The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พัฒนาการทางด้านร่างกายของเด็กปฐมวัย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2021-10-15 05:38:52

พัฒนาการทางด้านร่างกายของเด็กปฐมวัย

พัฒนาการทางด้านร่างกายของเด็กปฐมวัย

พฒั นาการทางด้านร่างกายของเดก็ ปฐมวยั

วรรณภา ปักษิณ กล่มุ 8

รายงายนีเ้ ป็ นส่วนหน่ึงของการศึกษาวิชา การค้นคว้าและการเขียนรายงานเชิงวชิ าการ
สาขาวชิ าการศึกษาปฐมวยั คณะเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธัญบุรี
ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2564



คำนำ

รายงานฉบบั น้ีจดั ทาข้ึนเพอ่ื ปฏิบตั ิการเขียนรายงานการคน้ ควา้ ที่ถูกตอ้ งอยา่ งเป็นระบบ
อนั เป็นส่วนหน่ึงของการศึกษารายวิชา 01-210-017 การคน้ ควา้ และการเขียนรายงานเชิงวิชาการ ซ่ึงจะ
นาไปใช้ในการทารายงานคน้ ควา้ สาหรับวิชาอ่ืนไดอ้ ีกต่อไป การท่ีผูจ้ ดั ทาเลือกทาเร่ือง “พฒั นาการ
ทางดา้ นร่างกายของเด็กปฐมวยั ”เนื่องดว้ ยปัจจุบนั มีผปู้ กครองส่วนใหญ่ไม่เขา้ ใจในพฒั นาการของเด็ก
ปฐมวยั และไม่เขา้ ใจวา่ เด็กวยั น้ีควรส่งเสริมพฒั นาการในดา้ นใดจึงจะเหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อ
ตวั เด็กมากท่ีสุด ดงั น้นั จึงมีความจาเป็ นอยา่ งมากท่ีจะตอ้ งนาเสนอความรู้ความเขา้ ใจที่ถูกตอ้ งเกี่ยวกบั
พฒั นาการทางดา้ นร่างกายของเดก็ ปฐมวยั

รายงานเลม่ น้ีกล่าวถึงเน้ือหาเกี่ยวกบั ความหมาย ความสาคญั วตั ถุประสงคข์ องพฒั นาการ
ทางดา้ นร่างกายของเดก็ ปฐมวยั เหมาะสาหรับผทู้ ี่ตอ้ งการความรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั พฒั นาการทางดา้ น
ร่างกายของเดก็ ปฐมวยั ท่ีถูกตอ้ งและทราบแนวทางพฒั นาการทางดา้ นร่างกายของเดก็ ปฐมวยั

ขอขอบคุณผชู้ ่วยศาตราจารย์ ดร.พนิดา สมประจบ ท่ีกรุณาใหค้ วามรู้และคาแนะนาโดย
ตลอด และขอขอบคุณบรรณารักษแ์ ละเจา้ หนา้ ที่ของสานกั วิทยาบริการและเทคโนโลยีรสารสนเทศ
และห้องสมุดคณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่ให้ความสะดวกในการคน้ หาขอ้ มูล รวมไปถึงท่านเจ้าของ
หนังสือ บทความ ที่ผูเ้ ขียนใช้อา้ งอิงทุกท่าน หากมีขอ้ บกพร่องประการใด ผูเ้ ขียนขอน้อมรับไวเ้ พื่อ
ปรับปรุงต่อไป

วรรณภา ปักษิณ
2 ตุลาคม 2564



สารบัญ

หนา้
คานา…………………………………………………………………………………………. ก
บทท่ี

1 บทนา……………………………………………………………………………………
1.1ความหมายของพฒั นาการ…………………………………………………………… 2
1.2 ความสาคญั ของพฒั นาการ………………………………………………………….. 4
1.3 ลกั ษณะพฤติกรรมเดก็ ตามพฒั นาการ………………………………………………. 4
1.4 ปัจจยั ที่มีอิทธิพลต่อการสร้างเสริมพฤติกรรมเดก็ ปฐมวยั ดา้ นร่างกาย……………… 5
1.5 ทฤษฎีพฒั นาการ……………………………………………………………………. 8

2 พฒั นาการดา้ นร่างกายของเดก็ แต่ละวยั …………………………………………………. 10
2.1 พฒั นาการดา้ นร่างกายเดก็ วยั 1 ปี …………………………………………………… 10
2.2 พฒั นาการดา้ นร่างกายเดก็ วยั 2 ปี …………………………………………………… 10
2.3 พฒั นาการดา้ นร่างกายเดก็ วยั 3 ปี …………………………………………………… 10
2.4 พฒั นาการดา้ นร่างกายวยั 4 ปี ……………………………………………………….. 10
2.5 พฒั นาการดา้ นร่างกายวยั 5 ปี ……………………………………………………….. 11
2.6 พฒั นาการดา้ นร่างกายวยั 6 ปี ……………………………………………………….. 11

3 สรุป……………………………………………………………………………………… 13
บรรณานุกรม………………………………………………………………………………….. 14

บทที่ 1

บทนา

เดก็ อายุ 3 - 6 ขวบ พฒั นาการดา้ นร่างกายเปล่ียนแปลงไปอยา่ งรวดเร็ว โดยเฉพาะเรื่องความสูง
และน้าหนัก เด็กจะมีสัดส่วนของร่างกายใกลเ้ คียงกบั ผูใ้ หญ่มากข้ึน แขนและขายาวข้ึน เคล่ือนไหว
คล่องแคล่วข้ึน ชอบวิ่งเล่น กระโดดโลดเตน้ ไม่อย่นู ิ่ง พร้อมทากิจกรรมที่ตอ้ งใชแ้ รง ใชก้ าลงั มากข้ึน
ชอบอยู่กลางแจง้ นอกจากน้ียงั สามารถใช้มือในการหยิบจบั ส่ิงของต่างๆไดม้ ากข้ึน เด็กจึงสามารถ
แต่งตวั หวีผม แปรงฟัน และทางานที่ละเอียดข้ึนได้ การเปล่ียนแปลงดา้ นร่างกายท่ีสงั เกตเห็นไดช้ ดั เจน
มีดงั น้ี

ฟัน เดก็ วยั น้ีจะมีฟันน้านมครบ 2 0 ซ่ี หลงั จากน้นั ฟันน้านมจะเริ่มหลุดและจะมีฟันแทข้ ้ึนมา
แทนท่ี ซี่แรกที่ข้ึนมาเป็นฟันกรามซ่ีลา่ ง เดก็ จะปวดและราคาญ อาจเป็นสาเหตุใหเ้ บื่ออาหาร พอ่ แม่และ
ผเู้ ล้ียงดูเดก็ ควรช่วยทาความสะอาดปากและฟันใหก้ บั เดก็ ดว้ ยการใชผ้ า้ ชุบน้าสะอาดหรือใชแ้ ปรงสีฟัน
ที่มีขนอ่อนนุ่ม และระมดั ระวงั ไม่ให้แปรงสีฟันกระทบเน้ือเยื่อในปาก เพราะจะทาให้เด็กเจ็บและไม่
อยากแปรงฟัน

