The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แบบฝึกทักษะกีฬาฟุตบอล 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tularat.amp, 2022-07-30 03:05:40

แบบฝึกทักษะกีฬาฟุตบอล 1

แบบฝึกทักษะกีฬาฟุตบอล 1

แบบฝึกทกั ษะกฬี าฟตุ บอล

วชิ า สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา (ฟุตบอล) พ16101

เลม่ ที่ 1
เรื่อง ประวตั ิและความรูท้ ว่ั ไปเกยี่ วกบั กีฬาฟตุ บอล

นายตุลารัตน์ มยุ่ เผือก
ครชู ำนาญการ โรงเรยี นบ้านหนิ แหลม
สำนักงานเขตพ้นื ท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษากาญจนบรุ ี เขต 3

แบบฝกึ ทักษะกีฬาฟตุ บอล

วชิ า สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา (ฟตุ บอล) พ16101

เล่มท่ี 1

เรอื่ ง ประวัติและความร้ทู ั่วไปเก่ยี วกบั กีฬาฟุตบอล

ก่อนจะปฏิบตั ิตามแบบฝกึ ทกั ษะกฬี าฟตุ บอล
เรามาอ่านคำแนะนำการใช้แบบฝกึ ทกั ษะ
กนั กอ่ นนะครับ

คำแนะนำการใชแ้ บบฝึกทักษะสำหรบั ครู

1. ใช้แบบฝึกทักษะฟุตบอล เล่มท่ี 1 เร่ือง ประวัติและความรู้ทั่วไปเก่ียวกับกีฬาฟุตบอล ประกอบ
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1

2. ครชู ี้แจงวิธีการศึกษาแบบฝึกทักษะฟุตบอล ซึ่งเป็นแบบฝึกท่ีศึกษาด้วยตนเองเป็นกลุ่ม ให้นักเรียน
เข้าใจ โดยเน้นย้ำความซื่อสัตย์ต่อตนเอง ต่อเพ่ือนร่วมกลุ่ม ต่อครูผู้สอน และนักเรียนต้องปฏิบัติกิจกรรมการ
ฝึกไปตามคำชี้แจงการใชแ้ บบฝึกตามลำดบั

3. เตรียมสถานที่ สนามอุปกรณ์ในการทดสอบทักษะ การฝึกทักษะ แบบบันทึกการทดสอบทักษะ
กระดาษคำตอบแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน และอ่ืน ๆ ตามกิจกรรมการฝึกท่ีกำหนดไว้ในแบบฝึก
ทักษะกีฬาฟตุ บอล ในแตล่ ะแบบฝึก

4. ครูคอยสังเกต ให้คำแนะนำและแก้ปัญหาร่วมกับนักเรียนในระหว่างการปฏิบัติกิจกรรมตามแบบ
ฝึกทักษะกีฬาฟุตบอล

5. เม่ือนักเรียนปฏิบัติกิจกรรมในแบบฝึกทักษะกีฬาฟุตบอลเสร็จสิ้นในแต่ละแบบฝึกแล้ว ครูให้
นกั เรยี นทำแบบทดสอบหลังเรียน

6. ครูตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน–หลังเรียน แบบวดั และประเมินผล การปฏิบัติกิจกรรมและเก็บผล
การประเมนิ บนั ทึกไวเ้ ป็นหลักฐาน โดยปฏิบัตทิ ุกครงั้ ท่มี ีกิจกรรมการเรียนการสอน

7. ครูแจง้ ผลการทดสอบและผลการประเมินทุกครง้ั ทีม่ ีการทดสอบ การวดั และ
การประเมินผล เพ่อื กระตนุ้ ให้ผูเ้ รียนเกิดแรงจงู ใจในการเรยี นรู้

คำแนะนำการใชแ้ บบฝึกทักษะสำหรับนักเรยี น

1. นักเรยี นศกึ ษาจุดประสงค์การเรยี นรขู้ องแบบฝึกทักษะ
2. นกั เรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรยี นเพื่อวัดความรู้พ้นื ฐาน
3. นกั เรยี นตอ้ งต้งั ใจศึกษาแบบฝึกทักษะใหเ้ ขา้ ใจอยา่ งแท้จริงกอ่ นลงมอื ปฏิบัติ
กจิ กรรม
4. นกั เรยี นควรปฏบิ ัตกิ จิ กรรมตามลำดับข้นั ตอนท่ีกำหนดในแบบฝึกทักษะ เมอ่ื พบ
ปัญหาควรขอคำปรึกษาจากผู้ครสู อน
5. นักเรียนต้องต้ังใจปฏบิ ตั กิ ิจกรรมตามแบบฝึกทักษะด้วยตนเอง เพ่ือให้เกดิ การ
เรยี นรอู้ ย่างแท้จริง
6. นักเรียนทุกคนเขา้ รับการวัดและประเมินผลการปฏิบตั ิกิจกรรมตามแบบประเมนิ
ที่
กำหนด
7. นกั เรยี นทำแบบทดสอบหลังเรยี นเมอื่ เรียนจบในแตล่ ะแบบฝกึ ทักษะ เพือ่
ประเมินผลการพัฒนาการเรยี นรู้

สาระสำคัญ

การศึกษาเกี่ยวกับประวัติความเปน็ มาของกีฬาฟตุ บอลเพ่ือให้ทราบถึงถน่ิ กำเนิดของกีฬาฟุตบอล และ
พฒั นาการของกฬี าฟตุ บอลจากอดีตถึงปจั จุบนั

ผลการเรยี นรู้ที่คาดหวงั

1. จุดประสงคป์ ลายทาง
เพือ่ ใหผ้ ้เู รยี น สามารถบอกประวัติของกีฬาฟตุ บอลและบอกประโยชน์ของกีฬาฟตุ บอลได้
2. จุดประสงค์นำทาง
เพ่ือใหผ้ เู้ รียน รู้และเขา้ ใจประวตั ิความเปน็ มาของกีฬาฟุตบอล

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

เพอ่ื ให้ผู้เรยี น บอกความสำคัญและประวตั ิความเป็นมาของกีฬาฟตุ บอล (K)
เพ่อื ให้ผเู้ รียน รูแ้ ละสามารถบอกประโยชน์ของการเล่นกีฬาฟุตบอล (P)
เพื่อให้ผู้เรยี น ตระหนักถึงคุณคา่ ความสำคัญของกีฬาฟตุ บอลได้ (A)

