แนะนำหนงั สอื ซีไรต์
หอ้ งสมุดประชาชนจังหวัดสโุ ขทยั
แนะนำหนังสือซีไรต์
39 เลม่ รวมหนงั สือซีไรตป์ ี 2522 – 2560
นบั ตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2522 ท่ีรางวลั วรรณกรรมสร้างสรรคย์ อดเยี่ยมแหง่ อาเซียน หรือเรียกสนั้ ๆ วา่ รางวลั ซีไรต์ ถือกาเนิดขนึ ้
จนถงึ วนั นี ้ประเทศไทยของเรามหี นงั สือซีไรต์ทงั้ สนิ ้ 39 เลม่ ที่ประทับตราดงั กลา่ วไว้บนปก ประกอบไปด้วยวรรณกรรม 3
ประเภท คอื นวนิยาย กวนี ิพนธ์และรวมเร่ืองสนั้
ห้องสมดุ ประชาชนจงั หวดั สโุ ขทยั จงึ ขอชวนและเชญิ ทา่ นมาย้อนอ่านทบทวนกนั มีผลงานเลม่ ใด ของนกั เขียนคนใดบ้าง
ที่ได้รับการประทบั ตราซีไรต์อนั ทรงเกียรต์ิไว้บนปก และหากอยากอา่ นมาหยบิ อา่ นได้ที่ห้องสมดุ ของเรานะคะ
ลูกอีสำน
หนงั สอื ซีไรต์ (นวนยิ าย) ปี 2522
ผ้แู ตง่ คาพนู บญุ ทวี
นวนยิ ายเร่ืองลกู อีสาน สะท้อนภาพชีวติ ของชาวอีสาน ผา่ นเร่ืองเลา่ คล้ายสารคดีชีวติ ผสมนวนยิ ายท่ีแพรวพราว
ไปด้วยชนั้ เชิงวรรณศลิ ป์ งดงามด้วยสร้อยอกั ษร ฉายภาพวถิ ีชีวติ อนั แร้นแค้นของชาวอีสานได้อย่างโปร่งใสบริสทุ ธ์ิ
ปราศจากนา้ เสยี งท่ีแสดงความขมขนื่ และไมไ่ ด้พยายามตีแผค่ วามชวั่ ร้ายของสงั คม แตป่ ลกุ จิตสานึกให้กบั ผ้อู า่ นโดย
ชีใ้ ห้เหน็ ถงึ แนวทางการเปล่ยี นแปลงของสงั คม คณุ คา่ ของเรื่องลกู อีสาน คือการเรียนรู้ท่ีจะอยกู่ บั ความยากลาบาก เพอื่
ก้าวผา่ นพ้นอปุ สรรคตา่ งๆ ในชีวติ
นกั วจิ ารณ์วรรณกรรมมคี วามเหน็ ตรงกนั วา่ เร่ืองนีไ้ มไ่ ด้แฝงปรัชญา ไมไ่ ด้แสดงวจิ ิตรศลิ ป์ ตระการตาหรือตีแผ่
สงั คมแตอ่ ย่างใด หากแตไ่ ด้เลา่ ถึงวถิ ีชนบทอนั เรียบงา่ ย ฉากตา่ งๆ ในท้องถ่นิ ของชาวอีสาน คาพนู เก็บมาร้อยเรียงได้อย่าง
ออกรส ใช้ขนบของนิยายการเรียนรู้ เสนอภาพลกั ษณ์ของอีสานแตกตา่ งจากนยิ ายสจั จนิยมแสดงคณุ คา่ ของความเป็น
อีสานอย่างสมศกั ดศิ์ รี การอยไู่ ด้ด้วยตนเอง ไมต่ ้องการความสงสารซ่งึ มกั มาพร้อมคาดถู กู ทาให้ลกู อีสานเป็นนวนิยายท่ี
ยืนยงมาถงึ ทกุ วนั นี ้
เพยี งความเคล่อื นไหว
หนงั สอื ซีไรต์ (กวีนิพนธ์) ปี 2523
ผ้แู ตง่ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบลู ย์
เพยี งความเคลอ่ื นไหว เป็ นกวนี ิพนธ์มงุ่ นาเสนอความคดิ ทางการเมอื ง ตอ่ เหตกุ าณ์ 14 ตลุ าคม พ.ศ. 2516
เร่ือยมาจนถึง 6 ตลุ าคม พ.ศ 2519 มลี ลี าและเนือ้ หาสะทกสะท้อนใจ ปลกุ เร้าอารมณ์ ชีใ้ ห้เห็นถงึ ความตื่นตวั ตอ่ การ
เปล่ยี นแปลงของบ้านเมือง แฝงวถิ ีชีวติ พนื ้ บ้านเอาไว้มาก เป็นกวีนิพนธ์ที่มคี ณุ คา่ ทางภาษาอนั งดงาม เป่ียมไปด้วยพลงั
ประกอบด้วยฉนั ทลกั ษ์อนั ไพเราะ และทศั นคตอิ นั งดงามเรียบง่าย ทาให้เกิดความเคล่อื นไหวและความตน่ื ตวั ทางความคดิ
คาประกาศของคณะกรรมการตดั สนิ เป็นเอกฉนั ท์วา่ เพียงความเคล่ือนไหว เป็นงานร่วมสมยั ซ่ึงแสดงจิตสานึก
ของชาตไิ ทยยคุ ปัจจบุ นั ได้ชดั เจนที่สดุ มเี อกลกั ษณ์ในแง่ที่วา่ ได้รวมเรื่องเฉพาะยุคหรือเฉพาะแห่ง กบั เรื่องของสากลเข้าไว้
ด้วยกนั เสมือนเป็นบนั ทึกทางความคดิ มมุ มอง อารมณ์ ความรู้สกึ ตอ่ เหตกุ ารณ์ตา่ งๆ ที่ปรากฏขนึ ้ และด้วยความเป็น
สากลของผลงาน แม้เวลาจะเปลยี่ นไป เนือ้ หาก็ยงั คงทันสมยั น่าอ่าน น่าพจิ ารณาบทกวีพร้อมๆ ไปกบั สงั คม
ขนุ ทอง…เจ้าจะกลบั เม่ือฟ้ าสาง
หนงั สือซีไรต์ (รวมเรื่องสนั ้ ) ปี 2524
ผ้แู ตง่ อศั ศริ ิ ธรรมโชติ
อศั ศริ ิได้นาเค้าโครงบทกวชี ื่อ “เพลงขลยุ่ เหนือทงุ่ ข้าว” ในหนงั สือชดุ “เพียงความเคล่อื นไหว” ของเนาวรัตน์
พงษ์ไพบูลย์ มาจินตนาการกบั เหตกุ ารณ์ตอ่ ส้ทู างการเมอื งยคุ 14 ตลุ าคม พ.ศ.2516 ซงึ่ คาวา่ “ขนุ ทอง” หมายถึง เหลา่
ปัญญาชนคนหน่มุ สาว ซึ่งบ้างกส็ ญู หาย บ้างเสยี ชีวิต บ้างก็กลบั มาพร้อมกบั อดุ มการณ์เตม็ ยา่ ม ขณะท่ีอีกไมน่ ้อยกลบั มา
เป็น “คนใหม่ ”
แตใ่ นห้วงที่อศั ศริ ิเขียนนนั้ สถานการณ์ยงั ไมค่ ลค่ี ลาย ยังไมร่ ู้วา่ ปัญญาชนคนหน่มุ สาวสว่ นหนงึ่ หายไปไหน สงิ่ ที่
ฟ้ องร้องออกมายอ่ มพงุ่ เป้ าไปหาผ้กู มุ อานาจทางการเมืองไว้นน่ั เองเรื่องสนั้ ของอศั ศริ ิมีเนือ้ ความกระชบั ลกั ษณะเดน่ คอื
การใช้ภาษาที่รัดกมุ ไพเราะ บางชว่ งบางตอนราวกบั บทกวี เป็นเหตกุ ารณ์ทางการเมอื ง ประวตั ศิ าสตร์และสงั คม งาน
ของอศั ศริ ิไมใ่ ชง่ านฝันหวาน แตเ่ ป็นงานกอ่ ให้เกิดความคดิ ความรู้สกึ ใหมๆ่ ความจริง ความปลอม ความเงียบ ความ
สงสยั ซึง่ ล้วนเป็นพลงั ในอาณาจกั รวรรณกรรมของเรา ถือเป็นงานเขียนท่ีทรงคณุ คา่ อย่างยง่ิ
คาพพิ ากษา
หนงั สอื ซีไรต์ (นวนิยาย) ปี 2525
ผ้แู ตง่ ชาติ กอบจติ ติ
ตวั เอกของเรื่องคอื ฟัก ลกู ของตาฟู สปั เหร่อ เม่อื ตาฟตู าย สมทรงเมยี ตาฟู แมเ่ ลยี ้ งของฟักกลายเป็นแมม่ ่ายยงั
สาวท่ีไมค่ อ่ ยจะเตม็ เตง็ ฟักเลยต้องดแู ลแทนพอ่ จนถกู กลา่ วหาวา่ ฟักได้กบั แมเ่ ลยี ้ ง ทงั้ ที่ฟักเป็นคนดีมีศีลธรรม ไมไ่ ด้ทาชว่ั
ดง่ั ท่ีถกู กลา่ วหา แตด่ ้วยความที่ฟักเป็นคนต่าต้อยไมไ่ ด้มีหน้ามตี าในสงั คม สง่ ผลให้ฟัก ต้องติดคกุ ถกู สงั คมรังเกียจ
สดุ ท้ายเขาต้องการจะเป็นอสิ ระจากข้อกล่าวหาของสงั คม อสิ ระที่วา่ นนั่ กค็ อื ความตายนน่ั เอง “คาพพิ ากษา” เป็นการสง่
สารที่รุนแรงมายงั ผ้อู า่ น ทาให้สถานะความเป็นมนษุ ย์สนั่ คลอน เป็นงานท่ีแสดงถงึ ภาวะของมนษุ ย์ในสภาพจนตรอกตอ่
สงิ่ ตา่ งๆ ได้ดีที่สดุ เหมอื นตวั ละครท่ีตกเป็นเบยี ้ ล่าง เป็นผ้แู พ้ และถกู กดทบั ด้วยตวั ละครที่เป็นกลไกทางสงั คม ไมว่ า่ เร่ือง
นนั้ จะมีมลู ความจริงหรือไมก่ ็ตาม ทาให้ผ้ไู ด้รับคาตดั สนิ ต้องพบกบั ความทกุ ข์ทรมานทงั้ ร่างกายและจิตใจ
นาฏกรรมบนลานกว้าง
หนงั สือซีไรต์ (กวนี พิ นธ์) ปี 2526
ผ้แู ตง่ คมทวน คนั ธนู
กวนี ิพนธ์เนือ้ หาเกาะเกี่ยวกบั อย่กู บั เหตกุ ารณ์ทางการเมืองในช่วง 14 ตลุ าคม พ.ศ 2516 ถงึ 6 ตลุ าคม พ.ศ.