กลา้ มเน้ือใหญ่ จะมีความกา้ วหนา้ มากกวา่ กลา้ มเน้ือเลก็ เดก็ วยั น้ีสามารถบงั คบั การเคล่ือนไหว
ของร่างกายไดด้ ี เดินไดค้ ลอ่ ง สามารถว่งิ และกระโดดไดด้ ี ไม่ค่อยอยนู่ ิ่ง

กลา้ มเน้ือเลก็ เดก็ วยั น้ี ยงั จบั ดินสอไม่คอ่ ยถนดั แตก่ ส็ ามารถวาดวงกลมหรือรูปเรขาคณิตได้
และเดก็ จะทาไดด้ ีข้ึน เมื่ออายมุ ากข้ึน

ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งตาและมือ ยงั ไม่สมบูรณ์ เดก็ วยั น้ีจึงมีความยากลาบากในการใชส้ าย
จบั จอ้ งหรือเพ่งดูวตั ถุเลก็ ๆ ดงั น้นั ตวั หนงั สือที่จะใหเ้ ด็กวยั น้ีอ่าน จึงควรเป็นตวั โตๆ และความถนดั ใน
การใชม้ ือซา้ ยหรือขวาของเดก็ จะเห็นไดช้ ดั ในวยั น้ี พอ่ แม่จึงควรสงั เกตความถนดั ของเด็ก และอธิบาย
ใหเ้ ดก็ ท่ีถนดั ซา้ ยทราบวา่ เป็นของธรรมดา ไม่ไดเ้ ป็นเร่ืองผดิ ปกติ

2

1.1 ความหมายของพฒั นาการ

พฒั นาการ (development) หมายถึง การเปลี่ยนแปลงในตวั มนุษยท์ ้งั ทางดา้ นร่างกาย จิตใจ

และสติปัญญาการทาหนา้ ท่ี (function) และวุฒิภาวะ (maturation) อวยั วะระบบต่างๆรวมท้งั ตวั บุคคล
ทาใหส้ ามารถทาหนา้ ท่ีไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพทาส่ิงท่ียากสลบั ซบั ซอ้ นมากข้นั ตลอดจนการเพิม่ ทกั ษะ
ใหม่ๆและความสามารถในการปรับตวั ต่อสภาพแวดลอ้ มหรือภาวะใหม่ๆในบริบทของครอบครัวและ
สงั คม

พฒั นาการเป็นคาที่มีความหมายหลายอยา่ ง ตามความคิดของผทู้ ี่อยใู่ นวงการศึกษาดา้ น

พฒั นาการและนกั จิตวทิ ยาไดใ้ หค้ วามหมายของพฒั นาการไวห้ ลายประการ ดงั น้ี

วลู โฟลค์ (Woolfolk. 1998: 24) ไดก้ ล่าววา่ พฒั นาการของบุคคลเป็นการเปลี่ยนแปลงในทุก

ดา้ นที่ค่อนขา้ งคงท่ีแน่นอนนบั ต้งั แต่เกิดจนตลอดชีวติ

สุชา จนั ทน์เอม (2536ข: 40) ไดใ้ หค้ วามหมายของพฒั นาการ (development) หมายถึง

การเปลี่ยนแปลงท้งั ทางดา้ นโครงสร้างและแบบแผนอินทรียท์ ุกส่วน การเปล่ียนแปลงน้ีจะกา้ วหนา้ ไป
เร่ือยๆ เป็นข้นั ๆ จากดา้ นหน่ึงไปอีกดา้ นหน่ึง ซ่ึงจะทาใหเ้ ด็กมีลกั ษณะและความสามารถใหม่ๆเกิดข้ึน
ซ่ึงมีผลทาใหเ้ จริญกา้ วหนา้ ยงิ่ ข้ึนตามลาดบั ท้งั ดา้ นร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสงั คม

ศนา แกว้ พลอย (2544: 2) กล่าวไวว้ า่ พฒั นาการ หมายถึง กระบวนการเปลี่ยนแปลงทุกดา้ น

ของมนุษยท์ ่ีเป็ นไปอย่างต่อเนื่องมีข้นั ตอน มีความสัมพนั ธ์ณะหว่าง เวลา วุฒิภาวะ การเรียนรู้และ
สิ่งแวดลอ้ ม ซ่ึงมีผลทาใหบ้ ุคคลมีความสามารถกระท าหนา้ ที่ต่างๆ ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ

พชั รี เจตนเ์ จริญรักษ์ (2545: 14) ไดใ้ หค้ วามหมายของคาวา่ พฒั นาการ หมายถึง ความสาร

มารถของบุคคลในการกระทาส่ิงต่างๆ ได้มากข้ึนและดีข้ึนตามช่วงวยั ของชีวิต โดยปกติเด็กจะ
เจริญเติบโตไปตามข้ันตอน ตามแบบแผนพฒั นาการของเด็ก เช่น เด็กแรกเกิดมองตามสิ่งของที่
เคลื่อนไหวในระยะส้ันๆ ไดเ้ ด็กอายุ 12-18 เดือน สามารถเดินได้ สารวจส่ิงแวดลอ้ มได้ หยบิ ส่ิงของใส่
ภาชนะ ฯลฯ เป็นตน้

3

กฤษณา สมะวรรธนะและคณะ (2547: 16) ไดก้ ลา่ ววา่ พฒั นาการของมนุษยน์ ้นั เป็นการ

เปลี่ยนแปลงและเป็นการทาหนา้ ท่ีของวฒุ ิภาวะและอวยั วะรวมท้งั ระบบต่าง ๆ ของบุคคลใหส้ ามารถทา
หนา้ ท่ีไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพตลอดจนการเพิ่มทกั ษะใหม่ ๆ จากทกั ษะท่ีง่ายและค่อยๆ เสริมสร้างและ
สมั พนั ธ์ ซ่ึงนาไปสู่ความสามารถท่ีซบั ซอ้ นมากข้ึน เดก็ ทุกคนจะเติบโตและพฒั นาตามแบบแผนพฒั นา
การของมนุษย์ ประกอบด้วย พฒั นาการด้านร่างกาย สังคม อารมณ์จิตใจ สติปัญญาและความคิด
สร้างสรรค์ พฒั นาการแต่ละดา้ นจะมีการพฒั นาท่ีแตกต่างกนั อาจจะชา้ หรือเร็ว หรือจะเป็นไปในทางที่ดี
หรือไม่ค่อยดีข้ึนอยู่กับสิ่งแวดลอ้ ม วุฒิภาวะของบุคคลน้ัน แต่จะพบว่าทุกคนจะมีพฒั นาการอย่าง
ต่อเน่ือง ซ่ึงแต่ละดา้ นอาจจะเร็วชา้ ตามอตั ราการพฒั นาการของเดก็ แต่ละคนท่ีแตกต่างกนั ไป

กตวรรณ ศิริถาพร (2548: 28) ไดก้ ลา่ ววา่ พฒั นาการเป็นการเปล่ียนแปลงท่ีเชื่อมโยงกนั ไปใน

