The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบการแถลงข่าว 20 ปีศาลปกครอง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ornvipa.k, 2021-03-03 00:06:24

เอกสารประกอบการแถลงข่าว 20 ปีศาลปกครอง

เอกสารประกอบการแถลงข่าว 20 ปีศาลปกครอง

เอกสารประกอบการแถลงข่าวตอ่ ส่ือมวลชน
เนื่องในโอกาสครบรอบ ๒๐ ปี ศาลปกครอง

ในวนั อังคารที่ ๙ มนี าคม ๒๕๖๔
เวลา ๑๐.0๐ - 13.00 น.
ณ ห้องสัมมนา ๑ ช้นั B๑

กาหนดการงานแถลงขา่ วเพื่อเผยแพรป่ ระชาสมั พันธ์
เนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี ศาลปกครอง

ในวันอังคารที่ ๙ มีนาคม ๒๕๖๔ เวลา ๑๐.๐๐ – ๑๓.๐๐ น.
ณ ห้องสมั มนา ๑ ชั้นบี ๑ อาคารศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ

เวลา 10.0๐ – ๑๐.3๐ น. ลงทะเบยี นส่ือมวลชน
เวลา ๑๐.3๐ – ๑1.0๐ น.
เวลา ๑1.0๐ – ๑๒.๐๐ น. การแถลงผลการดาเนนิ งานของศาลปกครองในรอบปี 2563 ที่ผา่ นมา
และนโยบายทิศทางการดาเนินงานของศาลปกครองในโอกาสกา้ วเขา้ สู่
เวลา ๑๒.๐๐ - ๑๓.๐๐ น. ทศวรรษทสี่ าม
โดย นายปยิ ะ ปะตงั ทา ประธานศาลปกครองสงู สุด

การแถลงผลงานด้านการพจิ ารณาพิพากษาคดีปกครอง
(คดสี าคัญและอยใู่ นความสนใจของส่ือมวลชน) และตอบข้อซกั ถาม
ของส่ือมวลชน โดย โฆษกศาลปกครองและรองโฆษกศาลปกครอง
ประกอบดว้ ย
๑) นายประวิตร บุญเทียม ประธานแผนกคดีละเมดิ และความรับผิดอย่างอืน่

ในศาลปกครองสูงสุด โฆษกศาลปกครอง
๒) นายวชิระ ชอบแต่ง อธบิ ดีศาลปกครองภเู ก็ต รองโฆษกศาลปกครอง
๓) นางสาวสายทิพย์ สคุ ตพิ ันธ์ อธบิ ดีศาลปกครองระยอง

รองโฆษกศาลปกครอง
๔) นายจากดั ชมุ พลวงศ์ รองอธิบดีศาลปกครองกลาง

รองโฆษกศาลปกครอง

สือ่ มวลชนรับประทานอาหารกลางวนั ในรปู แบบ Box Set
ณ หอ้ งรับรองสื่อมวลชน ช้นั ๑ อาคารศาลปกครอง

หมายเหตุ : จัดอาหารวา่ ง เครอื่ งดื่ม และอาหารกลางวนั ในรูปแบบ Box Set

คาแถลงขา่ วต่อสือ่ มวลชน
ของประธานศาลปกครองสูงสุด

(ทา่ นประธานฯ ไดโ้ ปรดพจิ ารณาให้ความเหน็ ชอบแลว้ )

คาแถลงขา่ วตอ่ สื่อมวลชน
เนอื่ งในโอกาสครบรอบ ๒๐ ปี ศาลปกครอง
โดย นายปิยะ ปะตงั ทา ประธานศาลปกครองสงู สดุ
ในวนั อังคารที่ ๙ มีนาคม ๒๕๖๔ เวลา ๑๐.๓๐ น.
ณ ห้องสมั มนา ๑ ชน้ั B๑ อาคารศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ

สวัสดีครับ ท่านส่ือมวลชนทุกท่าน วันน้ีเป็นวันครบรอบ ๒๐ ปี ของการเปิดทาการ
ศาลปกครอง ซึ่งเดิมนั้นได้กาหนดที่จะจัดให้มีการเสวนาทางวิชาการ เพื่อแลกเปลี่ยนทัศนะมุมมอง
ของผู้ทรงคุณวุฒิ ท่ีมีต่อการดาเนินงานของศาลปกครองด้วย แต่เน่ืองจากสถานการณ์การแพร่
ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือโรคโควิด-๑๙ จึงจาเป็นต้องยกเลิกงานดังกล่าวไป คงเหลือ
เพยี งงานแถลงข่าวต่อสอ่ื มวลชนในวันนี้ครับและผมขอขอบคุณพ่ีน้องส่ือมวลชนทุกท่าน ท่ีสละเวลา
มาร่วมรบั ฟังการแถลงผลการดาเนินงานของศาลปกครอง โดยมปี ระเดน็ ท่ีสาคัญดงั น้ีครบั

ภารกิจด้านการพิจารณาพิพากษาคดี โดยสถิติคดีของศาลปกครองในภาพรวม ๒๐ ปี
ทผี่ ่านมา นับจนถึงวนั ท่ี ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ศาลปกครองรับคดีเข้าสู่การพิจารณาแล้ว จานวน
๑๗๔,๔๒๔ คดี เปน็ คดที ีป่ ระชาชนยื่นฟ้องต่อศาลปกครองช้ันต้น จานวน ๑๒๓,๓๘๐ คดี และเป็น
คดีอุทธรณ์หรือฟ้องตรงต่อศาลปกครองสูงสุด จานวน ๕๑,๐๔๔ คดีโดยศาลปกครองสามารถ
พจิ ารณาคดีไดแ้ ลว้ เสร็จ จานวน ๑๔๖,๕๓๗ คดี คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๘๔.๐๑ ของคดีรับเข้า

เม่ือพูดถึงการยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองนั้น นับต้ังแต่เมื่อวันท่ี ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๒
เป็นต้นมา ศาลปกครองได้มีการเปิดใช้งานระบบงานคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านเว็บไซต์ของ
ศาลปกครอง เพอ่ื อานวยความสะดวกให้แกค่ ่กู รณแี ละประชาชน ให้สามารถยื่นฟ้องคดีผ่านช่องทาง
อิเล็กทรอนิกส์ได้ทุกท่ีทุกเวลา และได้มีการพัฒนาระบบดังกล่าวอย่างต่อเน่ืองตลอดมา เพ่ือให้
ค่กู รณที ัง้ สองฝา่ ยสามารถย่นื คาฟอ้ ง คาใหก้ าร และสาเนาพยานหลักฐานประกอบคาฟ้อง คาให้การ
และตามที่ศาลมีหมายเรียก การชาระค่าธรรมเนียมศาล ส่งคาร้องคาขอ รวมไปถึงการขอดาเนิน
กระบวนพิจารณาทางอิเล็กทรอนิกส์ และสามารถเข้าถึงข้อมูลในสานวนคดีของตนเอง รวมทั้ง
ตรวจดูและพมิ พเ์ อกสารในสานวนคดขี องตนและของคกู่ รณฝี ่ายอนื่ ได้โดยไม่จาเป็นต้องเดินทางมาที่
ศาลปกครอง ซ่งึ ปจั จบุ ันมผี ู้สนใจลงทะเบียนเข้าใชง้ านระบบแล้วรวมจานวน 916 ราย

โดยในส่วนของศาลปกครองชั้นต้น มีคดีที่ย่ืนฟ้องทางอิเล็กทรอนิกส์ จานวน ๒๖๗ คดี
พิจารณาคดีแล้วเสร็จ จานวน ๑๒๖ คดี ส่วนศาลปกครองสูงสุด มีคดีฟ้องตรงที่ยื่นฟ้องทาง
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ จานวน ๑๙ คดี พจิ ารณาคดีแลว้ เสรจ็ จานวน ๑๗ คดี มคี ดีคา้ ง จานวน 2 คดี

นอกจากการเพ่ิมช่องทางการดาเนินกระบวนพิจารณาคดีทางระบบอิเล็กทรอนิกส์แล้ว
ศาลปกครองยังได้เพ่ิมทางเลือกใหม่ในการอานวยความยุติธรรม โดยเปิดให้มีการไกล่เกลี่ย
ขอ้ พพิ าทในคดีปกครอง ซ่ึงนับตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๖๒ ที่นากระบวนการไกล่เกลี่ยมาใช้ มีคดีที่
เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยของศาลปกครองชั้นต้น จานวน ๒๐๓ คดี ไกล่เกลี่ยแล้วเสร็จ จานวน
๑๖๔ คดี คิดเป็นร้อยละ ๘๐.๗๙ ของคดีท่ีเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย และมีคดีอยู่ระหว่าง
กระบวนการไกล่เกล่ีย จานวน ๓๙ คดี ซ่ึงคดีท่ีไกล่เกลี่ยแล้วเสร็จร้อยละ ๗๐.๑๒ ใช้ระยะเวลา
ไม่เกิน ๓ เดอื น



และเปน็ ทนี่ ่าสังเกตวา่ ในปี 256๓ ซง่ึ เป็นช่วงท่มี ีการระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ผลิตผล
งานคดีของศาลปกครองสูงสุดเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 50 โดยมีคดีรับเข้า จานวน 3,467 คดี และมีคดี
แล้วเสร็จ จานวน 4,116 คดี ซึง่ เป็นผลจากการใช้นโยบาย Work From Home โดยใช้เทคโนโลยี
ช่วยสนับสนนุ ในการดาเนินงาน

สาหรับทิศทางการดาเนนิ งานของศาลปกครองในปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งเป็นปีท่ีศาลปกครอง
จะก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่สามน้ัน ได้กาหนดให้เป็น “ปีแห่งการพัฒนาการอานวยความยุติธรรม
ทางปกครอง ให้เป็นไปตามมาตรฐานอันเป็นท่ียอมรับของทุกภาคส่วนและในระดับสากล
และสอดคลอ้ งกบั ชวี ติ วถิ ีใหม่ (New Normal)”

โดยในการพัฒนาการอานวยความยุติธรรมทางปกครองท่ีเป็นมาตรฐานน้ัน ได้กาหนดให้มี
กรอบระยะเวลาที่ชัดเจน มีความรวดเร็ว รวมทั้งส่งเสริมให้นากระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท
ในคดีปกครอง ซงึ่ เปน็ วิธกี ารท่สี ามารถทาให้ขอ้ พพิ าทยุติลงด้วยดีภายในระยะเวลาท่ีรวดเร็วมาใช้ให้
มากยิ่งขึ้น เพ่ือให้คู่กรณีได้รับความยุติธรรมโดยไม่ล่าช้า และสามารถแก้ไขเยียวยาความเดือดร้อน
เสียหายของประชาชนและคู่กรณีได้ทันการณ์ ตลอดจนมุ่งส่งเสริมให้ประชาชนและทุกภาคส่วน
ในสังคมสามารถเข้าถึงการอานวยความยุติธรรมทางปกครองได้โดยเรียบง่าย มีความสะดวก
และไม่ส้ินเปลืองค่าใช้จ่าย ด้วยช่องทางสมัยใหม่ที่สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของสังคม
และชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) ของประชาชนผ่านระบบงานคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์ และการ
พิจารณาคดีโดยวธิ ีการทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์

ในวันน้ี จงึ อาจกล่าวได้ว่าศาลปกครองได้พัฒนาระบบสารสนเทศที่เพ่ือสนับสนุนการดาเนิน
กระบวนพิจารณาคดีปกครองตั้งแต่ต้นจนจบทุกขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มต้นการฟ้องคดี การตั้งสานวน
การตรวจคาฟ้อง ไปจนถึงช้ันการกาหนดนัดน่ังพิจารณาคดีครั้งแรก ตลอดจนถึงขั้นตอนสุดท้ายคือ
การจัดทาร่างคาพิพากษาหรือคาสั่ง รวมท้ังข้ันตอนเม่ือศาลมีหมายแจ้งหรือศาลเรียกคู่กรณี
ที่เกย่ี วขอ้ ง คู่กรณีจะได้รับการแจ้งเตือนผ่านอีเมล์ท่ีลงทะเบียนไว้กับศาลปกครอง และเพื่อเป็นการ
อานวยความสะดวกให้กับคูก่ รณยี ่ิงขน้ึ

และนอกจากน้ี ศาลปกครองยังได้ปรับปรุงห้องพิจารณาคดีและห้องไต่สวนให้เป็นห้อง
พิจารณาคดีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Courtrooms) ท่ีติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ เคร่ืองฉายภาพ
(Projector) และโทรทัศน์วงจรปิดท่ีถ่ายทอดภาพจากคอมพิวเตอร์และเครื่องฉายภาพ 3 มิติ
(Visualizer) ทาให้คู่กรณีทุกฝ่ายรวมทั้งผู้เข้ารับฟังการพิจารณาสามารถเห็นเอกสารพยานหลักฐาน
ทีศ่ าลใชป้ ระกอบในการพิจารณาคดีและไต่สวนผ่านอปุ กรณ์ภายในห้องพิจารณา โดยได้ติดต้ังระบบ
บันทึกภาพและเสียงเพ่ือบันทึกการนั่งพิจารณาคดี ไต่สวนและให้ถ้อยคาต่อศาลเพื่อให้ศาลเรียกดู
ไฟลว์ ดี ิทัศน์และเสียงทีบ่ นั ทึกในภายหลงั ได้

และประการสาคัญ ศาลปกครองได้กาหนดให้มีการพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานท่ีจาเป็นต่อการ
ปฏิบัติงานและกระบวนการทางานของศาลปกครอง ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรเพื่อเพ่ิม
ประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์ในการอานวยความยุติธรรมทางปกครอง เช่น การพัฒนาระบบ



ฐานข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อการพิจารณาพิพากษาคดีและการบริการประชาชน ตลอดจนพัฒนา
เครอื่ งมอื ทางเทคโนโลยสี ารสนเทศ และนวัตกรรมท่ีมีประสิทธิภาพสูงและสอดคล้องกับแนวคิดการ
ทางานสมัยใหม่ เช่น การพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เพื่อยกระดับ
การปฏิบัติงานสู่การเป็นศาลปกครองอัจฉริยะ (Smart Admincourt) การพัฒนา Mobile
Application ระบบงานคดีปกครองอิเล็กทรอนกิ ส์เพ่อื ประชาชน การพัฒนาระบบข้อมูลองค์ความรู้
ท่ีสามารถเข้าถึงได้ง่ายและมีคุณภาพ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน หน่วยงานทาง
ปกครองและเจ้าหน้าทขี่ องรฐั และการคุม้ ครองประโยชนส์ าธารณะ

ท้ังหมดที่ผมกล่าวมานี้ เป็นเป้าหมายและภารกิจท่ีศาลปกครองจะดาเนินการในระยะต่อไป
ลาดบั ต่อไปผมจะขอมอบให้ทา่ นประวิตร บุญเทียม ประธานแผนกคดีละเมิดและความรับผิดอย่างอ่ืน
ในศาลปกครองสูงสุด ในฐานะโฆษกศาลปกครอง พร้อมด้วยรองโฆษกศาลปกครองทุกท่าน
เปน็ ผตู้ อบขอ้ ซักถามในประเด็นที่เกี่ยวกับแนวคาวินิจฉัยของศาลปกครองในคดีสาคัญ หรือข้อซักถาม
อนื่ ๆ ของท่านสอ่ื มวลชนต่อไป ขอขอบคุณครับ

**************

ขา่ วเก่ยี วกบั คาสัง่ / คาพพิ ากษา
ของศาลปกครองที่อยใู่ น
ความสนใจของสื่อมวลชน
ในรอบปี พ.ศ. 256๓

พร้อมแนบเอกสารท่เี ก่ยี วขอ้ ง

ข่าวเกยี่ วกับคาส่งั / คาพพิ ากษาของศาลปกครองท่ีอยู่ในความสนใจของสอ่ื มวลชน
ระหว่างวันที่ 9 มีนาคม 2563 - วนั ท่ี 1 มีนาคม 2564

 คาส่ัง/คาพิพากษาของศาลปกครองที่สานักประชาสัมพันธ์เผยแพร่ต่อสื่อมวลชน ในช่วงระหว่างวันท่ี 9
มีนาคม 2563 - วนั ที่ 1 มนี าคม 2564 จานวน 27 คดี ดงั นี้

ลาดับ เร่ือง หมายเลขคาสัง่ หมายเหตุ
/คาพพิ ากษา *ไม่มเี อกสาร
1. ศาลปกครองกลางพิพากษายกฟ้อง ในคดีท่ีมีผู้ยื่นฟ้องขอจัดการศึกษาข้ัน
พ้ืนฐานโดยครอบครัว และขอให้หน่วยงานที่เก่ียวข้องเร่งดาเนินการรับรอง คาพิพากษา ขา่ ว
ผลการสาเร็จการศึกษาระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 ให้แก่บุตรของ ศาลปกครองกลาง
ผู้ฟ้องคดี คดีหมายเลขแดงที่ *ไม่มเี อกสาร
ข่าว
625/2563
*ไมม่ เี อกสาร
2. ศาลปกครองกลางพิพากษาตามยอม ในคดีที่มีการไกล่เกล่ียข้อพิพาท คาพิพากษา ขา่ ว
ตามสญั ญาซ้ือขายแม่ป๋ยุ และปุ๋ยเคมี ทนุ ทรัพย์ 161,552,412.16 บาท ศาลปกครองกลาง
คดีหมายเลขแดงที่
636/2563

3. ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาแก้คาพิพากษาของศาลปกครองช้ันต้นเป็นให้ คาสง่ั ศาลปกครอง

นายวัฒนา อัศวเหม ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนความเสียหายจากการดาเนิน สูงสุดที่

โครงการออกแบบรวมกอ่ สร้างระบบบาบัดน้าเสีย เขตควบคุมมลพิษ จังหวัด คผ. 22/2563

สมุทรปราการ ให้แก่กรมควบคุมมลพิษ ในจานวนทั้งหมด ตามคาสั่งกรม

ควบคุมมลพิษ ท่ี 118/2557 ลว. 18 เม.ย. 57 และตามคาวินิจฉัย

อุทธรณ์ของปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ท่ี 9/2557 ลว. 27

มิ.ย. 57

4. ศาลปกครองนครสวรรค์ดาเนินกระบวนพิจารณาคดีโดยเร่งด่วน นัดไต่สวน คาพิพากษาศาล

และมคี าพิพากษาใน 4 วัน เพิกถอนประกาศรับสมัครครูผู้ช่วยฯ ส่วนที่สร้าง ปกครองนครสวรรค์

ภาระเกนิ สมควร คดีหมายเลขแดงที่

บ.9/2563

5. ศาลปกครองเชียงใหม่เพกิ ถอนมติ กศจ.แม่ฮ่องสอน ท่ีไม่เห็นชอบให้โรงเรียน คาพิพากษา

ของรัฐแห่งหนึ่ง เปิดรับนักเรียนอนุบาลเพราะเหตุมีผลกระทบต่อโรงเรียน ศาลปกครองเชยี งใหม่

เอกชนในพื้นท่ี คดีหมายเลขแดงที่

153/2563

6. ศาลปกครองสูงสุดมีคาส่ังยืนตามคาสั่งศาลปกครองชั้นต้นไม่รับคาขอให้ คาส่ังศาลปกครอง

พิจารณาคดีใหม่ไว้พิจารณา (คดีโฮปเวลล์) (กรณีสืบเน่ืองจากกระทรวง สงู สดุ ที่

คมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย ย่ืนคาร้องต่อศาลปกครองขอให้ 241-243/2563

ศาลพิจารณาคดีใหม่ โดยอ้างว่า มีการรับฟังข้อเท็จจริงผิดพลาดและมี

พยานหลกั ฐานใหมอ่ ันอาจทาใหข้ ้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไป)

-2-

ลาดบั เรอื่ ง หมายเลขคาสั่ง หมายเหตุ
/คาพิพากษา *ไมม่ เี อกสาร

7. ศาลปกครองกลางพิพากษาเพิกถอนคาสั่งของกระทรวงการคลัง ท่ีกาหนดให้ คาพิพากษา ข่าว
*ไม่มเี อกสาร
กองทนุ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการนาเงินส่งคลังเป็นรายได้ของ ศาลปกครองกลาง
ขา่ ว
แผน่ ดินเฉพาะส่วนทเ่ี กินกว่า 1,000 ล้าน คดีหมายเลขแดงที่
*ไม่มเี อกสาร
405/2560 ขา่ ว

8. ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาเพิกถอนคาสั่งกระทรวงการคลัง ท่ีลงโทษปลด คาพิพากษา *ไม่มเี อกสาร
ขา่ ว
นายวิชัย จึงรักเกียรติ อดีตผู้อานวยการสานักกฎหมาย กรมสรรพากร ศาลปกครองสงู สดุ