2519 บทกวขี องคมทวนมีทงั้ ปลกุ เร้า เรียกร้อง ตีแผ่ ให้กาลงั ใจ วพิ ากษ์วจิ ารณ์สงั คมอย่างรุนแรง ดดุ นั เสนอทรรศนะของ
ตนเองตอ่ เหตกุ ารณ์ทางการเมอื งในสมยั นนั้ ด้วยบทกวีนาฏกรรมบนลานกว้าง เป็นการรวมบทกวกี ารเมืองโดยแท้ ไมว่ า่ จะ
อา่ นสานวนใด จะได้สมั ผสั ทรรศนะอนั เผด็ ร้อนของผ้เู ขียน ผา่ นลีลาการเขียนที่ดดุ นั ดเุ ดือด กระตกุ กระต้นุ ความฮกึ เหมิ
ด้วยสร้อยสานวนอนั เป็นเอกลกั ษณ์และแพรวพราวไปด้วยชนั้ เชิงทางวรรณศลิ ป์
ซอยเดียวกนั
หนงั สอื ซีไรต์ (รวมเรื่องสนั ้ ) ปี 2527
ผ้แู ตง่ วาณิช จรุงกิจอนนั ต์
รวมเร่ืองสนั้ 15 เร่ืองของ และบทกวี 1 ชดุ ของ วาณิช จรุงกจิ อนนั ต์ มเี นือ้ หาสะท้อนสงั คมอยา่ งชดั เจน
ตรงไปตรงมา มกี ารเสียดชีวติ ในเมืองหลวง ทงั้ ผ้คู นที่เห็นแก่ตวั การดถู กู เหยียดหยามซึง่ กนั และกนั ความวนุ่ วายตา่ งๆ
ซอยเดียวกนั เป็นหนงั สือท่ีวาณิชตงั้ ใจเขียนขนึ ้ มาเป็นอยา่ งมาก เขาเคยกลา่ ววา่ “ผมเขียนหนงั สอื รวมพิมพเ์ ป็ นเลม่ มาแล้ว
หลายเลม่ แตก่ ลา่ วได้วา่ เลม่ ที่ทาให้ผมรู้สกึ วา่ เป็นนกั เขียนโดยสมบรู ณ์คอื เลม่ นี ้เลม่ ที่ให้ช่ือวา่ ซอยเดยี วกนั นี”้
ซอยเดยี วกนั ได้รับความนิยมจากคนอ่าน ไมว่ า่ จะเป็น นกั เรียน นกั ศกึ ษา ครูอาจารย์ และนกั เขยี น ในบางทรรศนะของ
นกั เขยี นรุ่นใหมถ่ ึงกบั ยอมรับซอยเดียวกนั วา่ เปรียบเสมือนครูบาอาจารย์ของการสร้างสรรคผ์ ลงานในสมยั นนั้ เน่ืองจากมี
กลวธิ ีการเขยี นที่แปลกใหม่ มีความเหมาะสมกบั เนือ้ เรื่อง มคี ณุ คา่ ทางวรรณศลิ ป์ อยา่ งแท้จริง
ปนู ปิดทอง
หนงั สอื ซีไรต์ (นวนยิ าย) ปี 2528
ผ้แู ตง่ กฤษณา อโศกสนิ
นวนยิ ายปนู ปิดทองกลา่ วถึงคนสองคน สองเมืองและบาลี ทงั้ คเู่ กดิ มาในครอบครัวที่พอ่ แมห่ ย่าร้าง เมอ่ื ทงั้ คโู่ ต
เป็นผ้ใู หญ่ บาลีได้ศกึ ษาปัญหาที่เกดิ ขนึ ้ ในวยั เดก็ และชกั จงู ให้สองเมืองลมื ความขมข่นื ใจที่เคยเกิดขนึ ้ ทาให้สองเมอื งเกดิ
ความรักตอ่ บาลี และทงั้ คกู่ ็มนั่ ใจว่าชีวติ พวกเขาทงั้ สองจะไมเ่ หมือนกบั ที่พอ่ กบั แมข่ องตนเคยเป็นทงั้ คสู่ ามารถเป็นพอ่ แมท่ ่ี
เป็นตวั อย่างที่ดีได้ ไมใ่ ชเ่ ป็นเพียงรูปหลอ่ ปนู ที่ปิดด้วยทอง ซง่ึ ไมไ่ ด้มีคา่ อะไร
“ปนู ปิดทอง” นวนิยายที่กฤษณา อโศกสนิ กระเทาะคราบทองของผ้เู ป็นพอ่ แม่ เก่ียวกับปัญหาของครอบครัวไทยในสงั คม
ใหญ่ การเลยี ้ งดทู ่ีขาดความอบอนุ่ ขาดความรัก สง่ ผลตอ่ เดก็ ท่ีเตบิ โตมา เป็นนวนิยายที่สร้างสรรค์เนือ้ เรื่องให้เห็นคณุ คา่
ของความเป็นมนษุ ย์ ด้วยความงดงามของชีวติ โดยใช้ความเลวร้ายมาเปรียบเทียบ ทาให้เกิดความเข้าใจที่ดีร่วมกนั
ปณิธานกวี
หนงั สอื ซีไรต์ (กวีนิพนธ์) ปี 2529
ผ้แู ตง่ องั คาร กลั ยาณพงศ์
ปณิธานกวี เป็นหนงั สือรวมกวีนพิ นธ์ของ องั คาร กลั ยาณพงศ์ เป็นบทกวีท่ีมีเอกลกั ษณ์สวยงาม มีลกั ษณะ
เฉพาะตวั เหมอื นกบั ตวั ผ้เู ขยี นท่ีมนี สิ ยั รักธรรมชาติ รักอิสระเสรี ศรัทธาในพระธรรม บทประพนั ธ์ทกุ บท จะสะท้อนชีวติ
วญิ ญาญ คตชิ ีวติ ปรัชญาและสจั ธรรม ด้วยกลวธิ ีศลิ ปะการร้อยกรองอนั งดงามชาญฉลาดปณิธานกวีของ
องั คาร กลั ยาณพงศ์ เป็นกวนี ิพนธ์ท่ีมีลกั ษณะแตง่ เป็นโคลง กลอนและกาพย์ เป็นงานท่ีเต็มไปด้วยคณุ คา่ ทางวรรณศลิ ป์
เพราะมีความเดน่ ในการสรรใช้คา ทาให้เกดิ จินตนาการลกึ ซงึ ้ และกว้างขวาง กลวธิ ีการประพนั ธ์มีลกั ษณะเฉพาะตวั
ประสานขนบเกา่ กบั ทศั นคตทิ ี่มีตอ่ สงั คมในยุคสมยั นนั้ ได้อยา่ งแนบเนียน
ก่อกองทรำย
หนงั สอื ซีไรต์ (รวมเร่ืองสนั ้ ) ปี 2530
ผ้แู ตง่ ไพฑรู ย์ ธญั ญา
เร่ืองสนั้ ชดุ ก่อกองทราย สะท้อนปัญหาและแง่มมุ ตา่ งๆ ของชีวติ ในหลายเร่ือง แสดงให้เหน็ ถงึ ชีวติ และธรรมชาติ
ของมนษุ ย์ที่เป็นสากล ดงั เชน่ มนษุ ย์ทัว่ ไปในโลกพงึ จะเป็น และในขณะเดยี วกนั ก็มีสสี นั ของท้องถ่นิ และความเป็นไทย ทงั้
ในด้านถ้อยคาและการใช้ฉากอนั เป็นท้องเรื่องอย่างความเช่ือท้องถนิ่ ของชาวบ้าน การเลา่ เร่ืองท่ีแสดงให้เหน็ ถึงสจั ธรรม
ชีวติ อย่างชดั เจนผลงานของไพฑูรย์โดดเดน่ ด้านการใช้ภาษา ภาษามีความงดงาม ไมว่ า่ จะบรรยายอารมณ์ความรู้สกึ ฉาก
หลงั หรือตวั ละคร สามารถเรียบเรียงออกมาให้ผ้อู ่านเห็นภาพจน์ เหน็ ถงึ ความประณีตบรรจง ซง่ึ ไพฑรู ย์ใช้พนื ้ ฐานมาจาก
การเป็นครูสอนภาษาไทย และเคยผา่ นงานบทกวีมากอ่ น
ตล่งิ สูงซุงหนัก
หนงั สือซีไรต์ (นวนิยาย) ปี 2531
ผ้แู ตง่ นิคม รายยวา
ตวั เอกของเร่ืองคอื คางาย หน่มุ ใหญ่ที่มคี วามรักและผกู พนั กบั ช้างช่ือ พรายสดุ ซึง่ เตบิ โตและเลน่ ด้วยกนั มา
ตงั้ แตเ่ ดก็ ๆ พอเตบิ โตขนึ ้ มาทงั้ สองจงึ เปรียบเสมอื นคนๆ เดยี วกนั จนชาวบ้านถงึ กบั เอ่ยปากวา่ “เห็นคางายที่ไหน กเ็ ห็น
พลายสดุ ที่นน่ั แหละ”
ตลงิ่ สงู ซุงหนกั เป็นเรื่องของคนผ้แู สวงหาความหมายและคณุ คา่ ของการมชี ีวติ เราต้องหาเอง ในขบวนการ