ทุกๆ ด้านของมนุษย์ นับต้งั แต่ปฏิสนธิจนกระทงั่ ตาย ซ่ึงมีทิศทางการเปลี่ยนแปลงท่ีแน่นอนและ
สามารถทานายได้

สุจินดา ขจรรุ่งศิลป์ (2550: 2-3) กล่าววา่ พฒั นาการเดก็ เป็นความรู้พ้ืนฐานที่จาเป็นแลธ
สาคญั อยา่ งยง่ิ สาหรับบุคคลท่ีอยแู่ วดลอ้ มเด็กตอ้ งมีความรู้ความเขา้ ใจพฒั นาการเด็กเพื่อนาไปสู่การจดั
สิ่งแวดลอ้ ม ประสบการณ์ตลอดจนกิจกรรมต่างๆ ท่ีเหมาะสมกบั เด็กแต่ละคนเพ่ือส่งเสริมพฒั นาการ
เด็กให้เป็ นไปตามศกั ยภาพและเป็ นฐานพฒั นาการของเด็กในข้นั ต่อไป ผูใ้ หญ่ตอ้ งรู้จกั ธรรมชาติและ
ความต้องการของเด็ก เข้าใจพฤติกรรมต่างๆ ท่ีแสดงออกมา การมีความรู้ความเข้าใจในจิตวิทา
พฒั นาการเด็กจะช่วยให้เขา้ ใจถึงที่มาหรือตน้ เหตุของปัญหาและสามารถช่วยแกป้ ัญหาให้เด็กได้ การ
เขา้ ใจถึงความแตกต่างของเดก็ แต่ละคน พฒั นาการของเดก็ แต่ละวยั ความสามารถความสนใจตามความ
แตกต่างของวยั ช่วยให้สามารถจดั กิจกรรมและมีปฏิสัมพนั ธ์ที่สอดคลอ้ งกบั พฒั นาการของเด็กแต่ละ
คนเพื่อส่งเสริมความเจริญงอกงามของเดก็ ในทุกๆ ดา้ นดว้ ยทุกวิธี

พฒั นาการเดก็ ปฐมวยั หมายถึง การเปล่ียนแปลงของมนุษยท์ ่ีเป็นไปอยา่ งมีลาดบั ข้นั ตอนอยา่ ง
ต่อเน่ือง พฒั นาการน้ีจะควบคู่กนั ไปตามเกณฑอ์ ายแุ ละวยั ของเดก็ ซ่ึงจะตอ้ งอาศยั ปัจจยั สภาพแวดลอ้ ม
และการเรียนรู้การอบรมสง่ั สอน การเล้ียงดู ถา้ เดก็ ถูกอบรมสง่ั สอนเล้ียงดูที่ดีเดก็ กจ็ ะมีการเปลี่ยนแปลง

4

ท้งั ดา้ นร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ซ่ึงมีความสัมพนั ธ์ระหว่างเวลา วุฒิภาวะ การเรียนรู้และ
สิ่งแวดลอ้ ม อนั ส่งผลใหม้ นุษยม์ ีความสามารถและพฤติกรรมท่ีแตกต่างกนั และเป็นไปตามศกั ยภาพ

1.2 ความสาคญั ของพฒั นาการ
พฒั นาการดา้ นต่างๆของวยั รุ่นมีความสาคญั ดงั น้ี
1. ร่างกายมีความสมบูรณ์แขง็ แรง มีภูมิตา้ นทานโรคและปราศจากภาวะเส่ียงต่อปัญหาทาง

กายต่างๆ
2. ร่างกายมีเอกลกั ษณ์แห่งตนเอง ไดแ้ ก่ การมีบุคลิกภาพดี มีทกั ษะส่วนตวั ทกั ษะสงั คมดี และ

มีเอกลกั ษณ์ทางเพศท่ีเหมาะสม
3. การปรับตวั เพอื่ ดาเนินชีวติ สอดคลอ้ งกบั ความชอบ ความถนดั การมีมนุษยส์ มั พนั ธ์ท่ีดีกบั

ผอู้ ่ืน
4. การสร้างมโนธรรม มีความรับผดิ ชอบ ท้งั ต่อตนเอง ต่อผอู้ ่ืน ต่อประเทศชาติ และต่อ

ส่ิงแวดลอ้ มไดด้ ี
5. การบริหารและจดั การตนเอง ไดแ้ ก่ สามารถบริหารจดั การตนเองโดยไม่ตอ้ งพ่งึ พาผอู้ ่ืนได้

ดีกวา่ วยั เดก็

1.3 ลกั ษณะพฤติกรรมเดก็ ตามพฒั นาการ
การพฒั นาความมีวนิ ยั ในตนเองของเดก็ ปฐมวยั โดยใชก้ ิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพผวู้ จิ ยั ไดศ้ ึกษา

ลกั ษณะพฤติกรรมตามพฒั นาการและความสามารถทางร่างกาย พฒั นาการและความสามารถทางดา้ น
อารมณ์ จิตใจ พฒั นาการทางสังคม พฒั นาการทางสติปัญญา

มหาวิทยาลยั สุโขทยั ธรรมมาธิราช สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ (2560: 3-15) กล่าววา่ ลกั ษณะ
พฤติกรรมเดก็ ปฐมวยั ตามพฒั นาการในช่วงวยั ต่างๆ ที่ครูตอ้ งมีความรู้พ้นื ฐาน ตวั อยา่ งเช่น เดก็ ในวยั

3-6 ขวบ จะมีพฒั นาการต่างๆ ดงั น้ี

5

พฒั นาการและความสามารถทางร่างกาย

เดก็ อายุ 3 ขวบ สามารถว่งิ กระโดด 2 ขา เดินเขยง่ บนปลายเทา้ ได้ ปี นป่ ายได้ ข้ึน-ลง บนั ไดได้ โยก

ตวั กระโดดตามจงั หวะได้ จบั ดินสอ ลากเส้นได้ ต่อแท่งลูกบาศกไ์ ด้ 8-10 แท่ง ร้อยลูกปัดไดเ้ ด็กอายุ 6
ขวบ ฟันน้านมของเดก็ เร่ิมหลุด ฟันแทเ้ ร่ิมข้ึนมาแทนที่สามารถปี นป่ าย กระโดด เหวย่ี งแขนและหอ้ ย

โหนได้ ตีลงั กา กระโดดเชือกได้ การเคล่ือนไหวทุกส่วนคล่องแคล่วข้ึนมาก เคลื่อนไหวตามจงั หวะ
เพลงดว้ ยความเขา้ ใจดีข้ึน โยนหรือรับลูกบอลได้ วิ่งเขยง่ ปลายเทา้ ได้ ยนื ขาเดียวไดน้ าน กามือ บีบมือที
ละขา้ งได้ เดินถอยหลงั เล่นฟุตบอลได้ เขียนรูปสามเหล่ียมได้ ตบมือสลบั ขา้ งได้ หยิบจบั ส่ิงของเลก็ ๆ
ได้ เขียนตวั อกั ษรได้ ขยบั นิ้วทีละนิ้วได้ ผกู เชือกรองเทา้ ได้