แบบทดสอบก่อนเรียน

เร่ืองประวตั แิ ละความรู้ทั่วไปเกย่ี วกบั กฬี าฟุตบอล
คำชแี้ จง แบบทดสอบมีทั้งหมด 10 ขอ้ รวม 10 คะแนน ใหน้ ักเรยี นเลอื กคำตอบทถี่ กู ตอ้ งที่สดุ

เพียงคำตอบเดียว โดยทำเคร่ืองหมาย X ลงในกระดาษคำตอบ

1. กฬี าฟตุ บอลกำเนิดทป่ี ระเทศใด

ก. ประเทศบราซลิ ข. ประเทศกรกี

ค. ประเทศอาเจนตินา ง. ประเทศอรุ กุ กวัย

2. มกี ารแข่งขนั ฟุตบอลอาชพี ในครั้งแรกท่ปี ระเทศใด

ก. เยอรมันตะวันตก ข. องั กฤษ

ค. อติ าลี ง. บราซิล

3. การแข่งขนั ฟุตบอลโลกจัดให้มขี ้ึนกป่ี ตี ่อครั้ง

ก. 2 ปี/ครง้ั ข. 3 ปี/ครัง้

ค. 4 ป/ี คร้ัง ง. 5 ป/ี ครงั้

4. ประเทศไทยมีการเริ่มเลน่ ฟตุ บอลต้ังแตเ่ ม่ือใด

ก. รชั กาลที่ 4 ข. รัชกาลที่ 5

ค. รัชกาลท่ี 6 ง. รัชกาลท่ี 7

5. สมาคมฟุตบอลแหง่ ประเทศไทยได้เขา้ รว่ มการแข่งขันกีฬาโอลิมปกิ ครง้ั ที่เทา่ ใด

ก. คร้งั ที่ 15 ข. ครง้ั ที่ 14

ค. ครง้ั ท่ี 16 ง. ครงั้ ท่ี 17

6. ข้อใดเป็นองค์ประกอบพืน้ ฐานของกฬี าฟตุ บอลมากที่สุด

ก. นกั กีฬา โคช้ ผ้ตู ดั สิน ข. โคช้ ผูต้ ดั สิน ผูจ้ ัดการทมี

ค. ผู้ตัดสนิ นักกฬี า คนดู ง. คนดู นักกีฬา โคช้

7. ข้อใดเป็นเป้าหมายทสี่ ำคญั ในการเล่นฟุตบอล

ก. เลน่ ได้ถูกวธิ ี ข. เลน่ ได้สวยงามและมคี ุณภาพ

ค. ชนะใจคนดแู ละคู่แข่งขนั ง. ถกู ทกุ ขอ้

8. ข้อใดไมใ่ ช่มารยาทของการเป็นผู้เลน่ กฬี าฟตุ บอลที่ดี

ก. ให้ความเคารพและเชื่อฟังคำส่งั สอนของพ่อแม่ทุกประการ

ข. ยอมรับในกฎ ระเบียบ และกติกาของการแขง่ ขนั

ค. ตอ้ งเปน็ ผู้รักษาความสะอาด มีความเปน็ ระเบียบวินัย

ง. ไมเ่ ปน็ คนโออ้ วด วางตนเหนือเพ่ือน

9. ขอ้ ใดไมใ่ ช่มารยาทของการเปน็ ผู้ชมกฬี าฟุตบอลทดี่ ี

ก. ปรบมือแสดงความยนิ ดีและต้อนรับผู้เข้าร่วมการแข่งขัน

ข. ให้กำลงั ใจแกผ่ ู้เขา้ แข่งขนั ท้ังสองฝ่าย

ค. แสดงความเย้ยหยันหรือดถู ูกผเู้ ข้ารว่ มแข่งขันฝ่ายตรงขา้ ม

ง. ไมร่ บกวน ยแุ หยใ่ ห้เกดิ การทะเลาะวิวาท

10. ข้อใดเป็นประโยชนแ์ ละคณุ คา่ ทไ่ี ด้รบั จากการเลน่ กฬี าฟตุ บอล

ก. ทางด้านร่างกาย

ข. ทางด้านอารมณ์

ค. ทางด้านจติ ใจ ด้านสังคม

ง. ถูกต้องทุกข้อ

นักเรียนตั้งใจทำ

แบบทดสอบนะครับ

ใบความรู้ท่ี 1.1
เร่อื งประวตั คิ วามเป็นมาของกีฬาฟุตบอล

ฟุตบอลถือกำเนิดครั้งแรกที่ประเทศกรีกโบราณซ่ึงเรียกว่า "อีพิสไครอส" (Episkiyros) ประเทศแถบ
ยโุ รปส่วนใหญ่เรยี กฟุตบอลว่า "ซ็อคเกอร์" (Soccer) เพราะคำว่าฟุตบอลไปซ้ำกับคำว่า อเมริกนั ฟุตบอล และ
ในสมัยโรมัน ชาวโรมันได้นำกระเพาะปัสสาวะวัว (Ox's Bladder) แล้วหุ้มด้วยขน เตะกันอย่าสนุกสนาน ซ่ึง
เกมน้ีถูกเรียกวา่ ฮาร์ปาสตัม (Harpastum) โดยชาวโรมันได้นำเอาแบบอย่างมาจากกรีก ต้นศตวรรษที่11 ถึง
พ.ศ. 1589 ทหารโรมันได้มาปกครองอังกฤษตอนใต้ และ ได้นำเกมส์ฮาร์ปาสตัมซ่ึงจำแบบอย่างของอีพิสไค
รอส ของกรีกมาเผยแพร่ที่อังกฤษและมีการแข่งขันนับเป็นสมาคมฟุตบอลของบรรพบุรุษโบราณท่ีทันสมัยปี
พ.ศ. 1743 ฟุตบอลถูกสั่งห้ามเล่นโดยกษัตริย์องค์ที่ 7 ของอังกฤษเพราะเห็นว่าเป็นเกมส์ที่หยาบคาย ต่อมา
ฟุตบอลได้แพร่หลายในโรงเรยี นมหาวิทยาลยั และทั่วประเทศอังกฤษปี พ.ศ. 2409 พระนางเจ้าเอลิซาเบทได้ท
รงสนับสนนุ
และทรงแต่งตง้ั ผู้จัดการทีมฟุตบอลและนักฟตุ บอลที่มีชื่อเสียงของอังกฤษเป็นขนุ นางหลายคนเกมส์ฟุตบอลได้
กลับกลายเป็นกีฬาท่ีมีผู้นิยมมากท่ีสุดในโลกปี พ.ศ. 2224 ขุนนางชาวอังกฤษผู้มีความรู้ฟุตบอลอิตาเลียนได้
พลิกประวัติศาสตร์ฟุตบอลป่ าเถ่ือนขณะนั้นให้เป็ นเกมส์ที่มีกฎกติกาและเผยแพร่ไปท่ัวอังกฤษ ตั้งแต่ปี พ.ศ.
2406 จนถงึ ปจั จุบัน