แสวงหานนั้ คนเรามวั แตร่ ักษาซากท่ีไมม่ ีชีวติ ไมเ่ คยรักษาชีวติ ท่ีอย่ใู นซากเลย คนเราเกดิ ครัง้ เดียวตายครัง้ เดียว ดงั นนั้
ความหมายท่ีแท้จริงของชีวติ อย่ทู ี่การดารงอยู่ ความเข้าใจตอ่ ธรรมชาติ มิใชเ่ งนิ ตราหรือวตั ถุ ท่ีคนในสมยั นีม้ กั สะสมไว้เตม็
บ้านเตม็ เมอื ง
ใบไม้ท่ีหำยไป
หนงั สอื ซีไรต์ (กวนี พิ นธ์) ปี 2532
ผ้แู ตง่ จริ ะนนั ท์ พติ รปรีชา
จิระนนั ท์ พติ รปรีชา เคยเป็นอดตี แกนนานกั ศกึ ษา ร่วมโครงการสง่ เสริมประชาธิปไตยของศนู ย์สง่ เสริม
ประชาธิปไตย (ศสป.) ในชว่ งเหตกุ ารณ์ 14 ตลุ าคม พ.ศ 2516 เธอได้มีบทบาทในการแตง่ คาประพนั ธ์เพ่อื อ่านบนเวทีการ
ชมุ นมุ เรียกร้องสทิ ธิเสรีภาพของผ้ใู ช้แรงงานและกล่มุ สตรีตา่ งๆ ในยคุ ที่ประชาธิปไตยเบง่ บาน และหลงั จากเกิด 6 ตลุ าคม
พ.ศ. 2519 ต้องหนีเข้าป่ าไปเข้าร่วมกบั พรรคคอมมวิ นิสต์แหง่ ประเทศไทย โดย จิระนนั ท์ พติ รปรีชา มชี ่ือท่ีใช้เรียกในป่ าวา่
สหายใบไม้ หลงั จากออกจากป่ ามา เธอได้เขยี นบนั ทึกชีวติ ของเธอตงั้ แตส่ มยั ท่ีเธอยงั ป็นนกั ศกึ ษาเป็นเชงิ กวนี ิพนธ์รวมเลม่
ออกมาจนกลายเป็นชื่อ ใบไม้ที่หายไป
สาระของบนั ทกึ นีม้ ที งั้ ความใฝ่ ฝัน ปรัชญาชีวติ และอดุ มการณ์ของคนหนมุ่ สาว และตวั ผ้เู ขยี นเองได้ปฏิบตั ติ าม
อดุ มการณ์นนั้ อย่างถึงท่ีสดุ จงึ ได้พบวา่ ทกุ ชีวติ เป็นไปตามกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ ดงั เช่น ชีวติ ของผ้เู ป็นแมน่ นั้ ไมเ่ พยี งแต่
กาหนดอนาคตของลกู เทา่ นนั้ หากรวมทงั้ ชีวติ ของตนเองและผ้ใู กล้ชิดอีกด้วย นอกจากนนั้ แล้วบทกวเี หล่านีย้ งั มีคณุ คา่ ใน
ด้านการปลกุ สานึกของสงั คมเกี่ยวกบั ฐานะและบทบาทใหมข่ องผ้หู ญิงอีกด้วย
อัญมณีแห่งชวี ติ
หนงั สอื ซีไรต์ (รวมเร่ืองสนั ้ ) ปี 2533
อญั มณีแหง่ ชีวติ เป็นหนงั สือรวมเรื่องสนั้ ท่ีผ้เู ขยี นได้มาจากประสบการณ์ของตนเอง จากคาบอกเลา่ เพ่ือให้
ทราบถึงมนษุ ย์ที่มีชีวติ จติ ใจ กเิ ลส อารมณ์ ความรัก ความกลวั และความชงิ ชงั สงิ่ เหลา่ นีจ้ ะจมอย่กู บั ตวั ละคร ในเร่ืองที่
ต้องเผชญิ กบั ความทกุ ข์ทงั้ ที่มองเหน็ และมองไม่เหน็ แตล่ ะเรื่องสะท้อนภาพสงั คม ปัญหาสงั คม ครอบครัวและปัญหาอนั
เป็นเรื่องของแตล่ ะคน คนใดคนหน่งึ ซ่ึงอาจล้มเหลว ผดิ หวงั หรือสมหวงั กไ็ ด้อญั ชนั เสนอแนวคดิ เหล่านีโ้ ดยใช้กล
ประพนั ธ์ที่แยบยลสอดคล้องกบั เนือ้ หา มลี ลี าเฉพาะตวั ที่ละเอียด ประณีต ลกึ ซงึ ้ และละเมยี ดละไม ภาษาท่ีใช้ให้
จนิ ตนาการชดั เจน สร้างบรรยากาศและอารมณ์หลากหลาย ทงั้ ออ่ นหวาน เศร้า กร้าวแกร่ง โหดร้าย แม้กระทง่ั สยอง และ
ให้เหน็ ถงึ วฏั จกั รแหง่ ชีวติ อนั เป็นสจั ธรรม
เจ้ำจนั ท์ผมหอม นิรำศพระธำตุอินทร์แขวน
หนงั สอื ซีไรต์ (นวนิยาย) ปี 2534
ผ้แู ตง่ มาลา คาจนั ทร์
นวนยิ ายพดู ถึงเจ้าหญิงล้านนา ภาษาที่ใช้สว่ นมากเป็นภาษาล้านนาเพือ่ ให้เข้ากบั เนือ้ เรื่อง แตผ่ ้เู ขยี นได้บอก
ความหมายของคาเหลา่ นนั้ ไว้ด้วย โครงเร่ืองเป็นเร่ืองของเจ้าหญิงที่ถกู บงั คบั ให้แตง่ งานกบั ชายที่ไมไ่ ด้รัก แตน่ างมคี วาม
ศรัทธาในองค์พระธาตอุ ินทร์แขวน นางจงึ เดนิ ทางไปนมสั การและอธิษฐานวา่ จะสมหวงั หรือไมส่ มหวงั ขอให้พระธาตแุ สดง
เหตใุ ห้จนกระทง่ั นางถงึ ท่ีหมาย นางจึงประจกั ษ์ถึงสจั ธรรมของชีวติ เหน็ ความแตกตา่ งระหวา่ งความจริงแท้กบั ภาพมายา
กอ่ นจะตดั สนิ ใจครัง้ สดุ ท้าย
จดุ เดน่ ของเรื่องนีอ้ ย่ทู ี่มาลา คาจนั ทร์ สามารถเล่าเร่ืองด้วยกลการประพนั ธ์หลากหลาย เช่น การประยกุ ตข์ นบวร
รณกรรมทงั้ เกา่ และใหมไ่ ด้อย่างผสมกลมกลืน การดาเนนิ เรื่องโดยใช้ขนบของนิราศและวรรณคดเี ก่าของล้านนามาสาน
สอดเหตกุ ารณ์ในเร่ือง ได้อยา่ งลงตวั และสวยงามแบบล้านนา
มือนัน้ สีขำว
หนงั สอื ซีไรต์ (กวีนิพนธ์) ปี 2535
ผ้แู ตง่ ศกั ดส์ิ ริ ิ มีสมสบื
หนงั สือ มอื นนั ้ สีขาว รวบรวมบทกวนี พิ นธ์ไทยสมยั ใหมข่ องศกั ดสิ์ ริ ิ มีสมสืบ ที่มีลกั ษณะสร้างสรรค์ทงั้ ความคดิ
และวธิ ีการนาเสนอที่โดดเดน่ มงุ่ แสดงอดุ มคตอิ นั เชดิ ชคู ณุ คา่ ความบริสทุ ธแ์ิ ละความมีนา้ ใจของมนษุ ย์ผา่ นบทกวที ี่พดู ถงึ
บคุ คลสมมตุ ิ ระหวา่ งวยั เดก็ อนั ไร้เดยี งสากบั ผ้ใู หญ่ท่ีถูกครอบนาจากกฏเกณฑ์ในสงั คม แตล่ ะบทสามารถตีความได้
กว้างขวาง ลกึ ซงึ ้ ด้วยกลการประพนั ธ์ท่ีเฉียบคม เข้ากบั ผ้อู า่ นได้ทกุ เพศทกุ วยั ศกั ดสิ์ ริ ิ มีสมสบื สรรค์สร้างฉนั ทลกั ษณ์ขนึ ้ มา
ใหม่ จากความรุ่มร่วยของฉนั ทลกั ษณ์ไทยแตเ่ ดมิ มรี ูปแบบเป็นธรรมชาตสิ อดคล้องกบั เนือ้ หา คาท่ีสรรใช้เป็นคางา่ ย เรียง
ร้อยอยา่ งมจี งั หวะ สร้างลานาอนั ทรงพลงั ให้จนิ ตภาพท่ีชดั เจน สอ่ื ความคดิ ของกวี กระทบอารมณ์และเร้าความคดิ ของ
ผ้อู า่ น ให้ผ้อู ่านเหน็ วา่ โลกอาจสงบงดงามได้ด้วยนา้ ใจอนั บริสทุ ธิข์ องมนษุ ย์ด้วยกนั เอง
ครอบครัวกลำงถนน
หนงั สอื ซีไรต์ (รวมเร่ืองสนั ้ ) ปี 2536
ผ้แู ตง่ ศลิ า โคมฉาย
