กรุงเทพ เมืองหลวงของประเทศไทย อีกหนึ่งมหานครที่ พัฒนาไปตามยุคสมัยมั โลกาภิวัตวัน์ ความทันทัสมัยมัและความ เจริญก็มีมากขึ้นขึ้ตามกาลเวลา หากแต่บางแหล่งของ กรุงเทพก็ยังยัคงความสวยงามของกลิ่นอายย่านเมืองเก่าไว้ ไม่จางหาย นักนัท่องเที่ยวก็มักมัเดินทางเข้าข้มาชมบรรยากาศ ความสวยงามตามฉบับบักรุงเทพดั้งดั้เดิมอย่างไม่ขาดสาย ตลอดทั้งทั้ปี รวมถึงถึฉันฉัด้วด้ย เป็นการได้อด้อกไปเที่ยวอีกครั้งรั้ หลังลัจากผลกระทบของโรคระบาด Covid-19 ที่มีมาเป็นเวลา นาน การเดินทางไปกรุงเทพของฉันฉั ได้เด้ดินทางไปในช่วง เดือนตุลาคมที่ผ่านมา (พ.ศ.2565) โดยการเดินทางไป กรุงเทพของฉันฉัก็เดินทางจากท่าอากาศยานลำ ปาง ตั้งตั้อยู่ที่ อ.เมืองลำ ปาง จังจัหวัดวัลำ ปาง สายการบิน Bangkok Airways ใช้รช้ะยะเวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วชั่ โมงครึ่ง ก็ถึงถึท่า อากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นสนามบินที่ตั้งตั้อยู่ที่ถนนเทพ รัตรันและทางพิเศษบูรพาวิถี ในเขต ต. หนองปรือ และ ต. ราชา เทวะ อ. บางพลี จังจัหวัดวัสมุทรปราการ ห่างจากใจกลาง กรุงเทพมหานครประมาณ 25 กิโลเมตร การเดินทางไป ที่พักก็สามารถเดินทางจาก Airport link ไปต่อรถไฟฟ้า BTS ที่สถานีพญาไทและลงปลายทางที่สถานีราชเทวีใช้ ระยะเวลาการเดินทางเพียง 1 นาทีกว่าเท่านั้นนั้เอง ช่วงเช็ค อินเข้าข้โรงแรมก็มีเวลาได้นั่ด้ นั่งนั่พักจัดจัเตรียมตัวตัเพื่อออกเดิน ทางได้สัด้กสัพักหนึ่งก่อนจะเริ่มเดินทางไปต่อเพราะเวลาของ ทริปการท่องเที่ยวมีจำ กัดกั LPG BKK
ที่แรกที่ฉันฉัวางแผนไว้ว่ว้ ว่าจะเดินทางไปก็คือ สถานีรถไฟ หัวหัลำ โพง เหตุผลที่ฉันฉัเลือกไปก็เพราะว่าความสวยงามของ สถาปัตยกรรม อาคารสถานีทรงโค้งค้ครึ่งวงกลมขนาดใหญ่ ที่ แสดงถึงถึความก้าก้วหน้าน้ทางวิศวกรรมในสมัยมันั้นนั้ยังยัคงความ เป็นงานศิลปะชั้นชั้ยอด โดยเฉพาะเวลาแสงแดดตกกระทบแผ่น กระจกสีฟ้าและเขียวที่เรียงรายสลับลักันกัสถาปัตยกรรม ลวดลายปูนปั้นอันอัอ่อนช้อช้ยคลาสสิกแบบยุโรป ยังยัคงงดงาม เสมอเมื่อได้พด้บเห็นนาฬิกาเรือนยักยัษ์ทษ์รงกลมที่ติดตั้งตั้อยู่ด้าด้น บนกระจกโถงพักคอย ยังยัคงทำ หน้าน้ที่บอกเวลา โดยไม่เคยคิด จะขอลาหยุดเข็มของมันมัยังยัคงเดินไปอย่างช้าช้ๆ เหมือนไม่ แยแสกับกัความเร่งรีบในโลกที่กำ ลังลัเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สำ หรับรัการเดินทางไปที่สถานีหัวหัลำ โพง สามารถ เดินทางด้วด้ย รถไฟฟ้า (BTS) จากที่พักของฉันฉัที่สถานีราชเทวี ไปต่อ รถไฟฟ้าใต้ดิต้ ดิน (MRT) ที่สถานีสีลม จากนั้นนั้ก็จะถึงถึจุดมุ่งหมาย ในอีก 2 สถานีต่อไปคือสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิต้ ดินหัวหัลำ โพง Hualampong