การแข่งขันฟุตบอลระหว่างชาติมีคร้ังแรก เมื่อ ค.ศ. 1872 ระหว่างทีมสกอตแลนด์กับทีมอังกฤษ
ต่อมาก็มีการแข่งขันฟุตบอลระหว่างชาติกันบ่อยๆ การแข่งขันระหว่างชาติท่ีนับว่าสำคัญท่ีสุดคือการแข่งชิง
ถว้ ยชนะเลิศของโลก (World Cup) ทกุ ๆ 4 ปี จะมกี ารแข่งขันระหว่างประเทศครงั้ หน่ึงทีมฟุตบอลของบราซิล
ชนะเลิศเป็นครัง้ ท่ี 3 ใน ค.ศ.1970

ภาพที่ 1 บรรยากาศการเลน่ ฟตุ บอลในสมัยก่อน

ประวตั กิ ีฬาฟตุ บอลในประเทศไทย

ฟุตบอลไทยได้เร่ิมในประเทศไทย สมัยรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรง
ส่งพระเจ้าลูกยาเธอพระเจ้าหลานยาเธอและข้าราชบริพารไปศึกษาวิชาการด้านต่างๆ ประเทศอังกฤษ และ
ผู้นำกีฬาฟุตบอลกลับมาประเทศไทยคนแรกคือ พระยาธรรมศักด์ิมนตรี หรือ ครูเทพ ซ่ึงในตอนแรกได้รับคำ
คดั คา้ นหลายประการ แตต่ อ่ มาเปน็ เกมสท์ ไ่ี ด้รับความนิยมทสี่ ดุ จนถึงปจั จุบัน

การแข่งขันฟุตบอลคร้ังแรกอย่างเป็นทางการเม่ือวันเสาร์ท่ี 2 กุมภาพันธ์ 2443 ณ สนามหลวง
ระหว่างชุดบางกอกกับชุดกรมศึกษาธิการ เรียกว่า "แอสโซซิเอช่ันฟุตบอล" พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้า
เจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าต้ังสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศในพระบรมราชูปถัมภ์ขึ้น มีอักษรย่อ
“ส.ฟ.ท.” เขียนเปน็ ภาษาอังกฤษว่า “The Football Association of Thailand under The Patronage of
His Majesty The King ” ใช้อักษรย่อ F.A.T. เม่ือวันท่ี 25 เมษายน 2459 และได้ตั้งทีมฟุตบอลช่ือ "โฮ้วป่า"
(เสือป่า) เป็นทีมของพระองค์และเมอ่ื วันท่ี 25 มิถนุ ายน 2468 พระองค์ได้ทรงสมัครเป็นภาคสี มาพันธ์ฟตุ บอล
ระหว่างชาติ (Federation International Football Association) ใช้อักษรย่อ F.I.F.A. เมื่อ 26 พฤศจิกายน
2499 สมาคมได้สิทธ์ิส่งทีมฟุตบอลไทยเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิ กครั้งที่ 16 ณ นครเมลเบิร์นประเทศ
ออสเตรเลีย พ.ศ. 2500 ประเทศไทยร่วมเป็นภาคีสมาชิกสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (Asian Football
Confederation) มีชอ่ื ย่อว่า A.F.C. จากน้นั
สมาคมฟุตบอล ฯ ได้มีโครงการจัดการแข่งขันฟุตบอลภายในประเทศ รวมทั้งเชิญทีมจากต่างประเทศเข้าร่วม
แข่งขนั และสง่ ทมี เขา้ ร่วมแข่งขนั รายการตา่ ง ๆ ทงั้ ในและตา่ งประเทศเปน็ ประจำ

ภาพที่ 2 นักฟุตบอลทีมชาติไทยชุดแรก

สรปุ ววิ ัฒนาการของฟุตบอล

ก่อนคริสตกาล อ้างถึงการเลน่ เกมซึ่งเปรียบเสมอื นต้นฉบบั ของกีฬาฟุตบอลที่เก่าแกท่ ่ีได้ มีการค้นพบ
จากการเขยี นภาษาญี่ปนุ่ -จีน และในสมยั วรรณคดขี องกรีกและโรมัน

ยุคกลาง ประวัตบิ ันทกึ การเล่นในเกาะองั กฤษ อิตาลี และฝรัง่ เศส
ปี พ.ศ. 1857 พระเจ้าเอ๊ดเวิร์ดที่ 3 ทรงออกพระราชกฤษฎีกาห้ามเล่นฟุตบอล เพราะจะรบกวนการ
ยงิ ธนู
ปี พ.ศ. 2104 RichardoCustorอาจารย์สอนหนังสือชาวอังกฤษกล่าวถึงการเล่นว่า ควรกำหนดไว้ใน
บทเรยี นของเยาวชน โดยได้รับอทิ ธิพลจาการเลน่ กาลซิโอในเมืองฟลอเรนซ์
ปี พ.ศ. 2123 Riovanni Party ได้จัดพมิ พก์ ตกิ าการเลน่ คาลซิโอ
ปี พ.ศ. 2223 ฟตุ บอลในประเทศอังกฤษไดร้ ับพระบรมราชานุเคราะห์จากพระเจา้ ชาร์ลท่ี 2
ปี พ.ศ. 2391 ไดม้ ีการเขียนกฎขอ้ บงั คบั เคมบริดจข์ ้นึ เป็นครง้ั แรก
ปี พ.ศ. 2406 ไดม้ ีการก่อตั้งสมาคมฟุตบอลข้ึน
ปี พ.ศ. 2426 สมาคมฟุตบอลจักรภพ 4 แหง่ ยอมรบั องค์กรควบคมุ และจดั ตัง้ กรรมการระหว่างชาติ
ปี พ.ศ. 2429 สมาคมฟุตบอลเริม่ ทำการฝึกเจ้าหน้าทท่ี จี่ ัดการแข่งขัน
ปี พ.ศ. 2431 เริ่มเปิดการแข่งขันฟุตบอลลีก โดยยินยอมให้มีนักฟุตบอลอาชีพ และเพิ่มอำนาจการ
ควบคุมให้ผตู้ ดั สนิ
ปี พ.ศ. 2432 สมาคมฟุตบอลส่งทมี ไปแขง่ ขนั ในตา่ งประเทศ เชน่ เยอรมนั ไปเยอื นองั กฤษ
ปี พ.ศ. 2447 ก่อต้ังฟีฟ่า ซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่กรุงปารีส เมื่อ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2447 โดยสมาคม
แห่งชาติ คือ ฝรัง่ เศส เบลเยียม เดนมาร์ก สเปน สวีเดน และสวิตเซอรแ์ ลนด์
ปี พ.ศ. 2480 2481 -ข้อบังคับปัจจุบันเขียนขึ้นตามระบบใหม่ขององค์กรควบคุม โดยใช้ข้อบังคับเก่า
มาเปน็ แนวทาง

