E-BOOK เรือ่ ง สารละลาย
ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2
คณะครุศาสตร์ สาขาวทิ ยาศาสตรท์ ่วั ไป
มหาวิทยาลยั ราชภฎั สวนสุนนั ทา
คานา
หนังสือเล่มน้ี เป็นส่วนหน่ึงของวิชาวิทยาศาสตร์ ช้ันมัธยมศึกษา
ปีที่ 2 โดยมีจุดประสงค์เพ่ือศึกษาความรู้ที่ได้จากเร่ืองสารละลาย ซ่ึง
หนังสือเล่มนี้มีเน้ือหาเกี่ยวกับความรู้ ด้านสารละลาย การเตรียม
สารละลาย ปัจจัยท่ีมีผลต่อการละลายของสาร ตลอดจนนาความรู้
เกยี่ วกบั สารละลายไปใช้ประโยชน์
ผู้จัดทาได้เลือกหัวข้อนี้มาทาหนังสือ เน่ืองมาจากเป็นเร่ืองที่
น่าสนใจและ ต้องขอขอบคุณ อาจารย์บุญฤดี อุดมผล ผู้ให้ความรู้
แนวทางการศึกษาและให้ช่วยเหลือมาโดยตลอด ผู้จัดทาหวังว่าหนังสือ
เลม่ น้ีจะใหค้ วามรู้ และเปน็ ประโยชนแ์ กผ่ ู้อ่านทุก ๆ ทา่ น
คณะผูจ้ ัดทา
สารบญั หน้า
เรือ่ ง 1
คานา 2
สารบัญ 2
มาตราฐานการเรียนรแู้ ละตวั ชี้วัด 3
สารละลาย 6
6
ชนิดตัวทาละลาย 9
ความเข้มข้นของสารละลาย 12
การบอกความเข้มข้นของสารละลาย 15
การเตรียมสารละลาย 16
รอ้ ยละโดยมวล 17
ร้อยละโดยปรมิ าตร 19
ร้อยละโดยมวลต่อปริมาตร 20
จานวนส่วนของตวั ถกู ละลายในตวั ทาละลาย 21
ความหนาแน่น 22 – 35
วธิ กี ารหาความหนาแนน่
การนาความรู้เก่ียวกับสารละลายไปใช้ประโยชน์
การเปล่ยี นแปลงสมบตั ิ มวล และพลงั งานของสาร
ปัจจยั ท่มี ีผลต่อการเปล่ยี นแปลงของสาร
แบบฝึกหดั
มาตราฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด
สาระที่ 2 วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ
มาตรฐาน ว 2.1 เขา้ ใจสมบตั ขิ องสสาร องค์ประกอบของสสาร
ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งสมบตั ขิ องสสารกบั โครงสรา้ งและแรงยึดเหนี่ยวระหวา่ งอนุภาค
หลักและธรรมชาติของการเปลยี่ นแปลงสถานะของสสาร การเกดิ สารละลาย และการ
เกิดปฏิกริ ยิ าเคมี
ตัวช้ีวัดที่ ม.2/5 ระบุปรมิ าณตวั ละลายในสารละลาย ในหน่วยความ
เข้มข้นเป็นรอ้ ยละ ปรมิ าตรตอ่ ปริมาตรมวลตอ่ มวล และมวลต่อปริมาตร
ตวั ชี้วัดที่ ม.2/6 ตระหนักถึงความสาคัญของการนาความรู้เรอื่ งความ
เข้มขน้ ของสารไปใช้โดยยกตวั อย่างการใช้สารละลายในชวี ติ ประจาวนั อยา่ งถูกต้องและ
ปลอดภยั
1
สารละลาย
สารละลาย หมายถงึ สารเน้ือเดียวทีป่ ระกอบด้วยธาตหุ รือ
สารประกอบ ต้ังแต่ 2 ชนิดขน้ึ ไปมารวมตวั กนั มีจดุ เดอื ดจดุ
หลอมเหลวไม่คงที่ สดั สว่ นในการรวมตัวของธาตุและสารประกอบไม่
คงที่ โดยท่ีมธี าตุหรือสารประกอบตัวหนึ่งเป็นตวั ทาละลาย สว่ นอีก
ตวั หนง่ึ เป็นตวั ถูกละลาย สารละลายอาจอยูใ่ นสถานะ
ของแข็ง ของเหลว หรือแก๊สก็ได้
ตวั ทาละลาย + ตวั ถกู ละลาย สารละลาย
เกณฑ์ท่ีจะกาหนดวา่ สารใดเปน็ ตวั ทาละลาย และสารใดเปน็ ตัวถกู
ละลายให้พิจารณาจากปริมาณ และสถานะขององคป์ ระกอบ ดังนี้
- ถ้าตัวทาละลายและตัวละลายอยู่ในสถานะ
เดียวกัน เช่น ของแข็งกบั ของแข็ง ของเหลวกบั ของเหลว หรือ
แก๊สกับแกส๊ จะกาหนดใหส้ ารทม่ี ีปริมาณมากกวา่ เปน็ ตวั ทา
ละลาย และสารที่มปี รมิ าณน้อยกวา่ เปน็ ตัวถกู ละลาย
- ถ้าตวั ทาละลายและตัวถูกละลายอยู่ในสถานะ
ต่างกัน เช่น ของแขง็ กบั ของเหลว เม่ือผสมกนั แลว้ สารท่มี ี
สถานะเหมือนกบั สารละลาย ใหถ้ ือวา่ สารน้นั เป็นตัวทา
ละลาย ส่วนสารท่ีมีสถานะตา่ งจากสารละลาย จัดเป็นตัวถกู
ละลาย
ตัวทาละลาย แบง่ ออกเปน็ 2 ชนิด ได้แก่ 2
1) ตวั ทาละลายอินทรยี ์ เปน็ ตวั ทาละลายท่เี ปน็ สารประกอบอินทรยี ์
(organic compound) เชน่ เอทานอล นา้ มันสน คลอโรฟอร์ม เฮกเซน
2) ตวั ทาละลายอนนิ ทรีย์ เปน็ ตัวทาละลายทเี่ ป็น สารประกอบอนนิ ทรีย์
(inorganic compound) เชน่ น้า กรดซัลฟิวริก กรดไนตริก
เอทานอล น้า
ความเขม้ ข้นของสารละลาย
ความเขม้ ข้นของสารละลาย หมายถงึ ปริมาณของตวั ถกู ละลายท่ลี ะลาย
อยใู่ นสารละลาย
- สารละลายเข้มขน้ หมายถึง สารละลายท่มี ีปริมาณของตวั ถูกละลาย
ปนอย่มู ากในหนง่ึ หนว่ ยนา้ หนกั หรือปรมิ าตรของสารละลาย
- สารละลายเจอื จาง หมายถงึ สารละลายท่มี ปี รมิ าณของตัวถูกละลาย
ปนอยู่นอ้ ยในหน่งึ หนว่ ยนา้ หนกั หรือปริมาตรของสารละลาย
- สารละลายอ่ิมตวั หมายถึง สารละลายท่ีไม่สามารถละลายตัวถกู
ละลายไดอ้ ีกเนื่องจากมีตวั ถกู ละลายอย่มู ากทส่ี ุดทีอ่ ุณหภูมหิ อ้ ง
- สารละลายอมิ่ ตัวยวดย่งิ หมายถึง สารละลายทม่ี ีตวั ถกู ละลายอย่ใู น
ปรมิ าณท่เี กินกว่าอัตราที่ละลายไดท้ อี่ ณุ หภมู ิหอ้ ง
3
การบอกความเขม้ ขน้ ของสารละลาย
1) ร้อยละโดยมวล ใชส้ าหรับสารละลายทต่ี วั ถูกละลายและตัว
ทาละลายเป็นของแข็ง เปน็ หนว่ ยทีบ่ อกมวลของตวั ละลายเปน็ กรัมจาก
สารละลาย 100 กรมั เชน่
เหรยี ญบาททาดว้ ยโลหะผสม ซ่ึงมีทองแดง 75 % และ นิกเกลิ
25% หมายความวา่ ในเหรยี ญหนกั 100 กรมั มที องแดง 75
กรัม ผสมอยู่กบั นกิ เกิล 25 กรมั
2) ร้อยละโดยปริมาตร ใช้สาหรบั สารละลายทตี่ วั ถกู ละลายและ
ตัวทาละลายเปน็ ของเหลวหรอื แกส็ เป็นหน่วยที่บอกปริมาณของตวั
ละลายเปน็ ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร จากสารละลาย 100 ลูกบาศก์
เซนติเมตร เชน่
น้าส้มสายชเู ข้มข้น 5 % โดยปรมิ าตร หมายความว่า
นา้ ส้มสายชู 100 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร มกี รดแอซิตกิ หรือกรดนา้ ส้ม
ละลายอยู่ 5 ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร
3) รอ้ ยละโดยมวล / ปรมิ าตร ใชส้ าหรบั สารละลายทต่ี ัว
ถกู ละลายเปน็ ของแขง็ ละลายอยูใ่ นตัวทาละลายท่เี ปน็ ของเหลว
เปน็ หนว่ ยที่บอกมวลของตัวถูกละลายเป็นกรัมจากสารละลาย
100 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร เช่น
น้าเกลอื เข้มขน้ 9 % โดยมวล / ปริมาตร หมายความว่า
นา้ เกลือ 100 ลกู บาศก์เซนติเมตร มีเกลอื แกงละลายอยู่ 9 กรัม
4
เรามาลองทดสอบความเขา้ ใจกนั ดีกว่าครบั .