ฉันฉัเที่ยวชมภายในสถานีได้สัด้กสัพักนึงก็เดินทางต่อไปที่ เยาวราช โดยสามารถเดินทางจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิต้ ดิน หัวหัลำ โพงไปต่อยังยัสถานีวัดวัมังมักรได้ซึ่ด้ ซึ่งเป็นสถานีที่อยู่ติดกันกั “สถานีวัดวัมังมักร” สถานีที่ตั้งตั้อยู่ใจกลางย่านเยาวราช บริเวณ ถนนเจริญกรุงตัดตักับกัถนนพลับลัพลาไชยและถนนแปลงนาม เป็น สถานีส่วนต่อขยายมาจากหัวหัลำ โพง ภายนอกตกแต่งด้วด้ย ศิลปะแบบชิโน-โปรตุกีส ส่วนภายในตกแต่งด้วด้ยศิลปะแบบจีน เน้นน้การใช้สีช้ สีมงคลอย่างสีแดงและทอง บนผนังนั ใกล้ห้ล้อห้งจำ หน่าย ตั๋วตั๋ประดับดัด้วด้ยประติมากรรมลวดลายมังมักรและลายเมฆ ให้ ความรู้สึรู้กสึเหมือนเดินทางเข้าข้สู่ท้อท้งมังมักร กระเบื้อบื้งหัวหัเสาใช้ ลวดลายของประแจจีนสลับลักับกักระเบื้อบื้งลายดอกบัวบัเพื่อสื่อถึงถึ ย่านไชน่าทาวน์ เส้นส้ทางนี้ตนี้อบโจทย์ผู้ย์ผู้โผู้ดยสารให้สห้ามารถเดิน ทางท่องเที่ยวในย่านเยาวราชสะดวกยิ่งขึ้นขึ้ฉันฉัพึ่งเคยได้มด้า สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิต้ ดินเป็นครั้งรั้แรกในชีวิต ก็ได้เด้ห็นถึงถึความสวยงาม ของสถาปัตยกรรมแบบจีน งานศิลปะที่ใช้คช้วามปราณีตอย่างสูง ใน ตัวตัสถานียังยัดูใหม่ และสะอาด ผู้คผู้นก็พอมีพลุกพล่านทั้งทั้ชาวไทยชาว ต่างชาติ ส ถ า นี วั ด มั ง ก ร
ฉันฉัเดินทางออกจากประตูที่ 1 ของ MRT วัดวัมังมักร เดิน มาตามถนนแปลงนาม ถนนนี้จนี้ะเชื่อมระหว่างถนน เจริญกรุงและถนนเยาวราช เมื่อมาสุดถนนแปลงนามแล้วล้ ก็จะพบกับกัถนนเยาวราช ในโซนของกิน นี่เป็นครั้งรั้แรกของ ฉันฉัที่ได้มด้าเยาวราช บรรยากาศพลุกพล่านด้วด้ยผู้คผู้น ทั้งทั้ สัญสัจรโดยรถโดยสารหรือเดินหาของทานเล่นตามทาง ป้ายร้าร้นค้าค้ที่เรียงรายตลอดบนถนนสายนี้ ถือได้ว่ด้ว่าเป็น เอกลักลัษณ์ขณ์องที่นี่ ฉันฉัชอบความคลาสสิคของที่นี่มาก นอกจากร้าร้นทองที่มีมากมายก็ยังยัมีของกินทั้งทั้มื้อมื้หลักลัมื้อมื้ รองให้ไห้ด้ทด้านกันกัอย่างอิ่มท้อท้ง เยาวราชเป็น"ถนนคน เดิน"ที่มีการขายอาหารจีนที่มีชื่อ การแสดง และออกร้าร้น มากมายจากร้าร้นค้าค้ที่อยู่สองข้าข้งทาง ฉันฉั ได้ลด้องทาน กับกัข้าข้วข้าข้งทางที่เยาวราช ไม่น่าเชื่อว่ามีอาหารทะเลในร้าร้น รถเข็นข้าข้งทาง เมนูที่ชอบที่สุดคือต้มต้ยำ กุ้งกุ้และมีอีกร้าร้นที่ คนต่อแถวรอเยอะมากๆ ก็คือร้าร้นขายปลาหมึกมึย่าง ส่วน ตัวตัฉันฉัคิดว่ารสชาติก็ไม่ได้พิด้ พิเศษไปกว่าที่อื่นๆสักสัเท่าไหร่ แต่ หากคุณอยากมาลองทานดูฉันฉัก็แนะนำ เลย
