คู่มอื การวดั และประเมนิ ผล
กลุม่ งานวชิ าการ
โรงเรยี นบ้านแก้งยาง อาเภอนาเยยี จงั หวัดอบุ ลราชธานี
สานักงานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานีเขต 4
คมู่ ือการวดั และประเมินผล |1
การวดั และประเมินผล
เกณฑก์ ารจบการศกึ ษา
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านแก้งยาง พุทธศักราช ๒๕๖๓ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน
พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ กาหนดเกณฑ์สาหรับการจบการศกึ ษา ดงั นี้
เกณฑ์การจบระดับประถมศกึ ษา
๑. ผู้เรียนเรียนรายวิชาพืน้ ฐาน จานวน ๘๔๐ ชวั่ โมง และรายวิชาเพิ่มเติมจานวน ๑๒๐ ชัว่ โมง และมี
ผลการประเมินรายวชิ าพื้นฐานผ่านทุกรายวชิ า
๒. ผ้เู รียนตอ้ งมผี ลการประเมนิ การอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขยี น ระดบั “ผา่ น” ขน้ึ ไป
๓. ผ้เู รียนมผี ลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับ “ผา่ น” ขึ้นไป
๔. ผเู้ รียนต้องเขา้ ร่วมกจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี นและไดร้ ับการตัดสินผลการเรยี น “ผา่ น” ทุกกิจกรรม
การจัดการเรยี นรู้
การจดั การเรียนรเู้ ป็นกระบวนการสาคญั ในการนาหลักสตู รสู่การปฏิบัติ หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้น
พนื้ ฐาน เป็นหลกั สูตรท่มี ีมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสาคญั และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงคข์ องผเู้ รยี น เป็น
เป้าหมายสาหรบั พัฒนาเด็กและเยาวชน
ในการพัฒนาผ้เู รยี นใหม้ คี ุณสมบัตติ ามเป้าหมายหลกั สตู ร ผสู้ อนพยายามคัดสรร กระบวนการเรยี นรู้
จัดการเรียนรู้โดยชว่ ยให้ผู้เรียนเรียนรผู้ า่ นสาระท่ีกาหนดไว้ในหลกั สูตร ๘ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ รวมท้ังปลกู ฝัง
เสรมิ สรา้ งคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ พัฒนาทักษะต่างๆ อันเป็นสมรรถนะสาคญั ให้ผเู้ รียนบรรลตุ ามเป้าหมาย
๑. หลักการจัดการเรยี นรู้
การจดั การเรยี นรู้เพ่อื ใหผ้ ู้เรียนมีความรูค้ วามสามารถตามมาตรฐานการเรยี นรู้ สมรรถนะสาคัญ และ
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ตามที่กาหนดไว้ในหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน โดยยดึ หลกั วา่ ผเู้ รียนมี
ความสาคัญท่สี ุด เชื่อวา่ ทุกคนมีความสามารถเรยี นรแู้ ละพัฒนาตนเองได้ ยดึ ประโยชนท์ ่ีเกิดกับผ้เู รียน
กระบวนการจัดการเรยี นรูต้ ้องสง่ เสริมใหผ้ ู้เรยี น สามารถพัฒนาตามธรรมชาตแิ ละเต็มตามศักยภาพ คานงึ ถงึ ความ
แตกตา่ งระหวา่ งบคุ คลและพัฒนาการทางสมองเนน้ ใหค้ วามสาคัญทง้ั ความรู้ และคณุ ธรรม
๒. กระบวนการเรยี นรู้
การจัดการเรยี นรทู้ ่ีเนน้ ผเู้ รยี นเป็นสาคัญ ผ้เู รยี นจะต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้ทีห่ ลากหลาย เป็น
เครือ่ งมือท่ีจะนาพาตนเองไปสเู่ ปา้ หมายของหลกั สตู ร กระบวนการเรยี นรทู้ ่ีจาเป็นสาหรับผูเ้ รยี น อาทิ
กระบวนการเรียนรู้แบบบรู ณาการ กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการทางสงั คม กระบวนการ
เผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา กระบวนการเรยี นรูจ้ ากประสบการณ์จริง กระบวนการปฏบิ ัติ ลงมอื ทาจรงิ
กระบวนการจดั การ กระบวนการวิจยั กระบวนการเรยี นรู้การเรยี นร้ขู องตนเอง กระบวนการพัฒนาลักษณะนสิ ัย
คู่มือการวัดและประเมนิ ผล |2
กระบวนการเหลา่ นเี้ ป็นแนวทางในการจดั การเรยี นรทู้ ่ผี ้เู รียนควรไดร้ บั การฝึกฝน พัฒนา เพราะจะสามารถช่วยให้
ผู้เรยี นเกิดการเรยี นรู้ไดด้ ี บรรลเุ ปา้ หมายของหลกั สูตร ดงั นั้น ผสู้ อน จึงจาเปน็ ต้องศกึ ษาทาความเข้าใจใน
กระบวนการเรียนรู้ต่าง ๆ เพ่ือใหส้ ามารถเลอื กใช้ในการจดั กระบวนการเรียนรู้ได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
๓. การออกแบบการจัดการเรยี นรู้
ผสู้ อนตอ้ งศกึ ษาหลกั สตู รสถานศกึ ษาใหเ้ ข้าใจถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชว้ี ัด สมรรถนะสาคัญของ
ผ้เู รยี น คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ และสาระการเรียนรูท้ ี่เหมาะสมกบั ผ้เู รียน แล้วจงึ พิจารณาออกแบบการ
จัดการเรียนร้โู ดยเลือกใช้วธิ ีสอนและเทคนคิ การสอน ส่อื /แหล่งเรยี นรู้ การวดั และประเมินผล เพอ่ื ให้ผเู้ รียนได้
พัฒนาเตม็ ตามศักยภาพและบรรลุตามเปา้ หมายที่กาหนด
๔. บทบาทของผูส้ อนและผู้เรียน
การจดั การเรยี นร้เู พื่อให้ผ้เู รยี นมคี ุณภาพตามเป้าหมายของหลกั สตู ร ท้ังผู้สอนและผ้เู รยี นควรมบี ทบาท
ดังนี้
๔.๑ บทบาทของผสู้ อน
๑) ศกึ ษาวเิ คราะหผ์ ้เู รียนเป็นรายบุคคล แลว้ นาข้อมลู มาใชใ้ นการวางแผนการจัดการเรยี นรู้ ท่ี
ตามความสามารถของผเู้ รยี น
๒) กาหนดเปา้ หมายท่ีต้องการใหเ้ กิดขึ้นกับผู้เรียน ดา้ นความรูแ้ ละทักษะกระบวนการ ทเี่ ปน็
ความคดิ รวบยอด หลกั การ และความสัมพันธ์ รวมทง้ั คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
๓) ออกแบบการเรียนรู้และจัดการเรยี นรู้ทีต่ อบสนองความแตกตา่ งระหว่างบคุ คลและ
พฒั นาการทางสมอง เพ่ือนาผู้เรียนไปสเู่ ปา้ หมาย
๔) จัดบรรยากาศทีเ่ อ้ือตอ่ การเรียนรู้ และดูแลช่วยเหลอื ผู้เรียนใหเ้ กิดการเรียนรู้
๕) จัดเตรยี มและเลือกใชส้ อ่ื ใหเ้ หมาะสมกับกิจกรรม นาภมู ปิ ัญญาท้องถิ่น เทคโนโลยีที่
เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ในการจดั การเรยี นการสอน
๖) ประเมนิ ความก้าวหนา้ ของผเู้ รยี นด้วยวธิ ีการทหี่ ลากหลาย เหมาะสมกบั ธรรมชาติของวิชา
และระดบั พัฒนาการของผูเ้ รียน
๗) วเิ คราะห์ผลการประเมินมาใช้ในการซ่อมเสรมิ และพฒั นาผเู้ รียน รวมทง้ั ปรับปรุงการจัดการ
เรยี นการสอนของตนเอง
๔.๒ บทบาทของผ้เู รยี น
๑) กาหนดเปา้ หมาย วางแผน และรับผิดชอบการเรียนรู้ของตนเอง
๒) เสาะแสวงหาความรู้ เขา้ ถึงแหลง่ การเรยี นรู้ วเิ คราะห์ สงั เคราะหข์ ้อความรู้ ตงั้ คาถาม คดิ หา
คาตอบหรือหาแนวทางแก้ปัญหาดว้ ยวธิ ีการตา่ งๆ
๓) ลงมอื ปฏิบตั ิจริง สรปุ สง่ิ ทีไ่ ดเ้ รียนรดู้ ้วยตนเอง และนาความร้ไู ปประยกุ ต์ใชใ้ นสถานการณ์ตา่ งๆ
๔) มปี ฏิสมั พนั ธ์ ทางาน ทากิจกรรมร่วมกบั กลมุ่ และครู
๕) ประเมินและพัฒนากระบวนการเรียนรขู้ องตนเองอยา่ งต่อเนือ่ ง
สือ่ การเรยี นรู้
ค่มู ือการวดั และประเมินผล |3