ออกจากราชการ โดยให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันท่ี 29 ธันวาคม 2549 คดีหมายเลขแดง ที่

ซึง่ เป็นวนั ทคี่ าส่ังดังกล่าวมีผลบงั คับ อบ.94/2563

9. ศาลปกครองเชียงใหม่ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทคดีระหว่างองค์การสวนสัตว์ กับ คาพิพากษา

บริษทั มารีน สเคป (ประเทศไทย) จากัด ผู้ดาเนินกิจการเชียงใหม่ ซู อควาเรียม ศาลปกครองเชยี งใหม่

คู่กรณีทั้งสองฝ่ายตกลงทาสัญญาประนีประนอมยอมความ ชดใช้ค่าเสียหาย คดหี มายเลขแดงท่ี

แบง่ รับภาระค่าใช้จ่ายและส่วนแบง่ กาไรในการดาเนนิ กิจการคนละครึ่ง 258/2563

10. ศาลปกครองนครราชสีมาพิพากษาให้มหาวิทยาราชภัฏบุรีรัมย์ชดใช้ คาพิพากษา

ค่าสินไหมทดแทนแก่พนักงานมหาวิทยาลัย เน่ืองจากจ่ายค่าจ้างน้อยกว่า ศาลปกครอง

อตั ราค่าจา้ งตามที่มีสทิ ธจิ ะได้รับตามมติคณะรฐั มนตรี นครราชสีมา

คดหี มายเลขแดงที่

171/2563

11. ศาลปกครองกลางมีคาส่ังคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษาให้ คาพิพากษา

กรุงเทพมหานครระงับการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อก่อสร้างถนน ศาลปกครองกลาง

เลียบคลองประปาฝ่ังตะวันออกเช่ือมระหว่างถนนแจ้งวัฒนะกับถนน คดหี มายเลขดาที่

สรงประภา ไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีคาพิพากษาหรือคาส่ังเปน็ อย่างอ่ืน 1915/2563

12. ศาลปกครองกลางพิพากษาเพิกถอนมติของ กสทช. ในการประชุมคร้ังท่ี คาพิพากษา

18/2558 เม่ือวันท่ี 3 มิถุนายน 2558 ที่กาหนดแนวปฏิบัติในการ ศาลปกครองกลาง

เผยแพรบ่ รกิ ารโทรทศั น์ท่ีเป็นการทวั่ ไป สาหรับผู้ให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ คดหี มายเลขแดงที่

ระบบเคเบิลทีวี และมติในการประชุมคร้ังท่ี 21/2558 เม่ือวันที่ 29 1726/2563

มิถนุ ายน 2558 ทใ่ี ห้ผ้ใู หบ้ ริการโครงข่ายโทรทัศน์นาช่องรายการสถานีวิทยุ

โทรทัศน์รัฐสภาไปออกอากาศไว้ในหมายเลขลาดับการให้บริการ 10

เน่ืองจากเป็นมติท่ีไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยให้มีผลย้อนหลังไปนับแต่

วันที่มีมติ

13. ศาลปกครองกลางพิพากษาให้นายกเทศมนตรีตาบลสามชุก ปฏิบัติหน้าท่ี คาพิพากษา

ตามพระราชบัญญัตกิ ารสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และใหอ้ ตุ สาหกรรมจังหวัด ศาลปกครองกลาง

สุพรรณบุรี ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ในการ คดีหมายเลขแดงที่

กากับดูแลการประกอบกิจการโรงงานทาน้าตาลทรายไม่ให้ก่ออันตรายและ ส.40/2563

เหตรุ าคาญแกบ่ คุ คลท่ีอยอู่ าศัยใกลเ้ คยี งกบั โรงงาน

-3-

ลาดบั เร่ือง หมายเลขคาส่ัง หมายเหตุ
/คาพพิ ากษา *ไมม่ เี อกสาร
14. ศาลปกครองกลางพิพากษายกฟ้อง ในคดีท่ีวัดถ้าพระโพธิสัตว์ ยื่นฟ้อง
รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงอุตสาหกรรม กับพวก กรณีออกใบอนุญาตประทาน คาพิพากษา ข่าว
บัตรการทาเหมืองแร่ของโรงงานปูนซีเมนต์ ในจังหวัดสระบุรี ที่อยู่ใกล้เขต ศาลปกครองกลาง *ไม่มีเอกสาร
โบราณสถาน ภายในรศั มี 2,000 เมตร รอบถา้ พระโพธิสตั ว์ คดีหมายเลขแดงที่
ข่าว
15. ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาแก้คาพิพากษาของศาลปกครองช้ันต้น ส.42/2563
ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยข้อมูลข่าวสารเก่ียวกับสานวนการไต่สวน คาพิพากษา *ไม่มเี อกสาร
ข้อเท็จจริงกรณีการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ของกระทรวงสาธารณสุขเฉพาะ ศาลปกครองสงู สดุ ขา่ ว
บางรายการ ให้แก่คุณหญิงสุดารัตน์ฯ ตามคาวินิจฉัยของคณะกรรมการ คดีหมายเลขแดง ที่
วนิ จิ ฉัยการเปิดเผยขอ้ มลู ข่าวสารสาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและ อ.848/2563 *ไมม่ ีเอกสาร
การบังคบั ใช้กฎหมาย โดยให้เปิดเผยเฉพาะรายการท่ี 1 สาเนาการสอบสวน ขา่ ว
ข้อเท็จจริง รายการท่ี 2 สรุปข้อเท็จจริง รายการที่ 3 ผลการพิจารณาและ คาพิพากษา
รายงานการประชมุ ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และคณะอนุกรรมการ ป.ป.ช. ศาลปกครองสูงสดุ
เกี่ยวกับเร่ืองดังกล่าว และรายการท่ี 5 คาส่ังและคาวินิจฉัยของ คดหี มายเลขแดง ที่
คณะกรรมการ ป.ป.ช. และคณะอนุกรรมการ ป.ป.ช. เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว อบ.203/2563
โดยอาจใช้ดุลพินิจปกปิดชื่อบุคคลและข้อความที่อาจส่งผลกระทบต่อสิทธิ
ส่วนบุคคล ท้ังน้ีให้ดาเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันท่ีมี คาพิพากษา
คาพพิ ากษา ศาลปกครองกลาง
คดหี มายเลขดา ที่
16. ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืนตามศาลปกครองช้ันต้น เพิกถอนคาสั่ง 2280/2563
กระทรวงการคลังท่ีลงโทษปลดนายศิโรตม์ สวัสด์ิพาณิชย์ อดีตอธิบดี
กรมสรรพากร ออกจากราชการ โดยใหม้ ผี ลย้อนหลงั ตง้ั แตว่ ันที่ 29 ธันวาคม คาพิพากษา
2549 ซึ่งเป็นวันท่ีคาสั่งดังกล่าวมีผลบังคับ โดยมีข้อสังเกตให้ปลัด ศาลปกครอง
กระทรวงการคลังดาเนินการคืนสิทธิประโยชน์ต่างๆ ท่ีผู้ฟ้องคดีควรได้รับ อบุ ลราชธานี
หากไม่ได้ถกู ลงโทษทางวนิ ัยตามคาส่ังดงั กล่าวให้แก่ผู้ฟ้องคดี ตามหลักเกณฑ์ คดหี มายเลขดา ที่
และเง่ือนไขที่กฎหมายกาหนดด้วย ท้ังนี้ ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ บ.55/2563
คาพพิ ากษาถึงทีส่ ุด

17. ศาลปกครองกลางมีคาส่ังทุเลาการบังคับตามหลักเกณฑ์การร่วมลงทุนของ
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ท่ีแก้ไขเพิ่มเติมและเปลี่ยนแปลง
เอกสารการคัดเลือกเอกชนเพื่อร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ไว้เป็น
การชั่วคราวจนกว่าศาลจะมคี าพิพากษาหรือคาสงั่ เปน็ อย่างอืน่

18. ศาลปกครองอุบลราชธานีพิพากษาเพิกถอนข้อบังคับมหาวิทยาลัย
อุบลราชธานี ทห่ี า้ มบคุ คลอายุเกนิ 60 ปี ดารงตาแหน่งคณบดี

-4-

ลาดับ เร่ือง หมายเลขคาส่งั หมายเหตุ
/คาพพิ ากษา *ไม่มเี อกสาร
19. ศาลปกครองกลางมีคาสั่งไม่รับคาฟ้องไว้พิจารณา และให้จาหน่ายคดีออก
จากสารบบความ ในคดีท่ีพล.ต.ท. สุรเชษฐ์ หักพาล ย่ืนฟ้องนายกรัฐมนตรี คาสง่ั ขา่ ว
และปลัดสานักนายกรัฐมนตรี (ผู้ถูกฟ้องคดีท้ังสอง) กรณีหัวหน้า คสช. ศาลปกครองกลาง
มคี าส่งั โอนย้ายผฟู้ ้องคดีจากตาแหน่งผู้บัญชาการสานักงานตรวจคนเข้าเมือง คดหี มายเลขแดง ที่ *ไม่มเี อกสาร
ไปดารงตาแหน่งท่ีปรึกษาพิเศษประจาสานักนายกรัฐมนตรี โดยไม่ชอบด้วย ขา่ ว
กฎหมาย และผู้ถูกฟ้องคดีท้ังสองไม่ได้พิจารณาดาเนินการส่ังให้ผู้ฟ้องคดี 361/2563
กลับไปปฏบิ ัติหนา้ ทีร่ าชการในสังกดั เดิม *ไมม่ เี อกสาร
คาพิพากษา ขา่ ว
20. ศาลปกครองสูงสุดพิพากษากลับคาพิพากษาของศาลปกครองกลาง ศาลปกครองสูงสุด
เป็นยกฟ้อง กรณีฟ้องขอให้เพิกถอนประกาศจัดลาดับบริการโทรทัศน์ (เรียง คดหี มายเลขแดง ที่ *ไมม่ ีเอกสาร
ชอ่ งทีว)ี อร.66/2563 ขา่ ว

21. ศาลปกครองกลางพิพากษาให้กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯ พิจารณาคา คาพิพากษา *ไม่มีเอกสาร
ขอจดทะเบยี นสทิ ธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยของผู้ฟ้องคดี และแจ้งผล ศาลปกครองกลาง ขา่ ว
การพิจารณาให้ผู้ฟ้องคดีทราบ ทั้งน้ี ให้ดาเนินการให้แล้วเสร็จภายใน คดหี มายเลขแดง ท่ี
30 วัน นับแตว่ นั ท่ีศาลมคี าพพิ ากษา *ไมม่ ีเอกสาร
765/2555 ขา่ ว
22. ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืนตามศาลปกครองช้ันต้นท่ีให้ยกฟ้องในคดีที่ คาพิพากษา
สมาชิกกองทุนบาเหน็จบานาญข้าราชการ ย่ืนฟ้อง กองทุนบาเหน็จบานาญ ศาลปกครองสูงสดุ
ข้าราชการ หรือ กบข. กรณีนาเงินสะสมของสมาชิก กบข. ไปลงทุนใน คดีหมายเลขแดง
สินทรัพย์ตราสารหน้ีในประเทศและต่างประเทศ อสังหาริมทรัพย์ และการ อ.1377/2563
ลงทนุ ทางเลือกท่มี ีความเส่ียงสูง โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายทาให้เมื่อปี 2551
กบข. มีผลประโยชน์ตดิ ลบ ขาดทนุ จานวนกว่าหนึ่งหม่ืนหกพันล้านบาท คาพิพากษา
ศาลปกครองสูงสุด
23. ศาลปกครองสูงสุดพิพากษากลับคาพิพากษาของศาลปกครองกลาง คดีหมายเลขแดง ที่
เป็นยกฟ้อง ในคดีที่บริษัท ไทยนิวส์ เน็ตเวิร์ค (ทีเอ็นเอ็น) จากัด ฟ้องขอให้
เพิกถอนประกาศ กสทช. เร่ือง การกากับดูแลการโฆษณาบริการหรือสินค้า อร.2/2564
ของผใู้ หบ้ รกิ ารโครงขา่ ยโทรทัศนแ์ บบบอกรบั สมาชกิ และผู้ใหบ้ รกิ ารโทรทัศน์
แบบบอกรบั สมาชกิ คาสง่ั
ศาลปกครองสงู สดุ
24. ศาลปกครองสูงสุดมีคาส่ังยืนตามคาสั่งของศาลปกครองชั้นต้นที่ให้ทุเลาการ ท่ี คร.42/2564
บังคับตามคาสั่งของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ที่ให้บริษัท นิสสัน
มอเตอร์ (ประเทศไทย) จากดั ระงบั หยดุ แกไ้ ขเปล่ยี นแปลงการกระทาที่เข้า คาพิพากษา
ข่ายเป็นการกระทาใด ๆ อันเปน็ ผลให้เกิดความเสียหายแก่ผู้จาหน่ายรถยนต์ ศาลปกครองสูงสดุ
ของบริษัท นิสสันฯ ไว้ก่อนเป็นการช่ัวคราวจนกว่าศาลจะมีคาพิพากษาหรือ คดหี มายเลขแดง ท่ี
คาสง่ั เปน็ อยา่ งอน่ื อบ.29/2564

25. ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาแก้คาพิพากษาของศาลปกครองช้ันต้น
เป็นให้เพิกถอนคาสั่งของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ให้ลงโทษปลด
คุณหญิงณัษฐนนท ทวีสิน (ผู้ฟ้องคดี) ออกจากราชการ และเพิกถอน
คาวินิจฉัยอุทธรณ์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่ีให้ยกอุทธรณ์

-5-

ลาดบั เรอื่ ง หมายเลขคาส่ัง หมายเหตุ
/คาพพิ ากษา *ไมม่ เี อกสาร
ของผูฟ้ อ้ งคดี โดยให้มีผลยอ้ นหลังนบั แต่วันทมี่ ีคาสั่งและคาวินิจฉัยดังกล่าว
26. ศาลปกครองกลางพพิ ากษายกฟ้อง ในคดีท่ีอดีตรองอธิบดีกรมทรัพยากรทาง คาพิพากษา ข่าว
ศาลปกครองกลาง
ทะเลและชายฝ่ัง (ผู้ฟ้องคดี) ฟ้องขอให้เพิกถอนคาส่ังกระทรวง คดหี มายเลขแดง ที่ *ไม่มเี อกสาร
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ท่ีลงโทษไล่ผู้ฟ้องคดีออกจากราชการ บ.41-42/2564 ข่าว
กรณีขณะที่ผู้ฟ้องคดีดารงตาแหน่งผู้อานวยการสานักป้องกันรักษาป่าและ
ควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ถูกร้องเรียนกล่าวหาว่า มีพฤติกรรมกระทาการ คาสัง่
อันเป็นการเอือ้ ประโยชน์ให้ตนเองหรอื ผอู้ ื่น ศาลปกครองกลาง
27. ศาลปกครองกลางมีคาส่ังให้ทุเลาการบังคับตามคาสั่งของคณะกรรมการ คดหี มายเลขดา ท่ี
พิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรยี น กรมบัญชีกลาง ท่ีให้การรถไฟแห่งประเทศ
ไทยดาเนินการกระบวนการจัดซื้อจดั จ้างในข้ันตอนการพิจารณาผลการเสนอ 3/2564
ราคาของโครงการพัฒนาระบบรถไฟฟ้าความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค
ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร - นครราชสีมา งานสัญญาที่ 3 – 1
ช่วงแกง่ คอย-กลางดง และช่วงปางอโศก-บันไดม้า ไว้เป็นการช่ัวคราวจนกว่า
ศาลจะมคี าพิพากษาหรือคาสั่งเปน็ อยา่ งอ่นื

 ประเด็นสืบเน่ืองจากคาสั่ง/คาพิพากษาของศาลปกครอง และการยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองท่ีส่ือมวลชน
ให้ความสนใจนาเสนอข่าวผ่านส่อื ต่าง ๆ ดงั นี้

ลาดบั เรื่อง หมายเลขคาสง่ั หมายเหตุ
/คาพิพากษา
1. ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืชชดใช้
ค่าสินไหมเพิ่มให้ปู่คออี้และพวก กรณีเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ บุกรุก คาพิพากษา
รอื้ ถอนทาลาย-เผาบา้ นกะเหรีย่ งปกาเกอะญอ ศาลปกครองสูงสดุ
คดหี มายเลขแดงที่
2. คดีโฮปเวลล์ กรณีกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย
(ร.ฟ.ท.) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การที่ศาลปกครองสูงสุดนามติ อส.4//2561
ท่ีประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ครั้งท่ี 18/ 2545 วันพุธท่ี 27
พ.ย. 2545 ท่ีกาหนดให้นับอายุความฟ้องคดีปกครองต้ังแต่วันท่ี -
ศาลปกครองเปิดทาการ คือ วันท่ี 9 มี.ค. 2544 มาใช้อ้างอิงในคดีสัญญา
สัมปทานโครงการโฮปเวลล์ เข้าข่ายเป็นการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ
มาตรา 3 วรรคสอง มาตรา 5 วรรคหนึ่ง มาตรา 25 วรรคสาม มาตรา
188 และ มาตรา 197 หรือไม่ และขอให้ศาลสั่งเพิกถอนมติหรือการ
กระทาดงั กลา่ ว

-6-

ลาดับ เรอ่ื ง หมายเลขคาส่งั หมายเหตุ
3. คดรี อ้ื ถอนอาคารสูงซอยร่วมฤดี (ยังไมม่ กี ารปฏบิ ตั ิตามคาพิพากษา) /คาพิพากษา

4. กรณนี ายรัชนันท์ ธนานนั ท์ อดตี เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเฮลซิงกิ ประเทศ คาพิพากษา
ฟินแลนด์ ยื่นฟ้องวุฒิสภาและสมาชิกวุฒิสภา กรณีมีมติในการประชุม ศาลปกครองสงู สุด
วุฒิสภา คร้ังท่ี 15 เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2564 ไม่ให้ความเห็นชอบให้ คดีหมายเลขแดงที่
นายรชั นนั ท์ ดารงตาแหนง่ ตุลาการศาลปกครองสงู สุด อ.588/2557

คาพิพากษา
ศาลปกครองกลาง
คดหี มายเลขดาท่ี

บ.40/2564

ข้อมลู ณ วนั ท่ี 1 มีนาคม 2564

สถติ ิคดขี องศาลปกครอง

(ขอ้ มูลจากสานักบรหิ ารยุทธศาสตร)์

- ๓๘ -

สว่ นท่ี ๒ สถติ คิ ดขี องศาลปกครอง

๒.๑ คดีรับเข้า คดีแล้วเสร็จ และคดีค้างในภาพรวมศาลปกครองต้ังแต่เปิดทาการจนถึง
วนั ท่ี ๑๕ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๔

“ศาลปกครองพิจารณาคดีได้แล้วเสรจ็ ถึงรอ้ ยละ ๘๔.๐๑ ของคดรี ับเข้า”

จานวนคดรี ับเขา้ คดีแลว้ เสร็จ และคดคี ้างของศาลปกครอง จาแนกตามช้นั ศาล
ต้งั แตเ่ ปดิ ทาการจนถงึ วันที่ ๑๕ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๔

คดแี ล้วเสร็จ คดคี ้าง

ศาลปกครอง คดรี ับเข้า จานวน รอ้ ยละของ จานวน รอ้ ยละของ
คดีรับเขา้ คดีรบั เขา้
ศาลปกครองสูงสุด ๕๑,๐๔๔
- คดปี กครองท่ัวไป ๓๗,๑๗๗ ๓๘,๗๐๒ ๗๕.๘๒ ๑๒,๓๔๒ ๒๔.๑๘
- แผนกคดีสิ่งแวดลอ้ ม
- แผนกคดบี ริหารงานบุคคล ๓๑,๙๖๕ ๘๕.๙๘ ๕,๒๑๒ ๑๔.๐๒
- แผนกคดีวนิ ยั การคลงั ฯ
- แผนกคดีบรหิ ารราชการแผ่นดิน ๑,๖๑๖ ๘๙๗ ๕๕.๕๑ ๗๑๙ ๔๔.๔๙
- แผนกคดลี ะเมิดฯ
ศาลปกครองชน้ั ต้น ๔,๙๗๖ ๒,๕๙๙ ๕๒.๒๓ ๒,๓๗๗ ๔๗.๗๗
- คดปี กครองท่ัวไป
- แผนกคดสี ิง่ แวดล้อม ๔๒ ๘ ๑๙.๐๕ ๓๔ ๘๐.๙๕
- แผนกคดีบริหารงานบคุ คล
- แผนกคดีวนิ ัยการคลงั ฯ ๓,๐๘๕ ๑๔๔๙ ๔๖.๙๗ ๑,๖๓๖ ๕๓.๐๓

