ตารางท่ี 3 การวเิ คราะห์ความคดิ เหน็ ของผทู้ รงคณุ วฒุ ิต่อแบบทดสอบทีใ่ ช้ในการเรยี นการสอน
ประมาณค่าความ คา่
รายการขอความคดิ เห็น คิดเหน็ ของ IOC แปลผล
ผู้ทรงคณุ วฒุ ิคนที่
ใช้ได้
12 3 ใชไ้ ด้
ใช้ได้
1. ความสอดคลอ้ งเหมาะสมกับหลักสูตร +1 +1 0 0.7 ใชไ้ ด้
2. ความสอดคลอ้ งเหมาะสมกับธรรมชาติวิชา +1 0 +1 0.7 ใช้ได้
ใชไ้ ด้
3. ความสอดคลอ้ งเหมาะสมกับวัยของผเู้ รียน +1 +1 +1 1.0 ใช้ได้
ใชไ้ ด้
4. ความสอดคล้องเหมาะสมกับสภาพปัจจบุ นั +1 +1 +1 1.0 ใช้ได้
ใช้ได้
และปญั หา
5. ความเหมาะสมต่อกระบวนการพฒั นาผูเ้ รียน +1 0 +1 0.7
6. ความเหมาะสมของเนือ้ หา +1 +1 +1 1.0
7. ความเหมาะสมของขนาดตวั อักษร +1 +1 +1 1.0
8. ความเหมาะสมของการใช้ภาษา 0 +1 +1 0.7
9. ความเหมาะสมกับความสนใจของนกั เรียน 0 +1 +1 0.7
10.ความเหมาะสมของรูปแบบ +1 +1 +1 1.0
คา่ IOC = 0.7+0.7+1.0+1.0+0.7+1.0+1.0+0.7+0.7+1.0 / 10
= 8.5/10 = 0.85
สรุปวา่ แบบทดสอบการเรียนการสอนดงั กลา่ วน้นั ใชไ้ ด้
บทที่ 5
สรปุ อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ
สรปุ ผลการศึกษา
1. เพื่อพฒั นาวธิ กี ารเรียนร้แู บบเพ่อื นชว่ ยเพ่ือนใหเ้ อื้อต่อการเรียนรู้ ของนักเรียนช้นั ประถมศึกษาปีที่ 6/1
โดยมเี ปา้ หมายใหน้ ักเรียนทุกคนมีผลการเรยี นผา่ นเกณฑท์ ีก่ ำหนด เร่อื งทักษะกฬี าวอลเลยบ์ อล
2. เพ่ือพัฒนาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นวิชาพลศึกษาของนกั เรียนให้สงู ขึ้น
สมมุติฐานของการวจิ ัย
คำอธบิ ายจากเพอ่ื นสามารถทำใหน้ ักเรยี นบางส่วนท่ีไมเ่ ขา้ ใจบทเรยี นนน้ั กลบั มาเขา้ ใจบทเรยี นมากขึน้
และเรียนรู้ไดม้ ากขน้ึ กวา่ คำอธบิ ายของครู
กลุม่ เป้าหมาย
กลมุ่ เป้าหมาย คอื นักเรยี นระดับชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 27 คน
เคร่อื งมือท่ใี ช้ในการวิจยั
1. รปู แบบการเรยี นการสอนแบบเพ่ือนช่วยเพ่อื น
2. แบบบนั ทกึ คะแนนและใบงาน
3. สมุดแบบฝึกหดั และใบกจิ กรรมของนกั เรียน
4. แบบสงั เกตพฤติกรรมนกั เรยี นและแบบประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคข์ องนักเรียน
การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
1. แบง่ กลมุ่ นกั เรยี นออกเป็นกลุม่ ในแตล่ ะกลมุ่ จะเฟน้ หานกั เรยี นท่ีเกง่ และมคี วามรับผิดชอบ มีลกั ษณะเปน็
ผนู้ ำมอบหมายใหเ้ ป็นหวั หนา้ กลุม่
2. ครผู ู้สอนช้แี จงการเรียนแบบเพอ่ื นช่วยเพ่ือน โดยหลังจากครสู อนในแต่ละครง้ั ก็จะมอบหมายให้นกั เรียนทำ
แบบฝึกหัด โดยนกั เรยี นนงั่ ทำแบบฝกึ หัดระดมสมองช่วยกนั คิด หากหวั ขอ้ ใดสมาชิกในกลุม่ ไมเ่ ขา้ ใจ ผทู้ ีเ่ ข้าใจก็
จะชว่ ยกนั อธิบายจนเพือ่ นเข้าใจ หากสมาชิกในกลุ่มยงั ไมเ่ ขา้ ใจก็จะปรึกษาครูผู้สอน
3. ครสู ังเกตการทำกิจกรรมของกลุ่ม การช่วยกนั แก้ปญั หา ความสนใจ และความตั้งใจของสมาชกิ ในกล่มุ
4. สังเกตผลการทำแบบฝึกหดั ว่าดีขึ้นหรือไม่
5. สังเกตการประเมนิ ตามสภาพจรงิ ในแต่ละครง้ั
6. วดั ผลการเรียนเมือ่ สิน้ บทเรยี น
สรปุ ผลการวิจยั
ผลจากการจัดการเรียนการสอนแบบเพื่อนชว่ ยเพ่อื นมาใช้ในการเรยี นการสอนวิชาพลศกึ ษา ผลปรากฎ
วา่ คะแนนเฉล่ยี ของการทดสอบกอ่ นเรยี นเทา่ กับ 3.63 คะแนน และคะแนนเฉลย่ี หลังเรยี นเทา่ กับ 6.02 คะแนน
ซงึ่ มีคะแนนเฉลย่ี หลังเรียนสงู กวา่ ก่อนเรยี น เท่ากับ 2.39 คะแนน และนกั เรียนทุกคนมคี ะแนนสงู ข้นึ กว่าเดิมโดยมี
คะแนนความก้าวหน้าเมื่อเทียบระหว่างคะแนนก่อนเรียนกับคะแนนหลังเรียนคดิ เป็นร้อยละ 65.84 และมีส่วน
เบย่ี งเบนมาตรฐานที่ลดลง นกั เรียนมีผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนในรายวิชาเพม่ิ ขน้ึ อย่างเห็นได้ชดั และกจิ กรรมกลุ่ม
ของนักเรยี นทำใหเ้ กิดบรรยากาศที่ดแี ละเออื้ ต่อการเรยี นการสอน ชว่ ยให้นกั เรียนมีความกระตอื รอื ร้นสนใจ ตั้งใจ
และมคี วามรบั ผดิ ชอบตอ่ การเรียนมากขน้ึ อกี ท้ังยงั ช่วยกระตนุ้ ให้นักเรยี นมคี วามกระตอื รอื รน้ อยตู่ ลอดเวลา ช่วย
สร้างความสามัคคีให้เกิดขนึ้ ในกล่มุ รจู้ กั แกป้ ัญหาร่วมกนั ทำงานเปน็ ทมี ระดมความคิดของหลายคน ซึ่งแนวทาง