สื่อการเรียนรู้เป็นเคร่ืองมือส่งเสริมสนับสนุนการจัดการกระบวนการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนเข้าถึงความรู้
ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะตามมาตรฐานของหลักสูตรไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ ส่ือการเรียนรู้มีหลากหลาย
ประเภท ท้ังส่ือธรรมชาติ ส่ือสิ่งพิมพ์ สื่อเทคโนโลยี และเครือข่าย การเรียนรู้ต่างๆ ที่มีในท้องถิ่น การเลือกใช้สื่อ
ควรเลอื กใหม้ ีความเหมาะสมกบั ระดบั พฒั นาการ และลีลาการเรียนรู้ท่ีหลากหลายของผู้เรียน การจัดหาสื่อ
การเรียนรู้ ผู้เรียนและผสู้ อนสามารถจัดทาและพฒั นาขนึ้ เอง หรือปรับปรงุ เลือกใช้อย่างมีคุณภาพจากส่ือต่างๆ ที่มี
อยู่รอบตัวเพ่ือนามาใช้ประกอบในการจัดการเรียนรู้ท่ีสามารถส่งเสริมและสื่อสารให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ โดย
สถานศึกษาควรจัดให้มีอย่างพอเพียง เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียน เกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง สถานศึกษา เขตพื้นท่ี
การศกึ ษา หนว่ ยงานทีเ่ กยี่ วข้องและผมู้ หี นา้ ท่ีจัดการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน ควรดาเนนิ การดังน้ี
๑. จดั ใหม้ แี หลง่ การเรียนรู้ ศูนยส์ อ่ื การเรียนรู้ ระบบสารสนเทศการเรียนรู้ และเครือขา่ ย
การเรียนรู้ทีม่ ีประสิทธิภาพทั้งในสถานศกึ ษาและในชมุ ชน เพื่อการศึกษาค้นควา้ และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์
การเรียนรู้ ระหว่างสถานศึกษา ท้องถนิ่ ชมุ ชน สังคมโลก
๒. จัดทาและจัดหาส่ือการเรียนรูส้ าหรับการศกึ ษาค้นคว้าของผูเ้ รยี น เสรมิ ความรูใ้ ห้ผู้สอน รวมทงั้ จัดหา
สิง่ ทีม่ ีอยู่ในทอ้ งถ่ินมาประยุกตใ์ ชเ้ ป็นสือ่ การเรียนรู้
๓. เลือกและใช้สอื่ การเรียนรู้ที่มคี ณุ ภาพ มีความเหมาะสม มคี วามหลากหลาย สอดคลอ้ ง กบั วิธกี าร
เรยี นรู้ ธรรมชาติของสาระการเรยี นรู้ และความแตกตา่ งระหวา่ งบคุ คลของผูเ้ รียน
๔. ประเมินคณุ ภาพของส่ือการเรียนรู้ท่เี ลือกใช้อย่างเปน็ ระบบ
๕. ศกึ ษาค้นคว้า วจิ ัย เพ่ือพัฒนาส่ือการเรยี นรูใ้ ห้สอดคล้องกับกระบวนการเรียนร้ขู องผ้เู รยี น
๖. จัดใหม้ ีการกากับ ติดตาม ประเมินคุณภาพและประสทิ ธิภาพเกี่ยวกับส่ือและการใช้สือ่
การเรยี นรูเ้ ป็นระยะๆ และสม่าเสมอ
ในการจัดทา การเลือกใช้ และการประเมนิ คณุ ภาพส่ือการเรียนรู้ที่ใช้ในสถานศึกษา ควรคานึงถึงหลักการ
สาคัญของส่ือการเรียนรู้ เช่น ความสอดคล้องกับหลักสูตร วัตถุประสงค์การเรียนรู้ การออกแบบกิจกรรมการ
เรยี นรู้ การจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียน เน้ือหามีความถูกต้องและทันสมัย ไม่กระทบความมั่นคงของชาติ ไม่ขัดต่อ
ศลี ธรรม มีการใชภ้ าษาทถ่ี ูกตอ้ ง รปู แบบการนาเสนอที่เข้าใจงา่ ย และน่าสนใจ
การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนต้องอยู่บนหลักการพ้ืนฐานสองประการ คือ การประเมินเพื่อ
พัฒนาผู้เรียนและเพ่ือตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้ประสบผลสาเร็จนั้น