รวมเรื่องสนั้ สะท้อนชีวติ ของชนชนั้ กลางในเมืองกรุง ท่ีต้องพยายามดนิ ้ รนตอ่ ส้กู บั สภาพความเป็นอย่แู บบปากกดั
ตีนถีบ ดนิ ้ รนจากการบีบคนั้ ในการทามาหากนิ การแขง่ ขนั ในชนั้ เชิงธรุ กจิ ไปจนถงึ การจราจรท่ีแสนติดขดั ฉายภาพกว้าง
ให้เหน็ ถงึ ชะตากรรมท่ีคนในเมอื งจะต้องเผชิญร่วมกนั พร้อมกบั ถา่ ยทอดความคดิ ประชดประชนั สงั คมอยา่ งรุนแรงศลิ า
โคมฉาย ใช้ความหลกั แหลมแยบยล สรรคส์ ร้างผลงานขนึ ้ มาจากความเข้าใจชีวติ และสงั คมรอบตวั โดยมีลีลาการเขยี นท่ี
สมบรู ณ์ ด้วยกลวิธีทางวรรณศลิ ป์ ใช้สานวนโวหารในการสร้างบรรยากาศและจนิ ตภาพ ทาให้ผ้อู า่ นสามารถสมั ผสั
อารมณ์ ความรู้สกึ นกึ คดิ ของตวั ละครได้อย่างลกึ ซงึ ้
เวลำ
หนงั สือซีไรต์ (นวนิยาย) ปี 2537
ผ้แู ตง่ ชาติ กอบจิตติ
เร่ือง “เวลา” นาเสนอเร่ืองราวของคนแก่ในสถานสงเคราะห์คนชรา โดยหยบิ เอาธรรมชาตขิ องคนขหี ้ ลงขลี ้ มื และ
ขเี ้หงามาบอกกลา่ ว ด้วยกลวธิ ีการเขยี นแบบใหมค่ อื เทคนิคของภาพยนตร์ ผสมกบั การนาเสนอแบบละครเวที ซึ่งแรง
บนั ดาลใจในการเขยี นเร่ืองนีข้ อง ชาติ มาจากตอนที่ไปดลู ะครเวทีของนกั ศกึ ษากลมุ่ หนง่ึ ที่กาลงั ลาโรง โดยนกั วจิ ารณ์ใน
สมยั นนั้ กลา่ ววา่ เป็นละครเวทีที่นา่ เบอ่ื ท่ีสดุ ในรอบปี และเป็นละครเวทีท่ีเก่ียวกบั คนแก่ในบ้านพกั คนชรา ทงั้ ๆ ที่กลมุ่
ผ้สู ร้างเป็นเพยี งนกั ศกึ ษาท่ียงั เรียนไมจ่ บด้วยซา้
ชาติ กอบจิตติ ได้เสนอเร่ืองราวที่มีความสร้างสรรค์ ใช้กลวธิ ีใหมๆ่ ประสมประสานสื่อระหว่างศลิ ปะของ
ภาพยนตร์ละครและวรรณศลิ ป์ ได้อยา่ งกลมกลืน โดยเสนอผา่ นสายตาและความคดิ ของผ้ดู ลู ะครคนหนึ่งซง่ึ เป็นนกั สร้าง
ภาพยนตร์ กลวธิ ีนีท้ าให้การดาเนนิ เร่ืองนา่ สนใจ มองได้หลายแงม่ มุ ตวั ละครมีลกั ษณะเดน่ มีสีสนั และมีชีวติ ชีวา สารของ
เร่ืองนีจ้ งึ มพี ลงั กระทบผ้อู ่านให้ตระหนกั ถงึ ความวา่ งเปลา่ ของชีวติ ที่มนษุ ย์หลงยดึ ตดิ อยู่
ม้ำก้ำนกล้วย
หนงั สอื ซีไรต์ (กวนี ิพนธ์) ปี 2538
ผ้แู ตง่ ไพวรินทร์ ขาวงาม
“ม้าก้านกล้วย” เป็นนิราศแรมร้างจากฝันของมนษุ ย์ร่วมสมยั ที่ต้องผจญกบั ความเปลย่ี นแปลงอนั รวดเร็ว
หลากหลาย มนุษย์ผ้ตู ้องรับสภาพความเสอื่ มสลายของอดุ มคตเิ ดมิ แตม่ นษุ ย์ยอ่ มมีปัญญาอนั เข้มแขง็ พอท่ีจะผา่ นวนั
เวลาอนั เจบ็ ปวดเหลา่ นี ้และใช้ความฝันของตนสร้าง “อดุ มคติ” ใหมอ่ นั งดงามกวา่ เดมิ ขนึ ้ มา
บทกวนี พิ นธ์ไทยร่วมสมยั ในม้าก้านกล้วยยงั สะท้อนให้เหน็ ถงึ พลงั ชีวติ และจติ ใจของคนชนบทเข้าสเู่ มอื ง ด้วย
ความใฝ่ ฝันและความหวงั ถึงชีวติ ท่ีดีกวา่ และได้กลายเป็นพลงั อนั สาคญั สร้างสรรค์สงั คม ซงึ่ แม้คนชนบทจะพบกบั ชีวติ
แปลกแยกในสงั คม แตค่ วามผกู พนั โหยหาชีวติ ในถ่ินเดิมกเ็ ป็นพลงั ให้คนชนบทมีชีวติ ยืนหยดั อย่ไู ด้
แผ่นดนิ อ่ืน
หนงั สือซีไรต์ (นวนิยาย) ปี 2539
ผ้แู ตง่ กนกพงศ์ สงสมพนั ธ์ุ
เร่ืองสนั้ มีเนือ้ หาเข้มข้น เตม็ ไปด้วยเลือดเนือ้ จติ วญิ ญาญ มีกลน่ิ อายบรรยากาศของท้องถนิ่ สะท้อนปัญหาชีวติ
สงั คมถงึ ในระดบั ปัจเจกบคุ คล ครอบครัวและสงั คม นาเสนอวถิ ีชีวติ ท่ีหลากหลายด้วยแนวชาตนิ ิยม สะท้อนชีวิต ความเช่ือ
คณุ คา่ และคตนิ ิยมพนื ้ ถิน่ อยา่ งลกึ ซงึ ้ และแหลมคม ให้เหน็ วา่ แม้ในสงั คมตา่ งวฒั นธรรม ตา่ งความเชื่อ มนษุ ย์ก็สามารถอยู่
ร่วมกนั ได้ด้วยไมตรีสมั พนั ธ์
กนกพงศ์ สงสมพนั ธ์ุ ดาเนินเรื่องด้วยกลวธิ ีการเขียนที่ดงึ ดดู ความสนใจของผ้อู า่ น ให้ใคร่รู้ใคร่ตดิ ตาม และ
นาไปสจู่ ดุ หมายท่ีเป็นเอกภาพ โดยไมล่ ะเลยท่ีจะสอดแทรกปัญหาและแง่มมุ ของชีวติ แผน่ ดนิ อ่ืนเป็นการบนั ทึกความ
ขดั แย้งของสงั คมในอดตี ทงั้ ในแง่การเมอื ง เศรษฐกจิ และวฒั ธรรม รวมถงึ ปัญหาของสงั คมร่วมสมยั
ประชำธิปไตยบนเส้นขนำน
หนงั สอื ซีไรต์ (นวนยิ าย) ปี 2540
ผ้แู ตง่ วนิ ทร์ เลยี ววาริณ
นวนยิ ายองิ ประวตั ศิ าสตร์ โดยมีท้องเรื่องและเหตกุ ารณ์ในชว่ งเวลา 60 ปี ของระบอบการเมอื งการปกครองที
เรียกกนั วา่ “ประชาธปิ ไตย” วนิ ทร์ เลียววาริณ ใช้จินตนาการสร้างตวั ละครเอกขนึ ้ สองตวั โดยกาหนดให้ตวั ละครตวั หน่งึ
อยใู่ นระบบและตวั ละครอีกตวั น่งึ อยนู่ อกระบบ ซง่ึ ตวั ละครทงั้ สองตา่ งตอ่ ส้เู พื่อประชาธิปไตยตามอดุ มการณ์ของตน
ภายในกรอบจากดั และเง่ือนไขของสงั คม
วนิ ทร์ เลยี ววาริณ ใช้ชนั้ เชิงทางวรรณศลิ ป์ เรียงร้อยเหตกุ ารณ์และบคุ คลจริงอยา่ งผสมผสานกลมกลนื ผา่ น
ความคิดคานงึ และบทสนทนาของสองตวั ละครเอก ผ้เู ป็นเสมือนตวั แทนของคนในชาติ ท่ีได้รับผลกระทบจากความผนั ผวน
ทางการเมอื ง ตงั้ แตเ่ ริ่มการเปลี่ยนแปลงการปกครองจนถงึ ปัจจบุ นั
ในเวลำ
หนงั สือซีไรต์ (กวนี ิพนธ์) ปี 2541
ผ้แู ตง่ แรคา ประโดยคา
เนือ้ หาของบทกวี บรรยายถงึ ภาวะภายในของคนเม่อื เผชิญกบั สงิ่ เร้ารอบๆ ตวั แล้วมีการตอบสนอง “ในเวลา”
เร่ิมต้นด้วยเวลาคา่ ตามมาด้วยเวลาดกึ สาย บา่ ย เยน็ แล้วจบลงด้วยเวลาพลบค่าอีกครัง้ เทียบเวลาวนั หนงึ่ เปรียบเทียบ