นเ้ี หมาะสมในการแกป้ ัญหาในชัน้ เรยี นไดเ้ ปน็ อย่างดี รวมถึงสามารถสร้างทัศนคตทิ ดี่ ีต่อการเรยี นวิชาพลศกึ ษาเป็น
อยา่ งมาก
อภปิ รายผลการวจิ ัย
จากการศึกษาวิจัยพบว่าการสอนโดยวิธีเพื่อนช่วยเพื่อนระหว่างนักเรียนในรายวิชา ทำให้ผลสัมฤทธิ์
ทางการเรยี นของผู้เรยี นมีพฒั นาการทีด่ ขี น้ึ อยา่ งเหน็ ได้ชัด
เมอ่ื จะเรม่ิ "ลงมอื ทำ" เรือ่ งใดเร่ืองหนึ่งที่เราไมเ่ คยทำ หรือไม่สนั ทัด หรือยังได้ผลไมเ่ ปน็ ที่พอใจ ขั้นตอน
แรกของการจัดการความร้คู อื หาข้อมูล (ความรู)้ ว่าเรือ่ งนน้ั ๆ มีบุคคลหรอื กลมุ่ คน ที่ไหน หน่วยงานใด ท่ีทำได้ผลดี
มาก (best practice) และถอื เปน็ กัลยาณมิตร (peers) ทอี่ าจชว่ ยแนะนำหรือให้ความรู้เราได้ กัลยาณมิตรน้ีอาจ
เปน็ เพ่ือนร่วมงานในหน่วยงานเดยี วกัน อาจเป็นหนว่ ยงานอ่ืนในองค์กรเดียวกัน หรอื เป็นคนทีอ่ ยูใ่ นองค์กรอื่นก็ได้
แล้วติดต่อขอเรียนรู้วิธีทำงานจากเขา ไปเรียนรู้จากหน่วยงาน จะโดยวิธีไปดูงาน โทรศัพท์หรือ e-mail ไปถาม
เชญิ มาบรรยาย หรอื วิธอี นื่ ๆ ก็ได้ หลกั คดิ ในเรื่องน้กี ค็ อื มคี นอนื่ ทเี่ ขาทำได้ดีอย่แู ล้ว ในเรือ่ งทเี่ ราอยากพัฒนาหรือ
ปรบั ปรงุ ไม่ควรเสียเวลาคิดข้นึ ใหมด่ ้วยตนเอง ควร "เรยี นลดั " โดยเอาอยา่ งจากผูท้ ี่ทำได้ดอี ยแู่ ล้ว เอามาปรบั ใชก้ บั
งานของเรา แล้วพัฒนาให้ดีย่ิงข้ึน ย้ำว่าการเรียนรู้จากกลั ยาณมิตรนี้จะต้องไม่ใช่ไปลอกวิธกี ารของเขามาท้ังหมด
แต่ไปเรียนรู้แนวคดิ และแนวปฏบิ ัติของเขาแลว้ เอามาปรับปรงุ ใชง้ านใหเ้ หมาะสมตอ่ สภาพการทำงานของเรา
ขอ้ เสนอแนะ
1. ครูผู้สอนจะตอ้ งคอยตดิ ตามดแู ล การปฏิบตั ิงานกล่มุ อย่างต่อเนื่อง
2. ควรเฟ้นหาหวั หนา้ กลมุ่ ทเี่ กง่ และมคี ุณภาพจรงิ ๆ
3. ครผู ู้สอนจะตอ้ งคอยใหแ้ รงเสริมแก่นกั เรยี นอย่างต่อเนอื่ ง
4. ครูผู้สอนควรแจ้งผลการประเมินทุกครั้งเพอ่ื กลุ่มจะไดป้ รบั ปรุงและพฒั นาตวั เองในจุดที่ยังด้อยอยู่
บรรณานุกรม
กระทรวงศึกษาธิการ. (2556). พลศึกษา เลม่ 1 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1-3. พุทธศกั ราช 2551. กรุงเทพฯ : โรง
พิมพ์ สกสค. ลาดพร้าว.
ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์ เลิศ สทิ ธิโกศล. (2556). พลศกึ ษา เล่ม 4 ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 4-6. พทุ ธศักราช 2551.
กรุงเทพฯ : เจรญิ ดมี ั่นคงการพิมพ์.
คมเพชร ฉตั รศุภกลุ . (2557). กิจกรรมการสอนแบบเพอ่ื นชว่ ยเพอื่ น. พิมพ์คร้งั ที่ 5. กรงุ เทพฯ : ศูนย์หนังสอื
มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครินทรวิโรฒ.
ชัยยงค์ โสภานธิ กิ ลุ ชยั . (2557). กจิ กรรมในรายวชิ าเพื่อการสอน. พมิ พค์ รง้ั ท่ี 2. กรงุ เทพฯ : ศูนย์หนงั สอื
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั .
บญั ชา อง้ึ สกลุ . บทบาทของผู้บรหิ ารโรงเรียนมัธยมศึกษาที่มตี อ่ การส่งเสรมิ การทาํ วิจยั ในโรงเรยี น สงั กดั กรม
สามัญศึกษา เขตการศึกษา 12. ปรญิ ญานิพนธ์ การศกึ ษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลยั ศรนี ครินทรวโิ รฒ
ประสานมติ ร, 2558.
เบญจพร ทองโอ. บทบาทการส่งเสรมิ การทําวจิ ัยในช้ันเรียนของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษาตาม ทัศนะของผู้บริหาร
สังกัดสํานักงานการประถมศกึ ษาจังหวดั สงขลา. วิทยานิพนธ์ ปรญิ ญามหาบณั ฑิต มหาวยิ าลัยทักษณิ ,
2559.
ชาตรี ชดิ พนาสิริสกลุ ชัย. (2560). กจิ กรรมในรายวชิ าเพื่อการคิดและพฒั นา. พิมพ์คร้ังที่ 4. กรุงเทพฯ : ศูนย์
หนังสอื จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั , 2560.
จำรสั นองมาก. ปฏิบัตกิ ารประกนั คณุ ภาพการศกึ ษาขนั้ ตน้ . กรุงเทพมหานคร : SUNPRINTING, 2561.
Williams,B. & Reddy,P. (2016). Does peer-assisted learning improve academic performance?. A
scoping review, 42, 23-29.
Sri-on, J. (2018). Higher Education for Persons with Disabilities in Thailand. NTUT Education Of
Disabilities, 5, 37-39.
