
เปลยี่ นแปลงทางภูมิอากาศหรือภาวะโลกร้อน คือ ก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gases) โดยมากกว่า
ร้อยละ 50 ของก๊าซเรือนกระจกท่ีสะสมอยู่ในช้ันบรรยากาศเป็นผลจากการกระทำของมนุษย์มากกว่าที่
เป็นไปตามการเปล่ียนแปลงตามธรรมชาติ ซ่ึงองค์ประกอบท่ีสำคัญของก๊าซเรือนกระจก ได้แก่
คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) มีเทน (CH4) ไนตรัสออกไซด์ (N2O) ซีเอฟซี (CFCs) ไฮโดรฟลูโรคาร์บอน
(HFCs) เพอร์ฟลูโรคาร์บอน (PFCs) และซัลเฟอรเ์ ฮกซาฟลอู อรไ์ รด์ (SF6) (สำนักงานนโยบายและแผนงาน
พลังงาน, มปป.)

ประชาคมโลกได้ตระหนักถึงความรนุ แรงจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภมู ิอากาศทีม่ ี
สาเหตุมาจากการเพ่ิมของปริมาณก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษ ย์ จึงหัน
กลับมาให้ความสำคัญและใส่ใจธรรมชาติเพิ่มมากข้ึน การสำรวจประเมินพ้ืนท่ีป่า การประเมินปริมาณ
ต้นทุนคาร์บอน (Carbon Stock) และการศึกษาเกี่ยวกับการหาค่าปริมาณการกักเก็บคารบ์ อน (Carbon
Sequestration) จึงมีความสำคัญอย่างย่ิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งป่าพรุซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่นอกจากจะมี
ความสำคัญทางนิเวศวิทยาแล้วยังเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนซึ่งสามารถช่วยลดโลกร้อนที่สำคัญอีกด้วย
ถึงแม้ว่าปัจจุบันป่าพรุในประเทศไทยส่วนใหญ่ได้เปล่ียนสภาพไปเป็นป่าพรุท่ีแต่ต้นเสม็ดแล้วก็ตาม และ
พื้นที่ป่าพรุจะครอบคลุมพื้นท่ีเพียงร้อยละ 3-4 ของพื้นผิวโลก แต่ก็มีการกักเก็บคาร์บอนเป็น 2 เท่าของ
ป่าไม้ทั้งหมดรวมกัน และทั่วท้ังโลก ร้อยละ10 ของปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ท่ีปล่อยสู่ช้ัน
บรรยากาศทกุ ปีเปน็ ผลจากการทำลายและความเส่ือมโทรมของป่าพรุ (อานุช ครี ีรฐั นิคม สภุ ฏา ครี ีรฐั นคิ ม
ทิพย์ทิวา สัมพนั ธมิตร และกมล อาศริ เมธ,ี 2557) ซึง่ ปา่ พรุควนเคร็งมีเน้ือท่ปี ระมาณ 86,942 ไร่ ตงั้ อยใู่ น
เขตอำเภอเชียรใหญ่ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอร่อนพิบูลย์ อำเภอหัวไทร อำเภอชะอวดในจังหวัด
นครศรีธรรมราช และอำเภอควนขนุนในจังหวัดพัทลุง เป็นพ้ืนท่ีชุ่มน้ำที่มีความสำคัญของประเทศไทย
และในปี 2559 คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้จัดทำเอกสารการประชุมสัมมนาทาง
วนวฒั นวทิ ยา คร้ังท่ี 10 ได้ศึกษาการกักเกบ็ คารบ์ อนของป่าพรุควนเคร็ง ผลการศกึ ษาแสดงให้เห็นถงึ การ
แปรผนั ขององคป์ ระกอบ ขนาด และความหนาแนน่ ของพืชพรรณ และชน้ั พรุ ซ่ึงทำให้การกกั เก็บคารบ์ อน
ของป่าเสม็ดท่ีดอน ป่าเสม็ดที่ลุ่ม และทุ่งหญ้า มีความแตกต่างระหว่างพื้นที่สูง เป็นเหตุให้การกักเก็บ
คารบ์ อนในทกุ แหล่งสะสมคาร์บอนมคี วามแตกตา่ งอย่างไม่มีนัยสำคญั ทางสถิตริ ะหว่างสงั คมพืช (p>0.05)