ภาพท่ี 3 สญั ลักษณส์ หพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ

ใบความรูท้ ี่ 1.2
เรอื่ ง ประโยชนข์ องการเล่นกฬี าฟตุ บอล

การเล่นฟตุ บอลทำให้เกดิ ประโยชน์กบั ผู้เลน่ ดังน้ี
1. การเล่นฟุตบอลนั้น ผู้เล่นจะต้องเคล่ือนไหวร่างกายอยู่ตลอดเวลา รวมท้ังต้องไหวพริบดี มอี ารมณ์
มง่ั คง มีสมาธิดี มคี วามเชื่อม่ันในตนเอง สามารถแกป้ ัญหาตา่ งๆ และตัดสินใจทร่ี วดเร็วและถูกต้อง เพราะถ้าผู้
เล่นมีอารมณ์มุทะลุดุดันขาดการตัดสินใจท่ีดี จะทำให้การเล่นผิดพลาดได้บ่อยๆ ถ้าเป็นการแข่งขันก็จะทำให้
พ่ายแพ้แก่ฝ่ายตรงข้ามได้ง่าย ซึ่งชีวิตประจำวันของมวลมนุษย์ ก็จะต้องมีการตัดสินใจและแก้ปัญหาเฉพาะ
หน้าอยู่เสมอ ดังน้ันฟุตบอลจึงเป็นกีฬาอีกประเภทหนึ่งที่ช่วยฝึกฝนให้ผู้เล่นมีไหวพริบที่ชาญฉลาดและ
แก้ปัญหาอยา่ งฉบั พลันไดด้ ี
2. ฟุตบอลเป็นกีฬาอีกประเภทหนึ่ง ที่ช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพทางร่างกายให้แข็งแรง ช่วยทำให้
ระบบต่างๆ ภายในร่างกายทำงานมีประสิทธิภาพย่ิงขึ้น เช่น ระบบกล้ามเนื้อ ระบบการหายใจ ระบบขับถ่าย
ระบบการไหลเวียนของโลหติ เป็นต้น
3. ฟุตบอลเปน็ กีฬาที่ช่วยส่งเสริมกิจกรรมที่รวมการเคล่ือนไหวตามธรรมชาติของมนุษย์เกอื บทุกชนิด
เชน่ การว่ิงหลบหลกี หลอกลอ่ การแยง่ การรับ การส่ง การกระโดด การเตะ ตลอดจนการใช้เทา้ ให้สมั พนั ธ์กับ
สายตาดว้ ย
4. ฟุตบอลเป็นกีฬาที่มีกฎ กติกา ผู้เล่น ต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎกติกาการเล่นดังนั้น การเล่น
ฟุตบอลยอ่ มช่วยสอนให้ผู้เล่นรู้จกั ความยตุ ิธรรมปฏิบตั ิตนใหอ้ ยใู่ นขอบเขตอนั พึงควรกระทำสามารถนำไปใช้ใน
ชวี ิตประจำวัน ให้รู้จักเคารพสิทธิของผู้อ่ืน มีความอดกลั้น อดทน ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อ่ืน รู้จักเอาใจ
เขามาใส่ใจเรา มีน้ำใจเป็นนักกีฬา (รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย) รู้จักการเป็นผู้นำและผู้ตามท่ีดีตลอดจนรู้จักปฏิบัติ
หนา้ ท่อี นั ถูกตอ้ ง
5. ฟุตบอลเป็นกีฬาที่ช่วยส่งเสริมความรักใคร่สามัคคีกันระหว่างหมู่คณะเพราะฟุตบอลเป็นกีฬ า
ประเภททีม ซ่ึงกีฬาประเภททีมทุกชนิดจะต้องมีการฝึกซ้อม เพื่อให้การเล่นในทีมมีความสัมพันธ์และรักใคร่
เปน็ อนั หน่ึงอนั เดียวกัน หากทีมใดขาดความสามัคคีแล้ว เม่ือลงแข่งขันย่อมจะมีชัยชนะได้ยาก และผลจากการ
เล่นกฬี าประเภทนี้ สามารถนำไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการ ดำเนินชีวิตให้มีนิสยั รกั ใครส่ ามัคคีปรองดองกันในหมคู่ ณะ
มากย่ิงขนึ้
6. สำหรับผู้ที่มีทักษะ การเล่นฟุตบอลท่ีดีย่อมมีโอกาสได้รับคัดเลือกให้เป็น ตัวแทน ของชาติ
โรงเรียน สถาบนั สโมสร เพ่ือเข้าร่วมแขง่ ขนั กับชาติอน่ื หรอื ทีมอ่ืนๆ ซ่งึ นอกจากจะ เป็นการประกาศเกียรตคิ ุณ
สร้าง
ชอ่ื เสียงให้กับประเทศชาติ โรงเรยี น สโมสร และวงศ์ตระกูลแล้ว ยังเป็นหนทางท่ีทำให้คนรจู้ ัก อนั เปน็ บคุ คลท่ี

มชี ่อื เสียงได้ทางหนึ่งดว้ ย

7. ปัจจบุ ันผู้เลน่ ฟุตบอลที่มีความสามารถสงู ยังมสี ทิ ธไิ ด้เขา้ ศกึ ษาต่อ ในระดับสูง บางสาขาบางสถาบัน
ได้ และหลายหน่วยงานยังรับบุคคลท่ีเป็นนักกีฬาฟุตบอลเข้าทำงาน เพราะฟุตบอลกำลังเปน็ ที่นิยมของวงการ
ท่วั ไป และมีการแข่งขันกนั อยเู่ ป็นประจำ

ภาพที่ 4 กีฬาฟุตบอล

ใบความรทู้ ่ี 1.3
เร่ือง ความรู้ท่วั ไปเก่ยี วกบั กฬี าฟุตบอล

มารยาทของนักกีฬาท่ีควรปฏิบัติ

การเล่นฟุตบอลก็เหมือนกบั การเลน่ กีฬาประเภทอนื่ ๆ ทีผ่ ู้เล่นจำเป็นต้องมีมารยาทในการเล่น เพ่ือให้
การเล่นดำเนินไปด้วยดี นอกจากนี้ผู้ดูก็ควรมีมารยาทในการดูเช่นเดียวกัน จึงจะทำให้เกิดผลดีต่อการกีฬา
อยา่ งสมบูรณ์