ผู้เรียนจะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวช้ีวัดเพ่ือให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ สะท้อนสมรรถนะ
สาคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนซ่ึงเป็นเป้าหมายหลักในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ในทุก
ระดับไม่ว่าจะเป็นระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพ้ืนท่ีการศึกษา และระดับชาติ การวัดและ
ประเมินผลการเรียนรู้ เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลและสารสนเทศที่
แสดงพัฒนาการ ความก้าวหน้า และความสาเร็จทางการเรียนของผู้เรียน ตลอดจนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการ
ส่งเสรมิ ใหผ้ ู้เรียนเกิด การพัฒนาและเรียนรู้อย่างเต็มตามศักยภาพ
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น ๔ ระดับ ได้แก่ ระดับช้ันเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับ
เขตพ้ืนที่การศกึ ษา และระดับชาติ มรี ายละเอยี ด ดังน้ี
๑. การประเมินระดับชั้นเรียน เป็นการวัดและประเมินผลที่อยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ ผู้สอน
ดาเนินการเป็นปกติและสม่าเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมินอย่างหลากหลาย เช่น การ
คมู่ ือการวัดและประเมนิ ผล |4
ซกั ถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมินชิ้นงาน/ ภาระงาน แฟ้มสะสมงาน การ
ใช้แบบทดสอบ ฯลฯ โดยผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองหรือเปิดโอกาสให้ผู้เรียนประเมินตนเอง เพ่ือนประเมินเพื่อน
ผู้ปกครองรว่ มประเมนิ ในกรณที ่ไี มผ่ ่านตัวชวี้ ดั ใหม้ ีการสอนซอ่ มเสรมิ
การประเมินระดับชั้นเรียนเป็นการตรวจสอบว่า ผู้เรียนมีพัฒนาการความก้าวหน้าในการเรียนรู้ อัน
เป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด มีส่ิงท่ีจะต้องได้รับการพัฒนา
ปรบั ปรงุ และสง่ เสริมในดา้ นใด นอกจากน้ียังเป็นข้อมูลให้ผู้สอนใช้ปรับปรุงการเรียนการสอนของตนด้วย ท้ังนี้โดย
สอดคลอ้ งกับมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชวี้ ดั
๒. การประเมินระดับสถานศึกษา เป็นการประเมินท่ีสถานศึกษาดาเนินการเพ่ือตัดสินผล การเรียนของ
ผู้เรียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ และ
กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน นอกจากนีเ้ พอ่ื ให้ได้ขอ้ มลู เก่ียวกบั การจัดการศึกษา ของสถานศึกษา ว่าส่งผลต่อการเรียนรู้
ของผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีจุดพัฒนาในด้านใด รวมทั้งสามารถนาผลการเรียนของผู้เรียนใน
สถานศกึ ษาเปรยี บเทยี บกบั เกณฑร์ ะดบั ชาติ ผลการประเมินระดบั สถานศึกษาจะเป็นขอ้ มลู และสารสนเทศเพ่ือการ
ปรบั ปรงุ นโยบาย หลักสตู ร โครงการ หรือวิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพื่อการจัดทาแผนพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาของสถานศึกษา ตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาและการรายงานผลการจัดการศึกษาต่อ
คณะกรรมการสถานศึกษา สานักงานเขตพื้นที่การศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
ผปู้ กครองและชมุ ชน