1.4 ปัจจัยทีม่ อี ทิ ธิพลต่อการสร้างเสริมพฤตกิ รรมเดก็ ปฐมวยั ด้านร่างกาย
1) ปัจจยั พ้ืนฐานดา้ นชีววทิ ยาท่ีมีต่อพฤติกรรมทางดา้ นร่างกาย

ปัจจยั พ้ืนฐานดา้ นชีววิทยาที่มีอิทธิพลมาก ได้แก่ ความพร้อมในการทางานของระบบต่างๆ ใน
ร่างกายและวฒุ ิภาวะดา้ นการเคลื่อนไหว ไดแ้ ก่

1.1) ปัจจยั ท่ีมาจากความพร้อมในการทางานของระบบต่างๆ ในร่างกายความพร้อมของการ
ทางานของระบบต่างๆ ในร่างกาย ได้แก่ ความพร้อมของสมอง ระบบประสาท ฮอร์โมน ยีนส์
กลา้ มเน้ือใหญ่ กลา้ มเน้ือเลก็ และการประสานสัมพนั ธ์ระหวา่ งกลา้ มเน้ือส่วนต่างๆ เด็กบางคนขาด
ความพร้อมในการทางานของระบบต่างๆ ในร่างกาย ไม่ว่าจะเกิดจากพนั ธุกรรม เกิดจากโรคบาง
ประเภทที่ท าให้กล้ามเน้ืออ่อนแรง โครงสร้างของกระดูกผิดปกติ เช่น เด็กท่ีเป็ นโรคโปลิโอ
(poliomyelitis) และเดก็ ดาวน์ซินโดรม (down syndrome)

1.1) ปัจจยั ท่ีมาจากวฒุ ิภาวะดา้ นการเคลื่อนไหว
ความพร้อม และไม่เร่งรัดเกินวยั วฒุ ิภาวะ(matyra-tion) หมายถึง การบรรลุถึงข้นั การ
เจริญเติบโตเต็มที่ของบุคคลในระยะใดระยะหน่ึง และความพร้อมที่จะประกอบกิจกรรมอย่างใด
อยา่ งหน่ึงไดเ้ หมาะสมกบั วยั การเจริญเติบโตเป็นไปตามวยั และธรรมชาติมากกวา่ เกิดจากการเรียนรู้

6

ปัจจยั ที่มาจากวฒุ ิภาวะดา้ นร่างกาย ท้งั การเคลื่อนไหวและสุขนิสยั ไดแ้ ก่ เดก็ ยงั ไม่มีความพร้อมตาม
วุฒิภาวะ และการเร่งรัดใหเ้ ด็กท าในสิ่งท่ีเกินวยั ของเด็ก เช่น ให้เด็กแรกเกิด–6 เดือน ลุกนง่ั ได้ ซ่ึง
เด็กยงั ไม่มีความพร้อมทางร่างกาย ซ่ึงความพร้อมทางวุฒิภาวะน้ีจะเกิดกบั เดก็ ราวอายุ 1-2 ปี ซ่ึงเดก็
ยงั ไม่มีความพร้อมทางร่างกายซ่ึงความพร้อมทางวุฒิภาวะน้ีจะเกิดกบั เด็กราวอายุ 1-2 ปี ซ่ึงเมื่ออายุ
ประมาณน้ี เด็ก 24 จึงพร้อมที่จะนงั่ ลุกกข้ึนยนื ไดเ้ อง การฝึ กต้งั แต่ยงั ไม่พร้อมน้ีเป็นการเร่งรัดเกิน
วยั ได้มีการศึกษาว่า เด็กปฐมวยั ท่ีมีความพร้อมทางกายวิภาคและสรีรวิทยาแลว้ แต่เด็กก็ยงั ไม่
สามารถเคล่ือนไหวร่างกายบริเวณลาตวั แขนขา การใชม้ ือ ฝ่ ามือ นิ้วมือ รวมถึงการประสานสมั พนั ธ์
ของกลา้ มเน้ือส่วนต่างๆ ของร่างกายในการหยบิ จบั สมั ผสั ส่ิงต่างๆ ท่ีอยรู่ อบตวั เหมือนเดก็ คนอ่ืนๆ
ได้ ท้งั น้ีมีปัจจยั หน่ึงที่เขา้ มาเก่ียวขอ้ ง ไดแ้ ก่ วุฒิภาวะ วุฒิภาวะดา้ นร่างกายเป็ นความพร้อมของ
กลา้ มเน้ือใหญ่ กลา้ มเน้ือเล็ก เช่น การใชก้ ลา้ มเน้ือใหญ่ในการเคลื่อนไหวร่างกายบริเวณลาตวั แขน
ขา เช่น
อายแุ รกเกิด -1 ปี เดก็ สามารถยกศีรษะถึงหวั ไหลได้ ชนั คอในท่าควา่ ได้
อายุ 1-2 ปี เดก็ สามารถลุกข้ึนยนื เองได้ เดินเองได้ ข้ึนบนั ไดโดยมีคนจูงได้
อายุ 2-3 ปี เดก็ สามารถเดินเองไดค้ ล่อง เดินถอยหลงั ได้ เดินข้ึนลงบนั ไดไดเ้ อง เป็นตน้

ส่วนการใชก้ ลา้ มเน้ือเลก็ บริเวณขอ้ มือ ฝ่ ามือ นิ้วมือ รวมถึงการประสานสมั พนั ธ์ของกลา้ มเน้ือ
ส่วนต่างๆ ของร่างกายในการหยบิ จบั สมั ผสั ส่ิงต่างๆ ท่ีอยรู่ อบตวั เช่น การหยบิ ดินสอ การขีด
เขียนเสน้ ต่างๆ

ส่วนการใชก้ ลา้ มเน้ือเลก็ และการประสานสมั พนั ธ์ส่วนจะเก่ียวขอ้ งกบั การใชม้ ือในการหยบิ จบั
ส่ิงต่างๆ และการทากิจวตั รประจาวนั เป็นตน้ ไดม้ ีการศึกษาถึงปัจจยั ของวฒุ ิภาวะ กบั การพฒั นา
ดา้ นร่างกายของอาร์โนล กีเซลล์ (Arnold Gesell) ซ่ึงท่านไดอ้ ธิบายวา่ ความสามารถของมนุษยน์ ่าจะ
ข้ึนกบั วฒุ ิภาวะ ถา้ บุคคลยงั ไม่มีระดบั วฒุ ิภาวะทางร่างกาย หรือยงั ไม่ถึงเวลาท่ีเหมาะสมแลว้ การ
เคลื่อนไหวของกลา้ มเน้ือจะฝึกฝนไดย้ าก

7

กีเซลล์ ไดพ้ ฒั นาทฤษฎีเก่ียวกบั วฒุ ิภาวะ ช่ือวา่ ทฤษฎีวฒุ ิภาวะของกีเซลล(์ Gesell’sMaturation