3

โดยสงั คมพชื ทั้ง 3 ประเภทมกี ารสะสมคารบ์ อนในช้นั พรคุ ิดเป็นสดั สว่ น ไม่นอ้ ยกวา่ ร้อยละ 88 ของการกัก
เก็บคารบ์ อนท้งั หมด เช่นเดยี วกับผลการสำรวจพ้ืนที่จำนวน 172 จุดสำรวจ พบว่า มีการแปรผันของความ
ลกึ ของชั้นพรุและการกักเกบ็ คาร์บอนสูงมาก โดยมีค่าเฉลี่ย 500.19 ตันต่อเฮกตาร์ การกักเกบ็ คาร์บอนใน
ดินคิดเปน็ สัดส่วนโดยเฉล่ียถึงรอ้ ยละ 95 ป่าพรุที่มีน้ำท่วมขังตลอดท้ังปีและพบไม้เสม็ดหนาแน่นมีการกัก
เกบ็ คารบ์ อนสูงกวา่ ในพื้นทท่ี ่ีมีน้ำทว่ มขังตามฤดูกาล ทั้งน้ีปา่ พรุควนเคร็ง ในปี พ.ศ. 2556 มีเนื้อที่ป่าพรุ
ท้ังสิ้น 157.87 ตารางกิโลเมตร สามารถประเมินการกักเก็บคาร์บอนทั้งหมดได้ เท่ากับ 7.90 ล้านตัน
คารบ์ อน หรือ 28.95 ล้านตนั คารบ์ อนไดออกไซด์ (สาพิศ ดลิ กสมั พันธ์ และคณะ, 2559)

ทางผู้จัดทำโครงงานตระหนักและเห็นความสำคัญของปัญหาและผลกระทบจากภาวะโลกร้อน
ดังกล่าว จึงสนใจท่ีจะศึกษาการกักเก็บคาร์บอนเหนือพื้นดินในพ้ืนท่ีป่าพรุควนเคร็ง ตำบลเคร็ง อำเภอ
ชะอวด จงั หวดั นครศรีธรรมราช เนื่องจากเป็นปา่ สำคัญของชุมชน โดยศึกษาเปรยี บเทียบปริมาณการกัก
เก็บคาร์บอนไดออกไซด์ทีเ่ ปล่ยี นเป็นส่วนต่างๆ ของต้นไม้ของพน้ื ที่ 2 คือ ป่าเสมด็ ขาวและสวนยางพาราที่
เกิดข้ึนในพ้ืนที่ป่าพรุ โดยทำการเก็บข้อมูลความสูง และวัดความยาวเส้นรอบวงของต้นไม้ที่มีขนาดเส้น
ตั้งแต่ 15 เซนติเมตรข้ึนไป เพ่ือเปรียบเทียบปริมาณการกักคาร์บอนของป่าทั้งสองชนิดน้ีว่ามีความ
แตกต่างกนั อย่างไร เพ่ือนำมาเปน็ แนวทางในการสร้างความตระหนกั ถึงความสำคญั ของป่าพรทุ มี่ ีตอ่ การ
ช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซ่ึงเป็นก๊าซเรือนกระจก ซึ่งถือเป็นการช่วยลดภาวะโลกร้อนและ
เพือ่ ใหเ้ กดิ การอนรุ ักษผ์ นื ปา่ พรุอยา่ งยั่งยืนตอ่ ไป

คำถามงานวจิ ัย
1. มวลชีวภาพและปริมาณการกกั เกบ็ คาร์บอนของเสม็ดขาวและยางพาราในพื้นทป่ี ่าพรุควนเครง็

ตำบลเครง็ อำเภอชะอวด จังหวดั นครศรีธรรมราช มคี วามแตกต่างกันอย่างไร

สมมติฐานงานวิจัย
1. มวลชวี ภาพและปริมาณการกกั เก็บคารบ์ อนของเสมด็ ขาวและยางพาราในพืน้ ทปี่ ่าพรุควนเครง็

ตำบลเครง็ อำเภอชะอวด จงั หวดั นครศรีธรรมราช มีความแตกตา่ งกนั

4

วสั ดอุ ุปกรณ์และวธิ ดี ำเนนิ การวิจัย
1. วธิ ดี ำเนินการวิจัย

1.1 กำหนดพ้ืนท่ีศึกษา กำหนดพ้ืนท่ีศึกษาในพ้ืนที่ป่าพรุควนเคร็ง ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด
จังหวัดนครศรีธรรมราช วางแปลงพืชแต่ละชนิดขนาดแปลง 10 x 10 เมตร จำนวน 5 แปลง โดยแปลง
พ้ืนท่ีศึกษาของเสม็ดขาว ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 3 บ้านควนยาว และหมู่ท่ี 11 บ้านไสขนุน สำหรับแปลงพ้ืนท่ี
ศึกษาของยางพาราจะเลือกแปลงที่มีอายุประมาณ 15 ปี ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่ท่ี 1 บ้านควนป้อม และหมู่ที่ 9
บา้ นควนชิง ดังภาพที่ 1