มารยาทของผู้เล่นฟตุ บอลที่ดี
1. มคี วามรกั และความสามคั คีในหมคู่ ณะ เออื้ เฟ้อื เผื่อแผช่ ่วยเหลอื กนั
2. มีน้ำใจนักกีฬา แสดงการขอโทษเมื่อรู้ว่าตนเองกระทำผิด รู้จักให้อภัยเมื่อเพื่อนผิดพลาดรู้จักแพ้
เมื่อตนเองมีความสามารถและฝมี ือไมม่ ากนกั
3. มีความรบั ผิดชอบในหน้าท่ีของตนตามท่ีไดร้ บั มอบหมาย
4. ปฏิบัติตามกฎกตกิ าการเล่นโดยเคร่งครัด
5. เชอื่ ฟังการตัดสินของผตู้ ัดสิน โดยไม่แสดงกิริยาทไ่ี มเ่ หมาะสมแก่ผู้ตัดสินในการตดั สนิ ไม่กระทำการ
ใดๆ อันเป็นการยวั่ ยหุ รอื กล่ันแกล้งผู้เลน่ ฝา่ ยตรงขา้ ม
6. มีความอดทน เสยี สละ
7. กล้าตัดสินใจ แสดงความคดิ เห็น และแสดงออกในสิง่ ทถี่ ูกต้อง
8. มคี วามสภุ าพเรียบรอ้ ย ปฏบิ ตั ติ นอยู่ในระเบยี บประเพณีทีด่ งี าม

ภาพที่ 5 นำ้ ใจนกั กีฬาเปน็ สง่ิ ท่ที กุ คนตอ้ งมี

มารยาทของผู้ชมทดี่ ี
1. ไมก่ ล่าวถ้อยคำหรอื แสดงกริ ยิ าเยาะเยย้ ถากถางผู้เล่นที่เล่นผดิ พลาด
2. แสดงความยินดีแก่ผู้เล่นทีเ่ ลน่ ดี เชน่ การปรบมือ เปน็ ตน้
3. ไม่กระทำตัวเปน็ ผ้ตู ัดสนิ เสยี เอง เช่น ตะโกนดา่ วา่ กรรมการ
4. ไมเ่ ชยี ร์ในส่งิ ท่เี ปน็ การสอ่ เสียดในทางไม่ดีต่อทมี ใดทมี หนึ่ง
5. ไม่กระทำสิ่งใดๆ ทีท่ ำใหผ้ ้ตู ัดสนิ หรือเจา้ หนา้ ทอี่ ื่นๆ ปฏิบัติงานไมส่ ะดวก
6. ไมก่ ระทำส่ิงใดๆ อันเปน็ การกีดขวางการเล่นของผ้เู ล่น

การบำรุงรกั ษาอปุ กรณ์

อปุ กรณแ์ ยกไดเ้ ปน็ 2 กลมุ่ ใหญ่ คอื
1. อปุ กรณ์ของนกั กฬี าฟุตบอล ได้แก่

1.1 รองเท้า ต้องเลือกท่ีใส่สบาย มีความยืดหยุ่นดี หลังใช้ให้ทำความสะอาดทุกคร้ัง ขัดเงา
และใชห้ นังสือพิมพ์หรือนุ่นยัดไวเ้ พ่อื ให้รองเท้าอยู่ทรงสภาพเดมิ

1.2 สนับแขง้ ป้องกนั การกระแทกไม่ให้ถกู ของมคี มหรอื เป็นแผลถลอก
1.3 เส้ือ ให้ใช้ผ้าท่ีวับเหงื่อได้ดี ผู้รักษาประตูควรสวมเสื้อแขนยาวป้องกันการเกิดแผลถลอกเวลาล้ม
หรือพงุ่ ตัวตัวรบั ลกู ฟุตบอล
1.4 กางเกง ควรใช้ผา้ ทท่ี ำจากฝา้ ยและสวมใส่สบาย เคล่อื นไหวไดอ้ สิ ระ
1.5 ถุงมือสำหรับผู้รักษาประตู ป้องกันการล่ืนในสภาพสนามแฉะและมีโคลน หลังใช้ต้องทำความ
สะอาดและผึ่งให้แหง้ ในทีร่ ม่

ภาพที่ 6 การแตง่ กายของผ้เู ล่น

2. อุปกรณ์ท่ีใช้ในการเลน่ ฟตุ บอล
2.1 ลกู ฟุตบอล ต้องไดร้ ับการยอมรบั จาก F.I.F.A. มีนำ้ หนกั ไดม้ าตรฐาน 396-453 กรมั หาก

เปียกน้ำ เปื้อนโคลน ต้องทำความสะอาดและเช็ดใหแ้ หง้
2.2 ตาข่ายประตู ต้องไม่ขาด หรือมีช่องโหว่ติดต้ังอย่างมั่นคง ใช้แล้วให้เก็บในที่ห่างจาก

ความร้อนและความชืน้
2.3 ป้ายคะแนน และเลขคะแนน ระวังไม่ใหเ้ ปยี กน้ำ เพ่ือป้องกันการผุ เกบ็ ในทห่ี ่างจากความชื้น เช่น

ในทรี่ ม่ หรือห้องเก็บของ
2.4 เสาประตู ต้องหม่นั ตรวจสอบเวลาฝึกซอ้ มหรอื แข่งขันต้องอยใู่ นสภาพม่นั คง แข็งแรง
2.5 เข็มปล่อยลมลกู บอล ตอ้ งจดั เตรยี มไว้เมื่อเติมลมลกู ฟตุ บอลมากเกนิ ไปหรอื ไม่ได้มาตรฐาน
2.6 ธงมุมสนาม ปักไว้ที่มุมสนาม ใช้แล้วนำมาเก็บให้เรียบร้อย และนำไปปักเมื่อต้องการใช้การ

บำรุงรกั ษาสุขภาพ

กฎ กตกิ า ฟตุ บอล

ภาพท่ี 7 สนามฟุตบอลและขนาดมาตรฐาน

กติกาฟุตบอล (อังกฤษ: The Laws of the Game) เป็นกฎและกติกาฟุตบอลสากลท่ีกำหนด โดย
สมาคมฟตุ บอล ในปัจจุบนั มีทัง้ หมด 17 ข้อ ดแู ลโดยหน่วยงานไอเอฟเอบี