รวม ๒ ชั้นศาล ๔,๑๔๘ ๑๗๘๔ ๔๓.๐๑ ๒,๓๖๔ ๕๖.๙๙

๑๒๓,๓๘๐ ๑๐๗,๘๓๕ ๘๗.๔๐ ๑๕,๕๔๕ ๑๒.๖๐
๑๐๗,๗๓๔ ๙๕,๗๘๔ ๘๘.๙๑ ๑๑,๙๕๐ ๑๑.๐๙

๕,๖๕๔ ๕,๒๑๕ ๙๒.๒๔ ๔๓๙ ๗.๗๖

๙,๙๔๔ ๖,๗๘๙ ๖๘.๒๗ ๓,๑๕๕ ๓๑.๗๓

๔๘ ๔๗ ๙๗.๙๒ ๑ ๒.๐๘

๑๗๔,๔๒๔ ๑๔๖,๕๓๗ ๘๔.๐๑ ๒๗,๘๘๗ ๑๕.๙๙

นับตั้งแต่เปิดทาการเมื่อวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๔๔ จนถึงวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔
ศาลปกครองรับคดีเข้าสู่การพิจารณาแล้ว จานวน ๑๗๔,๔๒๔ คดี เป็นคดีท่ีประชาชนย่ืนฟ้องต่อศาลปกครอง
ช้ันต้น จานวน ๑๒๓,๓๘๐ คดี และเป็นคดีอุทธรณ์/ฟ้องตรงต่อศาลปกครองสูงสุด จานวน ๕๑,๐๔๔ คดี
โดยศาลปกครองชั้นต้นสามารถพิจารณาคดีได้แล้วเสร็จ จานวน ๑๐๗,๘๓๕ คดี คิดเป็นร้อยละ ๘๗.๔๐
ของคดีรับเข้าของศาลปกครองชั้นต้น และมีคดีค้าง (ณ วันท่ี ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔) จานวน ๑๕,๕๔๕ คดี
สาหรับศาลปกครองสูงสุดสามารถพิจารณาคดีได้แล้วเสร็จ จานวน ๓๘,๗๐๒ คดี คิดเป็นร้อยละ ๗๕.๘๒

- ๓๙ -

ของคดีรับเข้าของศาลปกครองสูงสุด และมีคดีค้าง จานวน ๑๒,๓๔๒ คดี รวม ๒ ช้ันศาล มีคดีค้าง จานวน
๒๗,๘๘๗ คดี

จานวนคดรี บั เขา้ คดีแลว้ เสร็จ และคดีคา้ งของศาลปกครองชั้นต้น จาแนกรายศาล

ตั้งแตเ่ ปดิ ทาการจนถงึ วันที่ ๑๕ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๔

คดีแล้วเสรจ็ คดีค้าง

ศาลปกครองชั้นต้น คดรี ับเข้า จานวน รอ้ ยละของ จานวน ร้อยละของ
คดีรับเขา้ คดีรับเขา้

ศาลปกครองกลาง ๕๕,๔๒๒ ๔๘,๙๖๘ ๘๘.๓๕ ๖,๔๕๔ ๑๑.๖๕

ศาลปกครองในภูมภิ าค ๖๗,๙๕๘ ๕๘,๘๖๗ ๘๖.๖๒ ๙,๐๙๑ ๑๓.๓๘

ศาลปกครองเชยี งใหม่ ๙,๐๒๕ ๗,๔๐๐ ๘๑.๙๙ ๑,๖๒๕ ๑๘.๐๑

ศาลปกครองสงขลา ๗,๑๕๖ ๖,๖๙๖ ๙๓.๕๗ ๔๖๐ ๖.๔๓

ศาลปกครองนครราชสมี า ๙,๒๖๕ ๘,๓๔๖ ๙๐.๐๘ ๙๑๙ ๙.๙๒

ศาลปกครองขอนแก่น ๑๐,๓๘๒ ๘,๙๙๖ ๘๖.๖๕ ๑,๓๘๖ ๑๓.๓๕

ศาลปกครองพิษณุโลก ๖,๑๙๒ ๕,๔๖๑ ๘๘.๑๙ ๗๓๑ ๑๑.๘๑

ศาลปกครองระยอง ๕,๘๖๐ ๔,๘๘๗ ๘๓.๔๐ ๙๗๓ ๑๖.๖๐

ศาลปกครองนครศรีธรรมราช ๖,๕๑๙ ๕,๗๙๘ ๘๘.๙๔ ๗๒๑ ๑๑.๐๖

ศาลปกครองอุดรธานี ๓,๗๖๘ ๓,๓๓๐ ๘๘.๓๘ ๔๓๘ ๑๑.๖๒

ศาลปกครองอุบลราชธานี ๕,๔๑๐ ๔,๕๔๔ ๘๓.๙๙ ๘๖๖ ๑๖.๐๑

ศาลปกครองเพชรบรุ ี ๑,๙๓๙ ๑,๗๐๗ ๘๘.๐๔ ๒๓๒ ๑๑.๙๖

ศาลปกครองนครสวรรค์ ๑๑๐๙ ๘๕๔ ๗๗.๐๑ ๒๕๕ ๒๒.๙๙

ศาลปกครองสพุ รรณบรุ ี ๒๘๓ ๑๗๐ ๖๐.๐๗ ๑๑๓ ๓๙.๙๓

ศาลปกครองภูเก็ต ๕๙๔ ๓๒๒ ๕๔.๒๑ ๒๗๒ ๔๕.๗๙

ศาลปกครองยะลา ๔๕๖ ๓๕๖ ๗๘.๐๗ ๑๐๐ ๒๑.๙๓

รวม ๑๒๓,๓๘๐ ๑๐๗,๘๓๕ ๘๗.๔๐ ๑๕,๕๔๕ ๑๒.๖๐

เมื่อจาแนกข้อมูลคดีของศาลปกครองช้ันต้นเป็นรายศาล พบว่า ศาลปกครองกลางมีคดีรับเข้า
จานวน ๕๕,๔๒๒ คดี พิจารณาคดีได้แล้วเสร็จ จานวน ๔๘,๙๖๘ คดี คิดเป็นร้อยละ ๘๘.๓๕ ของคดีรับเข้า
ของศาลปกครองกลาง และมีคดีค้าง จานวน ๖,๔๕๔ คดี ศาลปกครองในภูมิภาคมีคดีรับเข้า จานวน

- ๔๐ -

๖๗,๙๕๘ คดี พิจารณาคดีได้แล้วเสร็จ จานวน ๕๘,๘๖๗ คดี คิดเป็นร้อยละ ๘๖.๖๒ ของคดีรับเข้าของ
ศาลปกครองในภูมิภาค และมีคดีค้าง จานวน ๙,๐๙๑ คดี โดยศาลปกครองในภูมิภาคท่ีมีคดีค้างมากที่สุด
๓ ลาดับแรก คือ ศาลปกครองเชียงใหม่ มีคดีค้าง จานวน ๑,๖๒๕ คดี (เป็นคดีพวง จานวน ๒๒๔ คดี และ
ไม่ใช่คดีพวง ๑,๔๐๑ คดี) รองลงมา คือ ศาลปกครองขอนแก่น มีคดีค้าง จานวน ๑,๓๘๖ คดี (เป็นคดีพวง
จานวน ๖๐๙ คดี และไม่ใช่คดพี วง ๗๗๗ คดี) และศาลปกครองระยอง มคี ดีค้าง จานวน ๙๗๓ คดี

- ๔๑ -

๒.๒ ผลการดาเนินงานดา้ นการพจิ ารณาคดใี นปี พ.ศ. ๒๕๖๓
๒.๒.๑ ภาพรวมศาลปกครอง

“ศาลปกครองพจิ ารณาคดีไดแ้ ลว้ เสร็จ จานวน ๑๐,๙๓๘ คดี ถอื เป็นปีที่คดแี ล้วเสร็จมากเปน็ อันดบั ท่ีสอง
นบั ตง้ั แตเ่ ปิดทาการศาลปกครอง”

จานวนคดีรบั เข้าของศาลปกครองในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ เปรยี บเทยี บกบั
จานวนคดีรบั เขา้ ของศาลปกครองในรอบ ๕ ปีที่ผ่านมา (ปี พ.ศ. ๒๕๕๘ – ๒๕๖๒)

t11,151 t10,742 t12,020 t11,689 t11,693 t11,951

ศาลสูง
๓,๔๖๗ คดี

ศาลตน้
๘,๔๘๔ คดี

t2558 t2559 t2560 ปี พ.ศ. t2561 t2562 t2563

สาหรับผลการดาเนินงานของศาลปกครองในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ น้ัน ศาลปกครองมีคดีรับเข้า
จานวน ๑๑,๙๕๑ คดี โดยเป็นปีที่หกติดต่อกันท่ีศาลปกครองมีคดีรับเข้ามากกว่า ๑๐,๐๐๐ คดี ซ่ึงเป็น
คดีรับเข้าของศาลปกครองสูงสุด จานวน ๓,๔๖๗ คดี และเป็นคดีรับเข้าของศาลปกครองชั้นต้น จานวน
๘,๔๘๔ คดี

ด้านการพิจารณาพิพากษาคดี ศาลปกครองพิจารณาคดีได้แล้วเสร็จ จานวน ๑๐,๙๓๘ คดี
ถือเป็นปีที่คดีแล้วเสร็จมากเป็นอันดับท่ีสองนับต้ังแต่เปิดทาการศาลปกครอง (คดีแล้วเสร็จมากท่ีสุด คือ
ปี พ.ศ. ๒๕๕๙ จานวน ๑๒,๘๑๙ คด)ี คิดเป็นรอ้ ยละ ๙๑.๕๒ ของคดรี บั เข้าในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ โดยเป็นคดีแล้วเสร็จ
ของศาลปกครองช้นั ตน้ จานวน ๖,๘๒๒ คดี และคดีแลว้ เสรจ็ ของศาลปกครองสงู สุด จานวน ๔,๑๑๖ คดี

จานวนคดีแล้วเสรจ็ ของศาลปกครองในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ เปรียบเทียบกบั
จานวนคดีแลว้ เสรจ็ ของศาลปกครองในรอบ ๕ ปีท่ีผา่ นมา (ปี พ.ศ. ๒๕๕๘ – ๒๕๖๒)

- ๔๒ -

t9,485 t12,819 t9,730 t9,278 t10,938
t10,407

ศาลสงู
๔,๑๑๖ คดี

ศาลต้น
๖,๘๒๒ คดี
t2558 t2559 t2560 t2561 t2562 t2563

ปี พ.ศ.

เมื่อจาแนกตามระยะเวลาพิจารณาคดีแล้วเสร็จภายใน ๒ ปี และมากกว่า ๒ ปี พบว่า
ศาลปกครองพิจารณาแล้วเสร็จภายใน ๒ ปี จานวน ๖,๑๕๓ คดี คิดเป็นร้อยละ ๕๖.๒๕ (ศาลปกครองสูงสุด
จานวน ๑,๕๘๗ คดี และศาลปกครองช้ันต้น จานวน ๔,๕๖๖ คดี) และพิจารณาคดีแล้วเสร็จมากกว่า ๒ ปี
จานวน ๔,๗๘๕ คดี คิดเป็นร้อยละ ๔๓.๗๕ คดี (ศาลปกครองสูงสุด จานวน ๒,๕๒๙ คดี และศาลปกครอง
ช้นั ต้น จานวน ๒,๒๕๖ คด)ี

คดแี ลว้ เสรจ็ ของศาลปกครอง ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ จาแนกตาม

ระยะเวลาพิจารณาคดแี ล้วเสรจ็ ภายใน ๒ ปี และมากกว่า ๒ ปี

เสรจ็ ภายใน ๒ ปี เสร็จมากกว่า ๒ ปี
t4,566

t2,529 t2,256
t1,587

ศาลปกครองสูงสุด ศาลปกครองช้นั ต้น

- ๔๓ -

๒.๒.๒ ศาลปกครองชัน้ ตน้

ศาลปกครองช้ันต้นมีคดีรับเข้า จานวน ๘,๔๘๔ คดี (ฟ้องคดีด้วยตนเอง จานวน ๕,๕๒๘ คดี
ฟ้องคดีทางไปรษณีย์ จานวน ๒,๗๔๕ คดี และฟอ้ งคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ จานวน ๒๑๑ คดี) โดยคดีรับเข้าของ
ศาลปกครองชน้ั ตน้ มีจานวนเพมิ่ สูงขึน้ อยา่ งต่อเน่ืองมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๙ (๖,๖๐๑ คดี ๗,๒๔๒ คดี ๗,๖๖๘ คดี
๘,๒๙๗ คดี และ ๘,๔๘๔ คดี ตามลาดับ) ซ่ึงปี พ.ศ. ๒๕๖๓ เป็นปีที่ ๒ ที่มีคดีรับเข้ามากกว่า ๘,๐๐๐ คดี
ติดต่อกัน และพิจารณาคดีได้แล้วเสร็จ จานวน ๖,๘๒๒ คดี คิดเป็นร้อยละ ๘๐.๔๑ ของคดีรับเข้า
โดยปี พ.ศ. ๒๕๖๔ (ณ วันท่ี ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔) ศาลปกครองชั้นต้นมีคดีรับเข้า จานวน ๘๑๖ คดี และ
พจิ ารณาคดีแลว้ เสรจ็ จานวน ๕๖๕ คดี

คดรี บั เขา้ และคดีแล้วเสรจ็ ของศาลปกครองช้นั ต้น
ต้งั แตป่ ี พ.ศ. ๒๕๕๘ – ๒๕๖๔ (ณ วันท่ี ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔)

คดีรบั เขา้ คดีแล้วเสรจ็

t7,898 t816t565
t6,649
t6,601

t8,741
t7,242
t7,328
t7,668
t7,026
t8,297
t6,516

t8,484
t6,822

t2558 t2559 t2560 ปt2ี พ56.ศ1. t2562 t2563 t2564
(๑๕ ก.พ. ๖๔)

คดีรับเข้าของศาลปกครองช้ันต้นในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ เม่ือจาแนกตามหน่วยงานที่ถูกฟ้องคดี
ระดับกระทรวงสูงสุด ๑๐ อันดับแรก โดยสูงสุดได้แก่ กระทรวงมหาดไทย (ฟ้องรัฐมนตรี จานวน ๘๔ คดี
ฟ้องกระทรวง จานวน ๒๗ คดี และฟ้องกรมและหน่วยงานในสังกัด จานวน ๒,๐๐๔ คดี) และรองลงมาคือ
กระทรวงสาธารณสุข (ฟ้องรัฐมนตรี จานวน ๖๔๒ คดี ฟ้องกระทรวง จานวน ๑๙ คดี และฟ้องกรมและ
หนว่ ยงานในสงั กัด จานวน ๗๖๖ คดี)

หนว่ ยงานถกู ฟอ้ งคดรี ะดับกระทรวงสูงสุด ๑๐ อนั ดบั แรก จานวน
หนว่ ยงานระดับกระทรวง ๘๔
๒๗
๑. กระทรวงมหาดไทย
- รฐั มนตรี ๒,๐๐๔
- กระทรวง
- กรมและหน่วยงานในสังกดั

๒. กระทรวงสาธารณสุข

- ๔๔ -

หนว่ ยงานถูกฟอ้ งคดีระดับกระทรวงสูงสดุ ๑๐ อันดบั แรก

หนว่ ยงานระดบั กระทรวง จานวน

- รฐั มนตรี ๖๔๒
- กระทรวง ๑๙
- กรมและหนว่ ยงานในสงั กดั ๗๗๖
๓. กระทรวงคมนาคม
- รฐั มนตรี ๒๑๔
- กระทรวง ๕๒
- กรมและหนว่ ยงานในสังกัด ๕๐๘
๔. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจยั และนวัตกรรม
- รัฐมนตรี ๕
- กระทรวง ๒
- กรมและหนว่ ยงานในสังกัด ๕๑๓
๕. กระทรวงศึกษาธิการ
- รฐั มนตรี ๕๑
- กระทรวง ๑๐
- กรมและหนว่ ยงานในสงั กดั ๔๙๗
๖. สานกั นายกรัฐมนตร/ี หนว่ ยงานในบังคับบัญชานายกรัฐมนตรี
- รฐั มนตรี ๒๑
- กระทรวง ๑๒
- กรมและหนว่ ยงานในสังกดั ๔๒๑
๗. กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อม
- รฐั มนตรี ๐
- กระทรวง ๔
- กรมและหนว่ ยงานในสังกดั ๓๘๘
๘. กระทรวงการคลงั
- รฐั มนตรี ๙
- กระทรวง ๕๒
- กรมและหนว่ ยงานในสังกัด ๒๘๒
๙. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
- รัฐมนตรี ๒๑
- กระทรวง ๖
- กรมและหนว่ ยงานในสังกดั ๒๙๒
๑๐. กระทรวงพลงั งาน
- รัฐมนตรี ๒
- กระทรวง ๘
- กรมและหนว่ ยงานในสังกดั ๑๓๗

หมายเหตุ ๑. รฐั มนตรี หมายความว่า รัฐมนตรวี ่าการ รัฐมนตรชี ่วยว่าการ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจากระทรวง

๒. กระทรวง หมายความว่า กระทรวง หรือ คณะอนกุ รรมการสามญั ประจากระทรวง

- ๔๕ -

๓. กรมและหนว่ ยงานในสังกัด หมายความว่า หน่วยงานในสังกดั หรอื หนว่ ยงานท่ีอยภู่ ายใต้ การกากบั หรือการบงั คับ
บัญชาของ รัฐมนตรี หรือกระทรวง เช่น กรมหรอื หน่วยงานในสงั กัด รฐั วสิ าหกิจ องค์การมหาชน หรือเจา้ หน้าที่

๔. ในคดีรบั เข้า ๑ คดี อาจมีผู้ถกู ฟ้องคดีทเี่ ปน็ รัฐมนตรี กระทรวง หรือกรมและหนว่ ยงานในสังกัด มากกว่า ๑ ราย
ดงั นั้น ผลรวมของผู้ถูกฟอ้ งคดี (รัฐมนตรี กระทรวง หรือกรมและหนว่ ยงานในสงั กัด) จะมีจานวนมากกว่า
คดที รี่ บั เข้าหน่วยงานระดบั กระทรวง

ศาลปกครองช้ันต้นมีคดีที่ย่ืนฟ้องทางอิเล็กทรอนิกส์ จานวน ๒๖๗ คดี พิจารณาคดีแล้วเสร็จ
จานวน ๑๒๖ คดี คิดเป็นร้อยละ ๔๗.๑๙ ของคดีรับเข้า และมีคดีค้าง จานวน ๑๔๑ คดี คิดเป็นร้อยละ
๕๒.๘๑ ของคดรี บั เขา้

คดรี ับเขา้ คดแี ลว้ เสร็จ และคดคี ้างของศาลปกครองชน้ั ต้น ทย่ี น่ื ฟ้องคดผี า่ นช่องทางอเิ ล็กทรอนกิ ส์

ตัง้ แต่วนั ทเ่ี ปดิ ใช้ระบบ – ปี พ.ศ. ๒๕๖๔ (๑๕ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๔)

คดรี ับเข้า จานวนคดแี ล้วเสร็จ ตามปี พ.ศ. คดีค้าง

ปี พ.ศ. จานวน ๒๕๖๒ ๒๕๖๓ ๒๕๖๔ รวม ร้อยละ จานวน ร้อยละ

๒๕๖๒ ๒๖ ๘ ๔ ๑ ๑๓ ๕๐.๐๐ ๑๓ ๕๐.๐๐

๒๕๖๓ ๒๑๑ ๑๒๐ ๕ ๑๑๒ ๕๓.๐๘ ๙๙ ๔๖.๙๒

๒๕๖๔ ๓๐ ๑ ๑ ๓.๓๓ ๓๐ ๙๖.๖๗

รวม ๒๖๗ ๘ ๑๐๙ ๙ ๑๒๖ ๔๗.๑๙ ๑๔๑ ๕๒.๘๑

หมายเหตุ : ศาลปกครองกลางเริม่ เปดิ ใชร้ ะบบวนั ท่ี ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ศาลปกครองในภมู ภิ าคเรม่ิ เปดิ ใชร้ ะบบวันท่ี ๑ ตลุ าคม ๒๕๖๒ (ศาลปกครองสงขลาเปดิ ใชร้ ะบบวนั ท่ี ๑ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๒)