ตอนแรกฉันฉัวางแผนว่าจะไปวัดวัมังมักรกมลาวาส หรือ วัดวัมังมักร เดิมชื่อ วัดวัเล่งเน่ยยี่ ตั้งตั้อยู่ย่าน เจริญกรุง กรุงเทพฯ เป็นวัดวัที่มีชื่อเสียงมากสำ หรับรั ชาวไทยเชื้อชื้สายจีนและชาวต่างชาตินิยมไปกราบไหว้ ขอพรกับกัองค์เค์ทพเจ้าจ้คุ้มคุ้ครองชะตา ‘องค์ไค์ท่ส่วยเอี๊ยอี๊’ เพื่อแก้ปีก้ ปีชง ทำ บุญสะเดาะเคราะห์ และกราบขอพรสิ่ง ศักศัดิ์สิดิ์สิทธิ์ รวมไปถึงถึพระอรหันหัต์ พระโพธิสัตสัว์ และสิ่ง ศักศัดิ์สิดิ์สิทธิ์ที่ธิ์ ที่อยู่ภายในวัดวันี้ แต่กว่าจะเดินทางถึงถึเยาวราชวัดวัก็ปิดให้เห้ข้าข้ชมเสียก่อน เป็นที่น่าเสียดายมากๆหากมีโอกาสฉันฉัจะแวะกลับลั ไปที่ วัดวัแห่งนี้อีนี้อีกสักสัครั้งรั้ ในวันวันี้ก็นี้ก็ไม่ได้เด้ดินทางไปเที่ยวที่อื่น เพิ่มอีกเพราะเริ่มค่ำ แล้วล้จึงเดินทางกลับลั โรงแรม
แผนที่เกาะรัตรันโกสินทร์ เช้าช้วันวัต่อมาฉันฉัออกเดินทางตั้งตั้แต่เช้าช้เพื่อไปสู่จุดหมาย ที่ต้อต้งการคือ ย่านเกาะรัตรันโกสินทร์ เป็นพื้นที่ประวัติวั ติศาสตร์ ในเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ฝั่งตะวันวัตกติดกับกัแม่น้ำ เจ้าจ้พระยา ส่วนฝั่งตะวันวัออกติดกับกัคลองหลายสาย แต่เดิม เป็นที่อยู่ของชาวจีนในสมัยมักรุงธนบุรี เกาะนี้เป็นที่ตั้งตั้ของ พระบรมมหาราชวังวักับกัศาลหลักลัเมืองกรุงเทพมหานคร และ สถานที่อื่นที่มีความสำ คัญคัทางประวัติวั ติศาสตร์ ในปัจจุบันบัเกาะ รัตรันโกสินทร์ยัร์งยัคงเป็นหมุดหมายของการท่องเที่ยวไทยที่ ไม่ใช่แค่ชาวต่างชาติที่นิยมมาท่องเที่ยว แม้แม้ต่คนไทยเองก็ สามารถเดินเที่ยวชมความงามของพระนครในวันวัวานได้เด้ช่น กันกัการเดินทางของฉันฉัเริ่มที่สถานีรถไฟฟ้าราชเทวี ไปจนถึงถึ สถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสิน เมื่อเดินลงไปก็จะเจอท่าเรือ สาทรที่มีเรือด่วนเจ้าจ้พระยาจอดรอรับรัส่งผู้โผู้ดยสารอยู่ ระหว่างทางที่จะถึงถึจุดมุ่งหมายคือท่าช้าช้ง