ภาพท่ี 1 แสดงบรเิ วณแปลงพื้นท่ีศึกษาของเสม็ดขาวและยางพารา บรเิ วณพน้ื ทป่ี า่ พรคุ วนเคร็ง
1.2 การเก็บข้อมูล จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ ได้แก่ ไคลโนมิเตอร์ (Clinometer) สายวัด สมุด

สำหรับจดบันทึก และข้อมูลเบื้องต้นที่จำเป็นในการเก็บข้อมูลของต้นไม้ พร้อมทั้งวางแปลงสำรวจขนาด
พื้นท่ี 10 x 10 เมตร (ภาพท่ี 2) ในพื้นที่ท่ีกำหนดไว้ อย่างละ 5 แปลง จากน้ันทำการเก็บข้อมูลในแต่ละ
แปลงโดยเก็บข้อมูลความยาวเส้นรอบวงของต้นไม้ที่มีความยาวมากกว่า 15 เซนติเมตรข้ึนไป และเก็บ
ข้อมูลความสูงของต้นไม้ตามหลักวิธีการของ GLOBE (ภาพที่ 3) พร้อมท้ังบันทึกข้อมูลผ่านทาง GLOBE
Observer

ภาพท่ี 2 แสดงลักษณะการวางแปลงและอปุ กรณ์ท่ใี ช้ในการเก็บขอ้ มลู

5

ภาพท่ี 3 แสดงการเก็บขอ้ มลู ความยาวเสน้ รอบวง และความสงู ของต้นไม้

2.3 การวิเคราะหข์ ้อมูล นำข้อมูลความยาวเส้นรอบวง มาใช้ในการคำนวณหาความยาวเสน้ ผา่ น
ศูนย์กลางของต้นไม้ นำค่าความยาวเส้นผ่านศูนย์กลางและความสูงของต้นไม้มาแทนค่าลงในสูตรการ
คำนวณมวลชีวภาพแห้ง (Biomass : Mass Dry Weight) โดยใช้สมการมวลชีวภาพ (allometric
equations) ของเสม็ดขาวและยางพารา ดังตารางที่ 1 เพื่อคิดปริมาณการกักเก็บคาร์บอน โดยใช้
โปรแกรม Microsoft Excel 2010

ตารางท่ี 1 สตู รคำนวณมวลชวี ภาพและการกักเกบ็ คารบ์ อน
สตู รคำนวณมวลชีวภาพและการกักเกบ็ คาร์บอน

เสม็ดขาว (กอบศักดิ์ และคณะ, 2559) ยางพารา (ประดษิ ฐ์ ตรพี ัฒนาสวุ รรณ และคณะ, 2551)

WS = 0.0661(DH)1.2178 WS = 0.0804(DBH2H)0.8341
WB = 0.0094(DH)1.3903 WB = WT - WS - WL
WL = 0.2226(DH)1.0641 WL = 0.000008(DBH2H)1.4986
WBa = 0.0029(DH)1.4567 WR = 0.0005(DBH2H)1.269
WAG = WS + Wb + WL + WBa Wr = 0.0022(DBH2H)1.0296
WBG = 0.37WAG WAG = WS + WB + WL
WT = WAG + WBG WBG = WR + Wr
CT = 0.48WT (สาพศิ และคณะ, 2559) WT = WAG + WBG
CT = 0.47WT
(IPCC, 2006)

โดย D และ DBH = เสน้ ผา่ นศนู ย์กลางเพยี งอก (เซนติเมตร) H = ความสงู ท้งั หมดของตน้ ไม้
WS = มวลชีวภาพของลำตน้ (กิโลกรมั ) WB = มวลชวี ภาพของกงิ่ (กโิ ลกรมั )
WL = มวลชวี ภาพของใบ (กโิ ลกรมั ) WR=มวลชวี ภาพของราก (กิโลกรมั )
Wr = มวลชวี ภาพของรากฝอย (กิโลกรัม) WBa = มวลชีวภาพของเปลอื ก (กโิ ลกรมั )

6

WAG = มวลชวี ภาพเหนือพนื้ ดิน (กิโลกรมั )
WBG = มวลชวี ภาพใต้พ้นื ดิน (กโิ ลกรัม)
WT = มวลชีวภาพรวม (เหนอื พืน้ ดนิ +ใต้พน้ื ดนิ ) (กิโลกรมั )
CT = ปรมิ าณการกักเก็บคารบ์ อนของพชื หนว่ ยเปน็ กิโลกรมั ตอ่ พน้ื ที่