ภาคผนวก
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 1
วชิ าพลศกึ ษาพ้นื ฐาน ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 6
เรื่องทักษะกฬี าวอลเลย์บอล เวลา 4 ชว่ั โมง
สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
การเล่นวอลเลยบ์ อลเป็นการเล่นกฬี าสากลประเภททมี ท่มี อี ุปกรณป์ ระกอบ ซ่งึ ผูเ้ ลน่ จะตอ้ งฝกึ ความคุ้นเคย
กับลกู บอล ใช้ทกั ษะวางแผนและเพม่ิ พนู ทกั ษะการออกกำลงั กายและการเคลอื่ นไหวอยา่ งเปน็ ระบบและถกู วิธี
ตัวชว้ี ดั /จุดประสงค์การเรยี นรู้
2.1 ตวั ชี้วดั
พ 3.1 ป.6/3 เล่นกฬี าไทย กีฬาสากล ประเภทบคุ คล และประเภททีมอย่างละ 1 ชนดิ
ป.6/4 ใชท้ ักษะกลไกเพ่อื ปรับปรงุ เพม่ิ พูนความสามารถของตนเองและผู้อืน่ ในการเล่นกฬี า
พ 3.2 ป.6/3 เลน่ กีฬาทีต่ นเองชน่ื ชอบและสามารถประเมนิ ทกั ษะการเลน่ ของตนเปน็ ประจำ
ป.6/4 ปฏิบตั ิตามกฎ กตกิ าตามชนดิ กีฬาทีเ่ ล่น โดยคำนึงถงึ ความปลอดภยั ของตนเองและ
ผู้อน่ื
ป.6/5 จำแนกกลวธิ กี ารรุก การปอ้ งกนั และนำไปใช้ในการเล่นกีฬา
ป.6/6 เลน่ เกมและกฬี าดว้ ยความสามคั คีและมีนำ้ ใจนกั กีฬา
2.2 จุดประสงค์การเรียนรู้
1) ฝึกความคุ้นเคยกบั ลูกบอลได้
2) มีทักษะเบื้องตน้ ในการเลน่ วอลเลยบ์ อลการอันเดอร์สองมอื ล่าง
สาระการเรียนรู้
3.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
1) การเลน่ กฬี าไทย กีฬาสากล ประเภทบคุ คลและประเภททมี เชน่ วอลเลยบ์ อล
2) การใชข้ อ้ มูลดา้ นทกั ษะกลไก เพอื่ ปรับปรุงและเพมิ่ พูนความสามารถในการปฏิบัตกิ ิจกรรมทางกาย
และเล่นกีฬา
3) การเล่นกฬี าประเภทบุคคลและประเภททีมท่ีช่นื ชอบ
4) การประเมนิ ทักษะการเลน่ กีฬาการอันเดอร์สองมอื ล่างของตน
5) กฎ กติกาในการเลน่ กีฬาไทย กฬี าสากลตามชนดิ กีฬาทเี่ ลน่
6) กลวธิ ีการรุก การปอ้ งกนั ในการเลน่ กีฬา
7) การสรา้ งความสามัคคีและความมนี ำ้ ใจนกั กฬี าในการเล่นเกมและกฬี า
3.2 สาระการเรียนรู้ทอ้ งถน่ิ
-
สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
4.1 ความสามารถในการคดิ
1) ทักษะการคิดละเอยี ด
2) ทกั ษะการจดั กล่มุ
3) ทักษะการนำความรไู้ ปใช้
4) ทักษะการประเมิน
5) ทกั ษะการประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้
4.2 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. มีวินัย
2. ตรงตอ่ เวลา
3. มีนำ้ ใจนักกีฬา
กิจกรรมการเรยี นรู้
1. นักเรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 14
2. ครูให้นกั เรียนดเู ทปบันทึกภาพการแขง่ ขนั กีฬาวอลเลยบ์ อลหญิงทมี ชาติไทย ในการแข่งขนั กฬี าซเี กมส์
ครัง้ ท่ี 26 ท่ีประเทศอนิ โดนีเซยี (ครเู ปดิ ใหน้ ักเรียนดตู ามความเหมาะสม) แล้วใหน้ กั เรียนรว่ มกันแสดง
ความคิดเหน็ ในประเด็นต่อไปนี้
- กฬี าดังกล่าวคือกีฬาชนดิ ใด และไดร้ บั ความนยิ มมากนอ้ ยอยา่ งไรในสงั คมไทย
- นกั เรียนชอบกฬี าชนิดน้หี รือไม่ เพราะเหตใุ ด
โดยครคู อยกระต้นุ ใหน้ ักเรยี นทกุ คนมสี ่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น
3. ครใู ห้นกั เรียนดวู ีซดี หี รอื ครูสาธิตทักษะเบ้อื งตน้ ของวอลเลยบ์ อล เพ่อื ใหน้ กั เรียนสงั เกตวธิ ีการปฏบิ ัติ
4. ครูสมุ่ นกั เรยี นออกมานำเพอื่ นอบอุ่นรา่ งกายกอ่ นปฏบิ ัติกจิ กรรมการอันเดอร์สองมอื ล่าง
5. ครูสาธติ วิธกี ารสร้างความคนุ้ เคยกับลกู บอล และทักษะเบอื้ งตน้ ของวอลเลย์บอลใหน้ กั เรยี นดู พรอ้ ม
อธิบายประกอบในแตล่ ะขนั้ ตอน เพ่อื ใหน้ กั เรียนสามารถปฏบิ ัตไิ ดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
6. นักเรียนรวมกลมุ่ กลมุ่ ละ 6 คน ตามความสมัครใจ แลว้ ให้แต่ละกล่มุ รว่ มกันฝึกสร้างความคุ้นเคยกับ
ลูกบอล และทกั ษะเบื้องต้นของวอลเลยบ์ อล ตามแบบทค่ี รูสาธติ หากไม่เข้าใจให้สอบถามครู
7. นกั เรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด
การสร้างความคนุ้ เคยกบั ลูกบอลมคี วามจำเป็นอยา่ งไรในการเลน่ กฬี าวอลเลย์บอล
(พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ ิจของครผู ู้สอน)
การวัดและประเมนิ ผล เครือ่ งมือ เกณฑ์
(ประเมนิ ตามสภาพจริง)
วธิ กี าร แบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการ
ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยการ เรยี นรทู้ ่ี 14 ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่าน