กฎข้อท่ี 1: สนามฟุตบอล เป็นสนามหญ้ารูปส่ีเหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 100 หลา ยาว 130 หลา และทำ
เสน้ ต่างๆ ในสนามเป็นสีขาวมีลักษณะตามภาพ

กฎข้อท่ี 2: ลูกฟุตบอล เป็นทรงกลม ทำจากหนัง หรอื วัสดุอื่นๆ ตามความเหมาะสมที่ไม่เป็นอันตราย
ตอ่ ผเู้ ล่น เปน็ ฟตุ บอลเบอร์ 5 มเี สน้ รอบวงประมาณ 68-70 เซนติเมตร นำ้ หนกั ประมาณ 410-450 กรมั

กฎขอ้ ที่ 3: จำนวนผูเ้ ล่นประกอบด้วยทีม 2 ทมี และแต่ละทีมประกอบด้วยผู้เล่นตัวจรงิ และตัวสำรอง
ผู้เลน่ ตวั จริงจะเปน็ ผเู้ ลน่ ชุดแรกทีล่ งสนาม ส่วนผู้เลน่ ตัวสำรองมไี ว้เพือ่ สบั เปล่ียนกับผู้เลน่ ตัวจรงิ ในกรณีท่ีผเู้ ล่น
ตัวจริงไมส่ ามารถเลน่ ไดห้ รือกรณีอ่นื ๆ ตามความเหมาะสมหรือตามแต่ดุลยพนิ ิจของผจู้ ัดการทีม ผู้เล่นตัวจริงที่
ลงสนามต้องมีไม่ต่ำกว่า 7 คน และไม่เกิน 11 คน และหนึ่งในน้ันจะต้องมีผู้เล่นตำแหน่งผู้รักษาประตู 1 คน,
ตัวสำรองสามารถมีไดไ้ ม่เกนิ 7 คน

กฎข้อท่ี 4: อุปกรณ์การเล่น ได้แก่ ลูกฟุตบอล (ตามกฎข้อ 2) ใช้สำหรับเล่น 1 ลูก และเครื่องแบบ
ของนักกีฬาทีมท้ัง 2 ทีมท่ีลงแข่งขัน สมาชิกทุกคนในทีมยกเว้นผู้รักษาประตูจะต้องใส่ชุดแข่งขันสีเดียวกัน
และท้ัง 2 ทีมจะตอ้ งใส่ชุดแขง่ ท่ีมีสีตดั กันอยา่ งชัดเจน จะใส่ชุดที่มีโทนสีคล้ายกันไมไ่ ด้ (เช่น ทีมหน่ึงใสชุดแข่ง
สีขาว อีกทีมหน่ึงใส่ชุดแข่งสีเหลือง) ผู้รักษาประตูจะต้องใส่ชุดแข่งท่ีมีสีไม่ซ้ำกับผู้เล่นทั้ง 2 ทีม และนักกีฬาที่
ทำการแข่งขันจะต้องใส่รองเท้า (ในปัจจุบันไม่อนุญาตให้นักกีฬาใช้เท้าเปล่าเล่น) ท่ีกล่าวมาเป็นอุปกรณ์การ
เล่นที่ต้องมีในการแข่งขัน ยังมีอุปกรณ์อ่ืน ๆ ท่ีกติกาไม่บังคับแต่ผู้เล่นมักจะนิยมใช้กัน คือ สนับแข้ง, ถุงมือ
และหมวกสำหรับผู้รักษาประตู และยังมีอุปกรณ์ปลีกยอ่ ยสำหรับผู้ที่มีปัญหาทางสขุ ภาพทสี่ ามารถอนุโลมให้ใส่
ในเวลาลงเล่นได้ เชน่ แวน่ ตา (สำหรับผทู้ ี่ไดร้ บั การผ่าตดั ทางตา), หน้ากาก, เฮดเกียร์ เป็นต้น

กฎข้อท่ี 5: กรรมการ
กฎขอ้ ที่ 6: ผู้ชว่ ยกรรมการ
กฎข้อท่ี 7: ระยะเวลาการแข่งขนั
กฎขอ้ ท่ี 8: การเรม่ิ ตน้ การแข่งขนั
กฎข้อท่ี 9: บอลออกนอกสนาม
กฎข้อท่ี 10: วธิ ีนบั คะแนน
กฎข้อที่ 11: การล้ำหน้า
การล้ำหน้า (อังกฤษ: Offside) ในกติกาของฟุตบอล หมายถึง ผู้เล่นที่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าเม่ือลูก
บอลสัมผัส หรือเล่นโดยผู้เล่นคนหนึ่งในทีมของเขา โดยผู้ตัดสินเห็นว่าเขามีส่วนร่วมกับการเล่นอย่างชัดเจน
หรอื เก่ียวข้องกบั ผู้เลน่ ฝา่ ยตรงข้าม หรือ อาศยั ความได้เปรียบจากการอยู่ในตำแหน่งลำ้ หน้าขณะนั้น แต่ไมถ่ ือ
เปน็ การล้ำหน้า ในกรณีทเ่ี ตะจากประตู หรือเตะจากมมุ หรือการทมุ่
สำหรับการกระทำผิดจากการล้ำหน้า จะลงโทษ โดยให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามได้เตะโทษ โดยอ้อมจาก
ตำแหนง่ กระทำผดิ
กฎขอ้ ท่ี 12: ฟาวล์
กฎขอ้ ท่ี 13: ฟรีคิก
กฎข้อที่ 14: ลกู โทษ
การยิงลูกโทษ เป็นการต้ังเตะทำคะแนนในการแข่งขันฟุตบอล โดยลูกฟุตบอลจะอยู่ในตำแหน่งหน้า
ประตูห่างมาเป็นระยะ 12 หลา (ประมาณ 11 เมตร) โดยมีผู้รักษาประตูคนเดียวเท่าน้ันท่ีอยู่ในตำแหน่งที่
ปอ้ งกันได้

ในการแข่งขันฟุตบอลจะมีการยิงลูกโทษสองลักษณะคือ ลักษณะแรกการยิงลูกโทษระหว่างการ
แข่งขัน เกิดจากท่ีผู้เล่นในฝ่ายรับทำฟาล์วผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามภายในเขตประตู โดยผู้ที่ยิงลูกโทษจะมีสิทธิยิงได้
หนึ่งคร้ังโดยเม่ือยิงเสร็จแล้วจะปล่อย ให้เกมเล่นต่อตามปกติ ในลักษณะที่สองคือการยิงลูกโทษภายหลังจาก
หมดเวลาการแข่งขัน และท้ังสองฝ่ายมีคะแนนเท่ากัน จะทำการยิงลูกโทษในการตัดสินผู้ชนะ โดยการยิงลูก
โทษลักษณะนี้จะ เร่ิมต้นโดยผู้ยิงฝ่ายละ 5 คน สลับกันยิงลูกโทษ โดยถ้าไม่สามารถตัดสินกันได้ให้มีการยิง
ต่อไปเรอื่ ยๆ จนกว่าจะได้ผ้ชู นะ