0.47 และ 0.48 คือ สดั สว่ นของคาร์บอนทยี่ างพาราและเสมด็ ขาวสามารถกกั เกบ็
ไดค้ ดิ เทยี บกับน้ำหนักแห้ง
ผลการวจิ ัย
1. ค่าความสงู และเส้นผ่านศนู ย์กลางเฉลีย่ ของต้นเสมด็ ขาวและยางพารา
ผลการศึกษาความสงู และความยาวของเส้นผ่านศูนยก์ ลางของเสม็ดขาวและยางพาราทง้ั 5 แปลง
ในพ้นื ที่ตำบลเครง็ ไดผ้ ลดังตารางท่ี 2
ตารางที่ 2 ค่าความสูงเฉล่ยี (เมตร) และเสน้ ผ่านศนู ย์กลางเฉลีย่ (เซนติเมตร) ของเสมด็ ขาวและยางพารา

แปลงที่ เสมด็ ขาว ยางพารา
ความสงู (m) เส้นผ่านศูนย์กลาง (cm) ความสูง (m) เสน้ ผา่ นศูนย์กลาง (cm)

1 7.97 ± 2.25 12.19 ± 5.23 11.25 ± 1.53 12.93 ± 2.09

2 5.11 ± 0.99 6.51 ± 1.59 11.33 ± 1.13 16.97 ± 2.90

3 7.47 ± 2.25 9.41 ± 5.00 10.57 ± 1.27 16.21 ± 2.98

4 9.08 ± 2.82 11.52 ± 2.62 10.04 ± 1.40 14.20 ± 1.24

5 3.69 ± 0.71 12.36 ± 7.33 10.66 ± 1.61 17.12 ± 3.00

เฉล่ยี 6.69 ± 2.61 10.42 ± 5.39 10.77 ± 1.48 15.28 ± 2.97

จากตารางที่ 2 พบว่าค่าความสูงเฉลี่ยของเสม็ดขาวและยางพารา เท่ากับ 6.69 ± 2.61 และ

10.77±1.48 เมตร ตามลำดับ ความยาวเส้นผ่านศูนย์กลางเฉล่ียของเสม็ดขาวและยางพารา เท่ากับ

10.42± 5.39 และ 15.28 ± 2.97 เซนติเมตร ตามลำดบั ยางพาราจะมีความสูงและความยาวของเส้นผ่าน

ศนู ย์กลางเฉลยี่ มากกว่าเสมด็ ขาว ดังภาพที่ 4-5

12 10.77 18
10 15.28
ความสูงเฉ ีล่ย (m)
เส้นผ่าน ูศนย์กลางเฉ ีล่ย (cm) 15

8 6.69 12 10.42
6 9

46

23

0 0
เสมด็ ขาว ยางพารา เสมด็ ขาว ยางพารา

ภาพท่ี 4-5 แผนภูมิแสดงคา่ ความสงู เฉลย่ี (เมตร) และเสน้ ผ่านศูนย์กลางเฉลยี่ (เซนติเมตร)

ของเสมด็ ขาวและยางพารา

7

2. ค่ามวลชีวภาพและการกักเกบ็ คารบ์ อนของเสมด็ ขาวและยางพารา
ผลการศกึ ษามวลชีวภาพและการกกั เก็บคาร์บอนของเสมด็ ขาวและยางพาราท้ัง 5 แปลง ขนาด

10 x 10 เมตร ในพน้ื ท่ีตำบลเคร็ง ตำบลเครง็ อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ผลดงั ตารางที่ 3
และ 4

ตารางท่ี 3 มวลชวี ภาพ (กิโลกรัม) และการกักเก็บคารบ์ อนรวมของเสม็ดขาว (กิโลกรมั )
ในพ้นื ที่ปา่ พรุควนเครง็ ตำบลเครง็ อำเภอชะอวด จังหวดั นครศรธี รรมราช

แปลงที่ ลำต้น มวลชีวภาพของเสม็ดขาว (กโิ ลกรัม) รวม การกกั เกบ็
(WS) (WT) คารบ์ อน
กิง่ ใบ เปลอื ก เหนอื พ้ืนดนิ ใต้พ้นื ดนิ
1 400.72 (WB) (WL) (WBa ) (WAG) (WBG) 1688.37 (CT)
2 72.93 330.49
3 280.76 131.63 643.89 56.15 1232.39 455.98 1193.85 810.42
4 228.29 19.34 141.37 7.59 241.23 89.26 960.24 158.63
5 123.50 90.30 462.10 38.27 871.43 322.43 537.65 573.05
รวม 1106.20 75.44 364.91 32.26 700.90 259.33 4710.60 460.91
เฉล่ีย 221.24 37.16 216.41 15.37 392.45 145.21 942.12 258.07
353.87 1828.68 149.64 3438.40 1272.21 2261.08
70.77 365.73 29.92 687.68 254.44 452.21