เรียนร้ทู ่ี 14 เกณฑ์
ประเมินทักษะกระบวนการพลศึกษาการ แบบประเมินทกั ษะกระบวนการพล ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ น
อันเดอร์สองมอื ล่าง ศึกษา เกณฑ์
สงั เกตความมีวนิ ยั ตรงต่อเวลา และมี
น้ำใจนักกีฬา แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ
ประสงค์
สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
8.1 สื่อการเรียนรู้
1) วซี ีดสี าธติ ทักษะเบื้องต้นของวอลเลยบ์ อลการอนั เดอร์สองมือลา่ ง
2) เทปบนั ทกึ ภาพการแขง่ ขนั กีฬาวอลเลยบ์ อล
3) ลกู วอลเลยบ์ อล
8.2 แหล่งการเรียนรู้
- โรงยิม หรือสนามกีฬา
การเล่นกีฬาวอลเลย์บอลมีทักษะสว่ นบุคคลพน้ื ฐานท่ีจำเป็นตอ้ งใชส้ ำหรับการเลน่ หลายประเภท ซงึ่ ผ้เู ริ่ม
เล่นวอลเลย์บอลจำเป็นต้องเร่ิมฝึกในพื้นฐานเหลา่ น้ี สำหรับในตอนนีจ้ ะได้นำเสนอทักษะตา่ งๆ ที่จำเป็นสำหรบั
การเล่นวอลเลย์บอลในภาพรวมทุกทักษะ เพื่อที่จะได้ทราบว่าแต่ละทักษะมีวิธีการและความสำคัญอย่างไร
รูปแบบทักษะพื้นฐาน ซึ่งทักษะทั้งหมดจำเป็นต้องใช้ในการแข่งขัน ในการฝึกนอกจากผู้เล่นจะสามารถปฏิบัติ
ทักษะพ้นื ฐานท้ังหมดได้แล้วยังต้องสามารถเชอ่ื มโยงการเล่นในแต่ละทักษะได้ด้วย สำหรบั การเล่นเป็นทีมน้ันหาก
ผู้เลน่ ไมม่ คี วามชำนาญในแตล่ ะทักษะพืน้ ฐานทีเ่ ก่ียวกบั การเลน่ วอลเลย์บอลก็จะทำใหก้ ารเลน่ เป็นทีมทำไดย้ าก
ลกั ษณะท่าทางเตรียมเล่นบอลของผ้เู ลน่ มีลักษณะดงั นี้
1. หงายมือท้งั สองข้าง
2. เอามอื หนึ่งไปวางชอ้ นทบั อีกมือหนง่ึ
3. รวบมอื ให้น้ิวหัวแม่มอื ชดิ ติดกัน มัด
4. ใช้มอื ใดมอื หน่ึงกำหมดั
5. ใช้อกี มือหน่ึงโอบหมดั
6. ให้นิ้วหัวแมม่ อื ทั้งสองชดิ ติดกัน .กำมอื
7. กำมือทั้งสองข้าง
8. นำมือท้ังสองขา้ งมาชดิ กนั
9. ใหน้ ิว้ หัวแมม่ ือทัง้ สองขา้ งเสมอกนั
ท่าการอันเดอร์
1. ยืนเท้าใดเทา้ หนึ่งอยขู่ า้ งหน้าห่างกนั ประมาณ 1 ช่วงไหล่
2. ยอ่ เขา่ ลงให้หวั เขา่ เลยปลายเทา้ เล็กนอ้ ยกม้ ลำตัวใหห้ ัวไหล่อยใู่ นแนวระดับของเข่า
3. ยกส้นเทา้ ข้นึ เล็กนอ้ ย น้ำหนกั ตัวอย่ทู ่ปี ลายเท้าท้ังสองข้าง ตรงบรเิ วณโคนหวั แมเ่ ท้า ใตฝ้ ่าเทา้
4. จบั มอื ในทา่ ทถ่ี ูกต้อง แขนทัง้ สองเหยียดตงึ ตามองท่ีลกู บอล
การยกมอื ทั้งสองในการเซต็
1. ยกมือท้ังสองข้ึนประมาณหนา้ ผาก มอื ท้งั สองห่างจากใบหนา้ ประมาณ 1 กำมือ ( 10 เซนติเมตร)
2. กางนิ้วออก กางข้อศอกออกเลก็ น้อย ขอ้ ศอกอยรู่ ะดับเสมอไหล่หรอื สูงกว่าเล็กน้อย กางนิว้ ออกนิ้วงอเปน็
3. เคลื่อนท่ไี ปทลี่ กู บอลจะตกใหล้ ูกบอลอย่เู หนือศรี ษะบริเวณหน้าผาก
4. ย่อเขา่ ยกมอื ให้จุดสัมผัสบอลกับน้วิ มอื หา่ งจากหนา้ ผาก 20 ซ.ม
1. การวงิ่ เคลื่อนท่เี ข้าหาจุด
2. เตรียมกระโดดหา่ งจากจดุ ทล่ี กู บอลตกประมาณ 1 ฟุต
3. กระโดดเหวย่ี งแขนทงั้ สองไปข้างหลัง นำ้ หนกั ตวั ไปข้างหลัง เขา่ งอ
4. เหวยี่ งแขนทง้ั สองข้ึนข้างหนา้ พรอ้ มกับถีบเทา้ ทั้งสองกระโดดลอยตัว ขนึ้ ตรง ๆ
5. แขนขวาเง้อื ไปขา้ งหลงั งอแขนเล็กนอ้ ย แบมือ ตามองดูบอลตลอดเวลา
6. จังหวะทจี่ ะตบ ให้กดไหล่ซ้ายลง พรอ้ มกับตบลกู บอลให้แรงสง่ จากขอ้ มอื ศอก ไหล่ และลำตัว
7. ลงสพู่ ้นื ด้วยเท้าทงั้ สองในลักษณะยอ่ ตวั
การเสิร์ฟเป็นการรุกวิธีหนึ่งการแข่งขันจะเริ่มจากการเสิร์ฟเสมอ ลูกเสิร์ฟที่มีพลังและมีประสิทธิภาพ
สามารถ ข่มคู่แข่งขันและเชิงความเป็นผู้คุมเกมการเล่นได้ด้วย จุดประสงค์ของการเสิร์ฟอยู่ที่การทำคะแนน
โดยตรงทำลายยุทธวิธีการรุกของฝ่ายตรงข้ามลดภาระการต้ังรับของฝา่ ยตน สรา้ งโอกาสท่ไี ดเ้ ปรยี บในการตอบโต้
ลกู เสริ ์ฟที่ดสี ามารถทำความหนักใจให้ฝ่ายตรงข้ามอันเป็นการทำลายขวัญและจิตใจของคแู่ ข่งขันทำให้เกิดความ
รวนเร ขาดความสัมพันธ์ในการรกุ ได้ทางหน่ึงดว้ ย ผู้เล่นจึงควรหาความชำนาญ โดยการฝึกหดั เสิร์ฟด้วยวธิ ีใดวิธี
หนึ่งที่เหมาะสมและดีที่สุด หรือตามความถนัดของผู้เล่นแต่ละคน หลักสำคัญในการเสิร์ฟ มีดังนี้ ท่าทางในการ
เสริ ์ฟ
1. ตำแหน่งการยนื
2. การโยนลูกบอล
3. การเหวี่ยงแขน
4. จุดที่มือกระทบลูกบอล ท่าทางในการเสิร์ฟ ก่อนที่ผู้เล่นจะเริ่มทำการเสิร์ฟต้องรู้ตัวเองว่าตนเอ งถนัดเสิร์ฟ
ทา่ ทางแบบใดตามที่ไดฝ้ ึกฝนมา ถา้ เคยฝึกฝน หรอื ถนัดเสริ ์ฟลูกทา่ ทางแบบใดตอ้ งเสิร์ฟลกู ตามแบบน้ันตลอดการ