ระหว่างทางล่องชมแม่น้ำ เจ้าจ้พระยาก็จะผ่านบ้าบ้นริมน้ำ ซึ่งฉันฉั ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ละบ้าบ้นก็จะมีท่าเทียบเรือเล็กๆเป็น ของตัวตัเอง อนุมานได้ว่ด้ว่าในสมัยมัก่อนชาวบ้าบ้นริมน้ำ เจ้าจ้พระยา จะสัญสัจรโดยการพายเรือ มองไปอีกก็มีทั้งทั้ศาลเจ้าจ้จีนทั้งทั้ โรงเรียนซึ่งตั้งตั้ชิดริมน้ำ เจ้าจ้พระยา ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาตลาดน้อน้ย ก็เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ได้พด้บเจอได้รด้ะหว่าง ทาง สถานที่นี้เป็นสถาบันบัการเงิน หรือธนาคารแห่งแรกของ ประเทศไทย ลักลัษณะตัวตัอาคาร ก็เป็นอาคาร 3 ชั้นชั้สร้าร้งตาม แบบสถาปัตยกรรมตะวันวัตก ที่เรียกว่า "โบซาร์"ร์ผสมผสาน กับกันีโอคลาสสิก โดยตัวตัอาคารทอดยาวขนานไปกับกัแม่น้ำ เจ้าจ้พระยา และตกแต่งอาคารด้วด้ยองค์ปค์ระกอบคลาสสิกจาก ยุคต่างๆ มาผสมผสานกันกัอย่างลงตัวตันับนัเป็นจุดเด่นที่ถ้าถ้ หากขึ้นขึ้ เรือแล้วล้เดินทางไปท่าช้าช้ง จะต้อต้งพบเห็นและสะดุดตา อย่างแน่นอน ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาตลาดน้อ น้ ย
จุดเด่นก่อนที่จะเดินทางถึงถึวัดวัพระแก้วก้ก็คือละแวกของวัดวัที่ มีชื่อเสียงที่สุดของกรุงเทพอีกสองที่ นั่นนั่ก็คือ วัดวัอรุณ ราชวรารามราชวรมหาวิหารหรือวัดวัแจ้งจ้ซึ่งเป็นที่แรก จุดเด่น คือพระปรางค์วัค์ดวัอรุณ ซึ่งตั้งตั้ตระหง่านสวยงามแบบนี้มนี้าตั้งตั้แต่ สมัยมัต้นต้รัตรันโกสินทร์ พระปรางค์วัค์ดวัอรุณฯ เป็นสถาปัตยกรรม ไทยโดดเด่นริมแม่น้ำ เจ้าจ้พระยา ถือได้ว่ด้ว่าเป็นศิลปกรรมที่สง่าและ โดดเด่นที่สุด นอกจากนี้ยันี้งยัมีพระปรางค์รค์องอีก 4 ปรางค์ ซึ่งได้ รับรัการบูรณะเสมอมา ความวิจิตรตระการตาที่เห็นนั้นนั้มาจาก การประดับดัด้วด้ยชิ้นชิ้เปลือกหอย กระเบื้อบื้งเคลือบ จานชาม เบญจรงค์สีค์ สีต่างๆ เป็นลายดอกไม้ ใบไม้ และลายอื่น ๆ ซึ่งส่วน ใหญ่มาจากประเทศจีน นอกจากนี้ยันี้งยัมีการประดับดัตกแต่งด้วด้ย กินนร กินรี ยักยัษ์ เทวดา และพญาครุฑ ส่วนยอดบนสุดของพระ ปรางค์ติค์ ติดตั้งตั้ยอดนภศูล นอกจากนี้แนี้ล้วล้วัดวัอรุณยังยัถูกนำ มาทำ เป็นภาพตราสัญสัลักลัษณ์ขณ์องหน่วยงาน การท่องเที่ยวแห่ง ประเทศไทยอีกด้วด้ย วัดวัอรุณฯ จึงนับนัเป็นอีกหนึ่งศาสนสถาน สำ คัญคัที่ทรงคุณค่า งดงามด้วด้ยศิลปะและสถาปัตยกรรม มากมายที่ควรค่าแก่การศึกศึษา ซึ่งล้วล้นแล้วล้แต่เป็นสิ่งที่เราคน ไทยทุกคนควรภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง WAT ARUN