Ex.1 จงระบุว่าสารตวั ใดเปน็ ตัวทาละลายและสารใดเปน็ ตวั ถกู ละลาย เพราะเหตุใด
1) นา้ เกลอื
2) เอทลิ แอลกอฮอล์ 70 % กับ น้า 30 %
3) นา้ โซดา
Ex.2 จงบอกความหมายความเข้มข้นของสารละลาย
1) เหรยี ญทองทาดว้ ยโลหะผสมทอง ซึง่ มี ทอง 55 % เหล็ก 45 %
2) น้าเกลอื มีเกลือแร่ 10 % มีน้า 90 %
3) นา้ เชื่อมเขม้ ขน้ 13 % โดยมวลตอ่ ปรมิ าตร
4) น้าส้มสายชเู ข้มขน้ 7 % โดยปริมาตร
5) สารลาย NaCl เขม้ ข้น 5 % โดยมวล
ทาเสร็จแลว้ ...เรามาตรวจคาตอบกัน. 5
EX.1 จงระบวุ า่ สารตวั ใดเปน็ ตัวทาละลายและสารใดเปน็ ตัวถกู ละลาย เพราะ
เหตุใด
1) นา้ เปน็ ตัวทาละลาย เกลอื เป็นตวั ถกู ละลาย เพราะ เกลอื เป็นของแข็ง
กบั น้า ซึง่ เป็นของเหลว เมื่อรวมกนั แล้วเปน็ สารละลายทเ่ี รียกวา่ นา้ เกลอื ซึ่งเปน็
ของเหลว ดงั นั้นนา้ ซ่ึงมีสถานะเป็นของเหลว เหมอื นกับสารละลายคอื นา้ เกลือจงึ
จัดเปน็ ตวั ทาละลาย สว่ นเกลอื ซึ่งเปน็ ของแข็ง มีสถานะตา่ งจากสารละลายจงึ
จัดเป็นตวั ถูกละลาย
2) เอทิลแอลกอฮอล์ เปน็ ตัวทาละลาย น้า เปน็ ตัวถูกละลาย เพราะ
เอทิลแอลกอฮอล์ซ่ึงเปน็ ของเหลว 70 % และน้า ซึง่ เป็นของเหลวเหมอื นกัน 30
% เนื่องจากเอทลิ แอลกอฮอลม์ ปี รมิ าณมากกวา่ จึงจดั เปน็ ตัวทาละลาย และน้า
มปี รมิ าณนอ้ ยกว่าจงึ จัดเปน็ ตัวถกู ละลาย
3) น้า เปน็ ตวั ทาละลาย สว่ น แกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ เปน็ ตวั ถกู ละลาย
เพราะ นา้ มสี ถานะเดยี วกับน้าโซดาจึงจดั วา่ เป็นตัวทาละลาย ส่วนแก็ส
คาร์บอนไดออกไซดม์ ีสถานะเปน็ แกส็ ซึงต่างจากนา้ โซดาจึงเปน็ ตวั ถูกละลาย
EX.2 จงบอกความหมายความเข้มข้นของสารละลาย
1) เหรยี ญทองหนัก 100 กรมั มีทอง 55 กรัม ผสมกับเหลก็ 45 กรัม
2) นา้ เกลือ 100 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร มีเกลือแรล่ ะลายอยู่ 10 กรัม
มีนา้ 90 ลบ.ซม.
3) น้า 100 ลบ.ซม มนี ้าตาลละลายอยู่ 13 กรมั
4) นา้ ส้มสายชู 100 ลบ.ซม. มีกรดแอซิตกิ หรอื กรดน้าสม้ ละลายอยู่ 7 ลบ.ซม.
5) ในสารละลาย 100 กรัม มี NaCl อยู่ 5 กรัม และนา้ 95 กรัม
การเตรยี มสารละลาย 6
ในการเตรียมสารละลาย จาเป็นตอ้ งมีการคานวณปริมาณของ
ตัวละลายทอ่ี ย่ใู นตัวทาละลาย ซง่ึ การเตรียมสารละลายใหม้ ีความ
เข้มขน้ ตามตอ้ งการ สามารถเตรียมได้ในอตั ราส่วนตา่ งๆ คอื
1. ร้อยละโดยมวล (%W/W) เป็นหนว่ ยความเขม้ ขน้ ท่ีบอกถงึ มวลของตวั ถกู ละลาย
ต่อมวลของสารละลาย
ร้อยละโดยมวล = มวลตวั ถูกละลาย(W) x 100%
มวลสารละลาย(W)
Ex1.1 สารลาย NaCl เขม้ ข้น 5 % โดยมวล (หน่วยเป็นกรัม)
หมายความว่า สารละลาย 100 กรัม จะมี NaCl 5 กรมั และมนี ้า 95 กรมั
+ สารลาย NaCl เขม้ ขน้ 5 % โดยมวล
NaCl 5 g น้ากลัน่ 95 g
Ex1.2 จงหาความเข้มขน้ ของสารละลายในนา้ เชือ่ ม ซึง่ ประกอบไปดว้ ย
นา้ ตาล 13 กรัม ในนา้ 100 กรัม
สารละลายทงั้ หมด = มวลตวั ทาละลาย + มวลตวั ถกู ละลาย
= 100 + 13 = 113 g
มวลตวั ถูกละลาย (g)
แทนสูตร ร้อยละโดยมวล = มวลของสารละลาย (g) x 100%
= 13 x 100%
113
= 11.5 %
7
Ex1.3 สารละลาย NaCl 50 กรมั ในนา้ 500 กรัม สารละลายมคี วามเข้มขน้
เทา่ ใดในหนว่ ย ร้อยละโดยมวล
วธิ ีที่ 1 รอ้ ยละโดยมวล = มวลตวั ถูกละลาย (g) x 100%
มวลสารละลาย (g)
= 50 g x 100% ตัวถกู ละลาย NaCl 50 g กับตวั
ทาละลาย
550 g
นา้ 500 g ไดส้ ารละลาย 550 g
= 9.1 %
วธิ ที ี่ 2 การเทียบบัญญัติไตรยางค์
สารละลาย 550 ถูกละลายไป 50 ถ้าสารละลาย 100 จะถกู ละลายไป X
จะได้ 550x = 100 x 50 หน่วยตอ้ งเหมอื นกันถงึ
x = 100 x 50 เทยี บกนั ได้
550
= 9.1 %
ดังนนั้ ถา้ สารละลาย NaCl 100 กรัม จะถูกละลายไป 9.1 กรมั หรอื 9.1 %
Ex1.4 น้าตาลเขม้ ข้นร้อยละ 25 โดยมวล ถกู ละลายไป 120 กรมั จะมนี า้ อยกู่ ี่
กิโลกรัม รอ้ ยละโดยมวล = มวลตวั ถูกละลาย (g) x 100%
มวลสารละลาย (g)
120 กรัม