แขง่ ขัน เพราการเปลยี่ นท่าทางการเสิร์ฟบ่อย ๆ ยอ่ มทำให้ประสทิ ธิภาพการเสิรฟ์ เสยี ไป ตำแหน่งการยนื ก่อนท่จี ะ
เร่มิ เสริ ์ฟทุกครั้ง ผเู้ ลน่ ต้องยนื ตามจดุ หรือตำแหนง่ ทเ่ี คยฝึกซ้อมมา มผี เู้ ล่นจำนวนมากทข่ี าดความสังเกตในเร่ืองน้ี
พอจับลูกบอลเขา้ มายนื ในเขตเสิร์ฟกเ็ สิร์ฟลกู ไปตามใจตนเอง การยนื ห่างจากเส้นหลงั ใกลห้ รือไกลเพยี งใด ยืนห่าง
จากมมุ สนามมากน้อยเพียงใด ก็ต้องยืนทจี่ ดุ นัน้ ตลอดทกุ ครงั้ ท่ที ำการเสิร์ฟ เพราะจะทำใหค้ วามแรงความเร็วและ
ทิศทางของลกู บอลเปน็ ไปตามเป้าหมายทตี่ ้องการและทำใหก้ ารเสริ ์ฟมีผลเสยี นอ้ ยด้วย การโยนลูกบอล ความสูง
ขณะโยนลูกบอลข้ึนต้องสม่ำเสมอ เช่น ความสูงจากมือท่ีโยน ประมาณ 3 – 4 ช่วงของลูกบอล ก็จะต้องโยนลูก
บอลใหม้ ีความสูงเชน่ นีต้ ลอดไปเพราะการโยนลกู สงู บา้ งต่ำบ้าง ทำให้แรงท่ใี ช้ตแี ละทิศทางของลกู ขาดความแมน่ ยำ
นอกจากนี้การโยนลกู ใกลต้ ัว หา่ งตวั บ้าง เอยี งไปซา้ ยบ้างขวาบ้าง กย็ ่อมมผี ลตอ่ การตีลกู บอลดว้ ย การเหว่ียงแขน
การเสริ ฟ์ ใหล้ ูกบอลพงุ่ ไปตามทิศทางและมีความแรงตามทตี่ ้องการข้นึ อย่กู บั การเหว่ียงแขนด้วย ผูเ้ สริ ์ฟเคยเหว่ียง
แขนในลักษณะใด มอื ห่างจากลกู บอลเท่าไรจะต้องทำอย่างน้ันทุกครั้งท่เี สริ ์ฟ จงึ ต้องฝึกฝนการเหวี่ยงแขนให้คล้าย
กับเครอ่ื งจักรที่มจี งั หวะการทำงานอยา่ งสมำ่ เสมอ จดุ ที่มอื กระทบลูกบอล ลักษณะของมือและจุดท่ีมือกระทบลูก
บอลต้องเหมือนกนั ทุกครั้งทีต่ ีลูกบอลในท่านั้น ๆ ด้วย เช่น การแบมือตีด้านหลังตรงสว่ นกึ่งกลางของลกู บอล ก็
ต้องทำในลักษณะเช่นน้ีตลอดทุกลูกทีเ่ สริ ์ฟ เพราะการออกแรงและจดุ ที่ตีลูกบอลแตกต่างกันก็ยอมทำให้ทิศทาง
ของลกู บอลท่พี ุ่งออกไปแตกต่างกนั ดว้ ย
ลักษณะของการเสริ ฟ์ การเสริ ์ฟโดยท่ัวไปแบ่งออกเป็น 2 ลกั ษณะใหญ่ ๆ คอื
1. การเสริ ์ฟลกู มือลา่ ง
2. การเสริ ฟ์ ลกู มอื บน
1. ยืนแยกเท้าออกประมาณ 1 ช่วงไหล่
2. มอื ท้ังสองยกขึ้นกางฝา่ มือออก
3. งอเข่าเลก็ น้อย
4. ศรี ษะตั้งตรงมองไปข้างหนา้
5. กระโดดขึ้นเพ่อื สกัดก้ันลูกตบของฝา่ ยตรงข้าม
แบบฝึกทักษะท่ี 1 ทักษะกีฬาวอลเลย์บอล
ช่อื ชัน้ เลขท่ี
แบบฝกึ ทกั ษะท่ี 2 ทกั ษะกีฬาวอลเลย์บอล เลขท่ี
ชื่อ ชั้น
คำช้แี จง : ให้นักเรยี นฝึกตามรปู แบบทีก่ ำหนด
เกมการขว้างลกู บอลขา้ มตาขา่ ย
วธิ กี ารฝึก
1. ขนาดสนาม 4.5x18 เมตร
2. เกม 1x1 ใชก้ ารโยนบอลขา้ มตาขา่ ยไปยงั ฝง่ั ค่ตู อ่ สู้ อกี ฝา่ ยจะรบั ลกู บอลและโยนกลับโดยไม่ให้ลูกบอลตก
พ้นื
3. เกม 2x2 ใช้หลกั การเดยี วกันเม่ือรบั บอลแลว้ ให้โยนบอลใหเ้ พ่ือนโยนกลับไปยังแดนของคตู่ อ่ สู้
เกมนีใ้ ช้วิธีการฝึกโดยใชก้ ารโยนบอลรับบอลข้ามตาขา่ ย เช่นเดียวกับเกมวอลเลยบ์ อลจริง เปน็ การฝึกสร้าง
ความคนุ้ เคยกับลูกบอลในสถานการณ์การแขง่ ขัน
สง่ บอลข้ามตาขา่ ย
วธิ ฝี กึ ที่ 1
1. แบ่งผูเ้ ล่นเป็น 2 ฝ่าย สง่ บอลข้ามตาข่ายด้วยทกั ษะการสง่ บอลดว้ ยมือลา่ ง โดยปลอ่ ยใหล้ ูกบอลกระดอน
พน้ื กอ่ น 1 ครงั้ แลว้ ส่งลกู กลบั ไปยงั ฝั่งคตู่ ่อสู้จากนั้นไปต่อท้ายแถว
2. ผูฝ้ กึ สอนสามารถกำหนดวิธีการเลน่ โดยอาจใชก้ ารเลน่ ลกู มือล่างหรือมอื บนกไ็ ด้
วิธีฝึกที่ 2
ฝกึ เชน่ เดียวกับวิธที ี่ 1 แต่ไม่ตอ้ งปล่อยให้ลูกบอลกระดอนพนื้ กอ่ น
เกม 3x3
วิธเี ล่น
1. แบ่งสนามเปน็ 4 สว่ น
2. ผเู้ ล่นฝ่ายละ 3 คนสง่ บอลขา้ มตาขา่ ยโดนเริม่ เล่นดว้ ยการเสิรฟ์ ลูกมือลา่ ง
3. การส่งบอลกลบั สามารถปลอ่ ยลูกบอลกระดอนพน้ื 1 ครง้ั หรอื ไม่ก็ได้
4. เปลยี่ นการแข่งขนั จากแนวตรงเปน็ แนวทแยง
เคลือ่ นที่สง่ บอล
วิธีเลน่
1. ใชก้ ารเสิรฟ์ ด้วยมอื ลา่ ง กอ่ นสง่ บอลขา้ มตาขา่ ยแต่ละฝ่ายสามารถเลน่ บอลได้ 2-3 ครงั้ ก่อนสง่ บอลไปยงั
ฝ่ายตรงขา้ ม
เกมวอลเลยบ์ อล
เชน่ เดยี วกบั วิธีในข้อ 1 แต่เพม่ิ คะแนนเปน็ 2 คะแนนหากผเู้ ล่นสง่ บอลข้ามไปยังฝ่ายตรงขา้ มด้วยวิธี
กระโดดหรอื ตบ
วิธีการฝกึ เดก็ หัดเล่นวอลเลย์บอลทั้งหมด 6 ตอนท่ีไดน้ ำเสนอไปน้ันผฝู้ ึกสอนสามารถนำไปประยุกตใ์ ช้
ตามแนวทางของแต่ละท่านให้เหมาะสมกบั คณุ สมบัตขิ องเด็ก ๆ ทที่ า่ นจะฝึก
แบบฝกึ ทักษะท่ี 3 ทักษะกฬี าวอลเลยบ์ อล
ช่ือ ชนั้ เลขที่
คำชี้แจง : ใหน้ กั เรยี นฝึกตามรูปแบบทกี่ ำหนด
การฝึกความเร็วและความคล่องตวั (Speed & Agility Training)
ความเรว็ และความคล่องตัวเปน็ คณุ สมบัตทิ สี่ ำคญั ของนกั กีฬาวอลเลย์บอล ในขณะแข่งขนั นักกีฬาจะต้อง