กบั ช่วงชีวติ ของคนท่ีผา่ นช่วงเวลาตา่ งๆ ร้อนหนาวเชน่ กบั ดวงอาทิตย์ เร่ิมตอนรุ่งอรุณสเู่ ที่ยงจนถงึ เวลาเย็นแล้ว “ดบั แล้ว
ลาสารพดั ” ในเวลาคา่ หนงั สือรวมบทกวนี ิพนธ์ ในเวลา แสดงความคดิ เหน็ ได้อยา่ งหลกั แหลม ด้วยเนือ้ หาหลากหลาย โดย
กวีสามารถจบั จงั หวะลลี าของโคลง ฉนั ท์ กาพย์ กลอน ร่ายมาเรียงร้อยให้เห็นถงึ ความเชี่ยวชาญของกวอี ยา่ งช่าชอง สร้าง
จินตภาพกระทบอารมณ์และให้ความรู้สกึ ลกึ ซงึ ้ แกผ่ ้อู ่าน
ส่งิ มีชีวติ ท่ีเรียกว่ำคน
หนงั สือซีไรต์ (รวมเรื่องสนั ้ ) ปี 2542
ผ้แู ตง่ วนิ ทร์ เลยี ววาริณ
รวมเรื่องสนั้ สงิ่ มีชีวติ ที่เรียกวา่ คน ของ วนิ ทร์ เลียววารริณ เขียนเชิงวเิ คราะถงึ ความเป็นมนษุ ย์ท่ีมีพฤตกิ รรมและ
สญั ชาตญาณที่แตกตา่ งกนั ทงั้ ในแงค่ วามรู้สกึ อปุ นสิ ยั ความต้องการ โดย วนิ ทร์ เลียววาริณ ต้องการจะสื่อให้เห็นถงึ สง่ิ ท่ี
หลอ่ หลอมคนเรามาตงั้ แตเ่ ดก็ และสง่ ผลมาจนถงึ ตอนเตบิ โตเป็นผ้ใู หญ่ ทงั้ จากปัจจยั ภายนอกและภายในตามสภาวะของ
ธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อมทางสงั คมงานเขยี นชดุ นีม้ สี องสว่ นคอื บทความและเรื่องสนั้ ซึง่ ตา่ งเสริมซ่ึงกนั และกันอยา่ ง
กลมกลนื มีเอกภาพ นบั เป็นมิตใิ หมข่ องงานเขยี นร่วมสมยั แตย่ งั คงเป็นศลิ ปะของความเป็นเรื่องสนั้ ท่ีสามารถส่อื เรื่องราว
และความคดิ ท่ีซบั ซ้อนลกึ ซงึ ้ ด้วยอรรถรสที่สร้างอารมณ์และความรู้สกึ ให้กบั ผ้อู ่านได้ชดั เจน
อมตะ
หนงั สอื ซีไรต์ (นวนยิ ายซีไรต์) ปี 2543
ผ้แู ตง่ วมิ ล ไทรนิ่มนวล
“อมตะ” เป็นนวนิยายที่นาเสนอประเดน็ ววิ าทะระหวา่ งศาสนากบั วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศีลธรรมกบั สญั
ชาตญาญเถ่ือน เป็นแกน่ หรือแกนหลกั และยงั มีประเดน็ รองๆ อีกหลายเรื่อง เช่นความรักกบั ความแค้น ธรุ กจิ การค้ากบั
ความเป็นมนษุ ย์ การตอ่ ส้กู ับการยอมจานน อสิ รภาพกับการจองจา ทงั้ ในระดบั กายและจติ วญิ ญาญ ตลอดจนอีกหลาย
ประเดน็ ท่ีล้วนท้าทายความคดิ อย่างย่งิ จดุ เดน่ ของนวนิยายอมตะ คือ การท่ีผ้เู ขยี นสามารถนาประเดน็ ที่คาดการณ์วา่ จะ
เป็นปัญหาความขดั แย้งในอนาคต มาผกู เรื่องและสร้างตวั ละครที่เปรียบเสมอื นตวั แทนทางความคดิ ความเช่ือได้อย่าง
ชดั เจน เป็นรูปธรรม เพมิ่ สีสนั ด้วยกลวธิ ีเสียดสแี ละวพิ ากษ์วจิ ารณ์สงั คม สร้างความสะเทือนใจและกระต้นุ ให้ตระหนกั ถึง
ปัญหาท่ีมนษุ ยชาตเิ ผชญิ ร่วมกนั ท้าทายให้ขบคดิ วา่ อะไรคือความเป็นมนษุ ย์ อะไรคอื ความเป็นอมตะ
บ้ำนเก่ำ
หนงั สอื ซีไรต์ (กวนี พิ นธ์) ปี 2544
ผ้แู ตง่ โชคชยั บณั ฑติ ’
รวมบทกวี บ้านเกา่ ของ โชคชยั บณั ฑิต’ เรียงร้อยจากประสบการณ์และสงิ่ ธรรมดาสามญั รอบตวั ซ่งึ คนทวั่ ไป
อาจมองข้าม ด้วยสมั ผสั ท่ีละเอียดออ่ น จากมมุ มองเฉพาะตวั ที่โดดเดน่ โดยมภี าพ “บ้านเก่า” ซ่งึ แสดงถึงวถิ ีชีวติ ดงั้ เดมิ
เป็นพนื ้ ฉาก เก่ียวกบั กระแสบริโภคนยิ มและเทคโนโลยีสมยั ใหม่ ที่รุกเข้ามาลบภาพ “บ้านเกา่ ” ไปทีละน้อยบทกวีนิพนธ์
“บ้านเก่า” มีความโดดเดน่ ในกลวธิ ีทางวรรณศลิ ป์ โดยเฉพาะการนาสง่ิ ตรงกนั ข้าม รือคล้ายคลงึ มาเช่ือมโยงทาบเทียบกนั
และด้วยนา้ เสียงที่อ่อนโยนกบั ท่าทีท่ีท้าทายความคดิ ของผ้อู ่าน สามารถส่ือสง่ิ ท่ีกวีต้องการจะถา่ ยทอดได้อยา่ งชดั เจน
ควำมน่ำจะเป็ น
หนงั สอื ซีไรต์ (รวมเร่ืองสนั ้ ) ปี 2545
ผ้แู ตง่ ปราบดา หย่นุ
ความน่าจะเป็น รวมเรื่องสนั้ ที่แสดงความคิดของคนรุ่นใหมท่ ี่มีมมุ มองตอ่ โลกแตกตา่ งจากคนทว่ั ไป ซง่ึ ปราบดา
ใช้หลกั การ ทางคณิตศาสตร์ สถติ ศิ าสตร์ การเงิน การพนนั วทิ ยาศาสตร์ มารวมกบั ความสร้างสรรคท์ างการเขยี นของเขา
จนกลายมาเป็นเร่ืองสนั้ ที่ตงั้ คาถามตอ่ สงั คมในหลายแงม่ มุ ซงึ่ คนสว่ นมากมกั ไมส่ ามารถหาคาตอบได้ หนงั สือของปราบ
ดาจึงเปรียบเสมอื นตวั แทนทางความคดิ ของคนรุ่นใหม่ในสงั คมความน่าจะเป็น สามารถแสดงความสร้างสรรคใ์ นการนา
เร่ืองที่ไมน่ ่าจะเป็นเรื่อง มาเขยี นให้เป็นเรื่องที่น่าขบคดิ หรือตงั้ คาถามโดยไมใ่ ห้คาตอบ เรื่องสนั้ ในหนงั สอื ความน่าจะเป็นนี ้
มลี ลี าและกลวธิ ีการเขยี นเฉพาะตวั และมคี วามหลากหลายแปลกใหมใ่ นด้านกลวธิ ีและขนบวรรณศลิ ป์ นอกจากนีย้ งั มี
ความโดดเดน่ ในด้านการเลน่ กบั ภาษาอยา่ งมีรากฐานทางวฒั ธรรม
ช่ำงสำรำญ
หนงั สือซีไรต์ (นวนิยาย) ปี 2546
ผ้แู ตง่ เดอื นวาด พมิ วนา
นวนยิ ายแสดงภาพชีวติ ของเดก็ บ้านแตกคือเดก็ ชาย กาพล ช่างสาราญ ที่ถกู ทอดทงิ ้ ให้อย่ใู นชมุ ชนห้องแถวคณุ
แมท่ องจนั ทร์เพราะแมม่ ชี ู้ พอ่ หอบน้องหนีเงียบหายไป กาพลต้องกลายเป็นเดก็ จรจดั อย่อู ย่างไร้สาระและไร้ความหวงั แต่
เพราะความเอือ้ อาทรของชาวบ้าน เขาจึงไมต่ ้องเร่ร่อนไปไหน คอยอาศยั เข้าบ้านโน้นออกบ้านนี ้มีผ้ปู กครองหลายคน