จากตารางท่ี 3 พบว่ามวลชวี ภาพของเสมด็ ขาวเหนอื พ้นื ดนิ อยู่ในชว่ ง 241.23 - 1,232.39 กโิ ลกรมั มวล
ชีวภาพใต้พ้ืนดิน อย่ใู นช่วง 89.26-455.98 กโิ ลกรัม มวลชีวภาพรวมอยู่ในชว่ ง 330.49-1,688.37 กโิ ลกรัม มวล
ชีวภาพเหนือพน้ื ดินรวมท้ัง 5 แปลง มีคา่ เท่ากับ 3,438.40 กิโลกรัม เฉลย่ี แปลงละ 687.68 กิโลกรัม มวลชวี ภาพ
ใต้พ้ืนดินรวม มีค่าเท่ากับ 1,272.21กิโลกรัม เฉล่ียแปลงละ 254.44 กิโลกรัม มวลชีวภาพรวมของทุกแปลง
เทา่ กบั 4710.60 กิโลกรัม เฉล่ยี แปลงละ 942.12 กโิ ลกรมั และมีการกกั เกบ็ คารบ์ อนรวมทั้ง 5 แปลง มคี ่าเท่ากับ
2261.08 เฉล่ยี แปลงละ 452.21 กโิ ลกรัม

8

ตารางท่ี 4 มวลชีวภาพ (กโิ ลกรัม) และการกกั เก็บคาร์บอน (กิโลกรัม) ของยางพารา ในพืน้ ที่ป่าพรุควน
เคร็ง ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรธี รรมราช

มวลชวี ภาพของยางพารา (กโิ ลกรมั ) การกักเกบ็

แปลงที่ ลำต้น ใบ ราก รากฝอย เหนอื พื้นดนิ ใต้พ้นื ดิน รวม คาร์บอน
(WS) (WL) (WR) (Wr) (WAG) (WBG) (WT) (CT)
10.85 115.73 81.14 676.19 196.86 873.05 410.33
1 665.34
2 1,043.58 24.30 229.25 141.36 1,067.88 370.62 1,438.50 639.31
3 684.08
4 740.39 14.98 143.93 90.76 699.07 234.69 933.75 438.86
5 684.85
รวม 3,818.24 11.99 128.56 90.37 752.38 218.93 971.30 456.51
เฉลยี่ 763.65
16.32 152.04 93.03 701.16 245.07 946.23 444.73

78.43 769.52 496.65 3,896.68 1266.16 5,162.84 2,389.75

15.69 153.90 99.33 779.34 253.23 1,032.57 477.95

จากตารางท่ี 4 พบว่ามวลชีวภาพของยางพาราเหนือพ้ืนดิน อยู่ในช่วง 699.07-1,067.88
กิโลกรัม มวลชีวภาพใต้พื้นดิน อยู่ในช่วง 218.93-370.62 กิโลกรัม มวลชีวภาพรวมอยู่ในช่วง 873.05-
1,438.50 กิโลกรัม มวลชีวภาพเหนือพื้นดินรวมท้ัง 5 แปลง มีค่าเท่ากับ 3,896.68 กิโลกรัม เฉล่ีย
779.34 กิโลกรัม มวลชีวภาพใต้พื้นดินรวมท้ัง 5 แปลง มีค่าเท่ากับ 1,266.16 กิโลกรัม เฉล่ีย 253.23
กิโลกรมั มวลชีวภาพรวมทงั้ หมด เท่ากบั 5,162.84 กิโลกรัม เฉลี่ยแปลงละ 1,032.57 กโิ ลกรมั และมกี าร
กกั เก็บคารบ์ อนรวมทัง้ 5 แปลง มีค่าเท่ากับ 2,389.75 เฉลย่ี แปลงละ 477.95 กิโลกรัม

เมอื่ พจิ ารณารอ้ ยละอตั ราสว่ นเฉลยี่ ระหวา่ งมวลชีวภาพใต้พ้นื ดินกับเหนอื พ้ืนดนิ ของเสม็ดขาว
และยางพาราพบว่าร้อยละอัตราส่วนเฉล่ียระหว่างมวลชวี ภาพใตพ้ ื้นดินกบั เหนือพ้นื ดนิ ของเสมด็ ขาวและ
ยางพารา เทา่ กับ 37.00 และ 32.49 ตามลำดบั (ตารางท่ี 5)