ส่วนวัดวัอีกแห่งหนึ่งนั่นนั่ก็คือวัดวั โพธิ์หธิ์รือวัดวั พระเชตุพนวิมลมังมัคลาราม ซึ่งมีพระนอนองค์ใค์หญ่ อันอัดับดั 3 ของประเทศ และเป็นวัดวั ประจำ รัชรักาลที่ 1 ฉันฉั เคยมาที่วัดวัสองแห่งนี้เมื่อตอนปี 2562 สิ่งที่ประทับทั ใจ ของเราเมื่อได้มด้าเยือนที่วัดวั โพธิ์ นั่นนั่ก็คือการที่ได้มด้าเห็น พระนอนองค์ใค์หญ่ ที่สวยกว่ารูปถ่ายที่เราเห็นได้ทั่ด้ ทั่วทั่ไป และการที่ได้มด้าเห็นพระมหาเจดีย์สี่ย์ สี่รัชรักาล ที่มีความ ละเอียดและประณีตในลวดลายเจดีย์กย์ารได้มด้าทำ บุญ ยังยัวัดวัเก่าแก่สองแห่งนี้ สำ หรับรัฉันฉัแล้วล้เป็นการเดิน ทางท่องเที่ยวที่สนุก รู้สึรู้กสึ ประทับทั ใจ ในคราวเดียวกันกั ทางข้าข้งหน้าน้ต่อไปหลังลัจากแผ่นวัดวั โพธิ์ไธิ์ปแล้วล้ก็จะเห็น วัดวัพระแก้วก้อยู่กรายๆ
เมื่อลงจากเรือด่วนเจ้าจ้พระยาที่ท่าช้าช้งซึ่งตั้งตั้อยู่ บริเวณสุดถนนหน้าน้พระลาน แขวงพระบรมมหาราช วังวัเขตพระนคร กรุงเทพมหานครแล้วล้ก็เดินชม สถาปัตยกรรมแถวนั้นนั้ก่อน มีทั้งทั้ร้าร้นขายของขายน้ำ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นร้าร้นอาหาร เดินเลียบถนน หน้าน้พระลานไปก็จะเข้าข้สู่ประตูวัดวัพระแก้วก้ โดยคน ไทยจะไม่เสียอัตอัราค่าชม ส่วนชาวต่างชาติจะเสียที่ 500 บาท ซึ่งฉันฉัก็รู้สึรู้กสึดีอย่างมาก ที่สามารถเข้าข้ชม สถานที่สวยงามและศักศัดิ์สิดิ์สิทธิ์แธิ์บบนี้โดยไม่ต้อต้งเสีย เงินสักสับาท
วัดวัพระแก้วก้หรือวัดวัพระศรีรัตรันศาสดาราม วัดวัคู่บ้าบ้นคู่เมืองไทย แห่งรัตรันโกสินทร์ เป็นวัดวัหลวงที่สำ คัญคั ในพระราชพิธีต่างๆ ที่สร้าร้งขึ้นขึ้ ในพร้อร้มกับกัการสถาปนากรุงรัตรันโกสินทร์ ในปี พ.ศ.2325 สมัยมัรัชรักาลที่ 1 โดยเป็นวัดวั ในพระบรมมหาราชวังวัเช่นเดียวกับกัวัดวัพระศรีสรรเพชญ์ ซึ่ง เป็นวัดวั ในพระราชวังวัหลวงในสมัยมักรุงศรีอยุธยานั่นนั่เอง นอกจากนี้ ภายในวัดวัยังยั ประดิษฐาน พระพุทธมหามณีรัตรันปฏิมากร หรือ พระแก้วก้ มรกต ที่อัญอัเชิญมาจากอาณาจักจัรล้าล้นช้าช้งเวียงจันจัทน์ หรือ ประเทศ ลาวในอดีต นั่นนั่เอง สถานที่แรกที่ฉันฉั ได้เด้ข้าข้ไปคือ พระอุโบสถของวัดวัพระ แก้วก้มีกำ แพงแก้วก้ล้อล้มรอบ สร้าร้งขึ้นขึ้ ในสมัยมัรัชรักาลที่ 1 มีสถาปัตยกรรม ที่งดงาม ประดับดัครุฑยุดนาคหล่อด้วด้ยโลหะปิดทอง มีเสารายเทียนหล่อ ด้วด้ยทองแดงล้อล้มรอบทั้งทั้สี่ด้าด้น ผนังนัด้าด้นในโดยรอบเขียนภาพ จิตรกรรมฝาผนังนัต่างๆ เช่น เรื่องราวพุทธประวัติวั ติภาพทศชาติชาดก ภาพเทพชุมนุมตามแบบที่สืบเนื่องมาจากสมัยมัอยุธยา ภาพกระบวน พยุหยาตราสถลมารค กระบวนพยุหยาตราชลมารค