เปลยี่ นหนว่ ย g เปน็ kg ได้ 25 % = มวลสารละลาย (กรัม) x 100%
360/1000 = 0.36 Kg
= 480 g
เนอ่ื งจาก ตวั ทาละลาย + ตวั ถกู ละลาย = สารละลาย
ตัวทาละลาย + 120 = 480
= 480-120
= 360 g
8
Ex1.5 สารละลาย NaOH เข้มข้น ร้อยละ 10 โดยมวล จานวน 160 กรมั จะมี
NaOH อยู่กกี่ รมั
วธิ ีท่ี 1ร้อยละโดยมวล = มวลตวั ถูกละลาย (g) x 100%
มวลสารละลาย (g)
10 % = มวลตวั ถูกละลาย (g) x 100%
160(g)
= 16 g
วธิ ีที่ 2 การเทียบบัญญตั ไิ ตรยางค์ นกั เรยี นจะใชว้ ธิ ไี หนก็ได้
ตามแตถ่ นดั ของนกั เรียน
สารละลาย 100 g มี NaOH 10 g
ถา้ สารละลาย 160 g จะมี NaOH X g
จะได้ 100x = 160 x10
x = 160 x1 0
100
x = 16 g
ดังนน้ั จะมี NaOH อยู่ 16 g
Ex1.6 ถ้าตอ้ งการเหรยี ญเงิน จานวน 1 kg จะตอ้ งใชท้ องแดง และเงินอยา่ งละก่ี
กรัมถ้าเหรียญเงนิ ทต่ี ้องการเตรยี ม มที องแดง 7 % และสงั กะสี 93% โดยมวล
เหรียญเงนิ 1 kg = 1000 g มวลตวั ถูกละลาย (g)
มวลสารละลาย (g)
รอ้ ยละโดยมวล = x 100%
7 % = ทองเดง (g) x 100%
1000 (g)
= 70 g
เงิน (g)
93 % = x 100%
1000 (g)
= 930 g
ดังนนั้ จะต้องใชท้ องแดง และเงินอย่างละ 70 g และ 930 g ตามลาดบั
9
2. รอ้ ยละโดยปริมาตร (%V/V) เปน็ หนว่ ยความเขม้ ขน้ ทบ่ี อกถงึ ปรมิ าตรของตัวถกู
ละลายตอ่ ปรมิ าตรของสารละลาย
รอ้ ยละโดยปริมาตร = ปริมาตรตวั ถูกละลาย(v) x 100%
ปริมตรสารละลาย(v)
EX2.1 สารละลาย HCl เข้มขน้ ร้อยละ 10 โดยปรมิ าตร (หน่วยเป็น ลกู บาศก์
เซนตเิ มตร) หมายความว่า สารละลาย 100 ลบ.ซม. จะมี HCl 10 ลบ.ซม.
+
HCl ลบ.ซม. น้า 90 ลบ.ซม. สารละลาย HCl เขม้ ขน้ ร้อยละ 10 โดยปรมิ าตร
Ex2.2 จงหาความเขม้ ข้นของสารละลายเอทลิ แอลกอฮอล์ 20 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร
ละลายอยใู่ นน้า 100 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร
ปรมิ าตรของสารละลายท้งั หมด = ปรมิ าตรทาละลาย + ปรมิ าตรตวั ถูกละลาย
= 100 + 20 = 120 g
ร้อยละโดยปริมาตร = ปริมาตรตวั ถูกละลาย (cm3) x 100%
ปริมาตรสารละลาย (cm3)
20 (cm3)
= 120 (cm3) x 100%
= 16.7 %
ดงั นัน้ สารละลายเอทิลแอลกอฮอล์ 100 กรัม จะถกู ละลายไป 16.7 ลบ.ซม.
หรอื 16.7 %
10
Ex2.3 นาเอทานอลมา 20 ลบ.ซม. จากนน้ั เตมิ นา้ จนสารละลายมปี รมิ าตรเปน็
200 ลบ.ซม. สารละลาย มคี วามเข้มขน้ เท่าใดในหนว่ ยรอ้ ยละโดยปรมิ าตร
วิธที ่ี 1 รอ้ ยละโดยปริมาตร = ปริมาตรตวั ถูกละลาย (cm3) x 100%
ปริมาตรสารละลาย (cm3)
ระวัง ถ้าโจทยใ์ ห้สารละลาย = 20 (cm3) x 100%
มาแลว้ ไมต่ ้องบวกตวั ถกู 200 (cm3)
ละลาย และตัวทาละลาย
= 10 %
วธิ ีที่ 2 การเทียบบัญญตั ิไตรยางค์
สารละลาย 200 ถูกละลายไป 20
ถ้าสารละลาย 100 จะถูกละลายไป X
จะได้ 200 x = 100 x 20
100 x 20
x =
200
= 10 %
ดังนั้น ถา้ สารละลายเอทานอล 100 ลบ.ซม. จะถกู ละลายไป 10 ลบ.ซม. หรอื 10 %
Ex2.4 ในอากาศ 1000 ลบ.ซม. มแี ก็ส N ปริมาตร 650 ลบ.ซม. จงหารอ้ ยละ
ความเข้มขน้ ของ N ในอากาศ ปริมาตรตวั ถูกละลาย (cm3)
ปริมาตรสารละลาย (cm3)
รอ้ ยละโดยปริมาตร = x 100%
= 650 (cm3) x 100%
1000 (cm3)
= 65 %
ดงั น้นั ถ้าในอากาศ 100 ลบ.ซม. จะมแี ก็ส N 65 ลบ.ซม. หรือ 65 %
Ex2.4 จะตอ้ งเติมกรดแอซติ ิกปริมาตรเทา่ ใด ในสารละลายนา้ กลน่ั 180 11
ลบ.ซม. จะไดร้ ้อยละความเขม้ ขน้ ท่ี 25
ปริมาตรตวั ถูกละลาย (cm3)
รอ้ ยละโดยปรมิ าตร = ปริมาตรสารละลาย (cm3) x 100%
25 % = กรดแอซิติก (cm3) x 100%
180 (cm3)
= 45 ลบ.ซม.
ดังนน้ั จะต้องเติมกรดแอซิติก 45 ลบ.ซม.
Ex2.5 อากาศมีแก๊ส CO อยูร่ อ้ ยละ 1 โดยปรมิ าตร ถา้ ยางรถยนตบ์ รรจอุ ากาศได้
1200 ลบ.ซม. จะมแี ก๊ส CO ปริมาตรเทา่ ไร
ปริมาตรตวั ถูกละลาย (cm3)
ร้อยละโดยปริมาตร = ปริมาตรสารละลาย (cm3) x 100%
1 % = Co (cm3) x 100%
1200 (cm3)
= ลบ.ซม.
ดงั นน้ั จะมแี กส๊ CO ปริมาตร 12 ลบ.ซม.