เปรียบเสมือนภาพจาลองของชมุ ชนมนษุ ย์บนโลกกลมๆ ผา่ นชีวติ ของเดก็ ชายธรรมดาคนหน่งึ เสน่ห์ของเรื่องชา่ งสาราญ
อย่ทู ี่ความช่างคดิ ชา่ งค้นของผ้เู ขยี น นาเอาเหล่ียมมมุ ต่างๆ มาร้อยเรียงใหม่ ทาให้นา่ อ่านน่าตดิ ตาม ความเป็นเรื่องเป็น
ราวของสงั คมไทย ที่แสดงออกถงึ ความไมแ่ ล้งนา้ ใจ และความเอือ้ อาทรท่ีมีตอ่ กนั เพราะแท้จริงแล้วมนษุ ย์มคี วามดคี วาม
งามซ่อนอยู่ และไมใ่ ช่เร่ืองยาก ท่ีมนษุ ย์จะทาให้โลกเกิดสนั ตสิ ขุ เกิดสงั คมอดุ มคตไิ ด้สกั วนั หน่ึง
แม่นำ้ รำลกึ
หนงั สือซีไรต์ (กวีนิพนธ์) ปี 2547
ผ้แู ตง่ เรวตั ร์ พนั ธ์พุ พิ ฒั น์
กวนี พิ นธ์ แมน่ า้ ราลกึ ราลกึ ความหลงั ของชายชรา ที่ราลกึ ถงึ ชีวติ ในวยั เยาว์ ซง่ึ ราลกึ ย้อนผา่ นสถานที่ ผ้คู น
สรรพสงิ่ รอบตวั สามารถให้ภาพของการฟืน้ ความหลงั ได้อยา่ งงดงาม มีทงั้ สงิ่ ที่สร้างขนึ ้ มาจากจินตนาการและจาก
ประสบการณ์ของตวั เอง โดยในหนงั สือประกอบด้วยบทกวที ่ีเลา่ ถึง ความฝัน ความสขุ ความทกุ ข์ ในชว่ งเวลาตา่ งๆ
เหมือนนาชนิ ้ สว่ นภาพของชีวติ มาประตดิ ประตอ่ กนั อย่างสวยงามด้วยศลิ ปะการประพนั ธ์แตล่ ะบทมีความสมบรู ณ์ใน
ตวั เองและเรียงร้อยเป็นโครงเรื่องท่ีมีเอกภาพ มีภาพชีวติ วยั เยาว์เป็นบทนา ตอ่ ด้วยวยั ชราเป็นบทสง่ ท้าย ใช้วธิ ีหลากหลาย
ในการนาเสนอ ส่ือให้เห็นวา่ มนษุ ย์ล้วนมคี วามฝันต้องไขวค่ ว้า แตค่ วามหมายที่แท้จริง ของชีวติ กลบั อย่ทู ี่ประสบการณ์วยั
เยาว์อนั เป็นพลงั หลอ่ เลยี ้ งชีวติ ในปัจจบุ นั
เจ้ำหงญิ
หนงั สือซีไรต์ (รวมเร่ืองสนั ้ ) ปี 2548
ผ้แู ตง่ บนิ หลา สนั กาลาครี ี
เจ้าหงญิ เป็นการนาโลกในจินตนาการมาผสมกบั โลกความเป็นจริงได้อย่างลงตวั ในรูปแบบนิทาน โดยในเรื่องจะ
พดู ถงึ คณุ คา่ และการแสวงหาความสขุ ในชีวติ แตด่ ้วยความเขลาของมนษุ ย์จงึ ดนิ ้ รนและตกอย่ใู นห้วงมายา ในที่สดุ ผ้อู า่ น
จะได้รับรู้วา่ ในโลกของความเป็นจริงนนั้ มีหลายทางเลือกท่ีจะไปสวู่ ถิ ีชีวติ ท่ีเรียบง่ายและพอดรี วมเร่ืองสนั้ 8 เรื่องในเจ้า
หงิญอาจอ่านแยกกนั เป็นเร่ืองๆ แตด่ ้วยการเรียงร้อยเข้าด้วยกนั ทาให้เรื่องสนั้ แตล่ ะเรื่องกลายเป็นเรื่องสนั้ ในเร่ืองยาว เป็น
นิทานซ้อนนทิ านท่ีเร่ืองต้นกบั เรื่องท้ายมาบรรจบกนั อย่างแนบเนียน ด้วยการประพนั ธ์สร้างตวั ละครหลากหลาย ทงั้ คน
สตั ว์ สง่ิ ของ แบบนทิ านเปรียบเทียบที่อดุ มด้วยสสี นั รวมทงั้ การเลน่ คา โดยเฉพาะชื่อ “เจ้าหงญิ ” ที่สือ่ ความหลายนยั และ
อารมณ์ขนั มลี ลี าภาษาที่รุ่มรวยด้วยโวหาร เร้าจนิ ตนาการและความคดิ
ควำมสุขของกะทิ
หนงั สอื ซีไรต์ (นวนยิ าย) ปี 2549
ผ้แู ตง่ งามพรรณ เวชชาชีวะ
นวนยิ าย ความสขุ ของกะทิ เป็นเร่ืองของเดก็ หญิงคนหนึง่ ที่ใช้ชีวติ อยกู่ บั คนรอบข้าง กบั ยา่ ตา ยาย น้าและลงุ
แม้จะขาดพอ่ แม่ เลยี ้ งดใู กล้ชิดเหมอื นเดก็ อื่นๆ แตเ่ ธอก็อย่กู บั คนรอบข้างที่มคี วามรัก ความเมตตาให้อยา่ งบริสทุ ธิ์ใจ
ลกั ษณะความเป็นอยขู่ องกะทเิ หมือนกบั ชีวติ ชาวไทยสมยั กอ่ น เดก็ ๆ และคนเฒ่าคนแกไ่ มร่ ู้สกึ โดดเดย่ี ว ไมร่ ู้สึกเหงา
เพราะมีกจิ กรรมตา่ งๆ ให้ทาอย่ตู ลอดเวลา ตา่ งกบั วถิ ีชีวติ ของคนสมยั นี ้
ความสขุ ของกะทิ เป็นงานศลิ ปะท่ีสร้างสรรค์องคป์ ระกอบอย่างหมดจดงดงาม สอื่ แนวคดิ ซ่ึงเป็นที่เข้าใจได้
สาหรับคนอ่านหลากหลายไมว่ า่ อยใู่ นวยั และวฒั นธรรมใด เสนห่ ์ของนวนยิ ายเร่ืองนีอ้ ย่ทู ่ีกลวธิ ีการเลา่ เร่ืองที่คอ่ ยๆ เผยปม
ปัญหาทีละน้อยๆ ผา่ นมมุ มองของตวั ละครเอก ด้วยภาษารื่นรมย์ แฝงอารมณ์ขนั สอดแทรกความเข้าใจชีวติ ที่ตวั ละครได้
เรียนรู้ไปตามประสบการณ์ ความสะเทือนอารมณ์จะคอ่ ยๆ พฒั นาและดงิ่ ลกึ ในห้วงนึกคิดของผ้อู ่าน
โลกในดวงตำข้ำพเจ้ำ
หนงั สอื ซีไรต์ (กวนี พิ นธ์) ปี 2550
ผ้แู ตง่ มนตรี ศรียงค์
โลกในดวงตาข้าพเจ้า เป็นกวนี ิพนธ์ที่เล่าเรื่องราวของชุมชนเลก็ ๆ ด้วยภาษาแบบนกั กวี ด้วยการเลา่ เรื่องสลบั ไป
มา ผา่ น ความรู้สกึ ความนึกคดิ และความรัก เพือ่ ให้บทกวีมคี รบทกุ อารมณ์ เอกลกั ษณ์ของกวเี ลม่ นีอ้ ย่ทู ี่การปลอ่ ยวางตอ่
ความเป็นไปของโลกใบนี ้ซ่ึง มนตรี ศรียงค์ เขียนด้วยมมุ มองท่ีปราศจากการตดั สนิ จงึ มคี วามเคล่อื นไหวแบบนิ่งๆ และ
เป็นเอกภาพ พลางชวนผ้อู ่านให้คดิ ตามด้วยวา่ โลกในดวงตาข้าพเจ้า เป็นเช่นนี ้แล้วของผ้อู ่านละเป็นเช่นไรมนตรี ศรียงค์
ประจกั ษ์ในสาระของชีวติ จากการทางานและผ้คู นรายล้อม แล้วนามาถา่ ยถอดไว้ในบทกวไี ด้อยา่ งกลมกลืน มีชีวติ ชีวา มี
ศลิ ปะการนาเสนอการเลือกใช้คา และการเรียบเรียงลาดบั ภาพความคดิ ชนั้ เชิงทางวรรณศลิ ป์ ก่อให้เกดิ ความสะเทือน
อารมณ์และชวนคดิ
เรำหลงลืมอะไรบำงอย่ำง
หนงั สอื ซีไรต์ (รวมเร่ืองสนั ้ ) ปี 2551
ผ้แู ตง่ วชั ระ สจั จะสารสนิ
รวมเรื่องสนั้ เราหลงลมื อะไรบางอยา่ ง พดู ถงึ ความเปลี่ยนแปลงในด้านตา่ งๆ ของสงั คมเรา โดยเฉพาะสงั คม