เม่ือพิจารณาคดีท่ียื่นฟ้องทางอิเล็กทรอนิกส์ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ พบว่า ศาลปกครองชั้นต้นมี
ภาระงานคดีที่ย่ืนฟ้องทางอิเล็กทรอนิกส์ จานวน ๒๒๙ คดี (คดีค้างยกมา จานวน ๑๘ คดี และคดีรับเข้า
ในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ จานวน ๒๑๑ คดี) พิจารณาคดีแล้วเสร็จ จานวน ๑๐๙ คดี คิดเป็นร้อยละ ๔๗.๖๐ ของ
ภาระงานคดีท่ีย่ืนฟ้องทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยศาลปกครองท่ีมีคดียื่นฟ้องทางอิเล็กทรอนิกส์สูงสุดคือ
ศาลปกครองกลาง จานวน ๑๖๔ คดี รองลงมาคือ ศาลปกครองระยอง จานวน ๑๐ คดี

คดีรับเขา้ คดีแล้วเสร็จ และคดีค้าง ท่ียนื่ ฟ้องฟ้องทางอิเล็กทรอนิกส์ ของศาลปกครองชั้นตน้

ประจาปี พ.ศ. ๒๕๖๓ จาแนกรายศาล

คดคี ้างยก คดรี ับเขา้ รวม คดีแลว้ เสรจ็
มา ปี ๒๕๖๓ จานวน รอ้ ยละ
ศาลปกครองชน้ั ตน้
ปี ๒๕๖๓

ศาลปกครองกลาง ๑๘ ๑๖๔ ๑๘๒ ๙๒ ๕๐.๕๕

- ๔๖ -

คดีรับเข้า คดีแล้วเสร็จ และคดีคา้ ง ที่ยน่ื ฟ้องฟ้องทางอเิ ล็กทรอนิกส์ ของศาลปกครองช้ันต้น

ประจาปี พ.ศ. ๒๕๖๓ จาแนกรายศาล

คดคี ้างยก คดรี บั เข้า รวม คดีแลว้ เสรจ็
มา ปี ๒๕๖๓ จานวน รอ้ ยละ
ศาลปกครองช้ันตน้
ปี ๒๕๖๓

ศาลปกครองในภมู ภิ าค - ๔๗ ๔๗ ๑๗ ๓๖.๑๗

ศป.เชียงใหม่ ๖๖ ๑ ๑๖.๖๗

ศป.สงขลา ๒๒ ๒ ๑๐๐.๐๐

ศป.นครราชสีมา ๕๕ - -

ศป.ขอนแก่น -- - -

ศป.พิษณโุ ลก ๒๒ - -

ศป.ระยอง ๑๐ ๑๐ ๑ ๑๐.๐๐

ศป.นครศรธี รรมราช ๔๔ ๒ ๕๐.๐๐

ศป.อดุ รธานี ๖๖ ๔ ๖๖.๖๗

ศป.อบุ ลราชธานี -- - -

ศป.เพชรบุรี ๗๗ ๔ ๕๗.๑๔

ศป.นครสวรรค์ ๑๑ - -

ศป.สุพรรณบุรี -- - -

ศป.ภเู กต็ ๓๓ ๒ ๖๖.๖๗

ศป.ยะลา ๑๑ ๑ ๑๐๐.๐๐

รวม ๑๘ ๒๑๑ ๒๒๙ ๑๐๙ ๔๗.๖๐

ศาลปกครองมีคดีที่เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย จานวน ๒๐๓ คดี ไกล่เกลี่ยแล้วเสร็จ จานวน
๑๖๔ คดี คิดเป็นร้อยละ ๘๐.๗๙ ของคดีท่ีเข้าสู่กระบวนการไกล่เกล่ีย และมีคดีอยู่ระหว่างกระบวนการไกล่เกลี่ย
จานวน ๓๙ คดี ซึ่งคดีท่ีไกล่เกล่ียแล้วเสร็จร้อยละ ๗๐.๑๒ ใช้ระยะเวลาไม่เกิน ๓ เดือน คดีท่ีใช้ระยะเวลา
ไกล่เกลีย่ แล้วเสร็จนานทส่ี ุดใชร้ ะยะเวลา ๑๑ เดือน

คดีเขา้ สู่กระบวนการไกล่เกลี่ย คดีไกลเ่ กลยี่ แลว้ เสร็จ และคดีอยู่ระหว่างการไกล่เกลีย่ ของศาลปกครอง
ชั้นตน้ ตัง้ แต่เร่มิ ดาเนินการ – ปี พ.ศ. ๒๕๖๔ (๑๕ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๔)

- ๔๗ -

คดีเขา้ กระบวนการ จานวนคดีไกล่เกลย่ี แล้วเสรจ็ ตามปี พ.ศ. คดีอยรู่ ะหวา่ งการ
ไกล่เกลี่ย

ปี พ.ศ. จานวน ๒๕๖๒ ๒๕๖๓ ๒๕๖๔ รวม ร้อยละ จานวน ร้อยละ

๒๕๖๒ ๔๓ ๑๗ ๒๖ ๔๓ ๑๐๐.๐๐ - -

๒๕๖๓ ๑๔๕ ๑๑๒ ๙ ๑๒๑ ๘๓.๔๕ ๒๔ ๑๖.๕๕

๒๕๖๔ ๑๕ - - ๑๕ ๑๐๐.๐๐

รวม ๒๐๓ ๑๗ ๑๓๘ ๙ ๑๖๔ ๘๐.๗๙ ๓๙ ๑๙.๒๑

หมายเหตุ ๑. พระราชบัญญตั จิ ดั ตง้ั ศาลปกครองและวิธพี จิ ารณาคดีปกครอง (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๖๒
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมอื่ วันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒

๒. ระเบยี บของที่ประชมุ ใหญ่ตลุ าการในศาลปกครองสูงสดุ วา่ ดว้ ยการไกลเ่ กล่ียข้อพิพาทในคดีปกครอง
พ.ศ. ๒๕๖๒ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมอื่ วนั ท่ี ๓๐ สงิ หาคม ๒๕๖๒

ระยะเวลาคดไี กล่เกล่ียแล้วเสรจ็ จากกระบวนการไกลเ่ กล่ียขอ้ พพิ าทของศาลปกครองช้นั ต้น

ตงั้ แต่เรม่ิ ดาเนินการ – ปี พ.ศ. ๒๕๖๔ (๑๕ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๔) จาแนกตามระยะเวลา (เดือน)

ระยะเวลาดาเนนิ การไกล่เกล่ียแล้วเสร็จ

มากกว่า มากกว่า มากกว่า มากกว่า มากกว่า รวม

ปี พ.ศ. ภายใน ๑ เดอื น ๒ เดอื น ๓ เดือน ๔ เดือน ๕ เดอื น

๑ เดอื น ไม่เกิน ไมเ่ กนิ ไมเ่ กนิ ไมเ่ กนิ

๒ เดอื น ๓ เดือน ๔ เดือน ๕ เดอื น

๒๕๖๒ ๙ ๘ ๑๗

๒๕๖๓ ๔๐ ๒๘ ๒๖ ๑๒ ๑๐ ๒๒ ๑๓๘

๒๕๖๔ ๒ ๒ ๑ ๓ ๑ ๙

รวม ๔๙ ๓๘ ๒๘ ๑๓ ๑๓ ๒๓ ๑๖๔

รอ้ ยละ ๒๙.๘๘ ๒๓.๑๗ ๑๗.๐๗ ๗.๙๓ ๗.๙๓ ๑๔.๐๒ ๑๐๐.๐๐

ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ศาลปกครองช้ันต้นมีคดีที่ต้องดาเนินการไกล่เกล่ียข้อพิพาท จานวน ๑๗๑ คดี
(คดียกมาจากปี พ.ศ. ๒๕๖๒ จานวน ๒๖ คดี และคดีรับเข้าในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ จานวน ๑๔๕ คดี) ไกล่เกลี่ย
คดีแล้วเสรจ็ จานวน ๑๓๘ คดี โดยมีผลการไกล่เกลยี่ สาเร็จ จานวน ๗๐ คดี (ร้อยละ ๕๐.๗๒ ของคดีไกล่เกลี่ย

- ๔๘ -

แล้วเสร็จ) ไกล่เกล่ียสาเร็จบางส่วน จานวน ๘ คดี ไกล่เกล่ียไม่สาเร็จ จานวน ๔๕ คดี และอื่นๆ (ถอนคาฟ้อง
หรือศาลส่ังจาหน่ายคดี) จานวน ๑๕ คดี โดยศาลปกครองที่มีคดีไกล่เกล่ียมากที่สุดคือ ศาลปกครองกลาง
จานวน ๖๗ คดี รองลงมาคือ ศาลปกครองอุบลราชธานี จานวน ๔๓ คดี

คดเี ขา้ สูก่ ระบวนการไกลเ่ กลี่ย คดีไกล่เกลย่ี แล้วเสร็จ และคดีอยู่ระหวา่ งดาเนนิ การของศาลปกครองช้นั ต้น

ประจาปี พ.ศ. ๒๕๖๓ จาแนกรายศาล

คดี คดีท่ีเขา้ รวม คดไี กล่เกลย่ี แล้วเสร็จ

ศาลปกครองชั้นต้น ไกล่ กระบวน สาเร็จ สาเร็จ ไม่สาเร็จ อ่ืนๆ รวม รอ้ ยละ
เกลย่ี การ บางสว่ น
ยกมา ปี พ.ศ.

๒๕๖๓

ศาลปกครองกลาง ๑๐ ๕๗ ๖๗ ๑๒ ๑ ๒๘ ๕ ๔๖ ๖๘.๖๖

ศาลปกครองในภูมภิ าค ๑๖ ๘๘ ๑๐๔ ๕๘ ๗ ๑๗ ๑๐ ๙๒ ๘๘.๔๖

ศป.เชียงใหม่ ๒ ๑๐ ๑๒ ๖ ๓ ๙ ๗๕.๐๐

ศป.สงขลา ๑ ๓๔ ๒ ๒ ๔ ๑๐๐.๐๐

ศป.นครราชสีมา - --

ศป.ขอนแกน่ ๑ ๑๐ ๑๑ ๙ ๑ ๑๐ ๙๐.๙๑

ศป.พิษณุโลก ๑๑ ๑ ๑ ๑๐๐.๐๐

ศป.ระยอง ๘๘ ๓ ๑ ๔ ๕๐.๐๐

ศป.นครศรธี รรมราช ๓ ๔ ๗ ๔ ๒ ๑ ๗ ๑๐๐.๐๐

ศป.อุดรธานี - --

ศป.อุบลราชธานี ๗ ๓๖ ๔๓ ๓๓ ๖ ๒ ๑ ๔๒ ๙๗.๖๗

ศป.เพชรบุรี ๑ ๔๕ ๓ ๑ ๔ ๘๐.๐๐

ศป.นครสวรรค์ ๘๘ ๓ ๕ ๘ ๑๐๐.๐๐

ศป.สพุ รรณบุรี ๑ ๑๑ ๑ ๑๐๐.๐๐

ศป.ภเู กต็ ๒๒ --

ศป.ยะลา ๒๒ ๒ ๒ ๑๐๐.๐๐

รวม ๒๖ ๑๔๕ ๑๗๑ ๗๐ ๘ ๔๕ ๑๕ ๑๓๘ ๘๐.๗๐

- ๔๙ -

๒.๒.๓ ศาลปกครองสงู สุด

ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ศาลปกครองสูงสุดมีคดีรับเข้า จานวน ๓,๔๖๗ คดี (คดีฟ้องตรง จานวน
๑๑๕ คดี คดีอุทธรณ์คาพิพากษา จานวน ๒,๐๕๑ คดี และคดีคาร้องอุทธรณ์คาส่ัง จานวน ๑,๓๐๑ คดี)
ขณะท่ีศาลปกครองสูงสุดพิจารณาคดีแล้วเสร็จ จานวน ๔,๑๑๖ คดี (คดีฟ้องตรง จานวน ๑๐๓ คดี
คดอี ทุ ธรณค์ าพพิ ากษา จานวน ๒,๓๖๒ คดี และคดีคาร้องอุทธรณ์คาส่ัง จานวน ๑,๖๕๑ คดี) ซึ่งเป็นครั้งแรก
ต้ังแต่เปิดทาการท่ีศาลปกครองสูงสุดมีคดีแล้วเสร็จมากกว่าคดีรับเข้า (จานวน ๖๔๙ คดี) และเป็นปีที่
คดีแล้วเสร็จมีจานวนสูงสุดนับตั้งแต่เปิดทาการ โดยปี พ.ศ. ๒๕๖๔ (ณ วันท่ี ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔)
ศาลปกครองสูงสดุ มีคดีรบั เขา้ จานวน ๔๙๕ คดี และพจิ ารณาคดีแลว้ เสร็จ จานวน ๔๖๒ คดี

คดรี ับเขา้ และคดแี ล้วเสร็จของศาลปกครองสงู สุด
ต้งั แต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๘ – ๒๕๖๔ (ณ วันท่ี ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔)

คดรี ับเข้า คดีแลว้ เสร็จ

t3,253 t495t462
t2,836

t4,141
t4,078

t4,778
t3,079

t4,021
t2,704

t3,396
t2,762

t3,467
t4,116

t2558 t2559 t2560 t2561 t2562 t2563 t2564
ปี พ.ศ. (๑๕ ก.พ. ๖๔)

ศาลปกครองสูงสุดมีคดีฟ้องตรงท่ีย่ืนฟ้องทางอิเล็กทรอนิกส์ จานวน ๑๙ คดี (คดีปกครอง
ท่ัวไป จานวน ๒ คดี แผนกบริหารงานบุคคล จานวน ๘ คดี แผนกคดีบริหารราชการแผ่นดิน จานวน ๘ คดี
และแผนกคดีความรบั ผิดทางละเมดิ จานวน ๑ คดี) พจิ ารณาคดีแลว้ เสร็จ จานวน ๑๗ คดี คิดเป็นร้อยละ ๘๙.๔๗
ของคดีรบั เขา้ และมคี ดีคา้ ง จานวน ๒ คดี คดิ เป็นร้อยละ ๑๐.๕๓ ของคดีรับเข้า

คดีรับเข้า คดีแลว้ เสรจ็ และคดคี า้ งของศาลปกครองสูงสุด ทยี่ ่ืนฟ้องคดผี า่ นช่องทางอิเล็กทรอนิกส์

ตัง้ แต่วนั ทีเ่ ปิดใชร้ ะบบ – ปี พ.ศ. ๒๕๖๔ (๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔)

คดีรับเขา้ จานวนคดแี ลว้ เสรจ็ ตามปี พ.ศ. คดคี ้าง

ปี พ.ศ. จานวน ๒๕๖๓ ๒๕๖๔ รวม ร้อยละ จานวน รอ้ ยละ

๒๕๖๓ ๑๘ ๑๕ ๒ ๑๗ ๙๔.๔๔ ๑ ๕.๕๖

๒๕๖๔ ๑ - - ๑ ๑๐๐.๐๐

- ๕๐ -

รวม ๑๙ ๑๕ ๒ ๑๗ ๘๙.๔๗ ๒ ๑๐.๕๓

หมายเหตุ : ศาลปกครองสงู สุดเร่ิมเปดิ ใชร้ ะบบวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๒

********************************

ตวั อย่างคดีปกครอง
ทนี่ ามาจดั ทานิทรรศการฯ

ความเปน็ ธรรมคอื ภารกจิ ของเรา

ตลอดระยะเวลา ๒๐ ปี นับตั้งแต่เปิดทาการศาลปกครองเมื่อวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๔๔ ศาลปกครอง
ได้พิจารณาพิพากษาคดีเป็นจานวนมาก ในวาระโอกาสครบรอบ ๒๐ ปี ศาลปกครอง จึงได้รวบรวมคดีตัวอย่าง
ที่ศาลปกครองได้พิจารณาพิพากษาเพ่ือปกป้องคุ้มครองสิทธิของประชาชนและวางหลักปฏิบัติราชการท่ีดีให้แก่
หนว่ ยงานทางปกครองและเจา้ หนา้ ที่ของรฐั มานาเสนอไวใ้ นนิทรรศการน้ี

๑. คดีพิพาทเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (การใช้ประโยชน์และการดูแลรักษา
ทรพั ยากรธรรมชาติ)

คาพพิ ากษาศาลปกครองสูงสุดท่ี อ.๓๔๑/๒๕๔๙ (การออกประกาศกาหนดเขตพื้นท่ีห้ามใช้เคร่ืองมืออวนรุนท่ี
ใชป้ ระกอบกบั เรือยนต์ทาการประมง)

การออกประกาศห้ามใช้เคร่ืองมืออวนรุนที่ใช้ประกอบกับเรือยนต์ทาการประมงในพื้นท่ีบางแห่งเพ่ือ
ประโยชน์ในการจัดระเบียบ การประกอบอาชีพ และการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม น้ัน แม้
มาตรการดังกล่าวจะมีผลกระทบต่อเสรีภาพในการประกอบอาชีพของผู้ฟ้องคดี แต่เม่ือชั่งน้าหนักผลกระทบและ
ความเสียหายที่ได้รับกับผลประโยชน์สาธารณะท่ีต้องสูญเสียแล้วจะเห็นว่า ความเสียหายที่ผู้ฟ้องคดีได้รับเบาบาง
กว่าความเสยี หายของประโยชน์สาธารณะ ประกาศฉบับดังกล่าวจึงเป็นมาตรการที่จาเป็นแก่การดาเนินการเพ่ือให้
บรรลเุ จตนารมณใ์ นการอนรุ ักษท์ รพั ยากรธรรมชาตใิ หส้ ามารถใช้ประโยชน์อย่างย่ังยืนตลอดไป ประกาศดังกล่าวจึง
ชอบด้วยกฎหมาย

๒. คดีพิพาทเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อ ม (การใช้ประโยชน์และการดูแลรักษ า
ทรพั ยากรธรรมชาต)ิ

คาพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท่ี อส.๔/๒๕๖๑ (คดีเผาทาลายทรัพย์สินของกะเหรี่ยงปกาเกอะญอในพื้นท่ี
อทุ ยานแห่งชาตแิ ก่งกระจาน – ปคู่ ออ)้ี

แม้มาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ จะบัญญัติให้อานาจพนักงาน
เจา้ หนา้ ทใ่ี นการออกคาสั่งทางปกครองหรือกระทาการอย่างใด ๆ เพื่อคุ้มครองและดูแลรักษาอุทยานแห่งชาติได้ตาม
สมควรแกก่ รณี แต่การใช้อานาจดังกล่าวจะต้องอยู่ภายใต้หลักความชอบด้วยกฎหมายของการกระทาทางปกครอง
และต้องสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติฯ การที่พนักงานเจ้าหน้าท่ีเข้าดาเนินการร้ือ
ถอนเผาทาลายสิ่งปลกู สร้างและทรพั ยส์ ินของราษฎรชาวพ้ืนเมอื งดัง้ เดมิ กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง (ปกาเกอะญอ) ซ่ึงเข้า
ครอบครองท่ีดินในเขตอุทยานแห่งชาติ โดยไม่มีการออกคาสั่งเป็นหนังสือและแจ้งคาเตือนเสียก่อน ย่อมเป็นการ
กร ะ ท า โ ด ย รู้ ส า นึ กถึง ผ ล เ สี ย ห า ย ท่ี จ ะเ กิด จ า กก า ร ก ร ะ ท า ดั ง กล่ า ว แ ล ะเ ป็ น ก า ร ใ ช้ อา น า จ เ กิน คว า ม จ า เ ป็ น
ไม่สมควรแก่เหตุ รวมถึงไม่ปฏิบัติตามข้ันตอนหรือวิธีการอันเป็นสาระสาคัญท่ีกาหนดไว้สาหรับการใช้อานาจของ
พนักงานเจ้าหน้าท่ีตามมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติฯ ตลอดจนไม่ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี
เม่ือวันท่ี ๓ สงิ หาคม ๒๕๕๓ เร่ือง แนวนโยบายในการฟื้นฟวู ิถีชีวติ ชาวกะเหรี่ยง ในส่วนของการจัดการทรัพยากรที่
ให้ยุติการจับกุมและให้ความคุ้มครองกับชุมชนกลุ่มชาติพันธ์ุกะเหร่ียงที่เป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมท่ีอยู่ในพ้ืนท่ีข้อ
พิพาทเรื่องท่ีทากินในพื้นที่ดั้งเดิม กรณีจึงเป็นการกระทาท่ีไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นการกระทาละเมิดตาม
มาตรา ๔๒๐ แห่งประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์

-๒ -

๓. คดีพิพาทเกีย่ วกบั ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม (มลพษิ ทางนา้ )
คาพิพากษาศาลปกครองสงู สดุ ท่ี อ.๗๔๓/๒๕๕๕ (คดลี าหว้ ยคลิต)้ี