มีการเคลื่อนที่เปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็วอยู่เสมอ การวิ่งเร็วในระยะยาวๆ มักไม่เกิดในการเล่น แต่ปฏิกิริยา
ตอบสนองทจี่ ะทำใหเ้ คล่อื นท่อี ย่างรวดเรว็ เปน็ สิ่งสำคญั ทีจ่ ะต้องฝึก ซง่ึ การฝกึ ความเรว็ และความคลอ่ งตัวมีวิธีการ
ทีห่ ลากหลาย เช่น การฝกึ ดว้ ย แบบฝกึ 5 จุด แบบฝกึ Ladder (สะพานลงิ ) หรอื ตาราง 9 ชอ่ ง ซึ่งการเลอื กวิธีฝึก
น้นั จะตอ้ งใกล้เคยี งกบั การเคลื่อนที่ท่ีเกดิ ขน้ึ ในการเลน่ วอลเลยบ์ อลจริง
**ขอ้ แนะนำในการฝึก
1. สัมผสั พ้นื ดว้ ยปลายเทา้
2. ปฏิบตั ิให้รวดเรว็ ท่สี ดุ เทา่ ทีจ่ ะทำได้
แบบฝึกทักษะที่ 4 ทกั ษะกีฬาวอลเลยบ์ อล เลขที่
ชื่อ ช้ัน
คำชี้แจง : ใหน้ กั เรียนฝกึ ตามรูปแบบท่กี ำหนด
แบบฝึกการควบคุมบอล
ในการเล่นวอลเลย์บอล การควบคุมบอลให้ได้ทิศทางตามที่เราต้องการเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เป็นทักษะ
พื้นฐานของการป้องกัน รวมไปจนถึงการรุก หากเราควบคุมบอลได้ดี เราก็สามารถสร้างสรรค์เกมส์รุกได้
หลากหลายรปู แบบการควบคมุ บอลแนวตรง Straight Lineจดุ ประสงค์ - ฝกึ การควบคมุ บอลในแนวตรงการเตรียม
ฝึก1. แบ่งผู้เล่นออกเป็น 4 กลุม่ ๆ ละ 3 คน แบ่งทงั้ 4 กลุ่มเปน็ 2 ข้างๆ ละ 2 กลมุ่ 2. ผู้เล่นคนที่ 1 ของแต่ละกลมุ่
อย่บู รเิ วณหนา้
รปู แบบแผนการรกุ
รปู แบบการรกุ ทีน่ ำเสนอในตอนนตี้ อ่ เนือ่ งจากตอนที่ 1 โดยยงั เปน็ การรกุ โดยมผี ้เู ล่นตัวรกุ อย่แู ดนหน้า 2
คน ความแตกต่างของรูปแบบการรุกในตอนนี้จะมีความซับซ้อนมากกว่าโดยจะเป็นการรุกแบบผสมผสาน
(Combination) ระหว่างผู้เล่นตัวรุกทั้ง 2 คนและผู้เล่นตัวเซต โดยการรุกลักษณะนี้จะเป็นการรุกในตำแหน่ง
เดยี วกนั หรอื ใกลก้ ัน โดยในภาษาวอลเลยบ์ อลเราเรียกกนั ว่าบอลทับหรือบอลแทรกตัวอย่างรแู บบแผนการรุกการ
รกุ แบบผสมผสาน
แบบฝึกทกั ษะท่ี 5 วธิ กี ารจบั มอื
ช่อื ชั้น เลขที่
คำชี้แจง : ใหน้ กั เรียนฝึกตามรปู แบบทกี่ ำหนด
รปู แบการฝกึ วิธีปฏิบัติ
1. การจบั มอื แบบนิว้ มอื ประสานกนั วิธีการฝึก
2. การจับมอื แบบฝ่ามอื ทงั้ สองซ้อนกัน การจับมอื แบบน้ิวมอื ประสานกัน
1) หันฝ่ามอื เขา้ หากนั กางนว้ิ ทกุ นว้ิ ออก
2) นิ้วทั้งแปดเรียงสลับกัน นิ้วหัวแม่มือเรียง ชิดกัน
วางแบนราบเสมอกับท่อนแขน
การจบั มอื แบบฝ่ามอื ท้ังสองซ้อนกนั
1) หงายฝ่ามอื ทง้ั สองวางซอ้ นกัน จะใช้ มือใดมอื หน่งึ
อยู่ข้างบนหรอื ล่างกไ็ ด้
2) หัวแมม่ ือชิดกนแบนราบเสมอกับ ทอ่ นแขน
แบบฝึกทักษะท่ี 6 ทักษะการอันเดอรว์ อลเลย์บอล
ชือ่ ชน้ั เลขท่ี
คำช้แี จง : ให้นักเรยี นฝึกตามรปู แบบทก่ี ำหนด
รูปแบการฝกึ วธิ ปี ฏบิ ัติ
1. พ้ืนทใ่ี นการฝกึ วิธีการฝึก
2. ผู้ฝึก 1 คน 1) จงั หวะที่ 1 โยนลกู บอลขึน้ ตรงๆ
2) จังหวะท่ี 2 เมื่อลูกวอลเลย์บอลตกมาถึงจุดสัมผัสให้ออกแรง
อันเดอร์ลูกบอลโดยยก แขนตี แขนเหยียดตรง
3) จังหวะท่ี 3 ให้ลูกบอลสัมผัสระหว่างข้อมือกับข้อศอก พร้อม
กับเหยียดลำตัว ขาและข้อ เท้าขึ้นตรงๆ เพื่อให้ลูกบอลขึ้นไป
ตรงๆ
- ฝึกเลน่ ลกู สองมือล่างตดิ ต่อกนใหไ้ ด้ 10 ครง้ั ในหนึ่งโยน
4) ถ้าในหนึ่งโยนทําติดต่อกันไม่ได้ถึง 10 คร้ัง ให้ฝึกต่อโดยนับ
ต่อเน่อื ง
- เมอ่ื ครบ 10 คร้งั กลบั ไปน่งั เปลยี่ นให้คนอื่นออกมาฝึก
- ขณะที่คู่ออกไปฝึกให้สังเกตว่าทำถูกต้องตามขั้นตอนที่ครู
อธิบายและสาธิตหรือไม่ ถ้าไม่ถูกต้องมีส่วนใดต้องแก้ไข ให้
แนะนำ เมอ่ื ออกไปฝึกครั้งต่อไป
แบบฝึกทกั ษะท่ี 7 ทกั ษะการอันเดอร์วอลเลยบ์ อล
ช่อื ช้นั เลขที่
คำชแี้ จง : ใหเ้ ขียนคะแนนใหต้ รงกบั ระดับการปฏบิ ัติของนกั เรยี น
ขอ้ รายการปฏบิ ัติ ระดับการปฏบิ ัติ หมายเหตุ
210
1 ทา่ ยืนในลกั ษณะเตรียมพร้อมทจ่ี ะเลน่ วอลเลยบ์ อล
2 การประสานมือได้ถูกวธิ ี
3 ตบี อลถูกจดุ สมั ผัสบอล
4 การออกแรงเล่นลูกบอลด้วยสองมอื ลา่ งไดถ้ กู ตอ้ งแมน่ ยำ
5 พ่งุ ตัวรบั บอลได้ถกู ต้อง
6 เล่นลกู สองมอื ลา่ งเข้าสู่เป้าหมายได้ 10 ครัง้
7 ความตั้งใจ
8 นักเรยี นสามารถสง่ วอลเลยบ์ อลไปยงั เป้าหมายได้ตามกำหนดได้
ถูกตอ้ งตามกตกิ า 10 ครง้ั
9 เคล่ือนท่ีรวดเรว็ ระยะทางไกลๆ
10 ใช้จดุ สมั ผัสลูกบอลของแขนบริเวณแขนตง้ั แตข่ อ้ มอื จนเกือบถึง
ข้อศอก
รวมคะแนน
เกณฑก์ ารผ่าน นักเรยี นจะต้องไดค้ ะแนน 14 คะแนนข้ึนไป
ลงชื่อ…...…………………………………ผปู้ ระเมนิ
