ผู้เขียน : อ.กรวิชญ์ สารเถื่อนแก้ว ที่มาของคำราชาศัพท์ คำราชาศัพท์เป็นศัพท์สำหรับพระมหากษัตริย์ เจ้านายหรือพระบรมวงศานุวงศ์ และพระสังฆราช ราชาศัพท์เป็นวัฒนธรรมทางภาษาที่ชาวไทยใช้สื่อสารกับบุคคลดังกล่าวด้วยความเชื่อและการยกย่องมาแต่ โบราณกาล เชื่อว่าแต่เดิมชาวไทยมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์มาตั้งแต่สมัยโบราณ บรรพบุรุษไทย จึงไม่อยากใช้คำพูดสามัญกับพระมหากษัตริย์เหมือนกับที่ใช้กับคนทั่วไป จึงได้มีการคิดคำสุภาพขึ้นมาใช้ สำหรับกราบบังคมทูล หลักฐานบางฉบับแสดงให้เห็นว่าคนไทยเริ่มใช้คำราชาศัพท์ในสมัยสุโขทัย ยุคพระธรรมราชาที่ 1 หรือพญาลิไท เพราะศิลาจารึกในสมัยนั้น รวมทั้ง “ไตรภูมิพระร่วง” ปรากฏว่ามีคำราชาศัพท์อยู่หลายคำ เช่น เสด็จ บังคม ปราสาท ราชกุมาร พระองค์ พระราชทาน พระราชโองการ พระเจ้าแผ่นดินเสวยราชย์ ราชาภิเสก ราชอาสน์ พระสหาย เป็นต้น จากข้อความในศิลาจารึกวัดศรีชุม กล่าวถึงเรื่องตั้งราชวงศ์และเมืองสุโขทัยตอนหนึ่งมีความว่า “พ่อขุนผาเมืองจึงอภิเสกพ่ขุนบางกลางหาวให้เมืองสุโขไท” คำว่า “อภิเสก” นี้เป็นภาษาสันสกฤต ไทยเรารับมาใช้สำหรับพิธีการแต่งตั้งตำแหน่งชั้นสูง จึงอยู่ในประเภทคำราชาศัพท์ ในช่วงปลายของกรุงสุโขทัยเริ่มมีการติดต่อรับภาษาต่างประเทศเข้ามาใช้เพิ่มมากขึ้น และคนในยุคนั้น พยายามหาคำที่ไพเราะมาพูดต่อพระเจ้าแผ่นดิน ทำให้มีคำราชาศัพท์ใช้มากขึ้นเรื่อย ๆ ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยา พระเจ้าอู่ทองปฐมบรมกษัตริย์ที่ทรงสร้างกรุงศรีอยุธยา มีความใกล้ชิด กับอาณาจักรขอม (เขมร) จึงรับวัฒนธรรมขอมมาใช้รวมถึงการนับถือพระเจ้าแผ่นดินเป็นสมมติเทพ เช่น เอาคำว่า “สมเด็จ” ซึ่งเขมรใช้เป็นคำนำพระนามพระเจ้าแผ่นดินมาเป็นคำนำพระนามของพระองค์ว่า สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ (พระเจ้าอู่ทอง) และใช้ภาษาเขมร บาลีและสันสกฤตมาใช้เป็นคำราชาศัพท์ และมีพัฒนาการเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ภาษาที่ปรากฏคำราชาศัพท์ที่ใช้ในปัจจุบันจึงไม่ได้มีภาษาไทย (คำไทยแท้) เพียงอย่างเดียว และมีการรับคำในภาษาต่าง ๆ ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับไทยมาใช้เป็นพิเศษ โดยเฉพาะภาษาที่นับถือกันว่า เป็นภาษาสูงและศักดิ์สิทธิ์คำราชาศัพท์ส่วนใหญ่จึงมีที่มาจากภาษาต่างประเทศอันได้แก่ ภาษาเขมร บาลี และสันสกฤต ดังตัวอย่างต่อไปนี้
๑. คำราชาศัพท์ที่เป็นคำไทยแท้ พระ + เจ้า (ไทย) >> พระเจ้า หมายถึง หัว, เส้นผม ใช้สำหรับพระมหากษัตริย์ พระ + พี่ (ไทย) + นาง (ไทย) >> พระพี่นาง หมายถึง พี่สาวของพระมหากษัตริย์ พระ + อู่ (ไทย) >> พระอู่ หมายถึง เปลเด็ก (คำราชาศัพท์) พระ + สาง (ไทย) >> พระสาง หมายถึง หวี (คำราชาศัพท์) รับ (ไทย) + สั่ง (ไทย) >> รับสั่ง หมายถึง พูด, บอก, สั่ง, คำสั่ง เช่น มีรับสั่งให้เข้าเฝ้า ห้อง (ไทย) + เครื่อง (ไทย) >> ห้องเครื่อง หมายถึง ห้องครัว (เรียกเต็มว่าพระเครื่องต้น) เครื่อง (ไทย) + ต้น (ไทย) >> เครื่องต้น หมายถึง ของใช้ของเสวย ๒. คำราชาศัพท์ที่เป็นคำยืมจากภาษาบาลี สันสกฤต สวรรคต (สันสกฤต) หมายถึง ไปสู่สวรรค์, ตาย พระ + เศียร (สันสกฤต) >> พระเศียร หมายถึง หัว พระ + เกศ, เกศา (สันสกฤต) >> พระเกศ, พระเกศา หมายถึง ผม พระ + โอรส (บาลี) >> พระโอรส หมายถึง ลูกชาย พระ + ธิดา (บาลี) >> พระธิดา หมายถึง ลูกหญิง, ลูกสาว ๓. คำราชาศัพท์ที่เป็นคำยืมจากภาษาเขมร พระ + เขนย (เขมร) >> พระเขนย หมายถึง หมอนหนุน เสวย (เขมร) หมายถึง กิน เช่น เสวยพระกระยาหาร เสด็จ (เขมร) หมายถึง ไป เช่น เสด็จประพาส ประทับ (เขมร) หมายถึง อยู่ที่, อยู่กับที่, นั่ง บรรทม (เขมร) หมายถึง นอน