Ex2.5 บีกเกอร์ท่ี 1 มีสารละลายเอทลิ แอลกอฮอล์เขม้ ข้นร้อยละ 10 โดยปริมาตร
เจือจางไป 2 ลบ.ซม. ถ้าบีกเกอร์ที่ 2 มนี า้ เปน็ 2 เทา่ ของบกี เกอรแ์ รก
จะ ถกู เจอื จางไปก่ี ลบ.ซม.
ร้อยละโดยปริมาตร = ปริมาตรตวั ถูกละลาย (cm3) x 100%
ปริมาตรสารละลาย (cm3)
10 % = 2 (cm3) x 100%
2+x (cm3)
= 18 ลบ.ซม.
ถา้ นา้ เป็น 2 เท่าจะถูกเจอจางไป 18 x 2 = 36 ลบ.ซม. จะได้
10 % = x (cm3) x 100%
2+36 (cm3)
= 3.8 ลบ.ซม.
ดงั น้ัน ถา้ เตมิ น้าเปน็ 2 เทา่ จะถูกเจอื จาง 3.8 ลบ.ซม.
12
3. รอ้ ยละโดยมวล/ปริมาตร (%W/V) เปน็ ความเขม้ ข้นท่บี อกถึงมวลของตวั
ละลายตอ่ ปริมาตรของสารละลาย หนว่ ยต้อง กรัม/ลบ.ซม. เท่านัน้
ร้อยละโดยมวล/ปริมาตร = มวลตวั ถูกละลาย(g) x 100%
ปริมาตรสารละลาย( cm3)
EX3.1 สารละลาย NaOH เขม้ ขน้ รอ้ ยละ 10 โดยมวลต่อปรมิ าตร
หมายความวา่ สารละลาย 100 ลบ.ซม. มี NaOH ละลายอยู่ 10 กรมั
NaOH 10 g เตมิ น้ากล่นั สารละลาย NaOH
100 ลบ.ซม. เขม้ ข้นร้อยละ 10 โดย
มวลตอ่ ปรมิ าตร
EX3.2 สารละลายกลโู คส เขม้ ขน้ ร้อยละ 20 โดยมวลตอ่ ปรมิ าตร
หมายความความวา่ สารละลาย 100 ลบ.ซม. จะมีกลโู คส อยู่ 20 g
ร้อยละโดยมวลตอ่ ปริมาตร
มวลจะใชห้ น่วย กรมั และ
ปรมิ าตร จะใช้หนว่ ย cm3 เทา่ น้ัน
EX3.3 จงหาความเขม้ ข้นของ สารละลายเกลอื แกง 30 กรมั ในนา้ 400
ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร = มวลตวั ถูกละลาย(g) x 100%
รอ้ ยละโดยมวล/ปรมิ าตร ปริมาตรสารละลาย( cm3)
= 30 (g) x 100%
400( cm3)
= 7.5 กรมั /ลบ.ซม.
ดังน้นั ความเข้มข้นของสารละลายเกลอื แกงคือ 7.5 กรมั /ลบ.ซม.
EX3.4 ในการเตรียมสารละลายกลโู คสปรมิ าตร 500 ลบ.ซม. โดยใส่กลูโคส 13
มวล 60 กรัม ลงไป แลว้ คนใหล้ ะลายหมด สารละลายท่ไี ดม้ คี วามเขม้
ขน้ รอ้ ยละเทา่ ใดโดยมวลต่อปรมิ าตร
มวลตวั ถูกละลาย(g)
ร้อยละโดยมวล/ปรมิ าตร = ปริมาตรสารละลาย( cm3) x 100%
= 60 (g) x 100%
500( cm3)
= 12 กรัม/ลบ.ซม.
ดังน้นั ความเขม้ ข้นของสารละลายกลโู คสคือ 12 กรัม/ลบ.ซม.
EX3.5 ถ้านกั เรยี นต้องการเตรยี มสารละลาย NaOH ความเขม้ ขน้ 8 % โดยมวล
ต่อปริมาตรในน้ากลั่นปริมาตร 500 ลบ.ซม. นกั เรียนจะต้องช่งั NaOH กกี่ รมั
มวลตวั ถูกละลาย(g)
ร้อยละโดยมวล/ปริมาตร = ปริมาตรสารละลาย( cm3) x 100%
8 % = NaOH (g) x 100%
500( cm3)
= 40 กรัม
ดังน้นั นักเรยี นจะตอ้ งชั่ง NaOH 40 กรัม
EX3.7 สารละลายชนิดหน่ึงเข้มขน้ 70% โดยมวลตอ่ ปริมาตร มีปรมิ าตร 200
ลบ.ซม. เมือ่ เติมน้าลงไป 500 ลบ.ซม. ความเข้มขน้ จะเปลยี่ นเป็นกเี่ ปอรเ์ ซนต์
มวลตวั ถูกละลาย(g)
ร้อยละโดยมวลต่อปริมาตร = ปริมาตรสารละลาย(cm3) x 100%
70% = มวลตวั ถูกละลาย(g) x 100%
200 (cm3)
= 140 g
ร้อยละโดยมวลตอ่ ปริมาตร= 140(g) x 100%
500 (cm3)
= 28%
ดังนน้ั ความเข้มข้นจะเปลย่ี นเปน็ 28%
14
EX3.6 สารละลายโพแทสเซียมไอโอไดด์ เข้มขน้ 40% โดยมวลตอ่ ปริมาตร จานวน
200 ลบ.ซม. ต้องระเหยน้าออกไปก่ี ลบ.ซม. จงึ จะทาให้สารละลายเข้มขน้ เป็น
50% โดยมวลต่อปรมิ าตร มวลตวั ถูกละลาย(g)
ปริมาตรสารละลาย(cm3)
ร้อยละโดยมวลตอ่ ปรมิ าตร = x 100%
40% = โพแทสเซียมไอโอไดด์ g x 100%
200 (cm3)
= 80 g
สารละลายเข้มขน้ 50% = 80(g) x 100%
ปริมาตรสารละลาย(cm3)
= 160 cm3
ดังนั้น จะต้องระเหยนา้ ออกไป 200-160 = 40 cm3
EX3.6 สารละลาย NaOH เขม้ ขน้ 40% โดยมวลต่อปรมิ าตร จานวน 50 cm3 เติม
น้าลงไปจนมปี รมิ าตร เปน็ 500 cm3 สารละลาย NaOH จะเขม้ ข้นก่ี % โดยมวล
ต่อปริมาตร มวลตวั ถูกละลาย(g)
ปริมาตรสารละลาย(cm3)
ร้อยละโดยมวลต่อปริมาตร = x100%
70% = มวลตวั ถูกละลาย(g) x100%
200 (cm3)
= 140 g
ถา้ ใหค้ วามเขม้ ขน้ 50% = 140(g) x100%
ปริมาตรสารละลาย(cm3)
= 280 cm3
ดงั นน้ั จะตอ้ งเตมิ น้าลงไปจนมปี ริมาตร 280 cm3
4. จานวนสว่ นของตวั ถกู ละลายในตวั ทาละลาย เป็นหน่วยความเขม้ ข้นท่ี 15
บอกถึงปรมิ าณของตวั ละลายที่มีอยู่ในตวั ทาละลาย ซง่ึ บอก
ได้ 3 แบบ ดงั นี้
• ส่วนในพนั สว่ น (part per thousand : ppt) หมายถึง มตี ัวถกู
ละลายอยู่ 1 ส่วนในตัวทาละลาย 1 พันสว่ น
• สว่ นในล้านสว่ น (part per million : ppm) หมายถึง มตี ัวถูก
ละลายอยู่ 1 ส่วนในตวั ทาละลาย 1 ลา้ นสว่ น
• ส่วนในพนั ลา้ นส่วน (part per billion : ppb) หมายถงึ มตี วั ถกู
ละลายอยู่ 1 ส่วนในตัวทาละลาย 1 พนั ลา้ นส่วน
Ex4.1 ในอากาศ 1000 ลบ.ซม. มีแก็ส N ปริมาตร 650 ลบ.ซม. จงหารอ้ ยละความ
เข้มข้นของ N ในหนว่ ยส่วนในพนั ส่วน หน่วยในล้านส่วน
pptโดยปรมิ าตร = ปริมาตรตวั ถูกละลาย(cm3) x 103
ปริมาตรสารละลาย(cm3)
= 650(cm3) x 103
1000 (cm3)
= 650 ppt