กรณีท่ีบริษัท ต. ประกอบกิจการโรงแต่งแร่และทาให้เกิดการปนเป้ือนสารตะกั่วในลาห้วยคลิตี้ เป็น
เหตุให้กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบให้ดาเนินการฟ้ืนฟูโดยทาการขุดลอกตะกอนดินในท้องน้า ซึ่งทาให้เกิดการฟุ้ง
กระจายของสารตะก่ัวในน้ามากขึ้น ประกอบกับกรมควบคุมมลพิษได้ยอมรับว่าปัญหาเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นใน
ประเทศไทย จึงต้องรอคาแนะนาจากผู้เชี่ยวชาญก่อน ทาให้เกิดการแพร่กระจายของสารตะก่ัวเป็นระยะเวลานาน
แสดงให้เห็นว่ากรมควบคุมมลพิษมิได้มีการจัดทาแผนการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม และมาตรการในการควบคุม
ป้องกันและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากภาวะมลพิษและไม่ได้จัดทาแผนปฏิบัติการฉุกเฉินเพื่อป้องกัน
และแก้ไขอันตรายอันเกิดจากการแพร่กระจายของมลพิษและสภาวะแวดล้อมเป็นพิษที่มีผลกระทบต่อคุณภาพ
แหล่งน้าไว้ล่วงหน้า อันเป็นการละเลยต่อหน้าท่ีตามท่ีกฎหมายกาหนดให้ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๓ (๓) และมาตรา
๕ (๒) (ค) แหง่ พระราชกฤษฎกี าแบง่ ส่วนราชการกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและส่ิงแวดล้อม
พ.ศ. ๒๕๓๕ เม่อื ผลจากการท่ีกรมควบคุมมลพษิ ละเลยตอ่ หนา้ ทแี่ ละดาเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดข้ึนล่าช้าเกินสมควร
ทาให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเดือดร้อนเสียหายไม่สามารถนาน้าในลาห้วยคลิตี้ไปใช้ในการอุปโภคบริโภคได้ ความ
เสียหายดังกล่าวถือได้ว่าเป็นผลโดยตรงจากการละเลยต่อหน้าที่และปฏิบัติหน้าท่ีล่าช้าเกินสมควร อันเป็นการ
กระทาละเมดิ กรมควบคมุ มลพิษจงึ ตอ้ งกระทาการหรอื ชดใช้คา่ เสยี หายแกผ่ ู้ฟอ้ งคดี

๔. คดพี ิพาทเกยี่ วกบั ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม (มลพษิ ทางอากาศ)
คาพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๔๑๕/๒๕๕๐ (การรว่ั ไหลของสารกัมมันตรังสี โคบอลท์-๖๐ ของสานักงาน

พลงั งานปรมาณเู พอื่ สนั ติ)

กรณีที่สานักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติละเลยต่อหน้าที่ไม่ควบคุมให้มีการเก็บเคร่ืองโคบอลท์ -๖๐
ไว้ในสถานท่ีท่ีเหมาะสม เป็นช่องทางให้คนร้ายลักไปขายให้แก่ผู้ฟ้องคดีบางราย รวมทั้งไม่ควบคุมให้เครื่องดังกล่าว
ติดเครื่องหมายบริเวณรังสีให้ครบถ้วน โดยไม่มีข้อความว่า “อันตราย” และ “วัสดุกัมมันตรังสี” ทาให้ผู้ฟ้องคดีไม่
ทราบว่าเป็นวัตถุอันตราย จึงได้ทาการแกะจนกัมมันตรังสีแพร่กระจาย ถือเป็นการกระทาละเมิดเป็นเหตุให้มี
ผบู้ าดเจ็บและเสียชีวติ สานักงานพลงั งานปรมาณูเพื่อสนั ติจงึ ตอ้ งชดใช้ค่าสินไหมทดแทนใหแ้ ก่ผฟู้ ้องคดี

๕. คดีพพิ าทเก่ียวกบั ทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม (มลพิษทางอากาศ)
คาพพิ ากษาศาลปกครองสงู สดุ ที่ อ.๗๓๐-๗๔๘/๒๕๕๗ (คดโี รงไฟฟ้าแม่เมาะ)
โรงไฟฟ้าแม่เมาะเป็นแหล่งกาเนิดมลพิษตามประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม

ฉบับท่ี ๓ (พ.ศ. ๒๕๔๔) ผู้เป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองโรงไฟฟ้าดังกล่าวจึงมีหน้าที่ในการควบคุมการปล่อยท้ิง
อากาศเสียให้เป็นไปตามที่กฎหมายกาหนด และหากโรงไฟฟ้ามีการรั่วไหลหรือแพร่กระจายของมลพิษจนเป็น
อนั ตรายหรือกอ่ ให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นหรือรัฐโดยไม่ปรากฏเหตุยกเว้นความรับผิดตามกฎหมาย เจ้าของหรือ
ผู้ครอบครองแหลง่ กาเนิดมลพิษดงั กล่าว ย่อมมหี นา้ ทีต่ ้องรบั ผิดชดใชค้ ่าสนิ ไหมทดแทนหรือความเสียหายโดยไม่ต้องคานึง
ว่าอันตรายหรือความเสียหายน้ันเกิดจากการกระทาโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อหรือไม่ ทั้งน้ี ตามนัยมาตรา ๙๖ แห่ง
พระราชบญั ญตั ิส่งเสริมและรักษาคุณภาพสงิ่ แวดล้อมแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ เมื่อข้อเท็จจริงในคดีนี้ฟังได้ว่าการไฟฟ้า
ฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยในฐานะเจ้าของหรือผู้ครอบครองไม่ได้บาบัดหรือควบคุมมิให้โรงไฟฟ้าแม่เมาะปล่อยท้ิงอากาศ
เสียออกสู่บรรยากาศ ย่อมถือว่าเป็นการละเลยต่อหน้าที่ที่กฎหมายกาหนดให้ต้องปฏิบัติ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่ง
ประเทศไทยจงึ มีหน้าท่ตี ้องชดใชค้ ่าเสียหายอนั เกดิ จากการเสือ่ มสขุ ภาพและอนามยั และความสูญเสียทางด้านจิตใจ
ให้แกผ่ ้ไู ด้รับผลกระทบดังกลา่ ว

-๓ -

๖. คดพี พิ าทเกีย่ วกับทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม (การทา้ รายงานการวเิ คราะหผ์ ลกระทบสิ่งแวดลอ้ ม (EIA))
คาพพิ ากษาศาลปกครองสงู สุดที่ อ.๒๑/๒๕๕๕ (คดมี าบตาพดุ – การอนญุ าตใหก้ ่อสรา้ งสงิ่ ปลูกสร้างล่วงล้าลาน้า)
กรณกี ารนคิ มอตุ สาหกรรมแห่งประเทศไทยกอ่ สรา้ งสิ่งลว่ งล้าลานา้ แลว้ เสร็จก่อนที่อธิบดีกรมเจ้าท่าจะ

ออกใบอนุญาตให้ก่อสร้างส่ิงล่วงล้าลาน้าได้ ถือเป็นการกระทาที่ฝ่าฝืนขั้นตอนหรือวิธีการอันเป็นสาระสาคัญตามท่ี
กาหนดไว้ในมาตรา ๑๑๗ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้าไทย พระพุทธศักราช ๒๔๕๖
ประกอบกบั มาตรา ๕๐ วรรคสอง แหง่ พระราชบญั ญตั ิส่งเสรมิ และรักษาคุณภาพสง่ิ แวดล้อม พ.ศ. ๒๕๓๕ เม่ืออธิบดี
กรมเจ้าท่าได้ทราบถึงการดาเนินการท่ีไม่ชอบด้วยกฎหมายของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ผู้ยื่นคาขอออก
ใบอนุญาตแล้ว แต่กลับดาเนินการออกใบอนุญาตดังกล่าวให้ โดยมีเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตตามความเห็นของ
คณะกรรมการผู้ชานาญการพิจารณารายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ต้องปฏิบัติตามเพื่อประโยชน์ในการควบคุมและตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม กรณีย่อมเห็นได้ว่าเงื่อนไขแนบท้าย
ใบอนุญาตไม่มีสภาพบังคับในการปฏิบัติได้จริง และส่งผลให้คาสั่งอนุญาตของอธิบดีกรมเจ้าท่าเป็นคาสั่งที่ไม่ชอบ
ด้วยกฎหมาย

๗. คดพี ิพาทเกยี่ วกับการจัดสรรคลืน่ ความถีแ่ ละกา้ กบั การประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และ
กิจการโทรคมนาคม (ความชอบด้วยกฎหมายของประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์
และกจิ การโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลกั เกณฑก์ ารจัดลา้ ดับบรกิ ารโทรทศั น์ ลงวนั ที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๘)

คาพพิ ากษาศาลปกครองสงู สดุ ท่ี อร. ๖๖/๒๕๖๓
คณะกรรมการกจิ การกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑) มี

อานาจหน้าท่ีในการพิจารณาอนุญาตและกากับดูแลการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์เพื่อให้
ผู้ใช้บริการได้รับบริการท่ีมีคุณภาพ ประสิทธิภาพ รวดเร็ว ถูกต้อง และเป็นธรรม และมีอานาจกาหนดหลักเกณฑ์
และวธิ กี ารเกีย่ วกับการอนุญาต เง่อื นไข หรือค่าธรรมเนียมการอนญุ าต โดยสามารถออกระเบียบประกาศหรือคาสั่ง
ใด ๆ ได้ และการอนญุ าตดงั กลา่ วตอ้ งดาเนนิ การในลกั ษณะทมี่ ีการกระจายการใช้ประโยชน์โดยท่ัวถึงในกิจการด้าน
ต่าง ๆ ให้เหมาะสมแก่การเป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติ เพ่ือประโยชน์สาธารณะ เมื่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ได้อาศัย
อานาจตามมาตรา ๒๗ วรรคหนึ่ง (๖) และ (๒๔) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคล่ืนความถี่และกากับการ
ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ออกประกาศ เรื่อง
หลักเกณฑ์การจัดลาดบั บรกิ ารโทรทัศน์ ลงวนั ที่ ๒๓ กนั ยายน ๒๕๕๘ จึงเป็นการดาเนินการเพ่ือให้ผู้ใช้บริการได้รับ
บริการที่มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ กระจายการใช้ประโยชน์โดยท่ัวถึงที่ผู้ถูกฟ้องคดีมีอานาจตามกฎหมายที่จะ
ดาเนนิ การได้ แมก้ รณีจะมีการอ้างบทกฎหมายผิดพลาด กไ็ มม่ ีผลทาให้ประกาศพิพาทไม่ชอบด้วยกฎหมายแต่อย่าง
ใด ในการนี้ เมื่อผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๑ ได้ประชุมพิจารณาอนุมัติร่างประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดลาดับ
บริการโทรทัศน์ ตามที่เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม
แห่งชาติ (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒) เสนอ โดยท่ีประชุมมอบหมายให้ประธาน กสท. ในฐานะปฏิบัติการแทนประธานของผู้
ถูกฟ้องคดีที่ ๑ เป็นผู้ลงนามในประกาศก่อนนาไปลงประกาศราชกิจจานุเบกษาเพ่ือให้มีผลบังคับใช้ต่อไปตามมติ
ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ในการประชุมครั้งดังกล่าว การลงนามในประกาศพิพาทของประธาน กสท. จึงเป็นไปตาม
บทบญั ญัตขิ องกฎหมายแล้ว ในการดาเนินการออกประกาศพิพาท เม่ือปรากฏวา่ ผูถ้ ูกฟ้องคดที ี่ ๑ ได้มอบหมายให้
ผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๒ นาร่างประกาศพิพาทไปรับฟังความคิดเห็นสาธารณะจากผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนในระหว่าง
วนั ท่ี ๒๕ กันยายน ๒๕๕๗ ถึงวันท่ี ๑๐ พฤศจกิ ายน ๒๕๕๗ หลังจากน้ัน ผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๑ ในการประชุมคร้ังที่ ๙/
๒๕๕๘ เมื่อวันท่ี ๑๖ กันยายน ๒๕๕๘ ได้พิจารณาผลการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะดังกล่าว กรณีจึงเป็นการดาเนินการ
ตามมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบญั ญตั อิ งค์กรจดั สรรคลื่นความถีแ่ ละกากบั การประกอบกจิ การวิทยกุ ระจายเสียง วิทยุ
โทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ แล้ว แม้จะเป็นการพิจารณาหลังการรับฟังความคิดเห็นเป็นเวลา

-๔ -

เกือบ ๑ ปี แต่ก็เป็นระยะเวลาท่ีสมควรแก่สาระของเร่ืองท่ีพิจารณา สาหรับเนื้อหาของประกาศพิพาทที่กาหนดให้
ผู้รับใบอนุญาตต้องนาช่องรายการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป (ฟรีทีวี) มากาหนดเป็นหมายเลขช่องต้น ๆ
แลว้ จงึ นาเอาบริการโทรทัศน์ทไี่ ม่ใช้คล่ืนความถ่ีมาจัดเรียงต่อไปตามข้อ ๔ วรรคสอง ของประกาศพิพาท นั้น ย่อมมี
ผลทาให้บริการโทรทัศน์ท่ีเป็นการทั่วไป (ฟรีทีวี) จะมีหมายเลขช่องเดียวกันท้ังหมด ไม่ว่าประชาชนจะใช้บริการ
โทรทัศน์ระบบดิจทิ ัลทตี่ ้องใช้เสาอากาศ ระบบจานดาวเทียม หรือเคเบิลทีวี ทาให้เกิดความสะดวกแก่ประชาชนใน
การติดตามรับชมข้อมูลข่าวสารของทางราชการ และรายการอื่น ๆ ที่เป็นการเฉพาะเจาะจง จึงทาให้ประชาชนได้
ประโยชน์ ซ่ึงการดาเนินการดังกล่าว ผู้ฟ้องคดีก็สามารถดาเนินการได้ในครั้งเดียว จึงไม่เป็นภาระเกินสมควร และ
กรณีมิได้มีผลทาให้จานวนช่องรายการของผู้ฟ้องคดีลดลงแต่อย่างใด ส่วนการห้ามนาบริการโทรทัศน์ที่เป็นการ
ทั่วไปไปเผยแพร่ซ้าในหมวดหมู่บริการโทรทัศน์อ่ืน ๆ ตามข้อ ๕ วรรคหนึ่ง ของประกาศพิพาท น้ัน ก็เป็นการ
กาหนดเพอ่ื ใหป้ ระชาชนผูใ้ ช้บรกิ ารโทรทศั นท์ ไ่ี มใ่ ช้คลืน่ ความถี่ได้ประโยชน์จากช่องรายการที่หลากหลาย โดยไม่นา
รายการใดรายการหนึง่ มาเผยแพร่ซา้ กับอีกชอ่ งรายการหนึ่ง

ดังน้นั การออกประกาศพพิ าทจงึ เป็นการใช้ดุลพินิจโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ท้ังน้ี เมื่อผู้ถูกฟ้องคดี
ที่ ๑ มีอานาจตามกฎหมายในการกากับดูแลการประกอบกิจการวิทยุ โทรทัศน์ และการนารายการมาเผยแพร่โดย
ใช้คลื่นความถี่อันเป็นทรัพยากรส่ือสารสาธารณะ การออกประกาศพิพาทจึงมิใช่การกระทาที่กระทบต่อสิทธิใน
ทรัพย์สินของผู้ฟ้องคดีโดยตรงและผู้ฟ้องคดีไม่อาจอ้างสัญญาระหว่างผู้ผลิตรายการและผู้ให้บริการโทรทัศน์แบบ
บอกรบั สมาชิกมาลบลา้ งอานาจในการกากับดูแลการประกอบกิจการวทิ ยโุ ทรทัศนข์ องผูถ้ ูกฟ้องคดีที่ ๑ ได้

๘. คดีพพิ าทเก่ยี วกบั การจดั สรรคลน่ื ความถแี่ ละก้ากับการประกอบกจิ การวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และ
กจิ การโทรคมนาคม

คาพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๒๑๕/๒๕๕๗ (การถ่ายทอดสดรายการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย
(FIFA World Cup Final))

การออกกฎหรือคาสั่งทางปกครองนน้ั เหตแุ ห่งความไมช่ อบดว้ ยกฎหมายย่อมหมายความรวมถึงการใช้
ดุลพินิจโดยมิชอบด้วย เม่ือข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ขณะพิจารณาออกประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการ
โทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สาคัญท่ีให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการ
โทรทศั นท์ ่เี ป็นการทั่วไป พ.ศ. ๒๕๕๕ ความปรากฏตอ่ กสทช. แลว้ ว่า ผฟู้ อ้ งคดีไดล้ ิขสิทธิ์การถ่ายทอดรายการแข่งขัน
ฟตุ บอลโลกรอบสดุ ท้ายในปี ค.ศ. ๒๐๑๔ กสทช. จึงสมควรต้องใช้ดุลพินิจในการออกประกาศดังกล่าวให้สอดคล้อง
กับความเป็นจริงและผลกระทบต่อผู้ฟ้องคดีผู้ทรงสิทธิในรายการดังกล่าวอยู่ในเวลานั้นก่อนท่ีจะออกประกาศฯ เม่ือ
ข้อเท็จจริงปรากฏว่าไม่มีการพิจารณากรณีดังกล่าวก่อนออกประกาศฯ และได้มีการนาข้อกาหนดตามข้อ ๓
ประกอบกับรายการลาดับท่ี ๗ ของภาคผนวกตามประกาศฯ ที่กาหนดให้การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย (FIFA
World Cup Final) เปน็ รายการโทรทศั นท์ ่ีสามารถให้บรกิ ารแกป่ ระชาชนได้ภายใต้การให้บริการโทรทัศน์ท่ีเป็นการท่ัวไป
เท่าน้ัน มาใชบ้ งั คับกับผู้ฟ้องคดีซ่ึงได้รับสิทธิในการแพร่ภาพและเสียงการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายปี ค.ศ. ๒๐๑๔
อย่แู ล้วในขณะทอ่ี อกประกาศดงั กล่าว จึงไม่เป็นธรรมกับผู้ฟ้องคดีและเป็นการกระทาท่ีไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีย่อม
ไม่ควรนาประกาศฯ มาใชก้ ับผ้ฟู ้องคดีตามคดีนี้ แต่ประกาศดังกล่าวยังคงมีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไปกับกรณีอื่นอันเป็น
การคมุ้ ครองประโยชน์สาธารณะได้อยเู่ ชน่ เดมิ

๙. คดีพพิ าทเก่ียวกับรฐั วสิ าหกจิ

คาพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท่ี ฟ.๕/๒๕๔๙ (กรณีเกี่ยวกับการเปล่ียนสถานะของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่ง
ประเทศไทย ไปเปน็ บรษิ ัท กฟผ. จากดั (มหาชน))

การเปล่ียนสถานะของรัฐวสิ าหกิจซ่ึงดาเนนิ การตามกฎหมายพเิ ศษทฝ่ี า่ ยนติ บิ ญั ญัตมิ อบให้ฝ่ายบริหาร
ดาเนินการได้โดยไม่ต้องเสนอกฎหมายตอ่ ฝ่ายนิติบัญญัติ การดาเนินการในทุกขั้นตอนมีความสาคัญและต้องเป็นไป

-๕ -

เพอื่ ปกปอ้ งการดาเนนิ การทร่ี ฐั ธรรมนูญถอื ว่าอยู่ในอานาจหนา้ ทข่ี องฝ่ายนิติบัญญัติ คณะกรรมการผู้มีอานาจหน้าท่ี
ในการดาเนนิ การดังกลา่ วจึงตอ้ งเปน็ ผมู้ คี ุณสมบตั ิถูกตอ้ งครบถว้ นตามท่ีพระราชบญั ญตั ทิ ุนรฐั วิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๔๒
กาหนดไว้โดยเคร่งครัด การแต่งตั้งผู้มีส่วนได้เสียในนิติบุคคลซึ่งมีประโยชน์เก่ียวข้องกับกิจการของ กฟผ . เป็น
กรรมการผูท้ รงคณุ วุฒิในคณะกรรมการเตรยี มการจัดตง้ั บมจ. กฟผ. ถือไดว้ า่ เป็นเหตุอันมีสภาพร้ายแรง อันอาจทา
ให้การดาเนินการของคณะกรรมการเตรียมการจัดตั้งบริษัทไม่มีความเป็นกลาง และเป็นกรณีที่ไม่อาจนาหลักการพ้น
จากตาแหน่งไม่กระทบกระเทือนถึงการใดที่ผู้น้ันได้ปฏิบัติไปตามอานาจหน้าที่ เพราะเหตุขาดคุณสมบัติหรือมี
ลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ มาใช้กับกรณีน้ีได้
จงึ มีผลทาให้การกระทาใด ๆ ของคณะกรรมการเตรยี มการจัดต้ังบรษิ ัทเสยี ไปทั้งหมดหรือไมม่ ผี ลในทางกฎหมาย