ชนบท ที่ถกู สงั คมเมอื งเข้ามาแทนท่ี มีการนาเสนอภาพของการเมอื งท่ีสกปรก เต็มไปด้วยปัญหาและความขดั แย้ง ใน
เนือ้ หา วชั ระสจั จะสารสนิ ได้ตงั้ คาถามในฐานะปัญญาชนคนรุ่นใหมถ่ ึงสง่ิ ท่ีว่า ทกุ วนั นีเ้ราหลงลืมอะไรบางอย่างไปหรือ
เปลา่ เป็นงานเขยี นสะท้อนชีวติ และสงั คมในยคุ ท่ีโลกกาลงั เปล่ยี นแปลง ผ้เู ขียนชีใ้ ห้เห็นวา่ สงั คมปัจจบุ นั มนุษย์มีความ
ขดั แย้งตอ่ ส้แู ละแขง่ ขนั ในทางการเมอื ง สงั คมและวฒั นธรรม มนษุ ย์เปล่ียนไปตามโลก โดยรู้ตวั และไมร่ ู้ตวั จากความละ
เมียดละไมไปสคู่ วามหยาบกระด้าง จากคนที่มีนา้ ใจไปสคู่ วามเพกิ เฉยเย็นชา จากคนสงั คมเรียบงา่ ยไปสสู่ งั คมท่ีซบั ซ้อน
ขนึ ้ ในสภาพดงั กลา่ ว มนษุ ย์จงึ ตกอยใู่ นวงั วนแหง่ ความสบั สน
ลับแล,แก่งคอย
หนงั สือซีไรต์ (นวนยิ าย) ปี 2552
ผ้แู ตง่ อทุ ศิ เหมะมลู
ลบั แล,แกง่ คอย เป็นเรื่องที่เขยี นจากความทรงจาของ อทุ ิศ เหมะมลู เขาเกิดท่ี อาเภอแกง่ คอย จงั หวดั สระบรุ ี
ในนวนิยายเลา่ ผา่ นตวั ละครเดก็ ชาย วงศ์จเู จือ เดก็ หน่มุ ท่ีคกึ คะนอง มีนิสยั ตอ่ ต้านพอ่ เลยี ้ งของตวั เอง จนพอ่ เลยี ้ งทนไม่
ไหว ตดั สนิ ใจพา วงศ์เจือ ไปดดั นิสยั ในวดั กลางป่ าแห่งหนงึ่ ให้อยใู่ นความดแู ลของเจ้าอาวาสนวนยิ ายเรื่อง ลบั แล,แก่ง
คอย ของ อทุ ิศ เหมะมลู เสนอมติ อิ นั ซบั ซ้อนของตวั มนษุ ย์ท่ีแยกไมอ่ อกจากรากเหง้า ชาตพิ นั ธ์ุ ชมุ ชน ความเช่ือและเร่ือง
เลา่ ซ่ึงอทุ ิศเลา่ เร่ืองชีวติ มนษุ ย์ท่ีต้องเผชิญความคาดหวงั ซึ่งไมอ่ าจต้านทานได้และพยายามดนิ ้ รนหาทางออก โดยอทุ ิศใช้
กลวธิ ีการเลา่ เร่ืองอนั แยบยล สร้างตวั ละครที่มเี ลอื ดเนือ้ และอารมณ์ราวกบั มีตวั ตนจริง สร้างแกน่ และบรรยากาศได้อยา่ งมี
ชีวติ ชีวา และใช้ภาษาเรียบง่ายแตท่ รงพลงั แสดงจินตภาพกระจ่างและงดงาม
ไม่มีหญิงสำวในบทกวี
หนงั สอื ซีไรต์ (กวีนิพนธ์) ปี 2553
ผ้แู ตง่ ซะการีย์ยา อมตยา
ราตรีไม่มหี ญิงสาวในบทกวี เป็นกวีนิพนธ์นาเสนอภาพและแนวคดิ เพอ่ื การดารงและดาเนนิ ชีวติ อย่างสนั ตสิ ขุ
ตามมมุ มองของ ซะการีย์ยา อมตยา ประกอบด้วยการใช้เนือ้ หาและภาษาที่หลากหลาย มีมติ ิ เนือ้ หาไมไ่ ด้ผกู อยกู่ บั ยคุ
สมยั ใดสมยั หน่ึง ด้วยลกั ษณะคาประพนั ธ์กลอนเปลา่ ไมจ่ าเป็นต้องมีสมั ผสั สระ แตช่ วนให้คดิ ปลกุ เร้าอารมณ์และ
เสริมสร้างจนิ ตนาการเป็นบทร้อยกรองอิสระ มีความสอดคล้องระหวา่ งรูปแบบกบั เนือ้ หาที่มคี วามหลากหลาย แม้ไมค่ อ่ ย
มีจงั หวะของฉนั ทลกั ษณ์ แตผ่ ้เู ขียนสามารถวางจงั หวะคากวไี ด้อยา่ งทรงพลงั และสามารถใช้ภาษาท่ีทาให้เกิดจนิ ตภาพ มี
การสร้างภาพพจน์ที่ลมุ่ ลกึ กระต้นุ ให้เกิดจนิ ตนาการ ขบคดิ และคดิ ตอ่
แดดเช้ำร้อนเกนิ กว่ำจะน่ังจบิ กำแฟ
หนงั สอื ซีไรต์ (รวมเรื่องสนั ้ ) ปี 2554
ผ้แู ตง่ จเดจ็ กาจรเดช
รวมเร่ืองสนั้ แดดเช้าร้อนเกนิ กวา่ จะนงั่ จิบกาแฟ ของจเดจ็ กาจรเดจ บอกให้เรามองสง่ิ รอบตวั ให้ไมเ่ หมือนเดมิ
จเดจ็ เขียนเนือ้ หาที่มกี ารเสยี ดสคี วามตกต่าของสงั คม ตลกขบขนั ล้อเลียน แตเ่ ตม็ ไปด้วยสาระและแง่คดิ มีภาษาท่ีน่าอา่ น
เพราะเข้าใจง่าย สนกุ สนาน ไมซ่ บั ซ้อนจนเกินไป มคี วามโดดเดน่ นา่ ตดิ ตามชวนให้ผ้อู ่านตงั้ คาถามตลอดเวลาเป็นงาน
เขยี นท่ีมีพลงั กระทบใจ นาเสนอประเดน็ อนั หลากหลายเกี่ยวกบั มนษุ ย์ในสงั คมท่ีมคี วามซบั ซ้อน นาเสนอการปะทะกนั
ระหวา่ งความจริงกบั ความจริงเสมอื น ความรู้กบั ความเชื่อ ตลอดจนความเป็นเรากบั ความเป็นเขา โดยจเดจ็ ได้สร้างสรรค์
กลวธิ ีการเลา่ เรื่องหลายวธิ ีท่ีท้าทายการตีความ เช่น การตดั ตอ่ การซา้ การใช้มมุ มอง การเสียดสี การสร้างสมั พนั ธบท
ตลอดจนการสร้างตวั ละครท่ีอย่ใู นภาวะความรู้และความไมร่ ู้ ซง่ึ สร้างความคลมุ เครือและความลวง กลวธิ ีเหลา่ นีเ้ปิดพนื ้ ที่
ให้ผ้อู า่ นสร้างความหมายได้หลายระดบั
คนแคระ
หนงั สือซีไรต์ (นวนิยาย) ปี 2555
ผ้แู ตง่ วภิ าส ศรีทอง
เร่ืองราวสดุ วกิ ลจริต เนือ้ หาประหลาด ของคนสามคน ท่ีเปรียบเสมอื นเป็นตวั แทนร่วมสมยั กบั สงิ่ ท่ีพวกเขา
กระทาตอ่ คนแคระราวกบั ว่ามคี า่ ต่ากว่ามนษุ ย์ ที่ฉีกทกุ กฎเกณฑ์แนวท่ีคนสว่ นมากเข้าใจ เพราะเนือ้ หาการกระทาตา่ งๆ
ของตวั ละครมีความไร้เหตผุ ล แตถ่ กู ขบั เคล่อื นโดยจิตสานกึ เพยี งอยา่ งเดียว ซึ่ง วภิ าส ศรีทอง ตงั้ ใจจะให้นวนิยายเรื่องนี ้
แสดงถึงการขาดความตระหนกั ถึงคณุ ค่าของการเป็นมนษุ ย์ การหมกมนุ่ การสร้างความชอบธรรมจอมปลอมขนึ ้ มาเพยี ง
เพ่อื รองรับการกระทาที่ไร้เหตผุ ล เพ่ือให้บรรลถุ งึ ความต้องการของตวั เองนวนิยายมกี ารเลา่ เร่ืองท่ีทรงพลงั มีการสร้างจนิ ต
ภาพท่ีชวนให้เกดิ การตีความหลากหลาย มีตวั ละครซบั ซ้อน แปลกแยก และท้าทายกฎเกณฑ์ของสงั คม คณุ ค่าของนว
นิยายนีจ้ ึงอยทู่ ี่การกระต้นุ ให้เกดิ การสารวจภาวะความเป็นมนษุ ย์ในโลกร่วมสมยั ในขณะเดยี วกนั ก็ตงั้ คาถามกบั มโน
สานกึ ความรับผดิ ชอบชว่ั ดแี ละสารัตถะของชีวติ
หวั ใจห้องท่ีห้ำ