ตารางที่ 5 รอ้ ยละอัตราสว่ นเฉลยี่ ระหวา่ งมวลชวี ภาพใต้พืน้ ดินกบั เหนอื พน้ื ดิน ของเสม็ดขาวและ
ยางพาราในพืน้ ทปี่ ่าพรุควนเครง็ ตำบลเครง็ อำเภอชะอวด จังหวดั นครศรีธรรมราช

มวลชวี ภาพ (กโิ ลกรัม) ร้อยละอัตราส่วน
ระหวา่ งมวลชวี ภาพใต้
ชนดิ พืช เหนอื พื้นดิน ใตพ้ ืน้ ดิน รวม พน้ื ดนิ กบั เหนือพื้นดนิ
(WAG) (WBG) (WT)
เสมด็ ขาว 37.00
ยางพารา 687.68 254.44 942.12
779.34 253.23 1,032.57 32.49

9

เม่ือพิจารณาการกักเก็บคาร์บอนของเสม็ดขาวและยางพารา พบว่าเสม็ดขาวและยางพารามี
ความสามารถในการกักเก็บคาร์บอนต่อไร่ เท่ากับ 7,235.36 และ 7,647.20 กิโลกรัม ตามลำดับ ซึ่งคิด
เป็น 45.22 และ 47.80 ตันตอ่ เฮกตาร์ ตามลำดับ (ตารางท่ี 6)

ตารางที่ 6 มวลชีวภาพรวมและการกกั เกบ็ คาร์บอนของเสม็ดขาวและยางพาราในพื้นทีป่ า่ พรุควนเคร็ง
ตำบลเครง็ อำเภอชะอวด จงั หวดั นครศรธี รรมราช

มวลชวี ภาพรวมและ ชนดิ ของพชื
การกักเก็บคารบ์ อน
เสม็ดขาว ยางพารา
มวลชวี ภาพรวม
กโิ ลกรัม/100 ตร.ม. 942.12 1,032.57
กิโลกรมั /ไร่ 15,073.92 16,521.12
ตัน/เฮกตาร์
94.21 103.26
การกกั เก็บคารบ์ อน
กโิ ลกรัม/100 ตร.ม. 452.21 477.95
กโิ ลกรมั /ไร่ 7,235.36 7,647.20
ตนั /เฮกตาร์
45.22 47.80

สรปุ อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ
งานวิจัย เร่อื ง ปรมิ าณการกกั เกบ็ คาร์บอนของเสม็ดขาว (Melaleuca cajuputi) และยางพารา

(Hevea brasiliensis) ในพน้ื ท่ีป่าพรคุ วนเคร็ง ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด จังหวดั นครศรธี รรมราช
สามารถสรปุ อภิปรายผล และมขี อ้ เสนอแนะดงั นี้

1. สรุปผลและอภปิ รายผล
จากการศึกษาพบว่าค่าความสูงเฉลี่ยและเส้นผ่านศูนย์กลางเฉลี่ยของต้นยางพาราจะมากกว่า

เสม็ดขาว โดยความสูงเฉล่ียของเสม็ดขาวและยางพารา เท่ากับ 6.69 ± 2.61 และ 10.77±1.48 เมตร
ตามลำดับ และความยาวเส้นผ่านศูนย์กลางเฉล่ียของเสม็ดขาวและยางพารา เท่ากับ 10.42± 5.39 และ
15.28 ± 2.97 เซนติเมตร ตามลำดับ ทั้งน้ีเน่ืองจากเสม็ดขาวเป็นพืชที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเจริญอยู่ใน
พื้นท่ีพรุทีม่ นี ้ำท่วมขัง ส่วนยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจ มีการใส่ป๋ยุ บำรุงดแู ลอย่างสมำ่ เสมอ อกี ท้งั อายุของ
เสม็ดขาวและยางพาราที่ใช้ในการศึกษาในครั้งน้ีไม่ได้อยู่ในช่วงเดียวกัน ทำให้มีความสูงและเส้นผ่าน
ศนู ยก์ ลางเฉล่ียของเสมด็ ขาวและยางพาราจึงมคี วามแตกต่างกนั ตามไปด้วย