เม่อื ตาแหนง่ ผูช้ ่วยรฐั มนตรี เปน็ ตาแหน่งอนั เป็นลักษณะต้องห้ามในการเป็นกรรมการจัดทาการรับฟัง
ความคิดเห็นของประชาชนในทานองเดียวกันกับผู้ดารงตาแหน่งทางการเมืองตามข้อ ๕ (๓) ของระเบียบ
คณะกรรมการนโยบายทุนรัฐวิสาหกิจ ว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ. ๒๕๔๓ การดาเนินการของ
คณะกรรมการจัดทาการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนของคณะกรรมการเตรียมการจัดต้ังบริษัทฯ โดยมีผู้ดารง
ตาแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการจัดทาการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย
นอกจากนี้ การที่คณะกรรมการจัดทาการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ไม่ได้จัดทาสรุปเร่ืองท่ีจะมีการรับฟังความ
คิดเห็นของประชาชนเพื่อประกาศทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ และในหนังสือพิมพ์รายวันฉบับภาษาไทย
ติดต่อในฉบับเดียวกันไม่น้อยกว่าสามวัน ตามข้อ ๙ ของระเบียบคณะกรรมการนโยบายทุนรัฐวิสาหกิจ ว่าด้วยการรับ
ฟังความคดิ เห็นของประชาชน พ.ศ.๒๕๔๓ ย่อมเป็นการจัดทาการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่ไม่สอดคล้องกับ
เจตนารมณข์ องกฎหมาย

การที่พระราชกฤษฎีกากาหนดอานาจ สิทธิ และประโยชน์ของบริษัท กฟผ. จากัด (มหาชน) พ.ศ.
๒๕๔๘ ยังคงให้ บมจ. กฟผ. มีอานาจในการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ โดยมีผลให้อานาจมหาชนข้างต้นโอนไปเป็น
ของ บมจ. กฟผ. ยอ่ มก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันทางธุรกจิ

๑๐. คดีพพิ าทเกย่ี วกบั รฐั วสิ าหกิจ

คาพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อบ.๑๕๓/๒๕๖๒ (การใช้ดุลพินิจกาหนดหลักเกณฑ์ในการสรรหาผู้ดารง
ตาแหน่งผอู้ านวยการใหญบ่ รษิ ัท ท่าอากาศยานไทย จากัด (มหาชน))

การดาเนินการสรรหาบุคคลที่จะมาดารงตาแหน่งผู้อานวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จากัด
(มหาชน) แม้คณะกรรมการสรรหาจะมีดุลพินิจกาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาเพื่อดาเนินการพิจารณา
คัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์เหมาะสมที่จะเป็นผู้อานวยการใหญ่ฯ ได้ แต่การใช้
ดุลพินิจดังกล่าวต้องไม่เป็นการใช้อานาจตามอาเภอใจ โดยต้องมีข้อเท็จจริงและเหตุผลสนับสนุนเพียงพอ ภายใน
กรอบวตั ถปุ ระสงคห์ รือเจตนารมณข์ องกฎหมาย อีกท้ังต้องคานึงถึงความโปร่งใสและความเป็นธรรมในการสรรหา
ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสาหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๑๘
ประกอบกับแนวทางการสรรหาผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจของกระทรวงการคลัง ดังนั้น เมื่อคณะกรรมการสรรหา
กาหนดหลกั เกณฑใ์ นการคัดเลือกผอู้ านวยการใหญฯ่ โดยกาหนดคะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน ประกอบด้วย ๔ หัวข้อ
ได้แก่ วิสัยทศั น์ ภาวะผนู้ า การบรรลคุ วามสาเร็จในอดตี และคุณลกั ษณะสว่ นบคุ คล และกาหนดเกณฑ์คะแนนผู้ที่จะ
ผ่านการสัมภาษณ์ว่าต้องได้คะแนนต้ังแต่ ๘๐ คะแนนขึ้นไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้บุคคลท่ีมีความรู้
ความสามารถตรงตามคุณสมบัติของตาแหน่งผู้บริหารของรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ มีรายได้ต่อปีค่อนข้างสูง จึงเป็น
การใช้ดุลพินิจกาหนดหลักเกณฑ์ที่มีเหตุผลสนับสนุนเพียงพอ ภายในกรอบวัตถุประสงค์หรือเจตนารมณ์ของ
กฎหมาย โดยคานึงถึงความโปร่งใสและความเป็นธรรมในการสรรหาตามที่กาหนดไว้ในพระราชบัญญัติคุณสมบัติ
มาตรฐานสาหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจฯ ประกอบกับแนวทางการสรรหาผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจของ

-๖ -

กระทรวงการคลงั ขา้ งต้นแล้ว ดงั น้ัน การที่ผู้ฟอ้ งคดีไดค้ ะแนนการสัมภาษณไ์ ม่ถึง ๘๐ คะแนน คณะกรรมการสรรหาจึงมี
มติใหผ้ ้ฟู ้องคดไี ม่ผา่ นการพจิ ารณาคัดเลือก จึงเปน็ การใชด้ ุลพนิ ิจทชี่ อบด้วยกฎหมาย

๑๑. คดพี ิพาทเกยี่ วกบั คมนาคมและการขนส่ง

คาพพิ ากษาศาลปกครองสูงสุดท่ี อ.๒๙/๒๕๕๗ (คดีด่านช่งั น้าหนัก)
กรณที แ่ี ขวงการทางดาเนนิ การก่อสร้างด่านชั่งน้าหนักถาวรเพื่อควบคุมรถมิให้บรรทุกน้าหนักเกินในเขตทางหลวง

แผ่นดินในบริเวณท่ีมีความเหมาะสมตามหลักวิชาการ แม้การก่อสร้างด่านชั่งน้าหนักดังกล่าวจะบดบังที่ดินของผู้
ฟอ้ งคดีอย่บู ้าง แต่กไ็ มถ่ งึ กับทาให้การเดินทางเข้าออกจากท่ีดินถึงขนาดเป็นอุปสรรค โดยผู้ฟ้องคดียังสามารถใช้ท่ีดิน
สว่ นอ่นื ๆ เข้าออกได้เป็นปรกติ ดังน้ัน เมื่อเทียบสัดส่วนระหว่างผลกระทบท่ีผู้ฟ้องคดีได้รับกับประโยชน์สาธารณะแล้ว
การก่อสร้างด่านชั่งน้าหนักถาวรในบริเวณดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ในขณะท่ีผู้ฟ้องคดีเพียงไม่ได้รับความ
สะดวกในการเข้าออกที่ดิน จึงไม่เป็นการกระทาละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี อย่างไรก็ตาม การกระทาดังกล่าวแม้มิได้เป็น
การละเมิด แต่ก็ทาให้ผู้ฟ้องคดีต้องรับภาระความไม่สะดวกในการเข้าออกสู่ท่ีดินของตน ในขณะท่ีผู้ถือกรรมสิทธิ์
ที่ดินอื่นในบริเวณใกล้เคียงไม่ต้องรับภาระดังกล่าว จึงเป็นความรับผิดอย่างอื่นที่กรมทางหลวงควรต้องชดเชยความไม่
สะดวกดังกล่าวแกผ่ ้ฟู ้องคดี

๑๒. คดีพพิ าทเกยี่ วกับที่ดิน

คาพิพากษาศาลปกครองสงู สดุ ที่ อ.๑๗๒๘/๒๕๕๙ (การตดิ ตง้ั กงั หนั ลมในเขตปฏิรูปท่ีดิน)
การจดั ทด่ี นิ ในเขตปฏริ ปู ทีด่ นิ ใหบ้ คุ คลใดเช่า เชา่ ซือ้ ซ้อื หรือเข้าทาประโยชน์เพ่ือใช้สาหรับกิจการอื่น

ในเขตปฏิรูปที่ดินตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กาหนด กิจการน้ันจะต้องสนับสนุนหรือ
เกีย่ วเนื่องกบั วตั ถุประสงคข์ องการปฏริ ปู ทดี่ นิ เพ่อื เกษตรกรรมซึ่งเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินดังกล่าวได้รับประโยชน์
จากกิจการน้ันโดยตรง สาหรับโครงการกิจการกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้าพิพาท แม้จะมีลักษณะเป็นการจัดทา
บริการสาธารณะอันเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม แต่กิจการดังกล่าวก็เป็นไปเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าจาหน่ายให้แก่การ
ไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย อันเป็นกิจการที่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากาไร และมิได้เป็นประโยชน์แก่
เกษตรกรในเขตดาเนินการปฏิรูปท่ีดินดังกล่าว เนื่องจากกระแสไฟฟ้าที่บริษัทเอกชนเจ้าของโครงการกังหันลม
ดังกล่าวผลิตได้จะถูกรับซ้ือโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยและส่งไปยังสถานีไฟฟ้าแรง สูงเพ่ือจาหน่าย
กระแสไฟฟ้าต่อไป อกี ทงั้ การจดั ต้ังกองทุนพัฒนาไฟฟ้าก็เป็นเพียงผลของการดาเนินโครงการกิจการกังหันลมตาม
มติของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่กาหนดให้จัดตั้งกองทุนเพื่อจัดหาเงินทุนในการพัฒนา
คุณภาพชวี ติ ของประชาชนและส่ิงแวดลอ้ มในชมุ ชนพื้นท่รี อบโรงไฟฟา้ ซ่งึ ได้รบั ผลกระทบจากการก่อสร้างโรงไฟฟ้า
หรือการผลิตไฟฟ้าเท่านั้น โครงการกิจการกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้าดังกล่าวจึงมิใช่กิจการที่เป็นการบริการหรือ
เก่ียวข้องกับความเป็นอยู่ของเกษตรกรในด้านเศรษฐกิจและสังคมในเขตดาเนินการปฏิรูปท่ีดิน กรณีย่อม
ไม่เข้าลักษณะตามความในข้อ ๑.๕ ของประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่ือง กาหนดกิจการอื่นที่เป็นการ
สนับสนนุ หรอื เกี่ยวเน่ืองกบั การปฏิรูปทด่ี ินเพ่ือเกษตรกรรมตามมาตรา ๓๐ วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูป
ท่ีดนิ เพ่อื เกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ ซ่ึงแก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพ่ือเกษตรกรรม (ฉบับท่ี ๓)
พ.ศ. ๒๕๓๒ ฉบับท่ี ๒ ประกาศ ณ วันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๔๓ ประกอบกับไม่ปรากฏว่าได้มีการเพิกถอนพระราช
กฤษฎีกากาหนดเขตปฏิรูปที่ดินเดิมหรือมีการตราพระราชกฤษฎีกากันเขตท่ีดินในพื้นท่ีพิพาทออกจากเขตปฏิรูป
ที่ดินแล้ว ดังนั้น มติของคณะกรรมการปฏิรูปท่ีดินจังหวัดที่เห็นชอบกาหนดพื้นที่พิพาทซ่ึงเป็นเขตปฏิรูปท่ีดินให้
เป็นพ้ืนที่เพื่อกิจการกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้า และให้บริษัทเอกชนซึ่งเป็นเจ้าของโครงการใช้พื้นท่ีดังกล่าว
เพื่อดาเนนิ กจิ การตดิ ตงั้ กงั หันลมผลติ กระแสไฟฟา้ โดยวธิ กี ารเชา่ จงึ เป็นมติท่ีไม่ชอบด้วยกฎหมาย

-๗ -

๑๓. คดีพพิ าทเก่ียวกบั งานทะเบียน

คาพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท่ี อ. ๕๔๖/๒๕๖๑ (การพิจารณาอนุญาตให้คนต่างด้าว
อยใู่ นราชอาณาจักรเกนิ ระยะเวลาท่อี นญุ าตเปน็ การชัว่ คราว)

พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นกฎหมายท่ีตราขึ้นเพื่อความม่ันคงของประเทศและเพื่อ
ความสงบเรียบร้อยของประชาชน ดังน้ัน การพิจารณาอนุญาตให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเกินระยะเวลาที่
อนุญาตเป็นการช่ัวคราวต่อไป เนื่องจากมีเหตุจาเป็น จึงต้องพิจารณาด้วยหลักเกณฑ์ท่ีเคร่งครัดเป็นอย่างยิ่ง การที่
คาส่ังสานักงานตารวจแห่งชาติ ท่ี ๖๐๖/๒๕๔๙ ลงวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๔๙ กาหนดรายการเอกสารท่ีต้องย่ืน
ประกอบคาขออนุญาตเพ่ืออยู่ในราชอาณาจักรเป็นการช่ัวคราวต่อไป โดยระบุให้ใช้เฉพาะหนังสือรับรองและขอให้
อยู่ต่อจากแพทย์ประจาโรงพยาบาลที่ทาการตรวจรักษา ก็เพ่ือให้มีการพิจารณาและวินิจฉัยถึงระยะเวลาที่บุคคล
ต่างด้าวซ่ึงเป็นผู้ป่วยต้องใช้พักรักษาพยาบาลโดยแพทย์ประจาโรงพยาบาลที่ตรวจรักษา คาวินิจฉัยของแพทย์
ประจาโรงพยาบาลดังกล่าวย่อมต้องกระทาภายใต้การควบคุมและมีระบบการบังคับบัญชาหรือการกากับดูแล เพ่ือ
รักษามาตรฐานและความเช่ือมั่นหรือความเชื่อถือได้ของโรงพยาบาลนั้น ๆ หากกาหนดให้ใช้หนังสือรับรองจาก
แพทย์ประจาคลินิกท่ัวไปที่มีอยู่จานวนมาก ย่อมยากแก่การตรวจสอบ และหากมีแพทย์ที่มีความรับผิดชอบไม่
เพยี งพอหรอื ขาดจรรยาบรรณแพทยท์ าหนงั สือรับรองให้คนต่างด้าวท่ีไม่สุจริต อ้างเหตุจาเป็นในการพักรักษาตัวอยู่
ในราชอาณาจักรโดยไม่ถูกต้อง อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อความม่ันคงของประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง การออก
หนงั สือรบั รองในกรณีน้ีจึงต้องมีความรอบคอบและรัดกุมมากกว่าการออกหนังสอื รบั รองแพทย์โดยท่วั ไป

ดงั นัน้ การออกคาส่งั สานกั งานตารวจแห่งชาติข้างต้น จึงเป็นการใช้ดุลพินิจท่ีชอบด้วยกฎหมาย และการ
ท่ีเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองมีคาสั่งปฏิเสธไม่รับคาขออนุญาตเพื่ออยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวต่อไปของ
คนต่างด้าว เน่ืองจากไม่มีหนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากแพทย์ประจาโรงพยาบาลมาแสดง จึงเป็นคาสั่งท่ีชอบ
ด้วยกฎหมาย

๑๔. คดีปกครองเกี่ยวกับกระบวนการยตุ ิธรรมทางอาญา

คาพิพากษาศาลปกครองสงู สุดท่ี อ.๕๑๗/๒๕๖๒ (รางวัลนาจบั )

ผู้แจ้งความนาจับเก่ียวกับการกระทาความผิดเก่ียวกับยาเสพติดให้โทษที่จะมีสิทธิได้รับเงินสินบน
จะต้องเป็นผู้แจ้งต่อเจ้าพนักงานว่าผู้ใดกระทาผิดหรือการกระทาความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษอันนาไปสู่การจับกุม
ผู้กระทาความผิดดังกล่าว การท่ีผู้ฟ้องคดีเพียงแต่แจ้งต่อเจ้าพนักงานว่า ทราบจากนักโทษภายในเรือนจาว่า มียาเสพติด
จาหน่าย โดยมีนักโทษในเรือนจาเป็นผู้ติดต่อผู้จาหน่ายยาเสพติดให้ โดยมิได้แจ้งถึงการกระทาผิดกฎหมายเกี่ยวกับยา
เสพติดว่า ใครเป็นผู้กระทาความผิดอย่างไร จึงเป็นเพียงการแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าท่ีทราบอันนาไปสู่การจับกุม
ผู้กระทาผิดกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด ดังน้ัน ผู้ฟ้องคดีจึงมิใช่ผู้แจ้งความนาจับที่จะมีสิทธิได้รับเงินสินบนตามคา
นิยามคาว่า “ผู้แจ้งความนาจับ” ตามข้อ ๖ ของระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงิน
รางวลั คดยี าเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๗

๑๕. คดีพิพาทเกย่ี วกบั การพระราชทานอภยั โทษและการราชทณั ฑ์

คาพิพากษาศาลปกครองสงู สดุ ที่ อ.๑๔๙๘/๒๕๕๙ (การแยกผู้ต้องขัง)

พระราชบัญญัติล้างมลทินมีบทบัญญัติให้ล้างมลทินให้แก่ผู้ต้องโทษในกรณีความผิดต่าง ๆ
ซึ่งได้กระทาก่อนหรือในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ และได้พ้นโทษไปแล้วก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัติ
ดังกล่าวใช้บังคับ โดยให้ถือว่าผู้น้ันมิได้เคยถูกลงโทษในกรณีความผิดน้ัน ๆ ดังน้ัน เม่ือข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ผู้ฟ้อง

-๘ -

คดเี คยต้องคาพิพากษาถึงทส่ี ุดใหจ้ าคกุ ในฐานความผิดร่วมกนั วงิ่ ราวทรพั ย์มาก่อน โดยได้รับโทษและพ้นโทษไปแล้ว
ก่อนที่พระราชบัญญัติล้างมลทินใช้บังคับ จึงต้องถือว่าผู้ฟ้องคดีมิได้เคยถูกลงโทษจาคุกมาก่อน กรณีจึงไม่เข้า
องค์ประกอบของการจัดช้ันนักโทษเด็ดขาดท่ีเข้าใหม่ซึ่งเคยต้องโทษมาแล้วท่ีจะถูกจัดช้ันให้เป็นนักโทษเด็ดขาดชั้น
เลวตามข้อ ๔๕ วรรคหนึ่ง ของกฎกระทรวงมหาดไทย ออกตามความในมาตรา ๕๘ แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์
พทุ ธศกั ราช ๒๔๗๙ ประกอบกบั ขอ้ ๑๖ ของระเบยี บกรมราชทณั ฑ์ ว่าด้วยการเล่ือนและลดชั้นนักโทษเด็ดขาด พ.ศ.
๒๕๓๖ ที่วางหลักไวว้ า่ นักโทษเดด็ ขาดท่ีเข้าใหม่จะถูกจัดให้เป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นกลาง และนักโทษเด็ดขาดท่ีเข้า
ใหมซ่ ่งึ เคยตอ้ งโทษมาแล้ว และมาต้องโทษจาคุกในคราวน้ีอีกภายใน ๕ ปี นับแต่วันพ้นโทษคราวก่อน กับความผิด
ทั้งสองคราวไม่ใช่ความผิดฐานลหุโทษหรือประมาท จะถูกจัดให้เป็นนักโทษเด็ดขาดช้ันเลว ดังน้ัน การท่ีผู้
บัญชาการเรอื นจามคี าส่ัง เรอื่ ง การจัดชน้ั นกั โทษเดด็ ขาดในส่วนท่ีจัดให้ผู้ฟ้องคดีเป็นนักโทษเด็ดขาดช้ันเลว จึงเป็น
คาสง่ั ที่ไมช่ อบด้วยกฎหมาย

๑๖. คดีพพิ าทเก่ยี วกบั การศกึ ษา

คาพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท่ี อ.๔๐๓/๒๕๕๖ และที่ อ.๒๑๙/๒๕๕๗ วินิจฉัยแนวทางเดียวกัน
(การคดั เลือกบคุ คลเข้ารบั การศกึ ษา (O-NET))