ppmโดยปรมิ าตร = ปริมาตรตวั ถูกละลาย(cm3) x 103
ปริมาตรสารละลาย(cm3)
= 650(cm3) x 106
1000 (cm3)
= 6.5 x 106 ppm
ความหนาแนน่ 16
ความหนาแนน่ (Density) คอื อัตราส่วนของมวลตอ่ หนึ่งหนว่ ยปริมาตร
ซง่ึ เปน็ สมบัตพิ ้ืนฐานทางกายภาพของสสาร โดยวตั ถุทม่ี ีมวลในหน่งึ หน่วย
พน้ื ทีท่ ก่ี าหนดมากเทา่ ไหร่ ยิ่งแสดงใหเ้ ห็นว่าวตั ถดุ งั กล่าวมีความหนาแนน่
มากเท่านั้น นอกจากน้ี ความหนาแน่นยงั แปรผันตามมวลอะตอม (Atomic
Mass) ของธาตหุ รือมวลโมเลกุลของสารประกอบอีกดว้ ย
จากภาพวัตถุ a b c ลอยอยู่
ในน้าในระดับที่ต่างกัน น้นั แสดง
ให้เหน็ ว่า วตั ถุ a มคี วาม
หนาแนน่ มากกวา่ น้า วตั ถุ b มี
ความหนาแน่นเทา่ กบั น้า วัตถุ c
มีความหนาแน่นน้อยกว่าน้า
ของเหลวแต่ละชนดิ มีความหนาแน่นที่แตกตา่ งกนั ดังภาพ
17
วธิ กี ารหาความหนาแนน่ ของวตั ถุ
การหาความหนาแนน่ ของวัตถนุ นั้ ใชก้ บั การหาความหนาแนน่ ของวัตถทุ ่ีไม่
เปน็ รูปรา่ ง มีรูปรา่ งท่ไี มค่ งท่ี เช่น กอ้ นหิน ดนิ น้ามัน เป็นตน้
โดยการนาวัตถุทีต่ อ้ งการหาความหนาแนน่ ใสล่ งไปในถ้วยยูเรก้าท่ใี ส่นา้ จน
เต็มปริม่ เมอื่ ใส่วตั ถลุ งไปแลว้ วตั ถุจะเข้าไปแทนทน่ี า้ จะทาให้นา้ ทีถ่ กู แทนทดี่ ้วย
วัตถุไหลออกมา หลังจากนัน้ นานา้ ทไี่ หลออกมาไปใส่กระบอกตวงเพ่อื หาปรมิ าตร
เมอ่ื หาปรมิ าตรเรียบร้อยแล้ว กน็ าวัตถุไปชง่ั นา้ หนัก ดว้ ยตาชัง่ สปริง เม่ือหามวล
และปริมาตรของวตั ถเุ รยี บรอ้ ยแลว้ กน็ าไปเข้าสตู รเพือ่ หาความหนาแน่นของวตั ถุ
สูตร ความหนาแนน่ (Density) แทนดว้ ยสัญลักษณ์ D หรือ ρ
ρ = ρ = ความหนาแน่นของวตั ถุ
m = มวลของวัตถุ
v = ปริมาตรของวัตถุ
Ex.1 จงหาปริมาตรของสารละลายน้าส้มสายชู เขม้ ข้นรอ้ ยละ 8 โดย 18
มวล ซึ่งมีกรดแอซิตกิ ละลายอยู่ 20 กรัม ซ่งึ สารละลายมีความ
หนาแนน่ 2 กรมั /ลบ.ซม. ท่ี 25 องศาเซลเซยี ส
มวลตวั ถูกละลาย(g)
ร้อยละโดยมวลตอ่ ปรมิ าตร = ปริมาตรสารละลาย(cm3) x 100%
8% = 20 (g) x 100%
ปริมาตรสารละลาย(cm3)
= 250 cm3
สารละลายมีความหนาแน่น 2 g/cm3 จะได้
จาก ρ = m
v
2 = 250 = 125 cm3
v
ดงั น้ัน ปริมาตรของน้าสม้ สายชูคอื 125 cm3
Ex.2 จงหาความหนาแนน่ ของสารละลายเอทานอล จานวน 20 ลบ.ซม. ในน้า
จานวน 200 ลบ.ซม. ทค่ี วามเขม้ ขน้ 25%
ร้อยละโดยปริมาตร = ปริมาตรตวั ถูกละลาย (cm3) × 100%
ปริมาตรสารละลาย(cm3)
25% = เอทานอล cm3 × 100%
220(cm3)
= 55 cm3
หาความหนาแน่นสารละลายจะได้
จาก ρ = 55
220
= 0.25 cm3
ดังน้ัน ปริมาตรของน้าส้มสายชูคือ 0.25 cm3
19
การนาความรเู้ กีย่ วกับสารละลายไปใชป้ ระโยชน์
1. ด้านการเกษตร
1.1 การปลูกพชื โดยไมใ่ ชด้ ิน จะผสมสารอาหารที่พชื ตอ้ งการอยู่ในรูปของ
สารละลาย
1.2 การนาสารเคมีกาจดั ศัตรพู ืชไปใช้ต้องนามาเจือจางดว้ ยน้าซงึ่ เปน็ ตัวทา
ละลายให้ไดค้ วามเข้มข้นตามตอ้ งการก่อนนาไปฉีดพ่น
2. ดา้ นอุตสาหกรรม
2.1 ใช้แอลกอฮอลแ์ ละทินเนอรเ์ ปน็ ตวั ทาละลายในการผลติ สี หมึก สยี อ้ ม และสี
น้ามัน
3. ด้านอาหาร
3.1 การปรงุ อาหารและเครอ่ื งดม่ื
4. ด้านการแพทย์
4.1 ยาทม่ี รี สขมไมช่ วนรบั ประทาน จงึ ตอ้ งเตมิ นา้ ตาลหรอื นา้ เชอ่ื มเพิม่ ลงไปเพอ่ื
ปรับรสชาตใิ หน้ ่ารับประทานข้นึ
4.2 การใหเ้ กลือแร่หรือธาตุแคลเซียมแกค่ นไขต้ ้องทาใหเ้ ป็นสารละลาย
4.3 การผลติ ยาเพื่อรกั ษาคนไขต้ ้องทาใหอ้ ยูใ่ นรูปของสารละลาย
5. ดา้ นการดารงชวี ิต
5.1 การล้างจาน การชาระร่างกาย การซักเสอ้ื ผ้า การทาความสะอาดเคร่ือง
อปุ โภคบรโิ ภค
5.2 การลบรอยเปอ้ื นเปรอะของสนี า้ มนั ท่เี สอ้ื ผ้าหรอื พกู่ ัน ต้องใชน้ า้ มนั สนล้างออก
แต่จะใชน้ า้ ไมไ่ ดเ้ นือ่ งจากสนี ้ามนั ไมล่ ะลายในน้าแต่ละลายในน้ามนั สน
20
การเปล่ียนแปลงสมบตั ิ มวล และ พลงั งานของสาร
การละลายประเภทคายความร้อน เปน็ การละลายของสารที่มีการคายพลงั งาน
ออกมา ทาใหส้ ารละลายมอี ุณหภมู สิ ูงข้นึ โดยในขณะที่สารเกดิ การละลาย ตวั ละลาย
ทเี่ ป็นของแข็งจะแยกตวั เปน็ อนภุ าคเลก็ ๆ แล้วยดึ เหนี่ยวกับอนภุ าคของตัวทา
ละลาย กระบวนการนี้เกยี่ วข้องกับพลังงาน คือ พลังงานทใี่ ชใ้ นการทาให้ตัวละลาย
แยกตวั เป็นอนุภาคเล็ก ๆจะมีคา่ น้อยกวา่ พลงั งานท่ีคายออกมาขณะทตี่ ัวละลายยดึ
เหนยี่ วกับตวั ทาละลาย เชน่ การละลายของโซดาไฟในน้า อุณหภมู ขิ องสารละลาย
สูงขึน้ จงึ ถา่ ยเทพลังงานใหก้ บั สง่ิ แวดลอ้ ม
การละลายประเภทดูดความรอ้ น เป็นการละลายของสารทมี่ กี ารดูดพลังงาน
เขา้ ไปใช้ทาใหส้ ารละลายมอี ุณหภมู ิตา่ ลง โดยในขณะท่สี ารเกิดการละลาย ตัว
ละลายทเ่ี ป็นของแขง็ จะแยกตวั เป็นอนุภาคเลก็ ๆ แล้วยดึ เหนีย่ วกับอนุภาคของตัว
ทาละลาย กระบวนการนีเ้ ก่ียวขอ้ งกบั พลังงาน คือ พลังงานที่ใชใ้ นการทาให้ตัว