เกณฑก์ ารให้คะแนน
2 คะแนนหมายถงึ มลี กั ษณะท่าทางถกู ต้องตามวธิ ี
1 คะแนนหมายถงึ มลี กั ษณะท่าทางที่บกพร่องเลก็ น้อย
0 คะแนน หมายถงึ ไมส่ ามารถปฏบิ ัตไิ ด้เลย
แบบทดสอบ
ชือ่ ช้ัน เลขท่ี
คำช้แี จง : ให้นกั เรียนเลือกคำตอบท่ีถูกต้อง
1. กฬี าวอลเลย์บอลใช้ผเู้ ล่นฝ่ายละกี่คน 6. ในการเสิรฟ์ ลกู มือล่าง ถา้ ผูเ้ ล่นถนดั มอื ซ้าย
ก. 5 คน ข. 6 คน จะตอ้ งวางเทา้ ในลักษณะใด
ค. 7 คน ง. 8 คน ก. เท้าชดิ ตดิ กัน
2. การเลน่ วอลเลยบ์ อลต้องอาศยั คุณธรรมข้อใดมาก ข. เทา้ ทัง้ สองขา้ งเสมอกัน
ท่สี ดุ ค. เทา้ ขวาก้าวออกไปขา้ งหนา้
ก. ความอดทน ง. เทา้ ซ้ายก้าวออกไปข้างหน้า
ข. ความสามัคคี 7. ในการเลน่ วอลเลย์บอล ผเู้ ล่นต้องใชส้ ว่ นใดของ
ค. ความรอบคอบ รา่ งกายมากท่ีสุด
ง. ความกล้าหาญ ก. มือ ข. เทา้
3. ทกั ษะพ้ืนฐานในข้อใดทีใ่ ชม้ ากทสี่ ุดในการเลน่ ค. ศีรษะ ง. ลำตวั
วอลเลยบ์ อล 8. อปุ กรณ์ข้อใดสำคัญทส่ี ดุ ในการเล่นวอลเลยบ์ อล
ก. การตบ ก. ลกู บอล รองเทา้
ข. การเสริ ์ฟ ข. ตาข่าย เสาหลกั
ค. การแตะชลู ูกบอล ค. รองเทา้ ตาขา่ ย
ง. การเลน่ ลูกสองมอื ล่าง ง. ลกู บอล ตาขา่ ย
4. ขอ้ ใดไม่ใชก่ ติกาในการเล่นวอลเลย์บอล 9. การตบลูกใชส้ ่วนใดของมอื
ก. ผูเ้ ล่นใช้มือจับลูกบอลโยนได้ ก. ฝา่ มอื
ข. ฝ่ายทรี่ ับลกู ไมไ่ ด้จะเสีย 1 คะแนน ข. ขอ้ มอื
ค. การพักระหวา่ งเซต จะพักไดไ้ มเ่ กนิ 3 นาที ค. หลงั มือ
ง. ผเู้ ล่นคนเดียวจะเล่นบอลตดิ กนั 4 ครัง้ ไม่ได้ ง. ปลายนวิ้ มอื
5. การเสิรฟ์ ลูกวอลเลย์บอล ควรเปน็ หนา้ ทข่ี องผู้ 10. ในเซตท่ี 2 ถ้าคะแนนเสมอกนั ท่ี 24 ต่อ 24 ผู้
เลน่ ตำแหนง่ ใด ชนะต้องไดค้ ะแนนเทา่ ไร
ก. ผเู้ ลน่ หลงั ขวา ก. 25 : 24
ข. ผเู้ ล่นหนา้ ขวา ข. 26 : 24
ค. ผูเ้ ล่นหน้าซา้ ย ค. 27 : 24
ง. ผเู้ ล่นหลังซ้าย ง. 28 : 24
เฉลย
1. ข 2. ข 3. ง 4. ง 5. ก 6. ค 7. ก 8. ง 9. ก 10. ข
แบบประเมินคณุ ลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์ของนกั เรียน
ประกอบหนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 แผนการเรียนรทู้ ี่ 1
คำช้แี จง ครูสังเกตพฤตกิ รรมการเรียน และการปฏิบัตงิ านของนักเรยี น แลว้ ขีด / ใหค้ ะแนนลงในช่อง ทต่ี รง
กับพฤตกิ รรมของนักเรียน
คณุ ลักษณะทป่ี ระเมนิ
ความสนใจ ความ ความมี ความรบั ผดิ การตรงต่อ สรุปผล
และ ซือ่ สตั ย์ ระเบียบ ชอบ เวลาในการ การประเมนิ
เลขท่ี ใฝ่รู้ ต่องาน ทำงาน
ใฝเ่ รยี น
3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 15 ผ่าน/ไม่
ผ่าน
1✓ ✓✓ ✓ ✓ 14 ผา่ น
2✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 14 ผา่ น
3✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 13 ผา่ น
4 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผ่าน
5✓ ✓✓ ✓✓ 13 ผ่าน
6 ✓✓ ✓ ✓✓ 13 ผ่าน
7 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 14 ผ่าน
8✓ ✓ ✓ ✓✓ 14 ผา่ น
9 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผา่ น
10 ✓ ✓ ✓ ✓✓ 14 ผา่ น
11 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผา่ น
12 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผา่ น
13 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 14 ผา่ น
14 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผ่าน
15 ✓ ✓ ✓ ✓✓ 14 ผ่าน
16 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผ่าน
17 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 13 ผา่ น
18 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 14 ผา่ น
19 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผ่าน
20 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 14 ผ่าน
21 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผ่าน
22 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 14 ผา่ น
23 ✓ ✓ ✓ ✓ 14 ผ่าน
24 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผ่าน
25 ✓ ✓ ✓ ✓ 14 ผา่ น
26 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผ่าน
27 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผ่าน
✓ ✓
เกณฑ์การประเมิน ผู้ที่ผา่ นเกณฑป์ ระเมินตอ้ งไดค้ ะแนน 12 คะแนนข้นึ ไป ถอื ว่าผา่ น
ลงชอ่ื ผ้ปู ระเมนิ
(…………........…………………………………..)