Theory) ท่านใช้คาว่า วุฒิภาวะ (Matyuration) เพ่ือหมายถึงการเปล่ียนแปลงรูปแบบ (Pattern) และ
รูปร่าง (shape) ของพฤติกรรมท่ีเป็ นผลมาจากยีนส์ (Genes) หรือความพร้อมของกลา้ มเน้ือและระบบ
ประสาท จะปรากฏเมื่อถึงเวลาท่ีเหมาะสม ซ่ึงเป็นไปตามโปรแกรมท่ีกาหนดไวล้ ่วงหนา้ ทางพนั ธุกรรม
กีเซลล์และคณะ ได้ศึกษาพฒั นาการของทารก เด็ก และวยั รุ่น อายุแรกเกิด-16 ปี โดยการสังเกต
พฤติกรรมดว้ ยตนเองจากภาพยนตร์และการสัมภาษณ์บิดามารดา และจดั กลุ่มขอ้ มูลสาหรับเป็นขอ้ มูล
พ้ืนฐานของวุฒิภาวะไวแ้ ละไดส้ รุปว่าความสามารถของเด็กมีเป็ นระยะและข้นั ตอน แต่ละช่วงอายุมี
ความหมายและมีความสาคญั แก่ชีวิต เพราะเป็นรากฐานของบุคคลเมื่อเป็นผใู้ หญ่ พฤติกรรมของบุคคล
จะมีอิทธิพลมาจากความพร้อมทางร่างกาย ไดแ้ ก่ กลา้ มเน้ือ ต่อมกระดูก และประสาทต่างๆ สิ่งแวดลอ้ ม

เป็นเพียงส่วนประกอบของการเปลี่ยนแปลงและกีเซลลไ์ ดแ้ บ่งพฒั นาการเดก็ ออกเป็น 4 ดา้ น แต่ในท่ีน้ี
จะขอยกเฉพาะในส่วนท่ีเก่ียวขอ้ งกบั พฤติกรรมดา้ นร่างกาย 2 ดา้ น ดงั น้ี

ดา้ นท่ี 1 พฤติกรรมดา้ นการเคล่ือนไหว (gross motor development)
เป็นความสามารถของร่างกายที่ครอบคลุมถึงการบงั คบั อวยั วะต่างๆ ของร่างกายและความสมั พนั ธ์
ทางดา้ นการเคลื่อนไหวท้งั หมด

ตวั อย่าง หากตอ้ งการฝึ กเด็กก้าวเดินเม่ือมีคนจูง นอกจากเด็กจะมีความพร้อมทางด้านสรีระ
และกายวิภาคแลว้ เด็กแต่ละคนจะตอ้ งมีความพร้อมทางวุฒิภาวะ ท่ีสามารถเดินไดเ้ ม่ือมีคนจูง เม่ือมี
อายปุ ระมาณ 11 เดือน หากมีอายนุ อ้ ยกว่าน้ี เด็กยงั ไม่มีวุฒิภาวะ เด็กจะท าไดเ้ พียงนง่ั เองได้ หรือเริ่ม
เกาะยืน (อายุประมาณ 9 เดือน) เท่าน้นั ดงั น้นั เด็กที่ยงั ไม่มีวุฒิภาวะที่จะเดินไดเ้ มื่อมีคนจูง แมจ้ ะฝึ ก
อย่างไร เด็กก็ยงั ไม่มีความพร้อมที่จะเดิน แต่เมื่ออายถุ ึง 11 เดือน ซ่ึงเด็กมีวุฒิภาวะพร้อมท่ีจะเดินได้
เม่ือมีคนจูง การฝึกหดั เดินจะท าไดเ้ ร็วกวา่ เดก็ 9 เดือน เป็นตน้

ดา้ นที่ 2 พฤติกรรมดา้ นการปรับตวั (Fine moter or adaptive development)
เป็นความสามารถในการประสานสมั พนั ธ์ระหวา่ งระบบการเคลื่อนไหวกบั ระบบความรู้สึก เช่น การ
ประสานสัมพนั ธ์ระหว่างตากับมือ ซ่ึงดูได้จากความสามารถในการใช้มือของเด็ก เช่น ในการ
ตอบสนองต่อสิ่งที่มีลกั ษณะเป็นลูกบาศก์ การสั่นกระด่ิง การแกวง่ กาไล ฯลฯ ฉะน้นั พฤติกรรมดา้ น
การปรับตวั จึงสมั พนั ธ์กบั พฤติกรรมทางดา้ นการเคลื่อนไหว ในส่วนท่ีเก่ียวกบั ความสามารถในการใช้

8

กลา้ มเน้ือเล็ก กีเซลล์ พบว่า ก่อนที่คนเราจะทาอะไรง่ายๆ เช่น หยิบอาหารใส่ปากไดน้ ้นั มีการเรียนรู้
หลายข้นั ตอน ข้นั แรก ทารกจะช้ือตะปบ ข้นั ต่อมาจบั ของดว้ ยมือ 4 นิ้วติดกนั กบั ฝ่ ามือ โดยเริ่มใชฝ้ ่ ามือ
ตอนใกลๆ้ สันมือ ต่อมาจะเลื่อนไปใชใ้ จกลางมือ คร้ันแลว้ หวั แม่มือจึงค่อยเลื่อนมาช่วยจบั ข้นั สุดทา้ ย
คือการหยิบของด้วยหัวแม่มือกับปลายนิ้ว กีเซลล์และคนอ่ืนๆ ได้ต้งั ข้อสังเกตว่าการควบคุมการ
ปฏิบตั ิการแห่งกลา้ มเน้ือของมนุษยม์ ีพฒั นาการเริ่มจากศีรษะจรดเทา้ เรียกวา่ Cephalo Caudal Sequence
คือ หนั ศีรษะไดก้ ่อนชนั คอ แลว้ จึงคว่า คืบ นง่ั คลาน ยนื เดิน และว่ิง ตามลาดบั การควบคุมปฏิบตั ิการ
กลา้ มเน้ือ ยงั มีพฒั นาการเร่ิมจากใกลล้ าตวั ก่อน เรียกว่า Proximodistal Sequence เช่น ที่แขนขา ทารก
ยอ่ มบงั คบั การเคล่ือนไหว แกว่งแขนขาไดก้ ่อนมือและเทา้ เด็กใชแ้ ขนคล่องก่อนมือ และใชม้ ือคล่อง
ก่อนนิ้ว ดงั น้นั เด็กเล็กๆ เม่ือตอ้ งการจงั อะไรก็ผวาไปท้งั ตวั ต่อมาจึงย่ืนออกไปเฉพาะแขน แลว้ จึงใช้
มือและนิ้วมือดังกล่าว ถา้ จะให้เด็กเล็กๆ เขียนหนังสือมกั จะได้ตวั โต เพราะกล้ามเน้ือมือยงั ใช้ไม่
คล่องแคล่ว ไดแ้ ต่วาดแขนออกไปกวา้ งๆ ต่อเมื่อการบงั คบั กลา้ มเน้ือบรรลุวุฒิภาวะแลว้ จึงสามารถ
เขียนตวั เลก็ ๆ ได้ เพราะสามารถบงั คบั กลา้ มเน้ือมือและนิ้ว

2) ปัจจยั พ้ืนฐานดา้ นจิตวิทยาที่มีต่อพฤติกรรมดา้ นร่างกาย
หลงั จากเดก็ มีความพร้อมในการท างานของระบบในร่างกาย และมีวฒุ ิภาวะดา้ นการเคล่ือนไหวแลว้