ละลายแยกตวั เปน็ อนุภาคเล็ก ๆจะมีคา่ มากกวา่ พลงั งานท่คี ายออกมาขณะทตี่ ัว
ละลายยดึ เหนีย่ วกบั ตวั ทาละลาย เชน่ น้าแข็งหลอมเหลวเปน็ น้าและมอี ุณหภมู ิ
เพม่ิ ขน้ึ จนเทา่ กบั อณุ หภูมิห้อง
21
ปัจจัยที่มผี ลตอ่ การละลายของสาร
1) อณุ หภมู ิ (temperature) ถา้ ตัวละลายเปน็ ของแข็ง และตัวทา
ละลายเปน็ ของเหลว จะสามารถละลายได้ดเี มื่ออณุ หภูมิสงู ข้นึ เนื่องจาก
ความรอ้ นจะทาใหอ้ ะตอมของตวั ถกู ละลายเกิดการส่นั สะเทือนอย่างรวดเรว็
ซ่ึงชว่ ยให้เกดิ การแตกตัวไดด้ ี แตถ่ า้ ตวั ละลายเป็นแก๊ส เมือ่ อุณหภูมสิ งู ขนึ้
จะละลายได้นอ้ ยลง
2) ชนดิ ของตัวทาละลาย นอกจากน้าแล้ว ยังมีสารอื่น ๆ อกี มากที่
เป็นตัวทาละลาย เช่น แอลกอฮอล์ โพรพานอล ซ่ึงตัวละลายแตล่ ะชนิด
จะสามารถละลายได้ในตวั ทาละลายท่ตี ่างกนั
3) ขนาดของตัวละลาย ตัวละลายทีม่ ีขนาดใหญ่จะละลายได้ชา้ กว่า
ตัวละลายที่มีขนาดเล็ก เนอ่ื งจากตวั ละลายขนาดเล็กมพี ื้นทส่ี ัมผสั มาก
สามารถจับกบั อนุภาคตัวทาละลายไดม้ ากกว่า จึงแตกตัวและละลายได้
ดีกว่า
4) ความดัน ในกรณที ่ตี วั ละลายเป็นแกส๊ หากความดันสูงข้ึนจะทา
ให้แกส๊ ละลายไดด้ ีข้ึน เช่น การละลายของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ใน
นา้ อดั ลม
5) การคน การเขยา่ หรือ การปนั่ เหวยี่ ง จะทาให้อนภุ าคของตวั ทา
ละลายเคลือ่ นทเี่ ร็วข้นึ อนภุ าคของตัวละลายเกิดการชนกนั ถ่ขี นึ้ จงึ ทาให้
เกดิ การละลายไดด้ ีและเรว็ ข้นึ
แบบฝกึ หัดเร่อื งสารละลาย 22
จงบอกความหมายความเข้มข้นของสารละลาย
1) เหรยี ญทองทาด้วยโลหะผสมทอง ซง่ึ มี ทอง 30 % เหล็ก 70 % ในหนว่ ยกรมั
....................................................................................................................................
2) น้าเกลือ มีเกลอื แร่ 8 % มีน้า 92 %
....................................................................................................................................
3) นา้ เชือ่ มเขม้ ขน้ 18 % โดยมวลต่อปริมาตร
....................................................................................................................................
4) น้าสม้ สายชูเข้มข้น 9 % โดยปริมาตร
...................................................................................................................................
5) สารลาย NaCl เข้มข้น 10 % โดยมวล
....................................................................................................................................
แบบฝกึ หดั เรือ่ งสารละลาย 23
จงเติมคาลงในชอ่ งว่างพรอ้ มบอกความหมาย
1.
+
NaCl ...... g น้ากลน่ั ...... g สารลาย NaCl เขม้ ขน้ 10 % โดย………….
...................................................................................................................................
2.
+
HCl ........ ลบ.ซม. นา้ ...........ลบ.ซม. สารละลาย HCl เข้มขน้ รอ้ ยละ 12 โดย…………
...................................................................................................................................
3. เติมน้ากลัน่ สารละลาย NaOH
NaOH …… g .....……ลบ.ซม. เข้มขน้ รอ้ ยละ 10
โดย…………………..
...................................................................................................................................
24
เรามาลองทดสอบความเข้าใจกันดกี ว่าครบั .
1. สารละลาย NaCl 14 กรัม ในนา้ 350 กรัม สารละลายมคี วามเข้มขน้
เทา่ ใดในหนว่ ย ร้อยละโดยมวล
2. สารละลาย NaOH เขม้ ข้น ร้อยละ 15 โดยมวล จานวน 170 กรมั จะมี
NaOH อยู่ก่ีกรมั
3. น้าตาลเข้มข้นร้อยละ 30 โดยมวล ถกู ละลายไป 180 กรมั จะมนี า้ อยกู่ ่ี
กโิ ลกรมั
4. ถ้าต้องการเหรียญทอง จานวน 0.5 kg จะตอ้ งใชเ้ หลก็ และทองอย่างละกี่
กรมั ถ้าเหรียญเงนิ ท่ีต้องการเตรียม มีทอง 98 % และเหล็ก 2 % โดยมวล
5. จงหาความเข้มขน้ ของสารละลายเอทลิ แอลกอฮอล์ 35 ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร
ละลายอยใู่ นนา้ 220 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร
6. จะต้องเติมกรดแอซติ กิ ปริมาตรเท่าใด ในสารละลายน้ากล่ัน 125 ลบ.ซม. จะ
ได้รอ้ ยละความ เขม้ ขน้ ท่ี 22
25
เรามาลองทดสอบความเข้าใจกนั ดกี ว่าครบั .
7. บกี เกอรท์ ่ี 1 มีสารละลายเอทลิ แอลกอฮอล์เขม้ ขน้ รอ้ ยละ 10 โดยปรมิ าตร เจอื
จางไป 2 ลบ.ซม. ถา้ บกี เกอร์ที่ 2 มีน้าเป็น 2 เท่าของบีกเกอรแ์ รก จะถกู เจือจางไป
กี่ ลบ.ซม.