ยางพาราให้ค่ามวลชีวภาพรวมเฉลย่ี ต่อแปลงมากกว่าเสม็ดขาว โดยมวลชีวภาพรวมของเสม็ดขาว
และยางพาราเฉล่ียต่อแปลง เทา่ กับ 942.12 และ 1,032.57 กโิ ลกรมั ตามลำดับ คิดเปน็ 15,073.92 และ
16,521.12 กิโลกรมั ต่อไร่ ซง่ึ มวลชีวภาพของยางพาราในป่าพรุควนเครง็ นับวา่ มีคา่ น้อยเมอื่ เทยี บกับมวล

10

ชีวภาพจากงานวิจัยของอารักษ จันทุมาและคณะ (2551) ท่ีศึกษาพบว่าสวนยางอายุ 15-22 ป ให้มวล
ชีวภาพไดใกล้เคียงกันคือ 30-37 เมตริกตันต่อไร่ เพราะข้ึนอยู่กับขนาดเส้นรอบต้น คือ 65.7-71.4
เซนตเิ มตร ในขณะที่ต้นยางอายุ 25 ป ไดมวลชวี ภาพ 49 เมตริกตนั ต่อไร่ ทง้ั นเี้ นื่องจากยางพาราท่ศี ึกษา
ในครั้งน้ีอยู่ในพ้ืนท่ีติดกับป่าพรุ ลักษณะการเจริญเติบโตจะช้ากว่ายางพาราที่ปลูกในพ้ืนที่ปกติ สำหรับ
มวลชวี ภาพใต้พ้นื ดินของเสม็ดขาวและยางพาราคดิ เปน็ รอ้ ยละ 37.00 และ 32.49 ของมวลชีวภาพเหนือ
พื้นดินตามลำดับ สอดคล้องการศึกษาของประดิษฐ์ ตรีพัฒนาสุวรรณ และคณะ (2551) ท่ีพบว่าไม้
ยางพาราจะมมี วลชวี ภาพใต้พนื้ ดินคดิ เปน็ ร้อยละ 33

การกักเก็บคาร์บอนของยางพาราจะสูงกว่าเสม็ดขาว โดยการกักเก็บคารบ์ อนของเสม็ดขาวและ
ยางพารา คิดเป็น 7,235.36 และ 7,647.20 กิโลกรัมต่อไร่ หรือคิดเป็น 45.22 และ 47.80 ตัน/เฮกตาร์
ตามลำดับ แมว้ ่าเสม็ดขาวและยางพาราทศ่ี กึ ษาในครัง้ น้ีจะมีขนาดและอายุท่ีแตกต่างกนั ทำให้ไมส่ ามารถ
เปรยี บเทียบความแตกต่างกันได้ แต่เสมด็ ขาวซึง่ เป็นพืชเด่นในป่าพรคุ วนเครง็ ก็สามารถใหม้ วลชีวภาพใต้
พ้ืนดินในสัดส่วนท่ีเหนือพ้ืนดินมากกวา่ ยางพารา อีกท้ังการกักเก็บคาร์บอนในยางพาราที่เกิดข้ึนในพื้นที่
ป่าพรุก็ถือว่ามีปริมาณท่ีน้อยกว่ายางพาราท่ีข้ึนในพ้ืนท่ีปกตซิ ่ึงคร้ังนี้พบว่าอัตราการกักเกบ็ คารบ์ อนของ
ยางพารา เท่ากับ 47.80 ตนั /เฮกตาร์ ในขณะที่ประดิษฐ์ ตรีพัฒนาสุวรรณ และคณะ (2551) ศึกษาพบว่า
ยางพาราท่ปี ลูก ณ ศูนย์ศกึ ษาการพฒั นาภูพานอันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั สกลนคร มีการกักเก็บ
คาร์บอนรวมมากถึง 73.21 ตัน/เฮกตาร์ ในขณะท่ีเสม็ดขาวให้มวลชีวภาพใต้ดินต่อมวลชีวภาพเหนือ
พ้ืนดินในสัดส่วนที่มากกว่ายางพารา แสดงว่าเสม็ดขาวซ่ึงเป็นพืชส่วนใหญ่ของป่าพรุควนเคร็งน้ันมี
ศักยภาพในการกักเก็บคารบ์ อนไดส้ ูง ดังน้ันการอนรุ ักษป์ ่าพรุควนเครง็ ซ่ึงถือเป็นสมบัติล้ำค่าของท้องถิ่น
ใหค้ งอยอู่ ย่างอุดมสมบูรณต์ ่อไปนัน้ ถือเปน็ การช่วยลดภาวะโลกร้อนไปในตวั ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมี
คุณคา่

3. ข้อเสนอแนะ
3.1 ผู้จัดทำควรมคี วามร้แู ละความเข้าใจในเรอื่ งการใช้เครือ่ งมอื ในการเก็บข้อมูล รวมท้งั สตู รใน