๓. การประเมนิ ระดบั เขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษา เปน็ การประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับเขตพื้นที่การศึกษาตาม
มาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาของเขตพื้นท่ีการศึกษา ตามภาระความรับผิดชอบ สามารถดาเนินการโดยประเมินคุณภาพผลสัมฤทธ์ิ
ของผเู้ รียนดว้ ยข้อสอบมาตรฐานท่จี ดั ทาและดาเนนิ การโดยเขตพ้นื ที่การศึกษา หรือด้วยความร่วมมือกับหน่วยงาน
ต้นสังกัด ในการดาเนินการจัดสอบ นอกจากน้ียังได้จากการตรวจสอบทบทวนข้อมูลจากการประเมินระดับ
สถานศึกษาในเขตพ้ืนทกี่ ารศึกษา
๔. การประเมินระดับชาติ เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชาติตามมาตรฐานการเรียนรู้ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกคนท่ีเรียน ในช้ันประถมศึกษาปีที่ ๓
ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ เข้ารบั การประเมิน ผลจากการประเมินใช้เป็นข้อมูลในการเทียบเคียงคุณภาพการศึกษาใน
ระดับต่าง ๆ เพ่ือนาไปใช้ในการวางแผนยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ตลอดจนเป็นข้อมูลสนับสนุนการ
ตดั สินใจในระดบั นโยบายของประเทศ
ข้อมูลการประเมินในระดับต่างๆ ข้างต้น เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาในการตรวจสอบทบทวนพัฒนา
คุณภาพผู้เรียน ถือเป็นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาท่ีจะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุงแก้ไข
ส่งเสริมสนับสนุนเพ่ือให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพบนพื้นฐานความแตกต่างระหว่างบุคคลท่ีจาแนกตาม
สภาพปัญหาและความต้องการ ได้แก่ กลุ่มผู้เรียนท่ัวไป กลุ่มผู้เรียนท่ีมีความสามารถพิเศษ กลุ่มผู้เรียนท่ีมี
ผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นตา่ กลุ่มผเู้ รียนท่ีมีปัญหาด้านวินัยและพฤติกรรม กลุ่มผู้เรียนท่ีปฏิเสธโรงเรียน กลุ่มผู้เรียน
ท่ีมีปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มพิการทางร่างกายและสติปัญญา เป็นต้น ข้อมูลจากการประเมินจึงเป็น
หัวใจของสถานศึกษาในการดาเนินการช่วยเหลือผู้เรียนได้ทันท่วงที ปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาและ
ประสบความสาเรจ็ ในการเรียน
คมู่ ือการวัดและประเมนิ ผล |5
สถานศึกษาในฐานะผู้รับผิดชอบจัดการศึกษา จะต้องจัดทาระเบียบว่าด้วยการวัดและประเมินผลการ
เรียนของสถานศึกษาให้สอดคล้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติท่ีเป็นข้อกาหนดของหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อใหบ้ คุ ลากรที่เก่ียวข้องทุกฝา่ ยถือปฏบิ ัตริ ว่ มกนั
เกณฑก์ ารวัดและประเมินผลการเรียน
๑. การตัดสิน การใหร้ ะดบั และการรายงานผลการเรียน
๑.๑ การตัดสินผลการเรยี น
ในการตดั สินผลการเรยี นของกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ การอา่ น คิดวิเคราะหแ์ ละเขียน คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
และกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียนนั้น ผูส้ อนต้องคานึงถงึ การพัฒนาผูเ้ รยี นแต่ละคนเป็นหลัก และตอ้ งเก็บข้อมูลของผู้เรียน