มาตรา ๓๖ แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ กาหนดให้สถานศึกษาของรัฐที่จัด
ก า ร ศึ ก ษ า ใ น ร ะ ดั บ ป ริ ญ ญ า ห รื อ ท่ี เ รี ย ก ว่ า ร ะ ดั บ อุ ด ม ศึ ก ษ า ด า เ นิ น กิ จ ก า ร ไ ด้ โ ด ย อิ ส ร ะ แ ล ะ
มีเสรีภาพทางวิชาการ อันถือเป็นบทบัญญัติที่ยกเว้นการห้ามจากัดสิทธิและเสรีภาพทางการศึกษาของผู้ท่ีได้รับ
ผลกระทบ ดังนัน้ การทท่ี ี่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยเห็นควรให้มีการทดสอบทางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน (O-
NET) และนาผลการประเมินผู้เรียนมาใช้ในการจัดสรรโอกาสการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา เพื่อให้ได้ผู้ที่มี
ความรู้พ้ืนฐานทางวิชาการเหมาะสมกับการเรียนในระดับอุดมศึกษา อันจะเกิดประโยชน์ต่อตัวผู้เรียนเอง และผล
การประเมินดังกล่าวสามารถนาไปใช้ในการปรับปรุงสถานศึกษาให้มีการพัฒนามาตรฐานทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ใกล้เคียงกันมากย่ิงข้ึน อันเป็นการยกระดับคุณภาพทางการศึกษาของประเทศทั้งระบบให้สูงขึ้น จึงเห็นควรให้นา
เงื่อนไขดังกล่าวไปใช้ในการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาแทนระบบ Entrance จึงเป็นเร่ืองที่
สามารถทาได้ และสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ และการท่ีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ได้อาศัยอานาจตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ ออกประกาศ
กระทรวงศึกษาธกิ ารกาหนดใหม้ ีการสอบคัดเลือกโดยใช้ระบบ Admission แทนการสอบคัดเลือกระบบ Entrance
ในปกี ารศึกษา ๒๕๔๙ จงึ ชอบดว้ ยกฎหมาย

เม่ือหลักเกณฑ์การสอบคัดเลือกระบบ Admission กลางของสถาบันอุดมศึกษายังคงมีลักษณะของ
การสอบแขง่ ขัน (สอบ O-NET,A-NET) รวมอย่ดู ว้ ย และใชบ้ ังคบั กับนกั เรียนนักศึกษาทุกคนอย่างเสมอภาคกัน รวมท้ัง
มิได้เป็นหลักเกณฑ์ที่เปิดโอกาสให้ใช้ดุลพินิจพิจารณาคัดเลือก จึงเป็นการกาหนดรายละเอียดองค์ประกอบในการ
สอบคัดเลือกที่เหมาะสมและเป็นธรรม นอกจากน้ี หลักเกณฑ์ดังกล่าวยังมีผลใช้บังคับกับทุกคนท่ีประสงค์จะเข้ารับ
การสอบคัดเลือกในปีปัจจุบันเท่าน้ัน อีกท้ัง คะแนนเฉล่ียย้อนหลัง ๖ ภาคเรียน หรือ ๓ ปี ย้อนหลังน้ัน เป็น
ผลสัมฤทธ์ิทางการศึกษาของนักเรียนแต่ละคนเม่ือสาเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในปีปัจจุบัน ซึ่ง
เป็นการพิจารณาจากข้อเท็จจริงท่ีผ่านมาของนักเรียนแต่ละคนอย่างเสมอภาคกันและเท่าเทียมกัน จึงไม่ถือว่า
หลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นหลักเกณฑ์ที่มีผลย้อนหลังและเป็นการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม วัตถุประสงค์ของการสอบ O-
NET คือ การวัดความร้แู ละสมั ฤทธ์ผิ ลของนกั เรียนในปสี ดุ ท้ายของระดับมัธยมศึกษา เพอื่ นามาเปรียบเทียบและถ่วง
ค่า GPA และค่า GPAX จึงไม่สามารถให้นักเรียนคนหนึ่ง ๆ สอบได้หลายครั้ง ซ่ึงจะแตกต่างจากการสอบ A-NET ที่มี
วัตถุประสงค์เพ่ือวัดความรู้ของผู้เข้ารับการสอบคัดเลือกว่า มีความรู้ความสามารถเพียงพอหรือไม่ที่จะเข้าศึกษาต่อ
ในระดบั อดุ มศกึ ษาในคณะและสถาบันการศึกษาตามความประสงค์ของตนท่ีจะสอบกันได้ใหม่ทุกคร้ังที่มีการเปิดให้

-๙ -

สอบ ด้วยเหตุน้ี การใหน้ าผลคะแนนสอบ O-NET คร้งั แรกคร้งั เดียวมาใช้ในการพิจารณาคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อ
ระดบั อุดมศึกษาในระบบ Admission กลาง จึงมเี หตุมผี ล ชอบด้วยรฐั ธรรมนญู และชอบด้วยกฎหมายแล้ว

๑๗. คดพี พิ าทเกย่ี วกบั การศกึ ษา

คาพิพากษาศาลปกครองสงู สุดที่ อ.๕๒๐/๒๕๖๒ (การพน้ สภาพการเปน็ นกั เรยี นหรือนักศึกษา)

สถานศึกษาได้รับอนุญาตให้จัดตั้งข้ึนตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๒๕ เป็นหน่วยงานที่
ไดร้ บั มอบหมายให้ดาเนินกจิ การทางปกครองในการจดั ทาบริการสาธารณะด้านการศึกษา สถานศึกษาจึงเป็นหน่วยงาน
ทางปกครองตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ สถานศึกษาจึงต้องกระทาการภายใต้หลัก
ความชอบด้วยกฎหมายของการกระทาทางปกครอง ซ่ึงหลักความชอบด้วยกฎหมายของการกระทาทางปกครอง
หมายความว่า หน่วยงานทางปกครองจะกระทาการใด ๆ ที่มีผลเป็นการจากัดหรือกระทบกระเทือนต่อสิทธิหรือ
เสรีภาพของบุคคลได้ก็ต่อเม่ือมีกฎหมายให้อานาจไว้ และจะต้องกระทาการดังกล่าวภายในขอบเขตที่กฎหมาย
กาหนดไว้ ดังนั้น การลงโทษนักเรียนจะต้องกระทาการภายในขอบเขตที่ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการ
ลงโทษนกั เรยี นและนกั ศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๘ ให้อานาจไว้ เมื่อระเบียบดังกล่าวได้กาหนดการลงโทษนักเรียนที่กระทา
ความผิดไว้แล้ว โดยมิได้กาหนดให้ลงโทษนักเรียนพ้นสภาพการเป็นนักเรียนไว้แต่อย่างใด สถานศึกษาจึงมิอาจ
ลงโทษนักเรียนให้พ้นสภาพการเป็นนักเรียนได้ อย่างไรก็ตาม เม่ือนักเรียนกระทาผิดย่อมเป็นหน้าท่ีของโรงเรียน
และครูท่ีจะต้องให้คาปรึกษาแนะนานักเรียนท่ีอยู่ในความดูแล ให้ปรับเปล่ียนพฤติกรรมและประพฤติตนในทางที่ดี
ต่อไป ซ่ึงการลงโทษสถานหนักโดยการให้พ้นสภาพการเป็นนักเรียน นอกจากจะเป็นการลงโทษท่ีเกินกว่าท่ีกาหนดไว้
ในระเบียบดังกล่าวแล้ว ยังเป็นการซ้าเติมนักเรียนและมิได้เป็นการแก้ปัญหาแต่อย่างใด กลับเป็นการผลักภาระไป
ให้โรงเรียนอ่ืนแก้ไขปัญหาต่อไป การท่ีสถานศึกษามีคาส่ังให้ผู้ฟ้องคดีพ้นสภาพการเป็นนักเรียนของตนจึงเป็นคาส่ังที่
ไม่ชอบดว้ ยกฎหมาย

๑๘. คดพี พิ าทเกี่ยวกับแรงงานและสวัสดกิ ารสงั คม

คาพิพากษาศาลปกครองสูงสดุ ท่ี อ.๗๙๘/๒๕๖๑ (กรณีการขน้ึ ทะเบียนรับเงินเบีย้ ยงั ชีพผ้สู งู อายุ)

โดยท่ีข้อ ๘ ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบ้ียยังชีพผู้สูงอายุ
ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๕๒ กาหนดให้ผู้สูงอายุที่ได้รับเบ้ียยังชีพผู้สูงอายุจากองค์กรปกครองส่วน
ท้องถ่ินแห่งหน่ึง และต่อมาได้ย้ายภูมิลาเนาไปอยู่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินอ่ืน หากมีความประสงค์จะรับเงินเบี้ยยัง
ชีพผู้สูงอายุกับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินแห่งใหม่ ต้องไปลงทะเบียนเพ่ือขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุท่ีองค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งใหม่ก่อนสิ้นปีงบประมาณ ดังนั้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงย่อมไม่อาจอ้างแนว
ทางการรับลงทะเบียนผู้มีสิทธิรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินประจาปีงบประมาณ พ.ศ.
๒๕๕๖ ข้อ ๒ ข้ันตอนการรับลงทะเบียนผู้มีสิทธิรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ข้อ ๒.๑.๒ ท่ีระบุว่า ผู้สูงอายุที่ย้าย
ภูมิลาเนาเข้ามาใหม่ในพ้ืนท่ีองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน แต่ยังไม่ได้ลงทะเบียนตามข้อ ๘ ของระเบียบ
กระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๕๒ โดย
กาหนดรับลงทะเบียนภายในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๔ อันเป็นแนวทางที่ไม่สอดคล้องกับข้อ ๘ ของระเบียบ
กระทรวงมหาดไทยฯ มาเป็นเหตุในการปฏิเสธไม่รับลงทะเบียนผู้มีสิทธิได้รับเงินเบ้ียยังชีพผู้สูงอายุที่มาลงทะเบียน
ภายในกาหนดระยะเวลาตามข้อ ๘ ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยฯ ได้

- ๑๐ -

๑๙. คดพี พิ าทเก่ียวกับการบริหารงานบุคคลภาครฐั (การสรรหาและคดั เลือก)

คาพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท่ี อ.๑๙๔/๒๕๕๔ (การใช้ดุลพินิจกาหนดคุณสมบัติของผู้สมัครสอบ
คดั เลอื กเข้ารบั ราชการหรอื เข้ารบั การคดั เลอื กเปน็ ข้าราชการ)

เมื่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้กาหนดคุณสมบัติเฉพาะสาหรับตาแหน่ งเจ้าหน้าที่สิทธิ
มนุษยชน ๓ ไว้ว่า ต้องได้รับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าทางกฎหมาย หรือทางสังคมศาสตร์ หรือทางสาขาวิชาอื่นที่
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกาหนดว่าใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะสาหรับตาแหน่งน้ีได้ ดังนั้น การสรรหา
บุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่งดังกล่าวโดยวิธีการคัดเลือกเฉพาะผู้ท่ีจบการศึกษาในระดับปริญญาตรี
เกียรตินิยม สาขานิติศาสตร์ เพียงสาขาเดียวเท่าน้ัน จึงเป็นการตัดสิทธิของบุคคลท่ีจบการศึกษาในระดับปริญญาตรี
เกยี รตินิยมทางสังคมศาสตร์ หรือสาขาวิชาอื่นที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกาหนด อันเป็นการเลือกปฏิบัติ
โดยไม่เปน็ ธรรมและเป็นการขดั ตอ่ หลักความเสมอภาคตามที่กาหนดไวใ้ นรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย

๒๐. คดีพพิ าทเกี่ยวกับการบริหารงานบคุ คลภาครฐั (การบรรจแุ ละแต่งตังกลบั เข้ารบั ราชการ)

คาพิพากษาศาลปกครองสงู สุดท่ี อบ.๒๕๐/๒๕๖๒ (การบรรจแุ ละแต่งตั้งกลับเขา้ รบั ราชการ)

โดยท่ีกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการบรรจุและแต่งต้ังข้าราชการตารวจผู้ออกจากราชการไปแล้วกลับ
เข้ารับราชการเป็นข้าราชการตารวจ พ.ศ. ๒๕๔๗ กาหนดว่า ให้ผู้บังคับบัญชาท่ีเป็นหัวหน้าหน่วยงานท่ีมีผู้ย่ืนคาขอ
สมัครกลับเข้ารับราชการพิจารณาโดยคานึงถึงอายุตัว อายุราชการ ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ ความ
ชานาญงานของผสู้ มัครกลับเข้ารับราชการ เปรียบเทียบกับข้าราชการตารวจผู้รับราชการในหน่วยงานและประโยชน์ที่
ทางราชการจะได้รับเป็นสาคัญ ดังน้ัน การพิจารณาว่าจะสมควรบรรจุและแต่งต้ังข้าราชการตารวจที่ออกจากราชการ
ไปแล้วกลับเข้ารับราชการหรือไม่ จึงเป็นอานาจดุลพินิจของผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอานาจท่ีจะพิจารณา โดยมุ่งเน้น
วัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อทางราชการเป็นสาคัญ อย่างไรก็ตาม การใช้ดุลพินิจของผู้บังคับบัญชาในกรณีน้ี
ย่อมต้องเป็นการใช้ดุลพินิจท่ีไม่บกพร่องและมีเหตุผลสนับสนุนในการใช้ดุลพินิจอย่างเพียงพอและเหมาะสม เมื่อ
ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้ฟ้องคดีไม่ได้เป็นผู้มีคุณวุฒิหรือเป็นผู้มีความรู้ความสามารถพิเศษตามที่สานักงานตารวจ
แห่งชาติกาหนดไว้ และการที่ผู้ฟ้องคดีมีอายุ ๕๐ ปีแล้ว สุขภาพร่างกายและความแข็งแรงย่อมไม่อาจสู้ข้าราชการ
ตารวจที่มีวัยฉกรรจ์หรือมีอายุน้อยกว่าได้ ถึงแม้ว่าผู้ฟ้องคดีจะมีประสบการณ์ความชานาญในด้านงานป้องกันและ
ปราบปราม มีความรู้ทางภาษาและธรรมเนียมประเพณีของประเทศกัมพูชาก็ตาม แต่คุณลักษณะดังกล่าวมิใช่
คุณลักษณะท่ีจาเป็นต่องานในหน้าที่ของข้าราชการตารวจ ดังนั้น การกลับเข้ามารับราชการตารวจจึงไม่ถือว่าเป็น
ประโยชน์แก่ทางราชการเท่าท่ีควร การท่ีผู้ถูกฟ้องคดีมีคาส่ังไม่รับผู้ฟ้องคดีกลับเข้ารับราชการ จึงชอบด้วยกฎหมาย
แลว้

๒๑. คดพี ิพาทเกย่ี วกบั วนิ ัยขา้ ราชการ (กรณีความผดิ วินยั อยา่ งรา้ ยแรง-ค้าสัง่ ลงโทษปลดออก)

คาพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ ฟ.๕/๒๕๖๒ (กรณขี ้าราชการขาดราชการติดต่อในคราวเดียวกันเปน็
เวลาเกินสบิ หา้ วันโดยไม่มีเหตุอนั สมควร)

มติคณะรัฐมนตรีตามหนังสือสานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการลงโทษข้าราชการ
ผกู้ ระทาผดิ ทางวินัยอยา่ งรา้ ยแรง เป็นมติทก่ี าหนดแนวทางการใช้ดุลพนิ ิจในการพจิ ารณากาหนดโทษทางวินัยของผู้
มีอานาจหน้าที่ ในกรณที ขี่ ้าราชการละท้ิงหน้าทร่ี าชการตดิ ตอ่ ในคราวเดยี วกนั เปน็ เวลาเกินกว่าสิบห้าวัน โดยไม่มีเหตุ
อันสมควร และไม่กลับมาปฏิบัติราชการอีกเลย ว่าเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ซ่ึงควรลงโทษเป็นไล่ออกจาก
ราชการ สาหรับกรณีท่ีผู้ฟ้องคดีละท้ิงหน้าท่ีราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่าสิบห้าวัน โดยไม่มีเหตุอัน
สมควร อันเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ผู้บังคับบัญชาซ่ึงมีอานาจส่ังบรรจุย่อมมีอานาจลงโทษผู้ฟ้องคดีโดยมี

- ๑๑ -

คาส่ังปลดออกหรือไล่ออกจากราชการ ฐานใดฐานหน่ึงตามมาตรา ๙๗ วรรคหน่ึง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ
ข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ เท่านั้น ดังนั้น แม้ผู้ฟ้องคดีจะกลับมาปฏิบัติราชการตามปกติก็ไม่อาจนา
พฤติการณ์ดงั กลา่ วมาเปน็ เหตุลดหย่อนโทษใหผ้ ู้ฟ้องคดีได้รับโทษน้อยกว่าโทษปลดออกจากราชการได้ พฤติการณ์ที่
ผู้ฟ้องคดีที่ขาดราชการตั้งแต่วันที่ ๒๘ เมษายน ถึงวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๒ จึงเป็นการละทิ้งหน้าท่ีราชการติดต่อ
ในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินสิบห้าวันโดยไม่มีเหตุอันสมควร อันเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามมาตรา ๘๕ (๓)
แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน การท่ีผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอานาจส่ังบรรจุมีคาสั่งลงโทษปลดผู้ฟ้องคดีออกจากราชการ
อันเป็นโทษขั้นต่าสุดท่ีกฎหมายกาหนดไว้สาหรับการกระทาผิดวินัยอย่างร้ายแรง ซึ่งเป็นคุณแก่ผู้ฟ้องคดีและผู้มี
อานาจพิจารณาอุทธรณ์มีคาสั่งให้ยกอุทธรณ์นั้น จึงเป็นการใช้ดุลพินิจท่ีชอบด้วยกฎหมาย และเหมาะสมกับ
พฤตกิ ารณแ์ หง่ การกระทาความผดิ ของผู้ฟ้องคดแี ลว้

๒๒. คดีพิพาทเกี่ยวกับวนิ ัยขา้ ราชการ (กรณีความผิดวินยั อยา่ งร้ายแรง)

คาพิพากษาศาลปกครองสงู สุดที่ ฟบ. ๖/๒๕๖๓ (การพจิ ารณาการกระทาของผู้ถูกกลา่ วหาวา่ กระทา
การทุจรติ ต่อหน้าที่ราชการหรือไม่)

การพิจารณาการกระทาของผู้ถูกกล่าวหาว่า กระทาการทุจริตต่อหน้าท่ีราชการหรือไม่ นั้น
จะต้องพิจารณาถึงเจตนาของผู้ถูกกล่าวหาว่า มีเจตนากระทาการเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วย
กฎหมายสาหรับตนเองหรือผู้อื่นหรือไม่ ซึ่งตามคดีน้ี แม้ข้อเท็จจริงจะเชื่อได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาในฐานะประธาน
กรรมการคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาชุมชนพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าจังหวัดลาปาง เข้าร่วมประชุมในการอนุมัติ
ให้ก่อสร้างอ่างเก็บน้าก่ิวข้าวหลาม อ่างเก็บน้าปงชัย อ่างเก็บน้าแม่ทู และอ่างเก็บน้าแม่หล่วง ที่เป็นโครงการของ
กองทุนพัฒนาชุมชนพื้นท่ีรอบโรงไฟฟ้า โดยทราบถึงการก่อสร้างอ่างเก็บน้าท้ังสี่แห่งดังกล่าวในพ้ืนที่ป่าสงวน
แห่งชาติ และรู้ว่าการก่อสร้างดังกล่าวยังไม่ได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ แต่เมื่อไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า การ
ดาเนินการก่อสร้างในงวดงานท่ีผู้ถูกกล่าวหาอนุมัติให้มีการจ่ายไม่แล้วเสร็จหรือมีข้อบกพร่องประการอื่น กรณีจึง
เป็นการอนุมัติให้มีการจ่ายเงินค่าจ้างซึ่งผู้รับจ้างมีสิทธิได้รับตามสัญญาจ้าง นอกจากน้ี ตามรายงานผลการ
ตรวจสอบขอ้ เท็จจริงเรอ่ื งร้องเรียนขอความเป็นธรรมของกานันและผู้ใหญ่บ้านที่ถูกคาสั่งไล่ออกจากตาแหน่งโดยไม่
เป็นธรรมของคณะอนุกรรมาธิการประสานภารกิจสภาปฏิรูปแห่งชาติ ด้านการปกครองท้องถิ่น ในคณะกรรมาธิการ
การปกครองสว่ นท้องถ่นิ สภานติ ิบัญญตั แิ ห่งชาติ ว่า จากผลการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม
การทจุ รติ แห่งชาติไมพ่ บว่า เจ้าหน้าท่ีผู้ถูกกล่าวหาท้ังหมดมีส่วนเก่ียวข้องกับการทุจริตเรียกรับผลประโยชน์ในการ
กอ่ สร้างอ่างเกบ็ น้าท้งั ส่ีแห่ง แต่เป็นเพียงการไม่ปฏิบัติตามระเบียบกรมป่าไม้ ว่าด้วยการกาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขในการใช้พ้ืนที่เป็นสถานท่ีปฏิบัติงาน หรือเพ่ือประโยชน์อย่างอื่นของส่วนราชการหรือองค์กรของรัฐ
ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๘ จึงไม่อาจรับฟังได้ว่า การกระทาของผู้ถูกกล่าวหาเป็นการปฏิบัติหรือ
ละเว้นการปฏิบัติหน้าท่ีราชการโดยมิชอบเพ่ือให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ท่ีมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย
อนั เป็นการทุจรติ ตอ่ หน้าที่ราชการตามมาตรา ๘๒ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.
๒๕๓๕ อีกทั้งตามข้อเท็จจริงท่ีปรากฏในรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีของกานันและผู้ใหญ่บ้านที่ถูกไล่
ออกจากตาแหน่งโดยไม่เป็นธรรมของคณะอนุกรรมาธิการดังกล่าวท่ีว่า การก่อสร้างอ่างเก็บน้าทั้งส่ีแห่งมีสภาพ
แขง็ แรง สามารถรองรบั และเกบ็ กักนา้ ไดเ้ ปน็ อยา่ งดี และหากมีการบรหิ ารจดั การเพ่ือนาน้าในอ่างมาใช้ประโยชน์จะ
สามารถแก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่อาเภอแม่เมาะ และทาให้ประชาชนมีน้าเพียงพอต่อการประกอบอาชีพ แสดงให้
เหน็ วา่ การไม่ปฏบิ ตั ิตามระเบยี บกรมป่าไม้ของผ้ถู กู กล่าวหาไมไ่ ด้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ แต่กลับทา
ให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากโครงการอ่างเก็บน้าทั้งสี่แห่งดังกล่าว และกรณีไม่ปรากฏว่ามีการกระทาอ่ืนใด
ของผู้ถูกกล่าวหาที่จะนามาซ่ึงความเสื่อมเสียช่ือเสียงและเกียรติศักดิ์ของตาแหน่งหน้าที่ราชการ จึงมิอาจถือได้ว่า