การยิงลูกโทษเกิดขึ้นคร้ังแรกจากความคิดของผู้รักษาประตูชาวไอร์แลนด์ วิลเลียม แม็คครูม
(William McCrum) ในปี พ.ศ. 2433 (ค.ศ. 1890) โดยได้เสนอไอเดียกับ สมาคมฟุตบอลไอร์แลนด์และได้มี
การเสนอความคิดนี้ต่อให้กับ สมาคมฟุตบอลนานาชาติ ซ่งึ มีการรับรองเมอ่ื วันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2434 และมี
การใช้กันในช่วงฤดกู าล 1891-92

กฎขอ้ ท่ี 15: การทมุ่
กฎขอ้ ที่ 16: โกลคกิ
กฎขอ้ ท่ี 17: การเตะมุม

ใบงานท่ี 1
เรือ่ ง ชอื่ ทมี ฟุตบอลและนกั กีฬาฟุตบอลท่ฉี นั ชืน่ ชอบ

คำสัง่ ให้นกั เรียนเขียนชื่อทมี ฟตุ บอลทน่ี กั เรียนช่นื ชอบ 1 ทีม และนักกีฬาฟุตบอลท่ีนักเรียนรู้สึก
ช่นื ชอบมา 1 คน และอธบิ ายความประทับใจประกอบสัน้ ๆ ใหไ้ ด้ใจความ

ทีมฟตุ บอลทชี่ ื่นชอบ
.....................................................................................................................................................................
.................................................................................. ...................................................................................
ชื่อนกั กีฬาฟุตบอลทนี่ ักเรยี นชืน่ ชอบ
................................................................................................................. ...................................................
ความประทับใจ
....................................................................................................................................................................
................................................................................................................. ...................................................
................................................................................................................. ...................................................
....................................................................................................................................................................
................................................................................................................. ...................................................
................................................................................................................. ...................................................
....................................................................................................................................................................

ใบงานที่ 2
เร่อื ง ประโยชน์ของการเล่นกีฬาฟตุ บอล

คำส่งั ใหน้ กั เรยี นร่วมกันอภปิ รายและสรุปประโยชนข์ องกีฬาฟุตบอลมาเป็นข้อๆ ให้ได้มากท่สี ดุ

1. .....................................................................................................................................................................
2. .....................................................................................................................................................................
3. .....................................................................................................................................................................
4. .....................................................................................................................................................................
5. .....................................................................................................................................................................
6. .....................................................................................................................................................................
7. ....................................................................................................................................................................
8. .....................................................................................................................................................................
9. .....................................................................................................................................................................
10. ..................................................................................................................................................................

แบบทดสอบหลงั เรียน

เรื่องประวัติและความรทู้ ั่วไปเกยี่ วกบั กีฬาฟตุ บอล
คำชแี้ จง แบบทดสอบมที ัง้ หมด 10 ขอ้ รวม 10 คะแนน ให้นกั เรียนเลือกคำตอบท่ีถูกตอ้ งท่สี ดุ

เพียงคำตอบเดียว โดยทำเครือ่ งหมาย X ลงในกระดาษคำตอบ

1. ขอ้ ใดเปน็ ประโยชน์และคุณคา่ ทไี่ ดร้ ับจากการเล่นกีฬาฟตุ บอล

ก. ทางด้านร่างกาย ข. ทางดา้ นอารมณ์

ค. ทางดา้ นจิตใจ ด้านสังคม ง. ถูกตอ้ งทุกข้อ

2. ขอ้ ใดไมใ่ ช่มารยาทของการเปน็ ผู้ชมกฬี าฟุตบอลทด่ี ี

ก. ปรบมอื แสดงความยนิ ดแี ละตอ้ นรับผู้เข้าร่วมการแข่งขนั

ข. ให้กำลงั ใจแกผ่ เู้ ข้าแข่งขันทั้งสองฝ่าย

ค. แสดงความเย้ยหยันหรือดูถูกผู้เข้าร่วมแขง่ ขันฝา่ ยตรงขา้ ม

ง. ไมร่ บกวน ยแุ หย่ใหเ้ กิดการทะเลาะววิ าท

3. ขอ้ ใดไมใ่ ช่มารยาทของการเป็นผู้เล่นกีฬาฟตุ บอลท่ดี ี

ก. ให้ความเคารพและเชือ่ ฟงั คำส่งั สอนของพ่อแม่ทุกประการ

ข. ยอมรบั ในกฎ ระเบียบ และกติกาของการแข่งขนั

ค. ตอ้ งเปน็ ผู้รักษาความสะอาด มคี วามเปน็ ระเบยี บวินัย

ง. ไม่เปน็ คนโออ้ วด วางตนเหนอื เพื่อน

4. ขอ้ ใดเปน็ เปา้ หมายทสี่ ำคัญในการเล่นฟุตบอล

ก. เลน่ ไดถ้ ูกวิธี ข. เลน่ ได้สวยงามและมีคุณภาพ

ค. ชนะใจคนดแู ละคู่แข่งขนั ง. ถกู ทกุ ขอ้

5. ขอ้ ใดเปน็ องค์ประกอบพืน้ ฐานของกีฬาฟุตบอลมากท่ีสดุ

ก. นกั กีฬา โคช้ ผูต้ ัดสิน ข. โค้ช ผ้ตู ัดสิน ผู้จัดการทมี

ค. ผ้ตู ดั สนิ นักกฬี า คนดู ง. คนดู นักกฬี า โค้ช

6. สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยได้เข้ารว่ มการแข่งขันกีฬาโอลิมปกิ ครั้งท่ีเทา่ ใด