ทกุ ด้านอยา่ งสมา่ เสมอและต่อเนอื่ งในแตล่ ะภาคเรียน รวมทงั้ สอนซ่อมเสริมผู้เรยี นให้พัฒนาจนเต็มตามศักยภาพ
ระดบั ประถมศึกษา
(๑) ผ้เู รียนตอ้ งมีเวลาเรยี นไม่น้อยกวา่ รอ้ ยละ ๘๐ ของเวลาเรยี นทงั้ หมด
(๒) ผูเ้ รยี นต้องไดร้ บั การประเมินทุกตัวชีว้ ดั และผา่ นตามเกณฑ์ที่สถานศกึ ษากาหนด
(๓) ผเู้ รยี นตอ้ งไดร้ ับการตัดสนิ ผลการเรียนทุกรายวิชา
(๔) ผเู้ รยี นต้องไดร้ บั การประเมนิ และมผี ลการประเมนิ ผ่านตามเกณฑท์ ่ีสถานศึกษากาหนด ในการอา่ น
คดิ วเิ คราะห์ และเขียน คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ และกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน
การพิจารณาเลอ่ื นชัน้ ถ้าผเู้ รียนมขี ้อบกพร่องเพยี งเล็กน้อย และสถานศึกษาพิจารณาเห็นวา่ สามารถ
พฒั นาและสอนซ่อมเสริมได้ ให้อยใู่ นดุลพินจิ ของสถานศึกษาทีจ่ ะผอ่ นผันให้เล่อื นชนั้ ได้ แต่หากผู้เรียนไมผ่ ่าน
รายวิชาจานวนมาก และมีแนวโนม้ วา่ จะเป็นปญั หาตอ่ การเรียนในระดับชัน้ ทีส่ งู ข้ึน สถานศึกษาอาจต้ัง
คณะกรรมการพิจารณาให้เรยี นซ้าชนั้ ได้ ทง้ั นี้ให้คานึงถึงวุฒิภาวะและความรู้ความสามารถของผูเ้ รียนเป็นสาคัญ
๑.๒ การใหร้ ะดบั ผลการเรยี น
ระดบั ประถมศึกษา ในการตัดสนิ เพ่อื ใหร้ ะดบั ผลการเรียนรายวชิ า สถานศึกษาสามารถใหร้ ะดบั ผลการ
เรยี นหรือระดับคุณภาพการปฏบิ ตั ิของผ้เู รียน เปน็ ระบบตัวเลข ระบบตวั อักษร ระบบร้อยละ และระบบทีใ่ ช้คา
สาคัญสะท้อนมาตรฐาน
การประเมินการอ่าน คิดวเิ คราะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพงึ ประสงคน์ ั้น ให้ระดับผล การประเมินเปน็ ดี
เย่ยี ม ดี และผา่ น
การประเมินกจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น จะต้องพจิ ารณาทั้งเวลาการเขา้ ร่วมกิจกรรม การปฏิบตั ิกิจกรรมและ
ผลงานของผเู้ รียน ตามเกณฑ์ท่ีสถานศึกษากาหนด และใหผ้ ลการเขา้ รว่ มกิจกรรมเปน็ ผา่ น และไมผ่ ่าน
๑.๓ การรายงานผลการเรียน
การรายงานผลการเรียนเป็นการสื่อสารให้ผู้ปกครองและผู้เรียนทราบความก้าวหนา้ ในการเรียนรขู้ อง
ผู้เรยี น ซึ่งสถานศึกษาต้องสรปุ ผลการประเมินและจัดทาเอกสารรายงานให้ผู้ปกครองทราบเปน็ ระยะๆ หรอื อย่าง
น้อยภาคเรยี นละ ๑ ครง้ั
การรายงานผลการเรยี นสามารถรายงานเปน็ ระดับคุณภาพการปฏบิ ัติของผเู้ รียนทีส่ ะท้อนมาตรฐานการ
เรียนรกู้ ล่มุ สาระการเรยี นรู้
๒. เกณฑก์ ารจบการศึกษา
คูม่ ือการวัดและประเมนิ ผล |6
หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน กาหนดเกณฑ์กลางสาหรบั การจบการศกึ ษาเปน็ ๑ ระดับ คอื
ระดบั ประถมศึกษา
๒.๑ เกณฑก์ ารจบระดับประถมศกึ ษา
(๑) ผู้เรยี นเรยี นรายวิชาพ้นื ฐาน และรายวชิ า/กจิ กรรมเพ่มิ เตมิ ตามโครงสรา้ งเวลาเรียนท่ี
หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐานกาหนด
(๒) ผเู้ รยี นตอ้ งมผี ลการประเมนิ รายวชิ าพื้นฐาน ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ตามทส่ี ถานศึกษากาหนด
(๓) ผูเ้ รียนมีผลการประเมนิ การอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขียนในระดบั ผ่านเกณฑ์การประเมิน
ตามทส่ี ถานศึกษากาหนด