8. ในการเตรยี มสารละลายกลูโคสปริมาตร 370 ลบ.ซม. โดยใสก่ ลโู คสมวล 45
กรัม ลงไป แล้วคนให้ละลายหมด สารละลายท่ไี ดม้ คี วามเข้มขน้ รอ้ ยละเท่าใด
โดยมวลต่อปริมาตร
9. ถา้ นกั เรียนต้องการเตรยี มสารละลาย NaOH ความเขม้ ข้น 15 % โดย
มวลตอ่ ปรมิ าตร ในน้ากล่นั ปริมาตร 420 ลบ.ซม. นักเรียนจะต้องชง่ั NaOH
ก่กี รัม
10. สารละลายโพแทสเซยี มไอโอไดด์ เขม้ ขน้ 30% โดยมวลต่อปริมาตร
จานวน 250 ลบ.ซม. ต้องระเหยน้าออกไปก่ี ลบ.ซม. จึงจะทาให้สารละลาย
เขม้ ขน้ เปน็ 60% โดยมวลต่อปรมิ าตร
26
เรามาลองทดสอบความเขา้ ใจกันดีกว่าครับ.
11. สารละลายชนิดหนง่ึ เขม้ ข้น 80% โดยมวลต่อปริมาตร ซ่ึงมีปรมิ าตร 300
cm3 เมอื่ เตมิ นา้ ลงไป 460 cm3 ความเขม้ ขน้ จะเปลย่ี นเป็นกี่เปอร์เซ็นต์
12. ในอากาศ 1200 ลบ.ซม. มีไอน้า ปริมาตร 1.2 ลบ.ซม. จงหาร้อยละความ
เขม้ ข้นของไอน้า ในหนว่ ยส่วนในพนั ส่วน
13. สารละลาย NaOH เข้มข้น 1000ppm โดยมวล จานวน 200 กรมั จะมี
NaOH อยู่กก่ี รมั
14. จงหาปริมาตรของสารละลายน้าสม้ สายชู เข้มข้นร้อยละ 10 โดยมวล ซ่งึ มี
กรดแอซติ กิ ละลายอยู่ 25 g ซึ่งสารละลายมีความหนาแน่น 4 g/cm3 ท่ี 25
องศาเซลเซยี ส
15. จงหาความหนาแน่นของสารละลายเอทานอล จานวน 120 cm3
ในน้าจานวน 200 cm3 ท่คี วามเข้มขน้ 25%
ทาเสร็จแลว้ ...เรามาตรวจคาตอบกนั . 27
เฉลย 1. สารละลาย NaCl 14 กรัม ในน้า 350 กรมั สารละลายมี
ความเข้มขน้ เทา่ ใดในหน่วย รอ้ ยละโดยมวล
ร้อยละโดยมวล = มวลตวั ถูกละลาย (g) x 100%
มวลสารละลาย (g)
= 350x 100%
= 9.1 %
ดังนนั้ ถา้ สารละลาย NaCl 100 กรัม จะถกู ละลายไป 9.1 กรมั
เฉลย 2. สารละลาย NaOH เข้มข้น รอ้ ยละ 15 โดยมวล จานวน 170 กรมั
จะมี NaOH อยกู่ ี่กรัม มวลตวั ถูกละลาย (g)
มวลสารละลาย (g)
รอ้ ยละโดยมวล = x 100%
15% = มวลตวั ถูกละลาย (g) x 100%
170 (g)
= 25.5 g
ดงั น้ัน จะมี NaOH อยู่ 25.5 g
ทาเสร็จแล้ว...เรามาตรวจคาตอบกนั . 28
เฉลย 3. น้าตาลเขม้ ขน้ รอ้ ยละ 30 โดยมวล ถกู ละลายไป 180
กรมั จะมีนา้ อยูก่ ี่กิโลกรมั มมมวววลลลสตสา วั ราถ รล ูก ละ ละลกะลารลยาัมาย(ยก(( ร ัม) ))xx110000%%
รอ้ ยละโดยมวล
=
30 % =
= 600 g
เนอื่ งจาก ตัวทาละลาย + ตวั ถูกละลาย = สารละลาย
ตัวทาละลาย + 120 = 600
= 600 -180
= 420 g
เฉลย 4. ถ้าตอ้ งการเหรยี ญทอง จานวน 0.5 kg จะตอ้ งใชเ้ หล็ก และทอง
อยา่ งละกก่ี รัม ถ้าเหรยี ญเงนิ ทต่ี ้องการเตรยี ม มีทอง 98 % และเหลก็ 2 %
โดยมวล เหรยี ญทอง 0.5 kg = 500 g
รอ้ ยละโดยมวล = มวลตวั ถูกละลาย ( ) x 100%
มวลสารละลาย ( )
98 % = ทอง ( ) x 100%
( )
= 490 g
2 % = เหลก็ (g) x 100%
500 (g)
= 10 g
ดงั นนั้ จะตอ้ งใชท้ อง และเหลก็ อยา่ งละ 490 g และ 10 g ตามลาดบั
ทาเสรจ็ แล้ว...เรามาตรวจคาตอบกัน. 29
เฉลย 5. จงหาความเข้มข้นของสารละลายเอทลิ แอลกอฮอล์ 35 ลกู บาศก์
เซนตเิ มตร ละลายอยใู่ นน้า 220 ลูกบาศก์เซนติเมตร
ปรมิ าตรของสารละลายทัง้ หมด = ปริมาตรตวั ทาละลาย + ปรมิ าตรตวั ถกู ละลาย
= 220 + 35
= 255 g
ปริมาตรตวั ถูกละลาย (cm3)
รอ้ ยละโดยปรมิ าตร = ปริมาตรสารละลาย (cm3) x 100%
= 35 (cm3) x 100%
255 (cm3)
= 13.73%
ดงั นั้น สารละลายเอทิลแอลกอฮอล์ 100 กรัม จะถกู ละลายไป 13.73 กรมั
เฉลย 6. จะต้องเติมกรดแอซิติกปรมิ าตรเท่าใด ในสารละลายนา้ กล่นั 125 ลบ.
ซม. จะได้ร้อยละความ เขม้ ขน้ ท่ี ป22ริมาตรตวั ถูกละลาย (cm3)
รอ้ ยละโดยปริมาตร = ปริมาตรสารละลาย (cm3)
x 100%
22 % = กรดแอซิติก (cm3) x 100%
125 (cm3)
= 27.5 ลบ.ซม.
ดังน้ัน จะตอ้ งเตมิ กรดแอซิติก 27.5 ลบ.ซม.
ทาเสร็จแล้ว...เรามาตรวจคาตอบกนั . 30
เฉลย 7. บกี เกอรท์ ่ี 1 มสี ารละลายเอทลิ แอลกอฮอลเ์ ขม้ ขน้ รอ้ ยละ 10 โดย
ปริมาตร เจอื จางไป 2 ลบ.ซม. ถ้าบีกเกอรท์ ี่ 2 มนี า้ เป็น 2 เทา่ ของบีกเกอรแ์ รก
จะถกู เจอื จางไปก่ี ลบ.ซม. = ปริมาตรตวั ถูกละลาย (cm3) x 100%
รอ้ ยละโดยปริมาตร ปริมาตรสารละลาย (cm3)
10 % = 2 (cm3) x 100%
2+x (cm3)
= 18 cm3
ถา้ น้าเปน็ 2 เท่าจะถูกเจือจางไป 18 x2 = 36 ลบ.ซม.
x (cm3)
จะได้ 10 % = 2+36 (cm3) x 100%
= 3.8 cm3
ดงั นน้ั ถา้ เตมิ นา้ เปน็ 2 เทา่ จะถูกเจือจาง 3.8 cm3
เฉลย 8. ในการเตรยี มสารละลายกลูโคสปริมาตร 370 ลบ.ซม. โดยใส่กลูโคส
มวล 45 กรัม ลงไป แลว้ คนให้ละลายหมด สารละลายท่ไี ดม้ ีความเข้มข้นร้อย
ละเท่าใดโดยมวลตอ่ ปริมาตร มวลตวั ถูกละลาย(g)
ปริมาตรสารละลาย( cm3)
รอ้ ยละโดยมวล/ปรมิ าตร = x 100%
= 45 (g) x 100%
370( cm3)
= 12.16 กรมั /ลบ.ซม.