การคำนวณมวลชีวภาพและการกักเกบ็ คารบ์ อนของปา่ เพ่ือจะไดด้ ำเนินการไดง้ า่ ยข้ึนและเกิดข้อผดิ พลาด
น้อยท่ีสดุ

3.2 ควรทำการเก็บขอ้ มูลตา่ งๆของดินดว้ ยและเก็บตัวอยา่ งดนิ มาเพ่ือทดสอบหาปริมาณการกัก
เกบ็ คารบ์ อนในดิน

4. ปญั หาและอุปสรรค
4.1 ความไมพ่ ร้อมของสภาพอากาศในการลงพนื้ ท่ี ซง่ึ หากเกดิ ฝนตกหนัก พ้ืนท่ดี งั กลา่ วซง่ึ เป็น

พ้นื ท่ีพรุมีความลุม่ ต่ำ จะมนี ำ้ ท่วมขงั เป็นอปุ สรรคในการลงไปเก็บขอ้ มูลได้

11

กิตติกรรมประกาศ
งานวิจัยฉบับนี้สำเร็จลุล่วงได้ด้วยดี ได้รับความกรุณาอย่างสูงจากนักวิทยาศาสตร์ท่ีปรึกษาของ

โครงการ GLOBE STEM คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผศ.อานุช คีรรี ฐั นคิ ม
และรศ.ดร.กนกพร สังขรักษ์ ที่ให้ความอนุเคราะห์เป็นที่ปรึกษางานวิจัย รวมถึงเสียสละเวลาและให้
คำแนะนำ ปรกึ ษา ตลอดจนปรบั ปรุงแกไ้ ขข้อบกพร่องต่าง ๆ ด้วยความเอาใจใส่อย่างดยี ่ิง ผู้วิจยั ตระหนัก
ถึงความตั้งใจจริงและความทุ่มเทของอาจารย์ทุกๆ ท่าน และขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงไว้ ณ ที่นี้
ดว้ ย

เอกสารอ้างอิง
ประดิษฐ์ ตรีพัฒนาสุวรรณ, สาพิศ ดิลกสัมพันธ์, ดุริยะ สถาพร และ เจด็จ รัตนแก้ว. 2551. การกักเก็บ

คาร์บอนในมวลชีวภาพของพรรณไม้บางชนิดที่ปลูก ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อัน
เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร. รายงานวิจัย. กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์
พืช, กรุงเทพฯ.

สาพิศ ดิลกสัมพันธ์ และมนัสวี เก้ือวงค์. (2559). การกักเก็บคาร์บอนของป่าพรุควนเคร็ง จังหวัด
นครศรีธรรมราช Carbon Storage in Khuan Khreng Peat Swamp Forest, Nakhon Si
Thammarat Province. การสัมมนาทางวนวัฒนวิทยา คร้ังท่ี 10. ภาควิชาวนวัฒนวิทยา คณะ
วนศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร.์ กรุงเทพฯ.

สำนักงานนโยบายและแผนงานพลงั งาน. (มปป). ลดโลกรอ้ นด้วยตวั เรา. กระทรวงพลังงาน, กรงุ เทพฯ.
อานุช คีรีรฐั นิคม สุภฏา ครี ีรฐั นิคม ทิพยท์ ิวา สัมพันธมิตร และกมล อาศริ เมธี. (2557). มูลค่าการกกั เก็บ

คาร์บอนในมวลชีวภาพเหนือพื้นดินในป่าพรุ จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารวิชาการและ
วจิ ัย มทร.พระนคร, ปที ่ี 8 ฉบบั ที่ 2 กนั ยายน 2557, หนา้ 127-134

อารักษ์ จนั ทิมา, ธีรชาติ วชิ ิตชลชัย, พิสมัย จันทุมา, ไววทิ ย์ บูรณธรรม, ดารุณี โกสยั เสวี และสว่างรัตน์
สมนาค. (2551). ผลของการปลูกสรา้ งสวนยางพาราต่อการเกบ็ เก่ยี วก๊าซคารบ์ อน. ใน รายงาน
ผลงานวิจยั 36 ปี กรมวิชาการเกษตร. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กรงุ เทพฯ. 25-27 น.

IPCC 2006. IPCC Guidelines for National Greenhouse Gas Inventories, Prepared by the
National Greenhouse Gas Inventories Programme, Eggleston H.S., Buendia L., Miwa
K., Ngara T. and Tanabe K. (eds). Published: IGES, Japan.


Click to View FlipBook Version