ปัจจยั สาคญั ที่มีอิทธิพลต่อการสร้างเสริมพฤติกรรมดา้ นร่างกาย ท้งั การเคลื่อนไหวของร่างกายและ

สุขภาวะทางกาย มาจากการเรียนรู้เป็นส่วนใหญ่

1.5 ทฤษฎพี ฒั นาการ
ทฤษฎีพฒั นาการของกีเซล (Gesall)
อาร์โนลด์ กีเซล (Arnold Gesell. 1880-1961) (อา้ งถึงใน สิริมา ภิญโญอนนั ตพงษ,์ 2547 : 35)

เป็ นนักจิตวิทยาชาวอเมริกัน ผูเ้ ร่ิมก่อต้ังสถาบนั พฒั นาการเด็ก (Institute of Child Development) ณ
มหาวิทยาลยั เยล ระหว่างปี ค.ศ. 1930-1940 อธิบายทฤษฎีเก่ียวกบั การเจริญเติบโตและพฒั นาการของ
เด็กว่าการเจริญเติบโตของเด็กทางร่างกาย เน้ือเยื่อ อวยั วะ หน้าท่ีของอวยั วะต่าง ๆ และพฤติกรรมที่
ปรากฏข้ึนเป็ นรูปแบบที่แน่นอนและเกิดข้ึนเป็ นลาดับข้นั ประสบการณ์ และสภาพแวดลอ้ มเป็ น
องคป์ ระกอบรองท่ีต่อเติมเตม็ เสริมพฒั นาการต่าง ๆ กีเซลเชื่อว่าวุฒิภาวะจะถูกกาหนดโดยพนั ธุกรรม
และมีในเดก็ แต่ละคนมาต้งั แต่เกิด ซ่ึงเป็นสิ่งสาคญั ที่ทาใหเ้ ดก็ แต่ละวยั มีความพร้อมทาสิ่งต่าง ๆ ได้ ถา้

9

วุฒิภาวะหรือความพร้อมยงั ไม่เกิดข้ึนตามปกติในวยั น้นั สภาพแวดลอ้ มจะไม่มีอิทธิพลต่อพฒั นาการ
ของเดก็

อาร์โนลด์ กีเซล (Arnold Gesell) ไดส้ ร้างเกณฑม์ าตรฐานสาหรับวดั พฤติกรรมของเดก็ ในแต่ละ
ระดบั เนน้ ความแตกต่างระหวา่ งบุคคลโดยใชว้ ธิ ีการสงั เกตพฤติกรรม ซ่ึงเขาไดแ้ บ่งพฒั นาการของเดก็
ท่ีตอ้ งการวดั และประเมินออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่

1. พฤติกรรมทางการเคลื่อนไหว (Motor Behavior) ครอบคลุมการบงั คบั อวยั วะตา่ ง ๆ ของร่างกาย
และความสมั พนั ธ์ทางดา้ นการเคลื่อนไหว

2. พฤติกรรมทางการปรับตวั (Adaptive Behavior) ครอบคลุมความสัมพนั ธ์ของการใชม้ ือและ
สายตา การสารวจ คน้ หา การกระทาต่อวตั ถุ การแกป้ ัญหาในการทางาน

3. พฤติกรรมทางการใชภ้ าษา (Language Behavior) ครอบคลุมการท่ีเดก็ ใชภ้ าษา การฟัง การพดู
การอ่าน และการเขียน

4. พฤติกรรมส่วนตวั และสงั คม (Personal-Social Behavior) ครอบคลุมการฝึ กปฏิบตั ิส่วนตวั เช่น
การกินอาหาร การขบั ถ่าย และการฝึกต่อสภาพสงั คม เช่น กรเลน่ การตอบสนองผอู้ ่ืน

จากแนวความคิดของ อาร์โนลด์ กีเซล (Arnold gesell) สามารถนามาอธิบายพฒั นาการของมนุษย์
ในดา้ นการเจริญเติบโตพฒั นาการทางร่างกาย และสามารถนาไปเชื่อมโยงกบั พฒั นาการทางสติปัญญา
ไดอ้ ีกดว้ ย นอกจากน้ัน อาร์โนลด์ กีเซล (Arnold gesell) ไดเ้ ขียนหนังสือข้ึน 2 เล่ม คือ The first five
year of life และ the child from five to ten ซ่ึงแนวคิดดงั กล่าวน้ีมีบทบาทมากต่อการจดั กลุ่มเด็กเขา้
ศึกษาในช้นั อนุบาลศึกษาและช้นั ประถมศึกษา เกณฑ์มาตรฐานใชเ้ ป็ นแบบทดสอบมาตรฐานในการ
ทานายพฤติกรรม วิเคราะห์กลุ่มและทาวิจยั เพื่อบอกลกั ษณะพฒั นาการของเด็ก โดยใชอ้ ายทุ างปฏิทิน
เป็นเกณฑ์ นอกจากน้ีมีบทบาทมากในการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ใหก้ บั เดก็ โดยการจดั กิจกรรมน้นั ตอ้ ง
ใหเ้ หมาะสมกบั วฒุ ิภาวะของเดก็ แต่ละคน

10

บทที่ 2

พฒั นาการด้านร่างกายของเดก็ แต่ละวยั

2.1 พฒั นาการด้านร่างกายเดก็ วยั 1 ปี

เดก็ ในวยั น้ีมีพฒั นาการทางการเคล่ือนไหว เริ่มจากการคลานและเดินดว้ ยตนเองไดเ้ ม่ืออายุ
ประมาณ15 เดือน แต่การทรงตวั ยงั ไม่คอ่ ยดี การใชก้ ลา้ มเน้ือมือของเดก็ ในวยั น้ีจะพบวา่ เดก็ สามารถ
เปิ ดประตูและเปิ ดดูรูปภาพในหนงั สือไดโ้ ดยใชม้ ือขา้ งท่ีชานาญ
2.2 พฒั นาการด้านร่างกายเดก็ วยั 2 ปี

เดก็ วยั น้ีสามารถเคล่ือนไหวร่างกายไดท้ ุกส่วน ชอบเลน่ ของเลน่ ท่ีออกแรงมากๆ เช่น เตะลูกบอล
ตีและตอกดว้ ยคอ้ น เดก็ วยั น้ีสามารถเดินข้ึนลงบนั ไดไดเ้ องแต่ตอ้ งวางขาท้งั 2 ขา้ ง บนข้นั บนั ไดเดียวกนั
ก่อน จนอายยุ า่ ง 3 ปี จะสามารถสลบั เทา้ ข้ึนบนั ไดได้ วิ่งไดค้ ลอ่ งข้ึนแต่กย็ งั ไม่สามารถหยดุ ไดท้ นั ที การ
ใชก้ ลา้ มเน้ือมดั เล็ก สามารถหยิบจบั ส่ิงของชิ้นเล็กๆแต่หลุดมือง่าย จบั ดินสอแทงใหญ่ๆไดด้ ว้ ยนิ้วช้ี
และนิ้วหวั แม่มือ การประสานสมั พนั ธร์ ะหวา่ งมือและนิ้วทางานไดด้ ีสามารถต่อบลอ็ กได้ 4-8 ชิ้น
2.3 พฒั นาการด้านร่างกายเดก็ วัย 3 ปี