ดังน้ัน ความเขม้ ขน้ ของสารละลายเกลอื แกงคอื 12.16 กรมั /ลบ.ซม.
ทาเสร็จแล้ว...เรามาตรวจคาตอบกนั . 31
เฉลย 9. ถา้ นกั เรียนตอ้ งการเตรียมสารละลาย NaOH ความเข้มขน้ 15 %
โดยมวลตอ่ ปรมิ าตร ในนา้ กลัน่ ปรมิ าตร 420 ลบ.ซม. นกั เรยี นจะต้องช่ัง
NaOH ก่ีกรมั มวลตวั ถูกละลาย(g)
ปริมาตรสารละลาย( cm3)
ร้อยละโดยมวล/ปริมาตร = x 100%
15 % = NaOH (g) x 100%
420( cm3)
= 63 กรัม
ดังน้ัน นกั เรยี นจะตอ้ งชัง่ NaOH 63 กรมั
เฉลย 10. สารละลายโพแทสเซียมไอโอไดด์ เขม้ ขน้ 30% โดยมวลต่อ
ปรมิ าตร จานวน 250 cm3 ต้องระเหยน้าออกไปก่ี ลบ.ซม. จงึ จะทาให้
สารละลายเข้มข้นเป็น 60% โดยมวลตอ่ ปริมาตร
ร้อยละโดยมวลต่อปริมาตร = มวลตวั ถูกละลาย(g) x100%
ปริมาตรสารละลาย(cm3)
30% = โพแทสเซียมไอโอไดด์ (g) x100%
250 (cm3)
= 75 g
สารละลายเข้มขน้ 60% = 75 (g) x100%
ปริมาตรสารละลาย(cm3)
= 175 cm3
ดังน้ัน จะตอ้ งระเหยนา้ ออกไป 250-175 = 75 cm3
ทาเสรจ็ แล้ว...เรามาตรวจคาตอบกนั . 32
เฉลย 11. สารละลายชนดิ หนึง่ เขม้ ขน้ 80% โดยมวลตอ่ ปรมิ าตร ซึ่งมี
ปรมิ าตร 300 ลบ.ซม. เม่ือเตมิ น้าลงไป 460 ลบ.ซม. ความเข้มข้นจะ
เปล่ยี นเปน็ ก่ีเปอร์เซนต์ มวลตวั ถูกละลาย(g)
ปริมาตรสารละลาย(cm3)
รอ้ ยละโดยมวลตอ่ ปริมาตร = x100%
80% = มวลตวั ถูกละลาย(g) x 100%
200 (cm3)
= 160 g
ร้อยละโดยมวลต่อปริมาตร = 160(g) x 100%
460 (cm3)
= 34.78%
ดงั น้นั ความเข้มขน้ จะเปล่ยี นเปน็ 34.78%
เฉลย 12. ในอากาศ 1200 ลบ.ซม. มีไอนา้ ปริมาตร 1.2 ลบ.ซม. จงหารอ้ ย
ละความเข้มขน้ ของไอนา้ ในหน่วยส่วนในพนั สว่ น
pptโดยปริมาตร = ปริมาตรตวั ถูกละลาย(cm3) x100%
ปริมาตรสารละลาย(cm3)
80% = 1.2 (cm3) x 1000
1200 (cm3)
= 1 ppt
ดังนน้ั ความเขม้ ข้นของไอน้าในอากาศเป็น 1 ppt
ทาเสรจ็ แลว้ ...เรามาตรวจคาตอบกนั . 33
เฉลย 13. สารละลาย NaOH เขม้ ข้น 1000ppm โดยมวล จานวน 200 กรัม
จะมี NaOH อยูก่ ่กี รัม
pptโดยปรมิ าตร = มวลตวั ถูกละลาย(g) x 100%
ปริมาตรสารละลาย(cm3)
1000ppm = 1.2 (g) x 106
200 (cm3)
= 0.2 g
เฉลย 14. จงหาปริมาตรของสารละลายนา้ ส้มสายชู เข้มข้นรอ้ ยละ 10 โดย
มวล ซึ่งมีกรดแอซิตกิ ละลายอยู่ 25 กรมั ซึ่งสารละลายมคี วามหนาแนน่ 4
กรัม/ลบ.ซม. ท่ี 25 องศาเซลเซยี ส
มวลตวั ถูกละลาย(g)
รอ้ ยละโดยมวลตอ่ ปริมาตร = ปริมาตรสารละลาย(cm3) x 100%
10% = 25 (g) x 100%
ปริมาตรสารละลาย(cm3)
= 250 cm3
สารละลายมคี วามหนาแน่น 2 g/cm3 จะได้
จาก ρ = m
v
2 = 250 = 125 cm3
ดงั นนั้ ปรมิ าตรของนา้ ส้มสายชูคอื 125 cm3
ทาเสรจ็ แล้ว...เรามาตรวจคาตอบกัน. 34
เฉลย 15. จงหาความหนาแนน่ ของสารละลายเอทานอล จานวน 120 cm3
ในนา้ จานวน 200 cm3 ทค่ี วามเขม้ ขน้ 25%
รอ้ ยละโดยปริมาตร = ปริมาตรตวั ถูกละลาย (cm3) × 100%
ปริมาตรสารละลาย(cm3)
25% = เอทานอล cm3 ×100%
320(cm3)
= 80 cm3
หาความหนาแน่นสารละลายจะได้
จาก ρ = 80
320
= 0.25 cm3
ดังน้นั ปริมาตรของน้าสม้ สายชูคือ 0.25 cm3
แบบฝกึ หัดเรอ่ื งสารละลาย 35
จงบอกประโยชนส์ ารละลายในชีวิตประจาวนั ในด้านต่างๆ
มาอยา่ งละ 2 ข้อ
1. ดา้ นการเกษตร
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
2. ดา้ นอุตสาหกรรม
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
3. ด้านอาหาร
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
4. ด้านการแพทย์
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
5. ด้านการดารงชีวติ
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
อ้างองิ
ครูเจน. (2015). การเตรยี มสารละลาย, สบื ค้นเมื่อ 24 สิงหาคม 2563.
จาก. https://sites.google.com/site/sciencekrujane/karte-ri-ym-sarlalay
ทรปู ลูกปญั ญา. (2017). การคานวนความเข้มขน้ สารละลาย, สืบค้นเมอื่ 24 สิงหาคม
2563. จาก. https://www.youtube.com/watch?v=TMH-kdmt9h0
Chem Care. (2016). สารละลาย, สืบคน้ เมือ่ 26 สงิ หาคม 2563.
จาก. https://www.youtube.com/watch?v=lWpHTXMuJwQ&t=665s
วทิ ยาศาสตร์พ้ืนฐาน ม.ต้น. (2012). การเตรยี มสารละลายในความเข้มขน้ ตา่ งๆ,สืบคน้
เมอ่ื 26 สิงหาคม 2563. จาก.
https://www.facebook.com/KarReiynKarSxnWiThyaSatRPhunThanChanM1
ผูจ้ ัดทา
นางสาวสภุ คั สอนจนั ทร์ รหัส 60131113002
นายกิตติ ขวญั เมือง รหัส 60131113004
นายปฏิภาน พฒั น์สงิ ห์ รหสั 60131113013
นางสาวขวญั ชวี า แซล่ ้ี รหัส 60131113022
สาขาวิทยาศาสตรท์ ่ัวไป คณะครศุ าสตร์
มหาวิทยาลยั ราชภฏั สวนสุนนั ทา