ก. คร้งั ที่ 15 ข. ครั้งที่ 14

ค. คร้ังท่ี 16 ง. ครั้งท่ี 17

7. ประเทศไทยมีการเรมิ่ เลน่ ฟตุ บอลตง้ั แตเ่ มื่อใด

ก. รชั กาลท่ี 4 ข. รชั กาลท่ี 5

ค. รัชกาลท่ี 6 ง. รชั กาลที่ 7

8. การแข่งขนั ฟุตบอลโลกจัดใหม้ ีข้ึนกีป่ ีตอ่ ครัง้

ก. 2 ปี/คร้งั ข. 3 ป/ี ครั้ง

ค. 4 ป/ี คร้งั ง. 5 ป/ี ครง้ั

9. มีการแขง่ ขนั ฟุตบอลอาชีพในครั้งแรกทปี่ ระเทศใด

ก. เยอรมันตะวันตก ข. องั กฤษ

ค. อติ าลี ง. บราซลิ

10. กฬี าฟตุ บอลกำเนดิ ทปี่ ระเทศใด

ก. ประเทศบราซลิ ข. ประเทศกรกี

ค. ประเทศอาเจนตนิ า ง. ประเทศอรุ ุกกวยั

ไปตรวจคำตอบ
ไดเ้ ลยครับ

บรรณานกุ รม

ชาญวทิ ย์ ผลชวี ิน. ฟตุ บอล. สกายบ๊กุ ส์ กรุงเทพฯ, 2534.
ประโยค สทุ ธสิ ง่า. ตำราการฝกึ และการตัดสนิ ฟตุ บอล. ไทยวัฒนาพาณชิ กรุงเทพฯ, 2538.
ประวทิ ย์ ไชยสาม. เทคนิคการฝึกฟตุ บอล. ไทยวฒั นาพาณชิ กรงุ เทพฯ, 2526.สำนักการกีฬา

กรมพลศกึ ษา กระทรวงศึกษาธิการ. กติกาฟตุ บอล. โรงพมิ พก์ ารศาสนา กรุงเทพฯ, 2541.
สกายบุ๊กส์. รวมกฎ กติกา และพนื้ ฐานการเล่นฟุตบอล. สยามสปอรต์ ซนิ ดเิ คท กรงุ เทพฯ, 2545.
โสภณ สุขพันธ์ (2559). .แบบฝึกทักษะกีฬาฟุตบอลวิชาพละศึกษาเพื่อพัฒนาสุขภาพ. รหัสวิชา
๒๐๐๐-

๑๖๐๑ครชู ำนาญการ วทิ ยาลยั เทคนคิ สระบรุ ี.สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
กระทรวงศึกษาธกิ าร
นายยทุ ธนา เช้อื กุลา นายอัมรินทร์ เหมกาศ นายอมิ รอน นาคสง่า. ทักษะเบอื้ งต้นในการเล่นฟุตบอล.

สื บ ค้ น เ ม่ื อ 9 พ ฤ ษ ภ า ค ม 2558, จ า ก https://sites.google.com/site/
s5310835151/home/thaksa-

beuxng-tn-ni-kar-len-futbxl
อทุ ยั สงวนพงษ.์ ฟตุ บอล. อักษรเจริญทัศน์ กรุงเทพฯ, 2544.

ภาคผนวก

กระดาษคำตอบ
เร่ือง ประวตั แิ ละความรู้ท่ัวไปเกี่ยวกบั กฬี าฟตุ บอล

ชื่อ ............................................................................. ชัน้ ........................... เลขท่ี ........................

ข้อ ก ข คง
1 สรุปผล
2 คะแนนที่ได้
3 ผ่าน
4 ไมผ่ า่ น
5
6
7
8
9
10

คะแนนเตม็
รวม 10 คะแนน
เกณฑ์การประเมิน
ทำแบบทดสอบได้รอ้ ยละ 80 ขึ้นไป

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น-หลงั เรยี น
เรือ่ ง ประวตั ิและความรูท้ วั่ ไปเกี่ยวกับกีฬาฟตุ บอล

เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี น เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น

1. ข 1. ง
2. ข 2. ค
3. ค 3. ก
4. ข 4. ง
5. ค 5. ก
6. ก 6. ค
7. ง 7. ข
8. ก 8. ค
9. ค 9. ข
10. ง 10. ข

แบบบนั ทกึ สรปุ คะแนน
เรอ่ื ง ประวตั ิและความรู้ทัว่ ไปเก่ียวกบั กฬี าฟุตบอล

ช่ือ..................................................นามสกลุ ...................................................เลขที่.................

ประเมินผล ใบงาน ใบงาน แบบทดสอบ แบบทดสอบ การพัฒนา
ท่ี 1 ที่ 2 กอ่ นเรียน หลังเรยี น
คะแนนเต็ม 10
คะแนนทไ่ี ด้ 10 10 10

ความพยายามอยทู่ ี่ไหน
ความสำเร็จย่อมอย่ทู ่ีน่ันครบั

นักเรยี น

เฉลยใบงานที่ 1
เร่อื ง ชอ่ื ทมี ฟตุ บอลและนักกีฬาฟตุ บอลทฉี่ นั ชื่นชอบ

คำส่งั ให้นกั เรียนเขียนช่ือทีมฟตุ บอลทีน่ ักเรยี นชืน่ ชอบ 1 ทีม และนักกีฬาฟุตบอลที่นักเรยี นรสู้ กึ
ชื่นชอบมา 1 คน และอธบิ ายความประทับใจประกอบสั้นๆ ให้ได้ใจความ

ทมี ฟุตบอลทช่ี น่ื ชอบ

................................................................................................................. ...................................................

.........................................................................................................................................................................

ชือ่ นกั กีฬาฟุตบอลทน่ี ักเรียนชื่นชอบ อยู่ในดุลยพนิ ิจของครูผ้สู อน

....................................................................................................................................................................

ความประทับใจ

.......................................................................................................................... .............................

.................................................................................................................................................. .......................

.........................................................................................................................................................................

............................................................................................................................. ............................................

.................................................................................................................................................. .......................

เฉลยใบงานที่ 2
เรอ่ื ง ประโยชนข์ องการเล่นกีฬาฟุตบอล

คำส่ัง ใหน้ ักเรียนรว่ มกันอภิปรายและสรปุ ประโยชนข์ องกีฬาฟุตบอลมาเปน็ ข้อๆ ให้ไดม้ ากที่สดุ

1. ....................................................................................................................................................................

2. .....................................................................................................................................................................

3. ................................................................................................................................อ......ย......ู่ใ....น........ด......ุล......ย......พ........นิ ......ิจ......ข......อ......ง......ค......ร....ูผ......ู้ส......อ......น..............................................................................................
4.

5. .....................................................................................................................................................................

6. .....................................................................................................................................................................

7. .....................................................................................................................................................................

8. .....................................................................................................................................................................

9. .....................................................................................................................................................................

10. ..................................................................................................................................................................


Click to View FlipBook Version