(๔) ผ้เู รยี นมผี ลการประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ในระดบั ผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่
สถานศึกษากาหนด
(๕) ผู้เรยี นเข้าร่วมกจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี นและมผี ลการประเมนิ ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ตามท่ี
สถานศึกษากาหนด
สาหรับการจบการศึกษาสาหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น การศึกษาเฉพาะทาง การศึกษาสาหรับผู้มี
ความสามารถพิเศษ การศึกษาทางเลือก การศึกษาสาหรับผู้ด้อยโอกาส การศึกษาตามอัธยาศัย ให้คณะกรรมการ
ของสถานศกึ ษา เขตพ้ืนท่ีการศึกษา และผู้ที่เก่ียวข้อง ดาเนินการวัดและประเมินผล การเรียนรู้ตามหลักเกณฑ์ใน
แนวปฏบิ ัตกิ ารวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานสาหรับกลุ่มเป้าหมาย
เฉพาะ
เอกสารหลักฐานการศกึ ษา
เอกสารหลักฐานการศึกษา เป็นเอกสารสาคัญทบี่ ันทึกผลการเรยี น ขอ้ มูลและสารสนเทศที่เก่ยี วข้องกบั
พัฒนาการของผ้เู รียนในด้านตา่ ง ๆ แบง่ ออกเป็น ๒ ประเภท ดังน้ี
๑. เอกสารหลกั ฐานการศึกษาท่ีกระทรวงศึกษาธิการกาหนด
๑.๑ ระเบียนแสดงผลการเรียน เปน็ เอกสารแสดงผลการเรียนและรับรองผลการเรยี นของผเู้ รียน
ตามรายวิชา ผลการประเมินการอ่าน คดิ วิเคราะห์และเขียน ผลการประเมนิ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ของ
สถานศกึ ษา และผลการประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน สถานศกึ ษาจะต้องบันทึกข้อมูลและออกเอกสารนใี้ หผ้ ู้เรยี น
เปน็ รายบุคคล เม่ือผเู้ รียนจบการศึกษาระดบั ประถมศึกษา (ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๖)
๑.๒ แบบรายงานผู้สาเร็จการศึกษา เป็นเอกสารอนุมัติการจบหลกั สูตรโดยบันทกึ รายช่ือและ
ข้อมลู ของผ้จู บการศึกษาระดับประถมศึกษา (ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๖)
๒. เอกสารหลักฐานการศึกษาทีส่ ถานศึกษากาหนด
คมู่ ือการวดั และประเมนิ ผล |7
เปน็ เอกสารท่ีสถานศึกษาจัดทาขึ้นเพ่ือบันทึกพฒั นาการ ผลการเรียนรู้ และข้อมูลสาคัญ เกยี่ วกับผูเ้ รียน เชน่
แบบรายงานประจาตวั นกั เรยี น แบบบันทกึ ผลการเรียนประจารายวชิ า ระเบยี นสะสม ใบรับรองผลการเรยี น และ
เอกสารอ่ืนๆ ตามวตั ถุประสงค์ของการนาเอกสารไปใช้
การเทียบโอนผลการเรียน
สถานศกึ ษาสามารถเทียบโอนผลการเรียนของผู้เรียนในกรณีต่างๆได้แก่ การย้ายสถานศึกษา การเปล่ียน
รูปแบบการศึกษา การย้ายหลักสูตร การออกกลางคันและขอกลับเข้ารับการศึกษาต่อ การศึกษาจากต่างประเทศ
และขอเข้าศึกษาต่อในประเทศ นอกจากน้ี ยังสามารถเทียบโอนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์จากแหล่งการเรียนรู้
อน่ื ๆ เชน่ สถานประกอบการ สถาบนั ศาสนา สถาบนั การฝกึ อบรมอาชพี การจัดการศึกษาโดยครอบครัว
การเทยี บโอนผลการเรียนควรดาเนนิ การในช่วงก่อนเปดิ ภาคเรียนแรก หรือต้นภาคเรียนแรก ที่
สถานศึกษารับผู้ขอเทยี บโอนเป็นผูเ้ รยี น ท้ังนี้ ผ้เู รยี นทไี่ ด้รบั การเทียบโอนผลการเรยี นต้องศกึ ษาต่อเน่ืองใน
สถานศกึ ษาทร่ี บั เทียบโอนอย่างนอ้ ย ๑ ภาคเรยี น โดยสถานศกึ ษาทีร่ ับผเู้ รียนจาก