และอื่นๆ ภายในมี การประดิษฐานพระแก้วก้มรกตไว้ การได้เด้ข้าข้ไปกราบไหว้พว้ระแก้วก้มรกต ถือเป็นสิ่งสำ คัญคัที่ควรจะทำ หากได้มด้าเที่ยวที่กรุงเทพ ภายในอุโบสถมี ทั้งทั้พระ คนไทย คนต่างชาติเข้าข้ไปแสดงความเคารพกราบไหว้ บางคนก็ หมอบเคารพในแบบของวัฒวันธรรมพวกเขา บรรยากาศสงบร่มเย็น ทางวัดวั ไม่อนุญาตให้ถ่ห้ ถ่ายภาพหรือวีดีโอภายในอุโบสถ หากจะถ่ายต้อต้ง มายืนถ่ายทางด้าด้นนอก
ปราสาทพระเทพบิดร เป็นอาคารจัตุจัตุรมุขทรงไทย ยกยอดปราสาทเป็นทรงปรางค์ ภายในประดิษฐานพระบรม รูปหล่อของพระมหากษัตษัริย์ 9 พระองค์ เปิดให้เห้ข้าข้ชม เฉพาะวันวัสำ คัญคัเท่านั้นนั้เช่นวันวัจักจัรี ฉันฉั ไม่เคยได้เด้ข้าข้ไปชม ด้าด้นในของตัวตัปราสาทสักสัครั้งรั้เป็นที่น่าเสียดาย หากได้มีด้ มี โอกาสก็อยากจะเข้าข้ไปชมสักสัครั้งรั้พอเดินไปใกล้ถึล้งถึ ทางออกก็จะเจอพระที่นั่ที่งนั่จักจัรีมหาปราสาท สร้าร้งในสมัยมั รัชรักาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าล้เจ้าจ้อยู่หัวหัเมื่อ พ.ศ. 2419 ใช้เช้ป็นที่รับรัรองพระราชอาคันคัตุกะชั้นชั้พระราชาธิบดี หรือชั้นชั้ประมุขของรัฐรัความรู้สรู้คกเมื่ออยู่ในวัดวัพระแก้วก้คือ รู้สึรู้กสึสงบ สบาย ปราศจากความวุ่นวาย ได้ขด้อพรกับกัพระ แก้วก้มรกตไปหลายอย่าง และได้เด้ดินชมจิตรกรรมบนผนังนั ในเรื่องของ รามเกียรติ์ รายละเอียดของ จิตรกรรม มี ความปราณีตสวยงามมาก
เมื่อเดินออกจากประตูพระบรมมหาราชวังวัแล้วล้เดินไปกันกั ต่อทางท่าพระจันจัทร์ ทะลุ มหาวิทยาลัยลัธรรมศาสตร์ เข้าข้ประตู ท่าพระจันจัทร์ ออกประตูด้าด้นสนามหลวง ผ่านสนามฟุตบอล หอประชุมใหญ่ เป็นครั้งรั้แรกที่ฉันฉั ได้มด้าเดินภายในมหาลัยลั ใน กรุงเทพเป็นครั้งรั้แรก ภายในมหาลัยลัมีร่มไม้ สร้าร้งความสงบ ร่มเย็นให้กัห้บกัผู้ที่ผู้ ที่เดินทางผ่านไปมาอย่างยิ่ง เมื่ออกมาแล้วล้ก็จะ เจอพิพิธภัณภัฑ์วัฑ์งวัหน้าน้อยู่ทางซ้าซ้ยมือ พิพิธภัณภัฑสถานแห่งห่ชาติ พระนคร นั้นนั้แต่เดิมเป็น "พระราชวังวับวรสถานมงคล" หรือวังวัหน้าน้ ในสมัยมัรัชรักาลที่ 4 ได้ทด้รงจัดจัตั้งตั้พิพิธภัณภัฑ์ส่ฑ์ ส่วนพระองค์ขึ้ค์ ขึ้นขึ้ เพื่อเก็บรักรัษาโบราณ วัตวัถุศิลปวัตวัถุ ต่อมาในปี พ.