เดก็ วยั น้ีกลา้ มเน้ือแขง็ แรง ชอบออกกาลงั กาย สามารถบงั คบั การเคล่ือนไหวไดด้ ีมากกระโดด
หรือวิ่งก็ได้ ขี่จกั รยาน 3 ลอ้ กระโดดสูง กระโดดขาเดียว สามารถข้ึนลงบนั ไดสลบั เทา้ ได้ รับลูก
บอลไดด้ ว้ ยมือท้งั สองขา้ ง และสามารถโยนลูกบอลระยะไกล 1 เมตรได้ เขียนรูปวงกลมตามแบบได้
และยงั ใชก้ รรไกรดว้ ยมือขา้ งเดียวได้ ใชม้ ือหยิบจบั อาหารตลอดจนใชช้ อ้ นตกั อาหารเขา้ ปาก ช่วย
ตวั เองในการแต่งกาย เช่น ถอดและใส่กระดุมเส้ือไดเ้ อง แต่ยงั ตอ้ งการใหผ้ ใู้ หญช่ ่วยเหลือ
2.4 พฒั นาการด้านร่างกายวยั 4 ปี

กลา้ มเน้ือขาและแขนแขง็ แรง การเคลื่อนไหวของร่างกายของเดก็ วยั น้ี กระฉบั กระเฉง ไม่ชอบ
อยนู่ ่ิง ปี นป่ าย เตน้ ท่าทางต่างๆไดอ้ ยา่ งสนุกสนาน ใชม้ ือถนดั ข้ึน หยบิ วตั ถุเลก็ ๆได้ สามารถวิ่งและหยดุ
ไดค้ ล่อง รับลูกบอลไดด้ ว้ ยมือท้งั สอง เดินข้ึนลงบนั ไดสลบั เทา้ ได้ เขียนรูปสี่เหลี่ยมตามแบบได้ ตดั

11

กระดาษเป็นเส้นตรงได้ สามารถช่วยตนเองเร่ืองปฏิบตั ิกิจวตั รประจาวนั ได้ เช่น การแต่งกาย การแปรง
ฟัน การหวผี ม เป็นตน้
2.5 พฒั นาการด้านร่างกายวยั 5 ปี

สามารถควบคุมกลา้ มเน้ือส่วนใหญไ่ ดด้ ี แต่รายละเอียดยงั ไม่ดีนกั เดก็ วยั น้ีสามารถฝึกพบั
กระดาษ ตดั กระดาษ และเล่นเกี่ยวกบั การก่อสร้างไดด้ ี ผูกเชือกรองเทา้ เขียนรูปสามเหล่ียมตามแบบ
และยงั สามารถใชก้ รรไกรตดั กระดาษตามแนวเส้นโคง้ ท่ีกาหนดได้ สามารถปฏิบตั ิกิจวตั รประจาวนั ได้
ดี เช่นการอาบน้า สระผม แปรงฟัน ลา้ งมือ แต่งกาย ฯลฯ
2.6 พฒั นาการด้านร่างกายวยั 6 ปี

สามารถควบคุมกลา้ มเน้ือส่วนใหญไ่ ดด้ ี แต่รายละเอียดยงั ไม่ดีนกั เดก็ วยั น้ีสามารถฝึกพบั
กระดาษ ตดั กระดาษ และเล่นเกี่ยวกบั การก่อสร้างไดด้ ี ผูกเชือกรองเทา้ เขียนรูปสามเหลี่ยมตามแบบ
และยงั สามารถใชก้ รรไกรตดั กระดาษตามแนวเส้นโคง้ ท่ีกาหนดได้ สามารถปฏิบตั ิกิจวตั รประจาวนั ได้
ดี เช่นการอาบน้า สระผม แปรงฟัน ลา้ งมือ แต่งกาย ฯลฯ

การส่งเสริมพฒั นาการดา้ นร่างกายของเดก็ ปฐมวยั น้นั พฒั นาการจะเกิดข้ึนอยา่ งมีระเบียบแบบ
แผนตามธรรมชาติไดก้ าหนดข้ึนเป็นลาดบั ข้นั การเปลี่ยนแปลงดงั กล่าว นอกจากจะเป็นกาเจริญเติบโต
ของเน้ือเยอ่ื และโครงสร้างทางร่างกายแลว้ ยงั รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางหนา้ ที่ และพฤติกรรมของสิ่ง
เหล่าน้นั ดว้ ย ข้นั ตอนของการพฒั นาการท่ีเกิดข้ึนเป็นผลมาจากการเปล่ียนแปลงทางชีวิภาพของร่างกาย
คือ การบรรลุวุฒิภาวะของร่างกาย ซ่ึงเป็ นการเปล่ียนแปลงน้นั จะนามาซ่ึงความสามารถใหม่ๆ โดยมี
พนั ธุกรรมและสิ่งแวดลอ้ มเป็ นปัจจยั ที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงรองลงมาจากวุฒิภาวะ ความ
ตอ้ งการพ้ืนฐานดา้ นร่างกาย ดงั น้ี

1.ความตอ้ งการดา้ นอาหารและอนามยั

2.ความตอ้ งการป้องกนั โรคภยั ไขเ้ จบ็ และอบุ ตั ิเหตุต่างๆ

3.ความตอ้ งการอากาศที่บริสุทธ์ิ การพกั ผอ่ น และการออกกาลงั กายที่เพียงพอแก่ความตอ้ งการ

4.ความตอ้ งการเคร่ืองนุ่งห่ม สิ่งของเคร่ืองใช้ และสภาพแวดลอ้ มที่ปลอดภยั ถูกสุขอนามยั เมื่อ

12

คานึงถึงความตอ้ งการพ้นื ฐานดา้ นร่างกายเป็นสาคญั แลว้ การส่งเสริมพฒั นาการดา้ นร่างกายของเดก็ จึง
มีจุดหมาย ดงั น้ี

4.1เพ่ือส่งเสริมใหเ้ ดก็ มีสุขภาพอนามยั ที่สมบูรณ์แขง็ แรง
4.2เพอ่ื ช่วยใหเ้ ดก็ นาความรู้ และประสบการณ์ที่ไดร้ ับไปใชป้ ระโยชนต์ ่อการบารุงรักษาสุขภาพ
อนามยั ของตนเอง
4.3เพื่อช่วยป้องกนั ใหเ้ ดก็ ปลอดภยั จากโรคติดต่อ และโรคภยั ร้ายแรงตอ่ สุขภาพ
4.4เพ่อื ช่วยใหเ้ ดก็ มีเจตคติที่ดีต่อการมีสุขภาพอนามยั ท่ีสมบูรณ์แขง็ แรง และสุขนิสยั ท่ีดี
4.5 เพอื่ ช่วยบาบดั รักษาอาการของโรคท่ีเป็นอุปสรรคต่อสุขภาพอนามยั ที่ดีของเดก็
4.6 เพอ่ื ช่วยนาเดก็ ท่ีมีปัญหาดา้ นสุขภาพอนามยั ที่เป็นอปุ สรรคต่อพฒั นาการของแต่ละบุคคลให้
ไดร้ ับการช่วยเหลือจากบุคคลท่ีมีความสามารถโดยตรง