หนงั สือซีไรต์ (กวีนพิ นธ์) ปี 2556
ผ้แู ตง่ องั คาร จนั ทาทิพย์
กวีนิพนธ์ที่เตม็ ไปด้วยสาระความรู้ บอกเลา่ เร่ืองราวของมนษุ ย์ยคุ ก่อนประวตั ศิ าสตร์ถึงยคุ สงั คมร่วมสมยั โดย
เน้นไปที่สงั คมในเมอื งหลวงที่มคี วามหลากหลายทางด้านวฒั นธรรม กล่าวถงึ คนยากจน คนไร้บ้าน ชนกลมุ่ น้อย ซงึ่ ตา่ ง
ต้องทนทกุ ข์ทรมานกบั สงั คมท่ีแออดั ในเมอื งใหญ่ จากมมุ มองของ องั คาร จนั ทาทพิ ย์ ที่มกั มองโลกย้อนแย้งต่างจากคนอ่ืน
นาเสนอความขดั แย้งท่ามกลางความยคุ สมยั ท่ีเปลยี นแปลงกวีนพิ นธ์นาเสนอแนวคดิ ปัญหาสงั คมชนบท สงั คมเมอื งใน
เชงิ วพิ ากษ์วจิ ารณ์ เพื่อให้ผ้อู า่ นนาไปคดิ เอง โดยเลา่ เร่ืองในอดีต เชื่อมโยงกบั ปัญหาสงั คมในยคุ ปัจจบุ นั ได้อยา่ งมี
สมั พนั ธภาพ เนือ้ หาสาระและรูปแบบสอดคล้องกนั อย่างเหมาะสมกลมกลืน มองเหน็ อตั ลกั ษณ์ของตวั ผ้ปู ระพนั ธ์ แม้วา่ จะ
มีภาษาถนิ่ ปรากฏอยบู่ ้าง องั คารได้อธิบายเป็นเชิงอรรถไว้เพ่อื ชว่ ยเสริมสร้างให้เกดิ ความเข้าใจเนือ้ หาสาระของกวี
อสรพษิ และเร่ืองอ่ืนๆ
หนงั สอื ซีไรต์ (รวมเร่ืองสนั ้ ) ปี 2557
ผ้แู ตง่ แดนอรัญ แสงทอง
รวมเร่ืองสนั้ ที่วา่ ด้วยเร่ืองของการตอ่ ส้กู บั ปัญหาต่างๆ ภายในจิตใจมนษุ ย์ การตอ่ ส้กู บั สงั คม ด้วยการเลา่ เร่ืองที่
ชาญฉลาด มีความหลากหลาย แสดงให้เหน็ ถงึ ความมีศรัทธาอนั แน่วแน่ของผ้เู ขียน และเร่ืองนีย้ งั ได้รับการแปลเป็นภาษา
ฝรั่งเศส คาตาลนั กรีก โปรตเุ กส สเปน อติ าลี เยอรมนั และญี่ป่ นุ ทาให้ช่ือเสียงของแดนอรัญ แสงทอง เป็นที่รู้จกั ในระดบั
สากลอยา่ งรวดเร็วแดนอรัญได้นาเรื่องจากเทพปกรณมั ชาดก ตานาน เร่ืองย้อนอดตี ฯลฯ มานาเสนออย่างมสี มั พนั ธบท
ด้วยลีลาภาษาอนั วจิ ติ ร เน้นใช้คาโบราณและภาษาถน่ิ ท่ีมคี วามหมายชดั เจน สร้างพลงั อนั เข้มข้นเร้าใจให้ผ้อู า่ นได้ถงึ
อารมณ์
ไส้เดือนตำบอดในเขำวงกต
หนงั สอื ซีไรต์ (นวนิยาย) ปี 2558
ผ้แู ตง่ วีรพร นิตปิ ระภา
นวนิยายรักสามเศร้า กลา่ วถงึ ตวั ละครที่กาลงั หลงทางอย่ใู นวงั วนของความคดิ ตวั เอง เหมือนกบั ไส้เดอื นตาบอด
ท่ีพยามหาทางออกจากเขาวงกต โครงเรื่องถกู วางไว้เป็นนิยายรักนา้ เน่ามาตรฐาน เจอกนั จากกนั พบกนั ใหม่ ผดิ ใจ รักกัน
สามเส้า ความจาเสื่อม แต่เลา่ อีกแบบเพอ่ื บอกวา่ มายาคตเิ ป็นอย่าง ความจริงอาจเป็นอีกหลายอยา่ งวีรพร นติ ิประภา ใช้
ลีลาการเขยี นด้วยการ ใสก่ ลน่ิ เสน่ห์ ภาษาเชิงสญั ลกั ษณ์ ที่ให้เห็นถึงชะตาชีวติ ของผ้คู นแตล่ ะคนได้อย่างถงึ อามรณ์ ด้วย
การใช้คาพดู และภาษาที่กระทดั รัด อ่านงา่ ย ให้ความสนกุ ให้แง่คดิ เกี่ยวกบั ความรัก ความผดิ หวงั การแสวงหา ทาให้นกั
อา่ นได้ทงั้ รสชาตแิ ละข้อคดิ ไปพร้อมกนั
นครคนนอก
หนงั สือซีไรต์ (กวีนิพนธ์) ปี 2559
ผ้แู ตง่ พลงั เพียงพริ ุฬห์
รวมบทกวีเร่ือง “นครคนนอก” ของ “พลงั เพยี งพริ ุฬห์” มคี วามโดดเดน่ ด้านความคดิ ริเร่ิมสร้างสรรค์ ความเป็น
สากล วธิ ีการนาเสนอจากมมุ มองที่เปลยี่ นใหม่ ให้ภาพของผ้คู นท่ีสงั คมมองข้ามเนือ้ หาครอบคลมุ สงั คมร่วมสมยั ชีวติ ใน
เมือง ชีวติ ชนบท และเทคโนโลยีสมยั ใหม่ แสดงให้เหน็ ถงึ คนกลมุ่ หนึ่งท่ีมที ศั นคตกิ บั โลกโซเชียลไมเ่ หมือนกบั คนอื่น คอื
สามารถใช้ชีวติ อย่างมีความสขุ โดยไมต่ ้องพงึ่ เครื่องมือที่เรียกวา่ โซเชียลเนต็ เวริ ์ก ท่ีกาลงั เข้ามามบี ทบาทเพม่ิ มากขนึ ้ ใน
ชีวติ ประจาวนั ของคนทกุ สงั คม“นครคนนอก” ของ “พลงั เพียงพริ ุฬห์” มีความโดดเดน่ ด้านความคดิ ริเริ่มสร้างสรรค์ ความ
เป็นสากล วธิ ีการนาเสนอจากมมุ มองท่ีเปลยี่ นใหม่ การใช้ภาษาท่ีสนั้ กระชบั มีพลงั คมชดั ทงั้ เสียงและความหมาย ใช้
รูปแบบฉนั ทลกั ษณ์ตามขนบและไร้ฉนั ทลกั ษณ์ผสมผสานกนั ใช้วรรณรูป ภาพวาด และสญั ญะแสดงอารมณ์ สอื่ เสริม
เน้นความหมายให้ขบคดิ และตีความ จินตภาพ และนา้ เสยี งบง่ บอกวา่ ชีวติ เป็นทกุ ข์ มีปัญหา และต้องดนิ ้ รน แตใ่ น
ท้ายท่ีสดุ ให้ความหวงั และกาลงั ใจ
สิงโตนอกคอก
หนงั สอื ซีไรต์ (รวมเร่ืองสนั ้ ) ปี 2560
ผ้แู ตง่ จดิ านนั ท์ เหลอื งเพียรสมทุ
รวมเรื่องสนั้ ของ จิดานนั ท์ เหลอื งเพียรสมทุ นกั เขยี นอายนุ ้อยท่ีสดุ ที่ได้รับรางวลั ซีไรตป์ ี ลา่ สดุ เนือ้ หาทกุ เรื่องเป็น
การ สะท้อนแงม่ มุ ตา่ งๆ ของการใช้ชีวติ ตงั้ คาถามถึงความเป็นมนษุ ย์ ความดี ความชว่ั ความเป็นธรรมของระบอบการ
ปกครอง อานาจนิยม มายาคติ ความเชื่อ ท้าทายความคดิ ของผ้อู ่าน ผา่ นโลกสมมตุ ใิ นแบบแฟนตาซีผสมไซไฟ ท่ีจดิ านนั ท์
สร้างขนึ ้ มาเอง
“สงิ โตนอกคอก” มีกลวธิ ีเลา่ เรื่องแบบอปุ มานิทศั น์ มโี ครงสร้างเรื่องหลายชนั้ อย่างสมั พนั ธ์กนั โดยเช่ือมโยงด้วย
บทอื่นๆเช่น ตานานและเร่ืองเลา่ ที่ผ้อู า่ นค้นุ เคย การสร้างตวั ละครและฉากสมมตุ ทิ ่ีไมม่ ีอยใู่ นบริบทสงั คมไทย เป็นการเลา่
เร่ืองในแบบสากล จดิ านนั ท์ ใช้ภาษาในการเลา่ เร่ืองอยา่ งเรียบงา่ ย แตล่ ่มุ ลกึ คมคาย