- ๑๒ -

ผู้ถูกกล่าวหากระทาการอ่ืนใดอันได้ช่ือว่าเป็นผู้ประพฤติช่ัวอย่างร้ายแรง อันเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงต าม
มาตรา ๙๘ วรรคสอง แห่งพระราชบญั ญัตริ ะเบียบขา้ ราชการพลเรอื น พ.ศ. ๒๕๓๕ เช่นเดยี วกนั

๒๓. คดีพิพาทเก่ยี วกบั สิทธปิ ระโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจา้ หนา้ ทข่ี องรัฐ

คาพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท่ี อ.๔๘๐/๒๕๖๑ (สิทธิในการเบิกค่าเช่าบ้านของข้าราชการ กรณีทาง
ราชการจัดบ้านพักให)้

การท่ีหน่วยงานจะจัดหาบ้านพักให้แก่ข้าราชการผู้มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้าน นอกจากจะต้อง
คานึงถึงความประหยัดและประโยชน์ของทางราชการแล้วยังจะต้องคานึงถึงฐานานุรูปของผู้เข้าพักอาศัยและสภาพ
ของทพี่ กั ประกอบดว้ ย กล่าวคอื ต้องเป็นที่พักท่เี หมาะสมแก่การพักอาศัยโดยความสะดวกปลอดภัยตามสมควรแก่ที่
วญิ ญชู นสมควรไดร้ ับ ไม่มสี ภาพชารุด ทรุดโทรม หรือมีลักษณะที่ไม่ปลอดภัยต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของผู้
เข้าอยู่อาศัย หรือมีเหตุสุดวิสัย หรือมีเหตุอ่ืนใด อันเป็นเหตุให้ไม่สามารถเข้าอยู่อาศัยได้ ท้ังนี้ ตามหนังสือ
กระทรวงการคลัง ด่วนท่ีสุด ท่ี กค ๐๔๒๒.๓/๐๑๐๖ ลงวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๑ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติ
ในการจัดข้าราชการเข้าพักอาศัยในท่ีพักของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๖ เม่ือข้อเท็จจริงปรากฏว่า ท่ีพักท่ี
หน่วยงานจัดหาให้แก่ข้าราชการระดับ ๗ ซ่ึงเป็นผู้มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการตามมาตรา ๗ วรรคหน่ึง แห่ง
พระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ ตามคดีนี้ มีสภาพชารุด ทรุดโทรม ไม่ปลอดภัยต่อชีวิต
ร่างกายและทรัพย์สินของผู้เข้าอยู่อาศัย และยังไม่มีการซ่อมแซม กรณีจึงเป็นการจัดบ้านพักโดยไม่ได้คานึงถึง
มาตรฐานบ้านพักและความเหมาะสมกับตาแหน่งหน้าท่ีของข้าราชการ และถือได้ว่าไม่ได้มีการจัดบ้านพักให้ตาม
กฎหมาย ขา้ ราชการผ้นู ้ันจึงเปน็ ผมู้ สี ทิ ธิได้รับคา่ เช่าบ้านข้าราชการ

๒๔. คดพี ิพาทเก่ยี วกับความรับผดิ ทางละเมดิ

คาพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท่ี อ. ๑๔๔๒/๒๕๖๐ (ความรับผิดของรัฐในการสลาย
การชมุ นุมดว้ ยวธิ กี ารท่ีไมเ่ หมาะสม)

ไม่ว่าการชุมนุมจะเป็นไปโดยสงบที่จะได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ผู้ท่ีมี
อานาจหน้าท่ีย่อมต้องปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมตามขั้นตอนและวิธีการที่เหมาะสม เม่ือข้อเท็จจริงในคดีน้ี
รับฟงั ได้วา่ การปฏบิ ัตหิ น้าทข่ี องเจา้ หน้าที่ตารวจท่ีเขา้ สลายการชุมนุม มีขอ้ บกพร่องทง้ั ในข้นั ตอนการเตรียมการหา
รถดับเพลิงมาใช้ในการสลายการชุมนุม และมีข้อบกพร่องในวิธีการยิงแก๊สน้าตา ประกอบกับแก๊สน้าตาท่ีนามาใช้
เป็นแก๊สท่ีซื้อมาเป็นเวลานานจึงมีประสิทธิภาพต่า ทาให้ต้องใช้แก๊สน้าตาจานวนมากเกินกว่าที่จะใช้โดยปกติท่ัวไป
จนเกิดการป่ันป่วนชุลมุน และผู้ชุมนุมได้รับอันตราย ทาให้เกิดความเสียหายต่อผู้ชุมนุมมากเกินกว่าผลตามปกติท่ีเกิด
จากการใช้แกส๊ น้าตาท่มี ปี ระสทิ ธิภาพดีและยงิ โดยวธิ ีการท่ีถูกตอ้ ง เม่ือขอ้ บกพร่องดังกล่าวส่งผลให้เกิดความเสียหาย
แก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของผู้ชุมนุมแต่ละราย อันเป็นสิทธิตามมาตรา ๓๒ วรรคหน่ึง ของรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ซ่ึงใช้บังคับอยู่ในขณะเกิดกรณีพิพาท จึงเป็นการกระทาละเมิดตามมาตรา
๔๒๐ แหง่ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ สานักงานตารวจแหง่ ชาตซิ ึง่ เป็นหนว่ ยงานต้นสังกัดของเจ้าหน้าท่ีผู้ทา
ละเมิดจงึ ตอ้ งรับผิดต่อผู้ไดร้ บั ความเสียหายตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าท่ี
พ.ศ. ๒๕๓๙

**********************

ผลงานที่เกีย่ วขอ้ งกบั การประยกุ ต์
ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศเพือ่ พฒั นาคุณภาพ
และประสทิ ธภิ าพของกระบวนการยตุ ธิ รรม

ทางปกครอง

ผลงานทเี่ กี่ยวข้องกับการประยุกตใ์ ช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาคุณภาพและประสิทธภิ าพของ
กระบวนการยุติธรรมทางปกครอง

สาหรับการแถลงขา่ วของประธานศาลปกครอง ในโอกาสครบรอบ 20 ปศี าลปกครอง
วันท่ี 9 มนี าคม 2564

1. ศาลปกครองได้เปิดใช้งานระบบงานคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์ (e-Litigation Portal) ผ่าน ข้อคดิ เห็น[RC1]: จะ update อกี ทีตอนสนิ้ เดือน กพ.
เวบ็ ไซต์ https://elitigation.admincourt.go.th/ เพ่ือให้คู่กรณีท้ังสองฝ่ายสามารถยื่นคาฟ้อง คาให้การ และ นะคะ
สาเนาพยานหลักฐานประกอบคาฟอ้ ง คาให้การ และตามทศ่ี าลมหี มายเรยี ก ชาระคา่ ธรรมเนียมศาล ส่งคาร้อง
คาขอ รวมไปถงึ การขอดาเนินกระบวนพิจารณาทางอิเล็กทรอนิกส์ และสามารถเข้าถึงข้อมูลในสานวนคดีของ
ตนเอง รวมทง้ั ตรวจดแู ละพิมพเ์ อกสารในสานวนคดีของตนและของคู่กรณีฝ่ายอ่ืนได้โดยไม่จาเป็นต้องเดินทาง
มาท่ีศาลปกครอง ต้ังแต่วันท่ี 30 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นมา (จนถึงวันท่ี 31 มกราคม 2564) มีผู้สนใจ
ลงทะเบียนเขา้ ใช้งานระบบรวม 916 คน มกี ารยน่ื ฟอ้ งคดีทางอเิ ล็กทรอนิกส์แลว้ 281 คดี

อยา่ งไรก็ดี ในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2563 เป็นต้นมา ประเทศไทยได้เผชิญกับปัญหาการแพร่
ระบาดของเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งอาจทาให้เกิดอุปสรรคหรือข้อขัดข้องแก่คู่กรณีในการใช้สิทธิหรือ
การปฏิบัติตามคาส่ังศาลให้ได้ทันภายในระยะเวลาท่ีกาหนด อันจะทาให้คู่กรณีได้รับผลกระทบในทางที่
ไม่เป็นธรรม ดังน้ัน เพ่ือให้การปฏิบัติราชการของศาลปกครองเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดชะงัก อันจะเป็น
การคุ้มครองรักษาสิทธิของคู่กรณีและประชาชนในกระบวนการยุติธรรมทางปกครองให้ได้รับการอานวย
ความยุติธรรมทางปกครองต่อไปอย่างเรียบร้อย และได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวให้น้อยท่ีสุด
ประธานศาลปกครองสูงสุดจึงได้มีคาแนะนา เร่ือง แนวทางการดาเนินกระบวนพิจารณาคดีเพื่อให้เกิด
ความเป็นธรรมและลดผลกระทบต่อคู่กรณีในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา
2019 เม่ือวันท่ี 1 เมษายน 2563 และประกาศคณะอนุกรรมการบริหารศาลปกครอง ด้านการป้องกันและ
การบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เม่ือวันที่ 28 เมษายน 2563
ได้อานวยความสะดวกแก่คู่กรณี โดยกาหนดให้การย่ืนคาฟ้อง คาให้การ และคาร้องคาขอต่าง ๆ สามารถ

1

ดาเนินการทางระบบงานคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์ ไปรษณีย์ลงทะเบียน และโทรสาร ไม่ว่าจะเป็นผู้ท่ีเคย
ลงทะเบียนระบบงานคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์ไว้ก่อนห รือไม่ ทาให้มีคู่กรณีได้รับความสะดวก
ในการดาเนินคดีปกครอง โดยสามารถย่ืนเอกสารในคดี รวมท้ังคาร้องและคาขอต่าง ๆ และเป็นผลให้มีการยื่น
เอกสารและคาขอต่าง ๆ ในระบบจานวน 1,832 เอกสาร โดยมีผู้เข้าใช้งานระบบ e-Litigation Portal
เฉลี่ยเดือนละไม่ต่ากว่า 850 คร้ัง นับแต่ได้มีประกาศของประธานศาลปกครองสูงสุด และประกาศของ
คณะอนกุ รรมการฯ

2. นอกจากที่ระบบงานคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์จะอานวยความสะดวกให้แก่คู่กรณีในการย่ืน
คาฟอ้ ง คาให้การ คารอ้ งและคาขอตา่ ง ๆ รวมทั้งคาแถลงและคาชี้แจงแล้วน้ัน ศาลปกครองยังได้เปิดให้ผู้ฟ้อง
คดีสามารถดาเนินการเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมศาลทางอิเล็กทรอนิกส์ไม่ว่าจะเป็นการชาระค่าธ รรมเนียมศาล
ขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ขอคืนค่าธรรมเนียมศาล และขอผัดส่งค่าธรรมเนียมศาล โดยได้เปิดให้ใช้งาน
ตั้งแต่วันท่ี 24 กันยายน 2563 ท้ังนี้ ผู้ฟ้องสามารถเลือกชาระค่าธรรมเนียมศาลผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์
(e-Payment) ได้ 3 วิธี คือ ด้วยบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต หักบัญชีธนาคาร หรืออินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง
(Internet banking)

2

3

3. สาหรับการดาเนินงานภายในของศาลปกครอง ผู้บริหารศาล ตุลาการ พนักงานคดีปกครอง และ
เจ้าหน้าที่ของศาลปกครองก็สามารถใช้งานระบบศาลปกครองอิเล็กทรอนิกส์เพ่ือดาเนินกระบวนพิจารณา
ภายในศาลปกครองผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์สาหรับคดีท่ีคู่กรณีเลือกที่จะดาเนินกระบวนพิจารณาด้วย
ช่องทางดังกล่าว โดยเจ้าหน้าท่ีสามารถตรวจคาฟ้องเบื้องต้นพร้อมกับตั้งสานวนภายในระบบ ผู้บริหาร
ศาลปกครองสามารถส่ังจ่ายสานวนให้แก่องค์คณะ และหัวหน้าองค์คณะพิจารณาพิพากษาคดีสามารถจ่าย
สานวนให้แก่ตุลาการเจ้าของสานวนได้ภายในระบบ เมื่อตุลาการเจ้าของสานวนได้รับมอบสานวนคดี
อิเล็กทรอนิกส์แล้ว ก็สามารถดาเนินการตรวจและมีคาสั่งเกี่ยวกับคาฟ้อง คาให้การ คาคัดค้านคาให้การ และ

4

คาให้การเพิ่มเติมได้ระบบสารสนเทศนี้ โดยทุกขั้นตอน ตุลาการเจ้าของสานวนสามารถเลือกใช้งานและจัดทา ข้อคดิ เหน็ [RC2]: ขอเชค็ อีกทใี กล้ๆ วนั ท่ี 9 มนี าคม
รายงานกระบวนกระบวนพิจารณาจากในระบบ จัดทาหมาย จัดทาคาส่ัง มีการลงนามด้วยลายมือชื่อ นะคะ สวส. กาลงั พฒั นาขน้ั ตอนสดุ ท้ายอยู่ ไม่
อิเล็กทรอนิกส์ เสนอร่างคาส่ังเข้าไปในเรื่องเสนอหัวหน้าคณะ เพ่ือหัวหน้าคณะพิจารณาส่งเข้าห้องประชุม แนใ่ จวา่ จะเสรจ็ ทนั มย๊ั
องค์คณะ/เสนอองค์คณะพิจารณา สาหรับห้องประชุมองค์คณะเพ่ือให้ตุลาการในองค์คณะเรียกดูเอกสาร
ที่เสนอในทปี่ ระชุมองค์คณะและลงนามด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนั้น ตุลาการผู้แถลงคดีสามารถ
จัดทาคาแถลงการณ์หรือบันทึกคาแถลงการณ์ด้วยวาจา พร้อมทั้งบันทึกเสนอผู้บริหารจนกระท่ังผู้บริหารศาล
มีคาส่ังให้ส่งคาแถลงการณ์กลับมายังองค์คณะ และในวันนี้ ศาลปกครองได้พัฒนาระบบศาลปกครอง
อิเล็กทรอนิกส์ให้ครอบคลุมขั้นตอนการพิจารณาพิพากษาคดีได้ครบทุกขั้นตอนตั้งแต่เร่ิมต้นการฟ้องคดี
การตั้งสานวน การตรวจคาฟอ้ ง ไปจนถงึ ช้ันการกาหนดนัดนั่งพิจารณาคดีคร้ังแรก ตลอดจนถึงข้ันตอนสุดท้าย
คอื การจดั ทาร่างคาพพิ ากษาหรอื คาส่ัง จงึ กลา่ วได้วา่ ศาลปกครองได้พัฒนาระบบสารสนเทศที่เพ่ือสนับสนุน
การดาเนนิ กระบวนพจิ ารณาคดปี กครองต้งั แต่ต้นจนจบทุกขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว

4. โดยปกติแล้ว เมื่อศาลมีหมายแจ้งหรือศาลเรียกคู่กรณีท่ีเกี่ยวข้อง คู่กรณีจะได้รับการแจ้งเตือน
ผา่ นอเี มล์ท่ลี งทะเบียนไว้กับศาลปกครอง แต่เพ่ือเป็นการอานวยความสะดวกให้กับคู่กรณียิ่งข้ึน ศาลปกครอง
ไดเ้ พม่ิ ฟังก์ชนั การทางานให้กับระบบงานคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์ (e-Litigation Portal) โดยคู่กรณีจะได้รับ
การแจ้งเตือนผ่าน SMS ไปยังหมายเลขโทรศัพท์ที่ลงทะเบียนไว้ เมื่อศาลปกครองส่งหมายแจ้งคาสั่งศาล หรือ
หมายเรียกต่าง ๆ ทาให้ไม่พลาดความเคลื่อนไหวของคดีที่ตนเป็นคู่กรณี และสามารถเข้าไปดูรายละเอียดของ
หมายและคาสง่ั ภายในระบบงานคดปี กครองอิเล็กทรอนกิ ส์ได้ทนั ที

5

5. ศาลปกครองได้ปรับปรุงห้องพิจารณาคดีและห้องไต่สวนให้เป็นห้องพิจารณาคดีอิเล็กทรอนิกส์
(e-Courtrooms) ท่ีติดต้ังระบบคอมพิวเตอร์ เคร่ืองฉายภาพ (Projector) และโทรทัศน์วงจรปิดท่ีถ่ายทอด
ภาพจากคอมพิวเตอร์และเคร่ืองฉายภาพ 3 มิติ (Visualizer) ทาให้คู่กรณีทุกฝ่ายรวมท้ังผู้เข้ารับฟัง
การพิจารณาสามารถเห็นเอกสารพยานหลักฐานที่ศาลใช้ประกอบในการพิจารณาคดีและไต่สวนผ่านอุปกรณ์
ภายในห้องพิจารณา จึงเป็นหลักประกันว่าศาลได้รับฟังเอกสารพยานหลักฐานจากทุกฝ่ายแล้ว นอกจากน้ี
ในห้องพิจารณาคดีอิเล็กทรอนิกส์ยังได้ติดต้ังระบบบันทึกภาพและเสียงเพ่ือบันทึกการนั่งพิจารณาคดี ไต่สวน
และให้ถ้อยคาต่อศาลเพื่อให้ศาลเรียกดูไฟล์วีดิทัศน์และเสียงท่ีบันทึกในภายหลังได้ จึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้
สนับสนนุ ใหก้ ระบวนการยตุ ธิ รรมทางปกครองมคี วามโปร่งใส และเปน็ ธรรมมากยง่ิ ข้นึ

6

6. นอกจากน้ีแลว้ คกู่ รณสี ามารถขอศาลใช้วิธกี ารทางอิเล็กทรอนกิ ส์ในการไต่สวน การเข้าร่วมรับฟัง
การนั่งพิจารณาคดี หรือฟังการอ่านคาพิพากษา/คาส่ัง ผ่านระบบการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (Video
conferencing system) เพ่ือเป็นการอานวยความสะดวกและลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของคู่กรณี
ซึ่งสามารถขอศาลให้กาหนดสถานท่ีท่ีคู่กรณีสะดวกได้ และให้ถือว่าเป็นการพิจารณาคดีต่อหน้าศาล
โดยในห้องพิจารณาคดีอิเล็กทรอนิกส์ ท้ังน้ี มีคู่กรณียื่นคาขอดาเนินกระบวนพิจารณาโดยวิธีการทาง

7

อิเลก็ ทรอนิกส์หรือระบบประชมุ ทางไกลผ่านจอภาพตัง้ แต่เดอื นมถิ นุ ายน 263 จนถึงวันนี้ (9 มีนาคม 2564) ข้อคดิ เหน็ [RC3]: confirmed เพราะมกี ารจองใช้ระบบ
ทั้งหมด 43 ครั้ง โดยแบ่งออกเป็นขอดาเนินกระบวนพิจารณาในวันน่ังพิจารณาคร้ังแรก จานวน 36 ครั้ง ลว่ งหนา้ ไปจนถงึ สนิ้ เดือนมนี าคมแล้ว
วันอ่านผลแห่งคาพิพากษา จานวน 3 คร้ัง คู่กรณีให้ถ้อยคาต่อศาลผ่านระบบการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ
จานวน 2 คร้งั และดาเนินกระบวนพิจารณาในสว่ นของการไกล่เกลย่ี ข้อพพิ าท และการไต่สวนอย่างละ 1 ครัง้

8

9


Click to View FlipBook Version