แบบสงั เกตพฤติกรรมนกั เรยี นรายบคุ คล
ชือ่ ชั้น เลขที่
คำช้ีแจง : ใหผ้ สู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในชอ่ งที่
ตรงกบั ระดับคะแนนทก่ี ำหนด
ลำดบั ท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321
1 การแสดงความคิดเห็น
2 การยอมรับฟงั ความคิดเห็นของผอู้ น่ื
3 การทำงานตามหนา้ ท่ีทไี่ ด้รับมอบหมาย
4 ความมนี ำ้ ใจ
5 การตรงต่อเวลา
รวม
ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้
ต่ำกวา่ 8 ปรบั ปรุง
แบบสงั เกตพฤติกรรมการปฏิบตั ิงานรายบคุ คล
พฤติกรรม การแสดง การตอบ การยอมรับ ทำงาน หมายเหตุ
ความสนใจ คำถาม ฟังคนอน่ื
ความ ตามที่ไดร้ ับ
คดิ เหน็ มอบหมาย
เลขท่ี 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การวัดผล ใหค้ ะแนนระดบั คณุ ภาพของแตล่ ะพฤติกรรมดงั น้ี
ดมี าก = 4 สนใจฟงั ไม่หลบั ไม่พดู คยุ ในชนั้ มคี ำถามทดี่ ี ตอบคำถามถกู ตอ้ ง ทำงานส่งครบตรง
เวลา
ดี = 3 การแสดงออกอย่ใู นเกณฑ์ประมาณ 70%
ปานกลาง = 2 การแสดงออกอย่ใู นเกณฑ์ประมาณ 50%
ปรบั ปรงุ = 1 เขา้ ช้ันเรยี น แต่การแสดงออกน้อยมาก สง่ งานไม่ครบ ไม่ตรงเวลา
ลงช่ือ……………………………….ผู้สังเกต
(……………………………….)
…………/…………/………..
แบบแสดงความคิดเหน็ ของผูท้ รงคณุ วุฒิทม่ี ีต่อแบบทดสอบการประเมินผลตามจดุ ประสงค์
คำชี้แจง ขอให้ท่านผู้เชี่ยวชาญได้กรุณาแสดงความคิดเห็นของทา่ นที่มีต่อแบบทดสอบการประเมินผลตาม
จดุ ประสงค์ โดยใส่เคร่ืองหมาย ( ✓) ลงในชอ่ งความคดิ เห็นของท่านพร้อมเขียนขอ้ เสนอแนะทเี่ ปน็ ประโยชน์ใน
การนำไปพจิ ารณาปรับปรุงตอ่ ไป
รายการขอความคิดเห็น ความคิดเห็น
ไม่
ข้อเสนอแนะ
เหมาะสม ไมแ่ น่ใจ เหมาะสม
1 0 -1
1. ความสอดคลอ้ งเหมาะสมกับหลกั สูตร
2. ความสอดคล้องเหมาะสมกับธรรมชาตวิ ชิ า
3. ความสอดคลอ้ งเหมาะสมกบั วยั ของผู้เรียน
4. ความสอดคล้องเหมาะสมกับสภาพปัจจบุ นั และ
ปญั หา
5. ความเหมาะสมตอ่ กระบวนการพัฒนาผเู้ รยี น
6. ความเหมาะสมของเนอื้ หา
7. ความเหมาะสมของขนาดตัวอกั ษร
8. ความเหมาะสมของการใช้ภาษา
9. ความเหมาะสมกับความสนใจของนักเรียน
10.ความเหมาะสมของรปู แบบ
ขอแสดงความขอบคณุ อยา่ งยง่ิ
............................................
(..............................................)
9.บนั ทกึ หลงั จดั การเรยี นรู้
9.1 ผลความรูท้ ่ีเกดิ ข้นึ กับนกั เรยี น (K) นักเรยี นรอ้ ยละ 87 มคี วามเข้าใจในบทเรยี นและ
สามารถอธบิ ายเนอ้ื หาไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง และสามารถสอ่ื สารได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ รวมท้งั ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมตาม
เน้ือหาการเรยี นรทู้ ี่กำหนดใหไ้ ด้อย่างถูกตอ้ ง เกิดความรู้ความเขา้ ใจทคี่ งทนคดิ วิเคราะหไ์ ด้
9.2 กระบวนการ/สมรรถนะ (P) นกั เรียนรอ้ ยละ 85 มคี วามสามารถในการเรียนรู้
บทเรยี นและสามาถสร้างแนวคิดจากกระบวนการสอนมาเปน็ ความเขา้ ใจของตนเองไดอ้ ย่างดี มที กั ษะการคดิ
วิเคราะห์ที่ดี และสังเคราะห์ความคิดจากความเขา้ ใจของตนเองได้
9.3 คุณลกั ษณะท่พี งึ ประสงคข์ องนกั เรียน (A) นกั เรยี นรอ้ ยละ 93 มีวนิ ยั ในการเรยี นรู้
มคี วามรบั ผิดชอบในการทำงานร่วมกันและงานส่วนตัวท่ีไดร้ ับมอบหมายจากครผู สู้ อน มีมารยาทให้หอ้ งเรียน ตง้ั ใจ
เรียน และให้ความเคารพครูผ้สู อนขณะทำการเรยี นการสอน
ลงชอื่ ............................................. ลงชอ่ื .............................................
(...................................................) (...................................................)
ครูผู้สอน หัวหนา้ กลมุ่ สาระฯ