13

บทที่ 3
สรุป

ซี วี ก๊ดู (C.V. good) ไดใ้ หค้ วามหมายวา่ พฒั นาการ หมายถึง การเปล่ียนแปลงทางโครงสร้างการ
ทางานการจดั ระเบียบส่วนตา่ งๆ ของร่างกาย ซ่ึงทาใหม้ ีการเพิ่มพนู ท้งั ดา้ นขนาด ความแตกต่าง ความ
สลบั ซบั ซอ้ น การผสมกลมกลืน ขีดความสามารถ ประสิทธิภาพ หรือก่อใหเ้ กิดความเพิม่ พนู ภาวะสุกถุง
ขีดรวมท้งั การเปลี่ยนแปลงที่มีความคงทนถาวรอนั เน่ืองมาจากการเรียนรู้ที่ยาวนาน ซ่ึงอาจเป็นการ
เรียนรู้ที่มีจุดมงุ่ หมายหรือเกิดข้ึนตามเหตุการณ์กไ็ ด้

พฒั นาการในข้นั ต่างๆของชีวติ น้นั จะมีลกั ษณะแตกต่างกนั ออกไปตามวยั และความสามรถของ
แต่ละบุคคล จึงทาใหพ้ ฒั นาการในแต่ละช่วงชีวิตมีความแตกต่างกนั ฮาวิคเฮอร์ท (Habighurst)
นกั จิตวทิ ยาท่านหน่ึงไดก้ ลา่ วไวว้ า่ เดก็ ปฐมวยั ที่มีอายตุ ้งั แต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 ปี ลกั ษณะของ
ความสามารถท่ีเด่นชดั ของเดก็ ปฐมวยั

ความพร้อม หมายถึง ความสามารถทางกายและจิตใจที่จะเรียน ซ่ึงประกอบดว้ ยความอยากเรียน
มีทกั ษะและมีพ้นื ฐานท่ีเหมาะสม ความพร้อมมีความสาคญั สาหรับเดก็ ปฐมวยั เป็นอยา่ งยง่ิ เพราะถา้ เดก็
ยงั ไม่พร้อม การเรียนรู้กไ็ ม่ไดผ้ ลดี พฒั นาการของเดก็ ปฐมวยั จึงมีความสมั พนั ธ์อยา่ งยง่ิ กบั ความพร้อม

ความรู้ดา้ นพฒั นาการและความพร้อมของเดก็ ปฐมวยั ดงั ท่ีไดก้ ลา่ วมาแลว้ เป็นประโยชน์อยา่ งยง่ิ

ต่อผทู้ ี่อยใู่ กลช้ ิดกบั เดก็ ท้งั พอ่ แม่ ผปู้ กครอง โดยเฉพาะคุณครู เพอ่ื ท่ีจะไดจ้ ดั ส่ิงแวดลอ้ มและ
ประสบการณ์ใหเ้ อ้ือประโยชนต์ ่อการเรียนรู้ของเดก็ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ซ่ึงจะส่งผลต่อความเจริยเติบโต
ของเดก็ ไมดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพในส่วนของการเรียนการสอน

14

บรรณานุกรม

“ความหมายของพฒั นาการ” [ออนไลน]์ . เขา้ ถึงไดจ้ าก: http://www.learners.in.th

(สืบคน้ เมื่อวนั ที่ 31 กรกฎาคม 2564)

“ความสาคญั ของพฒั นาการ” [ออนไลน]์ . เขา้ ถึงไดจ้ าก:
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=kimmattic&month=11-
2007&date=19&group=1&gblog=4

(สืบคน้ เม่ือวนั ท่ี 31 กรกฎาคม 2564)

“ทฤษฎีพฒั นาการของกีเซล” [ออนไลน]์ . เขา้ ถึงไดจ้ าก:
https://sites.google.com/site/thvsdiphathnakardekpthmway/thvsdi-thi-keiywkhxng-kab-phathnakar-
dek-pthmway/thvsdi-phathnakar-khx-ngki-sel-gesell (สืบคน้ เมื่อวนั ที่ 31 กรกฎาคม 2564)

“พฒั นาการดา้ นร่างกายเดก็ วยั 1 ปี ” [ออนไลน]์ . เขา้ ถึงไดจ้ าก:
https://www.brainkiddy.com/article/45/%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E
0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%
E0%B8%81-
%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B
2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2-1-6-
%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%9A

(สืบคน้ เมื่อวนั ท่ี 1 สิงหาคม 2564)

15

“พฒั นาการดา้ นร่างกายเดก็ วยั 2 ปี ” [ออนไลน]์ . เขา้ ถึงไดจ้ าก:
https://www.brainkiddy.com/article/45/%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E
0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%
E0%B8%81-
%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B
2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2-1-6-
%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%9A

(สืบคน้ เมื่อวนั ท่ี 1 สิงหาคม 2564)

“พฒั นาการดา้ นร่างกายเดก็ วยั 3 ปี ” [ออนไลน]์ . เขา้ ถึงไดจ้ าก:
https://www.brainkiddy.com/article/45/%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E
0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%
E0%B8%81-
%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B
2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2-1-6-
%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%9A

(สืบคน้ เม่ือวนั ท่ี 1 สิงหาคม 2564)

“พฒั นาการดา้ นร่างกายเดก็ วยั 4 ปี ” [ออนไลน]์ . เขา้ ถึงไดจ้ าก:
https://www.brainkiddy.com/article/45/%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E
0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%
E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%88%
E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2-1-6-
%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%9A

(สืบคน้ เม่ือวนั ที่ 1 สิงหาคม 2564)

16

“พฒั นาการดา้ นร่างกายเดก็ วยั 5 ปี ” [ออนไลน]์ . เขา้ ถึงไดจ้ าก:
https://www.brainkiddy.com/article/45/%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E
0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%
E0%B8%81-
%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B
2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2-1-6-
%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%9A

(สืบคน้ เมื่อวนั ท่ี 1 สิงหาคม 2564)

“พฒั นาการดา้ นร่างกายเดก็ วยั 6 ปี ” [ออนไลน]์ . เขา้ ถึงไดจ้ าก:

https://www.brainkiddy.com/article/45/%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E
0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%
E0%B8%81-
%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B
2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2-1-6-
%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%9A

(สืบคน้ เมื่อวนั ที่ 1 สิงหาคม 2564)

“หลกั ษณะพฒั นาการของเดก็ ” [ออนไลน]์ . เขา้ ถึงไดจ้ าก: https://www.happyhomeclinic.com/sp02-
development.htm (สืบคน้ เม่ือวนั ท่ี 7 สิงหาคม 2564)

“การประเมินพฒั นาการของเดก็ ” [ออนไลน]์ . เขา้ ถึงไดจ้ าก: :
https://www.happyhomeclinic.com/sp02-development.htm (สืบคน้ เม่ือวนั ที่ 7 สิงหาคม 2564)


Click to View FlipBook Version