ศ.2469 รัชรักาลที่ 7 ให้จัห้ดจัตั้งตั้ พิพิธภัณภัฑสถานสำ หรับรัพระนครขึ้นขึ้ซึ่งก็คือพิพิธภัณภัฑสถาน แห่งชาติ พระนคร ที่เปิดให้ปห้ระชาชนเข้าข้ชมได้ โดยถือเป็น พิพิธภัณภัฑสถานสำ หรับรั ประชาชนแห่งแรกของประเทศไทยที่ รวบรวมประวัติวั ติความเป็นมาเรื่องราวของบางกอกหรือ กรุงเทพ ฯ รวมทั้งทั้ความเป็นมาของชาติ ประเพณีที่สืบต่อกับกั มา รวมทั้งทั้ยังยัเป็นที่ที่มีการจัดจัแสดงข้อข้มูลทางด้าด้น ประวัติวั ติศาสตร์ ประวัติวั ติศาสตร์ศิร์ ศิลปะ โบราณคดี และ ชาติพันธุ์วิธุ์ วิทยา โดยเฉพาะศิลาจารึกรึพ่อขุนรามคำ แหงมหาราช ที่ได้รัด้บรัการประกาศให้เห้ป็นมรดกความทรงจำ ของโลก พิพิธภัณภัฑ์แฑ์ห่งนี้กนี้ว้าว้งใหญ่มาก เดินเต็มวันวัก็ชมได้ได้ม่หมด ตอนได้มด้ากรุงเทพคราวก่อนนั้นนั้ ได้ชด้มแค่โถงเดียว โถงหนึ่งก็ ใหญ่จนจะหาทางออกไม่เจออยู่แล้วล้แต่เพราะฉันฉัชอบได้เด้ดิน เที่ยวพิพิธภัณภัฑ์ที่ฑ์ ที่สะสมโบราณวัตวัถุอยู่แล้วล้จึงไม่เป็นปัญหา และที่นี่ก็ตอบโจทย์ฉัย์นฉัมาก
จนมาถึงถึวันวัสุดท้าท้ยได้มีด้ มีโอกาสไปล่องแม่น้ำ เจ้าจ้พระยาพร้อร้ม ทานอาหารบนเรือ บรรยากาศยามเย็นพร้อร้มลมพัดอ่อนๆ ทำ ให้ รู้สึรู้กสึเหมือนได้พัด้ พักผ่อนจากการใช้ชีช้ ชีวิตอย่างหนักนัหน่วงในช่วง ชีวิตที่ผ่านมา ได้ตด้ระหนักนัคิดเกี่ยวกับกัเรื่องที่ผ่านมาและคิด ทบทวนเกี่ยวกับกัความประทับทั ใจในการมาเที่ยวครั้งรั้นี้ กรุงเทพเป็นอีกเมืองที่ฉันฉัชอบสถานที่ท่องเที่ยวมาก เพราะ เป็นทั้งทั้เมืองที่ทันทัสมัยมัและมีกลิ่นอายความโบราณในเวลา เดียวกันกัถึงถึแม้กม้รุงเทพจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วอย่างน่า ใจหาย แต่สิ่งที่ไม่เป็นเปลี่ยนตามกาลเวลาเลยก็คือสถานที่เก่าๆ ย้อย้นยุค สถาปัตยกรรมและกลิ่นอายวัฒวันธรรมที่ดีงามที่มีมาแต่ โบราณ ซึ่งฉันฉัคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก ควรค่าแก่การอนุรักรัษ์ไษ์ว้ หาก คุณเป็นคนไทยก็เป็นเรื่องที่ควรค่าอย่างยิ่งแก่การได้มด้าเที่ยวชม เมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานครของเรา คนต่างชาติยังยัอยาก มาท่องเที่ยวที่กรุงเทพ บางสถานที่ชาวต่างชาติต้อต้งเสียเงินค่า เข้าข้ชม แต่คนไทยอย่างเราในบางสถานที่ไม่จำ เป็นที่ต้อต้งเสียค่า เข้าข้ชมเลย เพราะต้อต้งการให้คห้นรุ่นหลังลัและคนไทยทุกๆคน อนุรักรัษ์คษ์วามเป็นไทยและสืบสานอัตอัลักลัษณ์คณ์วามดีงาม รู้แรู้บบนี้ แล้วล้ก็อยากให้ทุห้ทุกๆคนที่ได้อ่ด้ อ่านสารคดีนี้ได้ได้ปท่องเที่ยวชมย่าน เก่าในพระนครดูสักสัครั้งรั้ ในชีวิต หากได้ได้ปแล้วล้อยากให้ผู้ห้ผู้อ่ผู้ อ่านกลับลั มาเล่าให้ฉัห้นฉั ฟังถึงถึความประทับทั ใจกับกัพระนครแบบเดียวกับกัที่ฉันฉั เล่าให้พห้วกคุณฟัง