การเทียบโอนควรกาหนดรายวิชา/จานวนหนว่ ยกติ ท่ีจะรบั เทียบโอนตามความเหมาะสม
การพิจารณาการเทยี บโอน สามารถดาเนินการได้ ดังนี้
๑. พิจารณาจากหลักฐานการศึกษา และเอกสารอ่นื ๆ ท่ีใหข้ อ้ มลู แสดงความรู้ ความสามารถของผู้เรยี น
๒. พิจารณาจากความรู้ ความสามารถของผู้เรียนโดยการทดสอบด้วยวธิ กี ารตา่ งๆ ทั้งภาคความรูแ้ ละ
ภาคปฏิบตั ิ
๓. พจิ ารณาจากความสามารถและการปฏบิ ัตใิ นสภาพจริง
การเทยี บโอนผลการเรียนให้เป็นไปตาม ประกาศ หรอื แนวปฏบิ ัติ ของกระทรวงศึกษาธิการ
การบริหารจัดการหลกั สตู ร
ในระบบการศึกษาที่มีการกระจายอานาจให้ท้องถ่ินและสถานศึกษามีบทบาทในการพัฒนาหลักสูตรน้ัน
หนว่ ยงานตา่ งๆ ท่เี ก่ียวขอ้ งในแตล่ ะระดับ ต้งั แต่ระดับชาติ ระดับท้องถ่ิน จนถึงระดับสถานศึกษา มีบทบาทหน้าที่
และความรับผิดชอบในการพัฒนา สนับสนุน ส่งเสริม การใช้และพัฒนาหลักสูตรให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
เพ่ือใหก้ ารดาเนนิ การจดั ทาหลักสูตรสถานศกึ ษาและการจดั การเรียนการสอนของสถานศึกษามีประสิทธิภาพสูงสุด
อันจะสง่ ผลให้การพฒั นาคุณภาพผเู้ รยี นบรรลตุ ามมาตรฐานการเรยี นรทู้ ก่ี าหนดไวใ้ นระดับชาติ
ระดับท้องถิ่น ได้แก่ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษา หน่วยงานต้นสังกัดอื่น ๆ เป็นหน่วยงานท่ีมีบทบาทใน
การขับเคล่ือนคุณภาพการจัดการศึกษา เป็นตัวกลางที่จะเช่ือมโยงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐานที่
กาหนดในระดับชาติให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถ่ิน เพ่ือนาไปสู่การจัดทาหลักสูตรของ
สถานศึกษา ส่งเสริมการใช้และพัฒนาหลักสูตรในระดับสถานศึกษา ให้ประสบความสาเร็จ โดยมีภารกิจสาคัญ
คอื กาหนดเปา้ หมายและจดุ เน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรยี น ในระดบั ท้องถิน่ โดยพจิ ารณาให้สอดคล้องกับสิ่งท่ีเป็น
ความต้องการในระดับชาติ พัฒนาสาระ การเรียนรู้ท้องถิ่น ประเมินคุณภาพการศึกษาในระดับท้องถิ่น รวมทั้ง
คมู่ ือการวัดและประเมินผล |8
เพ่ิมพูนคุณภาพการใช้หลักสูตรด้วยการวิจัยและพัฒนา การพัฒนาบุคลากร สนับสนุน ส่งเสริม ติดตามผล
ประเมินผล วเิ คราะห์ และรายงานผลคณุ ภาพของผู้เรยี น
สถานศกึ ษามีหนา้ ทีส่ าคัญในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การวางแผนและดาเนินการใช้หลักสูตร การเพ่ิมพูน
คุณภาพการใช้หลักสูตรด้วยการวิจัยและพัฒนา การปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรจัดทาระเบียบการวัดและ
ประเมินผล ในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาต้องพิจารณาให้สอดคล้อง กับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน
พน้ื ฐาน และรายละเอยี ดที่เขตพื้นท่กี ารศึกษา หรือหน่วยงาน สังกัดอ่ืนๆ ในระดับท้องถ่ินได้จัดทาเพิ่มเติม รวมท้ัง
สถานศกึ ษาสามารถเพ่มิ เตมิ ในส่วนที่เกย่ี วกับสภาพปัญหาในชมุ ชนและสังคม ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถิ่น และความต้องการ
ของผเู้ รยี น โดยทกุ ภาคสว่ นเข้ามามสี ว่ นร่วมในการพฒั นาหลักสตู รสถานศกึ ษา
คมู่ ือการวัดและประเมนิ ผล |9